5 ความเชื่อผิดๆ ในการ ใช้ชีวิตคู่

บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ 5 ข้อต่อไปนี้คือความเชื่อเกี่ยวกับการ ใช้ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ”ฟันธง!

ความสำเร็จไม่ใช่ “ปลายทาง” แต่คือ “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต ของ ตุ้ย – เกียรติกมล ล่าทา

เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงจุดที่เรียกว่า“ความสำเร็จ” (ที่แต่ละคนวางไว้) บางคนอาจจะคิดว่า“นี่แหละคือปลายทางของฉัน” แต่สำหรับผู้ชายคนนี้แล้ว ทุกความสำเร็จที่ได้มากลับหมายถึง “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต

เมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความจริง ความเป็นจริงคือสิ่งที่เราไม่เชื่อ – พระอาจารย์ชาญชัย

เรื่อง พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญสิ่งที่เราเห็นหลายอย่างไม่ใช่ความจริง ขณะที่มีความจริงอีกหลายอย่างที่เราไม่เห็นสิ่งที่เราเชื่อหลายอย่างก็ไม่ใช่ความจริง

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระราชศรัทธาแห่งพระมหากษัตริย์

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระราชศรัทธาแห่งพระมหากษัตริย์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระราชศรัทธาส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่ทรงจัดสร้างพระพุทธรูปส่วนพระองค์ขึ้นมา เนื่องในโอกาสมงคล เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉลองพระชนมพรรษา ฉลองวันพระราชสมภพ หรือเพื่อสร้างถวายแด่พระราชบุพการี พระพุทธรูปที่ทรงสร้างด้วยพระราชศรัทธาเหล่านี้มักเป็นพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี วันสมภพของเชื้อพระวงศ์ และสมเด็จพระสังฆราช   พระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์สร้างพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของสมเด็จพระอัยยิกา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 และพระราชบิดา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เป็นพระปางอุ้มบาตร พระประจำวันพุธ 2 องค์ และต่อมาพระองค์ทรงสร้างพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของพระองค์เอง คือ พระปางห้ามญาติ พระประจำวันจันทร์     จากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีจะทรงสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร อาทิเช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างพระปางสมาธิ พระประจำวันพฤหัสบดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างพระปางห้ามแก่นจันทร์ พระประจำวันจันทร์ […]

ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ

ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ การ ถวายอดิเรก เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี ที่ประธานคณะสงฆ์จะถวายอดิเรก หรือถวายพระพร แด่พระราชาและพระราชินี ธรรมเนียมสงฆ์นี้จะมีปรากฏในพระราชพิธีที่มีพิธีสงฆ์เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น   เป็นธรรมเนียมสงฆ์ที่เริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธีที่ไม่มีที่มาอย่างแน่ชัด แต่มีผู้รวบรวมไว้ในหนังสือคู่มือชาวพุทธ ฉบับพูดจาภาษาวัดว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระภิกษุชาวเมืองพัทลุงรูปหนึ่งชื่อ “พระสอน พุทธฺสโร” ซึ่งเดินทางมาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระสอนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นราชาคณะว่า “พระอุดมปิฏก” เมื่อสิ้นรัชสมัยแล้ว ได้กลับไปจำพรรษาที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นภูิมิลำเนาเดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยทรงผนวชและทรงรู้จักคุ้นเคยกับพระอุมปิฎกเป็นอย่างดี เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ตามหาและนิมนต์พระอุดมปิฎกมาเจริญพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีร่วมกับพระเถระรูปอื่น ๆ     ด้วยพระอุดมปิฎกนั่งอาสนะลำดับสุดท้ายของคณะสงฆ์ ครั้นถึงเวลารัชกาลที่ 4 ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม โดยลำดับจนถึงพระอุดมปิฎก พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ท่านเดินทางมาแต่ไกล นานปีจึงจะได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจทีเถิด” พระอุดมปิฎกถวายพระพรด้วยปฎิภาณโวหารเป็นภาษาบาลีว่า   อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว ทีฆายุโก […]

