บทสวดบารมี 30 ทัศ (แปล) สรรเสริญบารมีของพระพุทธเจ้า พร้อมที่มาบทสวด

บทสวดบารมี 30 ทัศ ทานะ ปาระมี สัมปันโน , ทานะ อุปะปารมี สัมปันโน , ทานะ ปะระมัตถะปารมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเปกขา ปาระมีสัมปันโน

Dhamma Daily : ทำอย่างไรให้รู้จัก “วางให้ลง ปลงให้ได้”

ถาม : ได้ยินคำว่าปลงมาหลายครั้ง แต่เวลาจิตตก หดหู่ ก็ปลงไม่ได้สักครั้ง จะทำอย่างไรจึงจะเป็นคนที่รู้จัก วางให้ลง ปลงให้ได้ คะ

Dhamma Daily : การเจริญภาวนา ทำให้ได้บุญจริงหรือ

ถาม : การเจริญภาวนา ทำให้ได้บุญจริงหรือ   ตอบ : เราต้องเข้าใจก่อนว่าบุญคืออะไร “บุญ” แปลว่าชำระ…ชำระกายวาจา ใจ ตามภาษาธรรมะเรียกว่า การชำระขันธสันดานให้บริสุทธิ์” อันไหนชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์มากก็ได้บุญมากอันไหนชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์น้อยก็ได้บุญน้อย ทีนี้เราต้องมาดูวิธีการทำบุญ พระพุทธองค์ได้แสดงการทำบุญไว้ 3 วิธี สำหรับชาวบ้านทั่วไป มีทาน ศีล และภาวนาส่วนพระจะใช้ศีล สมาธิ และปัญญา เพราะพระไม่มีอะไรจะบริจาคเป็นทาน มาดูเรื่องทานก่อน การ บริจาคทาน ช่วยชำระมัจฉริยะหรือความตระหนี่ถี่เหนียว ศีล จะชำระสิ่งที่จะเล็ดลอดออกมาทางกาย ทางวาจา ไม่ให้กายของเรากระทำผิด ไม่ให้วาจาของเราพูดผิด เช่น ไม่เอากายไปลักทรัพย์ ฆ่าสัตว์ ไม่พูดเท็จไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ เพราะฉะนั้นกายและวาจาก็จะบริสุทธิ์ไปส่วนหนึ่ง ถือเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบๆ ที่เล็ดลอดออกมาทางกายและวาจา ภาษาธรรมะจะใช้คำว่า “วีติกกมกิเลส” ส่วน ภาวนา ช่วยชำระใจให้บริสุทธิ์โดยตรงทำให้ไม่ทำผิดทั้งสามทาง กาย วาจา ใจ… การเจริญภาวนาชำระทั้งกาย […]

Dhamma Daily : เคยทำผิดพลาดมาก่อนแต่กลับตัวได้ จะมีโอกาสเข้าถึง พระนิพพาน หรือไม่

ถาม : ถ้าคนหนึ่งเคยทำผิดพลาด ผิดศีลมาก่อน ปัจจุบันเลิกแล้วและปฏิบัติศีล 5 อยากทราบว่าคนคนนี้จะมีโอกาสเข้าถึง พระนิพพาน ได้หรือไม่ พระพรพล ปสันโน ได้ไขปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ : คนที่ต้นคดแต่ปลายตรงมีตัวอย่างให้เห็นอยู่เยอะ ถ้าลองศึกษาประวัติในสมัยพุทธกาล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “องคุลีมาล” ซึ่งฆ่าคนมากถึง 999 คน เพราะเชื่อว่าหากฆ่าครบ 1,000 คน ชีวิตจะเป็นอมตะ ดังนั้นแม้แต่มารดาตัวเองก็ไม่ละเว้น พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปให้องคุลีมาลเห็นก่อนที่เขาจะทำร้ายมารดา เมื่อองคุลีมาลเห็นจึงวิ่งไล่ตามพระพุทธเจ้า แต่ด้วยอภิญญาของพระองค์ทำให้องคุลีมาลไม่สามารถจะวิ่งไล่ทัน เขาจึงร้องบอกว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ หยุดก่อน” พอพระพุทธเจ้าได้ยินดังนั้นก็ตอบว่า “เราหยุดแล้ว” แต่องคุลีมาลหาว่าพระองค์ตรัสมุสาวาท พระพุทธเจ้าจึงตรัสอีกว่า “เราหยุดการเข่นฆ่า หยุดการจองเวรแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด” เมื่อองคุลีมาลได้ยินคำนี้ก็หยุดยืนอึ้งเลย เพราะเป็นคำที่แทงเข้าไปในใจ จึงทำให้ใจอ่อนและสำนึกผิดได้ทันที จากนั้นจึงวางดาบ ทิ้งธนู สลัดแล่งโยนทิ้งลงเหวแล้วเข้าไปกราบทูลขอบวชในพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงเมตตาบวชให้ หลังจากนั้นองคุลีมาลก็ได้ศึกษาธรรมจนบรรลุอรหันต์ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แม้ต้นคดแต่ปลายตรงก็ทำให้บั้นปลายชีวิตสามารถบรรลุธรรมได้ การฝึกและทำความดีในปัจจุบันจะมีกำลังช่วยบดบังสิ่งที่ไม่ดีได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ โดยเปรียบเทียบจากสิ่งที่เรามองเห็น ถ้าสิ่งนั้นมีขนาดใหญ่กว่าก็จะสามารถบังสิ่งที่เล็กกว่าได้ฉะนั้นถ้ากรรมไม่ดีมีกำลังมากกว่า ใหญ่กว่า […]

