“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

“ชีวิตคือความตาย” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ เมื่อรู้แจ้งชัดว่าชีวิตและความตายคือสิ่งเดียวกัน ย่อมพ้นจากความกลัวทั้งปวงและเข้าถึงความสุขอย่างยิ่ง การดำเนินชีวิตของปุถุชนล่องลอยไปตามกระแสของสังสารวัฏแห่งการเกิดและการตาย และความน่าสะพรึงกลัวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะเราไม่เห็นโทษภัยของสังสารวัฏ จึงมีแต่ปัญหาอันหาที่สุดมิได้ การดำเนินชีวิตของวิสุทธิบุคคลย่อมนำไปสู่ทัศนะที่ถูกต้อง เป็นการเรียนรู้ตนเองที่กำลังดำเนินอยู่ในสังสารวัฏจนเกิดความเข้าใจที่แท้จริงจากประสบการณ์ตรงต่อสัจจะ เข้าใจชีวิต เข้าใจโลก เข้าใจจักรวาลตามที่มันเป็น จนจิตใจเป็นอิสระจากความยึดถือในสิ่งที่เคยสำคัญผิดทั้งปวง สภาวะตามที่รู้แจ้งชัดในขณะบำเพ็ญภาวนาคือประสบการณ์ที่เป็นกัลยาณมิตรอันประเสริฐ เราจึงจำเป็นต้องแสวงหามันเพื่อเป็นประทีปส่องทางของชีวิต ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ** (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นที่พึ่ง) เพื่อสั่งสมบ่มเพาะอริยทรัพย์และความเจริญยิ่งในธรรม เราต้องตระเตรียมพวงแพเพื่อใช้ข้ามสายธารอันเชี่ยวกรากแห่งสังสารวัฏ ด้วยการเจริญจิตตภาวนาโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นนิกายใด ศาสนาใด ย่อมกำจัดอุปสรรคและขวากหนามทั้งปวงลงได้ คำสอนของพระพุทธองค์ย่อมคงทนต่อการพิสูจน์ด้วยปัญญาญาณ แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาเป็นพัน ๆ ปี แต่ก็ยังคงความมั่นใจมาให้แก่ผู้เข้าถึงความจริงอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้แจ้งชัดว่าชีวิตในทุกขณะที่เรากำลังดำเนินอยู่คือความเป็นพุทธะ (ความสิ้นสุดของอัตตาตัวตน)   **ธมุมทีโป ธมฺมสรโณ (มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมป็นที่พึ่ง) ที่มา : ทีมนิกาย มหาวรรค…ไตร-เล่มที่ 10 ข้อ 93 หน้า 119   ที่มา  ทางสายกลางสู่อิสรภาพแห่งชีวิต โดย หลวงพ่อโพธินันทะ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ Photo by […]

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจากเหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร

ถ้ารู้สึกหวาดกลัวอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์รุนแรงที่โคราช เราควรวางใจอย่างไร โดย พระวรท ธมฺมธโร จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์อยู่ แม้ว่าจะกลับมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์นั้นก็ยังหลอกหลอนอยู่ในจิตใจของเรา ทำให้ใจเราเกิดความกลัวขึ้น เช่นกลัวสถานที่เกิดเหตุ ทำให้ไม่กล้าที่จะไปสถานที่นั้น ๆ อีกพักใหญ่ หรือกลัวคนที่กระทำความผิดแบบนี้อีก หากเรากลัวสถานที่นั้น ๆ ให้เราทำความเข้าใจว่า ความผิดหรือความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นที่สถานที่โดยตรง แต่เกิดขึ้นที่จิตใจคนต่างหาก ดังนั้นความชั่วร้ายไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ สถานที่ก็อยู่ของมันอย่างนั้น ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย ในเมื่อความชั่วร้ายเกิดขึ้นที่จิตใจและจิตใจที่มีสภาพอย่างนั้นก็อยู่ในตัวบุคคลที่ชื่อว่าคนร้าย บัดนี้ คนที่ได้ชื่อว่าคนร้าย ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว เมื่อตัวบุคคลตายจากโลกนี้ไปแล้ว ความชั่วร้ายที่อยู่ในจิตใจคน ๆ นั้นก็สลายหายไปแล้วเช่นกัน และผู้ที่ได้รับวิบากกรรมจากเหตุการณ์นั้น คือผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตก็ได้รับไปหมดแล้ว  ไม่มีใครจะต้องได้รับวิบากจากความชั่วร้ายที่เกิดขึ้นในจิตใจของคนร้ายคนนั้นอีกต่อไป จึงเท่ากับว่าความโกรธแค้น การทำร้าย การฆ่า ที่มาจากคน ๆ นั้นจึงจบสิ้นไปแล้ว ความตายหรือความเจ็บจากเหตุการณ์นั้นจึงจบแล้วเช่นกัน ความจริงในปัจจุบันขณะจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติทันที เมื่อความจริงในปัจจุบันเป็นสภาพปกติแล้ว แต่ที่ยังไม่ปกติกลับกลายเป็นจิตใจของเราเองต่างหาก เมื่อเราไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นอดีตไปแล้ว ใจเราก็เกิดความกลัว ผวา หลอกหลอน เพราะเราปรุงแต่งมันขึ้นมาเอง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่ใจเรา ดังนั้นเราจึงต้องแก้​ที่ใจ วิธีแก้คือเราต้องมีสติอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน […]