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น จิญจมาณวิกา ชื่อนี้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่สวดพระคาถาพาหุง หรือชัยมงคลคาถา พระพุทธมนต์สรรเสริญชัยชนะของพระพุทธเจ้า หลายคนอาจทราบดีว่านางจิญจมาณวิกา เป็นผู้หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้า แต่ตามจริงแล้วไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่คิดมุ่งร้ายต่อพระองค์   นางอมิตตดา อดีตชาติของนางจิญจมาณวิกา เรื่องราวของนางจิญจมาณวิกา ปรากฎในอรรถกถา แต่ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก และชาวพุทธก็รับรู้เรื่องของนางในฐานะหญิงร้ายที่คิดมุ่งจะทำลายพระพุทธเจ้าจากพระคาถาพาหุง ในอรรถกถาธรรมบทกล่าวถึงนางไว้ว่า นางจิญจมาณวิกาเป็นผู้นับถือเดียรถีย์ นักบวชในลัทธินี้ได้วานให้นางให้ร้ายว่านางท้องกับพระพุทธเจ้า นางใช้มารยาทแกล้งเข้าไปในพระเชตวันอยู่เสมอ หลังจากฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเสร็จก็ทำเป็นเข้าไปใกล้บริเวณที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้วแอบซุ่มอยู่ บางคนไม่มีแล้วจึงแอบออกไปทางอื่น บางทีก็ทำเป็นเข้าไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่แท้จริงแล้วแอบไปเข้าวัดของพวกเดียรถีย์ที่อยู่ใกล้เคียง ผ่านไป 9 เดือน จึงผูกไม้กลมที่ท้องแล้วเอาผ้าห่มทับข้างบนอีกที เพื่อให้ดูเหมือนท้องนั้นนูนออกมาเหมือนหญิงท้อง แล้วเข้าไปกลางฝูงชนที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วกล่าวร้ายว่าเด็กในท้องเป็นบุตรที่เกิดจากพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เรื่องจริงมีเพียงเรากับเธอเท่านั้นที่รู้” เทวดาทนเห็นการกระทำของนางไม่ได้ จึงจำแลงเป็นหนูแล้วกัดสายที่รัดท้องนาง เพื่อเปิดโปงความจริง เมื่อความจริงปรากฏว่านางไม่ได้ตั้งท้องจริง ฝูงชนเข้าขับไล่นาง นางวิ่งหนีไปยังไม่ทันจะพ้นประตูพระเชตวันก็ถูกธรณีสูบจากไปยังอเวจีมหานรกทันที     ในอดีตชาติของนางจิญจมาณวิกาคือนางอมิตตดา ภรรยาสาวของเฒ่าชูชกจากเวสสันดรชาดก ในอดีตชาตินั้นนางเป็นผู้ที่ให้ชูชกต้องมาทูลขอพระกัณหา-ชาลีไปจากพระเวสสันดร คงเป็นวิบากที่นางมีต่อพระพุทธเจ้า จึงค่อยขัดขวางและสร้างปัญหาให้กับพระพุทธเจ้ามาจนถึงสมัยพุทธกาล ส่วนเฒ่าชูชกก็มาเกิดเป็นพระเทวทัต ซึ่งเป็นอริกับพระพุทธเจ้ามาหลายภพชาติเช่นกัน   นางสุนทรีปริพาชิกา หญิงมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าอีกนางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก นางสุนทรีปริพาชิกา เป็นนักบวชหญิงเดียรถีย์ที่มีมิจฉาทิฏฐิ คือไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย […]

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ เว็บไซค์ มหาเถรสมาคม ได้ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่องกำหนดพระปริตรสำหรับเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า เนื่องในโอกาศมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ในการพระราชพิธีดังกล่าวจะมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การนี้ สำนักพระราชวัง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้นมัสการสมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี เพื่อโปรดพิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อในวัดทุกวัดในประเทศ และต่างประเทศใช้เป็นบทเจริญพระพุทธมนต์ ในการพระราชพิธีดังกล่าว บัดนี้ สมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี ได้พิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้มีบัญชาให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำบทพระปริตรเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้ 1. บทชุมนุมเทวดา 2. บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า (นะโม ตัสสะ) 3. […]

