Dhamma Daily: เมื่อ คนรักเปลี่ยนไป ยังฝังใจ ยากจะลืม

แม้ความรักจะสร้างความสุข แต่ก็ไม่เคยหยุดสร้างทุกข์ให้คนเรา โดยเฉพาะในยามที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไป หรือมีปัญหาจนต้องเลิกรามักตามมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ

ปฏิบัติธรรมอย่างไรให้ เกิดปัญญา

คำสอนของพระพุทธองค์ 84,000 พระธรรมขันธ์มีจุดมุ่งหมายเดียวกันทั้งหมด คือ เพื่อความดับทุกข์ ถ้าคนคนหนึ่งบอกว่าศึกษาและปฏิบัติธรรมมานานหลายสิบปี และยังคงปฏิบัติอยู่ทุกวันอย่างเคร่งครัดไม่เคยขาด แต่ยังดูถูกคนยังมีปัญหากับลูกกับผัวอยู่แทบทุกวัน คนคนนั้นสมควรต้องกลับมานั่งทบทวนดูแล้วว่า…การปฏิบัติธรรมที่ผ่านมานั้นผิดพลาดที่ตรงไหน

คว้าแชมป์อีกแล้ว น้องมิลค์ สาวน้อยหน้านิ่ง แชมป์บังคับโดรนที่ฮ่องกง

คว้าแชมป์อีกแล้ว น้องมิลค์ สาวน้อยหน้านิ่ง แชมป์บังคับโดรนที่ฮ่องกง น้องมิลค์ เด็กหญิงวัย 11 ขวบที่เพิ่งคว้าแชมป์บังคับโดรนที่เมืองเซิ่นเจิ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ไปหยก ๆ มาคราวนี้ สาวน้อยหน้านิ่ง ได้แชมป์อีกแล้วที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เพจ สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์     โพสต์ข้อความและรูปถ่าย แสดงความยินดีในชัยชนะของน้องมิลค์อีกครั้ง หลังจากคว้าที่ 1 รุ่น International Challenge มาครองได้สำเร็จ โดยการแข่งขันครั้งนี้เชิญนักบินโดรนที่มีฝีมือจาก 9 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขันในงาน ALISPORTS WESG Hongkong E-sports Festival 2018 International Drone Racing Challenge ว่า สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับ ด.ญ. วรรรญา วรรณผ่อง แชมป์โลกโดรนที่สามารถคว้าที่ 1 รุ่น International […]

ปัญจสิขรคนธรรพ์ เทพศิลปินคนโปรดของพระพุทธเจ้า

ปัญจสิขรคนธรรพ์ เทพศิลปินคนโปรดของพระพุทธเจ้า ปัญจสิขรคนธรรพ์ คือ เทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาที่มีความสามารถในการเล่นดนตรี เป็นเทวดาศิลปิน แต่คนธรรพ์ตนนี้บรรเลงพิณได้ไพเราะ แม้พระพุทธเจ้ายังทรงเอ่ยชมในความสามารถ คนธรรพ์ เป็นเทพบริวารของท้าวธตรฐ หนึ่งในท้าวจตุโลกบาล เป็นเทพประจำทิศตะวันออก คนธรรพ์ในคติพระพุทธศาสนามีด้วยกัน 3 ประเภท คือ (1) คนธรรพ์ที่มีทิพยวิมาน (2) คนธรรพ์ที่อยู่ในป่าหิมพานต์ และ (3) คนธรรพ์ที่สถิตตามต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมในโลกมนุษย์ เป็นเทวดาที่มีความถนัดในการเล่นดนตรีและฟ้อนรำ คติการบูชาครูของนาฏศิลป์และดนตรีไทยจะบูชาปัญจสิขรคนธรรพ์ด้วย ในฐานะเทวดานักดนตรีผู้ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า และเป็นเทวดาที่มีฝีมือการเล่นดนตรีได้ยอดเยี่ยม ปัญจสิขร มีความหมายว่า ” 5 จุก” ซึ่งคนธรรพ์ตนนี้มีจุกผม 5 จุกบนศีรษะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่มีมาตั้งแต่อดีตชาติ หัวโขน หรือรูปเคารพของท่านจึงมีลักษณะเป็นเทวดาสวมชฏา 5 ยอด ปัญจสิขรคนธรรพ์ในอดีตชาติสร้างบุญกุศลด้วยการสร้างศาลา สระน้ำ ถนน อันเป็น สาธารณประโยชน์แก่ผู้คนทั่วไป พอสิ้นอายุขัยแล้วก็มาเกิดเป็นคนธรรพ์ชั้นสูง มีทิพยสมบัติเป็นของตนเอง นอกจากความสามารถในการบรรเลงพิณเป็นเลิศแล้ว ยังมีหน้าที่เป็นเลขาประจำตัวพระอินทร์อีกด้วย ใน สักกปัญหสูตร กล่าวว่า ก่อนที่พระอินทร์ หรือท้าวสักกะเทวราช พร้อมด้วยเทพบริวารจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า […]

