ความตาย แบบฝึกหัดชิ้นสำคัญของชีวิต บทความจาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้…คือ ความตาย …คำง่ายๆ ที่ทุกคนต้องเผชิญและเรียนรู้ เป็นแบบฝึกหัดชิ้นสำคัญของชีวิตที่ทุกคนต้องผ่านให้ได้

“ดื่มปัจจุบัน…สำคัญที่สุด” เรียนรู้วิธีดื่มชาให้พบธรรม โดย ท่านว.วชิรเมธี

การดื่มชา ถือเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเขาดื่มอย่างมีสติ ไม่ใช่ดื่มไปคุยไป ไม่ใช่ดื่มไปคิดไป นี่คือ วิธีดื่มชาให้พบธรรม ที่ท่าน ว.วชิรเมธี แนะนำ

ปัญญาญาณ โดย หลวงพ่อโพธินันทะ

ปัญญาญาณ โดย หลวงพ่อโพธินันทะ การทำงานของปัญญาญาณไม่ใช่ความฉลาดหรือผู้รอบรู้ที่มาจากการศึกษา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภายในซึ่งเป็นธรรมชาติที่แท้ของชีวิต เราเกิดมาพร้อม ปัญญาญาณ สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ต่างก็มีปัญญาญาณที่เพียงพอกับการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตนั้น นก หนู เป็ด ไก่ ต้นไม้ ฯลฯ ต่างก็มีปัญญาญาณ จักรวาลก็มีปัญญาญาณที่เรียกว่าจิตวิญญาณสากล ปัญญาญาณจึงดำรงอยู่ในทุกหนทุกแห่ง คนที่มีดวงตาที่สามก็คือมีสิ่งนี้นี่เอง มีแต่มนุษย์ที่มืดบอดเท่านั้นที่ไม่สามารถนำเอาปัญญาญาณมาใช้ได้ ต้องมีอะไรที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ปัญญาญาณจึงไม่สามารถทำงานได้ การบำเพ็ญสมาธิภาวนาก็เป็นไปเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนี้แหละ ทุกคนเกิดมาพร้อมด้วยปัญญาญาณ ตอนเป็นเด็กเราจึงไร้เดียงสาเพราะไม่ได้แบ่งแยก ไม่ได้เปรียบเทียบ ไม่ได้ตัดสิน ไม่รู้แม้กระทั่งถูก-ผิด ดี-เลว ฯลฯ ว่าต่างกันอย่างไร จึงดำรงอยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่พอโตขึ้นเราได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ความรู้ ความคิดเชิงอัตวิสัยจึงเข้ามาปิดบังการทำงานของปัญญาญาณจนเราลืมมันไปเสียสนิท เพราะเรามัวแต่ไปสะสมสิ่งไร้สาระไว้มากมายจนกลายเป็นปัญหาของชีวิต เพราะเราขาดปัญญาญาณจึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัยล้วนทำลายปัญญาญาณไปเรื่อย ๆ ดังนั้นพอจบการศึกษาจึงไร้ปัญญาญาณอย่างสิ้นเชิงโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าเรามีเพชรมณีอยู่แล้วกลับไปสะสมกรวดทรายที่ไร้ค่า คุณภาพของชีวิตจึงต่ำลง ไม่มีสิ่งใดเลยที่ควรค่าแก่ความภูมิใจในการเป็นมนุษย์ ความฉลาดที่มาจากการทำงานของสมองนั้นไม่ใช่ปัญญาญาณ สมองทำได้เพียงจดจำสะสมสิ่งที่เป็นอดีต ไม่มีอะไรที่สดใหม่เลย แต่ความมีชีวิตเป็นเรื่องของความสดใหม่ในแต่ละขณะจึงจะมีความงาม ความมีชีวิตชีวา ความมีศิลปะ […]

เพราะ ” ปล่อยวาง ” ได้จึงจากโลกไปด้วยใจที่ดี เรื่องเล่าจากพระไพศาล วิสาโล

ปล่อยวาง ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งไม่ไยดีหรือไม่รับผิดชอบ หากหมายถึงการมีจิตใจเป็นอิสระจากสิ่งเหล่านั้น แม้ยังเกี่ยวข้องอยู่ แต่ก็ไม่สยบมัวเมาในสิ่งเหล่านั้น

