คุณครูถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อลูกศิษย์ทำ เซอร์ไพรซ์

คุณครูถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อลูกศิษย์ทำ เซอร์ไพรซ์ เรื่องน่าประทับใจและเรื่องดี ๆ มีได้ทุกวัน เมื่อนักเรียนชาวฟิลิปปินส์ทำ เซอร์ไพรซ์ ให้กับครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ วัย 50 ปี ถึงกับน้ำตาปริ่มเลยทีเดียวจะเป็นเรื่องอะไรมาดูกันค่ะ เรื่องดี ๆ เรื่องนี้เชื่อว่าถ้าใครได้ข่าวต้องยิ้มไม่หุบอย่างแน่นอนเพราะประทับใจในความน่ารักของเด็ก ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาอิมมาคูเลท ฮาร์ท ออฟ แมรี่ จังหวัดลากูนา เกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องมีอยู่ว่าคุณครูชายท่านหนึ่งมีชื่อว่า ซีซาร์ ปันซาลัน เป็นคุณครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์วัย 50 ปี เป็นผู้ที่มีความรักในการสอนเด็กเป็นชีวิตจิตใจ คุณครูต้องเดินเท้ามาทำงานที่โรงเรียนด้วยระยะทางกว่า 8 กิโลเมตรทุกวัน นักเรียนทุกคนทราบเรื่องนี้ดี เพราะเห็นได้จากรองเท้าคู่เก่งของคุณครูซีซาร์ที่มีสภาพยับเยินและสึกหรอมาก     นักเรียนจึงพากันลงขันซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้กับคุณครูซีซาร์ เมื่อคุณครูซีซาร์เข้ามาในห้องเรียนต้องประหลาดใจว่ามีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะของเขา นักเรียนพากันเชียร์ให้คุณครูเปิดกล่องนี้ออก คุณครูซีซาร์ถามนักเรียนกลับว่าในกล่องนี้มีอะไร พวกเขาตอบกลับว่า มีคางคกและแมลงสาบเต็มไปหมด ทำให้คุณครูต้องดูทีท่าอยู่นานกว่าจะทำใจเปิดกล่องใบนี้ได้ เพื่อให้รู้ไปเลยว่า ลูกศิษย์จะแกล้งจริงตามที่บอก หรือข้างในเป็นอะไรกันแน่ เมื่อคุณครูเปิดมันออกเท่านั้นเองถึงกับน้ำตาปริ่มด้วยความซาบซึ้งใจ เพราะของขวัญที่นักเรียนมอบให้เขานั้นคือรองเท้าคู่ใหม่นั่นเอง สาเหตุที่คุณครูซีซาร์ใส่รองเท้าคู่เก่าในสภาพอย่างที่บอกไปข้างต้น เพราะคุณครูต้องประหยัดเพื่อนำเงินเดือนส่วนหนึ่งมาเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกชาย จึงเลือกที่จะเดินเท้าจากบ้านมาทำงานเพื่อประหยัดค่าเดินทาง และเห็นว่ารองเท้าเก่าคู่นี้ยังใช้ได้อยู่ จึงไม่ได้ซื้อคู่ใหม่ให้สิ้นเปลือง […]

มาจัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ

มา จัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ การ จัดการกระเป๋าเงิน ช่วยลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ ถ้าเราใช้บริการร้านกาแฟร้านใดร้านหนึ่งเป็นประจำจะได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นและเร็วขึ้น และถ้าจัดการบัตรสมาชิกต่าง ๆ ให้ดีก็จะไม่พลาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่นกัน ถ้าตอนนี้เราใช้บัตรเครติคอยู่หลายใบ ควรใช้โอกาสนี้ยกเลิกอย่างน้อยสักหนึ่งใบ เพราะการใช้บัตรเครติคเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองและเปล่าประโยชน์ “รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ใช้เงินเท่าไร แต่กลับติดลบตลอด พอมาดูรายการใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เป็นเราที่ใช้เองจริง  ๆ” นี่คือคำพูดของคุณตอนตามหาความสุข ตัวผมเองเวลาดูรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครติคของตัวเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะความจริงที่ว่าเงินจำนวนน้อยได้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ และเราก็เป็นคนใช้เงินพวกนั้นเอง ซึ่งหากเราไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นเงินจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงเช่นกันว่าค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เราจะต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้คนจำนวนมากจึงใช้เงินเยอะจนอันตราย แต่ก็ยังไม่ยอมใช้ได้น้อยลงและใช้ชีวิตสบาย ๆ แบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ     บัตรเครติคเป็นตัวการหลักที่สร้างนิสัยการบริโภคที่ผิด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังประเมินว่าบัตรเครติคเป็นระเบิดนิวเคลียร์ ที่สร้างความเสียหายต่อสถานะการเงินของครอบครัว ดังนั้น ถ้าตอนนี้มีบัตรเครติคอยู่หลายใบก็เท่ากับว่ามีระเบิดอยู่ในกระเป๋าเงินหลายลูก คนเรามี “การแปลสิ่งเร้าผิดว่าควบคุมได้” ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินความจริง และเข้าใจผิดว่าตนสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ใช้ผ่านบัตรเครติคได้ ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไปนั้นทำให้เราไม่รอบคอบ ไม่เคลือบแคลงใจว่าเราอาจเข้าใจผิดเรื่องการใช้จ่าย ทำให้เกิดการบริโภคเพิ่มมากขึ้นและยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครติคจึงมักออกมาสูงกว่าที่เราคิดไว้เสมอ นอกจากนี้คนเรามักจะจำรายการและจำนวนเงินที่ตนใช้ผ่านบัตรเครติคไม่ค่อยได้ เมื่อซื้อของผิดจึงไม่รู้สึกเสียใจเท่าการซื้อมาด้วยเงินสด และแม้ว่าค่าบัตรเครติคจะออกมาสูง แต่หากสามารถจ่ายได้ก็จะเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดและความเสียใจว่าตนได้ใช้เงินเกินความจำเป็น ซึ่งหากเราต้องจ่ายค่าบัตรเครติคจำนวนมากทุก ๆ เดือนแบบนี้ […]

