พึ่งตัวเองให้ได้แล้วผู้อื่นจะได้พึ่งเรา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เมื่อผู้อื่นมีทุกข์และถ้าเรายังมีทุกข์อยู่เช่นผู้อื่น  แล้วเราผู้มีทุกข์จะไปช่วยให้ผู้อื่นไม่ทุกข์หรือพ้นทุกข์ไปได้อย่างไร  ดีไม่ดีอาจเป็นการไปเพิ่มทุกข์  หรือไปทำให้เขาทุกข์หนักขึ้นก็ได้นะ  ดังนั้นการปฏิบัติเพื่อให้ตัวเองพ้นไปจากทุกข์ก่อนจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า  ถ้าเรายังทุกข์เต็มที่อยู่  ยังกลัดกลุ้มร้อนรุ่ม  หงุดหงิดโมโห  อาฆาตพยาบาท  อิจฉาริษยาอยู่  ยังเปล่าเปลี่ยวอ้างว้างหงอยเหงาอยู่  หรือยังอยากไม่รู้จบไม่รู้สิ้นอยู่  หรือพร่องอยู่เป็นนิจ  ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ  ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม  ยังต้องการความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นอยู่  ยังต้องการกำลังใจจากผู้อื่นอยู่  ยังต้องหวังให้ผู้อื่นปลุกใจปลอบใจอยู่ ฯลฯ  แล้วอย่างนี้เราจะไปช่วยใคร ๆ ได้  เพราะแม้ตัวเราก็ยังเป็นที่พึ่งให้กับตัวไม่ได้ ช่วยตัวเราก่อนท่าน  ก่อนที่จะไปช่วยผู้อื่น  ดูแลตัวเอง  ชื่อว่าดูแลผู้อื่น  รักษาตัวเราก็ชื่อว่ารักษาผู้อื่นไปด้วย  เพราะผู้อื่นจะได้ไม่ต้องมาคอยดูแลเรา  ผู้อื่นจะได้ไม่ต้องมาคอยรักษาเรา  เราก็จะไม่เป็นภาระให้กับผู้อื่น  และถ้าทุกคนทำได้อย่างนี้  ต่างก็ทำกิจทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง  ให้ดีที่สุด  สังคมก็จะมีความสงบสุข  สันติภาพก็จะเกิดขึ้นจริง ๆ โดยธรรมดาทั่วไปแล้ว  ถ้าเรามีสิ่งใด  เราก็ย่อมจะนำสิ่งนั้นไปให้ผู้อื่นได้  แต่ถ้าตัวเราไม่มีสิ่งนั้น  เราก็ไม่สามารถให้สิ่งนั้นกับใคร ๆ ได้จริง ๆ  ตัวเราไม่มีความสงบสุข  แล้วเราจะไปทำให้ผู้อื่นมีความสงบสุขได้อย่างไรถ้าเราไม่มีธรรมะ  เช่น  เมตตา  กรุณา  เป็นต้น  แล้วผู้อื่นจะได้รับธรรมะจากเราได้อย่างไร ตรงข้าม  ถ้าเรามีความทุกข์  […]

เจ้าคณะจังหวัดพะเยาและผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย

เจ้าคณะจังหวัดพะเยา และผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย ไทยรัฐได้นำเสนอข่าวว่า พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยผู้ใจดีร่วมกันมอบบ้านให้สองแม่ลูกได้มีบ้านที่ปลอดภัยพักอาศัย หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมมา หลังจากมีการแชร์เรื่องราวของนางสาวกุหลาบ สองสีใส อายุ 32 ที่ประสบกับปัญหาสุขภาพ เพราะเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว และการมองเห็น ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งยังต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพบ้านที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการถูกลักขโมยอีกด้วย จนกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา นำคณะสงฆ์จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า ประธานกรรมการฮักบ้านเกิด และตัวแทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าเพื่อการกุศล และทีมงานร่วมกันมอบบ้านฮอมบุญ และทุนยังชีพแก่นางบุญรอด สองสีใส และนางสาวกุหลาบ สองสีใส บ้านเลขที่ 138 หมู่ 14 บ้านเปื๋อยเปียง ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา และมอบทุนสมทบค่าซ่อมบ้าน ให้ทางผู้นำหมู่บ้าน  โดยมีผู้ใหญ่บ้านเปื๋อยเปียง นายกเทศมนตรีตำบลหย่วน และประชาชนในหมู่บ้านร่วมพิธีมอบบ้านฮอมบุญอย่างอบอุ่น     พระราชปริยัติ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา กล่าวว่า เรื่องของมนุษยธรรมที่ไม่ควรดูดาย หากมีโอกาสหรือความสามารถที่พอจะช่วยเหลือ แบ่งปันก็ควรหยิบยื่นทันที […]

โปรโมเตอร์ไนท์คลับทิ้งชีวิตหรู หันมาทำภารกิจหาน้ำสะอาดให้โลก

หลายคนเชื่อว่าเงินจะช่วยแก้ปัญหาได้ ในขณะเดียวกันก็มีคนเชื่อว่าความร่ำรวยไม่สามารถนำความสุขที่แท้จริงมาให้ได้ และสำหรับบางคนสิ่งที่ทำให้รู้สึกเป็นสุขอย่างแท้จริงคือการช่วยเหลือผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อชีวิต หากมีใครไปถามเรื่องนี้กับ สกอต แฮร์ริสัน (Scott Harrison) อดีตโปรโมเตอร์ไนท์คลับ ซึ่งยอมทิ้งชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าในธุรกิจกลางคืนเพื่อเป้าหมายในชีวิตของเขา นั่นคือการนำน้ำสะอาดไปสู่ทุกมุมของโลก ย้อนไปตอนที่สกอตอายุ 18 ปี เขาย้ายมาอยู่นิวยอร์ก และฝ่าฟันเพื่อให้ได้งานในฝัน นั่นคืองานหาคนมาเที่ยวคลับ และตัวเขาได้สนุกกับปาร์ตี้โดยได้รับค่าจ้างด้วย ซึ่งก็คือโปรโมเตอร์ไนท์คลับนั่นเอง แต่ทว่างานในฝันของเขามาพร้อมกับการดื่ม เสพยา และสรวลเสเฮฮาอย่างไม่สิ้นสุดวันแล้ววันเล่า ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตว่างเปล่าต่อมาอีกถึง 10 ปีที่เขาต้องจมอยู่กับสิ่งเหล่านี้ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจว่าพอแล้ว ในใจลึก ๆ เขาต้องการใช้เวลาที่มีอยู่ในการช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้นเขาจึงสมัครไปยังองค์กรการกุศลต่าง ๆ หลังจากถูกปฏิเสธมานับไม่ถ้วน ก็มีคนตอบรับเขาให้เข้าร่วมทีมบุคลากรทางการแพทย์เดินทางไปกับเรือพยาบาลมุ่งหน้าสู่ประเทศไลบีเรีย เมื่อไปถึงที่นั่น สกอตมีหน้าที่เป็นช่างภาพ เก็บภาพการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วยหลายพันคน ในระหว่างทำงานเขาได้พบกับชายหนุ่มชื่อแฮร์ริส ซึ่งทรมานจากการมีเนื้องอกก้อนใหญ่บนใบหน้า ทำให้เขาหายใจลำบากมากขึ้นทุกที การได้ร่วมเป็นพยานรับรู้ว่าศัลยแพทย์สามารถเปลี่ยนชีวิตของแฮร์ริสไปอย่างสิ้นเชิง คือหนึ่งในช่วงเวลาอันเป็นแรงบันดาลใจอย่างที่สุดในชีวิตของสกอต นั่นเป็นจุดที่ทำให้เขารู้ทันทีว่าตัวเองต้องการอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่นให้มากกว่านี้ เขาจึงเริ่มจากสาเหตุที่ทำให้ชาวไลบีเรียล้มป่วยมากมายมาตั้งแต่แรก นั่นคือน้ำที่สกปรก ชาวบ้านผู้ยากไร้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมดื่มน้ำจากแม่น้ำและบ่อน้ำที่มีเชื้อโรค ชาวบ้านกำลังล้มตาย ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงและเด็กหญิงต้องเดินทุกวันวันละหลายชั่วโมงเพื่อแบกน้ำสกปรกเหล่านั้นกลับมาบ้าน ทำให้ไม่มีเวลาไปเรียนหนังสือ สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไลบีเรีย ยังมีผู้คนอีกหลายร้อยล้านคนที่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีน้ำสะอาด สกอตรู้ดีว่าเขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เขากลับนิวยอร์ก หวนกลับไปหาสิ่งที่เขารู้ดีว่าจะเรียกความสนใจของคนได้ดีที่สุด […]

