คำสาปจากความฝัน

คำสาปจากความฝัน – “เมื่อไหร่จะมารับลูกไปเสียที  ฝากฉันไว้นานแล้วนะ” หญิงผิวคล้ำร่างผอมเกร็งตวาดใส่หน้าฉัน สายตาคู่นั้นจ้องเขม็งมองตรงมา แต่นั่นก็ไม่น่าหวาดหวั่นเท่าสายตาของเด็กน้อยที่หญิงคนนั้นอุ้มอยู่ สายตาคู่นั้นทำให้ฉันสาวเท้าออกวิ่ง วิ่ง วิ่ง…อย่างไม่คิดชีวิต แต่สายตาไร้เดียงสาคู่นั้นก็ยังตามติดฉันมาไม่ห่าง นึกถึงครั้งใดก็ให้เสียวสันหลัง หลายคืนมาแล้วที่ฉันฝันเป็นซีรี่ส์แบบนี้…ฝันว่าท้อง ฝันว่ามีลูก ฝันว่าจูงมือเด็กผู้ชาย ฝันว่ามีเด็กมาดึงมือ ผลัก กระชากมือฉันออกจากมือของคนรัก แล้วสักพักก็สะบัดมือวิ่งหนีไป ในความฝัน เรามีความสัมพันธ์คล้ายแม่ลูก แต่ติดที่ว่าเด็กคนนี้มักมองฉันด้วยแววตาอาฆาต เจ็บปวด เกลียดชัง นี่ถ้าฉันเคยทำแท้งแม้สักครั้ง ฉันคงคิดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกที่ฉันตัดสินใจฆ่าไปแล้วแน่ ๆ แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคย… ฉันทนความพิศวงในใจไม่ไหว และที่พึ่งของฉันก็คงไม่พ้นวัด ฉันกราบพระประธานในโบสถ์แล้วถวายสังฆทานให้หลวงพ่อรูปหนึ่ง หลวงพ่อถามฉันว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ประโยคเปี่ยมเมตตานั้นเอง ที่ทำให้ฉันเล่าความฝันให้ท่านฟัง และท่านก็ให้สติฉันว่า “คงเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ยังไม่เลิกแล้วต่อกัน เวลาทำบุญทำกุศล โยมอย่าลืมส่งบุญให้เขาบ้าง แล้วก็คิดดี ทำดี พูดดี เท่านั้นละลูก พระคุ้มครอง” เรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาพอสมควร ฉันกราบลาพระประธานด้วยจิตใจที่สงบ ไม่กลัวที่จะต้องฝันอะไรแบบนั้นอีก แต่เงื่อนงำของความฝันยังคงค้างคาอยู่ในใจฉันเรื่อยมา กระทั่งวันหนึ่ง โทรศัพท์สายหนึ่งที่เข้ามาก็เหมือนจะช่วยคลี่คลายความฝันของฉัน เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเงินห้าพันบาทที่ฉันให้เพื่อนยืมไปโดยไม่ถามไถ่ว่า ทำไมนักศึกษาปีหนึ่งอย่างเขาถึงได้มีเรื่องร้อนเงินขึ้นมากะทันหัน […]

รปภ. รอรัก – กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ

รปภ. รอรัก – กาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ คนเราทุกวันนี้อาจนับถือใครสักคนที่ความร่ำรวย ตำแหน่งหรือยศถาบรรดาศักดิ์ที่เขามีมากกว่าเรา แต่สำหรับคนตัวเล็กๆ ที่มองจากปัจจัยภายนอกอาจจะด้อยกว่าเราทุกประการนั้น ถ้าวัดกันด้วยใจที่อยู่ภายใน เราอาจจะสู้เขาไม่ได้เลย สำหรับ รปภ.ที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามตึก อาคาร หมู่บ้าน สำนักงาน คนอาจให้ค่าเขาน้อยกว่าคนในตำแหน่งอื่น ๆ แต่สำหรับฉันแล้ว พวกเขาคือคนที่ได้รอยยิ้มแรกของวันจากฉัน และจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้รอยยิ้มอีกครั้งเมื่อจบวัน คนบางคนอาจไม่เคยสนใจ ไม่เคยแม้แต่มองหน้า ไม่เคยสบตา ไม่พูดคุย ไม่ทักทาย ทำเหมือนว่าเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีหัวใจและมีความรู้สึกเหมือนเรา ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ดูว่าคนที่ยืนอยู่กับที่ตลอดทั้งวัน แม้จะเดินไปเดินมาบ้าง ก็คงไม่ห่างจากที่เดิมนัก…ถ้าเป็นเรา เราจะรู้สึกอย่างไร คุณอาจจะคิดว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีความรู้สึกอะไร ไม่ต้องไปใส่ใจมากก็ได้ เพราะไม่เห็นเขาแสดงสีหน้าอะไรเลยนี่นา เสียงของเขาเป็นอย่างไรก็ยังแทบไม่เคยได้ยิน แต่ถ้าคุณลองยิ้มให้เขา วันแรกเขาอาจจะยังนิ่ง ๆ และออกจะงง ๆ วันต่อมาหากคุณยิ้มให้เขาอีก เชื่อเถอะว่าคุณจะได้รอยยิ้มตอบแทน แต่ถึงไม่ได้ เราก็ไม่ได้เสียอะไร แค่ยิ้มเราก็มีความสุขแล้วจริงไหม และถ้าลองพูด “สวัสดี” พร้อมรอยย้ิ้ม คุณก็จะได้สิ่งนั้นกลับมาเช่นกัน เมื่อเรามอบไมตรีที่ดีกับเขา พูดคุยทักทาย ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ เชื่อเถอะว่าคุณจะได้รับน้ำใจอันดีจากพวกเขาแน่นอน […]

