ชญาน์นันท์ สาครสกลพัฒน์ “ธรรมะคือที่พึ่งอันประเสริฐ”

คุณแอน – ชญาน์นันท์ สาครสกลพัฒน์ เรียนจบปริญญาโทมาจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล เธอเล่าถึงการเข้าสู่เส้นทางธรรมว่า “แอนเริ่มปฏิบัติธรรมตอนอายุ 18 ตอนนั้นน้องชายทั้งสองคนเข้าร่วมโครงการสามเณรใจเพชรและโครงการสามเณรลูกแก้วที่ยุวพุทธิกสมาคมฯ หลังจากนั้นยุวพุทธฯ ก็จัดให้มีโครงการชวนผู้ปกครองของคนที่เคยบวชเณรมาปฏิบัติธรรมแบบสติปัฏฐาน 4 พองหนอ ยุบหนอ ร่วมกัน คุณแม่ขอให้ไปเป็นเพื่อน ครั้งแรกที่ไปปฏิบัติธรรมไม่ชอบเลย รู้สึกเบื่อ และคิดว่าไม่อยากกลับมาปฏิบัติอีกแล้ว “หลังจบคอร์สครั้งนั้น คุณลุงมณเฑียรซึ่งเป็นประธานโครงการจัดปฏิบัติธรรมของยุวพุทธฯโทร.มาแจ้งคุณแม่ว่า จะมีโครงการปฏิบัติธรรมของผู้หญิง ชื่อโครงการธรรมบุตรี อยากให้แอนช่วยไปเป็นอาสาสมัครดูแลคนที่มาปฏิบัติธรรม ตอนแรกก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่าถ้าช่วงนั้นติดออกค่ายของมหาวิทยาลัยคงไปไม่ได้ แต่เผอิญค่ายยกเลิก แอนจึงต้องมาช่วยเป็นอาสาสมัครในโครงการนี้ตามที่เคยบอกไว้” จากที่ได้เข้ามาช่วยงานในคอร์สตลอด 7 วัน ทำให้ทัศนคติต่อการปฏิบัติธรรมของคุณแอนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น “การได้มาเป็นอาสาสมัครทำให้แอนมองเห็นคุณค่าของตัวเองและอยากปฏิบัติธรรมเข้มข้นมากขึ้น จึงสมัครเข้าคอร์สที่ชื่อว่าเจียระไน เน้นการเดินจงกรม นั่งสมาธิ และกำหนดรู้ในทุก ๆ อิริยาบถ พอได้เรียนกรรมฐานเยอะขึ้น ทำให้รู้ว่าจริง ๆ แล้วธรรมะสามารถเอามาใช้ได้กับทุก ๆ เรื่องในชีวิต “กรรมฐานทำให้แอนมีสติ ใจเย็นขึ้นมาก ช่วยให้เข้าใจตัวเองและคนอื่น รวมทั้งทำให้เกิดปัญญาเข้าใจความรู้สึกของพ่อกับแม่มากขึ้น เช่น ระหว่างที่ปฏิบัติเกิดปวดเมื่อยตามร่างกาย ก็คิดได้ว่าอาการปวดแค่นี้เทียบไม่ได้กับเวลาที่เราดื้อกับพ่อแม่ แล้วทำให้ท่านปวดใจ ตั้งแต่ฝึกกรรมฐานมา ไม่เคยเถียงพ่อแม่อีกเลย […]

การเดินทางหลังความตายที่ไม่สิ้นสุดของ เฮนเรียตตา แล็กส์ ตัวตายไปแล้วแต่เซลล์ยังอยู่

เฮนเรียตตา แล็กส์ ได้เดินทางไปยังห้องทดลองมาแล้วทั่วโลก แถมยังได้ขึ้นไปกับยานอวกาศ แต่ที่น่าประหลาดใจคือการเดินทางทั้งหมดนี้ ตัวเธอเองไม่มีโอกาสได้รับรู้เลย

ธนพงศ์ จิตชู “ธรรมะ” นำทางชีวิต

หลังเรียนจบสาขาวิทยาศาสตร์การเดินเรือจากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีได้เพียงไม่กี่ปี คุณแบงก์ – ธนพงศ์ จิตชู ก็เลือกทางเดินชีวิตของตัวเองด้วยการเป็นเจ้าของกิจการขายนาฬิกาทั้งปลีกและส่งที่จังหวัดชลบุรี “ตั้งแต่เด็กจนโต คุณพ่อคุณแม่ปลูกฝังเรื่องการปฏิบัติธรรมให้ผมกับน้องมาตลอด อย่างช่วงปิดเทอม เด็กคนอื่นอาจได้ไปเที่ยวทะเล ไปต่างจังหวัด แต่ผมและน้องสาวไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม 7 วัน ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจว่าปฏิบัติไปเพื่ออะไร ก็ได้แต่ทำตาม ๆ ไป ทุกครั้งที่ไปวัดตอนนั้นผมไม่ชอบเลย เพราะคุณพ่อปลุกให้ตื่นตั้งแต่ตีสาม ท่านบอกว่าถ้าตื่นเร็วจะได้เจอสิ่งดี ๆ ก่อนคนอื่น “จริง ๆ แล้วผมก็ไม่ได้ต่างจากคนวัยเดียวกันที่อยากไปเที่ยวเล่นเฮฮากับเพื่อนฝูง แต่เพราะรู้ว่าคุณพ่อคุณแม่รักเรามาก ปรารถนาดี อยากให้เราเป็นคนดี ท่านไม่ได้เลี้ยงผมด้วยการหยิบยื่นเงินทองให้ แต่จะสอนให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างลูกผู้ชาย ให้แข็งแกร่ง รู้จักความลำบาก ฝึกให้อดทนและยืนได้ด้วยตัวเอง ท่านอยากเลี้ยงผมให้เป็นคนดีมีคุณภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้” ต่อมาคุณแม่พาไปกราบและฝากฝังให้บวชกับพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ณ สถานปฏิบัติธรรมวิวัฏฏะ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นเวลา 3 เดือนครึ่ง เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิตและธรรมะในแบบที่คุณแบงก์เองก็ไม่คาดคิดมาก่อน “ครั้งแรกที่ไปถึงวิวัฏฏะ ผมตกใจมาก เพราะมีแต่ภูเขาหัวโล้นกับพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ๆ หนึ่งองค์ ผมอดคิดไม่ได้ว่าแม่ส่งเรามาทำอะไรที่นี่ ตอนนั้นรู้สึกท้อและคิดว่าอย่าว่าแต่สามเดือนครึ่งเลย แค่สามวันยังไม่รู้ว่าจะรอดไหม แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ผมก็ต้องอยู่ให้ได้ […]

