สแตน ลี บิดาแห่งการ์ตูนยอดมนุษย์ ผู้ให้กำเนิดสไปเดอร์-แมน 

สแตน ลี บิดาแห่งการ์ตูนยอดมนุษย์ ผู้ให้กำเนิด สไปเดอร์-แมน สาวกซูเปอร์ฮีโร่คงไม่มีใครพลาดชมภาพยนตร์ สไปเดอร์-แมน ภาคใหม่ล่าสุดเรื่อง Spider-Man: Far From Home เป็นแน่ แต่สงสัยกันบ้างไหมว่า ใครเป็นผู้ให้กำเนิดยอดมนุษย์คนนี้ ชื่อของเขาคือ สแตน ลี  นอกจากเขาจะสร้างการ์ตูนเกี่ยวกับยอดมนุษย์แล้ว เขายังเป็นคนที่สุดยอดเช่นกัน เขาสามารถทำให้แผนกหนังสือการ์ตูนเล็ก ๆ ในสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สร้างสรรค์ความบันเทิงแก่เด็ก ๆ และผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ของสแตน ลี   บรรณาธิการหนุ่มน้อย ถ้าจะพูดถึงชีวประวัติของเขา เขาเป็นคนที่ไม่ธรรมดาเลย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งบรรณาธิการตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ในสำนักพิมพ์ของญาติคนหนึ่ง เขาอยู่บนเส้นทางหนังสือการ์ตูน ใช้ไอเดียสร้างสรรค์การ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มาหลายเรื่อง สะท้อนเรื่องการผดุงความยุติธรรม และเรื่องธรรมะย่อมชนะอธรรม โดยการ์ตูนเรื่องแรกของเขาคือ กัปตันอเมริกัน ตอนอายุ 19 ปี จากนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 สำนักพิมพ์ก็จ้างเขากลับมาทำงานต่อ   ผู้บุกเบิกยุคทองการ์ตูนอเมริกัน ไม่ทันไรสำนักพิมพ์คู่แข่งได้สร้างตัวการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นตัวการ์ตูนอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ […]

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็นมหาภูตรูป 4

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็น มหาภูตรูป 4 ธาตุกรรมฐาน เป็นหนึ่งใน 40 กรรมฐาน มีอีกชื่อว่า “จตุธาตุววัฏฐาน” เป็นกรรมฐานที่พิจารณาร่างกายตามคุณลักษณะของธาตุ 4 ร่างกายของมนุษย์อันเป็นที่อยู่ของจิต เกิดขึ้นจากการรวมตัวจนกลายเป็นรูปของธาตุ 4 จึงเรียกว่า “มหาภูตรูป” เพื่อให้เข้าใจกรรมฐานประเภทนี้ และมีปัญญาแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น จึงขออัญเชิญธรรมบรรยายของสมเด็จพระญาณสังวร เรื่องธาตุกรรมฐาน ซึ่งพระองค์อธิบายไว้ดีแล้วว่า ” โดยปกติคนเราย่อมมีความยึดถือร่างกายอันนี้ว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเรา เมื่อมาพิจารณาโดยความเป็นธาตุ คือแยกออกไปว่า ส่วนที่แข็งก็เป็นธาตุดิน ส่วนที่เอิบอาบก็เป็นธาตุน้ำ ส่วนที่อบอุ่นก็เป็นธาตุไฟ ส่วนที่พัดไหวก็เป็นธาตุลม และส่วนที่เป็นช่องว่างก็เป็นอากาสธาตุ เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนหรือของตนที่ยึดถืออยู่นี้ ก็กลายเป็นธาตุ และถ้าลองพิจารณาแยกธาตุเหล่านี้ออกไปทีละอย่าง คือเมื่อพิจารณาดูส่วนที่แข็งอันเรียกว่าเป็นธาตุดิน แยกเอาธาตุดินออกไปเสียจากร่างกายอันนี้ ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุน้ำเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุน้ำออกไปเสียอีก ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุไฟเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุไฟออกเสีย ก็จะเหลือแต่ธาตุเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุลมออกไปเสียอีก ก็จะเหลือแต่ช่องว่างไปทั้งหมด ”  จากการอธิบายลักษณะของมหาภูตรูป (ร่างกายมนุษย์) แล้ว ทำให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์มีลักษณะของธาตุ 4 เช่น จุดที่แข็งเป็นธาตุดิน ได้แก่ […]

