ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงินหนึ่งล้านบาทให้ ศิริราชมูลนิธิ และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงินหนึ่งล้านบาทให้ ศิริราชมูลนิธิ และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ปลาบปลื้มเมื่อนักร้องลูกทุ่งเจ้าของฉายา เจ้าชายลูกทุ่ง ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ บริจาคเงินรางวัลจากหน้าเวที จำนวนหนึ่งล้านบาทให้แก่ ศิริราชมูลนิธิ และ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์     อีกหนึ่งนักร้องลูกทุ่งเสียงคุณภาพแห่งวงการเพลงลูกทุ่งไทย ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ  ถึงอายุจะมากขึ้นแล้ว แต่ความหล่อเหลาในคราบเจ้าชายลูกทุ่งยังไม่เลือนหายไป แถมยังชอบทำบุญเหมือนเดิม     เมื่อราววันที่ 25 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา  ก๊อท จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติโพสต์รูปถ่ายพร้อมข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัว got_jakraphun ว่า วันนี้มอบเงินที่ได้รางวัลจากหน้าเวทีแล้วนะครับ จำนวนเงินหนึ่งล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 มูลนิธิคือ 1ศิริราชมูลนิธิ -เพื่อการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 จำนวนเงินห้าแสนบาท  2โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ -โครงการสานต่อที่พ่อให้ทำ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้อยโอกาส จำนวนเงินห้าแสนบาท 🙏🏼 ขอบคุณแฟน ๆ ที่รักทุกคนที่ให้โอกาสก๊อทได้ร่วมทำสิ่งดี […]

10 ขั้นตอน ชวนคนรักให้ รักษาศีล หลักการแสดงความรักที่เป็นรูปธรรม

การจะชวนคนใกล้ชิดหรือคนที่เรารัก ให้มารักษาศีลนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงขอแนะนำวิธีการเชิญชวนที่ได้ผล นั่นคือหลักการ 10 ช.

ลดความตระหนี่ด้วยการ ให้ทาน

การให้ทานจะมีอานิสงส์สูง เมื่อมีเจตนาหรือใจที่เป็นกุศลครบทั้ง 3 กาล คือก่อนให้ มีความตั้งใจดี ตั้งใจทำ ขณะให้ มีความปรารถนาดี ดีใจที่ได้ให้ และเมื่อให้แล้วเกิดความภูมิใจในทานที่ให้ไปว่ามีประโยชน์ต่อผู้รับ เป็นสุขเมื่อนึกถึงความสุขของคนที่ได้รับ

เหน็ดเหนื่อยกับ ” ความสุข ” บทความธรรมะดีๆ จาก ท่านปิยสีโลภิกขุ

เหน็ดเหนื่อยกับ ความสุข ขณะทานอาหารค่ำ หนูน้อยก้มหน้านิ่งก่อนจะบอกว่า “หนูเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนกินอะไรไม่ลง” แล้วน้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะ

ผลกรรมรังแกผึ้ง เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม จากหลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมฺโม

บทความนี้ เป็นเรียบเรียงมาจาก เรื่องเล่ากฎแห่งกรรม ของหลวงพ่อจรัญ เรียบเรียงจากหนังสือ กรรมและการแก้กรรม โดย กานต์ ชลอาภา

ความทรงจำ กลางป่าช้า เรื่องเล่าลึกลับจากผู้อ่าน

ความทรงจำ กลางป่าช้า ในขณะที่เขาบวช ทุกเรื่องราวเขายังจำจดและระลึได้อยู่เสมอ ทุกวันนี้โกดังเก็บศพที่เขาเคยเจอนั้นยังอยู่ ทว่าที่วัดมีเมรุเผาศพแล้ว

