พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป

พระอนาคามี : พระอริยบุคคลผู้ไม่กลับมาเกิดอีกต่อไป พระอนาคามี เป็นพระอริยบุคคลระดับที่ 3 ในพระพุทธศาสนา “อนาคามี” มีความหมายว่า “ผู้ไม่มาเกิดอีก” สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) กล่าวถึงความหมายของพระอนาคามีไว้ว่า หมายถึง พระอริยบุคคลผู้ได้บรรลุอนาคามิผล มี 5 ประเภทด้วยกัน คือ 1. อันตราปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานในระหว่างอายุยังไม่ถึงกึ่ง 2. อุปหัจจปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานเมื่อจวนจะถึงสิ้นอายุ 3. อสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยไม่ต้องใช้ความเพียรนัก 4. สสังขารปรินิพพายี ผู้ปรินิพพานโดยต้องใช้ความเพียรมาก 5. อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี ผู้มีกระแสในเบื้องบนไปสู่อกนิฏฐภพ (ชั้นสูงสุดในพรหมโลก)     ผู้ที่จะเป็นพระอนาคามีต้องละ สังโยชน์ 5 ประการ (กิเลสที่ทำให้สัตว์เวียนว่ายตายเกิด) ได้แก่ สักกายทิฏฐิ (ถือมั่น) วิจิกิจฉา (สงสัยในพระรัตนตรัย) สีลัพพตปรามาส (หลงใหลในศีล) กามราคะ (ติดใจในกามคุณ) และปฏิฆะ (ขุ่นเคือง) ในสมัยพุทธกาลมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ วิสาขเศรษฐี สามีของนางธัมมทินนา (พระธัมมทินนาเถรี) […]

อัญญาโกณฑัญญะ เกี่ยวข้องกับวันอาสาฬหบูชาอย่างไร

อัญญาโกณฑัญญะ เกี่ยวข้องกับ วันอาสาฬหบูชา อย่างไร ทำไม อัญญาโกณฑัญญะ จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ใน วันอาสาฬหบูชา เพราะเรื่องราวของท่านมีความแปลกมหัศจรรย์ ทำให้คำนึงถึงเรื่องบุญกุศลและการอธิษฐาน เมื่อถึงวันอาสาฬบูชาทำให้ย้อนระลึกไปถึงสมัยเรียน ตอนที่ยังเป็นเด็กประถมตัวน้อย ๆ มักถูกครูถามเสมอว่า วันอาสาฬหบูชาคือวันอะไร นักเรียนก็จะตอบว่า เป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยขึ้นครบบริบูรณ์ การตอบของเด็ก ๆ รวมทั้งผมด้วยในตอนนั้น หมายความว่า ตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในวันวิสาขบูชาเรื่อยมาจนถึงวันอาสาฬหบูชา พระรัตนตรัยครบถ้วนแล้วในวันอาสาฬหบูชานี้เอง ทำไมวันนี้จึงเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะเป็นวันที่อัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมแล้วทูลขอบวช เมื่อพระพุทธเจ้าทรงบวชให้อัญญาโกณฑัญญะแล้ว พระสงฆ์จึงเกิดขึ้นบนโลก พระรัตนตรัยในพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสงฆ์หนึ่งในองค์ประกอบของพระรัตนตรัย   อธิษฐานขอเป็นคนแรกที่ได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า ทำไมพระอัญญาโกณฑัญญะจึงเป็นความมหัศจรรย์ของวันอาสาฬหบูชา เพราะเรื่องราวของท่านเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ ชวนพิศวงยิ่งนัก พระอัญญาโกณฑัญญะหากเท้าความชีวิตของท่านย้อนไปในอดีตชาติอันไกลโพ้น สมัยของพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า “ปทุมุตระ” พระองค์เป็นเจ้าชายแห่งเมืองหังสาวดี ทรงตัดสินพระทัยออกผนวชแสวงหาความจริงของโลก จนกระทั่งตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์เสด็จโปรดพระพุทธบิดาและพระญาติยังเมืองหังสาวดี ในขณะนั้นพระอัญญาโกณฑัญญะเกิดเป็นบุตรชายเศรษฐีในเมืองนั้น เมื่อทราบว่าเจ้าชายปทุมุตระเสด็จกลับมายังพระนครแล้ว ก็ไปชมพระบารมีของเจ้าชาย แต่ครั้งนี้เจ้าชายปทุมุตระเสด็จกลับมาในครานี้ไม่เหมือนเดิม พระองค์มาในสถานะพระพุทธเจ้า คำสอนของพระองค์ทำให้พระพุทธบิดาบรรลุเป็นพระโสดาบัน บรรดาพระญาติก็เป็นพระอริยบุคคลตามลำดับผลบุญที่สะสมมาในอดีตชาติด้วย บุตรชายเศรษฐีเห็นพระภิกษุรูปหนึ่งที่มีพรรษามาก (แก่ชรา) ได้รับแต่งตั้งจากพระพุทธเจ้าเป็นรัตตัญญู […]

หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว” – SECRET

หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อเดิม พุทฺธสโร หรือพระครูนิวาสธรรมขันธ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองโพ เกิดเมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2403 ที่จังหวัดนครสวรรค์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. 2423 ตามประเพณีเมื่ออายุ 20 ปี ณ พัทธสีมาวัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีหลวงพ่อแก้ว วัดอินทาราม (วัดใน) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเงิน (พระครูพยุหานุศาสก์) วัดมะปรางเหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีนามฉายาว่า พุทฺธสโร มีความหมายว่า ผู้มีพระพุทธเจ้าเป็นศรชัยแห่งชัยชนะ เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่อเดิมได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองโพ ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ท่านศึกษาวิชาจากทั้งพระและฆราวาสมากมาย เช่น หลวงพ่อแก้ว หลวงตาชม หลวงพ่อมี ฯลฯ ได้รับการยกย่องเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว” เพราะเป็นทั้งพระนักพัฒนาและเป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน ท่านมีความเพียรสูง […]

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา (แปล)

เขมาเขมสรณทีปิกคาถา เป็นพระสูตรที่สอนให้ชาวพุทธไม่หลงงมงาย เห็นความจริงของสรรพสิ่งตามความเป็นจริง มีความเชื่อในอริยสัจ 4 ที่พระพุทธองค์ทรงสอน

