“เรือนเสมือนญาติ” ที่พักพิงสำหรับผู้ป่วยและญาติยากไร้ รพ.ศิริราช

โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอาคเนย์ มีผู้ป่วยนอกต่อวันประมาณ 8,000 – 10,000 คน ซึ่งผู้ป่วยและญาติผู้ยากไร้ส่วนหนึ่งที่มีนัดต้องพบแพทย์เพื่อรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่มีปัญหาการเดินทางไป-กลับโรงพยาบาล ขาดทั้งปัจจัย และที่พักอาศัย   (เรือนเสมือนญาติ) “เรือนเสมือนญาติ” ริเริ่มจัดตั้งโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้ากราบนมัสการหารือกับ พระพิศาลพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดอมรินทราราม เพื่อขออนุญาตจัดทำโครงการฯนี้ โดย พระสุนทรกิจจาภิวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอมรินทราราม ได้สนับสนุนทุนก้อนแรกในการดำเนินงานจัดทำโครงการฯและให้การสนับสนุนตลอดมา โดยมี พระครูสมุห์ภักดี ยตินฺธโร ซึ่งเป็นศิษย์เก่ารุ่นแรกของ วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับอาสาดูแลดำเนินงานโครงการฯ ศ.นพ.อภิชาติ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งโครงการ “เรือนเสมือนญาติ” ว่า เพื่อช่วยลดความกังวลใจเรื่องที่พักของผู้ป่วยและญาติ เมื่อเข้ารักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยจัดหาที่พักชั่วคราวให้ผู้ป่วย และญาติที่มีปัญหาการเดินทางไป-กลับโรงพยาบาล กรณีมีนัดต่อเนื่องในเวลาใกล้เคียงกัน รวมทั้งในรายที่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ส่งศรี เมืองทอง หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลศิริราช […]

โซเชียลแชร์กระหน่ำ น้องตั๊ก สาวเซเว่น น้ำใจงาม ช่วยหิ้วของลูกค้าไปส่งถึงเตียงคนไข้ 

โซเชียลแชร์กระหน่ำ น้องตั๊ก สาวเซเว่น น้ำใจงาม ช่วยหิ้วของลูกค้าไปส่งถึงเตียงคนไข้ นี่คือเรื่องราวของพนักงาน สาวเซเว่น อีเลฟเว่นคนหนึ่ง ซึ่งเธอทำงานอยู่ที่สาขาโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อของเธอคือ อมรรัตน์ คำพึ่งพร หรือ น้องตั๊ก นอกจากจะเป็นพนักงานร้านแล้วเธอยังเป็นนักศึกษาฝึกงานทวิภาคีอีกด้วย เธอได้อาสาช่วยถือของพาลูกค้าไปส่งที่ห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล ลูกค้ามาซื้อน้ำดื่มเพื่อนำไปให้ลูกชายที่กำลังนอนป่วย ลูกชายจึงขอถ่ายภาพเก็บไว้ แล้วนำมาโพสต์ต่อในเฟซบุ๊กส่วนตัวโดยมีข้อความว่า ” ผมนอนอยู่โรงพยาบาล .. มีแม่ชราคอยดูแล เมื่อสักพักแม่ลงไปซื้อของให้ผม แล้วหิ้วเดินข้ามถนนมา และขึ้นมาชั้น 5 ก็จะไม่ไหว แต่น้องพนักงานเซเว่นคนนี้มีน้ำใจดีมาก ทั้งช่วยหิ้วของและจูงแม่ผมมาส่งจนถึงที่ห้องผู้ป่วย จึงอยากให้สังคมชื่นชมคนดี ๆ ด้วยกันครับ ขอบคุณน้องคนนี้มาก ๆ  #ที่มีเมตตากับหญิงชราวัย_98ปี “       หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาชื่นชมการทำความดีของน้องตั๊ก และแชร์จนกลายเป็นกระแสเรื่องราวดี ๆ ในโลกโซเชียล น้องตั๊ก เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. กำลังเติมสินค้าอยู่ในร้าน […]

