ปู่เย็น ผู้เป็นต้นแบบของชีวิตพอเพียง

ปู่เย็น ผู้เป็นต้นแบบของชีวิตพอเพียง ถ้านัยของคำว่า “”พ่อ”” หมายถึงผู้ชายสักคนที่เรายึดถือเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ผู้เฒ่าแห่งลำน้ำเพชรบุรีนามว่า ““ปู่เย็น” ”คนนี้ คงมีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เพราะในครั้งแรกที่วิถีชีวิตของปู่ปรากฏบนจอโทรทัศน์ครั้งแรกผ่านรายการ ““คนค้นฅน”” เมื่อปี 2548 ปู่ก็กลายเป็นต้นแบบของชีวิตที่คนทั้งประเทศเห็นพ้องต้องกันทันทีว่า…ทั้งน่าอิจฉา ทั้งน่าเอาอย่าง น่าอิจฉา…เพราะปู่มีสิ่งให้ยึดติดอยู่น้อยเหลือเกิน นอกจาก ““กินให้อิ่ม นอนให้อุ่น” ”แล้ว ก็ไม่เห็นว่าปู่จะต้องทุกข์ต้องร้อนเรื่องอะไรอีก น่าเอาอย่าง…เพราะรูปแบบชีวิตเช่นนี้ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร นับแต่วันที่ภรรยาคู่ยากตายจาก คำว่า “”ครอบครัว”” ของ“ “นายเย็น แก้วมะณี”” หรือ “”ปู่เย็น”” ก็หมดความหมายลง ความที่ปู่เป็นหมัน จึงไม่มีลูกหลานสืบสายเลือด มีเพียงแต่ลูกบุญธรรมที่เติบโตแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง เมื่อไม่มีบุคคลอันเป็นที่รักร่วมชายคา ““บ้าน”” ก็หมดความหมายลงไปด้วย ปู่จึงตัดสินใจหอบเสื่อ หมอน และหิ้วรูปของคนรักลงมาอยู่ในเรือ อาศัยแม่น้ำเพชรบุรีช่วยเห่กล่อมให้นอนหลับ ปู่เย็นรักสันโดษมาแต่ไหนแต่ไร บทบัญญัติของศาสนาอิสลามที่ปู่เย็นนับถือทำให้ปู่กินเขียมอยู่เขียม ตกค่ำวางข่ายดักปลา ตื่นเช้ามาแกงปลากิน ปลาเหลือก็หิ้วไปขาย ได้เงินมาเล็กน้อย ปู่ก็เก็บไว้ซื้อพริกซื้อกระเทียมมาแกงปลากินในวันต่อไป ชีวิตปู่มีตรรกะอยู่เท่านี้…มีก็อิ่ม ไม่มีก็อด ขอใครไม่เป็น กู้เงินไม่เป็น อย่าว่าแต่จะโป้ปดคดโกงใคร แต่ถ้าพูดถึงเรื่องน้ำจิตน้ำใจ ปู่เย็นกลับมีไว้แจกจ่ายใครๆ […]

อลัน นายแมน เบื้องหลัง “ความงก” คือหัวใจอันยิ่งใหญ่

อลัน นายแมน (Alan Naiman) ได้ชื่อว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวสุด ๆ ถึงขั้นที่ใคร ๆ ให้ความเห็นว่า “งก” เลยทีเดียว แต่ทว่าไม่มีใครหรือแม้แต่ครอบครัวญาติพี่น้องที่สนิทที่สุด ล่วงรู้ถึงทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่เขาเก็บงำไว้มานาน และแผนการระยะยาวที่เขาวางไว้เพื่อจัดการกับเงินเหล่านั้น อลันทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์อยู่ที่รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 63 เมื่อเดือนมกราคม ปี 2561 ก่อนจากไปเขาได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจด้วยการทำพินัยกรรมบริจาคทรัพย์สิน 11 ล้านเหรียญให้กับองค์กรการกุศล 6 แห่ง ที่ช่วยเหลือเด็กยากไร้ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และถูกทอดทิ้ง ซึ่งเงินจำนวนมหาศาลนี้สร้างความเซอร์ไพรซ์สุด ๆ ให้กับบรรดาผู้ได้รับผลประโยชน์และเพื่อนฝูงคนสนิทของเขา จะไม่ให้งงได้อย่างไร เพราะอลันชาวเมืองซีแอตเติลผู้นี้ใช้ชีวิตสุดแสนประหยัดมาก เช่น ใช้เทปกาวแปะรองเท้าเวลารองเท้าชำรุด คอยหาส่วนลดเพื่อไปซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตตอนช่วงใกล้ปิด และพาเพื่อนซี้ไปกินมื้อกลางวันตามร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่เคยไปกินร้านดี ๆ เรียกได้ว่าเขาเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์และที่สำคัญ เขาเกลียดการเป็นหนี้ อลันเป็นชายโสด เขาเป็นคนรักเด็กมาก เขาจะหางานพิเศษทำนอกเหนือจากงานประจำตลอดเวลา เพื่อเก็บออมเงิน และแทบจะไม่ใช้จ่ายเพื่อตัวเองเลย นั่นเป็นเพราะเขาได้เห็นความอยุติธรรมของชีวิตที่เกิดกับเด็ก ๆ ที่อ่อนแอ อีกสาเหตุหนึ่งคือ อลันอุทิศตนมาตลอดชีวิตในการดูแลพี่ชายของเขาซึ่งมีความบกพร่องทางด้านพัฒนาการ และเรื่องนี้มีอิทธิพลกับชีวิตของอลันมาก แต่อลันแทบไม่พูดถึงเรื่องนี้เลย […]

มาร์ตติ อาห์ติซารี พ่อผู้ให้สันติภาพแก่โลก

มาร์ตติ อาห์ติซารี พ่อผู้ให้สันติภาพแก่โลก สันติภาพเป็นสิ่งสวยงาม ที่ใดไม่มีสันติภาพ ที่นั้นย่อมมีแต่ความเศร้าโศกและความเดือดร้อนกระจายอยู่ทั่วทุกหย่อมหญ้า มาร์ตติ อาห์ติซารี (Martti Ahtisaari) อดีตประธานาธิบดีคนที่ 10 ของฟินแลนด์ วัย 81 ปี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2008 คือผู้ทำหน้าที่สลายความขัดแย้งทางการเมือง ยุติสงครามและความรุนแรงในดินแดนสามทวีป คือ แอฟริกา เอเชียและยุโรป ได้สำเร็จ เขาเป็นผู้ที่ทำให้กรณีพิพาทในเรื่อง เอกราชของโคโซโว ซึ่งยืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปียุติลง นับเป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างจากอีกหลายสิบผลงานการสร้างสันติภาพของบุรุษผู้นี้ ชีวิตนับล้าน หลากหลายเชื้อชาติ ต่างศาสนา กลับมามีรอยยิ้มสดใสได้ในวันนี้ ด้วยเพราะปณิธานที่อาห์ติซารียึดมั่นมากว่าสี่ทศวรรษว่า “เขาจะ“ทำงานเพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน”” อาห์ติซารีกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเป็น “นักรณรงค์เพื่อสร้างสันติภาพ” ว่ามีที่มาจากช่วงชีวิตในวัยเด็ก ซึ่งเขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองของดินแดนปกครองตนเอง (ฟินแลนด์) ภายใต้จักรวรรดิโซเวียต และประสบกับพิษภัยสงครามที่ทำให้พ่อต้องจากบ้านไปเพื่อรับใช้ชาติ แม่ต้องพาเขาระหกระเหินอพยพไปยังเมืองเอาลู (Oulu) ทางตะวันออกของฟินแลนด์ เพื่อโอกาสทางอาชีพและการศึกษาที่ดีกว่า     อาห์ติซารีสำเร็จการศึกษาด้านศึกษาศาสตร์ และเดินทางไปเป็นครูเพื่อช่วยพัฒนาระบบการศึกษาในปากีสถานอยู่ถึง 3 ปี แต่กระนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่า ““นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง”” […]