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

อุบายการพิจารณาด้วยปัญญา ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ – ขอทำความเข้าใจกับนักปฏิบัติดังนี้ การพิจารณาด้วยปัญญานั้น จะพิจารณาได้ทุกอิริยาบถ จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ใช้ปัญญาพิจารณาได้ทั้งนั้น และก็เป็นอุบายการพิจารณาอย่างเดียวกัน ส่วนอุบายที่นำมาพิจารณานั้นต้องอาศัยเหตุการณ์ที่เป็นหลักความจริงและพิจารณาให้ลงสู่ไตรลักษณ์ทุกครั้งไป การพิจารณากายต้องยกเอาธาตุ 4 ขันธ์ 5 มาเป็นต้นเหตุ และอาศัยสัญญา สมมติเป็นแนวทางของปัญญาไปก่อน ถ้าไม่อาศัยสัญญาและสมมติเป็นเหตุแล้ว การใช้ปัญญาก็จะขยายออกไปไม่ได้ เหมือนกันกับเด็ก ถ้าไม่มีที่เกาะพอพยุงตัวช่วยแล้ว การยืน การเดิน ก็จะล้มตัวได้ง่าย ถ้ามีที่เกาะพอพยุงช่วยตัวเองได้ เด็กก็จะค่อย ๆ ฝึกตัวเองให้ยืนเดินไปได้จนกว่ากำลังกายและความชำนาญพร้อมแล้ว ถึงจะไม่มีสิ่งอื่นช่วยก็ลุกเดินไปได้โดยกำลังตัวเองอย่างคล่องตัวนี้ฉันใด การฝึกปัญญาในช่วงแรกนั้น ก็ต้องอาศัยสัญญาและสมมติมาเป็นหลัก เพื่อเป็นสนามฝึกให้ปัญญาเกิดความเคยชินและชำนาญในการค้นคิดให้ถูกกับความเป็นจริง เรียกว่าจริงสมมติฉันนั้น ถึงจิตยังไม่ยอมรับความจริงตามปัญญาก็ตาม การพิจารณาก็ต้องค้นคิดกันไปอย่างต่อเนื่อง เหมือนเด็กที่เรียนหนังสือในขั้นต้น เด็กยังไม่เข้าใจในหลักการและยังไม่เข้าใจในการสอนของครู แต่ครูก็ต้องสอน อธิบายวิชาต่าง ๆ ให้เด็กฟังอย่างซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายครั้งหลายหนจนเด็กเกิดความเคยชิน ความรู้และวิชานั้น ๆ ครูสอนไปอย่างไร ความเข้าใจของเด็กก็จะค่อยซาบซึ้งเข้าไปในหัวใจเด็กได้นี้ฉันใด การใช้ปัญญาสอนจิตก็ต้องอาศัยความหมั่น […]

วัดสุทัศนเทพวราราม ดาวดึงส์สวรรค์บนผืนพิภพ

วัดสุทัศนเทพวราราม ดาวดึงส์สวรรค์บนผืนพิภพ วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระอารามที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โดยพระองค์ทรงตั้งพระทัยให้มีพระอารามประดิษฐานในพระนคร ในครั้งนั้นพระองค์ตั้งนามวัดว่า “วัดมหาสุทธาวาส” ต่อมาสร้างเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงเปลี่ยนนามวัดนี้ว่า “สุทัศนเทพวราราม” เป็นชื่อเมืองบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วัดแห่งนี้จึงไม่ต่างจากการจำลองดาวดึงส์สวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์       วัดสุทัศนฯ งดงามด้วยความผสมผสานระหว่างศิลปะไทยและจีน คือสถาปัตยกรรมและแผนผังแบบวัดสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น ระเบียงคดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายคล้ายกับวัดพุทไธศวรรย์ที่พระนครศรีอยุธยา และตกแต่งวัดด้วยตุ๊กตาหินจีน หรือ อับเฉา ตัวอย่าง เช่น ถะจีน คือเจดีย์ศิลปะแบบจีนที่วางอยู่รอบพระวิหาร หรือตุ๊กตาขุนพล ขุนนาง สตรีจีน และเทพเซียนในคติศาสนาเต๋า     พอเข้ามาภายในวัดจากประตูที่มาทางเสาชิงช้า จะพบกับเก๋งจีนกับตุ๊กตาจีนหน้าพระวิหาร เมื่อเข้ามาภายในพระวิหารจะพบกับพระประธานองค์ใหญ่นามว่า “พระศรีศากยมุนี” รัชกาลที่ 2 ทรงอาราธนามาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย จิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์ ชาดก รวมทั้งความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีเรื่อง “ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา”  เช่น สวรรค์ เทวดา สัตว์หิมพานต์ นรก […]

