True Story : ครอบครัวเกือบพัง! เมื่อแม่ของฉันติดการพนัน

ครอบครัวเกือบพัง! เมื่อแม่ของฉันติดการพนัน – ในชีวิตของฉันมีสิ่งที่รู้สึกเกลียดถึงขั้นขยะแขยงแค่อย่างเดียวเท่านั้น นั่นคือการพนัน ไม่ว่าจะหวย ไพ่ หรือแค่ปั่นแปะที่เพื่อนชวนเล่นแบบขำ ๆ ฉันก็ไม่เอาด้วย (และฉันก็ไม่ขำ) เพราะการพนันทำให้ครอบครัวของฉันเกือบจะล่มสลายมาแล้ว ก่อนอายุ 12 ปี ฉันมีชีวิตที่มีความสุขและอบอุ่นมาก ครอบครัวของฉันร่ำรวย เรามีบ้านพักริมทะเลหลายหลัง มีบ้านในกรุงเทพฯอีก 4 – 5 หลัง มีคนทำทุกอย่างให้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกคุณหนูอย่างแท้จริง คุณแม่ของฉันทำงานเป็นเลขานุการของข้าราชการระดับสูงท่านหนึ่ง คุณแม่เป็นสุภาพสตรีที่สวยสง่า พูดจาไพเราะ ใจเย็น มีเมตตา ไม่เคยอิจฉา ไม่เคยนินทาว่าร้ายใคร แถมท่านยังชอบเข้าวัดนั่งสมาธิ ท่านจึงเป็นลูกสาวที่คุณตาคุณยายเป็นปลื้มสุด ๆ สมัยนั้นไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ พวกท่านจะเรียกหาเรียกใช้คุณแม่ของฉันเป็นคนแรก ส่วนคุณพ่อของฉัน ท่านทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทรถยนต์นำเข้ายี่ห้อหรูแห่งหนึ่ง ตอนเล็ก ๆ ฉันไม่ค่อยสนิทกับคุณพ่อนัก เพราะท่านทำงานหนักมาก ฉันจึงสนิทกับคุณแม่มากกว่า ฉันเชื่อว่าเวลานั้นครอบครัวของเราสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกคนรักและเข้าใจกันจนไม่น่าจะมีอะไรมาทำลายได้ จนกระทั่งเมื่ออายุ 12 ปี ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไป คุณแม่ของฉันยังเป็นแม่และภรรยาที่น่ารักเหมือนเดิม แต่มีอีกอย่างที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตท่านคือ การเข้าบ่อน ฉันสังเกตเห็นว่า พักหลังท่านทำตัวลุกลี้ลุกลน […]

เด็กไทยคว้าแชมป์โดรนอายุน้อยที่สุดในโลก น้องมิลค์ – วรรรญา วรรณผ่อง

เด็กไทยคว้าแชมป์โดรนอายุน้อยที่สุดในโลก น้องมิลค์ – วรรรญา วรรณผ่อง ซีเคร็ตขอแสดงความยินดีกับ น้องมิลค์ – วรรรญา วรรณผ่อง ด้วยค่ะ ที่คว้าแชมป์เหรียญทองจากการแข่งขัน 1 st FAI WORLD DROMNE RACING CHAMPIONSHIPS 2018 มาได้สำเร็จ ตั้งแต่วันที่ 1 -4 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา มีเด็กหญิงไทยคนหนึ่งคว้าเหรีญทองและเงินรางวัล 8,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 250,000 บาท) จากการแข่งขัน 1 st FAI WORLD DROMNE RACING CHAMPIONSHIPS 2018 ที่จัดขึ้นที่เมืองเซิ่นเจิ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เพจ Rasat Fai Thailand โพสต์ข้อความและรูปถ่ายว่าสมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอแสดงความยินดีกับด.ญ. วรรรญา วรรณผ่อง แชมป์โดรนที่อายุน้อยที่สุดในโลก. ด้วยวัย […]