เป็นลูกน้องหรือเป็นนายตัวเอง อย่างไหนดีกว่ากัน

เป็นลูกน้องหรือ เป็นนายตัวเอง อย่างไหนดีกว่ากัน พอถึงช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงานที่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ การออกไปมีธุรกิจเป็นของตนเอง เป็นนายตัวเอง ก็ดีไม่น้อย เป็นความฝันของชาวออฟฟิศหลายที่อยากให้เป็นจริง อยากพ้นจากความทุกข์ที่โดนกดดันด้วยงาน พ้นจากการเป็นลูกน้องที่ต้องรับฟังคำสั่ง ไปสู่ชีวิตที่เสรีและทำตามความคิดของตนเอง คนที่อยากสร้างธุรกิจในฝัน มักเป็นคนที่มองโลกเชิงบวกและมีความกระตือรือร้นกว่าคนที่คิดจะเปลี่ยนงาน คนเหล่านั้นไม่ได้ทอดทิ้งงานเพราะเกลียดบริษัท แต่เพียงอยากทำความฝันของตนเองให้ลุล่วง มองในอีกมุมหนึ่ง ความฝันที่สวยงามอาจกลายเป็นหลุมพราง ทำไมถึงกล่าวแบบนี้ สมัยก่อนการเป็นนายตัวเอง อาจเป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน แต่สมัยนี้การขายของออนไลน์ก็สามารถทำให้เราไต่เต้าไปสู่การประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจได้ แต่ผลแห่งความสำเร็จไม่ได้เจริญงอกงามได้กับทุกคน หากพิจารณาดูการทำธุรกิจมีหลายปัจจัยมาก กว่าจะสร้างฐานที่แข็งแกร่ง หากทำเพื่อฝันว่าอยากขายสินค้านี้ ชอบสินค้านี้ และลาออกจากงานประจำมาขายเต็มตัว เพราะวาดฝันไว้สวยหรูว่าจะได้เป็นเจ้าของกิจการที่มั่นคงแน่นอน แต่ทว่าความฝันก็ดับเพราะการไม่เข้าใจการตลาดที่แน่นอน ไม่ทราบความต้องการของลูกค้า ธุรกิจในฝันก็ล่มจมไป จากจุดนี้จะไปไหนต่อ เมื่อน้ำเลี้ยงหลักของเราไม่มีแล้ว เงินที่จะใช้จ่ายในชีวิตที่เคยได้มาหล่อเลี้ยงเป็นเดือน ๆ จากงานประจำไม่มีแล้ว จำนวนประชากรทุกวันนี้ สูสีกับปริมาณสินค้าที่เราขายไหม หากสินค้ามากกว่าผู้ซื้อ ผลต่อมาคือไม่สามารถจัดการสินค้าที่เหลือได้ สินค้าส่วนใหญ่อิงกระแสความต้องการของผู้บริโภค แต่เมื่อกระแสความสนใจเปลี่ยนทิศทาง ก็กลายเป็นปัญหาของเราผู้ออกมาตามฝัน นายตัวเองนอกจากธุรกิจแล้ว การเป็นฟรีแลนซ์ก็เป็นอีกงานที่ไม่ได้รับการกดดันจากบริษัท แต่ฟรีแลนซ์จะไม่ได้รับการคุ้มครองและสวัสดิการการช่วยเหลือใดใดเลย ซึ่งถ้าวันหนึ่งเจ็บป่วยขึ้นมา ก็ลำบากเราไม่น้อย นอกจากจะขยันหางานได้ทีไรมาก ๆ แล้วมีเงินเก็บพอรักษาตัวเอง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ก้าวออกมาจากงานประจำ สู่งานอิสระและการเป็นนายตัวเอง ผลที่ตามมาหลายคนขาดทุน ไม่ได้กำไร […]

3 ลักษณะของคนโชคดีที่คุณก็คาดไม่ถึงว่าเป็นความโชคดี

3 ลักษณะของคนโชคดี ที่คุณก็คาดไม่ถึงว่าเป็นความโชคดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีงานวิจัยด้านจิตวิทยาหลายเรื่องทีทำการสังเกต ลักษณะของคนโชคดี และคนโชคร้ายจาก 5 ลักษณะนิสัย ประกอบด้วย อารมณ์ร่วม หมายถึง ความสามารถในการอ่านบรรยายกาศและสิ่งรอบตัว หรือมีแนวโน้มที่จะเกิดความรู้สึกร่วม และพร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่น สรุปสั้น ๆ คือ เป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยน ความซื่อสัตย์ หมายถึง ความสามารถในการบังคับตัวเอง เช่น ควบคุมตัวเองได้หรือไม่ มีจิตใจเข้มแข็งหรือไม่ พูดโกหกหรือไม่ เป็นต้น การเข้าสังคม หมายถึง การชอบเข้าสังคม กระตือรือร้น เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ความแปรปรวนของอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการรับมือกับความเครียด หรือความกดดันจากคนรอบข้างได้หรือไม่ ขี้กังวลหรือตื่นเต้นง่ายแค่ไหน จิตใจเปิดกว้าง หมายถึง การแสดงความคิดสร้างสรรค์ ความสนใจและชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ดร.ไวส์แมน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเคยสำรวจลักษณะนิสัยพื้นฐาน 5 ประการระหว่างคนโชคดีกับคนโชคร้ายว่า มีความแตกต่างกันหรือไม่ จนได้ผลลัพท์ที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง คนโชคดีกับคนโชคร้ายมีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเพียงแค่ 3 เรื่อง ได้แก่ การเข้าสังคม ความแปรปรวนของอารมณ์ และจิตใจที่เปิดกว้าง ส่วนอารมณ์ร่วมและความซื่อสัตย์นั้น […]

