เมื่อหลวงปู่ดูลย์เข้าถึงแก่นธรรมแห่งอริยสัจ 4 หรืออริยสัจแห่งจิต

เมื่อ หลวงปู่ดูลย์ เข้าถึงแก่นธรรมแห่งอริยสัจ 4 หรืออริยสัจแห่งจิต เมื่อจาริกออกจากวัดม่วงไข่ หลวงปู่ดูลย์ เปรียบประหนึ่งหลักชัยของภิกษุผู้แสวงหาความหลุดพ้น แม้มีลูกศิษย์มากมายพร้อมให้การอุปัฏฐาก แต่ท่านยังคงวัตรปฏิบัติอันน่เลื่อมใสยังคงถือสันโดษ ไม่เห็นแก่ความสะดวกสบาย ยังคงบำเพ็ญเพียรอย่างจริงจัง ในที่สุดจึงตัดสินใจนำคณะหยุดพำนัก ณ ถ้ำพระเวสสันคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม “สัพเพสังขารา สัพพะสัญญา อะนัดตา” ตลอดเวลาที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำพระเวสสันตร หลวงปู่ดูลย์ยกหัวข้อหลักกัมมัฏฐานที่ได้รับจกพระอาจารย์มั่นขึ้นพิจารณา เมื่อจิดตั้งมั่นในสมาธิจึงเกิดปัญญารู้แจ้งในธรรมว่า ” เมื่อสังขารขันธ์ดับไปแล้ว ความเป็นตัวตนจักไม่มี เพราะไม่ได้เข้าไปเพื่อปรุงแต่ง ครั้นเมื่อความปรุงแต่งขาดไป และสภาพแห่งความเป็นตัวตนไม่มี ความทุกข์จะเกิดขึ้นแก่ใครได้อย่างไร “     ณ ถ้ำพระเวสสันดรแห่งนั้น จิตของหลวงปู่ดูลย์ได้รับการพัฒนอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวนามยปัญญา ที่สุดก็ได้พบธรรมะอันป็นหัวใจของพุทรศสนาคือ อริยสัจสี่ ก่อนจะสรุปป็น”อริยสัจแห่งจิต”ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เนื่องจากเป็นข้อธรรมที่กระจ่างชัดด้วยถ้อยคำเรียบง่ายของหลวงปู่ดูลย์เอง ” จิตที่ส่งออกนอก  เพื่อรับสนองอารมณ์ทั้งสิ้น              เป็นสมุทัย ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอกแล้วหวั่นไหว          […]

วินาทีหลวงปู่ขาวบรรลุธรรม เรื่องเล่าจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

วินาที หลวงปู่ขาว บรรลุธรรม เรื่องเล่าจากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงลำคัญของ หลวงปู่ขาว ไว้ว่า “เย็นวันหนึ่ง เมื่อปัดกวาดเสร็จ ท่านขาวออกจากที่พักไปสรงน้ำ ได้เห็นข้าวในไร่ชาวเขากำลังสุกเหลืองอร่าม ทำให้เกิดปัญญาขึ้นมาในขณะนั้นว่า ข้าวมันงอกขึ้นมาเพราะมีอะไรเป็นเชื้อพาให้เกิด ใจที่พาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็นจะมีอะไรเป็นเชื้ออยู่ภายในเช่นเดียวกันกับเมล็ดข้าว เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็แล้วอะไรเป็นเชื้ออยู่ภายในเช่นเดียวกันกับเมล็ดข้าว เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็แล้วอะไรเป็นเชื้อของใจเล่า ถ้าไม่ใช่กิเลสอวิชชา ตัณหาอุปาทาน     “ท่านคิดทบทวนไปมา โดยถืออวิชชาเป็นเป้าหมายแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ พิจารณาย้อนหน้าถอยหลังอนุโลมปฏิโลมด้วยความสนใจอย่ากรู้ตัวจริงแห่งอวิชชา นับแต่หัวค่ำจนดึก ไม่ลดละการพิจารณาระหว่างอวิชชากับใจ จวนสว่างจึงตัดสินใจกันลงได้ด้วยปัญญา อวิชชาขาดกระเด็นออกจากใจไม่มีอะไรเหลือ “การพิจารณาข้าว ก็มายุติกันที่ข้าวสุก หมดการงอกอีกต่อไป การพิจารณาจิต ก็มาหยุดกันที่ อวิชชาดับกลายเป็นจิตสุกขึ้นมา เช่นเดียวกับข้าวสุก จิตหมดการก่อกำเนิดเกิดในภพต่าง ๆ อย่างประจักษ์ใจ สิ่งที่หลือให้ชมอย่างสมใจคือความบริสุทธิ์แห่งจิตล้วน ๆ ใน กระท่อมกลางขา มีชาวป่าเป็นอุปัฏฐากดูแล     “ขณะที่จิตผ่านดงหนาป่ากิเลสวักไปได้แล้วเกิดความอัศจรรย์อยู่คนเดียวตอนสว่าง พระอาทิตย์ก็เริ่มสว่างบนฟ้า ใจก็เริ่มสว่างจากอวิชชาขึ้นธรรมอัศจรรย์ […]