ศิลปะจีนในวัดไทย ความต่างที่ลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม

ศิลปะจีนในวัดไทย ความต่างที่ลงตัวระหว่างสองวัฒนธรรม ศิลปะจีนในวัดไทย  มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่มาเด่นชัดมากในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยเป็นพระราชนิยมและความสนพระทัยในวัฒนธรรมจีนของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3     ศิลปะจีนในวัดไทยส่วนใหญ่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นจากพระราชนิยมและความสนพระทัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ไม่ได้เพียงแต่เข้ามาในฐานะเครื่องประดับตกแต่งศาสนสถานเท่านั้น แต่มีอิทธิพลต่อด้านสถาปัตยกรรมด้วย เช่น พระอุโบสถและพระวิหารที่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 จะตกแต่งด้วยวัสดุจากจีน เช่น กระเบื้องจีน และลวดลายแบบจีน รวมทั้งการวาดจิตรกรรมเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวรรณกรรมจีน เช่น สามก๊กและไซอิ๋ว ใช้เทคนิคนูนต่ำ เช่น จิตรกรรมเรื่องไซอิ๋วที่วัดบวรนิเวศวิหาร และจิตรกรรมเรื่องสามก๊กที่วัดพิชยญาติการาม       ศิลปะจีนนอกจากมีความงดงามแล้ว ยังแฝงด้วยปริศนาหรือความหมายที่ซ่อนอยู่ ไม่เท่านั้นยังเป็นการสะท้อนและอนุรักษ์คติความเชื่อของชาวจีนไว้อีกด้วย เช่น ความเชื่อเรื่องสิริมงคลของจีนที่ปรากฏในประมาติกรรมและจิตรกรรม     ศิลปะจีนภายในวัดไทยในแต่ละแห่งมีจุดเด่นและลักษณะที่สวยงามแตกต่างกันออกไป จึงขอนำเสนอศิลปะจีนในแต่ละวัดน่าสนใจดังนี้     เสามังกร หรือเสาประทีป  ในวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เสามังกร หรือเสาประทีป  เป็นเสาหินที่ประดับด้วยลวดลายมังกร ตามความเชื่อของจีนประดับไว้เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย และเป็นสัตว์พาหนะของเทพเจ้า ยังเป็นเทพผู้ประทานน้ำและฝนอีกด้วย     จิตรกรรมนูนต่ำเรื่องไซอิ๋วที่ซุ้มเจดีย์ […]

 สหัมบดีพรหม พระพรหมผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์

 สหัมบดีพรหม พระพรหมผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์ สหัมบดีพรหม หรือท้าวมหาพรหมพระองค์นี้ มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนา เพราะเป็นผู้อาราธนาพระพุทธเจ้า ให้เสด็จโปรดเวไนยสัตว์ ให้สัตว์โลกทั้งหลายผู้มีอวิชชาไม่ต่างจากเศษฝุ่นที่บดบังดวงตา ได้โอกาสมีดวงตาเห็นสัจธรรมของจักรวาล ท้าวมหาพรหมพระองค์นี้ ครั้งสมัยพระกัสสปพุทธเจ้าทรงเป็นพระเถระมีชื่อว่า “สหกะ” ได้บำเพ็ญฌานแล้วทำลายขันธ์จากภพมนุษย์ อุบัติเป็นพรหมยังพรหมโลก หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ทรงพิจารณาเห็นว่าสัจธรรมที่พระองค์ทรงค้นพบนั้นมีความยากและลึกซึ้งเกินไป เกรงว่ามนุษย์ เทวดา และสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ยังหลงอยู่ในกามคุณ จะไม่เข้าใจในคำสอน จึงทรงตัดสินพระทัยไม่เสด็จโปรดสัตว์ เมื่อท้าวมหาพรหมพระองค์นี้ทรงทราบว่าพระพุทธเจ้าทรงไม่โปรดสัตว์ ก็เสด็จลงมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทันที แล้วขอร้องให้พระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเวไนยสัตว์ เพราะสัตว์โลกที่มีกิเลสน้อยยังพอมีอยู่ สามารถฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าได้อย่างเข้าใจ พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาเวไนยสัตว์ด้วยทิพยจักษุแล้วทรงพบเป็นจริงตามที่ท้าวมหาพรหมกล่าว สัตว์บางพวกมีกิเลสหนา บางพวกมีกิเลสบาง บางพวกสอนง่าย บางพวกสอนยาก ไม่ยากต่อการมุ่งมั่นสั่งสอนของพระองค์ จากนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์ นับแต่นั้นมาจึงกลายเป็นธรรมเนียมก่อนที่พระภิกษุจะแสดงธรรม ต้องมีคนกล่าวบทอาราธนาธรรมขึ้นก่อน ซึ่งบทอาราธนาธรรมนี้เป็นการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่สหัมบดีพรหมทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดสัตว์นั่นเอง   คำอาราธนาธรรม “พรหมมา จะโลกาธิปะตี สะหัมปะตี กัตอัญชะลี อันธิวรัง อะยาจะถะ สันตีธะ สัตตาป ปะระชัก ขะชาติกา เทเสตุ ธัมมัง อุนะกัมปิมัง ปะชัง ฯ” คำแปล : […]