ขันธปริตร (แปล) สวดป้องกันภัยจากสัตว์มีพิษ

ขันธปริตร เป็นส่วนหนึ่งของอหิราชสูตร พระสูตรที่กล่าวถึง พญางูทั้ง 4 สกุล ชาวพุทธนิยมสวดเพื่อป้องกันภยันตรายจากอสรพิษและสัตว์เลื่อยคลาน

โรคกายหรือโรคใจ เป็นอย่างไหนกันแน่นะ

“อโรคยา ปรมาลาภา” การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นประโยคที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี โรคที่ว่านี้ไม่ใช่แค่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่แสดงออกทางร่ายกายเท่านั้น แต่ยังรวมอาการแฝงอีกอย่างหนึ่งซึ่งก็คือโรคใจเข้าไปด้วย ลองมาดูซิว่าเราเป็นโรคกายหรือโรคใจอย่างไหนกันแน่นะ

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต สุเมธดาบส เป็นอดีตพระชาติหนึ่งของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ได้สร้างมหากุศลคือสละกายเป็นสะพานให้อดีตพระพุทธเจ้า ผู้มีพระนามว่า “ทีปังกรพุทธเจ้า” และพระสาวกทั้งหลายข้ามพ้นจากเปือกตม ครั้งพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์ มีชื่อว่า สุเมธบัณฑิต แม้ว่าจะเป็นพราหมณ์ที่มั่งคั่ง มีสมบัติสะสมอยู่มากมาย ทั้งยังเป็นผู้คงแก่เรืยน เชี่ยวชาญในพระเวท คัมภีร์ และศาสตร์ต่าง ๆ  เมืองอมรวดี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระโพธิสัตว์มีความรื่นรมย์ไม่ต่างจากแดนสวรรค์ แต่พระโพธิสัตว์กลับเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จึงออกจากเรือนไปบำเพ็ญภาวนาในป่าหิมพานต์ ท้าวสักกะเทวราชทรงทราบว่าพระดาบสตนนี้คือพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาหลายภพชาติ จึงมอบหมายให้พระวิษณุกรรมเนรมิตอาศรมถวาย สุเมธดาบสบำเพ็ญภาวนาจนบรรลุอภิญญา และมีความสุขจากการทำสมาบัติ     ในตอนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ถืออุบัติขึ้นบนโลก พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายแห่งรัมมนครมีพระนามว่า “ทีปังกร” เป็นพระราชโอรสแห่งพระเจ้าสุเทวะกับพระนางสุเมธา มีพระชายานามว่า พระนางปทุมา และพระโอรสนามว่า อุสภักขันธกุมาร พระองค์ทรงเห็นนิมิต 4 ประการ (เทวทูต 4) ทำให้ทรงเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาแสวงหาความหลุดพ้นจึงเสด็จออกผนวช พระองค์ทรงใช้เวลาเพียง 10 เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ภายใต้ต้นเลียบ (ต้นมะกอก) หลังจากทรงประกาศพระธรรมแล้ว ทรงมีพระอัครสาวกคือ พระสุมังคลเถระ และ พระติสสเถระ ทรงมีพระอัครสาวิกาคือ […]

วิธีง่าย ๆ วางใจอยู่เหนือคำนินทาทั้งปวง บทความดีๆ จาก ปิยสีโลภิกขุ

แม้การนินทาจะเป็นเรื่องสามัญ แต่น้อยคนนักที่ทำใจยอมรับได้ คนยิ่งชอบนินทามากเท่าใด พอตกกับตัวเองเข้า กลับยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟไปเท่านั้น