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจแบบนี้มาร่วม 10 ปี 

คุณลุงรปภ.ใส่ใจคนรอบข้าง รักทุกคนเหมือนญาติ  ทำงานด้วยใจ แบบนี้มาร่วม 10 ปี ไทยรัฐนำเสนอข่าวซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ เรื่องหนึ่ง อาจมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่บอกได้เลยว่าสิ่งที่คุณลุง รปภ.จิตอาสาคนนี้ทำนั้นช่างยิ่งใหญ่มาก เพราะ ทำงานด้วยใจ คุณลุงจะพาผู้สูงอายุและผู้ป่วยข้ามถนนหน้าโรงพยาบาลสทิงพระมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว เขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าทุกคนเป็นเหมือนญาติพี่น้อง เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2562 ที่โรงพยาบาลสทิงพระ ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีเรื่องราวดี ๆ น่าประทับใจเกิดขึ้นที่นี่คือ เรื่องราวของคุณลุงรปภ.คนหนึ่งของโรงพยาบาลสทิงพระที่มีแต่ผู้คนชื่นชมและประทับใจ เป็นเพราะอะไรลองมาดูกัน     คุณลุงรปภ.ผู้นี้คือ คุณธวัช โชติบัณ หรือบังธวัช อายุ 58 ปี ผู้มีจิตใจเอื้ออารีกับทุกคน คุณลุงเล่าว่า ตัวเองเป็นคนจากอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา มาพบรักกับภรรยาที่ตำบลจะทิ้งพระ เลยลงหลักปักฐานอยู่ที่บ้านภรรยาเสียเลย คุณลุงทำงานในตำแหน่ง รปภ.ของโรงพยาบาลสทิงพระ มาประมาณ 10 กว่าปีแล้ว หน้าที่หลักคือ ดูแลความเรียบร้อยในโรงพยาบาล คุณลุงบอกว่า […]

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็นพระโสดาบัน

โจรลักทรัพย์ในพระเชตวันได้เป็น พระโสดาบัน โจรอาจเป็นอาชีพที่ไม่สุจริตตามทรรศนะของพระพุทธเจ้า แต่โจรคนนี้คงมีบุญเก่าอยู่ เมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วบรรลุเป็น พระโสดาบัน เรื่องของโจรกลับใจที่ได้บรรลุธรรม ตอนที่เข้ามาขโมยของที่พระเชตวัน ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน พุทธกิจหลักของพระองค์คือการแสดงโปรดสาธุชนที่แวะเวียนเข้ามาฟังธรรมเสมอ ท่ามกลางมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพราะเลื่อมใสในคำสอนของพระบรมศาสดา กำลังจะมีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้น โจร 2 คนเป็นเพื่อนกัน ได้วางแผนจะลักทรัพย์ของสาธุชนที่เข้ามาฟังพระธรรมเทศนาในพระเชตวัน ด้วยกรุงสาวัตถีเป็นนครมหาอำนาจ ปกครองโดยพระเจ้าปเสนทิโกศล ทั้งยังเป็นชุมทางการค้าจึงมีมหาเศรษฐีอยู่หลายคน อย่างที่รู้จักและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามากก็คืออนาถบิณฑิกเศรษฐี กับ นางวิสาขามหาอุบาสิกา จึงเป็นเมืองแห่งความมั่งคั่ง     พระบรมศาสดาประทับอยู่ที่เมืองแห่งนี้นานถึง 25 พรรษา จะสังเกตได้ว่าในพระสูตรหลายเรื่องมักกล่าวว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี เป็นต้น นับว่าเมืองแห่งนี้เป็นอีกเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยพุทธกาล โจรคนที่หนึ่งพยายามขโมยถุงเงินจากอุบาสกคนหนึ่ง ซึ่งเงินจำนวนนี้เขาต้องใช้เป็นค่าอาหารของคนในครอบครัว ขณะนั้นเองพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม โจรคนที่สองที่กำลังดูต้นทางได้มีใจโน้มไปในกระแสแห่งพระธรรมเทศนาก็บรรลุโสดาปัตติผล เมื่อโจรเป็นพระโสดาบันก็เกิดความละอายใจ เลิกเฝ้าต้นทางให้เพื่อนโจรด้วยกัน คิดเลิกเป็นโจรอย่างเด็ดขาดและขอนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งจนกว่าชีวิตจะหาไม่  เพื่อนโจรรู้ว่าเพื่อนเลิกเป็นโจรก็ขำคิดว่าเพื่อนตนนั้นโง่เขลาเสียเหลือเกิน พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณ จึงตรัสขึ้นว่า “บุคคลใดรู้ว่าตนเองโง่ ย่อมถือได้ว่าเป็นบัณฑิต (รู้ว่าตนเองโง่เขลาเพื่อหาทางแก้ไขจากความโง่เขลา) แต่บุคคลใดโง่เขลาแต่กลับคิดว่าตนเองเป็นบิณฑิต บุคคลแบบนี้เรียกได้ว่าคนที่โง่ยิ่งกว่า”   ที่มา […]

อัล กอร์ กับภารกิจกอบกู้โลก

อัล กอร์  เป็นšผู้หนึ่งที่ปลุกให้เŒราหันมารับรู้ความจริงที่ยากจะยอมรับว่า‹ “โลก” อันเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในระบบสุริยจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ‹ และเป็นบ้านของพวกเรานั้น กำลังจะตาย ข้อมูลข้างต้นไม่ใช่ข้อมูลใหม่ล่าสุด เพราะตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Truth ซึ่งเขียนบทและกำกับโดยอัล กอร์ ออกฉายเมื่อปี 2005 ผู้คนทั่วโลกก็ได้รู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์เรือนกระจก ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ๆ อย่างน่าใจหาย ทำให้ภูเขาคิลิมันจาโรที่มีหิมะปกคลุมยอดเขาตลอดปีกลายเป็นภูเขาไร้หิมะ ทำให้แม่น้ำสายสำคัญแห้งขอด ทำให้สิ่งมีชีวิตหลายชนิดต้องสูญพันธุ์ และทำให้หมีขั้วโลกที่ว่ายน้ำเก่งสุดยอดต้องจมน้ำตาย! อัล กอร์บอกเราว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นมีผลมาจากการที่มนุษย์ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากเกินไปจนถึงระดับที่เป็นอันตราย และถ้าเราไม่รีบแก้ไข เราจะต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากจนถึงขั้นที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ ที่จริงแล้ว อัล กอร์เป็นคนที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลก แต่ไม่มีงานไหนที่จะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจมากไปกว่าการเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อกอบกู้โลกที่กำลังจะตายจากภาวะโลกร้อน อัล กอร์ มีชื่อเต็มว่า อัลเบิร์ต อาร์โนลด์ กอร์ (Albert Arnold Gore) เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1948 เขาเป็นบุตรชายคนที่สองของวุฒิสมาชิก อัล กอร์ ซีเนียร์   อัล […]