Dhamma Talk : ช่วยอย่างไร ไม่ให้ได้บาปมากกว่าบุญ

Dhamma Talk : ช่วยอย่างไร ไม่ให้ได้บาปมากกว่าบุญ – สนทนาธรรมกับ ดร.สนอง วรอุไร อาจารย์คะ เมื่อมีผู้ประสบความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติต่างๆ เราควรเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาไหมคะ หรือว่าเมื่อช่วยแล้วจะกลายเป็นการเข้าไปร่วมกระบวนกรรมกับเขาด้วย ควรช่วยหากเราช่วยได้ เพราะในเมื่อเราเกิดมาเป็นสมาชิกของสังคมโลก เราต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม การช่วยเหลือผู้อื่นนับเป็นหน้าที่ของคนดีอย่างหนึ่งที่เราต้องทำเพื่อสังคมส่วนรวม นอกจากนั้นยังเป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 ซึ่งเป็นหน้าที่ทางธรรมที่คนดีต้องทำเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้มีบุญ ดังนั้นหากเราช่วยได้ เราก็ควรช่วย แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องยอมรับว่า เมื่อเราไปช่วยเขา เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจองเวรเขาอยู่ย่อมหันมาจองเวรเราด้วย ดังนั้นก่อนจะช่วยใคร เราจึงต้องมั่นใจว่าเรามีบุญบารมีสั่งสมอยู่มากพอที่จะคุ้มกันตัวเองจากการถูกจองเวรที่จะเกิดขึ้น เรื่องอย่างนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล เจ้าตัวสามารถเลือกตัดสินใจได้ว่าจะช่วยเหลือหรือไม่ตามความเหมาะสม ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่ถ้าเราเห็นคนอื่นเดือดร้อนแล้วไม่ช่วย ก็มักจะถูกมองว่าเป็นคนใจร้ายนะคะ นั่นก็เป็นความเห็นถูกของคนมอง แต่สำหรับคนที่ถูกมอง เขาย่อมมีเหตุผลในการกระทำของเขา ซึ่งแต่ละคนมีสิทธิ์เลือกทางดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ผู้รู้ย่อมไม่เข้าไปก้าวก่ายในการตัดสินใจของใคร การช่วยเหลือผู้อื่นเพียงเพื่อตัดรำคาญนั้น ถือเป็นการกระทำที่เป็นกุศลไหมคะ การช่วยเหลือผู้อื่นจะเป็นกุศลหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่า การช่วยของเราเป็นการช่วยให้เขาพ้นทุกข์ หรือว่าช่วยให้เขาไปทำอกุศลกรรมต่อ ถ้าเป็นการช่วยให้เขาไปสร้างกิเลส สร้างบาปอกุศลเพิ่ม เช่น ช่วยคนที่ประกอบอาชีพทุจริตให้สามารถประกอบอาชีพทุจริตได้ต่อไป ผูีปัญญาย่อมไม่เข้าไปมีส่วนร่วม เพราะเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เขาทำบาปอยู่เรื่อยๆ จึงเป็นการทำบุญที่ให้ผลเป็นบาป แล้วถ้าเราช่วยผู้ที่เดือดร้อนเพราะสงสาร ไม่อยากให้เขาอยู่ในสภาพอย่างนั้นต่อไปล่ะคะ ความอยากหรือไม่อยากของเราไม่ได้เป็นตัวกำหนดสภาวะของผู้อื่น เพราะสิ่งที่จะกำหนดสภาวะของสัตว์โลกทั้งหลายนั้นคือกรรมที่แต่ละผู้แต่ละคนได้สั่งสมไว้ […]

เดินทางสู่ก้นบึ้งของหัวใจไปกับ ท่านโกเอ็นก้า

เดินทางสู่ก้นบึ้งของหัวใจไปกับ ท่านโกเอ็นก้า – มีเหตุผลมากมายทำให้หลายๆ คนเปรียบชีวิตกับการเดินทาง คนจำนวนมากใช้วันเกิด วันเรียนจบ วันเข้างานวันแรก หรือวันครบรอบแต่งงานเป็นเครื่องช่วยจำว่า ชีวิตได้ผ่านอะไรมาบ้าง คนส่วนใหญ่ท่องไปในหลายที่หลายสถาน ทว่ามีใครบ้างที่เคยทดลองเดินทางเข้ามาสู่โลกภายในใจของตนเอง เดินทางไกล (แต่ไม่อยากหลง) จำเป็นต้องมีไกด์ฉันใด การเดินทางกลับสู่ภายในซึ่งเป็นทางที่ไม่คุ้นเคยก็ควรมีผู้นำทางฉันนั้น และผู้นำทางที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งก็คือท่านโกเอ็นก้า ผู้ซึ่งสามารถนำทางให้คนจำนวนนับแสนนับล้านเดินทางกลับสู่ใจของตนเองได้ ท่านโกเอ็นก้า มีชื่อเดิมว่า สัตยา นารายัน โกเอ็นก้า (Satya Narayan Goenka) ท่านเป็นชาวอินเดียที่ถือกำเนิดในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เมื่อปี ค.ศ. 1924 ครอบครัวของท่านมีฐานะมั่งคั่งจากการทำธุรกิจหลายประเภท มิสเตอร์โกเอ็นก้าได้รับช่วงธุรกิจต่อจากครอบครัวและประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานหอการค้าของเมืองย่างกุ้ง (ชื่อเมืองหลวงเดิมของพม่า) ขณะอายุเพียง 30 ปี และเป็นผู้นำทางสังคมที่ได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง จะว่าไปแล้วนักธุรกิจหนุ่มผู้นี้น่าจะเข้าเส้นชัยของชีวิตตั้งแต่ตอนนั้น ทว่าในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความทุกข์และไกลห่างจากความสันติสุขมาก เพราะเขาป่วยเป็นโรคเครียดและไมเกรนชนิดรุนแรงที่สุด คือมีอาการปวดศีรษะจนถึงขั้นขยับตัวไม่ได้ แม้แต่แพทย์ที่เก่งกาจระดับโลกก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ มิสเตอร์โกเอ็นก้าจำต้องกลายเป็นคนติดยาแก้ปวด มีสุขภาพทรุดโทรม อารมณ์แปรปรวน และมักสร้างความทุกข์ทรมานให้คนใกล้ชิดเสมอ ในช่วงเวลานี้เองเขาได้พบกับอาจารย์ อูบาขิ่น (Sayagyi U Ba Khin) อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลางและวิปัสสนาจารย์ผู้มีชื่อเสียงของพม่า […]