จงพร้อมจะเรียนรู้จากคุณครู ประสบการณ์

นอกจากความผิดพลาด ประสบการณ์ก็ถือเป็นครูชั้นยอดของมนุษย์เช่นกัน

เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนคิดบวกด้วยโยนิโสมนสิการ

เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนคิดบวกด้วย โยนิโสมนสิการ คุณกำลังประสบกับปัญหาความเครียดอยู่หรือเปล่า อดคิดมาก คิดวน และคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่งของโลกได้ประทานคำสอนแก้ปัญหานี้ไว้คือ ” โยนิโสมนสิการ ” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ถอดความพระพุทธพจน์หนึ่งว่า “ภิกษุผู้เป็นเสขะ ยังไม่บรรลุอรหัตตผล ปรารถนาความเกษมจากโยคะอันยอดเยี่ยม เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบภายในอย่างอื่นแม้สักอย่าง ที่มีประโยชน์มากเหมือนอย่างโยนิโสมนสิการเลย ภิกษุผู้ใช้โยนิโสมนสิการ ยอมกำจัดอกุศลได้และบำเพ็ญกุศลให้เกิดขึ้น”   พระพุทธพจน์นี้แสดงให้เห็นว่า โยนิโสมนสิการมีประโยชน์กว่าการปฏิบัติ (โยคะ) ใช้กำจัดอกุศล และสร้างกุศลให้เกิดขึ้นได้ กุศลคือการทำความดีโดยไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน โยนิโสมนสิการเป็นหลักการคิด การทำให้กุศลเกิดขึ้นด้วยโยนิโสมนสิการจึงเป็นวิธีคิดที่ทำให้คิดแต่เรื่องกุศล หรือพูดง่าย ๆ คือ การคิดบวกนั่นเอง ก่อนที่จะรู้ว่าโยนิโสมนสิการช่วยให้เป็นคนคิดบวกได้อย่างไร ลองมาทำความรู้จักกับคำสอนนี้กันเสียก่อน ซึ่งสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์แบ่งและอธิบายไว้เป็นหลักคิด 10 ประการดังนี้     1.  วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย คือ พิจารณาปรากฏการณ์ที่เป็นผลให้รู้จักสภาวะที่เป็นจริง หรือพิจารณาปัญหาหาหนทางแก้ไขด้วยการค้นหาสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่สัมพันธ์ส่งผลสืบทอดกันมา อาจเรียกว่าวิธีคิดแบบอิทัปปัจจัยตา หรือ วิธีคิดแบบปฏิจจสมุปบาท 2.  วิธีคิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ หรือกระจายเนื้อหา เป็นการคิดที่มุ่งให้มองและให้รู้จักสิ่งทั้งหลายตามสภาวะของมันเองอีกแบบหนึ่ง 3.  วิธีคิดแบบสามัญลักษณ์ […]

ปวีณา ชารีฟสกุล…เลือกเข้าวัดในวันที่สุขใจ

ปวีณา  ชารีฟสกุล…เลือกเข้าวัดในวันที่สุขใจ 20 กว่าปีกับความสนใจในทางธรรมของ เจี๊ยบ ปวีณา  ชารีฟสกุล บางคนอาจคิดว่า คนเราเข้าวัดเวลาทุกข์ใจ แต่สำหรับเจี๊ยบเลือกที่จะเข้าวัดในวันที่สุขใจ… ตอนเด็ก ๆ คุณยายและคุณแม่จะพาเจี๊ยบไปทำบุญที่วัดมาตลอด สิ่งนี้หล่อหลอมให้เราสนใจในเรื่องนี้ จนวันหนึ่งที่เข้าวงการบันเทิง พี่ตุ๋ย – มนฤดี ยมาภัย เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันก็ชวนไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามัชฌิมาวาส แถวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นี่สงบร่มเย็น เป็นวัดป่าขนานแท้ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ไปแล้วก็ได้ฝึกจิตอยู่กับธรรมะและธรรมชาติ สมัยนั้นเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ขอนแก่น เมื่อไปถึงก็จะมีเด็กวัดขับรถกระบะปุเลง ๆ มารับไปที่วัด เราก็จะไปถือศีล 8 กินอาหารวันละมื้อ นอนกุฏิหลังเล็ก ๆ แต่ตอนนี้วัดป่าแห่งนี้เจริญกว่าเมื่อก่อนมาก และแทบทุกครั้งที่ไปที่นี่เราก็จะหาโอกาสไปใส่บาตรหลวงตามหาบัวที่วัดป่าบ้านตาดด้วย หลวงตาก็จะให้หนังสือมาอ่านทุกครั้ง ตอนแรกที่ไปปฏิบัติธรรม เจี๊ยบคิดแค่ว่า อยากรู้ว่าการไปนอนวัดเป็นอย่างไร แต่พอได้เจอหลวงพ่อ ได้ฟังธรรมะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้จิตใจโน้มเอียงไปทางนี้โดยปริยาย เพราะมองเห็นข้อดีของการฟังธรรมและปฏิบัติภาวนาที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เจี๊ยบเป็นคนที่โมโหแรง คนใกล้ตัวจะรู้ดี ปกติไม่ค่อยวี้ดใครง่าย ๆ แต่ถ้าลุกขึ้นมาวี้ดเมื่อไหร่ แสดงว่าถึงที่สุดแล้วจริง ๆ ด้วยความที่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เด็ดขาดทั้งกับตัวเองและคนอื่น […]

