ทอม บ็อบ ศิลปินเจ้าของไอเดียสร้างสุข เสกมุมโทรมๆ ให้เป็น งานศิลปะ สุดว้าว

งานศิลปะ ถ้าไม่อยู่ในแกลเลอรี แล้วจะไปอยู่ที่ไหนได้? คำถามนี้ถ้าถาม ทอม บ็อบ (Tom Bob) เขาก็คงจะจะผายมือให้ดูพื้นถนนรอบๆ ทอม บ็อบ เป็นนิวยอร์กเกอร์ ที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ในชุมชนแมนฮัตตัน ในข่าวไม่ได้บอกว่าเขาประกอบสัมมาอาชีพอะไร แต่ที่ผู้คนให้ความสนใจในตัวเขาก็เพราะผลงานที่เขาฝากไปบนท้องถนนในนครนิวยอร์ก เมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ในอดีตถ้าคุณเคยเผลอหลุดไปเดินย่านเสื่อมโทรมก็มีสิทธิ์ที่จะเจอกำแพงเขรอะ การเดินสายไฟรกรุงรัง ฝาท่อระบายน้ำสกปรก และถังขยะเก่าพัง แต่เดี๋ยวนี้ขอโทษ มุมโทรมๆ ที่ว่ากำลังค่อยอันตรธานหายไป ก็เพราะฝีแปรงที่มิสเตอร์บ็อบเสกเอาไว้   สตรีทอาร์ตที่นายบ็อบสรรสร้าง ถ้ามองให้ดีก็มาจากรากความคิดเดียวกับ Japan Manhole หรืองานศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่น นั่นคือ การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ชุบชีวิตสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าไร้ค่า ไม่น่าดู ให้กลายเป็นสิ่งมีค่า น่าสนใจ ดังเช่นที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกในวันนี้ต่างพากันตามเก็บภาพเอาไปครีเอทเป็นอัลบั้ม Japan Manhole กันอย่างสนุกสนาน ที่น่าทึ่งคือทุกการสาดสีใส่ไอเดียของเขาต้องแลกกับการเหลียวซ้าย แลขวา และเตรียมพร้อมที่จะติดความเร็วที่ปลายเท้าเพื่อโกยอ้าวหนีตำรวจ เพราะถึงแม้มันจะดูน่าตื่นตาตื่นใจ กลายเป็นแลนด์มาร์คให้คนหยุดถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานยังไง แต่การเล่นกับสิ่งปลูกสร้าง หรือทรัพย์สินของรัฐ ก็ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายของรัฐนิวยอร์กอยู่ดี แน่นอนว่าพอข่าวนี้ออกไป ฟากคนที่ชื่นชมเสพสตรีทอาร์ตสนุกๆ ต่างก็ภาวนาว่าอย่าให้เขาถูกจับได้  ซึ่ง Secret อยากบอกว่าไม่ต้องกังวลมากไป เพราะถ้าเจ้าหน้าที่รัฐนิวยอร์กเขาศีเรียสจริงจัง […]

คุณยาย รักษ์โลก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัฐกรณาฏกะ

คุณยาย รักษ์โลก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัฐกรณาฏกะ 0 เธอคือ คุณยาย รักษ์โลก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัฐกรณาฏกะ เพราะเธอจะคุ้มครองและรักษาโลก ด้วยการปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างความสงบสุขและความร่มรื่นคืนแก่โลก 0 0 ชาวฮินดูเชื่อกันว่า หากหญิงคนไหนแต่งงานแล้ว ไม่มีลูกสืบสกุล ถือว่าเป็นหญิงอาภัพและเป็นที่รังเกียจของสังคม ครั้นตายไปก็ต้องตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิด 0 ด้วยเหตุนี้ทิมมาก้า (Thimmakka) จึงเป็นกังวลเหลือเกินที่เธอไม่สามารถมีลูกกับชิกกันยา (Chikkanna) ได้ แม้ว่าทั้งสองจะแต่งงานอยู่กินกันมานานนับสิบปีแล้วก็ตามยิ่งได้ยินได้ฟังผู้เฒ่า ผู้แก่เล่ากันมาว่าบาปนี้ไม่เพียงตกแก่หญิงผู้เป็นภรรยาเท่านั้น แต่ยังตกแก่ชายผู้เป็นสามีด้วย ทิมมาก้าก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น 0 หนึ่งทิมมาก้าจึงตัดสินใจบอกสามีตามตรงว่า “ฉันคงมีลูกให้เธอไม่ได้ เธอไปหาภรรยาใหม่เถอะนะ” ทันทีที่ได้ฟัง ชิกกันยาไม่เพียงปฏิเสธเท่านั้น หากแต่เขายังปลอบใจภรรยาว่า “ ช่างเถอะ ถึงเราไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร” ครั้นเวลาผ่านไปจนกระทั่งปีที่ 25 ของการแต่งงาน วันหนึ่งชิกกันยาก็เอ่ยปากกับภรรยาอย่างจริง ๆ จัง ๆ ว่า 0 “ในเมื่อเราไม่สามารถมีลูกได้ เรามาช่วยกันปลูกต้นไทรให้แผ่นดินแทนก็แล้วกัน” 0 00 0 ทีเดียวทิมมาก้าไม่เข้าใจสักนิดว่า “จะปลูกไปทําไม” สามีจึงพาภรรยาเดินไปดูต้นไทรตามแนวถนนของหมู่บ้านใกล้ […]

คนท้องกินฟรี จ้า… พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหนุ่ม สุดใจป้ำให้คุณแม่ทานก๋วยเตี๋ยวฟรี

คนท้องกินฟรี จ้า… พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหนุ่ม สุดใจป้ำให้คุณแม่ทานก๋วยเตี๋ยวฟรี คนท้องกินฟรี จ้า… คุณเจน เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เลิศรส ก๋วยเตี๋ยวหมู ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า คุณแม่ที่กำลังมีน้องรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านฟรีจนน้องเกิด     ในโลกโซเซียลเกิดเหตุการณ์แชร์เรื่องราวของ เจน – ชาญยุทธ อยู่หลง พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหนุ่ม เจ้าของร้าน เลิศรส ก๋วยเตี๋ยวหมู ที่ตั้งอยู่ตลาดทองกู้เกียรติกูล ถนนธานี ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ประกาศให้คนท้องรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านได้ฟรีจนกว่าจะคลอด     คุณเจน – ชาญยุทธ อยู่หลง พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหนุ่มในวัย 26 ปี ซึ่งเคยทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัทและพนักงานราชการมาก่อน แต่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่ความสุข จึงมองย้อนกลับไปในวัยเด็กที่เคยช่วยคุณแม่ขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจนจึงมีความรู้ในการทำก๋วยเตี๋ยวติดตัวมาบ้าง จึงลาออกมาจากงานประจำ มาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ตนเองรัก คุณเจนเข้าใจความรู้สึกของคนท้องและสภาพทางการเงินในขณะที่กำลังมีน้องว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขนาดไหน ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจย่ำแย่ด้วย เพราะเคยผ่านประสบการณ์การมีน้องมาก่อน (ซึ่งขณะนี้น้องมีอายุได้ 1 เดือนแล้ว) จึงตัดสินช่วยเหลือครอบครัวที่กำลังมีน้องดีกว่า โดยให้คุณแม่ที่อุ้มท้องรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านได้ฟรี   […]

