ความฝันที่อยากทำพจนานุกรมภาษาบาลีดี ๆ ให้คนเรียนบาลีได้ใช้ : พระราชญาณกวี

ความฝันที่อยากทำ พจนานุกรมภาษาบาลีดี ๆ ให้คนเรียนบาลีได้ใช้ : พระราชญาณกวี เมื่อพูดถึงภาษาบาลีแล้ว หลายคนอาจมองเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับฆราวาส แต่วันนี้ซีเคร็ตมีโอกาสได้สนทนากับพระราชญาณกวี แห่งวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก จึงได้ทราบว่าที่จริงแล้ว ภาษาบาลีมีความสำคัญและอยู่ใกล้ตัวคนไทยมากกว่าที่หลายคนคิด จนท่านเองมีความฝันในตอนที่เรียนจบเปรียญ 9 ประโยคว่า อยากทำ พจนานุกรมภาษาบาลีดี ๆ สักเล่มให้คนเรียนบาลีได้ใช้กัน   ภาษาบาลี ภาษาที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย “ ประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งจารึกพระไตรปิฎกด้วยภาษาบาลี จึงจำเป็นต้องศึกษาภาษาบาลีเพื่อเข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ความจริงภาษาบาลีก็ไม่ได้เป็นภาษาต่างประเทศสำหรับคนไทยเลย เป็นภาษาที่คนไทยคุ้นเคย ใช้ตั้งชื่อถนนหนทาง ชื่อลูกหลาน ชื่ออาคารสถานที่ ตลอดจนถึงเวลาพูดก็พูดด้วยภาษาบาลีกันเป็นประจำ เช่น คำว่า “สามัคคี” , “เมตตา” , “กรุณา” , “มุทิตา” , “อุเบกขา” คำเหล่านี้เป็นภาษาบาลีที่พูดกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเราเข้าใจภาษาบาลี เราจะเข้าใจคำสอนในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น คำว่า “ฌาน” , “ญาณ” , […]

เพื่อความเข้าใจ “ธรรมจักษุ”หรือดวงตาเห็นธรรม โดย คุณเมตตา อุทกะพันธุ์

เพื่อความเข้าใจ “ธรรมจักษุ” หรือดวงตาเห็นธรรม โดย คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ธรรมะประจำวันนี้ ขอพูดเรื่อง ธรรมจักษุ หรือดวงตาเห็นธรรม  หรือพุทธนิกาย ZEN ใช้คำว่า ชาโตริ หรือภาษาอังกฤษ คือ Enlighten นี่เป็นเรื่องของภาษาที่ต่างกัน แต่กล่าวถึงสภาวะเดียวกัน การที่จะมีดวงตาเห็นธรรมได้ เราก็จะต้องเจริญสติปัฎฐาน 4 กาย เวทนา จิต จนเข้าถึงธรรม เกิดวิปัสสนาญาณ เห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง เห็นว่าสรรพสิ่งเกิดดับว่างจากตัวตน เห็นในความเป็นเช่นนั้นเองหรือ ตถตา การรู้เห็นเช่นนี้เราเรียกภาษาพระว่า ยถาภูตะญาณทัศนะ คือ รู้ เห็น ตามความเป็นจริง รู้ด้วยญาณ ที่เรียกว่า รู้อยู่ ว่างอยู่ เห็นอยู่ สภาวะนี้แหละที่เรียกว่า ธรรมจักษุ คือ เกิดดวงตาเห็นธรรม หรือดวงตาธรรม ญาณที่กล่าวถึงนี้ เป็น รู้ ที่บริสุทธิ์ เป็นรู้ที่มีศักยภาพเปรียบประดุจเรดาร์ คือ จะรู้รอบ 360 […]

อยากหมดทุกข์ต้องปฏิบัติทุกขณะ ธรรมะจากพระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรังสี)

อยากหมดทุกข์ต้องปฏิบัติทุกขณะ ธรรมะจาก พระครูเกษมธรรมทัต (สุรศักดิ์ เขมรังสี) การประพฤติปฏิบัตินั้นเป็นเรื่องที่ทำอยู่กับตัวเราเอง ทำอยู่กับร่างกายจิตใจนี้เอง ไม่ได้ทำที่ไหน แล้วก็ทำได้ทุกขณะ กำลังยืนก็มีรูปนามอยู่อย่างนี้ กำลังนั่งก็มีรูปนามอยู่อย่างนี้ กำลังนอนก็มีรูปนามอย่างนี้ กำลังคู้ เหยียด เคลื่อนไหวมันก็มีรูปนามอยู่ กำลังกิน กำลังถ่าย กำลังนุ่งห่มเสื้อผ้า มันก็มีอยู่อย่างนี้ มีรูป มีนามเป็นเหตุเป็นปัจจัย มีผัสสะกระทบ เดี๋ยวเห็น เดี๋ยวได้ยิน เดี๋ยวรู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสคิดนึก เจริญสติหยั่งรู้เข้าสู่ภายใน ภายนอกมันก็ทำไป แต่สติสัมปชัญญะเรียกว่าสัมผัสภายใน กายที่เคลื่อนไหว แต่ว่ามีสติรับรู้ความรู้สึกเคลื่อนไหว รู้ใจที่รับรู้ นั่งอยู่ สติก็ไปรับรู้ภายใน ไปรู้ความรู้สึก ไปรู้ที่ใจที่รับรู้ นอน สติสัมปชัญญะก็ไปรับรู้ความรู้สึกที่กาย รับรู้ความรู้สึกที่จิตใจ รับรู้ตัวรู้ ยืน สติสัมปชัญญะก็ไปรู้ที่ความรู้สึกที่กายที่ยืน รู้จิตใจอยู่ มันก็มีอย่างนี้ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน มันก็มีสภาวะ มีรูปมีนามเป็นเหตุเป็นปัจจัยเกิด-ดับเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นธรรมะพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าเป็น อกาลิโก ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล […]

