ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวในแง่มุมที่คิดไม่ถึงสำหรับ คนเกลียดวัด

ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวในแง่มุมที่คิดไม่ถึงสำหรับ คนเกลียดวัด ท่านพุทธทาสภิกขุสอนเรื่องครอบครัวได้อย่างกินใจ เห็นธรรมะลึกซึ้ง จนตระหนักว่าหากยึดตามคำสอนของท่าน คนเกลียดวัด ที่มองเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องทางโลก จะเข้าใจในทันทีว่า หากปฏิบัติตามคำสอนนี้ เรื่องของการมีครอบครัวเป็นเรื่องเดียวกับทางธรรม เรื่องของครอบครัวเป็นกิจของฆราวาส แต่ภิกษุสมัยนี้ก็อยู่กันไม่ต่างจากครอบครัว ผิดกับภิกษุในสมัยพุทธกาลที่ไม่สนใจเรื่องครอบครัว เพราะภิกษุในปัจจุบันยังสนใจกับบุพการี ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ คือยังห่วงเรื่องทางโลกอยู่ทั้งที่ตนมาเป็นภิกษุผู้ละทางโลกแล้ว คำพูดโดยสังเขปของท่านพุทธทาสที่ยกมานี้ แม้ท่านจะกล่าวมานานมากแล้ว ในปัจจุบันก็ยังพบเห็นพระภิกษุมีความกตัญญูกตเวที ดูแลโยมพ่อโยมแม่อย่างที่เห็นตามข่าว ฆราวาสอย่างเรามองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้ที่ว่า “ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี” แต่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า ภิกษุผู้ละทางโลกแล้วต้องละให้ได้ เหมือนอย่างภิกษุในสมัยพุทธกาลที่ไม่เลี้ยวหลังไปสนใจครอบครัวอีกเลยหลังจากออกบวช  ทั้งนี้ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวถึงเรื่องการมีครอบครัวของฆราวาสไว้อย่างน่าสนใจว่า     ทำไมฆราวาสมีครอบครัว แต่เราจะพูดกันถึงครอบครัวธรรมดาสามัญของฆราวาสทั้งหลายว่า เขามีครอบครัวกันทำไม ? โดยขนบธรรมเนียมประเพณี เขาจัดให้มีครอบครัวอย่างเป็นระเบียบ เพื่อว่าคนอย่าต้องเบียดเบียนกัน เพราะปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครั้นมีครอบครัวแล้ว ก็หลงใหลอย่างหลับหูหลับตา ในความหมายของคำว่า “ครอบครัว” มีความรักอย่างโง่เขลาในเรื่องอันเกี่ยวกับครอบครัว จนได้เป็นทุกข์อันเนื่องมาจากครอบครัวนั้นเอง สมน้ำหน้าคนโง่ สมน้ำหน้าคนเกลียดวัด ที่ไม่รู้จักว่าครอบครัวนั้นคือใคร ? และจะต้องมีทำไม ?     ครอบครัวที่แท้จริงคือเพื่อนร่วมเดินทางไปสู่พระนิพพาน ถ้ามองดูด้วยสติปัญญาในเรื่องทางจิตวิญญาณ ควรจะมองเห็นได้ว่า ครอบครัวนั้นคือเพื่อนเดินทางไปนิพพาน […]