หมดเวลาของบุญ ก็คือเวลาของกรรม

หมดเวลาของบุญ ก็คือเวลาของกรรม – เมื่อ 50 กว่าปีก่อน ในย่านพักอาศัยใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ ณ ซอยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีตึกแถวปลูกติดกันประมาณ 15 ห้อง ห้องแรกสุดหัวซอยและห้องสุดท้าย ซึ่งตั้งอยู่ท้ายซอยเป็นตึกแถวแบบพิเศษ คือเป็นห้องใหญ่แบบ 2 ห้องติดกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นคนจีน อยู่กันมานานเป็นสิบ ๆ ปี รู้จักกันหมด แค่เห็นหน้าก็รู้ว่าใครอยู่บ้านไหน ชาวบ้านอยู่กันอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งตึกแถว 2 ห้องที่หัวซอยมีผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่เป็นครอบครัวเศรษฐีพ่อค้า ความเดือดร้อนจึงได้เริ่มต้นขึ้น เรื่องมีอยู่ว่า… เมื่อ 50 ปีก่อนเป็นเรื่องธรรมดาของบ้านตึกแถวที่จะใช้ท่อระบายน้ำร่วมกัน ในซอยนี้ก็เช่นกัน น้ำทิ้งจะไหลจากท้ายซอยไปหัวซอยแล้วไหลลงสู่ท่อระบายน้ำใหญ่ แต่เถ้าแก่เนี้ยผู้มาอยู่ใหม่กลับกั้นท่อระบายน้ำไม่ให้น้ำไหลผ่านบ้านแก ทำให้บ้านทุกหลังมีน้ำทะลักเข้ามาในบ้านเพราะทางน้ำถูกปิด ชาวบ้านจึงรวมตัวกันไปต่อว่า แต่เถ้าแก่เนี้ยกลับเฉยเมยและบอกหน้าตาเฉยว่า ท่อระบายน้ำอยู่ในบริเวณบ้านของแก แกจะทำอะไรก็ได้ เถ้าแก่ซึ่งเป็นคนดีพยายามขอร้องภรรยาแต่ก็ไม่เป็นผล ท้ายที่สุด อาแปะซึ่งเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างตึกแถวทั้งหมดในย่านนี้ และอาศัยอยู่ในตึกแถวห้องสุดท้ายที่ท้ายซอยจึงไปเจรจา แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายปัญหาต่าง ๆ ก็คลี่คลายจากการแก้ปัญหาของอาแปะ โดยแกได้ทำทางระบายน้ำใหม่ให้ไหลจากหัวซอยไปท้ายซอยผ่านบ้านของแกเอง ตั้งแต่นั้นแทบจะไม่มีใครอยากจะคบค้าสมาคมกับเถ้าแก่เนี้ยอีกเลย พอเวลาผ่านไปหลายปี เรื่องนี้ก็ถูกลืมกันไปและมีเรื่องใหม่มาแทน คือเรื่องที่ชาวบ้านแถวนั้นโดนเถ้าแก่เนี้ยขโมยของ […]

ชายไร้บ้านเจอเงินก้อนโต เขานำมาส่งต่อ เพื่อตามหาเจ้าของที่แท้จริง!!

ชายไร้บ้านเจอเงินก้อนโต เขานำมาส่งต่อ เพื่อตามหาเจ้าของที่แท้จริง!! เช้าตรู่วันหนึ่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชายไร้บ้านชื่อ เควิน บูธ (Kevin Booth) ซึ่งกำลังหิวโหยจนท้องร้อง ได้มาที่สถานสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ผู้ยากไร้ในเมืองซัมเมอร์ รัฐวอชิงตัน เขาแค่จะมาหาขนมปังที่มักมีผู้ใจบุญนำมาวางทิ้งไว้ให้ผู้หิวโหยตั้งแต่เมื่อคืน ทว่าแทนที่จะเจอกล่องขนมปัง เควินกลับพบถุงกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่นอกอาคารบริเวณประตูด้านหน้า ในใจคิดว่าคงเป็นอาหารสำหรับประทังความหิวแน่ ๆ แต่พอเขาเปิดถุงดูก็ต้องประปลาดใจสุด ๆ เมื่อพบเงินอยู่เต็มถุงเป็นธนบัตร จำนวน 17,000 เหรียญ หรือประมาณกว่า 5 แสนบาท “ตอนแรกผมสงสัยว่าใครมาวางอะไรทิ้งไว้บนพื้น” พอเปิดถุงเจอเงินปั๊บ สิ่งแรกที่เควินทำคือดมดูว่าเงินจริงหรือเปล่า “แน่นอนว่าผมดมกลิ่นดูก่อนว่าใช่เงินจริงๆ รึเปล่า และเมื่อรู้ว่ามันเป็นของจริงก็มีความคิดผุดขึ้นในหัวผมคือ จะเอาเงินนี้ไปใช้หรือจะนำไปคืน และผมก็เลือกที่จะนำไปคืน” เควินกล่าวอย่างเท่ ในเวลานั้นเควินยังไม่รู้ว่าเงินทั้งหมดมีจำนวนเท่าไร แต่สิ่งที่เขารู้แน่ ๆ คือ เงินก้อนนี้ไม่ใช่ของเขา ดังนั้นเควินจึงนั่งรออยู่หน้าสถานสงเคราะห์จนกระทั่ง 20 นาทีต่อมา อาสาสมัครผู้ดูแลสถานสงเคราะห์ก็มาเปิดประตูในเวลา 7.30 น. เควินยื่นถุงเงินให้ แล้วบอกว่า “นี่สำหรับคุณครับ มีคนวางทิ้งไว้หน้าประตู” ตอนแรกอาสาสมัครคิดว่าเป็นถุงอาหาร ก็เลยนำถุงไปชั่งน้ำหนักตามระเบียบของการบริจาคอาหาร สักพักจึงรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ พอเปิดถุงดูก็พบธนบัตรใบละ 20 กับ […]

วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง ประสบการณ์เฉียดตายที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินชีวิต

วันนี้คุณทำดีพอหรือยัง – “จงดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท” ประโยคนี้ได้ยินมาบ่อยมาก คิดว่าเข้าใจแต่ก็ไม่ลึกซึ้งสักที จนเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้มุมมองชีวิตของเราเปลี่ยนไป และเริ่มตระหนักถึงความหมายของประโยคดังกล่าวขึ้นอย่างมาก วันนั้นพวกเรา 4 คน ตั้ม นันท์ ติ๊ก และฉันตื่นเต้นกันใหญ่สำหรับการขึ้นไปพักบนดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมาก เพราะข่าวว่ามีแม่คะนิ้งบนดอยด้วย หลังจากเก็บสัมภาระบนที่พัก พวกเราก็เดินลงมาทานข้าวเย็นที่ร้านค้า เสร็จแล้วจึงเดินกลับที่พัก กว่าจะถึงก็ค่ำพอดี อากาศหนาวมาก แม้ว่าห้องพักจะปิดหมดทุกด้าน ฉันตั้งใจว่าจะไม่อาบน้ำ แต่ตั้มบอกว่าจะอาบ ตั้มก็เลยอาบน้ำเป็นคนแรก โดยห้องน้ำที่อยู่ในห้องเรามีขนาดเล็กมาก ไม่มีช่องระบายอากาศ นอกจากพัดลมดูดอากาศตัวเดียว พอตั้มอาบน้ำได้สักพักก็ตะโกนออกมาให้ฉันเปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศที่หน้าห้องน้ำให้หน่อย ฉันก็เดินไปเปิดให้ แล้วกลับมาดูทีวีต่อ ยังไม่ถึง 5 นาที ตั้มเปิดห้องน้ำออกมาปิดสวิตช์พัดลมดูดอากาศพร้อมกับบ่นว่าหนาวมาก ก่อนที่จะกลับเข้าไปอาบน้ำใหม่ สักพักก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรหล่นในห้องน้ำ ฉันเลยตะโกนไปว่า “ทำอะไรหล่นอีกล่ะ” คิดในใจว่าคงหนาวจนสั่นแล้วไปปัดของใช้ตกลงมา แต่อีกสักพักก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังเหมือนคนกรนออกมาจากห้องน้ำ ทั้งๆ ที่พวกเราเปิดทีวีเสียงค่อนข้างดัง นันท์บอกฉันว่า “ไปดูมันหน่อยซิ” ฉันก็เลยเดินไปเรียกหน้าห้องน้ำ “ตั้มๆ” เงียบ…ไม่มีเสียงตอบ ฉันตบประตูห้องน้ำร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบอีก มีแต่เสียงกรนที่ดังอยู่ตลอดเวลา “เฮ้ย! แกเป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูหน่อย” ปรากฏว่าเงียบ […]

ชกมวยไม่หวังรวย ไทสัน ฟิวรี แชมป์มวยอังกฤษประกาศบริจาคค่าตัวให้คนไร้บ้านและผู้หิวโหย

ไทสัน ฟิวรี (Tyson Fury) เตรียมบริจาคเงิน 8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 333 ล้านบาท) จากการชกกับ ดิออนเทย์ ไวเดอร์ แชมป์โลก WBC รุ่นเฮฟวี่เวท เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งทั้งคู่เสมอกันด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ นั่นหมายความว่าไทสันชิงเข็มขัดแชมป์ WBC จากดิออนเทย์ไม่สำเร็จ ก่อนวันชกจริง ไทสันเคยประกาศมาก่อนแล้วว่า เขาจะได้ค่าตัวเป็นเลขเจ็ดหลักจากไฟท์นี้ และจะบริจาคเงินทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ให้กับผู้ยากไร้ และเขากำลังมีแผนจะสร้างบ้านให้คนเร่ร่อนอีกด้วย นอกจากนั้นนักชกเจ้าของฉายา Gypsy King ยังบอกอีกว่า ตัวเขาเองไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไรนัก เขาไม่เคยสนใจที่จะเป็นเศรษฐีร้อยล้านหรือมหาเศรษฐีพันล้าน เขาเป็นนักมวยไม่ใช่นักธุรกิจ และเขาก็น่าจะเดินบนเส้นทางเดียวกับนักชกอื่น ๆ คือ อยู่แบบพอมีพอกินไปจนบั้นปลายชีวิต ตายไปก็เอาเงินติดตัวไปด้วยไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงคิดจะนำเงินไปทำสิ่งดี ๆ โดยการช่วยเหลือคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่ไทสันต้องต่อสู้กับปัญหาทางสุขภาพจิตควบคู่ไปกับการดื่มหนักและใช้ยาเสพติด เขาจึงมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ และมีชีวิตอยู่อย่างไร้คนเหลียวแลเพราะความเหลื่อมล้ำทางสังคม ไทสันยังบอกอีกว่า เมื่อเขากลับบ้านที่อังกฤษ เขาจะสร้างบ้านพักให้คนเร่ร่อนสัก 2 – 3 แห่ง และตั้งกองทุนสำหรับผู้ติดสุราและสารเสพติด สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เขาทำมาตลอด จนกระทั่งเขามาชกที่แอลเอ […]