ร่วมเป็นกำลังใจให้เมฆ วินัย ไกรบุตร ต่อสู้โรคร้าย ตุ่มน้ำพอง – Secret

  ร่วมเป็นกำลังใจให้เมฆ วินัย ไกรบุตร ต่อสู้โรคร้าย ตุ่มน้ำพอง – Secret เมฆ – วินัย ไกรบุตร ป่วยเป็นโรคหายากคือ โรคเพมพิกอยด์ หรือ โรคตุ่มน้ำพอง ที่พบเจอแค่ 1 ใน 4 แสนคนเท่านั้น ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกะทันหัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลอธิบายสาเหตุของโรคหายากชนิดนี้ไว้ว่า “เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีแนวโน้มทางพันธุกรรมเป็นปัจจัยพื้นฐานสิ่งแวดล้อม เช่น เชื่้อโรค และสารเคมีเป็นปัจจัยกระตุ้นมีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค ซึ่งโรคตุ่มน้ำพองเกิดจากภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่โรคติดต่อ”   View this post on Instagram เราจะสู้ไปด้วยกันครับน้อง ขอบคุณมากครับ A post shared by วินัย ไกรบุตร (@winaikraibutr) on Jul 4, 2019 at 9:57pm PDT   บรรดาแฟน ๆ […]

วิญญาณทหารกล้า…จะปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยตลอดไป

รักชาติยิ่งชีพ เป็นคำขวัญที่อยู่ในใจทหารทุกนายยามปฏิบัติหน้าที่ทหาร บางนายแม้จะสิ้นชีพไปแล้ว แต่ วิญญาณทหารกล้า ก็ยังคงยึดมั่นในคำขวัญนี้ต่อไป

เห็นแล้วน่าชื่นใจ : ” พลังบวร ” บ้าน วัด โรงเรียน น้ำใจเบ่งบานในชุมชน – Secret

เห็นแล้วน่าชื่นใจ : ” พลังบวร ” บ้าน วัด โรงเรียน น้ำใจเบ่งบานในชุมชน – Secret เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสุขสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม มอบหมายให้พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดยานนาวา จัดกิจกรรม ” พลังบวร ” ร่วมกับโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย นำเครื่องอุปโภค-บริโภคไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง บริเวณชุมชนรอบวัดยานนาวา เพื่อเกื้อกูลสังคมด้วยพลังจากบ้าน วัด และ โรงเรียน อิงตามหลักธรรมอัตถจริยา คือ ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ และเกื้อกูลผู้อื่น ดังคำว่า “ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว”     กิจกรรม “พลังบวร”  เกิดขึ้นจากการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชนระหว่างวัด-บ้าน-โรงเรียน เมื่อนำอักษรย่อของแต่ละอันมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า “บวร” โดยคำนี้มีความหมายว่า “ประเสริฐ” หรือ “ดีเลิศ” ชุมชนเข้มแข็งได้ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตั้งแต่อดีต […]

รักษาไข้ด้วยใจ “ กรุณา ” บทความให้กำลังใจจาก นายแพทย์ชวโรจน์  เกียรติกำพล

เรียกได้ว่าความเจ็บป่วยแทบจะหมดความหมายเพราะความ กรุณา ย้อนกลับมาช่วยรักษาเราให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