เมื่อหลวงปู่ดูลย์รอดตายจากสัตว์ร้ายในป่า

เมื่อ หลวงปู่ดูลย์ รอดตายจากสัตว์ร้ายในป่า ตามปกติ หลวงปู่ดูลย์ จะพำนักในเขตอารามเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น หากเป็นช่วงออกพรรษา ท่านมักพาคณะภิกษุสามเณรออกธุดงค์ไปในป่าลึกที่มีสัตว์ป่าชุกชุม โดยเฉพาะป่าเทือกเขาพนมดงรักทางตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์ บางครั้งธุดงค์ไปไกลถึงขั้นเข้าเขตแดนประทศกัมพูชาเลยทีเดียว ครั้งหนึ่งท่านพาลูกศิษย์ที่เป็นสามเณร คือสามเณร์โชติกับสามเณรทอน ออกธุดงค์ไปตามเทือกเขาพนมดงรัก มุ่งหน้าไปยังเขาพระวิหาร เข้าเขตจอมกระสานในประทศกัมพูชา การเดินทางเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะต้องเดินฝาปารกที่มีสัตว์ร้ายชุกชุม พระธุดงค์ เสือ หมี ช้าง และควายป ต่างต้องใช้ส้นทางของป่าร่วมกัน และมีโอกสประจันหน้ากันได้ทุกนาที ขณะที่หลวงปู่เดินนำหนห่างจากสามณรทั้งสองพอควรเหตุการณ์ระทึกขวัญก็เกิดขึ้น ควายป่าตัวใหญ่ท่ทางดุร้ายวิ่งผ่านมาด้วยความตื่นตระหนก ภัยร้ายมาถึงสมณะทั้งสามโดยมิทันได้ตั้งตัว สามเณรทั้งสองรีบปืนขึ้นต้นไม้ด้วยอากาศตกใจและรอดจากเขาโง้งคมกริบหวุดหวิด ทว่าขณะเหนี่ยวกิ่งไม้หนีภัยอยู่นั้น กลับต้องเห็นภาพที่น่าอกสั่นขวัญแขวน ควายป่าควบเท้าวิ่งเข้าหาร่างของหลวงปู่ดุลย์อย่างมุ่งร้าย มันขวิดเข้าเต็มกำลังจนท่านกระเด็นล้มลง หนำซ้ำยังเข้าไปขวิดร่างที่ห่มจีวรนั้นซ้ำอีกหลายตลบก่อนที่จะวิ่งเตลิดหายไปในราวป่า จิตใจของสามเณรทั้งสองไม่ค่อยสู้ดีนักเมื่อเห็นเศษจีวรของหลวงปู่ขาดป่นไม่มีชิ้นดี แต่เมื่อลงจากต้นไม้เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ  ก็ใจชื้นเมื่อเห็นว่หลวงปู่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงเล็กน้อย เขาควายป่าอันแหลมคมคลาดจากร่างกายของท่านไปอย่างน่าอัศจรรย์ สามเณรโชติและสามเณรทอนต่างดีใจ แต่ก็ประหลาดใจจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ต่อมาเมื่อสามเณรเล่าเหตุการณ์น่าระทึกนี้ ให้ญาติโยมฟัง ทุกคนต่างเล่าลือว่าหลวงปู่ดูลย์มีเครื่องรางหรือ คาถากันภัยสุดขลัง แต่ท่านยืนยันว่า “อาตมามิได้มีปาฏิหาริย์” หากจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดคุ้มครองให้หลวงปู่ดูลย์รอดพ้นจากภัยที่อาจถึงแก่ชีวิตนั้นมาได้ ก็คงจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของพระธรรมที่ท่านศึกษาและปฏิบัติมาตลอด ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”   ที่มา : หลวงปู่ดูลย์ อริยสงฆ์ผู้เป็นบิดาแห่งการภาวนาจิต […]

มองใจให้ถูก ใจจึงจะดับทุกข์ได้ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

มองใจต้องมองให้ถูกตัว ใจจึงจะดับทุกข์ได้ หากมองไม่ถูกก็ไม่หายทุกข์ เวลามีคนมาตำหนิแล้วเราทุกข์ นั่นเป็นเพราะเราไม่ได้มองความรู้สึกที่กำลังทุกข์ขณะนั้น แต่เราไปมองคนที่ตำหนิเราแทน เราก็เลยทุกข์ไม่หยุด เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ คนที่ทำให้เราทุกข์อยู่ข้างนอก ใจที่ทุกข์อยู่ข้างใน ดูใจทุกข์ต้องดูข้างใน ถ้าดูถูก ตัวทุกข์ก็ดับ แต่ถ้าเราส่งใจออกข้างนอกไปดูคนนั้นต่อ ความทุกข์ก็จะดำเนินต่อไปเช่นกัน แบบนี้เขาเรียกว่าดูผิดตัว  (มองใจให้ถูก) อาการดูผิดตัวเกิดขึ้นเพราะเรามองไม่เห็นความเป็นจริง ความเป็นจริงถูกซ่อนไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “อวิชชา” อวิชชา คือ สิ่งปิดบังใจ ไม่ให้ใจของเราได้รับรู้ความจริง พูดง่าย ๆ ว่า อวิชชาคือความไม่รู้  เพราะเราไม่รู้ความจริง จึงเข้าใจผิดว่า สิ่งต่าง ๆ ไม่ได้หมดไปไหน ยังมีอยู่ตลอดไปชั่วกาลนาน ตรงนี้เองเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหา ทำให้เกิดความยินดียินร้ายตามมา ที่สำคัญก็คือ เป็นการยินดียินร้ายที่ผิดฝาผิดตัวเสียด้วย ที่เราทุกข์ใจจึงไม่ใช่อื่นไกลเลย แต่ทุกข์เพราะรักผิดตัว เกลียดผิดตัว สิ่งที่เราเห็นเราไม่ชอบ แต่เราไปชอบใจในสิ่งที่เราไม่ได้เห็น ปัญหาใจจึงเกิดขึ้นง่าย ๆ เท่านี้เอง ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้ว ผิดตัวอย่างไร ตาเป็นอายตนะภายใน รูปเป็นอายตนะภายนอก ตากับรูปต้องกระทบกัน จากนั้นใจก็รับรู้ เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นมาแล้ว รูปที่กระทบตานั้นก็จบไป […]

ซีเคร็ตรีวิว : งานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม”