มองตัวตนผ่านกระจกแห่งสติ บทความธรรมะเตือนสติจากท่านว.วชิรเมธี

มองตัวตนผ่าน กระจกแห่งสติ บทความธรรมะเตือนสติท่านว.วชิรเมธี มนุษย์มีตัวตนอยู่ 3 ตัวตน การส่องกระจกธรรมดาไม่สามารถมองเห็นทั้งสามตัวตนได้ จะต้องใช้ กระจกแห่งสติ จึงจะมองเห็นตัวตนทั้งสามด้าน ประกอบด้วย 1. ตัวตนที่เราเป็นอยู่ทุก ๆ วัน เป็นอย่างที่เป็น เป็นอย่างที่เห็น มนุษย์ทุกคนมีตัวตนอย่างที่เป็น บางคนก็มีตัวตนอย่างที่ใคร ๆ เห็นก็ชื่นใจ บางคนก็มีตัวตนอย่างที่ใครเห็นก็หวาดกลัว เพราะตัวตนนี้ก็คือผลของบุคลิกภาพที่เราสั่งสมมาอย่างยาวนานนั่นแหละ ตัวตน อย่างนี้ก็คือตัวตนที่เป็นธรรมชาติของทุกคน (ฉันเป็นฉันเอง) 2. ตัวตนที่เราอยากให้สังคมมองเห็น ตัวตนเช่นนี้ก็คือตัวตนที่เกิดจากการเสแสร้งแสดงนั่นเอง อยู่ที่บนเป็นแบบหนึ่ง เข้าสังคมเป็นอีกแบบหนึ่ง และวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนก็เป็นอีกแบบหนึ่ง อย่างนี้เรียกว่า ตัวตนที่เกิดจากการเสแสร้งแสดง (ฉันเป็นอย่างที่เธอเห็น) 3. ตัวตนที่เราต้องการไปให้ถึงในอนาคต เรียกว่า ตัวตนในอุดมคติ ตัวตนนี้จะชัดมาก ถ้าไปถามดารานักร้องซูเปอร์สตาร์ทั้งหลาย ก็จะได้คำตอบชัดเจน คือมีความคาดหวังว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต ถ้าไปไม่ถึงก็อยู่ที่ตัวตนเดิม ๆ ไปก่อน (ฉันเป็นอย่างที่ควรจะเป็น)     มนุษย์มีตัวตนสามตัวตนอย่างนี้ตลอดไป และเมื่อเราไม่เคยฝึกสมาธิ ไม่เคยฝึกตัวตน เราก็ไม่รู้ว่าตัวตนไหนที่กำลังออกโรงแสดงอยู่และกำลังพาเราโลดแล่นไปในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนั้น คนเราโดยมากแสดงผิดแสดงถูกอยู่ตลอดเวลา […]

เวทนาคือสิ่งที่เสียบแทงจิตใจ : ท่านพุทธทาสภิกขุ 

เวทนาคือสิ่งที่ เสียบแทง จิตใจ : ท่านพุทธทาสภิกขุ นี่มาพูดถึงคำว่า เสียบแทง กันบ้าง อย่าถือเอาตามความหมายของภาษาไทยธรรมดาว่าต้องแทงด้วยมีด ด้วยอะไรทำนองนั้น เสียบแทงคือมันมีอะไรมาทำให้เจ็บปวด เหมือนกับถูกของแหลมแทง ร่างกายถูกแทงด้วยมีด เป็นต้น แต่จิตมันถูกแทงด้วยความรู้สึกบางชนิด ความทุกข์นั่นแหละเสียบแทงจิต แม้กิเลสก็เสียบแทงจิต ความโลภ ความโกรธ ความหลง เต็มตัวจะเสียบแทงจิตทีนี้วิญญาณนั้นมีทิฏฐิ ความคิดเห็นผิดหรือถูกเป็นเครื่องเสียบแทงวิญญาณ หรืออวิชชาโดยเฉพาะนี่ นี่เราดูให้ชัดลงไปว่า คนเราอยู่ในโลกเป็นประจำวันนี่มันมีเรื่องสำคัญอยู่ 3 เรื่องที่เรียกว่าเวทนา เรารู้สึกสบายใจเป็นสุขนี้เรื่องหนึ่ง เราไม่รู้สึกสบายใจ และเป็นทุกข์นี้เรื่องหนึ่ง ถ้าเรารู้สึกไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสุขหรือทุกข์ คือยังไม่เป็นสุขหรือทุกข์ หรือมันไม่แน่นี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่เรียกว่าเวทนามี 3 ชนิดอย่างนี้ สุขเวทนา-รู้สึกเป็นสุขสบายใจ, ทุกขเวทนา-รู้สึกเป็นทุกข์ไม่สบายใจ, อทุกขมสุขเวทนา-ไม่รู้อย่างไรแน่ มันอยู่ในสภาพที่สงสัย หวัง วิตกกังวล อันนี้ไม่จัดเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ จัดเป็นอทุกขมสุขแต่ก็เป็นเวทนา ทีนี้ขึ้นชื่อว่าเวทนาแล้วทั้ง 3 ชนิดนี้จะเสียบแทงทั้งนั้น ตรงนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ให้ทุกคนสังเกตให้ดี ๆ จากจิตใจของตน ถ้ามีอะไรมาถูกใจเรา สิ่งที่ถูกใจเรามันก็เสียบแทงใจเรา เดี๋ยวจะพังไม่ถูก อะไรไม่ถูกใจเรามาหาเรามันก็เสียบแทงใจเรา อะไรที่ยังไม่แน่ว่าสุขหรือทุกข์มันก็เสียบแทงใจเรา […]

ทำกรรมฐานพิจารณากามคุณให้ได้เป็นพระอนาคามี โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท 