พระเอกสุดหล่อใจบุญ ณเดชน์ คูกิมิยะ ร่วมช่วยจัดงาน ตลาดนัดเด็กดอย

พระเอกสุดหล่อใจบุญ ณเดชน์ คูกิมิยะ ร่วมช่วยจัดงาน ตลาดนัดเด็กดอย   หลังจากได้สัมผัสกับชาวชุมชนบ้านใหม่ร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เพราะมาเที่ยวที่นี้บ่อยครั้ง พระเอกสุดหล่อใจบุญของเรา ณเดชน์ คูกิมิยะ จึงขอร่วมช่วยโรงเรียนบ้านห้อยน้ำไซจัดงาน ตลาดนัดเด็กดอย ครั้งที่ 5 ในวันพ่อแห่งชาติ พ.ศ. 2561     เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2561 (ที่ผ่านมา) แม่แก้ว คุณแม่ของณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกวิกพระราม  4 โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรมหลายภาพเกี่ยวกับพระเอกหนุ่มและพี่น้องที่สนิททั้งในและนอกวงการบันเทิงไปร่วมงานตลาดนัดเด็กดอยที่บ้านใหม่ร่องกล้า ชุมชนของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก     โดยตลาดนัดเด็กดอยที่พระเอกหนุ่มอาสาช่วยประชาสัมพันธ์ งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ทำไมพระเอกหนุ่มจึงให้ความช่วยเหลืองานตลาดนัดเด็กดอย เพราะณเดชน์ คูกิมิยะหลงเสน่ห์ธรรมชาติของบ้านใหม่ร่องกล้าเลยมาเที่ยวที่นี้หลายครั้ง จึงมีความผูกพันกับชุมชนแห่งนี้ ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่แสนเรียบง่ายของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ด้วยความที่พระเอกหนุ่มมีจิตใจที่ชอบช่วยเหลือและทำบุญอยู่เป็นทุนเดิม จึงอาสาช่วยโฆษณางานตลาดนัดเด็กดอยให้กับโรงเรียนบ้านห้วยน้ำไซ     […]

ชีวิตนี้ไม่เสียชาติเกิด ครูลิลลี่ กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์

ชีวิตนี้ไม่เสียชาติเกิด ครูลิลลี่ กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ สมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณยังจำครูสอนภาษาไทยคนนี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สอนหนังสือเหมือนพูดทอล์กโชว์ได้ไหมชีวิตช่วงนั้นของ ครูลิลลี่ กิจมาโนชญ์ โรจนทรัพย์ แจ้งเกิดเต็มตัวจากการไปออกรายการ ตีสิบ เพราะมีจุดเด่นคือเป็นครูเพศที่สามที่ “จัดเต็ม” เป็นตัวของตัวเองด้วยการแต่งหญิงเต็มที่ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม แล้วสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งแถวสยามสแควร์ ด้วยลีลาการสอนที่ไม่เหมือนใคร เพราะทุกครั้งที่สอน ครูลิลลี่จะเหมือน “องค์ลง” คือเด็กต้องได้ทั้งสาระความรู้และความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นอักษรกลาง สูง ต่ำ คำเป็น คำตาย ครูลิลลี่จะสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวที่ไม่มีในตำราเรียนเพื่อให้เด็กๆ จดจำได้ เช่น อักษร ง-น-ม-ย-ว เป็นอักษรคำเป็น ดังนั้นวิธีการจำง่ายๆ คือจำว่า “มะนงยาเว่อะ เป็นคนเป็นๆ เป็นสาวพม่า” ส่วนอักษร ก-บ-ด เป็นคำตาย “เพราะเป็น กบฏจะต้องตาย” อย่างนี้เป็นต้น     ชีวิตคนดัง มีทั้งคนรักคนชัง ตอนนั้นมีแต่คนจำครูลิลลี่ได้ เราก็ต้องยิ้มตลอดเหมือนนางงาม ความเป็นส่วนตัวไม่มีเลย กลายเป็นคนสาธารณะ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้มีแต่คนรักไปเสียทั้งหมด […]

คู่รักต่างวัย ผู้นอบน้อมต่อธรรมชาติ

ไม้ร่ม รุ่ง ธรรมชาติอโศก คือคู่สามีภรรยาที่มีวิธีคิดและวิถีชีวิตที่แตกต่างจากคนทั่วไปอย่างสุดขั้ว

Room to Read : เยาวชนได้อ่านหนังสือดี ๆ ฟรีคือความสุขของเรา

Room to Read : เยาวชนได้อ่านหนังสือดี ๆ ฟรีคือความสุขของเรา โครงการ ห้องสมุด Room to Read ทํางานร่วมกับท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เริ่มจากจุดเล็ก ๆ คือความอยากนำหนังสือดี ๆ ให้เด็กในศรีลังกาได้อ่าน หนังสือดี ๆ 0 1 ย้อนกลับไปในปี 1998 จอห์น วู้ด (John Wood) กําลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและรุ่งโรจน์ในฐานะ ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดประจําภาคพื้นเอเชียของบริษัทไมโครซอฟท์ เขายังหนุ่มอายุเพิ่งจะ 39 ปีเท่านั้น ส่วนไมโครซอฟท์ก็กําลังเฟื่องฟูสุดๆ 0 หน้าร้อนปีนั้น จอห์นตัดสินใจใช้วันหยุดสองสัปดาห์เพื่อไปปีนเขาที่เนปาล สิ่งที่ทําให้เขาประทับใจกลับไม่ใช่ความงามของเทือกเขาหิมาลัย แต่คือการได้ไปเยือนโรงเรียนแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน Bahundanda และได้เห็นความกระตือรือร้นของเด็ก ๆ ที่อยากเรียนหนังสือทั้งที่โรงเรียนของพวกเขาเป็นเพียงอาคารเก่าทรุดโทรมหนึ่งหลัง ส่วนห้องสมุดซึ่งเป็นสถานที่แห่งความสุขและสําคัญที่สุดตามความคิดของจอห์นก็เป็นเพียงห้องเปล่า ๆ หนึ่งห้องมีหนังสือไม่กี่เล่ม ส่วนใหญ่เป็นนิยายหรือหนังสือนําเที่ยว ซึ่งนักปีนเขาที่ผ่านไปผ่านมาทิ้งไว้ให้ไม่มีเล่มไหนที่เหมาะสําหรับเด็ก แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้น เด็ก ๆ ก็ยังอ่านหนังสือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม 0 2 ภาพดังกล่าวทําให้จอห์นรู้สึกสงสารจับใจ […]

เผยอีกมุมหนึ่งของ เถ้าแก่เสือ พระเอกหน้าตี๋หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์

