ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ

ถวายอดิเรก บทถวายพระพร ธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี กับความเป็นมาที่น่าสนใจ การ ถวายอดิเรก เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธี ที่ประธานคณะสงฆ์จะถวายอดิเรก หรือถวายพระพร แด่พระราชาและพระราชินี ธรรมเนียมสงฆ์นี้จะมีปรากฏในพระราชพิธีที่มีพิธีสงฆ์เข้ามาเกี่ยวข้องเท่านั้น   เป็นธรรมเนียมสงฆ์ที่เริ่มมีมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นธรรมเนียมสงฆ์ในพระราชพิธีที่ไม่มีที่มาอย่างแน่ชัด แต่มีผู้รวบรวมไว้ในหนังสือคู่มือชาวพุทธ ฉบับพูดจาภาษาวัดว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มีพระภิกษุชาวเมืองพัทลุงรูปหนึ่งชื่อ “พระสอน พุทธฺสโร” ซึ่งเดินทางมาจำพรรษาที่กรุงเทพฯ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระสอนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นราชาคณะว่า “พระอุดมปิฏก” เมื่อสิ้นรัชสมัยแล้ว ได้กลับไปจำพรรษาที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นภูิมิลำเนาเดิม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เคยทรงผนวชและทรงรู้จักคุ้นเคยกับพระอุมปิฎกเป็นอย่างดี เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระองค์ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้ตามหาและนิมนต์พระอุดมปิฎกมาเจริญพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีร่วมกับพระเถระรูปอื่น ๆ     ด้วยพระอุดมปิฎกนั่งอาสนะลำดับสุดท้ายของคณะสงฆ์ ครั้นถึงเวลารัชกาลที่ 4 ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม โดยลำดับจนถึงพระอุดมปิฎก พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ท่านเดินทางมาแต่ไกล นานปีจึงจะได้พบกัน ขอจงให้พรโยมให้ชื่นใจทีเถิด” พระอุดมปิฎกถวายพระพรด้วยปฎิภาณโวหารเป็นภาษาบาลีว่า   อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว อติเรกวสฺสสตํ ชีว ทีฆายุโก […]

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น

หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าไม่ได้มีเพียงแต่นาง จิญจมาณวิกา เท่านั้น จิญจมาณวิกา ชื่อนี้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีสำหรับผู้ที่สวดพระคาถาพาหุง หรือชัยมงคลคาถา พระพุทธมนต์สรรเสริญชัยชนะของพระพุทธเจ้า หลายคนอาจทราบดีว่านางจิญจมาณวิกา เป็นผู้หญิงที่คิดมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้า แต่ตามจริงแล้วไม่ได้มีเพียงคนเดียวที่คิดมุ่งร้ายต่อพระองค์   นางอมิตตดา อดีตชาติของนางจิญจมาณวิกา เรื่องราวของนางจิญจมาณวิกา ปรากฎในอรรถกถา แต่ไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก และชาวพุทธก็รับรู้เรื่องของนางในฐานะหญิงร้ายที่คิดมุ่งจะทำลายพระพุทธเจ้าจากพระคาถาพาหุง ในอรรถกถาธรรมบทกล่าวถึงนางไว้ว่า นางจิญจมาณวิกาเป็นผู้นับถือเดียรถีย์ นักบวชในลัทธินี้ได้วานให้นางให้ร้ายว่านางท้องกับพระพุทธเจ้า นางใช้มารยาทแกล้งเข้าไปในพระเชตวันอยู่เสมอ หลังจากฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเสร็จก็ทำเป็นเข้าไปใกล้บริเวณที่ประทับของพระพุทธเจ้าแล้วแอบซุ่มอยู่ บางคนไม่มีแล้วจึงแอบออกไปทางอื่น บางทีก็ทำเป็นเข้าไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่แท้จริงแล้วแอบไปเข้าวัดของพวกเดียรถีย์ที่อยู่ใกล้เคียง ผ่านไป 9 เดือน จึงผูกไม้กลมที่ท้องแล้วเอาผ้าห่มทับข้างบนอีกที เพื่อให้ดูเหมือนท้องนั้นนูนออกมาเหมือนหญิงท้อง แล้วเข้าไปกลางฝูงชนที่มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วกล่าวร้ายว่าเด็กในท้องเป็นบุตรที่เกิดจากพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสว่า “เรื่องจริงมีเพียงเรากับเธอเท่านั้นที่รู้” เทวดาทนเห็นการกระทำของนางไม่ได้ จึงจำแลงเป็นหนูแล้วกัดสายที่รัดท้องนาง เพื่อเปิดโปงความจริง เมื่อความจริงปรากฏว่านางไม่ได้ตั้งท้องจริง ฝูงชนเข้าขับไล่นาง นางวิ่งหนีไปยังไม่ทันจะพ้นประตูพระเชตวันก็ถูกธรณีสูบจากไปยังอเวจีมหานรกทันที     ในอดีตชาติของนางจิญจมาณวิกาคือนางอมิตตดา ภรรยาสาวของเฒ่าชูชกจากเวสสันดรชาดก ในอดีตชาตินั้นนางเป็นผู้ที่ให้ชูชกต้องมาทูลขอพระกัณหา-ชาลีไปจากพระเวสสันดร คงเป็นวิบากที่นางมีต่อพระพุทธเจ้า จึงค่อยขัดขวางและสร้างปัญหาให้กับพระพุทธเจ้ามาจนถึงสมัยพุทธกาล ส่วนเฒ่าชูชกก็มาเกิดเป็นพระเทวทัต ซึ่งเป็นอริกับพระพุทธเจ้ามาหลายภพชาติเช่นกัน   นางสุนทรีปริพาชิกา หญิงมุ่งร้ายต่อพระพุทธเจ้าอีกนางที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก นางสุนทรีปริพาชิกา เป็นนักบวชหญิงเดียรถีย์ที่มีมิจฉาทิฏฐิ คือไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย […]