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our readers

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our reader 13 ในโลกนี้มีอยู่ 2 สถานภาพที่มนุษย์เราไม่พึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง อย่างแรกคือ ผู้ป่วย การที่คนเราต้องเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น มะเร็ง ไตวาย หัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เอดส์ หรือการที่ร่างกายต้องพิการจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง 0 สถานภาพที่สองคือ การเป็นนักโทษในเรือนจําหรือผู้ต้องขัง เพราะการถูกคุมขังในคุกไร้อิสรภาพนั้นถือเป็นหายนะที่สุดแสนจะทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเป็นที่สุด ในวันที่ชีวิตผมแพ้กิเลสตระกูลโลภะแล้วต้องมาใช้กรรมรับโทษอาญาแผ่นดินในเรือนจํากลางขอนแก่นนั้น ทําให้ผมหวนนึกถึงคําสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศ 6 00 ในวันที่ต้องเดินเข้าคุก ชีวิตของผมดูจะหายไป 4 ทิศ คือ ทิศเบื้องซ้าย ไม่มีเพื่อนฝูงเหลือเลย ทิศเบื้องหลัง ภรรยาก็หย่าและมีสามีใหม่ ทิศเบื้องขวาก็ไม่มีใครให้คําปรึกษาอะไรอีกแล้ว ส่วนอดีตลูกน้องทั้งหลายก็ไม่มีใครยอมติดต่อเป็นคนรู้จักกันอีกต่อไป ชีวิตผมเหลืออยู่ 2 ทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า บิดามารดาที่ให้โอกาสและอภัยให้ลูกเสมอ กับทิศเบื้องบนคือพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด 1 เมื่อต้องติดคุกใช้กรรม ผมจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้า คําสอนที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ให้ละชั่ว ทําดี […]

Dhamma Daily : ถ้ารักงานแต่ เบื่อเจ้านาย เพราะไร้ความยุติธรรม ทำอย่างไรดี ?

พระอาจารย์คะ ถ้ารักงานแต่ เบื่อเจ้านาย เพราะเจ้านายไม่ดี ไม่มีความยุติธรรมในการปกครองคน แต่เราก็ไม่อยากลาออก จะทำยังไงดีคะ พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ  กล่าวตอบว่า เรามาทำงานไม่ใช่หรือ ทำไมต้องไปสนใจสัตว์ บุคคล นาย ก. นาย ข. ด้วย ฉะนั้น ตัดส่วนเกินคือคน สัตว์ บุคคล ไปได้เลย…เราเรียนมามีความรู้ความสามารถ ก็จงนำความรู้ความสามารถเหล่านั้นมาปฏิบัติหน้าที่ทำให้งานดำเนินไป ถ้าเราตัดส่วนเกินออกไป ความทุกข์จะเกิดไม่ได้ การปรุงแต่งจะไม่เกิดขึ้น เพราะเราไปทำงานเพื่องาน คนส่วนมากที่บอกว่าไปทำงานๆ ต้องลองหันกลับมามองดูนะ ว่าไปทำงานจริงหรือเปล่า ไปทำงานหรือไปให้ถูกงาน “ทำ” ผู้ถูกงานทำ ทำงานไม่เป็น ไม่ได้ทำงาน มัวแต่เอาเวลาไปคิดนู่นนี่ไร้สาระ แล้วจะมาทำงานทำไม ซีเคร็ตเคล็ดลับ วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ “ผมคิดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้านายและลูกน้องไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทั้งสองฝ่ายควรปรับตัวเข้าหากัน และในการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทุกคนอาจต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนคนละเล็กคนละน้อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของทีม แล้วจะพบว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากกว่าการทำงานคนเดียวเสียอีก” “แท้ที่จริงแล้วแนวคิดเหล่านี้ล้วนมาจากศาสนาพุทธทั้งสิ้น เพราะการโค้ชตนเองก็คือการปฏิบัติธรรม ในขณะที่พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นเสมือนฟา อันจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ตรัสให้นางกิสาโคตมีหาเมล็ดผักกาดจากเรือนที่ไม่เคยมีคนตาย กระทั่งนางเห็นธรรมและบรรลุเป็นพระโสดาบันนอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเปรียบได้กับเมนทอร์ เนื่องจากพระองค์ตรัสสอนผู้อื่นผ่านพระสูตรหรือเรื่องเล่าต่าง ๆ” ที่มา : วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก […]