ชะตาชีวิตที่ถูกกำหนด

ชะตาชีวิตที่ถูกกำหนด – เรื่องเล่าลึกลับ นานกว่า 5 ปีที่ฉันไม่ได้ข่าวคราวน้องหนุงหนิง ลูกสาวเพื่อนพ่อที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน เธออ่อนกว่าฉันประมาณหนึ่งปีเห็นจะได้ แม่ของหนุงหนิงย้ายไปสอนหนังสือที่จังหวัดหนองบัวลำภู และตั้งแต่นั้นฉันก็ไม่ได้รับข่าวคราวเธออีกเลย เมื่อก่อนเรามักพบกันบ่อย ๆ เมื่อหนุงหนิงตามแม่ไปที่โรงเรียนในช่วงวันหยุดหรือมีการจัดงานเลี้ยงที่โรงเรียน ฉันเองก็ตามพ่อไปเหมือนกัน ด้วยความที่เราทั้งคู่เป็นคนขี้อาย เวลาพบกันจึงได้แต่ยิ้มให้กันเท่านั้น แต่ฉันก็พอจะรู้ว่าเธอเป็นเด็กดี เรียบร้อย น่ารัก ไม่ค่อยพูด นั่นคือภาพที่ฉันจดจำเธอได้ จนกระทั่งได้ฟังเรื่องราวของเธออีกครั้งจากพ่อ พ่อเล่าเรื่องน้องหนุงหนิงให้ฉันฟังหลังจากห่างหายกันไปนาน…เรื่องที่เล่าไม่ใช่เรื่องที่ฉันอยากรู้ อย่างตอนนี้เธอเรียนที่ไหนเป็นอย่างไรบ้าง ตามประสาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่เรื่องที่ฉันได้ฟังกลับเป็นว่า เธอได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต! หนุงหนิงเสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างทางที่เธอนั่งรถกลับจากโรงเรียนจะกลับบ้าน วันนั้นเธอนั่งรถมาพร้อมกับญาติ แต่เคราะห์ร้าย รถที่เธอนั่งมาเสียหลัก เพราะมีรถอีกฟากถนนพุ่งข้ามเกาะกลางมาชนเข้ากับรถของหนุงหนิงอย่างจัง เธอต้องจบชีวิตลงด้วยวัยเพียง 17 ปี หนุงหนิงเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เพราะรถพุ่งชนด้านที่เธอนั่งพอดี แต่การเสียชีวิตของเธอมีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นหลายอย่างสอดคล้องกัน จนนำไปสู่ความคิดของพ่อแม่หรือคนใกล้ชิดว่าการสูญเสียในครั้งนี้คงเป็นวันเวลาที่เธอต้องจากไปแล้วจริง ๆ เพราะเธอมีเรื่องเกี่ยวพันกับเลข 17 มาตลอดคือ เธอเกิดวันที่ 17 วันที่เกิดอุบัติเหตุก็เป็นวันที่ 17 และเวลาที่เธอเสียชีวิตก็เป็นเวลา 17 นาฬิกาพอดี และที่บังเอิญยิ่งกว่านั้นคือ เลขทะเบียนรถของรถที่พุ่งเข้าชนลงท้ายด้วยเลข 17 เช่นเดียวกัน การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้มีเพียงหนุงหนิงเท่านั้นที่เสียชีวิต […]