เด็กอายุ 13 ทำโครงการตู้เสื้อผ้าโรงเรียนให้เพื่อนที่ขัดสนได้มีเสื้อผ้าดี ๆ ใส่

เด็กชายเชส เนย์แลนด์-สแควร์ (Chase Neyland-Square) มีอุปนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ถึงแม้อายุเพียงแค่ 13 ปี แต่เชสก็ทำประโยชน์ให้กับเมืองพอร์ทเอลเลน รัฐหลุยเซียนาของเขาแล้ว เขาเลี้ยงอาหารเย็นให้แก่บรรดาผู้สูงวัยและบริจาคถุงเท้าหลายร้อยคู่ให้คนไร้บ้าน และตอนนี้เขากำลังช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเขาที่โรงเรียนกับโครงการใหม่ที่เป็นไอเดียของเขาเอง เรื่องมีอยู่ว่าทางโรงเรียน Port Allen Middle School และครูใหญ่ เจสสิก้า เมเจอร์ ได้จัดกิจกรรมดี ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเป็นผู้นำในตัวเด็ก ๆ จึงให้นักเรียนเสนอไอเดีย ว่า อยากทำอะไรให้โรงเรียนของเราดูดียิ่งขึ้น ซึ่ง 1 ในไอเดียที่ส่งเข้ามามากมายเป็นของเชส ในชื่อไอเดียว่า “PAM’s Pantry” ที่มาของไอเดียคือ เชสสังเกตเห็นว่ามีเด็กจำนวนมากที่โรงเรียนมีฐานะขัดสน ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่โรงเรียนมีงานอย่าง งานเต้นรำและพิธีจบการศึกษา เชสจึงแนะว่า ควรช่วยผู้ปกครองหาเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ โดยทำตู้เสื้อผ้าประจำโรงเรียนขึ้น และนำเสื้อผ้าสภาพดีมาส่งต่อและช่วยเหลือเพื่อน ๆ ร่วมโรงเรียนที่ขัดสนได้มีโอกาสเลือกสวมใส่เสื้อผ้าสวย ๆ ฟรี ทางโรงเรียนเห็นด้วย โครงการ PAM’s Pantry จึงถือกำเนิดขึ้นมา ด้วยแนวคิดเรียบง่ายคือ […]

บ่อเกิดแห่งความทุกข์ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ปัญหานานัปการในชีวิตของเรานั้นล้วนเกิดมาจากความรู้สึกภายในใจ ปัญหาของคนอื่นยังไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ จนกระทั่งมาสู่ใจของเรานั่นเองจึงกลายเป็นปัญหา คำว่าปัญหานั้น หมายเอาเฉพาะปัญหาที่เกิดแก่ตัวเราเท่านั้น ปัญหาทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เพราะปัญหาทั้งหลายบนโลกใบนี้ ตราบใดที่ยังไม่เข้าสู่ใจของเรา ก็ยังไม่สำคัญเพราะไม่ก่อให้เกิดทุกข์ ดังนั้น หากเราต้องการจะดับทุกข์ทางใจ ก็ต้องเข้าใจเรื่องของเราเองให้ถ่องแท้เสียก่อน ทุกข์ใจคืออะไร ทุกข์ใจคือความไม่สบายใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน ลองทบทวนดูสิว่าขณะที่เราไม่สบายใจ ใจของเราคิดถึงอะไร ถ้านึกย้อนกลับไปจะเห็นว่า ใจของเรากำลังคิดถึงใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แสดงว่าเราเป็นทุกข์เพราะคิดถึงสิ่งที่ทำให้ใจทุกข์นั่นเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า ทุกข์เกิดจากการดำริ ตัวดำริคิดถึงเป็นสาเหตุทำให้ใจทุกข์ คิดถึงอะไร ประการแรกคือ คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราชอบ เมื่อคิดไปถึงสิ่งที่ชอบแล้วใจจะเกิดความพอใจ เมื่อพอใจแล้วก็จะเกิดความอยากได้ เมื่ออยากได้เราก็เริ่มเดือดร้อนกับการเสาะหาวิธีที่จะช่วยให้ได้สิ่งนั้น ไม่นานนักความหวาดกลัวก็จะเกิดตามมา ความหวาดกลัวอันดับหนึ่งก็คือกลัวว่าจะไม่ได้ กลายเป็นความระแวงจนต้องใช้เล่ห์เพทุบายเข้าช่วยให้สมใจ แม้ว่าจะต้องทำความผิดหรือทำร้ายใครคนใดคนหนึ่งก็ตาม ในที่สุดก็เป็นทุกข์เพราะโดนความผิดนั้นคอยทิ่มแทงใจไม่หยุดหย่อน อีกหนึ่งประการที่ทำให้เป็นทุกข์ก็คือการคิดถึงสิ่งที่ทำให้เราชัง คิดถึงเรื่องแย่ ๆ เรื่องในเชิงลบ เรื่องที่เลวร้าย จนทำให้ใจต้องหมองมัว เช่น การคิดถึงคนที่กำลังทำให้เรารู้สึกขัดใจ ถ้าเรารู้สึกขัดใจใครแล้ว เราก็จะเริ่มกังวลว่า เขาจะพูดหรือทำอะไรไม่ดีที่จะส่งผลเสียมาถึงเราหรือเปล่า บางครั้งทุกข์ทางใจที่เกิดขึ้นจึงมิได้เกี่ยวกับตัวเราโดยตรงด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่คิดขึ้นมาว่าจะมีคนทำเรื่องไม่ดีกับคนที่เรารักเราชอบ เราก็เดือดร้อนใจแล้ว แม้แต่เวลาที่มีใครไปทำดีกับคนที่เราเกลียดก็ตาม เราก็ขัดใจได้อีกเหมือนกัน ตอนนี้มีหนึ่งคำถามให้ช่วยตอบ คือ “ถ้ามีใครสักคนมาทำให้เราไม่สบายใจ อะไรเป็นตัวปัญหา” การที่ใครสักคนมายืนต่อว่าเราอยู่ปาว […]