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ

ออกกำลังกายอย่างมีสติ : เมื่อสามารถเจริญสติได้ในขณะทำสิ่งที่ชอบ จะมีอะไรดีไปกว่าการที่สามารถเจริญสติได้ในขณะทำในสิ่งที่เราชอบ ซีเคร็ตหวังว่าบทความเรื่องนี้ที่นำเนื้อส่วนหนึ่งของหนังสือธรรมะที่มีความเป็นวัยรุ่นเล่มนี้ “ฝึกให้สงบ เปลี่ยนความเครียดให้เป็นความสงบสุข” จะช่วยให้เกิดสติขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ลองมา ออกกำลังกายอย่างมีสติ กันค่ะ คุณออกกำลังกายอย่างไร ไม่ต่อเนื่อง กระตือรือร้นเกินไป สามารถแข่งขันได้ หรือไม่ออกกำลังเลย  ถ้าคุณไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ควรจะเริ่มต้นได้แล้ว เพราะการออกกำลังกายจะช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความสงบสุขให้คุณได้ในระหว่างวัน นี่คือวิธีที่ดีเยี่ยมซึ่งช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยปรับสมาธิ ซึ่งก่อให้เกิดความสงบในแต่ละวันได้มากที่สุด ทั้งนี้ทางเลือกในการออกกำลังกายอาจไม่สำคัญเท่ากับวิธีออกกำลังกาย ข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกออกกำลังแบบโยคะ หรือไทชิแทนการเล่นกีฬาที่ชอบ แต่คุณสามารถฝึกความสงบด้วยการอยู่กับปัจจุบันในขณะที่ออกกำลังกาย     ความใส่ใจ โยคะและการออกกำลังกายที่เป็นศาสตร์เฉพาะทาง (Esoteric Exercise) มักจะเน้นความรู้สึกตัวแม้กระทั่งก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหว ดังนั้นคุณจึงตระหนักถึงความรู้สึกตัว ซึ่งเป็นการรับรู้ภายในถึงสิ่งที่คุณต้องการให้การกระทำบรรลุผล นี่คือกระบวนการตั้งสติลงมือทำโดยมีภาพผลลัพท์ที่ชัดเจนอยู่ในใจว่าอยากให้ออกมาเป็นเช่นไร แล้วลงมือทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ ในการทำเช่นนี้ คุณต้องทำใจให้ว่างจากทุกสิ่งเหลือเพียงจุดที่มุ่งเน้น โดยสนใจแต่สิ่งที่ต้องการทำและวิธีที่จะทำ แจ๊ค นิคลอส แชมเปี้ยนกอล์ฟมืออาชีพกล่าวว่า “ผมไม่เคยตีลูกกอล์ฟโดยไม่มีภาพที่ชัดเจนในหัว แม้กระทั่งในการฝึก เริ่มแรกผมเห็นลูกกอล์ฟไปอยู่ในจุดที่ต้องการ ลูกกอล์ฟสีขาวสวยวางสูงเด่นอยู่บนสนามหญ้าสีเขียวชอุ่ม แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผมเห็นลูกกอล์ฟเคลื่อนไปที่นั่น เห็นเส้นทาง ทิศทางการหมุน และรูปทรง เห็นแม้กระทั่งลีลาที่ลูกลงหลุม แล้วภาพก็ค่อย […]

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ก. ผลคือสะอาด ดังนั้น การทำบุญให้ทานรักษาศีล การทำสมถกรรมฐานและการเจริญวิปัสสนา ต่างก็เป็นการกระทำเพื่อเอามาทำลายกิเลส คือ ความโลภความโกรธความหลง การทำลายกิเลสได้นี่แหละคือตัวบุญแท้ ๆ เป็นยอดบุญ ถ้าเป็นสวรรค์ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์ ถ้าเทียบกับพระนิพพานก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน ความหมดไปของกิเลส ก็คือ สะอาด นิพพานแปลว่าความดับเย็นลง คือเราไม่ร้อนอกร้อนใจเพราะกิเลสดับเย็นลง ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน เราดูจิตดูใจเราอยู่มันเป็นเมืองสวรรค์ เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว พอตายไปจะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย ข. ผลคือสว่าง หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก ตัวอย่างเช่น ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่างแต่เอามือไปจับที่หลอดไฟแสงไฟก็จะไม่มี เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด นี่ก็เหมือนกัน วิธีที่จะจัดการกับความโลภความโกรธความหลงนั้น เราไม่ต้องไปคิดหาว่าความโกรธความโลภความหลงอยู่ที่ไหน เราเพียงกลับเข้ามาดูจิตดูใจของเราก็จะทำลายความโกรธความโลภความหลงได้เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต เราก็ต้องมาดูจิตดูใจของเรา การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า เมื่อเราทำบ่อย […]