True Story : สึนามิ กับความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมมาตลอด ยิ่งเมื่อต้องประสบกับเหตุการณ์ร้ายจาก สึนามิ ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า ตัวเองคงทำกรรมร่วมกันมา ทั้งกับ “คน” และ “ไม่ใช่คน” อย่างแน่นอน! 14 ปีมาแล้วที่วันที่ 26 ธันวาคมทำให้ผมหวนระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น พร้อมกับหลายความรู้สึกระคนกัน ทั้งหวาดกลัวขวัญผวา น้ำตาซึมกับภาพติดตาที่ยากจะลบเลือนออกไปจากความทรงจำ และอดซาบซึ้งใจไม่ได้เมื่อนึกถึงว่า ครั้งหนึ่งผมรอดตายมาได้เพราะใคร ไม่น่าเชื่อว่าเราไม่ได้สื่อสารกันด้วย “คำพูด” แต่เขากลับรู้ว่าผมต้องการความช่วยเหลือและสามารถมาช่วยผมได้ทันเวลา ถ้าไม่ใช่เพราะจิตของผมกับจิตของเขาเคยทำกรรมร่วมกันมา ก็ไม่ทราบว่าจะเรียกว่าอะไร… ผมเป็นคนจังหวัดนนทบุรี ที่บ้านทำสวนผลไม้ ผมเป็นน้องคนสุดท้องและขี้โรคมาตั้งแต่เด็ก คนในบ้านจึงต้องคอยดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคุณยายที่มักจะพาผมไปวัดด้วยเสมอ และพร่ำสอนให้ผมทำความดี เมื่อโตขึ้นผมจึงคิดเสมอว่าจะไม่ทำร้ายใคร ไม่เอาเปรียบคนอื่น และไม่คดโกง หลังเรียนจบคณะรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผมได้งานแรกเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  ต่อด้วยการเป็นพนักงานธนาคารที่ก้าวหน้าในอาชีพจนได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการเงินฝากที่สำนักงานใหญ่ แต่ด้วยบรรยากาศการทำงานที่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทำให้ผมรู้สึกเบื่อจึงตัดสินใจลาออก ทิ้งเงินเดือนมากมายไปทำอาชีพใหม่ หลังลาออกจากงานธนาคาร ผมก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีก 2 คนไปประมูลสายเคเบิลที่หมดอายุขององค์การโทรศัพท์นำพวกทองแดงไฟเบอร์มาขาย แรก ๆ ธุรกิจของเราก็เป็นไปด้วยดี แต่สุดท้ายเพื่อนผู้หญิงที่ร่วมหุ้นด้วยกันก็แอบนำสายเคเบิลที่เราซื้อมาไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ ครั้งนั้นนอกจากผมจะเสียเพื่อนแล้ว ผมยังสูญเสียธุรกิจนี้ไปอีกด้วย แม้เพื่อนจะคืนเงินบางส่วนมาให้แต่สรุปแล้วก็คือไม่ได้กำไร ความล้มเหลวในครั้งนั้นทำให้ผมเครียดมากที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ จากนั้นเมื่อตั้งหลักได้ ผมก็เริ่มมองหาอาชีพใหม่ที่ตัวเองรัก นั่นคือการรับจัดสวนเพราะผมชอบปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะทำอาชีพนี้ บังเอิญไปจัดสวนหน้าร้านกาแฟให้กับพี่ของเพื่อนใครผ่านไปผ่านมาเห็นแล้วชอบ ทำให้ผมมีงานเรื่อยมา จากงานหลักหมื่นเป็นหลักแสน และหลังสุดเป็นหลักล้าน ผมกับเพื่อนคาดกันว่าเราจะได้กำไรเยอะเลยทีเดียว และครั้งนี้เราคงยิ้มได้อีกครั้ง แต่งานหลักล้านชิ้นแรกนี้เองที่ชักนำให้ผมก้าวเข้าไปสู่บ่วงกรรมที่มีผู้คนอีกนับร้อยต้องมาจบชีวิตลงด้วยกัน เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อผมได้รับงานจัดสวนในรีสอร์ตเปิดใหม่ที่เขาหลัก ตัวโครงสร้างรีสอร์ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่การจัดสวนที่ผมกับเพื่อนต้องเข้าไปจัดการครั้งนั้นเราไปพักที่ตะกั่วป่า ห่างจากรีสอร์ตไปประมาณ 30 กิโลเมตร เช้าวันที่เกิดสึนามิ พวกเรายังเปิดทีวีในห้องพักดูกันอยู่เลย เรารู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยแต่ไม่คิดว่าเป็นแผ่นดินไหว เพราะข้าง ๆ ที่พักกำลังมีการก่อสร้างหลังจากนั้นเราก็ออกมาทานอาหารเช้ากันที่ร้านขนมจีนที่อยู่ระหว่างทางไปรีสอร์ต ความจริงแล้วเราตั้งใจจะเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม แต่คงเป็นเพราะกรรมเก่าของพวกเรา ทำให้เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มอยากกลับไปที่รีสอร์ตอีกครั้งตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะรู้สึกว่าไฟในสวนที่จัดไว้เมื่อวานยังไม่สวย เราก็เลยตั้งใจจะย้อนกลับไปดูอีกครั้งก่อนกลับ เช้าวันนั้นขณะที่ผมกำลังยืนคุยอยู่กับเจ้าของรีสอร์ตที่สระว่ายน้ำหลังทำงานเสร็จ สักพักก็ได้ยินเสียงคนตะโกนมาจากชายหาดว่าน้ำแห้ง ผมมองไปก็เห็นน้ำทะเลแห้งลงไปจริง ๆ แห้งหายไปจากชายหาดประมาณ 2 กิโลเมตร ไกลสุดลูกหูลูกตา เห็นโขดหินใต้น้ำโผล่ขึ้นมามีปลาในทะเลกระโดดดิ้นอยู่บนพื้นทราย เรือหลวงที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ก็พลิกคว่ำ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ เพื่อนผมเดินไปที่รถเพื่อนำกล้องมาถ่ายภาพ ส่วนพี่ชายของเพื่อนกลับเดินลงไปดูใกล้ ๆ และทันใดนั้นเอง น้ำทะเลก็ตีกลับเข้ามาเป็นคลื่นแตกฟองสีขาว ๆ  แล้วค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำ พร้อมกับความสูงของคลื่นที่เพิ่มจาก 2 เมตรเป็น 3 เมตร คราวนี้เริ่มมีคนตะโกนบอกให้วิ่ง ผมพยายามวิ่งจากสระว่ายน้ำเข้ามายังรีสอร์ต วิ่งไปก็หันกลับไปมอง  เห็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ และคนรู้จักที่อยู่แถวนั้นโดนคลื่นซัดเข้าหารีสอร์ต ในขณะที่ตัวผมเองก็วิ่งหนีอย่างสุดชีวิต! ที่สุดคลื่นก็ซัดเข้ามาหาผม โชคดีที่ผมเกาะต้นมะพร้าวที่เพิ่งปลูกต้นหนึ่งซึ่งโดนกระแสน้ำพัดพามาเอาไว้ได้ แต่ผมก็เกาะไว้ได้ไม่นาน เพราะกระแสน้ำเชี่ยวกรากเหลือเกิน ทำให้ต้นมะพร้าวหลุดมือไป ผมไหลไปตามกระแสน้ำตามยถากรรม รู้สึกเจ็บที่หลัง เพราะคลื่นซัดไปโดนเสาบ้างต้นไม้บ้าง แต่ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อไม่มีอะไรให้ยึดเกาะ ผมก็จมลงไปใต้น้ำเมื่อโผล่ขึ้นมาหายใจได้สักพักก็เจอคลื่นอีกเป็นอย่างนี้อยู่ 4 รอบจนผมเริ่มถอดใจรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดใจตาย ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะต้านทานสิ่งใดได้อีกต่อไป เมื่อจมลงไปในน้ำอีกครั้ง ผมยกมือไหว้ท่วมหัว พูดในใจว่า “พ่อจ๋า แม่จ๋าลูกลาก่อน เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองคงตายแน่ ๆ แต่แล้ว ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดันตัวผมขึ้นจากน้ำ แล้วบังเอิญมีฝาของลังโฟมลอยมาพอดี ผมจึงเกาะไว้ได้ จังหวะนั้นผมเงยหน้าไว้เพื่อให้ตัวเองหายใจได้อย่างเดียว ไม่สนใจแล้วว่าน้ำจะซัดไปทางไหน มารู้ทีหลังว่าผมถูกน้ำพัดพามาไกลจากชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร  ข้ามถนนเพชรเกษมอีกฝั่งเข้าไปอยู่ในชายป่า สักพักผมก็ได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือศีรษะ ส่วนตาของผมมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด เพราะแว่นที่ใส่ประจำหลุดหายไปแล้ว ตอนนั้นผมรู้แต่ว่าตัวเองไปนอนอยู่ที่พื้นดินที่มีลักษณะเป็นแอ่งรอบ ๆ ตัวมีเศษซากข้าวของ รวมถึงคนนอนทับนอนหงายกันอยู่มากมาย และส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ผมพยายามขยับตัวแต่ขยับไม่ได้เจ็บแปลบที่ไหปลาร้าและกระดูกสันหลังขาเจ็บไปหมด เพราะถูกของแข็งกระแทกส่วนหน้าตาเป็นอย่างไรตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดถึง ในจังหวะที่ผมอ่อนแรงและขยับตัวไม่ได้นั้น ความหวังที่จะมีชีวิตรอดก็เหมือนริบหรี่ตามลงไปด้วย ผมนึกในใจว่า กว่าใครจะหาผมเจอ ผมคงนอนตายด้วยความเจ็บปวดทรมานไปแล้ว นาทีนั้นเอง ผมมองเห็นลาง ๆ ว่ามีหมาตัวหนึ่งเดินอยู่แถวนั้น ผมพยายามชูมือขึ้นพร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเพราะคิดว่าอาจมีคนมาด้วย แต่ปรากฏว่ามีแต่หมาตัวเดียว มันค่อย ๆ เดินมาชะโงกดูผม แววตาของมันเหมือนจะบอกผมว่า “ฉันเห็นเธอแล้ว ไม่ต้องกลัว” ผมไม่ได้พูดอะไร ในขณะที่มันส่งเสียงเห่าเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง ผมรับรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าหมาตัวนี้ต้องกลับมาช่วยผมแน่นอน ประมาณ 20 นาทีผ่านไป หมาตัวนั้นก็พาคนมาช่วยผมจริง ๆ ผมรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จากนั้นผมก็ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ครั้งแรกที่เห็นหน้าตัวเองผมถึงกับช็อก เพราะริมฝีปากของผมฉีกขาดจนเกือบหลุดออกมา ผมต้องพยายามรวบรวมสติให้หมอเย็บแผลสด ๆ เพื่อแผลจะได้ติดสนิท โชคยังดีที่เพื่อนสนิทของผมรอดชีวิต แต่ที่น่าใจหายคือ พี่ชายของเขาสูญหายไป ไม่ทราบว่าเป็นหรือตาย คืนหนึ่งระหว่างที่ผมนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ผมจำได้ดีว่าไม่ได้ฝันเพียงแค่สะลึมสะลือ ประมาณเที่ยงคืนผมก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตู 3 ครั้ง และมีคนเดินเข้ามาในห้อง ผมมองดูก็รู้ว่าเป็นพี่ชายของเพื่อน เขามายืนตรงปลายเตียงและพูดว่า “แจ๊บ พี่ดีใจนะที่แจ๊บกับจักรปลอดภัย แต่พี่ไม่รอด พี่มาลาน้องทั้งสองคน ยังไงฝากลูกกับเมียพี่ด้วยนะ” หลังจากนั้น 7 วันเขาก็มาหาผมอีก และบอกว่า “ตอนนี้หนาวมาก อยู่ในบ่อลึก” หลังจากวันนั้นไม่นาน เราก็พบศพเขาในบ่อแห่งหนึ่งจริง ๆ สภาพของเขาเหมือนกับที่ผมเห็นตอนสะลึมสะลือไม่มีผิด คือนุ่งกางเกงขาสั้นและไม่สวมเสื้อ …ทุกวันนี้ผมไม่ได้รับงานจัดสวนในต่างจังหวัดอีกแล้ว แต่ยังรับจัดดอกไม้ในงานต่าง ๆ และมีหน้าที่หลักในการดูแลคุณพ่อที่ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ และดูแลหลานสาวตัวน้อยที่หน้าตาเหมือนกับผมยังกับแกะ ชีวิตโดยรวมมีความสุขสงบอย่างน้อยผมก็ภูมิใจที่ได้ดูแลครอบครัวอย่างเต็มที่ จนถึงตอนนี้ แม้จะผ่านเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นมาหลายปีแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกหวาดผวาทุกครั้งที่เห็นทะเล…ภาพคนนอนตายเกลื่อนกลาดยังคงติดตา แม้แต่หน้าและแววตาของหมาตัวนั้น ผมก็ยังจำได้แจ่มชัดเสมอ…ไม่เคยลืม และคงจะไม่ลืมไปจนตาย… กฎแห่งกรรม โดยพระชาญชัย อธิปญฺโญ พระพุทธองค์ตรัสว่า การกระทำที่มีเจตนานั้นเรียกว่า “กรรม” ซึ่งจะได้รับผลตอบสนองกลับเรียกว่า “วิบาก” หากทำกรรมดีก็ได้รับผลดีตอบสนอง หากทำกรรมชั่วก็ได้รับผลร้ายตอบสนอง คนที่ตั้งใจฆ่าผู้อื่น (รวมถึงสัตว์ใหญ่) ให้ตายด้วยน้ำ วิบากกรรมจะทำให้จมน้ำตาย หากฆ่าด้วยไฟ เช่น เผาทั้งเป็น ก็จะถูกไฟครอกตาย และหากฆ่าโดยฝังทั้งเป็น  ก็จะตายโดยถูกฝังทั้งเป็นเช่นกัน ผู้ที่ไม่ได้สร้างเหตุปัจจัยดังกล่าวก็ไม่ต้องตายด้วยเหตุนั้น แม้จะเผชิญกับภยันตรายทางน้ำ ไฟ และแผ่นดินไหว หรือตึกถล่ม ก็รอดตายมาได้หาใช่ปาฏิหาริย์ไม่ การที่มีผู้มาช่วยเราให้รอดตาย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ มีเหตุมาจากในอดีต(รวมถึงอดีตชาติด้วย) เราเคยช่วยเหลือเกื้อกูลเขาไว้ เมื่อมีโอกาสเขาก็มาช่วยเหลือเรากรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง และให้ผลอย่างเที่ยงธรรม ทั้งดีและชั่ว ด้วยเหตุนี้สิ่งใดไม่ดีอย่าไปทำเลย ทำแล้วก็เท่ากับทำร้ายตนเองในภายหลัง จงทำแต่ความดีเถิดจะได้ผลดีอย่างแน่นอน   เรื่อง สุนทร […]

