กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุตายไปเป็นเปรต

กินอาหารที่เขาถวายพระภิกษุ ตายไปเป็นเปรต สมัยอดีตพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” กรรมกร 3 คนในสมัยนั้นได้ลักข้าวยาคูและอาหารต่างๆ ของผู้ที่ตั้งใจจะใส่บาตรพระภิกษุ เพื่อนำให้บุตรของพวกตนกินคลายความหิว แต่พวกตนกลับกินเสียเอง ทำให้พระภิกษุไม่มีอาหารฉัน เมื่อกรรมกรทั้ง 3 ตายไปเป็นเปรต เสพความหิวโหยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ครั้งถึงสมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า พวกเปรตได้เข้าเฝ้าและทูลถามพระองค์ว่าพวกตนจะกินอาหารได้เมื่อไร พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระโกนาคมนพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด”  ครั้งถึงสมัยพระโกนาคมนพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดา เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าและทูลถามเรื่องเดิม พระองค์ตรัสตอบว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา ในกาลข้างหน้าพระกัสสปพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก ขอให้พวกท่านทูลถามจากพระองค์เถิด” พอถึงสมัยของพระกัสสปพุทธเจ้าแล้ว เหล่าเปรตพากันเข้าเฝ้าพระองค์และทูลถามเรื่องเดิมอีกครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “พวกท่านยังไม่สามารถกินอาหารได้ในสมัยของเรา แต่หลังจากสมัยของเราล่วงไปอันเป็นสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ญาติของพวกท่านจะเกิดเป็นพระราชามีนามว่า “พิมพิสาร” และเขาจะถวายทานแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ตอนนั้นพวกท่านถึงจะกินอาหารได้” หลังจากนั้นเหล่าเปรตตั้งตารอคอยการกลับชาติมาเกิดของญาติผู้นั้น จนกระทั่งพระสมณโคดมพุทธเจ้าได้อุบัติขึ้นบนโลก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมายังกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารได้ถวายทานอย่างยิ่งใหญ่แด่พระพุทธองค์และพระสาวกทั้งหลาย พร้อมทั้งถวายสวนไผ่ (พระเวฬุวัน) เป็นอารามแด่พระพุทธเจ้าและพระสาวกพำนัก ปรากฏว่าในค่ำคืนนั้นพระองค์ได้สดับเสียงประหลาดอันน่ากลัว     วันต่อไปพระเจ้าพิมพิสารเสด็จเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังพระเวฬุวัน และทูลถามเรื่องเสียงประหลาด พระองค์ตรัสตอบว่า “เมื่อสมัยอดีตพระพุทธเจ้ามีพระนามว่า “พระผุสสพุทธเจ้า” ญาติของท่านในชาตินั้นได้ลักกินอาหารที่คนตั้งใจถวายพระภิกษุ เมื่อตายไปได้เกิดเป็นเปรต และได้รับความทุกข์ทรมานเพราะความหิวโหย เที่ยวเข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้าในอดีตมาหลายพระองค์ว่าเมื่อไรพวกข้าพเจ้าจะกินอาหารได้ […]

บันทึกของ “คนไกลวัด”

“ซ้าย ย่าง หนอ ขวา ย่าง หนอ” เสียงพูดดังงึมงำรอบตัว  (คนไกลวัด) บรรยากาศมีแต่ความสงบและผ่อนคลาย ไม่ได้มีทีท่าว่าจะขำ ๆ ตลก ๆ อย่างที่ฉันเกรง “ให้พูดออกเสียง ระวังอย่าให้คำพูดไปก่อน ต้องให้ พอดี จึงจะอยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง” เสียงของพระอาจารย์ที่พูดเตือนเป็นระยะ ทว่ากลับไม่ทำให้ความสงบรอบตัวลดลงหรือทำให้เกิดบรรยากาศของการเข้มงวด นี่เป็นการฝึก เดินจงกรม อย่างเป็นรูปธรรมจริงจังครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าจะมีเวลาเดินจงกรมครั้งนี้เพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ทว่ากลับทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความสงบและความนิ่งในใจ สถานที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่ห้องประชุมบนชั้น 8 ของตึกศรีสุลาลัย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ภายในห้องมีทั้งอาสนะวางเรียงรายห่าง ๆ กัน และเก้าอี้ตั้งชิดกำแพงห้องสำหรับให้เลือกนั่งปฏิบัติธรรม บรรยากาศดูสบาย ๆ เรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ฉันเดินไปนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ สักครู่วิทยากรก็มาพูดเชิญชวนให้นั่งด้านหน้า จริงสิ ต่างคนต่างก็ยึดที่นั่งด้านหลังทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย นี่ละวิสัยคนไทย นั่งหลังไว้ก่อน (มารยาทดี อยากเก็บที่นั่งดี ๆ ด้านหน้าไว้ให้คนอื่นไง ฮา) ในห้องประชุม ทุกคนต่างก็นั่งกันเงียบ ๆ […]