สมาธินิมิต อันน่าอัศจรรย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

สมาธินิมิต อันน่าอัศจรรย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สมาธินิมิต : ทางผ่านสู่ความหลุดพ้น พระอาจารย์มั่นใส่ใจการบำเพ็ญภาวนาอย่างสม่ำเสมอ โดยบริกรรมพุทโธอย่างเรียบง่ายตามที่ท่านเคยฝึกกับพระอาจารย์เสาร์ วันหนึ่งขณะกำลังเข้าสมาธิ เมื่อจิตสงบก็ปรากฏนิมิตอันเป็นผลจากการปฏิบัติกัมมัฏฐาน กล่าวคือท่านเห็นคนตายนอนอยู่ตรงหน้า ร่างที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนักเต็มไปด้วยแผลพุพองและมีน้ำเหลืองน้ำหนองไหลออกมาเป็นที่น่าสยดสยอง ทันใดนั้นเหล่าแร้งกาและสุนัขต่างเข้ามายื้อแย่งกัดกินซากศพจนกระจัดกระจายเป็นที่น่าสังเวช พระอาจารย์มั่นยังคงอยู่ในสมาธิต่อโดยถือเอาซากศพในนิมิตเป็นเครื่องพิจารณา ยิ่งกำหนดยิ่งพิจารณามากเข้า จิตก็ยิ่งสว่างไสว จนในที่สุดนิมิตแห่งซากศพนั้นได้กลับกลายเป็นดวงแก้ว เมื่อท่านกำหนดพิจารณาดวงแก้ว ดวงแก้วก็ปรากฏให้เห็นเป็นนิมิตคล้ายกับภูเขา เมื่อเพ่งพิจารณาต่อไปก็ปรากฏนิมิตตามมาไม่สิ้นสุด ท่านเห็นตนเองเดินไปบนบันไดแก้ว ได้สะพายดาบอันคมกล้าพร้อมทั้งสวมรองเท้าวิเศษอีกด้วย การบำเพ็ญสมาธิภาวนาของพระอาจารย์มั่นในเวลานั้นมีความเกี่ยวพันกับนิมิตสมาธิอยู่มาก ทุกครั้งที่เข้าสมาธิ จิตของท่านดำเนินไปในทางเดิมทุกประการ ได้รู้ได้เห็นภาพนิมิตปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ บางครั้งปรากฏเป็นกำแพงแก้วที่มีประตู เมื่อผลักเข้าไปได้พบกับพระภิกษุ บางครั้งปรากฏเป็นสำเภาใหญ่อยู่บนยอดเขา บางครั้งปรากฏเป็นหุบเหวซึ่งมีสะพานทอดข้ามไป เมื่อข้ามไปก็ได้พบโบสถ์และดวงประทีปมากมาย เป็นต้น พระอาจารย์มั่นเข้าสมาธิเช่นนี้จนเกิดความเชี่ยวชาญ นิมิตสมาธิปรากฏแก่ท่านราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด พระอาจารย์มั่นเคยกล่าวเตือนเรื่องสมาธินิมิตไว้ว่า… “ระวังอย่าได้ไปหลงในนิมิตเช่นนี้ เพราะมันวิเศษจริง ๆ ผู้ปฏิบัติทางจิตชอบจะมาติดอยู่เพียงแค่นี้แล้วสำคัญตนผิด เราเองก็สำคัญตัวเราเองมาแล้ว และมันก็น่าจะหลง เพราะเป็นสิ่งอัศจรรย์มาก ที่เป็นวิปัสสนูปกิเลสก็คือความเห็นเช่นนี้” นิมิตทั้งหลายแม้เป็นผลจากการปฏิบัติกัมมัฏฐาน แต่พระอาจารย์มั่นตระหนักดีว่าหากผู้ปฏิบัติเพลิดเพลินไปกับนิมิต จนปรุงแต่งว่าเป็นฤทธิ์เดชเวทมนตร์ ยึดติดลุ่มหลงจนไม่รู้ตัวเสียแล้ว การขัดเกลากิเลสย่อมหยุดชะงักลง ปัญญารู้แจ้งในสัจธรรมความจริงย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นได้ พระอาจารย์มั่นพิจารณาด้วยเหตุผลว่าลักษณะจิตที่ยังหวั่นไหว มีความยินดียินร้ายไปตามนิมิต ย่อมไม่ใช่แนวทางสู่ความพ้นทุกข์ที่แท้จริง หากเป็นแต่เพียงทางผ่านที่ผู้ปฏิบัติต้องข้ามพ้นไปให้ได้เท่านั้น พระอาจารย์มั่นจึงหันมาฝึกจิตตามหลักกายคตาสติ […]