ความสุขอยู่ที่ไหนกัน ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย

ทันทีที่แสงสปอตไลต์ส่องตรงมาที่ฉัน  เสียงปรบมือ  เสียงเรียกชื่อ “ลุลา  ลุลา  ลุลา” ก็ดังกระหึ่มขึ้น พร้อมๆ กันทั้งฮอลล์คอนเสิร์ต  ณ วินาทีนั้นเองที่ฉันรู้สึกได้ว่า “นี่แหละความสุข  ความฝันที่ฉันตามหามาทั้งชีวิต…ฉันเกิดมาเพื่อร้องเพลงจริงๆ” ครอบครัวลุลาเป็นคนจีนค่ะ  เรามีกันอยู่ 5 คน  พ่อ  แม่  ลูกชายสอง  และลูกสาวอีกหนึ่ง  ลุลาเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้าน ด้วยเหตุนี้เองคุณแม่จึงสนับสนุนลุลาเต็มที่ สนใจจะเรียนอะไร จะฝึกอะไรขอได้หมด ลุลาจึงได้เรียนตั้งแต่บัลเลต์ ร้องเพลง สเกตลีลา คอรัส (ร้องประสานเสียง) ทำอาหาร  ตัดผม  ฯลฯ พอเรียนบัลเลต์ได้ดี  ลุลาก็เริ่มฝันจะเป็นนักบัลเลต์ แต่พอรู้แน่ว่านักบัลเลต์เป็นอาชีพที่เกิดได้ยากในเมืองไทย  ลุลาก็เริ่มเบนเข็มว่า “เป็นนักร้องดีไหม  เพราะเราก็ชอบร้องเพลง”  แต่พอนึกถึงภาพนักร้องเมืองไทยในช่วงนั้นที่เน้นว่าต้องหล่อ สวย หุ่นดี ยิ่งเป็นดาราด้วยยิ่งดี ความฝันนี้ก็ตกไปทันที เพราะลุลาไม่มีคุณสมบัติที่ว่าเลย นอกจากร้องเพลงได้เท่านั้น คิดไปคิดมายังเหลืออีกอย่างที่ลุลาชอบ นั่นก็คืองานศิลปะ  เพราะลุลาชอบวาดรูป  ชอบออกแบบ  ลุลาจึงมุ่งมั่นเรียนด้าน Exhibition Design แทน พอเรียนจบปั๊บ ลุลาก็เริ่มทำงานประจำ จนเวลาผ่านไป 2 - 3 ปี  ก็เริ่มรู้สึกว่า “งานที่ทำอยู่ไม่ใช่ตัวเรา”  แล้วจู่ ๆ ความฝันเดิมๆ ก็วนกลับเข้ามาในใจอีกครั้ง! พร้อมคำถามว่า “เรายังอยากเป็นนักร้องอยู่หรือเปล่า” ตั้งแต่เรียนมัธยมจนกระทั่งมหาวิทยาลัย มีคนมาชวนลุลาเป็นนักร้องหลายครั้ง  แต่คุณแม่ก็ไม่เคยอนุญาตเลยสักครั้ง เพราะท่านมองว่า นักร้องเป็นงานฉาบฉวย  อยู่กับแสงสี  เสี่ยงต่อการเสียผู้เสียคน  จึงอยากให้ทำธุรกิจหรือทำงานที่มั่นคงมากกว่า แต่มาถึงวันนี้ลุลาเรียนจบอย่างที่คุณแม่ต้องการแล้ว  มีประสบการณ์ชีวิตมาระดับหนึ่งจึงอยากทำตามฝันของตัวเองดูบ้าง  ลุลาจึงตัดสินใจ “แอบ” คุณแม่ไปทำอัลบั้มแบบเงียบ ๆ จนได้…ก่อนจะเจ๊งไปแบบเงียบ ๆ จนต้องตัดสินใจออกจากค่ายเพลงทั้งที่ยังไม่หมดสัญญาด้วยซ้ำ จากนั้นลุลาก็กลับมาทำงานประจำอีกครั้ง  คราวนี้ลุลาโหมงานอย่างหนัก  แต่ละวันต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง  เสาร์ - อาทิตย์ก็มีงานตลอด  ไม่ค่อยได้เจอคุณแม่เลย  ส่วนอาหารการกิน  ลุลาเน้นข้าวกล่องเป็นหลัก  กินแค่พออิ่มและประหยัดเวลา  พอถึงเวลานอนก็ยังหลับไม่สนิทเพราะคิดถึงแต่งาน  เครียด  กังวลไปสารพัด  ด้วยเหตุนี้ลุลาจึงป่วยบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะลงเอยด้วย โรคออฟฟิศซินโดรม!     วันหนึ่งลุลาบังเอิญได้คุยกับพี่โปรดิวเซอร์คนหนึ่งเข้า  ความที่สนิทกัน  ลุลาจึงระบายความอัดอั้นตันใจเรื่องงานประจำให้เขาฟังจนหมดเกลี้ยง  พี่โปรดิวเซอร์จึงแนะนำให้ลองฟังเพลงแนวบอสซาโนวา(Bossanova) ดู  เนื่องจากบอสซาโนวาเป็นแนวเพลงที่มีจังหวะเดียวกันกับจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์  ทำให้ฟังแล้วรู้สึกผ่อนคลาย  ยิ่งผสมผสานกับการร้องแบบกระซิบ ๆ  ไม่เต็มเสียง  ยิ่งเข้ากันได้ดี สำหรับลุลาแล้ว  การฟังเพลงแนวบอสซาโนวาเปรียบเหมือนการได้เจอ “โอเอซิส” อย่างไรอย่างนั้น ยิ่งทำงานไปด้วย ฟังเพลงไปด้วยก็ยิ่งเพลิดเพลิน  เหมือนมีอะไรมาหล่อเลี้ยงจิตใจให้กลับมีพลังอีกครั้ง หลังจากเป็นผู้ฟังที่ดีมา 2 ปี วันหนึ่งลุลาก็มีโอกาสได้ลองร้องเพลงแนวบอสซาโนวาเป็นครั้งแรก  แม้จะไม่มั่นใจเท่าไร  แต่พอร้องแล้วมีคนชื่นชอบ ลุลาก็ยิ่งมั่นใจ  จนในที่สุดก็ตัดสินใจแอบหนีคุณแม่มาร้องเพลงบอสซาโนวาทุกคืนวันพุธ ส่วนกลางวันก็ยังทำงานประจำแบบวุ่น ๆ ไปตามเดิม ช่วงนั้นนอกจากอาการออฟฟิศซินโดรมจะยังไม่หายขาดแล้ว  คุณหมอยังตรวจเจอซีสต์ในตัวลุลาเพิ่มอีกหลายแห่งด้วย พอเห็นลุลาป่วยขนาดนี้คุณแม่จึงเอ่ยปากว่า  “เปลี่ยนงานดีไหมลูก  หรือไม่ก็ลาออกไปเรียนปริญญาโทก่อน”  ใจลุลาเองก็อยากจะพักอย่างที่คุณแม่บอกเหมือนกัน  จะได้รักษาตัวและเรียนปริญญาโทเสียที  แต่ก็ยังสองจิตสองใจอยู่  จนกระทั่ง พี่เต็ด – ยุทธนา บุญอ้อม เอ่ยปากชวนลุลามาทำอัลบั้มแนวบอสซาโนวาด้วยเท่านั้น  ลุลาก็ตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ทันที  พอกันทีชีวิตสาวออฟฟิศ! ความรู้สึกของลุลาตอนนั้น “ดีใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ  มันพองฟูไปหมด  มันเหมือนกับคนที่ทิ้งความฝันไปแล้ว  เกือบจะไม่รู้จักความฝันและความหวังแล้วด้วยซ้ำ แต่อยู่ ๆ ก็มีคนหยิบยื่นโอกาสมาให้อีกครั้ง ถึงจะต้องแอบคุณแม่ไปทำอัลบั้มก็ยอม” ครั้งนี้ลุลาทำงานด้วยความคิดแบบนักดีไซน์ที่ว่า  “Innovation is everything.” หมายความว่า การมีนวัตกรรมทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้น่าสนใจได้  คราวนี้แหละที่ลุลาจะได้พรีเซ้นต์ตัวเองในแง่มุมต่าง ๆ เหมือนการดีไซน์งานศิลปะสักชิ้นขึ้นมาด้วยความรัก ไร้ความกดดัน  ไร้ความคาดหวัง แค่คิดก็รู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่เสียใจแล้วที่จะได้ทำอัลบั้มอย่างที่ตัวเองต้องการออกมา ในที่สุดปี 2551  อัลบั้ม Lula Urban Lullaby  อัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกในชีวิตลุลาก็เสร็จสมบูรณ์ค่ะ  หลังจากปล่อยเพลงโปรโมตออกไปได้ไม่นาน  ก็เกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ ตามมามากมายตามสื่อต่าง ๆ  ไม่ว่าจะในกูเกิล (Google) ที่มีสถิติการค้นหาชื่อลุลาสูงสุด  ทำไมนักร้องคนนี้ต้องร้องเพลงแอ๊บแบ๊วขนาดนี้  ฯลฯ  แต่ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงในลักษณะไหน  ลุลาก็ถือว่าเป็นความสำเร็จและเป็นกำลังใจที่ดีมาก ๆ ค่ะ ส่วนคุณแม่ กว่าท่านจะรู้ว่าลุลาไม่ได้แค่เรียนปริญญาโทอย่างเดียว  แต่ยังแอบไปทำอัลบั้มด้วยก็เมื่อท่านได้ฟังเพลง “ทะเลสีดำ” ที่เปิดตามคลื่นวิทยุแล้วค่ะ ฟังครั้งแรกก็ยังไม่ได้ว่าอะไร  แต่ได้ยินวิทยุเปิดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ  ท่านก็เริ่มยอมรับแล้วว่า “ลูกสาวคนนี้ไม่ธรรมดา” “ทุกสิ่งที่ลุลาทำพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ  แต่เกิดจากความพยายามล้วน ๆ  ซึ่งถ้ามีสิ่งเหล่านี้อยู่กับตัวแล้ว  แน่นอนว่าโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”   […]

