พระวินัย สิ่งที่พระและฆราวาสควรรู้ไว้ไม่เสียหลาย

พระวินัย สิ่งที่พระและฆราวาสควรรู้ไว้ไม่เสียหลาย พระพุทธเจ้าได้ทรงบัญญัติ พระวินัย เอาไว้ เพื่อเป็นกรอบให้พระในพระพุทธศาสนาปฏิบัติตาม (เปรียบเหมือนกฎหมายของพระ) โดยมีจุดมุ่งหมายให้หมู่สงฆ์อยู่อย่างเป็นสุข มีกิเลสตัณหาน้อยลง ชาวบ้านเลื่อมใสพระ และเพื่อให้พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องดำรงอยู่อย่างยาวนาน พระที่ละเมิดพระวินัยซึ่งพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ก็จะ อาบัติ หรือ ต้องอาบัติ คำว่า อาบัติ มาจากภาษาบาลีว่า อาปัตติ หมายถึง การทำผิดทางวินัยสงฆ์ ซึ่งการทำผิดขั้นร้ายแรงที่สุดก็คือ อาบัติปราชิก การทำผิดพระวินัยในระดับนี้จะมีโทษหนัก พระที่ทำอาบัติปาราชิกจะสิ้นสุดจากความเป็นพระทันที และไม่สามารถบวชใหม่ได้อีก การทำผิดขั้นรุนแรงรองลงมาเรียกว่า อาบัติสังฆาทิเสส (เช่น แตะต้องผู้หญิงด้วยจิตกำหนัด, ทำหมู่สงฆ์ให้แตกกัน เป็นต้น) จะต้องรับโทษให้ต้องอยู่ในที่สงบในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อให้สำรวมกายใจแล้วพิจารณาความผิดของตน หากอยู่รับโทษจนครบแล้วสำนึกผิด ก็จะพ้นอาบัติ     นอกเหนือจากนี้ยังมีอาบัติในระดับที่รองลงมา ซึ่งเป็นการทำผิดที่ไม่ร้ายแรงมาก จึงมีโทษไม่หนักมากเท่าสองระดับแรก เช่น อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ อาบัติถุลลัจจัย อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติทุกกฏ อาบัติทุพภาสิต เป็นต้น เราจึงสามารถกล่าวได้ว่า พระวินัยมีความสำคัญมาก หากสงฆ์ไม่ทำตามพระวินัย หมู่สงฆ์ก็จะอยู่กันอย่างมีความทุกข์ มีกิเลสตัณหามากขึ้น ชาวบ้านเสื่อมศรัทธา คำสอนถูกบิดเบือน […]

พระอนุรุทธะ เจ้าชายศากยวงศ์ผู้ไม่เคยปราศจากขนม เพราะบุญจากชาติก่อน

พระอนุรุทธะ เจ้าชายศากยวงศ์ผู้ไม่เคยปราศจากขนม เพราะบุญจากชาติก่อน พระอนุรุทธะ เป็นเจ้าชายพระองค์หนึ่งในศากยวงศ์ เป็นพระญาติผู้ใกล้ชิดของพระพุทธเจ้า ครั้งเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า พระญาติทั้งหลายต่างยกพระโอรสให้บวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระองค์ จนกระทั่งเหลือเจ้าชาย 6 พระองค์ ได้แก่ ภัททิยราชา อนุรุทธะ อานันทะ ภคุ กิมพิละ และ เทวทัต พระญาติทั้งหลายแลเห็นว่าเจ้าชายทั้ง 6 ควรผนวชเป็นพระภิกษุเพื่อติดตามพระผู้มีพระภาคเจ้า เจ้าชายศากยะทั้ง 6 จึงพากันผนวช แต่พระพุทธเจ้ากลับทรงเลือกบวชให้นายอุบาลีก่อน ซึ่งเป็นภูษามาลา เจ้าชายทั้ง 6 พระองค์ สุดท้ายเจ้าชายทุกพระองค์ต่างบรรลุคุณวิเศษ อย่างพระอนุรุทธะได้สำเร็จดวงทิพย์ ต่อมาได้สดับเรื่อง มหาปุริสวิตักกสูตร จึงบรรลุเป็นพระอรหันต์     มีหลายเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพระอนุรุทธะเป็นผู้สะสมบุญมาดีคือ ครั้งก่อนที่พระองค์จะเสด็จออกผนวช ทรงพนันกีฬาลูกขลุบกับพระญาติทั้งหลายด้วยขนม ปรากฏพระอนุรุทธะแพ้ถึง 3 ครั้ง ทรงต้องเป็นฝ่ายนำขนมมาให้พระญาติทั้งหลายเสวย จนถึงตาที่พระองค์ทรงต้องเสียขนมถาดที่ 4 พระมารดาไม่สามารถทำขนมได้เพราะส่วนผสมหมดจึงส่งคนไปทูลเจ้าชายว่า “ขนมไม่มี” เจ้าชายทรงได้ยินดังนั้นก็ทรงคิดว่าเป็นชื่อขนมชนิดหนึ่งจึงตรัสไปให้นำขนมชื่อนี้มา พระมารดาทรงจำพระทัยส่งถาดว่างไปให้เจ้าชายแทน เทวดาผู้รักษาเมืองทราบว่าในอดีตพระชาติ พระอนุรุทธะเคยถวายภัตแด่พระปัจเจกพุทธเจ้านามว่า “อุปริฏฐะ” จึงได้เนรมิตขนมทิพย์ถวายจนเต็มถาด เจ้าชายทอดพระเนตรขนมแล้วไม่พอพระทัย […]

ทำทุกวันเสมือนวันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ทำทุกวันเสมือน วันสุดท้ายของชีวิต ธรรมะโดย ท่าน ว.วชิรเมธี มีคนไปถามหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุว่า ทำอย่างไรเราถึงจะเตรียมตัวตายอย่างดีที่สุด ท่านบอกว่า ขอให้เธอใช้ชีวิตเสมือนว่า วันนี้เป็น วันสุดท้ายของชีวิต ทำให้ดีที่สุด หากคิดอย่างนี้ได้ เราจะใช้ชีวิตทุก ๆ ย่างก้าว ทุก ๆ อิริยาบถ ทุก ๆ ลมหายใจเข้าออกด้วยความไม่ประมาท เมื่อเราไม่ประมาท ชีวิตเราก็สมบูรณ์ด้วยความดีงาม อยู่ก็ไม่อาลัย ตายก็ไม่กังวล รอวันเวลาที่ความตายจะมาพรากเราไป เหมือนกับคนงานรอเวลาเลิกงาน ตีระฆังเมื่อไรก็เมื่อนั้น วางงานแล้วก็ไป ไม่อาลัย หรือถ้าจะให้ชัดยิ่งขึ้นมาก จะเจริญมรณัสสติตามแบบแผนก็ได้คือ มีข้อความให้พิจารณา มีคำภาษาบาลีให้ท่องให้บริกรรมด้วย เช่นบริกรรมว่า ธุวัง มรณัง  ความตายเป็นของยั่งยืน อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง  ตัวเราจะพึงตายเป็นแน่แท้ มรณะปริโยสาณัง เม ชีวิตัง  ชีวิตของเรามีความตายเป็นที่สุด ชีวิตัง เม อนิยะตัง  ชีวิตของเราเป็นของไม่เที่ยง มรณัง เม นิยะตัง  แต่ความตายของเราเป็นของเที่ยง […]