ไม่นิพพานก็ไม่เดือดร้อน…จริงหรือ บทความธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ไม่นิพพานก็ไม่เดือดร้อน…จริงหรือ – คนที่คิดว่าชีวิตทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว มีกินมีใช้ไม่เดือดร้อนอะไร และไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ทำไมต้องปรารถนานิพพานด้วย ทัศนะอย่างนี้สวนทางกับพระพุทธศาสนา คนที่คิดอย่างนี้ถือว่า ยังเป็นคนที่หลง ไม่เข้าใจความเป็นจริงของชีวิต พระพุทธเจ้าสอนว่า ทุกข์เป็นพื้นฐานของชีวิต ทุก ๆ คนเกิดมามีทุกข์ติดมาด้วย ไม่ว่าทุกข์ทางร่างกายหรือจิตใจ ร่างกายหากหิวก็เป็นทุกข์ ไม่ขับถ่ายก็เป็นทุกข์ เหนื่อยหรือง่วงเกินไปก็เป็นทุกข์ ร้อนหรือหนาวมากเกินไปก็เป็นทุกข์ ทุกข์ที่ว่ามานี้มีให้เห็นในชีวิตประจำวัน ทุกข์บางอย่างเกิดขึ้นเป็นเวลาหรือมีอาการบ่งบอกก่อน เราจึงป้องกันเสียก่อนที่จะเกิดทุกข์ เช่น กินก่อนที่จะหิว ขับถ่ายก่อนจะปวดถ่าย พักก่อนจะเหนื่อย นอนก่อนจะง่วงมาก ร้อนก็หลบไปอยู่ในที่เย็น หนาวก็หาเครื่องกันหนาวมาปกคลุมร่างกาย การที่เราป้องกันหรือบำบัดอาการดังกล่าวได้ เราจึงไม่ค่อยตระหนักว่าเราเป็นทุกข์ แต่พอเราเจ็บป่วยแก่ชรา ร่างกายทรุดโทรมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนเมื่อก่อน เราก็เห็นทุกข์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อตอนจะตาย หากตายด้วยโรคร้ายแรงหรือได้รับอุบัติเหตุ เราจะได้เผชิญกับทุกข์อันใหญ่หลวงของชีวิตอย่างแน่นอน ส่วนจิตใจนั้นก็มีเหตุให้เกิดทุกข์ได้ไม่เลือกกาละเทศะ เพียงวางใจไม่ถูกที่หรือมีใจเห็นผิดสัจธรรม เราก็ทุกข์ใจได้ทุกเมื่อ เช่น มีความห่วงใยต่อบุคคลที่ตนรัก ต่อหน้าที่การงาน ต่อทรัพย์สิน แม้กระทั่งต่อสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ที่ตนรัก นั่นก็ทำให้ใจมีความทุกข์ได้แล้ว โดยธรรมชาติแล้ว ทุกคนต่างก็มีความต้องการ มีความอยากได้ใคร่ดี มีเป้าหมายในชีวิต หากสมหวัง เราก็ยินดีพอใจ แต่ถ้าผิดหวังก็เสียใจทุกข์ใจ ยิ่งหวังมากแล้วผิดหวังก็จะยิ่งทุกข์มากขึ้นไปเท่านั้น […]

โครงการดีจากพี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” หมดปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียนสาย

โครงการดีจากพี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” หมดปัญหาเรื่องเข้าโรงเรียนสาย ไทยรัฐนำเสนอว่า เฟสบุ๊คของนิธิธร จินตกานนท์ โพสต์รูปถ่ายและข้อความว่า #พี่ๆตำรวจส่งน้องถึงโรงเรียน เช้านี้พี่ ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกให้น้อง ๆ เด็กนักเรียนตาม “โครงการส่งน้องถึงโรงเรียน” ในพื้นที่โรงเรียนราชวินิตประถม, สาธิตสวนสุนันทา และเซนต์คาเบรียล #ตำรวจจราจรไทยหัวใจบริการ #1197 สายด่วนจราจร #ส่งน้องถึงโรงเรียน #ผู้การปิ่น #ทำดี #ทำทันทีทำดีที่สุด https://www.facebook.com/Nithithorn.Official/posts/503730470129150?__xts__[0]=68.ARCdgvxx4Ca-1TTsMYbhVkMhkEf3Msgy5G6eGEt-YxVK3jT52gXEZ6WpLHOjSO-xwok1Mduo2fHk_XkGWbjEhpa_S7kA1wlqLndpUR36bw3gzP_3d5Kl5qW6aLq-8rCkiHo-4H1PKbLyDxhhfJi7nPcYXrIN2ou5bk65ovDp50uGgPP_HTI2A-HmKsI6J14gauSMFsfopygb3X5jgj0GDV8B&__tn__=-R   สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. นำเสนอว่า พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่าหลังจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนและสถานศึกษา ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเปิดภาคเรียนที่ 2 ของสถานศึกษาว่า ทางกองบังคับการตำรวจจราจรได้จัดเตรียมโครงการ “ส่งน้องถึงโรงเรียน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาจราจรติดขัดหรือมีรถสะสมทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนได้ทันตามเวลา โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนำรถจักรยานยนตร์ มาเพื่อรับ – ส่ง นักเรียน ไปยังโรงเรียนตามจุดอำนวยความสะดวก จำนวนทั้งสิ้น 18 จุด ภายในระยะทางไม่เกิน 10 กิโลเมตร […]

