Mystery of Life : คนไข้ ห้อง 4/8 “เรื่องหลอนของคุณยายแบริ่ง”

คนไข้ ห้อง 4/8 1 ฉันเป็นพยาบาลที่เพิ่งเข้ามาทํางานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ไม่นานนัก ปกติฉันเข้าเวรผลัดเช้าแล้วออกเวรตอนบ่าย แต่จู่ ๆ พี่พยาบาลคนหนึ่งมาขอแลกเวร ให้ฉันเข้าเวรผลัดดึกแทนสักระยะโดยไม่บอกสาเหตุ ฉันไม่ได้เอะใจอะไร ตกปากรับคําด้วยความเต็มใจ 2 ฉันกลับไปอาบน้ําแต่งตัวที่หอพักแล้วเดินมาเข้าเวร คนไข้นอนกันหมดแล้ว ทั้งตึกจึงมีแต่เสียงฝีเท้าของฉัน แต่พอขึ้นบันไดไปชั้น 2 ก็เริ่มได้ยินเสียงแหบพร่าของคนแก่ดังแว่วมาแต่ไกล จึงเดินตามหาเสียงไปท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ เพราะเจ้าหน้าที่เปิดไฟทิ้งไว้เป็นบางดวงพอให้เห็นทางเดินเท่านั้น จนมาถึงหน้าห้อง 4/8 เสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ในตอนแรกก็ชัดเจนขึ้น 3 ฉันยืนอยู่หน้าประตู มองลอดช่องเข้าไปเห็นหญิงชราตัวผอมแห้งผมซอยสั้น นอนอยู่บนเตียง ตาลอยพูดกับกําแพงว่า “ฉันอยู่ซอยแบริ่ง” 4 นี่คงเป็นคนไข้ที่พี่ ๆ พยาบาลตั้งชื่อให้ว่าคุณยายแบริ่ง ฉันเปิดประตูแล้วเดินไปนั่งบนเตียงคนไข้อีกเตียงที่ว่างอยู่ 5 “ยาย คืนนี้หนูมานอนเป็นเพื่อนยายนะ” 6 “ฉันอยู่ซอยแบริ่ง” ยายตอบ 7 ฉันขยับขึ้นไปกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงพร้อมกับอ่านหนังสือนิยายที่หยิบติดมือมา โดยมีเสียงยายที่พูดซ้ําเดิมว่า ฉันอยู่ซอยแบริ่ง แทรกเข้ามาในโสตประสาทเป็นระยะ ๆ เมื่อเวลาล่วงเลยไป เสียงพูดของยายค่อย ๆ เงียบลง 8 ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก […]

ชีวิตเฉียดตายและการรู้จัก “พอ” ของ อรสา พรหมประทาน

ความจริงแล้วดิฉัน (ติ๋ว – อรสา พรหมประทาน) เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงมาก ไม่ค่อยเจ็บป่วยเป็นโรคอะไร ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และชอบเล่นกีฬาแบดมินตันเป็นประจำ เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการต่างรู้ดีว่าเป็นคนร่าเริง แจ่มใส ไม่มีเรื่องเครียดอะไร แต่สำหรับโรคบางอย่าง บางครั้งก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว ต่อให้ดูแลตัวเองดีแค่ไหน มันก็เกิดขึ้นจนได้ ดังเช่นโรคเส้นโลหิตฝอยในสมองของดิฉันแตก ชีวิตเฉียดความตาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2551 ตอนนั้นเพื่อนๆ ในวงการที่รักใคร่ชอบพอกันชวนไปแสวงบุญที่อินเดีย แต่ขณะที่ดิฉันกำลังเดินชมสถานที่ต่างๆ ด้วยความสนุกสนานเบิกบานใจอยู่นั้น พลันก็เกิดอาการปวดหัวแปล๊บขึ้นมา แถมเหงื่อแตกพลั่กเหมือนจะเป็นลมและที่แย่ไปกว่านั้นคือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนตามมาอีกด้วย ตอนนั้นป้าแจ๋ว – ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ เห็นอาการก็เข้ามานวดเฟ้นให้จนกระทั่งเมื่อกลับมาถึงโรงแรมหมอชาวอินเดียก็เข้ามาฉีดยากันอาเจียนและให้ยาลดความดัน หลังจากนั้นอาการของดิฉันก็เหมือนจะดีขึ้น จนกระทั่งกลับมาถึงประเทศไทย เพื่อนสนิทคือ คุณก้อย – ทาริกา ธิดาทิตย์ และน้องที่สนิทกันคือ คุณอัญญา กันอริ ก็พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมี นายแพทย์วัชระพงศ์ แซ่ซืออายุรแพทย์ และ นายแพทย์ฤกษ์ชัย ตุลยาภรณ์โชติ อายุรแพทย์ประสาทวิทยา เป็นผู้ตรวจรักษา จำได้ว่าวันที่ไปหาหมอคือเช้าวันที่16 พฤศจิกายน 2551 ดิฉันบอกเล่าอาการของตัวเองกับคุณหมอไปว่าปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ […]