ชีวิตของลูกเลี้ยง ที่เหมือน ‘ตายทั้งเป็น’

ครั้งหนึ่งครอบครัวของฉันเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่แม่เสียชีวิตและมีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาในครอบครัวของเรา จึงได้รู้ว่า ชีวิตที่ตายทั้งเป็นนั้นเป็นอย่างไร ชีวิตของลูกเลี้ยง ฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พ่อมีอาชีพเป็นชาวประมง ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร ฉันมีพี่น้องทั้งหมด 12 คน  ฉันเป็นคนที่ 9 แต่น้อง 3 คนเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ๆ ฉันจึงกลายเป็นลูกสุดท้องไปโดยปริยาย ไม่นานหลังจากแม่เสีย พ่อก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่บ้าน เธอขายผักอยู่ในตลาด พ่อหลอกว่าอยู่ตัวคนเดียว เมื่อเธอรู้ความจริงว่าพ่อมีลูก 9 คน เธอไม่ได้ว่าอะไร กลับดูแลพวกเราเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ ตอนฉันเป็นเด็ก เธอให้กำเนิดลูกชาย 2 คน คนโตส่งไปให้แม่เธอเลี้ยง ส่วนคนเล็กเธอเลี้ยงเอง ชีวิตของฉันดำเนินไปด้วยดี พี่ชายคนโตรับราชการเป็นครู ต่อมาแต่งงานจึงย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตมีแต่ความสุข จนกระทั่งวันที่พ่อและบรรดาพี่ชายทุกคนออกเรือไปในทะเลเป็นเวลาแรมเดือน เหลือเพียงฉันและพี่สาว เธอจึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา แม่เลี้ยงใช้เราทั้งคู่ทำงานบ้านทุกอย่าง เธอปลุกพวกเราตอนตีสามให้ลุกมาทำงาน ถ้าไม่ลุกจะโดนดึงหู เธอเคยดึงจนหูฉันฉีก ฉันเจ็บมาก อยากไปหาหมอ แต่ไม่มีเงิน เพราะแม่เลี้ยงไม่ให้ไป ฉันทำได้แค่เอาน้ำเกลือมาล้างแผล แม่เลี้ยงใช้แรงงานพวกเราราวกับทาสในเรือนเบี้ย ไม่ได้ดั่งใจก็ทุบตี บางทีก็จับขังไว้ในห้องนอน ให้อดข้าวอดน้ำหลายวัน ระหว่างนั้นพี่สาวของฉันมีชายหนุ่มเข้ามาติดพัน เธอทนที่โดนทำร้ายไม่ไหว จึงหนีตามชายหนุ่มคนนั้นไป เมื่อพ่อกลับมาจากการออกเรือไปหาปลา ฉันเล่าให้พ่อฟังว่าแม่เลี้ยงทำอะไรฉันบ้าง แล้วฉันก็แทบหัวใจสลาย พ่อไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เพราะถูกแม่เลี้ยงเป่าหู ทุกครั้งที่พ่อออกไปทำงานคือช่วงเวลาที่ฉันถูกทำร้าย นอกจากงานในบ้านที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แม้แต่เรื่องอาหารก็ได้กินแต่ของเหลือ ๆ อย่างถ้าแม่เลี้ยงซื้อเป็ดมากินกับญาติตัวเอง ก็กินเนื้อเป็ดจนหมดแล้วเหลือกระดูกไว้ให้ฉันกิน พอรองเท้านักเรียนของฉันขาด แม่เลี้ยงก็ไม่ซื้อให้ใหม่ ฉันต้องเก็บเงินซื้อทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าเอง