ซีเคร็ตรีวิว : งานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจัดงานสมโภช “ศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม” ชวนไหว้สักการะพระพุทธอังคีรส พระพุทธประทีปวโรทัย และพระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะลพบุรี ชมความงามของสถาปัตยกรรมที่เกิดจากพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา         วันนี้แอดมินมาชมงานศุภมงคลสมัย 150 ปี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามโดยงานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2563 ภายในเขตพุทธาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามเป็นพระอารามที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาและมีพิธีก่อพระฤกษ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2412 หลังจากเสด็จขึ้นครองราชสมบัติได้ 1 ปี คำว่า “ราชบพิธ” หมายความว่า “พระราชาทรงสร้าง”       สิ่งแรกที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ ความงดงามของพระอุโบสถและพระวิหาร ถึงด้านนอกจะงดงามอย่างไทย  ด้วยใบระกาหางหงส์ และกระเบื้องรูปเทพนมแล้ว ภายในพระอุโบสถตกแต่งด้วยศิลปะยุโรปแบบโกธิก เอกลักษณ์ของพระอุโบสถคือลวดลายของดอกไม้ร่วงบนพื้นสีเขียว       […]

ทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ ลูกฆ่าพ่อแม่ เกิดขึ้น

ทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์ ลูกฆ่าพ่อแม่ เกิดขึ้น เรื่อง ลูกฆ่าพ่อแม่ มีมานานแล้ว ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ยุคสมัยนี้เท่านั้น อย่างในสมัยพุทธกาลก็มีเรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูปองพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระบิดา ก่อนหน้านี้ในราชสกุลนี้ก็มีปิตุฆาตกันมานานแล้ว เป็นเรื่องของกงเกวียนกำเกวียน ในช่วงที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ยังไม่สามารถห้ามไม่ให้พระเจ้าอชาตศัตรูปองพระชนม์พระบิดาได้ มันเป็นเรื่องของบุพกรรม ถ้าจะถามเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่สำหรับคนที่พลาดทำไปแล้ว เรื่องของเขาจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับผู้ดูข่าว   ถ้าเราขาดสติ กิเลสจะเข้ามาครอบงำจิตใจ เราจะสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้สิ่งที่ไม่เป็นธรรม   เราจะเห็นได้จากสื่อข่าวต่าง ๆ ที่ฆ่าพ่อแม่ ล้วนเกิดจากกิเลสเข้าครอบงำทั้งสิ้น ถ้าเราไม่อยากเป็นอย่างนั้น เราต้องกลับมาดูตัวเองว่าเรามีสติดีหรือยัง มีสติตั้งมั่นดีหรือยัง หรือสติเรายังอ่อนอยู่ไหม   ถ้าสติขาด สติยังไม่เกิด โอกาสที่จะเป็นเหมือนเขา ก็ยังมีอยู่ คิดได้อย่างนั้นเราก็จะไม่ประมาท    สำหรับคนที่ทำไปแล้วควรทำอย่างไรดี ตามหลักธรรมท่านว่า เวลาที่ทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ทำบกพร่องไปแล้ว ท่านว่าให้กระทำคืน คือการขอขมา หรือขออโหสิกรรม ว่าเราจะไม่ทำอีก อันนี้ไม่เป็นการซ้ำเติมตัวเองให้ตราบาปค้างคาในจิตใจ ต่อไปก็จะสำรวมระวังในการกระทำ ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง แต่ถ้าไม่เจริญสติ หรือฝึกสติก็มีสิทธิ์กลับไปทำอย่างนี้ได้อีก ซึ่งอาจไม่ใช่แค่คุณพ่อ หรือคุณแม่ อาจเป็นคุณคนนั้น คุณคนนี้ กลายเป็นกรรมที่ไม่มีที่สิ้นสุด […]

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่

การกระทำของ ” ไอซ์ หีบเหล็ก ” เป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ ข่าว ไอซ์ หีบเหล็ก กำลังเป็นที่สนใจและถูกตั้งคำถามต่อการกระทำของเขา ซีเคร็ตจึงเกิดข้อสงสัยเรื่องพฤติกรรมและการกระทำของไอซ์ หีบเหล็ก รวมไปถึงการหาทางแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกด้วยธรรมะ ซีเคร็ตจึงได้ขอความเมตตาจากพระครูธรรมรัต (ธนัญชัย เตชปญฺโญ) แห่งวัดญาณเวศกวัน ช่วยตอบปัญหาธรรมนี้ ” การกระทำของไอซ์ หีบเหล็กถือว่าเป็นเรื่องของกฎแห่งกรรมหรือไม่ และถ้าเราเป็นไอซ์ หีบเหล็ก จะทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากวิบากกรรมที่ต้องฆ่ากันไปฆ่ากันมาเช่นนี้ แล้วถ้าเราตกเป็นเหยื่อของฆาตกร ควรทำตัวอย่างไรให้รอดจากการถูกฆ่า และคดีนี้สอนหรือเตือนใจเราอย่างไรบ้างคะ พระอาจารย์ ”  พระอาจารย์ไขปัญหาธรรมดังนี้ : ก่อนตอบคำถาม ผู้เขียนขอชื่นชมผู้ถามสักเล็กน้อยว่า มีความเป็นนักศึกษาที่ดีที่สนใจใคร่ธรรมและรู้จักน้อมนำมาสู่วิถีชีวิต ชาวพุทธผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ตื่น รู้ เบิกบาน ต้องเป็นนักศึกษาชนิดที่ใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์อย่างนี้ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในความรู้ ชาวพุทธต้องจับหลักให้ได้ โดยเฉพาะหลักกรรม ซึ่งเป็นหลักสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ แต่ก็ต้องเตือนตนบ่อยๆ ด้วยว่า แม้หลักกรรมจะสำคัญแต่ก็ยังมีหลักอื่นๆ ที่ต้องระลึกเสมอ ไม่เช่นนั้นจะเหมารวมไปหมดว่าอะไรๆ ที่เป็นไปนั้นเป็นเพราะกรรมเสียหมด อย่างนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นความเห็นผิดชนิดหนึ่ง ผู้สนใจพึงศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง นิยาม ๕ (ได้ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ […]

