ชีวิตสูงส่ง (?) ของราชนิกุลข้างถนน – ม.ล.นรานุกูล ชุมพล

ในโลกที่ผู้คนนับถือกันที่ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง  เกียรติยศ  ชื่อ “หม่อมหลวงนรานุกูล ชุมพล” อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าผมมีชีวิตที่มีความสุข   สะดวกสบาย  ราบรื่น   หรือถึงขั้นสูงส่งหรูหรา  แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ผมมีชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลานยิ่งกว่าคนธรรมดาสามัญเสียอีก ผมเป็นลูกของ หม่อมราชวงศ์ประสาท ชุมพล ต้นตระกูลของผมมาจากสายรัชกาล ที่ 4 สมัยหนึ่งคุณพ่อผมต้องขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องพี่น้องต่างมารดาเพื่อเรียกร้อง สิทธิ์ในทรัพย์สิน จนได้สมบัติมาราวห้าสิบกว่าล้านบาท ถ้าเทียบกับค่าเงินสมัยนี้ก็คงเกือบ ๆ หนึ่งพันล้านบาท คุณแม่ผมเป็นภรรยาคนที่สองของคุณพ่อ ท่านมีลูกด้วยกัน 3 คน ผมเป็นลูกคนกลาง คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมกับพี่ชายยังเล็ก ๆ พวกท่านทะเลาะกันแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูพวกผม และคุณพ่อได้สิทธิ์นั้น คุณพ่อนำผมกับพี่ชายไปฝาก​เข้าเรียนที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ผมได้เจอหน้าคุณพ่อปีละแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนช่วงปิดเทอม แทนที่จะได้กลับบ้านไปอยู่กับพ่อบ้าง เราพี่น้องต้องไปอยู่ที่บ้านคุณครู ซึ่งคุณพ่อจ่ายเงินให้เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูพวกเราทุกปิดเทอม ผมมีชีวิตวัยเด็กที่ว้าเหว่มาก จนบางทีก็อดคิดตามประสาเด็กไม่ได้ว่า พ่อแม่ไม่รักและไม่ห่วงใยเราเลย แต่ยังโชคดี ที่ผมได้เรียนในโรงเรียนปานะพันธุ์ฯซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดีมาก ผมได้รับการอบรมสั่งสอน ทั้งเรื่องจารีตประเพณี การเคารพผู้ใหญ่ การช่วยเหลือตัวเอง การอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ฯลฯ ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานชีวิตที่สำคัญของผม แต่น่าเสียดายที่ผมได้เรียนที่โรงเรียนนี้ถึงแค่ชั้น […]

ชาร์ลส์ ชัค ฟีนีย์ มหาเศรษฐีแห่งความกรุณา

ครั้งหนึ่งในช่วงของการรณรงค์เพื่อยุติสงครามเวียดนาม หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เคยตั้งคำถามชวนคิดไว้ว่า “ถ้าคุณมีความกรุณา คุณจะร่ำรวยได้อย่างไร” พร้อมกันนั้น ท่านได้ให้คำตอบไว้ว่า “ความเมตตากรุณาเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งทั้งในพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนา คุณจะร่ำรวยได้ต่อเมื่อคุณสามารถทนดูเพื่อนมนุษย์ทุกข์ทรมาน แต่ถ้าคุณทนไม่ได้ คุณก็ต้องแบ่งทรัพย์สินของคุณไปช่วยเขา” แม้ว่าโลกทุกวันนี้ นับวันคนรวยก็ยิ่งรวยมากขึ้นจนยากจะหาตัวอย่างมาสนับสนุนคำพูดของหลวงปู่ได้ แต่ทว่าสิ่งที่ ชาร์ลส์ “ชัค” ฟีนีย์ (Charles “Chuck” Feeney) มหาเศรษฐีใจบุญชาวอเมริกันเป็น และทำมาโดยตลอด ช่างตรงกับคำกล่าวของหลวงปู่อย่างเหลือเกิน ชัคเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน “ดิวตี้ฟรี” ร้านค้าปลอดภาษีชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วโลก นิตยสาร ฟอร์บส์ ประเมินไว้ว่า ชัคสร้างรายได้ให้ตัวเองมาแล้วกว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันเงินในบัญชีส่วนตัวของชัคมีอยู่ราว 2 – 3 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เพราะตลอดมาเงินส่วนใหญ่ของชัคจะถูกโอนไปให้กับมูลนิธิ The Atlantic Philanthropies ที่เขาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ชัคบริจาคเงินเป็นจำนวนมหาศาล แต่ทำอย่างเงียบ ๆ และปิดเป็นความลับมานานถึง 15 ปี จนสื่อมวลชนถึงกับขนานนามเขาว่า “เจมส์บอนด์ในโลกแห่งการกุศล” […]