” จากเป็นหรือจากตาย หากรู้วิธีก็ไม่เจ็บ” – เยียวยาปัญหารักด้วยธรรม

ทำไมคนเราต้องมีการจากลา การพลัดพรากคะ เป็นหลักธรรมชาติ มีพบต้องมีจาก สิ่งนี้เป็นของคู่โลก ของประจำโลก พลังงานมีแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอด 

บทสวดปฏิจจสมุปบาท คาถาขับไล่อวิชชา

บทสวดปฏิจจสมุปบาท คาถาขับไล่อวิชชา ปฏิจจสมุปบาทเป็นคำสอนที่สำคัญคำสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้า ทำให้เราได้ทราบถึงจุดเริ่มของวัฏฏะว่ามาจาก “อวิชชา” (ความไม่รู้) สิ่งที่จะทำให้วัฏฏะหยุดคือการมี “วิชชา” (รู้) บทสวดปฏิจจสมุปบาท บทนี้ เมื่อสวดหรือภาวนาแล้วจะทำให้เกิดความเข้าใจถึงเหตุที่ทำให้ต้องเวียนว่าย ช่วยทำให้จิตเป็นกุศล และได้บุญจากการบรรยายธรรมของพระพุทธเจ้าให้ตนเองและเทวดาฟังอีกด้วย   (นำ) หันทะ มะยัง ปะฏิจจะสะมุปปาทะธัมมะปาฐัง ภะณามะ เส ฯ   (รับ) อิธะ ภิกขะเว อะริยะสาวะโก ปะฏิจจะสะมุปปาทัญเญวะ สาธุกัง โยนิโส มะนะสิกะโรติ – ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมกระทำไว้ในใจ โดยแยบคายเป็นอย่างดี ซึ่งปฏิจจสมุปบาทนั่นเทียว ดังนี้ว่า   อิมัส๎มิง สะติ อิทัง โหติ – เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี   อิมัสสุปปาทา อิทัง อุปปัชชะติ – เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น   อิมัส๎มิง […]

ชีวิตสุดกู่ของหนุ่มขี้เหงา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เมื่อ หนุ่มขี้เหงา อาชีพพริตตี้บอย สนทนากับ พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ   ผมเป็นคนชอบคิดฟุ้งซ่านครับ ต้องหาคนมาอยู่ด้วยตลอด ไม่อย่างนั้นก็จะคิดมาก คิดโน่นคิดนี่ บางครั้งถ้านอนไม่หลับก็จะกินเหล้ากินเบียร์เพื่อให้หลับ ทำอย่างนี้ระบบประสาทจะเสียเอานะ…จริง ๆ แล้วไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ห้ามไม่ได้ใช่ไหม ตามหลักธรรมท่านบอกไว้ว่า ให้จิตเรามีที่ตั้ง มีหลักผูกไว้เสมอ ท่านเรียกว่ากรรมฐาน อาจจะฟังดูน่าเบื่อ บางครั้งการทำบริกรรมหรือการสวดมนต์มันเป็นอุบายที่ทำให้จิตเรามีสมาธิ ไม่ต้องซ่านออกไปเหมือนว่าวขาดป่าน ไม่มีความสงบ หยุดคิดไม่ได้ ทำให้ต้องกินยาระงับประสาท กินเหล้าให้มันหาย แต่พอฤทธิ์ของสิ่งเหล่านี้หายไป เราก็จะกลับมาคิดใหม่ บางครั้งมันห้ามไม่ได้นะความคิด มันต้องมีสิ่งให้คิด ฉะนั้นถ้าจะคิดก็ให้เลือกคิดบวก เจาะจงคิดแต่สิ่งดี ๆ เช่น เรื่องบุญกุศล ใช้ความคิดล้างระบบความคิดว่าเราเคยทำสิ่งดีให้ใคร ที่ไหนบ้าง   บางทีเหงามาก ๆ ก็จะโทร.เรียกให้ผู้หญิงมาหา… ปัญหาโลกแตกของคนทั่วไป…มนุษย์ทั้งหลาย เมื่อจิตไม่มีที่พึ่ง ก็เลยหันไปหาสิ่งอื่นรอบตัว เช่น สุรา นารี ดูหนัง ฟังเพลง แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับเราแบบเสถียร มันมีความสุขขึ้นชั่วแวบเดียวที่ใจ พอสิ่งนั้นหรือคนนั้นผ่านไปเราก็จะกลับมาจุดเดิม การที่เรานำความสุขไปฝากไว้กับปัจจัยภายนอก ท่านบอกว่าดีอยู่ระดับหนึ่ง […]