หนูน้อยอดีตผู้ป่วยมะเร็งขอรับบริจาคของเล่นในวันเกิดเพื่อนำไปให้เด็กป่วย

หนูน้อยวัย 5 ขวบ ซึ่งรอดชีวิตจากโรคมะเร็ง ถือโอกาสประกาศ รับบริจาคของเล่น ในวันเกิดของตัวเอง เพื่อรวบรวมนำไปมอบให้เด็กอื่น ๆ ที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าเป็นเด็กบางคนอาจไม่รอช้าที่จะจดรายการของขวัญวันเกิดที่อยากได้ยาวเหยียดส่งให้พ่อแม่ แต่สำหรับหนูน้อยเวสตัน นิวสแวงเกอร์ (Weston Newswanger) จากเมืองคาร์ไลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ดูเหมือนของขวัญวันเกิดไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขาเลย เมื่อคุณแม่เอมี่มาถามลูกชายว่า เขาอยากได้อะไรเป็นของขวัญฉลองวันเกิดอายุครบ 5 ขวบ หนูน้อยเวสตันบอกว่า “ผมไม่อยากได้อะไร ผมไม่ต้องการอะไรเลยครับ” เอมี่ไม่ประหลาดใจเลย สาเหตุเพราะเวสตันและครอบครัวได้รับของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว นั่นก็คือการได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุข ย้อนไปเมื่อตอนที่เวสตันอายุ 2 ขวบ เขาถูกวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งกล้ามเนื้อลาย (rhabdomyosarcoma) ซึ่งเป็นมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนชนิดหนึ่งซึ่งหายากมาก หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็ก Penn State Children’s Hospital เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เวสตันก็ปลอดมะเร็งโดยสิ้นเชิง เขากลับมามีชีวิตที่สดใสและมีความสุขนับแต่นั้นเป็นต้นมา แน่นอนว่าหนูน้อยเวสตันยังจดจำการที่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล และใช้เวลาอย่างไร้จุดหมายหมดไปกับการเล่นของเล่นอย่างตุ๊กตาซูเปอร์ฮีโร่และชุดแป้งโดว์ (Play-Doh) ดังนั้นเมื่อวันเกิดของเขาเวียนมาถึง เวสตันจึงไม่ได้นึกถึงตัวเองเลย แต่เขานึกถึงเด็กอื่น ๆ ที่ยังต่อสู้ยื้อชีวิตตัวเองอยู่ในโรงพยาบาล หนูน้อยเวสตันขอร้องคุณแม่เอมี่ให้ช่วยเก็บรวบรวมของเล่นเพื่อเอาไปให้เด็กป่วยเหล่านั้น เอมี่จึงจัดการทำให้ฝันของลูกชายตัวน้อยได้เป็นจริง เธอโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือ […]

ดับความโกรธด้วยการให้อภัย ธรรมะเตือนสติโดย พระมหาบุญส่วน ปุญฺญสิริ

การให้อภัย ไม่ได้แปลว่า “ไม่โกรธ” แต่แปลว่า “ไม่ทำร้าย” ไม่เป็นอันตรายต่อกันและกัน การให้อภัยจึงเท่ากับเป็นการให้ความปลอดภัยทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น ไม่ว่าก่อนหน้าที่จะมีการอภัย ทั้งสองฝ่ายจะเคยมีความรู้สึกด้านไม่ดีต่อกันมาเพียงไรก็ตาม การให้อภัยไม่ได้หมายความว่า มองไม่เห็นความผิดที่คนคนนั้นทำ และไม่ได้หมายความว่า เขาไม่สมควรจะได้รับโทษตามความคิด แต่มันหมายถึง เราจะไม่เก็บเอาความผิดของเขามาฝังไว้เป็นแผลร้ายในใจ การให้อภัยไม่ได้หมายความว่า ต้องเล่นบทเป็นผู้เสียสละที่อะไร ๆ ก็ต้องทนยอมอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นความอ่อนแอภายในตัวเราเองที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ แต่การให้อภัย หมายถึงจะไม่เป็นคนเจ้าเคียดเจ้าแค้น หรือเล่นบทเป็นผู้ถือกฎหมายโลกไว้ในมือ คอยตัดสินความผิด-ความถูกของผู้อื่นตามอำเภอใจเสียเอง การเล่นบทเป็นคนสูญเสียความทรงจำชั่วคราว ที่จดจำไม่ได้ว่าใครเคยทำอะไรไม่ดีกับเราบ้าง ย่อมดีกว่าที่จะจดจำทุกความเจ็บเอาไว้ทำร้ายตัวเอง อย่างน้อยจะได้ไม่มีแผลในใจและยังได้มิตรเพิ่มขึ้น   มหาตมาคานธี กล่าวไว้ว่า “ผู้ที่อ่อนแอไม่สามารถให้อภัยใครได้ เพราะการให้อภัยได้นั้นนับเป็นความเข้มแข็งที่แท้จริง” ดังนั้น การให้อภัยจึงไม่ได้หมายความว่าเป็นคนอ่อนแอที่กลบเกลื่อนความเป็นคนไม่มีทางสู้ ด้วยภาพพจน์ที่สวยหรูว่า “ให้อภัย” ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริง หากว่าการให้อภัยไม่ได้เกิดมาจากจิตใจที่เข้มแข็ง จิตใจที่เข้มแข็ง กล้าหาญ จะอดทนต่อความผิดของผู้อื่นได้แล้วข้ามมันไปเพื่อให้พ้นจากอดีตที่ไม่น่าจดจำนั้น จะสามารถยิ้มรับแววตาสำนึกผิดของผู้อื่น และสามารถพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” ด้วยหัวใจที่ยิ้มแย้มได้ การให้อภัยไม่ได้หมายความว่า คุณต้องเป็นฝ่ายยอมง้อขอคืนดี ซึ่งเหมือนเป็นการลดความเป็นคนสำคัญในตัวเราลง ทว่าการให้อภัย หมายถึง การยอมรับว่ามีการทำผิด มีคนผิด มีความเจ็บปวด และต้องการให้การทำผิดนั้นได้รับการแก้ไข […]

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ แทนพระองค์ ถวายผ้าพระกฐิน 

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ แทนพระองค์ ถวายผ้าพระกฐิน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2562 ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม  วัดมกุฏกษัตริยาราม  และวัดอรุณราชวราราม ในโอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินบำรุงพระอาราม จำนวน 100 คน เฝ้าฯ รับพระราชทานของที่ระลึก ภายหลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม     https://www.instagram.com/p/B4Cxhbyn00o/   เวลา 16.22 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินราช พระประธานประจำพระอุโบสถ  แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงถวายผ้าพระกฐิน   […]