เงินเก็บของฉันมาจากเงินที่แม่เลี้ยงให้วันละบาท ซึ่งให้บ้างไม่ให้บ้าง ถ้าพ่ออยู่เธอให้ห้าบาท ระหว่างเก็บเงิน ฉันต้องเอาถุงพลาสติกสวมแทนรองเท้าและพยายามเดินบนพื้นหญ้าจะได้ไม่ร้อนเท้า ตอนอยู่โรงเรียนฉันประทังความหิวโดยการดื่มน้ำจากแท็งก์น้ำของโรงเรียน เพราะต้องการเก็บเงินไว้ซื้อรองเท้าให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเงินก็ไม่พอซื้อรองเท้าอยู่ดี หลังจากจบ ป.4 ฉันอยากเรียนต่อ ป.5 จะได้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะสมัยนั้นเริ่มสอนภาษาอังกฤษกันตอน ป.5 ฉันอยากมีความรู้ไว้ติดตัวบ้างก็เท่านั้นเอง แต่แม่เลี้ยงตอบว่า “ผู้หญิงเรียนมากก็เหี้_มาก ไม่ต้องเรียนเดี๋ยวผัวก็เลี้ยง” ฉันจึงไม่ได้เรียนต่อ ต้องออกมาทำงานบ้าน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และเริ่มมีเงินเก็บพอสมควร ต่อมาแม่เลี้ยงเริ่มเล่นหวยหนักจนเงินหมด ก็มายืมเงินฉันไปเป็นทุนซื้อผักไปขายในตลาด ฉันก็ให้ไปและคิดว่าเดี๋ยวคงได้คืน วันหนึ่งฉันเพิ่งทำงานบ้านเสร็จ เหนื่อยมาก หิวจนตาลาย แต่แม่เลี้ยงไม่ให้กินข้าว ฉันโมโหหิวขว้างจานข้ามหัวพ่อที่กลับมาบ้านพอดี พ่อไม่เคยเห็นฉันเป็นแบบนี้จึงตวาดว่า “นี่มึงทำถึงขนาดนี้เลยหรือ” แล้วพ่อก็ตี ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงกระทำ “ตอนเขาตีหนู พ่อเคยเห็นบ้างไหม พ่อเคยอยู่ดูแลหนูบ้างหรือเปล่า” ฉันพูดทั้งน้ำตา แล้วก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อฟังอีกครั้งจนพ่อไปตีแม่เลี้ยง เพราะพ่อเห็นว่าทำกับฉันหนักเกินไป เมื่อพ่อต้องออกไปกับเรืออีกครั้ง แม่เลี้ยงก็แผลงฤทธิ์หนักขึ้น ฉันจึงทวงเงินที่เขายืมไปบ้าง เพราะคิดว่าจะไม่ยอมอีกแล้ว ปรากฏว่าเขาโกรธจัด จับฉันมัดข้อมือไว้กับเพดาน ตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางบ้าน จากนั้นเธอเดินไปหยิบหางกระเบนมาฟาดหลัง ตอนนั้นฉันใส่เสื้อคอกระเช้าบางเฉียบ แรงเหวี่ยงของหางกระเบนที่ฟาดมาทำให้เนื้อแตก หลังจากตีจนสาแก่ใจก็ไปเอาน้ำเกลือหนึ่งกะละมังมาสาดที่แผลสด ๆ ฉันเจ็บแสบทรมานมากจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ วันหนึ่งฉันไปขายผักแทนแม่เลี้ยงที่ตลาดและเจอเพื่อนบริเวณนั้น จึงขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายถึงพี่ชายที่เป็นครูให้มารับไปอยู่ด้วยเพราะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อพี่ชายได้รับจดหมายจึงรีบมารับทันที โดยที่แม่เลี้ยงก็ขัดขวางไม่ได้เพราะพี่ชายโตแล้ว เธอไม่กล้ายุ่ง เวลาผ่านไปจนฉันอายุ 14 […]

เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ “ฉันทำเพื่อความสุขของตัวเอง”

หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่เด็กๆ ทุกคนต้องเจอก็คือ “โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร” เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์  คุณครูของเจี๊ยบ (เจี๊ยบ ลลนา ก้องธรนินทร์ ) ก็ถามอย่างนี้เหมือนกันค่ะ เพียงแต่เด็กๆ ทุกคนต้องตอบคำถามด้วยภาพวาดค่ะ วันนั้นภาพของเจี๊ยบไม่เหมือนใครในห้องเลย…เพราะเจี๊ยบวาดภาพตัวเองเป็น “พยาธิ” อยู่ในท้องคุณแม่ ตอนเด็กๆ เจี๊ยบขี้เกียจมาก ไม่สนใจการเรียนแม้แต่น้อย ในหัวมีแต่ความคิดว่า “อยากสบาย” ซึ่งคิดไปคิดมาคงไม่มีอะไรดีไปกว่าเป็นพยาธิในท้องคุณแม่! เพราะนอกจากมีอาหารให้กินตลอดๆ แล้ว คุณแม่ยังไม่คิดจะกินยาถ่ายพยาธิอย่างเจี๊ยบออกจากท้องอย่างแน่นอน สุขกว่านี้มีอีกไหม…ความคิดของเจี๊ยบเลิศไหมล่ะ พอขึ้น ม.3 คุณแม่ก็จับเจี๊ยบไปดัดฟัน จำแม่นเลยว่าเวลาไปเปลี่ยนยางสีๆ หมอฟันแค่ใช้คีมบิดๆ ไม่กี่ทีก็ได้เงินเป็นพันแล้ว เจี๊ยบก็เริ่มเกิดความคิดว่า “หมอฟัน” ก็เป็นอาชีพที่ดีนะ งั้นเป็นหมอฟันดีกว่า จากนั้นเจี๊ยบก็ปฏิวัติตัวเองใหม่ หันมาตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้าหมอฟันให้ได้ เวลาผ่านไปจน ม.6 เจี๊ยบมีโอกาสได้ไปเข้าโครงการอยากเป็นหมอที่โรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง แค่วันแรกที่ก้าวเข้าไปในโรงพยาบาล ภาพผู้คนสีหน้าอมทุกข์ คนนั้นปวดท้อง คนนู้นเจ็บแผล เพราะทุกคนต้องรอหมอที่มีแค่ 2 คน สิ่งที่ได้พบเจอในวันนั้นกระแทกใจเจี๊ยบอย่างแรง อยากช่วยใจจะขาด แต่ติดว่ายังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ในที่สุดเจี๊ยบตัดสินใจเดินหลบออกไป ใจก็คิดไปพลางว่า จะทำยังไงให้คนเหล่านี้ไม่ต้องทุกข์ […]

การให้ทานที่ได้ผลสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงการให้ทานอย่างไร จึงจะถือว่าเป็นการทำบุญอย่างสมบูรณ์ คราวนี้เราก็มาตรวจสอบตัวเองว่า ทานของเรา ได้ผลสมบูรณ์ ไหม โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ให้พิจารณาเริ่มตั้งแต่ด้านจิตใจว่าเจตนาของเราดีไหม

“ประตูสู่ธรรม” เมื่อทุกข์และธรรมใกล้ชิดกันราวกับฝาแฝด บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ทุกข์นั้นชวนให้รู้สึกหม่นหมอง ขณะที่ธรรมให้ความรู้สึกโปร่งเบา  สว่างไสว  อยากเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริง  ทุกข์กับธรรมนั้นใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง  ราวกับฝาแฝดก็ว่าได้

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์ นันโทปนันทนาคราช เป็นชื่อของพญานาคที่คนไทยรู้จักพอ ๆ กับมุจลินทนาคราช ในฐานะนาคมิจฉาทิฏฐิ คือนาคที่ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และคำสอนของพระองค์ หลายคนอาจคุ้นชื่อของพญานาคตนนี้จากพระคาถาพาหุง ตรงท่องที่ว่า ” นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม ชะยะมังคะลา “ แปลว่า ” พระจอมมุนีได้ทรงโปรดให้พระมหาโมคคัลลานเถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาคราชชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความหลงผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีใช้ฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น ” พระคาถาในท่องที่ยกมานี้ปรากฎในอรรถกถา มหาโมคคัลลานเถรคาถา โดยมีความอยู่ว่า ครั้งพระพุทธเจ้าตรวจดูหมื่นโลกธาตุในเวลาใกล้รุ่งนั้น ปรากฎภาพของนันโทปนันทนาคราชขึ้นในทิพยญาณ พระองค์ตรวจอุปนิสัยของพญานาคตนนี้แล้วพบว่าเป็นนาคที่มีมิจฉาทิฏฐิ ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย พระองค์ทรงเห็นว่ามีพระพุทธบุตรเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยปราบพยศให้พญานาคตนนี้ละจากมิจฉาทิฏฐิได้คือ พระมหาโมคคัลลานะ พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์เรียกพระภิกษุ 500 รูปให้เดินทางร่วมกับพระองค์ไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งในคณะพระภิกษุมีพระมหาโมคคัลลานะรวมอยู่ด้วย ขณะที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้ง 500 กำลังเหาะไปยังแดนสวรรค์ ได้เหาะข้ามเหล่านาคที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับสุรา โดยมีนันโทปนันทนาคราขเป็นประธาน […]