มารีญา พูลเลิศลาภ งามจิตใจด้วยธรรมะ

มารีญา พูลเลิศลาภ สาวงามที่คนไทยเทใจให้เธอทั้งประเทศ ในวันที่เธอเข้ารอบสุดท้ายบนเวทีประกวดนางงามจักรวาลปี 2017 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา หลายคนยอมรับว่าเชียร์มารีญาอย่างตื่นเต้นยิ่งกว่าเชียร์บอลโลกเสียอีก ถึงแม้มารีญาจะไม่ได้ตำแหน่งนางงามจักรวาลในปีนั้น แต่เธอก็เป็นสาวงามจากเอเชียเพียงคนเดียวที่เข้าถึงรอบ 5 คนสุดท้าย ร่วมกับนางงามจากโคลอมเบีย จาไมกา เวเนซุเอลา และแอฟริกาใต้ สำหรับเรื่องรูปกายภายนอกแน่นอนอยู่แล้วว่ามารีญาไม่เป็นสองรองใคร เพราะมีตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์การันตี แต่สิ่งที่ทำให้เธอเป็นขวัญใจชาวไทยถึงแม้พลาดมงกุฏนางงามจักรวาลก็คือ ความสดใสร่าเริง ทัศนคติในเชิงบวก ความมีน้ำใจ ความเฉลียวฉลาดมีไหวพริบ และอีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้คือ เธอมีธรรมะในหัวใจ เริ่มสนใจธรรมะตั้งแต่เมื่อไร สนใจธรรมะมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายชอบเอาคำสอนของท่าน ว.วชิรเมธีมาพูดให้เราฟังเสมอ ตอนเด็ก ๆ ไม่เก่งภาษาไทยเลย เพราะเรียนในโรงเรียนนานาชาติ แต่มีโอกาสได้ฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาไทยจากการฟังธรรมะจากพี่ชาย และโรงเรียนก็สอนให้รู้จักกับพระพุทธศาสนา จึงได้รับรู้คำสอนของพระพุทธเจ้าบ้าง ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนนานาชาติ แต่คุณครูก็สอนให้เรารู้จักกับทุกศาสนา เมื่อนำธรรมะมาปฏิบัติจึงรู้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นเรื่องจริง ยิ่งโตขึ้นยิ่งเห็นชัดเจนเลยว่าธรรมะของพระองค์ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้จริง View this post on Instagram ‭”เมื่อใจไม่จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เกมกีฬาก็จะไม่สัมฤทธิ์ผล” "When one does not concentrate on […]

True Story : บุญครั้งสุดท้าย…ของลูกสาวผู้จากไป

บุญครั้งสุดท้าย – ผมเป็น “คุณพ่อ” ที่มีลูกสองคน  คนหนึ่งเป็นลูกสาวชื่อยุ้ย  อีกคนเป็นผู้ชายชื่อโอ…ทั้งสองถือเป็นของขวัญจากฟ้าที่ผมรักมากที่สุด ตั้งแต่เด็ก  ลูกสาวจะติดผมมาก เพราะผมมีเวลาอยู่กับเขาเยอะ  มักพาเขา ไปเที่ยวบ่อย ๆ  ไปไหนไปด้วยกันตลอด แม้แต่เวลาที่ผมไปทำงาน  จนเมื่อลูกโตขึ้น เราจึงย้ายครอบครัวมาอยู่ลำปาง ยุ้ยเป็นเด็กดี  ตั้งใจเรียน  ไม่เคยทำความเดือดร้อนใจให้พ่อแม่เลย  ช่วงที่ใกล้จะจบมัธยม 6  ยุ้ยก็แอบไปบริจาคอวัยวะรวมถึงดวงตาให้สภากาชาดไทย โดยที่ไม่มีใครในครอบครัวรู้เรื่องเลยสักคน เวลาผ่านมาเกือบปี  ผมบังเอิญได้เห็นบัตรสำหรับผู้บริจาคอวัยวะของลูก พอถาม  ยุ้ยบอกผมแค่ว่า  อยากทำบุญ …แต่ผมเชื่อว่า  แรงบันดาลใจที่ลูกอยากบริจาคอวัยวะและดวงตาอาจเป็นเพราะ ตอนที่เขายังเด็ก  ผมมักมีอาการแสบตา เมื่อไปหาหมอ  ยุ้ยก็จะคอยถามหมอตลอดว่า “คุณพ่อจะเป็นอะไรมากไหมคะ” …ตั้งแต่นั้นมาลูกคงฝังใจ  กลัวว่าผมจะตาบอด  พอใกล้จะขึ้นปี 3  ลูกชายเล่าให้ฟังว่า  ยุ้ยแอบไปกระซิบบอกน้องว่า “ถ้าพี่ยุ้ยได้งานทำเมื่อไหร่  พี่จะพาพ่อไปผ่าตัดตา”   ถัดจากวันนั้นมาอีก 3 – 4 วัน  เขาก็มาขอผมไปงานวันเกิดเพื่อน  ลูกสาวผมเป็นคนรักเพื่อน  และเพื่อน ๆ ก็รักเขามาก เพราะเขาเป็นคนคุยสนุก  […]