ยักษิณี “กาลี” ผู้บรรลุโสดาปัตติผลได้ด้วยการเลิกจองเวร

ยักษิณี “กาลี” ผู้บรรลุโสดาปัตติผลได้ด้วยการเลิกจองเวร – ที่เมืองสาวัตถี มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว เขาก็ได้เลี้ยงดูแม่มาโดยลําพัง 1 เขาต้องทํางานทั้งในบ้านและนอกบ้าน แม่ของเขาเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสาร อยากให้เขามีภรรยา จะได้แบ่งเบาภาระในบ้านไปเสียบ้าง แต่เขาไม่ต้องการ ทั้งยังห้ามแม่หลายครั้งหลายหน แต่แม่ก็ยังคงพยายามหาหญิงสาวมาให้อยู่เรื่อย เขาจึงบอกว่า ถ้าแม่จะไปสู่ขอจริงๆ ก็ขอให้ไปขอจากบ้านสกุลที่เขาชอบ 2 ในที่สุดแม่ก็สู่ขอผู้หญิงที่ลูกชอบมาให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่าหญิงนั้นเป็นหมัน แม่เกรงว่าตระกูลจะขาดผู้สืบทอด จึงรบเร้าให้เขามีภรรยาน้อยอีกคนหนึ่ง 3 หญิงสะใภ้ได้ยินแม่สามีรบเร้าสามีบ่อยๆ ก็คิดว่าเขาคงทนรบเร้าอยู่ได้ไม่นาน หากได้สะใภ้ใหม่มาแล้วมีลูก ตนเองก็จะลดฐานะลงไปเป็นคนรับใช้ อย่ากระนั้นเลย เราหาให้เองดีกว่า หญิงคนนั้นจะได้อยู่ในอํานาจของเรา คิดแล้ว นางจึงไปนําหญิงที่คุ้นเคยกันผู้หนึ่งมา 4 ตอนแรกๆ ก็ดี แต่พอนานเข้า นางก็มีใจริษยากลัวว่าตนจะตกต่ําอีก จึงบอกภรรยาน้อยว่า ถ้าตั้งครรภ์ขอให้บอกแต่เนิ่นๆ 5 ภรรยาน้อยพาซื่อ พอตั้งครรภ์ก็บอกนาง นางจึงแอบใส่ยาในอาหาร เป็นผลให้ภรรยาน้อยแท้งลูกไปถึงสองครั้ง 6 ครั้งที่ 3 ภรรยาน้อยไปปรึกษากับเพื่อนๆ เพื่อนได้เตือนให้ระวังตัวจากภรรยาหลวง คราวนี้ภรรยาน้อยจึงเงียบอยู่ ไม่ได้บอกให้นางรู้จนกระทั่งครรภ์แก่ แต่ปรากฏว่าเด็กขวางตอนคลอด ทําให้ภรรยาน้อยถึงแก่ความตาย […]

Dhamma Daily : มีคนบอกว่า ทำบุญสลึงเดียว ได้บุญเท่ากับทำทีละล้านถ้าจิตบริสุทธิ์ จริงหรือไม่

ถาม: ที่มีคนบอกว่า ทำบุญสลึงเดียว ได้บุญเท่ากับทำทีละล้านถ้ามีจิตบริสุทธิ์นั้นจริงหรือคะ ตอบ: จริงสิ เพราะบุญมากหรือน้อยวัดกันที่เจตนา คนมีเงินเป็นร้อยล้านพันล้านถึงจะบริจาคทีละรถสิบล้อ เขาก็อาจจะรู้สึกเฉยๆถ้าเฉยละก็ไม่ค่อยได้บุญหรอกนะ ในขณะที่บางคนถวายผ้าเก่าๆผืนเดียว แต่มีค่ายิ่งกว่าเงินสิบล้านเป็นไหนๆ ในพระไตรปิฎกกล่าวถึงพรามณ์ จูเฬกสาฎก (จู – เล – กะ – สา – ดก) และนางพราหมณีผู้เป็นภรรยา ทั้งคู่มีผ้าห่มผืนเดียวเพราะฉะนั้นตอนไปฟังธรรมก็ต้องผลัดกันไป ภรรยาไปตอนกลางวันแล้วก็กลับมาผลัดให้สามีไปตอนกลางคืน ทีนี้พอสามีฟังธรรมแล้วก็เกิดศรัทธาอยากถวายของแด่พระพุทธเจ้า แต่สำรวจดูจนทั่วก็ไม่มีอะไรอื่นที่พอจะถวายได้นอกจากผ้าที่ห่มอยู่แต่เพราะมีอยู่แค่ผืนเดียว พอคิดจะให้ปุ๊บ มัจฉริยะ คือความตระหนี่ก็เกิดปั๊บ มันแย้งขึ้นมาทันทีว่า “จะให้ได้อย่างไรเดี๋ยวตอนเช้าภรรยาจะเอาที่ไหนห่ม” ท่านว่าทานกับการรบนั้นเสมอกัน เพราะเมื่อมัจฉริยะเกิดจาคะ คือความเสียสละก็เกิดไม่ได้ จาคะกับมัจฉริยะจะรบกันจนตัวเราร้อนฉ่า พราหมณ์สามีสู้กับจิตใจตัวเองตั้งแต่หัวค่ำ ตอนยามที่หนึ่งและยามที่สองจิตคิดจะให้เกิดครั้งเดียว แต่จิตที่คิดจะไม่ให้เกิดเป็นพันครั้ง กระทั่งถึงยามที่สามจึงตัดสินใจได้เด็ดขาด นำผ้าผืนเดียวที่มีอยู่ไปถวายพระพุทธเจ้า พอถวายเสร็จด้วยความปีติพราหมณ์ก็เปล่งเสียงอุทานว่า “ชิตํ เม ชิตํ เม” (เราชนะแล้วๆ) วันนั้นพระเจ้าปเสนทิโกศลนั่งฟังธรรมอยู่ด้วยได้ยิน จึงให้คนไปถามว่าชนะอะไร พราหมณ์ก็ตอบว่า ไม่ได้ชนะอะไรหรอก แต่ชนะใจตัวเอง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเกิดความเลื่อมใส จึงพระราชทานผ้าและทรัพย์สินให้พราหมณ์จำนวนมาก จากคนยากจนเข็ญใจจึงกลายเป็นคนมีอันจะกินในชั่วข้ามคืน […]

