True story: ผู้หญิง โชคดี กับชีวิตที่ โชกโชน

True story: ผู้หญิง โชคดี กับชีวิตที่ โชกโชน แม้ชีวิตของฉันจะเริ่มต้นจาก “ความไม่พร้อม” ของพ่อและแม่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคน โชคดี  เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกและได้รู้จักชีวิตในแง่มุมต่างๆ…ในขณะที่เด็กอีกหลายคนไม่มีโอกาสนั้น หลังฉันลืมตาดูโลกเพียงสามเดือนพ่อกับแม่ก็แยกทางกัน พ่อนำฉันมาทิ้งไว้กับปู่และย่า แล้วก็ไปขับรถสิบล้อที่ต่างจังหวัด นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับบ้าน แต่พอกลับมาพ่อก็ไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ชีวิตฉันจึงกลายเป็นว่า “มีพ่อก็เหมือนไม่มี” แต่อะไรก็ยังไม่ช้ำใจมากเท่ากับที่ท่านไม่เคยให้ฉันเรียกว่า “พ่อ” เลยตั้งแต่เกิดมา สั่งให้เรียก “พี่” ตลอด บ้านที่ฉันอยู่ เราอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีย่าและสามีใหม่ของย่า ลุง อาผู้ชาย และหลาน ๆ อีก 2 – 3 คน ทุกคนดูมีอิสระในการใช้ชีวิตเต็มที่ จะมีก็แต่ฉันที่ถูกเคี่ยวเข็ญมากกว่าใคร ซึ่งนั่นอาจจะด้วยความที่ฉันเป็นหลานสาวคนโตของบ้าน ผิดนิดผิดหน่อยก็มีทั้งบ่น ทั้งด่า รวมทั้งลงไม้ลงมือทำโทษแรง ๆ เพื่อให้หลาบจำไม่มีใครรู้หรอกว่าการลงโทษแต่ละครั้งฉันไม่ได้เจ็บแค่กาย แต่กลับบาดลึกลงไปถึงหัวใจ และทำให้ฉันบอกตัวเองว่า “ต่อไปอย่าพูดมากนะ ใครให้ทำอะไรอย่าปฏิเสธนะ เพราะไม่อย่างนั้นจะต้องโดนลงโทษแน่ ๆ ” ความหวาดกลัวที่ว่านี้ติดตัวฉันมาตลอดจนเข้าเรียน ป.1 จำได้แม่นว่าวันนั้นฉันปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมาก แต่ก็ไม่กล้าบอกครู อึกอัก ๆ จนในที่สุดก็อึราดในห้องเรียน นับจากวันนั้นฉันก็โดนเพื่อน ๆ ล้อมาจนจบ ป.6 แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังคงนิ่ง ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฏิเสธ ไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเอง…เหมือนเดิม พอขึ้นชั้น ม.2 แววเกเรก็เริ่มออก ฉันประเดิมด้วยการโดดเรียนไปดูหนังกับเพื่อนแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน ปรากฏว่า วันนั้นพ่อเกิดกลับมาพอดี พอรู้ว่าฉันไม่ได้กลับบ้านเท่านั้นแหละ พ่อเที่ยวออกตามหาทั้งคืน แต่กว่าจะเจอฉันก็ตอนเย็นของวันรุ่งขึ้นแล้ว พ่อไม่พูดพร่ำทำเพลง กระหน่ำทั้งกำปั้นและฝ่ามือใส่ฉันทันทีด้วยความโกรธ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสั่งห้ามไม่ให้ฉันไปโรงเรียนอีกต่อไป ความเป็นเด็กทำให้ฉันต้องก้มหน้ายอมรับคำตัดสินของผู้ใหญ่แต่โดยดี ทั้งที่เรื่องก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดนั้น แต่ฉันต้องออกจากโรงเรียนทั้ง ๆ ที่ยังเรียนไม่จบชั้น ม.2 เพื่อมาช่วยงานที่บ้าน หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็พบกับ “รักแรก” ในชีวิต ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราคบหากัน แต่ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันรู้สึกว่าเขาคือผู้ชายที่ฉันรักและต้องการมากที่สุดในโลก เพียงแค่เขายิ้มให้ฉัน เรากอดกันเบา ๆ จับมือกันแน่น ๆ หัวใจของฉันก็ล่องลอยไปไกลแสนไกลแล้ว ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันรู้ว่า สิ่งที่ฉันขาดหายและกำลังตามหาอยู่ก็คือ…“ความรัก” นั่นเอง แต่จะด้วยความเป็นเด็กของเราทั้งคู่ก็ดี หรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่นานนักเราทั้งคู่ก็เลิกรากันไป หัวใจของฉันว่างอยู่ได้ไม่นาน ฉันก็พบกับรักครั้งที่สอง รักครั้งนี้ทำให้ฉันมีความสุขและคิดถึงอนาคตจนตัดสินใจไปเรียน กศน. แต่เรียนไปได้สักพักฉันก็เกิดตั้งท้องขึ้นมา! เหตุการณ์ตอนนั้นเหมือนละครน้ำเน่าไม่มีผิด เมื่อฝ่ายชายบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “ผมยังมีอนาคตอีกไกล คงจะรับผิดชอบเธอและลูกในท้องไม่ได้ เอาเด็กออกเถอะ” ถึงฉันจะเสียใจกับคำตอบของชายคนรักคนที่กำลังจะเป็นพ่อของลูกมากเพียงใดก็ตาม แต่นั่นก็ไม่มากเท่ากับคำพูดจากครอบครัวของฉันเองที่สนับสนุนให้เอาเด็กออกท่าเดียว ไม่มีทีท่าจะห้ามปรามยับยั้งใด ๆ เลย ดังนั้น ไม่กี่วันต่อมา แฟนของฉันก็มารับฉันไปที่คลินิกแห่งหนึ่ง ความรู้สึกตอนที่ขึ้นขาหยั่งมันแย่เสียยิ่งกว่าแย่ ฉันกลัวจนตัวสั่นไปหมด ไม่มั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป และทันทีที่หมอเริ่มใช้เครื่องมือควานหาเด็ก ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นถึงกับทำให้ฉันภาวนาขอให้มีคนมาช่วยฉันออกไปจากตรงนี้ที รวมทั้งอยากได้ยินใครสักคนบอกฉันว่า “ไม่เป็นไรนะ เข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น อย่าทำอย่างนี้เลย ลงมาเถอะลูก” แต่นั่นก็เป็นได้แค่ความคิดเท่านั้น ร่างของฉันยังคงอยู่บนขาหยั่งและทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปด้วยความเจ็บปวด โชคดีที่ฉันผ่านฝันร้ายนั้นมาได้โดยไม่มีอาการตกเลือดหรือติดเชื้อตามมา เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น แฟนคนนี้ก็โบกมือลาฉันไป ถึงจะเสียใจแค่ไหน แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป คราวนี้ฉันตัดสินใจไปร้องเพลงที่คาเฟ่ตามที่เพื่อนชวน เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง จนกระทั่งสามารถเรียนจบ กศน.ได้วุฒิ ม.3 มา จากนั้นฉันก็พบรักครั้งที่สาม แฟนคนนี้ดูจะเป็นคนดีกว่าใคร เขาสนับสนุนให้ฉันเรียนต่อ ม.4 ยอมเจียดค่าขนมของตัวเองเพื่อให้ฉันได้ไปโรงเรียนทุกวัน ๆ แต่ไม่นานนักหนังม้วนเดิมก็ย้อนกลับมาฉายใหม่อีกครั้ง นางเอกตั้งท้อง พระเอกไม่พร้อมด้วยเหตุผลเดิม ๆ “ผมยังไม่พร้อม ผมยังต้องมีอนาคตต่อไป” ถึงจะปวดใจแค่ไหน แต่ฉันก็ตัดใจไปจากเขาไม่ได้จริง ๆ ถึงต้องเจ็บต้องเสี่ยงฉันก็ยอม ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้เหมือนครั้งก่อน จะต่างกันก็ตรงที่ว่า