ช่างธันวา Homeboy ความสุขของเขาคือการตัดผมให้กับคนไร้บ้าน

ช่างธันวา Homeboy ความสุขของเขาคือการตัดผมให้กับคนไร้บ้าน วันนี้ซีเคร็ตพาทุกท่านมาสัมผัสกับช่างตัดผมจิตอาสาของคนไร้บ้าน ช่างธันวา Homeboy – ทัศนัย แทนรินทร์ หนุ่มวัย 27 ปี ผู้หลงใหลในการตัดผมประหนึ่งเป็นงานศิลปะ เขาค้นพบตัวเองได้อย่างไรว่าการตัดผมฟรีให้คนไร้บ้านคือความสุขของเขา ตอนแรกไม่ได้เรียนมาทางสายอาชีพ ผมเรียนสาขาประชาสัมพันธ์โฆษณา ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 4 เป็นช่วงที่นักศึกษาต้องฝึกงานเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์การทำงาน เลยเลือกเป็นผู้ช่วยช่างภาพที่เวดดิ้งสตูดิโอ ช่วงที่กำลังฝึกงานเกิดความรู้สึกอยากทำอะไรที่มันแปลกใหม่ และได้ยินว่าการตัดผมเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง จึงตัดสินใจมาเรียนตัดผมที่ศูนย์ฝึกอาชีพช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ พอตัดผมเป็นแล้วก็รู้สึกว่านี่แหละคืองานที่ชอบ เพราะเป็นงานที่มีเสน่ห์ ท้าทาย และทำให้ผมได้เรียนรู้ตลอดเวลา     ตอนเรียนทางศูนย์ฝึกอาชีพพาออกไปตัดผมให้กับคนในชุมชนฟรี ผมชอบบรรยากาศแบบนี้มาก เกิดความอิ่มเอมใจที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ผมไม่รู้จัก รอยยิ้มของเขาทำให้ผมรู้ว่า เขาชอบทรงผมที่ตั้งใจตัดให้ คนที่เข้ามาใช้บริการตัดผมฟรีของศูนย์ฝึกอาชีพจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้น และมีคนไร้บ้านเข้ามาใช้บริการบ้าง และตอนนั้นเองที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับคนไร้บ้านเป็นครั้งแรก ผมคิดว่าคนไร้บ้านเป็นกลุ่มคนที่น่าสงสาร เขาไม่กล้าเข้ามาหาพวกเรา ผมเห็นคนไร้บ้านมีผมยาว บางคนไม่อาบน้ำสระผมจนผมแข็งเป็นสังกะตังดูสกปรก ผมคิดอยากเข้าไปตัดผมให้เขานะ เขาจะได้สบายโล่งหัว แต่ก็ได้แต่คิดไปเท่านั้น พอผมเรียนจบหลักสูตรของศูนย์ฝึกอาชีพแล้ว ประจวบกับฝึกงานเสร็จพอดี ผมก็มุ่งมั่นว่าต้องเดินเส้นทางสายนี้คือเป็นช่างตัดผมอาชีพ ผมสมัครเป็นช่างตัดผมประจำที่ร้านบาร์เบอร์แห่งหนึ่งแถวรามคำแหง ร้านบาร์เบอร์แห่งนี้คือสนามจริงที่ทำให้ผมเรียนรู้และพยายามพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น ตอนแรก ๆ ก็ฝึกฝนจากหัวของเพื่อนผมนี่แหละ อาศัยลองตัดและคิดทรงผมใหม่ ๆ ตัดผิดถูกบ้างเพื่อนกันคงไม่ว่าอะไร […]

