8 เคล็ดลับสร้างความสุข ที่ทำได้จริงในยุคไซเบอร์ ที่คุณต้องลอง

ในยุคที่โลกออนไลน์มีความสำคัญสูง และทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การหา ความสุขทางใจในยุคไซเบอร์ ดูเหมือนจะง่าย แต่ทำยาก

ไม่เห็นยากเลย ตัดสินใจทิ้งของในบ้าน เคลียร์บ้านได้ ง่ายนิดเดียวเอง

ไม่เห็นยากเลย ตัดสินใจทิ้งของในบ้าน เคลียร์บ้านได้ ง่ายนิดเดียวเอง ดังคำสุภาษิตที่ว่า ต้องสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เชื่อว่าหลายท่านคงเห็นภาพ ว่าเราต้องสละสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อรักษาสิ่งที่จำเป็น หรือสละสิ่งที่มีประโยชน์น้อย เพื่อประโยชน์ส่วนมาก แต่ทว่าพอนำมาใช้กับการจัดบ้าน บอกตรง ๆ เลยว่า อันนี้ก็สำคัญ ๆ ตายแล้ว ไม่กล้า ตัดสินใจทิ้งของในบ้าน แต่บทความนี้จะทำให้คุณกล้าเคลียร์บ้านได้ ง่ายนิดเดียวเอง และคุณจะว้าวว่า ไม่เห็นยากเลย การกำจัดข้าวของเครื่องใช้ในบ้านที่ไม่ได้ใช้บ่อยครั้ง ไม่มีประโยชน์ ทั้งยังกลายเป็นสมบัติพระศุลีที่ถูกเก็บกักไว้ไม่ต่างจากของในพิพิธภัณฑ์ คือไม่ได้เอาออกมาใช้เลย หรือบ้าช้อปปิ้ง ซื้อซ้ำ ๆ มาเพราะลืมว่าอันนี้เรามีแล้ว และก็เก็บเข้ากรุเพราะเชื่อมั่นว่าในอนาคตต้องได้ใช้แน่นอน แต่นับว่าพื้นที่ในบ้านก็จะเต็มไปด้วยข้าวของเหล่านี้มากขึ้น เมื่อสมบัติแบบนี้เพิ่มทวีมากขึ้น จะเก็บการสะสมของฝุ่น ส่งผลเสียต่อระบบหายใจของสมาชิกในครอบครัว คนญี่ปุ่นมีสุภาษิตว่า “งูที่ไม่ลอกคราบ จะต้องตาย” ทำไมถึงกล่าวแบบนี้ เพราะโดยธรรมชาติของงู จะลอกคราบเองโดยธรรมชาติ หากไม่ลอกคราบตัวมันจะไม่เติบโตเพราะคราบเดิมจะกำจัดเนื้อหาของร่างกาย คนญี่ปุ่นก็จะอุปมากับบ้านที่ไม่กล้าตัดสินใจทิ้งข้าวของเหมือนงูที่ไม่ลอกคราบ แล้วบ้านนั้นก็จะย่ำแย่ เพราะไม่มีพื้นที่สำหรับใช้สอย แต่หากบ้านไหน กล้าที่จะกำจัดล่ะก็ เหมือนงูที่ลอกคราบเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่นั่นเอง เรามาเริ่มเรียนรู้ 3 วิธีการกำจัดสมบัติบ้าออกจากบ้านกันดีกว่า ที่รับรองว่าเอาเราอยู่หมัด   ทิ้งไปให้หมดเลย เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าความสุขส่วนตน […]