Mystery of Life : คำร้องขอของ เจ้ากรรมนายเวร และปาฏิหาริย์ของการสวดมนต์

คำร้องขอของเจ้ากรรมนายเวร –ถ้าวันหนึ่ง เจ้ากรรมนายเวร ต้องการชีวิตคนที่คุณรัก คุณจะทําอย่างไร 1 ฉันอาศัยอยู่กับน้าตั้งแต่เล็ก ๆ จนโตทํางานแล้วก็ยังอยู่ด้วยกัน เพราะพ่อแม่ไปทํางานต่างประเทศ จะกลับมาเยี่ยมปีละ 2 – 3 ครั้ง ระยะหลังมานี้ฉันสังเกตว่าน้าไอเรื้อรัง ดูอ่อนเพลียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พอจะพาไปหาหมอ น้าก็ปฏิเสธ บอกแค่ว่าช่วงนี้ทํางานหนักเลยอ่อนเพลียนิดหน่อย ฉันไม่อยากบังคับจึงเฝ้าดูอาการอย่างเงียบ ๆ ยิ่งนานวันน้ายิ่งไอหนักขึ้น บางครั้งไอจนหอบ แต่ไม่ว่าฉันจะพูดอย่างไรน้าก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล ฉันเริ่มไม่สบายใจ แต่คิดไม่ออกว่าควรทําอย่างไรดี 2 วันหนึ่งน้องในออฟฟิศชวนไปดูดวง เธอโฆษณาว่า หมอดูคนนี้แม่นที่สุดในสามโลก ฉันรีบตกลง ตอนนั้นคิดแค่ว่า เอาวะ ถ้าแม่นจริงจะได้รู้กันไปว่าน้าเป็นอะไรกันแน่ เผื่อหมอดูจะแนะนําอะไรให้ฉันสบายใจได้บ้าง 3 หมอดูเป็นผู้หญิงอายุราว 25 ปี เธอให้เขียนชื่อ – นามสกุลในกระดาษ ฉันเขียนชื่อของน้าลงไปก่อนเพราะเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ แล้วเขียนชื่อตัวเองในกระดาษแผ่นถัดมา หมอดูหลับตาประมาณ 10 นาที ก่อนจะลืมตาแล้วบอกว่า 4 “ชื่อแรกที่ไม่ใช่ชื่อคุณ ถึงเวลาที่เจ้ากรรมนายเวรจะเอาคืนแล้วค่ะ เขาต้องการชีวิต” 5 ได้ยินแบบนั้นใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม […]

8 คำคมสอนใจและสร้างแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์การ์ตูน 8 เรื่องของ วอลท์ ดิสนี่ย์

8 คำคมสอนใจและสร้างแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์การ์ตูน 8 เรื่องของ วอลท์ ดิสนี่ย์ ซีเคร็ตได้รวบรวมคำคมจากคำพูดของบรรดาตัวการ์ตูนจากภาพยนตร์การ์ตูนทั้ง 8 เรื่องของ วอลท์ ดิสนี่ย์ เพื่อให้เห็นว่าการ์ตูน มิได้สร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิง หรือความสนุกเท่านั้น บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนี่ย์  (The Walt Disney Company) ได้สร้างสรรค์ผลงานออกสู่สายตาผู้ชมมากว่า 60 ปี เชื่อว่าหลายท่านในวัยเด็กคงเคยชมผลงานของบริษัทนี้กันมาบ้าง แต่ในวันนี้ คำพูดของบรรดาตัวการ์ตูนในวัยเด็ก หรือในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องใหม่ของดิสนี่ย์ จะไม่ได้เป็นเพียงการสร้างเสียงหัวเราะ และความสุขแก่คุณเท่านั้น แต่ยังสอนใจและให้กำลังใจแก่คุณอีกด้วย   Mulan     ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องแรกที่นำเสนอคือ “มู่หลาน” (Mulan) เรื่องราวของวีรสตรีจีนนามว่า “ฮัว มู่หลัน” ลูกสาวที่มีความกตัญญูรู้คุณต่อบุพการี ปลอมตัวเป็นชายไปรับใช้ชาติแทนพ่อที่ชรามาก คำคมสอนใจจากภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “The flower that blooms in adversity is the most rare […]