เริ่มต้นปีใหม่ ..ด้วยใจที่ตื่นรู้ – ธรรมะจากพระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน

ธรรมะ เริ่มต้นปีใหม่ จาก ส.สุวฑฺฒโน (พระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน) ในวาระโอกาสอันจะเข้าสู่พุทธศักราชใหม่ ๒๕๕๙ หลายคนได้ถือเป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่

ปี (ไม่) ใหม่ – ธรรมะ จากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

ปี (ไม่) ใหม่ – ธรรมะ จากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ บทความ ธรรมะ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ชาวโลกสมมุติกันว่า “ปีใหม่” ซึ่งโดยความจริงแล้วไม่มีวันใหม่ เดือนใหม่ หรือปีใหม่ แม้เทศกาสงกรานต์ ตรุษสารท ก็ไม่มี มีแต่กาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไป ล่าต้อนสรรพสิ่งทั้งหลายไปสู่ความเก่า แก่ (ชรา)ชำรุดทรุดโทรม และแตกสลาย (มรณะ) ไปในที่สุด วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ ตลอดจนเทศกาลต่างๆ เป็นเพียงสิ่งที่ชาวโลกสมมุติกันขึ้นมา โดยเป็นที่ยอมรับและถือปฏิบัติกันอย่างกว้างขวาง ถ้าจะนับทรัพยากรที่ชาวโลกใช้ในการฉลองปีใหม่กันแล้วมากมายมหาศาล หลายอย่างไม่ก่อให้เกิดคุณประโยชนใดๆ เลย และหลายคนต้องจบชีวิตไปกับการฉลองปีใหม่อย่างน่าอเนจอนาถ เมื่อพูดถึงเทศกาลปีใหม่ คนเราจะใช้เวลาช่วงดังกล่าวแตกต่างกัน สมัยที่ผู้เขียนเป็นฆราวาส ยังไม่รู้เรื่องธรรมะ บางปีฉลองวันขึ้นปีใหม่จนโต้รุ่งเพื่อความสนุกสนานบันเทิง ผลที่ได้ก็คือเมา เพลีย เสียเงินเสียสุขภาพ สมัยที่เป็นนักศึกษา เป็นนักกิจกรรม เป็นกรรมการจัดงานปีใหม่เมื่อสี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา งานสมัยนั้นมีฟลอร์เต้นรำใหญ่กลางสนามฟุตบอล วงดนตรียอดฮิตเพื่อการเต้นรำก็ต้องสุนทราภรณ์ มีคนมาร่วมงานกันมากมาย ในฐานะที่เป็นกรรมการจัดงานก็ต้องเหนื่อยก่อนวันงานหลายวัน แม้หลังเลิกงานแล้วก็ต้องเหนื่อยกับการสะสางงาน ผลที่ได้คือบันเทิงอารมณ์ แต่ไม่ประเทืองปัญญา […]

สุขกับสิ่งใด ก็ทุกข์กับสิ่งนั้น บทความดีๆ จากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ

สุขหรือความสำเร็จหากได้ มี เป็น ก็ไม่ยึดติดในทางลุ่มหลงมัวเมา เสียไปก็ไม่ยึดติดให้ต้องถวิลหาอาลัย ทุกข์ก็ไม่ยึดติดให้ต้องขุ่นข้องหมองใจ คับแค้นใจ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: แผ่เมตตาหลังทำบุญ ผู้ที่เราเอ่ยถึงจะได้รับผลบุญจริงหรือ

การ แผ่เมตตาหลังทำบุญ บุญกุศลนั้นจะถึงผู้รับจริงหรือไม่ คำถามนี้ เชื่อว่าชาวพุทธหลายคนคงค้างคาใจ มาอ่านคำตอบจากพระอาจารย์กันค่ะ