คำถามที่ยังรอคำตอบ ของหนูน้อยผู้ไม่เคยพบหน้าพ่อ

บ่ายแก่วันนั้น ฉันและสามีแวะไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่ง คงเพราะเป็นกลางเดือนจึงมีลูกค้าน้อยมาก ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ดูเงียบเหงา พนักงานต้อนรับพาเราไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับบอกว่า “ต่อจากคิวนี้เลยนะคะ” เมื่อมองไปข้างหน้า ฉันเห็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางในชุดกระโปรงติดกันเข้ารูปลายดอกไม้เล็ก ๆ…แม้จะเป็นจากด้านข้าง แต่ก็พอดูออกว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่ที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าและเจ้าหน้าที่ทุกคนบริเวณนั้นคือ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อายุไม่เกิน 3 ขวบ ซึ่งนั่งคลอเคลียส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ข้าง ๆ เธอ หนูน้อยหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาใส่เสื้อเอี๊ยมแขนพองลายสกอตกับกระโปรงบานเข้าชุดกัน ผมเปียเส้นเล็กสีน้ำตาลอ่อนขมวดเป็นมวยทั้งสองข้างดูเรียบร้อยสวยงาม แสดงถึงการดูแลเอาใจใส่อย่างดีของผู้เป็นแม่…บนหลังมีเป้เล็กจิ๋วสีชมพูสดลายคิตตี้สะพายอยู่ ที่สะดุดตาคือรอยยิ้มสดใสกับดวงตากลมโตเป็นประกายขณะที่ซักไซ้และตอบคำถามพนักงานสาว 2 คน ซึ่งมายืนพูดคุยด้วย… “ใช่ค่ะ”…“นี่อะไรคะ”…“ไม่เอาค่ะ” พูดพลางมือป้อม ๆ เล็ก ๆ ของเด็กน้อยก็หยิบจับสิ่งของที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความซุกซนประสาเด็ก…แม้เสียงแกจะดังไม่มากแต่ในความเงียบขณะนั้นเราก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจน ฉันแอบนึกชื่นชมแม่ของแกที่อบรมลูกให้พูดจาได้ไพเราะ ผิดกับเด็กส่วนใหญ่ในปัจจุบันซึ่งพ่อแม่มักไม่สนใจเรื่องนี้จนทำให้เด็กขาดความน่ารักไปอย่างน่าเสียดาย สามีฉันนั่งมองตลอดเวลาและอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จนในที่สุดหนูน้อยก็หันมาทางเรา…ด้วยอุปนิสัยที่เป็นคนรักและชอบเล่นกับเด็ก สามีฉันจึงเริ่มทำหน้าตลกใส่ทันที ปรากฏว่าหนูน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจเสียงดังจนแม่แกหันมามองและบอกให้สวัสดีพวกเรา แกจึงยกมือป้อม ๆ ทั้งสองขึ้นไหว้พร้อมกับพูดว่า “สวัสดีค่ะ” หลังจากสามีฉันทำหน้าล้อเล่นด้วยอีกไม่นาน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อแกเอื้อมมือไปกระตุกแขนแม่ ก่อนจะเอียงหน้าเข้าไปซบ แล้วถามเบา ๆ โดยไม่ละสายตาจากใบหน้าของสามีฉันว่า “คนนี้ใช่พ่อหรือเปล่า” ตอนแรกหลายคนหัวเราะด้วยความขบขันในความไร้เดียงสาของเด็กน้อย แต่เมื่อแม่ของแกหันมาขอโทษสามีฉันด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ ก่อนจะบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ไม่ใช่…ลูก” […]