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก 

ฟิล์ม – ธนภัทร หรือ บอสวศิน จากเมีย 2018 ถ่ายปฏิทินปีใหม่ หารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ฟิล์ม – ธนภัทร กาวิละ ถ่ายปฏิทิน 2019 เพื่อหารายได้บริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ได้ใหญ่-อมาตย์, หนุ่ม-อภิวัฒน์ และ โต้ง-ชัชวิน กูรูสายแฟชั่นและการถ่ายภาพร่วมปั้นโครงการการกุศลครั้งนี้ให้กลายเป็นจริง พระเอกหนุ่ม ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ ขึ้นแท่นเป็นสามีแห่งชาติ หลังจากแจ้งเกิดในบทของบอสวศิน จากละครเรื่อง เมีย 2018 และมีผลงานการแสดงล่าสุดเป็นพระเอกในละครเรื่องหน้ากากแก้ว ฉายออนแอร์ทางช่องวัน     ฟิล์ม ธนภัทร จัดทำปฏิทิน “ฟิล์ม 2019” ขึ้นเพื่อเป็นของขวัญส่งท้ายปีต้อนรับปีใหม่แก่แฟนคลับที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้มาโดยตลอด ทั้งนี้ยังจำหน่ายปฏิทินฟิล์ม 2019 แล้วนำรายได้บริจาคให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก โครงการงานการกุศลนี้ได้รับเกียรติจาก 3 กูรูของวงการแฟชั่นและบันเทิง เช่น  ใหญ่ – อมาตย์ มากดชัตเตอร์ถ่ายภาพให้ภาพของหนุ่มฟิล์มออกมาหล่อเหลา หนุ่ม-อภิวัฒน์ เป็น Stylist&Costume และ […]

ความลับอันยิ่งใหญ่ของแม่ในวัน คริสต์มาสอีฟ

ลูกชายไม่เคยรู้ว่าแม่หายไปไหนทุกวัน คริสต์มาสอีฟ หลังจากแม่เสียชีวิตความจริงจึงปรากฏ ซูซาน ดอร์โรห์ (Susan Dorroh) วัย 63 ปี แม่ของจอห์นนี ดอร์โรห์ เป็นผู้หญิงที่มีระเบียบและพิถีพิถัน เธอไม่เหมือนอีกหลายคนตรงที่ เธอไม่เคยรอจนวินาทีสุดท้ายถึงจะออกจากบ้านไปซื้อของขวัญคริสต์มาส เธอจะช้อปปิ้งแต่เนิ่น ๆ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเลย ดังนั้นเมื่อซูซานหายออกไปนอกบ้านทุก ๆ วันคริสต์มาสอีฟ (เท่าที่จอห์นนีจำความได้) ทุกคนในครอบครัวจึงงุนงงสงสัยมาก เพราะก่อนจะออกไปซูซานจะพึมพำเพียงว่า “ออกไปทำธุระ” แล้วก็หายไปเลย     หลังจากซูซานเสียชีวิตความจริงก็ถูกเปิดเผยในที่สุด จากจดหมายของที่คนแปลกหน้าชื่อ โรเบิร์ต ส่งมาถึงจอห์นนี ปรากฏว่าโรเบิร์ตเป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของซูซาน แต่เมื่อจอห์นนีอ่านจดหมายฉบับนั้น เขาก็เข้าใจทันทีว่าแม่และโรเบิร์ตเป็นมากกว่าเพื่อนร่วมงานทั่วไป ซูซานจะหายตัวไปในวันคริสต์มาสอีฟแบบไม่เคยพลาดเลยราวกับตั้งเวลาไว้ หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 – 3 ชั่วโมงเธอก็จะกลับมาบ้าน ดังนั้นทุกคนครอบครัวจึงมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ทว่าซูซานได้ปกปิดความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้ไม่ให้ครอบครัวรู้     ความลับคือ ซูซานได้กระทำภารกิจที่สำคัญมากในทุก ๆ เทศกาลคริสต์มาส และจะต้องทำให้เสร็จภายในวันนั้น นั่นคือ ซูซานจะต้องแต่งตัวเป็นมิสซิสคลอส (ภรรยาของซานต้าครอส) และไปที่บ้านของโรเบิร์ตเพื่อมอบของขวัญให้ลูก ๆ […]

ซานตาคลอสเมืองระยอง มุ่งขึ้นเหนือ ตระเวนแจกของขวัญให้เด็ก ๆ 

ซานตาคลอสเมืองระยอง มุ่งขึ้นเหนือ ตระเวนแจกของขวัญให้เด็ก ๆ ชายวัย 62 ปีในชุดซานตาคลอสสีแดงสดคนนี้คือ นายยงยุทธ แสงดี เป็นชาวบ้านเพ จังหวัดระยอง สวมบทบาทเป็นซานตาคลอสในช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ จนใคร ๆ ต่างตั้งฉายาให้ว่า ซานตาคลอสเมืองระยอง คุณลุงยงยุทธเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจมุ่งสู่ภาคเหนือ เพื่อมอบความสุขให้กับเด็ก ๆ ที่นั่นเป็นครั้งที่ 25 แล้ว เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561 (ที่ผ่านมา) คุณลุงซานตาคลอสยงยุทธขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ทะเบียน 1กฎ 2590 ระยอง แทนรถลากเลื่อน บรรทุกของขวัญวันคริสต์มาส และปีใหม่ไว้มากมาย หน้ารถมีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ส่งมอบของขวัญให้แก่เด็ก ๆ ในจังหวัดระยอง ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปมอบของขวัญให้เด็ก ๆ ในจังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน โดยของขวัญจำนวนหนึ่งส่งไปที่จังหวัดนั่น ๆ ล่วงหน้าแล้ว […]