รำลึก หมอเจ้าฟ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

รำลึก หมอเจ้าฟ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องจากวันที่ 24 กันยายน ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือรู้จักกันใน “วันมหิดล” จึงขอนำเสนอพระราชประวัติของพระองค์ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระปณิธานและคุณูปการที่พระองค์ทรงมีต่อวงการแพทย์แผนปัจจุบันในประเทศไทย ทูลกระหม่อมแดง พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิการเจ้า ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ เดือนยี่ ปีเถาะ ขึ้น 3 ค่ำ ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 (ก่อน พ.ศ. 2484 วันขึ้นปีใหม่ของไทยตรงกับวันที่ 1 เม.ย. ดังนั้น เดือนมกราคม พ.ศ. 2434 ซึ่งเป็นเดือนพระราชสมภพยังคงนับตามปฏิทินเก่า เมื่อเทียบกับปฏิทินสากลที่ใช้กันในปัจจุบันจึงตรงกับ เดือนมกราคม พ.ศ. 2435) หลังจากประสูติครบ 1 เดือน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ […]

รองสวป. ณัฐวุฒิ ณ เชียงใหม่ ตำรวจหนุ่มเมืองชลบุรี เกลี้ยกล่อมเด็กหญิงคิดสั้นรอดหวุดหวิด

รองสวป. ณัฐวุฒิ ณ เชียงใหม่ ตำรวจหนุ่มเมืองชลบุรี เกลี้ยกล่อมเด็กหญิงคิดสั้นรอดหวุดหวิด จากข่าวนี้ทำให้เห็นว่า โรคซึมเศร้ากลายเป็นอีกโรคที่อันตรายต่อชีวิต ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคิดสั้น อยากฆ่าตัวตาย แต่น่าชื่นชมที่เด็กผู้หญิงคนนี้รอดมาอย่างปลอดภัยเพราะ รองสวป. ณัฐวุฒิ ณ เชียงใหม่ หรือ ผู้กองเกมส์ เข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 17.30 น. สถานีตำรวจภูธร ชลบุรี รับแจ้งเหตุว่ามีเด็กนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี จะกระโดดสะพานลอยคนเดินข้ามถนนสุขุมวิท ช่วงแยกเฉลิมไทย เขตเทศบาล ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ร้อยตำรวจเอก ณัฐวุฒิ ณ เชียงใหม่ รองสารวัตรปกครองป้องกัน สถานีตำรวจภูธร ชลบุรี หรือ ผู้กองเกมส์ เดินทางเข้าตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ พบเด็กนักเรียนหญิงนั่งอยู่กลางสะพาน ผู้กองฯจึงเข้าไปเจรจาเกลี้ยกล่อมประมาณ 1 ชั่วโมง จนกระทั่งเด็กนักเรียนหญิงยอมลงมาจากสะพานลอย     เด็กนักเรียนหญิงพยายามฆ่าตัวตายหนีปัญหาชีวิต เพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า […]