อานิสงส์กรวดน้ำ

อานิสงส์กรวดน้ำ – ในครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งอยู่ในเมืองสาวัตถีนั้น มีทรัพย์สมบัติอยู่ 80 โกฎิ พราหมณ์ผู้นั้นมีบุตรชายอยู่คนหนึ่ง เป็นที่รักมากเพราะมีบุตรคนเดียว พอบุตรชายมีอายุได้ประมาณ 17 ปี ก็เกิดโรคาพยาธิมาเบียดเบียน และได้เสียชีวิตลง พราหมณ์ผู้เป็นพ่อและแม่ บังเกิดความทุกขเวทนาโทมนัสเศร้าโศกเสียใจ เพราะอาลัยรักในบุตรที่ตายไปอย่างยิ่ง จึงสั่งคนใช้ที่เป็นบริวาร นำเอาศพไปเผาในป่าช้าและสั่งให้ปลูกศาลาขึ้นหนึ่งหลัง มีเสื่อสาดอาสนะ และจัดทาสคนหนึ่งไปคอยปฏิบัติรักษาอยู่ในป่าช้านั้น เพื่อจะได้ส่งข้าวน้ำอาหารเข้าและเย็นให้แก่ลูกชายของตนทุก ๆ วันมิได้ขาด ทำเหมือนกับบุตรชายของตนมีชีวิตอยู่ ทาสผู้นั้นก็ทำตามคำสั่งอยู่เสมอมิได้ขาดเลยสักวันเดียว อยู่มาวันหนึ่ง บังเอิญฝนตกหนักมากน้ำก็ท่วมหนทางที่จะไปศาลานั้น ทาสผู้นั้นจะข้ามไปก็ไม่ได้จึงกลับมา ในระหว่างทางพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาตก็เลยเอาอาหารนั้นใส่บาตรให้เป็นทานแก่พระภิกษุ แล้วก็กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญนั้นส่งให้แก่ผู้ตาย ลูกชายที่ตายไปนั้นมานิมิตฝันให้พราหมณ์ผู้เป็นพ่อว่า ข้าพเจ้าได้ตายไปนานแล้วไม่เคยได้กินข้าวเลยสักวันเดียว เพิ่งจะมาได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวเท่านั้น ครั้นพราหมณ์ผู้เป็นพ่อได้มีนิมิตฝันอย่างนี้ก็ใช้ให้คนไปตามทาสผู้ไปคอยเฝ้าปฏิบัติรักษามาไถ่ถามดู ทาสผู้นั้นก็ตอบว่าข้าพเจ้าไปส่งข้าวทุก ๆ วัน แต่วันนี้ข้าพเจ้าไปไม่ได้ฝนตกหนัก น้ำท่วม ก็กลับมาพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาต ข้าพเจ้าก็เลยเอาข้าวนั้นใส่บาตร แก่ภิกษุรูปนั้น แล้วอุทิศส่วนบุญนี้ไปให้บุตรของท่าน บุตรของท่านก็คงจะได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวดังนี้แล ครั้นพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นแล้วก็คิดว่า “เราจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเสียก่อน จะทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเป็นอย่างไร” พราหมณ์ก็ถือดอกไม้ธูปเทียนของหอมเข้าไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าแล้วบูชาเครื่องสักการะนั้น แล้วนั่งที่สมควรแก่ตน ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า […]

อริยทรัพย์ คือที่พึ่งทั้งในชาตินี้และชาติหน้า บทความธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

อริยทรัพย์ คือที่พึ่งทั้งในชาตินี้และชาติหน้า – ชีวิตของปุถุชนต่างดิ้นรนไขว่คว้า  แสวงหาแต่สิ่งที่เอาไปไม่ได้ เราต่างถูกแรงจูงใจทางโลกให้แสวงหาทรัพย์สมบัติ  ไม่ว่าจะเป็นเงิน  บ้าน  ที่ดิน  รถ  ตลอดจนเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อการอุปโภคบริโภค  ไม่เพียงแต่   ใช้ในการยังชีพขั้นพื้นฐานเท่านั้น  ยังรวมถึงการหามาเพื่อเป็นเครื่องส่งเสริมความเป็นอยู่ให้สะดวกสบายและอวดฐานะให้เด่นกว่าผู้อื่นอีกด้วย ในการนี้เราต่างตั้งหน้าตั้งตาศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาประกอบอาชีพ   ทุ่มเทเวลาศักยภาพอย่างเต็มที่ แม้จะเหน็ดเหนื่อยลำบากตรากตรำกับการงานก็ไม่ท้อ   เพื่อเงิน  ตำแหน่งหน้าที่อันจะเป็นช่องทางให้ได้มาซึ่งสมบัติวัตถุ  ยิ่งได้มากเพียงใดก็ยิ่งคิดว่าตนเองมีความสามารถ  มีความสำเร็จในชีวิตมากเพียงนั้น ทรัพย์สินเงินทอง  ใคร ๆ ต่างปรารถนาเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูชีวิต  จะได้ไม่อดอยากยากไร้  และเลี้ยงดูบุคคลที่เกี่ยวข้อง  แต่การหาทรัพย์นั้นต้องแลกด้วยความทุกข์ กว่าจะได้มาก็ต้องเหนื่อยยาก  ได้มาแล็วก็เป็นภาระในการดูแลรักษา  ไม่ให้เสื่อมสลายไปก่อนเวลาอันควร    ครั้นเสียหายสูญสิ้นไปไม่สมดังคาดหวังก็ยิ่งทุกข์ใจ อย่างไรก็ตาม  สมบัติวัตถุตลอดจนสิ่งที่เราได้  มี  เป็น    โดยธรรมชาติแล้วต้องวิบัติพลัดพรากจากเราไปในที่สุด  ไม่เราจากไปกอ่ น  สิ่งนั้นก็จากเราไปก่อน  โดยเฉพาะในวาระสุดท้ายของชีวิตเมื่อตายไป  เราเอาสิ่งดังกล่าวไปไม่ได้เลย เราจึงหาเพื่อทิ้ง หากจะได้ประโยชน์จากการใช้สอย ก็เฉพาะในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่เท่านั้นเอง ยังมีทรัพย์ที่ประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ นั่นคือ อริยทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่อยู่ภายในตัวเรา  อยู่คู่กับเราและมีผลเกื้อกูลต่อชีวิตของเราทั้งในชาตินี้และชาติหน้า    เป็นทรัพย์ที่เอาไปได้ อริยทรัพย์มี 7 อย่าง  […]

มรดกทางจิตวิญญาณจาก เฉิน กวงเปียว มหาเศรษฐีผู้มีแต่ “ให้”