อมารตยา กุมาร เซน ผู้บุกเบิกทฤษฎีพัฒนาคนให้มีความสุข

อาจมีคุณสมบัติหลายประการที่ทำให้ศาสตราจารย์ อมารตยา กุมาร เซน ได้รับการยอมรับจากนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลก แต่คงไม่มีข้อไหนโดดเด่นเท่ากับการที่ท่านเป็นคนแรกที่สะกิดให้ประชาคมโลกตระหนักว่า บรรทัดฐานในการวัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับความสุขของประชาชน…มิใช่สิ่งอื่น ครอบครัวของศาสตราจารย์เซนเป็นเหมือนคลังสรรพวิชาที่มีไว้เพื่อหล่อหลอมนักปราชญ์โดยเฉพาะ คุณตาของท่านเป็นผู้พิพากษาและนักอักษรศาสตร์ด้านปรัชญาฮินดูผู้มีชื่อเสียงและเป็นเพื่อนสนิทของ รพินทรนาถ ตะกอร์ หรือที่คนไทยรู้จักในนาม รพินทรนาถ ฐากูร…กวี นักเขียน และนักปราชญ์ของโลก บิดาของท่านเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาเคมีในมหาวิทยาลัย ส่วนมารดาเป็นนักเต้นรำและร่วมแสดงเป็นตัวเอกในละครหลายเรื่องของตะกอร์ นอกจากนี้ท่านยังทำงานเป็นบรรณาธิการให้นิตยสารสตรีอีกด้วย ศาสตราจารย์เซนไม่ใคร่มีชีวิตส่วนตัวที่โลดโผน นอกจากเคยเป็นมะเร็งที่ปากเมื่ออายุ 18 และเข้ารับการรักษาในอีกสิบปีให้หลัง ท่านผ่านการหย่าหนึ่งครั้ง และสูญเสียภรรยาคนที่สองจากโรคมะเร็ง กล่าวได้ว่า ชีวิตของท่านค่อนข้างราบรื่น ท่านมีทายาททั้งหมด 6 คน ลูกสาวคนรองเข้าสู่วงการบอลลีวู้ด ส่วนที่เหลือยังคงใช้ชีวิตอยู่ในแวดวงวิชาการ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1933 ที่ อมารตยา กุมาร เซน เกิด ราวกับตะกอร์จะรู้ว่าทารกน้อยจะเติบโตขึ้นเป็นคนสำคัญของโลก ท่านจึงตั้งชื่อให้ว่า “อมารตยา” มีความหมายว่า “อมตะ” ศาสตราจารย์เซนได้รับอิทธิพลทางความคิดจากตะกอร์สูงมาก และท่านยึดถือการทำงานบนพื้นฐานของการทำวิจัยตามหลักวิชาการเสมอมา นอกจากพื้นฐานการเป็นนักคิดที่ได้จากครอบครัวแล้ว ประสบการณ์ที่ท่านประสบด้วยตัวเองตั้งแต่เยาว์วัย ก็เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ท่านสนใจการศึกษาแนวปรัชญาในเวลาต่อมา “”บ่ายวันหนึ่งในเมืองธากา (ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของประเทศบังกลาเทศ) ชายคนหนึ่งเดินผ่านประตูหน้าบ้านเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสังเวช […]

ภูมินทร์ งามสูงเนิน เฉียดตายจนกลายเป็นคนเห็นผี

ภูมินทร์ งามสูงเนิน มือกีตาร์วง Masksender – เรื่องภูตผีวิญญาณ หากใครไม่เคยเห็นคงไม่เชื่อ แต่สำหรับผมแล้ว เชื่อเรื่องนี้สุดหัวใจ เพราะตั้งแต่เจอเรื่องเฉียดตายสมัยยังเด็ก ผมก็เจอเรื่องราวของผีนับไม่ถ้วน ซึ่งทำให้รู้ว่าวิญญาณมีจริง จำได้ว่าตอนอายุประมาณ 7 ขวบ ผมปั่นจักรยานข้ามถนนเพื่อไปซื้อก๋วยเตี๋ยวแถวบ้าน จังหวะที่กำลังจะข้ามถนนนั้นเอง มีรถคันหนึ่งแล่นมาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามาจนเกือบชนผม แต่โชคดีที่เสี้ยววินาทีนั้นรถเบรกทันเสียก่อน ใจผมหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม คิดว่าถ้ารถเบรกไม่ทันผมคงเสียชีวิต เพราะแล่นมาเร็วมาก คืนวันเดียวกันนั้น ญาติที่ต่างจังหวัดโทร.มาบอกว่า พี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องอายุห่างจากผมแค่ 3 ปีเสียชีวิต เพราะเส้นเลือดในสมองแตก พอญาติไปหาร่างทรงเพื่อถามว่า เกิดอะไรขึ้น คนทรงบอกว่าพี่ชายคนนี้ตายแทนคนในครอบครวั และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นตัวตายตัวแทนของผมด้วย แม้จะไม่เชื่อเรื่องทรงเจ้ามากนัก แต่ก็อดคิดคล้อยตามไม่ได้ เพราะวันที่พี่ชายเสียชีวิตเป็นวันเดียวกับที่ผมเกือบถูกรถชนตายพอดี ที่น่าแปลกก็คือ หลังจากนั้นผมมักเห็นภูตผีวิญญาณเป็นประจำ ญาติบอกว่าคงเพราะผมผ่านเรื่องเฉียดตายมาแล้ว ทำให้ดวงจิตเปิดและสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ ช่วงแรก ๆ ที่เห็นผี ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร แต่สังเกตว่าเวลาปั่นจักรยานไปซื้อขนมตอนกลางคืน ผมจะเห็นผู้หญิงเดินหายแว็บเข้าต้นมะม่วงบ้าง บางทีเห็นคนเดินตัดหน้า แต่พอหันไปมองก็ไม่มีใคร กลับมาบ้านได้ยินเสียงคนเรียกมาจากหลังบ้าน ทั้งที่หลังบ้านเป็นพื้นที่ป่ารกร้าง พอวิ่งไปส่องดูที่ช่องลมก็ไม่เห็นใคร ผมกลัวมากจนร้องไห้ เรียกว่าช่วงนั้นเจอผีบ่อยจนจิตตก ขวัญหาย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ซึ่งกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันมาก […]