ความสำเร็จในทุกๆ วันคือการได้ลงมือทำ – ศรราม เทพพิทักษ์

เมื่อเอ่ยถึง   “ความสำเร็จ”      แต่ละคนมักให้คำนิยามแตกต่างกันไป เพราะ  “ค่าความสำเร็จ”   ของแต่ละคนไม่เท่ากัน หนุ่ม   –   ศรราม   เทพพิทักษ์   นักแสดงผู้โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า   20   ปี  มีมุมมองเรื่องความสำเร็จอย่างเรียบง่ายว่า “ความสำเร็จในทุกๆ   วันคือการได้ลงมือทำ”   หมายความว่า   ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม   อย่าเพิ่งมองไปที่ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา   แต่ขอให้มอง   ณ   จุดที่เราทำก็พอ   และเมื่อมีโอกาสได้ทำอะไรก็ขอให้ทำอย่างเต็มที่ แม้ไม่ใช่ที่หนึ่งก็ไม่เป็นไร   เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือความภูมิใจที่ได้ลงมือทำ ปลดล็อกให้อดีต หลายปีก่อนหลังทำงานเสร็จ   ผมขับรถกลับบ้านตามปกติ   แต่วันนั้นผมเพลียมากจนเกิดหลับในขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว   มารู้ตัวอีกทีรถก็สั่นไปทั้งคันแล้วพร้อมๆ   กับมีเสียงดังโครม! พอลืมตาก็เห็นว่ารถของผมเสียหลักปีนขึ้นฟุตปาธไปชนต้นไม้   ความตกใจทำให้ผมรีบเหยียบเบรกตั้งใจจะหยุดรถ   แต่เท้าดันไปเหยียบเอาคันเร่งเข้าให้   ผลก็คือ   รถพุ่งชนต้นไม้ไปอีก   2   ต้น   จากนั้นต้นไม้ก็ล้มลงไปทับตู้โทรศัพท์สาธารณะเข้า…ทำให้พี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่แถวนั้นพลอยรับเคราะห์ไปด้วย เมื่อรถจอดนิ่งสนิท   ผมรีบลงมาดูที่เกิดเหตุ   แต่ก็ไม่ทันแล้ว…ร่างพี่ผู้หญิงนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ริมฟุตปาธ   ผมจึงได้แต่กราบขอขมาพี่เขา   ณ   ตรงนั้น   ด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจที่สุดในชีวิต นับจากวันนั้นถึงแม้ผมจะพยายามช่วยเหลือครอบครัวพี่เขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้   แต่ความรู้สึกผิดที่ว่า   “ผมทำให้คนอื่นตาย”ไม่เคยลดน้อยลงเลยและยังวนเวียนอยู่ในใจตลอดเวลา   วันหนึ่งผมจึงตัดสินใจไปพบกับพระพี่เลี้ยงที่เคยดูแลผมตอนผมบวช   (สมัยนั้นผมเรียกท่านว่า   หลวงพี่เทอด)   ผมเล่าความอึดอัดใจทั้งหมดให้ท่านฟังและถามว่า   “ผมจะจัดการจิตใจตัวเองอย่างไรดีให้ดีที่สุด”   หลวงพี่แนะนำกลับมาสั้นๆ   […]

ช่อผกา วิริยานนท์ … ในวันที่ค้นพบสัจธรรมจากความตาย

บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับเราได้อย่างเหลือเชื่อ อุ๊ ( ช่อผกา  วิริยานนท์ ) พบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง  แต่เป็นมะเร็งชนิดพิเศษที่มีอายุเพียง 4 วันเท่านั้น! เรื่องมีอยู่ว่า อยู่ดีๆ วันหนึ่งอุ๊รู้สึกว่าเต้านมตัวเองมีขนาดใหญ่ขึ้นๆ จากคัพบีเป็นคัพซี แข็งโป๊ก และมีอาการเจ็บ ก่อนหน้านี้อุ๊เคยมีซีสต์ถุงน้ำที่เต้านมมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายก็คิดว่าต้อง “เป็นอะไร” สักอย่างแน่นอน แต่เป็นอะไรนั้นตัวเราเองก็ไม่ทราบ ได้แต่คิดในใจว่าอย่าเป็นในสิ่งที่ฉันคิดเลย เข้าใจว่าป่วยเป็นมะเร็ง ตอนนั้นด้วยความที่เชื่อถือเรื่องการแพทย์ทางเลือกมากกว่าแผนปัจจุบัน (ในกรณีที่เจ็บป่วยเป็นมะเร็ง) อุ๊จึงตัดสินใจไปหาหมอทางเลือกท่านหนึ่งที่ต่างจังหวัดตามคำแนะนำของเพื่อน ก่อนไปก็โทร.สอบถามว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง คนรับเรื่องบอกว่าไม่ต้อง แต่พอไปถึงจริงๆหมอบอกว่า ความจริงแล้วอยากให้ไปตรวจกับหมอในโรงพยาบาลก่อนเพื่อจะได้นำคำวินิจฉัยของหมอมาใช้ประกอบการรักษา แต่เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว  หมอก็ตัดสินใจรักษาเลย  ด้วยการใช้มือคลำบริเวณที่เจ็บ  หลังจากสำรวจดูสักพัก หมอพูดว่า “ดูสภาพแล้วเนี่ย เป็นมะเร็งแน่เลย” ได้ยินแบบนั้น ใจอุ๊ไม่ได้วูบหรือตกใจอะไร แต่กลับกลายเป็นว่า“กูว่าแล้ว…ว่าต้องเป็นมะเร็ง” รู้อย่างนี้ก็ดีจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว สิ้นความสงสัยไปเสียที รู้สึกว่าตัวเองทุกข์ใจน้อยกว่าตอนก่อนไปหาหมอเพราะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นอะไร แต่หลังจากนั้นเมื่อขับรถจากต่างจังหวัดกลับบ้านเงียบๆ คนเดียว ความคิดต่างๆ ก็ผุดขึ้นมา มีเสียงหนึ่งในใจพูดว่า “ชีวิตเรามันแค่นี้เองหรือ” อุ๊จินตนาการว่าตัวเองคงอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี นั่นหมายความว่าอุ๊จะตายตอนอายุ 40กว่าๆ […]