การเจริญสติที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

การเจริญสติ ที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ สำหรับอาตมา มีประสบการณ์ว่า การเจริญสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา หลวงพ่อเคยทำวิธีหลับตามาแล้ว แต่ไม่เกิดปัญญา พอมาทำวิธีใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้มันเกิดปัญญา ทำให้รู้สึกว่าถูกต้องกับตำรับตำราของคนสมัยใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นของใหม่ก็ได้ เพราะยังไม่เคยได้ยิน แต่ความจริงแล้วเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าสอนนั่นแหละ ก. ปลุก “ตัว” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ การเจริญสติที่อาตมาทำมาและกำลังเล่าให้ฟังอยู่นี้ทำดังนี้ สมมติว่าเรากำลังนั่งพับเพียบ หรือกำลังนั่งเก้าอี้หรือกำลังนอนหรือยืนก็ได้ ให้เอาสติมาจับความเคลื่อนไหวของมือ พลิกมือขึ้น คว่ำมือลง ยกมือขึ้น เอามือลง ให้มีสติรู้ทุกอิริยาบถ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ นี่เป็นการเจริญสติอย่างหยาบ ๆ พูดง่าย ๆ คือ ให้มีสติอยู่ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน จะทำอะไรอยู่ก็ตามให้รู้สึก การทำวิธีนี้ใคร ๆ ก็ทำได้ จะนับถือศาสนาอะไรก็นำเอาไปทำทั้งนั้น ไม่ว่าชนชาติใดก็ทำได้ เพราะทุกคนมีกายกับใจด้วยกันทั้งนั้น ทุกศาสนาก็สอนเหมือนกันหมดคือให้ละความชั่วทำความดี ข. ปลุก “ใจ” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ เมื่อเจริญสติจนชำนาญแล้ว ให้เอาสติเข้าไปจับความรู้สึกของจิตใจ คือรู้ตามอารมณ์ […]

เปลี่ยนความคิดเท่ากับเปลี่ยนกรรม ธรรมะไขข้อข้องใจเรื่องกฎแห่งกรรม โดย ส.ชิโนรส

เปลี่ยนความคิดเท่ากับ เปลี่ยนกรรม ธรรมะไขข้อข้องใจเรื่องกฎแห่งกรรม โดย ส.ชิโนรส “กรรมฉันเอง กรรมฉันเอง” บทสรุปสุดท้ายที่คนพูดให้ได้ยิน เมื่อประสบปัญหาชีวิตที่หนักสุด ๆ การเปลี่ยนความคิดช่วย เปลี่ยนกรรม ได้จริงหรือไม่ ท่าน ส.ชิโนรส จะอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง กรรม แปลสั้น ๆ ว่า การกระทำ การกระทำที่คนแสดงออกทางกาย พฤติกรรม บุคลิกลักษณะ ท่าทาง และอากัปกิริยาต่าง ๆ เรียกว่า “กายกรรม” ส่วนการกระทำที่คนแสดงออกทางคำพูด น้ำเสียง ทำนองการพูด ภาษาที่พูด เรียกว่า “วจีกรรม”  ทำ และ พูด หรือกายกรรมและวจีกรรมคือความหมายอย่างหนึ่งของกรรม คนทั่วไปจะวัดว่าความเป็นคน หรือความเป็นมนุษย์ที่คำพูด และการกระทำ หลายคนเชื่อว่า คำพูดและการกระทำ คือหน้าต่างหัวใจ ตัวบ่งชี้บุคลิกและตัวตนของบุคคลผู้นั้น     แม้คำพูดและการกระทำจะวัดค่าคนแต่ละคนได้ก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีสิ่งที่ลึกไปกว่าสิ่งที่เราเห็นด้วยตา และได้ยินด้วยหู คือความคิดในใจของแต่ละบุคคล พุทธศาสนาให้ความสำคัญกับความคิดมากกว่าคำพูดและการกระทำ พระพุทธองค์ตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า […]