มรดกทางจิตวิญญาณจาก เฉิน กวงเปียว – ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2010 บิล เกตส์และวอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีต่างวัยแต่ใจบุญเหมือนกัน ได้เดินทางไปที่ประเทศจีนเพื่อจัดงานเลี้ยงระดับเอกซ์คลูซีฟ หาแนวร่วมในโครงการ The Giving Pledge ซึ่งเชิญเฉพาะมหาเศรษฐีตัวจริงเสียงจริงเท่านั้น ทว่ามหาเศรษฐีชาวจีนส่วนใหญ่กลับปฏิเสธที่จะตอบรับคำเชิญดังกล่าว The Giving Pledge เป็นโครงการล่าสุดที่บิลและวอร์เรนร่วมกันก่อตั้งขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อชักชวนให้เหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกลงชื่อปฏิญาณตนว่า จะมอบทรัพย์สินร้อยละ 50 ให้กับองค์กรการกุศลหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้มหาเศรษฐีคนอื่นๆ หันมาทำการกุศล สื่อมวลชนคาดการณ์ว่า เหตุที่มหาเศรษฐีจีนไม่ใคร่จะยินดีกับคำเชิญนี้เท่าที่ควร เนื่องมาจากพวกเขากลัวที่จะเปิดเผยตัวว่าเป็นคนร่ำรวยอันดับต้นๆ ของประเทศ กลัวถูกวิจารณ์ว่าทำบุญเอาหน้า หรือไม่ก็อาจจะกลัวถูกสอบสวนเรื่องภาษี ฯลฯ ทว่าก่อนถึงวันงาน มหาเศรษฐีจีนคนหนึ่งเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงบิลและวอร์เรนว่า “ผมยินดีที่จะบริจาคเงินให้กับการกุศล แต่ผมจะไม่ให้แค่ร้อยละ 50 หรอกนะ ผมจะยกเงินทั้งหมดให้เลย…” มหาเศรษฐีผู้ที่เขียนจดหมายฉบับนี้มีชื่อว่า เฉิน กวงเปียว (Chen Guangbiao) เจ้าของกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับการรีไซเคิลขนาดใหญ่ในเมืองนานจิง มณฑลเจียงซู ประมาณกันว่าทรัพย์สินในครอบครองของเขา ณ ปัจจุบันน่าจะสูงกว่า 5 พันล้านหยวน […]

Dhamma Talk : ชวน “พ่อ” เดินทางสายธรรม

Dhamma Talk : ชวน “พ่อ” เดินทางสายธรรม โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ คุณพ่อไม่ค่อยสนใจเรื่องธรรมะเลยค่ะ  จะมีวิธีทำอย่างไรให้ท่านหันมาสนใจธรรมะดีคะ เรานี่แหละต้องเริ่มก่อน  ถ้าเราไม่สนใจแล้วพ่อจะสนใจมันก็เป็นไปได้ยาก  ถ้าเราสนใจ  เรามีธรรมะ  ปฏิบัติธรรมแล้ว  ธรรมะเหล่านี้จะซึมซับอยู่ในตัวเรา และติดตัวกลับมาที่บ้าน  พ่อแม่ก็จะได้เห็นธรรมะจากตัวเรา  เห็นเราก็เหมือนเห็นธรรม  สนทนากับเราก็เหมือนได้สนทนาธรรม พ่อแม่ได้ซึมซับธรรมจากตัวเรา  ต่อไปเราไปไหนพ่อแม่ก็อาจอยากตามไป  เราไปวัดท่านก็อาจจะตามไป  เพราะซึมซับเข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว แต่ถ้าเราไม่มีธรรมะ  ไม่ได้ซึมซับธรรมะ  ท่านก็ไม่ได้เห็นธรรมผ่านเรา  ไม่ได้สนทนาธรรมกับเรา  เราไปไหนท่านก็คงไม่ตามไปด้วยหรอก ฉะนั้นวิธีดึงพ่อแม่ให้เข้าสู่วงการนี้  ตอบโดยสรุป คือ  เริ่มต้นที่ตัวเรา  เราไปศึกษา  ไปปฏิบัติ เพื่อให้ธรรมเกิดขึ้นกับตัวเอง  แล้วพ่อแม่หรือคนในครอบครัวที่เราปรารถนาให้มาสนใจธรรมะ  ก็จะได้เห็นธรรมจากเราและซึมซับมาทางนี้ได้   พระอาจารย์คะ  ถ้าพ่อแม่ของเรามีศรัทธาในพุทธศาสนาแต่เป็นไปในแนวการสะเดาะเคราะห์  เราควรดึงท่านมาสนใจธรรมะอย่างแท้จริง  อย่างไรคะ ต้องค่อยเป็นค่อยไป  เราไม่ควรปฏิเสธท่านเสียทีเดียวหรอก  แต่ควรค่อย ๆ นำเสนอ ค่อย ๆ พูดเล่าสู่กันฟัง เพื่อปรับสมดุล  พอท่านได้ยินได้ฟังมากขึ้น  ท่านก็จะทำน้อยลง  ห่างลง  […]

