ตั๋วแบบใหม่ ของนายท่าหน้าดุ!

ตั๋วแบบใหม่ของ นายท่า หน้าดุ! วันศุกร์นั้นน่าจะเป็นวันที่ติดอันดับวันที่ร้อนที่สุดในกรุงเทพมหานคร และแน่นอนว่า วันศุกร์ต้นเดือนแบบนี้ ถนนหนทางและห้างร้านต่างๆ ไม่มีทางคล่องตัว คำว่า “พลุกพล่าน” น่าจะยังเบาไป เพราะถึงขนาดผู้คนเดินกันขวักไขว่ชนิดไม่มีที่ว่างบนฟุตปาธอย่างนี้ ต้องใช้คำว่า “แออัดยัดทะนาน” ให้รู้แล้วรู้รอดไป แม้จะเห็น ๆ อยู่ว่ารถราจอดสงบนิ่งอยู่บนช่องทางจราจร แต่ฉันก็ยังเดินไปจ่ายเงินที่โต๊ะตัวเล็กๆ ตรงคิวรถตู้ใต้ทางด่วนแลกกับตั๋วโดยสารสีบานเย็น ซึ่งนายท่าที่รับเงินเขียนเลขกำกับไว้ว่า ศรีราชา คันที่ 5 …ศุกร์นี้ฉันตั้งใจจะกลับไปกินข้าวฝีมือแม่ ขณะเดินไปหาที่นั่งรอรถ ฉันภาวนาให้คนที่นั่งรอถือตั๋วศรีราชา คันที่ 4 เพราะนั่นหมายความว่าฉันจะเสียเวลานั่งรอรถเพียงแค่คันเดียวเท่านั้น แต่เปล่าเลย บรรดาผู้โดยสารที่นั่งบ้างยืนบ้างต่างถือตั๋วคนละใบ และไม่ได้มีเพียงสีเดียว บางคนถือตั๋วสีเขียวไปพัทยา บางคนถือตั๋วสีฟ้าไปชลบุรี และยังมีสีบานเย็น ศรีราชา คันที่ 2 3 และ 4 อีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ทุกคนเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด เก้าอี้ที่รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 30 ที่นั่งถูกจับจองไปหมดแล้ว ไม่ว่าเด็ก สตรี คนชรา ถ้ามาทีหลังเป็นต้องยืนสถานเดียว ฉันยืนเหงื่อซึม บ่นในใจว่าร้อนเป็นบ้า แต่จำคำใครสักคนได้ว่า “อยู่เฉย […]

จรีพร เทพผดุงพร นายแม่ “ กะทิชาวเกาะ ” ผู้สะกดคำว่า แพ้ ไม่เป็น

จรีพร เทพผดุงพร นายแม่ “ กะทิชาวเกาะ ” ผู้สะกดคำว่า แพ้ ไม่เป็น แม้มีโอกาสได้เรียนหนังสือเพียงชั้นประถมสี่ แต่ผู้หญิงคนหนึ่งก็ได้ใช้ความมุ่งมั่น ขยัน อดทน ฟันฝ่าอุปสรรคนานา จนสามารถสร้างสินค้าในชื่อ “กะทิชาวเกาะ” ให้เป็นที่ยอมรับของคนไทยได้สำเร็จ เพราะเกิดเป็นลูกสาวคนจีน ฉันจึงต้องแบกรับงานทุกอย่างของครอบครัว ชีวิตไม่เคยรู้จักวันหยุด ต้องแจวเรือจากบางขวางถึงบางแค ตวงข้าวเปลือก ข้าวสารและน้ำมันก๊าดขาย สมัยก่อนคนจีนไม่รักลูกสาว พ่อจึงไม่สนับสนุนให้เรียนหนังสือ แต่เมื่อฉันใช้น้ำตาเข้าแลกบวกกับคำอ้อนวอนของแม่ จึงได้เรียนถึงชั้นประถมสี่ โดยมีข้อแม้ว่างานบ้านห้ามขาดตกบกพร่อง สมัยเรียนพ่อไม่เคยให้เงินค่าขนม แม่แอบขโมยให้บ้าง แต่นานๆ ครั้ง กลางวันต้องกลับมากินข้าวที่บ้านแล้วรีบกลับไปเก็บดินสอสั้นๆ ที่เขาทิ้งไว้ตามใต้ถุนโรงเรียนเพื่อหาหญ้าปล้องมาต่อด้ามให้ยาวพอที่จะจับเขียนได้ เมื่อไม่ได้เรียนต่อ ก็เปลี่ยนมาช่วยน้าสาวขายขนม เลี้ยงเป็ด หากุ้งหาปลามาทำกะปิ เรียกว่าทำทุกอย่างที่สุจริตเพื่อเงิน แต่เมื่อน้องชายสองคนไปเรียนต่อเมืองจีน ฉันก็ต้องกลับมาช่วยที่บ้านขายของ แบกกระสอบข้าว ใช้แรงงานเหมือนผู้ชาย     เมื่ออายุครบ 19 ปี ญาติห่างๆ คนหนึ่งแนะนำคุณอำพล เทพผดุงพร ให้พ่อรู้จักเพื่อขอฉันแต่งงาน พ่อเห็นเป็นคนขยัน โหงวเฮ้งดี จึงยกให้ […]