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ

มหาเถรสมาคม กำหนดบทสวด ถวายพระพรชัย รัชกาลที่ 10 พร้อมกันทั้งประเทศ เว็บไซค์ มหาเถรสมาคม ได้ประกาศมติมหาเถรสมาคม เรื่องกำหนดพระปริตรสำหรับเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เลขาธิการมหาเถรสมาคมเสนอว่า เนื่องในโอกาศมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 ในการพระราชพิธีดังกล่าวจะมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การนี้ สำนักพระราชวัง และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้นมัสการสมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี เพื่อโปรดพิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทั้งในส่วนกลางและในส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อในวัดทุกวัดในประเทศ และต่างประเทศใช้เป็นบทเจริญพระพุทธมนต์ ในการพระราชพิธีดังกล่าว บัดนี้ สมเด็จพระวันรัต และพระพรหมมุนี ได้พิจารณาบทพระปริตรที่จะใช้เจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้มีบัญชาให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำบทพระปริตรเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้ 1. บทชุมนุมเทวดา 2. บทนอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า (นะโม ตัสสะ) 3. […]

การให้ทานที่ได้ผลสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึงการให้ทานอย่างไร จึงจะถือว่าเป็นการทำบุญอย่างสมบูรณ์ คราวนี้เราก็มาตรวจสอบตัวเองว่า ทานของเรา ได้ผลสมบูรณ์ ไหม โดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ให้พิจารณาเริ่มตั้งแต่ด้านจิตใจว่าเจตนาของเราดีไหม

“ประตูสู่ธรรม” เมื่อทุกข์และธรรมใกล้ชิดกันราวกับฝาแฝด บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ทุกข์นั้นชวนให้รู้สึกหม่นหมอง ขณะที่ธรรมให้ความรู้สึกโปร่งเบา  สว่างไสว  อยากเข้าใกล้แต่ในความเป็นจริง  ทุกข์กับธรรมนั้นใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง  ราวกับฝาแฝดก็ว่าได้