เบื้องหลังพระเอกมาดเท่ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี

ละคร “อย่าลืมฉัน” ซึ่งนำแสดงโดย ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ถึงแม้จะกลับมารีรันอีกครั้งก็สร้างความฟินจิกหมอนให้สาวๆได้ไม่น้อย ในจอดูหล่อ มาดเท่ห์

3 สาวกับเรื่องราว “การให้อภัย”

การ “ให้อภัย” อาจเป็นเรื่อง “พูดง่าย ทำยาก” แต่เราพบว่า หลายคนที่ทำได้พบความสุขใจบางอย่าง ซึ่งเราอยากให้คุณ ๆ ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนั้นเช่นเดียวกัน…

Dhamma Daily : ลูกน้องดื้อ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ควรทำอย่างไรดี

ลูกน้อง ที่ทำงานไม่เป็นมืออาชีพ จะไม่ควบคุมพฤติกรรม และไม่ปรับตัวเองให้เข้ากับหน้าที่ตน มีนิสัยอย่างไร ก็มักจะเอานิสัยส่วนตัวไปใช้ในการแสดงบทนั้นๆ

5 ข้อคิดง่าย ๆ เพื่อเอาชนะใจตนเอง โดย คุณพศิน อินทรวงค์

เอาชนะใจใคร ก็ไม่ยากเท่าเอาชนะใจตัวเองหรอกค่ะ จริงไหม สำหรับผู้ที่ต้องการเอา ชนะใจตนเอง มาดู 5 ข้อคิดนี้ได้เลยค่ะ อ่านจบแล้วอย่าลืมนำไปปรับใช้กับตัวเองนะคะ