“ถ้าพร้อมตาย ก็สบายไปแปดอย่าง”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงในเทือกเขาอันสลับซับซ้อนที่สวยงามราวกับภาพวาด ทว่าฉันกลับได้รับความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวแต่ก็มีคุณค่าที่สุด! เนื่องจากฉันขออยู่คนเดียวและ “เรือนภาวนา” ใกล้ ๆ เต็มหมด ฉันเลยถูกส่งไปอยู่หลังที่ไกลลิบ…ตอนแรกฉันดีใจมากที่ไม่ต้องนอนกับคนแปลกหน้า แถมวิวตรงนั้นยังสวยเกินบรรยาย เพราะเรือนอยู่ตรงเชิงเขาอย่างโดดเดี่ยว มีอีกเพียง 1 – 2 หลังอยู่ห่าง ๆ แต่พอตกกลางคืนฉันเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเมื่อต้องนอนเพียงลำพังในกระท่อมหลังเล็ก ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขากว้างใหญ่และเสียงโหยหวนของสัตว์กลางคืน รวมทั้งจักจั่นเรไรที่แข่งกันร้องระงม ฉันพยายามข่มตาหลับ แต่จู่ ๆ ลมก็พัดแรงขึ้น ๆ จนเสียงดังอื้ออึงไม่ต่างจากพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ ราวกับจะหอบเอาเรือนทั้งหลังไป!…อากาศก็เย็นยะเยือกจนทนแทบไม่ไหว เพราะฉันไม่คิดว่าอุณหภูมิจะต่ำถึงขนาดนั้นจึงไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมามากพอ ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ ฉันได้ยินเสียงประตูกระแทกกันตลอดเวลา ซึ่งฟังดูคล้ายมีคนกำลังพยายามเปิดมันเข้ามา!…ทำให้ฉันรู้สึกประสาทเสียมากขึ้น เมื่อนึกได้ว่าตอนที่มาถึงและหาเรือนไม่เจอ ฉันได้ไปถามทางคนสวนหน้าตาน่ากลัวที่ทำงานอยู่แถวนั้น “เขาจะต้องรู้ว่าฉันอยู่คนเดียวในเรือนโดดเดี่ยวหลังนี้!”…. ฉันตัดสินใจลุกขึ้นหยิบไม้ถูพื้นไปวางไว้ที่ประตู เผื่อใครเข้ามาจะได้รู้ตัว…พร้อมทั้งแข็งใจมองไปรอบ ๆ เรือน แล้วก็ต้องแปลกใจมากที่เห็นว่าใบไม้บริเวณนั้นแทบไม่ไหวติง “แล้วเสียงลมมาจากไหนกัน?!” ฉันกลับมานอนครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานา และยิ่งคิดก็ดูเหมือนเสียงหวีดหวิวนั้นจะยิ่งดังขึ้น ๆ จนฉันรู้สึกเหมือนจะสติแตกเอาเลยทีเดียว! แต่แล้วฉันก็พยายามหายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมกับคิดว่า “นี่เรากำลังกลัวอะไรหรือ…กลัวพายุ…กลัวสัตว์ร้าย…กลัวผี…กลัวคน หรือกลัวความตายกันแน่” สุดท้ายฉันก็คิดได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นพายุ สัตว์ร้าย ผี หรือคน […]

จากคนเร่ร่อนสู่ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย : การเดินทางของคนที่ไม่เคยสิ้นหวัง

บางครั้งชีวิตก็ท้าทายเราอย่างนึกไม่ถึง จนเราหมดสิ้นหนทาง รู้สึกเหมือนไม่มีที่ที่จะให้หวนกลับไป ดังนั้นการได้เห็นคนที่ผ่านอะไรมามากมายสาหัสแต่ยังประสบความสำเร็จในชีวิตได้ จึงเป็นกำลังใจให้ผู้อื่นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ฮาโรลด์ เรซินอส (Harold Recinos) ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านคริสตจักรและสังคมอยู่ที่มหาวิทยาลัย Southern Methodist University (SMU) คือคนหนึ่งที่ไม่ว่าโลกจะโหดร้ายเพียงใด เขาก็ไม่เคยหยุดที่จะสู้เพื่ออนาคตอันสดใส พ่อแม่ของฮาโรลด์เป็นผู้ลี้ภัยที่เข้ามาอยู่ทางใต้ของบร๊องซ์ ในกรุงนิวยอร์ก เขาไม่ค่อยได้พบหน้าพ่อบ่อยนัก แม่จึงเป็นคนดิ้นรนทำงานหาเงินเลี้ยงดูลูก ๆ พอฮาโรลด์อายุ 12 รูดี้ พี่ชายของเขาก็ประกาศก้องว่า จะเลิกเรียนเพื่อออกมาหางานทำ แม่จึงยื่นคำขาดว่า รูดี้ต้องเลือกระหว่าง กลับไปเรียนหนังสือ หรือถูกไล่ออกจากบ้าน เมื่อฮาโรลด์พยายามปกป้องพี่ชาย เขาจึงถูกไล่ออกจากบ้านด้วย สองพี่น้องเริ่มไปพักอาศัยตามอาคารหรือบ้านที่ถูกทิ้งร้าง จากนั้นก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เลิกไปเรียนหนังสือ และกลายเป็นคนติดเฮโรอีน ในช่วงชีวิตที่มืดมนนั้น ยามที่เขาออกตระเวณหาอาหารตามท้องถนน เขาก็ได้พบความสุขสงบ ศรัทธา และความปลอดภัยจากโบสถ์ในท้องถิ่น เขาบอกว่า ถึงแม้ชีวิตจะหลงเดินทางผิด จนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ริมถนน เขาก็ยังรู้สึกใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้าเสมอ และเขาเชื่อมาตลอดว่าทุกสิ่งจะดีขึ้น นอกจากนั้นเขายังพบ “ที่หลบภัย” ในห้องสมุดสาธารณะ เพราะเป็นสถานที่ปลอดภัยและอบอุ่นในฤดูหนาว เขาจะหามุมเงียบสงบห่างไกลจากคนอื่น และใช้เวลาทั้งวันหมดไปกับการอ่านหนังสือ เขายังบอกอีกว่า “หนังสือไม่สนว่าเสื้อผ้าคุณจะเหม็นเน่าแค่ไหน” หลังจากใช้ชีวิตเร่ร่อนอยู่ริมถนนได้ […]