ขอบคุณ เกลียวคลื่น … ! ที่ทำให้เห็นความหมายของการมีชีวิต

ทันทีที่กระแสน้ำฟาดขาผมให้ล้มทั้งยืน ผืนทรายที่ผมเหยียบยืนก็หายวับไป ตามมาด้วยเกลียวคลื่นที่ม้วนทับเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเหมือนกับปูอัดที่ถูกม้วนขดอยู่ในซาซิมิ เกลียวคลื่น กระหน่ำซ้ำเติมอยู่นานหลายนาที ผมสำลักน้ำจนแสบจมูกไปหมด ใช่ว่าผมไม่พยายามตะเกียกตะกาย แต่ยิ่งผมพยายามดิ้นรนเท่าไร เกลียวคลื่น ก็ดูยิ่งโกรธแค้นและอัดผมแรงกว่าเดิมราวกับต้องการฉุดลากผมให้จมลงสู่ท้องทะเลลึก……ผมคิดว่าตัวเองคงไม่รอด! ก่อนหน้าที่ผมจะมาภูเก็ตไม่กี่วัน มีคนโดนเกลียวคลื่นเล่นงานและพรากวิญญาณของเขาไปอย่างน่าเศร้า ตอนนี้คงถึงคิวของผมบ้างแล้ว… แต่มีอีกหลายอย่างเหลือเกินที่ผมยังไม่ได้ทำ ทั้งสิ่งที่อยากจะทำ สิ่งที่ควรจะทำ และสิ่งที่จะต้องทำ…ผมยังไม่ได้บอกลาเพื่อน ๆ …ยังไม่เคยขอโทษคนรักที่ผมพูดจาไม่ดีกับเธอหลายครั้ง…ผมยังไม่ได้บอกแม่ว่าการได้เกิดมาเป็นลูกชายของท่าน มันทำให้ชีวิตผมมีค่าแค่ไหน ผมยังไม่เคย…ยังไม่เคย…ยังไม่เคยทำอะไรอีกหลายอย่างเหลือเกิน! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาภูเก็ต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเล่นกระดานโต้คลื่นที่กะตะ ทุกครั้งที่มาเที่ยวภูเก็ต ผมไม่ใคร่จะได้รื่นรมย์กับทัศนียภาพความงามทางธรรมชาติเท่าไรนัก ผมมักจะเตร็ดเตร่ไปตามสถานบันเทิงยามค่ำคืนเสียมากกว่า กลางวันช็อปปิ้ง กลางคืนดื่มเหล้า เที่ยวบาร์อะโกโก้ สนุก เมา มันสุดเหวี่ยงยันเช้า…เมื่อคืนของผมก็เป็นแบบนี้ ค่ำคืนนี้และคืนต่อ ๆ ไปในภูเก็ตของผมก็คงจะเข้าอีหรอบเดิม…หากว่าเช้านี้ผมไม่มาเจอคลื่นลูกนี้เข้าเสียก่อน ! เช้าวันนี้ผมตื่นมาพร้อมกับความแฮ้งระดับห้า (ระดับสูงสุดของผม) โทรศัพท์ของผมมี 3 สายที่ไม่ได้รับ…จากแม่ น้องสาว และคนรักของผม น่าจะด้วยความเป็นห่วงที่ผมเงียบหายไปหลายวัน ผมรู้สึกเบื่อเหลือเกินที่จะต้องโทร.ไปรายงานว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แต่น่าแปลกที่ผมกลับกระตือรือร้นในการอัพโหลดรูปลงเฟซบุ๊กอวดเพื่อน ๆ ยอมอดตาหลับขับตานอนเพื่อจะบอกใครต่อใครในโลกว่าเมื่อคืนผมไปเที่ยวที่บาร์ไหน หรือไม่ก็ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อจะถ่ายภาพชายหาดในแสงแดดอ่อน ๆ ก่อนจะโพสต์เพื่อให้ใครสักคนมากด like…ผมน่าจะโทร.กลับไปหาแม่ […]

รู้มากแต่ไม่ปฏิบัติก็ไร้ผล เรื่องเล่าจากพระเชตวัน

รู้มากแต่ไม่ปฏิบัติก็ไร้ผล เรื่องเล่าจาก พระเชตวัน ในสมัยพุทธกาลมีกุลบุตรสองคนอาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถีเป็นสหายกันมานาน ชอบชักชวนกันไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้าที่ พระเชตวัน เป็นประจำ จนกระทั่งซาบซึ้งในรสพระธรรมจึงชวนกันออกบวชในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า หลังจากบวชแล้วก็อยู่ในสำนักของพระอาจารย์ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ตลอด 5 ปี จากนั้นจึงเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทูลถามภาระหน้าที่ในพระศาสนาที่ตนต้องกระทำ พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องวิปัสสนาธุระ (ปฏิบัติ) และคันถธุระ (ปริยัติ) พระภิกษุรูปแรกที่บวชก่อนทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์บวชเมื่อตอนอายุมากแล้ว ไม่สามารถคันถธุระได้ ขอบำเพ็ญวิปัสสนาธุระแทนพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์เมตตาตรัสเรื่องวิปัสสนาให้กระจ่าง ส่วนพระภิกษุอีกรูปทูลขอบำเพ็ญคันถธุระ พระภิกษุทั้งสองต่างเลือกเส้นทางของตนเอง พระภิกษุผู้เลือกคันถธุระกลายเป็นพระอาจารย์ของพระภิกษุหลายรูปในพระเชตวัน ได้รับการยกย่องและนับถือ เพราะสามารถสาธยายพระสูตร และคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้จนหมด  แต่พระภิกษุผู้เลือกวิปัสสนาธุระกลับสำเร็จอรหัตตผล     เมื่อพระภิกษุผู้เลือกสายปฏิบัติกลับมายังพระเชตวัน เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าจะทรงทดสอบพระภิกษุทั้งสองว่ได้ทำภารกิจของพระศาสนาได้ลุล่วงดีแล้วหรือไม่ เมื่อพระภิกษุสายปฏิบัติได้เยี่ยมเยือนพระภิกษุผู้เป็นสหาย จึงได้ทราบว่าบัดนี้ได้กลายเป็นพระอาจารย์ที่ได้รับการยกย่องไปเสียแล้ว ผิดกับตนที่ห่างหายไปปฏิบัติตามป่าตามเขามานานจนไม่มีใครรู้จัก ครั้นถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงนัดให้พระภิกษุทั้งสองเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ทรงถามคำถามเรื่องปฐมฌานกับพระภิกษุสายปริยัติ แต่พระภิกษุรูปนี้กลับตอบไม่ได้ พระองค์ทรงเริ่มคำถามข้อต่อเป็นเรื่องรูปสมาบัติและอรูปสมาบัติ ก็ตอบไม่ได้ พอพระองค์ถามเรื่องทุติยฌานก็ตอบไม่ได้ เรื่องมรรคผลก็ตอบไม่ได้อีก แต่พอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถามพระภิกษุสายปฏิบัติในคำถามเดิมกลับตอบได้ทุกคำถาม พระบรมศาสดากล่าวสาธุการต่อพระภิกษุสายปฏิบัติจนได้ยินไปถึงเทวดา เทวดาตั้งแต่ชั้นจาตุงมหาราชิกาจนไปถึงพรหมโลกต่างสรรเสริญและสาธุการกับพระภิกษุสายปฏิบัติ เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้รู้มากแต่ไม่ปฏิบัติเลยก็ไร้ผล   ที่มา : อรรถกถา ธรรมบท เรื่อง พระภิกษุ 2 […]