เหตุให้ได้มาซึ่งสมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เหตุให้ได้มาซึ่ง สมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เมื่อสมาธิเกิดขึ้น สมาธิ จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา คือการเห็นสภาพจริงตามความเป็นจริง แต่ เหตุที่จะให้ได้มาซึ่งสมาธินั้นมีวิธีการอยู่ 2 ลักษณะ คือ วิธีแรก ตั้งใจทำสมถกรรมฐานไปเลย คือตั้งใจทำสมาธิอย่างเดียวโดด ๆ โดยเอาอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพ่งเทียน เพ่งดิน เพ่งไฟ ใช้คำบริกรรมภาวนา ดูลมหายใจ ดูท้องพอง – ยุบ ยกไม้ยกมือ ฯลฯ ได้ทั้งนั้น ขอเพียงทำให้จดจ่อต่อเนื่อง เพ่งอยู่ที่นั่นที่เดียว ไม่คิดถึงเรื่องอื่นใด ไม่หวังสติ ไม่หวังปัญญา มุ่งหมายเพียงเพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว กระชับ แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์นั้น เมื่อจดจ่อต่อเนื่องนานเข้า บริกรรมถี่เข้า ๆ สมาธิก็จะค่อย ๆ รวมลง จิตก็ค่อย ๆ อ่อนสลวย อ่อนโยนลง ซ่านไปที่อื่นน้อยลง อยู่กับสิ่งนั้นมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น ท่านเรียกสมาธิแบบนี้ว่า “อุปจารสมาธิ” เทียบกับการตักน้ำใส่ขันแล้วนำไปใส่ช่องฟรีซ ตอนที่เป็นวุ้นยังไม่เป็นก้อนน้ำแข็ง […]

4 เหตุผลที่คนจำเป็นต้องโกหก

รู้ว่าการโกหกเป็นเรื่องไม่ดี ผิดศีล แต่บางครั้งมันก็ จำเป็นต้องโกหก เพื่อให้คนฟังสบายใจ แต่ไม่ว่าจะมีเหตุจำเป็นแค่ไหน มันก็ไม่ดีทั้งนั้นนะจ๊ะ

เส้นทางสู่อรหัตตผลของพระอุบลวรรณาเถรี : สตรีผู้ทำบุญด้วยดอกบัวมาหลายชาติ

เส้นทางสู่อรหัตตผลของพระ อุบลวรรณาเถรี : สตรีผู้ทำบุญด้วยดอกบัวมาหลายชาติ อุบลวรรณาเถรี เป็นหนึ่งในภิกษุณีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงยกย่องเป็นเอตทัคคะผู้มีฤทธิ์ฝ่ายพระสาวิกา ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเถรีรูปหนึ่งปรารถนามานานตั้งแต่สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า เท้าความกลับไปก่อนสมัยเจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ครั้งพระองค์เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงมีพระธิดานามว่า “กัณหา” เพราะตอนประสูติ พระญาตินำหนังหมีมารับพระกุมารี (คำว่า “รับ” ในที่นี่อาจหมายถึง ของขวัญ หรือ ห่มทารกด้วยหนังหมีก็ได้)   ทำไมพระกัณหาไม่ได้เกิดร่วมวงศ์กับพระพุทธเจ้า หลังจากพระเวสสันดรทรงถูกเนรเทศออกจากเมือง พระองค์พร้อมด้วยพระนางมัทรี พระชาลีและพระกัณหาเดินทางไปเขาวงกต ชูชกเข้าเฝ้าพระเวสสันดรเพื่อทูลขอทาส พระองค์จึงประทานสองกุมารให้ พระชาลี-พระกัณหาพากันไปซ่อนที่สระบัว พระเวสสันดรทรงขอร้องให้สองกุมารช่วยให้ปุตตทาน (การยกลูกเป็นทาน) ครั้งนี้สำเร็จ พระกัณหาต่อว่าพระบิดาว่าไม่รักตนแล้วจึงยกให้เป็นทาส วิบากกรรมแห่งวจีทุจริตนี้ ทำให้พระกัณหาไม่ได้เกิดร่วมวงศ์กับพระเวสสันดร (เจ้าชายสิทธัตถะ) พระมัทรี (เจ้าหญิงยโสธราพิมพา) และ พระชาลี (พระราหุล) อีกต่อไป     สตรีผู้มีผิวพรรณเหมือนดอกบัวขาบ พระกัณหาได้มาเกิดเป็นสตรีงามที่มีผิวเหมือนดอกบัวขาบ (ดอกบัวสีเขียว) บิดาจึงตั้งชื่อว่า “อุบลวรรณา” เมื่อเติบโตเป็นสาว ก็กลายเป็นหมายปองของบรรดาชายหนุ่ม แม้กระทั่งพระราชาจากทั่วชมพูทวีปส่งทูตมาสู่ขอ บิดาเล็งเห็นแล้วว่าไม่อาจทำตามใจทุกคนได้ จึงขอให้นางอุบลวรรณาออกบวช ด้วยอานิสงส์แห่งกุศลที่สั่งสมมา ทั้งเคยเกื้อกูลพระโพธิสัตว์ […]