สมาธิวิธี โดย พระญาณวิศิษฎ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)

สมาธิวิธี โดย พระญาณวิศิษฎ์สมิทธิวีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม) ๑. วิธีนั่งสมาธิ ให้นั่งขัดสมาธิ เอาขาขวาวางทับขาซ้าย เอามือขวาวางทับมือซ้าย อุชุ กายํ ปณิธาย ตั้งกายให้ตรง คือ ไม่ให้เอียงไปข้างซ้าย ข้างขวา ข้างหน้า ข้างหลัง และอย่าก้มนักเช่นอย่างหอยนาหน้าต่ำ อย่าเงยนักเช่นอย่างนกกระแต้ (นกกระต้อยตีวิด) นอนหงายถึงดูพระพุทธรูปเป็นตัวอย่าง อุชุ จิตฺตํ ปณธาย ตั้งจิตให้ตรงคืออย่าส่งใจไปทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และอย่าส่งใจไปข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา พึงกำหนดรวมเข้าไว้ในจิตฯ ๒. วิธีสำรวมจิตในสมาธิ มนสา สํวโร สาธุ สำรวมจิตให้ดี คือ ให้นึกว่าพระพุทธเจ้าอยู่ที่ใจ พระธรรมอยู่ที่ใจ พระอริยสงฆ์อยู่ที่ใจ นึกอยู่อย่างนี้จนใจตกลงเห็นว่า อยู่ที่ใจจริงๆ แล้วทอดธุระเครื่องกังวลลงได้ว่า ไม่ต้องกังวลอะไรอื่นอีก จะกำหนดเฉพาะที่ใจแห่งเดียวเท่านั้น จึงตั้งสติกำหนดใจนั้นไว้ นึกคำบริกรรมรวมใจเข้าฯ ๓. วิธีนึกคำบริกรรม […]

ทำไมคนเราถึงอยากไปนิพพานทั้งที่ไม่รู้จัก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ทำไมคนเราถึงอยากไป นิพพาน ทั้งที่ไม่รู้จัก โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ  อันแรกต้องบอกก่อนว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน คนบางคนเป็นคนที่เขามีศรัทธา ศรัทธาก็หมายความว่า ไม่เคยเห็น แต่เขาเชื่อว่ามันมี คนกลุ่มนี้ก็จะมีหลายแบบอีก ไม่เคยเห็นแต่เชื่อว่ามี แล้วก็เชื่อสักอย่างนั้น ไม่รู้เรียกงมงายหรือเปล่า ไม่อยากเรียกว่างมงาย เรียกว่าเขาเชื่อของเขาอย่างนั้น เราก็ว่าเขาไม่ได้ อาจจะเป็นบุญชาติก่อนเขาทำดีมากก็ได้ เขาเลยเชื่อ ไอ้พวกไม่เชื่อ นิพพาน นี่อาจจะบุญน้อย ทำมาน้อยก็ได้ แต่บางคน แต่บางคนเขาไม่ใช่อย่างนั้น บางคนเขามีความเห็นว่า ถ้าพระพุทธเจ้าที่เขาศรัทธาเชื่อ ในหลวงที่เขาศรัทธาเชื่อ ผู้หลักผู้ใหญ่คนฉลาดในบ้านเมืองเชื่อ เขาเชื่อตามด้วยก็โอเค เขาเป็นคนที่บริหารความเสี่ยง พวกคุณอยู่กับวงการที่ไม่เชื่อนิพพาน คุณเคยเข้าวงการเชื่อนิพพานหรือยัง ในเมื่อคุณยังยืนอยู่ฝั่งที่ไม่เชื่อนิพพาน ปากคุณก็ตะโกนโวยวายว่า นิพพานไม่มีจริง คุณไม่ลอง ไม่ลองเสี่ยงเหรอ เขาเรียกว่า บริหารความเสี่ยง คุณไม่รู้จักคำว่า “Risk Management” หรอ ทำไมชีวิตนี้คุณต้องทื่อสักขนาดนั้น พอมีคนบอกไปทางนี้ ลึก ๆ ในจิตใจของคนพวกนี้ กลัว เสียดายความชั่วที่ทำมา ใช่ไหม เพราะฉะนั้นมันก็ตอบยาก ผมไม่ใช่เป็นคนพุทธมาก่อน […]