ครั้งนี้มดลูกของฉันเกิดอักเสบขึ้นมา โชคดีว่ามีคุณหมอใจดีช่วยดูแลให้เป็นพิเศษ ฉันจึงผ่านช่วงวิกฤตินั้นมาได้อย่างหวุดหวิด แต่ต่อจากนั้นทุกอย่างก็เข้ารอยเดิม ด้วยความกลัวว่าแฟนจะไม่รัก กลัวแฟนไปมีคนอื่น ฉันจึงละเมิดคำเตือนของคุณหมอด้วยการยอมตามใจแฟน…ในที่สุดก็ตั้งท้องอีกครั้งในระยะเวลาที่ห่างกันเพียงแค่เดือนเดียว! ถึงจะรู้ว่าการทำแท้งติด ๆ กันจะมีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงชนิดเป็น–ตายเท่ากัน แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เพราะถ้าไม่ทำ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาเลี้ยงเด็กที่เกิดมาได้อย่างไร สุดท้ายคุณหมอท่านเดิมก็ช่วยจัดการเรื่องนี้ให้จนสำเร็จ เหลือทิ้งไว้แต่มดลูกที่บอบช้ำอย่างหนัก…จนฉันรู้ดีว่าต่อไปนี้คงจะมีลูกไม่ได้อีกแล้ว หลังจากหายดี ฉันก็ได้รับข่าวร้ายว่าครอบครัวของแฟนสั่งให้เราเลิกคบกันอย่างเด็ดขาด ซึ่งแฟนก็ยอมแต่โดยดี คราวนี้เมื่อไม่มีเขาอีกแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ฉันหันกลับมาหางานทำเลี้ยงตัวเอง แต่ก็ต้องเผชิญทั้งการถูกหลอก ถูกดูถูกต่าง ๆ นานา เพราะฉันมีวุฒิติดตัวแค่ ม.3 เท่านั้น สุดท้าย เมื่อไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกแล้วจริง ๆ ฉันจึงตัดสินใจไป “ขายบริการ” ที่หาดใหญ่พร้อมกับเพื่อนที่อยู่ข้างบ้าน อาชีพนี้ทำให้ฉันขยะแขยงตัวเองไม่น้อย เพราะไหนจะต้องยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้า ไหนจะต้องฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา แต่เพื่อ “รายได้” เลี้ยงตัวเองและครอบครัวแล้ว ฉันจำเป็นต้องยอม เชื่อไหมว่า แม้จะทำอาชีพอย่างนี้ก็ยังนับว่าตัวเองโชคดี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มาซื้อบริการในลักษณะ “เพื่อนเที่ยว” ฉันจึงได้ไปกิน ดื่ม เที่ยวมาแล้วเกือบทั่วภาคใต้ และที่ถือว่าโชคดีที่สุดก็คือ ตั้งแต่ทำงานนี้มา ฉันป้องกันตัวเองอย่างดีมาตลอด ได้เจอแขกที่ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่อย่างนั้นแล้วฉันอาจจะโชคร้ายเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ตั้งแต่อายุเพียง 28 ปีเท่านั้น การจากไปของเพื่อนในครั้งนั้น ทำให้ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันต้องรีบผลักตัวเองออกมาจากอาชีพนี้ให้เร็วที่สุด ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนงานเพื่อตัวเองและเพื่อแฟนใหม่ (เพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันทำงานอะไร) ทว่าไม่นานนัก รักที่เคยหวานก็เริ่มขมลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็เลิกรากันไป คราวนี้ฉันเสียใจอย่างหนัก เอาแต่ร้องไห้ เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่กิน ไม่นอน เครียดมากจนอยากฆ่าตัวตาย โชคยังดีที่ฉันมีสติพอที่จะโทรศัพท์กลับไปหาคุณอา ขอให้ท่านมารับกลับบ้าน ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจทำอะไรโง่ ๆ ลงไป หลังกลับมาอยู่กรุงเทพฯ พอฟื้นฟูสภาพจิตใจได้สักพัก ฉันก็กลับไปร้องเพลงในคาเฟ่อีกครั้ง ส่วนหัวใจก็ยังเรียกร้องหาความรักอีกเหมือนเคย คราวนี้เรียกว่าเนื้อหอมที่สุด เพราะมีทั้งแฟน ทั้งกิ๊กวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็เลิกรากันไปหมด จนกระทั่งได้มาเจอกับแฟนอีกคน ซึ่งเปลี่ยนชีวิตฉันให้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง คราวนี้ฉันตัดสินใจเลือกเรียนอาชีวะ เพราะอยากได้วุฒิการศึกษาที่สามารถใช้ทำงานได้เลย ฉันตั้งหน้าตั้งตาเรียน ทำกิจกรรมทุกอย่าง ผลปรากฏว่า แค่เทอมแรกฉันก็สามารถคว้าที่หนึ่งมาได้ ไม่ใช่ที่โหล่หรือรองสุดท้ายของห้องอย่างที่เคยได้มาตลอด ความสำเร็จเล็ก ๆ นี้ทำให้ฉันรู้ว่า “คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ ถ้าตั้งใจจริง ฉันก็เรียนได้ไม่แพ้ใครเหมือนกัน” ด้วยผลการเรียนที่ดีเยี่ยมตลอดสามปีทำให้ฉันเริ่มคิดจะเรียนให้สูงขึ้นไปอีก แต่ก็ติดขัดว่าสาขาที่ฉันต้องการเรียนนั้นไม่มีเปิดสอน สุดท้ายฉันก็ระหกระเหินกลับไปทำงานคาเฟ่บ้าง เปิดร้านเหล้าบ้าง แม้กระทั่งเปิดคาร์แคร์ แต่สุดท้ายก็ไม่ต่างจากการมีความรักที่ต้องจบลงด้วยความเศร้าและการเลิกราทุกทีไป […]

อุ่นท้อง อุ่นใจ! Food Truck สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพในวงการ บันเทิงเกาหลี

คนไทยอินกับ บันเทิงเกาหลี มาเป็นสิบๆ ปี ข้อนี้น่าจะรู้กันอยู่ในวงกว้าง  แต่สิ่งที่เรายังรู้กันไม่มากคือธรรมเนียมปฏิบัติสุดน่ารักที่แสดงถึงมิตรภาพ ไมตรีจิต ที่เหล่าคนในแวดวงบันเทิงเกาหลีเขามีให้กัน หรือบางครั้งก็เป็นบรรดาแฟนคลับมอบให้ศิลปินที่เขาชื่นชอบ และบางทีก็เป็นศิลปินเองนั่นแหละที่ทำให้เพื่อขอบคุณแฟนคลับ ธรรมเนียมที่ว่านั้นก็คือการส่งรถอาหารเคลื่อนที่ หรือ Food Truck ไปตามกองถ่าย หรือสถานที่ปฏิบัติงานนั่นเอง ว่ากันว่าธรรมเนียมการส่งฟู้ดทรัค เพื่อเป็น Food support ให้กองถ่ายเกาหลีเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน โดยเหตุผลในการส่งนั้นมาจากว่าห้วงเวลาเปิดกองละครหรือภาพยนตร์ของเกาหลี ถ้าไม่เป็นช่วงออทั่ม ใบไม้เปลี่ยนสี ก็มักเป็นวินเทอร์ หิมะโปรยปราย เพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม ดูแล้วเพลินตา บ่อยครั้งข้าวกล่องที่กองถ่ายเตรียมไว้ให้ทีมนักแสดงและทีมเบื้องหลังเลยมักเย็นชืดไปตามสภาพอากาศ เมื่อรวมกับกำหนดการถ่ายทำที่มักจะล่วงเลยไปจากเวลาที่กำหนด ทำให้ทีมงานไม่ได้รับประทานตรงตามมื้อ จะออกไปภัตตาคารก็พาลเสียเวลาทำงานไปอีก เผลอๆ โลเกชั่นถ่ายทำบางแห่งก็ห่างไกลร้านอาหารเอามากๆ เหล่านี้เป็นปัญหาให้สุขภาพของดาราและทีมงานเข้าสู่โหมดย่ำแย่ ประมาณว่ากินกันตายพอให้มีอะไรลงท้อง อย่าหวังหาความอร่อยอะไรแบบนั้น ธรรมเนียมการส่งฟู้ดทรัคไปกองถ่ายจึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเริ่มแรกก็เพื่อนดาราด้วยกันนี่แหละส่งให้กันเอง