ธนาคารขยะรีไซเคิล ช่วยให้ชุมชนแปลงขยะเป็นเงิน และกลายเป็นชุมชนน่าอยู่

ธนาคารขยะรีไซเคิล ช่วยให้ชุมชนแปลงขยะเป็นเงิน และกลายเป็นชุมชนน่าอยู่ มติชนออนไลน์มีเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจมาฝากอีกแล้ว ซีเคร็ตจึงนำมาเล่าต่อ เชื่อว่าหลายท่านที่ได้อ่านจะอมยิ้มกับโครงการดี ๆ ที่ทางโรงเรียนแห่งนี้ทำขึ้น คือ ธนาคารขยะรีไซเคิล เพื่อแปลงขยะเป็นเงินตรา และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนและชุมชน คุณครูสามารถ บุญโสม หรือ ครูมารถ คุณครูหนุ่มแห่งโรงเรียนบ้านหนองม่วง ตำบลชุมแสง จังหวัดระยองได้กล่าวว่า หลังจากโรงเรียนได้ทำโครงการธนาคารขยะรีไซเคิลซึ่งเป็นโครงการของมูลนิธิมิตชูบิชิ อิเล็คทริคไทย ทำให้โรงเรียนแห่งนี้สะอาดขึ้น จากแต่ก่อนโรงเรียนไม่ได้ทำการคัดแยกขยะ มักทิ้งขยะไม่เป็นที่ และทิ้งขยะไม่ลงถัง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมของโรงเรียนไม่สะอาด เมื่อมีโครงการฯนี้เข้ามาจึงทำให้นักเรียนสามารถแยกขยะตามหมวดหมู่เป็น แถมนักเรียนยังนำกลับไปใช้ที่บ้าน ทำให้ผู้ปกครองพลอยแยกขยะเป็นไปด้วย เมื่อเกิดโครงการธนาคารขยะรีไซเคิล นักเรียนจะเก็บขยะจากบริเวณโรงเรียนและชุมชนมาขายที่ธนาคาร ทำให้นักเรียนมีรายได้จากการขายขยะ และมีร้านรับซื้อของเก่าเข้ามาติดต่อขอซื้อขยะจากธนาคารไปอีกต่อหนึ่ง     ธนาคารขยะรีไซเคิลแห่งนี้มีน้องนักเรียนที่รวมกลุ่มกันช่วยเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยกัน 3 หน้าที่คือ เจ้าหน้าที่คัดแยกขยะและชั่งน้ำหนัก ซึ่งน้องโชกุน หรือ  ด.ช.คมกริบ ชื่นจิตต์ รับหน้าที่นี้ได้บอกว่า  ธนาคารขยะรีไซเคิลไม่เหมือนธนาคารอื่นเพราะไม่ต้องเอาเงินมาฝากที่ธนาคาร แต่เอาขยะมาฝากไว้ที่ธนาคารแทน แล้วถอนเป็นเงินออกไป ส่งผลให้นักเรียนและผู้ปกครองเห็นประโยชน์ของขยะมากขึ้น น้องเจโฟน หรือ ด.ช. สดาศิวะ นาตาแสง […]

พลังแห่งวัดและชุมชน ชาวบ้านอีต่อง ร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมถนน

พลังแห่งวัดและชุมชน ชาวบ้านอีต่อง ร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมถนน พลังแห่งวัดและชุมชน ชาวบ้านอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมมือร่วมใจกันซ่อมแซมถนนหนทาง เพราะถนนหนทางใช้การลำบาก เนื่องจากเป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมาก มติชนออนไลน์ได้นำเสนอข่าวว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา พระคุณเจ้าติสรโณภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเหมืองปิล๊อก และนางอรุณี มหัตกีรติ ผู้ใหญ่บ้านอีต่อง หมู่ 1 ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยชาวบ้าน พระสงฆ์ และสามเณร รวมทั้งหมด 50 คน ร่วมแรงร่วมใจซ่อมแซมถนนทางหลวงชนบท กจ.4088 ตั้งแต่หลัก กม.ที่ 4 จนถึงหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และต่อเนื่องไปจนถึงองค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก     ทางหลวงชนบทเคยเข้ามาช่วยโดยเอาหินคลุกมาลงช่วยอุดรอยขุรขระของถนน แต่พอเข้าสู่หน้าฝน ถนนก็จะเป็นหลุมและบ่อเพราะปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา ส่งผลให้การเดินทางบนถนนเส้นนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เวลาเร่งรีบไปติดต่อราชการหรือโรงพยาบาลทำให้ใช้เวลานานถึงสองชั่วโมงครึ่ง หรือนานสุดก็สามชั่วโมง ทั้งยังทำให้รถยนต์เสียหายเพราะถนนขุระขระไม่ราบเรียบ ซึ่งเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุอีกด้วย อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี กำลังเป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยว ถนนเส้นนี้มีความคดเคี้ยวอยู่แล้ว ยิ่งขุรขระเป็นหลุมและบ่อด้วย อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยือนอำเภอแห่งนี้อีกด้วย พระคุณเจ้าและชาวบ้านจึงรวมตัวกันพึ่งพาตนเอง […]