ประโยชน์ของการสวดมนต์ 6 ประการ โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ก่อนจะตอบว่า การสวดมนต์ มีประโยชน์อย่างไร ก็ควรทราบก่อนว่าการสวดมนต์มีความเป็นมาอย่างไร เท่าที่ทราบ การสวดมนต์น่าจะเกิดขึ้นจากประเพณีการเล่าเรียนธรรมะ…

โชติปาลกุมาร

กาลครั้งหนึ่งมีนายทหารหนุ่มผู้องอาจคนหนึ่งนามว่า “โชติปาลกุมาร” เป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องยิงธนูชนิดที่ไม่มีใครสู้ได้ในชมพูทวีป ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว วันหนึ่งเขาเปิดการแสดงศิลปะการใช้ธนูให้ประชาชนชม ปรากฏว่าได้เงินเป็นจำนวนมหาศาล แม้แต่พระราชาก็ยังชื่นชมจนพระราชทานทรัพย์ให้เป็นอันมาก และตรัสกับเขาว่า พรุ่งนี้จะให้รับตำแหน่งเสนาบดี ฝ่ายนายทหารหนุ่มโชติปาลกุมาร เมื่อได้ทรัพย์จากประชาชนผู้นิยมชมชื่นเขาแล้ว กลับคิดว่า บรรดาคนที่มอบทรัพย์ให้เขามานั้นล้วนยากจนกว่าเขา และด้วยความที่มีจิตเมตตา ไม่อยากให้คนเหล่านั้นต้องลำบาก เขาจึงคืนเงินให้คนที่มาดูไปทั้งหมด คืนนั้นนายทหารหนุ่มนอนคิดถึงเรื่องการเข้ารับตำแหน่งเสนาบดี และคิดทบทวนว่า ศิลปะการยิงธนูมีประโยชน์อะไรบ้าง คิดแล้วก็พบคำตอบว่า ยิงไปแล้วทำให้คนอื่นตาย เมื่อสู้ชนะก็ได้รางวัล ซึ่งทำให้เขาหลงใหลอยู่ในกิเลส และสุดท้ายผลของการทำให้ผู้อื่นตายนั้นเองจะทำให้เขาต้องตกนรก เมื่อคิดแล้วเห็นแต่ผลเสีย เขาจึงรีบหนีออกจากบ้านเข้าป่าแล้วบวชเป็นฤๅษี บำเพ็ญฌานอย่างตั้งอกตั้งใจจนได้ชื่อว่า “โชติปาลดาบส” ในเวลาต่อมาพระราชาและข้าราชบริพารเป็นอันมากก็ได้ออกบวชตาม อยู่มาวันหนึ่ง กีสวัจฉดาบส ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของโชติปาลดาบสได้เข้าไปพักในอุทยานของ พระเจ้าทัณฑกี วันนั้นหญิงงามเมืองคนหนึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่ง นางรู้สึกเศร้าเสียใจมากจึงเดินวนเวียนร้องไห้อยู่ในอุทยาน และได้มาพบดาบสเข้า นางคิดว่า นี่คงจะเป็นคนกาลกิณีเข้ามาในอุทยาน และคิดว่านี่คงจะเป็นต้นเหตุให้นางถูกปลดจากตำแหน่ง จึงถ่มน้ำลายรดศีรษะของดาบสนั้นแล้วจากไป ต่อมาพระราชาทรงระลึกถึงความดีบางอย่างของนาง จึงแต่งตั้งนางกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้นางเข้าใจผิดคิดว่า ผลของการถ่มน้ำลายรดศีรษะดาบสทำให้ได้ตำแหน่งคืนมา ครั้นเมื่อพระราชาทรงถอดปุโรหิตออกจากตำแหน่ง เขาจึงไปถามนางว่าทำอย่างไรจึงได้ตำแหน่งคืนมา นางก็เล่าเรื่องที่นางถ่มน้ำลายรดดาบสให้ฟัง เขาจึงทำอย่างนั้นบ้าง คิดว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ตนเอง ต่อมาพระราชาทรงระลึกถึงความดีบางอย่างของเขา จึงแต่งตั้งเขากลับมาเป็นปุโรหิตดังเดิม เขาก็เข้าใจผิดว่าคงเป็นผลมาจากการถ่มน้ำลายรดดาบส หลังจากนั้นได้เกิดจลาจลขึ้นที่ชายแดน พระราชาทรงเตรียมยกกองทหารไปปราบ ปุโรหิตจึงแนะนำว่า […]