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ เรื่องที่จิตจะปฏิเสธว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรานั้น อาจจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง เพราะการปฏิเสธของจิตมิใช่เป็นเรื่องบังคับ หากเป็นธรรมชาติที่เป็นจริง แต่เมื่อใดที่จิตมีความรู้เห็นในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ มีความไม่เที่ยงอย่างนี้ และรู้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา จิตจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดถือ เพราะจิตได้รู้เห็นโทษภัยในการยึดถือทั้งหมดแล้วว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ ไม่มีความสงสัยลังเลในสัจธรรมทั้งหลาย จิตก็ย่อมปฏิเสธและทอดอาลัยในความยึดถือทันที ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง นี้คือจิตมีความฉลาด สามารถที่จะรู้เห็นในปัญญาญาณอย่างเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดในภพทั้งสามจะปิดบังอำพรางในวิปัสสนาญาณนี้เลย แม้จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอดีต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอดีต จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอนาคต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอนาคต นี้ก็เพราะปัจจุบันมีสัจธรรมที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว การกำหนดดูในเรื่องอดีต อนาคต จึงไม่มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความสงสัย เพราะความเป็นไปในสัจธรรมมีสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เหมือนกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น การรู้เห็นในสัจธรรมในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันตัดสินได้อย่างถูกต้อง นี้คือความรู้รอบ เป็นความรอบรู้ในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือ ถ้ารู้เห็นในสัจธรรมว่าเป็นจริงแล้วอย่างนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะมาบังคับให้จิตมีความยึดถือได้ เหมือนกับรู้เห็นไฟว่าเป็นของร้อน รู้เห็นงูพิษว่าเป็นงูพิษ รู้เห็นเสือว่าเป็นเสือ รู้เห็นจระเข้ว่าเป็นจระเข้ รู้เห็นมูตรคูถว่าเป็นของสกปรกโสโครก ใครเล่าจะไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้ หนทางที่จะหลีกหนีให้พ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ ก็ผู้นั้นแลจะรู้เห็นเส้นทางที่จะหนีไปให้พ้นเองนี้ฉันใด เมื่อจิตมีญาณคือความรู้ จิตมีความสว่างในการเห็น ความรู้ความเห็นทั้งสองนี้มารวมในจุดเดียวเมื่อไร ความฉลาดความเฉียบแหลมคมคายก็เกิดขึ้นภายในจิตใจทันที จะพิจารณาในสัจธรรมหมวดใด ก็จะรู้ชัดเห็นจริงในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน […]

ฝรั่งตาน้ำข้าว วัย 59 ปี เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและหลงรักเมืองไทย – Secret

ฝรั่งตาน้ำข้าว วัย 59 ปี เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และ หลงรักเมืองไทย – Secret ขอบคุณเหยี่ยวข่าว คอลัมน์ คนดีของสังคม ของเดลินิวส์ค่ะที่แชร์เรื่องราวดี ๆ แบบนี้ให้ได้อ่าน เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาฝากนี้ ใครที่มาไหว้พระ-ทำบุญที่วัดเขาชี จังหวัดพิษณุโลก จะพบเห็น ฝรั่งตาน้ำข้าว วัย 59 ปี  กำลังตกแต่งคริสตัลบนรูปปั้นพระสยามเทวาธิราชอย่างตั้งอกตั้งใจ หนุ่มใหญ่ชาวสวิสฯคนนี้มีชื่อว่า “แอล โซแลนด์” เขารู้จักเมืองไทยมาตั้งแต่ทำงานด้านสื่อโฆษณาอยู่ที่บ้านเกิด นอกจากนั้นยังทำงานด้านศิลปะที่สหรัฐฯ อีกด้วย สุดท้ายเขาก็คิดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ จึงออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย เขาสนใจการนั่งสมาธิมาก จึงทำให้เขาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาในที่สุด และแวะเวียนไปในประเทศต่าง ๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา เช่น อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ด้วย     เขาได้รู้จักกับสาวไทยคนหนึ่งและคบหาดูใจกันเป็นเวลา 1 ปี จึงตัดสินใจคบหาเป็นแฟนกัน เขาจึงไป ๆ มา ๆ […]

keyboard_arrow_up