ถอดรหัสจักรวาล พระปรางค์วัดอรุณ ราชวราราม

ถอดรหัสจักรวาล พระปรางค์วัดอรุณ ราชวราราม หลังจากท่องงานสมโภชพระอารามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามไปแล้ว แอดก็ข้ามลำน้ำเจ้าพระยาจากฝั่งท่าเตียนที่ยักษ์ตีกัน มาฝั่งธนบุรีเพื่อเยี่ยมชมความงดงามของ พระปรางค์วัดอรุณ  ในยามค่ำ งดงามไม่แพ้ตอนกลางวันเลยค่ะ วัดอรุณราชวราราม วัดสำคัญสมัยกรุงธนบุรี แต่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเดิมชื่อว่า “วัดมะกอกนอก” ต่อมาพระเจ้าตากสินมหาราชกำลังเสด็จไปเมืองเพชรบุรีแล้วมาถึงวัดแห่งนี้ตอนรุ่งเช้า จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดแจ้ง” บริเวณยังเป็นที่ตั้งของชุมชนหลายเชื้อชาติ เช่น ชุมชนจีน ชุมชนโปรตุเกส และชุมชนมุสลิม จึงปรากฏศาสนสถาน 3 ศาสนาขึ้นในบริเวณนี้     พระมหาธาตุประจำพระนคร หลังจากสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภา รัชกาลที่ 2 ทรงมีพระราชดำริว่า กรุงรัตนโกสินทร์ยังไม่มีพระมหาธาตุสูงใหญ่สำหรับพระนคร จึงโปรดฯ ให้สร้างเสริมพระปรางค์องค์เก่าแก่ขึ้นในวัดแจ้งที่สูงเพียง 8 วา ให้สูงใหญ่กว่าเดิม และพระราชทานนามวัดแจ้งเป็น “วัดอรุณราชธาราม” แล้วโปรดฯให้กรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ (รัชกาลที่ 3) เป็นแม่กองควบคุมการก่อสร้าง ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่ไม่ทันจะจัดพิธีฉลองพระปรางค์องค์ใหม่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อน จึงจัดพิธีฉลองพระปรางค์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 พระปรางค์วัดอรุณมีความสำคัญในฐานะพระมหาธาตุแห่งพระนคร ซึ่งต่อเติมพระธาตุให้สูงใหญ่ขึ้นจากพระปรางค์องค์เก่า […]

ทำมากหรือน้อยไม่สำคัญเท่ากับต้อง “ทำทันที” แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์

นักแสดงสาวสุดฮ็อต แพนเค้ก – เขมนิจ จามิกรณ์ แม้จะได้ชื่อว่ามีคิวงานแน่นจนหาเวลาว่างได้ยากสุด ๆ แต่พอมีเวลาว่างเมื่อไร แพนเค้กเป็นต้องควง คุณแม่หน่อย (นวลนง จามิกรณ์) และเพื่อน ๆ ไปหาอะไรดี ๆ ทำ จนหลายสื่อถึงกับมอบฉายาให้เธอว่า “นางเอกการกุศล” สมัยเด็ก ๆ แพนจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่พูดถึง “การทำความดีด้วยการให้” อยู่บ่อย ๆ แต่แพนก็แอบคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องให้อะไรหรือทำอะไรให้คนอื่นก็ได้นี่ แค่ทำหน้าที่ของเรา ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็น่าจะพอแล้ว เวลาผ่านไป จากการท่ี่แพนได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น ๆ และได้เห็นโลกมากขึ้น แพนก็เริ่มเปลี่ยนความคิดค่ะ “การให้” เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่มีขอบเขต ไม่ต้องใช้สตางค์ และถึงจะไม่ใช่คนรู้จักกันมาก่อน เราก็สามารถให้ได้ท้นที เริ่มจาก ให้ “รอยยิ้ม” ให้ “กำลังใจ” ใช้ “แรงกาย” ของเราเอง และถ้ามีกำลังทรัพย์มากพอ เราก็อาจจะมอบ “สิ่งของ” เพื่อช่วยเหลือเขาในเบื้องต้น ยิ่งเมื่อมีโอกาสเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ ว.วชริเมธี […]