ก่อนที่ความตายจะมาพราก…

ตอนเด็กๆ ฉันเคยคิดว่า ถ้าแม่เป็นอะไรไปฉันคงต้องตายตาม… อาจเป็นเพราะฉันผูกพันกับแม่มาก ต่อมาเมื่อแม่ล้มป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่ได้ ฉันก็รู้สึกทุกข์ทรมานใจ จนทุกครั้งที่แม่เข้าโรงพยาบาล ฉันจะต้องบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอต่ออายุให้แม่ทุกครั้ง ความในใจของลูก …แต่มาวันนี้ ฉันกลับไม่ต้องการยื้อยุดหรือร้องขอชีวิตแม่กับใครอีกต่อไป เพราะฉันคิดว่า การที่จะฉุดรั้งใครไว้เพื่อความสุขของเรามันเป็นความเห็นแก่ตัวมากกว่า ในขณะที่คนคนนั้นอยู่ในความทุกข์ทรมานมาโดยตลอด ฉันรู้ว่าเวลาของแม่เหลือน้อยลงทุกที ฉันจึงอยากใช้วันคืนกับแม่ให้คุ้มค่าที่สุด…ฉันได้พาแม่มาอยู่ด้วยกันที่บ้าน ทุกเช้าก่อนไปทำงานฉันมีเวลาเพียงแค่ทักทายแม่ แต่ทุกเย็นฉันก็จะชดเชยด้วยการป้อนข้าวหรือแปรงฟันให้แม่ ในขณะที่ทุกวันหยุดก็จะได้ป้อนเกือบทุกมื้อ แถมด้วยการอ่านหนังสือให้ฟังตอนกลางวัน อาบน้ำแต่งตัว และพาไปนั่งรถเข็นดูดอกไม้ตอนเย็น…แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคืนฉันจะนำแม่สวดมนต์และทำสมาธิก่อนนอน ฉันดีใจที่ได้มีโอกาสทำอะไรหลายๆ อย่างเหมือนที่แม่ทำให้ฉันตอนเด็กๆ มันทำให้ฉันรู้ว่า แม่เลี้ยงลูกทุกคนมาด้วยความรัก ความเอาใจใส่ และความอดทนขนาดไหน ก่อนนอนฉันจะพูดกับแม่เสมอว่า “แม่หลับให้สบายนะคะ ไม่ต้องนึกถึงอะไรนอกจากลมหายใจเข้า – ออกและความดีทั้งหลายที่แม่ได้ทำมาตลอดชีวิต…อย่าไปสนใจร่างกายนี้ เพราะมันถึงเวลาที่ต้องเสื่อมโทรมแล้ว ใครๆ ก็ต้องแก่ เจ็บ และตาย…แต่ถ้าแม่ทำใจให้มีความสุข แม่จะได้ไปสวรรค์นะ ไม่ต้องห่วงใครทั้งนั้น แม่แค่ไปรออยู่ที่นั่น แล้วเราก็จะได้พบกันอีก หรือถ้าแม่ทำใจให้ว่างเปล่า แม่อาจไม่ต้องเกิดอีกเลยก็ได้นะคะ” พูดจบฉันก็จะเปิดเทปเพลงธรรมะให้แม่ฟัง ความในใจของลูก ฉันไม่คิดว่าการพูดถึงความตายเป็นสิ่งอัปมงคล แต่ตรงกันข้าม เราควรให้ผู้ที่กำลังจะพบกับมันได้เตรียมตัวเตรียมใจและรับรู้ว่า ความตายไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันเป็นเพียงการเปลี่ยนสถานะเท่านั้น…ถึงแม้ส่วนใหญ่แม่จะหลับไปก่อนด้วยความอ่อนเพลีย แต่ฉันก็ดีใจที่ใบหน้าแม่ระบายไปด้วยความสงบสุข มันทำให้ฉันเชื่อว่า ถ้าแม่จากไปในวันนั้น […]

นิพา เดชมา เศรษฐินีร้อยล้าน “ฉันมีความจนเป็นแรงบันดาลใจ”

เรื่องราวต่อไปนี้ถ่ายทอดจากชีวิตจริงของหญิงแกร่งร่างเล็กที่ชื่อ นิพา เดชมา หรือ คุณปุ๋ยอดีตลูกชาวนาผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต

5 วิธี ใช้เงินน้อยๆ แต่มีความสุขมากๆ

หลายคนคิดว่ายิ่งมีเงินเยอะ จะยิ่งมีความสุข แต่รู้ไหมว่า ใช้เงินน้อยๆ ก็มีความสุขมากๆ ได้ด้วยเหมือนกัน

“วิ่งไล่ตามก้อนเมฆ” นิทานของผู้ใหญ่ แต่งโดยหลวงปู่ ติชนัทฮันห์

หลวงปู่ ติชนัทฮันห์ เล่าว่า ..แม่น้ำสายหนึ่งไหลรินจากยอดเขา เป้าหมายของเธอคือการออกสู่ท้องทะเลกว้าง เมื่อเธอยังเยาว์อยู่เธออยากวิ่งเร็วที่สุด

ไขข้อข้องใจ หากคู่รัก ปฏิบัติธรรม ชีวิตคู่มักจะไปไม่รอดจริงหรือ

หากสามีหรือภรรยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิบัติธรรม ชีวิตคู่มักจะไปไม่รอดจริงหรือ พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ มีคำตอบดีๆ มาฝาก