ทำกรรมฐาน พิจารณากามคุณ ให้ได้เป็นพระอนาคามี โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท เมื่อเรา พิจารณากามคุณ ทั้ง 5 รูป เสียง กลิ่น รส แล้วเห็นเป็นโทษทั้งหมด ความพอใจก็เป็นโทษ ความไม่พอใจก็เป็นโทษ คือ เห็นโทษของราคะและโทสะพร้อมกันในตัวเดียวกัน วางพร้อมกันโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เรียกว่าทิ้งทั้งคู่นั่นเอง คือพอใจก็ไม่น่ายึด ไม่พอใจก็ไม่น่ายึด โทสะก็ไม่น่ายึด ราคะก็ไม่น่ายึด จึงปล่อยวางเสียได้ เมื่อเห็นโทษของความพอใจและไม่พอใจของรูป เสียง กลิ่น รส ที่เรายึดมั่นถือมั่น และปรุงแต่งโดยสัญญาอารมณ์ ปรุงถึงรูปสวยและรูปไม่สวย ปรุงถึงเสียงดีและเสียงไม่ดี เห็นโทษที่ทำให้เกิดความทุกข์ ความสุข เพราะหลงยึดมั่นถือมั่น ถ้าวางทุกข์เพราะรูป เสียง กลิ่น รสได้ ก็ไม่ทุกข์เพราะกามคุณทั้ง 5 อีก พระอนาคามีเกิดจากตรงนี้ เมื่อเป็นพระอนาคามีแล้วท่านจะไม่กลับมาเกิดแล้วโลกมนุษย์นี้ ชาติสุดท้ายก็คือพรหมโลก ไปเกิดพรหมโลก และสำเร็จเป็นพระอรหันต์บนพรหมโลกนั่นเอง เราปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น แต่เราไม่รู้จุดหมายปลายทางไม่รู้วิธีทำ เราจึงไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่อธิบายข้างต้นคือหลักและแผนที่ ชัยภูมิในการประพฤติปฏิบัติ เราจะเป็นนักรบก็ดี […]

ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย เข้าพิธีอุปสมบทหมู่ ณ วัดราชบพิธฯ

ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย เข้าพิธี อุปสมบทหมู่ ณ วัดราชบพิธฯ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ดาราหนุ่มเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช พร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ เพื่อเข้าพิธี อุปสมบทหมู่ ในวันที่ 18 ธันวาคม 2562  ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร       ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ปั้นจั่น ปรมะได้เข้าพิธีปลงผมเป็นนาค เพื่ออุปสมบทหมู่พร้อมกับนาคอีก 15 คน โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “ธัมมโชโต” มีความหมายว่า “ผู้รู้แจ้งแห่งธรรม” ในวันนั้นนอกจากคนในครอบครัวและบรรดาญาติมิตรแล้วยังมีผู้ใหญ่ที่เคารพรวมถึงเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงมาร่วมปลงผมนาคปั้นจั่นอีกด้วย เช่น หน่อง อรุโณชา , กอบสุข จารุจินดา, ก้อง ปิยะ, เต๋า สมชาย, รอน AF 5    […]

เชิญชวนสักการะพระบรมเกศาธาตุจากศรีลังกาที่ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่

เชิญชวนสักการะพระบรมเกศาธาตุจากศรีลังกาที่ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2562 เพจมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความว่า  “ นับตั้งแต่แรกรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในสมัยสุโขทัยจวบจนปัจจุบัน ถือเป็นวาระครบรอบ ๒๖๖ ปี แห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา นิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระสมณทูต นำโดยพระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ถือเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง หลังเสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติและผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-ศรีลังกา จวบจนปัจจุบัน “ วันที่ ๑๕ ธันวาคมนี้ พุทธศาสนิกชน คนไทยจะได้มีโอกาสบูชาพระบรมเกศาธาตุ เนื่องด้วยมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคี จัดพิธีอัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ จากประเทศศรีลังกา มาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เถรวาทไทย-ศรีลังกา อันสืบเนื่องมานานกว่า ๗๐๐ ปี     “ ปัจจุบันนี้ พระบรมเกศาธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่ Nelligala […]

วิธีกำหนดดูลมหายใจที่ถูกต้อง โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

วิธี กำหนดดูลมหายใจ ที่ถูกต้อง โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท การ กำหนดดูลมหายใจ เข้าออก ทำความสงบให้เกิดขึ้นที่กายใจของเรา ทำความรู้กายทั่วพร้อม จับดูลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ลมหายใจเข้าอยู่ที่สองช่องจมูก ลมหายใจออกก็อยู่ที่สองช่องจมูก สังเกตดูลมเข้า สังเกตดูลมออก ลมเข้าก็ที่ปลายจมูก ลมออกก็ที่ปลายจมูก ทำความรู้สึกรู้ลมเข้า รู้ลมออก ไม่ต้องรู้อะไร รู้แต่ลมเข้า รู้แต่ลมออก เพื่อให้เกิดสติ มีความจดจ่อ เพ่งอยู่ที่ลม กำหนดอยู่ที่ลม ทำความรู้อยู่ที่ลม ทำความเข้าใจในลมเข้า ทำความเข้าใจในลมออก ขณะที่ลมเข้าเป็นอย่างไร ลมออกเป็นอย่างไร ให้รู้เฉพาะสองช่องจมูกเท่านั้น     ให้รู้ต้นลมที่เข้ามาที่ปลายจมูก และปลายลมที่เข้ามาที่ปลายจมูก ต้นลมที่ออกไปปลายจมูก ปลายลมที่ออกไปสู่ปลายจมูก ให้ตั้งความรู้เด่นชัดอยู่เฉพาะที่ปลายจมูกที่เดียว ไม่ต้องรู้ตามลมเข้าลมออก เหมือนเรานั่งอยู่ที่ธรณีประตู เวลาคนเดินผ่านเข้าไป เราก็ไม่ต้องหันไปมองว่าใครเข้าไป เวลาคนออกจากห้องเราแล้วออกไปนอกประตู เราเพียงแต่รู้อยู่ตรงธรณีประตูว่าเขาผ่านเข้าและผ่านออก ให้ทำความรู้และสังเกตอย่างนั้น ลมก็เช่นกัน ให้สังเกตว่าเข้าแล้วที่ปลายจมูก ออกแล้วที่ปลายจมูก ให้รู้เฉพาะเด่นชัดที่ปลายจมูก จับดู สังเกตดู ไม่ต้องตามเข้าตามออก […]