เปิดบุพกรรม ทำไมพระนันทะต้องพลัดพรากจากคนรัก

เปิดบุพกรรม ทำไม พระนันทะ ต้องพลัดพรากจากคนรัก พระนันทะ เป็นพระโอรสของพระนางปชาบดีโคตมี พระน้านางของพระพุทธเจ้าที่ประสูติกับพระเจ้าสุทโธทนะ พระนันทะจึงเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาของพระพุทธเจ้า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเยือนกรุงกบิลพัสดุ์ และได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์จนเหล่าพระญาติเกิดความเลื่อมใส ในช่วงนั้นเจ้าชายนันทะกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับเจ้าหญิงศากยวงศ์ผู้มีพระนามว่า “ชนบทกัลยาณี” เหล่าพระญาติอาราธนาพระพุทธองค์พร้อมด้วยพระสาวกมาฉันภัตตาหารในงานพิธีสมรส พระบรมศาสดาได้ฝากบาตรไว้กับเจ้าบ่าว (เจ้าชายนันทะ) แล้วทรงไม่ได้ทวงบาตรคืน เจ้าชายนันทะทูลถามว่า “พระองค์จะทรงรับบาตรหรือไม่” พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราจะรับบาตรที่หัวบันได ขอฝากไว้ที่เจ้าก่อน”      เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จถึงหัวบันได เจ้าชายนันทะก็ทูลถวายบาตรคืน พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราขอรับตรงพระลานหลวง ขอฝากบาตรไว้ก่อน” เมื่อพระองค์ดำเนินมาถึงพระลานหลวง เหล่านางกำนัลเห็นว่าเจ้าชายนันทะกำลังติดต่อพระพุทธเจ้าไป จึงทูลเรื่องนี้ให้เจ้าหญิงชนบทกัลยาณีทรงทราบ เจ้าหญิงเกรงว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะพาเจ้าชายนันทะไปบวช จึงเปล่งพระสุรเสียงว่า “ข้าแต่พระสวามี พระองค์ทิ้งหม่อมฉันไปไม่ได้นะเพคะ” เจ้าชายนันทะทรงได้ยินก็ทรงเสียพระทัย แต่ไม่สามารถขัดพระพุทธองค์ได้ถึงพระทัยจะอยากกลับไปหาพระชายาก็ตาม พระนันทะติดตามพระพุทธเจ้าจนถึงพระวิหาร พระพุทธเจ้าตรัสว่า “้เธอจักบวชไหมนันทะ” เจ้าชายนันทะทรงไม่กล้าขัดพระพุทธองค์จึงยินยอมบวช   คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> เพื่อทราบวิบากกรรมเรื่องความรักของพระนันทะ 

เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้ง ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้ง ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ การบำเพ็ญภาวนาด้วยการใส่ใจอยู่กับจิตประภัสสรและตั้งมั่นอยู่ในโพธิจิตอันปราศจากขอบเขต ย่อมสัมผัสถึงสภาวะที่เป็นความสุขอย่างยิ่งที่บังเกิดขึ้น และเป็นไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพากเพียรพยายาม ความแจ่มใสแวววาวแห่งจิตที่ปราศจากสิ่งรบกวนทำให้พลังแห่งความเมตตากรุณาแผ่กระจายสู่สรรพสัตว์ทั้งมวลให้ได้ดื่มน้ำอมฤตแห่งพระสัทธรรม ด้วยพลังแห่งความเมตตากรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ที่ประทานคำสอนอันล้ำลึกเกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนาบนวิถีของสัมมาอริยมรรค ทำให้เมล็ดพันธุ์แห่งการรู้แจ้งได้งอกงามไพบูลย์ขึ้นในดวงจิตของผู้บำเพ็ญภาวนา จนรู้แจ้งชัดถึงความเป็นมายาลวงของโลกียสุข ทำให้ข้ามพ้นห้วงมหรรณพอันทุกข์ทรมานแห่งสังสารวัฏ ถ้าจิตใจของเราปราศจากม่านมิจฉาทิฏฐิ เราก็สามารถเข้าถึงธรรมชาติของความเป็นเอกภาพของสรรพสิ่งได้ ปัญญาญาณก็จะเปิดเผยข้อเท็จจริงของการเห็น การได้ยิน ฯลฯ จริง ๆ ได้ นั่นคือการบรรลุธรรม ผู้ที่ขาดศรัทธาต่อจิตประภัสสรของตนเองย่อมไม่ประสบความสำเร็จจากการปฏิบัติภาวนา การฝึกฝนภาวนาก็เพื่อขจัดความคิดที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกตัวตนให้สิ้นสุดลง ทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างพุทธะและจิตใจเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา มีวิถีทางเดียวที่เราจะเข้าใจธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะได้ นั่นก็คือการฝึกฝนภาวนาบนวิถีจิตหนึ่งเดียว “เอกายนมรรค” จนเกิดอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา รู้แจ้งชัดในความเป็นสุญญตา รู้แจ้งชัดในความเป็นเช่นนั้นเองของสรรพสิ่งในแต่ละขณะ แล้วดำเนินชีวิตอยู่ในความเป็นองค์รวมกับสรรพสิ่งอย่างเป็นเอกภาพ   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by Steve Richey on Unsplash Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” บาปกรรมของคนเกลียดพระ

“ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว” บาปกรรมของคนเกลียดพระ กรรมติดจรวดไม่ได้มีเพียงแต่ในยุคสมัยนี้เท่านั้น ครั้งสมัยพุทธกาลก็มีนายพรานคนนี้ซึ่งเป็นคนเกลียดพระ แล้วได้รับวิบากกรรมอย่างชนิดทันควันเดี๋ยวนั้นหลังจากทำร้ายพระจนเกือบถึงแก่ความตาย เพราะเป็น บาปกรรมของคนเกลียดพระ ครั้งสมัยพุทธกาลมีนายพรานคนหนึ่งชื่อว่า “โกกะ” ทุกครั้งที่ออกไปล่าสัตว์จะใช้สุนัขล่าเนื้อช่วยในการล่าสัตว์ วันหนึ่งขณะที่นายโกกะกำลังเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อไปล่าสัตว์เหมือนทุก ๆ ครั้ง ได้พบกับพระภิกษุกำลังบิณฑบาตอยู่ในหมู่บ้าน วันนั้นทั้งวัน นายโกกะจับสัตว์ไม่ได้เลย นายพรานก็ไม่ได้ติดใจอะไรจนกระทั่งเข้าสู่วันที่สอง เขาก็พบพระภิกษุรูปนั้นอีกครั้ง ปรากฏว่าทั้งวันก็ไม่สามารถจับสัตว์อะไรได้เลย จึงเริ่มคิดหาสาเหตุแล้วว่าเป็นเพราะอะไร วันต่อมาเขาเจอพระภิกษุรูปเดิมกำลังเดินบิณฑบาต ในวันนั้นก็ไม่สามารถจับสัตว์ได้อีก จึงเริ่มแน่ใจแล้วว่าการได้พบเจอพระภิกษุรูปนั้นทำให้ตนจับสัตว์ไม่ได้ นายโกกะมองว่าพระภิกษุเป็นกาลกิณีที่ทำให้เขาไม่สามารถจับสัตว์ได้เลย จึงคิดว่าถ้าเจอพระอีกจะกำจัดเสีย วันต่อมานายพรานพบพระภิกษุเที่ยวบิณฑบาตจึงสั่งให้สุนัขล่าเนื้อเข้าไปกัดพระภิกษุเพื่อหมายเอาชีวิต     พระภิกษุทิ้งบาตร แล้ววิ่งหนี ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ สุนัขล่าเนื้อต่างกระโจนหมายจะกัดพระตามคำสั่งของเจ้านาย นายโกกะรังเกียจพระเข้าไส้ก็ใช้มีดแทงไปที่เท้าทั้งสองข้างของพระ พระภิกษุทรมานไม่สามารถมีสติประคองตัวได้ดีนัก จีวรที่นุ่งห่มจึงตกลงมาคลุมร่างของนายพราน สุนัขคิดว่าเป็นพระภิกษุจึงกระโจนเข้ากัดนายพรานจนตายอย่างน่าเวทนา พระภิกษุจึงลงมาจากต้นไม้แล้วเดินทางไปยังพระเชตวันมหาวิหาร ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และทูลถามว่า นายพรานคนนั้นถูกสุนัขกัดจนตายเพราะจีวรที่ตนนุ่งห่ม จะเป็นการผิดศีล และพรหมจรรย์จะด่างพร้อยหรือไม่ พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนี้ศีลและพรหมจรรย์ของเจ้าไม่ด่างพร้อย พระพุทธองค์ทรงเมตตาตรัสบุพกรรมของนายพรานคนนี้ให้พระภิกษุฟังว่า ในอดีตชาติ นายโกกะเคยเป็นผู้คิดประทุษร้ายต่อผู้ไม่คิดร้ายต่อตน ในชาตินั้นเขาเกิดเป็นหมอ แล้วเอางูไปใส่ไว้ในรังนก บอกให้เด็กปีนขึ้นไปเก็บไข่นกลงมา เขาหวังให้งูกัดเด็กคนนั้น แล้วตนจะได้รักษาและคิดค่ารักษาแพง ๆ เพื่อเอาเงิน […]