ถึงเวลา… ก็ต้อง “ปล่อย” เรื่องจริงของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้ปล่อยวางความทุกข์

ทุกวันนี้ฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างมีความสุข  กว่าจะมีวันนี้ต้องขอบคุณนาทีเฉียดตายที่ทำให้รู้ว่าชีวิตเรามีค่า  

จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม

จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ผม ( อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ) เคยเป็นนักเลง หาเรื่องมาให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวอยู่เสมอ จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก ครอบครัวของเรามีกัน 4 คน  คุณพ่อ  คุณแม่  พี่ชายและผม  ถ้าคุณพ่อคุณแม่ห้ามไม่ให้ทำอะไร  ผมจะ “ครับ”แต่ก็ทำ ช่วงวัยรุ่นผมเป็นคนโผงผาง ไม่ยอมคน เรียกว่าเป็นนักเลงก็ได้  นักเลงสำหรับผมคือไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรา แต่ถ้าเราเผลอไปเหยียบเท้าใครก็พร้อมจะขอโทษ วันหนึ่งคุณแม่บอกผมว่า “อย่าออกไปไหนนะลูก  วันนี้แม่จะทำกับข้าวให้กิน” ผมรับคำคุณแม่  แต่ก็เดินไปหลังบ้าน  ปีนกำแพงออกไปขึ้นรถเพื่อนที่จอดรออยู่  เพื่อจะไปแข่งมอเตอร์ไซค์  อย่างที่เรียกกันว่าเด็กแว้น  เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ปิดถนนให้ชาวบ้านเดือดร้อน  ตอนแข่งรถผมไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวอะไรทั้งนั้น  สวมเพียงเสื้อยืด  กางเกงขาสั้น  รองเท้าแตะ  ไม่สวมหมวกกันน็อก  เราแข่งกันระยะทาง 1 กิโลเมตร  ผมขี่รถด้วยความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ขี่ไปได้ 700 เมตรเท่านั้น เพื่อนที่ขี่อยู่เลนนอกก็หักรถมาหาผมที่อยู่เลนใน  ทำให้ผมเสียหลักรถคว่ำ  หน้าและตัวของผมครูดไปกับถนน  ไถลไป จนศีรษะเกือบชนฟุตปาธ ผมเลือดท่วมตัว  โชคดีที่กระดูกไม่หัก กลับไปถึงบ้านคุณแม่ตีซ้ำอีก  แต่สุดท้ายก็มาทำแผลให้ ผมรักษาตัวอยู่สี่เดือน อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ผมเข็ด  แค่ทำให้เกรง ๆ เท่านั้น วีรกรรมของผมยังไม่หมดแค่นี้ เพื่อนคนหนึ่งมีเรื่องกับคู่อริจะโดนยิง ผมไปช่วยเพื่อนและโดนปืนจ่อศีรษะ  ตอนนั้นผมไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น  เอามือตบปืนที่จ่ออยู่  ทันทีที่ตบปืน  เสียงปังดังลั่นอยู่ข้างหู  ต้องบอกผู้อ่านตรงนี้ว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรเลียนแบบ  จริง ๆ แล้วอันตรายมาก คุณอาจไม่โชคดีเหมือนผมเสมอไป  บางคนตบแล้วปืนลั่นเข้าหัวตัวเองก็มี ในขณะที่ผมเรียน ปวส.  เป็นยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ฐานะที่บ้านเริ่มลำบาก  ธุรกิจของพ่อแย่ลง  พอรู้ว่าที่บ้านลำบาก ผมก็ไม่อยากไปเรียน  เพราะคิดไปเองว่าเพื่อนดูถูกที่ที่บ้านมีปัญหา ผมไม่เข้าเรียนเลย  บางทีไปอยู่บ้านเพื่อนเป็นเดือน ๆ วันหนึ่งผมกลับบ้าน  คิดจะขอเงินคุณพ่อไปเที่ยว  พอไปถึงก็บอกว่าจะขอเงินไปเรียน  คุณพ่อยื่นซองจดหมายสีขาวมาให้พร้อมกับพูดเสียงดังว่า “เขาไล่มึงออกจากโรงเรียนแล้วไม่รู้หรือ” ผมช็อกมากกับสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ท่านตบหน้าผมหนึ่งครั้งแล้วเดินไปที่เตียงนอน เอามือล้วงไปใต้หมอนหยิบปืนออกมา  ผมกลัวว่าท่านจะยิงตัวตายเพราะผมก่อปัญหาไว้มาก  จึงรีบไปกระชากมือท่านเอาไว้และพูดว่า “พ่อ  อาร์ตขอโทษ  อาร์ตจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” หลังเหตุการณ์นี้ผมเริ่มหางานทำ  ไปเป็นพนักงานในผับ  ใช้เวลา 2 - 3 ปี ผมสามารถสร้างบ้านราคา 2 ล้านบาทให้คุณพ่อคุณแม่  ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเป็นเด็กดี  แต่รู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ให้คุณพ่อคุณแม่สบายมากขึ้น หลังจากนั้นผมมีโอกาสเข้าวงการบันเทิงจากการประกวด Male Star Challenge  ผมดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น  แต่ก็คิดว่าชีวิตไม่แน่นอน  เราแก่ลงเรื่อย ๆ  เด็กใหม่ ๆ เข้ามาในวงการมากขึ้น  สำหรับงานในวงการบันเทิง ถ้ามีโอกาสก็ยังทำอยู่ และตอนนี้ผมเริ่มทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย  เป็นธุรกิจเกี่ยวกับวิตามินบำรุงร่างกาย  เพราะต้องการวางรากฐานที่ดีในอนาคต ทั้งหมดนี้ก็เพื่อครอบครัวของผมครับ  Secret BOX เมื่อมีโอกาสต้องคว้าไว้  แล้วทำให้ดีที่สุด  ลองทำดูก่อน  ถ้ามันไม่ใช่ อย่างน้อยก็ได้ลองให้รู้ อาร์ต - พศุตม์  บานแย้ม บทความน่าสนใจ ถึงจะเกเรแค่ไหน ผมก็จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจให้ได้ เป้ วงมายด์ อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของแก๊งค์ที่เคยยืดติดคำว่า เอาคืน! จากปลายกระบอกปืน คืนสู่แสงสว่างทางธรรม เรื่องจริงของอดีตพ่อค้าอาวุธสงคราม อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของอดีตวายร้าย อันธพาลป่วนเมือง เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ […]