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น

4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น หลายคนแนะนำให้เอาใจเจ้านายจะได้มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้น  ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยมาก เพราะปัจจุบันมีเจ้านายหลากหลายรูปแบบ อาจจะไม่ได้เป็นเจ้านายที่ชื่นชอบการยกยอเสียทุกคน ดังนั้นจึงขอนำเสนอ 4 สิ่งที่ชาวออฟฟิศไม่ควรทำ เพื่อให้ทำงานมีศักยภาพมากขึ้น       1. การทำงานตามแนวทางและความชอบของเจ้านายไม่ใช่หนทางสู่ความสำเร็จของการทำงาน จริงอยู่ที่เราต้องทำงานตามคำสั่งของเจ้านาย แต่ถ้าเจ้านายไม่มีความแน่นอนในโครงการฯ หรืองานที่สั่งลงมา ไม่มีระยะเวลาที่แน่ชัด ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เท่ากับว่าคุณต้องทำงานแบบลู่ลมไปเรื่อย ๆ ซึ่งการปรับตัวให้ทำงานตามความชอบของเจ้านายเป็นผลดีที่จะทำให้คุณอยู่ในองค์กรได้ก็จริง แต่ทว่าการทำงานที่ไม่โน้มเอน ตามใจผู้บังคับบัญชาก็เป็นสิ่งจำเป็น เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะถามถึงงานที่ไม่ชัดเจน ไม่เช่นนั้นงานจะสะเปะสะปะไร้จุดหมาย     2. การผูกมิตรกับเจ้านาย ไม่ใช่การเมืองที่ฉลาดเลย มิตรภาพในออฟฟิศเป็นเรื่องของมายาใคร ๆ ก็ทราบกันดี แต่ใช่ว่ามิตรภาพที่ดีจะหาไม่ได้เลยจากออฟฟิศ ด้วยความเป็นมายานี่เอง จึงควรใส่ใจกับการสร้างผลงานมากกว่าบุคคล การผูกมิตรกับเจ้านายในฐานะกัลยาณมิตรหรือเป็นเพื่อนที่สามารถรับฟัง หรือให้คำปรึกษาเรื่องส่วนตัวนั้นเป็นได้ยาก ถึงจะเป็นไปได้ แต่ด้วยสถานะของความเป็นเจ้านายที่สูงกว่า หรือบางครั้งเกิดความตึงเครียดขึ้นทั้งสองฝ่ายในการทำงาน มิตรภาพที่มีมาที่แสนเปรอะบางอาจพังทลายลง แล้วควรทำอย่างไรล่ะให้มิตรภาพระหว่างลูกน้องกับเจ้านายเดินไปได้ด้วยดี มันก็พอมีคือต้องเอาเรื่องส่วนตัวแบบฉันเพื่อนออกไป  แล้วเปลี่ยนเอาเรื่องงานมาคุยแทน นอกจากการปรึกษาหารือเรื่องงานจะทำให้เจ้านายเห็นว่าคุณใส่ใจงานมากน้อยแค่ไหนแล้ว ยังทำให้การทำงานของคุณคืบหน้า ส่งผลต่อองค์กรให้ขับเคลื่อนไปได้อีกด้วย     3. การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออกที่ควรหลีกเลี่ยง […]

คติธรรมคำสอนของ หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ อริยสงฆ์ผู้สร้าง “อัศจรรย์ภูทอก”