ศิลปะของการภาวนา โดย หลวงพ่อโพธินันทะ

ศิลปะของการภาวนา โดย หลวงพ่อโพธินันทะ ผู้ที่ไม่ได้ตระหนักถึงมหันตภัยแห่งสังสารวัฏย่อมไม่อาจสละโลกียทรัพย์ทั้งปวงได้ ย่อมถูกตัณหา ราคะ ครอบงำ การกระทำต่าง ๆ ย่อมออกนอกวิถีทางของมัชฌิมาปฏิปทา และล่วงสู่สายธารอันเชี่ยวกรากแห่ง โลกธรรม 8 ประการ  ศิลปะของการภาวนา จงเฝ้าเรียนรู้กระบวนการความคิด และตรวจตราดวงจิตอยู่เสมอ จนรู้แจ้งชัดถึงเอกสภาวะของสรรพสิ่งที่อยู่เหนือความสุดโต่งทั้งสอง เหมือนปล่อยโคกินหญ้าในทุ่งกว้าง นาน ๆ ขึ้นยอดไม้ดูสักครั้ง ความเข้าใจตนเองย่อมแจ่มชัดขึ้น ในการปฏิบัติภาวนา หากไม่สามารถลดละปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนได้ ก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการปฏิบัติภาวนา การบรรลุพุทธภาวะเป็นศิลปะของการดำเนินชีวิตอย่างยิ่ง มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้ ก็คือการดำเนินชีวิตไปตามปกติธรรมดา หิวก็กิน ง่วงก็นอน ร้อนก็อาบน้ำ บนประสบการณ์ของการตื่นเห็นแจ้งธรรมชาติที่แท้ (จิตประภัสสร อันติมสัจจะ) แห่งความเป็นพุทธะภายในตน เป็นการรู้แจ้งถึงบางสิ่งที่มีในตนอยู่แล้วตลอดเวลา เมื่อเห็นแจ้งสิ่งนี้ ตัวตนแห่งความยึดถือก็จะสิ้นสุดลง ตัวตนแห่งจิตสำนึกที่เป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาจะถูกขจัดด้วยปัญญาญาณ ตัวตนที่แท้ มนุษย์ที่แท้ อันติมสัจจะก็จะเผยตัวมันออกมา เพียงลืมตาต่อจิตประภัสสรของเราเท่านั้น ความคิดปรุงแต่งที่เกิดจากอวิชชาก็จะสิ้นสุดลง ธรรมชาติที่แท้ที่เป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่งก็จะแสดงตัวของมันเองออกมาร่วมกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ความเป็นพุทธะก็จะฉายแสงออกมา นี่คือศิลปะของการปฏิบัติภาวนา   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ […]

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็นมหาภูตรูป 4

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็น มหาภูตรูป 4 ธาตุกรรมฐาน เป็นหนึ่งใน 40 กรรมฐาน มีอีกชื่อว่า “จตุธาตุววัฏฐาน” เป็นกรรมฐานที่พิจารณาร่างกายตามคุณลักษณะของธาตุ 4 ร่างกายของมนุษย์อันเป็นที่อยู่ของจิต เกิดขึ้นจากการรวมตัวจนกลายเป็นรูปของธาตุ 4 จึงเรียกว่า “มหาภูตรูป” เพื่อให้เข้าใจกรรมฐานประเภทนี้ และมีปัญญาแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น จึงขออัญเชิญธรรมบรรยายของสมเด็จพระญาณสังวร เรื่องธาตุกรรมฐาน ซึ่งพระองค์อธิบายไว้ดีแล้วว่า ” โดยปกติคนเราย่อมมีความยึดถือร่างกายอันนี้ว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเรา เมื่อมาพิจารณาโดยความเป็นธาตุ คือแยกออกไปว่า ส่วนที่แข็งก็เป็นธาตุดิน ส่วนที่เอิบอาบก็เป็นธาตุน้ำ ส่วนที่อบอุ่นก็เป็นธาตุไฟ ส่วนที่พัดไหวก็เป็นธาตุลม และส่วนที่เป็นช่องว่างก็เป็นอากาสธาตุ เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนหรือของตนที่ยึดถืออยู่นี้ ก็กลายเป็นธาตุ และถ้าลองพิจารณาแยกธาตุเหล่านี้ออกไปทีละอย่าง คือเมื่อพิจารณาดูส่วนที่แข็งอันเรียกว่าเป็นธาตุดิน แยกเอาธาตุดินออกไปเสียจากร่างกายอันนี้ ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุน้ำเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุน้ำออกไปเสียอีก ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุไฟเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุไฟออกเสีย ก็จะเหลือแต่ธาตุเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุลมออกไปเสียอีก ก็จะเหลือแต่ช่องว่างไปทั้งหมด ”  จากการอธิบายลักษณะของมหาภูตรูป (ร่างกายมนุษย์) แล้ว ทำให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์มีลักษณะของธาตุ 4 เช่น จุดที่แข็งเป็นธาตุดิน ได้แก่ […]