พุทธการกธรรม : ธรรมที่ทำให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า

พระโพธิสัตว์ทุกองค์ หลังจากได้รับพุทธพยากรณ์ครั้งแรกว่า ท่านจะได้เป็นพระพุทธเจ้าแน่แท้ในอนาคต ก็จะพิจารณา พุทธการกธรรม ซึ่งพระโพธิสัตว์องค์ก่อน ๆ ได้บำเพ็ญมาแล้วว่ามีอะไรบ้าง และจะต้องบำเพ็ญหรือปฏิบัติต่อข้อธรรมแต่ละข้ออย่างไร พระโพธิสัตว์จะพิจารณาพุทธการกธรรมทีละข้อ ๆ เมื่อพิจารณาจบแต่ละข้อ ก็จะหาต่อไปว่ายังมีธรรมข้ออื่นที่ต้องบำเพ็ญอีกหรือไม่ ถ้าพบว่ายังมีอีก ก็จะพิจารณาต่อไปอีก จนครบทั้งหมด 10 ข้อ ซึ่งก็คือ บารมี 10 หรือ ทศบารมี นั่นเอง บารมี แปลว่า “เต็ม” ซึ่งหมายถึง “การทำให้กำลังใจเต็ม ทรงอยู่ในใจให้เต็มครบถ้วนบริบูรณ์ไม่บกพร่องทั้ง 10 ประการ” การสร้างบารมี คือ การกระทำที่ประกอบด้วยกุศลเจตนา คุณงามความดีที่ควรกระทำ หรือคุณงามความดีที่ได้บำเพ็ญมาในการทำให้กำลังใจเต็มเปี่ยม และมีคุณธรรมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติได้ถึงสิ่งที่ปรารถนา โดยผู้ที่ปรารถนาพุทธภูมิหรือปรารถนาที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้านั้น ต้องบำเพ็ญบารมีถึง 30 ทัศ คือ บารมี อุปบารมี และปรมัตถบารมี ซึ่งทำได้ง่าย ไปจนถึงยากตามลำดับ บารมีทั้ง 10 อย่างที่เป็นบารมีขั้นต้น เรียกว่า บารมี 10 บารมีทั้ง […]

Compassion หรือ ความเมตตากรุณา ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

Compassion หรือ ความเมตตากรุณา ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย Compassion มีความหมายว่า ความเมตตากรุณา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นหรือสรรพสัตว์พ้นทุกข์ การเห็นผู้อื่น หรือสรรพสัตว์เป็นทุกข์หรือตกอยู่ในทุกข์แล้วทนอยู่ไม่ได้ ความหมายของ Compassion อธิบายได้หลายอย่าง ในดิกชันนารี คำว่า Compassion แปลเป็นไทยว่า “กรุณา” คือความปรารถนาให้ผู้อื่นหรือสรรพสัตว์พ้นทุกข์ การเห็นผู้อื่น หรือสรรพสัตว์เป็นทุกข์หรือตกอยู่ในทุกข์แล้วทนอยู่ไม่ได้ ต้องหา ทางช่วยเหลือเต็มที่โดยไม่หวังผลตอบแทน ซึ่งผมว่ายังอธิบายได้ ไม่เพียงพอ เพราะจริง ๆ แล้วความหมายของ Compassion ยิ่งใหญ่ มากกว่า “กรุณา” กับ “เมตตา” รวมกันเสียอีก Compassion ถ้าตัด -ion ออก ก็เหลือ Compass แปลว่า เข็มทิศ ถ้าคำแยกออกมา คือ Com แปลว่า ร่วม Pass แปลว่า ทางผ่าน ความหมายแบบลึกซึ้งของ Compassion หมายความว่า น้ำทุกหยดล้วนไหลลงสู่มหาสมุทร […]