Sundae Kids พื้นที่ถ่ายทอดผลงาน ความฝัน และตัวตน

Sundae Kids พื้นที่ถ่ายทอดผลงาน ความฝัน และตัวตน หลายคนอาจเคยเห็นการ์ตูน 3 ช่องที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวในหลากหลายแง่มุม หรือบางทีก็เป็นการถ่ายทอดโมเมนต์ละมุนชวนอบอุ่นหัวใจ ด้วยการใช้ลายเส้นที่ดูเรียบง่ายและสีสันสบายตา ผลงานที่กล่าวมานี้เป็นของ โป๊ยเซียน – ปราชญา มหาเปารยะ และ กวิน เทียนวุฒิชัย เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Sundae Kids ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 9 แสนคน แต่กว่าจะประสบความสำเร็จจนกลายเป็นศิลปินที่เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผลงานแต่ละชิ้นผ่านกระบวนการคิดและออกแบบครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะได้ชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โป๊ยเซียนเล่าถึงจุดเร่ิ่มต้นให้ฟังว่า “เรากับกวินเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกเรขศิลป์หรือกราฟิกดีไซน์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาด้วยกัน และกวินก็คือคนต้นคิดที่บอกให้เราลองทำเพจขึ้นมา” กวินกล่าวเสริมว่า “เราเริ่มเปิดเพจกันตอนเรียนชั้นปี 4 เรียกว่าดูงานกันมา 4 ปี จึงพอรู้ว่าโป๊ยเซียนถนัดวิชา Illustration และ Advertising ทั้งสองสิ่งที่เขาถนัดค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ถ้าเขาอยากสมัครเข้าทำงานด้านกราฟิกหลังเรียนจบ เขาต้องมีความถนัดที่หลากหลายกว่านี้ ผมจึงแนะนำให้เขาเปิดเพจ เผื่อจะรับงานฟรีแลนซ์ได้ ไม่ต้องทำงานประจำ ส่วนผมหลังเรียนจบก็ไปทำงานในกราฟิกเฮ้าส์ได้ประมาณ 6 – 7 เดือนก่อนจะออกมาช่วยโป๊ยเซียนเต็มตัว” หลังจากนั้นจึงเกิดเป็นเพจSundae Kids ที่นำเสนอภาพการ์ตูน 3 […]

วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

องค์กรจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจทั้งจากเจ้านายและผู้ใต้บังคับบัญชา แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไร ร่วมหาคำตอบได้ใน “วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ”

“ม้างกาย” วิชาของ หลวงปู่หลุย จันทสาโร

หลวงปู่หลุย จันทสาโร เป็นพระนักปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านชำนาญมากในการรู้วารจิตคนอื่น เคยแอบดูวารจิตหลวงปู่มั่นจนถูกท่านดุ ก่อนที่หลวงปู่หลุยจะได้รู้ว่าวารจิตคนอื่น ท่านฝึกสมาธิตามคำแนะนำของชีผู้ทรงอภิญญา ท่านเล่าว่า ตอนที่เป็นพระหนุ่ม ไปปฏิบัติสมาธิกับครูบาอาจารย์ ได้ทราบข่าวว่ามีแม่ชีได้อภิญญาสูง หูทิพย์ ตาทิพย์ รู้วารจิตของคนอื่น แม่ชีท่านหนึ่งชื่อ “ชีจันทร์” ส่วนอีกท่านหนึ่งชื่อ “ชียอ” ล้วนได้อภิญญาทั้งคู่ โดยเฉพาะชียอตาบอดมองไม่เห็น แต่สมาธิสูงมาก รู้ไปหมดว่าพระองค์ไหนสำเร็จชั้นไหนและติดขัดอยู่ในธรรมขั้นใด วันหนึ่งท่านจึงเดินทางไปกับท่านอาจารย์อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เพื่อพิสูจน์ให้รู้ความจริง พอไปถึง โยมที่นั่นนิมนต์ท่านอาจารย์อ่อนและอาจารย์ฝั้นขึ้นเทศน์ เทศน์จบลงธรรมาสน์ หลวงปู่หลุยเข้าไปถามแม่ชีเกี่ยวกับอาจารย์ทั้งสองรูป ท่านว่าแม่ชีรู้ไปหมดสมคำร่ำลือจริง ๆ ท่านจึงเกิดความอัศจรรย์ใจ เข้าไปถามแม่ชีถึงแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้อย่างนั้น แม่ชีได้อธิบายแนวปฏิบัติให้ท่านอย่างละเอียดพิสดาร ไม่ปิดบังอำพราง เรียกเป็นภาษาอีสานโบราณว่า “ม้างกาย” “ม้าง” แปลว่า “ผ่า หรือแยกออกเป็นส่วน ๆ เป็นชิ้น ๆ” เหมือนการรื้อบ้าน หรือการถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ออกจากกันจนไม่เหลือความเป็นบ้านหรือคอมพิวเตอร์ พอรู้อุบายการปฏิบัติเท่านั้น หลวงปู่หลุยก็ทุ่มเทให้การปฏิบัติอย่างจริงจัง สุดท้ายท่านก็สำเร็จ จิตรวมพรึบเป็นสมาธิขึ้นฌาน […]