บาป ! ของคน ตาเบา นิ้วเบา หูเบา บทความดีๆ จากณัฐพบธรรม

การทำ บาป แบบนี้ ทำให้เรามีโอกาสจะเป็นเปรต หรือตกนรกได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในยุคที่การสื่อสารของมนุษย์เราใช้การสนทนาผ่านปาก และรับรู้ผ่านหู

5 ขั้นตอนสู่การเจริญสติวิถีเซน ที่คุณเองก็ทำได้ทุกวัน

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่ชอบอะไรเกี่ยวกับเซน ไม่ว่าจะเป็นสวนเซน นิทานเซน พิธีชงชาแบบเซน หรือกลอนไฮกุ แถมยังเลื่อมใส หลวงปู่ติช นัท ฮันห์

สมเด็จพระสังฆราช แสดงธรรมเรื่อง ทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา ถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สมเด็จพระสังฆราช แสดงธรรมเรื่อง ทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา ถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีพิธีสงฆ์ที่สำคัญอีกพิธีหนึ่งคือ การแสดงธรรมเทศนาของสมเด็จพระสังฆราช ถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรื่อง ทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลสังฆปรินายก แสดงธรรมเทศนาเรื่องทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา ถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีความว่า ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พระชนมสุขทุกประการ จงมีแต่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ในพระองค์ สมเด็จพระปรเมนทรฯ มหาราชาธิราชเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐ บัดนี้จะรับพระราชทานถวายวิสัชชนาทศพิธราชธรรมจริยาทิกถา ฉลองพระเดชพระคุณ ประดับพระปัญญาบารมี ถ้ารับพระราชทานถวายวิสัชชนาไป มิต้องตามโวหารและอรรถาธิบายในพระธรรมเทศนา ณ บทใดบทหนึ่งก็ดี ขอเดชะพระเมตตาคุณ พระกรุณาคุณ พระขันติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานอภัยแก่อาตมาผู้มีสติปัญญาน้อย ขอถวายพระพร นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ทานํ […]

5 ความเชื่อผิดๆ ในการ ใช้ชีวิตคู่

บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ 5 ข้อต่อไปนี้คือความเชื่อเกี่ยวกับการ ใช้ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ”ฟันธง!

ความสำเร็จไม่ใช่ “ปลายทาง” แต่คือ “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต ของ ตุ้ย – เกียรติกมล ล่าทา

เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงจุดที่เรียกว่า“ความสำเร็จ” (ที่แต่ละคนวางไว้) บางคนอาจจะคิดว่า“นี่แหละคือปลายทางของฉัน” แต่สำหรับผู้ชายคนนี้แล้ว ทุกความสำเร็จที่ได้มากลับหมายถึง “จุดเริ่มต้น” ของชีวิต

เมื่อสิ่งที่เห็นไม่ใช่ความจริง ความเป็นจริงคือสิ่งที่เราไม่เชื่อ – พระอาจารย์ชาญชัย

เรื่อง พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญสิ่งที่เราเห็นหลายอย่างไม่ใช่ความจริง ขณะที่มีความจริงอีกหลายอย่างที่เราไม่เห็นสิ่งที่เราเชื่อหลายอย่างก็ไม่ใช่ความจริง

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระราชศรัทธาแห่งพระมหากษัตริย์

พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร พระราชศรัทธาแห่งพระมหากษัตริย์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร เป็นพระราชศรัทธาส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่ทรงจัดสร้างพระพุทธรูปส่วนพระองค์ขึ้นมา เนื่องในโอกาสมงคล เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉลองพระชนมพรรษา ฉลองวันพระราชสมภพ หรือเพื่อสร้างถวายแด่พระราชบุพการี พระพุทธรูปที่ทรงสร้างด้วยพระราชศรัทธาเหล่านี้มักเป็นพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี วันสมภพของเชื้อพระวงศ์ และสมเด็จพระสังฆราช   พระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์สร้างพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของสมเด็จพระอัยยิกา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 และพระราชบิดา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เป็นพระปางอุ้มบาตร พระประจำวันพุธ 2 องค์ และต่อมาพระองค์ทรงสร้างพระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพของพระองค์เอง คือ พระปางห้ามญาติ พระประจำวันจันทร์     จากรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีจะทรงสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร อาทิเช่น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างพระปางสมาธิ พระประจำวันพฤหัสบดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างพระปางห้ามแก่นจันทร์ พระประจำวันจันทร์ […]

ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ

ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ การ ถวายอดิเรก เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี ที่ประธานคณะสงฆ์จะถวายอดิเรก หรือถวายพระพร แด่พระราชาและพระราชินี ธรรมเนียมสงฆ์นี้จะมีปรากฏในพระราชพิธีที่มีพิธีสงฆ์เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น   เป็นธรรมเนียมสงฆ์ที่เริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธีที่ไม่มีที่มาอย่างแน่ชัด แต่มีผู้รวบรวมไว้ในหนังสือคู่มือชาวพุทธ ฉบับพูดจาภาษาวัดว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระภิกษุชาวเมืองพัทลุงรูปหนึ่งชื่อ “พระสอน พุทธฺสโร” ซึ่งเดินทางมาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระสอนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นราชาคณะว่า “พระอุดมปิฏก” เมื่อสิ้นรัชสมัยแล้ว ได้กลับไปจำพรรษาที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นภูิมิลำเนาเดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยทรงผนวชและทรงรู้จักคุ้นเคยกับพระอุมปิฎกเป็นอย่างดี เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ตามหาและนิมนต์พระอุดมปิฎกมาเจริญพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีร่วมกับพระเถระรูปอื่น ๆ     ด้วยพระอุดมปิฎกนั่งอาสนะลำดับสุดท้ายของคณะสงฆ์ ครั้นถึงเวลารัชกาลที่ 4 ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม โดยลำดับจนถึงพระอุดมปิฎก พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ท่านเดินทางมาแต่ไกล นานปีจึงจะได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจทีเถิด” พระอุดมปิฎกถวายพระพรด้วยปฎิภาณโวหารเป็นภาษาบาลีว่า   อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว ทีฆายุโก […]

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น จิญจมาณวิกา ชื่อนี้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่สวดพระคาถาพาหุง หรือชัยมงคลคาถา พระพุทธมนต์สรรเสริญชัยชนะของพระพุทธเจ้า หลายคนอาจทราบดีว่านางจิญจมาณวิกา เป็นผู้หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้า แต่ตามจริงแล้วไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่คิดมุ่งร้ายต่อพระองค์   นางอมิตตดา อดีตชาติของนางจิญจมาณวิกา เรื่องราวของนางจิญจมาณวิกา ปรากฎในอรรถกถา แต่ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก และชาวพุทธก็รับรู้เรื่องของนางในฐานะหญิงร้ายที่คิดมุ่งจะทำลายพระพุทธเจ้าจากพระคาถาพาหุง ในอรรถกถาธรรมบทกล่าวถึงนางไว้ว่า นางจิญจมาณวิกาเป็นผู้นับถือเดียรถีย์ นักบวชในลัทธินี้ได้วานให้นางให้ร้ายว่านางท้องกับพระพุทธเจ้า นางใช้มารยาทแกล้งเข้าไปในพระเชตวันอยู่เสมอ หลังจากฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเสร็จก็ทำเป็นเข้าไปใกล้บริเวณที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้วแอบซุ่มอยู่ บางคนไม่มีแล้วจึงแอบออกไปทางอื่น บางทีก็ทำเป็นเข้าไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่แท้จริงแล้วแอบไปเข้าวัดของพวกเดียรถีย์ที่อยู่ใกล้เคียง ผ่านไป 9 เดือน จึงผูกไม้กลมที่ท้องแล้วเอาผ้าห่มทับข้างบนอีกที เพื่อให้ดูเหมือนท้องนั้นนูนออกมาเหมือนหญิงท้อง แล้วเข้าไปกลางฝูงชนที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วกล่าวร้ายว่าเด็กในท้องเป็นบุตรที่เกิดจากพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เรื่องจริงมีเพียงเรากับเธอเท่านั้นที่รู้” เทวดาทนเห็นการกระทำของนางไม่ได้ จึงจำแลงเป็นหนูแล้วกัดสายที่รัดท้องนาง เพื่อเปิดโปงความจริง เมื่อความจริงปรากฏว่านางไม่ได้ตั้งท้องจริง ฝูงชนเข้าขับไล่นาง นางวิ่งหนีไปยังไม่ทันจะพ้นประตูพระเชตวันก็ถูกธรณีสูบจากไปยังอเวจีมหานรกทันที     ในอดีตชาติของนางจิญจมาณวิกาคือนางอมิตตดา ภรรยาสาวของเฒ่าชูชกจากเวสสันดรชาดก ในอดีตชาตินั้นนางเป็นผู้ที่ให้ชูชกต้องมาทูลขอพระกัณหา-ชาลีไปจากพระเวสสันดร คงเป็นวิบากที่นางมีต่อพระพุทธเจ้า จึงค่อยขัดขวางและสร้างปัญหาให้กับพระพุทธเจ้ามาจนถึงสมัยพุทธกาล ส่วนเฒ่าชูชกก็มาเกิดเป็นพระเทวทัต ซึ่งเป็นอริกับพระพุทธเจ้ามาหลายภพชาติเช่นกัน   นางสุนทรีปริพาชิกา หญิงมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าอีกนางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก นางสุนทรีปริพาชิกา เป็นนักบวชหญิงเดียรถีย์ที่มีมิจฉาทิฏฐิ คือไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย […]