20 นาทีบนรถแท็กซี่ที่ฉันได้ทำบุญโดยไม่รู้ตัว

วันนั้นฉันหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องกินลิ้นเป็ดพะโล้ของโปรดให้ได้หลังจากไปไม่ทันเมื่อครั้งก่อน ฉันจึงรีบเดินลิ่วไปซื้อทันทีที่หมดธุระ แล้วฉันก็ได้ลิ้นเป็ดมาถุงใหญ่สมใจก่อนจะเรียกแท็กซี่เพื่อไปต่ออีกแห่งหนึ่ง ฉันบรรจงวางของโปรดลงอย่างทะนุถนอม… “ได้ยินว่าเจ้านี้อร่อยมากใช่ไหมคะ หนูว่าจะลองซื้อหลายครั้งแล้ว แต่เสียดายเงิน” ฉันเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าคนขับเป็นผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ “เก่งนะ เป็นผู้หญิงขับรถแท็กซี่ ไม่กลัวอันตรายหรือจ๊ะ” เธอยิ้มก่อนตอบว่า “กลัวค่ะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง เดิมแฟนหนูเขาขับ แต่ตอนนี้เกิดป่วยเป็นมะเร็ง หนูเลยต้องขับแทน แต่หนูก็เลือกลูกค้าค่ะ ถ้าเป็นกลางคืนหนูก็จะไม่รับผู้ชาย” แล้วเธอก็เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ฉันฟังอย่างสนุกสนาน แต่จบลงด้วยน้ำเสียงเศร้าหมองเมื่อพูดถึงอาการป่วยของสามี ฉันเลยแนะนำอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาให้เธอ ซึ่งฉันเพิ่งเห็นข่าวในโทรทัศน์ เธอดีใจมาก เพราะหมออยู่ไม่ไกลและค่ารักษาก็ไม่แพง…ขณะที่ฉันกำลังอธิบายรายละเอียดรถก็แล่นผ่านมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง “ลูกสาวหนูเพิ่งเรียนจบจากที่นี่ค่ะ …” เธอพูดอย่างภาคภูมิใจ ฉันรู้สึกชื่นชมในความสามารถของเธอที่ขยันทำมาหากินส่งเสียลูกจนจบปริญญาตรี “ตอนนี้เขายังไม่ได้งานประจำเลยรับทำนามบัตร…ก็พออยู่ได้ ไม่ต้องมารบกวนเรา ไม่งั้นหนูคงแย่ เพราะเดี๋ยวนี้รายได้ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน” เผอิญฉันนึกออกว่าที่ทำงานลูกกำลังต้องการคน เลยรีบจดที่อยู่ให้เธอพร้อมทั้งชื่อฉันในฐานะผู้แนะนำ ก่อนที่รถจะถึงจุดหมายพอดี แต่พอแท็กซี่ลับตาไปเท่านั้นแหละ ฉันก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าในมือไม่มีถุงลิ้นเป็ดพะโล้! โธ่เอ๋ย…ในที่สุดฉันก็อดกินอีกจนได้…แต่เอาเถอะ ฉันภาวนาขอให้ฉันเป็นลูกค้าคนสุดท้ายของแท็กซี่คันนั้น เธอและครอบครัวจะได้กินลิ้นเป็ดที่อยากกินมานานเสียที คืนนั้นฉันนอนนึกภาพครอบครัวของเธอนั่งล้อมวงกันกินลิ้นเป็ดอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะหลับไปด้วยความสุขใจ…แปลกนะ บางครั้งถ้าคิดดี ๆ ในท่ามกลางความเลวร้ายก็มีสิ่งที่ดีแอบซ่อนอยู่เหมือนกัน เหตุการณ์นี้ผ่านไปนานจนฉันลืมไปแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งลูกสาวเล่าให้ฉันฟังว่า มีเด็กมาสมัครงานโดยเอ่ยชื่อฉัน ฉันเองยังนึกไม่ออก จนกระทั่งได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่คุ้นตา “หนูคนขับรถแท็กซี่ค่ะ จำได้ไหมคะ […]

พระนางธัมมทินนาเทวี สตรีผู้ได้รับความเคารพจากรุกขเทวดา

พระนางธัมมทินนาเทวี สตรีผู้ได้รับความเคารพจากรุกขเทวดา พระเจ้าพรหมทัตทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าสิ่งที่พระองค์บนบานไว้กับรุกขเทวดาได้สัมฤทธิ์ผล จึงจับคนมาบูชายัญ แต่แล้วก็มีสตรีนางหนึ่งช่วยให้ทุกคนพ้นจากการถูกบูชายัญ สตรีนางนั้นคือ พระนางธัมมทินนาเทวี  ครั้งพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงได้ยินเสียงประหลาดในยามวิกาล ทรงตกพระทัยมากจึงโปรดให้ปุโรหิตทำนายว่าจะเป็นลางบอกเหตุร้ายหรือไม่ ปุโรหิตเห็นเป็นช่องทางหาลาภสักการะจึงทูลพระองค์ว่า “เป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดภัยขึ้นกับมหาราช แต่วิธีแก้ยังพอมีคือพระองค์ต้องประกอบพิธีบูชายัญด้วยคนและสัตว์อย่างละ 100 ชีวิต” เมื่อพระนางมัลลิกาเทวีทรงทราบจึงตรัสโน้มน้าวพระสวามีไม่ให้ทรงประกอบพิธีบูชายัญ เพราะการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นหนทางไปสู่ทุคติภูมิ พระนางทรงชักชวนพระเจ้าปเสนทิโกศลไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาเพื่อทูลถามที่มาของเสียงประหลาดที่แท้จริงว่าเป็นตามที่ปุโรหิตทำนายหรือไม่ พระบรมศาสดาทรงเฉลยว่าเป็นเสียงของสัตว์นรก 3 ตนจากโลหกุมภีนรก สัตว์นรกเหล่านี้ต้องการให้ชนทั้งหลายทราบว่านรกมีอยู่จริง ไม่อยากให้ใครต้องทำอกุศลกรรมอีกเลย จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญพระนางมัลลิกาเทวีที่ได้ช่วยเหลือชีวิตผู้คนและสัตว์ทั้งหลายที่จะตกเป็นเหยื่อให้พิธีกรรมนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าเมื่อในอดีตชาติ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงจะสังหารชนหมู่มากเพื่อสังเวยรุกขเทวดา แต่มีสตรีนางหนึ่งเตือนสติพระองค์ไว้ ครั้งสมัยพระเจ้าปเสนทิโกศลเสวยพระชาติเป็นเจ้าชายแห่งกรุงพาราณสี เจ้าชายได้ตรัสบนบานต่อรุกขเทวดาว่า หากตนได้ครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา จะนำเลือดของพระราชาและพระราชินีจาก 101 เมืองในชมพูทวีปมาถวายเป็นเครื่องสังเวย วันเวลาผ่านไปพระเจ้ากรุงพาราณสีสวรรคตลง เจ้าชายได้ขึ้นครองราชสมบัติและสถาปนาเป็นพระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงจำคำตรัสบนบานได้จึงทำสงครามจับพระราชาและพระราชินีทั้ง 101 พระองค์มาบูชายัญ รุกขเทวดาไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นในบริเวณต้นไทรที่ตนสถิต จึงไปขอความช่วยเหลือจากเทวดาทั้งหลายทั่วจักรวาล แต่ก็ไม่มีเทวดาองค์ใดทำลายพิธีบูชายัญของพระเจ้าพรหมทัตได้ จนกระทั่งท้าวสักกะเทวราชทรงชี้แนะว่า ในบรรดาพระราชาและพระราชินีทั้งหลายในชมพูทวีป มีพระนางธัมมทินนาเทวีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับพระเจ้าพรหมทัตได้     ในขณะที่พระเจ้าพรหมทัตกำลังจะสังหารพระนางธัมมทินนาเทวี รุกขเทวดาได้ปรากฏกายขึ้น พระเจ้าพรหมทัตทรงปีติหลงคิดว่ารุกขเทวดาแสดงตนเพื่อรับเครื่องสังเวย พระราชาตรัสให้พระนางธัมมทินนาเทวีกราบรุกขเทวดา แต่พระนางทรงไม่แสดงความเคารพ รุกขเทวดาทราบว่ามีเพียงพระราชินีพระองค์นี้เท่านั้นที่จะยุติพิธีกรรมอันเลวร้ายนี้ได้ จึงแสดงความเคารพต่อพระนางแทน ทำให้พระเจ้าพรหมทัตกริ้วที่เทวดาที่พระองค์ทรงบูชาต้องแสดงความเคารพต่อคนธรรมดา พระนางธัมมทินนาเทวีกรรแสง พระเจ้าพรหมทัตตรัสถามว่า […]