ผีเข้าคน…เรื่องเล่าจากสมัยพุทธกาล

ผีเข้า คน…เรื่องเล่าจากสมัยพุทธกาล มีการแชร์คลิปตำรวจนายหนึ่งขับไล่ ผีเข้า สิงในร่างหญิงสาวด้วยบทสวดมนต์ ปฏิจจสมุปบาท จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล ต่อมาทราบภายหลังว่าตำรวจนายนั้นคือ ร้อยตำรวจเอก ภูริทัตต์ ภูริทัตตานนท์ สถานีภูธรนาแก จังหวัดนครพนม     ร้อยตำรวจเอก ภูริทัตต์ ภูริทัตตานนท์ว่า ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน ต้องรับมือได้ทุกรูปแบบ อย่างคราวนี้ได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวในชุดขาวแสดงการผิดปกติ มีอารมณ์คลุ้มคลั่งเข้าไปก่อความวุ่นวายในบ้านของชาวต่างชาติ เริ่มแรกต้องใช้การเจรจากับเธอก่อน เพราะทราบข้อมูลเบื้องต้นมาว่าเธอมีอาการผิดปกติ เมื่อเจรจาแล้วไม่สำเร็จ เพื่อเรียกขวัญกำลังใจ และบวกกับความเชื่อส่วนตัวจึงคิดว่าพระพุทธคุณของพระพุทธเจ้าคงช่วยได้จึงสวดบท “ปฏิจจสมุปบาท” แล้วเธอก็สงบลง     ในสมัยพุทธกาลก็ปรากฏเหตุการณ์ผีเข้าคนเช่นกัน ในพระวินัยปิฎกกล่าวว่า เคยมีพระภิกษุสังหารพระภิกษุที่ผีเข้าเพราะความกลัว พระภิกษุผู้ฆ่าสำนึกได้ว่าตนต้องอาบัติแน่นอน เรื่องนี้ทราบถึงพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงบัญญัติว่า ไม่อาบัติเพราะเธอไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่า ต่อมาเกิดเหตุพระภิกษุถูกผีเข้าอีก พระภิกษุพยายามฆ่าพระภิกษุรูปนั้นด้วยความตั้งใจ พอฆ่าแล้วก็กระวนกระวายว่าตนจะอาบัติไหม พระพุทธเจ้าตรัสบัญญัติว่า หากตั้งใจฆ่าเป็นอาบัติปาราชิก พระภิกษุรูปหนึ่งถูกผีเข้า พระภิกษุรูปอื่นพยายามฆ่า แต่ฆ่าไม่สำเร็จ พระพุทธเจ้าตรัสบัญญัติว่า เธอตั้งใจฆ่า แต่ฆ่าไม่สำเร็จยังไม่ผิดศีล ไม่หลุดจากการเป็นภิกษุ แต่เธอมีเจตนาดังนั้นจึงต้องโทษระดับอาบัติถุลลัจจัย (พระภิกษุรูปนั้นกระทำผิด แต่ยอมรับแล้วว่าจะไม่ทำอีก เป็นอาบัติขั้นเบา)   […]

ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ ก็พ่ายแพ้ไป – สัจธรรมในโลกแห่งการแข่งขัน

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นกติกาของการอดทน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ ก็พ่ายแพ้ไป ปัญหาหลายอย่าง เป็นเหมือนเครื่องทดลองใจ หรือเป็นแบบฝึกหัดให้เราก้าวข้าม