เมื่อหลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส 

เมื่อ หลวงปู่หลุย จันทสาโรเจอพลังแห่งบุพเพสันนิวาส หลวงปู่หลุย ได้ออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกในแถบจังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างนี้ท่านก็ได้พบกัลยาณมิตรคือ พระขาว อนาลโย และพระชอบ ฐานสโม ในการธุดงค์นั้นท่านได้พบความสงัดแห่งป่าเขาลำเนาไพรอันเหมาะสมแก่การภาวนา การเดินแต่ละก้าวในป่าใหญ่ยิ่งทำให้ใจใกล้ชิดกับความสงบยิ่ง พระหลุยทำความเพียรท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มเย็นจนกระทั่งได้ข่าวว่าบ้านญาติของท่านคนหนึ่งที่หล่มสักมีงานศพ ท่านจึงรับนิมนต์ไปสวดพระอภิธรรมในงานนั้นด้วย     หากแต่งานนี้กลับทำให้ท่านถูกบุพเพสันนิวาสที่มีมาแต่อดีตชาตินั้นเล่นงาน ในวันงาน พระหลุยได้สวดพระอภิธรรมตามปกติ ระหว่างการหยุดพักสวด ทางเจ้าภาพก็นำน้ำปานะมาถวาย ในขณะนั้นเองสายตาของท่านก็ไปสบสายตาคู่งามของสตรีผู้หนึ่ง เพียงแค่สบตาเท่านั้น ท่านก็แทบจะสิ้นสติสมประดีถึงกับจะล้มลงที่เดียว แต่โชคดีที่พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาดโม เข้ามาประคองท่านไว้ทันราวกับทราบวาระจิตของท่านล่วงหน้า ส่วนฝ่ายหญิงเองก็สิ้นสติล้มลงจนญาติผู้ใหญ่ต้องเข้ามาช่วยประคองไว้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยทราบว่า ท่านเคยตั้งปรารถนาพุทธภูมิไว้ และสตรีผู้นั้นคือคู่บารมีที่ได้ร่วมสร้างบุญบารมีร่วมกันมายาวนานหลายภพหลายชาติ     สตรีผู้นั้นเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษาและการอบรมมาอย่างดี จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสตรีที่มีชื่อทางภาษาต่างประเทศ ขี่ม้าเก่ง รูปงาม แต่งตัวสวยแบบสาวชาวกรุง และมีชื่อเสียงในวงการหนังสือ จากเหตุการณ์นี้ทำให้พระหลุยแทบสิ้นสติ พระอาจารย์สิงห์จึงรีบพาท่านออกมาเพื่อหลีกภัยแห่งพรหมจรรย์อย่างเร็วที่สุด และทำให้เห็นว่าภพชาติที่ทำให้คนเราต้องเกี่ยวเนื่องกับบุคคลอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สิ้นสุด การไม่สิ้นภพชาติจึงถือเป็นภัยอย่างยิ่ง   ที่มา : หลวงปู่หลุย จันทสาโร อริยสงฆ์ผู้มักน้อย สันโทษ โดย พรชนก ชาติชำนิ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ […]

“พลังบวร” เมื่อวัดหันมาดูแลคนรอบวัด 

“พลังบวร” เมื่อวัดหันมาดูแล คนรอบวัด การทำให้วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนถือว่า เป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา และในปัจจุบันมีหลายวัดได้ดำเนินการเข้าไปดูแล “ คนรอบวัด ”  เช่น การเยี่ยมเยียมผู้สูงอายุ, ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือแม้กระทั่งซ่อมบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย ที่อาศัยอยู่รอบหรือใกล้เคียงกับวัด วัดยานนาวา เห็นความสำคัญจึงจัดกิจกรรม “พลังบวร” ขึ้นมาโดยให้วัดสามารถที่เป็นที่พึ่งพิงของชุมชนรอบและใกล้เคียงวัดได้ ซึ่งทางวัดเองได้จัดกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่อง     เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา  สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ได้เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่สาธุชนชุมชนเขตสาทรและชุมชนใกล้เคียง     โดยกิจกรรมในครั้งนี้ วัดยานนาวา ร่วมกับ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ นำบุญ โดย คุณประจักษ์ – คุณละออ ตั้งคารวคุณ และครอบครัว พร้อมกัลยาณมิตร ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคและปัจจัยขวัญถุง เป็นจำนวน 1,000 […]