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ …ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่อเพื่อนมนุษย์

ในโลกออนไลน์ เมื่อคลิกเข้าไปในเฟซบุ๊กของ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ภาพที่เราได้เห็นจะไม่ใช่ภาพดาราโพสท่ากับอาหารจานโปรด หรือภาพกิจกรรมที่แสดงถึงความสุขสนุกสนานแบบคนทั่วไป แต่จะเป็นภาพของผู้ประสบเคราะห์กรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณยายซึ่งเป็นมะเร็งที่ใบหน้าและเป็นแผลลุกลามจนไม่เหลือเค้าเดิม หรือไม่ก็เป็นภาพชีวิตความเป็นอยู่อันแสนอนาถาของสองตายายที่ป่วยเป็นอัมพาต ฯลฯ โดยจะมีการอัพเดตเรื่องราวการช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งยังมีการลงหมายเลขบัญชีไว้ทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ใจบุญสามารถบริจาคเงินให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้โดยตรง ในโลกออฟไลน์ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่ช่วยผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี โดยมีทีมงานไปกับเขาเพียงไม่กี่คน ก่อนที่จะสร้างเครือข่ายความช่วยเหลือในโลกออนไลน์ขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีให้หลัง…พร้อม ๆ กับที่ค่อย ๆ ลดงานในวงการบันเทิงลง เหลือเพียงงานกำกับภาพยนตร์เท่านั้นเกิดอะไรขึ้นกับอดีตพระเอกคนหนึ่งที่ตัดสินใจเฟดตัวเองจากโลกแห่งเงินทองและชื่อเสียง แล้วหันไปอุทิศตัวให้กับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ โดยไม่ได้อะไรตอบแทน… ช่วงหลังๆ มานี้รู้สึกว่าคุณเริ่มลดงานในวงการบันเทิงลงเรื่อยๆ นะครับ ผมเริ่มรู้สึกว่าบทบาทที่ได้รับมันไม่สร้างสรรค์สังคมสักเท่าไหร่ มีหนังหรือละครหลายเรื่องที่ติดต่อเข้ามาแล้วผมให้ ไทด์(เอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ น้องชายฝาแฝด) ไปเล่นแทน ที่คิดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าผมทรยศหรือดูถูกอาชีพนี้นะครับ แต่ผมอยากรับบทบาทที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนหรือเยาวชนรุ่นต่อไป ถ้าเป็นละครเทิดพระเกียรติหรือละครที่ให้แง่คิดดี ๆ ผมยินดีเล่นให้ฟรีเลย และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่ค่อยรับงานแสดงก็เพราะเวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากกับมูลนิธิร่วมกตัญญูนี่ละครับ ถือว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้บุญมากเลยนะครับ ครับ แต่ก็ไม่เสมอไปที่เรื่องจะจบแบบนี้ อย่างคุณลุงมัคนายกคนหนึ่งป่วยเป็นอัมพาต ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ความที่เขาไม่มีญาติ เลยได้แต่นอนอยู่ในห้องมืด ๆ เหมือนโดนขังไว้เป็นเวลากว่าสิบปี ใครผ่านไปก็โยนข้าวให้กิน วันไหนไม่มีใครผ่านไปแกก็นอนอยู่อย่างนั้น แถมตาข้างหนึ่งยังบอดเพราะโดนมดโดนแมลงกัดกิน ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มาได้ยังไงตลอดเวลาเป็นสิบปีตอนผมไปเจอ สภาพลุงน่ากลัวมาก […]

พระเอกหนุ่มสุดหล่อจิตใจงาม นาย ณภัทร รับปริญญา ไม่ขอช่อดอกไม้ แต่ขอเป็นเงิน !