ธรรมะของรัชกาลที่ 5 : กิจ 10 ประการที่ทำแล้วไม่เสียใจในภายหลัง

ธรรมะของรัชกาลที่ 5 : กิจ 10 ประการที่ทำแล้วไม่เสียใจในภายหลัง เนื่องในวันปิยมหาราช เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงอัญเชิญ ธรรมะของรัชกาลที่ 5 ที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่อง “โคลงสุภาษิตบางปะอิน” ในส่วนที่แฝงด้วยธรรมะ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน คือ “กิจ 10 ประการที่ทำแล้วไม่เสียใจในภายหลัง” โคลงสุภาษิตบางปะอิน พระองค์ทรงนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปประพาสที่พระราชวังบางปะอิน เนื้อหาของพระราชนิพนธ์เรื่องนี้โดยรวมแฝงไปด้วยข้อคิดในการดำเนินชีวิต ในหลายด้าน เช่น ความรัก ความเพียร ความพยายาม ความยุติธรรม ความโกรธ ความเขลา ฯลฯ จึงเป็นวรรณคดีคำสอนอีกเรื่องที่น่าศึกษา พระราชนิพนธ์ในส่วนที่ยกมานี้ ประพันธ์ด้วยโคลง เป็นศัพท์และสำนวนภาษาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงถอดความกำกับเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจถึงพระราโชวาทของพระองค์ง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ถอดความอย่างละเอียด เน้นที่ใจความสำคัญของแต่ละโคลง บัณทิตวินิจแล้ว          แถลงสาร สอนเอย ทศฤทุมนาการ        […]

ธรรม 4 ประการ คุณธรรมพื้นฐานที่ คู่ครอง ทุกคู่ควรมี

ธรรม 4 ประการ คุณธรรมพื้นฐานที่ คู่ครอง ทุกคู่ควรมี การเลือก คู่ครอง มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า ต้องอาศัยปัจจัยหลายประการ ประการหนึ่งคือต้องมีหลักธรรมที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของคนทั้งคู่เอาไว้ ให้ทั้งสองคนปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพื่อให้ความรักยืนยาว และราบรื่น ลองมาดูกันว่าคู่ครองควรยึดหลักธรรมอะไร เพื่อนำไปปฏิบัติใช้ในชีวิต     สัจจะ ทั้งคู่ควรมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน เป็นหลักสำคัญที่ทำให้เกิดความไว้วางใจและไมตรีจิต่อกัน ขาดสัจจะเมื่อใดย่อมเป็นเหตุให้เกิดความหวาดระแวงแคลงใจกัน เป็นจุดเริ่มต้นของความร้าวฉาว ซึ่งยากนักที่จะประสานให้คืนดีได้ดังเดิม       ทมะ การรู้จักบังคับควบคุมอารมณ์ ข่มใจ ระงับความรู้สึกต่อเหตุบกพร่องของกันและกัน รู้จักฝึกฝนปรับปรุง แก้ไขข้อบกพร่อง ปรับนิสัยและอัธยาศัยให้กลมกลืนประสาน เข้าหากันได้ ไม่เป็นคนดื้อด้านเอาแต่ใจและอารมณ์ของตน คนที่ขาดธรรมข้อนี้ย่อมปล่อยให้ข้อแตกต่างปลีกย่อยทางอุปนิสัยและการอบรม กลายเป็นเหตุแตกแยกสามัคคีใหญ่โต และถ้าไม่สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ ก็เป็นอันต้องทำลายชีวิตคู่ครองแยกทางขาดจากกัน     ขันติ ความอดทนอดกลั้นต่อความหนักและความร้ายแรงทั้งหลาย ชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกัน นอกจากมีข้อแตกต่างทางอุปนิสัย การอบรม และความต้องการบางอย่างซึ่งต้องหาทางปรับปรุงเข้าหากันแล้ว บางรายอาจมีเหตุล่วงเกินรุนแรงแสดงออกจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นถ้อยคำหรือกิริยาอาการ เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องรู้จักอดกลั้นระงับใจ ไม่ก่อเหตุให้เรื่องลุกลามกว้างขยายต่อไป ความร้ายจึงจะระงับลงไป […]