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน

อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงเรื่องการ เกิดเป็นขอทาน ไว้ว่า ในกรุงสาวัตถีมีเศรษฐีคนหนึ่งมีชื่อว่า “อานนทเศรษฐี” ซึ่งมีบุตรชื่อว่า “มูลสิริ” เศรษฐีคนนี้เป็นคนที่ร่ำรวยมาก เขามักสอนบุตรชายของตนว่า “เจ้าจงทำให้ทรัพย์เพิ่มพูน และห้ามยกทรัพย์ให้ใคร” ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องการทำบุญทำทานอีกด้วย อานนทเศรษฐีมีขุมทรัพย์ถึง 5 แห่ง แต่กลับไม่บอกใครเลยแม้กระทั่งบุตรชายที่ตนไว้วางใจให้สืบทอดการค้าต่อจากตน จนกระทั่งสิ้นบุญลงก็ไปเกิดในท้องของนางจัณฑาลคนหนึ่ง จากนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงแต่งตั้งให้มูลสิริเป็นเศรษฐีต่อจากอานนทเศรษฐี เมื่ออานนทเศรษฐีปฏิสนธิในท้องของหญิงจัณฑาล ทำให้สามีและคนในครอบครัวไม่มีใครจ้างทำงาน แถมยังไม่ได้รับทานแม้ข้าวสักหนึ่งก้อน ทำให้ทุกคนลงความเห็นว่านางและลูกในท้องเป็นกาลกิณีจึงขับไล่ออกไป เมื่อนางจัณฑาลต้องอดทนอุ้มท้องอย่างยากลำบาก เมื่อคลอดลูกน้อยออกมาเด็กน้อยก็มีรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวเหมือนภูตผีที่ตัวเต็มไปด้วยฝุ่น แม้ลูกน้อยของนางจะน่าเกลียดน่ากลัวอย่างไรนางก็ไม่ทอดทิ้ง แต่วิบากกรรมที่เป็นคนตระหนี่มาแต่อดีตชาติส่งผลให้ถ้าหญิงจัณฑาลพาลูกไปทำงานด้วยจะไม่มีใครจ้างนาง แม้ข้าวสักหนึ่งก้อนก็ไม่ตกถึงท้อง หากนางไม่พาลูกมาด้วย นางกลับมีงานเข้ามาและได้รับทานกินจนอิ่มท้อง     เมื่อเด็กน้อยโตขึ้นพอที่จะเดินได้แล้ว หญิงจัณฑาลได้มอบจานกระเบื้องใบหนึ่งแก่ลูกและบอกว่าให้ใช้จานใบนี้รับทานจากโรงทานที่ตั้งอยู่ในกรุงสาวัตถี หรือจากผู้ที่อยากให้ทาน เด็กน้อยจึงยึดอาชีพเป็นขอทานและมุ่งหน้าสู่กรุงสาวัตถี เมื่อเดินผ่านเรือนของมูลสิริเศรษฐีก็จำได้ว่าตนเคยเป็นเจ้าของเรือนนี้เมื่อในอดีตชาติ เมื่อบุตรของอานนทเศรษฐีเห็นเด็กน้อยก็พากันร้องไห้ด้วยความกลัว และขับไล่เด็กน้อยออกไปให้พ้นเรือน พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังบิณฑบาตพร้อมด้วยพระอานนท์ พระองค์ทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมด ทั้งยังทรงเห็นด้วยพระญาณว่าเด็กน้อยคนนี้คืออานนทเศรษฐีผู้ขี้ตระหนี่กลับชาติมาเกิด พระองค์ทรงให้พระอานนท์ไปตามมูลสิริเศรษฐีออกมาจากเรือน เมื่อมูลสิริเศรษฐีมาถึงเบื้องพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทูลถามว่า “พระสมณโคดมให้ข้าพเจ้าลงมาจากเรือนด้วยเรื่องอะไร” พระพุทธองค์ตรัสว่า “ท่านรู้จักเด็กน้อยผู้นี้หรือไม่” มูลสิริเศรษฐีตอบว่า “ไม่รู้จักพระเจ้าข้า” พระพุทธองค์ตรัสต่อว่า “เด็กน้อยผู้นี้คือบิดาของท่านที่กลับชาติมาเกิด” มูลสิริเศรษฐีถึงกับอึ้งไป พระพุทธองค์กล่าวว่า […]

นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว

นกแขกเต้าผู้ทำให้ วิมานพระอินทร์ สั่นไหว ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ได้ทรงเทศนาเรื่อง วิมานพระอินทร์ หรือท้าวสักกะเทวราชสั่นไหว เพราะนกแขกเต้าเพียงตัวเดียว ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ลองมาฟังไปพร้อมกันค่ะ ก่อนที่พระบรมศาสดาจะทรงเล่าเรื่องราวของนกแขกเต้าตัวนี้ ได้เกิดเรื่องน่าประทับใจขึ้นในกรุงสาวัตถีจนเป็นที่เลื่องลือไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย เป็นเรื่องของพระภิกษุที่มีชื่อว่า “นิคมติสสะ” ท่านมักไปบิณฑบาตที่บ้านญาติของตนทุกวันไม่มีขาด แม้จะพำนักอยู่ที่พระเชตวันวิหารในกรุงสาวัตถี ซึ่งมีพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นผู้อุปถัมภ์ก็ตาม ด้วยกิจวัตรของพระนิคมติสสะที่มุ่งมั่นไปบิณฑบาตที่บ้านของญาติอยู่เป็นนิจก็กระจายไปในหมู่พระภิกษุทั้งหลาย จนกระทั่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่องนี้เข้า พระองค์ทรงมีรับสั่งให้พระนิคมติสสะเข้าเฝ้าทันที พระบรมศาสดาทรงถามว่า “นิคมติสสะ ทำไมเธอจึงเลือกไปบิณฑบาตเฉพาะที่บ้านญาติเท่านั้น” พระนิคมติสสะถามถวายว่า “พระภิกษุในกรุงสาวัตถีได้รับการอุปถัมภ์อย่างประเสริฐสุดจากพระเจ้าปเสนทิโกศลและอนาถบิณฑิกเศรษฐี แต่ข้าพพระองค์ต้องการรับทานที่ไม่ต้องประณีต หรือประณีตก็ได้อันมาจากศรัทธาของบุคคลทั่วไป ไม่ว่าทานนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ล้วนหล่อเลี้ยงร่างกายของข้าพเจ้าได้ทั้งนั้น”     การตอบของพระนิคมติสสะแสดงให้เห็นว่าพระภิกษุรูปนี้ไม่เลือกที่จะได้รับทานอันประณีตบรรจง แต่ท่านต้องการทานตามมีตามเกิดของคนทั่วไป ซึ่งมีอยู่ในเขตอันเป็นหมู่บ้านที่ท่านเกิดนั่นเอง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสขึ้นว่า “ดีแล้ว ๆ ความมักน้อยเป็นกิจและเป็นประเพณีของเรา” จากนั้นพระเถระทั้งหลายจึงพากันสาธุการและสรรเสริญพระนิคมติสสะ และแล้วพระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “ครั้งในอดีตกาลนานมา มีนกแขกเต้าตัวหนึ่ง อาศัยอยู่บนต้นมะเดื่อต้นหนึ่งในป่าใกล้แม่น้ำคงคา แล้วกินผลมะเดื่อบนต้นนั้นเป็นอาหาร เวลากระหายก็จะบินมากินน้ำที่แม่น้ำคงคาเป็นประจำ จนกระทั่งต้นมะเดื่อหักโค้นลง นกแขกเต้าก็ไม่ยอมไปไหน  เพราะมีความผูกพันกับต้นมะเดื่อ นกตัวนี้เป็นพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีมาหลายภพหลายชาติจึงทำให้วิมานของพระอินทร์สั่นไหว พระอินทร์พร้อมด้วยพระนางสุชาดาต้องลงมายังโลกมนุษย์เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้วิมานสั่นไหว จนทราบว่ามีนกแขกเต้ากำลังหิวโหยอย่างน่าเวทนา พระอินทร์และพระนางสุชาดาได้สนทนาธรรมกับนกแขกเต้าจนเป็นพอพระทัย พระอินทร์จึงเนรมิตให้ต้นมะเดื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง” นกแขกเต้าตัวนั้นต่อมาคือพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้นี่เอง […]