ทำอย่างไรจึงจะพ้นจากความกำหนัดแห่งกามคุณได้ : ท่านพุทธทาสภิกขุ

ทำอย่างไรจึงจะพ้นจาก ความกำหนัด แห่งกามคุณได้ : ท่านพุทธทาสภิกขุ ความกำหนัด ในทางภาษาบาลีจึงมีใจความกว้างหมายถึง ความมีจิตใจแนบแน่นถอนไม่ได้ในสิ่งต่าง ๆ ที่ตนพอใจ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะปฏิบัติจึงจำเป็นที่จะต้องถอนจิตใจออกมาจากสิ่งที่จะปฏิบัติจึงจำเป็นที่จะต้องถอนจิตใจออกมาจากสิ่งที่จิตใจหลงติด จะเป็นสมบัติพัสถานแก้วแหวนเงินทอง หรือจะเป็นยศศักดิ์บริวาร กับสังขารอันเป็นที่รักเหล่าใดเหล่าหนึ่งก็ตาม พึงถอนความติดแน่นออกมาเสียเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของความติดแน่นนั้นเสีย ไม่มีอะไรเป็นที่ตั้งแห่งความหลงใหลกำหนัดอีกต่อไป จิตใจก็จะมีความสงบสุขขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งโดยแน่นอน     แต่พอเราพิจารณาดูคนในโลกในสมัยนี้ จะเห็นว่าเขายิ่งฝังใจให้กำหนัดติดแน่นในสิ่งต่าง ๆ เขาฝังใจอยู่แต่ที่จะได้ความสุขทางวัตถุ หรือปัจจัยเกื้อกูลความสุขทางวัตถุไม่มีสร่าง ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาให้มากสำหรับให้จิตใจมัวเมาหลงใหล ในทางประดับตกแต่งร่างกายก็ประดิษฐ์ประดอยกันขึ้นมาอย่างไม่สิ้นสุด ในการกินการบริโภคก็ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา อย่าให้รู้จักเบื่อในการเล่นเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ในการดู ในการฟัง และการเป็นอยู่อย่างอื่น ๆ ก็ยิ่งประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา ไปเป็นเครื่องจับจิตใจฝังแน่นขึ้นไป ไม่มีที่สิ้นสุด       คนในโลกจึงตกอยู่ใต้อำนาจของกามคุณไม่มีที่สิ้นสุด คือยิ่งกว่าที่ตนจะรู้สึกได้ไ ม่มีเวลาอิ่ม ไม่มีเวลาเบื่อ ไม่มีเวลาหน่าย ไม่มีเวลาที่จะพินิจพิจารณา ให้เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาของสิ่งใดเลย ก็แต่มีเวลาจะประกอบความสนุกสนานเอร็ดอร่อยทางเนื้อทางหนังที่เกิดขึ้นจากสิ่งเหล่านั้น […]

ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เดือนนี้ 

ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ประกาศเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เดือนนี้  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ดาราหนุ่ม ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย โพสต์ประกาศภาพข้อความขึ้นในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ ผมขออโหสิกรรม ผู้มีพระคุณ พี่ ๆ น้อง ๆ แฟน ๆ และเจ้ากรรมนายเวร เพื่ออุปสมบทในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ กรรมใดที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินต่อท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งที่รู้และไม่รู้ ขอทุกท่านโปรดอโหสิกรรมนั้นแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ ขอบุญที่ผมทำในครั้งนี้ไปถึงทุกท่านเป็นร้อยเท่าพันเท่า และขอให้ทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้กับผมด้วยครับ ”     ดาราหนุ่มตั้งใจเข้าพิธีอุปสมบทในวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ทั้งยังขออโหสิกรรมและขอบุญที่ได้จากการบวชในครั้งนี้อุทิศให้กับทุกคน และขอให้ทุกคนร่วมอนุโมทนาในการบวชครั้งนี้ด้วย ปั้นจั่นนำพานกระทงกรวยดอกไม้และธูปเทียนแพไปลาผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพในวงการบันเทิง คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละคร และกรรมการผู้จัดการบริษัทบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น โพสต์ข้อความและรูปถ่ายขึ้นในอินสตาแกรมว่า ” พี่หน่องขออนุโมทนาบุญกับน้องปั้นจั่นในการอุปสมบทครั้งนี้นะคะ ยินดีและดีใจกับครอบครัวทุก ๆ ท่านด้วยค่า.. […]