เมื่อผมเคยสงสัยว่าทำไมคนเข้าหาธรรมะ บอล – วัชรเกียรติ คุณอมรเลิศ

บอล – วัชรเกียรติ คุณอมรเลิศ ดีเจแห่งคลื่น 98.5 Goodtime Radio เคยสงสัยมาตลอดว่าทำไมเวลาคนเราฟุ้งซ่านมาก ๆ หรือมีปัญหาต้องหันหน้าเข้าหาธรรมะ แต่เมื่อเขาได้สัมผัสธรรมะก็ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัย บอลเล่าถึงชีวิตในวัยเด็กที่คลุกคลีกับศาสนาพุทธมาโดยตลอด แม้ว่าในเวลานั้นเขายังไม่เข้าใจว่าทำไมคนจึงชอบพึ่งธรรมะในยามที่ชีวิตมีปัญหา “คุณพ่อคุณแม่ชอบทำบุญมาก  วันหยุดเสาร์อาทิตย์บอลต้องตื่นไปตักบาตรกับคุณแม่  ทำให้ซึมซับเรื่องการทำบุญมาตั้งแต่เด็กๆ  แต่ก็ทำตามคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น  ยังไม่เข้าใจว่าธรรมะแท้จริงแล้วช่วยอะไรเราได้บ้าง  โตมายังมีคำถามอยู่ในใจตลอดว่าทำไมคนที่เครียดมาก ๆ หรือมีปัญหาถึงชอบเข้าวัด  พึ่งธรรมะ” คำถามคลี่คลายเมื่อเขามีโอกาสได้อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ “บอลบวชตามประเพณี  ตามที่เราได้เรียนกันมาว่า  ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชายต้องบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่  ประกอบกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ผมจึงอยากบวชอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล “บอลบวช 7 วันที่วัดเขาบางทราย จังหวัดชลบุรี  การบวชครั้งนี้ทำให้บอลเห็นโลกที่ต่างออกไปมาก  ก่อนบวชแม้จะบวชด้วยความสมัครใจ  แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าจะน่าเบื่อไหม  จะมีอะไรให้ทำหรือเปล่า  ปรากฏว่าพอมาบวชจริง ๆ  เวลาผ่านไปไวมาก  ตื่นเช้าไปบิณฑบาต  ทำวัตรเช้า  ตอนสาย ๆ ช่วยกวาดลานวัด  แล้วก็ได้คุยกับหลวงพี่บ้างระหว่างวัน  แล้วก็ทำวัตรเย็น  เข้านอน  เวลาผ่านไปไวกว่าที่คิดไว้ “บอลได้เรียนรู้โลกใบใหม่มาก ๆ เมื่อต้องทำกิจของสงฆ์  ตอนออกไปบิณฑบาตบอลเห็นคนตั้งใจตื่นแต่เช้า  ซื้อข้าวปลาอาหารมาตักบาตร  เขาทำด้วยความเต็มใจ   เพราะเห็นเราเป็นผู้เผยแผ่ศาสนา  อยู่ในศีลธรรม  ฉะนั้นเรายิ่งต้องปฏิบัติตัวให้ดีเพื่อตอบแทนคุณของเขา  […]

โมรปริตร (แปล) คาถาจากนกยูงโพธิสัตว์ สวดป้องกันภยันตราย

โมรปริตร เป็นบทสวดมนต์เรียบเรียงไว้เป็นส่วนหนึ่งในภาณวารหรือหนังสือบทสวดมนต์หลวง รวมถึงในบทสวดมนต์เจ็ดสองตำนาน และสิบสองตำนาน

พระธัมมทินนาเถรี ภิกษุณีที่พระพุทธเจ้าทรงชมเชยว่าเป็นนักปราชญ์

พระธัมมทินนาเถรี ภิกษุณีที่พระพุทธเจ้าทรงชมเชยว่าเป็นนักปราชญ์  พระธัมมทินนาเถรี เดิมเป็นภรรยาของเศรษฐีในกรุงราชคฤห์มีชื่อว่า “วิสาขเศรษฐี” ในสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระปทุมุตตรพุทธเจ้า” นางเกิดในตระกูลที่ประกอบอาชีพรับจ้างในกรุงหังสาวดี ถวายขนมแก่พระอัครสาวกที่ออกจากนิโรธสมาบัติ คือ  พระสุชาตเถระ นายจ้างพอใจในการทำทานของนาง จึงจัดพิธีแต่งงานระหว่างนางกับบุตรชายขึ้น วันหนึ่งนางกับแม่สามีไปกราบพระปทุมุตตรพุทธเจ้า นางเห็นพระพุทธเจ้าทรงตั้งพระภิกษุณีรูปหนึ่งเป็นเอตทัคคะด้านธรรมกถึก นางปรารถนาจะเป็นพระภิกษุณีผู้เป็นเอตทัคคะด้านนี้ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่านางจะได้เป็นในสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดในสุคติคือโลกมนุษย์และสวรรค์ ต่อมาในสมัยของพระปุสสพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสแก่เธอว่า เธอจงให้หนึ่งส่วน แต่นางกลับทำบุญเป็นสองเท่า ต่อมาสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เกิดเป็นพระราชธิดา พระองค์ที่ 6 แห่งพระเจ้ากิงกิราช มีพระนามว่า “สุธรรมา” ได้สดับธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วเกิดเลื่อมใสอยากบวชเป็นภิกษุณี แต่พระบิดาไม่อนุญาต นางจึงประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต พอสิ้นอายุขัยก็เวียนว่ายตายเกิดเป็นมนุษย์และเทวดา พอถึงสมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดในครอบครัวที่มีตระกูล พอเจริญวัยเป็นสาวก็แต่งงานกับวิสาขเศรษฐี สามีของนางธัมมทินนาเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ได้ฟังเทศนาธรรมก็บรรลุเป็นพระอนาคามี พอกลับถึงบ้าน นางธัมมทินนาออกมาต้อนรับอยู่ที่หัวบันได แล้วทุกครั้งวิสาขเศรษฐีจะจับมือภรรยาเพื่อขึ้นบันได แต่ครั้งนี้เศรษฐีกลับไม่สนใจนาง ทำตัวเฉยเมยต่อนางจนผิดปกติ นางจึงตอบสามีว่า “ทำไมท่านจึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจหรือ” เศรษฐีตอบทันทีว่า “เธอไม่ได้ทำอะไรผิด และข้าขอประการว่านับตั้งแต่วันนี้ไป จะไม่ถูกต้องกายผู้หญิงและไม่สนใจในอาหารเลิศรสอีกต่อไป เพราะตอนนี้ข้าเข้าใจในทุกสรรพสิ่งแล้ว ถ้าเธอพอใจจะอยู่ที่นี้ต่อก็ได้ หรือจะกลับไปอยู่ที่บ้านของเธอก็ได้” นางธัมมทินนาตอบกลับว่า “ข้าแต่ท่านเศรษฐีขอให้ข้าบวชเถิด” […]