เตรียมตัวตายวันนี้ นิพพานวันนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

มรณสติเป็นกรรมฐานอย่างหนึ่งที่เราทุกคนควรน้อมนำปฏิบัติ ถ้าเราระลึกถึงความตายที่จะเกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักอยู่เสมอ ความตายจะคอยเตือนและเคี่ยวเข็ญให้เราใช้เวลาทุกนาทีของชีวิตอย่างคุ้มค่า ความตายช่วยผลักดันให้เราเข้าหาธรรมะ ขวนขวายปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์ เพื่อเข้าถึงนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุด อย่างไรก็ดี มรณสติไม่ใช่เพียงการนึกถึงความตายที่เกิดขึ้นกับตัวเราเท่านั้น การเตรียมตัวตายที่อาตมาหมายถึงไม่ได้เน้นเฉพาะตอนใกล้ตายเท่านั้น แต่ต้องเตรียมตัวตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ขณะที่ยังเป็นปกติ มีสุขภาพดี เตรียมพร้อมด้วยการใช้ชีวิตอย่างถูกทำนองคลองธรรม เติมเต็มหน้าที่ในชีวิตมนุษย์ให้สมบูรณ์ ถ้าเราระลึกถึงความตายแล้วรู้สึกอินกับมัน ตระหนักว่าความตายได้เดินทางมาถึงเราแล้วจริง ๆ เราจะเห็นความสำคัญของการปล่อยวาง ปล่อยทั้งสิ่งที่เราชอบและวางทั้งสิ่งที่เราชัง ถ้าเรายึดติดกับสิ่งที่เราชอบ เวลาตายเราก็จะห่วงหาอาลัย ขณะเดียวกัน ถ้าเราพกความโกรธเกลียดชิงชังไว้ในใจจนถึงวาระสุดท้าย เราก็จะตายอย่างทุรนทุราย การระลึกถึงความตายทำให้เราปล่อยวางความโกรธ เพราะไม่อยากตายอย่างเป็นทุกข์ ฉะนั้น เวลาโกรธใครก็ตามให้คิดว่า “อีกไม่นานเราก็ต้องตายจากกัน แล้วจะโกรธกันไปทำไม ถ้าไม่อยากตามไปจองเวรในชาติหน้า ก็ต้องเลิกราให้อภัยกันเสียแต่เดี๋ยวนี้” เป็นต้น สำหรับคนที่กลัวตาย การระลึกถึงมรณสติอยู่เสมอ แม้จะทำให้เราต้องระลึกถึงความจริงที่ไม่อยากนึกถึง แต่การเจริญมรณสติเนือง ๆ จะทำให้จิตใจคุ้นเคยกับความตายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ความกลัวลดลง ยิ่งหมั่นทำความดีมาก ๆ ละเว้นความชั่ว ก็ยิ่งทำให้มีความกล้ามากขึ้นในการเผชิญกับความตาย ขณะเดียวกันก็ควรปฏิบัติธรรม ทำสมาธิภาวนาอยู่เสมอ จะได้หายกลัว กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว คนเรากลัวตายก็เพราะยังยึดติดถือมั่นหรือหวงแหนตัวตนอยู่ ดังที่มีสำนวนว่า “รักตัวกลัวตาย” ประโยคนี้มีความหมายที่ลึกมาก นั่นคือ เพราะรักตัว […]

โต๊ะทำงานวัดประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างไร

โต๊ะทำงาน วัดประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างไร เราขอถามคุณว่า “บน โต๊ะทำงาน ของคุณสะอาดและเป็นระเบียบไหม หน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณมีไฟล์งานรกเต็มหน้าจอหรือไม่” คำถามนี้เป็นคำถามที่คุณคีม มูกีจะถามผู้สมัครงานอยู่เสมอ เขาเห็นอะไรจากการที่โต๊ะทำงานต้องสะอาด หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน ความสามารถจัดระเบียบเป็นสิ่งกำหนดประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพของงานที่บุคคลนั้นทำค่อนข้างมาก สิ่งที่เรามักมองข้ามกันคือความสามารถจัดระเบียบแสดงให้เห็นความจริงว่า ประสิทธิภาพการทำงานของคนนั้นมีมากหรือน้อยแค่ไหนนั่นเอง คนที่โต๊ะทำงานไม่สะอาด ส่วนใหญ่ลิ้นชักโต๊ะจะไม่มีระเบียบรวมไปถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วย คนประเภทนี้มักทำใบเสร็จหาย และบางทีจำไม่ได้ว่าบันทึกงานเก็บไว้ในโฟลเดอร์ไหนบ้าง ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นมักกรอกตัวเลขในเอกสารผิดพลาด     ในทางกลับกัน คนที่โต๊ะทำงานสะอาด ส่วนใหญ่จะดูแลลิ้นชักโต๊ะ หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่รกไปด้วยโฟลเดอร์ เขาจะจัดโฟลเดอร์เป็นระเบียบเรียบร้อย คนประเภทนี้จะจัดระเบียบแม้กระทั่งวิธีคิดและข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ดึงเอาข้อมูลที่จำเป็นออกมาใช้ได้ทันท่วงที ลองสังเกตจากขอให้เพื่อนที่มีลักษณะคนประเภทนี้ค้นไฟล์งานให้ดูสิ เขาจะค้นเจออย่างรวดเร็วราวกับดีดเปียโน และสามารถดึงไฟล์จากโฟลเดอร์ออกมาได้อย่างไม่งงว่าเอาเก็บไว้ที่ไหน แค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำงานของเขาแล้ว ว่ารวดเร็วและละเอียดลอออย่างไร สิ่งที่น่ามหัศจรรย์สำหรับคนประเภทนี้คือ เมื่อให้เลือกร้านอาหารสักร้าน เขาจะหาข้อมูลไว้ล่วงหน้า ต่อให้เดินหลงทางก็จะเสียเวลาไม่มาก แถมไม่ต้องเสียเวลาเปิดระบบจีพีเอสค้นหาอีกด้วย     เรื่องนี้ผมสัมผัสได้จากเพื่อนชาวแคนาดาเชื้อสายสิงคโปร์คนหนึ่งได้เดินทางไปเที่ยวไตหว้นกับผม และเขาเองก็จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับไต้หวันได้เป็นอย่างดี หาข้อมูลละเอียดมากแม้แต่ว่าจะกินที่ไหนดี รวมไปถึงการวางแผนกินอาหารมื้อเช้า กลางวัน และเย็น เมื่อผมได้กินอาหารในร้านที่เพื่อนพาไปกินก็พบว่าอาหารในแต่ละร้านล้วนอร่อย แสดงว่าเพื่อนคนนี้ใส่ใจรายละเอียดมาก แม้จะเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นตอนที่ผมไปอยู่ที่อินเดียแล้วนัดเพื่อนชาวเยอรมันกินข้าว […]