True Story : เกือบติดคุก เพราะฆ่า… สามี

True Story : เกือบติดคุก เพราะฆ่า… สามี ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะต้องกลายเป็น “ฆาตกร” ฆ่า สามี เหตุการณ์นี้จึงเป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ ฉันเกิดมาในครอบครัวยากจนที่ต่างจังหวัด พ่อแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ความที่ทั้งคู่ต้องดิ้นรนทำงานหาเงิน  พ่อแม่จึงต้องเอาฉันและพี่ ๆ อีก 3 คนมาฝากตายายเลี้ยงและคอยส่งเสียเงินทองมาให้เป็นระยะ ๆ แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ฉันจึงเติบโตมาแบบไม่ได้สุขสบายนัก หลังเรียนจบ ป. 4 ฉันย้ายมาทำงานที่โรงงานในกรุงเทพฯ พอพ่อเสียชีวิตด้วยมะเร็งในช่องปาก พี่สาวจึงรับแม่มาอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ส่วนฉันพบรักกับสามีคนแรกและแต่งงานกัน มีลูกด้วยกันสองคน หญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง แต่อยู่กินกันได้ไม่กี่ปี เนื่องจากสามีเจ้าชู้มากจนฉันทนไม่ไหว จึงขอเลิกกับเขาในที่สุด สามีรับเลี้ยงดูลูกชาย ส่วนฉันเลี้ยงดูลูกสาวต่อมาฉันย้ายไปทำงานหล่อพระที่จังหวัดปราจีนบุรี และพบรักกับสามีคนที่สองซึ่งทำงานหล่อพระด้วยกัน เราสองคนแต่งงานกันและมีลูกสาวหนึ่งคน ชีวิตแต่งงานกับสามีคนที่สองเหมือนนรกจริง ๆ เพราะพอเขาดื่มเหล้าทีไร เป็นต้องทุบตีฉันทุกครั้ง แถมตอนหลังยังห้ามไม่ให้ฉันไปทำงานอีกต่างหาก พอถามเหตุผลเขาก็ตอบว่า “ไม่มีเหตุผลหรอก บอกไม่ให้ไปทำก็ไม่ต้องทำ” ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะเขาหึงหวงฉันมากกว่า จึงไม่อยากให้ไปทำงานที่ไหน พอไม่ได้ทำงาน ฉันก็ไม่มีเงินใช้  สามีให้เงินบ้างไม่ให้บ้าง ฉันและลูกต้องอยู่แบบอด ๆ อยาก ๆ บางครั้งฉันนอนร้องไห้คนเดียว คิดว่าทำไมเราต้องมาเจอแบบนี้ ตัวเองอดยังไงไม่ว่า แต่ขอให้ลูกมีกิน พอหนีไปทำงานหาเงินก็โดนสามีตามไปจับมาขังไว้ในบ้าน ไม่ยอมให้ไปไหน ต่อมาฉันล้มป่วยเป็นมะเร็งปอด เขาก็ไม่เคยเหลียวแล ยังดีที่เถ้าแก่ที่เคยทำงานด้วยเห็นใจ  คอยให้คนมาป้อนข้าวป้อนน้ำและพาไปหาหมอเป็นประจำ ฉันรักษาตัวอยู่สองปีก็หายจากโรคมะเร็งปอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้จะหายป่วยแล้ว แต่ชีวิตใช่ว่าจะดีขึ้น สามียังชอบทุบตีฉันเหมือนเดิม ในที่สุดฉันตัดสินใจหอบลูกหนีไปอยู่กับพี่สาวย่านพุทธมณฑล เขาก็ตามมารังควานถึงบ้าน ยืนด่าอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้าจรดเย็นเป็นประจำ จนชาวบ้านแถวนั้นเริ่มเห็นเป็นภาพชินตาไปแล้ว เจออย่างนี้บ่อย ๆ เข้า ฉันต้องหนีไปนอนที่โรงรถบ้าง ป้ายรถเมล์บ้าง เพราะไม่อยากให้เขาสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวพี่สาว เคยไปแจ้งความ ตำรวจมารวบตัวเขาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่กลัว ทำเหมือนเดิมอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายฉันต้องยอมแพ้ คิดว่าโชคชะตาคงกำหนดให้ต้องเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ไม่รู้ว่าสามีเป็นเจ้ากรรมนายเวรมาแต่ชาติปางไหน ถึงได้ตามมาทำให้ชีวิตฉันเหมือนตายทั้งเป็น นี่คงเป็นเวรกรรมที่ต้องชดใช้ให้เขา ฉันตัดสินใจย้ายไปอยู่บ้านเช่าหลังใหม่กับสามี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านพี่สาว ใจจริงไม่อยากอยู่กับเขาเลย  แต่จำต้องทนอยู่เพราะไม่อยากให้เขาตามมารังควานที่บ้านพี่สาวอีกสามีห้ามไม่ให้ฉันไปทำงานเหมือนเดิม ไม่ว่า หนีไปทำงานที่ไหนเขาก็ตามไปโวยวายจนฉันต้องออกจากงานทั้งที่รายได้ดี งานเดียวที่เขาไม่ห้ามคือทำงานที่ร้านอาหารของพี่สาว ฉันจึงได้งานนี้เลี้ยงดูตัวเองและลูก โดยเขาไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวเลย เพราะทำงานได้เงินมาก็เอาไปลงขวดเหล้าหมด จุดเริ่มต้นของฝันร้ายเกิดขึ้นเมื่อลูกสาวคนโตที่เกิดกับสามีคนแรกจะแต่งงาน วันนั้นพอเลิกงานจากร้านอาหาร  กลับถึงบ้านฉันบอกเขาว่า      “พี่ พรุ่งนี้วันแต่งงานลูกสาวฉัน ฉันจะไปยืมหม้อข้าวหม้อแกงที่วัดไปงานแต่งนะแล้วทำใจหน่อยนะ เพราะสามีเก่าฉันจะมาฉันอาจโดนเรียกไปรับไหว้คู่กันกับเขานะ” แค่นั้นแหละ เป็นเรื่อง สามีโวยวายหาว่าฉันจะกลับไปคืนดีกับสามีเก่า เข้ามาจิกหัวและตบตีอย่างรุนแรง  บอกให้ปล่อยเขาก็ไม่ยอมหยุด และเริ่มใช้มือบีบคอจนฉันแทบหายใจไม่ออก “ปล่อยนะ ฉันเจ็บ ๆ” นาทีนั้นไม่ว่าจะร้องไห้อ้อนวอนสามีอย่างไรเขาก็ไม่ยอมหยุดบีบคอ ฉันพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด คิดในใจว่าจะตายไม่ได้เด็ดขาด เพราะยังมีลูกสาวที่ต้องดูแล ขณะที่เหตุการณ์กำลังชุลมุน ฉันเหลือบไปเห็นมีดตกอยู่ใต้โซฟาใกล้ ๆ จึงคว้ามีดนั้นมาป้องกันตัว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าใช้มีดแทงไปตอนไหนมารู้อีกทีตอนเห็นสามีนิ่งไปและมีเลือดไหลซึมออกมาบริเวณซี่โครง ไม่รู้ว่าเขาตายหรือยังแต่ความที่ตกใจมากจึงรีบคว้าเงินและกระเป๋าถือวิ่งหนีออกมาจากบ้านทันที เวลานั้นฉันเหมือนคนไร้สติ ไม่รู้จะไปทางไหน คิดแต่ว่าทำร้ายเขาไปแล้ว ไม่รู้ตำรวจจะตามมาจับไหม จึงเรียกแท็กซี่แล้วหนีไปหาเพื่อนที่ทำงานอยู่แถวศาลายาพอคุยโทรศัพท์กับญาติ เขาบอกว่าสามีฉันเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล วินาทีที่ได้ยินเหมือนฟ้าผ่าลงมาที่กลางศีรษะ ไม่อยากเชื่อ ฉันร้องไห้เหมือนคนเสียสติ ไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองต้องกลายมาเป็นฆาตกรเพราะถึงแม้ฉันจะโกรธเกลียดสามีแค่ไหนแต่ไม่เคยคิดอยากให้เขาตายด้วยน้ำมือฉันเลย  ในใจฉันคร่ำครวญว่าทำไมโชคชะตาจึงโหดร้ายอย่างนี้  ไม่รู้ว่าเคยไปทำเวรกรรมอะไรกับสามีไว้  จึงต้องจบลงแบบคู่กรรมคู่เวรกันเช่นนี้ วันรุ่งขึ้นพี่สาวโทร.มาบอกให้ไปมอบตัวดีกว่าหนีไปแบบนี้ ฉันจึงเข้ามอบตัวกับตำรวจเพราะคิดว่าไหน ๆ คนก็ตายไปแล้ว ฉันควรกลับมาต่อสู้คดีเพื่อตัวเองและลูกสาว ตอนนั้นฉันกลุ้มใจว่าคงโดนโทษจำคุกและจะไม่ได้อยู่กับลูกอีกต่อไป แล้วถ้าเกิดติดคุก ลูกจะอยู่อย่างไร  จึงบอกลูกสาวว่า   “ทำใจไว้นะลูก ถ้าวันไหนแม่เข้าคุกก็ให้เตรียมตัวไปรับศพแม่กลับมาได้เลย” สาเหตุที่พูดอย่างนั้นไป เพราะคิดว่าถ้าติดคุกก็เหมือนตายแล้วทั้งเป็น จึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปให้เป็นภาระลูกหลาน ไม่อยากให้พวกเขาต้องมาลำบากดูแลฉันระหว่างอยู่ในคุก แต่ลูกสาวก็พยายามปลอบประโลมฉันว่า “แม่ไม่ติดคุกหรอก ทำใจดี ๆ ไว้นะ” โชคดีที่ตำรวจปล่อยตัวฉันทันทีหลังทำแผนสารภาพ แล้วได้มูลนิธิผู้หญิงช่วยเหลือเรื่องคดี ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นบ้าง แต่ช่วงที่ต่อสู้คดี ฉันต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากไม่มีเงิน ไม่มีงาน จึงกลับไปทำงานหล่อพระอีก แต่งานไม่ค่อยมี จึงไม่มีรายได้อะไรมากนัก แถมยังติดหนี้คนอื่น ตอนหลังมูลนิธิผู้หญิงเข้ามาช่วยเหลือและมอบเงินให้ไปใช้หนี้ฉันใช้เงินที่เหลือไปเป็นต้นทุนขายหมูปิ้งแถวบ้านเพื่อหาเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ แม้ชีวิตจะหนักหนาสาหัสเพียงไร แต่สิ่งที่ทำให้ฉันทนอยู่ได้ทุกวันนี้คือ “ลูก” คำเดียวแท้ ๆ ฉันต่อสู้คดีนานหลายเดือน จนถึงวันที่ศาลอ่านคำพิพากษาคดี ฉันตื่นเต้นและกังวลมาก กลัวว่าตัวเองจะถูกจำคุก จำได้ว่าพอศาลอ่านคำพิพากษาว่าฉันต้องโทษฆ่าคนตาย ศาลพิพากษาให้จำคุก 5 ปี วินาทีนั้นน้ำตาไม่ไหล แต่รู้สึกได้ว่าสะอื้นอยู่ข้างในอกตัวฉันสั่นไปหมด หันไปมองลูกสาวสองคนก็เห็นทั้งคู่จับมือสองข้างฉันไว้แน่นและร้องไห้ส่วนพี่สาวและพี่เขยก็ร้องไห้ตามกันหมด แต่สุดท้ายเหมือนปาฏิหาริย์ยังมีจริงเพราะศาลอ่านคำพิพากษาต่อว่าฉันไม่เคยต้องคดี ไม่เคยฆ่าคน เป็นคนดีทำมาหากิน จึงให้ลดโทษเป็นรอลงอาญา 2 ปีครึ่ง ฉันฟังแล้วเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ โผเข้ากอดลูกสาวและพี่สาว […]