พระเอกหนุ่มสุดหล่อจิตใจงาม นาย ณภัทร รับปริญญา ไม่ขอช่อดอกไม้ แต่ขอเป็นเงิน ! นาย ณภัทร เสียงสมบูรณ์ ลูกชายสุดหล่อของแม่หมู พิมพ์ผกา ซึ่งซีเคร็ตคุ้นเคยกับสองท่านนี้เป็นอย่างดี ยอมรับว่าเป็นแม่ลูกที่มีธรรมะและชอบทำบุญมาก ในวันที่ 20 กันยายน 2561 (พรุ่งนี้แล้ว) เป็นวันที่ นาย ณภัทร รับปริญญา แล้วแต่เขาบอกว่าของขวัญไม่ขอเป็นช่อดอกไม้นะ แต่ขอเป็นเงินแทน !?   View this post on Instagram Thank you for guiding me, inspiring me and showing me the right path through your experiences and knowledge. I am more than grateful […]

มุย โทมัส สาวน้อยดักแด้ “ความแตกต่างไม่เป็นอุปสรรคต่อความฝัน”

มุย โทมัส (Mui Thomas) ป่วยเป็นโรคเด็กดักแด้ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และเกือบจะฆ่าตัวตายเพราะถูกคนแปลกหน้าในโลกไซเบอร์ล้อเลียนเรื่องความผิดปกติของเธอ แต่ความรักจากครอบครัวทําให้เธอกลายเป็นกรรมการกีฬารักบี้คนแรกที่ป่วยเป็นโรคนี้ และเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ 1 มุยอาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกําพร้าตั้งแต่ยังแบเบาะ เพราะพ่อและแม่แท้ ๆ ทอดทิ้งเธอไปเมื่ออายุได้ 3 ปี ทิน่าและโรเจอร์ โทมัสก็รับมุยเป็นบุตรบุญธรรม แต่ฟ้าหลังฝนของมุยกลับไม่ได้สวยงามเท่าใดนัก เนื่องจากอาการป่วยทําให้ลักษณะทางกายภาพของเธอแตกต่างจากคนทั่วไป ผิวหนังของมุยมีลักษณะแห้ง ลอก และตกสะเก็ดทั่วร่างกาย เผยให้เห็นหนังแท้สีชมพู ด้วยเหตุนี้มุยจึงติดเชื้อบ่อยครั้งเพราะเธอไม่มีหนังกําพร้าสําหรับป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกจากภายนอก เมื่อมุยอายุได้ 4 ปี เธอติดเชื้อทางผิวหนังอย่างรุนแรง ไม่มียาตัวใดสามารถรักษาอาการของเธอได้จนแพทย์เริ่มถอดใจและคิดว่าเธอคงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ในที่สุดยาปฏิชีวนะตัวสุดท้ายก็ทําให้อาการของเธอค่อย ๆ ดีขึ้น จนมุยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 2 จนกระทั่งมุยอายุได้ 13 ปีก็ต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อเธอถูกผู้ไม่หวังดีต่อว่าด่าทอและดูถูกอย่างรุนแรงเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอในสังคมออนไลน์ ถึงแม้ว่าการกลั่นแกล้งในโลกไซเบอร์จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่การกระทําเช่นนี้ ทําให้มุยเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะเธอมีปมเรื่องความผิดปกติทางร่างกายอยู่แล้ว คําพูดดูถูกเหยียดหยามที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์จึงเป็นเสมือนมีดที่คอยทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจของเธอซ้ําอีก 3 “ฉันไม่รู้ว่าผู้ไม่หวังดีที่หลบซ่อนอยู่หลังหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่านั้นคือใคร แต่มันทําให้รู้สึกว่าฉันไม่สามารถเชื่อใจใครได้” 4 เมื่อการล้อเลียนและดูถูกมุยผ่านทางโลกไซเบอร์เริ่มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น บวกกับความหวาดระแวงคนรอบข้างทําให้เด็กสาวคิดฆ่าตัวตาย เธอเริ่มหยุดใช้ยารักษาอาการป่วย เพราะคิดว่าการใช้ยาทําให้เธอดูผิดแผกจากคนทั่วไป อาการของมุยจึงเริ่มแย่ลง แต่เพราะความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่เธอได้รับจากพ่อและแม่ […]

ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์ เติมเต็มความสุขของลมหายใจสุดท้าย

ปาฏิหาริย์จากการสวดมนต์ ทำให้ทุกครั้งที่เธอ สุธีทัศน์ ติณวัฒนานนท์ รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา เธอจะรู้สึกตัวเบา ความเจ็บปวดต่าง ๆ ลดลงอย่างน่าประหลาด