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

พระพุทธิวงศมุนี มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม เป็นอีกหนึ่งข่าวที่น่ายินดีและอนุโมทนาเมื่อพุทธบุตร ผู้ถือธงไชยแห่งพระอรหันต์ได้ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม พระพุทธิวงศมุนี (บำรุง ฐานุตตโร ปธ.7) พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และรองเจ้าคณะภาค 5 มอบหมายให้ พระราชรัตนสุธี (ขวัญรัก มหาวายาโม) ปธ.8 ดร. เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก และ พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 จัดตั้งโรงครัวหลวงพ่อพระพุทธชินราชขึ้น ที่วิทยาลัยสงฆ์พระพุทธชินราช  หมู่ 6 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยมีพระภิกษุ สามเณร และคณาจารย์วิทยาลัยสงฆ์ พร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันทำอาหารกล่อง และจัดเตรียมข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่มสะอาด และยาทากันยุง เพื่อแจกจ่ายผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก         พระครูปลัดสุวัฒนพุทธิคุณ (สุเทพ สุเทวเมธี ) ปธ.6 ดร. เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 5 […]

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน

โรคซึมเศร้า ที่เกิดขึ้นจากการคิดว่าห้องเป็นเพียงที่ซุกหัวนอน ปัจจุบันนี้มีคนป่วยเป็น โรคซึมเศร้า มาขึ้น คงเนื่องมาจากความกดดันของสังคมที่มีการแข่งขันกันสูง เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องจากคุณเคโซ ยะโน เจ้าของงานเขียนเรื่อง “แค่ปรับปรุงบ้าน ชีวิตทุกด้านก็สำเร็จ” การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า บอกได้เลยว่าเกี่ยวค่ะจากเรื่องที่คุณเคโซ ยะโน สถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์เรื่องบ้านมาอย่างยาวนาน และนี่คือประสบการณ์ที่คุณเคโซอยากแชร์ คุณเคโซเล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งอายุ 30 ปีต้น ๆ ทำงานอยู่ในบริษัทโฆษณาขนาดกลางแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่เขากำลังมองหาบ้านใกล้ที่ทำงานเพราะงานเยอะและต้องกลับบ้านดึกทุกวัน เขาก็เจอห้องหนึ่งที่อยู่ชั้นใต้ดิน ราคาถูกกว่าที่อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกว่า สองหมื่นเยน เขาคิดว่า “เอาเถอะ ยังไงก็มีไว้แค่ซุกหัวนอน” จึงทำสัญญาและย้ายเข้ามาอยู่ในห้องนั้น แต่หลังจากย้ายเข้ามาได้ 1-2 เดือนก็รู้สึกได้ว่าสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ ตอนเช้าก็ตื่นไม่เต็มตา แม้จะตื่นแล้วก็ยังรู้สึกเพลีย และถึงจะนอนต่อก็ยังรู้สึกเหนื่อย อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบกับงาน เขาขาดสมาธิจนทำงานผิดพลาด ประสิทธิภาพในการทำงานที่ค่อนข้างดีกลับลดลง ถึงเขาจะคิดได้ว่า “ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” แต่สภาพร่างกายของเขาก็ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมแม้แต่น้อย ความเครียดและความอ่อนล้าเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความกระฉับกระเฉงก็ค่อย ๆ หายไป กระทั่งปีต่อมาเขาเข้าโรงพยาบาลและได้รับยารักษาโรคซึมเศร้า เขาสร้างกำลังใจให้ตัวเองให้ทำงานและกินยาสม่ำเสมอ […]

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง 

“จะอยู่ดูแลกันไปตลอด” ความรักที่ไม่ยอมทอดทิ้งกันของคุณลุงบอดกับภรรยาที่เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง สองสามี-ภรรยาที่ต้องอยู่อย่างยากลำบากที่บ้านเลขที่ 9/3 ม.10 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง โดยสามีคือนายพาสน์ เพชรอินทร์ หรือ ลุงบอด อายุ 62 ปี เป็นผู้พิการตาบอดโดยข้างขวาบอดสนิท ส่วนข้างซ้ายนั้นเห็นภาพเลือนลาง ส่วนภรรยาคือนางสาววรรณา จิตรเที่ยง อายุ 53 ปี เป็น ผู้ป่วยนอนติดเตียง ซึ่งอยู่ในสภาพนี้มานานถึง 5 ปีแล้ว โดยได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้อาศัยพึ่งญาติและเพื่อนบ้านคอยช่วยเหลือเป็นครั้งคราว คุณป้าวรรณามีลักษณะแขนขาลีบทั้งสองข้าง ร่างกายผ่ายผอม ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีเพียงคุณลุงบอดที่คอยดูแลไม่ห่าง ถึงแม้จะมีหน่วยงานต่าง ๆ นำสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมามอบให้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ สามี-ภรรยาคู่นี้ยังต้องลำบากอยู่เหมือนเดิม     คุณลุงบอดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า ตนเองอยู่กินกับภรรยามานานประมาณ 40 ปี มีลูกชายด้วยกัน 3 คน ตอนนี้ก็เติบโตและแยกย้ายกันไปมีชีวิตทำมาหากินกันหมดแล้ว นาน ๆ จึงจะกลับมาเยี่ยมสักครั้ง แต่ก็ไม่ค่อยได้หยิบยื่นเงินทองให้พ่อแม่เพราะลูก ๆ ก็ยังทำงานไม่เป็นหลักแหล่งหาเช้ากินค่ำ […]