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม… ปล่อยวางในสิ่งที่เกินพยายาม

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม…ปล่อยวางในสิ่งที่เกิน พยายาม ฉันเป็นหนี้บุญคุณมดตัวหนึ่งอย่างมาก ถึงขั้นต้องคารวะเรียกว่า อาจารย์อย่างเต็มหัวใจ เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเดินจงกรมตามรู้กาย – ใจอยู่ ทันใดนั้นก็เกิดความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่บริเวณไหล่ขวา ตอนแรกคิดว่าเป็นความรู้สึกทางกายคล้ายมดกัดมากกว่าจะเป็นมดกัดจริงๆ เผลอสติชั่วขณะเอื้อมมือไปหวังจะเกาให้ถูกที่คัน แต่ทันทีที่มือสัมผัสกับร่างเล็กจิ๋วนั่นสติก็ร้องบอกว่า “เฮ้ย! นี่มันมดจริงๆ นี่หว่า” ฉันรีบยั้งมือทันก่อนที่จะบี้มดตัวนั้นตาย เจ้ามดตัวน้อยคงรู้ได้ถึงภัยร้ายที่กำลังคุกคาม แม้ฉันจะหยุดยั้งไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มันจึงตั้งใจกัดไหล่ขวาของฉันต่ออย่างเต็มเหนี่ยว ฉันก็ตามรู้กายที่กำลังถูกมดกัด รู้ถึงความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่กาย และรู้ใจตัวเองว่าเฉยๆ สบายๆ พร้อมกับคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงไป แต่เปล่าเลย นอกจากไม่ไปแล้ว หลังจากพักเหนื่อยไปอึดใจหนึ่ง มันก็เริ่มกัดฉันแบบจมเขี้ยวเป็นคำรบที่สอง ฉันก็เอาใจตามดูมันไป ดูซิมันจะทำอย่างไรต่อ ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรำคาญอะไร แค่อยากรู้ก็ดูไปเฉยๆ เมื่อพักเหนื่อยเสร็จไปอีกยก พอระฆังตียกที่สาม เจ้ามดก็ขึ้นสังเวียนชกไหล่ขวาฉันที่เดิมอีกอย่างเต็มแรง พอถึงยกนี้ฉันเริ่มรู้สึกนับถือในความเพียรพยายามของมันแล้วนะเนี่ย นี่มันกะจะกัดฉันให้ตายเลยหรือไงนะ ยกที่สี่ยกที่ห้าตามมา ฉันเริ่มเชื่อแล้วละว่ามดตัวนี้ต้องถือคติประจำใจว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แหงๆ ความรู้สึกเอ็นดูปรากฏขึ้นในใจ ประกอบกับเกรงว่ามันจะกัดฉันจนเหนื่อยตายไปเองเสียเปล่าๆ ไอ้เราก็รู้สึกแค่เนี้ย เจ็บแค่มดกัด จึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้อง ถอดเสื้อออกมาดู เห็นมันกำลังเอาหัวปักฝังเขี้ยวเสียมิดจนก้นกระดกอยู่ที่เดิมเป็นยกที่แปด ฉันเลยค่อยๆ […]