เกิด-ดับ ฉับพลัน…บนหนทางที่สรรแล้ว

ข้าพเจ้ามีเพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่ง เมื่อครั้งที่เธอมาเยี่ยมเยียนเสถียรธรรมสถาน เวลาที่เรานั่งสนทนากัน บางครั้งเธอจะฮัมเพลงขึ้นมาเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มวา่ “Happy birthday to you, happy birthday to me, everyday we are born, everyday we are free.”  (เกิด-ดับ) ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ ข้าพเจ้าจะอมยิ้มและมักจะพูดกับตัวเองเสมอว่า…จริงทีเดียวที่เราเกิดทุกวัน และให้ลึกกว่านั้นคือ เราเกิดอยู่ทุกขณะ เมื่อใดที่เรารู้แจ้ง เห็นการ เกิด-ดับ อย่างฉับพลันในกระแสของธรรมชาติ เมื่อนั้นเราจะรู้ว่าเราเกิดทุกขณะและตายเสียก่อนตายได้ทุกขณะอีกด้วย และบนเส้นทางพรหมจรรย์ที่เลือกเดินนี้ ข้าพเจ้าเห็นการเกิด-ดับอย่างฉับพลันได้ถี่ขึ้น เมื่อหวนไปถึงวันแรกที่บวช ในวันนั้นข้าพเจ้ามิได้สัญญิงสัญญากับใครหรือแม้กับตัวเองว่าจะบวชนานเท่าไร ฉะนั้นเมื่ออุปัชฌาย์ท่านถามว่า บวชทำไม ข้าพเจ้าจึงตอบเพียงว่า เพราะอยากรู้ว่าคนเราเกิดมาทำไม และชีวิตคืออะไร กับคำถามถัดมาที่ว่า จะบวชนานแค่ไหน สิ่งที่ข้าพเจ้าตอบโดยไม่ได้คิดก็คือจะบวชไปเรื่อย ๆ ทว่าเมื่ออยู่บนหนทางของการเฝ้าสังเกตตัวเองอย่างมีสติในพรรษาแรกก็พบว่า การได้หยุดแล้วเริ่มทบทวนถึงเป้าหมายของชีวิตว่าคนเราเกิดมาทำไม และชีวิตคืออะไร ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มที่จะศรัทธาในเส้นทางนี้มากขึ้น เพราะภาพนั้นชัดเจนขึ้น ความชัดเจนนี้เองนำไปสู่ความคิดว่า…เรา รู้แล้ว และถ้ารู้แล้วจะอยู่ที่ไหนก็ได้ แวบหนึ่งจึงมีความคิดเกิดขึ้นว่า จะใช้สิ่งที่รู้นี้ในเส้นทางอื่น […]

ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า : หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต 

ธรรมนั้นมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า : หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ทุกวันนี้น้อยคนจะรู้ว่าเมื่อร้อยปีที่แล้ว “พระป่า” หาได้เป็นที่ยอมรับนับถืออย่างกว้างขวางเช่นปัจจุบันไม่ ตรงกันข้ามกลับถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวง ยิ่งพระป่าสายอีสานที่เป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ด้วยแล้ว ผู้ปกครองสงฆ์ในเวลานั้นถือว่าเป็นตัวปัญหาที่ต้องจัดการ หรือไม่ก็ต้องขับไล่ออกไปให้พ้นจากเขตปกครองเลยที่เดียว เพราะมองว่าพระเหล่านั้นนอกจากอยู่อย่างไม่เป็นหลักแหล่ง ไม่สังกัดวัดที่แน่นอนแล้ว ยังไม่สนใจศึกษาพระปริยัติธรรม อันเป็นนโยบายสำคัญของคณะสงฆ์ขณะนั้น มิหนำซ้ำยังชักชวนพระจำนวนไม่น้อยให้ละทิ้งปริยัติธรรม หันมาฝักใฝ่ในวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งผู้ปกครองสงฆ์จำนวนไม่น้อยเห็นว่าเป็นเรื่องงมงาย ไม่เป็นเหตุผลตามหลักพุทธศาสนา     เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันในเวลานั้นคือ การขับไล่คณะศิษย์ของหลวงปู่มั่นออกจากจังหวัดอุบลราชธานี ในปี พ.ศ. 2469 คราวนั้น พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม ซึ่งเป็นศิษย์คนสำคัญของหลวงปู่มั่นนำพระป่ากว่า 50 รูปเดินธุดงค์มาปักกลดในป่าบ้านหัวตะพาน โดยมีแม่ชีและฆราวาสนับร้อยร่วมคณะมาด้วย เมื่อทราบข่าว เจ้าคณะมณฑลอีสานได้สั่งการให้เจ้าคณะอำเภอและเจ้าหน้าที่จากอำเภออำนาจเจริญและอำเกอม่วงสามสิบขับไล่ท่านเหล่านั้นออกจากป่า ขณะเดียวกันก็ห้ามมิให้ประชาชนใส่บาตรให้คณะธุดงค์ แต่พระอาจารย์สิงห์ปฏิเสธที่จะออกจากพื้นที่ โดยยืนยันว่าท่านเป็นชาวอุบลฯและไม่ได้ก่อปัญหาใดๆ เรื่องยุติลงได้เมื่อเจ้าคณะจังหวัดได้มีลิขิตถึงนายอำเกอให้ผ่อนปรนในเรื่องนี้ หลังจากที่ได้รับการร้องขอจากศิษย์หลวงปู่มั่น อาทิ พระอาจารย์ฟื้น อาจาโร เจ้าคณะมณทลอีสานท่นนี้คือพระโพธิวงศาจารย์ (อ้วน ติสฺโส) อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระพรหมมุนี ทัศนคติของท่านต่อพระป่าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่านหันมาศรัทธาเลื่อมใสหลวงปู่มั่นและพระป่า สาเหตุสำคัญก็เพราะท่านได้ประจักษ์ถึงคุณค่าของสมาธิภาวนา ก่อนหน้านั้นท่านล้มป่วยมาเป็นเวลานาน […]