ข้อธรรมที่ หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ นำมาแสดงแก่ญาติโยมและศิษยานุศิษย์มักเรียบง่าย ไม่มีภาษาบาลีมาปะปน เมื่อฟังแล้วอ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ในทันที ไม่ต้องตีความ   “ธรรม” ถ้ารู้ธรรม…ก็นำธรรมนั้นมาฟอกซัก ชำระเสียให้สะอาด ใจเรามันสกปรกมานาน ต้องล้างเสียที…อวิชชามันเยอะ เอาความโง่ของพวกเราออก เอาความดีมาใส่แทน จงรับไปปฏิบัติซี เอามาแล้วก็วางเฉย ๆ มันจะได้ประโยชน์อะไรเล่า   “ศีล สมาธิ ปัญญา” การบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ถ้าไม่มุ่งหวังที่จะทำลายกิเลสตัณหาให้หมดไป ให้สิ้นไปแล้ว ก็ไม่มีทางพ้นจากความทุกข์ในโลกนี้ไปได้ ถ้าเราบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มุ่งหวังที่จะทำลายกิเลสตัณหาอย่างเดียวให้หมดสิ้นไป คือที่ว่า พ้นไปจากโลก เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงธรรมอันที่ดับทุกข์โดยแท้ ไม่ต้องมีความสงสัยเลย   “กัมมัฏฐาน” “…กัมมัฏฐานเปรียบเหมือนยาโอสถขนานเอก เราต้องเป็นหมอฉลาด หมอฉลาดคือสติปัญญา นี่แหละหมอใหญ่ ถ้าเราขาดสติ เราก็ไม่มีหมอรักษาตนเท่านั้น โรคอะไรเกิดขึ้นเราก็ไม่รู้…”   “ประโยชน์ 3 อย่างที่มนุษย์ควรบำเพ็ญ” คนเราเกิดมาต้องรู้จักทำประโยชน์ ถ้าไม่ทำประโยชน์ก็ไม่ใช่มนุษย์ เขาเรียกว่า หมานุษย์ พระพุทธองค์ท่านสอนมนุษย์ให้ทำประโยชน์ทั้ง […]

…แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่…

แด่ใครอีกคนที่รอเราอยู่ – เคยรู้สึกเหนื่อยบ้างไหมคะ ในเวลาที่เราเหนื่อย อ่อนล้า ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ คนแรกที่เราคิดถึงคือใคร ในทุกๆ วันฉันมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งต่างๆ มากมาย มีงาน มีเพื่อน มีสังคม สุขบ้าง ทุกข์บ้าง ตามสภาพท้องฟ้าอากาศและอารมณ์ แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ฉันนอนป่วยเป็นไข้หวัด นอนซมไม่มีเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง ไร้คนดูแล ทำให้ฉันหวนคิดถึงเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ในยามที่ฉันป่วย เมื่อถึงเวลาอาหารจะมีผู้ชายรูปร่างผอมสูงถือชามโจ๊กที่เพิ่งทำสดๆ ร้อนๆ จากเตาเดินเข้ามา พร้อมกับยาที่แสนจะกลืนยากเสียเหลือเกิน ชายผู้นั้นคือคุณพ่อของฉันเอง คุณผู้อ่านรู้ไหมคะ โจ๊กชามนั้นเค็มมาก (รสชาติยังติดปากฉันจนถึงทุกวันนี้) มันเป็นโจ๊กสำเร็จรูป วิธีทำแสนง่าย แต่เพราะความที่กลัวคุณค่าทางอาหารจะหายไป คุณพ่อจึงเติมน้ำลงไปในปริมาณน้อย ทุกอย่างยังคงคุณค่าของความเค็มไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่ฉันก็ทานโจ๊กชามนั้นจนหมด คุณพ่อคงคิดว่า ฉันชอบโจ๊กชามนั้นมากๆ (ซึ่งจริงๆ ก็ชอบ แต่มันเค็มไปหน่อยนะคะคุณพ่อขา) พอฉันป่วยทีไร ฉันจะได้ทานโจ๊กเค็มๆ ของพ่อทุกครั้งไป ในเวลาที่ฉันรู้สึกเหนื่อยใจไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ฉันจะนึกถึงเพื่อนหรือคนที่อยู่ในวัยใกล้เคียงกัน เพราะมีความรู้สึกว่าเราน่าจะคุยกันรูเ้ รื่องมากกว่า แต่คุณรู้ไหม ฉันคิดผิด ฉันเพิ่งรู้ว่าคนที่เข้าใจฉัน และรับฟังฉันได้ในทุกเรื่องคือคุณพ่อคุณแม่ของฉันนั่นเอง เราต่างคิดกันไปว่า ท่านเป็นผู้สูงวัย […]