ฟังอย่างไรให้กิเลสขาดไปสู่นิพพาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร (พระธรรมธีรราชมหามุนี)

ฟังอย่างไรให้กิเลสขาดไปสู่นิพพาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร (พระธรรมธีรราชมหามุนี) การกำหนดรู้อิริยาบถเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร ได้เทศน์เรื่อง ” ได้ยินหนอ ” ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งการฟังหรือการได้ยินเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน การกำหนดรู้ในขณะฟังหรือได้ยินก็เป็นอีกแนวทางการปฏิบัติที่น่าสนใจ ชวนทุกท่านอ่านบทความถอดความบรรยายธรรมของท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร ค่ะ ญาติโยมเพื่อนธรรมมิตรผู้ใจบุญทั้งหลาย ตอนนี้เป็นการฟังเทศน์ปฏิบัติ เวลาฟังเทศน์ให้กำหนดไว้ที่หู เวลาได้ยินก็ “ได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ…” พอนานเข้าให้ใช้ “ยินหนอ….ยินหนอ…” เขาว่าถ้าเราฟังมาเฉย ๆ อันนั้นเราฟังมามากแล้ว เขาเรียกว่าฟังเอาบุญ ได้บุญอยู่แต่ได้บุญน้อย ได้บุญไม่มาก กิเลสไม่ขาด เพียงแต่ได้ประคองไว้เฉย ๆ แต่เราฟังแล้วกำหนดรู้ตามไป ถ้าเราฟังไปเฉย ๆ มันก็ไม่ใช่การปฏิบัติ นั้นจึงได้บุญน้อยไป ถ้าจะฟังให้ได้ประโยชน์มาก หนึ่ง ต้องฟังธรรมให้เกิดประโยชน์ ประโยชน์ในทีนี้คือประโยชน์ที่จะถึงนิพพานให้กิเลสขาด เราต้องสนใจจริง ๆ และรวมจิตใจไว้เป็นศูนย์รวมที่หู คือให้จิตมันอยู่ที่หูนั่นแหละ ได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ… กิเลสก็ขาด พอได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ กิเลสมันก็ขาด แต่ถ้าเราฟังเฉย ๆ ก็จะเป็นบุญ บุญนี้เรียกว่า กามาวจรบุญ […]

ดับความโกรธเกลียดด้วยการเจริญเมตตา โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช

ดับความโกรธเกลียดด้วยการ เจริญเมตตา โดย หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช ถ้าคนขี้โมโหอยากให้จิตใจสงบก็ต้อง เจริญเมตตา โทสะกับเมตตามันกลับข้างกัน โทสะมันเร่าร้อน คิดอะไรก็จะคิดร้ายตลอดเวลา เราก็มาคิดบวก คิดในทางดีกับคนอื่น คิดในทางดีกับสิ่งอื่น ทางที่เป็นมิตร เรียกว่าเจริญเมตตา คำว่าเมตตา คำว่าไมตรี คำว่ามิตร เป็นคำเดียวกัน รากเหง้าอันเดียวกัน อย่างเราเจริญเมตตา เริ่มจากการเมตตาตัวเองก่อนก็ได้ว่า เรารักเมตตาสิ่งที่เรารักทำง่าย เมตตาศัตรูทำยากที่สุดเลย ถ้าใจไม่ถึงก็ทำไม่ได้ เมตตาไม่ลง อยากให้มันตายเร็ว ๆ นึกไปบางคนนั่งภาวนาแล้วโมโหตัวเอง เคยเป็นไหมทำไมมันโง่อย่างนั้น โง่ 7 ชั่วโคตร ด่าบรรพบุรุษตัวเองด้วย รู้สึกโมโห อย่าไปโมโหมัน นั่งสงสารมัน โธ่น่าสงสารสัตว์ตัวนี้ทำไมมันขี้โมโหนัก น่าสงสารมันโมโหไรมันก็น่าสงสารทุกที สงสารตัวเรานี้ น่าสงสาร ถ้ามันดีจริงคงพ้นทุกข์ไปแล้ว ทุกวันนี้ก็ดิ้นกระด๊อกกระแด๊ก น่าสงสารอยากไปโหดร้ายกับมันนะ เมตตามัน ถัดจากนั้นก็เมตตาคนอื่น เมตตาคนที่เราชอบก่อน เมตตาคนที่เราชอบมันทำง่าย แล้วก็เมตตาคนที่กลาง ๆ ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียด ถ้าขั้นสุดเลยนะเมตตาศัตรู ทำได้ไหมเรานึกถึงคนที่เราเกลียดดูสิ บางทีเกลียดหมาข้างบ้าน มันชอบเห่า […]