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์

นันโทปนันทนาคราช นาคมิจฉาทิฏฐิ ผู้อำพรางแดนสวรรค์ นันโทปนันทนาคราช เป็นชื่อของพญานาคที่คนไทยรู้จักพอ ๆ กับมุจลินทนาคราช ในฐานะนาคมิจฉาทิฏฐิ คือนาคที่ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า และคำสอนของพระองค์ หลายคนอาจคุ้นชื่อของพญานาคตนนี้จากพระคาถาพาหุง ตรงท่องที่ว่า ” นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุเม ชะยะมังคะลา “ แปลว่า ” พระจอมมุนีได้ทรงโปรดให้พระมหาโมคคัลลานเถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพญานาคราชชื่อนันโทปนันทะ ผู้มีความหลงผิด มีฤทธิ์มาก ด้วยวิธีใช้ฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งพระพุทธชัยมงคลนั้น ” พระคาถาในท่องที่ยกมานี้ปรากฎในอรรถกถา มหาโมคคัลลานเถรคาถา โดยมีความอยู่ว่า ครั้งพระพุทธเจ้าตรวจดูหมื่นโลกธาตุในเวลาใกล้รุ่งนั้น ปรากฎภาพของนันโทปนันทนาคราชขึ้นในทิพยญาณ พระองค์ตรวจอุปนิสัยของพญานาคตนนี้แล้วพบว่าเป็นนาคที่มีมิจฉาทิฏฐิ ไม่เลื่อมใสในพระรัตนตรัย พระองค์ทรงเห็นว่ามีพระพุทธบุตรเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถช่วยปราบพยศให้พญานาคตนนี้ละจากมิจฉาทิฏฐิได้คือ พระมหาโมคคัลลานะ พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์เรียกพระภิกษุ 500 รูปให้เดินทางร่วมกับพระองค์ไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งในคณะพระภิกษุมีพระมหาโมคคัลลานะรวมอยู่ด้วย ขณะที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกทั้ง 500 กำลังเหาะไปยังแดนสวรรค์ ได้เหาะข้ามเหล่านาคที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับสุรา โดยมีนันโทปนันทนาคราขเป็นประธาน […]

Dhamma Daily : ลูกน้องดื้อ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ควรทำอย่างไรดี

ลูกน้อง ที่ทำงานไม่เป็นมืออาชีพ จะไม่ควบคุมพฤติกรรม และไม่ปรับตัวเองให้เข้ากับหน้าที่ตน มีนิสัยอย่างไร ก็มักจะเอานิสัยส่วนตัวไปใช้ในการแสดงบทนั้นๆ

ความในใจ เข้าใจธรรมะจากความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) 