ทำทานเพื่ออะไร และทานแบบใดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง : พระไพศาล วิสาโล

ทำทานเพื่ออะไร และทานแบบใดที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง : พระไพศาล วิสาโล หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องการทำทานมาไม่มากก็น้อย แต่เชื่อว่าหลายคนจะเข้าใจเรื่องการทำทานอย่างถ่องแท้มากขึ้น จะได้ทราบว่า ทำทานเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร จากทรรศนะของพระไพศาล วิลาโล เพื่อเป็นความประดับสติปัญญาทางธรรม เพื่อให้การทำทานครั้งต่อไปกลายเป็นการทำทานที่แท้จริง เปลือกนอกของศาสนามันก็มีประโยชน์อยู่ แต่อย่าไปยึดติดจนกระทั่งลืมสิ่งที่เป็นสาระ นั่นคือเรื่องการพัฒนาชีวิตจิตใจ แม้แต่การท่องหลักธรรม เช่น อริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 มรรค 8 ฯลฯ หลายท่านไปเน้นตรงนี้ เข้าใจว่าต้องท่องให้ได้ ถึงจะรู้ศาสนา ถึงจะเข้าใจศาสนา ความจริงการท่องหลักธรรมให้ได้นั้น ไม่สำคัญเท่ากับการไปปฏิบัติธรรมหรือเปล่า บางคนท่องไม่ได้ อย่างชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ เขาท่องไม่ได้ แต่ว่าชีวิตของเขาสอดคล้องกับธรรมะ นั่นคือมีการให้ทานเป็นชีวิตจิตใจ ขอทำความเข้าใจคำว่า “ทาน”     เพราะทุกวันนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการ “ทำทาน” ใช้กับพระสงฆ์ไม่ได้ กับพระต้องเรียกว่า “ทำบุญ” ทำทานต้องใช้กับคนจน ใช้กับสัตว์ ก็เกิดจากการเข้าใจกันไปอย่างนี้ จะถวายพระ จะให้สัตว์ ให้คนจน ก็คือทาน ไม่อย่างงั้นไม่มีคำว่า “สังฆทาน” […]

เจริญเมตตาอย่างไม่มีประมาณด้วยคาถามหาเมตตาหลวงของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 

เจริญเมตตาอย่างไม่มีประมาณด้วย คาถามหาเมตตาหลวง ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต คาถามหาเมตตาหลวง บทนี้ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สายอรัญญวาสี (พระป่า) ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมักใช้สวดเจริญภาวนาอยู่เป็นประจำ เพื่อเป็นการเจริญเมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายอย่างไม่มีประมาณ ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน ผู้ที่ได้รับการสืบทอดคาถามหาเมตตาหลวงนี้จากหลวงปู่มั่นคือหลวงปู่ขาว อนาลโย แห่งวัดถ้ำกลองเพล จังหวัดอดุรธานี และผู้ที่รับสืบทอดคือ หลวงพ่อเมตตาหลวง หรือ พระญาณสิทธาจารย์ (สิงห์ สุนทโร) แห่งวัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา การสวดคาถามหาเมตตาหลวงควรเริ่มจาการบทบูชารัตนตรัยก่อน แล้วจึงเข้าสู่คาถามหาเมตตาหลวง จะสังเกตได้ว่าคาถาบทนี้เป็นการเจริญพรหมวิหาร ซึ่งเป็นหลักธรรมแห่งความเมตตาที่พระพุทธองค์ทรงยกย่อง 0 แผ่เมตตาให้ตนเอง  เมตตายะ ภิกขะเว เจโต วิมุตติยา อะหังสุขิโต โหมิ  นิททุกโข โหมิ  อะเวโร โหมิ  อัพยาปัชโฌ โหมิ  อนีฆา โหมิ สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ คำแปล  ขอให้ข้าพเจ้า จงถึงความสุข ขอให้ข้าพเจ้า พ้นทุกข์  ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้มีเวรภัย ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้มีใครรังแก […]