อานิสงส์ของการมีครู ธรรมะจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร

อานิสงส์ของการมีครู ธรรมะจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร (หลวงปู่หลุยบันทึกถึงพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ไว้ว่า) สานุศิษย์ที่อยู่ด้วยมีการปฏิบัติ คือ จิตไม่ออกรับเหตุภายนอก จิตเยือกเย็น ขนหัวลุก จิตกลัวเกรงท่านมาก ดุจท่านเห็นจิตของเราอยู่เสมอ จิตของเราพิจารณาต้นเหตุผลอยู่เสมอ ไม่นอนใจ ฉะนั้นสานุศิษย์จึงมีสติเร็ว รู้เร็ว เห็นธรรมะเร็ว ผู้มีวาสนาน้อยไม่ติดตามท่านเพราะข้อวัตรของท่านเข้มแข็ง น้ำใจเด็ดเดี่ยวเหมือนเพชร ท่านพูดมีธรรมะภายใน ภายนอกเป็นที่อ้างอิง สานุศิษย์เข้าหาท่านร้อน ทำให้จิตผู้น้อยค้นคว้าหาเหตุผล เมื่อออกมาแล้วจิตจึงเห็นอานิสงส์ เมื่ออยู่กับท่านไปแล้วยิ่งเห็นอัศจรรย์ใหญ่ ท่านเป็นคนเกรงใจคน ท่านเป็นคนใหม่ในตระกูลทั้งหลาย ไม่ติดอามิสและติดตระกูล เป็นคนชอบสันโดษ ไม่ยุ่งกังวลทุกอย่าง อธิบายธรรมะแยบคายมาก อามิสได้ด้วยการเป็นเอง กินอร่อยดุจแมลงภู่ชมเกสร มีความรู้เท่าทันเหตุผล มีญาณความรู้ทุกเส้นขน เป็นคนราค(จริต) กับโทสจริต ท่านได้พูด ทำ ลงไปแล้วไม่มีใครคัดค้าน สติปัญญาแน่นหนามาก หาที่จะชอนเข็มมิได้ (เป็นนักรู้นักปฏิบัติ) พูดไม่เกรงใจคน พูดถูกธรรมะก็เป็นอันที่แล้วกัน มีจิตน้อมไปเพื่อปฏิบัติให้สิ้นทุกข์ทีเดียว ไม่พูดตลกคะนอง   ที่มา : หนังสือ จันทสาโรบูชา โดย […]

“รับความจริงได้ย่อมไร้ทุกข์” ธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

“รับความจริงได้ย่อมไร้ทุกข์” ธรรมะจาก พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่กับความเป็นจริง แต่ชอบอยู่กับความปรารถนาหรือความต้องการของตนเอง พฤติกรรมดังกล่าวจึงนำความทุกข์มาให้โดยไม่รู้ตัว การอยู่กับความปรารถนาหรือความต้องการคืออะไร แต่ละวันเรามักจะคิดอยากให้สิ่งนี้เป็นอย่างนั้น อยากให้สิ่งนั้นเป็นอย่างนี้ มากมายต่าง ๆ นานา จนเป็นความเคยชินหรือเป็นพฤติกรรมของจิต เช่น เมื่อขับรถหรือนั่งรถไปบนท้องถนนก็ไม่อยากให้รถติด ไม่อยากเจอสัญญาณไฟแดง ไม่อยากให้รถคันอื่นมาตัดหน้า อยากให้ถึงที่หมายเร็ว ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่อยู่กับความต้องการของตนเองทั้งสิ้น ครั้นเมื่อเจอรถติด เจอสัญญาณไฟแดง เจอรถคันอื่นปาดหน้า ไปถึงที่หมายช้ากว่ากำหนด ก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิด เครียด หรือโกรธ อาการเหล่านี้คือความทุกข์ หากอยู่กับความเป็นจริงจะอยู่อย่างไร อยู่อย่างรู้เห็นตามความเป็นจริง นั่นคือเมื่อเจอรถติดก็รู้และยอมรับว่ารถติด ต่อให้คิดอย่างไรรถก็ยังติดตามเหตุของมันเมื่อเจอสัญญาณไฟแดง หากยังเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ต่อให้คิดจนตายก็ยังติดไฟแดงอยู่นั่นเอง เมื่อมีรถคันอื่นปาดหน้า ก็รู้ว่าเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นและผ่านพ้นไปแล้ว ต่อให้โกรธหรือด่าแช่งชักหักกระดูกผู้ขับรถปาดหน้าอย่างไร ก็แก้ไขเหตุการณ์นั้นไม่ได้ เมื่อรถติด ไปไม่ทันเวลา ก็ยอมรับความเป็นจริงว่าไปไม่ทันเวลา จะคิดขุ่นเคืองโทษสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้ไปไม่ทันเวลาอย่างไรก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ การอยู่กับความเป็นจริงและยอมรับความเป็นจริงจึงไม่ทำให้เครียด ไม่ต้องทุกข์ แต่มิใช่ว่าจะต้องยอมจำนนต่อปัญหาที่เกิดขึ้น หากรู้ว่าเส้นทางที่จะไปรถติด ก็เผื่อเวลาเดินทางให้มากขึ้นหรือไปเส้นทางอื่นที่รถไม่ติด แต่ถ้ารถยังติดก็ยอมรับความเป็นจริงและหาวิธีปรับเปลี่ยนแก้ปัญหาไปเรื่อย ๆ   ที่มา : […]