หมอดู ทำนายอนาคต ได้ถูกต้องจริงหรือ

หมอดู ทำนายอนาคตได้ถูกต้องจริงหรือ ในประเทศไทย หมอดูที่ ทำนายอนาคตได้ เป็นอาชีพที่มีรายได้ดีมาก ศาสตร์แขนงนี้มีอยู่จริง แต่หมอดูส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์ไม่รู้จริง ถ้ามีหมอดูเพียง 1 คนจาก 1,000 คน ที่หยั่งรู้อนาคตว่า สลากกินแบ่งรางวัลที่ 1 งวดหน้าจะออกเลขอะไร ในขณะที่หมอดูอีก 999 คนทำนายแบบเดาสุ่ม ถามว่าถ้าคุณได้เลขเด็ดจากหมอดูทั้ง 1,000 คน คุณจะกล้าทุ่มซื้อหมดตัวหรือไม่ คำตอบก็คือ ใครจะกล้า เพราะไม่รู้ว่าหมอดูคนไหนคือคนหยั่งรู้จริง ดังนั้นเราไม่ควร ใส่ใจในคำทำนายของหมอดู     หมอดูบางคนใช้การวิเคราะห์ ถ้าการคิดเชิงอนาคตถูกต้องถึง 50 เปอร์เซ็นต์ก็เก่งแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ของโบรกเกอร์หุ้นที่ทำนายว่าหุ้นจะขึ้น หรือลง ปรากฏว่าให้คนที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นเลยมาเดาว่าพรุ่งนี้หุ้น จะขึ้นหรือลง อัตราการเดาถูกอาจไม่แตกต่างจากการทำนายจากบริษัท โบรกเกอร์เลย บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์มีข้อผิดพลาดมากมาย หลายครั้ง แต่การคิดแบบวิเคราะห์ที่มีเหตุมีผลรองรับจะทำให้ สามารถต่อยอดไปยังเหตุการณ์อื่น ๆ ต่อไปได้ และรู้ว่าเหตุใดจึง ไม่เกิดผลตามที่คาดหมายไว้ ในขณะที่การทำนายของหมอดูไม่มี เหตุผลใด ๆ […]

โอปปาติกะ คืออะไร ทำไมโอปปาติกะส่วนใหญ่ไม่ปรากฎกาย

โอปปาติกะ คืออะไร ทำไมโอปปาติกะส่วนใหญ่ไม่ปรากฎกาย โอปปาติกะ คือสิ่งมีชีวิตที่กายมนุษย์โดยทั่วไปมองไม่เห็น อาศัยอยู่ใน 4 สถานที่ใหญ่ ๆ คือ อยู่ปนกับมนุษย์ อยู่เหนือโลกขึ้นไป อยู่ต่ำกว่าโลกลงไป และอยู่ ระหว่าง 3 กาแล็กซีที่อยู่ใกล้กัน โดยโอปปาติกะนี้จัดเป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีจำนวนมากที่สุด ผีคือโอปปาติกะประเภทที่อยู่ปะปน กับมนุษย์ โดยอาจจะเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกาในระดับล่างที่ อยู่ปะปนกับมนุษย์ ซึ่งเป็นฝ่ายสุข หรือเปรต ซึ่งเป็นฝ่ายทุกข์ ซึ่งโอปปาติกะกลุ่มนี้จะมีลักษณะภพซ้อนภพกับโลกมนุษย์ หรือ อาจเทียบเคียงได้กับคลื่นวิทยุที่มีอยู่ในอากาศเหมือนกัน แต่ความถี่ ต่างกัน มาดูกันว่า ทำไมโอปปะกาติกะส่วนใหญ่จึงไม่ปรากฏกายให้มนุษย์เห็น     เหตุผลในปายาสิราชัญญสูตร ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรหนึ่งชื่อว่า ปายาสิราชัญญสูตร1 กล่าวถึงบทสนทนาระหว่างพระเจ้าปายาสิ ผู้ครองนครเสตัพยะ แห่ง แคว้นโกศล กับพระกุมารกัสสปะ พระอรหันต์ในพระพุทธศาสนา โดยพระเจ้าปายาสิทรงแสดงความเห็นที่พระองค์ได้เคยไปสนทนากับ นักบวชอื่น แล้วปรากฏว่านักบวชเหล่านั้นไม่สามารถโต้แย้งความเห็น ของพระองค์ลงได้ ความเห็นของพระเจ้าปายาสินั้นคือ “โลกหลังจากความตาย ไม่มี โอปปาติกะไม่มี ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี” โดยพระองค์ ทรงให้เหตุผลสนับสนุนอยู่หลายประการด้วยกัน […]