ผมต้องเป็นครู ครูเชาว์ – เชาวลิต สาดสมัย

ผมต้องเป็นครู ครูเชาว์ – เชาวลิต สาดสมัย ซีเคร็ตชวนมารู้จักกับชายร่างผอมแต่มีพลังล้นเหลือ ครูเชาว์ – เชาวลิต สาดสมัย ชายวัย 40 ปี ที่ทุ่มเทชีวิตเพื่อส่วนรวม ครูเชาว์บอกว่า “ผมเน้นกินน้อยแล้วทำงานเยอะ ๆ” (หัวเราะ) ครูเชาว์พาชมโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อชุมชนบ้านปูน บริเวณใต้สะพานพระราม 8  ก่อนมานั่งสนทนากันใต้ร่มไม้ใหญ่อย่างเป็นกันเอง   ในหลวง รัชกาลที่ 9 คือแรงบันดาลใจ ผมเป็นเด็กกำพร้าในบ้านราชาวดีมาก่อน ผมจะเห็นในหลวง รัชกาลที่ 9 ทุกค่ำเลย เพราะที่บ้านราชาวดีเปิดข่าวพระราชสำนักให้เราดูทุกวัน พระองค์เป็นบุคคลที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะทำงานเพื่อส่วนรวม ก้าวแรกของผมคือช่วยเหลือแม่  ๆ ในบ้านราชาวดีเลี้ยงน้อง ป้อนข้าว และอาบน้ำให้น้อง ซึ่งตอนนั้นผมอายุ 10 ขวบ การช่วยเหลือแม่ ๆ ทำให้ผมได้เติมเต็มในสิ่งที่ขาดหาย ได้รับความรักจากน้อง ๆ ถึงผมจะขาดความรักจากพ่อแม่ แต่ผมก็ได้สิ่งนี้มาทดแทนช่วยให้ผมอบอุ่น ตอนนั้นทางรัฐบาลอนุญาตให้ผู้พิการเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ ผมจึงตั้งใจที่จะสร้างอนาคตให้ตนเอง จึงขออนุญาตนักสังคมสงเคราะห์บ้านราชาวดีเรียนในระดับประถมศึกษา และได้เรียนที่โรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ […]