ถ้าทำบุญมาก วิบากกรรมจะลดลงหรือไม่ เบื้องหลังการทำงานของบุญ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

ถ้า ทำบุญมาก วิบากกรรมจะลดลงหรือไม่ เบื้องหลังการทำงานของบุญ โดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ การ ทำบุญมาก จะช่วยลดวิบากกรรมลงได้หรือไม่ หรือพลังแห่งบุญจะช่วยลดพลังแห่งบาปที่ทำไว้ได้ไหม มาหาคำตอบไปด้วยกันกับบทความธรรมะของพระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ ในชีวิตของแต่ละคน มันมีกำลัง 2 อย่างอยู่ในจิตใจ ความดีที่เราทำทุกครั้งเป็นกำลังฝ่ายบุญ ความชั่วที่เราทำทุกครั้งเป็นกำลังฝ่ายบาป ที่มันสะสมอยู่ในใจของเรา ในใจของเราจึงเป็นการต่อสู้กันระหว่างความดีกับความชั่ว ฝ่ายไหนมีกำลังมาก ฝ่ายนั้นมันชนะเลย บางทีเราก็ยับยั้งชั่งใจ จะไปดีหรือไม่ไปดี สถานที่นั้นไม่ไปดีกว่า แสดงว่าเราหักห้ามที่จะไม่ไปตาม แต่บางทีรู้ว่าไม่ดีก็ยังไปอีก ไปเที่ยวดีไหมหนอ วันนี้เพื่อนชวนไป จะไปย่ำราตรีสักหน่อย ไปเที่ยวผับ เที่ยวบาร์ เที่ยวอะไรต่าง ๆ จะไปดีหรือไม่ ตัดสินใจแล้วนะ สู้แล้วนะ แล้วถามว่าไปหรือไม่ไป ผลสุดท้ายไปไหม เราก็รู้ว่าไปแล้ว มันก็เสียสุขภาพ กว่าจะกลับก็ดึกดื่น เสียเงินเสียทอง แล้วบางทีมันเสียอย่างอื่นมากกว่านี้อีก สร้างนิสัยที่เสีย แล้วไปมีเรื่องมีราวกลับมาอีก โทษของมันมากเยอะแยะเลย แต่มันเอาแค่ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ มันก็คิด คิดต่อสู้กัน ระหว่างฝ่ายดีกับฝ่ายชั่ว ถ้าเราตัดสินใจว่า ไปดีกว่า แสดงว่าฝ่ายชั่ว […]

ปัญหาธรรมประจำวัน : ถ้า ได้รับแรงกดดัน ในการทำงาน ธรรมะอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง

ปัญหาธรรมประจำวัน : ถ้า ได้รับแรงกดดัน ในการทำงาน ธรรมะอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง ปัญหาธรรม : ถ้า ได้รับแรงกดดัน ในการทำงาน ธรรมะอะไรที่พอจะช่วยได้บ้าง ตอบปัญหาธรรม : สติ เป็นสิ่งที่ช่วยได้ การที่เขาได้รับแรงกดดัน ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตประจำวัน มันทำให้เกิดความเครียด ความกดดัน เกิดความวิตกกังวล เกิดความโกรธ เกิดความเสียใจต่าง ๆ มันมาจากการที่จิตของเราไหลไปกับอารมณ์ จมอยู่กับความคิด และส่วนใหญ่ความคิดทำให้เราจมอยู่กับความคิดลบ ชอบคิดเรื่องแย่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องชาวบ้านคิดเยอะเลย มันคิดไปเรื่อย การที่จะหลุดจากอาการจมอยู่กับความคิดได้ ต้องอาศัยการฝึกฝนอบรมสติปัฏฐาน ในขณะที่มีสติ มีความรู้สึกตัวขึ้นมา มันจะหลุดออกจากความคิด หลุดออกจากอารมณ์ต่าง ๆ วิธีการฝึกสติเป็นอะไรที่ง่ายมาก ๆ มันคือการปลุกความรับรู้ขึ้นมา อย่างนั่งอยู่ ก้มสัมผัสพื้นก็รู้ ขาสัมผัสพื้นก็รู้ กายที่นั่งอยู่ก็รู้ รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมาอยู่เสมอ ลองฝึกดูในขณะที่การรับรู้เกิดขึ้นมา มันหลุดออกจากความคิด หลุดออกจากอารมณ์ต่าง ๆ ถ้าเราฝึกไปมาก ๆ เข้า […]

อธิษฐานที่เป็นจริงได้โดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย ท่านปิยโสภณ 