ยอดเยี่ยม! เจ้าสาว ยกเลิกงานแต่ง งาน นำเงินไปเลี้ยงเด็กยากไร้

ยอดเยี่ยม! เจ้าสาว ยกเลิกงานแต่ง งาน นำเงินไปเลี้ยงเด็กยากไร้ Yiru Sun ก็เช่นกัน เธอตกลงแต่งงานกับว่าที่สามีและแพลนจะจัดงานขึ้นในนิวยอร์ก ทว่าเมื่อใกล้วันงาน เธอกลับไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาก่อนสมรสกับว่าสามีได้ลงตัว เธอจึง ยกเลิกงานแต่ง ! เชื่อว่าผู้หญิงหลายคน ใฝ่ฝันจะได้แต่งงานกับชายที่รักสักวัน และยังฝันอีกว่าวันนั้นเธอจะงดงามราวกับเจ้าหญิง         Yiru Sun ก็เช่นกัน เธอตกลงแต่งงานกับว่าที่สามีและแพลนจะจัดงานขึ้นในนิวยอร์ก ทว่าเมื่อใกล้วันงาน เธอกลับไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาก่อนสมรสกับว่าสามีได้ลงตัว ในที่สุดทั้งคู่จึงตัดสินใจล้มเลิกงานแต่งงาน ไม่เพียงเท่านั้น Yiru Sun ต้องเสียใจซ้ำสองเมื่อเธอรู้ว่าไม่สามารถเรียกเงินค่าจัดงาน 8,000 ดอลล่าร์หรือเฉียดๆ 3 แสนบาทคืนได้     หลายคนหากเผชิญเหตุการณ์อย่างนี้คงเศร้าเสียใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่เธอกลับตั้งสติได้และตัดสินใจว่าจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ด้วยการใช้สถานที่จัดงานนั้นแหละเป็นที่จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ยากไร้ 60 คนพร้อมกับครอบครัวของเด็กๆ ด้วย เธอบอกว่า   “ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เป็นเจ้าหญิงในวันแต่งงาน แต่ฉันก็สร้างเทพนิยายที่เป็นจริงให้กับเด็กๆ ได้”     เธอเล่าให้แขกในงานฟังว่า เธอเป็นหญิงสาวชาวจีนที่เติบโตมาในครอบครัวยากจน แต่ด้วยความใฝ่เรียนจึงมีโอกาสไปเรียนที่อเมริกา […]