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นิทานที่เขาแต่งขึ้นคือชีวิตจริงของเขา

ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นิทานที่เขาแต่งขึ้นคือชีวิตจริงของเขา ไม่มีเด็กคนไหนบนโลกใบนี้ที่จะไม่เคยฟังนิทานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน  หรืออาจไม่รู้เลยว่านิทานที่เคยอ่านหรือที่คุณแม่เล่าให้ฟังก่อนนอนทุกคืนนั้นฮันส์ คริสเตียนเป็นผู้แต่ง เขาคือราชาแห่งโลกเทพนิยายที่ไม่ได้มีชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ และเขาคงไม่คิดฝันด้วยว่านิทานของเขาจะกลายเป็นสิ่งที่เด็กทั่วโลกชื่นชอบ     เขาเกิดในสลัม คุณพ่อเป็นช่างทำรองเท้า ซึ่งด่วนจากเขาไปตั้งแต่ฮันส์ยังเด็ก ส่วนคุณแม่มีอาชีพรับจ้างซักผ้า ชีวิตของเขาช่างไม่ต่างจากนิทานเรื่องหนึ่งที่เขาแต่งเลย นั่นคือ “ลูกเป็ดขี้เหร่” เพราะเขามีรูปลักษณ์ที่ประหลาด (อาจเรียกว่าขี้เหร่ก็น่าจะได้) จึงกลายเป็นที่ขบขันของเพื่อน ๆ ซ้ำร้าย เมื่อหนุ่มน้อยฮันส์เอาจริงเอาจังกับการเป็นนักเขียนบทละคร แล้วความสามารถไปเข้าตา โจนาส คอลลิน ผู้กำกับและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง โจนาสจึงรับเลี้ยงและส่งเสียฮันส์เรียนจนจบ แต่ระหว่างที่ฮันส์เรียนหนังสือเขาต้องอดทนต่อการล้อเลียนจากเพื่อนร่วมชั้น เพราะเห็นว่าฮันส์มีอายุมากกว่าเพื่อนในระดับชั้นเดียวกัน สุดท้ายเขาก็เรียนจนจบระดับมหาวิทยาลัย การที่โจนาส คอลลินส่งเสริมฮันส์จนเรียนจบไม่ต่างจากการติดปีกความฝันและจินตนาการให้กับเขา ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ อาจเป็นโอกาสที่ฮันส์ได้บ่มเพาะและมีคลังความรู้กักเก็บไว้ และพร้อมที่จะระเบิดกลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ในภายภาคหน้า กว่าฮันส์จะค้นพบว่าตนเองมีพรสวรรค์ในการแต่งนิทาน เขาต้องลองผิดลองถูกอยู่นานบนเส้นทางน้ำหมึก เขาได้ทำหนังสือรวมนวนิยายเล่มแรกของเขาขึ้นมา แต่ได้รับคำวิจารณ์ไปในเชิงลบ พลอยทำให้เส้นทางการเขียนบทละครของเขากลับไม่รุ่งไปด้วย แต่ท้ายที่สุดเขาก็ให้กำเนิดนิทานออกมาหลายเรื่อง  เป็นนิทานมีทั้งแนวชีวิตและแนวแฟนตาซี หรือบางเรื่องก็ผสมสองแนวนี้ไว้ด้วยกัน นิทานของเขาทรงคุณค่าข้ามกาลเวลามาได้อย่างไรจะขอยกตัวอย่างนิทานเอกของเขามาดังนี้     หนูน้อยขายไม้ขีดไฟ เชื่อว่าเด็กหลายคนต้องเสียน้ำตาให้เด็กหญิงคนนี้ ขนาดเธอเป็นเพียงเด็กน้อย แต่ต้องทำงานหาเงินให้พ่อบังเกิดเกล้า […]

เลดี้ กาก้า กับชื่อเสียงในกำมือ

เชื่อไหมว่า สิ่งหนึ่งที่ยากกว่าการประสบความสำเร็จก็คือ การมีชื่อเสียง เพราะคนที่ประสบความสำเร็จใช่จะมีชื่อเสียงทุกคนไป แต่คนที่มีชื่อเสียงทุกคนต้องประสบความสำเร็จในทางใดทางหนึ่ง และแม้ว่าโลกนี้จะมีคนที่ดังจริง ๆ แค่เพียงหยิบมือ แต่คงต้องนับเลดี้ กาก้าเป็นหนึ่งในนั้น เพราะ ณ ตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนสีผม เดินซื้อกาแฟหรือหกล้ม (ดังที่เธอเคยหกล้มก้นกระแทกในคอนเสิร์ตของตัวเอง) เรื่องของเธอก็สามารถเป็นข่าวที่ขายได้ทั่วทุกมุมโลกทันที เลดี้ กาก้า (Lady Gaga) หรือ “กาก้า” (ซึ่งเป็นชื่อที่เธออยากให้แฟนเพลงเรียกมากกว่า) เป็นนักร้องนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ ความโด่งดังของเธอวัดได้จากยอดขายตั้งแต่อัลบั้มแรกคือ เดอะเฟม (The Fame) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 หลายเพลงในอัลบั้มนี้ติดอันดับหนึ่งในชาร์ตเพลงฮิตในหลาย ๆ ประเทศ อีกทั้งได้รับรางวัลแกรมมี่ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมและอัลบั้มแห่งปี รวมถึงทำยอดขายถล่มทลายมากกว่า 14 ล้านแผ่น ปลายปี 2009 กาก้าได้ออกอัลบั้มที่สองคือ เดอะเฟมมอนสเตอร์ (The Fame Monster) ซึ่งได้รับรางวัลแกรมมี่ถึงหกรางวัล รวมทั้งรางวัลอัลบั้มเพลงป๊อปยอดเยี่ยมและรางวัลอัลบั้มแห่งปีติดต่อกันเป็นปีที่สอง ณ วันนี้เธอมีผลงานเพลงรวม 7 อัลบั้ม นอกจากแนวดนตรีแปลกใหม่ที่มีเอกลักษณ์เป็นที่ถูกใจแฟนเพลงแล้ว มิวสิควิดีโอของเธอยังได้รับความสนใจอย่างยิ่ง เธอเป็นศิลปินคนแรกที่มียอดผู้ชมคลิกเข้าไปชมมิวสิควิดีโอในยูทูบมากกว่า 1 […]

keyboard_arrow_up