เทวดาตกนรกเพราะกรรมริษยา 

เทวดาตกนรก เพราะกรรมริษยา เคยสงสัยไหมว่า เทวดามีสิทธิ์ตกนรกเหมือนมนุษย์หรือไม่ ซีเคร็ตบอกได้ค่ะว่ามีสิทธิ์ไม่ต่างจากมนุษย์ ขอยกเรื่องเล่า เทวดาตกนรก มาเล่าสู่กันฟังจากหนังสือเรื่อง “เปลี่ยนเจ้ากรรมนายเวรให้เป็นมิตร” มาฝากค่ะ ในศาสนาของพระพุทธเจ้ากัสสปะ ซึ่งอุบัติก่อนหน้าศาสนาของพระพุทธจ้าองค์ปัจจุบัน มีพระสาวก 2 รูปอยู่จำพรรษาด้วยกัน รูปหนึ่งเป็นมหาถระ (พระผู้ใหญ่ที่บวชตั้งแต่ 20 พรรษาขึ้นไป) และอีกรูปหนึ่งเป็นพระอนุเถระ (พระผู้น้อย บวชได้ 10 พรรษา แต่ไม่ถึง ๒ พรรษา) ทั้งสองรูปต่างคุ้นเคยสนิทสนมเอื้ออาทรเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน แต่เมื่อทวดาองค์หนึ่งรู้เห็นวัตรปฏิบัติของท่านกลับเกิดจิตริษยา จึงหาโอกาสทำให้ท่านทั้งสองแตกกัน เจตนาร้ายของเทวดสำเร็จลงในวันอุโบสถหรือวันพระใหญ่ ขณะที่พระมหาเถระและพระอนุถระกำลังเดินทางไปยังวัตแห่งหนึ่ง เพื่อฟังการสวดพระปาติโมกข์ ซึ่งเป็นสังฆกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ให้พระสาวกทำร่วมกัน ระหว่างทางพระอนุเถระเกิดปวดปัสสาวะ ท่านจึงบอกพระมหาเถระให้คอยอยู่ข้างทางก่อน ส่วนตัวท่านเองหลบเข้าไปถ่ายปัสสาวะริมพุ่มไม้ เทวดาเจ้าริษยาติดตามพระเถระทั้งสองรูปมาตลอดทาง เมื่อเห็นโอกาสที่จะทำลายความสามัคคีได้ จึงเนรมิตกายทิพย์ให้เป็นกายหยาบ แล้วแปลงกายเป็นหญิงสาวเดินตามหลังพระอนุเถระออกมาจากริมพุ่มไม้ที่ท่านเข้ไปถ่ายปัสสาวะ พร้อมทั้งแสดงกิริยาอาการจัดมวยผมและจัดผ้านุ่ง ส่อไปในทางที่ทำให้พระมหาเถระที่คอยอยู่เข้าใจผิดว่พระอนุถระกับเธอได้ทำสิ่งบัดสีด้วยกัน จากนั้นเทวดาจอมริษยาก็หายวับไป ปล่อยให้พระเถระทั้งสองมีเรื่องขัดใจกันอย่างรุนแรง “ท่านศีลขาดแล้ว…” สิ้นเสียงต่อว่าของพระมหาเถระ พระอนุถระก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด จึงย้อนถามอย่างมึนงงว่า “ทำไมหลวงพี่พูดอย่างนั้นเล่าครับ” “ก็เห็นทนโท่ว่ามีหญิงสาวเดินตามท่านออกมาจากพุ่มไม้ แถมยังจัดผ้าจัดผมยุ่งเหยิงไปหมด” พระมหาเถระยังคงเสียงแข็ง แม้พระอนุเถระจะพยายามพูดชี้แจงอย่างไร แต่พระมหาเถระก็ไม่ยอมเข้าใจ […]

สิ้น ‘หลวงปู่แบน ธนากโร’ เสาหลักพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น

เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร หรือ หลวงปู่แบน ธนากโร เจ้าอาวาสวัดดอยธรรมเจดีย์ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ได้ละสังขารอย่างสงบ ณ กุฏิวัดดอยธรรมเจดีย์ สิริอายุ 91 ปี 72 พรรษา โดยมีกำหนดการถวายเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงปู่แบน ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้ ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร หลวงปู่แบน ธนากโร เป็นพระเถระสายพระป่าในประเทศไทย ผู้เป็นสหธรรมิกใกล้ชิดกับพระธรรมวิสุทธิมงคล (บัว ญาณสมฺปนฺโน) และได้รับความวางใจจากหลวงตามหาบัว ให้เป็นเสาหลักของคณะพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น หลวงปู่แบน นามเดิมว่า สุวรรณ กองจินดา เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2471 ณ บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี บิดาชื่อนายเล็ก มารดาชื่อ นางหลิม กองจินดา มีอาชีพทำสวนทำไร่ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวจังหวัดจันทบุรี หลวงปู่แบนได้อุปสมบท เมื่อวันที่ […]