เผยอีกมุมหนึ่งของ เถ้าแก่เสือ พระเอกหน้าตี๋หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์  พระเอกหน้าตี๋ หัวใจมีธรรมะ เจมส์ มาร์ กับละครเรื่องล่าสุด ชาติเสือพันธุ์มังกรในบทบาทของทรงวาด หรือ เถ้าแก่เสือ     รู้สึกอย่างไรที่มารับบทเป็น เถ้าแก่เสือ ในละครเรื่อง ชาติเสือพันธุ์มังกร ละครเรื่องชาติเสือพันธุ์มังกรเป็นละครที่สะท้อนสังคมชาวจีนสมัยก่อน ตอนช่วงประมาณพุทธศักราชสองพันห้าร้อยกว่า ๆ พูดถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหลาย ๆ กลุ่มในเยาวราชที่ต่างแยกชิงอำนาจและมีปัญหาซึ่งกันและกัน แต่มีตัวละครตัวนี้ เถ้าแก่เสือ หรือเฮียเสือ เป็นเจ้าพ่อที่คุมทุกกลุ่มซึ่งได้รับหน้าที่มาจากเบื้องบนอีกทีหนึ่ง ยากไหมกับการเล่นบทนี้ ก็ทำการบ้านเยอะมาก เพราะเนื้อหาของละครเป็นเรื่องที่เกิดในสมัยอากง อาม่ายังหนุ่ม-สาว เลยปรึกษาและสอบถามท่านเป็นพิเศษถึงบรรยากาศในสมัยนั้น วิถีชีวิต เช่น การแต่งตัว รถยนต์ที่ใช้ในสมัยนั้นนิยมขับยี่ห้ออะไร คนจีนในสมัยก่อนกับสมัยนี้แตกต่างกันอย่างไร       สิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่คือศิลปะการป้องกันตัวที่เรียกว่า “กังฟู” เพราะพี่ฟิวส์ผู้กำกับ (กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล) ต้องการเปลี่ยนสไตล์การต่อสู้ให้แปลกใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องสนุกสำหรับผมในตอนนี้นะ ไปเรียนมาทั้งหมด 13 ครั้ง ผู้กำกับต้องการให้เรามีกระบวนท่าต่อสู้ที่ถูกต้อง แต่ลีลาจะอย่างไรอันนี้แล้วแต่เราเลย เถ้าแก่เสือเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่ไม่ใช่พระเอกที่เก่งไปซะทุกอย่าง […]

3 เรื่องเล่าในหลวง จากองคมนตรี…ความทรงจำประทับใจที่ไม่มีวันลบเลือน

เรื่องเล่าในหลวง ภาพจำที่องคมนตรีมีต่อพระมหากษัตริย์ผู้เปี่ยมพระวิริยอุตสาหะ พระมหากษัตริย์ผู้มีแต่ “ให้” พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก

หนูน้อยส่งจดหมายถึงพ่อบนสวรรค์ ไปรษณีย์อังกฤษตอบจดหมายกลับมาอย่างน่ารัก

หนูน้อยส่งจดหมายถึงพ่อบนสวรรค์ ไปรษณีย์อังกฤษตอบจดหมายกลับมาอย่างน่ารัก เจส ไฮด์แมน (Jase Hyndman) หนูน้อยวัย 7 ขวบชาวสกอตแลนด์ ขอให้ไปรษณีย์ช่วยส่งการ์ดวันเกิดไปให้คุณพ่อที่อยู่บนสวรรค์ เจมส์ ไฮด์แมน เสียชีวิตในปี 2014 ด้วยอายุเพียง 28 ปี เจสบอกแม่ของเขา เทรี่ ว่า เขาต้องการส่งการ์ดให้พ่อ เพราะทุกคนควรได้รับการ์ดอวยพรในวันเกิด ถึงแม้จะไม่ได้รับของขวัญก็ตาม หลังจากเขียนการ์ดถึงพ่อเสร็จ หนูน้อยก็จ่าหน้าซองด้วยข้อความชวนเศร้าว่า “คุณไปรษณีย์ครับ ช่วยส่งจดหมายฉบับนี้ไปสวรรค์ในวันเกิดของพ่อผมด้วยครับ ขอบคุณครับ”   หลังจากนั้นไม่กี่วัน เจสก็ต้องเซอร์ไพรซ์สุด ๆ เมื่อได้รับจดหมายตอบจาก รอยัล เมล ไปรษณีย์สหราชอาณาจักรว่า “ในระหว่างดำเนินการส่งจดหมายให้คุณก็พบเรื่องน่ากังวลบางประการ จึงถือโอกาสติดต่อมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าได้ส่งจดหมายให้แก่คุณพ่อของคุณบนสวรรค์เรียบร้อยแล้ว “เราต้องเผชิญอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งการหลบหลีกดวงดาวและวัตถุต่าง ๆ ในอวกาศบนเส้นทางไปยังสวรรค์ อย่างไรก็ตามได้โปรดมั่นใจว่าจดหมายสำคัญได้ส่งถึงผู้รับเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของรอยัล เมล คือ ต้องส่งจดหมายถึงปลายทางอย่างปลอดภัย เรารู้ว่าจดหมายนั้นสำคัญกับคุณเพียงใด เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าจดหมายได้ส่งถึงสวรรค์อย่างปลอดภัย” ท้ายจดหมายลงชื่อ ฌอน มิลลิแกน ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายจัดส่ง เทรี่ […]

กว่าจะมาเป็น นิทรรศการปฏิทิน นาย ณภัทร 2019 โครงการการกุศลเพื่อโรงเรียนที่ขาดแคลน

กว่าจะมาเป็น นิทรรศการปฏิทิน นาย ณภัทร 2019 โครงการการกุศลเพื่อโรงเรียนที่ขาดแคลน ดาราหนุ่ม นาย-ณภัทร เสียงสมบุญทำการกุศลอย่างต่อเนื่อง กับโครงการการกุศลล่าสุด นิทรรศการปฏิทิน นาย ณภัทร 2019 เพื่อโรงเรียนที่ขาดแคลน     นิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยนาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ดาราหนุ่มขวัญมหาชนที่โด่งดังมากในบทของบีมจากภาพยนต์เรื่องพรจากฟ้า ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3 เพลงคือ ยามเย็น (Love at sundown), ในดวงใจนิรันดร์ (Still on my Mind) และ พรปีใหม่     นาย ณภัทรชื่นชมการกุศลมากสังเกตได้ว่าภายในปีนี้ นาย ณภัทร ทำการกุศลไปแล้วถึง 3 อย่าง เช่น บริจาคเงินให้แก่มูลนิธิบ้านเด็กโสสะเนื่องในวันเกิด รับเงินบริจาคเป็นทุนการศึกษาให้เด็กแทนของขวัญแสดงความยินดีในการสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนานาชาติ มหิดล และล่าสุดนิทรรศการปฏิทิน นาย ณภัทร 2019     นาย […]