9 วิธีสะสมแต้ม เพื่อไป” นิพพาน “

เมื่อเห็นคำว่า ” นิพพาน ” คาดว่าหลายคนคงเบือนหน้าหนี เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ไกลใจ จนคนธรรมดาอย่างเราๆ ไม่มีทางเข้าใจและไปถึง

ถอดรหัสวัดเมืองน่าน ตอน วัดภูมินทร์ แง่งามแห่งนิพพาน

ถอดรหัสวัดเมืองน่าน ตอน วัดภูมินทร์ แง่งามแห่งนิพพาน หลายท่านอาจเคยรู้จักและมีโอกาสไปเยือน วัดภูมินทร์ จ.น่าน แต่หลายท่านอาจยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ววัดแห่งนี้มีนัยยะของพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์แฝงไว้อย่างแยบคาย วัดภูมินทร์ เดิมชื่อวัดพรหมมินทร์ เป็นวัดหลวงตั้งอยู่ในเขตพระนคร ตำบลในเวียง จังหวัดน่าน เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2139 ต่อมาอีกประมาณ 300 ปี มีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิ์เดช เมื่อ พ.ศ.2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) ใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 7 ปี ความสวยแปลกของวัดภูมินทร์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน อันเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยคือเจดีย์ พระอุโบสถและพระวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน เป็นทรงจตุรมุข (กรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่าเป็นอุโบสถจตุรมุขหลังแรกของประเทศไทย) มีนาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้บนกลางลำตัว ใจกลางพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชี หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้ง 4 ทิศ เบื้องพระปฤษฎางค์ชนกัน ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังศิลปกรรมไทลื้อ ที่เล่าเรื่องชาดกตำนานพื้นบ้านและความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต สาเหตุที่พระอุโบสถหันหน้าไปทางทิศเหนือ เพราะถือเป็นทิศเดียวกับที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าหันเศียรไปเมื่อครั้งเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน บริเวณซุ้มกึ่งกลางประตูวิหารใช้รูปตุงล้านนามาประดับ เชื่อกันว่า ตุง คือ ธงแห่งชัยชนะ หนึ่งในแปดสัญลักษณ์ที่พระพุทธเจ้าใช้ประกาศชัยชนะเหนือหมู่มาร (สัญลักษณ์ทั้ง 8 ได้แก่ สังข์ […]

Dhamma Daily :คนธรรมดาที่ ยังมีห่วง อย่างเรา ๆ จะถึงนิพพานกันได้อย่างไรคะ

Dhamma Daily :คนธรรมดาที่ ยังมีห่วง อย่างเรา ๆ จะถึงนิพพานกันได้อย่างไรคะ ถาม: คนธรรมดาที่ยังมีห่วงอย่างเรา ๆ จะถึงนิพพานกันได้อย่างไรคะ ตอบ: คนธรรมดาที่เป็นฆราวาสถึงนิพพานเยอะแยะไป อย่างพระเจ้าสุทโธทนะเองไม่ได้บวช แต่ก็ถึงพระอรหันต์ หรือฝรั่งบางคนแม้จะไม่ได้อยู่ในศาสนาพุทธ แต่ถ้าปฏิบัติได้ถูกทางก็หลุดพ้นได้ คนที่อยากจะถึงนิพพานจริงๆ จำต้องอาศัยการปรารภความเพียร และความพยายามเป็นตัวช่วยนะ ไม่งั้นคงถึงได้ยาก ถ้าหากอยากเริ่มต้นปูทางไปนิพพานตั้งแต่วันนี้ ก็ลองเริ่มทำนิพพานน้อยๆ ที่เรียกว่า ตทังคนิพพาน หรือ นิพพานชั่วขณะ (ภาวะของกิเลสเกิดขึ้นและดับไปชั่วขณะด้วยอำนาจของฌาน) ดูก่อนก็ได้ เช่นเวลาใจเร่าร้อนแล้วเรารู้เท่าทันตัวเองจนเห็นความเร่าร้อนที่ดับไป ก็ถือว่าเป็นนิพพานน้อยๆ ได้เหมือนกัน ไฟไหม้เราใช้น้ำดับได้ แต่เวลาใจของเราถูกแผดเผาให้เร่าร้อน ทุรนทุราย จากไฟพิเศษที่เรียกกันว่าไฟบรรลัยกัลป์จะนั่งที่ไหนก็ร้อน…ในน้ำก็ร้อน ห้องแอร์ก็ไม่เย็น…จะใช้อะไรดับก็ไม่ได้ ต้องมีอุปกรณ์ในการดับ คือใจของผู้ถูกเผาเองนั่นละ ในตัวของเรามีไฟอยู่สามกองที่เรียกว่าไฟกิเลส กองแรกคือราคะ ตั้งแต่เช้าถูกไฟกองนี้เผามาบ้างไหม อยากทานอะไรสักอย่าง อยากดูหนัง ดูละคร ซื้อนั่นนู่นนี่ กองที่สองคือโทสะความขัดใจ จากบ้านมาถึงที่ทำงาน ขัดใจคนที่บ้าน เพื่อนที่ทำงาน เจ้านาย ลูกน้องบ้างหรือเปล่า หรือที่โรงเรียนมีเพื่อนมาขัดใจเราบ้างไหม กองสุดท้ายคือโมหะ ความลุ่มหลง […]