อธิษฐาน ที่เป็นจริงได้โดยไม่พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดย ท่านปิยโสภณ สมมติว่าเราไป อธิษฐาน ต่อหน้าพระแก้วมรกต มันเป็นสัจจะปฏิญาณนะ สัจจะปฏิญาณ เราไปถือคำสัตย์ ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ส่วนใหญ่แล้ว เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น เป็นประจักษ์พยาน อาจจะเป็นรูปเคารพก็ได้ อาจจะเป็นบุคคล เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นพ่อแม่ของเรา หรือเป็นบุคคลที่เราเคารพนับถือ เวลาที่เราจะคืนดีกัน เราไปอธิษฐาน เหมือนกับว่าท่านนั่งดู ท่านเป็นประจักษ์พยานเรา รูปคุณพ่อคุณแม่นั่งอยู่ตรงนี้ ลูกทะเลาะกัน จะคืนดีกันก็ไปอธิษฐานต่อหน้ารูปของคุณพ่อคุณแม่ ว่าลูกจะคืนกันแล้ว จะไม่ทะเลาะกัน พ่อแม่ตายไปนานแล้ว แต่ว่ามีรูปเหลืออยู่เป็นประจักษ์พยาน เราไปอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นเดียวกัน สิ่งที่เราได้คืออะไร ได้ความรู้สึกว่าเราผิดพลาดไม่ได้ เราผิดไม่ได้ เพราะอะไร เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์จริง เพราะฉะนั้นคำอธิษฐานจะต้องเต็มไปด้วยสติ ด้วยวิริยะ ด้วยอุตสาหะ ด้วยความพากเพียร ด้วยความรอบคอบ นั่นแหละ คือเกราะป้องกัน แต่ถ้าบนบานศาลกล่าว เต็มไปด้วยความเหลิง ระเริงใจ เพราะคิดว่า โอ้โห สบายแล้ว การมีอำนาจดลบันดาลมาช่วยกับการไม่มีอำนาตดลบันดาลมาช่วย ความเป็นมนุษย์จึงต่างกันเลย ทักษะสมรรถนะ หรือจิตใจของมนุษย์ มันจึงแตกต่างกันระหว่างคนทั้งสองนี้ […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ควรแก้ไขอย่างไรดีเวลาถูกคนนินทาแล้วมักโกรธ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ควรแก้ไขอย่างไรดีเวลา ถูกคนนินทา แล้วมักโกรธ ปัญหาธรรม : ควรแก้ไขอย่างไรดีเวลา ถูกคนนินทา แล้วมักโกรธ ตอบปัญหาธรรม : โกรธสั้น ๆ ดีไหมคะ เอาแค่รำคาญหรือบางทีเราก็เห็นว่า ถ้าคิดเชิงบวกก็อาจจะตลกไปเลย แต่จริง ๆ มันมาสั้น ๆ มันมาสั้น ๆ พอรำคาญก็รู้ว่ารำคาญ หรือถ้าเผื่อมันไม่รู้ตอนรำคาญ มันโกรธไปแล้วก็ไม่รู้ตอนโกรธ แต่ไม่รู้ตอนเดี๋ยวเถอะมึง เดี๋ยวเถอะมึง จะเอาคืนแล้ว วางแผนพยาบาท พร้อมที่จะแบบเข้าไปแบบเหมือนทำลายแล้ว ถอนหายใจบ้าง แล้วก็มองทุกอย่างอย่างที่รู้ว่า คนที่ทำให้เราโกรธก็ทุกข์มากแล้ว เราก็กำลังอยู่ในนรกอีกคนหนึ่ง เพื่อที่จะแย่งชิงว่าใครจะเป็นคนที่โกรธแล้วชนะที่สุด พิสูจน์ทั้ง ๆ ที่เราก็เหมือนแบบอยู่ในกระทะร้อน  ๆ แต่อยากใส่มงกุฎ อันนี้น่าสงสารมาก คิดว่าถ้าไม่ไหวจริง ๆ เดินออกไปที่ไหนก็ได้ เว้นวรรคบ้างแล้วก็อย่าเพิ่งนึกถึงเรื่องราวเดิม ๆ เหมือนเรายังอ่อนแออยู่เราก็ไปชาร์จพลังงานก็ได้ มาเสถียรธรรมสถานก็ได้ที่นี่ เดินอย่างมีภาวนากับความโกรธ ให้เห็นว่าหนึ่งจงกรม ความโกรธหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เรื่องนี้หายไปเรื่องใหม่มาอีกอย่างนี้ อย่าสร้างอุปนิสัยตามส่งอย่างนี้เลย มันจะกลายเป็นคนที่มีโรคร้าย […]