ภารกิจสุดท้ายของป้าแจ๋ว

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตฯ  (ภารกิจสุดท้าย) ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลังก็ดี ที่ได้พลาดพลั้งล่วงเกินต่อคุณแม่ทอน ขอให้คุณแม่ทอนได้โปรดอโหสิกรรมให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอตั้งตนไว้ชอบในประพฤติที่ถูกต้องดีงาม ขอบุญบารมีที่เคยสั่งสมบำเพ็ญในอดีตก็ดี ปัจจุบันก็ดี และที่จะกระทำในอนาคตก็ดี จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและแม่ทอน ตลอดญาติมิตร บริวาร ลูกหลาน เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสาร ธรรมสารสมบัติทุกประการ ขึ้นชื่อว่าทุกข์หรืออุปสรรคแลโรคภัยใด ๆ อย่าได้มีมากล้ำกรายปรากฏ ที่มีทุกข์อยู่แล้วขอให้หายมลายสิ้นไป… สิ้นเสียงสวดเป็นภาษาบาลี ตามด้วยคำกล่าวขออโหสิกรรม ฉันบอกให้ลูก ๆ ทั้งสี่คนของคุณยายทอนก้มลงกราบที่เท้าแม่ พร้อมกับกระซิบบอกข้างหูคุณยายว่า “ลูก ๆ ขอขมาและขออโหสิกรรมทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยล่วงเกิน ขอให้คุณยายยกโทษและให้อภัยต่อลูก […]

อย่าหวังอะไรในความสงบ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชาเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตนั้น ในช่วงที่ท่านยังไม่ได้ตรัสรู้ธรรม ขณะนั้นแนวทางของวิปัสสนายังไม่เกิด มีแต่แนวทางของสมถะ เมื่อมีแต่แนวทางของการปฏิบัติฌาน นักบวช นักพรต และดาบสต่าง ๆ จึงต้องมุ่งหน้าเข้าป่ากันหมด เพื่อหวังจะทำฌานให้เกิด (ความสงบ) องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเองก็ทรงดำเนินรอยตามผู้คนเหล่านั้น มีครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหน ท่านก็เสด็จไปศึกษาเพื่อแสวงหาความหงุดพ้นที่นั่น กระทั่งได้พบกับคณาจารย์สองท่านที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ อันได้แก่ อาฬารดาบส กาลามโคตร และ อุททกดาบส รามบุตร เมื่อคณาจารย์ทั้งสองได้เสนอแนวทางการเจริญอรูปฌานให้เพียงแค่พระองค์น้อมใจพิจารณาตามคำสอนนั้น ก็ทรงบรรลุอรูปฌานขั้นอากิญจัญญายตนฌานได้ ณ สำนักของท่านอุททกดาบส รามบุตร โดยฉับไว คณาจารย์เห็นดังนั้นก็ปลาบปลื้ม เพราะไม่เคยมีใครบรรลุสิ่งที่ยากเย็นได้รวดเร็วขนาดนี้ จึงขอให้พระองค์อยู่ร่วมเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์ด้วยกันเสียที่สำนัก โดยจะมอบตำแหน่งอาจารย์ที่มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับดาบสทั้งสองให้ทันที แต่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วพบว่ายังไม่ใช่ทางแห่งความหลุดพ้นที่แท้จริง จึงดำรัสถามต่อท่านอาจรย์ทั้งสองว่า วิชาการที่นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกไหม อาจารย์ทั้งสองได้ตอบว่า วิชาการที่เหนือกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระองค์จึงลาอาจารย์ทั้งสองไปแสวงหาทางหลุดพ้นด้วยพระองค์เอง การปฏิบัติสมถะด้วยการทำสมาธิเพื่อให้ใจสงบนั้น ไม่สามารถขจัดทุกข์ได้อย่างถาวร เป็นแต่เพียง การแก้ทุกข์แบบกลบฝัง เท่านั้น เหมือนการเอาหินทับหญ้า ในขณะที่หินทับอยู่ หญ้าก็จะยังไม่งอก แต่ถ้ายกหินออกเมื่อใด หญ้าจะค่อย ๆ งอกขึ้นอีกครั้ง สมาธิก็เช่นกัน เป็นการกลบทุกข์ไว้ชั่วครั้งคราว คือช่วยให้เราหยุดคิดเรื่องที่ทำให้ทุกข์ได้ก็จริง แต่เมื่อออกจากสมาธิแล้วก็มีโอกาสเป็นทุกข์ได้อีก […]