ทำไมโลกไม่ว่างจากพระอรหันต์

ทำไม โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ” โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ ”   มีความหมายอย่างไร ทำไมพระพุทธเจ้าทรงมั่นพระทัยว่าโลกใบนี้จะมีพระอริยบุคคลที่เรียกว่า “พระอรหันต์” สืบเนื่องต่อไปตลอดกาลนาน แม้โลกใบนี้จะเกิดและดับกี่ครั้งก็ตาม หรือจะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นพระองค์แล้วพระองค์เล่าก็จะยังมีผู้สำเร็จอรหัตตผลเกิดขึ้นสืบไป คำว่า “โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์” ปรากฏขึ้นในพระสูตรหนึ่งที่มีชื่อว่า “มหาปรินิพพานสูตร” ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบถึงวาระดับขันธปรินิพพานของพระองค์เอง พระองค์ทรงเลือกที่ดับขันธปรินิพพานคือกรุงกุสินารา เมื่อพระองค์เสด็จพร้อมด้วยพระอานนท์และพระสาวกทั้งหลายมาถึงกรุงกุสินารา พระองค์ประทับในท่าไสยาสน์ภายใต้ร่มเงาของต้นสาละ ปริพาชกผู้หนึ่งชื่อว่า “สุภัททะ” แต่ส่วนมากนิยมเรียกว่า “สุภัททปริพาชก” แค่คำว่า “ปริพาชก” ก็ทำให้ทราบแล้วว่าเขาเป็นนักบวชนอกพระศาสนา สุภัททะทราบว่าพระบรมศาสดาจะเสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานในค่ำคืนนี้ จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลถามปัญหาธรรมให้คลายความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจ     พระอานนท์เห็นพระบรมศาสดามีพระพลานามัยที่ไม่แข็งแรงนัก จึงบอกสุภัททะไปว่า “เธออย่าได้เบียดเบียนพระพุทธองค์เลย” พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบและได้ตรัสบอกพระอานนท์ว่า “ให้ สุภัททะเข้ามาหาเราเถิด อานนท์ การมาของเขาไม่ได้มาเพื่อเบียดเบียนเรา แต่มาเพื่อขอเพิ่มสติปัญญาต่างหาก”   เมื่อสุภัททะเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาแล้วได้ทูลถามพระองค์ว่า “ข้าแต่พระสมณโคดมผู้เจริญ เจ้าลัทธิทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นปูรณะ กัสสปะ, มักขลิ โคศาล, อชิตะ เกสกัมพล, ปกุธะ กัจจายนะ, สัญชัย เวลัฏฐบุตร และ นิครนถ์ นาฏบุตร เจ้าลัทธิเหล่านั้นทั้งหมดรู้ตามที่ตนกล่าวอ้าง […]

จิตสงบด้วยการภาวนา “ พุท–โธ ” ธรรมะโดย ส. ชิโนรส (พระมหาสุภา ชิโนรโส)

ภาวนา “พุท–โธ” เป็นแนวปฏิบัติที่นิยมแพร่หลายแนวหนึ่ง หลวงปู่มั่นและศิษยานุศิษย์ใช้ “พุท–โธ” เป็นคำภาวนาให้จิตสงบรวมตัวจนได้สำเร็จมรรคผล ภาวนา “พุท–โธ” คือการน้อมนึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าผู้เป็นศาสดาเอกของโลก การฝึกสมาธิด้วยวิธีนี้ทำได้หลายอย่าง ดังนี้ 1. กำหนดรู้ที่ปลายจมูก หายใจเข้า ภาวนาว่า “พุท” หายใจออก ภาวนาว่า “โธ” จะภาวนาว่า “พุท” ทันทีที่รู้สึกว่าลมแตะปลายจมูก หรือภาวนาว่า “พุท” หลังจากลมเข้าสู่ปลายจมูกจนหมดแล้วก็ได้ คำว่า “โธ” ก็เช่นกัน ภาวนาว่า “โธ” ทันทีที่ลมเริ่มออกจากปลายจมูก หรือออกจากปลายจมูกไปหมดแล้ว ขณะที่จิตยังไม่สงบดี จะรู้สึกว่าลมหายใจกับคำภาวนายังแยกกันอยู่ ควรกำหนดรู้ทั้งคำภาวนาและลมหายใจไปพร้อมกัน หากรู้สึกว่าอารมณ์อื่น ๆ เข้ามาแทรกขณะที่ภาวนา อย่าได้ตำหนิตัวเอง หรือพยายามบีบจิตให้สงบ ควรวางจิตให้เป็นกลางแล้วกำหนดใหม่ กำหนดอย่างนั้นเรื่อยไปจนกระทั่งรู้สึกว่าคำภาวนากับลมหายใจกลายเป็นอันเดียวกัน นั่นแสดงว่าจิตสงบมากขึ้น เมื่อจิตสงบเต็มที่ คำภาวนาและลมหายใจจะหายไปเอง เหลืออยู่แต่ความนิ่ง เช่นนี้แล้วผู้ปฏิบัติไม่ต้องคิดถึงคำภาวนาและลมหายใจอีกต่อไป เพราะขณะนั้นจิต ลมหายใจ และคำภาวนากลายเป็นอันเดียวกัน ควรกำหนดรู้อยู่เฉพาะจุดนิ่งนั้น จิตจะรวมลงสู่ความสงบที่ละเอียดขึ้น 2. ภาวนา “พุท–โธ” […]

ปาฏิหาริย์แห่งการดำรงอยู่ ธรรมะเพื่อการดำรงชีวิตโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