รอยยิ้มจาก คนแปลกหน้า

รอยยิ้มจาก คนแปลกหน้า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ช่างเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็เป็นวันที่งดงาม เป็นการเบ่งบานกำลังใจให้แก่กัน แม้จะมาจาก คนแปลกหน้า ก็ตาม แค่รอยยิ้มและการรับฟังระหว่างเราสองคน กลับเติมเต็มซึ่งกันและกัน เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมาก ๆ ในทริปครั้งนี้ ช่วงเวลาวันหยุดเมื่อวันคริตมาสที่ผ่านมา ถือเป็นความบังเอิญที่งดงาม เมื่อต้องออกเดินทางคนเดียวด้วยรถไฟหวานเย็นลงไปทางใต้ของเยอรมัน ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น โฮสเทลเป็นตัวเลือกสำหรับการพักค้างคืนในครั้งนี้ แถมเป็นโฮสเทลแบบหอพักที่มี 8-10 เตียงในห้องกว้าง (ช่างกล้าคิดกล้าทำเหลือเกินแม่คุณ)     แผนการเดินทางไม่มีอะไรมากเลย แค่ท่องเที่ยวดูบ้านเมือง ชุมชน วิถีชีวิตผู้คนและแอบแว๊บๆข้ามไปชายแดนฝรั่งเศสนิดหน่อย ไม่คาดหวังอะไรมากมายจากการเดินทางมากไปกว่าการท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุด โชคชะตาพาให้บังเอิญได้เจอกับสุภาพสตรีท่านหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้เลย เรียกยากมาก ขอเรียกว่า “คุณป้า” ละกัน) มาจากทางเหนือของยุโรป จำชื่อประเทศไม่ได้เพราะออกเสียงลำบาก คุณป้าแต่งตัวดูดี ภูมิฐาน พอเจอเราแล้วคงถูกชะตา คุณป้าทักทายและชวนคุยเป็นนานสองนาน เนื่องจากต้องพักในห้องเดียวกัน คงจะเหงาและอยากหาเพื่อนคุย พอปะหน้ากะเหรี่ยงน้อยหัวดำหน้าตาขำๆ แกเลยจัดเต็ม     ป้าเล่าว่าออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวหลังเกษียณ คิดว่าอยากจะไปไหนบ้าง แล้วก็วางแผนออกเดินทางตามที่คิด ไม่ได้มีเงินทองอะไรมากมายแต่อยากออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง ที่สำคัญคุณป้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย พูดเยอรมันได้นิดหน่อย […]

คุณลุงหลังค่อม คนสู้ชีวิต หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างปีนตัดแต่งต้นไม้

คุณลุงหลังค่อม คนสู้ชีวิต หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการรับจ้างปีนตัดแต่งต้นไม้ เป็นข่าวที่น่าชื่นชมและเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน สำหรับข่าวของคุณลุงหลังค่อม คนสู้ชีวิต คนนี้ มติชนและผู้จัดการออนไลน์นำเสนอข่าวของคุณลุงอำพัน ศรีสุวรรณ  วัย 56 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 3 บ้านริมคลอง ตำบลย่านซื่อ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เป็นคนสู้ชีวิต ยึดอาชีพรับจ้างปีนตัดแต่งต้นไม้   ไม่ได้หลังค่อมมาตั้งแต่เกิด เหตุที่เป็นคนหลังค่อมเพราะได้รับประสบอุบัติเหตุตอนอายุราว 14-15 ปี คือพลัดตกลงไปในน้ำแล้วถูกต้นจากทิ่มเข้าที่หน้าอกไปรั้งเส้นเอ็น ส่งผลให้กระดูกผิดรูป   เส้นทางสู้ชีวิตของคุณลุงอำพัน คุณลุงอำพันเป็นลูกคนที่ 7 จากบรรดาพี่น้อง 12 คนของครอบครัว จึงถือความวิริยะอดทนสู้ชีวิต ยอมทำงานหนักทุกชนิดเท่าที่มีแรงทำไหว ซึ่งคุณลุงก็ทำได้ดีไม่ต่างจากคนที่มีร่างกายปกติ งานปีนป่ายตัดแต่งต้นไม้สูง 10 – 20 เมตร เป็นงานที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ เพราะชอบปีนป่ายต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก แถมงานนี้ยังสร้างรายได้ดี กลายเป็นงานหลักที่หาเลี้ยงครอบครัวมานานถึง 30 ปี ถึงแม้ตอนนี้อายุจะมากขึ้นทุกที ก็จะทำงานนี้ต่อไปจนกว่าสังขารไม่เอื้ออำนวย   วิธีการทำงานของคนมือโปร ด้วยร่างกายไม่ปกติเหมือนคนอื่นการทำงานจึงต้องอาศัยเทคนิคเข้าช่วย […]

แม่ซื้อ… ช่วยหลานด้วย!

แม่ซื้อ… ช่วยหลานด้วย! – ทุกวันตอนเย็น ฉันมักจะโทร.ไปคุยสัพเพเหระกับพ่อ หรือไม่พ่อก็โทร.หาฉัน ด้วยความที่มาทำงานไกลบ้าน และเป็นลูกสาวแสนสวยที่ทำท่าว่าจะมีคานทองเป็นที่มั่น พ่อจึงห่วงนักห่วงหนา กลัวไม่มีใครดูแล ซ้ำร้ายถ้าได้ดูข่าวเกี่ยวกับสาวโสดโดนทำร้าย พ่อก็จะยิ่งกำชับกำชาให้ฉันกลับที่พักเร็วๆ ไม่เถลไถลไปไหนหลังเลิกงาน แต่หลังจากมีหลานสาวตัวน้อยซึ่งเป็นหลานตาหลานยายคนแรก ที่น้องสาวและน้องเขยของฉันหอบไปให้ตากับยายช่วยเลี้ยงตั้งแต่อายุ 3 เดือน ดูเหมือนพ่อจะลดความ “กังวล” เกี่ยวกับตัวฉันลง คำถามที่ว่า เมื่อไหร่จะแต่งงาน เมื่อไหร่จะมีหลานให้อุ้ม ก็พลอยลดลงตามไปด้วย เพราะน้องสาวของฉันได้ทำให้ความปรารถนาของท่านเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว ทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวต่างมีจุดสนใจร่วมกันคือ หลานสาวตัวน้อยที่กินเก่ง นอนเก่ง และอ้วนท้วนสมบูรณ์ ตัวกลมเป็นลูกขนุน แม้ว่าหลังลาคลอด 3 เดือน น้องสาวจะต้องกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ แต่เธอก็ขยันปั๊มนมไว้ให้ลูกทุก ๆ 4 ชั่วโมง เมื่อได้จำนวนมากพอเธอก็ให้สามีแพ็คใส่กล่องโฟม แช่น้ำแข็งและโรยเกลือเพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิแล้วส่งไปทางรถไฟ โดยมีคุณตารอรับอยู่ที่สถานีปลายทาง ทำอย่างนี้ทุก ๆ 15 วัน หลานของฉันก็สามารถเป็นเด็กนมแม่ได้อย่างสบาย ๆ แรก ๆ ที่หลานสาวไปอยู่บ้านตายาย เธอร้องไห้จ้าตอนกลางดึกทุกคืน ปลอบอย่างไรก็ไม่หยุด น่าสงสารยิ่งนัก ตากับยายเห็นท่าไม่ดี ดูแล้วมีแววว่าคนเลี้ยงจะต้องเหนื่อยแน่ […]