ศิษย์ผู้หลงผิดของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล 

ศิษย์ผู้หลงผิดของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล หลวงตาพวง อกิญจโน เป็นศิษย์ที่มีวีรกรรมกับ หลวงปู่ดูลย์ จนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว บ่งบอกถึงความเมตตาที่หลวงปู่ดูลย์มีต่อลูกศิษย์ได้เป็นอย่างดี หลวงตาพวงเป็นภิกษุรูปแรกที่บุกเบิกการปฏิบัติธรรมบนเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ แต่เนื่องจากท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อล่วงเข้าสู่วัยชรา หลวงตาพวงจึงคร่ำเคร่งในการปฏิบัติอย่างหนักด้วยตระหนักว่าตนเหลือเวลาในชีวิตไม่มากนัก ท่านตั้งสัจจะเร่งความเพียรโดยไม่เห็นแก่การพักผ่อนนอนหลับแต่ละนาทีถูกใช้เพื่อการบำเพ็ญภาวนาอย่างไม่ลดละ ผลของการปฏิบัติวิปัสสนาทำให้จิตได้พบกับความสงบ ปีติแผ่ซ่านทั้งกายและจิต ทว่าหลวงตาพวงกลับสำคัญมั่นหมายว่าสภาวะดังกล่าวคือการบรรลุธรรมขั้นอรหัตผล ความเข้าใจผิดเร่งเร้าให้หลวงตาพวงออกเดินทางจากเขาพนมรุ้งมาหาหลวงปู่ดูลย์ที่จังหวัดสุรินทร์ในคืนนั้นเลยทีเดียว สาเหตุที่หลวงตาพวงอุตส่าห์เดินข้ามจังหวัดอย่างรีบร้อนเพราะท่านต้องการเทศน์โปรดหลวงปู่ดูลย์ผู้เป็นอาจารย์ให้บรรลุธรรมเหมือนตน แม้เดินทางไปถึงในเวลาดึกดื่น ท่านก็มิได้มีความเกรงอกเกรงใจพระเณรที่จำวัดอยู่แต่อย่างใด     ” หลวงตาดูลย์ ออกมาเดี๋ยวนี้ พระอรหันต์มาแล้ว “ เสียงร้องเรียกของหลวงตาพวงทำให้หลวงปู่ดูลย์ออกมาพบท่านกลางดึก แต่แทนที่พระลูกศิษย์จะกราบนมัสการพระอาจารย์กลับกลายเป็นว่าหลวงตาพวงทักท้วงให้หลวงปู่ดูลย์ทำความเคารพตนเพราะเข้าใจว่าตนมีสภาวธรรมเหนือว่า ทว่าหลวงปู่ดูลย์กลับวางเฉย ปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่ทักท้วงอธิบายใด ๆ “รู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้สำเร็จอุบัติขึ้นแล้ว ที่มานี่ก็ด้วยเมตตา ต้องการจะมาโปรด ต้องการจะมาชี้แจงแสดงธรรมปฏิบัติให้เข้าใจ ”  เวลานั้นแม้พระเณรที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจในพฤติกรรมประหลาดของหลวงตาพวง ท่านเรียกปลุกพระรูปนั้นรูปนี้ขึ้นมาฟังท่านเทศนาประหนึ่งวาาท่านมาโปรด แต่หลวงปู่ดูลย์ยังคงวางเฉย บางครั้งท่านซักถามหลวงตาพวงถึงข้อธรรมต่าง ๆ แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นไปอย่างตะกุกตะกัก เล่ากันว่าหลวงตาพวงสร้างความวุ่นวายให้วัดบูรพารามอยู่หลายวัน ไม่ว่าหลวงปู่ดูลย์จะแก้ไขอย่างไร หลวงตาพวงก็ไม่ลดราวาศอก กระทั่งต้องออกอุบายแกล้งยั่วยุให้โกรธ หลวงปู่ดูลย์ออกปากไล่หลวงตาพวงว่า ” เออ ! สัตว์นรก สัตว์นรก […]

สามเณรตรัย-นพสิทธิ์ เขมสิทฺธิโก (โชติสุริยสินสุข) เณรน้อยผู้มีศรัทธาแรงกล้า

สามเณรตรัย-นพสิทธิ์ เขมสิทฺธิโก (โชติสุริยสินสุข) เณรน้อยผู้มีศรัทธาแรงกล้า การที่เด็กชายคนหนึ่งตัดสินใจบวชเรียนเพราะต้องการเข้าใจและปฏิบัติตามหลักพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่พบได้ง่ายนักในสังคมปัจจุบัน  จึงเป็นเรื่องน่าสนใจว่าเหตุใด สามเณรตรัย-นพสิทธิ์ เขมสิทฺธิโก (โชติสุริยสินสุข) หรือเณรตรัย ตัดสินใจเลือกเช่นนั้น นอกจากเณรแล้ว ซีเคร็ตยังมีโอกาสสัมภาษณ์ คุณพ่อพศิษฐ์ โชติสุริยสินสุข  ไปพร้อมกันด้วย     จุดเริ่มต้นของการบวชครั้งแรก “ ช่วงวันเข้าพรรษาตอนเรียนอยู่ ป.4 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน โยมพ่อโยมแม่พามาเวียนเทียนที่วัดบวรฯ พอได้เห็นพระสงฆ์แล้วรู้สึกอยากบวช จึงถามโยมพ่อและโยมแม่ว่า ‘ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นพระ’ พอดีโยมพ่อรู้จักกับครูโรงเรียนวัดบวรนิเวศจึงได้บวชกับโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนของโรงเรียนวัดบวรนิเวศแล้วไปอยู่ที่วัดสิรินธรเทพรัตนาราม จังหวัดนครปฐม ”   บวชวันแรกอยากกลับบ้าน “บวชวันแรกก็คิดถึงโยมพ่อโยมแม่มาก ร้องไห้อยากกลับบ้าน วันที่ 3 -4 ขออนุญาตพระอาจารย์โทร.หาโยมพ่อโยมแม่ พระอาจารย์ก็บอกว่า ‘ตอนนี้เราไม่ใช่ลูกของโยมพ่อโยมแม่แล้ว แต่เป็นลูกของพระพุทธเจ้า’ หลังจากนั้นก็เริ่มปรับตัวได้ เพราะที่วัดมีกิจวัตรหลายอย่าง เช่น ทำวัตรเช้า บิณฑบาต ต้องเดินเท้าเปล่ารู้สึกเจ็บมากแต่ต้องอดทน เมื่อเรารับอาหารจากญาติโยมก็รู้สึกว่าบวชทั้งทีต้องทำตัวให้ดี ให้สมกับที่เป็นสมณะ ต้องมีสมณสัญญา คือความรู้สึกว่าเราเป็นสมณะอยู่เสมอ ” คุณพ่อเสริมว่า “ […]