โรคทางกายเกิดขึ้นเพราะจิตที่พิรุธ : ท่านพุทธทาสภิกขุ

โรคทางกาย เกิดขึ้นเพราะจิตที่พิรุธ : ท่านพุทธทาสภิกขุ ทีนี้ก็จะต้องดูต่อไปว่า ที่พูดมาแล้วตั้งยืดยาวนี่ มันเป็นเรื่องทางจิตทั้งนั้น จะดูคล้าย ๆ กับว่าเป็นเรื่องโรคทางจิตไปเสียหมด แล้วมันก็ต้องพูดอย่างนั้นมันไม่มีทางพูดอย่างอื่นหรอก เพราะ โรคทางกาย มันรู้ได้ทางจิต โรคทางกายเกิดขึ้นมันเจ็บป่วยที่จิต เพราะนั้นก็เป็นโรคที่เนื่องอยู่กับจิตน่ะ แต่ว่ามันยังมีความลับอะไรอีกอย่างหนึ่งว่า ไอ้โรคทางกายนี่มันขึ้นอยู่กับจิต หรือว่าโรคอะไรก็ตามใจ มันขึ้นอยู่กับจิต มันใน 2 ความหมาย ทว่าไม่มีจิตก็ไม่รู้สึกต่อโรคนี้อย่างหนึ่ง เพราะนั้นไอ้โรคมันรู้สึกขึ้นมาเพราะมีจิต เพราะนั้นจึงต้องเป็นโรคที่เนื่องจากจิต แต่ว่าที่ควรจะเห็นมากไปกว่านั้นอีกนั่นก็คือว่า ถ้าคนเรามีจิตดีนะมันจะแทบจะไม่มีโรคทางกาย นี้ทุกคนคงไม่เชื่อ แต่อาตมายิ่งมองทุกวันแล้วก็ยิ่งเชื่อ     ถ้ามีจิตถูกต้องแล้วก็โรคทางกายยากที่จะเกิด ให้มีสภาพจิตที่ถูกต้องโรคทางกายยากที่จะเกิด ไอ้โรคที่มันเนื่องกับระบบประสาทหรือจิตอยู่มาก ๆ นั้นเห็นชัดนะ เรามีสภาพจิตไม่ดีนี่ เราในไม่กี่เดือนนี่เราจะเป็นโรคกระเพาะพิรุธชำรุดนี่ เราจะเป็นโรคความดันสูง เป็นโรคนอนไม่หลับ ได้โอกาสหนึ่งก็เป็นโรคอัมพาต อย่างนี้เป็นต้น เหล่านี้เป็นโรคทางกายทั้งนั้น แต่มูลรากแท้จริงมาจากโรคทางจิต คือมีจิตผิดสภาพปกติ หยุด หยุดไม่ได้ หยุดพักไม่ได้ มีความทรมานในทางจิตโดยไม่รู้สึกตัวอยู่ เราจึงเป็นโรคชนิดโรคทางกายนี่เสียตั้ง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว โรคความดันสูง โรคกระเพาะไม่เป็นไปตามธรรมชาติ […]

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โรงงานผลิตพระอรหันต์

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โรงงานผลิตพระอรหันต์ ในหนังสือ ไม่มาเกิดมาตายเรียกว่า ชาติสุดท้ายของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มีการบันทึกคำเทศนาของหลวงตาที่ท่านกล่าวถึง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตอนหนึ่ง ใจความว่า ” แล้วใครที่จะทำ ที่จะกระจายไปกว้างแสนกว้างเหมือนหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นจึงเป็นโรงงานใหญ่สำหรับผลิตลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย ทางด้านอรรถด้านธรรมให้กระจายออกไปทุกวันนี้ ก็ออกจากหลวงปู่มั่น เทศนาว่าการสั่งสอนบรรดาลูกศิษย์ไปประพฤติปฏิบัติ ได้มรรคได้ผลขึ้นมา ธรรมะกระจายออกไป เหล่านี้มีตั้งแต่ลูกศิษย์ท่านอาจารย์มั่นทั้งนั้นนะ ที่แผ่กระจายทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกายเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งนั้นแหละ องค์ท่านปรินิพพานไปแล้วชื่อเสียงนี้กระฉ่อนทั่วประเทศทั่วโลก เฉพาะองค์ท่านเองท่านไม่ค่อยไปสอนใครละ ถ้าสอนก็สอนพระ พระอยู่กับท่านไม่กี่องค์ ในป่าในเขายิ่งแล้ว ท่านไม่รับใคร ตอนท่านแก่นี้ท่านคงจะสงสารบ้างก็เลยรับพระมา แต่ก่อนไม่นะ พระไปอยู่กับท่านไม่ได้ ลูกศิษย์ของท่านองค์ไหน ๆ ที่ปรากฏชื่อลือนามเหล่านี้มีแต่เป็นลูกศิษย์หลวงปุ่มั่นทั้งนั้นนะ “     ตามที่หลวงตามหาบัวท่านได้เปรียบเปรยว่าหลวงปู่มั่นเป็นโรงงานใหญ่ ซึ่งในความหมายของท่านต้องการยกย่องว่า หลวงปู่มั่นท่านได้สั่งสอนศิษย์จำนวนมากมายมหาศาล เปรียบประหนึ่งว่าท่านเป็นโรงงานที่ผลิตบุคลากรชั้นดีออกสู่โลก และผู้ที่ได้รับชื่อว่าเป็นผลผลิตจากหลวงปู่มั่น ล้วนแต่เป็นอริยสงฆ์ที่ญาติโยมกราบไหว้ทั่วทั้งสารทิศ ซึ่งถ้าจะกล่าวว่าหลวงปู่มั่นคือโรงงานผลิตพระอรหันต์ก็คงไม่เกินความจริงนัก หลวงตามหาบัวท่านกล่าวว่า ให้พิจารณาดู ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่มีชื่อเสียงระบือนาม ผู้คนที่รู้จักกันทั้งแผ่นดินรูปไหนรูปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่นแทบทั้งสิ้น หากลองไล่เรียงดูตามรายชื่อจะพบว่า เป็นเรื่องจริงดังที่หลวงตามหาบัวท่านกล่าวไว้     ศิษย์ของหลวงปู่มั่นซึ่งเป็นที่รู้จักและเคารพศรัทธาของพระพุทธศาสนิกชนมีมากมายหลายท่าน […]