อานิสงส์แห่งทาน อันเกิดจากสัปปุริสทาน

อานิสงส์แห่งทาน อันเกิดจากสัปปุริสทาน พระพุทธเจ้าตรัสถึง อานิสงส์แห่งทาน อันเกิดจากสัปปุริสทาน หรือผลแห่งการทำทานของคนดีไว้ในสัปปุริสทานสูตร  ว่า สุปปุริสทานมี 5 ประการ ประกอบด้วย 1. การให้ทานด้วยศรัทธา 2. การให้ทานด้วยความเคารพ 3. การให้ทานในขณะเวลาที่สมควร 4. ผู้ให้ทานมีจิตอนุเคราะห์ และ 5. การให้ทานโดยไม่สร้างความลำบากแก่ตนเองและผู้อื่น การให้ทานด้วยศรัทธา ย่อมได้รับอานิสงส์คือ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์และโภคทรัพย์มาก มีรูปร่างงดงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีผิวพรรณดี การให้ทานด้วยความเคารพ ย่อมได้รับอานิสงส์คือ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์และโภคทรัพย์มาก เป็นผู้ที่บุตร ภรรยา และบริวารเชื่อฟังคำสั่งสอนด้วยความตั้งใจ การให้ทานในขณะเวลาที่สมควร ย่อมได้รับอานิสงส์คือ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์และโภคทรัพย์มาก เป็นผู้ได้ในสิ่งที่ปรารถนาตามสมควร ผู้ให้ทานมีจิตอนุเคราะห์ ย่อมได้รับอานิสงส์คือ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์และโภคทรัพย์มาก เป็นผู้ที่มีจิตน้อมไปในกามคุณ 5 สูงยิ่งขึ้น การให้ทานโดยไม่สร้างความลำบากแก่ตนเองและผู้อื่น ย่อมได้รับอานิสงส์คือ เป็นผู้มั่งคั่ง มีทรัพย์และโภคทรัพย์มาก เป็นผู้ไม่ได้รับภัยจากไฟ น้ำ […]

ชะตากรรมของคนฆ่าหมู บทความธรรมะสอนใจโดย ท่าน ส.ชิโนรส

ชะตากรรมของคนฆ่าหมู – ในสมัยพุทธกาล ชายคนหนึ่งชื่อ “จุนทสูกริก” มีอาชีพนำข้าวไปแลกลูกหมูตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อนำมาเลี้ยงแล้วฆ่าขายท้องตลาด ปีใดเกิดความแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลจุนทสูกริกจะรู้ว่า คนในหมู่บ้านต่าง ๆ มีข้าวไม่เพียงพอต่อการบริโภค เขาจะซื้อข้าวเปลือกแล้วบรรทุกจนเต็มเกวียน เดินทางไปสู่หมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อแลกลูกหมู พอได้หมูน้อยจนเต็มเกวียนแล้ว เขาได้นำมันกลับมาที่บ้าน ใส่ไว้ในคอกที่ทำไว้หลังบ้าน เขายังปลูกผักชนิดต่าง ๆ ใกล้กับคอกหมูเพื่อใช้เป็นอาหารของมัน เมื่อลูกหมูเติบใหญ่จนอ้วนพี จุนทสูกริกก็จะเลือกเอาตัวที่ต้องการนำไปฆ่าเอาเนื้อไปขายในท้องตลาด อาชีพนี้สร้างรายได้แก่จุนทสูกริกไม่น้อย วิธีฆ่าหมูอันทารุณ วิธีฆ่าหมูแต่ละครั้งของจุนทสูกริกช่างโหดร้ายและทารุณผิดมนุษย์มนา เมื่อเขาต้องการฆ่าหมูตัวใด เขาจะจับมันมัดไว้ที่ต้นเสา ขณะที่มันร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว เขาจะใช้ค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ทุบไปทั่วตัว จนกระทั่งเนื้อมันพองขึ้นเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าด้วยลม แม้มันจะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเพียงใด เขาก็ไม่เคยคิดสงสารและเอ็นดูมันแม้แต่น้อย จิตใจเขาช่างเหี้ยมโหดเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาสามัญเสียแล้ว พอรู้ว่าเนื้อพองขึ้น เขาอ้าปากหมูที่กำลังขาดใจตาย สอดไม้เข้าไปค้ำไว้ที่ปากมัน เทน้ำร้อนที่กำลังเดือดพล่านเข้าปากหมูที่กำลังอ้า น้ำร้อนที่เดือดพล่านไหลทะลักเข้าลวกปาก คอ ลำไส้ แล้วขับสิ่งสกปรกโสโครกต่าง ๆ ออกทางทวารหนักของมัน เขายังไม่หยุดยั้งแค่นั้น เขาได้กรอกน้ำร้อนเข้าปากหมูระลอกแล้วระลอกเล่า จนแน่ใจว่าสิ่งโสโครกต่าง ๆ ภายในตัวมันได้ไหลออกจนหมดสิ้น เขาได้เทน้ำร้อนราดทั่วตัวหมูอีกครั้งเพื่อล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ตามลำตัว พอรู้ว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว […]

“รักแรก” ของ แอฟ ทักษอร กับผู้ชายที่เป็น “ทุกสิ่งในชีวิต”

แอฟ ทักษอร รูปสวย รวยทรัพย์ หยิบจับสิ่งใดก็สำเร็จ แถมยังมีสามีรูปหล่อแสนดีคอยเคียงข้างสร้างครอบครัวด้วยกัน แล้วรักแรกของเธอเป็นอย่างไร ติดตามอ่านกันค่ะ

ยุติ วงจรปฏิจจสมุปบาท เพื่อตัดภพให้สิ้นชาติ โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