ดิ๊ก ฮอยต์ พ่อที่แกร่งที่สุดในโลก

ดิ๊ก ฮอยต์ พ่อที่แกร่งที่สุดในโลก คุณคิดว่าความรักของพ่อยิ่งใหญ่ขนาดไหน… ลองติดตามเรื่องราวของพ่อวัยชราผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ แต่ยังคงมุ่งมั่นพาลูกชายที่พูดและขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ลงแข่งวิ่งมาราธอนและคนเหล็กไตรกีฬาในนาม ทีมฮอยต์ (TeamHoyt) คนนี้ดู ย้อนไปเมื่อประมาณ 56 ปีที่แล้ว ดิ๊ก และ จูดี้ ฮอยต์ ได้ให้กำเนิดริก ฮอยต์ ทารกเพศชายผู้โชคร้ายถูกรกพันคอ ทำให้สมองขาดออกซิเจนนานจนบางส่วนตาย เขาจึงไม่สามารถควบคุมส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ แพทย์แนะนำให้ทิ้งหนูน้อยไว้ที่โรงพยาบาลดีกว่าพากลับไปเลี้ยงในสภาพที่ไม่ต่างจาก“ผักไปตลอดชีวิต แต่ครอบครัวฮอยต์ยืนกรานที่จะพาลูกชายกลับบ้าน และตั้งใจจะเลี้ยงดูไม่ให้ต่างจากคนปกติ   ผู้เป็นพ่อพาเด็กน้อยไปรับการทดสอบเพื่อหาทางให้เขาสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ แต่คำตอบคือ “”ไม่มีทาง”” แต่กระนั้นดิ๊กก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ ท้าให้เจ้าหน้าที่ผู้ทดสอบลองเล่าเรื่องตลกให้ลูกชายฟัง ผลคือหนุ่มน้อยวัย 11 ขวบสะอึกหัวเราะออกมา เหตุการณ์ในวันนั้นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือสะกดคำด้วยการใช้ศีรษะสัมผัสปุ่มทำให้ริกสามารถสื่อสารกับคนรอบตัวได้เป็นครั้งแรก แต่แทนที่ประโยคแรกที่ริกสื่อสารจะเป็น“ “พ่อครับ แม่ครับ สวัสดีครับ”” กลับเป็น ““(บอสตัน) บรูอินส ์ สู ้ สู้!” ” นั่นทำให้ครอบครัวรู้ว่า ริกชอบกีฬาแถมยังติดตามความเคลื่อนไหววงการฮอกกี้ไม่ต่างจากคนปกติด้วย ความชื่นชอบในเกมการแข่งขันทำให้ริกใฝ่ฝันอยากลงแข่งวิ่งมาราธอน เพื่อหาทุนช่วยเพื่อนร่วมชั้นไฮสกูลที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาต คำขอนี้อาจจะฟังดูเหมือนเรื่องตลก แต่ดิ๊กกลับไม่คิดอย่างนั้น ดิ๊กผู้เรียกตัวเองว่า ““หมูอ้วนที่ไม่เคยวิ่งได้เกินหนึ่งไมล์”” […]

เรื่องลึกลับจากป่าลึก ของ ต๊อก – ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

เรื่องลึกลับจากป่าลึก ของ ต๊อก – ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ – ป่าเป็นสถานที่ที่คนจำนวนไม่น้อยเคยสัมผัสประสบการณ์อันไม่สามารถอธิบายได้อยู่เสมอ รวมทั้งตัวผมด้วย ตอนยังเป็นเด็ก ครั้งหนึ่งผมติดตามพ่อซึ่งเป็นตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษไปเดินป่าในพื้นที่ทางภาคเหนือพร้อมกับแม่ พี่สาว น้องชาย และเพื่อนของพ่ออีก 2 – 3 คน คณะเราออกเดินทางเวลาประมาณตีสี่ ตั้งใจจะไปถึงจุดหมายปลายทางประมาณสองถึงสามทุ่ม เป็นการเดินทางที่ลำบากมาก ต้องเดินเท้าข้ามเขาเป็นสิบลูก เดินกันจนไข่ดันบวม ปวดขาไปหมด ระหว่างทางผมรู้สึกเบื่อ จึงนำกระป๋องนมของน้องชายมาเคาะเล่นเพื่อให้เกิดเสียง ชาวเขาซึ่งเป็นพรานนำทางที่มาด้วยกันได้เตือนว่า “อย่าตีกลองในป่า เพราะหมายถึงการเรียกผีให้มาหา” ผมไม่สนใจและไม่เชื่อ ยังทำตัวเหมือนเป็นอินเดียน่า โจนส์ เคาะกระป๋องไปเรื่อยเปื่อย เดินไปได้สักพักเจอศาลาที่ทางสามแพร่ง ข้าง ๆ ศาลามีกระทงเซ่นไหว้ซึ่งมีธูปปักวางบนพื้น ผมหยิบหนังสติ๊กยิงหินเข้าใส่กระทงเหล่านั้น เดินผ่านบ้านคนก็ขว้างหินใส่ตามประสาเด็กคึกคะนองที่ใครเตือนก็ไม่ฟัง ทั้งคณะที่เดินทางไปด้วยกันมีแต่ผมเล่นสนุกแบบนี้อยู่คนเดียว คณะเดินทางมาถึงหมู่บ้านปลายทางประมาณสองทุ่ม ผมนอนหลับไป เช้ารุ่งขึ้นผมจำได้แค่ว่า ตื่นแล้ว แต่ลุกไม่ขึ้น และรู้สึกว่ามีคนกำลังวุ่นวายทำอะไรสักอย่างรอบ ๆ ตัวผม แม่มาเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตอนกลางคืนผมไข้ขึ้นสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส พ่อต้องติดต่อตำรวจตระเวนชายแดนให้ช่วยส่งเฮลิคอปเตอร์มารับไปโรงพยาบาล ระหว่างที่รอ แม่คอยเช็ดตัวให้ตลอดเวลา […]