มอเตอร์ไซค์รับจ้างใจซื่อสัตย์เก็บกระเป๋าเงิน 40,000 ได้ส่งคืนเจ้าของแล้ว

มอเตอร์ไซค์รับจ้างใจซื่อสัตย์เก็บกระเป๋าเงิน 40,000 ได้ส่งคืนเจ้าของแล้ว คุณกาญจนา มอเตอร์ไซค์รับจ้างใจซื่อสัตย์เก็บกระเป๋าเงิน 40,000 คืนคุณวิภาษิณี เจ้าของสุดปลื้มเข้าสวมกอดพร้อมขอบคุณและมอบสินน้ำใจให้ เป็นเรื่องดี ๆ ที่สร้างความซึ้งใจอีกเรื่อง และได้รับการแชร์ต่อกันในโลกโซเซียล เมื่อวานนี้ 18 ตุลาคม 2561 นางสาวกาญจนา ศิริฤกษ์มงคล มอเตอร์ไซค์รับจ้างใจซื่อสัตย์เก็บกระเป๋าที่มีเงินอยู่ภายในเกือบ 40,000 บาท เป็นกระเป๋าของนางวิภาษินี แปงสอนที่กำลังเดือดร้อน เพราะต้องนำเงินไปใช้หนี้ เธอทำหล่นตอนขึ้นสะพานข้ามคลองบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณกาญจนาเป็นคนเก็บได้ แล้วส่งมอบคืนคุณวิภาษินีเป็นที่เรียบร้อย สร้างความประทับและดีใจให้แก่เจ้าของไม่น้อย เธอเข้าสวมกอดคุณกาญจนาด้วยความดีใจ และมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นสินน้ำใจ   นางวิภาษินี แปงสอน "สุดดีใจ" หลังได้รับกระเป๋าสตางค์คืนจาก น.ส.กาญจนา ศิริฤกษ์มงคล วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง… Posted by ของหายได้คืน สวพ.FM91 on Wednesday, October 17, 2018   คุณวิภาษินี เจ้าของกระเป๋าเผยว่า ตนกำลังนำเงินไปใช้หนี้ แต่กลับทำหล่นระหว่างขึ้นสะพานข้ามคลอง พอทราบอีกทีกระเป๋าเงินหายไป จึงขับวนมาที่จุดนี้ถึง […]

ยูโร-แอนดรูว์ 2 นักแสดงหนุ่มร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลในโครงการ ” ก้าวด้วยธรรม ” เพื่อ 17 โรงพยาบาล

2 ดาราหนุ่ม ยูโร-แอนดรูว์ ร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ในโครงการมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์  ” ก้าวด้วยธรรม ” เพื่อระทมทุนช่วยเหลือ โรงพยาบาล 17 แห่ง ที่ขาดแคลน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 (ที่ผ่านมา) เพจ Bugaboo.TV โพสต์ข่าวของ 2 ดาราหนุ่ม “ยูโร-ยศวรรธน์ ทะวาปี” และ “แอนดรูว์-กรเศก โคร์นิน” จากละครเรื่อง “เล่ห์รักบุษบา” เข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลในโครงการของมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ” ก้าวด้วยธรรม ” เพื่อระทมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาล 17 แห่ง กิจกรรมนี้จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 2 ดาราหนุ่มถ่ายภาพนิ่งและวีทีอาร์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการฯนี้ ณ สตูดิโอ เจ เอส แอล ฯ […]

ทำกรรมฐานให้ได้ โสดาบัน บทความธรรมะโดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ทำกรรมฐานให้ได้ โสดาบัน – กายของเรานี้จริง ๆ แล้วก็เป็นแค่ธาตุอาศัย เป็นแค่กายอาศัยชั่วคราว กายที่อาศัยนี้มันก็ไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์และไม่ใช่ตัวตน สุดท้ายก็ดับสลายไปในที่สุด กายของเรานี้ประกอบไปด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ประชุมกันอยู่ 4 ธาตุ ธาตุดิน คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้น้อย ไส้ใหญ่ อาหารใหม่ อาหารเก่า เยื่อในสมอง ประชุมกันอยู่ในร่างกาย ธาตุน้ำ คือ น้ำเสลด น้ำลาย น้ำดี น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำเหงื่อ น้ำอะไรต่าง ๆ หรือว่าลักษณะที่ชุ่มฉ่ำอยู่ในร่างกายเราทั้งปวง เรียกว่าธาตุน้ำทั้งหมดเลย ธาตุลม คือ ลมหายใจที่เข้าออกไป […]

“ฉันคือร่างกาย เธอคือหัวใจ” ความรักอันยิ่งใหญ่ของ รอง เค้ามูลคดี

แม้ในวันนี้คู่ชีวิตจะถูกโรคภัยรุมเร้า แต่มือทั้งสองของ รอง เค้ามูลคดี ยังคงเกาะกุมมือของภรรยาไว้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย

ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย เคยสงสัย และ เกิดตั้งคำถามในตัวเองใช่ไหมว่า ทำไมทำบุญแล้วชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ไปดูกันค่ะว่าเพราะอะไร หนึ่งในสถานการณ์ที่มักจะสร้างความคลางแคลงใจให้แก่คนที่เพิ่งจะหันมาศึกษาธรรมะ  รวมไปถึงผู้ที่ศึกษาธรรมะมานาน  แต่ยังไม่มีความหนักแน่นมากพอที่จะเชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็คือ ทำไมทำบุญแต่ชีวิตไม่ดีขึ้นเลย ชาวพุทธจำนวนมากทำกิจกรรมทางศาสนาหลายอย่างแล้วคิดว่า การกระทำดังกล่าวได้บุญแต่ความจริงแล้วบางอย่างก็ได้บุญน้อยมากบางอย่างไม่ได้บุญเลย เหตุการณ์ดังกล่าวมักจะทำให้ความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาของบางคนสั่นคลอน  แล้วกลายเป็นคนหลงผิด ผมจึงขอรวบรวมเหตุผลส่วนหนึ่งมาอธิบายว่า เพราะเหตุใดการทำบุญจึงไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นดังนี้   1. ทำบาปเอาไว้มาก   แต่ยังทำบุญน้อย  ลองคำนวณดูคร่าว ๆ ว่าเราเริ่มศึกษาธรรมะตอนอายุเท่าไร  แล้วลองเปรียบเทียบดูว่า  จำนวนปีที่เราทำบาปกับจำนวนปีที่เราทำบุญแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน  ยกตัวอย่างเช่น  สมมุติว่าผู้อ่านส่วนใหญ่ศึกษาธรรมะอย่างจริงจังในช่วงอายุ30 กว่า ๆ  ต่อมาได้หยุดทำบาปแล้วหันมาทำบุญในช่วงไม่เกิน 5 ปีหลัง  ก็แปลว่าก่อนหน้านั้นเราทำบาปมาประมาณ 30 ปีและเริ่มทำบุญจริงจังมาประมาณ 5 ปี  จะเห็นได้ว่า  ปริมาณการทำบาปในชาตินี้ยังมากกว่าการทำบุญ ฉะนั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชีวิตอาจจะยังไม่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด     2. บุญก็ทำ บาปก็ไม่เลิก  คนจำนวนไม่น้อยศึกษาธรรมะ แต่เข้าถึงหลักธรรมเพียงด้านเดียวคือการทำบุญ โดยไม่ได้สนใจเลิกทำบาป จึงทำบุญไปด้วย ทำบาปไปด้วยชีวิตโดยรวมก็จะมีสภาพลุ่ม ๆ ดอน ๆเดี๋ยวชีวิตก็ดีเพราะผลบุญที่ทำ เดี๋ยวชีวิตก็แย่เพราะผลของบาปที่ไม่ได้ลดละลงเลย   3. เข้าใจผิด คิดว่าทำบุญอยู่  ชาวพุทธจำนวนมากทำกิจกรรมทางศาสนาหลายอย่าง  แล้วคิดว่าการกระทำดังกล่าวได้บุญ  แต่ความจริงแล้ว บางอย่างก็ได้บุญน้อยมาก บางอย่างไม่ได้บุญเลย หนำซ้ำกิจกรรมบางอย่างก็ได้บาป  ทำให้ไม่มีบุญมาส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้น เช่น การเข้าวัดเฉย ๆ การกราบพระพุทธรูปเพื่อขอพรการสวดมนต์เพื่อให้ร่ำรวย การแก้กรรมการรดน้ำมนต์ การไปร่วมพิธีกรรมต่าง ๆเป็นต้น     4. ทำบุญมาก แต่ได้บุญน้อย   หลายคนยังคงทำมาหากินในอาชีพที่ผิดศีล เงินที่หามาได้จึงเป็นเงินที่ไม่บริสุทธิ์ ซึ่งเงินก้อนนี้หากเอาไปทำบุญก็จะได้บุญน้อยมาก จึงไม่มีผลบุญที่จะมาช่วยให้ชีวิตดีขึ้น   5. เข้าใจผิด คิดว่าละบาปแล้วหลายคนมีความเข้าใจเรื่องการทำบาปไม่ครบถ้วน จึงคิดว่าการกระทำของตนไม่บาป และยังคงทำกรรมนั้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดทำให้ยังคงได้บาปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดเช่นกัน  ส่งผลให้มีบาปที่รอแสดงผลเป็นจำนวนมาก เช่น การใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์การมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ยังไม่ได้สู่ขอ การพูดให้คนทะเลาะกัน การพูดจาเสียดแทงจิตใจ เป็นต้น     6. ทำบุญไม่ตรงกับผลที่ต้องการ  ชาวพุทธจำนวนมากมีความต้องการให้ชีวิตบางด้านดีขึ้น แต่เนื่องจากขาดความเข้าใจเกี่ยวกับกฎแห่งกรรมที่ถูกต้อง จึงทำบุญไม่ตรงกับความต้องการ เช่น คนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความรัก ความจริงแล้วควรจะรักษาศีลอุโบสถ เลิกพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดหยาบ แต่ก็กลับไปทำสังฆทานที่จะช่วยเรื่องเงินทอง คนที่มีปัญหาเรื่องการทำงานความจริงแล้วควรทำบุญถวายสังฆทาน แต่กลับไปปล่อยปลา ไถ่ชีวิตสัตว์ ซึ่งจะช่วยให้อายุยืนและสุขภาพดี คนป่วยที่ควรจะทำบุญด้วยยาหรือปล่อยปลาที่กำลังจะถูกฆ่า แต่กลับไปซื้อปลาที่เขาเตรียมจับไว้แทน ซึ่งบุญที่ได้จะช่วยเรื่องอิสรภาพมากกว่า   7. บุญยังไม่แสดงผล  คนจำนวนหนึ่งมีความเข้าใจในกฎแห่งกรรมอย่างถูกต้อง และได้เริ่มต้นทำบุญละบาปมาต่อเนื่องยาวนานนับสิบ ๆ ปี แต่ชีวิตก็ยังไม่ดีขึ้น ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะบุญที่ทำยังไม่สบช่องแสดงผล เพราะในชาติที่แล้ว และชาติก่อนหน้านั้น อาจจะเคยทำบาปเอาไว้มากบาปที่เคยทำจึงยังตามแสดงผลให้เราพบเจอความทุกข์ไม่หยุด ชีวิตจึงยังไม่ดีขึ้น ตัวอย่างเหตุผลดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้ผู้อ่านทุกคนได้ลองหันกลับมาพิจารณาว่า ตัวเราเองเข้าใจเรื่องบาปบุญอย่างถูกต้องแค่ไหน และแท้จริงแล้วตัวเราทำบุญหรือทำบาปมากกว่ากัน ถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้อง ก็จะเห็นความจริงว่า เราทำดีมากพอหรือยัง (ส่วนใหญ่มักจะยังทำบุญไม่มากพอ และยังทำบาปควบคู่ไปด้วย) ในขณะเดียวกัน ก็หวังว่าความเข้าใจดังกล่าวจะทำให้ทุก ๆ คนสามารถรักษาความมุ่งมั่นในการทำบุญละบาปต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะถึงอย่างไรเส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนเอาไว้ และเป็นเส้นทางที่จะช่วยให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย   (หมายเหตุ : อ่านความรู้จากพระไตรปิฎกเกี่ยวกับการทำบุญได้ในหนังสือ “ทำดี24 ชั่วโมง”  ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการทำบาปอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ “ถ้ารู้…(กู)…ไม่ทำ”) เรื่องจาก : นิตยสาร Secret […]