ขันธปริตร (แปล) สวดป้องกันภัยจากสัตว์มีพิษ

ขันธปริตร เป็นส่วนหนึ่งของอหิราชสูตร พระสูตรที่กล่าวถึง พญางูทั้ง 4 สกุล ชาวพุทธนิยมสวดเพื่อป้องกันภยันตรายจากอสรพิษและสัตว์เลื่อยคลาน

โรคกายหรือโรคใจ เป็นอย่างไหนกันแน่นะ

“อโรคยา ปรมาลาภา” การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็นประโยคที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี โรคที่ว่านี้ไม่ใช่แค่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่แสดงออกทางร่ายกายเท่านั้น แต่ยังรวมอาการแฝงอีกอย่างหนึ่งซึ่งก็คือโรคใจเข้าไปด้วย ลองมาดูซิว่าเราเป็นโรคกายหรือโรคใจอย่างไหนกันแน่นะ

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

อานิสงส์ที่ทำให้ สุเมธดาบส ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต สุเมธดาบส เป็นอดีตพระชาติหนึ่งของพระสมณโคดมพุทธเจ้า ได้สร้างมหากุศลคือสละกายเป็นสะพานให้อดีตพระพุทธเจ้า ผู้มีพระนามว่า “ทีปังกรพุทธเจ้า” และพระสาวกทั้งหลายข้ามพ้นจากเปือกตม ครั้งพระโพธิสัตว์ถือกำเนิดในตระกูลพราหมณ์ มีชื่อว่า สุเมธบัณฑิต แม้ว่าจะเป็นพราหมณ์ที่มั่งคั่ง มีสมบัติสะสมอยู่มากมาย ทั้งยังเป็นผู้คงแก่เรืยน เชี่ยวชาญในพระเวท คัมภีร์ และศาสตร์ต่าง ๆ  เมืองอมรวดี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระโพธิสัตว์มีความรื่นรมย์ไม่ต่างจากแดนสวรรค์ แต่พระโพธิสัตว์กลับเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จึงออกจากเรือนไปบำเพ็ญภาวนาในป่าหิมพานต์ ท้าวสักกะเทวราชทรงทราบว่าพระดาบสตนนี้คือพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาหลายภพชาติ จึงมอบหมายให้พระวิษณุกรรมเนรมิตอาศรมถวาย สุเมธดาบสบำเพ็ญภาวนาจนบรรลุอภิญญา และมีความสุขจากการทำสมาบัติ     ในตอนนั้นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งได้ถืออุบัติขึ้นบนโลก พระองค์ทรงเป็นเจ้าชายแห่งรัมมนครมีพระนามว่า “ทีปังกร” เป็นพระราชโอรสแห่งพระเจ้าสุเทวะกับพระนางสุเมธา มีพระชายานามว่า พระนางปทุมา และพระโอรสนามว่า อุสภักขันธกุมาร พระองค์ทรงเห็นนิมิต 4 ประการ (เทวทูต 4) ทำให้ทรงเบื่อหน่ายทางโลก ปรารถนาแสวงหาความหลุดพ้นจึงเสด็จออกผนวช พระองค์ทรงใช้เวลาเพียง 10 เดือนจึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ภายใต้ต้นเลียบ (ต้นมะกอก) หลังจากทรงประกาศพระธรรมแล้ว ทรงมีพระอัครสาวกคือ พระสุมังคลเถระ และ พระติสสเถระ ทรงมีพระอัครสาวิกาคือ […]