ธัมมิกอุบาสก อุบาสกผู้มีเทวดามารอรับไปสวรรค์

ธัมมิกอุบาสก อุบาสกผู้มีเทวดามารอรับไปสวรรค์ เมื่อครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี พระองค์ได้ตรัสเรื่อง “ ธัมมิกอุบาสก ” อุบาสกผู้บำเพ็ญบุญจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตให้พระภิกษุทั้งหลายฟัง ครั้งนั้นมีอุบาสกผู้ปฏิบัติธรรมในกรุงสาวัตถีมีอยู่ราว 500 คน อุบาสกหนึ่งคนจะมีบริวารถึง 500 คน หัวหน้าอุบาสกในเมืองนั้นมีบุตรชาย 7 คน และบุตรีอีก 7 คนด้วยกัน บรรดาบุตรทั้งหลายของเขาล้วนเป็นผู้ทำทาน ถวายสลากยาคู สลากภัต ปักขิกภัต สังฆภัต อุโปสถิกภัต อาคันตุกภัต วัสสาวาสิกภัต นับว่าเป็น “อนุชาตบุตร” คือบุตรที่เป็นไปตามที่บิดามารดาต้องการทุกประการโดยแท้ เพราะอุบาสกคนนี้ชอบทำทาน นอกจากนั้นครอบครัวนี้ยังเป็นผู้มีศีล และถือหลักธรรมที่ชื่อว่า “กัลยาณธรรม” เป็นที่พึ่งมีความยินดีในการทำทาน ต่อมาอุบาสกคนนี้ล้มป่วยลง ขณะที่เขาล้มป่วย เขาเกิดอยากฟังธรรม จึงให้คนไปนิมนต์พระภิกษุมา 8 รูป หรือ 16 รูปก็ได้ พระพุทธองค์ทรงทราบจึงมีพุทธบัญชาให้พระภิกษุไปตามที่อุบาสกคนนั้นนิมนต์ เมื่อพระภิกษุมาถึงเรือนของอุบาสก และนั่งบนอาสนะที่จัดเตรียมไว้ดีแล้ว ซึ่งล้อมอยู่รอบเตียงของอุบาสก อุบาสกกล่าวขอให้พระภิกษุช่วสาธยายพระสูตรอันเป็นคำสอนของพระบรมศาสดาสักหนึ่งพระสูตรให้ตนฟัง     […]

คุณตาพิการตาบอด ขายข้าวหลามเลี้ยงชีพตนและภรรยาที่มีโรครุมเร้า

คุณตาพิการตาบอด ขายข้าวหลามเลี้ยงชีพตนและภรรยาที่มีโรครุมเร้า คุณตาพิการตาบอด วัย 67 ปี เลี้ยงชีพด้วยการขายข้าวหลาม นอกจากขายเพื่อเลี้ยงชีพตนเองแล้วยังต้องจุนเจือภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก วัย 98 ปีที่ป่วยเป็นโรครุมเร้าหลายโรค นางสาวบุษกร เอี่ยมเทศ อายุ 43 ปี สารวัตรกำนันตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า คุณตาท่านนี้ชื่อนายยอม หอมหวล หรือคุณตายอดมักมานั่งขายข้าวหลามอยู่ที่บริเวณลานจอดรถหลังวิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อวัดเขาตะเครา     คุณบุษกร กล่าวว่า เห็นคุณตายอมมานั่งขายข้าวหลามที่วัดเขาตะเคราอยู่บ่อยครั้ง และเธอเล่าถึงความมีน้ำใจของคุณตายอมว่า หากท่านทราบว่าชุมชนมีกิจกรรมสาธารณะ ก็จะนำข้าวหลามมาแจกให้อีกด้วย คุณตายอมตาบอดมาตั้งแต่เด็ก เพราะถูกวัวเตะขณะตามแม่ไปนวดข้าวที่ลานวัว ปัจจุบันอยู่กับภรรยาที่ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน และโรคอื่นอีกหลายโรค ถึงจะยากจนก็ทำมาหากินเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่ารักษาพยาบาลภรรยา โดยทุกวันศุกร์คุณตาจะจ้างคนในหมู่บ้านมาเผาข้าวหลาม พอถึงวันเสาร์-วันอาทิตย์ก็จะนำข้าวหลามไปขายที่วัดตะเครา ซึ่งขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าเหลือก็จะให้เป็นอาหารลิง ใครแวะไปกราบพระ-ทำบุญที่วัดตะเคราช่วยอุดหนุนข้าวหลามคุณตาด้วยนะคะ   ที่มาและภาพ : www.thairath.co.th บทความน่าสนใจ คุณลุงตาบอด ผู้เด็ดเดี่ยวยึดมั่นความซื่อสัตย์และความอดทนตลอดชีวิต  คุณตาใช้เวลา 2 ปี ปลูกดอกไม้นับพันเพื่อให้ภรรยาตาบอดยิ้มได้อีกครั้ง ดนตรีบำบัดช้าง […]

เจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ฝ่ายดูแลลูกค้าช่วยชีวิตลูกค้าที่อยู่ห่างไปหลายร้อยไมล์