Reo’s Deli เคล็ดลับความสำเร็จพร้อมเสิร์ฟ – ชณา วสุวัต

คนส่วนใหญ่มักกลัวการเปลี่ยนแปลง บ้างก็หวาดกลัวผลลัพธ์ที่ยากเกินคาดเดาแต่ไม่ใช่สำหรับ คุณชณา วสุวัต เจ้าของแบรนด์อาหารแช่เย็น REO’s Deli

เหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง : ชีวิตจริงของคนเกเรที่ล้มซ้ำๆ แต่ยังมีวัน “เกิดใหม่”

ผมเกิดในครอบครัวแตกแยก พ่อกับแม่เลิกกันตั้งแต่ผมยังเด็กมาก พ่อมีฐานะมั่นคงกว่าแม่ จึงรับพี่สาวและผมซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องไปเลี้ยงดูที่หัวหิน ส่วนพี่ชายอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาไม่นานพ่อก็มีภรรยาใหม่ เธอไม่สบายใจนักที่ต้องอยู่ร่วมบ้านกับลูกเลี้ยง พ่อจึงตัดปัญหาด้วยการพาผมและพี่สาวไปอยู่โรงเรียนประจำ ทั้ง ๆ ที่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนไม่กี่ร้อยเมตร

ก้าวที่พลาด บทเรียนครั้งใหญ่ของเด็กชายในสถานพินิจ

ครอบครัวของผมมีฐานะปานกลาง พ่อกับแม่เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ผมมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน ผมเป็นคนที่ 4 มีพี่ชาย 3 คน และน้องสาว 1 คน เราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พ่อแม่ไม่ค่อยดุว่าอะไรมากนัก แต่จะให้เรียนรู้ด้วยตัวเองโดยท่านจะคอยชี้แนะอยู่เสมอ

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our readers

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our reader 13 ในโลกนี้มีอยู่ 2 สถานภาพที่มนุษย์เราไม่พึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง อย่างแรกคือ ผู้ป่วย การที่คนเราต้องเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น มะเร็ง ไตวาย หัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เอดส์ หรือการที่ร่างกายต้องพิการจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง 0 สถานภาพที่สองคือ การเป็นนักโทษในเรือนจําหรือผู้ต้องขัง เพราะการถูกคุมขังในคุกไร้อิสรภาพนั้นถือเป็นหายนะที่สุดแสนจะทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเป็นที่สุด ในวันที่ชีวิตผมแพ้กิเลสตระกูลโลภะแล้วต้องมาใช้กรรมรับโทษอาญาแผ่นดินในเรือนจํากลางขอนแก่นนั้น ทําให้ผมหวนนึกถึงคําสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศ 6 00 ในวันที่ต้องเดินเข้าคุก ชีวิตของผมดูจะหายไป 4 ทิศ คือ ทิศเบื้องซ้าย ไม่มีเพื่อนฝูงเหลือเลย ทิศเบื้องหลัง ภรรยาก็หย่าและมีสามีใหม่ ทิศเบื้องขวาก็ไม่มีใครให้คําปรึกษาอะไรอีกแล้ว ส่วนอดีตลูกน้องทั้งหลายก็ไม่มีใครยอมติดต่อเป็นคนรู้จักกันอีกต่อไป ชีวิตผมเหลืออยู่ 2 ทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า บิดามารดาที่ให้โอกาสและอภัยให้ลูกเสมอ กับทิศเบื้องบนคือพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด 1 เมื่อต้องติดคุกใช้กรรม ผมจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้า คําสอนที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ให้ละชั่ว ทําดี […]

ชีวิตสุดขั้วของ ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี จากทุกข์ กลายเป็นสุขได้เพราะธรรมะ