6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่

          6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่ 6 ความเชื่อเรื่องชีวิตคู่ ที่ดูเหมือนว่าใช่     ความเชื่อมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะผลักดันชีวิตไปสู่ทิศทางใดก็ได้ ดังนั้นก่อนจะเชื่ออะไรเราจึงต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะบางเรื่องแม้จะจำฝังใจ ว่า “เป็นความจริง” มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ในที่สุดประสบการณ์ชีวิต ก็อาจจะทำให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดทุกครั้ง ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตคู่ก็เช่น  บางเรื่องอาจจะดูเหมือนใช่แต่ก่อนจะปักใจ คุณควรไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน 6 ข้อต่อไปนี้ คือความเชื่อเกี่ยวกับ ชีวิตคู่ ที่อยากชวนคุณมาทบทวนความแน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยคำว่า ฟันธง!     1 อยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องธรรมดา การอยู่ร่วมกันโดยไม่ได้จดทะเบียน และไม่มีการแสดงความเป็นสามีภรรยา ให้สังคมรับรู้อย่างเป็นทางการฝ่ายหญิงย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบเต็มประตู ถ้าหากรักครั้งนี้จบลงนอกจากนี้ การอยู่ก่อนแต่งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเลิกรากันอีกด้วย เพราะแต่ละฝ่ายต่างได้เรียนรู้ข้อเสีย และตัวตนที่แท้จริงของกันและกันโดยที่ไม่มีอะไรผูกมัด  ทำให้สามารถเดินจากไปเมื่อไรก็ได้ถ้าเจอที่หมายที่ดีกว่า แน่ใจแล้วหรือว่า คุณพร้อมรับความจริงทั้งหมดนี้หากความสัมพันธ์ล้มเหลว     2 ชีวิตคู่ต้องเปิดเผยจริงใจ หลายต่อหลายคู่คิดว่าการแต่งงานคือการยินยอมให้แต่ละฝ่าย แสดงความคิดเห็นของตนอย่างอิสระ เลิกเกรงใจกันอีกต่อไปรวมทั้งการพูดถึงข้อบกพร่องของอีกฝ่ายหนึ่งบ่อยๆอย่างตรงไปตรงมา เช่น แก่ อ้วน ดูไม่ดีหรือทำไมไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ […]

10 วิธีปรับออฟฟิศเพื่อสร้างความสุขในการทำงาน

ปัจจุบันคนเราใช้เวลาในที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้าน หาก ออฟฟิศ มีลักษณะและบรรยากาศที่เหมาะสมย่อมสร้างสุขให้แก่พนักงาน ซึ่งจะนำไปสู่ผลงานที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา

นางสุชาดา : อุบาสิกาคนแรกในพระพุทธศาสนา นางสุชาดา สตรีผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้า โดยที่นางเองก็ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คือพระพุทธเจ้า นางเป็นอุบาสิกาที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ ผู้เป็นเลิศในการเข้าถึงสรณะเป็นคนแรก     เหตุที่ทำให้นางสุชาดาเป็นอุบาสิกาคนแรก นางสุชาดานับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีโอกาสได้ถวายอาหารแด่พระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้ จึงกลายเป็นผู้ที่เข้าใกล้สรณะ (ที่พึ่ง) ก่อนอุบาสิกาคนอื่น ทำไมนางสุชาดาจึงได้รับโอกาสที่พิเศษนี้ ในอรรถกถาอุบาสิกาที่กล่าวถึงเรื่องของอุบาสิกา 10 นาง กล่าวถึงสาเหตุที่นางสุชาดาได้สิทธิ์เป็นผู้ถวายอาหารมื้อแรกแด่พระพุทธเจ้าว่า ครั้งสมัยพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า “พระปทุมตตรพุทธเจ้า” มีสตรีนางหนึ่งเกิดในตระกูลเศรษฐีแห่งนครหังสาวดี นางมีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า แล้วได้เห็นพระพุทธเจ้าประทานตำแหน่งเอตทัคคะแก่สตรีนางหนึ่ง ให้เป็นผู้เข้าถึงสรณะเป็นคนแรกก่อนอุบาสิกาทั้งหลาย นางปรารถนาจะตำแหน่งเอตทัคคะนี้ หลังจากนั้นนางก็เวียนว่ายตายเกิดระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์เป็นเวลาถึงแสนกัป จนกระทั่งมาถึงสมัยของพระสมณโคดมพุทธเจ้า นางเกิดเป็นนางสุชาดา ธิดาของเศรษฐีมีนามว่า “เสนียเศรษฐี”   ธิดาเศรษฐีบนบานต้นไทร พอถึงคราวเจริญวัยเป็นสาวงาม นางจึงบนบานต่อต้นไทร เพื่อขอสามีที่มีฐานะเสมอกัน และให้บุตรคนแรกเป็นผู้ชาย หากได้ตามที่นางขอจะพลีกรรมถวายรุกขเทวดา ครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับใต้ต้นไทรนี้ นางปุณณทาสี สาวใช้ของนางสุชาดาผ่านมาเห็นพอดีก็เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นรุกขเทวดาที่สถิตในต้นไทร ออกมาปรากฏกายให้เห็น นางจึงรีบไปหานางสุชาดาผู้เป็นนายหญิง นางสุชาดาซึ่งกำลังเตรียมทำข้าวมธุปายาสเพื่อถวายรุกขเทวดาอยู่พอดี เมื่อทราบว่ารุกขเทวดาปรากฏกายแล้ว นางรู้สึกปีติและเชื่อว่ารุกขเทวดาปรากฏออกมารอรับเครื่องบูชาจากนางอย่างแน่นอน     เทวดาร่วมช่วยนางสุชาดาทำข้าวมธุปายาส ระหว่างที่นางสุชาดากำลังเคี่ยวข้าวผสมกับนมโคอยู่นั้น เทวดาบนสวรรค์ได้แก่ ท้าวมหาพรหม พระอินทร์ และท้าวจตุโลกบาล […]

True Story : จุดจบของ ผู้หญิงหลายใจ ผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ชายหลายคน

สมัยสาว ๆ ฉันเป็นชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ไม่ได้ใส่ใจนำมาเตือนสติตัวเองมากนัก เพราะมัวหลงติดสนุกสนานเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต มาย้อนคิดได้ก็ตอนที่อายุมากขึ้น และเชื่อว่าชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คือผลกรรมที่ตัวเองเคยก่อไว้ทั้งสิ้น เมื่อมองดูคนในครอบครัวก็ไม่มีใครมีปัญหาเรื่องการเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่ว่าพ่อ แม่ น้องชาย และน้องสาว แต่ไม่รู้ทำไมฉันจึงมีปัญหากับเรื่องนี้อยู่คนเดียว ตั้งแต่มีแฟนคนแรกคือ แซม ตอนเรียนปริญญาตรี ฉันก็มีจิตใจซุกซน ไม่ถึงกับคอยสอดส่ายสายตาไปมองคนอื่น แต่ถ้าใครแหย่เข้ามาก็พร้อมเล่นด้วย ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยฉันจึงแอบมีกิ๊กเป็นระยะ โดยที่แฟนไม่ระแคะระคาย เพราะเขาก็เรียนหนักและทำกิจกรรมเยอะ ดีกรีความไม่ซื่อสัตย์ของฉันเริ่มแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นเมื่อเรียนจบและมีงานทำ เนื่องจากฉันทำงานที่ต้องติดต่อพบปะผู้คนในสังคมที่ดี จึงมีโอกาสได้พบผู้ชายมากหน้าหลายตา และฉันเป็นคนติดพ่อจึงให้ความสนใจผู้ชายที่มีอายุมากเป็นพิเศษ แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับผู้ชายอายุคราวพ่อสองคนในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองคนนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของฉันในเวลาต่อมา คนแรกคือ ชัย คนที่สองคือ แทน ซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมพอสมควร ด้วยความที่เป็นเด็กสาวเพิ่งพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ฉันรู้สึกตื่นเต้นลำพองใจที่มีผู้ชายอายุมาก มีฐานะ มีความมั่นคงในชีวิต แถมยังมีชื่อเสียงมาตามจีบ แต่ฉันก็ทำตัวสองใจ เลือกไม่ถูก เลยตอบรับไปทั้งสองคน โดยยังคบกับแฟนคนแรกอยู่เหมือนเดิม ชีวิตของฉันจึงวุ่นวายและรบกวนการทำงาน เพราะต้องวิ่งรอกสับรางไปมาระหว่างผู้ชายสามคน จะเบาหน่อยก็ตอนช่วงที่แทนกลับไปสหรัฐอเมริกา เพราะเขามาเมืองไทยปีละสองครั้ง ถ้าถามว่าฉันทำได้อย่างไร ก็คงต้องยกความดีให้สมัยนั้นที่เป็นช่วงปลายยุคเพจเจอร์ และกำลังเริ่มมีโทรศัพท์มือถือ โลกโซเชียลก็ยังไม่บูมเหมือนสมัยนี้ ฉันจึงรอดพ้นจากการถูกตามเช็กตามส่องผ่านช่องทางต่าง ๆ ความไม่ซื่อสัตย์ย่อมมาพร้อมคำโกหก […]