มรรคาแห่งเอกภาพ “เอกายโน มคฺโค” ธรรมะโดย หลวงพ่อโพธินันทะ

พระรัตนตรัยย่อมยังประโยชน์ต่อสรรพสัตว์เสมอ การบรรลุถึงความเป็นอนัตตา – สุญญตาย่อมพ้นจากสังสารวัฏ (กิเลส กรรม วิบาก) ละเปี่ยมอยู่ด้วยปัญญาญาณที่รู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ในความเป็นสุญญตาของสรรพสิ่ง ย่อมเข้าถึงสภาวะแห่งความสุขที่แท้จริง การบำเพ็ญภาวนาบนสัมมาอริยมรรคด้วยการบ่มเพาะบารมีทั้งสิบย่อมได้รับธรรมโอสถ คือ “สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ”* (รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง) ซึ่งเป็นอานิสงส์อันเกิดจากความมั่นใจต่อวิถีทางของการปฏิบัติภาวนาจนบรรลุถึงพระรัตนตรัยอันเป็นที่พึ่งอันเกษม ผู้บรรลุอุภโตภาควิมุตติซึ่งสมบูรณ์ทั้งเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติย่อมสว่างไสวอยู่ด้วยปัญญาญาณ รู้แจ้งอยู่ในความเป็นองค์รวมกับสรรพสิ่งร่วมกับกิจการงานต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน และอิ่มเอิบเบิกบานด้วยประสบการณ์ของความเป็นพุทธะ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา การเข้าถึงธรรมชาติของจิตประภัสสรย่อมไม่กำหนดหมายสิ่งต่าง ๆ อย่างมีเจตนา (มีตัวตนเราเขา) อีกต่อไป สัมมาอริยมรรคที่ดำเนินไปสู่สภาวะแห่งความสุขอย่างยิ่งนั้น ก็คือการบำเพ็ญภาวนาเพื่อลดละปล่อยวางวิญญาณ 6 (การรับรู้อารมณ์)** ให้เป็นอิสรภาพอย่างแท้จริง มรรคาแห่งการหลอมรวมเป็นเอกภาพของสรรพสิ่ง “เอกายนมรรค” ด้วยพลังของปัญญาญาณอันยิ่งใหญ่แห่งสัจจะคือจุดเริ่มต้นของสภาวะจิตที่ไปพ้นจิตสามัญสำนึก (conscious mind) อันเป็น “หนทาง” ของการปฏิบัติภาวนาร่วมกับการงานในชีวิตประจำวัน นิมิตหมายภายในของกิเลสนิวรณ์ทั้งห้าย่อมเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ จนเราเกิดความเข้าใจที่แท้จริง และเกิดการละวางความคิดปรุงแต่งเหล่านั้น ทำให้จิตเป็นอิสระมากยิ่งขึ้น ผู้ที่มิได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นย่อมถูกจองจำและหมดโอกาสสำหรับความเป็นอิสระหลุดพ้นจากตัณหาอุปทานทั้งปวง (มรรคาแห่งเอกภาพ) *สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ (รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง) ที่มา : อรรถกถาสังยุตตนิกาย…เล่มที่ 11 (สารัตถปกาสินี […]

การฝึกสติสามารถตัดภพชาติได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร 

การฝึกสติสามารถ ตัดภพชาติ ได้อย่างไรบ้าง : พระมหาวรพรต กิตฺติวโร  วงจรของปฏิจจสมุปบาท เริ่มตั้งแต่สภาวะที่เรียกว่า “รู้” ที่เป็นอมตะธรรม ถูกอวิชชาบดบังประดุจเมฆหมอก จากนั้นก็เกิดสังขารคือความปรุงแต่งขึ้น มันกลายเป็นวังวนขึ้นมา จากนั้นเกิดสิ่งที่เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ตามมาด้วย นามรูป พอนามรูปเกิดก็จะเกิดสฬายตนะ คืออายตนะทั้ง 6 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ จากนั้นเกิดผัสสะ มีการกระทบแล้วเกิดเวทนา เมื่อเวทนาเกิด ถ้าไม่มีสติก็จะเกิดอาการยึดติดเรียกว่า อุปาทาน จากนั้นเกิดตัณหา คือความทะยานอยาก เมื่ออุปาทานเกิดก็คือเกิดภพ แล้วก็เกิดชาติ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า การเกิดเป็นชีวิตช่วงอายุไข แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุก ๆ ขณะจิต วงจรตัวนี้เกิดขึ้นทุก ๆ ขณะจิต ถ้าเราไม่มีสติก็จะเกิดภพ เกิดชาติ ในทุก ๆ ขณะจิต จิตมันเกิดดับตลอดเวลา แต่เมื่อใดที่เรามีสติรู้สึกตัวขึ้นมาความรู้สึกตัวจะตัดกระบวนการปฏิจจสมุปบาทลงทันที  เพราะเราจะเหลือแต่สิ่งที่เรียก “สักแต่รู้ สักแต่รู้สึก” ขึ้นมาแทนที่ความรู้สึกชอบหรือชัง […]

รัฐบาลเตรียมจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10

รัฐบาลเตรียมจัดทำ พระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 2 คณะ ได้แก่ 1. คณะกรรมการอำนวยการฝ่ายอุปถัมภ์โครงการจัดทำ พระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และ 2. คณะกรรมการอำนวยการโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะขอให้ทางสำนักงานองคมนตรีนำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ ต่อไป     เรื่องการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ คณะรัฐมนตรีมีมติมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ซึ่งเห็นชอบโครงการดังกล่าวในนามรัฐบาล โดยให้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม, มหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงเป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย และทรงประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก โดยรัฐบาลจะเน้นการเผยแพร่ และสืบทอดพระพุทธศาสนาสู่ประชาคมโลกด้วยพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษต่อไป […]

keyboard_arrow_up