การบวช ไม่ใช่หนทางเดียวสู่ มรรคผล นิพพาน ธรรมะจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เข้าใจอย่างผิดๆ ว่า การบวชเท่านั้นเป็นหนทางแห่งมรรค ผล นิพพาน เพราะแท้ที่จริงนั้น การบวชเป็นเพียง “เส้นทางหนึ่ง” ในบรรดาสองทาง

ไว้อาลัย ดิน – กษิดินทร์ แสงวงศ์ เจ้าของบทละครบัลลังก์เมฆ บาปรัก เมืองมายา

ไว้อาลัย ดิน – กษิดินทร์ แสงวงศ์ เจ้าของบทละครบัลลังก์เมฆ บาปรัก เมืองมายา ดิน – กษิดินทร์ แสงวงศ์ ได้จากพวกเราคอละครเอ็กแซ็กท์ไปแล้ว หลังจากสร้างผลงานไว้ให้ติดตรึงใจ และสร้างความประทับใจให้พวกเราเหล่าคนดูมาอย่างยาวนาน คุณนิค – วิเชียร ฤกษ์ไพศาล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานมิวสิค โปรดักชั่น และโปรโมชั่น บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัวถึงการจากไปอย่างสงบของนักเขียนบทละครโทรทัศน์มือทองท่านนี้ว่า   ” ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้เขียนถึง “ดิน-กษิดินทร์ แสงวงศ์” เพื่อนคนหนึ่งของผม เรารู้จัก เรียนด้วยกัน และทำกิจกรรมด้านศิลปการละครร่วมกันที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ปี2520 จนเมื่อเรียนจบก็ยังมีโอกาสไปร่วมกันกับเพื่อนรุ่นพี่ก่อตั้งคณะละครเร่ ชื่อ “มะขามป้อม” ในโครงการสื่อชาวบ้าน สังกัด กศส. (กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม) ซึ่งยังคงสืบทอดต่อมาโดยสมาชิกรุ่นหลังจนก่อตั้งเป็นมูลนิธิ “สื่อชาวบ้าน” ในปัจจุบัน ดินเก่งเรื่องการแสดง การเขียนบท การประดิษฐ์คิดค้นหุ่นจากเศษวัสดุ สนใจการฟังเพลง และถือเป็นครูที่แนะนำเรื่องเพลงให้ผมคนหนึ่ง […]

พอ อายุใกล้ 70 ข้าพเจ้า เรียนรู้ สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต ข้อคิดจาก เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน

เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน ชื่อดัง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิตเมื่อผ่านเข้า อายุใกล้ 70 ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้