ความในใจ เข้าใจธรรมะจากความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

ความในใจ เข้าใจธรรมะจากความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) เป็นเรื่องปกติที่คนราทุกคนจะมีความลับทีซ่อนเร้นอยู่ในใจ เป็น ความในใจ ที่มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ มาทำความเข้าใจธรรมะด้วยความลับนี้กันเถอะ มนุษย์ทุกคนมี ความในใจ มีเรื่องภายในใจที่เป็นความลับเฉพาะ เริ่มตั้งแต่ลับเฉพาะกลุ่ม ลับเฉพาะเพื่อน ลับเฉพาะเพศ ลับเฉพาะสามีภรรยาลับเฉพาะคนสองคน และลับเฉพาะตัวเราคนเดียว เป็นเรื่องที่คนอื่นจะล่วงรู้ไม่ได้ บางเรื่องเป็นผลประโยชน์ บางเรื่องเป็นอารมณ์ บางเรื่องเป็นพฤติกรรมส่วนตัวส่วนมากความในใจของคนมักจะมีคนอยากรู้อยากเห็น อยากล่วงรู้ความลับ อยากเอาออกมาตีแผ่ บางทีเมื่อเจ้าตัวตายไปแล้วความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป จะมีคนนำออกมาตีแผ่ เผยแพร่ให้สังคมรู้ ส่วนมากมักเป็นเรื่องไม่ดี แม้เป็นเรื่องไม่ดีเลย แต่มีคนสนใจใคร่รู้ ความลับที่เป็นความในใจระหว่างบุคคลท่านว่าเป็นสนิมใจ คิดถึงทีไรอาจทำให้เราสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยิ้มบ้าง ร้องไห้บ้าง แต่เมื่อทำลงไปแล้ว ก็ต้องปิดไว้ให้ตายไปกับตัว ลองถามใจท่านเองว่า ท่านมีเรื่องราวที่เป็นความลับในใจมากน้อยเพียงไร ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนมีความลับในใจ มีเรื่องที่อยาก พูดแต่พูดไม่ได้ มีเรื่องเฉพาะระหว่างคนสองคน หรือเรื่องลับเฉพาะส่วนตัว รู้ได้คนเดียว ข้าพเจ้าเห็นว่า ความสุขหรือความทุกข์ของมนุษย์มักอยู่ที่เรื่องในใจนี่เอง มิใช่เรื่องอื่น ถ้าเป็นเรื่องการงาน การเงิน สังคมก็ยังพอเขี่ยอารมณ์นั้นออกจากใจได้ ให้กาลเวลาช่วยเยียวยาบ้าง แต่บางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ปรึกษาหารือกับใครก็ไม่ได้ เราจำเป็นต้องหาวิธีชำระล้างสนิมในใจด้วยตัวเราเอง ในบางศาสนาอาจมีพิธีล้างบาป ก็คือล้างสนิมในใจนั่นเอง ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ล้างแล้วบาปหมดไป อาจเป็นได้ที่ล้างความรู้สึกออกไป คือให้มีคนซึ่งสมมุติตนเป็นตัวแทนเบื้องบนมารับรู้ ให้ระบายความในใจนั้นออกมาจนหมด พอสบายใจแล้วก็หยุด ก็เป็นหลักจิตวิทยาง่าย ๆ ที่สามารถทำให้คนสบายใจได้ระดับหนึ่ง ในพระพุทธศาสนา ท่านสอนให้ละชั่วทำดี ทำใจให้ผ่องใส ความชั่วที่ยังไม่ทำพอหยุดยั้งไว้ได้ แต่ความชั่วที่ทำไปแล้วจะทำอย่างไรให้ใจผ่องใส นี่คือจุดสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจถึงสภาวะของจิต ท่านสอนเราว่า ให้พิจารณาทุกอย่างเริ่มแต่ตัวตนของเราทุกอณูของชีวิต  ผลิตผลมาจากดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ และทุกอย่างในชีวิตก็ล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ คิดดูให้ดี มีเพียงเท่านี้จริง ๆ เพื่อสลายอารมณ์ในใจของเราให้หมดไป ทำใจให้ผ่องใสและผ่อนคลาย บางเบา ไม่ไปเพิ่มกำลังของกิเลสตัวไหนอีกต่อไป ใจก็จะสงบเย็น เห็นทุกอย่างเป็นธรรมชาติที่ว่างเปล่า นี่คือวิธีชำระความในใจด้วยตัวเราเองโดยไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ทำพิธีอะไรให้สิ้นเปลือง เรื่องเกิดที่ใจ ต้องกลับมาชำระใจ   เรื่อง พระราชญาณกวี (ปิยโสภณ) ที่มา นิตยสารซีเคร็ต ภาพ  https://pixabay.com บทความน่าสนใจ โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ร็อคเกอร์หัวใจรักษ์โลก ดั่งกันและกัน บทความดี ๆ สื่อถึงความประทับใจของผู้ป่วยจาก นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกำพล ข้อด้อยที่กลายเป็นข้อดี เปลี่ยนมุมมองข้อเสียที่ใคร ๆ มองข้ามเป็นจุดเด่นที่ทำให้เรามั่นใจกันเถอะ บทความให้กำลังใจ ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วย เรื่องเล่าของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ความลับของนาคราช ดิฉันมี สามีเป็นเกย์ ! ความลับในความรักที่ต้องการคำตอบ ความลับของ หลุยส์ สก๊อต […]

“เพราะไม่อยากสูญเสียท่านไป”… เรื่องจริงจากลูกที่ไม่กล้าบอกรักพ่อ

โชคดีที่ในที่สุดฉันกล้าพอที่จะทำในสิ่งที่ฉันพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด มันเป็นครั้งแรกที่ฉัน “ยอมรับ” สัจธรรม ของชีวิตและยอมเข้าใจโลกตามความเป็นจริง

keyboard_arrow_up