พิธีพระราชทานเพลิง สังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ

พิธีพระราชทานเพลิง สังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วัดบ้านไร่และมหาวิทยาลัยขอนแก่นเตรียมการจัด งานพิธีบำเพ็ญกุศลและ พิธีพระราชทานเพลิง สังขารพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2561 (ที่ผ่านมา) นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด บอกว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีการประชุมเพื่อเตรียมจัดงานพิธีบำเพ็ญกุศลและวางดอกไม้จันทน์พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสขึ้นที่วัดบ้านไร่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ศิษยานุศิษย์ที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงสังขารพระเทพวิทยาคมที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธมรณภาพลง ได้มอบสังขารเป็นครูใหญ่แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงจัดงานบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม ขึ้นในวันที่ 21-28 มกราคม พ.ศ. 2562 ณ อาคารศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และจัดพิธีพระราชทานเพลิงสังขารพระเทพวิทยาคม ขึ้นในวันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2562 ณ พุทธมณฑลอีสาน วัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ทางวัดบ้านไร่จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและวางดอกไม้จันทน์พระเทพวิทยาคม […]

10 เรื่องที่คุณ (อาจ) ไม่รู้เกี่ยวกับ พระพุทธศาสนา

แม้ พระพุทธศาสนา จะถือกำเนิดและดำรงอยู่อย่างมั่นคงมาเป็นเวลานานกว่า 2,600 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกไม่น้อยที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากอาจยังไม่รู้ มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง 1. เจ้าชายสิทธัตถะมีอีกพระนามหนึ่งว่า “อังคีรส” แต่พระราชบิดาโปรดเรียกว่า “สิทธัตถะ” มากกว่า 2. ต้นพระศรีมหาโพธิ เดิมชื่อว่าต้น “อัสสัตถพฤกษ์” แต่ที่เปลี่ยนมาเรียกเช่นนี้เพราะพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นไม้ชนิดนี้ (โพธิหรือโพธิ์ แปลว่า ตรัสรู้) 3. หญ้าที่นายโสตถิยะนำมาถวายเพื่อปูลาดเป็นที่ประทับคือ ต้นตะไคร้หอม 4. สันโดษในทางพุทธศาสนาหมายถึง ความยินดี ความพอใจ และรู้จักพอ มิใช่การอยู่ลำพัง 5. มีตำนานเล่าว่า พระพุทธรูปองค์แรกในพุทธศาสนาสร้างขึ้นจากพระดำริของพระเจ้าปเสนทิ แห่งแคว้นโกศล เป็นพระพุทธรูปยืนสลักด้วยไม้แก่นจันทน์แดงสูงประมาณ 6 - 7 เมตร 6. ประเทศไต้หวันใช้บาตรเป็นภาชนะดินเผาเคลือบ ต่างจากบาตรในเมืองไทยที่มักเป็นบาตรโลหะ 7. บุญที่ให้อานิสงส์สูงสุดคือการเจริญวิปัสสนา เพราะเป็นการสร้างปัญญา ซึ่งจะนำไปสู่การหลุดพ้นหรือนิพพาน 8. เครื่องเขียนกับสมุด คือของสังฆทานที่พระสงฆ์ได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด (จากการสำรวจของรายการ “จุดเปลี่ยน” ในปี 2551) 9. การจุดธูป 3 ดอกเพื่อบูชาพระรัตนตรัยนั้น วิธีปักธูปที่ถูกต้องต้องปักทีละดอก โดยปักดอกหนึ่งด้านซ้ายมือ ดอกหนึ่งปักตรงกลางกระถางธูป อีกดอกหนึ่งปักด้านขวามือ มิใช่ปักรวมกัน 10. การสวดมนต์ที่ผู้สวดมีความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าจะเทียบเท่ากับการได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์ จัดเป็นกุศลกรรมอย่างหนึ่ง   Photo by Sabine Schulte on Unsplash Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ 5 ข้อสังเกตที่บอกว่า การสวดมนต์ของคุณนั้น กำลังพาคุณ ห่างไกลจากพระพุทธศาสนา ไม่นิพพานก็ไม่เดือดร้อน…จริงหรือ บทความธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ เรื่องเล่า กฎแห่งกรรม ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นย่อมถึงตัว […]