บอกตามตรง ดิฉัน (ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี) ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสนั่งเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ใครฟัง เพราะมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อันใดกับใคร และไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นตัวอย่างในเรื่องอะไรให้ใครได้ แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเกิดวิกฤติ ชีวิตก็พลิกเปลี่ยน ทำให้ดิฉันได้เข้าใจอะไรๆ ในชีวิตมากขึ้น และมากเพียงพอที่จะเล่าให้คนอื่นฟัง ชีวิตของดิฉันผ่านอะไรต่ออะไรมาเยอะมาก โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงกว่า 30 ปี ผ่านการแต่งงาน หย่าร้าง ได้รู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา จนคิดว่าตัวเองรู้จักโลกนี้ดีพอแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงดิฉันกลับไม่รู้อะไรเลย ดิฉันเติบโตมาอย่างมีความสุข แม้ว่าคุณพ่อจะมีภรรยาสองคน แต่ความรักที่ท่านมีให้ดิฉันนั้นเต็มเปี่ยม ดิฉันเป็นลูกสาวคนที่สองในจำนวนพี่น้องสี่คน ด้วยความที่อายุไล่เลี่ยกับน้องชายคนที่สาม ทำให้มีเพื่อนเล่นส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย นิสัยของดิฉันจึงทโมนมากถึงมากที่สุด ไม่ชอบเล่นตุ๊กตา แต่ชอบกระโดดน้ำ ปีนต้นไม้ เรื่องเย็บปักถักร้อย ทำกับข้าว เรียกว่าเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องเรียนคิดว่าถ้าตั้งใจเรียนมากกว่านี้ก็น่าจะทำได้ดี ช่วงที่เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ห้าจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา แผนกศิลป์-ฝรั่งเศส ดิฉันไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษเกี่ยวกับเดรสเมคกิ้งแอนด์แฟชั่นดีไซน์ พอกลับจากเมืองนอกก็แต่งงานตอนอายุ 21 ปี เป็นการแต่งงานที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทันที จากเด็กนักเรียนกลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว ดิฉันไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นสาวเลยก็ว่าได้ แถมมีโลกทัศน์ที่แคบมาก ความจริงแล้วดิฉันเริ่มเห็นปัญหาในชีวิตคู่ของตัวเองตั้งแต่ตอนตั้งท้องแล้ว แม้สามีจะอายุห่างจากดิฉัน 9 ปี แต่ด้วยความที่ดิฉันยังเด็ก ความอดทนยังน้อย ชอบเอาแต่ใจตัวเอง ถือตัวเองเป็นใหญ่ จึงไม่ค่อยฟังเขาสักเท่าไร ส่วนเขาก็มีข้อบกพร่องหลายอย่างที่ดิฉันรับไม่ได้ ทั้งความเจ้าชู้และอื่นๆ แม้คุณแม่จะคอยสอนว่าการครองคู่เป็นครอบครัวนั้น […]

การดูงานที่กลายเป็น การดูคน เรื่องเล่าสุดซาบซึ้งโดย เกตุวดี Marumura

ที่ผ่านมาดิฉันมักนําเสนอแต่คนญี่ปุ่นที่ประสบความสําเร็จและมีชื่อเสียงตลอด เช่น เชฟร้านอาหารชื่อดัง เจ้าของบริษัทที่โด่งดังทั่วญี่ปุ่น แต่ใน Zen Marketing ฉบับนี้ ดิฉันขอนําเสนอสุภาพบุรุษธรรมดาๆ ท่านหนึ่ง 1 หากคุณผู้อ่านกูเกิลหาชื่อของเขา ก็คงไม่เจอเรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับเขา 2 ดิฉันได้พบสุภาพบุรุษแสนพิเศษท่านนี้ตอนพานิสิตปริญญาโทหลักสูตร MBA จุฬาฯไปดูงานที่บริษัท Nippon Steel & Sumitomo Metal ณ เมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น คุณอิซามุ ทามุระ ทํางานที่นี่ เขายืนต้อนรับพวกเราตั้งแต่ตอนรถบัสจอดเทียบท่า แนะนําประวัติบริษัทให้กับพวกเราและพาพวกเรานั่งรถชมโรงงาน 3 ในคณะพวกเราไม่ได้มีแค่นักศึกษาไทย แต่มีนักศึกษาจากประเทศจีนด้วย ตอนพวกเรากําลังจะก้าวเข้าบริษัทคุณทามุระก็ชี้ให้ดูที่เสาธงด้านนอก มีธงไทยและธงจีนโบกสะบัดเคียงข้างกัน 4 เมื่อเข้ามาในห้องประชุมก็มีธงไทยและจีนธงเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย 5 คุณทามุระเป็นผู้ชายตัวเล็ก ๆ ผมขาวหมดทั้งศีรษะ ยิ้มตลอดเวลา ท่านเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปที่หน้าห้องและแนะนําตัวเองว่า 6 “ผมชื่อทามุระครับ ยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านนะครับ ปีนี้ผมอายุ 75 ปีพอดี หลังเกษียณผมรับหน้าที่ดูแลผู้ที่มาดูงานที่นี่มาตลอด จริง […]

keyboard_arrow_up