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม

เป็นเช่นนั้นเอง…แล้วมันจะผ่านไป จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม การมองธรรมะของเธอช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ และสิ่งที่ไม่ธรรมดายิ่งกว่านั้นคือ ปัญหาชีวิตที่เธอเผชิญในฐานะเสาหลักของครอบครัวที่ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาได้ จนกระทั่งได้รู้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้น…ก็เป็นเช่นนั้นเอง   เขาสอนให้จ๊ะจ๋ารู้จักใจเย็น พี่จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้วเตือนจ๊ะจ๋าว่า “ ใจร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ เวลาที่เราเผลอพูดหรือทำอะไรด้วยอารมณ์ร้อน แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ที่เสียใจในภายหลัง กับสิ่งที่เราทำไว้กับคนอื่น เพราะว่าเวลาใจร้อน ใจของเราก็อยากทำร้ายคนอื่นเขา ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา เช่น การใช้คำพูดหยาบคาย เชือดเฉือน เสียดสี ทิ่มแทง หรือทางการกระทำ เช่นขว้างปาข้าวของ เพื่อให้คนที่เราโกรธรรู้สึกเจ็บปวดที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปเราหายโกรธ และอาจลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรไว้บ้าง อาจมีเหตุให้ต้องกลับมาใช้ของชิ้นนั้นที่เราเคยทำลายด้วยความไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือของชิ้นนั้นมีตำหนิไม่สมบูรณ์เหมือนเดิมอีกแล้ว ความรู้สึกของคนก็เช่นกัน การกระทำที่ไม่ดีของเรา อาจกลายเป็นรอยตำหนิในความทรงจำของเขาไปจนวันตายเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าใจร้อน ต้องทำใจเย็น ๆ เมื่อใจเย็นแล้วค่อยว่ากัน ”     0 คำเตือนนี้ของพี่จิ๊บสามารถนำไปใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ ทำให้เราใจเย็นขึ้น เพราะจ๊ะจ๋าก็เป็นคนใจร้อน รู้ตัวว่าเรานิสัยไม่ดี ชอบใช้คำพูดทำร้ายจิตใจ อย่างตอนที่โมโหพี่จิ๊บ เมื่อก่อนจ๊ะจ๋าก็จะต่อว่า แล้วพูดเป็นข้อ […]

ค้นหาเสน่ห์ในตัวคุณ โดยไม่ต้องสร้างกันเถอะ

ค้นหาเสน่ห์ในตัวคุณ โดยไม้ต้องสร้างกันเถอะ ใคร ๆ ก็อยากมีเสน่ห์ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองดูดี และเป็นที่ชื่นชอบ แต่ที่จริงแล้วทุกคนมีเสน่ห์ที่ธรรมชาติมอบไว้ แต่คุณอาจยัง ค้นหาเสน่ห์ในตัวคุณ ไม่เจอ นับจากนี้ไปเราจะช่วยให้คุณหาและรู้จักกับเสน่ห์ของคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็มีข้อดีอยู่ในตัวเองกันทั้งนั้น เพียงแต่ตัวเราเองอาจไม่รู้ และนึกไม่ออก หากลองคิดดูดี ๆ รับรองได้ว่าเราต้องมีเสน่ห์มากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไปแน่นอน เสน่ห์ไม่จำเป็นเลยว่าต้องเป็นรูปกายภายนอกที่ฉาบฉวย เด่นจนกระทั่งตนเองรับรู้ได้ มันอาจเป็นเรื่องเล็ก  ๆ ที่เรามองข้าง แต่เรื่องนั้นทำให้เรารู้สึกดี เป็นความทรงจำที่ดี เช่น การมาถึงโรงเรียนแต่เช้า หรือทำสิ่งหนึ่งที่ใคร ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณทำมันไม่ได้หรอก” เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง คณะในฝันของคุณ แต่คุณกลับทำมันได้ (โดยคุณเองก็ไม่คิดว่าจะทำได้) หรือแม้กระทั่งคุณได้รับมอบหมายจากหัวหน้า ซึ่งเขามองไม่เห็นใครแล้ว จึงมอบหมายงานนี้ให้ ทั้งที่คุณไม่มีความรู้เรื่องนี้พอ แต่คุณกลับทำได้ แถมยังทำได้ดี (อย่างไม่คาดฝัน) อีกด้วย ตัวอย่างที่ยกมา ไม่ใช่เสน่ห์ที่ฉายแสงให้คุณโดดเด่นเหมือนคนในสปอร์ตไลท์ แต่เสน่ห์เหล่านี้ทำให้คนรอบข้างของคุณยิ้มได้ และเป็นความทรงจำที่มีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง เชื่อว่าพออ่านมาถึงตรงนี้ต้องมีคนท้วงว่า ฉันไม่เห็นมีอะไรแบบนี้เลย แย่ บ๊วยทุกอย่าง ขอให้คุณลองมองหาอย่างตั้งใจรับรองว่าต้องเจออย่างแน่นอน เช่น ใบหน้าอันกลมเหมือนซาลาเปานี้ […]

เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ ประกาศนัดวิ่งมาราธอนหาทุนช่วยผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุ 

เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ ประกาศนัดวิ่งมาราธอนหาทุนช่วยผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุ เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ มือกลองและนักแสดงอารมณ์ดี แถมยังใจบุญ อาสาจัดมาราธอนส่งบุญ 42 ก.ม. ช่วยเหลือผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ “วรชยุต บุญญฤทธิ์” โพสต์รูปหลวงพ่ออลงกตบิณฑบาตทุนบริจาคสนับสนุนและข้อความว่า “ฝากบอกตูนบอดีสแลมและคนรวยๆ ช่วยวัดพระบาทน้ำพุ หลวงพ่ออลงกตกันด้วยเถิดครับ ท่านต้องออกเดินทางไปหาเงินบริจาคทุกวัน ท่านเดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว สงสารท่านมาก ช่วยท่านกันหน่อยเถิดครับ บริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุกันเถิดครับผม”   ต่อมาวันที่ 14 มีนาคม 2562 นักดนตรีรุ่นใหญ่วัย 48 ปี วรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ วรเชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล พลิกผันไปเป็นเกษตรกรที่จังหวัดชลบุรี บ้านเกิด ทั้งยังช่วยเหลือสังคมด้วยการเปิดโรงทานเพื่อเด็กยากไร้ในจังหวัดชลบุรี ประกาศอาสาช่วยวัดพระบาทน้ำพุขึ้นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “*มาราธอน ส่งบุญ 42 ก.ม.* ช่วยผู้ป่วยวัดพระบาทน้ำพุเป็นครั้งที่ 3 ด่วนมากครับ มีแต่คนขอมา เพราะหลาย ๆ […]

หนุ่มทีมโครงการก้าวคนละก้าวโพสต์ความประทับใจ ตูน บอดี้สแลมควักเงินส่วนตัวช่วยโรงพยาบาลสระใคร หนองคาย 

หนุ่มทีมโครงการก้าวคนละก้าวโพสต์ความประทับใจ ตูน บอดี้สแลมควักเงินส่วนตัวช่วย โรงพยาบาลสระใคร หนองคาย เป็นที่ชื่นชมในสังคมออนไลน์มากสำหรับโพสต์ของเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า ชัชพิสิฐ เย็นกลาง ปานซ่า ที่กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อ ตูน บอดี้สแลม ควิกเงินส่วนตัวช่วย โรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “ชัชพิสิฐ เย็นกลาง ปานซ่า” โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ว่า “นี่แหละฮีโร่ ของจริงงง ภาพนี้เป็นภาพที่คุณพยาบาลโรงพยาบาลสระใคร กำลังอธิบายพี่ตูนว่า เครื่องปั๊มหัวใจทั้งโรงพยาบาลมีอยู่เครื่องเดียว แล้วตอนนี้ก็เก่ามากแล้ว อยากให้พี่ตูนช่วย พอพูดจบพี่ตูนยิ้มแล้วพูดว่า “ผมขออนุญาตซื้อเครื่องปั๊มหัวใจให้ใหม่นะครับ” พร้อมโอนเงินส่วนตัวมูลค่า 330,000 ให้โรงพยาบาลสระใคร #ชีวิตคนนึงสำคัญมากนะครับ #คำพูดของพี่ตูน #ไอดอลเลย #เจอกันแน่นอนครับพี่ #ก้าวคนละก้าวเพื่ออีสาน” นี่เละฮีโร่ ของจริงงง ภาพนี้เป็นภาพที่คุณพยาบาลโรงพยาบาลสระใคร กำลังอธิบายพี่ตูนว่า… Posted by ชัชพิสิฐ เย็นกลาง ปานซ่า on Wednesday, March 13, […]

หมอเมย์สู้มะเร็งระยะสุดท้าย ดอกไม้เหล็กผู้ใช้กำลังใจเป็นยารักษาตนเองและเพื่อนร่วมทุกข์

หมอเมย์สู้มะเร็งระยะสุดท้าย ดอกไม้เหล็กผู้ใช้กำลังใจเป็นยารักษาตนเองและเพื่อนร่วมทุกข์ แพทย์หญิงคนหนึ่งได้เปิดเพจชื่อว่า ” หมอเมย์สู้มะเร็งระยะสุดท้าย ” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งกระเพาะอาหารของเธอ ซึ่งกำลังใจสำคัญของเธอคือเพื่อนร่วมทุกข์ที่แวะเวียนมาคอมเม้นท์และส่งข้อความในอินบ็อกซ์รวมถึงครอบครัวของเธอด้วย วันที่ 27 ธันวาคม 2561 เป็นวันที่ดิฉันหมอเมย์ หรือแพทย์หญิงทักษอร เล้าวงค์ ซึ่งกำลังมีความสุขกับงานผ่าตัดอันเป็นที่รัก อาจารย์ชายชัญ ได้ต่อสายตรงมาถึงเมย์ว่า ” ผลแล็บของเมย์ไม่ค่อยดีเลยนะคะ อยากให้เข้ามาเจออาจารย์ที่โรงพยาบาลหน่อย”  เมย์จึงถามท่านกลับไปว่า “เมย์เป็นอะไรหรอคะอาจารย์”  ท่านตอบกลับมาว่าผลการตรวจพบว่ามีเซลล์มะเร็งอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองในชิ้นเนื้อตรงคอที่ตัดไปตรวจ คำตอบของอาจารย์ชายชัญทำเราอึ้งไปเลยค่ะ แต่เมย์ก็ผ่าตัดคนไข้ต่อจนเสร็จ ต้องขอบคุณคนไข้ที่เข้าใจ และยังให้กำลังใจเราด้วยอีกต่างหาก     ทำไมเมย์จึงนำชิ้นเนื้อตรงคอไปตรวจ ตอนนั้นเมย์มีอาการไอนาน 1 สัปดาห์กว่า ๆ แต่ไม่มีไข้ เราไอจนเริ่มหายใจไม่สุด จึงตัดสินใจไปตรวจ x-ray ที่หน้าอก พบว่ามีจุดเล็ก ๆ เลยคาดว่าอาจจะเป็นวัณโรค จึงไป CT scan ปอดซ้ำ ผลออกมาคือพบจุดเล็ก ๆ อยู่เต็มปอด กำลังสงสัยอยู่ว่าเราป่วยเป็นวัณโรค หรือมะเร็งกันแน่ ตอนนั้นมีแนวโน้มว่าจะไปทางวัณโรค แต่ทว่าอาจารย์ชายชัญให้เราลองตัดเอาต่อมน้ำเหลืองที่คอไปตรวจ และก็เจาะเลือดส่งผลค่ามะเร็งต่าง […]