ถามกวน แต่ชวนให้ตอบ 2 คำถามเรื่อง ตาย-เกิด กับท่าน ว.วชิรเมธี

ถามกวน แต่ชวนให้ตอบ 2 คำถามเรื่อง ตาย เกิด กับท่าน ว.วชิรเมธี 1.สมมุติว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เข้าถึงพระนิพพาน ไม่ต้องมาเวียนว่าย ตาย เกิด อีก ก็หมายความว่า มนุษย์จะสูญพันธุ์ใช่ไหมครับ ถึงแม้มนุษย์บนโลกนี้จะบรรลุนิพพานกันหมดแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าโลกนี้จะว่างจากมนุษย์ เพราะยังมีดวงจิตอีกมากมายที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิอื่นและรอโอกาสที่จะวิวัฒนาการมาสู่อัตภาพของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ภพภูมิอื่นที่ว่านี้ก็เช่น ภพเปรต อสุรกาย สัตว์นรก สัตว์ดิรัจฉาน เทวดา พรหม เป็นต้น ในคัมภีร์พระธรรมบทมีเรื่องเล่าว่า พระเทวทัตที่ตั้งตนเป็นคนคู่เวรกับพระพุทธเจ้า (เพียงฝ่ายเดียว) หลังจากท่านสำนึกผิดและมรณภาพไปชดใช้กรรมอยู่ในนรกตลอดกาลนานแล้ว ในอนาคตกาลท่านจะเวียนกลับมาเกิดและสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง หรือบางคัมภีร์ก็เล่าว่า ในอนาคตจะมีพระโพธิสัตว์มาตรัสรู้เป็นพระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้า แต่ตอนนี้ท่านกำลังบำเพ็ญบารมีอยู่ ตัวอย่างเพียงสองประการที่ยกมานี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะยืนยันได้ว่า ต่อให้มนุษย์ทั้งโลกนี้บรรลุนิพพานกันหมดแล้ว โลกก็จะไม่ว่างจากมนุษย์ แต่จะมีมนุษย์เวียนว่ายตายเกิดมาทดแทนอยู่เรื่อยๆ 2.ถ้าเราออกกฎให้มนุษย์ทุกคนคุมกำเนิด จะได้ไม่ต้องมีคนเกิดมาทนทุกข์อีก นี่ใช่เป้าหมายเดียวกับนิพพานหรือเปล่าครับ การไม่เกิดเพราะออกกฎไม่ให้คนเกิด เป็นคนละเรื่องกับการนิพพานเพราะการนิพพานนั้นไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อไม่ให้คนเกิด แต่การไม่เกิดหลังบรรลุภาวะนิพพานนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัย คือ เมื่อกิเลสที่เป็นเหตุให้เกิดหมดลง การไม่เกิดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาเอง เป้าหมายของนิพพานหรือผลของการบรรลุนิพพานคือการดับทุกข์ ไม่ใช่ดับการเวียนว่ายตายเกิด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า การหยุดเวียนว่ายตายเกิดเป็นผลพลอยได้ของการบรรลุนิพพาน เพื่อให้เห็นภาพ ขอเปรียบเทียบว่า คนที่บรรลุนิพพานแล้วเปรียบเหมือนข้าวเปลือกที่ถูกสีจนกลายเป็นข้าวสาร นำมาหว่านอย่างไรก็ไม่งอกอีกแล้ว […]

keyboard_arrow_up