บานเย็น เรืองสันเทียะ จากคนทำอาหารไม่เป็นสู่ เชฟมิชลิน 1 ดาวคนแรกของนนทบุรี

บานเย็น เรืองสันเทียะ จากคนทำอาหารไม่เป็นสู่ เชฟมิชลิน 1 ดาวคนแรกของนนทบุรี เชฟบานเย็น เรืองสันเทียะ อายุ 62 ปี หรือคุณป้าบุญมี เชฟรุ่นใหญ่แห่งร้านสวนทิพย์ ร้านอาหารเก่าแก่ย่านปากเกร็ด ได้รับการประกาศให้เป็นเชฟมิชลิน 1 ดาว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ต้องเรียกว่าเป็นม้ามืดเลยทีเดียว เพราะคุณป้าบุญมีก็ไม่คาดคิดว่า จากคนที่เคยทำอาหารไม่เป็นจะมาถึงจุดที่เกินฝันแบบนี้ได้ ชีวิตในวัยเด็กของคุณป้าบุญมีค่อนข้างยากลำบาก เพราะครอบครัวยากจนมาก ต้องช่วยพ่อแม่ทำสวนทำไร่ทำนาตลอด เวลาว่างก็เก็บผักสวนครัวมาขายที่ตลาดตั้งแต่เด็ก คุณป้าเป็นลูกคนที่ 3 จาก 9 คน ต้องรับจ้างแบกมันสำปะหลังตั้งแต่อายุ 13 ปี ค่าจ้างวันละประมาณ 10 บาท หลังจากนั้นก็ไปเติบโตที่จังหวัดนครราชสีมา ต้องทำงานหารายได้ส่งเสียครอบครัวด้วย พออายุ 15 ปี พี่สาวก็ชวนมาหางานทำที่กรุงเทพฯ     ด้วยวุฒิการศึกษาแค่ ป. 4 จึงมาอยู่กับครอบครัวคนจีนที่เยาวราช รายได้เดือนละ 800 บาท ทำงานเป็นแม่บ้าน จากทำงานบ้านทั่วไปต่อมาได้เพิ่มตำแหน่งแม่ครัวด้วย เมื่อเจ้านายบอกให้ทำอาหารก็ตกใจ เพราะทำอาหารไม่เป็นเลย […]

แก้เครียดจากการทำงานด้วยธรรมะ บทความธรรมะดี ๆ จากพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

แก้เครียดจากการทำงานด้วยธรรมะ บทความธรรมะดี ๆ จากพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สิ่งที่ชาวออฟฟิศหนีไม่พ้นคือ ความเครียดจากการทำงาน เช่น เครียดเรื่องงาน เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และเรื่องอื่น มีคำถามในประเด็นนี้ส่งเข้ามา ทำให้ซีเคร็ตรับรู้ว่าชาวออฟฟิศอยากได้วิธี แก้เครียดจากการทำงานด้วยธรรมะ จึงนิมนต์พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญเป็นพระอาจารย์ผู้ตอบคำถามเหล่านี้ เพื่อคลายความทุกข์ให้กับชาวออฟฟิศทุกท่าน พระอาจารย์คะ ถ้ารักงาน แต่เบื่อเจ้านาย เพราะเจ้านายไม่ดี ไม่มีความยุติธรรมในการปกครองคน แต่เราก็ไม่อยากลาออก จะทํายังไงดีคะ เรามาทํางานไม่ใช่หรือ ทําไมต้องไปสนใจสัตว์ บุคคล นายก. นายข. ด้วย ฉะนั้นตัดส่วนเกินคือคน สัตว์ บุคคลไปได้เลย…เราเรียนมามีความรู้ความสามารถ ก็จงนําความรู้ความ สามารถเหล่านั้นมาปฏิบัติหน้าที่ทําให้งานดําเนินไป ถ้าเราตัด ส่วนเกินออกไป ความทุกข์จะเกิดไม่ได้ การปรุงแต่งจะไม่เกิด ขึ้น เพราะเราไปทํางานเพื่องาน คนส่วนมากที่บอกว่าไปทํางานๆ ต้องลองหันกลับมามองดูนะว่าไปทํางานจริงหรือเปล่า ไปทํางาน หรือไปให้ถูกงาน“ทํา” ผู้ถูกงานทํา ทํางานไม่เป็น ไม่ได้ทํางาน มัวแต่เอาเวลาไปคิดนู่นนี่ไร้สาระ แล้วจะมาทํางานทําไม   หากมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เพราะความคิดเห็นไม่ตรงกันอยู่เสมอๆ เราควรทําใจอย่างไรให้สามารถทํางานร่วมกับเขาต่อไปได้คะ […]

True Story: แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ตาบอด ไฟไหม้ ถูกโกงเงิน แต่ฉันก็ยังอยู่ได้ !

ฉันยึดอาชีพแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงตัวเองแบบพออยู่พอกินมาได้เรื่อยๆ อย่างน้อยฉันก็ภูมิใจที่ยืนบนลำแข้งของตัวเองได้ไม่ต้องเป็นภาระของใคร

Dhamma Daily : พระพุทธศาสนากับความรักเกี่ยวข้องกันอย่างไร ?

พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความรักที่บริสุทธิ์ ในที่นี้คือการให้ พระพุทธเจ้าทรงให้ในสิ่งที่ดีที่สุดแก่มนุษย์ ให้เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

พัฒนาการเพื่อรักบริสุทธิ์ 4 ขั้น…เช็คดูซิว่าความรักของคุณอยู่ขั้นไหน!

มาลองเช็คกันดูว่า รักของคุณเป็น รักบริสุทธิ์ หรือไม่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) จำแนกความรักออกเป็น 4 ขั้น ดังนี้

จิ๊กซอว์ที่ไม่เคยคิดจะต่อของ ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข

จิ๊กซอว์ที่ไม่เคยคิดจะต่อของ ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข ไก่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือปาฏิหาริย์ชีวิตใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคิดว่าทุกเรื่องในชีวิตจะดีได้อยู่ที่เราลิขิตชีวิตตัวเอง รวมถึงเรื่องคู่ชีวิตด้วยค่ะ สมัยเป็นสาวน้อยมัธยม จำได้ว่า ไก่สนุกกับชีวิตสุด ๆ เพราะไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แค่เรียนให้ไม่ตกชั้น เอาเกรด 4 มาฝากพ่อแม่สักตัวเป็นพอ เวลาที่เหลือจึงหมดไปกับการวาดรูป แต่งกลอน และแต่งตัว ช่วงวัยรุ่น ไก่เป็นสาวที่แต่งตัวจัดมาก คือโดดเด่นกว่าเพื่อน ๆ แต่สวยไม่สวย อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ สมัยนั้นมีนิตยสารอยู่ไม่กี่เล่มในท้องตลาด และในจำนวนนั้นเล่มโปรดของไก่คือ วัยน่ารัก วัยหวาน และ แพรว แรก ๆ ไก่ซื้อมาดูแบบเสื้อผ้า แต่หลัง ๆ ที่หยุดซื้อไม่ได้เพราะไปเจอนายแบบคนหนึ่ง หน้าตาท่าทางโดนใจไก่เข้าอย่างจัง…สูงสมส่วน หน้าเข้ม ผมแสกกลางปรกหน้าเล็กน้อย พอให้เห็นคิ้วกับตาที่มีเสน่ห์ แถมชอบไม่ชอบเปล่านะคะ ทุกหน้าที่มีเขา ไก่ต้องตัดแปะติดไว้ข้างฝาห้องนอน…“คิม รังสิมันต์” คือชื่อของนายแบบคนนั้นที่ตราตรึงอยู่ในความฝันของหญิงสาวต่างจังหวัดคนหนึ่งนานหลายปี จนกระทั่งไก่พกพาความมั่นใจเข้ามาเรียนต่อและทำงานในกรุงเทพฯ ความที่ครอบครัวอบอุ่น ชีวิตของมีสุขจึงไม่เคยเหงา ไม่เคยเศร้าเพราะความโสด มีแฟนกี่คนไก่เป็นคนขอเลิกก่อนทุกทีไป และในชีวิตนี้ก็เคยอกหักเพียงครั้งเดียวเท่านั้น! […]

Dhamma Daily : แก้กรรมเรื่องความรักตามหลักพุทธศาสนาต้องทำอย่างไร

เมื่อ ความรัก มีปัญหา สิ่งที่ควรทำคือการหันหน้าเข้าหากันเพื่อปรับความเข้าใจ แต่ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น การใช้ธรรมะแก้ปัญหาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข

แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข ความรู้สึกในวันแต่งงานของผมก็คงจะเหมือนกับของคนอื่นๆ คือรู้สึกเป็นสุขว่าเราเป็นแชมป์ เป็นผู้ชนะคู่แข่งขันอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันแต่งงานคือวันคาดเข็มขัดแชมป์บนเวทีชีวิตท่ามกลางสักขีพยานมากมาย วันแต่งงานคือวันประกาศให้พ่อแม่ พี่น้อง ญาติและเพื่อนฝูง ตลอดจนชาวบ้านทั่วไปรู้ว่าเราคือผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วนะ เราเป็นพระเอกที่สามารถพิชิตหัวใจนางเอกได้สำเร็จ เราภูมิใจที่พ่อแม่นางเอกยอมรับและยกลูกสาวสุดที่รักที่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาตั้งแต่ในท้องจนเป็นสาวให้เรา วันแต่งงานเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต (ขณะนั้น) แม้จะมีเสียงนกเสียงกาออกมาบ้าง เช่น เป็นวันสูญเสียอิสรภาพครั้งใหญ่ในชีวิตบ้าง คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าบ้าง หรือถ้าแกฆ่าคนตายติดคุกอย่างดีก็แค่ 20 ปี แต่วันแต่งงานเป็นวันที่แกเริ่มติดคุกวันแรกไปตลอดชีวิต (ของข้างใดข้างหนึ่ง) ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ พวกที่บอกว่าจะอยู่กันยืดยาวได้สักแค่ไหน ในเมื่อทั้งคู่มีความแตกต่างกันเกือบทุกอย่าง ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า ความแตกต่างหลายอย่างที่ว่านั้นไม่ใช่อุปสรรคของการครองรักครองเรือนอย่างมีความสุขแต่อย่างใด ผมยอมรับและกลับไปสำรวจตัวเองก็พบความจริง ดังนี้ ความแตกต่างอย่างแรกคือครอบครัว ครอบครัวของผมเป็นไทยแท้แต่โบราณ อยู่กับดินโคลน ทำนา ปลูกข้าว สาบกลิ่นตัวและกลิ่นขี้ควายได้ดมจนชินชาเป็นว่าหอม ผมมีพี่น้องท้องเดียวกัน 12 คน ส่วนครอบครัวของภรรยานั้น เตี่ย – ตาและมาม้า – ยายของผมเป็นลูกคนจีนโพ้นทะเลที่มาเกิดในเมืองไทยทั้งสองท่าน ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการค้าขายของชำ น้ำชากาแฟ ขนมไทยและจีนที่รับจากแม่ค้ามาอีกต่อหนึ่ง ครอบครัวนี้มีพี่น้อง 7 คน […]

ภาษารักของนภ พรชำนิ

ภาษารักของ นภ พรชำนิ นภ พรชำนิ “เจ้าพ่อเพลงรัก” ความรักที่มีต่อครอบครัว คนรัก และคนรอบข้าง บวกกับถ้อยคำที่อบอุ่นและสุขุมของเขา ทำให้ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงแต่งเพลงและร้องเพลงรักได้งดงามขนาดนี้ ในวันนี้เขาได้ร่ายเวทมนต์แห่งรักฝากไว้ในบทสัมภาษณ์นี้ ซีเคร็ตชวนผู้อ่านทุกท่านมารู้จักความรักในมุมของนภ พรชำนิกัน   ความรักที่เป็นความรักที่ผิด ผมเจอเพลินมาตั้งแต่เรายังไม่รู้จักกัน ตั้งแต่ยังเป็นเด็กแสบคนนั้น ตอนที่เราตัดสินใจมาคบกัน เราต่างมีแฟนกันอยูแล้ว เราทั้งสองจึงต้องเลิกราจากแฟนเก่า ตอนนั้นผมคบกับแฟนคนก่อนนาน 3-4 ปี จนแน่ใจแล้วว่าเราเป็นคนที่ใช่ของกันและกัน แต่เมื่อกลับมาเจอเพลินอีกครั้งเลยกลายเป็นแบบนี้ไงครับ เรากลายเป็นคนรักของกันและกัน รักกันมานานกว่า 18 ปี ถ้าเราไม่ตัดสินใจคบกันในตอนนั้น คงไม่มีวันนี้ สิ่งที่สำคัญคือเราต้องซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต้องรู้ว่าชอบและรักอะไร เราต้องไม่โกหกกับความรู้สึกของตนเองก่อน คนที่เราคบอยู่ตอนนี้ต้องไม่ใช่การฝืน เพราะในวันหนึ่งเราต้องเลิกกันอยู่ดี จุดเริ่มต้นความรักของเราเป็นเพียงการพิสูจน์ว่าเราจริงจังกับความรักแค่ไหน แล้วเราจะซื่อสัตย์ต่อความรักครั้งต่อไปอย่างไร ตั้งใจและพร้อมที่จะรักษาความรักครั้งนี้ไหม แต่สำหรับความรักในอดีตของผมและเพลินต่างเป็นการค้นหาตัวเอง เพื่อที่เราจะรู้ว่าเราจะเลือกอะไรให้กับชีวิตของเราเอง   1 เด็กแสบในวันนั้นทำให้ประทับใจอย่างไรจึงรักกันมาจนถึงวันนี้ เขายังเป็นเด็กแสบคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มีความคิดที่ชัดเจนว่าต้องการอะไร อยากทำอะไร อยากเรียนรู้อะไร อยากสร้างสรรค์อะไรให้กับโลกใบนี้ เพลินเป็นผู้หญิงที่มีความชัดเจน ผมไม่ต้องมาคอยเดาว่าเขาคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ เขาจะบอกให้ผมรู้ทันที จึงทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลามาง้อ ผมชอบเพลินที่เป็นแบบนี้ […]