ความในใจ เข้าใจธรรมะจากความลับที่ซ่อนอยู่ในใจ – พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) เป็นเรื่องปกติที่คนราทุกคนจะมีความลับทีซ่อนเร้นอยู่ในใจ เป็น ความในใจ ที่มีเพียงเราเท่านั้นที่รู้ มาทำความเข้าใจธรรมะด้วยความลับนี้กันเถอะ มนุษย์ทุกคนมี ความในใจ มีเรื่องภายในใจที่เป็นความลับเฉพาะ เริ่มตั้งแต่ลับเฉพาะกลุ่ม ลับเฉพาะเพื่อน ลับเฉพาะเพศ ลับเฉพาะสามีภรรยาลับเฉพาะคนสองคน และลับเฉพาะตัวเราคนเดียว เป็นเรื่องที่คนอื่นจะล่วงรู้ไม่ได้ บางเรื่องเป็นผลประโยชน์ บางเรื่องเป็นอารมณ์ บางเรื่องเป็นพฤติกรรมส่วนตัวส่วนมากความในใจของคนมักจะมีคนอยากรู้อยากเห็น อยากล่วงรู้ความลับ อยากเอาออกมาตีแผ่ บางทีเมื่อเจ้าตัวตายไปแล้วความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป จะมีคนนำออกมาตีแผ่ เผยแพร่ให้สังคมรู้ ส่วนมากมักเป็นเรื่องไม่ดี แม้เป็นเรื่องไม่ดีเลย แต่มีคนสนใจใคร่รู้ ความลับที่เป็นความในใจระหว่างบุคคลท่านว่าเป็นสนิมใจ คิดถึงทีไรอาจทำให้เราสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยิ้มบ้าง ร้องไห้บ้าง แต่เมื่อทำลงไปแล้ว ก็ต้องปิดไว้ให้ตายไปกับตัว ลองถามใจท่านเองว่า ท่านมีเรื่องราวที่เป็นความลับในใจมากน้อยเพียงไร ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกคนมีความลับในใจ มีเรื่องที่อยาก พูดแต่พูดไม่ได้ มีเรื่องเฉพาะระหว่างคนสองคน หรือเรื่องลับเฉพาะส่วนตัว รู้ได้คนเดียว ข้าพเจ้าเห็นว่า ความสุขหรือความทุกข์ของมนุษย์มักอยู่ที่เรื่องในใจนี่เอง มิใช่เรื่องอื่น ถ้าเป็นเรื่องการงาน การเงิน สังคมก็ยังพอเขี่ยอารมณ์นั้นออกจากใจได้ ให้กาลเวลาช่วยเยียวยาบ้าง แต่บางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ปรึกษาหารือกับใครก็ไม่ได้ เราจำเป็นต้องหาวิธีชำระล้างสนิมในใจด้วยตัวเราเอง ในบางศาสนาอาจมีพิธีล้างบาป ก็คือล้างสนิมในใจนั่นเอง ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ล้างแล้วบาปหมดไป อาจเป็นได้ที่ล้างความรู้สึกออกไป คือให้มีคนซึ่งสมมุติตนเป็นตัวแทนเบื้องบนมารับรู้ ให้ระบายความในใจนั้นออกมาจนหมด พอสบายใจแล้วก็หยุด ก็เป็นหลักจิตวิทยาง่าย ๆ ที่สามารถทำให้คนสบายใจได้ระดับหนึ่ง ในพระพุทธศาสนา ท่านสอนให้ละชั่วทำดี ทำใจให้ผ่องใส ความชั่วที่ยังไม่ทำพอหยุดยั้งไว้ได้ แต่ความชั่วที่ทำไปแล้วจะทำอย่างไรให้ใจผ่องใส นี่คือจุดสำคัญที่จะทำให้เราเข้าใจถึงสภาวะของจิต ท่านสอนเราว่า ให้พิจารณาทุกอย่างเริ่มแต่ตัวตนของเราทุกอณูของชีวิต  ผลิตผลมาจากดิน น้ำ ลม ไฟ และวิญญาณ และทุกอย่างในชีวิตก็ล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ คิดดูให้ดี มีเพียงเท่านี้จริง ๆ เพื่อสลายอารมณ์ในใจของเราให้หมดไป ทำใจให้ผ่องใสและผ่อนคลาย บางเบา ไม่ไปเพิ่มกำลังของกิเลสตัวไหนอีกต่อไป ใจก็จะสงบเย็น เห็นทุกอย่างเป็นธรรมชาติที่ว่างเปล่า นี่คือวิธีชำระความในใจด้วยตัวเราเองโดยไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ทำพิธีอะไรให้สิ้นเปลือง เรื่องเกิดที่ใจ ต้องกลับมาชำระใจ   เรื่อง พระราชญาณกวี (ปิยโสภณ) ที่มา นิตยสารซีเคร็ต ภาพ  https://pixabay.com บทความน่าสนใจ โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ร็อคเกอร์หัวใจรักษ์โลก ดั่งกันและกัน บทความดี ๆ สื่อถึงความประทับใจของผู้ป่วยจาก นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกำพล ข้อด้อยที่กลายเป็นข้อดี เปลี่ยนมุมมองข้อเสียที่ใคร ๆ มองข้ามเป็นจุดเด่นที่ทำให้เรามั่นใจกันเถอะ บทความให้กำลังใจ ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วย เรื่องเล่าของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ความลับของนาคราช ดิฉันมี สามีเป็นเกย์ ! ความลับในความรักที่ต้องการคำตอบ ความลับของ หลุยส์ สก๊อต […]

โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ บทความดี ๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี

โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ บทความดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี – บางครั้ง คนเราก็เป็นทุกข์เพราะคาดหวังว่าคนอื่นจะเป็นอย่างที่เราตั้งหวังโดยลืมไปว่า แท้จริงแล้ว เราทุกคนต่างมีข้อบกพร่อง ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ 

คลายข้อสงสัย เริ่มกรวดน้ำตอนไหนกันแน่!?

มีผู้อ่านหลายคน ถามซีเคร็ตบ่อยๆ ว่า เวลาไปกรวดน้ำที่วัด ต้อง เริ่มกรวดน้ำตอนไหนกันแน่ และหยุดกรวดตอนไหน ซีเคร็ตเลยนำคำถามไปถาม พระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน และได้คำตอบมาว่า

Dhamma Daily : เราจะสามารถแผ่เมตตาให้คนในครอบครัวได้อย่างไร

ถาม : เราจะสวดมนต์ขอให้พ่อแม่พี่น้อง ครอบครัว และตัวเราร่างกายแข็งแรง เดินทางปลอดภัยมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตได้ไหมคะและจะแผ่เมตตาให้คนในครอบครัวได้อย่างไร

Dhamma Daily : กฎแรงดึงดูดในพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร

กฏแรงดึงดูด ในพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไร

ถาม: กฏแรงดึงดูด ในทางพระพุทธศาสนาทำงานอย่างไรคะ

พระ ดร.นิตินัย อุดมกัน กล่าวว่า

”ธรรมชาติของจิตที่ไม่ได้ฝึกหัด

พระนาคปรก พระประจำวันเสาร์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่านาคปรกจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร

พระนาคปรก พระประจำวันเสาร์ ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่านาคปรกจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร พระนาคปรก คือพระพุทธรูปประจำวันเสาร์ ทุกคนทราบว่าเป็นพระที่คนที่เกิดวันเสาร์ต้องบูชา แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ทำไมคนวันเสาร์ต้องบูชาพระปางนี้   พระพุทธรูปประจำวันเสาร์ ทำไมต้องเป็นพระนาคปรก ครั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทรงโปรดฯให้สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงคิดค้นคัดเลือกพุทธอิริยาบถปางต่าง ๆ ตามพุทธประวัติมาสร้างเพิ่มเติมขึ้น และรวมกับพระพุทธรูปปางเดิมที่มีมาก่อนหน้านี้จึงรวมทั้งสิ้น 40 ปาง โดยพื้นเพตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ วันเสาร์ เป็นวันแข็ง แล้วดาวเสาร์เป็นดาวบาปเคราะห์ใหญ่ส่งผลให้คนเกิดวันนี้มักอาภัพ ต้องเหน็ดเหนื่อย และมักมีเรื่องทุกข์ใจ ผิดหวังบ่อยครั้ง รวมทั้งมักพบปัญหาอุปสรรคอยู่เสมอ ดังนั้น พระนาคปรกจึงเป็นพระประจำวันนี้ เปรียบเสมือนให้พญานาคราชได้แผ่พังพานปกป้องคุ้มครองเจ้าชะตาให้พ้นทุกข์และภัยพิบัติต่าง ๆ อีกทั้งดาวเสาร์ยังใช้เลข 7 เป็นสัญลักษณ์ซึ่งตรงกับเศียรพญานาคราชที่มี 7 เศียรและยังวงขนดเป็น 7 รอบอีกด้วย   พระพุทธเจ้ากับมุจลินทนาคราช พระปางนาคปรก มีที่มาจากเหตุการณ์ในมุจลินทสูตร ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และประทับบำเพ็ญสมาบัติเสวยวิมุตติสุข ณ อาณาบริเวณที่ไม่ไกลจากต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งละ 7 วันนั้น ในสัปดาห์ที่ 3 […]

อย่ามัวทุกข์ จนลืมสุขในปัจจุบัน

คนอื่นทำให้เราเจ็บหรือเป็นทุกข์ได้เพียงครั้งเดียว แต่เป็นตัวเราที่ชอบทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการหวนกลับไปคิดเรื่องเดิมๆ ที่ผ่านมาแล้วในอดีต พระไพศาล วิสาโล ได้พูดถึงการอยู่กับปัจจุบันเอาไว้ว่า คำว่าอยู่กับปัจจุบันมีความหมายหลายแง่มุม อย่างที่พวกเราสวดมนต์คือการไม่ไปหมกมุ่นกับอดีตหรือความทรงจำที่ผ่านไปแล้ว และไม่ไปกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อีกแง่หนึ่งคือการยอมรับสภาพความเป็นจริง ปัจจุบันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเราไม่ชอบเราก็จะทุกข์ใจ อย่ามัวทุกข์ จนลืมความสุขในปัจจุบัน