ทำงานอย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ 

ทำงาน อย่างไรให้มีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เรื่องการทุ่มเททำงานจนสุดชีวิต มันก็ต้องมีสติด้วย หนึ่ง เจ้านายคุณชั่วร้ายหรือเปล่า คุณไปทุ่มชีวิตนี้เพื่อคน ๆ หนึ่ง แล้วสุดท้ายเจ้านายคุณออกไปตัดต้นไม้ ทำลายป่า ขนเงินออกต่างประเทศ หรือว่าสร้างบาปมากมาย ผมว่าคุณ ทำงาน ให้ผิดคนแล้ว อันที่สอง คุณบอกคุณทำงานสุดชีวิตเลย งานของคุณเป็นกุศลหรือเป็นอกุศล งานของคุณทำร้ายใครบ้าง งานของคุณ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้ใครหรือเปล่า อันที่สาม ถ้างานของคุณเป็นงานกุศล งานดี มีประโยชน์ แล้วคุณทุ่มสุดชีวิตเลย ต้องถามว่ามีสติหรือเปล่า เคยมองไหมว่ามนุษย์เราต้องการความสมดุล คุณประสบความสำเร็จในการทำงาน บนน้ำตาของลูกเมียของคุณ คุณว่ามันใช่หรือเปล่า คุณประสบความสำเร็จบนสุขภาพที่ย่ำแย่ ตอนแก่คุณเอาเงินไปไหน คุณรู้ไหม คุณทำงานหาเงินเพื่อเอาเงินก้อนนี้ ไปจ่ายให้โรงพยาบาล ถามว่าคุณใช่หรือเปล่า ต่อมาคุณทำงานเต็มที่เลย พ่อแม่เคยไปเยี่ยมหรือยัง ติดนิสัยสันดาน คนอกตัญญู บ้าแต่งาน คุณลืมพ่อ ลืมแม่คุณได้ไง พ่อเฒ่าแม่แก่ คุณเอาพ่อเฒ่าแม่แก่คุณไปขังไว้ในหมู่บ้านจัดสรร แล้วคุณก็นึกว่าคนแก่เขาจะอยู่ได้เหรอ คนแก่เขากินความรักเป็นอาหาร ถูกไหม คุณไปเห่อลูกคุณ ถ่ายลงFacebook […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ทำไมการภาวนาจึงเป็นยอดแห่งบุญ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : ทำไมการภาวนาจึงเป็น ยอดแห่งบุญ ปัญหาธรรม : ทำไมการภาวนาจึงเป็น ยอดแห่งบุญ  ตอบปัญหาธรรม :  การภาวนาเป็นตัวสุดท้ายของบุญกิริยาวัตถุ 10 เพราะภาวนานั่นก็คือพัฒนาจิต เป็นสมถภาวนากับวิปัสสนาภาวนา สมถภาวนาก็ได้อภิญญา 5 สูงสุด ความรู้สูงสุดที่เขาเรียก ญาณ โลกียญาณหรืออภิญญา 5 แต่วิปัสสนาภาวนาได้ปัญญาเห็นแจ้ง ตัวนี้ที่ทำให้พ้นทุกข์ บุญไหม จะใส่บาตร 100 ชาติก็สู้นั่งหลับตา พองหนอยุบหนองไม่ได้ นี่ไงคือการกำจัดกิเลส พอเกิดปัญญาเห็นแจ้ง เอาปัญญาเห็นแจ้งมากำจัดกิเลสที่อยู่ในใจ ให้มันหมดไป นี่เขาเรียกว่า ผู้ไม่ประมาท พอหมดไปก็เป็นจิตบริสุทธิ์ล้วน ๆ บริสุทธิ์ล้วน ๆ ก็โคจรไปอยู่ในมิติที่บริสุทธิ์ นิพพาน นี่ไง บุญใหญ่ ใส่บาตร 100 ชาติก็เข้าไม่ถึงนิพพาน ทำอะไรก็ไม่เข้าถึงนิพพาน เพราะอะไร เพราะเจตสิกที่เป็น โลภ โกรธ หลง เมตตา สติปัญญา มันยังมีอยู่ในใจ มันขจัดไม่ออก แต่ถ้ามาปฏิบัติธรรม […]

แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เวลาเราเห็นผิด เราเปลี่ยนเป็นถูก เวลาใดเป็นทุกข์ เราเปลี่ยนเป็นความไม่ทุกข์ เวลาใดเห็นมันโกรธ เราเปลี่ยนเป็นไม่โกรธ จุดนี้เป็นกรรมของเรา คนอื่นช่วยไม่ได้หรอก ความคิด เวลาใดที่เราคิด คนอื่นมาเห็นกับเราไม่ได้ เราเห็นเอง ความโกรธ คนอื่นก็ไม่เห็น เราต้องเห็นเอง ความโลภ ความหลง กิเลส ตัณหา ราคะ ความง่วงเหงาหาวนอน คนอื่นไม่เห็น เราเห็น คนอื่นอาจจะเห็นบ้างจากลักษณะภายนอก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเห็นขึ้นมา เราก็แก้ได้ ก็ลองแก้ลองดู อย่าเพิ่งไปหมดตัวกับมัน พอมันง่วงก็หลับตาปี๋เข้าไป หาว อ้าปาก ก็เรียกว่าร่วมกับมัน เป็นแนวร่วมไปกับมัน มันก็ง่วงง่าย เราหาวิธีดูซิ พอมันง่วงทำอย่างไร อย่าเพิ่งไปยอมแพ้มัน สู้มันสักหน่อย อาจจะไปมองท้องฟ้า มองยอดไม้ ดูวัน ดูเวลา ดูทิศ ดูทาง เอาความรู้สึกออกไปไกล ๆ มองก้อนเมฆ ท้องฟ้า ทำความเห็นว่าเวลานี้เป็นเวลากลางวัน ไม่ใช่เวลานอน […]