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต หลังจากที่ฝนตกติดต‹่อกันมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็ถึงวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง นาฬิกาขŒ้อมือบอกให้Œรู้Œว่‹าขณะนี้เป็šนเวลาใกล้Œเที่ยงแล้วŒ แต‹่ผูŒ้เขียนกลับไม่‹รู้Œสึกหิวเลยแม้Œแต‹่นŒ้อย และเดินไปที่ชั้นหนังสือ (เก่‹า) เลือกหยิบนิตยสาร Secret ฉบับที่ 21 เล่‹มวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มาอ่า นเพื่อเรียกน้ำย่‹อย หลังจากเปิดดูสารบัญก็พลิกหนŒ้ากระดาษอย่างรวดเร็วไปที่หน้าŒ 68 หัวข้อŒเรื่องคือ “รสชาติของชีวิต” ขึ้นอ่านเป็นลำดับแรก หลังจากอ่านจบ ผู้เขียนเกิดแรงจูงใจอย่างหนึ่งทำให้อยู่เฉยไม่ได้ ต้องหยิบปากกาและกระดาษมาวาดเป็นตัวหนังสือเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ในสมัยวัยรุ่นที่สอบเอนทรานซ์ไม่ติดมาเล่าสู่กันฟัง เพราะผู้เขียนเชื่อว่า หลังจากการประกาศผลการสอบเอนทรานซ์ในแต่ละปีจบลง ย่อมต้องมีผู้ผิดหวังเสียใจมากกว่าผู้ดีใจอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการสนับสนุนหัวข้อดังกล่าวที่ท่านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ ท่านได้เขียนไว้ มีความตอนหนึ่งว่า “ความอดทนแม้จักขมขื่น แต่รสชาติมักจะหวานชื่นเสมอ” ว่าเป็นเรื่องจริงที่มีตัวเราเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จนั้นๆ ย้อนไปเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ผู้เขียนทั้งนั่งและนอนร้องไห้อยู่กับความเสียใจ หลังจากที่มองไม่เห็นรายชื่อตัวเองติดอยู่ที่บอร์ดในฐานะผู้สอบเอนทรานซ์ติด ในช่วงเวลานั้นนอกจากความเสียใจแล้วยังมีความรู้สึกเคว้งคว้างเข้ามาปะปนอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานาว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนดี พอเรียนจบมาแล้วจะมีงานทำหรือเปล่า เพราะในสมัยนั้นผู้เขียนมีความเชื่อว่า ถ้าเราจบจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เราถึงจะมีงานดีๆ ทำ เพื่อนๆ หลายคนที่สอบไม่ติดต่างพากันไปซื้อใบสมัครของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และด้วยความมีน้ำใจจึงไม่ลืมที่จะซื้อมาฝากผู้เขียนด้วยชุดหนึ่ง […]

เมื่อแม่และสามีของตัวเองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง จะออกจากทุกข์ครั้งนี้อย่างไร?

แม่และสามีของดิฉันมีความ สัมพันธ์ลึกซึ้ง อีกทั้งยังสอนให้ลูกแท้ๆ เกลียดดิฉัน ทุกข์ใจเหลือเกิน จะดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าเพื่ออะไร