พลังแห่งการให้และแบ่งปัน สุนันทา สมบุญธรรม ประธานกรรมการบริหารธนิยะกรุ๊ป

เบื้องหลังความสำเร็จของธนิยะกรุ๊ป กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ที่ทำธุรกิจทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงแรม และสนามกอล์ฟ คือ คุณ สุนันทา สมบุญธรรม ผู้บริหารหญิงที่มีเคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่ “การให้และแบ่งปัน” “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวดิฉันเริ่มจากคุณพ่อช่วยซื้อที่ดินจากคนรู้จักสะสมไว้หลายแปลง ซึ่งในสมัยนั้นราคาไม่สูงมากนัก จากนั้นจึงเริ่มสร้างตึกอพาร์ตเมนต์ที่เพลินจิต แล้วให้ลูก ๆ ทุกคนเข้าไปช่วยงานทุกอย่าง เพื่อให้คุ้นเคยกับการทำงานและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในครอบครัว “การที่ดิฉันได้เข้ามาดูแลธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ช่วงแรก เนื่องจากน้อง ๆ ทำงานเป็นแพทย์เหมือนกับคุณพ่อคุณแม่ มีเพียงดิฉันคนเดียวที่เลือกเรียนทางด้านบัญชีและต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ทำให้มีพื้นฐานความรู้มาช่วยดูแลและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ “หลังจากเรียนจบดิฉันก็สมัครทำงานที่บริษัทอื่น เพราะคุณพ่อคุณแม่สอนว่า ก่อนจะเข้ามาทำงานให้ที่บ้านต้องออกไปหาประสบการณ์จากข้างนอกก่อน เพื่อให้เห็นระบบการทำงานที่แท้จริง “ช่วงแรกที่เข้ามาดูแลบริษัท เริ่มจากการเป็นพนักงาน เพื่อเรียนรู้งานให้รอบด้าน แล้วจึงค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาอยู่ในระดับบริหาร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 – 5 ปี นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหลักสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่สอนว่า อย่าเข้ามาทำงานโดยรับตำแหน่งเป็นเจ้านายทันที ต้องเข้ามาทำงานตั้งแต่ระดับพนักงาน เพื่อจะได้ใกล้ชิดลูกน้อง รู้เรื่องการเอาใจเขามาใส่ใจเรา มีเมตตา ช่วยเหลือกันและกัน และรู้ว่าพนักงานที่เราต้องดูแลในอนาคตรู้สึกอย่างไร ซึ่งดิฉันก็ได้นำประสบการณ์ตรงนี้มาเป็นหลักบริหารคนอยู่เสมอ “จากประสบการณ์การบริหารธุรกิจมากว่า 30 ปี ปัญหาที่ดิฉันคิดว่าหนักที่สุดคือตอนวิกฤติต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. […]

ก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง ประธานวงศ์ พรประภา ทายาทรุ่นที่ 3 ของสยามกลการอุตสาหกรรม

การเข้ามารับช่วงในการบริหารธุรกิจที่ดำเนินกิจการมานานกว่า 2 ทศวรรษไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ประธานวงศ์ พรประภา ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงวัย 34 ปี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัทสยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถฟอร์คลิฟต์และรถเคลื่อนย้ายสินค้าอุตสาหกรรมภายใต้แบรนด์ยูนิแคริเออร์ (UniCarriers) กลับมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย และพร้อมขับเคลื่อนให้ธุรกิจก้าวไปแข่งขันในโลกธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา “ตอนแรกผมดูแลงานโรงแรม [email protected] ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือของครอบครัว ต่อมาคุณพ่อ (คุณพรพินิจ พรประภา) ชวนให้มาดูแลงานที่บริษัทสยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด ผมตอบตกลง เพราะอยากได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ธุรกิจนี้แตกต่างจากธุรกิจโรงแรมอย่างสิ้นเชิง เพราะธุรกิจรถฟอร์คลิฟท์เป็นธุรกิจใหญ่ มีบริษัทในเครืออีกหลายบริษัท “ช่วงแรกที่ผมเข้ามาทำงาน ยังไม่ได้เข้ามาดูแลทั้งหมด แต่ค่อย ๆ ดึงส่วนที่คิดว่าตัวเองสามารถทำได้ดีมาก่อน ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้ส่วนอื่น ๆ ไปด้วย ทำอย่างนี้อยู่สองปีกว่าจึงมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งตอนนี้ก็ดูแลบริษัทในเครืออีก 4 บริษัทด้วย “ผมเข้ามาเปลี่ยนแปลงบริษัทค่อนข้างเยอะ เรียกว่าเปลี่ยนจนแทบไม่เหมือนเดิมเลย ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กรและการปรับแนวคิดของพนักงาน ก็มีแรงกดดันว่าพนักงานจะรับได้ไหม จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วไปหรือไม่ แต่สุดท้ายผมมองว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเราต้องก้าวไปข้างหน้าและต้องพัฒนาต่อเนื่อง ยิ่งมีการเปิด AEC (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) ก็หมายถึงว่าเราไม่ได้แข่งกับบริษัทภายในประเทศไทยอย่างเดียวแล้ว” “ผมยอมรับว่าการปรับโครงสร้างบริษัททำให้สำเร็จภายในครั้งเดียวไม่ได้ ปกติผมเป็นคนใจร้อน […]

ความรักที่วาดฝันไว้งดงาม แต่แล้วเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้ล้มทั้งยืน

ความรัก ครั้งแรกของฉัน เริ่มต้นตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถือว่าเร็วทีเดียวเมื่อเทียบกับสังคมไทยสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว วัยรุ่นในยุคนั้นยังจีบกันด้วยการ…