หลักการที่สำคัญยิ่งในชีวิตประจำวันคือการดำเนินชีวิตอย่างเป็นเอกภาพกับสรรพสิ่ง หรือวิถีจิตหนึ่งเดียวอันเป็นวิถีจิตของโพธิสัตว์ เราจะต้องค้นหาวิธีการเข้าถึงจิตนี้ เราจึงไม่หลงทาง เพราะมันเป็นมรรคาแห่งพุทธะ เป็นเป้าหมายของชีวิตที่มีสาระที่สำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต การสำรวมระวังอยู่ในความตื่นของปัญญาญาณคือปาฏิหาริย์แห่งการตื่นของเราในชีวิตประจำวัน (To be aware or being awaken is the miracle of our daily life.) แม้พระพุทธองค์จะวางหลักการและวิธีการพัฒนาปัญญาไว้ในอริยสัจ 4 แล้วก็ตาม เราจะต้องค้นหาวิธีการเข้าถึงประสบการณ์ตรงต่อสัจจะด้วยตนเอง จนกว่าเราจะรู้ชัดถึงสภาวะที่แท้จริงของสรรพสิ่งร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น “กินก็เพื่อกิน” “ซักผ้าก็เพื่อซักผ้า” ไม่ใช่กินเพื่ออิ่ม ไม่ใช่ซักผ้าเพื่อให้มันสะอาด ทำอะไรก็รู้ชัดถึงการรู้พร้อมในความสมบูรณ์ของชีวิต นี่คือการดำรงอยู่อย่างปาฏิหาริย์ อันเป็นมรรคาแห่งพุทธะ เมื่อธรรมชาติที่แท้จริงแสดงออกร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้รู้และสิ่งที่ถูกรู้จะสิ้นสุดลง เข้าถึงประสบการณ์ตรงต่อสัจจะในระดับจิตเหนือสำนึกอันมหัศจรรย์ยิ่ง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ โมหจริต ก็จะกลายเป็นข้อเท็จจริงไปด้วย กลายเป็นพุทธกิจอันมีชีวิตชีวา คลื่นที่เป็นอาการของน้ำแท้จริงแล้วมันก็คือน้ำ ตัวเราและปรากฏการณ์ทั้งปวงก็คือธรรมชาติที่แท้หรืออันติมสัจจะ หรือสุญญตานั่นเอง พระพุทธองค์จึงกล่าวไว้ว่า “สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา” สรรพสิ่งก็คืออนัตตา ถ้าผู้ใดรับรู้ไม่ว่าทางทวารใด และรู้พร้อมในความเป็นทั้งหมด […]

บุคคลจะล่วงทุกข์ได้ก็เพราะทุกข์ ธรรมะโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

บุคคลจะล่วงทุกข์ได้ก็เพราะทุกข์นี่เอง ทุกข์จนสุดทนก็ไม่ทน ทุกข์ ไม่ทนที่จะทุกข์เอง เป็น “ธัมมนิยามตา” (เป็นกฎตายตัวของธรรมดา) ทุกข์จนไม่อาจทุกข์ ไม่อาจที่จะให้ทุกข์อยู่ต่อไปได้อีกแล้ว ก็จะ “อตัมมยตา” (ความที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งนั้นอีกต่อไป) พ้นทุกข์ เพราะทนที่จะทุกข์ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ทนที่จะทุกข์กับทุกข์ไม่ได้อีกแล้ว ทนที่จะอยู่กับทุกข์ ทนที่จะกำทุกข์เอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว ไม่สามารถที่จะให้ทุกข์อยู่ได้อีกต่อไปแล้ว กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือยึดเอาไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วจึงปล่อยไป ปล่อยให้ทุกข์ไหลออกไป ไหลออกไปจนหมดนั่นแหละ ทุกข์จึงหมดไปหรือหมดไปจากทุกข์ ก็เพราะทุกข์ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่อาศัย ทำให้ถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะทุกข์ได้ทำให้ทุกข์จนถึงที่สุดแล้ว จึงถึงที่สุดแห่งทุกข์ก็เพราะว่าได้ทุกข์จนถึงที่สุดแล้วนั่นเอง เมื่อทุกข์สุด ๆ ก็สุดที่จะทุกข์ ที่สุดแห่งทุกข์มาจากทุกข์ที่สุด พ้นทุกข์ได้เพราะทุกข์มาทำให้พ้นทุกข์ (ดังนั้นขอบคุณมาก เจ้าความทุกข์เอ๋ย) ทุกข์ดับสนิทได้เพราะไม่ได้เข้าไปดับทุกข์ ทุกข์อยู่ไม่ได้เพราะอยู่กับทุกข์ได้ อยู่กับทุกข์ได้จนทุกข์อยู่ไม่ได้ ทุกข์ทนอยู่ไม่ได้ ทุกข์จึงต้องพรากจากจรไป เพราะไม่มีเยื่อใยสายใยต่อทุกข์เลย ทุกข์เกาะเกี่ยวผูกพันไม่ได้เพราะไม่มีความอาลัยไยดีเป็นมิตรไมตรีกับทุกข์เลย พ้นจากสังสารวัฏทุกข์ได้ เพราะไม่มีความสงสารเห็นอกเห็นใจต่อทุกข์เลย ส่วนผู้ที่ยังมีความสงสารอยู่ ก็จำต้องเวียนว่ายในวัฏสงสารอีกต่อไป เพราะความสงสารแท้ ๆ จึงทำให้ยังข้องอยู่ในวัฏสงสาร ผู้ที่ยังไม่พ้นทุกข์ ก็เพราะยังทนทู่ซี้กำทุกข์อยู่นั่นเอง ผู้ที่ยังไม่ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ก็เพราะทุกข์ยังไม่ถึงที่สุดนั่นเอง “ทำไฉนการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้จะพึงมีแก่เราได้” นี้เป็นบททำวัตรสวดมนต์บทหนึ่งที่ชาววัดทั้งหลายใช้สวดกันเป็นประจำ หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะได้คำตอบแล้วจากบทความนี้ […]

ปฏิบัติบูชา การบูชาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นยอดแห่งการบูชาทั้งปวง