บทเรียนจากความเจ็บปวดซ้ำซาก ของหญิงผู้โหยหาความรัก

แม้ชีวิตของฉันจะเริ่มต้นจาก “ความไม่พร้อม” ของพ่อและแม่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคน “โชคดี” เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก…

ยูจีน โอ’เคลลี ผู้บริหาร “ความตาย” ได้อย่างน่าชื่นชม

เขาคือ ยูจีน โอ’เคลลี (Eugene O’Kelly) นักบัญชี  นักธุรกิจ  นักวางแผน  เขาเป็นคนทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบมาตลอดรวมถึงการเตรียมตัวตายด้วย

วิธีการรักษาความเจ็บป่วยอย่างพุทธะ บทความธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

บทความธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส – พระป่ารูปหนึ่งเคยเล่าประสบการณ์ส่วนตัวแก่ผู้เขียนว่า เวลาท่านเดินธุดงค์อยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร หากเจ็บป่วยขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่สามารถหาหยูกหายามารักษาได้ทัน ท่านจะเข้าสมาธิจนกระทั่งดับความรู้สึกในตัวทั้งหมด เหลืออยู่แต่ตัวรู้ในจิตเพียงอย่างเดียว พักจิตอยู่ในสภาวะนั้นจนพอควรแล้วถอนออกมา อาการเจ็บป่วยของท่านก็หายเป็นปลิดทิ้ง ประสบการณ์ของพระป่าทำให้ผู้เขียนนึกถึงการสนทนาธรรมระหว่างพระศาสดา นกุลบิดาคฤหบดี และพระสารีบุตร การสนทนาธรรมครั้งนี้ได้ยืนยันถึงสิ่งที่พระป่ารูปนี้พูดได้เป็นอย่างดีว่า “แม้กายเราจะเจ็บป่วย แต่เราสามารถทำใจไม่ให้ป่วยได้ ใจที่ไม่ป่วยยังรักษาโรคกายได้อีกด้วย” สมัยหนึ่งคฤหบดีชื่อนกุลบิดาปรับทุกข์กับพระศาสดาว่า “โยมพ่อแก่เฒ่าแล้ว ร่างกายก็ทรุดโทรม เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ ลูกรักมีคำชี้แนะอะไรบ้างไหมพระพุทธเจ้าข้า” การที่คฤหบดีเรียกพระศาสดาว่า “ลูกรัก” เพราะท่านเคยเป็นพ่อและญาติของพระพุทธองค์มากกว่าพันชาติ ด้วยความรักความผูกพันที่เคยมีต่อกันมาอย่างยาวนาน คฤหบดีจึงเรียกพระพุทธองค์ด้วยความคุ้นปากว่า “ลูกรัก” “กายคนช่างเปราะบางเหมือนกับฟองไข่นะท่านคฤหบดี” พระศาสดาตรัสปลอบคฤหบดีด้วยพระสุรเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ขณะเดียวกันพระองค์ก็ตรัสปริศนาธรรมสั้น ๆ แก่คฤหบดีว่า “กายจะป่วยก็ช่างมันเถอะ แต่อย่าได้ป่วยใจก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็ประทับนิ่งอยู่ ฝ่ายคฤหบดีได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่ซักถามเพื่อความกระจ่างชัด เพราะมัวแต่ปลื้มปีติอยู่กับพระสุรเสียงอันไพเราะของพระองค์ หลังจากเสร็จสิ้นการสนทนากับพระศาสดาแล้วเดินทางออกจากวัด คฤหบดีจึงฉุกคิดขึ้นได้ถึงสิ่งที่เพิ่งสนทนากับพระพุทธองค์ “ป่วยกาย แต่อย่าป่วยใจ หมายความว่าอย่างไรกันหนอ” คฤหบดีสงสัย แต่จะกลับไปถามพระศาสดาอีกครั้งก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะพระองค์เสด็จหลีกหนีไปนานแล้ว ขณะที่กำลังครุ่นคิดหาคำตอบอยู่นั้น คฤหบดีก็ได้ยินเสียงพระรูปหนึ่งทักมาแต่ไกลว่า “ท่านคฤหบดีเดินทางมาจากไหนหรือ วันนี้ดูสีหน้าท่าทางสดชื่นกว่าทุกวันเลยนะ” เมื่อคฤหบดีเหลียวไปดูก็รู้ว่าเป็นพระสารีบุตร “โยมเพิ่งสนทนากับพระศาสดาครับท่าน” คฤหบดีแสดงความดีใจเมื่อได้พบกับพระสารีบุตรโดยบังเอิญ […]

keyboard_arrow_up