ดอลลี่ พาร์ตัน บริจาคหนังสือครบ 100 ล้านเล่มเข้าโครงการอ่านสำหรับเด็ก

ดอลลี่ พาร์ตัน บริจาคหนังสือครบ 100 ล้านเล่มเข้าโครงการอ่านสำหรับเด็ก ดอลลี่ พาร์ตัน (Dolly Parton) นักร้องคันทรี่ระดับตำนานชาวอเมริกัน ได้รับการเชิดชูเกียรติจากหอสมุดรัฐสภา (The Library of Congress) จากการที่เธอบริจาคหนังสือครบ 100 ล้านเล่มให้กับเด็ก ๆ ซึ่งเธอทำมาเงียบ ๆ เป็นระยะเวลานานแล้ว ดอลลี่รู้สึกปลื้มปริ่มมาก เพราะถือว่านี่คือเกียรติประวัติสำหรับชีวิตเลยทีเดียว นักร้องคนดังบริจาคหนังสือผ่านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เธอเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาเอง นั่นคือ Imagination Library ซึ่งเธอเริ่มทำมานานกว่า 20 ปี มีจุดมุ่งหมายคือ เพื่อมอบหนังสือให้กับเด็ก ๆ ทั่วโลก ดอลลี่บอกว่า จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้ทำมาทั้งชีวิต ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย เพราะเธอเดินทางไปนู่นมานี่อยู่ตลอดเวลา การบริจาคหนังสือคือเรื่องล้ำค่าและเป็นความภูมิใจอย่างที่สุดเท่าที่เธอเคยทำโครงการต่าง ๆ มา ดอลลี่ก่อตั้งมูลนิธิ อิมเมจิเนชั่น ไลแบรรี่ ในปี 1995 ซึ่งเป็นโครงการกระจายหนังสือให้แก่เด็ก ๆ ฟรี สำนักงานอยู่ที่สวนสนุก Dollywood ของเธอในเทนเนซซี่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ โครงการนี้เริ่มต้นด้วยการมอบหนังสือให้เด็ก […]

แม็กซ์ เดี่ยวดวลไมค์ กับ 9 ปีที่สู้ชีวิตจนได้แชมป์เดี่ยวดวลไมค์

แม็กซ์ เดี่ยวดวลไมค์ กับ 9 ปีที่สู้ชีวิตจนได้แชมป์เดี่ยวดวลไมค์ เรื่องราวต่อไปนี้ที่ซีเคร็ตจะนำมาเล่าคือเรื่องของชายคนหนึ่งจากเวทีเดี่ยวดวลไมค์ไทยแลนด์ แถมเขายังเป็นแชมป์คนแรกของเวทีนี้อีกด้วย ชื่อของเขาคือ “แม็กซ์- ตรัย นุ่มแก้ว” หรือ แม็กซ์ เดี่ยวดวลไมค์ แม็กซ์-ตรัย นุ่มแก้ว หรือ แม็กซ์ เดี่ยวดวลไมค์ ได้บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ชีวิตของเขาที่กว่าจะเข้าสู่วงการหลังจากเป็นแชมป์ เวทีเดี่ยวดวลไมค์ หนทางก่อนหน้านี้เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคในชีวิตมามาก ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า “แม็กซ์ ตรัย นุ่มแก้ว” เขาเกริ่นว่า     เมื่อ พ.ศ. 2552 แม็กซ์ขึ้นรถไฟเข้ามายังกรุงเทพมหานครเพื่อหางาน เขาลงที่สถานีปลายทางคือ หัวลำโพง แล้วต่อรถเมล์สาย 113 (หัวลำโพง-มีนบุรี) ไปลงที่รามคำแหง เขาหางานที่เขาสนใจ จนเลือกงานที่สมัครไว้ในตอนนั้น 5 อาชีพคือ เด็กเสิร์ฟอาหารร้านหมูกระทะ,  เด็กแจกใบปลิวหน้าราม ,พนักงานร้านเซเว่น ,รปภ. และคนงานแบกข้าวสารส่งร้านต่างๆ ขณะนั้นคิดเพียงว่าทำงานอะไรก็ได้ เพื่อให้ตนเองมีรายได้วันละ 200 บาท ที่สามารถพอเลี้ยงตัวเองได้ พอจ่ายค่าเทอมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และค่าห้องพัก […]

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงสนับสนุนให้ ฝึกเจริญสติ ในกองทัพ

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงสนับสนุนให้ ฝึกเจริญสติ ในกองทัพ การ ฝึกเจริญสติ จะช่วยให้ทำงานได้ผลดี ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ผิดพลาด หากมีสติรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา จะช่วยไม่ให้เราหลงกับอารมณ์หรือความคิด เพราะสติทำให้เรารู้เท่าทัน รู้จักป้องกันและแก้ทุกข์ที่จะเกิดขึ้น สติจึงมีความสำคัญในชีวิตประจำวันมาก ซึ่งแม้แต่เจ้าชายแฮร์รี่แห่งราชวงศ์อังกฤษก็ทรงมองเห็น และทรงสนับสนุนให้มีการฝึกเจริญสติในกองทัพ ด้วยเหตุนี้ทำให้ต้นปีที่ผ่านมา จึงมีคณะนายทหารและข้าราชการในกระทรวงกลาโหมอังกฤษกว่า 150 คน ไปเข้าคลาสฝึกเจริญสติในกรุงลอนดอน 1 วัน ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ และเป็นไปตามแนวคิดของเจ้าชายแฮรี่และคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากกระทรวงกลาโหมอังกฤษ ที่ต้องการรณรงค์ชักชวนให้สมาชิกในกองทัพพัฒนาความมีสติโดยใช้การฝึกสมาธิตามแนวทางของพระพุทธศาสนา หลายคนอาจจะคิดว่า คงมีทหารในกองทัพอังกฤษที่นับถือศาสนาพุทธอยู่ไม่มากนัก แต่ความจริงแล้วปัจจุบันมีนายทหารประมาณ 4,000 นายประกาศตนเป็นพุทธมามกะและปฏิบัติสมาธิภาวนาเป็นประจำ เพื่อเป็นการฝึกจิตให้มั่นคง ช่วยลดความเครียดในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมเล็งเห็นความสำคัญ จนถึงกับมีการประชุมถกกันถึงเรื่องที่ว่า การเจริญสติสามารถช่วยกองทัพได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม คงต้องยกความดีให้เจ้าชายแฮร์รี่ที่ทรงเป็นตัวตั้งตัวตีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยทรงผลักดันให้มีเรื่องของสุขภาพจิต ใส่ไว้ในการฝึกฝนนายทหารแห่งกองทัพอังกฤษ ทรงเห็นว่า นายทหารเป็น “ทรัพย์สินอันสูงค่า” ของกองทัพ สมควรได้รับการตอบแทนในเรื่องของจิตใจด้วย เพื่อให้สามารถแสดงศักยภาพในการทำงานได้ดีเยี่ยม ทั้งในสำนักงานและในสนามรบ เจ้าชายแฮร์รี่ซึ่งเคยทรงรับใช้ชาติอยู่ในกองทัพอากาศนาน 10 ปี ทรงกล่าวในงานเปิดตัวโครงการสุขภาพจิตนี้ว่า ในช่วงที่พระองค์รับราชการอยู่นั้น การฝึกฝนต่าง ๆ ช่วยให้ร่างกายนายทหารแข็งแกร่งบึกบึน […]