“บุญ” เปลี่ยนแปลงชีวิต บทความธรรมะดี ๆ โดย ดร.สนอง วรอุไร

“บุญ” เปลี่ยนแปลงชีวิต บทความธรรมะดี ๆ โดย ดร.สนอง วรอุไร ดร.สนอง วรอุไร ได้กล่าวถึงวิธีการสร้างบุญบารมีไว้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง บุญสามารถ เปลี่ยนแปลงชีวิต ของเราได้ ลองมาอ่านกันค่ะว่า ดร.สนอง วรอุไร กล่าวเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง คำว่าชะตากรรมหมายถึงการทำอะไรก็ตาม คิด พูด ทำแล้ว มันจะถูกเก็บสั่งสมไว้ในดวงจิตอัตโนมัติ อันนี้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ พลังงานมันเก็บพลังงานอันนี้ได้ เหมือนเราเอาเหล็กไปวางไว้กลางแจ้ง ความร้อนจากดวงอาทิตย์มันก็เข้าสั่งสมในเหล็ก บุญก็แบบเดียวกัน เราทำอะไรแล้วนี่มันก็สั่งสมอยู่ในดวงจิต เพราะดวงจิตนี้เป็นพลังงาน แล้วก็ถ้าเราทำดี มันก็สั่งสมดีก็เป็นบุญ ถ้าเราทำไม่ดีอกุศลกรรม มันก็เป็นบาปสั่งสม เมื่อจิตมันหลุดออกจากร่าง แล้วถูกพลังของบุญผลักดันมันก็ผลักดันไปสู่สุคติ มนุษย์ สวรรค์ พรหม แต่ถ้าบาปผลักดันอกุศลกรรม มันก็ผลักดันไปสู่ทุคติภูมิเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุกรกาย สัตว์นรก ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานจนไปถึงนรก ถามว่าศีล 5 ครบไหม ก็เขาไม่ครบเขาจึงไปเกิดเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเราเกิดเป็นมนุษย์ ศีล 5 ข้ออย่าให้ขาดเพราะศีล 5 สามารถพัฒนาจิตให้เป็นพระโสดาบัน […]

ดับ “ตัวกู” ได้ย่อมหมดทุกข์ ธรรมะจาก พระไพศาล วิสาโล

ดับ “ตัวกู” ได้ย่อมหมดทุกข์ ธรรมะจาก พระไพศาล วิสาโล ท่านพุทธทาสภิกขุได้แนะนำวิธีปฏิบัติหลายประการเพื่อการละวางตัวตน วิธีหนึ่งก็คือฝึก ความดับไม่เหลือ กล่าวคือ ทุกเช้าหรือก่อนนอนให้สำรวจจิตเป็นสมาธิ แล้วพิจารณาให้เห็นว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเราหรือของเราแม้แต่สักอย่างเดียว รวมทั้งพิจารณาว่าการเกิดเป็นอะไร ไม่ว่าเป็นแม่ เป็นลูก เป็นคนรวย เป็นคนจน เป็นคนดี เป็นคนชั่ว เป็นคนสวย เป็นคนขี้เหร่ ก็ล้วนแต่มีทุกข์ทั้งนั้น “เกิด” ในที่นี้ท่านเน้นที่ความสำคัญมั่นหมายหรือติดยึดว่าเป็นนั่นเป็นนี่ เมื่อเห็นแล้วให้ละวางความสำคัญมั่นหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิด “ตัวกู” ว่าเป็นนั่นเป็นนี่ (แต่การทำหน้าที่ตามสถานะหรือบทบาทดังกล่าวก็ยังทำต่อไป) เป็นการน้อมจิตสู่ความดับไม่เหลือแห่งตัวตน เมื่อทำจนคุ้นเคยก็นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เมื่อใดที่ตาเห็นรูป หรือหูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายได้สัมผัส หรือจิตนึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นมา ก็ให้มีสติเท่าทันทุกคราวที่ตัวกูเกิดขึ้น นั่นคือเมื่อเห็นก็สักว่าเห็น ไม่มีตัวกูผู้เห็น เมื่อโกรธก็เห็นความโกรธเกิดขึ้น ไม่มีตัวกูผู้โกรธ เป็นต้น การปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปเพื่อดับตัวกูไม่ให้เหลือ ซึ่งก็คือทำให้ตัวกูตายไปก่อนที่ร่างกายจะหมดลม   ที่มา – หนังสือ ระลึกถึงความตายสบายนัก โดย ชมรมกัลยาณธรรม นำมารวมอยู่ในหนังสือ […]

keyboard_arrow_up