ตำนานกรณียเมตตสูตร โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ตำนานกรณียเมตตสูตร โดย ท่าน ว.วชิรเมธี ตำนานกรณียเมตตสูตร ในพระสูตรเล่าไว้ว่า สมัยหนึ่งพระบรมศาสดาเสด็จประทับยังพระเชตวันมหาวิหารในพระนครสาวัตถี มีภิกษุ 500 รูป เรียนกัมมัฏฐานในพุทธสำนัก แล้วทูลลาจาริกไปในชนบทเพื่อหาสถานที่บำเพ็ญสมณธรรม ผ่านทางไกลไปหลายโยชน์ก็ถึงตำบลใหญ่ตำบลหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากป่านัก ชาวบ้านพากันปฏิสันถารเป็นอันดี แล้วเรียนถามท่านว่า “นี่ พระคุณเจ้า จะพากันไปไหนขอรับ” “หาที่เจริญสมณธรรมให้ผาสุกสักแห่งหนึ่ง อุบาสก” พระอาจารย์ตอบ ท่านผู้ใหญ่บ้านแห่งนั้นจึงเรียนท่านไปว่า “ถ้าพระคุณเจ้าต้องประสงค์สถานที่เช่นนั้นละก็ ไพรสณฑ์เชิงภูผานี้เป็นเหมาะมากเทียวท่าน เพราะไม่ไกลหมู่บ้าน พอมาพอไปหากันได้สะดวก เช่น พระคุณท่านจะมาบิณฑบาตก็ไม่ไกล ผมจะไปนมัสการบ้างก็ไม่ยาก” พอท่านผู้ใหญ่บ้านเว้นระยะคำพูดเพื่อฟังความเห็นจากพระอาจารย์ ผู้ใจบุญหลายท่านก็ช่วยกันเสริมอีกว่า “อย่าลังเลใจเลยพระคุณท่าน นิมนต์อยู่เสียที่นี่แหละ ถ้าพระคุณท่านอยู่ พวกผมจะได้มีโอกาสถวายทาน รักษาศีล และฟังธรรมในสำนักพระคุณท่านบ้าง” เมื่อพูดถูกใจเช่นนั้น พระทุกรูปก็ยินดี ครั้นท่านพระอาจารย์ผู้นำคณะเห็นเพื่อนพระพอใจอยู่เป็นเอกฉันท์ จึงรับนิมนต์ แล้วก็พากันไปอยู่ในไพรสณฑ์ตามความผาสุก ครั้งนั้นเทวดา เจ้าป่า เจ้าเขาในไพรสณฑ์ต่างซุบซิบกันว่า “ภิกษุเหล่านี้เป็นผู้มีศีล เมื่อเข้ามาพำนักอยู่จะทำให้เราลำบากในการย้ายที่ ด้วยเราจะอยู่ข้างบนก็ไม่ควร จะอยู่ข้างล่างก็ลำบาก จะทำอย่างไรดีหนอ” “ท่านไม่อยู่นานหรอกน่า” เทพตนหนึ่งออกความเห็น “คงจะอยู่รับฉลองศรัทธาของชาวบ้านสักวันสองวันก็คงจะไป” เทพตนหนึ่งตัดบทว่า “คอยดูไปก็แล้วกัน […]

คนระลึกชาติและมีญาณหยั่งรู้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบ

คน ระลึกชาติ และมีญาณหยั่งรู้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบ หลายคนอาจคุ้นเคยกับความเชื่อเรื่อง “ ระลึกชาติ ” จากคำบอกเล่าของคนระลึกชาติผ่านรายการและหนังสือธรรมะ หรือหนังสือแนวเหนือธรรมชาติ เช่น คนที่สามารถบอกชื่อ บอกจุดที่ตนเองตายได้ บ้านเกิด พ่อแม่ครอบครัวในชาติก่อนได้อย่างแม่นยำ พระพุทธศาสนากล่าวถึงการระลึกชาติไว้เช่นกัน หลักฐานที่เด่นชัดคือ ชาดก เป็นเรื่องเล่าในอดีตพระชาติของพระพุทธเจ้านั่นเอง ในคัมถีร์อรรถกถาส่วนท้ายของชาดก พระพุทธเจ้าจะตรัสว่าใครเกิดร่วมพระชาติกับพระองค์บ้าง ตัวอย่างเช่น เวสสันดรชาดก พระเวสสันดรคือพระพุทธเจ้า พระนางมัทรีคือพระนางพิมพา พระชาลีคือพระราหุล พระกัณหาคือพระอุบลวรรณาเถรี ชูชกคือพระเทวทัต เป็นต้น ซึ่งพระอรรถกถาจารย์เรียกว่า “ประชุมชาดก”     เรื่องการระลึกชาติกลายเป็นที่สนใจของชาวตะวันตกด้วย เสฐียรพงษ์ วรรณปกได้กล่าวว่า มีชาวต่างชาติอยู่ 2 คนที่ศึกษาเรื่องการระลึกชาติ คือ ดร.เอียน สตีเวนสัน กับ ดร.ฟรานซิส สโตรี่  เขาจะทำการตามไปเก็บข้อมูลคนที่สามารถระลึกชาติได้ ซึ่งทั้งสองท่านก็ได้เดินทางไปทั่วโลก แล้วรวบรวมจนสามารถตีพิมพ์เป็นหนังสือได้ เสฐียรพงษ์บอกว่า การที่จะระลึกชาติได้มีด้วยกัน 3 สาเหตุ 1. รู้เรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก 2. […]

วิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุด สูตรท่าน ว.วชิรเมธี

การที่ความโกรธเกิดขึ้นง่าย ๆ ก็เพราะมันมีเชื้ออ่อน ๆ อยู่แล้วในใจของเรา นี่เป็นวิธีขุดรากถอนโคน แก้ความโกรธ ที่ได้ผลดีที่สุดที่ท่าน ว.วชิรเมธีแนะนำ

ฤาจะถึงกาล? 5 อนาคตภัยของ ศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าทรงเตือนเอาไว้

พระพุทธองค์ทรงเตือนเอาไว้ว่า ในอนาคตศาสนาพุทธจะมี อนาคตภัย 5 ประการ หากเราทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นชาวพุทธที่แท้ ก็ควรลุกขึ้นมาช่วยกันป้องกัน

ก้าวผ่านทุกข์ ด้วย 7 คำสอนหลวงปู่ขาว อนาลโย พระนักวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น

แม้ท่านจะละสังขารไปกว่า 30 ปีแล้ว หากแต่ คำสอนหลวงปู่ขาว ยังคงอยู่ในความทรงจำ สร้างศรัทธาในหมู่ชาวพุทธรุ่นแล้วรุ่นเล่าและเป็นความจริงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

ทำไมพระต้องบิณฑบาต คลายข้อสงสัยกิจของสงฆ์ที่ปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

ทำไมพระต้องบิณฑบาต คลายข้อสงสัยกิจของสงฆ์ที่ปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ในตอนเช้าของทุกวัน จะเห็นภาพพุทธบุตรในผ้าเหลือง อันเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ เดินบิณฑบาตญาติโยม การบิณฑบาตไม่ต่างจากการโปรดสัตว์ เพื่อให้ชนทั้งหลายได้บำเพ็ญทาน สละความตระหนี่ แต่มีใครทราบไหมว่า ทำไมพระต้องบิณฑบาต ครั้งเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวชเพื่อหาหนทางแห่งการหลุดพ้น ทางฝ่ายศายกวงศ์เกิดความปั่นป่วนเมื่อราชทายาทแห่งพระเจ้าสุทโธทนะหายไปในยามวิกาล จนนายฉันนะนำเครื่องทรงกลับมาถวายพระเจ้าสุทโทธทนะและพระนางมหาปชาบดีโคตมี เครื่องทรงแห่งเจ้าชายไม่ต่างจากคำบอกลา     วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงออกแสดงธรรมโปรดสัตว์สมที่ทรงเป็นพระพุทธเจ้า ที่พึ่งของโลก พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบข่าวการตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ทรงส่งทูตไปอาราธนาพระพุทธเจ้าให้เสด็จมาเยี่ยมเยือนพระญาติ ไม่ว่าส่งทูตไปกี่คนก็ไม่มีใครพาพระพุทธเจ้าเสด็จกลับมาได้เลย เพราะสุดท้ายจะตัดสินใจบวชเป็นพระภิกษุ จนกระทั่งกาฬุทายีได้รับแต่งตั้งเป็นทูตไปทูลเชิญพระพุทธเจ้า แต่ก็บวชเป็นพระไม่ต่างจากทูตคนอื่น     ถึงกาฬุทายีจะบวชเป็นพระภิกษุ แต่ก็สามารถทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าเสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ได้สำเร็จ พระญาติพากันไม่แสดงความเคารพต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า จนกระทั่งพระองค์ต้องแสดงฤทธิ์เหาะขึ้นกลางอากาศให้เหล่าพระญาติประจักษ์ จึงแสดงความเคารพพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าประทับนั่ง อยู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาแต่เป็นฝนมหัศจรรย์ ใครที่ไม่อยากเปียกก็จะไม่เปียก ใครที่อยากเปียกก็จะเปียก เรียกว่า “ฝนโบกขรพรรษ”   คลิกเลข 2 ด้านล่าง เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>> 

ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้ บทเรียนจากพระเจ้าวิฑูฑภะ

ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้ บทเรียนจาก พระเจ้าวิฑูฑภะ ดังคำพูดหนึ่งที่ว่า “มนุษย์ต่างมีกรรมเป็นของตน” ท่าจะเป็นเรื่องจริง ไม่มีใครสามารถชดใช้กรรมแทนกันได้  แม้พระพุทธเจ้าจะทรงพยายามห้ามปรามวิบากกรรมของพระญาติแล้วก็ทรงไม่สำเร็จ ดังเรื่องราวของ พระเจ้าวิฑูฑภะ ที่จะเล่าต่อไปนี้ ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ในกรุงสาวัตถี พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงปรารถนาเกี่ยวดองเป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้า จึงส่งทูตไปสู่ขอพระธิดาศากยวงศ์มาสถาปนาเป็นพระอัครมเหสี ครั้งทูตเดินทางไปถึงกรุงกบิลพัสดุ์ซึ่งปกครองโดยพระเจ้ามหานามะ พระอนุชาแห่งพระเจ้าสุทโธทนะ ได้ส่งพระราชสาส์นขอเจ้าหญิงศากยวงศ์ไปอภิเษกสมรสกับพระเจ้าปเสนทิโกศล     เจ้าศากยวงศ์เห็นว่าสายโลหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศลไม่เสมอกับสายโลหิตศากยวงศ์ที่บริสุทธิ์ จึงลงมติว่าจะส่งพระธิดาของพระเจ้ามหานามะที่เกิดจากนางทาสี มีนามว่า “วาสภขัตติยา” ไปถวายพระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงดีพระทัย รักใคร่พระนางวาสภขัตติยาเป็นอย่างมาก มีพระดำริว่านับจากนี้ไปพระองค์ได้เป็นพระญาติกับพระผู้พระภาคเจ้า พระสาวกและพระสาวิกาที่เป็นเจ้าศากยวงศ์จะได้ไม่มองว่าพระองค์ทรงเป็นคนอื่นคนไกล พระนางวาสภขัตติยาให้ประสูติพระโอรสที่มีผิวพรรณดั่งทองคำ พระนางตั้งพระนามพระโอรสว่า “วัลลภา” แต่ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันเบามาก เพราะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการให้ประสูติ อำมาตย์ได้ยินเฟี้ยนจึงถวายพระนามพระกุมารว่า “วิฑูฑภะ”     พระวิฑูฑภกุมารเจริญวัยเป็นหนุ่ม ไม่เคยเห็นพระญาติฝ่ายพระมารดามาเยี่ยมเยือน พระนางวาสภขัตติยาได้แต่ตรัสว่า กรุงกบิลพัสดุ์อยู่ไกลมาก เหล่าพระญาติจึงไม่สะดวกเสด็จมาเยี่ยม เจ้าชายหนุ่มดื้อดึงจะไปเยี่ยมพระญาติ พระนางวาสภขัตติยาจึงส่งพระราชสาส์นไปแจ้งเจ้าศากยวงศ์ให้ทราบว่า เจ้าชายวิฑูฑภะจะเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อเจ้าศากยวงศ์ได้พระราชสาส์น ทราบว่าเจ้าชายวิฑูฑภะ ผู้มีเชื้อสายนางทาสีจะทำให้กรุงกบิลพัสดุ์มัวหมอง จึงจัดแจงส่งเจ้าศากยวงศ์ที่มีพระชนมายุน้อยไปประทับที่ชนบท เจ้าชายหนุ่มเสด็จมาถึงกรุงกบิลพัสดุ์พร้อมพลทหารจำนวนหนึ่ง เจ้าชายทรงแปลกพระทัยว่าพระญาติทั้งหลายต่างกระทำตนอย่างห่างเหิน […]

ลูกสาวบวชไม่ได้ จะพาพ่อแม่ขึ้นสวรรค์ได้อย่างไร พระอาจารย์มีคำตอบ

ถ้าหากการบวชคือการสร้างกุศลเพื่อให้พ่อแม่ได้ขึ้นสวรรค์ ถ้าเช่นนั้น ลูกสาวบวชไม่ได้ ก็ไม่สามารถสร้างกุศลให้พ่อแม่ขึ้นสวรรค์ได้สิคะ