เปิดตำนาน ความเป็นมาของ พระคาถาชินบัญชร

เปิดตำนาน ความเป็นมาของ พระคาถาชินบัญชร พระคาถาชินบัญชร เป็นคาถาที่ชาวพุทธเลื่อมใสศรัทธา โดยเฉพาะพระคาถาสำนวนวัดระฆังโฆษิตารามของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี อริยสงฆ์ที่คนไทยนับถือมากอีกรูปหนึ่ง พระคาถานี้นอกจากมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังมีตำนาน หรือความเป็นมาที่น่าสนใจอีกด้วย   ความหมายของพระคาถาชินบัญชร ชินบัญชร มีความหมายตามชื่อว่า “ชิน” แปลว่า ผู้ชนะ อันหมายถึงพระชินเจ้าหรือพระพุทธเจ้า และคำว่า “บัญชร” ซึ่งแปลว่า “กรง” ,”ลูกกรง”หรือ “ซี่กรง” มีความโดยรวมว่าเป็นประดุจแผงเหล็กหรือเกราะเพชรที่แข็งแรง สามารถปกป้องคุ้มกันอุบัติภัย อันตรายและศัตรูหมู่มารทั้งปวงได้   ความเป็นมาของพระคาถาชินบัญชร รัศมี มณีนิลเสนอว่า พระคาถาชินบัญชรเป็นที่รู้จักและใช้ในการทำพิธีกรรมตามคติล้านนามาตั้งแต่เมื่อ 500 ปีที่แล้ว แต่กลับไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มประชาชนทั่วไป ที่มาของพระคาถานี้จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาจากคตินิยมของลังกา หรือแต่งขึ้นในอาณาจักล้านนาทางภาคเหนือของไทย จนกระทั่งสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี นำพระคาถานี้มาสวดแล้วกลายเป็นที่นิยมไปทั่ว     บางที่ว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ค้นพบในคัมภีร์โบราณและได้ดัดแปลงแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณ์พิเศษ และมีหลักฐานปรากฏในประวัติศาสตร์พม่า คือเรื่อง “พุทธนวมวินิจฉัย” ในวินยสมูหวินิจฉัย กล่าวว่า แต่งที่เมืองเชียงใหม่ ในรัชสมัยพระเจ้าอโนรธา เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ รัชกาลที่ 20 […]

สวดภาณวาร พิธีสงฆ์ในพระราชพิธีของพระราชสำนัก

สวดภาณวาร พิธีสงฆ์ในพระราชพิธีของพระราชสำนัก สวดภาณวาร มีหลักฐานปรากฎว่าเป็นพิธีสงฆ์ในพระราชพิธีที่มีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรมขุนพรพินิต มีทั้งพิธีสงฆ์ และพิธีพราหมณ์ ทำพิธี ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท (ปัจจุบันก็คือพระราชวังโบราณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)   ความหมายของสวดภาณวาร ราชบัณฑิตกล่าวว่า สวดภาณวาร แปลว่า “วาระแห่งการสวด” ใช้สำหรับการสวดคาถาหรือข้อความในพระไตรปิฎกเป็นคราว ๆ การสวดภาณวารจะเป็นการสวดสาธยายพุทธมนต์ที่ต้องต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน จึงไม่แปลกที่จะมีการผลัดเปลี่ยนพระสงฆ์เป็นรอบ ๆ สวดภาณวาร หรือเรียกอีกอย่างว่า สวดจตุภาณวาร   พุทธมนต์ที่ใช้ในการสวดภาณวาร เนื่องจากการสวดนี้ประกอบด้วย 4 วาระ คือ ภาณวารที่ 1 ประกอบด้วยติสรณคมปาฐะ (ว่าด้วยการประกาศพระรัตนตรัย) ทสสิกขาบท (ศีล 10) สามเณรปัญหาปาฐะ (ปัญหา 10 ประการของสามเณร) ทวัตติงสาการปาฐะ (พิจารณาอาการ 32 ประการ) ตังขณิกปัจจเจกขณาปาฐะ (พิจารณาปัจจัย 4) ทสธัมมสุตตาปาฐะ (ธรรม 10 ประการของผู้บวชควรพิจารณา) มังคลสุตตปาฐะ (มงคลสูตร) รตนสุตตปาฐะ (รัตนสูตร) กรณียเมตตสุตตาปาฐะ (กรณียเมตตสูตร) […]

“ซักรองเท้าของเธอซะ” ปริศนาธรรมสำคัญที่จะทำให้คุณหันกลับมามองชีวิตตัวเอง

จำเป็น ปริศนาธรรม ไว้ว่า ซักรองเท้าของเธอซะ ซักแล้วตากทันที อย่าหวังว่าวันพรุ่งนี้จะมีเวลามากพอสำหรับทำโน่นทำนี่เพราะบางทีเราได้แค่หวัง

เชียร์มวย กรรมหนักที่คุณอาจคาดไม่ถึง

เชียร์มวย เป็นความสนุกเพียงชั่วครู่ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับนักมวยมาแล้วมากมาย บางครั้งกรรมก็ติดจรวดไล่ตามมาทันโดยที่เราไม่ได้เตรียมใจ

keyboard_arrow_up