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เทศนาโปรดหมอผีกันทรวิชัยให้หันมานับถือพระรัตนตรัย

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เทศนาโปรดหมอผีกันทรวิชัยให้หันมานับถือพระรัตนตรัย  ตลอดระยเวลาที่ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เดินธุดงค์และเทศนาสั่งสอนผู้คน ท่านก็ได้แสดงปาฏิหาริย์ธรรมต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ และเหนืออื่นใดคือให้สัตว์ทั้งหลายได้มีธรรมอันถูกต้องในการดำเนินชีวิต พร้อมชี้นำให้ปฏิบัติเพื่อมุ่งไปสู่มรรคผลนิพพาน ในปี พ.ศ. 2472 ทางราชการได้ประกาศว่าไม่ให้ประชาชนนับถือภูตผีปีศาจ ให้นับถือพระพุทธศาสนาเป็นสรณะ แล้วก็ได้อาราธนาคณะของพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ให้ช่วยเทศนาสั่งสอนประชาชนให้ละทิ้งลัทธิที่ไม่ควรและหันมานับถือพระรัตนตรัยแทน     การออกสั่งสอนประชาชนในครั้งนี้ หลวงปู่เทสก์ได้ร่วมเดินทางไปบ้านโจด ตำบลหนองบัวบาน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม กับคณะของพระมหาปิ่น ปัญญาพโล แล้วต่อมาก็ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่จังหวัดขอนแก่นในปี พ.ศ. 2474 ระหว่างพรรษานั้นเอง หลวงปู่เทสก์ได้ปราบหมอผีหญิงคนหนึ่ง ซึ่งตั้งตนเป็นผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ให้หายได้ ผู้คนจึงพากันนับถือมาก หลวงปู่เทสก์จึงไปเทศนาสอนให้ละทิ้งผีเสีย หลวงปู่สอนว่า ” ถือผีเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไม่เป็นบุญ ถือเอาคุณรัตนตรัยไว้เป็นสรณะจึงเป็นบุญเป็นกุศล และได้ชื่อว่าเป็นอุบาสกอุบาสิกาเป็นสัมมาทิฏฐิในพุทธศาสนาด้วย… ผีไม่เคยสอนให้ผู้ถือละบาป บำเพ็ญบุญ และรักษาศีลเลย มีแต่จะบอกให้เซ่นด้วยหัวหมูและเป็ดไก่เท่านั้น มันสอนให้เซ่นแล้วมันก็ไม่กิน แต่คนเป็นผู้ฆ่าสัตว์แล้วเซ่นผี เมื่อผีไม่กินคนก็เอามากินเสียเอง ผีไม่ต้องรับบาป คนเป็นผู้รับบาปแล้วผีจะมาช่วยอะไรเราได้   […]

เณรตรัย สามเณรน้อยแห่งวัดบวรฯ มีจิตศรัทธาปฏิบัติธรรมที่ วัดป่าธรรมคีรี

เณรตรัย สามเณรน้อยแห่งวัดบวรฯ มีจิตศรัทธาปฏิบัติธรรมที่ วัดป่าธรรมคีรี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เพจ วัดป่าธรรมคีรี ได้โพสต์รูปถ่ายพร้อมข้อความว่า “ สามเณร นพสิทธิ์ เขมสิทฺธิโก (โชติสุริยสินสุข) หรือ “เณรตรัย” สามเณรรูปเดียวที่อยู่ประจำภายในวัดบวรนิเวศวิหาร มีจิตศรัทธากราบขออนุญาตพระผู้ใหญ่ทางวัดบวรนิเวศวิหารมาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าธรรมคีรี (จันดีอนุสรณ์) ก่อนที่จะเดินทางกลับไปศึกษาฝ่ายปริยัติต่อไป     “ ลูกเณรกราบเรียนพระอาจารย์คม อภิวโร ว่า “ถ้าผมมีวันหยุดจากการเรียนพระปริยัติอีก ผมขออนุญาตมาฝึกตนที่วัดป่าธรรมคีรีนะครับ” “ ลูกเณรตรัยเคยบรรพชาสามเณรฤดูร้อนหลายครั้ง จากนั้นจึงตั้งใจว่าจะออกบวชจริงจังด้วยศรัทธาในคุณพระรัตนตรัย อ้อนวอนคุณพ่อคุณแม่จนได้รับอนุญาตให้บรรพชาเป็นสามเณรเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม     “ ลูกเณรมีความน่ารักตามประสาเด็กน้อยที่อาจมีอะไรขาดบ้างเกินบ้าง ถูกบ้างพลาดบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยจิตที่เคารพรักในพระรัตนตรัยและพระนิพพานจึงทำให้เป็นที่รักของหลวงพี่และอุบาสกอุบาสิกาวัดป่าธรรมคีรีทุกท่าน ”     ที่มาและภาพ : www.facebook.com/WatPaThammakeeree บทความน่าสนใจ ดารา-คนดังร่วมงานแถลงข่าวโครงการบรรพชาสามเณร บวชเด็กอินเดียรุ่นที่ 3  อาลัย พระใบฎีกาธีระศักดิ์ ธัมมธีโร พระอาจารย์หนุ่มช่วยเหลือสามเณรจนมรณภาพ […]