ศาสนาคืออะไร ทำไมเราถึงต้องนับถือศาสนา

ศาสนาคืออะไร ทำไมเราถึงต้องนับถือศาสนา หลายคนที่เกิดมาแล้วไม่มีโอกาสเลือกศาสนาเพราะพ่อแม่ได้กำหนดศาสนาให้ตั้งแต่เกิด เมื่อโตมาใช้ชีวิตได้สักระยะจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ศาสนาคืออะไร ทำไมต้องนับถือศาสนา ในความเป็นจริงแล้วช่วยให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ ระบบปฏิบัติอันใดมันช่วย ให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ได้ ระบบนั้นชื่อว่าศาสนา ฉะนั้นเมื่อเรา พูดว่า “ศาสนาที่แท้จริงมีเพียงศาสนาเดียวในหมื่นโลกธาตุ” นี้ เราต้อง เล็งถึงระบบปฏิบัติที่ช่วยคนหรือช่วยสัตว์ทั้งหมื่นโลกธาตุให้พ้นจาก ทุกข์ทางจิตทางวิญญาณได้ แล้วก็ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ในกี่ร้อย กี่พันกี่หมื่นกี่แสนโลกธาตุอะไรก็ตามใจ เรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เรื่องความทุกข์ ความดับทุกข์ นี้มันเหมือนกันหมด ไม่ต่างกันเลยฉะนั้นสิ่งที่จะมาดับความทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ได้หมด ก็ต้อง เป็นสิ่งเดียวกัน อันเดียวกัน ข้อเดียวกัน เรื่องเดียวกัน หรือเหมือนกัน; ก็เลยเรียกว่าระบบปฏิบัติเพื่อความรอดพ้นจากความทุกข์โดยตรง     ระบบปฏิบัติเพื่อรอดออกจากความทุกข์โดยตรงนั่นคือศาสนา เป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งที่เรียกว่าศาสนา ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่ตัวหนังสือ ไม่ใช่อะไรทำนองนั้น ไม่ใช่พิธีรีตอง ไม่ใช่ลัทธิธรรมเนียม แต่ว่าเป็น ตัวการปฏิบัติด้วยเรี่ยว ด้วยแรง ด้วยมือ ด้วยเท้าลงไปจริง ๆ แล้ว เอาตัวรอดจากความทุกข์ได้ นั่นแหละคือตัวศาสนา ฉะนั้นสิ่งที่ เรียกว่า “ศาสนา” […]

คีอานู รีฟส์ พระเอกใจบุญ แอบบริจาคเงินล้านอย่างลับ ๆ ให้โรงพยาบาลเด็กมาหลายปีแล้ว

คีอานู รีฟส์ เป็นหนึ่งในดาราที่รู้จักกันดีว่า นิสัยดีน่ารัก มีน้ำใจโอบอ้อมอารี ไม่ถือตัว และติดดินสุด ๆ เขามักบริจาคเงินให้การกุศลด้วยหัวใจที่ต้องการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากจริง ๆ มิใช่หวังผลในการพีอาร์เสริมสร้างภาพพจน์แต่อย่างใด ล่าสุดมีข่าวความใจดีของพระเอกสุดหล่อออกมาเซอร์ไพรซ์แฟน ๆ อีกแล้วว่า คีอานูได้บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเด็กหลายแห่งอย่างเงียบ ๆ มานานหลายปีแล้ว ใช่แล้วค่ะ พระเอกดังจากหนังเรื่อง The Matrix และ John Wick ได้ก่อตั้งมูลนิธิการกุศลส่วนตัวเพื่อให้ความช่วยเหลือโครงการดี ๆ อย่างเช่น การวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และแผนกเด็กของโรงพยาบาลต่าง ๆ และไม่เคยคุยโอ้อวดถึงเรื่องนี้เลย เท่าที่นักข่าวขุดมาได้ก็คือ คีอานูเคยให้สัมภาษณ์อย่างถ่อมตัวเมื่อนานหลายปีแล้วว่า “ผมมีมูลนิธิส่วนตัวที่ดำเนินงานมาประมาณ 5 – 6 ปีแล้ว เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลเด็ก 2 – 3 แห่ง และสนับสนุนการวิจัยโรคมะเร็ง ผมไม่ได้แปะชื่อตัวเองลงไปด้วย แค่ปล่อยให้มูลนิธิดำเนินงานไปเท่านั้นเอง” คีอานูมีเหตุผลส่วนตัวอันแรงกล้าในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพราะว่าในช่วงยุค 90  คิม น้องสาวของเขาถูกตรวจพบว่า เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โชคดีที่หลังจากการรักษาตัวมาโรคก็ไม่แสดงอาการแล้ว แต่คีอานูไม่เคยปริปากบอกใครเลย นอกจากนั้นยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าพระเอกคนดังจริงจังและทุ่มเทกับการต่อสู้โรคร้ายนี้ […]

แค่ขาดทางกาย หากแต่ เติมเต็มจิตวิญญาณ ให้ผู้อื่นได้

แค่ขาดทางกาย หากแต่ เติมเต็มจิตวิญญาณ ให้ผู้อื่นได้ จากคนที่กลัวที่แคบและความมืด แต่กลับได้รับการ เติมเต็มจิตวิญญาณ จากคนที่ขาดแคลนทางกาย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ บทความนี้จะนำพาคุณให้เข้าใจถึงการขาดแคลนกลับช่วยให้อีกคนเติมเต็มได้อย่างมหัศจรรย์ เป็นครั้งแรกที่เดินเข้าไปในแกลอรีงานศิลปะแบบไม่ได้คิดเอาไว้ก่อน เพียงแค่เป็นการพักผ่อนในวันหยุดและอยากหาประสบการณ์ทางด้านงานศิลปะสักครั้ง ตอนแรกก็แค่อยากเดินเล่นดูต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวสดใสระหว่างทางเพราะอากาศดี พอรถบัสขึ้นไปบนเขา เราก็เลือกลงป้ายที่อยู่ระหว่างชุมชนบนยอดเนินเขา จากนั้นก็เดินลัดเลาะตามถนน (ไม่สิ บันได ทางเดินแคบ ๆ ต่างหาก) จากบนเขาเข้าสู่ใจกลางเมือง พอใกล้จะถึงสวนสาธารณะใจก็คิดขึ้นมาว่า ทางผ่านจะมี Art gallery อยู่ ยังไม่เคยแวะเข้าไปดูเลย ไปหน่อยดีกว่าไหน ๆ ก็มีบัตรนักเรียนที่ลดได้ครึ่งราคาอยู่แล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้นก็เดินตัดเข้าไปยังอาคารแสดงงานศิลปะทันทีเพื่อไปยืนต่อแถวซื้อบัตรเข้าชม….ช่างเป็นโชคดีอะไรอย่างนี้ วันนี้เป็นวันครบรอบการเปิดแกลลอรี ทางแกลลอรีเปิดให้เข้าชมฟรี ถูกใจกระเหรี่ยงน้อยเหลือเกิน     พอเก็บเสื้อโค้ทในล็อคเกอร์เสร็จก็เดินเข้าไปในอาคารแบบงง ๆ (งงจริง ๆ เพราะไม่รู้เลยว่ามันต้องเดินอย่างไร ทิศทางไหนก่อน ปกติคนเยอรมันมีระเบียบวินัยจัด ทุกอย่างต้องมีขั้นตอน) นอกจากเดินงง ๆ มึน ๆ แล้วยังเกร็ง ทำตัวไม่ถูก เพราะมีเจ้าหน้าที่จับตาเฝ้ามองในทุกห้องที่เดินผ่านราวกับผู้คุมความประพฤติรอจับผิดนักเรียน เราเดินผ่านห้องแสดงงานศิลปะห้องแล้วห้องเล่าแบบมือสมัครเล่นที่ดู ๆ ไปอย่างนั้นเอง […]

keyboard_arrow_up