“เป็นมิตรกับ ความกลัว” เรื่องเล่าขำๆ กว่าพระจะหายกลัวผี โดย ท่านปิยสีโลภิกขุ

แม้ความกลัวยังไม่หายไปโดยสิ้นเชิง แต่ก็อยู่ในป่าได้เป็นปกติ เดินไปมาในความมืดตามลำพังได้โดยไม่มีปัญหา โดย ท่านปิยสีโลภิกขุ

สูตรลับสำหรับ แก้ความหลง โดย ท่าน ว.วชิรเมธี – นิตยสาร Secret

นอกจากความไม่รู้จักชีวิตถือเป็น ” ความหลง ” แล้ว การไม่รู้จักอริยสัจ 4 ก็เป็นความหลงในความหมายขั้นลึก – โดย ท่าน ว.วชิรเมธี – นิตยสาร Secret

ชีวิตสุดขั้วของ ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี จากทุกข์ กลายเป็นสุขได้เพราะธรรมะ

บอกตามตรง ดิฉัน (ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี) ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสนั่งเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ใครฟัง เพราะมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อันใดกับใคร และไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นตัวอย่างในเรื่องอะไรให้ใครได้ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเกิดวิกฤติ ชีวิตก็พลิกเปลี่ยน ทำให้ดิฉันได้เข้าใจอะไรๆ ในชีวิตมากขึ้น และมากเพียงพอที่จะเล่าให้คนอื่นฟัง ชีวิตของดิฉันผ่านอะไรต่ออะไรมาเยอะมาก โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงกว่า 30 ปี ผ่านการแต่งงาน หย่าร้าง ได้รู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา จนคิดว่าตัวเองรู้จักโลกนี้ดีพอแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงดิฉันกลับไม่รู้อะไรเลย ดิฉันเติบโตมาอย่างมีความสุข แม้ว่าคุณพ่อจะมีภรรยาสองคน แต่ความรักที่ท่านมีให้ดิฉันนั้นเต็มเปี่ยม ดิฉันเป็นลูกสาวคนที่สองในจำนวนพี่น้องสี่คน ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกับน้องชายคนที่สาม ทำให้มีเพื่อนเล่นส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย นิสัยของดิฉันจึงทโมนมากถึงมากที่สุด ไม่ชอบเล่นตุ๊กตา แต่ชอบกระโดดน้ำ ปีนต้นไม้ เรื่องเย็บปักถักร้อย ทำกับข้าว เรียกว่าเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องเรียนคิดว่าถ้าตั้งใจเรียนมากกว่านี้ก็น่าจะทำได้ดี ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ห้าจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกศิลป์-ฝรั่งเศส ดิฉันไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเกี่ยวกับเดรสเมคกิ้งแอนด์แฟชั่นดีไซน์ พอกลับจากเมืองนอกก็แต่งงานตอนอายุ 21 ปี เป็นการแต่งงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทันที จากเด็กนักเรียนกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดิฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นสาวเลยก็ว่าได้ แถมมีโลกทัศน์ที่แคบมาก ความจริงแล้วดิฉันเริ่มเห็นปัญหาในชีวิตคู่ของตัวเองตั้งแต่ตอนตั้งท้องแล้ว แม้สามีจะอายุห่างจากดิฉัน 9 ปี แต่ด้วยความที่ดิฉันยังเด็ก ความอดทนยังน้อย ชอบเอาแต่ใจตัวเอง ถือตัวเองเป็นใหญ่ จึงไม่ค่อยฟังเขาสักเท่าไร ส่วนเขาก็มีข้อบกพร่องหลายอย่างที่ดิฉันรับไม่ได้ ทั้งความเจ้าชู้และอื่นๆ แม้คุณแม่จะคอยสอนว่าการครองคู่เป็นครอบครัวนั้น […]

เป็น พระโสดาบัน เพราะถือศีล 5

เป็น พระโสดาบัน เพราะถือศีล 5 พระโสดาบัน หมายถึง ผู้ถึงกระแสที่จะนำไปสู่พระนิพพาน พระอริยบุคคลผู้ได้บรรลุโสดาปัตติผล คือสามารถละสังโยชน์ 3 ได้แก่ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และ สีลัพพตปรามาส ละสังโยชน์ 3 ถึงจะเป็นพระโสดาบัน สังโยชน์ หมายถึง กิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์ หรือองค์ธรรมที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 10 ประการ คือ 1. สักกายทิฏฐิ หมายถึง คิดว่าตัวเราเป็นของเรา 2. วิจิกิจฉา หมายถึง ความลังเลสงสัย 3. สีลัพพตปรามาส หมายถึง การปฏิบัติพรตนอกรีต 4. กามราคะ  หมายถึง ติดใจในกามคุณ 5. ปฏิฆะ หมายถึง ความกระทบกระทั่งในใจ 6. รูปราคะ หมายถึง ยึดติดในรูปที่ชอบพึ่งพอใจ 7. อรูปราคะ หมายถึง ความยึดติดในสิ่งที่เป็นนามธรรม 8. […]