10 วิธีดึงสติ แบบเร่งรัด

10 วิธีดึงสติ แบบเร่งรัด 10 วิธีดึงสติ แบบเร่งรัด จะช่วยแก้ปัญหาอาการที่ปรอทวัดอารมณ์พุ่งขึ้นสูงปรี๊ด  เช่น  ลืมตัวตวาดเสียงหลงทั้งที่รู้ว่าไม่ดี แต่ก็พยายามควบคุมไม่ได้สักที หรือพบว่า ตัวเองเคร่งเครียด ซึมและเซ็งกับอะไรสักอย่างเป็นเวลานานๆ จนพลังชีวิตจะลดลง แต่ก็หยุดไม่ได้ซะที เพื่อช่วยแก้ปัญหา  ขอนำ 10 วิธี ดึงสติแบบเร่งรัด  มาฝากค่ะ 1. รู้สึกตัวด้วยระฆังแห่งสติ ที่หมู่บ้านพลัมของท่านติช นัท ฮันส์ จะมีการตีระฆังแห่งสติทุก 1 ชั่วโมง เมื่อเสียงระฆังใสๆ ดังขึ้น ทุกคนที่นี่จะวางมือจากกิจกรรมทุกอย่างแล้วเอาจิตมาอยู่ที่ลมหายใจเพื่อเรียกความรู้สึกตัวคืนมา จนระฆังตีครบ 4 ครั้งจึงค่อยทำกิจกรรมนั้นๆ ต่อไป คุณอาจใช้นาฬิกาปลุกหรือโทรศัพท์มือถือแทนก็ได้เพราะเสียงจากอุปกรณ์เหล่านี้ก็จะคอยสะกิดใจให้คุณมีสติได้เหมือนกัน 2. ตั้งสติก่อนยกหู ลองสูดลมหายใจเข้า-ออกยาวๆ 2-3 รอบ ทบทวนเรื่องราวที่ต้องการพูดก่อนที่จะกดเลขหมายปลายทางหรือรับสาย วิธีนี้จะช่วยเรียกสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว และทำให้คุณเรียงลำดับเรื่องที่ต้องการพูดได้ชัดเจนครบถ้วน 3. เตือนสติด้วยโน้ตข้อความ ลองแปะกระดาษโน้ตข้อความเรียกสติใว้ในที่ที่จะมองเห็นได้ หรือวางพับไว้ในลิ้นชัก ตู้เย็น ใต้ฝาขวด ก้นกระป๋อง หรือคั่นตามหนังสือเล่มโปรด เห็นโน้ตเหล่านี้เมื่อไร คุณจะเรียกสติให้กลับมาเมื่อนั้น 4. สะสมบทสนทนาแห่งสติ […]

ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวินกับเส้นทางที่มุ่งแสวงหาความสงบทางใจ

ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน กับเส้นทางที่มุ่งแสวงหาความสงบทางใจ หลังจากชีวิตคู่ของดาราเจ้าบทบาท ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน ได้จบลง เธอก็ได้รับฉายาว่า “หม้ายสายธรรมะ” ฉายานี้เธอไม่ได้มาลอย ๆ แต่ได้มาเพราะเธอสนใจด้านนี้จริง ๆ ทุกคำพูดที่อยู่ในบทความเรื่องนี้ล้วนถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ จากคนที่ชอบเที่ยว แสวงหาความสุขจากวัตถุ กลายมาเป็นผู้ที่มุ่งแสวงหาความสุขจากความสงบภายในใจ   สิ่งที่ทำให้ก้าวสู่เส้นทางธรรม “เริ่มมาปฏิบัติธรรมครั้งแรกตอนอายุ 37 ปี จุดหักเหที่ทำให้เรามาสนใจธรรมะตอนนั้นเพราะเกิดความคิดว่า ตอนดื่มเหล้ามันก็สนุกนะ ชอบอ่านหนังสือธรรมะด้วย คิดว่าการที่ไม่ได้รักษาศีล 5 ให้ครบบริบูรณ์ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนเลว หลังเลิกงานก็จะไปเที่ยวสนุก ตอนนั้นพี่ตุ๊ก-ญาณี จงวิสุทธิ์เปิดร้าน ก็ไปเที่ยวร้านแกเป็นประจำ พอเมาก็ห้องน้ำห้องเดิม มองดูกรอบรูป แจกัน ก็ตั้งคำถามขึ้นมาในใจว่า นี่หรือความสุข  ทำไมความสุขมันเหนื่อยอย่างนี้ แต่ก็สนุกนะมาทุกครั้งไม่เคยผิดหวังเลย เลยรู้สึกเบื่อ จึงหันมาอ่านหนังสิอธรรมะ และได้พบกับเพื่อนในวงการที่ปฏิบัติธรรม เช่น แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ธงธง-นที ธีระเสรีวงศ์ พอเจอแอนทีไรก็ทักว่า ‘พี่อยากไปปฏิบัติจัง แต่กลัวว่าไปแล้วจะเสียรายได้ เพราะต้องเสียรายได้ไปตั้ง 7-8 วัน’ แอนจึงพูดขึ้นมาว่า […]

keyboard_arrow_up