บางครั้งการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจหมายถึงความเป็นกับความตายได้ สำหรับ แดน แมกเกนนิส (Dan Magennis) การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ คือการตัดสินใจโทรศัพท์หาฝ่ายบริการลูกค้าของคอมคาสต์ (Comcast: บริษัทเคเบิลทีวีรายใหญ่ที่สุดและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในบ้านรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์บ้านรายใหญ่อันดับสามของประเทศ) ก่อนจะเริ่มลงมือดูแลสนามหญ้าที่บ้าน ชายวัย 65 ปีจากเมืองวอล์กเกอร์ รัฐมิชิแกน รู้ดีว่าหากเขาไม่โทร เขาอาจจะไม่ได้อยู่ถึงวันนี้ ในตอนนั้นเขาแค่ต้องการโทรไปแจ้งปัญหาเคเบิลที่บ้านขัดข้องและขอความช่วยเหลือในการแก้ไข แต่สิ่งที่เขาได้มาแทนคือผู้ช่วยชีวิตที่อยู่ห่างไปถึง 800 ไมล์ แดนโทรศัพท์เข้าศูนย์โดยหวังจะแก้ไขปัญหาเคเบิลให้เสร็จเสียที เพื่อเขาจะได้ลงมือจัดการสนามหญ้าอย่างเต็มที่ แต่ทันทีที่เขาต่อสายถึง คิมเบอร์ลี วิลเลียมส์ (Kimberly Williams) ฝ่ายบริการลูกค้าในเมืองแจ็คสัน รัฐมิสซิสซิปปี้ เขาก็พบว่าตัวเองพูดไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาตื่นเต้น แต่พอเขาบอกชื่อตัวเองปุ๊บเขาก็พูดอะไรไม่ได้อีกเลย จากนั้นขาขวาก็เริ่มชา เขาเริ่มตื่นตระหนกและทำโทรศัพท์ร่วงจากมือ แดนเล่าว่า เขาพยายามพูดอะไรออกมาแต่ทำไม่ได้ แม้แต่จะขยับตัวก็ยังทำไม่ได้ ภายในเวลา 20 – 30 วินาทีเขาก็เริ่มคิดได้ว่านี่อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง แต่เขาไม่สามารถบอกพนักงานในสายได้ อย่างไรก็ตาม คิมเบอร์ลีรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ อาการพูดไม่ชัดแบบนี้เธอคุ้นเคยดี เพราะตอนเป็นวัยรุ่นเธอเคยเห็นคุณยายของเธอมีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง […]

ร้องเสียงเหมือนหมูก่อนตาย วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู

ร้องเสียงเหมือนหมูก่อนตาย วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู ครั้งพระบรมศาสดาประทับ ณ พระเวฬุวัน วัดที่พระเจ้าพิมพิสารถวายไว้ในพระพุทธศาสนา พระองค์ตรัสถึง วิบากกรรมของพ่อค้าขายหมู ที่มีชื่อว่า “จุนทสูกริก” ให้พระภิกษุทั้งหลายฟังว่า มีพ่อค้าขายหมูคนหนึ่งชื่อว่าจุนทสูกริก เขายึดอาชีพขายหมูเลี้ยงชีพ ซึ่งเขาฆ่าหมูเหล่านั้นด้วยมือของเขาเอง เริ่มจากทุบหมูทั้งเป็นด้วยค้อน 4 ครั้ง แล้วทำการสังหารในรูปแบบต่าง ๆ นานาอย่างสยดสยอง เขาทำแบบนี้มาจนกระทั่งอายุได้ 55 ปี อาหารที่เขาเลี้ยงดูบุตรและภรรยาก็เป็นชิ้นเนื้อหมูที่แบ่งมาจากกองเนื้อหมูที่เขาแบ่งไว้ขาย แม้เขาจะทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในกรุงราชคฤห์ ดอกไม้สักกำมือหนึ่งก็ไม่มี ข้าวหนึ่งทัพพีก็ไม่ปรากฏ ไม่ทำบุญสุนทานเลย วัน ๆ อยู่กับการฆ่าหมูที่ตนเลี้ยงมากับมือ     จุนทสูกริกล้มป่วยลง เขารู้สึกร้อนเหมือนตกนรก เขาทรมานมาก และเขาก็ร้องเสียงเหมือนหมู และเดินคลานเหมือนหมูไปทั่วเรือน ครอบครัวพยายามจับตัวเขาไว้ แล้วเอามือปิดปากเขา เพราะเสียงร้องของนายจุนทสูกริกดังไปไกลถึง 7 เรือน ทำให้เพื่อนบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว สุดท้ายไม่มีใครหยุดพฤติกรรมประหลาดของนายจุนทสูกริกได้ ทำได้แต่ขังเขาไว้ในเรือน ไม่ให้ออกไปไหน พอเข้าสู่วันที่ 8 นายจุนทสูกริกก็สิ้นใจ และไปเกิดชดใช้กรรมในอเวจีมหานรกทันที พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปิดท้ายเรื่องวิบากกรรมของพ่อค้าขายหมูผู้นี้ว่า เหตุที่เขาได้รับวิบากกรรมนี้ เป็นเพราะเขาประมาทในการเป็นฆราวาส เพิ่งสร้างกรรมชั่ว […]

รักษาจิตอย่างเดียวพ้นทุกข์ได้  

รักษาจิต อย่างเดียวพ้นทุกข์ได้ ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ กรุงสาวัตถี ทรงยกตัวอย่างเรื่องพระภิกษุที่กระสัน (อยาก) สึก ให้บรรดาพระภิกษุทั้งหลายในพระเชตวันมหาวิหารแห่งนี้ฟัง โดยเรื่องมีอยู่ว่า มีบุตรเศรษฐีคนหนึ่งแวะมาเยี่ยมญาติซึ่งบวชเป็นพระภิกษุอยู่ บุตรเศรษฐีถามพระภิกษุผู้เป็นญาติว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านช่วยแนะนำวิธีพ้นทุกข์ให้กระผมเสียหน่อยเถิดขอรับ” พระภิกษุตอบว่า “เธอจงถวายสลากภัต ปักขิกภัต วัสสาวาสิกภัต ถวายปัจจัยต่าง ๆ อันมีจีวรเป็นต้น แล้วแบ่งทรัพย์สินที่มาหาได้ออกป็น 3 ส่วน ได้แก่ ทรัพย์ที่ใช้ในการทำการงาน ทรัพย์สำหรับเลี้ยงดูบุตรและภรรยา  และทรัพย์สำหรับบริจาคไว้ในพระศาสนา” บุตรเศรษฐียินดีปรีดาในคำชี้แนะนำของพระภิกษุ และน้อมรับคำสอนมาปฏิบัติ หลายวันต่อมา บุตรเศรษฐีแวะมาเยี่ยมพระภิกษุผู้เป็นญาติอีก คราวนี้ได้ถามพระภิกษุท่านว่า “พระคุณเจ้าช่วยแนะนำกระผมหน่อยขอรับว่า กระผมควรทำบุญใดที่ได้บุญยิ่งกว่าครั้งก่อนขอรับ” พระภิกษุตอบว่า “เธอจงอาราธนาและถือศีล 10 เถิด” บุตรเศรษฐีน้อมรับทันทีแล้วจากไป     บุตรเศรษฐีห่างหายไปหลายวัน ก็หวนกลับมาอีกครั้ง  และถามพระภิกษุผู้เป็นญาติว่า “บุญที่ยิ่งกว่าบุญครั้งก่อนมีอีกหรือไม่ขอรับ” พระภิกษุตอบว่า “เช่นนั้นเธอจงบวชเถิด” บุตรเศรษฐีน้อมรับและบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อบุตรเศรษฐีบวชแล้ว กลับมีอาการซูบผอม บุตรเศรษฐีถึงกับเอ่ยว่า “เราตั้งใจบวชเพื่อให้พ้นทุกข์ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว เราพบว่าแบบนี้ทำตอนเป็นฆราวาสก็ได้ […]