รักต่างสายพันธุ์ของ โก๋เอ็ม – กิตติพงษ์ คำศาสตร์

รักต่างสายพันธุ์ของ โก๋เอ็ม – กิตติพงษ์ คำศาสตร์ หลายคนอาจคุ้นเคยกับ โก๋เอ็ม – กิตติพงษ์ คำศาสตร์ ในบทบาทสมาชิกวงฮิปฮ็อปชื่อดังอย่างบุดด้าเบลส และศิลปินสตรีทอาร์ตสุดแนว แต่รู้หรือไม่ว่าผู้ชายคนนี้ยังมีอีกหนึ่งบทบาทในการทำหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์จรจัดด้วย “ผมชอบสัตว์มาตั้งแต่เด็ก ๆ อาจเพราะปู่ย่าตายายเลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว ตอนเด็กผมไม่ค่อยมีเพื่อนเป็นมนุษย์มากเท่าไร และไม่อยากได้ของเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ๆ แต่อยากได้สัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนมากกว่า แม่จึงซื้อลูกเจี๊ยบให้เลี้ยง ตอนนั้นผมก็เอามาเลี้ยงเล่น ๆ จับไปจับมา ไม่นานก็ตาย” โก๋เอ็มเล่าย้อนให้เราฟังถึงที่มาของความรักสัตว์ที่มีมาตั้งแต่เด็ก ๆ และสัตว์เลี้ยงตัวแรก “ตอนเด็ก ๆ ผมชอบดูการ์ตูนเรื่อง ไอ้เขี้ยวเงิน พอดูแล้วอยากมีสุนัขคู่ใจ เพราะรู้สึกว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่มีความจงรักภักดี ตอนนั้นผมไม่ได้ชอบสุนัขจรจัด แต่ชอบสุนัขสายพันธุ์ โดยเฉพาะพิตบูล รู้สึกว่ามันเท่ดี ยิ่งพอโตขึ้นเริ่มฟังเพลงแนวฮิปฮ็อป ยิ่งเห็นสุนัขพันธุ์พิตบูลในมิวสิควิดีโอก็ยิ่งชอบ จึงศึกษาที่มาของสุนัขพันธุ์นี้ จนรู้ว่าพิตบูลเป็นสุนัขที่ชาวนาชาวไร่ในต่างประเทศนำมาใช้ต้อนฝูงสัตว์และไล่สัตว์ร้าย นอกจากนั้นพิตบูลยังเป็นสุนัขที่มีความสวยงามในเชิงศิลปะ เพราะมีโครงหน้าและมัดกล้ามเนื้อที่สวยงาม “พอคิดได้อย่างนั้นก็เลยเก็บเงินซื้อพิตบูลมาเลี้ยงและตั้งชื่อว่าจิ๋วหลิว ตอนนั้นผมไม่พร้อมที่จะเลี้ยงสัตว์เลย ซื้อมาเพราะความอยากล้วน ๆ “ช่วงนั้นผมก่อสงครามเย็นกับแม่และน้องตลอด เพราะพวกเขาไม่ยอมให้ผมเอาจิ๋วหลิวเข้ามานอนด้วย พอเริ่มเข้าวงการมีเงินจึงขอย้ายออกมาจากบ้าน โดยสัญญาว่าจะส่งเงินให้แม่ทุกเดือน แม้จะมีเงินมากขึ้น แต่ผมกลับมีเวลาให้จิ๋วหลิวน้อยลง […]

พระไพศาล วิสาโล กับการจาริกสู่ความสุขอันประเสริฐ

พระไพศาล วิสาโล กับการจาริกสู่ความสุขอันประเสริฐ เมื่อครั้งยังหนุ่ม ( พระไพศาล วิสาโล ) ผู้ชายร่างเล็กคนหนึ่งได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเรียนไปเพื่ออะไร” และคำถามนั้นก็ได้นำไปสู่การค้นหาอีกหลากหลายคำตอบให้กับชีวิต ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสับสนของวัยแสวงหา ชายหนุ่มได้ตัดสินใจสละชื่อ ไพศาล วงศ์วรวิสิทธิ์ เอาไว้เบื้องหลัง และก้าวเข้าสู่เส้นทางธรรม กระทั่งได้พบกับคำตอบที่ค้นหามานาน ในเพศบรรพชิต พระไพศาล วิสาโล ได้กลายเป็นหนึ่งในพระนักพัฒนาที่มุ่งมั่นเผยแผ่หลักธรรมทางพุทธศาสนา รวมทั้งแฝงแนวคิดเรื่องการปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติกับพุทธศาสนิกชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ด้วยการจัดอบรมคอร์สภาวนา “สันติวิธี” กับ “การเผชิญความตายอย่างสงบ” ให้แก่อุบาสกและอุบาสิกา ไปจนถึงตอบปัญหา “ปุจฉา – วิสัชนา” ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเฟซบุ๊ก จวบจนวันนี้ พระไพศาลยังคงจาริกบรรยายธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน ผ่านการเดินทาง ผ่านงานเขียนจำนวนมากมาย และผ่านการสนทนาธรรมอีกหลายวาระ เพื่อโปรดผู้ที่ยังแสวงหาความสงบสุขให้กับชีวิต รวมถึงในครั้งนี้…   จากที่ผ่านมา ประเด็นที่คนเข้าถามพระอาจารย์ทางเฟซบุ๊กมากที่สุดคือเรื่องอะไรครับ ประเด็นแรกเป็นเรื่องความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับเพื่อน ลูกกับพ่อแม่ หรือพ่อแม่กับลูก ส่วนประเด็นที่สอง คือ ความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องบุญ – บาป เช่น ทำหมันสัตว์บาปไหม กำจัดปลวกในบ้านบาปไหม […]