ทำไมเทวดาถึงอยากใส่บาตรพระมหากัสสปะ

ทำไมเทวดาถึงอยากใส่บาตร พระมหากัสสปะ พระมหากัสสปะ เป็นพระสาวกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ (เอตทัคคะ) ในด้านทรงธุดงควัตรและสรรเสริญการธุดงค์ เดิมทีท่านเป็นกุลบุตรในตระกูลพราหมณ์ผู้มั่งคั่งแคว้นมคธ หลังจากได้รับมรดกจากครอบครัวจึงคิดได้ว่าบาปในสมบัติเหล่านี้ย่อมตกแก่ตนจึงสละเรือนออกบวชในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้งพระมหากัสสปะออกจากนิโรธสมาบัติ ได้คิดว่าจะบิณฑบาตโปรดสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก จึงภิกขาจารไปยังตรอกในกรุงราชคฤห์ เทพธิดาทั้ง 500 นาง ซึ่งเป็นข้าบาทบริจาริกาแห่งท้าวสักกะเทวราชได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตามจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เกิดอยากใส่บาตรพระมหากัสสปะ พระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติในธุดงควัตร เพราะได้กลิ่นหอมจากกายของพระเถระฟุ้งไปถึงสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เหล่านางเทพธิดาลงมายังโลกมนุษย์พร้อมกับอาหารทิพย์ที่ประณีตบรรจง รอพระมหากัสสปะผ่านมาตรงที่พวกตนรออยู่ เมื่อพระเถระภิกขาจารมาถึงเหล่าเทพธิดาพากันขอร้องให้พระเถระได้อนุเคราะห์รับอาหารทิพย์ที่พวกนางนำมาถวาย พระมหากัสสปะกล่าวต่อเหล่าเทพธิดาว่า “พวกท่านโปรดกลับไปเถิด บาตรนี้มีไว้สำหรับผู้ที่เข็ญใจเท่านั้น”  เทพธิดาตอบพระเถระว่า “ขอพระคุณเจ้าได้โปรดเห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพวกดิฉันด้วยเถิดเจ้าคะ”  พระมหากัสสปะดีดนิ้วขึ้นพร้อมกับกล่าวว่า “พวกท่านเป็นถึงเทวดา โปรดประมาณตนเถิดว่าสมควรแล้วหรือที่จะทำเช่นนี้ พวกท่านอย่าได้รบกวนเราอีกเลย”  เทพธิดาได้ยินดังนั้นก็พากันกลับสวรรค์ ท้าวสักกะเทวราชทรงเห็นเหล่าเทพธิดาก็ทรงแปลกพระทัยจึงตรัสถามว่า “พวกเธอไปไหนกันมา” เทพธิดาทูลว่า “พวกหม่อมฉันตั้งใจนำอาหารทิพย์ไปใส่บาตรพระมหากัสสปะ ซึ่งท่านเพิ่งออกจากนิโรธสมาบัติมา แต่กลับถูกท่านปฏิเสธเพคะ ท่านไม่รับอาหารทิพย์จากพวกเรา เพราะท่านต้องการที่จะโปรดทุกข์ผู้เข็ญใจเท่านั้น” ท้าวสักกะเทวราชทรงถามต่อว่า “แล้วพวกเธอลงไปใส่บาตรท่านด้วยอากัปกิริยาอย่างไร” เทพธิดาตอบว่า “ในรูปลักษณ์นี้เพคะ”  ท้าวสักกะเทวราชตรัสขึ้นว่า “พวกเธอต้องไปในรูปลักษณ์นี้” จากนั้นท้าวสักกเทวราชได้จำแลงกายเป็นชายชรา และเนรมิตพระนางสุชาดา พระมเหสีเป็นหญิงชรา จากนั้นก็ทรงชักชวนพระนางสุชาดาลงไปใส่บาตรพระมหากัสสปะ     พระมหากัสสปะภิกขาจารมาจนถึงกระท่อมหลังหนึ่งซึ่งมีตายายอยู่ 2 คนกำลังนั่งเย็บและทอผ้าอยู่ภายใน พระเถระกล่าวขึ้นว่า […]

มารตามหาพระโคธิกเถระทำไม ? เรื่องกลับตาลปัตรของพระหลอกมาร

มารตามหา พระโคธิกเถระ ทำไม ? เรื่องกลับตาลปัตรของพระหลอกมาร ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันในกรุงราชคฤห์ ทรงปรารถถึงเหตุการณ์ที่มารตนหนึ่งตามหาตัวพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นพระสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระภิกษุรูปนั้นมีชื่อว่า ” พระโคธิกเถระ ” พระโคธิกเถระเป็นพระสาวกรูปหนึ่งในพระบรมศาสดาที่มีความมุ่งมั่นที่จะไปสู่ความหลุดพ้นเฉกเช่นพระภิกษุรูปอื่นที่สละเรือนเพื่อออกบวช หลังจากฝึกฝนในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ท่านเลือกถ้ำกาฬศิลา น่าจะหมายถึงถ้ำที่มีหินสีดำ ซึ่งเป็นถ้ำที่อยู่ใกล้กับเขาที่มีชื่อว่า “อิสิคิลิ” ท่านมุ่งมั่นปฏิบัติในหนทางของพระบรมศาสดาอย่างยิ่งยวดจนได้ฌาน แต่แล้วกลับถูกโรคร้ายเบียดเบียนจนฌานเสื่อม ทำให้ต้องเริ่มปฏิบัติด้วยความเพียรอีกครั้ง แต่ด้วยปัญหาสุขภาพจึงทำให้ฌานของท่านเสื่อมลงไปอีก เมื่อเห็นฌานเสื่อมขนาดนี้ ท่านจึงว่าตนเองคงไม่มีวาสนาในพระศาสนาของพระสมณโคดมเสียแล้ว ท่านหยิบมีดโกนผมมาหมายจะปลิดชีพตนเอง แต่ขณะที่กำลังจะหมดลมหายใจ ได้รำลึกถึงความเสื่อมไปของฌาน ทำให้เกิดปัญญารู้แจ้งว่าไม่มีสิ่งใดพ้นไปจากกฎแห่งไตรลักษณ์ได้เลย มารผู้ล่อลวงให้สัตว์โลกติดอยู่ในสังสารวัฏได้ทราบามีพระสาวกของพระสมณโคดมคิดสั้ปลิดชีพตนเอง ก็กำเริบใจและจำแลงตนเป็นพระภิกษุเข้าไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อแจ้งเรื่องพระโคธิกเถระคิดสั้น     พระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นสัพพัญญู ทรงล่วงรู้ทุก เช่น การเกิด-ดับของสรรพสิ่ง ซึ่งพระองค์ได้ทรงทราบถึงการมรณภาพของพระโคธิกเถระด้วยพระญาณด้วย และทรงทราบว่าพระภิกษุที่อยู่เบื้องหน้านี้คือ “มัจจุมาร” จึงตรัสขึ้นว่า “เจ้าคือมารชั่วลามก” พระภิกษุจำแลงได้อันตรธานหายไปต่อพระพักตร์และพระสาวกทั้งหลายในพระเวฬุวัน  พระพุทธองค์ทรงชักชวนเหล่าพระภิกษุไปดูยังสถานที่เกิดเหตุ มัจจุมารติดตามพระพุทธองค์ไปด้วยเพพราะต้องการนำดวงวิญญาณของพระโคธิกเถระไปสู่ภพหน้า ที่มารตั้งใจไว้แล้วต้องพาไปสู่อคติภูมิอย่างแน่นอน เมื่อมัจจุมารมาถึงถ้ำกาฬศิลา กลับไม่พบดวงวิญญาณของพระโคธิกเถระเลย ทั้งยังเดินทางเสาะหาไปทั่วพิภพก็ไม่พบ มารจึงจำแลงเป็นเด็กน้อยถือพิณสีเหลืองผลมะตูมไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์แล้วทูลถามว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เวลานี้ดวงวิญญาณของพระโคธิกเถระผู้ฆ่าตัวตายไปอยู่ที่ใด” พระพุทธองค์ทราบว่าเด็กน้อยผู้นี้เป็นมาร แต่ก็ตรัสตอบว่า […]

ธรรม (ชาติ) พาบรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระนักปฏิบัติครั้งสมัยพุทธกาล