วิธีง่าย ๆ วางใจอยู่เหนือคำนินทาทั้งปวง บทความดีๆ จาก ปิยสีโลภิกขุ

แม้การนินทาจะเป็นเรื่องสามัญ แต่น้อยคนนักที่ทำใจยอมรับได้ คนยิ่งชอบนินทามากเท่าใด พอตกกับตัวเองเข้า กลับยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟไปเท่านั้น

จงพร้อมจะเรียนรู้จากคุณครู ประสบการณ์

นอกจากความผิดพลาด ประสบการณ์ก็ถือเป็นครูชั้นยอดของมนุษย์เช่นกัน

เห็นแล้วน่าชื่นใจ : ” พลังบวร ” บ้าน วัด โรงเรียน น้ำใจเบ่งบานในชุมชน – Secret

เห็นแล้วน่าชื่นใจ : ” พลังบวร ” บ้าน วัด โรงเรียน น้ำใจเบ่งบานในชุมชน – Secret เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสุขสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม มอบหมายให้พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดยานนาวา จัดกิจกรรม ” พลังบวร ” ร่วมกับโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย นำเครื่องอุปโภค-บริโภคไปมอบให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง บริเวณชุมชนรอบวัดยานนาวา เพื่อเกื้อกูลสังคมด้วยพลังจากบ้าน วัด และ โรงเรียน อิงตามหลักธรรมอัตถจริยา คือ ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ และเกื้อกูลผู้อื่น ดังคำว่า “ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว”     กิจกรรม “พลังบวร”  เกิดขึ้นจากการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของชุมชนระหว่างวัด-บ้าน-โรงเรียน เมื่อนำอักษรย่อของแต่ละอันมารวมกันจึงกลายเป็นคำว่า “บวร” โดยคำนี้มีความหมายว่า “ประเสริฐ” หรือ “ดีเลิศ” ชุมชนเข้มแข็งได้ต่อเมื่อคนในชุมชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตั้งแต่อดีต […]

รักษาไข้ด้วยใจ “ กรุณา ” บทความให้กำลังใจจาก นายแพทย์ชวโรจน์  เกียรติกำพล

เรียกได้ว่าความเจ็บป่วยแทบจะหมดความหมายเพราะความ กรุณา ย้อนกลับมาช่วยรักษาเราให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

เหตุให้ได้มาซึ่งสมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เหตุให้ได้มาซึ่ง สมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เมื่อสมาธิเกิดขึ้น สมาธิ จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา คือการเห็นสภาพจริงตามความเป็นจริง แต่ เหตุที่จะให้ได้มาซึ่งสมาธินั้นมีวิธีการอยู่ 2 ลักษณะ คือ วิธีแรก ตั้งใจทำสมถกรรมฐานไปเลย คือตั้งใจทำสมาธิอย่างเดียวโดด ๆ โดยเอาอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพ่งเทียน เพ่งดิน เพ่งไฟ ใช้คำบริกรรมภาวนา ดูลมหายใจ ดูท้องพอง – ยุบ ยกไม้ยกมือ ฯลฯ ได้ทั้งนั้น ขอเพียงทำให้จดจ่อต่อเนื่อง เพ่งอยู่ที่นั่นที่เดียว ไม่คิดถึงเรื่องอื่นใด ไม่หวังสติ ไม่หวังปัญญา มุ่งหมายเพียงเพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว กระชับ แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์นั้น เมื่อจดจ่อต่อเนื่องนานเข้า บริกรรมถี่เข้า ๆ สมาธิก็จะค่อย ๆ รวมลง จิตก็ค่อย ๆ อ่อนสลวย อ่อนโยนลง ซ่านไปที่อื่นน้อยลง อยู่กับสิ่งนั้นมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น ท่านเรียกสมาธิแบบนี้ว่า “อุปจารสมาธิ” เทียบกับการตักน้ำใส่ขันแล้วนำไปใส่ช่องฟรีซ ตอนที่เป็นวุ้นยังไม่เป็นก้อนน้ำแข็ง […]

keyboard_arrow_up