ท่านพุทธทาสภิกขุระงับ โรคหัวใจวาย และน้ำท่วมปอดด้วยธรรมโอสถของพระพุทธเจ้า

เหตุการณ์ท่านพุทธทาสภิกขุอาพาธด้วย โรคหัวใจวาย และน้ำท่วมปอดนี้ เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ชาวพุทธจะได้เรียนรู้วิธีการระงับโรคภัยด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า หมู่นี้สังเกตได้ว่าผู้คนหันมาสนใจเรื่องขอบสุขภาพกันมากขึ้น อาจเรียกว่าเป็นเทรนด์ หรือ กระแส ดังนั้นการนำพระพุทธศาสนา หรือธรรมะเข้ามาในกระแสที่กำลังนิยม น่าจะช่วยทำให้ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นที่สนใจมากขึ้น จึงเห็นควรว่าถ้านำเหตุการณ์ของพระสงฆ์อาพาธที่เป็นที่รู้จักของคนไทย มาบอกเล่าสู่กันฟัง น่าจะทำให้เราเข้าใจถึงธรรมะของพระพุทธเจ้าที่สามารถช่วยเรื่องของสุขภาพได้เป็นอย่างดี จึงขอยกเหตุการณ์อาพาธของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งในขณะนั้นท่านอาพาธเป็นโรคหัวใจวายและน้ำท่วมปวด     ครั้งท่านพุทธทาสภิกขุอาพาธด้วยโรคหัวใจวายและน้ำท่วมปอด นายแพทย์ประเวศ วะสีนิมนต์ท่านพุทธทาสภิกขุไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ท่านว่าท่านไม่ถูกกับกรุงเทพฯ ไปอยู่ทีไรมีอันต้องเจ็บต้องป่วยทุกที จนสุดท้ายแล้วท่านได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี บทสนทนาระหว่างท่านพุทธทาสภิกขุกับนายแพทย์ประเวศ วะสี ที่คัดมานี้ ทำให้เราเห็นถึงสัจธรรมความจริงของมนุษย์ ที่ไม่สามารถหนีพ้นจากความทุกข์ ที่มาในรูปลักษณ์ของโรคภัยเบียดเบียนได้ แต่มีวิธีเดียวคือการพิจารณาและเข้าใจในความทุกข์นั้น และยาที่จะรักษาโรคทางกายนี้ให้หายได้คือธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านพุทธทาสภิกขุได้สอดแทรกไว้ในบทสนทนาที่คัดมานี้     ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า อาตมาก็คิดอยู่ว่า ถือเป็นหลักแต่ไหนแต่ไรแล้ว ให้ธรรมชาติรักษา ธรรมะรักษา คุณหมอช่วยผดุงชีวิตให้มันโมเม โมเมไปได้ อย่าให้ตายเสียก่อน แล้วธรรมชาติก็จะรักษาโรคต่าง ๆ ได้เอง ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น ไม่ต้องการมากกว่านั้น ที่จริงมันควร (หัวเราะ) ไม่ควรจะมีอายุมากกว่าพระพุทธเจ้า เมื่อต้องเป็นอย่างนี้ก็ศึกษาปัญหามันก็มีว่าจะทำอย่างไร ให้มันอยู่ได้โดยมีชีวิตมากกว่าพระพุทธเจ้า แต่ไม่เป็นปัญหา โดยหลักธรรมชาติ […]

เรื่องจริงแสนทรมานของภรรยา ที่ถูกสามีทาสสุรา จุดไฟเผาทั้งเป็น

พระพุทธเจ้าตรัสว่า หญิงชายจะเป็นคู่แท้กันได้นั้น ก็เพราะต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คือ ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน มีใจปรารถนา…

Dhamma Daily: ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม

Dhamma Daily: ตักบาตรพระ ด้วยอาหารค้างคืน บาปไหม อาหารที่เราขายไม่หมด แล้วเก็บไว้ ตักบาตรพระ ในวันถัดไป จะบาปไหม ผลหรืออานิสงส์แห่งทานก็ย่อมเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่ตนได้ทำไว้ ให้สิ่งใดก็ได้รับสิ่งนั้น

เมื่อ ท่านพ่อลี ธัมมธโร เพ่งกสิณ ใส่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส)