การดูงานที่กลายเป็น การดูคน เรื่องเล่าสุดซาบซึ้งโดย เกตุวดี Marumura

ที่ผ่านมาดิฉันมักนําเสนอแต่คนญี่ปุ่นที่ประสบความสําเร็จและมีชื่อเสียงตลอด เช่น เชฟร้านอาหารชื่อดัง เจ้าของบริษัทที่โด่งดังทั่วญี่ปุ่น แต่ใน Zen Marketing ฉบับนี้ ดิฉันขอนําเสนอสุภาพบุรุษธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง 1 หากคุณผู้อ่านกูเกิลหาชื่อของเขา ก็คงไม่เจอเรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับเขา 2 ดิฉันได้พบสุภาพบุรุษแสนพิเศษท่านนี้ตอนพานิสิตปริญญาโทหลักสูตร MBA จุฬาฯไปดูงานที่บริษัท Nippon Steel & Sumitomo Metal ณ เมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น คุณอิซามุ ทามุระ ทํางานที่นี่ เขายืนต้อนรับพวกเราตั้งแต่ตอนรถบัสจอดเทียบท่า แนะนําประวัติบริษัทให้กับพวกเราและพาพวกเรานั่งรถชมโรงงาน 3 ในคณะพวกเราไม่ได้มีแค่นักศึกษาไทย แต่มีนักศึกษาจากประเทศจีนด้วย ตอนพวกเรากําลังจะก้าวเข้าบริษัทคุณทามุระก็ชี้ให้ดูที่เสาธงด้านนอก มีธงไทยและธงจีนโบกสะบัดเคียงข้างกัน 4 เมื่อเข้ามาในห้องประชุมก็มีธงไทยและจีนธงเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย 5 คุณทามุระเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ผมขาวหมดทั้งศีรษะ ยิ้มตลอดเวลา ท่านเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปที่หน้าห้องและแนะนําตัวเองว่า 6 “ผมชื่อทามุระครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะครับ ปีนี้ผมอายุ 75 ปีพอดี หลังเกษียณผมรับหน้าที่ดูแลผู้ที่มาดูงานที่นี่มาตลอด จริง […]

อุทาหรณ์สอนใจ! ตุ๊กกี้ กับชีวิตที่กตัญญูผิดทางจนต้องติดหนี้บัตรเครดิต

ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรหม ตลกหญิง นางเอก พิธีกร นักธุรกิจปลาร้าบรรจุขวด สาวอุดรฯ ผู้ปฏิบัติดีต่อพ่อแม่ด้วยเชื่อมันว่าท่านคือ พระอรหันต์ในบ้าน ทว่ากลับเลือกหนทางกตัญญูผิดพลาดจนต้องติดหนี้บัตรเครดิต และนี่คือเรื่องราวของเธอ ตุ๊กกี้ ที่น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครได้อีกหลายคน ครอบครัวของตุ๊กกี้ประกอบกิจการรถโดยสารเล็กๆ อยู่ที่อุดรธานี พ่อแม่ต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงลูกสามคน ตุ๊กกี้เป็นลูกคนกลางตั้งแต่เด็กท่านจะปลูกฝังให้เห็นคุณค่าของเงิน ด้วยการให้ตุ๊กกี้ทำงานเป็นกระเป๋ารถตั้งแต่เรียนชั้นป.3 และตุ๊กกี้ก็พยายามหาเงินเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ด้วยการขายสินค้าจำพวกกิฟต์ช็อปและเครื่องสำอางที่คนนิยมกัน ก็ถือว่าเป็นเงินที่มากพอใช้สำหรับเด็กประถมสมัยนั้น พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ตุ๊กกี้ก็กู้ยืมเงินของรัฐบาลมาจ่ายค่าเทอม ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เงินของพ่อแม่ และพยายามหางานพิเศษทำ แล้วส่งเงินกลับไปให้ท่านด้วย แม้จะไม่มากนัก แต่ตุ๊กกี้ก็ดีใจที่ได้ส่งเงินไปให้พ่อแม่ใช้ หลังจากได้งานทำแล้วตุ๊กกี้ก็ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่ทุกเดือน ตอนอยู่ภูเก็ตแฟนตาซีได้เงินเดือนสามหมื่นกว่าบาท ตุ๊กกี้ก็ส่งเงินกลับไปให้พ่อแม่เดือนละสามหมื่นทุกเดือน ตัวตุ๊กกี้เองใช้เศษเงินที่เหลือ ตุ๊กกี้อยู่ได้เพราะมีที่พักฟรี กินข้าวฟรีทุกมื้อ ถึงวันหยุดก็นอนหลับเอาแรง ไม่ค่อยออกไปเที่ยวหรือไปช็อปปิ้งที่ไหน แต่พอย้ายมาทำงานที่เวิร์คพอยท์ เงินเดือนลดลงเหลือหมื่นกว่าบาท แต่ตุ๊กกี้ยอมเพราะฝันตั้งแต่เรียนนาฏศิลป์แล้วว่าอยากทำงานเป็นเบื้องหลังของเวิร์คพอยท์ จำได้ว่าส่งใบสมัครไปที่เวิร์คพอยท์หลายครั้ง ผลคือไม่ว่าจะส่งจดหมายไปกี่ครั้งก็เงียบ แต่ตุ๊กกี้ไม่ยอมแพ้ คิดว่าจะส่งจนกว่าทางบริษัทเบื่อที่จะรับไปเอง สงสัยว่าเขาคงจะเบื่อจริงๆ เพราะพอครั้งที่ 5 เวิร์คพอยท์ก็รับตุ๊กกี้เข้าไปทำงานเป็นคอสตูมของรายการ “คุณพระช่วย” ตุ๊กกี้ดีใจมากแม้เงินเดือนจะลดลงไปกว่าครึ่งก็ยอม ทีนี้ปัญหาคือตุ๊กกี้ตั้งปณิธานไว้แล้วว่า จะส่งเงินให้พ่อกับแม่อย่างน้อยเดือนละสามหมื่นบาท ให้เท่ากับที่เคยให้ในเดือนแรกที่ทำงาน เพราะตุ๊กกี้เชื่อว่า เงินจำนวนนี้พอดีกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว ก็เลยตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตไว้สิบใบ […]