ธรรม (ชาติ) พา บรรลุธรรม เรื่องเล่าประสบการณ์ของพระธุดงค์ครั้งสมัยพุทธกาล คัมภีร์อรรถกถาธรรมบท มีเรื่องราวของพระอริยบุคคล บรรลุธรรม อยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่อ่านแล้วทำให้หัวใจผ่องใสมากคงหนีไปไม่พ้นเรื่องการบรรลุธรรมที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ครั้งสมัยพุทธกาลมีพระภิกษุรูปหนึ่งอบรมกรรมฐานจากพระบรมศาสดาแล้วก็ออกธุดงค์ไปทำความเพียรในป่า แต่ปฏิบัตินานหลายปีก็ไม่สำเร็จอรหัตตผลอย่างที่ตั้งใจไว้เสียที จึงคิดว่าเราจะไปทูลถามพระพุทธองค์ว่าเราปฏิบัติติดข้องตรงไหนจึงยังไม่ได้มรรค ผล นิพพาน เสียที ขณะที่ท่านกำลังเดินทางออกจากป่าเพื่อกลับไปยังพระเชตวัน แสดงว่าป่าแห่งนี้ไม่ไกลจากกรุงสาวัตถีนัก ระหว่างทางได้เห็นไฟป่า จึงปีนขึ้นไปบนภูเขาลูกหนึ่ง ปรากฏว่าเส้นทางข้างหน้าที่กำลังมุ่งหน้าไปพระเชตวันเกิดไฟป่า พระภิกษุรูปนี้ได้เพ่งเปลวไฟเหล่านั้นเป็นอารมณ์ และกล่าวขึ้นว่า “ไฟเหล่านี้เผาผลาญมากน้อยเพียงใด ก็ไม่ต่างจากพระอริยมรรคที่ผลาญสังโยชน์ให้สิ้นไป”  การที่พระภิกษุรูปนี้กล่าวถึงสังโยชน์ แสดงว่าท่านยังไม่สำเร็จขั้นไหนเลย เพราะขนาดพระโสดาบันยังต้องละสังโยชน์ 3 ขั้นต่ำได้ก่อน พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความคิดของพระภิกษุรูปนี้จึงจำแลงพระวรกายไปปรากฏเบื้องหน้าพร้อมทั้งพระรัศมีแล้วตรัสต่อพระภิกษุว่า “ที่เธอเข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว เธอจงเผาผลาญสังโยชน์นั้นด้วยไฟคือญาณเถิด”      ไม่นานพระภิกษุก็ได้กำลังใจและปฏิบัติจนสำเร็ตญาณ และญาณนั้นก็ขจัดสังโยชน์ไปจนสิ้น เมื่อละสังโยชน์ได้แล้ว ซึ่งสังโยชน์ในที่นี้หมายถึง กิเลส แต่อย่างไรก็ตามผู้ปราศจากกิเลสก็คือพระอรหันต์ ซึ่งพระภิกษุรูปนี้ได้สำเร็จอรหัตตผลตามที่ตั้งใจไว้แล้ว เรื่องของพระภิกษุรูปนี้เห็นแสดงให้เห็นว่า ท่านสังเกตุการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ เพราะธรรม (ชาติ) ได้พาท่านไปพบกับธรรม อย่างแท้จริง อีกเหตุการณ์หนึ่งคล้ายกับพระภิกษุรูปแรกที่บรรลุธรรมจากการพิจารณาไฟที่กำลังเผาไหม้ป่า แต่จะมีความแตกต่างกันอย่างไรลองมาติดตามเรื่องราวของพระภิกษุอีกรูปกัน พระภิกษุรูปหนึ่งหลังจากอบรมกรรมฐานจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็ตัดสินใจไปทำความเพียรอยู่ในป่า แต่แล้วหลายวันผ่านไปก็ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าตนเองได้มรรคผล เกิดข้อสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรจึงมุ่งเดินทางไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทันที แต่ยังไม่ทันพ้นออกจากเขตป่า ได้มองแดดที่สาดส่องมาที่พื้น […]

พระนางมัลลิกาเทวี พระราชเทวีผู้เรียนธรรมะโดยเคารพ

พระนางมัลลิกาเทวี พระราชเทวีผู้เรียนธรรมะโดยเคารพ พระนางมัลลิกาเทวี เป็นหญิงชาวบ้านที่ได้ถวายขนมถั่วแด่พระบรมศาสดา แล้วพระองค์ตรัสต่อพระอานนท์ว่า “กุลธิดานางนี้จะได้เป็นพระมเหสี” ไม่นานนักพระเจ้าปเสนทิโกศลได้พบรักกับกุลธิดานางนี้ และสถาปนาไว้ในตำแหน่งพระมเหสี กุลธิดานางนี้ยึดมั่นในพระรัตนตรัย ประกอบทานกุศลอยู่เนืองนิจ แม้สุขสบายได้เป็นพระมเหสีพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ในชมพูทวีปก็ไม่ละทิ้งการทำทานทำกุศล กุลธิดาแห่งนายมาลาการนางหนึ่งมีชื่อว่า “มัลลิกา” (มัลลิกา แปลว่า ดอกมะลิ) มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาตั้งแต่เด็ก เพราะบิดามักพานางไปฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าอยู่บ่อยครั้ง พลอยให้กุลธิดานางนี้ได้เป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่เยาว์วัย (สำเร็จโสดาปัตติผล) นางมัลลิกาได้ถวายขนมแด่พระบรมศาสดา พระองค์แย้มพระสรวล พระอานนท์จึงทูลถามว่า “พระองค์ทรงหัวเราะด้วยเหตุใด” พระองค์ตรัสตอบว่า “กุลธิดานางนี้จะได้เป็นพระอัครมเหสีแห่งพระราชา” หลังนั้นนางมัลลิกากำลังเก็บดอกไม้ให้บิดาอยู่นั้น นางได้ร้องเพลงไปด้วย ชายรุ่นราวคราวกับบิดาปรากฏกายขึ้น เขาได้ชมเพลงของกุลธิดา และชื่นชมเสียงของนาง แต่หญิงสาวกลับไม่พอใจที่มีคนมาแอบเพลงเธอร้องเพลง ชายนิรนามจึงทำการขอโทษเธอจนเธอพอใจ เขาบอกว่าเขาเหนื่อยล้ามากจึงพาม้าที่ตนขี่มาพักอยู่ใต้ร่มไม้ของต้นไม้ในสวนแห่งนี้ ทั้งสองได้สนทนากันไม่เท่าไรนางมัลลิกากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก และชายนิรนามก็จากนางไป     หลายวันต่อมา ทางราชสำนักส่งคนมาเชิญนางมัลลิกาเข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาผู้อยู่เบื้องหน้าของนางมัลลิกาคือชายนิรนามผู้นั้นนั่นเอง และพระองค์ได้สถาปนานางเป็นพระมเหสี ในอรรถกถาเล่าถึงบทบาทของพระนางมัลลิกาเทวีที่คอยเป็นที่ปรึกษาของพระสวามี และเป็นผู้ที่จะโน้มน้าวพระสวามีเข้าสู่เส้นทางแห่งพุทธธรรมเสมอ เช่น ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงฝันประหลาดต่อเนื่องกันถึง 16 เรื่อง พระองค์ให้ปุโรหิตพยากรณ์ความฝัน ปรากฏว่าพระราชาต้องประกอบพิธีบูชายัญเพื่อเป็นการแก้จากร้ายให้กลายเป็นดี พระนางมัลลิกาเทวีทรงทราบว่าการพิธีบูชายัญจะทำให้พระสวามีต้องมีรับสั่งฆ่าสัตว์ เดี๋ยวพระสวามีจะเป็นบาปจึงได้แนะนำให้พระองค์เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทูลถามถึงเรื่องความฝันประหลาดนี้แทน (สามารถศึกษาเรื่องพระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศลเพิ่มเติมได้ที่ >>> อรรถกถามหาสุบินชาดก) […]