“ดูโขนสอนใจ” แง่คิดดี ๆ ที่ได้จากการชมมหรสพเก่าแก่ของชาติเรา

“ดูโขนสอนใจ” แง่คิดดี ๆ ที่ได้จากการชมมหรสพเก่าแก่ของชาติเรา โขนเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงและมหรสพประจำชาติไทย เรื่องที่นิยมเล่นมากที่สุดในการแสดงโขนคือ “รามเกียรติ์” หรือ “รามายณะ” เป็นเรื่องราวการอวตารภาคหนึ่งของพระนารายณ์เพื่อมาปราบยุคเข็ญบนโลกมนุษย์   โขนพระราชทาน โขนพระราชทาน หรือโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ได้แก่ ชุดศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ ชุดนางลอย ชุดศึกมัยราพณ์ ชุดจองถนน ชุดศึกกุมภกรรณ ตอนโมกขศักดิ์ ชุดศึกอินทรชิต ตอนนาคบาศ และชุดศึกอินทรชิต ตอนพรหมาศ ที่นำกลับมาแสดงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้นได้งดการแสดงไปสองปี และกลับมาเปิดการแสดงใหม่ในปีนี้คือ ชุด พิเภกสวามิภักดิ์ ระหว่างวันที่ 3 พ.ย. – 5 ธ.ค. 2561 นอกเหนือจากผู้ชมจะได้ชื่นชมการแสดงอันรวบรวมศิลปะช้ันสูงของไทยในทุก ๆ ด้านเข้าด้วยกันแล้ว โขนเรื่องรามเกียรติ์ยังสอดแทรกคติสอนใจในเรื่องต่าง ๆ ไว้อย่างแยบคาย มาดูกันว่าดูโขนดูละครแล้วได้คิดอะไรกันบ้าง   ชุดนางลอย นางลอยเป็นตอนที่ทศกัณฐ์สั่งให้นางเบญกายแปลงกายเป็นนางสีดา […]