ความตายอยู่แค่ปลายจมูก

แสงแดดจ้าส่องกระทบผืนทรายและท้องทะเลเบื้องหน้าทำให้ฉันต้องหยีตาสู้กับแสง แล้วรีบเอาผ้าคลุมไหล่ในกระเป๋าเป้ขึ้นมาคลุมหัวบังแดด และใส่แว่นตาดำช่วยพรางแสงที่ร้อนแรงนั้น ทะเลในช่วงเวลาน้ำลงดูช่างราบเรียบเงียบสงบ มีเพียงคลื่นเล็ก ๆ ซัดขึ้นมาสัมผัสชายหาดอย่างแผ่วเบา ฉันรู้สึกถึงความอ้างว้างและมีคำถามบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ฉันยังคงเดินลงน้ำต่อไปจนน้ำเริ่มสูงขึ้นมาเกือบถึงเข่า โดยรอบบริเวณนี้เต็มไปด้วยโขดหิน น้ำดูไม่ค่อยใส และยังมีซากเศษอิฐเศษกำแพงกระจายเกลื่อน ทำให้ฉันหวนรำลึกนึกถึงภาพอดีตที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ “หนีเร็ว หนีเร็ว น้ำมาแล้ว คนตายกันเกลื่อนหาดทางโน้นหมดแล้ว” เป็นคำบอกเล่าของแม่ค้าขายน้ำมะนาวปั่นที่ฉันช่วยอุดหนุนหนึ่งแก้ว เธอเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เสียงตะโกนร้องบอกให้หนีทำให้เธอรีบกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะของชาวบ้านแถวนั้นหนีเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด นอกจากทรัพย์สินที่สูญหาย บ้านเรือนพังเสียหายแล้ว ยังมีความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ นั่นคือ สภาพลูกหลานของเธอที่เธอไปตามหาจนเจอว่าเสียชีวิตโดยร่างติดอยู่ตามยอดต้นมะพร้าว เป็นความสูญเสียที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจแม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง 11 ปี สึนามิที่ซัดเข้าชายฝั่งไทยในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 นำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เป็นมหันตภัยทางธรรมชาติชนิดที่ฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ ฉันนึกถึงภาพนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันมาเลี้ยงฉลองเทศกาลคริสต์มาสในประเทศไทย บรรยากาศริมหาดของค่ำคืนวันที่ 25 ธันวาคม รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเต็มใบหน้า ความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความสุขที่มีให้กันของคู่รัก ครอบครัว เพื่อนฝูง แต่เพียงชั่วข้ามคืน ใครจะคาดคิดว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเมื่อคืนจะกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา น้ำทะเลที่เคยสวยใสไร้พิษสงกลับกลายเป็นกราดเกรี้ยวกวาดต้อนกลืนกินชีวิตผู้คนและทำลายอาคารบ้านเรือนให้พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพัง ในขณะที่ฉันยังยืนแช่อยู่ในน้ำนั้น บรรดาคลื่นเล็ก ๆ ซัดมากระทบขาจนน้ำกระเซ็นเปียกชายกระโปรง จังหวะที่ฉันก้มลงสำรวจดูชุดที่เปียกน้ำ ความคิดบางอย่างเกี่ยวกับความตายก็ผุดขึ้นมา ก่อนหน้านี้ฉันมีความคิดเหมือนกับใครหลาย ๆ คนที่มักคิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว เรายังมีเวลาใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกยาวนาน […]

เด็กหญิงเสียโฉมจากระเบิด ได้ชีวิตใหม่เพราะแม่ผู้เสียสละและคนแปลกหน้าใจบุญ

หากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของ ทีบา มาร์โลว์ (Teeba Marlowe) หลายคนอาจรู้สึกสงสารเธอ แต่ถ้าถามทีบา วัย 17 ปี เธอจะตอบว่าเธอโชคดีเพราะผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต 2 คนนี้ ทีบาเติบโตในอิรักช่วงที่สงครามกำลังปะทุ ตอนนั้นเธออายุเพียง 5 ขวบ เธอบาดเจ็บรุนแรงหลังจากถูกระเบิดในปี 2007 ใบหน้าและศีรษะถูกไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 ทำให้สูญเสียเส้นผมไปบางส่วน เมื่อต้องเสียโฉมถาวร ทำให้หนูน้อยทีบาหวาดกลัวว่าเธออาจจะถูกรังแกเหยียดหยามไปตลอดชีวิต แต่แล้วโชคชะตาของเธอก็พลิกผันเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่เคยพบหน้า ได้ล่วงรู้เรื่องราวของหนูน้อยในตอนนั้นจึงตัดสินใจที่จะช่วย ผู้หญิงใจบุญคนนั้นคือ บาร์บารา มาร์โลว์ (Barbara Marlowe) ซึ่งอยู่ห่างไปหลายพันไมล์ เธอเห็นภาพถ่ายของหนูน้อยทีบาและพ่อของเธอในหนังสือพิมพ์ เป็นคอลัมน์ที่เขียนถึงสงครามในอิรัก บาร์บาราบอกว่า เธอเหมือนถูกสะกดด้วยดวงตาของทีบาที่มองออกมาจากรูป ถ้าพูดได้มันคงพูดว่า “ช่วยหนูด้วย” บาร์บาราและทิม สามีของเธอ ไม่มีลูก แต่เธอรู้ว่าเธอสามารถช่วยเหลือทีบาในเรื่องที่ครอบครัวของหนูน้อยทำไม่ได้ นับแต่วินาทีนั้นบาร์บาราก็มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำให้ทีบามีชีวิตที่ดีขึ้น ยื่นเรื่องขอวีซ่า ติดต่อศัลยแพทย์หลายแห่ง และติดต่อกับครอบครัวของทีบา ถึงแม้จะต้องหัวใจสลาย แต่แม่แท้ ๆ ของทีบาซึ่งอยู่ในอิรักก็ยอมเสียสละตัดสินใจส่งลูกสาวไปอเมริกา…ให้ไปสู่อ้อมอกของบาร์บารา ทีบาเล่าว่า ทันทีที่เธอก้าวเท้าออกจากเครื่องบินเมื่อถึงอเมริกาเธอก็รู้สึกปลอดภัยสุด ๆ […]