เมื่อ ท่านพ่อลี ธัมมธโร เพ่งกสิณ ใส่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) ครั้งที่ท่านพ่อลีจำพรรษาอยู่ที่วัดบรมนิวาส ท่านได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) อยู่เสมอ แต่ที่ผ่านมาสมเด็จฯท่านไม่ค่อยชอบพระกรรมฐานสักเท่าไหร่ ถึงกับเคยไล่พระอาจารย์มั่นเสียด้วยซ้ำ (หมายเหตุ :  สมเด็จพระมหาวีรวงศ์สมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะมณฑลและเจ้าคณะธรรมยุตในภาคอีสาน เมื่อทราบข่าวว่ามีคณะพระป่ากรรมฐานของหลวงปู่มั่นเดินทางมาพักอยู่ที่บ้านหัวตะพาน จึงสั่งให้เจ้าคณะแขวงอำเภอพร้อมด้วยนายอำเภออำนาจเจริญไปทำการขับไล่พระป่าคณะนี้ออกไปให้หมด  ทั้งยังประกาศด้วยว่า ถ้าผู้ใดใส่บาตรพระเหล่านี้จะจับใส่คุกให้หมดสิ้น) แต่ท่านพ่อก็พิจารณาคุณูปการของสมเด็จที่มีต่อตัวท่าน จึงปรารถนาเกื้อกูลด้วยการแก้ทิฏฐิของสมเด็จฯให้รู้ว่า “…ธรรมของจริง ผู้รู้จริงเป็นอย่างไร สมเด็จฯท่านอ่านตำรามาก ชอบวิจารณ์วิจัย แต่วัน ๆ ผ่านไปโดยไม่ปฏิบัติสมาธิภาวนาพิจารณาสังขาร ทำแต่งานภายนอก คิดดูแล้วก็น่าสงสาร ท่านเป็นผู้มีคุณูปการต่อเรา เราต้องปฏิบัติการตอบท่านด้วยธรรมที่รู้เห็นมาตามสติปัญญาที่มี” ดังนั้นท่านพ่อลีจึงเดินทางมายังวัดบรมนิวาส แล้วเพ่งกสิณน้ำและกสิณไฟใส่สมเด็จฯ จนสมเด็จฯถึงกับเรียกท่านพ่อลีมาถามว่า “เอ…วันนี้มันเป็นอะไรกันนะ เดี๋ยวร้อนเหมือนถูกไฟเผา เดี๋ยวหนาวจนสะบั้น” ท่านพ่อลีก็ทำเสมือนไม่ได้ทำอะไรท่าน แล้วถามท่านกลับไปว่า “ไหน…ไหน…ไหน…มันเป็นอะไร อากาศร้อนหนาวมันก็เปลี่ยนแปลงบ้างแหละขอรับ เจ้าประคุณ” ***สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส)*** แต่ท่านสมเด็จฯเป็นปราชญ์ ท่านสังเกตว่าท่านพ่อลีมาทีไร อาการหนาว ๆ ร้อน ๆ ก็หายไปทุกครั้ง […]

โอ วรุฒ วรธรรม จากวันนั้นถึงวันนี้ที่จากไป

โอ วรุฒ วรธรรม จากวันนั้นถึงวันนี้ที่จากไป หากย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน โอ วรุฒ วรธรรม เขาคือพระเอกชื่อดัง หนุ่มหล่อที่โด่งดังมากแห่งยุคเลยก็ว่าได้ ด้วยใบหน้าที่ชวนให้สาว ๆ เคลิ้มชวนฝันแล้ว นับว่าเป็นหนุ่มหน้าใสของแท้ที่ธรรมชาติให้มา โดยที่ไม่ได้ศัลยกรรมใดใด โอ วรุฒ ดำเนินบนเส้นทางบังเทิงนี้มาอย่างยาวนาน สร้างผลงานไว้หลายเรื่อง อาทิเช่นภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม, เขาชื่อกานต์, โก๊ะจ๋าป่านะโก๊ะ หรือละครโทรทัศน์เรื่อง พี่เลี้ยง, ในฝัน ฯลฯ ล้วนสร้างกระแสและมีเรตติ้งที่ดี นับว่าเป็นพระเอกแถวหน้าของประเทศไทยเลยก็ว่าได้     ผลงานและรางวัลการันตีคือ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 12 เมื่อ พ.ศ. 2531 และตุ๊กตาเงิน ดาวรุ่งนักแสดงฝ่ายชาย จากภาพยนตร์เรื่องคู่กรรม     ในปี พ.ศ. 2535 ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 7 นักแสดงนำชายดีเด่นในบทบาทของเจ้าชายพิรียพงศ์ จากละครเรื่อง “ในฝัน”   […]