มาติกมาตา อุบาสิกาผู้บรรลุธรรมก่อนพระภิกษุ

มาติกมาตา อุบาสิกา ผู้บรรลุธรรมก่อนพระภิกษุ อุบาสิกา หมายถึงผู้หญิงผู้เข้าใกล้พระรัตนตรัย ซึ่งอุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนาคือนางสุชาดา บุตรีเศรษฐีผู้ถวายข้าวมธุปายาสแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า (ศึกษาเรื่องราวของนางสุชาดาได้ที่ >>> นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา) เรื่องที่นำมาฝากต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของอุบาสิกานางหนึ่งในสมัยพุทธกาล ซึ่งสำเร็จมรรคและผลอย่างรวดเร็ว ลองมาหาคำตอบคลายข้อสงสัยนี้กันว่า อุบาสิกานางนี้บรรลุธรรมได้ด้วยวิธีไหน ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี ได้ทรงปรารถเรื่องอุบาสิกาบรรลุธรรม เพื่อให้เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่พระภิกษุทั้งหลายในพระเชตวัน โดยเรื่องมีอยู่ว่า ครั้งหนึ่งมีพระภิกษุ 60 รูปเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ในอรรถกถา ธรรมบท ระบุชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ว่า “มาติกคาม” เพื่อหาสถานที่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน และใช้สถานที่นั้นปฏิบัติกรรมฐานที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนด้วย พระภิกษุทั้ง 60 รูป เมื่อมาถึงมาติกคาม ได้รับการต้อนรับจากอุบาสิกาที่มีชื่อว่า “มาติกมาตา” (ชื่อเดียวกับหมู่บ้านเลย  ดีไม่ดีหมู่บ้านแห่งนี้อาจเรียกตามชื่อของอุบาสิกาท่านนี้ก็เป็นได้ เพราะมาติกคามมีความหมายว่า บ้าน หรือ  หมู่บ้านของนางมาติกะนั่นเอง) นางมาติกมาตาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก นิมนต์ให้พระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วิหารในหมู่บ้านแห่งนี้ นางรับอาสาจัดเตรียมสถานที่ รวมทั้งเป็นผู้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ไว้รับรอง รุ่งเช้าก็เตรียมอาหารสำหรับใส่บาตรไว้ใส่บาตรพระภิกษุทั้ง  60 รูป […]

คุณแม่ขายของออนไลน์ หวังเป็นค่าเลี้ยงดูลูกน้อยที่พิการและศีรษะโต 

คุณแม่ ขายของออนไลน์ หวังเป็นค่าเลี้ยงดูลูกน้อยที่พิการและศีรษะโต คุณแม่สาววัย 23 ปี แบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยการ ขายของออนไลน์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อหารายได้เป็นค่าเลี้ยงดูและค่ารักษาลูกสาววัย 1 ขวบ 3 เดือนที่พิการทางการมองเห็น พิการทางการได้ยิน พิการทางร่างกาย พิการทางสติปัญญา มีศีรษะโต และขาทั้งสองข้างบิดผิดรูป เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา สยามรัฐได้นำเสนอข่าวของคุณแม่วัย 23 ปี คือ คุณคณิศร แสงอุไร ที่ต้องดูแลลูกสาวคนเล็กคือ  “น้องบุญรักษา” หรือ  ด.ญ.รัตนาภรณ์ แสงอุไร วัย 1 ขวบ 3 เดือน ซึ่งมีความพิการ เช่น ทางการมองเห็น ทางการได้ยิน และร่างกาย เช่น มีขาที่บิดผิดรูป ครอบครัวของคุณคณิศรมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่ซอยนครชัยมงคลวิลล่า 3 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี […]

“คนบ้า” ใจดี อุทาหรณ์เตือนใจอย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก

ขึ้นชื่อว่า “คนบ้า” ใคร ๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกจะเดินหนี เพราะกลัวเขาบีบคอหรือทำร้าย ว่ากันว่า คนพวกนี้ก่ออาชญากรรมแล้วไม่ติดคุกเสียด้วยสิ เช้าวันหนึ่งฉันตั้งใจจะเดินทางไปสนามหลวง และได้ขึ้นรถเมล์ฟรีของ ขสมก. เมื่อรถไปถึงย่านตลาดสะพานขาวแถวถนนหลานหลวง รถจอดที่ป้ายรถเมล์ ฉันเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดและสกปรก ศีรษะโล้น ในมือถือถุงผลไม้ถุงใหญ่ เขากำลังยื่นมือไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยืนคอยรถเมล์ เธอส่ายหน้าและเดินถอยหนี ฉันเดาว่าชายคนนั้นกำลังขอเงิน และประเมินด้วยสายตาจากสภาพที่เห็นคิดว่าเขาเป็น “คนบ้า” ทันทีที่เห็นรถเมล์จอดและประตูเปิดออก เขาก็รีบวิ่งขึ้นรถ ตอนนั้นฉันอยากให้กระเป๋ารถเมล์ไล่เขาลงจังเลย แต่เพราะเป็นรถเมล์ฟรี เขาจึงไม่ต้องเสียค่าโดยสาร คนบ้าเดินไปที่คนขับ ฉันและผู้โดยสารคนอื่นมองตามด้วยความกลัวว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล เผื่อจะได้หนีลงจากรถทัน เขาหยิบกล้วยไข่หนึ่งหวีจากถุงผลไม้ไปวางหน้ารถตรงคนขับ ไม่พูดอะไร จากนั้นเดินมาหาที่นั่ง ซึ่งเป็นเบาะคู่ที่อยู่ข้างหน้าเบาะที่ฉันนั่ง!! “ซวยแล้ว” ฉันคิด ฉันสังเกตว่า เขาเป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40 ปี เจาะหู ใส่ต่างหูสีเงิน มีรอยสักขนาดใหญ่ที่แขนซ้าย สันนิษฐานว่าสมัยก่อนเขาคงเป็นพวกจิ๊กโก๋ แล้วทำไมวันนี้เขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่ทันได้คิดคำตอบให้ตัวเอง คนบ้าก็หันหลังมาทางฉันพร้อมส่งมะม่วงเขียวลูกหนึ่งให้ ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แต่ทำใจดีสู้เสือ จึงยิ้มพร้อมปฏิเสธ “ไม่เอาค่ะ” เขาก้มไปหยิบมะไฟช่อเล็ก ๆ […]

พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ ปรับใจให้เป็นกลาง เพื่อชีวิตมีสุข

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเมตตากรุณา เพราะชาวพุทธจะได้รับการสั่งสอนให้มีเมตตากรุณา ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วยกาย วาจา และมีจิตใจปรารถนาดี (พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ) อย่างไรก็ตาม ความเมตตาก็มีคู่ปรับสำคัญอย่างหนึ่งคือ “ความโกรธ” ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดเมตตาขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ โกรธง่าย และพอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทำอะไรรุนแรงออกไป ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็หงุดหงิดทรมานใจตัวเอง ในเวลานั้นความเมตตาจะหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น เราจึงควรรู้ให้เท่าทันจิตเพื่อหยุดความโกรธให้ทันก่อนที่ความโกรธจะเริ่มแสดงออกทางสีหน้า การกระทำ และคำพูดต่อไป บางคนพอโกรธเข้า จากคนดี ๆ ก็กลายเป็นผีบ้า ขี้วีน ขี้เหวี่ยง หรือบางคนก็ยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ถึงขั้นลงไม้ลงมือให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี อย่างที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในข่าว ดังนั้นความโกรธจึงไม่เป็นผลดีกับใคร นอกจากมีแต่เสียกับเสีย บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำเพื่อใช้รับมือกับความโกรธก็คือ บทแผ่อุเบกขา เพื่อปรับใจของเราให้เป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยขจัดความหงุดหงิดขัดเคืองใจให้เบาบางลงได้   บทแผ่อุเบกขา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสามะ กัลยาณัง […]

“ม้านั่งเพื่อนรัก” ไอเดียของเด็กพิเศษ ช่วยหาเพื่อนให้เด็กที่โดดเดี่ยว

เด็กชายเหงา ๆ ซื้อ “ม้านั่งเพื่อนรัก” ให้สนามเด็กเล่น  เพื่อเด็กอื่นจะได้ไม่เหงาเหมือนเขาอีกต่อไป สำหรับเด็กทุกคน ชั่วโมงพักคือเวลาที่ดีที่สุดในวันที่มีเรียน แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กอย่าง อเล็กซ์ รอวลส์  (Alex Rawls) เพราะสนามเด็กเล่นคือสถานที่อันแสนโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงามาก หนูน้อยจากเมืองสตาฟฟอร์ดเคาน์ตี รัฐเวอร์จิเนียผู้นี้ มีปัญหาคือเข้ากับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนยาก ดังนั้น เขาจึงคุ้นเคยกับการนั่งเหงา ๆ คนเดียวที่ม้านั่งริมสนาม เฝ้ามองเพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่นกันอย่างสนุกสนาน อเล็กซ์ป่วยเป็นโรคที่เรียกว่า ความบกพร่องในการประมวลผลทางประสาทสัมผัส คือมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไวกว่าปกติ ทำให้สมองประมวลผลไม่ทัน จะมีอาการขาดสมาธิง่าย เพราะประสาทสัมผัสทั้ง 5 รับสิ่งเร้าเข้ามาหมด แต่สมองประมวลผลไม่ทัน และไม่สามารถเลือกสิ่งเร้าที่จำเป็นได้ โดยทั่วไปจะมีพฤติกรรมเหมือนโรคสมาธิสั้น บางครั้งบางครั้งเขาก็สวมชุดนอนไปโรงเรียน โชคร้ายที่ความไม่ปกตินี้ทำให้เขาเข้ากับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันที่โรงเรียนได้ยาก ด็อตตี้ โรโม คุณแม่ของอเล็กซ์บอกว่า คงไม่มีใครต้องการให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนั้นโดยเฉพาะกับลูกของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือของเธอ อเล็กซ์ก็ได้ทำภารกิจหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยไม่ให้เด็ก ๆ ต้องอยู่ลำพังเหงา ๆ ในชั่วโมงพัก จุดเริ่มต้นของภารกิจนี้มาจากตอนที่อเล็กซ์อายุ 10 ขวบ […]

ชีวิตหลังอำลาตำแหน่ง ของ จิมมี่ คาร์เตอร์

จิมมี่ คาร์เตอร์ เป็นประธานาธิบดีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รักมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกา และเขายังมีผลงานที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างแม้จะอำลาตำแหน่งไปแล้วหลายปี จิมมี่ คาร์เตอร์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี ค.ศ. 1976 – 1980 โดยเฉือนชนะ เจอรัลด์ ฟอร์ด ประธานาธิบดีคนที่ 38 ไปได้อย่างฉิวเฉียด ครั้งนั้นเป็นการลงสมัครประธานาธิบดีสมัยแรกของเขา สมัยนั้นจิมมี่มักเริ่มต้นการหาเสียงว่า “ผมเป็นชาวไร่ถั่วลิสง” (I’m a peanut farmer.) เพราะครอบครัวคาร์เตอร์เป็นเกษตรกรทำไร่ฝ้ายและถั่วลิสงในเมืองเพลนส์ รัฐจอร์เจีย มานานกว่า 350 ปีแล้ว แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้นคือ จิมมี่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือแอนนาโพลิสและรับราชการมานานเกือบ 10 ปี เขาเป็นทหารเรือที่ก้าวหน้าเร็วมาก แต่ต่อมามีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาคิดได้ว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ซึ่งเป็นอาวุธที่สหรัฐฯภาคภูมิใจที่สุด มีอันตรายเกินไปสำหรับมนุษย์ ประกอบกับพ่อของเขาเสียชีวิต จิมมี่จึงลาออกเพื่อกลับมาดูแลไร่ของครอบครัว จิมมี่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เขาเป็นผู้นำชุมชน เป็นกรรมการบริหารของโรงเรียน โรงพยาบาล และเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐจอร์เจียถึงสองสมัย ช่วงปี ค.ศ. 1966 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสมัยที่สอง จิมมี่ก็ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ เพราะต้องการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนและช่วยเด็กผิวสีให้สามารถเรียนในโรงเรียนเดียวกับเด็กผิวขาวได้ เมื่อกว่าหกสิบปีก่อน ปัญหาเหยียดสีผิวในสหรัฐอเมริกายังคงมีความรุนแรงมาก ดังนั้นในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐครั้งแรก จิมมี่จึงพ่ายแพ้อย่างขาดลอย ทว่าระหว่างสี่ปีที่เฝ้ารอการเลือกตั้งครั้งใหม่ […]

keyboard_arrow_up