นั่งสมาธิเป็นเพราะอยากกินเงาะ : หลวงปู่ขาว อนาลโย 

นั่งสมาธิเป็นเพราะอยากกินเงาะ : หลวงปู่ขาว อนาลโย หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นวิปัสสนาจารย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่มีลูกศิษย์ลูกหานับถือมาก โดยเฉพาะในภาคอีสานท่านเป็นพระที่เด็ดเดี่ยวมั่นคงในสมาธิภาวนาจนเป็นที่เลื่องลือ ขณะเดียวกันท่านก็เปี่ยมไปด้วยเมตตาอย่างมาก มีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งแม่พาเด็กสามขวบมาถวายอาหารเช้าให้หลวงปู่ขาว ในฝาบาตรของหลวงปู่นั้นมีเงาะซึ่งปอกเปลือกเรียบร้อยวางอยู่ใกล้ ๆ เด็กไม่เคยเห็นเงาะก็สนใจ เพราะมันขาวน่ากินดี หลวงปู่จึงถามเด็กน้อยว่าอยากกินหรือเปล่า ถ้าอยากกินต้องแลกกันนะ เด็กตอบประสาซื่อว่าอยากกิน แล้วถามว่าอยากกินต้องทำอย่างไร     หลวงปู่บอกให้นั่งสมาธิ เด็กถามว่านั่งสมาธิทำอย่างไร หลวงปู่จึงแนะนำว่า ให้นั่งขัดสมาธิ ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หลับตา แล้วภาวนาไปด้วย เด็กน้อยถามต่อว่าภาวนาอย่างไร หลวงปู่ขาวก็บอกว่าให้ภาวนา “หมากเงาะ” (ภาษาอีสานเรียกลูกเงาะว่าหมากเงาะ) เด็กก็ทำตาม ทีแรกเด็กนั่งไปก็เลียริมฝีปากไปด้วยเพราะอยากกินมาก แต่พอนั่งสมาธิไปสักพัก จิตก็รวมเป็นหนึ่ง รู้สึกสบาย เพราะว่าจิตไปอยู่ที่คำว่าหมากเงาะ ๆ เด็กรู้สึกสงบเป็นอย่างยิ่ง ไม่นานเด็กก็ได้ยินเสียงระฆัง พอเปิดตาขึ้นมาปรากฏว่า ไม่มีใครอยู่ในศาลาแล้ว มีแต่หลวงปู่ขาวกำลังนั่งสมาธิอยู่ด้วยปรากฏว่าตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายสามแล้ว เป็นเวลาที่พระจะต้องออกมาทำกิจส่วนรวม     วันนั้นเด็กน้อยนั่งสมาธินานถึงเจ็ดชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน และไม่ได้สนใจสมาธิด้วย […]

ทำอย่างไรให้ กายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน โดย ท่าน ว.วชิรเมธี 

ทำอย่างไรให้ กายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ถ้าถามว่าการทำงานและการปฏิบัติธรรมที่ส่งผลให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องทำอย่างไร เพื่อให้คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ดังหัวข้อข้างต้นที่ว่า ” กายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงาน “ ขณะทำงาน บางทีเราทำงานนี้ แต่จิตเราไปอยู่กับสิ่งอื่น ก่อนหน้าที่อาตมาจะไปเรียนสมาธิภาวนานั้น จิตเคยหลงเคยฟุ้งซ่านอยู่บ่อย ๆ ทำอย่างหนึ่งแล้วจิตคิดถึงอย่างหนึ่ง เขียนงานอยู่ข้างบนแล้วลงมาเข้าห้องน้ำข้างล่าง กลับขึ้นไปอีกทีหาดินสอไม่เจอ ถามตัวเองว่าวางดินสอไว้ตรงไหนหนอ หาตั้งสามตั้งสี่รอบ ไปส่องกระจกจึงร้องอ๋อ… มันคาอยู่ที่ใบหู เมื่อจิตของเราไม่นิ่ง ไม่สงบ ไม่แจ่มกระจ่าง แม้แต่การดำเนินชีวิตก็ไม่ประณีต ไม่ละมุนละไม หลง ๆ ลืม ๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่จิตของเราได้รับการฝึก พฤติกรรมทางกาย วาจา และใจ รวมทั้งพฤติกรรมในการทำงานทั้งหมดก็จะประณีต นุ่มนวล อ่อนโยน ลึกซึ้ง เป็นระบบระเบียบ เหมือนน้ำในบึงใหญ่ที่ใสเย็นและจืดสนิท     เมื่อเราฝึกจิตดีแล้ว และกลับเข้าสู่โลกการทำงานและการดำเนินชีวิต ก็จะเกิดภาวะกายอยู่กับกิจ จิตอยู่กับงานยิ่งทำงานยิ่งมีประสิทธิภาพ และประสิทธิภาพนั้นแสดงออกทั้งสองมิติ คือประสิทธิภาพของการดำเนินชีวิตและประสิทธิภาพของการทำงาน   […]

keyboard_arrow_up