อสุรกายร้ายยังต้องยอมจำนนต่อ บารมีธรรมของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ  

อสุรกายร้ายยังต้องยอมจำนนต่อ บารมีธรรมของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เรื่องมีอยู่ว่า… เช้าวันหนึ่ง หลวงปู่แหวน สุจิณโณ กับ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้ออกบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวป่า มี 4-5 หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาใส่บาตรด้วยความดีใจ เพราะนาน ๆ จึงจะมีพระธุดงค์มาโปรดสักที ชาวบ้านถามว่า พระคุณเจ้าทั้งสองจะไปไหน หลวงปู่บอกว่าจะมุ่งไปทางเทือกเขาที่มองเห็น แล้วจะลงไปทางสุวรรณเขต (อยู่ตรงข้ามกับมุกดาหาร) ชาวบ้านแสดงอาการตกใจ พร้อมทั้งทัดทานว่าอย่าไปทางโน้นเลย เพราะมียักษ์ปีศาจดุร้ายสิงอยู่ คอยทำร้ายคนและสัตว์ที่ผ่านไปทางนั้น หลวงปู่ทั้งสองฟังแล้วก็กล่าวขอบใจในความหวังดี และบอกว่าท่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตให้พระศาสนาแล้ว ขออย่าได้ห่วงตัวท่านเลย แล้วท่านก็ออกเดินทางไปในทิศทางดังกล่าว หลวงปู่ออกเดินทางโดยข้ามลำน้ำสองแห่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ป่าแถบนั้นเงียบกริบ ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ เลย แม้แต่นกก็ไม่มี ดูผิดประหลาดมาก พอใกล้ค่ำหลวงปู่ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาสูงที่มีลักษณะประหลาดมาก คือยอดเป็นสีดำคล้ายถูกไฟเผา รูปลักษณะดูตะปุ่มตะป่ำคล้ายหัวคนบ้าง หัวตะโหนกช้างบ้าง แปลกไปจากเขาลูกอื่นๆ หลวงปู่ทั้งสองเลือกปักกลดค้างคืนข้างลำธารที่มีน้ำใสไหลผ่านอยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น ปักกลดห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อสรงน้ำพอสดชื่นแล้ว ต่างองค์ก็นั่งสงบภายในกลดของตน ทั้งสององค์ตระหนักในความประหลาดของสถานที่นั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน เพียงแค่นั่งสงบอยู่ภายในกลด ประมาณ 5 ทุ่ม หลวงปู่แหวนก็ออกจากกลดเตรียมจะเดินจงกรม […]

“ ธรรมะและมาร์เก็ตติ้ง คือเรื่องเดียวกัน” ภูวนาถ บางพาน นักการตลาดผู้สร้างแบรนด์ชีวิตด้วย“ธรรม”

“ธรรมะและมาร์เก็ตติ้ง คือเรื่องเดียวกัน” ภูวนาถ บางพาน นักการตลาดผู้สร้างแบรนด์ชีวิตด้วย“ธรรม” หากมองย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก คุณภู – ภูวนาถ บางพาน เติบโตมากับคำสอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมไปพร้อมๆ กับการเป็นนักขาย นักการตลาด ที่หลายคนอาจสงสัยว่า ธรรมะและมาร์เก็ตติ้ง ไปด้วยกันได้หรือ มาถึงวันนี้ วันที่เขาคือหนึ่งในนักการตลาดที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของวงการมาร์เก็ตติ้ง เขายืนยันว่าธรรมะและมาร์เก็ตติ้งเป็นเรื่องเดียวกัน ทำไมเขาถึงกล่าวเช่นนั้น ตามไปอ่านกันค่ะ ชีวิตที่เติบโตด้วย “รีวอร์ดแห่งความดี” ผมเป็นคนจังหวัดระนอง มีธรรมชาติเป็นสวนสนุก ปีนป่ายต้นไม้ กระโดดน้ำ ตีลังกา เล่นโคลน ผมโตมากับธรรมชาติ แต่อยู่บนพื้นฐานการอบรมคุณธรรมจริยธรรม เนื่องจากคุณทวดมียศเป็นขุนซึ่งมีความเด็ดขาด คุณแม่จึงมีความเป็นผู้นำสูง กล้าตัดสินใจ ส่วนคุณพ่อเป็นคนงานที่บ้าน แต่เพราะความดีท่านจึงได้แต่งงานกัน ท่านพูดเสมอว่า เราต้องเป็นคนดี ไม่เอาเปรียบใคร ต้องมีคุณธรรม เวลาเจอสิ่งของมีค่าหรือไม่มีค่า ถ้าไม่ใช่ของของเรา ห้ามเอามาเป็นของเรา เงินหนึ่งบาทก็หยิบไม่ได้ ต้องขออนุญาตทุกอย่าง เราได้ยินท่านพูดแบบนี้ซ้ำ ๆ ตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเป็นการปลูกฝังของผู้ใหญ่ แม้ครอบครัวพอมีฐานะ แต่พ่อกับแม่ไม่ได้สอนให้ใช้เงินซื้อทุกอย่าง ลูกทั้งสามคนมีหน้าที่ ผมเป็นลูกคนกลาง มีหน้าที่หลักคือ ดูแลงานบ้าน […]