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ เว็บไซค์ มหาเถรสมาคม ได้ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่องกำหนดพระปริตรสำหรับเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า เนื่องในโอกาศมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ในการพระราชพิธีดังกล่าวจะมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การนี้ สำนักพระราชวัง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้นมัสการสมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี เพื่อโปรดพิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อในวัดทุกวัดในประเทศ และต่างประเทศใช้เป็นบทเจริญพระพุทธมนต์ ในการพระราชพิธีดังกล่าว บัดนี้ สมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี ได้พิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้มีบัญชาให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำบทพระปริตรเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้ 1. บทชุมนุมเทวดา 2. บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า (นะโม ตัสสะ) 3. […]

ชีวิตของลูกเลี้ยง ที่เหมือน ‘ตายทั้งเป็น’

ครั้งหนึ่งครอบครัวของฉันเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่แม่เสียชีวิตและมีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาในครอบครัวของเรา จึงได้รู้ว่า ชีวิตที่ตายทั้งเป็นนั้นเป็นอย่างไร ชีวิตของลูกเลี้ยง ฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พ่อมีอาชีพเป็นชาวประมง ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร ฉันมีพี่น้องทั้งหมด 12 คน  ฉันเป็นคนที่ 9 แต่น้อง 3 คนเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ๆ ฉันจึงกลายเป็นลูกสุดท้องไปโดยปริยาย ไม่นานหลังจากแม่เสีย พ่อก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่บ้าน เธอขายผักอยู่ในตลาด พ่อหลอกว่าอยู่ตัวคนเดียว เมื่อเธอรู้ความจริงว่าพ่อมีลูก 9 คน เธอไม่ได้ว่าอะไร กลับดูแลพวกเราเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ ตอนฉันเป็นเด็ก เธอให้กำเนิดลูกชาย 2 คน คนโตส่งไปให้แม่เธอเลี้ยง ส่วนคนเล็กเธอเลี้ยงเอง ชีวิตของฉันดำเนินไปด้วยดี พี่ชายคนโตรับราชการเป็นครู ต่อมาแต่งงานจึงย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตมีแต่ความสุข จนกระทั่งวันที่พ่อและบรรดาพี่ชายทุกคนออกเรือไปในทะเลเป็นเวลาแรมเดือน เหลือเพียงฉันและพี่สาว เธอจึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา แม่เลี้ยงใช้เราทั้งคู่ทำงานบ้านทุกอย่าง เธอปลุกพวกเราตอนตีสามให้ลุกมาทำงาน ถ้าไม่ลุกจะโดนดึงหู เธอเคยดึงจนหูฉันฉีก ฉันเจ็บมาก อยากไปหาหมอ แต่ไม่มีเงิน เพราะแม่เลี้ยงไม่ให้ไป ฉันทำได้แค่เอาน้ำเกลือมาล้างแผล แม่เลี้ยงใช้แรงงานพวกเราราวกับทาสในเรือนเบี้ย ไม่ได้ดั่งใจก็ทุบตี บางทีก็จับขังไว้ในห้องนอน ให้อดข้าวอดน้ำหลายวัน ระหว่างนั้นพี่สาวของฉันมีชายหนุ่มเข้ามาติดพัน เธอทนที่โดนทำร้ายไม่ไหว จึงหนีตามชายหนุ่มคนนั้นไป เมื่อพ่อกลับมาจากการออกเรือไปหาปลา ฉันเล่าให้พ่อฟังว่าแม่เลี้ยงทำอะไรฉันบ้าง