ความประมาท 5 ประการที่ชาวพุทธควรหลีกเลี่ยง บทความดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี

พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด โดยใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะ ความประมาท ก่อให้เกิดโทษมากมาย

กรรมไม่เคยละเว้นใคร ไม่ว่ากรรมนั้นจะเป็น “ บุญหรือบาป ”

เราอาจจะไม่เคยมองเห็น “กรรม”แต่สิ่งที่เราควรตระหนักรู้ก็คือ กฎแห่งกรรม มีจริง กรรมไม่เคยละเว้นใคร  ไม่ว่ากรรมนั้นจะเป็น “ บุญหรือบาป ” 

การตั้งเป้าไว้ที่นิพพานจะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่

การตั้งเป้าไว้ที่นิพพาน จะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ปุจฉา: แต่ทำไมเรามักเห็นคนที่เข้าวัดแล้วกลับออกมาทำท่าซึม ๆ เบื่อโลก แล้วการตั้งเป้าไว้ที่นิพพานจะทำให้ขัดแย้งหรือสวนทางกับการใช้ชีวิตทางโลกหรือไม่ วิสัชนา: นั่นไม่ใช่ชาวพุทธ ผู้ภาวนาตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่ใช่ผู้เซื่องซึม ไม่ใช่ผู้ไม่รู้ ไม่ใช่ผู้คิดมาก ไม่ใช่ผู้ซึมเศร้าเหงาเซ็ง ที่นุ่งขาวห่มขาว นั่งสมาธิ เดินจงกรม มันบอกไม่ได้หรอก เพราะบางคนทำไปโดยไม่รู้อะไรเลย ทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์หรือสะสมแต้มบางอย่าง สมัยนี้มีเยอะที่ไปเข้าวัดแล้วกลับออกมาทำท่าเบื่อลูกเบื่อผัว จะธุดงค์ท่าเดียว หลวงปู่พุทธทาสจึงเทศน์ว่าธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่ที่ทำอยู่ปกติธรรมดาก็ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าหน้าที่ยังไม่รับผิดชอบ ยังเป็นลูกที่ดีไม่ได้ ยังเป็นพนักงานที่ไม่ดี แล้วจะไปวิมุตติหลุดพ้นได้อย่างไร ถ้าเข้าวัดถูก ปฏิบัติถูก ก็จะเป็นอิสระทางใจ รู้ตื่นเบิกบาน ปฏิบัติหน้าที่การงานที่มีอยู่ธรรมดา ๆ อย่างดีที่สุด เรียกว่าปฏิบัติหน้าที่โดยธรรม มีแรงกำลังอย่างเหลือเฟือ ทำหน้าที่แล้วก็จบไปในหน้าที่ ไม่ยึดติด ไม่ถือมั่น ไม่แบกความวิตกกังวล ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า เป็นผู้บริหาร เป็นครู เป็นพ่อแม่ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย เมื่อเข้าสู่นิพพานธาตุแล้ว ท่านก็ทำงานจนลมหายใจสุดท้าย ท่านไม่ได้ละทิ้งหน้าที่แต่อย่างใด […]

“ การสร้างกรรมดี ” กับ “ การชดใช้กรรม ” ความต่างที่ชาวพุทธมักแยกไม่ออก

ผู้คนจำนวนไม่น้อยมีความคิดเหมารวมว่า เมื่อใดที่ใครก็ตามประสบความยากลำบาก แม้เป็นผลจากการทำความดี ก็ถือว่าเป็น การชดใช้กรรม ไปเสียหมด

อภัยทานในมุมมองของพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์

อภัยทานในมุมมองของพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ อภัยทาน เป็น 1 ใน 3 ทานบารมีที่ควรสร้าง ควบคู่กับการให้อามิสทาน (สิ่งของ) และธรรมทาน (ความรู้หรือธรรมะ) หรือแปลว่า “การให้ความไม่มีภัย” การให้ความไม่เบียดเบียนอันได้แก่ ศีลกับพรหมวิหาร 4 นั่นเอง อภัยทานในมุมมองของพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์   อานิสงส์ของอภัยทานในมุมมองของพระพุทธศาสนา การยกโทษให้ทำให้ความโกรธหายไป ความโกรธตามจริงสามารถหายได้เอง ตามกระบวนการของการเกิด-ดับ แต่ความโกรธที่หายด้วยอภัยทาน คือการยกโทษให้ การให้อภัยกัน เป็นการบริหารจิตโดยตรง เป็นการยกระดับของจิตให้สูงขึ้นด้วย   ประโยชน์ของการให้อภัยในมุมมองของวิทยาศาสตร์ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าการให้อภัยมีข้อดีถึงขนาดนี้ ทำให้เกิดการวิจัยต่อมาที่ละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งผลการวิจัยมีดังนี้ ช่วยลดอาการหดหู่ซึมเศร้าได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้คู่สมรสมีความสุขขึ้นในระยะยาว ช่วยให้สุขภาพร่างกายโดยรวมดีขึ้น ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น   พบว่าการให้อภัยต่อกันมีผลตามมาที่ทำให้คนโกรธเข้าใจโลกมากขึ้น เช่น เข้าใจว่าพฤติกรรมของเขามาจากปมในอดีต ปมที่มาจากครอบครัว เพราะเมื่อมีผลก็ต้องมีต้นเหตุ เมื่อเราเข้าใจการให้อภัยจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แสดงให้เห็นจิตเดิมแท้ของเรามีจิตเมตตาแฝงอยู่ เมื่อหัดทำให้จิตเกิดการให้อภัยมากเข้า เราจะเป็นคนที่ไม่โกรธง่าย และควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น […]

ฉันทะในการทำงาน โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) เคยพูดถึงเรื่อง ฉันทะในการทำงาน เอาไว้ว่า “ฉันทะ” ในความหมายอย่างง่ายๆ คือชอบ “ชอบ” ในที่นี้มันเป็นคำกำกวมระหว่างตัณหากับฉันทะ

ศีล ข้อ 6 7 8 สำคัญอย่างไร ทำไมต้องรักษา?

สำหรับคนทั่วๆ ไป อย่าว่าแต่ศีลแปดเลยเพียงคำว่า “ ศีล ” คำเดียวก็อาจทำให้เบ้หน้า แถมยังอาจสงสัยว่า ลำพังศีลห้ายังทำไม่ค่อยได้จะให้ถือศีลแปดทำไม

กิ๊ก-มยุริญสึกแล้ว พร้อมเผยความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากการบวชที่เมียนมา

กิ๊ก-มยุริญสึกแล้ว พร้อมเผยความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากการบวชที่เมียนมา เมื่อหลายวันก่อน ดาราสาว กิ๊ก-มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นักแสดงหญิงที่ได้รับฉายาว่า “แม่ชีแห่งวงการบันเทิง” เพราะด้วยกิจวัตรที่อยู่กับธรรมะและการปฏิบัติ จนเรียกได้ว่าเป็นดาราสายธรรมอย่างแท้จริง พักงานวงการบังเทิงไปบวชและปฏิบัติธรรมที่เมียนมานานถึง 6 เดือน ตอนนี้สึกกลับมาเมืองไทยแล้ว เธอเผยความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับจากการบวชครั้งนี้กับรายการไนน์เอ็นเตอร์เทนว่า  กิ๊ก-มยุริญสึกแล้ว ” กิ๊กรู้สึกเข้าใจแล้วว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนอะไรพวกเราบ้าง และสิ่งที่ได้จากการบวชครั้งนี้ สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้ พอเราฝึกฝนจิตบ่อย ๆ ทำให้รู้สึกว่าตอนนี้จิตใจอยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้น รู้เท่าทันความคิดฟุ้งซ่านและไม่เกิดการปรุงแต่งที่ทำให้เราหงุดหงิด และจากนี้เป็นต้นไปจะไม่ลังเลสงสัยในการปฏิบัติอีก ขอเป็นสาวกของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ไปจนกว่าจะถึงพระนิพพาน     ” สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากสึกคือ ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบเรา เรากลับไม่กระเทือน เช่น บางคนหงุดหงิด หรือโมโหใส่เรา อารมณ์ของเขากระทบเราเต็ม ๆ แต่จิตของเรากลับไม่กระเทือน เพียงแต่รับรู้ไว้เท่านั้น เรากลับยังรู้สึกว่าสงสารเขามากกว่าที่ต้องมีอารมณ์อย่างนี้ ” กิ๊กมีใจที่เป็นกลาง ดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรามีใจที่เป็นกลาง (อุเบกขา) มองทุกอย่าง อย่างที่สิ่งนั้นเป็น ไม่ใช่มองทุกอย่าง ตามที่เราเป็น เมื่อเรามองอย่างที่สิ่งนั้นเป็น ความสุขจะเกิดขึ้นกับเรา ” สึกกลับมาไทยแล้วก็มุ่งทำงานของเราเลย เพราะกิ๊กสำนึกในบุญคุณของวงการบันเทิงที่ทำให้เราเป็นคนที่มีชื่อเสียง และได้อยู่ท่ามกลางสื่อที่พร้อมช่วยประชาสัมพันธ์ […]