จากอาหารญี่ปุ่นสุดหรู สู่ราเม็งแค่ชามเดียว : เจ้าของ ร้านราเม็ง อิดะ โชเท็น

โชตะ อิดะ ชายหนุ่มตัวอวบ ตาแป๋ว เคยฝันอยากเป็นเชฟร้านอาหารญี่ปุ่น หลังจบมหาวิทยาลัยเขาไปฝึกงานที่ร้านอาหารดัง ๆ ในโตเกียวจนอายุยี่สิบต้น ๆ แต่วันหนึ่งเขาพบว่า ธุรกิจแปรรูปอาหารทะเลของที่บ้านเป็นหนี้สินหลักร้อยล้านเยน อิดะจําใจต้องพับความฝันที่จะเป็นเชฟใส่กระเป๋าแล้วกลับมาทํางานใช้หนี้ที่บ้านเกิดก่อน 1 บังเอิญว่าลุงของอิดะเปิด ร้านราเม็ง เขาจึงเริ่มเข้ามาช่วยบริหารจัดการร้านทั้งสามร้านของคุณลุง เนื่องจากร้านราเม็งนี้อยู่ภายใต้แฟรนไชส์ของแบรนด์ดัง อิดะจึงไม่ต้องทําอาหารเอง เขาเพียงดูแลเรื่องธุรกิจ การหาลูกค้าเข้าร้าน และงบกําไร – ขาดทุนเท่านั้น 2 อิดะทํางานโดยไม่หยุดพักตลอด 8 ปี จนตัวเลขกําไรของร้านราเม็งดีขึ้นเรื่อย ๆ วันหนึ่งอิดะเกิดความรู้สึกว่า เขาไม่อยากแค่รับน้ําซุป หมู และเส้นจากที่อื่นมาขายที่ร้านแล้ว 3 “ผมอยากทําราเม็งในสไตล์ของตัวเอง” 4 เมื่อคิดได้ดังนั้นอิดะก็ตระเวนชิมราเม็งตามร้านต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นจนมาเจอร้านราเม็งร้านหนึ่งที่ทําให้อิดะ “ช็อก” 5 หากพูดถึงราเม็งแล้ว เชฟญี่ปุ่นส่วนใหญ่เน้นที่การทําน้ําซุป บางร้านเคี่ยวกระดูกหมูหลายสิบชั่วโมง บางร้านหยอดเครื่องเทศที่เป็นสูตรลับของทางร้าน แต่ร้านนี้ “เส้น” อร่อยมาก อร่อยจนอิดะแปลกใจว่ามีเส้นราเม็งที่อร่อยได้ขนาดนี้เลยหรือ เขากลับไปรับประทานราเม็งร้านนี้อีกหลายครั้ง และเดินทางไปรับประทานร้านของลูกศิษย์ร้านราเม็งดังกล่าวอีกหลายครั้งจนจํารสชาติได้ขึ้นใจ 6 อีกร้านหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตของอิดะ คือ ร้าน […]

keyboard_arrow_up