แล้วฉันก็แทบหัวใจสลาย พ่อไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เพราะถูกแม่เลี้ยงเป่าหู ทุกครั้งที่พ่อออกไปทำงานคือช่วงเวลาที่ฉันถูกทำร้าย นอกจากงานในบ้านที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แม้แต่เรื่องอาหารก็ได้กินแต่ของเหลือ ๆ อย่างถ้าแม่เลี้ยงซื้อเป็ดมากินกับญาติตัวเอง ก็กินเนื้อเป็ดจนหมดแล้วเหลือกระดูกไว้ให้ฉันกิน พอรองเท้านักเรียนของฉันขาด แม่เลี้ยงก็ไม่ซื้อให้ใหม่ ฉันต้องเก็บเงินซื้อทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าเอง เงินเก็บของฉันมาจากเงินที่แม่เลี้ยงให้วันละบาท ซึ่งให้บ้างไม่ให้บ้าง ถ้าพ่ออยู่เธอให้ห้าบาท ระหว่างเก็บเงิน ฉันต้องเอาถุงพลาสติกสวมแทนรองเท้าและพยายามเดินบนพื้นหญ้าจะได้ไม่ร้อนเท้า ตอนอยู่โรงเรียนฉันประทังความหิวโดยการดื่มน้ำจากแท็งก์น้ำของโรงเรียน เพราะต้องการเก็บเงินไว้ซื้อรองเท้าให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเงินก็ไม่พอซื้อรองเท้าอยู่ดี หลังจากจบ ป.4 ฉันอยากเรียนต่อ ป.5 จะได้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะสมัยนั้นเริ่มสอนภาษาอังกฤษกันตอน ป.5 ฉันอยากมีความรู้ไว้ติดตัวบ้างก็เท่านั้นเอง แต่แม่เลี้ยงตอบว่า “ผู้หญิงเรียนมากก็เหี้_มาก ไม่ต้องเรียนเดี๋ยวผัวก็เลี้ยง” ฉันจึงไม่ได้เรียนต่อ ต้องออกมาทำงานบ้าน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และเริ่มมีเงินเก็บพอสมควร ต่อมาแม่เลี้ยงเริ่มเล่นหวยหนักจนเงินหมด ก็มายืมเงินฉันไปเป็นทุนซื้อผักไปขายในตลาด ฉันก็ให้ไปและคิดว่าเดี๋ยวคงได้คืน วันหนึ่งฉันเพิ่งทำงานบ้านเสร็จ เหนื่อยมาก หิวจนตาลาย แต่แม่เลี้ยงไม่ให้กินข้าว ฉันโมโหหิวขว้างจานข้ามหัวพ่อที่กลับมาบ้านพอดี พ่อไม่เคยเห็นฉันเป็นแบบนี้จึงตวาดว่า “นี่มึงทำถึงขนาดนี้เลยหรือ” แล้วพ่อก็ตี ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงกระทำ “ตอนเขาตีหนู พ่อเคยเห็นบ้างไหม พ่อเคยอยู่ดูแลหนูบ้างหรือเปล่า” ฉันพูดทั้งน้ำตา แล้วก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อฟังอีกครั้งจนพ่อไปตีแม่เลี้ยง เพราะพ่อเห็นว่าทำกับฉันหนักเกินไป เมื่อพ่อต้องออกไปกับเรืออีกครั้ง แม่เลี้ยงก็แผลงฤทธิ์หนักขึ้น ฉันจึงทวงเงินที่เขายืมไปบ้าง เพราะคิดว่าจะไม่ยอมอีกแล้ว ปรากฏว่าเขาโกรธจัด จับฉันมัดข้อมือไว้กับเพดาน ตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางบ้าน จากนั้นเธอเดินไปหยิบหางกระเบนมาฟาดหลัง ตอนนั้นฉันใส่เสื้อคอกระเช้าบางเฉียบ แรงเหวี่ยงของหางกระเบนที่ฟาดมาทำให้เนื้อแตก หลังจากตีจนสาแก่ใจก็ไปเอาน้ำเกลือหนึ่งกะละมังมาสาดที่แผลสด ๆ ฉันเจ็บแสบทรมานมากจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ วันหนึ่งฉันไปขายผักแทนแม่เลี้ยงที่ตลาดและเจอเพื่อนบริเวณนั้น จึงขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายถึงพี่ชายที่เป็นครูให้มารับไปอยู่ด้วยเพราะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อพี่ชายได้รับจดหมายจึงรีบมารับทันที โดยที่แม่เลี้ยงก็ขัดขวางไม่ได้เพราะพี่ชายโตแล้ว เธอไม่กล้ายุ่ง เวลาผ่านไปจนฉันอายุ 14 […]

keyboard_arrow_up