คริสติน่า อากีล่าร์ ชีวิตจะ “พลิก” แค่ไหนก็ลง “ล็อก” ได้ ถ้ารู้จักปรับใจปรับความคิดของเราเอง

“พลิกล็อก” เป็นคำที่สามารถสื่อความได้ทั้งเชิงบวกและลบ ขึ้นอยู่กับว่า ใจเราเองจะมองให้สิ่งนั้นเป็นแบบไหน ถ้ามองให้ลบ สิ่งนั้นก็เป็นลบ มองให้บวก สิ่งนั้นก็เป็นบวก แต่สำหรับนักร้องสาวฉายาแด๊นซิ่งควีน (Dancing Queen) คนนี้ ติ๊นา – คริสติน่า อากีล่าร์  คำว่า “พลิกล็อก”ยังสื่อความหมายโยงใยไปมากกว่านั้น เริ่มตั้งแต่การแจ้งเกิดในวงการเพลงเมื่อ พ.ศ. 2533 ด้วยอัลบั้ม “นินจา” อัลบั้มแรกในชีวิตของเธอที่มีเพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรโมตหรือหากจะแยกคำคำนี้ออกเป็นคำว่า “พลิก” กับ “ล็อก” คำทั้งสองก็ยังสามารถเชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตของเธอได้อีก ชีวิตที่ “พลิกผัน” นำเธอเข้าสู่วงการเพลงโดยไม่คาดคิดแต่ด้วยความทุ่มเทและความพยายามเต็มร้อย รวมทั้งการยอมรับและเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่นานนักชีวิตของเธอก็ลง “ล็อก” เป็นชีวิตที่มีความสุขและเป็นส่วนผลักดันให้เธอก้าวต่อไปในเส้นทางสายดนตรีอย่างสง่างามจวบจนปัจจุบัน เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล ติ๊นาฝันไว้ตั้งแต่เด็กๆ ว่า ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม วันหนึ่งจะต้องได้ร้องเพลง และแล้ววันหนึ่งฝันก็เป็นจริง…ติ๊นาได้เป็นนักร้อง ออกอัลบั้ม มีคนรู้จักเพลงของติ๊นาและร้องตามได้ แต่ติ๊นาก็ไม่เคยคิดไกลกว่านั้นเลยว่าทางข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง โดยเฉพาะ “ปัญหา” ที่มาพร้อมกับการทำงาน ช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำงานติ๊นาบอกได้เลยว่า “ท้อ” และ “ไม่เข้าใจ” แต่อย่างน้อยติ๊นาก็โชคดีที่มีพี่เต๋อ (คุณเรวัติ พุทธินันทน์) […]

หายป่วย ด้วยยาสามัญประจําใจ บทความให้แง่คิดโดย นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกำพล

หายป่วย ด้วยยาสามัญประจำใจ โดย นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกําพล 1 ไม่นานมานี้หมอรักษาผู้ป่วยรายหนึ่ง เธอเป็นหญิงวัยกลางคนและมีอาชีพเป็นถึงหัวหน้าพยาบาลในโรงพยาบาลที่หมอทํางาน 2 เธอเล่าว่ามีอาการใจสั่น มือสั่น เป็น ๆ หาย ๆ มาหลายอาทิตย์ นอนไม่หลับและรับประทานอาหารได้น้อยลง รู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียมาก หมอให้เธอนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และตรวจเช็กร่างกายทั้งหมดตั้งแต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ทรวงอก รวมไปถึงตรวจเลือดเพื่อหาความผิดปกติที่พอเป็นไปได้ในทุก ๆ โรค แต่ก็ไม่พบสาเหตุความผิดปกติใด ๆ จึงได้แต่แจ้งผลการตรวจและให้ยารักษาตามอาการ แล้วให้เธอไปพักผ่อนต่อที่บ้าน 3 หลังจากนั้นไม่กี่วันเธอก็กลับมาหาหมออีกครั้ง คราวนี้เธอปวดศีรษะมาก รู้สึกเพลียและปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและลําตัว รับประทานอาหารไม่ได้ หมอจึงตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และเอกซเรย์ใหม่ทั้งหมดอีกครั้งให้แน่ใจ แต่ผลออกมาก็ไม่พบความผิดปกติอยู่ดี สุดท้ายเธอได้แต่ขอให้เขียนใบรับรองแพทย์ให้เธอหยุดพักงานต่อก่อนสักระยะ หมอยอมตามนั้นเพราะสงสาร แต่ก็ไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไรดี 4 หนึ่งเดือนต่อมา หมอพบเธอที่วอร์ดในโรงพยาบาล ครั้งนี้เธอแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ดูกระฉับกระเฉงมากขึ้น ทํางานคล่องแคล่วและออกไปทางรีบร้อนด้วยซ้ํา หมอเข้าไปซักถามถึงอาการ เธอตอบว่า อาการของเธอนั้นก็ยังไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ถ้านึกถึงเมื่อใดก็มักแย่ลงเมื่อนั้น แต่ตอนนี้มีเรื่องใหญ่ต้องทําคือ แม่ของเธอป่วยเป็นวัณโรคปอดอยู่ระหว่างการรักษา สภาพร่างกายแม่อ่อนเพลียมาก นอนติดเตียงและกินได้น้อยจนน่าสงสาร เธอมองแม่ทีไรก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ […]

อาชีพสีเทา กับเงาของเวรกรรมที่ติดตาม

อาชีพสีเทา กับเงาของเวรกรรมที่ติดตาม ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นชาวพุทธแค่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่เคยเข้าถึงธรรมะจริงๆ สักครั้ง จนวันที่เวรกรรมไล่ล่าเพราะ อาชีพสีเทา จึงได้รู้จักธรรมะอย่างแท้จริง 1 ผมมีน้องชาย 1 คน คุณพ่อคุณแม่ทําอาชีพค้าขาย ช่วงเรียนมัธยมปลายครอบครัวประสบปัญหาทางการเงิน คุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถส่งเสียทั้งผมและน้องให้เรียนมหาวิทยาลัยพร้อมกันได้พอจบม.6 ผมจึงเสียสละไม่เรียนมหาวิทยาลัย ให้น้องเรียนแทน ส่วนผมหางานทําเพื่อนํารายได้มาจุนเจือครอบครัว และเก็บเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนปริญญาตรีในอนาคต 2 งานแรกของผมคือการแจกใบปลิว และทํางานแจกแบบสอบถามงานวิจัยจากเด็กคนหนึ่งที่มีหน้าที่แค่เรียนหนังสืออย่างเดียว ต้องมาทํางานตากแดดตากลมตลอดวัน ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันถ้วนหน้า ผมรู้สึกว่าชีวิตผมลําบากกว่าคนอื่น ผมเหนื่อย และความเหนื่อยทําให้ผมต้องสู้ เพราะผมอยากมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้ ดังนั้นถ้ามีโอกาสได้ทํางาน ผมจะไม่ทิ้งโอกาสนั้นเด็ดขาด 3 วันหนึ่งผมไปแจกแบบสอบถามที่บ้านนายพลท่านหนึ่ง เจอลูกสาวนายพล เธอให้ผมเข้ามาในบ้าน เลี้ยงน้ํา เลี้ยงขนมอย่างดี เธอถามผมว่าทําไมต้องมาเดินตากแดดแบบนี้ อยากเปลี่ยนงานไหมเดี๋ยวจะฝากงานให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่เธอทําอยู่ ผมตอบตกลงทันที เพราะถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่อาจทําให้ชีวิตผมก้าวไปข้างหน้า 4 ผมเริ่มงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ลูกสาวนายพลฝากให้ ช่วงแรกมีหน้าที่ยกลังกระดาษใส่รถเข็นไปยังเครื่องพิมพ์ โชคดีที่ผมเป็นคนสนใจทุกอย่างที่เป็นความรู้ โดยเฉพาะเรื่องคอมพิวเตอร์ ผมชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อ่านจนหมดห้องสมุดของบริษัท พออ่านหมดก็อยากอ่านหนังสือใหม่ ๆ เพิ่มเติม แต่ไม่มีเงินซื้อ จึงใช้วิธีเข้าไปอ่านในร้านหนังสือตามห้างสรรพสินค้า แต่อ่านได้ไม่จบเล่ม เพราะกลัวพนักงานจะว่าจึงใช้วิธีจําว่าอ่านถึงหน้าไหนแล้ว ย้ายไปอ่านที่ร้านอื่นไปเรื่อย […]