ยุติ วงจรปฏิจจสมุปบาท เพื่อตัดภพให้สิ้นชาติ โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ หากต้องการสิ้นสังสารวัฏ การเวียนว่ายตายเกิด ต้องเข้าใจในปฏิจจสมุปบาท แต่เข้าใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องทำลาย วงจรปฏิจจสมุปบาท ด้วย เพื่อให้กระจ่างในเรื่องนี้ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญตอบปัญหาธรรมที่มีผู้สนใจส่งเข้ามาในหัวข้อปฏิจจสมุปบาท เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการปฏิบัติ และเข้าใจในหลักธรรมนี้มากขึ้น   ปฏิจจสมุปบาทและอิทัปปัจจยตาเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ตามจริงแล้วเป็นหลักธรรมเดียวกัน ท่านเรียกว่า “อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท” เป็นกระบวนการของธรรมที่ส่งต่อกันเป็นลูกโซ่ หรือเป็นเหตุปัจจัยที่ส่งต่อให้เกิดสิ่งต่าง ๆ แต่เพราะเป็นหลักธรรมชื่อยาวเรียกยาก จึงนิยมแยกเรียกเป็นอิทัปปัจจยตาบ้าง ปฏิจจสมุปบาทบ้าง   ทำอย่างไรไม่ให้เกิดการยึดติด (อุปาทาน) การยึดติด หรือที่ท่านเรียกว่า “อุปาทาน” เกิดขึ้นจากตัณหา มันเป็นกระบวนการสืบทอด อุปาทานไม่สามารถเกิดขึ้นมาเองได้  ซึ่งในวงจรของปฏิจจสมุปบาทอธิบายไว้ชัดเจนว่า อุปาทานมาจากตัณหา ตัณหาก็มาจากเวทนา เวทนาก็มาจากผัสสะ ทีนี้ผัสสะหรือการกระทบ เมื่อผัสสะเกิดขาดสติ กิเลสก็มาจึงเกิดเป็นเวทนา หรือความรู้สึก มีความรู้สึกชอบ ไม่ชอบ จึงเกิดตัณหาตามมา ไม่ต่างจากวงจรชีวิตของหนอน ที่จะกลายเป็นผีเสื้อในวันข้างหน้า จากตัณหาก็เป็นอุปาทาน ทำอย่างไรไม่ให้เกิดอุปาทาน มีวิธีเดียวคือการมีสติในขณะเกิดผัสสะ เช่น เห็นก็รู้ว่าเห็น […]

กายพิการแต่ใจไม่พิการ หนุ่มจีนไร้แขน ดูแลแม่ด้วยสองเท้าของตัวเอง

หนุ่มจีนไร้แขน ยอดกตัญญูมีชื่อว่า เฉินจือฟาง (Chen Zifang) เขาเป็นชายหนุ่มวัย 29 ปี เกิดมาไร้แขน แต่เขาเฝ้าปรนนิบัติดูแลมารดาของตัวเองที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี อาจจะดีกว่าคนปกติทั่วไปบางรายด้วยซ้ำ เฉินจือฟางลืมตาดูโลกในปี 1989 ณ หมู่บ้านสุยเจียวาน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน โชคร้ายที่เขาเกิดมาในสภาพไร้แขนทั้งสองข้าง พออายุได้เพียง 9 เดือน พ่อของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยด้วยโรคร้ายแรง ตั้งแต่นั้นมาแม่ของเขาก็ต้องทำงานหนักเพียงลำพังเพื่อเลี้ยงดูเขาและพี่ชาย และด้วยความที่แม่ของเขาเป็นคนที่มีทัศนคติในแง่บวกอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เฉินกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ในการทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่เขาก็มีความมุมานะโดยไม่เคยเสียกำลังใจ พออายุได้ 4 ขวบ เฉินเริ่มหัดลุกขึ้นยืนเองตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่เป็นเรื่องยากหนักหนาสำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ เพราะการพยายามรักษาสมดุลย์ให้ได้โดยไม่มีแขนคอยช่วยนั้นไม่ง่ายเลย ทำให้เขาล้มแล้วล้มอีกจนได้แผลฟกช้ำมากมาย เมื่อเด็กชายเฉินโตขึ้นมาอีกหน่อย เขาไม่อยากคอยให้ใครมาทำอะไรให้อีกต่อไปแล้ว ด้วยพลังใจที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทำให้เฉินหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เขาหัดทำงานบ้านง่าย ๆ ด้วยเท้าก่อน และค่อย ๆ หัดทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพี่ชายของเขาแต่งงานและออกไปสร้างครอบครัว เฉินจึงกลายเป็นผู้ดูแลแม่อย่างเต็มตัวเพียงผู้เดียว ตอนนี้แม่ของเฉินนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เฉินจึงตามมาปรนนิบัติดูแลแม่อยู่ไม่ห่าง       […]