ปฏิบัติบูชา การบูชาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นยอดแห่งการบูชาทั้งปวง การบูชาในพระพุทธศาสนามีด้วยกันสองประการคือ อามิสบูชา การบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ กับ ปฏิบัติบูชา การบูชาด้วยการกระทำอันเป็นผลดีต่อตนเอง บูชาทั้งสองประการล้วนมีอานิสงส์ต่อผู้บูชาทั้งนั้น แต่พระผู้มีพระภาคเจ้ากลับยกย่องการปฏิบัติบูชาเหนือสิ่งอื่นใดเพราะอะไร เมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระเชตวัน พระองค์ได้ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลายต่อจากนี้ไปอีก 4 เดือน เราจักปรินิพพาน” ภิกษุประมาณ 700 รูป พากันเกิดความสังเวชสลดใจ ไม่ละสำนักของพระพุทธองค์เลย เที่ยวปรึกษากันว่า พวกเราจักทำอย่างไรหนอ ๆ ส่วนพระอัตตทัตถเถระตั้งใจปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานอย่างเต็มที่ ไม่ยอมไปมาหาสู่ใคร ๆ เลย ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลกิริยาของท่านแด่พระศาสดา พระองค์รับสั่งให้ท่านมาหา ตรัสว่า “ได้ทราบข่าวว่า เธอทำอย่างนั้นจริงหรือ” กราบทูลว่า “จริงพระพุทธเจ้าข้า”     พระองค์ตรัสถามต่อว่า “เหตุไรเธอจึงทำอย่างนั้น” พระอัตตทัตถเถระตอบว่า “เพราะข้าพระองค์ทราบว่า พระพุทธองค์จักเสด็จปรินิพพานภายในเวลา 4 เดือนอันใกล้นี้ ข้าพระองค์ตั้งใจเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้ได้บรรลุมรรค ผล นิพพานในขณะที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระเจ้าข้า” เมื่อพระพุทธองค์สดับดังนั้นทรงเปรยสาธุการ และตรัสต่อพระภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกร ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสารทั้งหลายผู้ใดมีความรักในเรา ผู้นั้นควรเอาอย่างพระอัตตทัตถะเถิด คือควรเจริญวิปัสสนากรรมฐานเช่นกับท่าน […]

ความมหัศจรรย์แห่งการทำบุญไว้ในกาลก่อนของพระมหากัปปินะ

ความมหัศจรรย์แห่งการ ทำบุญ ไว้ในกาลก่อนของพระมหากัปปินะ การ ทำบุญ ไว้ในกาลก่อน เป็นมงคล 1 ใน 38 มงคลชีวิต การทำบุญเช่นนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์และมงคลอย่างไร ลองมาหาคำตอบไปด้วยกันกับเรื่องการทำบุญไว้ในกาลก่อนของพระมหากัปปินะ ในกาลก่อนได้ช่างหูกประมาณพันคนอาศัยอยู่ในบ้านตำบลหนึ่งใกล้กรุงพาราณสี ได้พากันสร้างเสนาสนะถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าประมาณพันองค์ และได้พร้อมเพรียงกันถวายภัตตาหารสมณบริขารอื่นอีกตามสมควร แก่สมณะตลอดพรรษา เวลาออกพรรษาได้พากันถวายจีวรแก่ท่าน     ครั้นช่างหูกเหล่านั้นสิ้นบุญก็ได้พากันไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พอหมดบุญก็ลงมาเกิดในสกุลกะฏุมพี ซึ่งขณะนั้นมีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งอุบัติขึ้นบนโลกมีพระนามว่า “กัสสปะ” เมื่อคนเหล่านั้นทั้งหมดเจริญวัยแล้ว ต่างแต่งงานเป็นสามีภรรยาซึ่งกันและกัน ได้รวบรวมทรัพย์สร้างที่อยู่อาศัยถึงพันห้อง ทั้งยังถวายมหาทานแก่ภิกษุสองหมื่นรูป โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อฉลองที่อยู่อาศัยที่พวกตนสร้าง ในวันสุดท้ายหัวหน้ากะกุฏพีได้ถวายไตรจีวร ส่วนภรรยาของหัวหน้ากะฏุมพีได้บูชาพระศาสดาด้วยผ้าสาฏกสีดอกอังกาบ นางได้เปล่งเสียงขึ้นว่า “ขอหม่อมฉันจงมีพระนามว่า “อโนชา” (อังกาบ) มีสรีระมีวรรณะเพียงดังดอกอังกาบในสถานที่หม่อมฉันเกิดแล้ว ๆ “     พระกัสสปพุทธเจ้าทรงอนุโมทนาว่า “ขอความปรารถนาอย่างนั้นจงสำเร็จ” ดังนี้ คนเหล่านั้นทั้งหมด ได้พากันท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลกสลับไปมาตลอดพุทธันดรหนึ่ง จากหลังสิ้นบุญจากเทวโลกแล้วก็มาบังเกิดในกรุงกุกกุฏวดี ได้เป็นพระราชามีพระนามว่า “มหากัปปินะ” นอกนั้น ก็บังเกิดสกุลอำมาตย์ ส่วนภรรยาของหัวหน้ากะกุฏพี เป็นราชธิดาในกรุงสาคละ แคว้นมัททะ มีพระนามว่า […]

เกรซ พัชร์สิตา นางฟ้าจิตอาสา ช่วยปฐมพยาบาลน้องที่ประสบอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทางไปจันทบุรี

เกรซ พัชร์สิตา นางฟ้าจิตอาสา ช่วยปฐมพยาบาลน้อง ๆ ที่ประสบอุบัติเหตุ ระหว่างเดินทางไปจันทบุรี เกรซ พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์ นักแสดงสาวที่ไม่ได้มีดีแค่ความสามารถและความสวยเท่านั้น เธอยังเป็นจิตอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่คอยช่วยเหลือผู้คนที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย ล่าสุดวันที่ 24 ตุลาคม 2562 (วันนี้) ขณะที่ดาราสาวกำลังเดินทางไปจังหวัดจันทบุรีเพื่อเยี่ยมพี่ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็ง ระหว่างที่กำลังขับผ่านจุดเกิดเหตุ รถชนกันที่เกาะกลางถนนเส้นชลบุรีเข้าระยอง ดาราสาวเกรซ พัชร์สิตาเห็นว่ามีผู้ประสบเหตุที่เป็นเด็กอยู่ด้วย เธอจึงลงไปช่วยพาน้อง ๆ มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น         เกรซ พัชร์สิตา ได้โพสต์คลิปวิดีโอ รูปถ่าย และข้อความลงบนอินสตาแกรมว่า “เช้านี้ระหว่างทางไปจันทบุรี เราขับรถผ่านกันพอดี เลยรีบแวะช่วยค่ะ เห็นว่ามีเด็ก และนั่งอยู่ข้างทางแบบนี้อันตราย อุ้มออกมาทำแผลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปให้กู้ภัยฯในพื้นที่ สาวน้อยทั้งสองสติดีมาก พูดจาเพราะด้วย ถือว่าฟาดเคราะห์นะคะ ขอให้ปลอดภัยทุกคน #patsitarescue”       ที่มาและภาพ : www.instagram.com/gracepatsita บทความน่าสนใจ เกรซ […]

ทำไมต้องเลิกกับแฟนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไขความลับแห่งใจที่เชื่อว่ายังหารักแท้ไม่เจอ

ทำไมต้อง เลิกกับแฟนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไขความลับแห่งใจที่เชื่อว่ายังหารักแท้ไม่เจอ เรื่องของความรักเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินที่จะเข้าใจได้ง่าย หากไม่ได้สัมผัสด้วยตนเอง เคยสังเกตไหมว่าเรามีเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่เปลี่ยนแฟนบ้าง หรือคบกันไม่กี่เดือนก็เลิกลากันเสียแล้ว อะไรคือปัญหาที่ต้อง เลิกกับแฟนซ้ำแล้วแฟนเล่า วันนี้ซีเคร็ตจะพาทุกท่านไปไขความลับแห่งใจ โดยคุณริวโนะสุเกะ โคะฮิเกะ พระอาจารย์ชาวญี่ปุ่นที่สามารถเทศนาธรรมะได้เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ     ใครที่มีความคิดแบบนี้ขึ้นมาว่า “หมู่นี้เวลาอยู่กับแฟนแล้วรู้สึกเบื่อจัง อยากตื่นเต้นเหมือนตอนจีบกันใหม่ ๆ “ หรือ “เวลาแฟนเย็นชาใส่ เรารู้สึกคลั่งไคล้ แต่พอแฟนหันมาเอาใจ เรากลับรู้สึกเฉย ๆ” คนที่รู้สึกแบบนี้ขอให้ระวังไว้ว่า คุณอาจเป็นพวก “เสพติดความรัก” ที่ต้องการสิ่งเร้า ความรู้สึกตื่นเต้นเวลามีความรัก บางคนอาจมองว่าเป็นสิ่งสวยงาม แต่ตัวตนที่แท้จริงของความตื่นเต้นคือสิ่งกระตุ้นเร้าที่เรียกว่า “ความกังวล” ที่เรารู้สึกตื่นเต้น นั่นเพราะเรากังวลใจไปเองว่า “ถ้าเกิดไปกับเขาไม่ได้จะทำอย่างไรดี” พอความสัมพันธ์เริ่มมั่นคงจนหมดความกังวลแล้ว ความรู้สึกตื่นเต้นก็จะค่อย ๆ หายไป จริง ๆ แล้วการไม่มีความกังวลน่าจะเป็นเรื่องดี แต่สำหรับคนที่โหยหาสิ่งเร้าจากความรักตลอดนั้น น่าเศร้าที่ว่า ยิ่งความรักไปได้สวยเท่าไร ยิ่งรู้สึกเบื่อหน่ายมากขึ้นเท่านั้น      บางคนอยากได้ความรู้สึกตื่นเต้นแบบใหม่ ๆ ก็ทำเป็นหึงหวงโดยไม่จำเป็น หรือแกล้งสร้างปัญหาขึ้นเพื่อสร้างความกังวลเรื่องการเลิกรา แต่ถ้าคนไหนอาการหนักก็อาจจะคบฟาคนใหม่แทน […]