สุนทรีนันทา พระขนิษฐาแห่งพระพุทธเจ้า ผู้หลงใหลในความงามว่าเป็นสิ่งที่เที่ยง

สุนทรีนันทา พระขนิษฐาแห่งพระพุทธเจ้า ผู้หลงใหลในความงามว่าเป็นสิ่งที่เที่ยง สุนทรีนันทา เป็นเจ้าหญิงในวงศ์ศากยะ มีศักดิ์เป็นพระขนิษฐาต่างพระมารดาของพระพุทธเจ้า ครั้งพระนางเจริญวัยมีความงามเป็นที่เลืองลือ จนได้ตำแหน่งเป็นชนบทกัลยาณี ครั้งพระนันทะ ผู้เป็นพระเชษฐาเสด็จออกผนวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ ต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะสวรรคตลง พระนางปชาบดีโคตมีเสด็จออกผนวชเป็นพระเถรี พร้อมด้วยขัตตยนารีในศากยวงศ์พระองค์อื่นอีกมาก พระปชาโคตมีเถรีทรงเป็นห่วงเจ้าหญิงสุนทรีนันทา ผู้รักในโฉมอันงดงามของตน หากยังประทับในราชสำนักแห่งกรุงกบิลพัดสุ์อาจเป็นอันตราย เพราะพระญาติใกล้ชิด แม้กระทั่งพระนางยโสธราพิมพายังเสด็จออกผนวชเช่นกัน จึงขอร้องให้เจ้าหญิงเสด็จออกผนวชด้วย เจ้าหญิงสุนทรีนันทาแม้จะทรงถือเพศเป็นพระเถรีแล้ว ก็ไม่ละนิสัยปุถุชน ยังคงแต่งพระพักตร์และหลงใหลในรูปโฉมอันงดงามอยู่ พระพุทธเจ้าทรงต้องการโปรดให้เจ้าหญิงทราบถึงความจริงว่ารูปนั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ วันหนึ่งวันใดในภายภาคหน้า ความงามนี้จะต้องเสื่อมสลาย พระพุทธเจ้าโปรดให้จัดเวรให้พระภิกษุณีเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรม เจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงทราบว่าคำสอนของพระพุทธเจ้ามักติเตียนเรื่องความงามว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี พระนางไม่ชอบจึงพยายามหนีเวรอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้ยินเหล่าพระภิกษุณีที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พากันชื่นชมและยกย่องว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ไพเราะและประเสริฐเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อเจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงได้ยินดังนั้นจึงปรารถนาอยากรู้ว่าจะเป็นจริงตามที่พระภิกษุณีกล่าวหรือไม่ จึงเสด็จแฝงกายเข้าไปในกลุ่มพระเถรีที่กำลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่ พระพุทธองค์ทราบว่าเจ้าหญิงสุนทรีนันทาเข้ามาประทับอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว พระองค์ได้เนรมิตหญิงงามขึ้นมานางหนึ่ง ซึ่งมีเพียงเจ้าหญิงสุนทรีนันทาพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงเห็น เมื่อเจ้าหญิงทรงเห็นดังนั้นถึงกับมีพระดำริว่า สตรีนางนี้ช่างงามยิ่งกว่าเราเสียอีก นางคือใครหนอ ถึงได้เข้ามารับใช้พระเชษฐาแห่งเรา ไม่นานนักร่างของสตรีนางนั้นก็ค่อยๆ แก่กลายเป็นหญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์ จากนั้นนางก็ล้มตัวลงกับพื้น นางนอนเป็นอัมพาตจมกองอุจจาระและปัสสาวะของตนเอง และนางก็สิ้นใจลง ร่างของนางค่อย ๆ เน่ามีหนอนไต่ขึ้นเต็มไปหมด สุดท้ายก็เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาว เจ้าหญิงทรงเห็นภาพปรากฏทั้งหมด จึงบังเกิดพระปัญญาเข้าพระทัยในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงต้องการสอนพระองค์ และในที่สุดเจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงรู้ซึ้งแล้วว่าความงามเป็นสิ่งไม่เที่ยง พระนางสามารถละจากความหลงใหลในความงามได้อย่างเด็ดขาด และสำเร็จอรหัตตผลในที่สุด […]