True Story : ขอสู้ ตราบลมหายใจสุดท้าย

True Story : ขอสู้ ตราบลมหายใจสุดท้าย 1 ตั้งแต่จําความได้ ฉันก็รู้ว่าตัวเองเป็นภาระของพ่อแม่ 2 ฉันเกิดในครอบครัวชาวสวนผลไม้ เป็นพี่สาวคนโตของบ้านที่พ่อแม่หมายมั่นให้เป็นที่พึ่งพิงของน้อง ๆ ทั้งสี่และเป็นแรงหลักในการทํางานช่วยพ่อแม่หาเลี้ยงครอบครัว 3 ทว่าฉันเกิดมาไม่แข็งแรง ป่วยกระเสาะกระแสะมาตั้งแต่เด็ก จึงช่วยงานอะไรไม่ค่อยได้ ขนาดยังไม่ทันลงมือลงแรงหรือออกไปทํางานตากแดดตากลม เลือดกําเดาก็ไหลไม่หยุดเสียแล้ว เรื่องงานหนักไม่ต้องพูดถึง ฉันจึงทําได้เพียงงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 4 แม้จะดูแลตัวเองดีแค่ไหน แต่ความเจ็บป่วยกลับไม่เคยปรานี ต้องทนเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่อยมา และหากป่วยหนักจนต้องออกไปหาหมอเมื่อไหร่มักกลายเป็นเรื่องใหญ่เสมอ เพราะบ้านของฉันอยู่ในสวนแถบชานเมือง การเดินทางลําบาก แม่ต้องพายเรือออกมาตามคลองประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นต้องอุ้มฉันลัดเลาะออกมาตามทางเดินลูกรังแคบ ๆ เพื่อไปที่ป้ายรถเมล์ กว่าจะต่อรถไปถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง 5 การพาฉันไปหาหมอแต่ละครั้งเท่ากับเสียเวลาทํางานของแม่ไปหนึ่งวัน ทําให้ฉันยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก 6 ยิ่งโตฉันก็ยิ่งไม่แข็งแรง บางครั้งแค่เป็นหวัดกลับต้องนอนซมถึง 3 วัน จึงต้องขาดเรียนบ่อยจนเรียนตามเพื่อนไม่ทัน ซ้ํายังทํากิจกรรมเหมือนกับเพื่อนวัยเดียวกันไม่ได้ หากเป็นวิชาพละ ฉันได้แต่นั่งมองเพื่อน […]