คุณลุงน้ำมันหมดระหว่างทาง ตำรวจหางดงใจดีช่วยซื้อน้ำมันมาเติมให้ น่ารักมาก

คุณลุงน้ำมันหมดระหว่างทาง ตำรวจ หางดง ใจดีช่วยซื้อน้ำมันมาเติมให้ น่ารักมาก เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ๆ ที่น่าประทับใจ เชียงใหม่นิวส์ได้รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562 เวลา 09.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร หางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการอำนวยการของ พันตำรวจเอก พงศธร เตมีศักดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหางดง, พันตำรวจโท ชาญยุทธ ไชยมะโน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหางดง, พันตำรวจโท กำจร ใจจันทร์ สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหางดง และร้อยตำรวจเอก ฐณธรณ์ ตาจุมปา รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรหางดง (ร้อยเวร 20) มอบหมายให้ ร้อยตำรวจโท ศุภกร โฆษิตเลิศวัฒนา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์สถานีตำรวจภูธรหางดง สายตรวจบ้านปง ออกตรวจทั่วไปในเขตรับผิดชอบ บนถนนสายหางดง – สะเมิง     ขณะร้อยตำรวจโท ศุภกร โฆษิตเลิศวัฒนา กำลังปฏิบัติหน้าที่ […]

เอ็มเทค สวทช. จับมือวิทยาลัยเทคนิค วิจัยพัฒนารถเข็นไฟฟ้าช่วยผู้พิการ

นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการที่ต้องใช้ รถเข็นไฟฟ้า เมื่อศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในโครงการ “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2” ผลิตอุปกรณ์พ่วงต่อเพื่อปรับเปลี่ยนรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า ส่งมอบให้แก่น้อง ๆ นักเรียนผู้พิการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพิ่มโอกาสให้ผู้พิการที่มีร่างกายท่อนบนที่ดี ให้มีความอิสระและดํารงชีวิตขั้นพื้นฐานได้ดีขึ้น ดร.ดนุ พรหมมินทร์ หัวหน้าทีมวิจัยชีวกลศาสตร์ กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยเอ็มเทค สวทช. ได้พัฒนาต้นแบบอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปให้เป็นรถเข็นไฟฟ้า M2E 1.2 ในราคาประมาณ 7,000 บาท เพื่อรองรับการใช้งานรถเข็นของผู้สูงอายุและผู้พิการด้านการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รถเข็นรุ่นนี้ผ่านการประเมินผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ทางไฟฟ้า ด้วยการทดสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้า การป้องกันสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งผ่านการประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์การแพทย์ โดยศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC สวทช.) สำหรับการต่อยอดผลิตรถเข็นไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น เอ็มเทค สวทช. ได้ริเริ่มโครงการการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคการศึกษาระดับอาชีวศึกษาในการพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ โดยประกอบและติดตั้งอุปกรณ์พ่วงต่อปรับรถเข็นทั่วไปเป็นรถเข็นไฟฟ้า […]

ผู้บริหารโรงเรียนใช้เวลาช่วงปิดเทอมทาสีโรงเรียนเองเพื่อช่วยประหยัดเงิน

ผู้บริหารระดับสูงใช้เวลาตลอดช่วงปิดภาคฤดูร้อน ลงมือ ทาสีโรงเรียน เสียใหม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายให้โรงเรียนถึง 150,000 เหรียญ ครูบาอาจารย์ล้วนทุ่มเทอุทิศตนอย่างเต็มที่เพื่อให้ชีวิตลูกศิษย์ของตัวเองดีขึ้น ดร.เดวิด ฮาร์นิช (Dr. David Harnish ) ก็เช่นกัน เมื่อเขาได้เข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน Martin Public Schools ในรัฐมิชิแกน ปี 2014 เขาก็เริ่มทำการปรับปรุงโรงเรียนทันที หลายปีต่อมา เขาก็ยังยุ่งกับการปรับปรุงโรงเรียนเช่นเดิม นอกจากเป็นผู้อำนวยการแล้วเขายังทำหน้าที่เป็นครูใหญ่โรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายอีกด้วย และเขายังสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง รวมทั้งทำให้คุณครูที่สอนวิชางานไม้ ได้กลับมาสอนเต็มเวลาอีกครั้ง หลังจากที่เคยถูกทางโรงเรียนลดชั่วโมงสอนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่น่าจดจำที่สุดในอาชีพการงานของเดวิดคือการทาสีโรงเรียนด้วยตัวเองนี่แหละ ความใส่ใจห่วงใยที่เดวิดมีให้ลูกศิษย์ของเขานั้นมากมายลึกซึ้งเกินกว่าที่จะหาคำพูดใดมาบรรยายได้ เมื่อปีการศึกษา 2018 สิ้นสุดลง เขาก็มีโอกาสได้พักผ่อนเสียที แต่แทนที่จะทำอย่างนั้น เขากลับใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนนี้ทำตัวเป็น “ผู้ให้” อีกเช่นเคย ในปีที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้งบประมาณมาปรับปรุงโรงเรียนถึง 18 ล้านเหรียญ ซึ่งมีการวางแผนไว้ว่าจะนำไปใช้สร้างหอประชุมและโรงยิมใหม่ ในขณะเดียวกันตึกอาคารเรียนก็ต้องทาสีใหม่เพราะสีเดิมเก่าโทรมมากแล้ว แต่เดวิดไม่ต้องการนำเงิน 150,000 เหรียญไปจ้างช่างทาสีมืออาชีพ เพราะเงินจำนวนนี้สามารถนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นที่ดีกว่า เขาจึงปิ๊งไอเดียดี ๆ ขึ้นมา นั่นคือ ลงมือทำเองซะเลย! […]

keyboard_arrow_up