เจ๊ม่วย ตามสั่ง 10 – 20 บาท เพราะอยากให้คนที่มีงบน้อยได้อิ่มท้อง 

เจ๊ม่วย ตามสั่ง 10 – 20 บาท เพราะอยากให้คนที่มีงบน้อยได้อิ่มท้อง ในยุคข้าวยากหมากแพง มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่สนใจแม้ข้าวของจะแพงขึ้นอย่างไร เธอเลือกที่จะทำอาหารขายในราคาเริ่มต้นที่ 10 – 20 บาท เพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยได้อิ่มท้อง เธอคือ ” เจ๊ม่วย ” เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ไทยรัฐได้เสนอข่าวว่า มีร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งน่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ราคาถูกที่สุดแล้ว ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่หน้าบ้านเลขที่ 72/17 ถนนเทศบาล 5 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง     ลูกค้าที่แวะเวียนมากินต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านนี้ให้อาหารในปริมาณที่มาก อิ่มท้อง และราคาถูกสบายกระเป๋า เจ๊ม่วยนอกจากจะตั้งราคาอาหารไม่แพงแล้ว ยังใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน แต่ละเมนูมีรสชาติอร่อยเด็ดโดนใจลูกค้าทุกราย นอกจากอาหารตามสั่งแล้วยังมีเมนูอื่นให้เลือกอีกด้วย เช่น ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหมู-ไก่ น้ำข้น-น้ำใส  โจ๊ก และข้าวต้ม-หมู-ไก่ เจ๊ม่วย หรือ นางเนาวรัตน์ พิศโสระ อายุ […]

ลูกไม่ใช่นักแสดง คุณไม่ใช่ผู้กำกับ การบังคับจึงไม่ใช่ทางออก – แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

หลายคนควรเปลี่ยนความเข้าใจว่า ลูกไม่ใช่นักแสดง แม่ชีศันสนีย์ แนะนำว่า ลองเฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ โดยไม่ต้องเข้าไปกำกับหรือบังคับเขา

เมื่อแมวน้อยสอนให้ฉันรู้จักการให้อภัย ได้มองเห็นความรักในสิ่งที่เกลียด

บ้านฉันมักมีแขกไม่ได้รับเชิญย่องมาใต้แสงจันทร์ในความมืดสลัว แอบมาฉี่รดกระเป๋าสะพายลายสกอตใบโปรดของฉันแทบทุกคืน สัตว์สี่ขาหางยาวร้องเหมียว ๆ บางตัวดำลาย บางตัวขาวเป็นจุด ๆ แทนที่จะทำหน้าที่จับหนู กลับมาสร้างภาระเพิ่มให้ฉันต้องซักกระเป๋าใบเก่งเกือบทุกวัน  แมวน้อย อาจเพราะกลิ่นฉี่แมวเหมียวตัวแสบฉุนฝังใจมากไปหน่อย ชะตาระหว่างเราจึงถูกขีดเป็นเส้นขนานด้วยอคติอย่างไม่มีวันมาญาติดีกันได้ เจอเจ้าเหมียวเมื่อไหร่ ไม่ว่ามันจะเดิน นั่ง นอนท่าไหน ก็ทำให้อารมณ์หมั่นไส้พลุ่งพล่านขึ้นในใจฉันได้เสมอจนต้องแกล้งให้หนำใจ เสียงอ้อนและท่าทางน่ารัก (ในสายตาคนอื่น) ของมันไม่ได้สะกดใจให้ฉันยั้งมือหยุดแกล้งมันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันไม่เคยชอบแมว ไม่เคยรู้สึกแบบคนอื่น ๆ ที่พูดว่า แมวขี้อ้อน น่ารัก น่ากอด น่าอุ้ม พอเห็นแมวตามข้างรั้วหรือริมถนนวิ่งเข้ามาหาทีไร กลิ่นฉี่ของมันที่ฝังอยู่ในใจฉันจะแซงหน้ามาก่อนเสมอ สำหรับฉัน แมวเป็นสัตว์ที่ดูน่ารังเกียจ ฉันไม่อยากให้มันเข้ามาใกล้ ๆ เลยจริง ๆ แต่แล้วเช้าวันหยุดที่เกือบแจ่มใสวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับสบาย ผ้าม่านสีอ่อนปลิวตามสายลมเบา ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ดังแทรกมาอยู่ข้างหู “เหมียว ๆ”…5 นาทีผ่านไป “เหมียว ๆ” …10 นาทีก็แล้ว ใจฉันเริ่มคิด “เสียงลูกแมวนี่นา ร้องได้ร้องไป!” จนเข้านาทีที่ 20 […]

“เธอไม่ยอม” น.ศ.สาวชาวญี่ปุ่น ยืนขวางไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า 

“เธอไม่ยอม” น.ศ.สาวชาวญี่ปุ่น ยืนขวาง ไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า เพจ Workpoint News รายงานข่าวว่า หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “อุดมศักดิ์ นาคแจ้งอิน” โพสต์คลิปนักศึกษาสาวชาวญี่ปุ่นในชุดแต่งกายถูกระเบียบยืนขวาง ไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า จนกระทั่งผู้ขับขี่ต้องกลับลงไปวิ่งบนท้องถนนแทน โดยจุดเกิดเหตุคือ แยกลำสาลี บางกะปิ   วันนี้เจอคนจริง​ เป็นกำลังใจให้นะครับ#ไล่มอไซด์ลงจากฟุตบาท Posted by อุดมศักดิ์ นาคอินแจ้ง on Tuesday, August 20, 2019   Deepsnews นำเสนอข่าวนี้ว่า คุณอุดมศักดิ์ นาคแจ้งอิน ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวระบุข้อความว่า “วันนี้เจอคนจริง​ เป็นกำลังใจให้นะครับ #ไล่มอเตอร์ไซค์ลงจากทางเท้า” ซึ่งข้อความและคลิปนี้ได้รับความสนใจและแชร์ไปเป็นจำนวนมาก ยกย่องว่านักศึกษาสาวคนนี้เป็นสาวใจเด็ด และทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเธอคือใคร เรียนอยู่ที่ไหน     มติชนได้เสนอข่าวว่า ประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ มก.ฉกส. ได้เปิดเผยข้อมูลของนักศึกษาสาวว่า เธอชื่อ “จันทร์–เมกุมิ โมริโมโตะ” หรือที่หลาย ๆ คนเรียกเธอว่า “มะลิซัง” […]

keyboard_arrow_up