เทมเพิล แกรนดิน อัจฉริยะออทิสติกผู้พลิกโฉมวงการปศุสัตว์ของอเมริกา

เทมเพิล แกรนดิน (Temple Grandin) เกิดมาพร้อมกับความมหัศจรรย์ เพราะเธอมีสมองที่คิดเป็นรูปภาพ และมีประสาทสัมผัสที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างรวดเร็วในทำนองเดียวกับสัตว์ป่า ความสามารถดังกล่าวทำให้เธอเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์อย่างที่คนทั่วไปไม่อาจเข้าใจได้ ปัจจุบันเทมเพิลเป็นอาจารย์ด้านสัตววิทยาประจำมหาวิทยาลัยโคโลราโดที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เธอเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของสัตว์ที่มนุษย์นำมาเป็นอาหาร เป็นนักเขียนที่มีผลงานกว่า 20 เล่ม และเป็นผู้ออกแบบไร่ปศุสัตว์ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดากว่าร้อยละ 50       เวลาที่เทมเพิลต้องออกแบบสถานที่หรืออุปกรณ์ในปศุสัตว์ เธอเพียงแต่เดินสำรวจไปรอบๆ โดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เธอก็จะสามารถออกแบบพิมพ์เขียวที่มีอัตราส่วนตรงตามความเป็นจริงในสมอง เธอมองเห็นกระทั่งบรรยากาศโดยรอบ แสงไฟ เงาที่ตกกระทบ และภาพฝูงสัตว์ที่เดินเข้ามาในสถานที่นั้นๆ ราวกับกำลังดูวิดีโอ โดยที่เธอจะกดปุ่มหยุดเมื่อไรก็ได้และเปลี่ยนแปลงมุมมองไปได้เรื่อยๆ ตามความพอใจ อย่างไรก็ตาม ความสามารถที่น่าอิจฉาข้างต้นก็สร้างความทุกข์ให้เธอไม่น้อย อันที่จริงความสามารถดังกล่าวเป็นผลมาจากอาการของโรคออทิสติก (autism) ซึ่งเป็นโรคที่ผู้คนในทศวรรษ 1950 อันเป็นช่วงที่เทมเพิลลืมตาดูโลก ยังไม่เข้าใจนัก ตอนเล็กๆ อาการออทิสติกเป็นปัญหาของพ่อแม่มากกว่าจะเป็นปัญหาของเทมเพิล พ่อแม่ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวจึงไม่ยอมให้กอด ไม่ยอมพูด มีทีท่าว่าจำใครไม่ได้ และมักแสดงออกด้วยการกรีดร้อง ที่เป็นเช่นนี้เพราะสมองของเธอไม่ได้คิดผ่านภาษาเหมือนคนทั่วไป เธอไม่มีทักษะด้านอารมณ์ และการสัมผัสก็ทำให้เธอหวาดกลัว         หากจะอธิบายโดยละเอียด เราคงต้องใช้พื้นที่หลายหน้ากระดาษจึงจะอธิบายพฤติกรรมของเทมเพิลได้หมด อันที่จริงเทมเพิลก็เหมือนกับเด็กออทิสติกส่วนใหญ่ที่เกิดมาพร้อมกับบางสิ่งที่หายไปและบางสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา ที่จริงแล้วเด็กออทิสติกหลายๆ เคสที่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจะสามารถพัฒนาความสามารถที่หายไปได้ […]

กับดัก ‘รักสามเส้า’ บทสรุปของคนปล่อยใจให้อยู่เหนือความถูกต้อง

คุณเชื่อเรื่องเวรกรรมหรือไม่ เชื่อไหมว่าหากทำสิ่งใดไว้ คุณย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น…ฉันเกิดในครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนในโรงเรียนดี ๆ 

อาณัติ มานพ บัณฑิตหนุ่มใจเพชร ฝ่าฟันจนจบนิติศาสตร์ ม.รามสู่เนติบัณฑิต

อาณัติ มานพ บัณฑิตหนุ่มใจเพชร ฝ่าฟันจนจบนิติศาสตร์ ม.รามสู่เนติบัณฑิต สมาชิกเว็บไซค์พันทิพท่านหนึ่งใช้ชื่อว่า “thidaratnan” ตั้งกระทู้เรื่องราวของบัณฑิตหนุ่ม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงคนหนึ่งโดยอิงจาก www.trueid.net บัณฑิตหนุ่มคนนี้ก็คือคุณ อาณัติ มานพ นิติศาสตรบัณฑิตรุ่นที่ 40 ซึ่งเรื่องราวของเขาเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ที่มีใจมุ่งมั่นและความเพียรพยายามจนกระทั่งประสบความสำเร็จในชีวิต คุณอาณัติเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้กับ trueid ว่า “ครอบครัวมีปัญหา พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังแบเบาะ ตอนเด็กๆแม่ทำงานก่อสร้าง พอหลังเลิกเรียนช่วงค่ำๆผมกับแม่จะไปเดินขายมะม่วงตามบาร์ที่พัทยา พอโตขึ้นหน่อยผมก็ไปทำงานร้านขายของส่งได้วันละ 50 บาท แต่ช่วงปิดเทอมแม่จะให้ไปบวชเณรภาคฤดูร้อนทุกปีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเรียนทางธรรมไปด้วย พอขึ้นมัธยมผมก็ไปทำงานเซเว่นหลังเลิกเรียน ได้ชั่วโมงละ 25 บาท หลังจากจบมัธยมปลายก็ไม่ได้แอดมิสชั่นเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนเลยเพราะค่าใช้จ่ายสูง จึงมาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ไม่รู้จะเรียนคณะอะไรดี จึงตัดสินใจเลือกคณะนิติศาสตร์เพราะทำอาชีพได้หลากหลาย “ จะเห็นได้ว่าชีวิตตั้งแต่วัยเด็กของคุณอาณัติ เวลาว่างของเขาคือ เวลาของการทำงาน ตั้งแต่ช่วยคุณแม่ขายของ มาเป็นพนักงานขายของ และตัดสินใจเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ” ระหว่างนั้นผมทำงานเป็นยาม เข้างาน 1 ทุ่ม เลิก 6โมงเช้า ระหว่างทำงานก็แอบเอาหนังสือไปอ่านด้วย ต้องแอบอ่านเพราะเจ้านายเป็นชาวต่างชาติไม่ชอบให้ทำเรื่องส่วนตัวเวลางาน ผมไม่เคยได้เข้าเรียนเลย ปกติจะซื้อตำราจากสำนักพิมพ์มาอ่านเพราะราคาถูกกว่าชีทหน้ารามมาก […]

keyboard_arrow_up