Are you ok? ประโยคง่าย ๆ แต่ ช่วยชีวิต คนได้

Are you ok? ประโยคง่าย ๆ แต่ ช่วยชีวิต คนได้ จนบัดนี้ เจมี่ แฮริงตัน (Jamie Harrington) ก็แทบไม่อยากเชื่อว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของเขาจะ ช่วยชีวิต ผู้ชายคนหนึ่งเอาไว้ วันหนึ่งระหว่างทางที่เขาเดินไปซื้อน้ำอัดลมที่ร้านค้าเล็ก ๆ แถวบ้าน ก็พบผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่บนขอบสะพาน ความจริงเจมี่จะเดินผ่านไปเฉย ๆ ก็ได้ แต่ด้วยสัญชาตญาณที่ทำให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้กำลังต้องการความช่วยเหลือ บวกกับอุปนิสัยของเจมี่ที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว เจมี่จึงเข้าไปถามว่า “คุณโอเคไหมครับ” แต่เจมี่มองตาชายคนนั้นก็รู้แล้วว่าเขาไม่โอเค เพราะมีน้ำตาคลอและไม่ตอบอะไรสักคำ เจมี่พูดจาเกลี้ยกล่อมแกมขอร้องชายผู้นั้นอยู่นานสองนาน ในที่สุดเขาก็ยอมลงมาจากขอบสะพาน แล้วทรุดตัวนั่งบนทางเท้ากับเจมี่ ทั้งสองนั่งคุยกันนานถึง 45 นาที หนุ่มน้อยเจมี่ถามไถ่ถึงสาเหตุความเป็นมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับเขา และเหตุใดเขาจึงมีความรู้สึกเช่นนั้น อย่างไรก็ตามเจมี่ไม่สามารถทิ้งชายคนนี้ไว้ตามลำพังได้ ก็เลยบอกเขาว่า จะโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล ซึ่งคุณหมอจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น แต่ชายผู้นั้นปฏิเสธและบอกว่า เขาอยู่ได้ อาจจะเดินเล่นไปเรื่อย ๆ สักพัก เจมี่คิดว่าคืนนี้ตัวเองคงจะนอนตาไม่หลับแน่ถ้าปล่อยชายคนนี้ให้เดินท่อม ๆ อยู่คนเดียวตอนกลางคืน จึงยืนยันที่จะโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมารับชายคนดังกล่าวไปยัง St. James Hospital เจมี่และชายคนนั้นได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันเอาไว้เพื่อจะได้สอบถามความคืบหน้าว่าอาการของเขาเป็นอย่างไรบ้าง […]

บทเรียนจากรักออนไลน์ พีท – พล นพวิชัย

บทเรียนจากรักออนไลน์ พีท – พล นพวิชัย พีท – พล นพวิชัย เป็นอีกคนหนึ่งที่เคยมีความรักและผิดหวังมาหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งเขาก็ได้เรียนรู้และเติบโตขึ้น และรักครั้งล่าสุดก็เช่นกัน “พีทรู้จักคนคนหนึ่งในอินสตาแกรม ตอนคุยกับเขาผ่านตัวหนังสือ รู้สึกว่าเขาเป็นคนอบอุ่นมาก ๆ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นคุยกันในไลน์ และตกลงเป็นแฟนกัน แต่แปลกตรงที่เขาไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ไม่ชอบให้เห็นหน้า เวลาใช้ไลน์โทร.หา เขาเอามือปิดกล้อง แล้วก็ไม่มาเจอ ทั้ง ๆ ที่อยู่กรุงเทพฯ เขาเจอทุกคนบนโลกยกเว้นเรา เขาไปไหนมีคนถ่ายรูปให้ แล้วใครเป็นคนถ่าย ทำให้เรามีคำถามเต็มไปหมด แต่เขาก็บอกว่า เขารักเรา เวลานั้นคนที่รู้ว่าพีทคบกับคนคนนี้เตือนพีทเยอะมาก แต่พีทก็ให้โอกาสเขา หวังว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นบอก อยากเชื่อว่าเราคิดถูกแล้ว “วันหนึ่งเขามาเซอร์ไพร้ส์วันเกิด ตอนเจอกันพีทมีความสุขมาก แต่ตอนที่ผู้จัดการพีทดันตัวเขาเข้ามาหาพีทเขาพยายามขืนตัวออก เหมือนกลัว ขยะแขยง เราก็ไม่รู้ว่าทำไม แล้วเขาบอกว่า ห้ามถ่ายรูป พีทก็ไม่ถ่าย แต่เขาถ่ายวิดีโออัพลงอินสตาแกรม พีทก็งง ห้ามพีท แต่ตัวเองทำ แล้วเจอกันแค่ 20 นาทีเท่านั้นเขาก็กลับเลย” หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้คงเกิดคำถามเดียวกันคือ เหมือนจะไม่มีความสุข แต่ทำไมจึงยังคบกันอยู่ […]

3 ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ ปลูกสีเขียวในหัวใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน

3 ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ ปลูกสีเขียวในหัวใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครคนหนึ่งจะตัดสินใจลุกขึ้นมา ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน แต่อาจเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เมื่อต้นไม้เหล่านั้นไม่ได้ปลูกในพื้นที่ของตนเอง หากแต่เป็นพื้นที่สาธารณะ…     ความพยายามของคุณตากับบุษบาเริงระบำ ดาวกระจาย ดาวเรือง บานไม่รู้โรย ชบา  พังพวยบานชื่น พวงแสด พุทธชาด ดอกรัก ที่เบิกบานเริงร่าอยู่บริเวณสองฟากถนนของหมู่ 3 เชื่อมหมู่ 8 ของตำบลหนองพระ จังหวัดพิษณุโลก คือฝีมือของคุณตาบุญเพ็ญ สุขเกษม คุณตาผู้มีเคียวเป็นอาวุธประจำกาย “เห็นแล้วมันชื่นใจเนอะ…”  คุณตาบุญเพ็ญ ยิ้มกว้าง ก่อนจะเล่าว่า เมื่อก่อนคุณตาเคยเป็นลูกจ้างทำสวนที่โน่นที่นี่มาก่อน กระทั่งวันหนึ่งคิดได้ว่า ชีวิตตัวเองไม่ต่างอะไรกับขอทานที่เร่ร่อนไปมา ไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง ว่าแล้วคุณตาจึงหันมาปลูกผักสวนครัวจริงๆ จังๆ “ตอนนั้นปลูกหลายอย่าง กะหล่ำปลี หัวหอม พริกหยวก…เอามาปลูกเพื่อส่งขายเข้าปากคลองตลาด สมัยนั้นแถวบ้านยังไม่มีใครปลูกผักสวนครัวขายเท่าไร เราทำก่อนเลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนมีเงินเก็บ หลังจากนั้นก็ซื้อนาได้ 100 กว่าไร่ เงินที่มีก็ส่งลูกเรียนจนจบ” เมื่อลูกๆ ทำงาน คุณตาก็เริ่มมีเวลามาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อย่างการถางป่า ขุดดินปลูกต้นไม้ จนสุดท้ายมาจบลงที่การออกกำลังกายด้วยการปลูกดอกไม้นับพันดอก… “ปลูกดอกไม้ได้สุขภาพสองอย่าง…สุขภาพกายกับสุขภาพจิต สุขภาพกาย เราได้ความแข็งแรง เพราะออกแรงปลูกดอกไม้ตลอด ส่วนสุขภาพจิต พอได้ปลูกดอกไม้ ใจเราก็สดชื่น เบิกบาน เพราะเราชอบดอกไม้ ได้ดูแล ได้เห็นดอกไม้เติบโตขึ้นมาสวย เราก็ดีใจ   “ตาจินตนาการเอาไว้แล้วว่า  ถ้าตาย ทางเดินข้างหน้าของตาคงจะมีดอกไม้อยู่สองข้างทางเหมือนกับดอกไม้ที่ตาปลูกไว้สองข้างถนนนี้…   “ที่ตาทำนี่ ใครจะยึดเอาเป็นกรรมสิทธิ์ไม่ได้นะ ต้องช่วยกันดูแล เพราะตาไม่ได้ทำให้เป็นของตัวเอง แต่เป็นของสาธารณะ ใครอยากมาดูก็ได้ มาขอดอกไม้ก็ได้ ไม่ต้องซื้อต้องขาย ตาให้ฟรีๆ” ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงวันครู เด็กๆ จะรีบวิ่งมาเรียก“คุณตาๆ” เสียงดังที่หน้าบ้าน เพื่อขอดอกไม้ไปจัดพานหน่วยข้าราชการก็จะกริ๊งกร๊างมาขอดอกไม้ไปประดับศูนย์ราชการ ยามเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมาดูงาน เป็นเวลากว่าสองปีที่คุณตาบุญเพ็ญลงมาดูดอกไม้ทุกวี่วัน แต่ปัจจุบันด้วยวัยที่ชราลงเรื่อยๆ  ส่งผลให้คุณตาไม่แข็งแรงเหมือนก่อน เดี๋ยวนี้จึงทำได้แค่ถางหญ้าหรือวัชพืชที่ขึ้นมารกรุงรังเท่านั้น ทว่าดอกไม้ที่คุณตาเคยปลูก ยังคงเริงระบำชูช่ออยู่เช่นเดิม ไม่ต่างกับความรักของคุณตาที่มีให้กับธรรมชาติ   ที่มา : นิตยสาร Secret ฉบับที่ 100 ผู้เขียน/แต่ง : ณัฐนภ ตระกลธนภาส ภาพ : สรยุทธ พุ่มภักดี 0 ต้อยติ่ง […]

“ พุทธทาส จักไม่ตาย ” ตามรอยพระอรหันต์ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ)

แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่เรื่องราวและผลงานด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน พุทธทาส ยังคงโลดแล่นอยู่ในการสดับรับรู้ของคนทุกเพศทุกวัยจากรุ่นสู่รุ่น

Lock Box ไอเดียธุรกิจ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองของ อิทธิชัย พูลวรลักษณ์

Lock Box ไอเดียธุรกิจ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองของ อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ใครที่เดินผ่านไปมาตามรถไฟฟ้าอาจคุ้นตากับตู้ฝากของอัตโนมัติสีเหลืองสดใสที่วางเรียงรายรอให้บริการแก่ผู้โดยสารที่ไม่อยากแบกของหนักตะลอนไปทั่วกรุง ตู้ฝากของอัตโนมัติที่ว่านี้มีชื่อว่า “ Lock Box ” ไอเดียธุรกิจ บริการแบบใหม่ที่ก่อตั้งโดย คุณวิน – อิทธิชัย พูลวรลักษณ์ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงที่ใช้รถไฟฟ้าในการสัญจรไปยังที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องการถือสัมภาระรุงรังให้เป็นภาระในการเดินทาง การเดินทางของไอเดีย ผมเรียนจบจากโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury International School ก่อนไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ Alliance Manchester Business School สาขา Bachelor of Science International Business, Finance and Economics อังกฤษ พอกลับจากอังกฤษมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็เข้าทำงานกับบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ด้านการพัฒนาธุรกิจและทำการตลาดให้กับ 3 แบรนด์ในเครือ ระหว่างทำงานที่นี่ ผมได้เรียนรู้เรื่องต่าง ๆ […]

น้ำใจ จากคนแปลกหน้าบนเครื่องบิน ที่ทำให้ครูสาวต้องเสียน้ำตา

น้ำใจ จากคนแปลกหน้าบนเครื่องบิน ที่ทำให้ครูสาวต้องเสียน้ำตา เรื่องราวของ น้ำใจ มนุษย์อันเหลือเชื่อนี้ เกิดขึ้นบนเที่ยวบินจากเมืองชิคาโกไปเมืองแจ็คสันวิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคุณครูคิมเบอร์ เบอร์มูเดซ (Kimber Bermudez) ก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ด้วย ตามปกติครูคิมเบอร์จะเป็นคนช่างคุย คราวนี้เธอคุยกับผู้ชายแปลกหน้าที่นั่งข้าง ๆ ไป ๆ มา ๆ เขาก็ถามเธอว่า เธอทำงานอะไร พอรู้ว่าเธอเป็นครู เขาก็ถามเธออีกว่า อะไรคือเรื่องท้าทายที่สุดในอาชีพครู น่าเศร้าที่เรื่องท้าทายที่สุดในงานของคิมเบอร์ก็เหมือนกับของคุณครูทุกคนทั่วโลกนั่นคือ ความยากไร้ของลูกศิษย์ที่ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน กระเป๋าหนังสือ หรือแม้แต่อาหารกลางวันของตัวเอง คิมเบอร์เล่าให้ชายผู้นั้นฟังถึงความยากลำบากของพ่อแม่ที่เป็นผู้อพยพซึ่งทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และมีนักเรียนมากแค่ไหนที่มาโรงเรียนพร้อมท้องที่หิวโหย นอกจากนั้นคิมเบอร์ยังบอกอีกว่า โรงเรียน Carlos Fuentes Elementary charter school ที่เธอสอนอยู่นั้นมีรายได้เข้าโรงเรียนน้อยมาก ซึ่งเธอคิดว่าในปี 2018 ที่โลกพัฒนาไปไกลแบบนีี้แล้ว เด็ก ๆ ไม่ควรต้องหิวโหยหรือขาดแคลนปัจจัยต่าง ๆ พอเธอพูดจบ ชายแปลกหน้าก็ขอข้อมูลติดต่อของโรงเรียน พร้อมทั้งบอกว่า บริษัทของเขามีนโยบายบริจาคสิ่งของและให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ กับโรงเรียนแบบเธอเสมอ ซึ่งคิมเบอร์ไม่คาดคิดเลยว่า เขาจะตอบเธอมาเช่นนี้ […]

keyboard_arrow_up