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน

6 วิธีวิ่ง หนีความจำเจ สำหรับคนทำงาน 6 วิธี วิ่ง หนีความจำเจ อาจจะช่วยคุณได้ค่ะ เพราะเชื่อว่าหลายคนคงอยากหนีไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ สักแห่ง ด้วยความเบื่อหน่ายชีวิต ที่ต้องตื่นมาเจออะไรเดิมๆ ทุกวัน แต่ครั้นจะลาพักร้อนก็ต้องเคลียร์งานจนหัวหมุน แถมยังได้พักแบบไม่เต็มเหนี่ยว เพราะต้องคอยพะวงถึงงานกองโตที่จ่อเรียงคิวเป็นตั้ง  ซีเคร็ต จึงขออาสาพาคุณวิ่งหนีความจำเจด้วยวิธีง่ายๆโดยไม่ต้องเก็บกระเป๋าออกไปไหนทั้งนั้นล่ะค่ะ คิดซะว่าทุกวันเป็นเที่ยว ลองดื่มด่ำกับชีวิตประจำวันให้เหมือนกับวันเที่ยวดูบ้าง ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางไปทำงาน ถ้าคุณเคยขับรถไปทำงาน อาจเปลี่ยนไปขึ้นรถเมล์หรือนั่งเรือด่วนแทน ถ้าเคยขึ้นรถไฟฟ้า อาจเปลี่ยนไปปั่นจักรยาน หรือแวะพักระหว่างทางเพื่อจิบกาแฟร้อน ๆ ก่อนเริ่มงาน ส่วนช่วงหลังเลิกงานก็ลองเปลี่ยนไปลิ้มลองอาหารเมนูแปลกใหม่ที่ร้านใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณปลดปล่อยความเครียดจากความจำเจ แต่ยังอาจทำให้คุณเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ระหว่างทางอีกด้วย จัดระบบงานให้เข้าที่ การเปิดอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่เว้นวันหยุด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้คุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทิม เฟอร์ริส (Tim Ferriss) บล็อกเกอร์ที่ทำงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง แถมพ่วงตำแหน่งนักเขียนชื่อดังในอเมริกา แนะนำวิธีง่าย ๆ ว่า ให้จัดเวลาการทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น เช็กอีเมลเพียงวันละสองครั้งเท่านั้น คือช่วงเช้าก่อนเริ่มงานและช่วงเย็นหลังเลิกงาน โดยตั้งค่าระบบตอบรับอัตโนมัติที่ทำให้คนติดต่องานเข้ามา รู้ว่าคุณจะกลับมาเช็กอีเมลอีกครั้งเมื่อใด พร้อมทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้สำหรับติดต่อเรื่องด่วนหรือเรื่องฉุกเฉิน วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องลุกลี้ลุกลนทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แถมเหลือเวลาให้พักผ่อนอีกหลายชั่วโมง หาชั่วโมงพักระหว่างวัน เมื่อไหร่ที่รู้สึกเหนื่อยหนักกับชีวิต ต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ แต่ตารางเวลาเจ้ากรรมดันแน่นเอี้ยดไปหมด แค่เพียงคุณตื่นให้เช้ากว่าปกติสักชั่วโมงเพื่อทำกิจกรรมสนุก ๆ เช่น พาน้องหมาไปเดินในสวน ฝึกโยคะ ซื้อผักสดในตลาด ในระหว่างวันเมื่อไหร่ที่รู้สึกเบื่อ ๆ แค่เพียงเปิดเพลงสักหนึ่งอัลบั้มสร้างอารมณ์ให้ตัวเอง พอพักกลางวันก็นัดเพื่อนเก่ากินข้าว แต่อย่าเผลอพูดถึงเรื่องงานเชียวล่ะ หลังเลิกงานอาจแวะทำวัตรเย็นก่อนกลับบ้าน ส่วนวันเสาร์ -อาทิตย์ก็จัดตารางสั้น ๆ ไปดูคอนเสิร์ต ดูงานศิลปะ หรือไม่ก็ทิ้งตัวลงจิบกาแฟที่ร้านกาแฟสักแห่งพร้อมหนังสือเล่มโปรด เพียงเท่านี้คุณก็จะพบว่าตัวเองไม่ได้มีกิจวัตรจำเจเหมือนหุ่นยนต์ที่มีแค่ตื่น ทำงาน แล้วก็เข้านอนเท่านั้น งานจบ คนต้องจบ ก่อนแบกเป้ออกไปเที่ยวแต่ละครั้ง คนส่วนใหญ่มักจะลิสต์งานที่ต้องทำไว้ แล้วไล่ทำทีละอย่างจนกว่าจะเสร็จ จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แล้วบึ่งไปเที่ยวทันที คุณสามารถนำวิธีนี้มาใช้กับชีวิตประจำวันของคุณได้ด้วยเหมือนกัน โดยเมื่อไหร่ที่งานในแต่ละวันจบลงตามที่ลิสต์ไว้แล้ว ให้ถอดปลั๊กเรื่องงานออกให้หมด อย่าได้บอกตัวเองเด็ดขาดว่าขอทำล่วงหน้าต่ออีกสัก 5 นาที คุณก็รู้ว่า 5 นาทีไม่มีจริงหรอก ลองตั้งโน้ตเตือนความจำไว้ในโทรศัพท์ หรือไม่ก็แปะโพสต์-อิทไว้หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อย้ำเตือนว่า “งานจบ คุณต้องจบ” ไดอะรี่มีส่วนช่วย โรเบิร์ต เอมมอนส์ (Robert Emmons) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า การจดบันทึกมีประโยชน์ต่อจิตใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่เรารู้จักจดบันทึกทบทวนสิ่งดี ๆ ที่ได้เจอมาในแต่ละวัน อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เพื่อนร่วมงานซื้อขนมมาแบ่ง ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินแสนสวย หรือได้กินสลัดร้านโปรด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ทุกวันดูพิเศษขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ ตามล่าหาสีเขียว มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อคนย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่มีสีเขียวจากธรรมชาติมาก ๆ จะช่วยให้สุขภาพทางใจดียิ่งขึ้น ตรงกันข้ามกับคนที่ย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย จะมีสุขภาพทางใจถดถอยลง สอดคล้องกับงานวิจัยอีกเรื่องที่ระบุว่า ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลที่มีหน้าต่างเปิดโล่งให้ได้ชมธรรมชาติมักหายเร็วกว่าผู้ป่วยที่นอนในห้องปิดทึบ เกริ่นมาอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องย้ายบ้านไปแถบชานเมืองหรือลงทุนเจาะหน้าต่างบ้าน แค่เพียงออกไปสูดอากาศที่สวนสาธารณะในเมืองบ้าง นำหลอดไฟสีส้ม ๆที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมาประดับที่ทำงาน หรือถ้ายากเกินไปก็แค่นำดอกไม้สดมาประดับโต๊ะ วิธีนี้อาจไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเหมือนออกไปเที่ยวมากนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนได้ซื้อของที่ระลึกให้ตัวเองทุกวัน เพียงเท่านี้คุณก็ลบคำว่า “จำเจ” ออกจากชีวิตได้แล้วล่ะค่ะ เรื่องจาก นิตยสาร Secret คอลัมน์ life management   บทความที่น่าสนใจ ทำงานอย่างไรให้มีความสุข สุขอยู่ที่ทนทุกข์ได้ บทความดี ๆ จาก พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 7 วิธีกำหราบ ความเครียด ให้อยู่หมัด ทริคสำหรับคน ไม่อยากเครียด 8 วิธี เปลี่ยนวันจันทร์ที่น่าเบื่อให้เป็นวัน สุข ของ มนุษย์เงินเดือน    

วัดระดับสัญญาณของงานหนักของคุณหน่อยดีไหม

คุณทำ งานหนัก เกินไปหรือไม่? คุณเคยถามตัวเองไหมว่า การทำงานหนักนั้นไม่เคยฆ่าใคร และเป็นคำตอบสุดท้ายของความ สุขจริงหรือเชื่อไหม

keyboard_arrow_up