เบญจมินทร์ ฝรั่งหัวใจไทย ผู้ต่อลมหายใจให้การแสดงโขน

เบญจมินทร์ ฝรั่งหัวใจไทย ผู้ต่อลมหายใจให้การแสดงโขน “ถ้าไม่มีโขน…ไม่รู้ผมจะอยู่ได้หรือเปล่า” เบญจมินทร์ ตาดี ฝรั่งหัวใจไทย ผู้มีส่วนช่วยในการต่อลมหายใจของ “โขน” กล่าวขึ้น… ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เบญจมินทร์ หนุ่มชาวแคนาดา มีโอกาสได้มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากเรียนภาษาที่ไม่คุ้นเคยและอยากท่องเที่ยวไปให้ไกลบ้านที่สุด สิ่งที่เด็กหนุ่มคนนี้รู้จักเกี่ยวกับประเทศไทยในขณะนั้น ก็มีเพียงคนพูดภาษาแปลก ๆ และคนจำนวนมากนับถือศาสนาพุทธ เมื่อมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย  ครูได้แนะนำให้เบญจมินทร์รู้จัก “โขน” เป็นครั้งแรก โดยให้ “เบญ” เข้าเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์สุโขทัย “ครั้งแรกที่ได้เห็นพี่ ๆ น้อง ๆ ซ้อมโขน…ทั้งที่ทุกคนยังไม่ได้แต่งตัว ยังไม่มีเพลง  แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกขนลุกขึ้นมา ตอนนั้นจึงตัดสินใจลงเรียนโขนทันที”  เบญจมินทร์ต้องใช้ความพยายามและใจรักเป็นสองเท่าในการฝึกซ้อม  โดยทุกครั้งเขาต้องมีสมุดจดท่ารำที่เขียนเป็นภาษาคาราโอเกะ  ภาษาไทยและภาษาอังกฤษอธิบาย  พร้อมวาดรูปประกอบติดตัวอยู่ตลอด เวลา 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เบญจมินทร์จำต้องบินกลับแคนาดาเพื่อไปเรียนต่อ  แม้เขาจะพยายามขอพ่อแม่มาเรียนในประเทศไทยก็ตาม  ทว่าทั้งคู่กลับยื่นคำขาดให้เขากลับไปเรียนปริญญาตรีให้จบเสียก่อน  เบญจมินทร์จึงกลับไปศึกษาต่อปริญญาตรี  สาขาศิลปวัฒนธรรมจนจบก่อนตัดสินใจมาเรียนต่อปริญญาโทในประเทศไทย “ตอนมาเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศไทยยังรู้สึกเฉย ๆ  แต่พอมาเห็นโขนก็อยากเรียนใหม่อีก  เสียดายที่เริ่มเรียนช้า…แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เรียน              “พอบอกพ่อแม่  ตอนแรกเขาก็ห่วงแต่ผมบอกเขาว่า ‘ผมเลือกเองที่จะอยู่ที่นี่เพราะมีความสุข’…ในเมื่อลูกชายมีความสุขพ่อแม่ก็ย่อมมีความสุขตาม  เขาจึงยอมให้ผมเรียน                “ผมพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้สอบปริญญาโทให้ได้  ทั้งเรียนอ่าน  พูด  เขียนเป็นภาษาไทย  เรียนร้องและรำโขน  เพราะถ้าอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโขนก็ต้องอ่านหนังสือไทยออก  หรือถ้าอยากฟังโขนซึ่งเป็นคำโบราณ  มีราชาศัพท์ได้  เราก็ต้องฟังคำไทยออก” แม้แต่คนไทยเอง  การอ่านร้อยแก้วร้อยกรอง และคำโบราณยังเป็นเรื่องยาก และเข้าไม่ถึง  ทว่าทั้งหมดนี้กลับไม่ยากไปกว่า “ความพยายาม”  ซึ่งเบญจมินทร์ได้พิสูจน์ให้ทุกคน  รวมถึงกรรมการคุมสอบปริญญาโท  สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์*เห็นแล้วว่า  ฝรั่งหัวใจสยามอย่างเขาสามารถร้อง รำ  และเล่นโขนได้ไม่ต่างจากคนไทยเช่นกัน “ครูบอกว่า  ตอนแรกเห็นว่าเป็นฝรั่งไม่เชื่อว่าจะรำโขนได้  แต่ครูเห็นถึงความตั้งใจจริงและเห็นว่าทำได้จริง ๆ จึงให้ผ่าน”เบญจมินทร์จึงเป็นฝรั่งคนแรกและคนเดียวในประเทศไทยที่ได้เข้าเรียนในระดับปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ “ตอนเด็กผมเล่นยิมนาสติกทำให้ตัวอ่อน  โตมาก็ได้มาเรียนแลกเปลี่ยนเรียนโขน…ผมรู้สึกเหมือนเป็น Destiny…เป็นโชคชะตาที่ทำให้ผมได้เรียนโขน” เบญจมินทร์มีความฝันว่าอยากแสดงโขนให้เก่งและช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง “โขนสอนให้ผมรู้จักวัฒนธรรมไทยแบบโบราณ อย่างการเดินเข่าเข้าไปหาอาจารย์…ตอนนี้กลายเป็นเรื่องธรรมชาติไปแล้วที่ผมต้องยกมือไหว้ผู้ใหญ่  ต้องเคารพคนแก่กว่าและนั่งต่ำกว่าผู้อาวุโส”  แม้สถานที่ที่เบญจมินทร์จากมาจะไม่มีระบบอาวุโส  แต่เบญจมินทร์ก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ผมชอบแบบนี้…ผมถูกใจแล้ว”   แม้การซ้อมโขนจะหนัก  แต่เบญจมินทร์ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ไปเรื่อย ๆเพราะ “โขนไม่มีวันหยุด” “ผมไม่เคยรู้สึกท้อเลย  อยากตื่นมาซ้อมโขนทุกวัน  ถ้าไม่ซ้อมจะไม่สบายใจและคงไม่มีวันที่จะไม่ไหวหรือไม่เอาอีกแล้ว…ตอนนี้โขนอยู่ในสายเลือดของผมแล้ว” เบญจมินทร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ           “โขนเป็นความฝันของผม เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง…ผมโชคดีที่มีโอกาสได้เลือก  ได้ทำความฝันให้กลายเป็นความจริง…ถ้าไม่มีโขน  ไม่รู้ผมจะอยู่ได้หรือเปล่า…” เบญจมินทร์อุทิศตัวศึกษาโขนอย่างจริงจัง  ส่วนหนึ่งเพราะใจรัก  อีกส่วนเป็นเพราะ… “ถ้าชาวต่างชาติมาเรียนโขน  มาเรียนวัฒนธรรมของ ‘เรา’  ผมก็จะสามารถอธิบายได้ว่า โขนเป็นอย่างไร  และอธิบายความรู้สึกให้เขาเข้าใจ  ไม่ใช่แปลอย่างเดียว  แต่ไม่เข้าใจถึงความรู้สึก  และนี่เป็นหน้าที่ของเราซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยให้โขนมีชีวิตอยู่ต่อไป “หลายครั้งที่พอถอดหัวโขนออก  คนจะตกใจที่ผมเป็นฝรั่ง  ซึ่งผมก็ว่าดี  เพราะถ้าผมเป็นประโยชน์  ได้ช่วยให้คนหันมาสนใจโขนมากขึ้นว่า  ‘เอ๊ะ  ทำไมฝรั่งเล่นได้…ถ้าฝรั่งยังทำได้  ทำไมเราคนไทยจะทำไม่ได้’ ผมก็ยินดี  เพราะผมไม่อยากให้คนไทยลืมรากเหง้าของตัวเองว่ามาจากไหน”      เป้าหมายสูงสุดในเส้นทางสายนาฏศิลป์ไทยของเบญจมินทร์คือ  การได้แสดงเฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เพราะถ้าไม่มีในหลวง  พระราชินี  โขนคงไม่สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้…นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อจะได้แสดงความสามารถต่อหน้าพระพักตร์…สักครั้งหนึ่งในชีวิต…ในฐานะฝรั่งที่มีใจรักความเป็นไทย แน่นอนว่า ฝรั่งหัวใจสยามผู้นี้ได้กลายเป็นขวัญใจผู้ชมทุกเพศทุกวัย  ทั้งเด็ก  ผู้ใหญ่  ชาวไทยและต่างชาติไปแล้วโดยเฉพาะพวกเราชาวไทยนั้น  นอกจากชื่นชมในความสามารถของเขาแล้ว  ก็ควรที่จะยกย่องเขาด้วย  เพราะแม้จะเป็นคนต่างชาติ  แต่เขาก็ตระหนักในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย  และพร้อมจะอนุรักษ์ให้คงอยู่คู่แผ่นดินของเราตลอดไป  * สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตั้งอยู่บริเวณวังหน้า ในอดีตเคยเป็นสถานที่ประทับของเจ้าฟ้า - เจ้าแผ่นดิน ภายหลังกลายเป็นโรงละครแห่งชาติและวิทยาลัยนาฏศิลป ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนาฏศิลปินทุกคน เรื่อง เบญจมินทร์ ตาดี  เรียบเรียง ณัฐนภ ตระกลธนภาส  ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี Secret Magazine (Thailand)

keyboard_arrow_up