ผลแห่งกรรม คำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า

ผลแห่งกรรม คำสอนจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนาสอนเรื่องว่ากรรมมีผลต่อชีวิตและการไปสู่ภพภูมิใหม่ หากทำกรรมดี ก็จะไปเกิดในสุคติภูมิ (ได้แก่ โลกมนุษย์และสวรรค์) ถ้าทำกรรมชั่ว ก็จะไปเกิดในทุคติภูมิ (ได้แก่ เดรัจฉาน อสุรกาย เปรต และนรก) พระพุทธเจ้าตรัสเรื่อง ผลแห่งกรรม ที่ทำให้มนุษย์ประสบแต่สิ่งที่ไม่ดีถึง 7 ผลแห่งกรรมชั่ว และ ผลแห่งกรรม ที่ส่งผลให้มนุษย์ประสบแต่สิ่งที่ดีงามถึง 7 ผลแห่งกรรมดีด้วยกัน ดังปรากฏใน จูฬกัมมวิภังคสูตร ครั้งพระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตุพน วัดที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย มีหนุ่มน้อยนามว่า “สุภมานพ” เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วทูลถามว่า “ข้าแต่พระสมณโคดม เหตุและปัจจัยใดที่ทำให้มนุษย์แตกต่างกัน บางคนเกิดมาอายุสั้น บางคนเกิดมาอายุยืน บางคนเกิดมาไม่แข็งแรงมีโรครุมเร้า บางคนเกิดมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง บางคนเกิดมามีผิวพรรณไม่งาม บางคนเกิดมามีผิวพรรณงาม บางคนเกิดมาไม่มีอำนาจวาสนา บางคนเกิดมามีอำนาจวาสนา บางคนเกิดมารวย บางคนเกิดมาจน บางคนเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีฐานะ บางคนเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะ บางคนเกิดมาฉลาด แต่บางคนเกิดมาโง่เขลาเบาปัญญา” พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า “มนุษย์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นสิ่งนำพาไปเกิด เกิดมาก็มีกรรม มีกรรมเป็นเครือข่ายปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ว่าเป็นญาติ เป็นคนรู้จัก […]

พระพุทธพจน์ว่าด้วยเรื่อง สุญญตา (ความว่าง)

อีกคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงสอนคือเรื่อง ความว่าง หรือ สุญญตา และมีความหมายตรงกับคำว่า ศูนยตา ในพุทธศาสนามหายาน พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องสุญญตา หรือ ความว่าง ไว้ในส่วนต่าง ๆ ของพระไตรปิฎกดังนี้   ” อานนท์ ทั้งเมื่อก่อนและทั้งตอนนี้ เรามีปกติอยู่โดยอย่างมากด้วยความว่าง ” จากจุฬสุญญตสูตร   ” สูตรทัังหลายเหล่าใด อันเป็นคำที่ตถาคตได้ตรัสไว้ลึกซึ้ง เป็นคัมภีรภาพ มีอรรถอันลึกซึ้ง อยู่เหนือโลก ประกอบด้วยสุญญตา คือ ความว่าง เราจะเข้าถึงธรรมนั้นตลอดเวลา ” จากธัมมทินนสูตร   ” ดูกรพระโมฆราช ท่านจงพิจารณาโลกนี้ด้วยความว่างเปล่า มีสติทุกครั้งที่พิจารณา สามารถถอนอัตตานุทิฏฐิเสีย (ความเห็นว่ามีตัวตน) เป็นผู้ข้ามความตาย ด้วยการมองโลกด้วยสุญญตา บุคคลที่พิจารณาโลกเช่นนี้ได้ ความตายย่อมไม่เจอ ” จากโมฆราชมาณวกปัญหา   ” พาหิยะ ร้องขอมาเช่นนี้ เมื่อเธอเห็นก็จนสำเหนียกว่าเห็น ทำก็สำเหนียกว่าทำ เกิดความรู้สึกก็สักแต่ว่ารู้ ทำเช่นนี้ เธอจะไม่มีตัวตนในโลกนี้และโลกอื่น […]

การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์

การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์ หลายคนมักกล่าวว่า “คนกิเลสหนา บรรลุธรรมไม่ได้” และเชื่อกันแบบนี้หลายคน แต่พระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องนี้ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า วิตถารสูตร ถึง การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา ไว้ว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ตามปกติเป็นผู้มีความกำหนัดยินดีในกาม (ราคะ) ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดจากความกำหนัดยินดีในกามตลอด เป็นผู้มีความโกรธ (โทสะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความโกรธตลอด เป็นผู้ที่มีความหลง (โมหะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความหลงตลอด แต่อินทรีย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เหล่านี้มีความแรงกล้า เขาย่อมบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน แต่หากคนผู้นั้นมีกิเลสเป็นราคะ  โทสะ และโมหะเบาบาง ไม่ได้มีความทุกข์โทมนัสจากราคะ โทสะ และโมหะ แต่อินทรีย์ทั้ง 5 ประการนี้อ่อน เขาย่อมได้บรรลุมรรคผลล่าช้า การบรรลุธรรมจึงขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ประการ   ระดับของการบรรลุธรรม การบรรลุธรรมของคนที่มีกิเลสหนาถึงจะขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 แต่ก็มีความช้าและความเร็วแตกต่างกันไป พระพุทธเจ้าจัดระดับไว้ 4 ระดับคือ […]

keyboard_arrow_up