โรคกระทำแน่ หรือแค่อุปาทานกระทำ บทความจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ว.วชิรเมธี กล่าวไว้ว่า เมื่อเราป่วย เราควรถามตัวเองว่าเราป่วยกายหรือป่วยใจกันแน่  หากวินิจฉัยได้ถูกต้อง  ก็จะส่งผลต่อการเยียวยารักษาอย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: พระธาตุ ต่าง ๆ เป็นของแท้ที่ควรแก่การสักการบูชาหรือไม่

อยากทราบว่า พระธาตุ ที่มีอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เป็น พระธาตุ ของพระพุทธเจ้าจริง ๆ หรือเปล่าคะ แล้วควรแก่การสักการบูชาจริงๆ หรือไม่

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ 74 รูป เข้ารับพระราชทานสถาปนา เลื่อน และแต่งตั้งสมณศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งมี พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโทรวมอยู่ด้วย 4 รูป 4 พระอาจารย์ฝรั่ง ที่ได้เลื่อนขั้นสมณศักดิ์มีรายนามดังนี้ (1) พระพระราชสุเมธาจารย์ (สุเมโธภิกขุ) เป็น พระเทพญาณวิเทศ วิ. (2) พระโพธิญาณวิเทศ (ปสันโนภิกขุ) เป็น พระราชโพธิวิเทศ วิ. (3) พระวิเทศพุทธิคุณ (อมโรภิกขุ) เป็น พระราชพุทธิวรคุณ วิ. และ (4) พระชยสาโรภิกขุ […]

ปัญหามีทั้งแก้ไขได้และแก้ไม่ได้ ธรรมะโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ปัญหา มีทั้งแก้ไขได้และแก้ไม่ได้ ธรรมะโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านพุทธทาสภิกขุได้กล่าวถึงการรับมือกับ ปัญหา ชีวิตไว้ดังนี้ เราถือว่าปัญหามีอยู่ 2 ชนิดอย่างนี้ คือปัญหาที่แก้ไขได้ กับปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ ที่แก้ไขได้ก็แก้ไขให้ดีที่สุด ที่แก้ไขไม่ได้ก็ทำให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ไม่ใช่เป็นการแก้ไข ก็ยังมีหน้าที่อยู่นั่นเอง เราจะไม่ปล่อยให้คนไข้ที่ต้องตายแน่ ตายไปอย่างไม่ได้รับการช่วยเหลือให้ดีที่สุด เช่นเดียวกับเราจะไม่ปล่อยให้ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้นี้ไปตามบุญตามกรรม ตามอะไรของมันเกินไป ต้องทำให้มันดีที่สุด คือให้มันมีเรื่องร้ายน้อยที่สุดนั่นแหละ อย่าให้การแก้ไขไม่ได้นั้น มาทำอันตรายเรามากนัก แม้นี้ก็เป็นกฎธรรมชาติ ที่ว่าบางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างแก้ไขไม่ได้ แต่เราก็เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยให้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติอยู่นั่นเอง เพราะสิ่งทั้งปวงขึ้นอยู่กับความลับข้อนี้ ถ้าถือเอาตามหลักของพุทธศาสนา สิ่งทั้งปวงนี้มันเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เป็นไปตามกฎของเหตุปัจจัย เป็นไปตามกฎของกรรม นี่อย่างน้อยจะต้องรู้ไว้ใน 3 อย่างนี้ ว่าสิ่งทั้งปวงต้องไปตามธรรมชาติ ไปตามเหตุปัจจัยซึ่งเป็นกฎของธรรมชาติ เป็นไปตามกรรม ซึ่งก็เป็นกฎของธรรมชาติ แล้วเราไปดื้อไปดันทุรังจะฝืนกฎเหล่านี้ ก็ไม่ใช่ผู้ที่จะแก้ปัญหาก็ได้ เพราะจะเป็นผู้ที่สร้างปัญหาให้มากขึ้น สร้างความยุ่งยากลำบากให้มากขึ้น ถ้าจะเป็นผู้ที่แก้ปัญหา ก็ต้องทำให้มันเข้ารูปเข้ารอยกันกับสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา คือกฎของธรรมชาติ เช่น ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างนี้ เป็นปัญหาแก่มนุษย์ มาจากธรรมชาติก็ต้องแก้ไขให้เข้ารูปเข้ารอยกับธรรมชาติกับกฎของธรรมชาติ […]

keyboard_arrow_up