เมื่อลูกชายเกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง จนต้องหาวิธีเยียวยา

พบกับทางออกของปัญหา ด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าผ่านเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีลูกชาย เกรงกลัวต่อบาปขั้นรุนแรง ถึงขนาดเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา เธอจะหาวิธีช่วยลูกได้อย่างไร และตัวเธอเองจะคลายจากทุกข์ได้หรือไม่ โปรดติดตาม ลูกชายของดิฉันเป็นเด็กขี้กลัวมาตั้งแต่เด็ก เขามักกลัวเรื่องบาปกรรม กลัวการตกนรก กลัวการทำผิด ไปจนถึงกลัวความคิดที่ไม่ดีของตัวเอง หากว่าความกลัวเหล่านี้มีเพียงเล็กน้อย คนที่เป็นแม่คงไม่กังวลใจ แต่ลูกของดิฉันซึ่งปัจจุบันอายุ 12 ปี กลับคิดเรื่องเหล่านี้ตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนเข้าห้องสอบ เช่น วันนี้ผมทำผิด ผมคงต้องตกนรก วันนี้ผมคิดไม่ดีกับอาจารย์ ผมจะทำยังไงดี หรือบางครั้งเขาก็มาร้องห่มร้องไห้สารภาพผิดกับดิฉันว่า เขาคิดฆ่าพ่อแม่ คิดฆ่าพระ ฆ่าเทพเจ้า ฯลฯ และสุดท้ายความคิดของเขาก็จะวกกลับมาที่การคิดโทษตัวเองทั้งวันทั้งคืน ลูกมาสารภาพบาปให้ดิฉันฟังทุกวัน ดิฉันจึงสอนเขาด้วยธรรมะที่ศึกษามากว่าค่อนชีวิต เช่น สอนให้เขาให้อภัยตัวเอง กลับมารักตัวเองให้เป็น และอยู่กับปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่เป็นผล สุดท้ายดิฉันจึงพาเขาไปสารภาพบาปกับพระพุทธเจ้า ต่อหน้าพระพุทธรูป เพื่อให้ลูกลดความรู้สึกผิดบาปในใจ แต่ผ่านไปนานวัน ลูกกลับมีอาการแปลก ๆ มากขึ้น ดิฉันจึงส่งลูกไปคุยกับจิตแพทย์ แพทย์วินิจฉัยว่า อาการของเขาเกิดจากความผิดปกติของการหลั่งฮอร์โมนในสมอง ส่งผลให้มีความไฮเปอร์ที่แสดงออกมาด้วยอาการวิตกจริตและขี้กังวลมากกว่าคนปกติ ครั้งนั้นแพทย์สั่งยาให้ลูก แต่แม้จะกินยาแล้วก็ตาม อาการของลูกก็ไม่ดีขึ้นเลย ยังคงนึกถึงความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในอดีตซ้ำ […]

keyboard_arrow_up