สิ้นแล้ว สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร)

สิ้นแล้ว สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วงการสงฆ์สูญเสียพระเถระชั้นผู้ใหญ่ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปอีกหนึ่งรูป     ไทยรัฐรายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย. พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะประธานกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามว่า สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. มรณภาพลงอย่างสงบด้วยความชราภาพที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ สิริรวมอายุ 100 ปี 81 พรรษา ส่วนกำหนดการต่างๆ จะมีการประชุมกับทางพระเทพสังวรญาณ (จิรพล อธิจิตโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และคณะกรรมการวัดสัมพันธวงศาราม เบื้องต้นคาดว่าจะมีพิธีสรงน้ำในวันที่ 12 พ.ย. หรือวันที่ 13 พ.ย.นี้     สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ลำดับที่ 7 […]

บุญทันตาเห็น เรื่องเล่าบุญติดจรวดครั้งสมัยพุทธกาล

บุญทันตาเห็น เรื่องเล่าบุญติดจรวดครั้งสมัยพุทธกาล คิดว่าคงคุ้นเคยกับคำว่า “กรรมติดจรวด” กันมามากแล้ว เป็นคำฮิตในยุคปัจจุบันมาก แต่ยังไม่เคยได้ยินคำว่า “บุญติดจรวด” บ้างเลย บุญให้ผลช้าหรืออย่างไร แต่หากท้าวความไปในสมัยพุทธกาลเรื่องบุญติดจรวด หรือ บุญทันตาเห็น มีอยู่จริง ในคัมภีร์พระพุทธศาสนาปรากฏเรื่องของบุคคลที่ทำบุญแล้ว บุญส่งผลทันตาเห็นได้อย่างเหลือเชื่อ   นายสุมนมาลาการ เป็นผู้เก็บดอกไม้ของพระเจ้าพิมพิสาร มีหน้าที่เก็บดอกไม้ถวายพระเจ้าพิมพิสารในวังทุกวัน วันหนึ่งนายสุมนมาลาการได้พบกับพระพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตพร้อมด้วยพระสาวก เขาบังเกิดจิตเลื่อมใส จึงตัดสินใจถวายดอกมะลิที่กำลังนำไปถวายพระเจ้าพิมพิสารแด่พระพุทธเจ้า แม้จะทราบดีว่าเป็นการทำความผิดต่อพระเจ้าแผ่นดินก็ตาม แต่ยินดีสละชีวิตเพื่อได้สร้างบุญกับพระพุทธเจ้า ดอกมะลิจำนวน 8 กำ 8 ทะนานที่นายสมุนมาลาการถวายนั้น กลายเป็นตาข่ายล้อมพระพุทธเจ้าไว้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบดังนั้น ก็ทรงเลื่อมใสในการทำบุญของนายสุมนมาลาการ ได้พระราชทานทรัพย์สมบัติมากมายแก่นายสุมนมาลาการ พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่า นายสุมนมาลาการยอมสละชีวิตเพื่อได้สร้างบุญกับเรา ด้วยการบูชาเราด้วยดอกมะลิเหล่านี้ หลังจากสิ้นบุญไปแล้วจะเกิดเฉพาะโลกมนุษย์และโลกสวรรค์ จากนั้นก็จะตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า   พระนางมัลลิกาเทวี เดิมพระนางมัลลิกาเทวีเป็นธิดาของช่างดอกไม้ในกรุงสาวัตถี ได้นำขนมถั่วไปถวายพระพุทธเจ้า โดยจัดตกแต่งอย่างสวยงามในตระกร้า พอใส่ขนมถั่วลงในบาตรของพระพุทธเจ้าบังเกิดความปีติ แล้วระลึกพระพุทธเจ้าเป็นสมาธิ (พุทธานุสติ) จากนั้นพระพุทธเจ้าตรัสขึ้นว่า “กุมารีคนนี้จะได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศลในวันนี้ เพราะผลแห่งบุญที่นางถวายขนมถั่ว” ในวันนั้นเองขณะที่กุมารีกำลังเก็บดอกไม้พร้อมกับร้องเพลงไปด้วย พระเจ้าปเสนทิโกศลซึ่งทรงเหนื่อยล้าจากการรบกับพระเจ้าอชาตศัตรูมาทางนี้พอดี ได้ยินเสียงของกุมารีก็เกิดจิตปฏิพัทธ์ขึ้น เมื่อพระราชาทรงทราบว่ากุมารีนางนี้ยังไม่มีสามี จึงนำนางขึ้นหลังม้าแล้ว […]

keyboard_arrow_up