โดยนอกจากบ่งถึงมิตรภาพที่มีให้กันแล้ว นัยหนึ่งยังเป็นความหมายถึงการ Cheer Up ให้ทำงานราบรื่น หรือถ้าส่งกันในวันเปิดกอง นัยยะก็จะเป็นแสดงความยินดีกับงานชิ้นใหม่ แต่ที่ดีสุดยอดคือ ทีมงานในกองก็พลอยได้อานิสงส์ กินอาหาร อุ่นๆ กันถ้วนหน้าด้วย ต่อมาบริการนี้ก็ฮอตฮิตขยายวงกว้างเป็นว่า แฟนคลับส่งฟู้ดทรัคให้ศิลปินที่เขาชื่นชอบ และบางทีก็เป็นศิลปินเองนั่นแหละที่ส่งให้บรรดาแฟนคลับที่ไปเฝ้ารอเขาทำงานนานหลายชั่วโมง นัยก็เพื่อขอบคุณแฟนคลับ อย่างที่เล่าในตอนต้น พร้อมๆ […]

เพื่อนรักสุดซี้คบกันมานานกว่า 60 ปี เพิ่งรู้ความจริงว่าที่แท้เป็น พี่น้อง กัน

เพื่อนรักสุดซี้คบกันมานานกว่า 60 ปี เพิ่งรู้ความจริงว่าที่แท้เป็น พี่น้อง กัน เมื่อคุณเป็นเพื่อนกับใครเป็นระยะเวลานาน ความสนิทสนมที่เพิ่มพูนจนกลายเป็นเหมือนญาติ พี่น้อง อาจไม่ใช่เรื่องแปลกนัก แต่การมารู้ทีหลังว่าเพื่อนสนิทที่คบกันมาตลอดชีวิตกลายเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต นี่คงต้องหาต้นสายปลายเหตุกันหน่อยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร วอลเตอร์ แมคฟาร์เลน (Walter Macfarlane) กับ อลัน โรบินสัน (Alan Robinson) ซึ่งอาศัยอยู่ที่โฮโนลูลู ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา รู้จักกันมาตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ทั้งคู่โตมาด้วยกัน คบหากันสนิทสนมชิดเชื้อเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันมากกว่าเป็นเพียงเพื่อน ตอนเรียนมัธยมที่ Punahou School โรงเรียนเอกชนไฮโซบนเกาะที่มีศิษย์เก่าอย่างอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ทั้งสองเล่นอเมริกันฟุตบอลทีมเดียวกันและเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ถึงแม้วอลเตอร์และอลันมักจะชอบอะไรเหมือน ๆ กัน หรือมีคนทักบ่อย ๆ ว่าหน้าตาเหมือนกัน ทั้งสองก็ไม่เคยคิดว่า จะมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดเลยแม้แต่น้อย เมื่อแต่งงานมีครอบครัวลูก ๆ ก็กลายเป็นเพื่อนกัน ไปมาหาสู่ ไปเที่ยวด้วยกันเสมอ ส่วนประวัติครอบครัวนั้นวอลเตอร์รู้เพียงว่ามารดายกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัวแมคฟาร์เลน แต่ไม่รู้ว่าพ่อเป็นใคร ส่วนอลันก็รู้เพียงว่าเขาถูกครอบครัวโรบินสันรับมาเลี้ยง อลันบอกว่า ถึงแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกัน เขาก็มักรู้สึกว่าวอลเตอร์เป็นเหมือนพี่ชาย ทั้งคู่จะเล่นกันเหมือนพี่น้อง เช่น ไปดำน้ำด้วยกัน […]

วาง กาย คลาย วางใจกลาง ๆ โดย หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

เวลาเราปฏิบัติ ใช้ กาย ใช้ใจใช้วาจา เช่น เรานั่งสร้างจังหวะ เราทำกายทำใจให้รู้สึกตัว อย่าเพียงแต่เป็นรูปแบบ บางทีมันแข็งกระด้าง ทำไม่เป็น เช่น เราจะขี่ช้าง ขี่ม้า ขี่ควาย เวลาเรานั่งหลังม้า หัดม้าให้มันวิ่ง ถ้าเรานั่งไม่เป็น ม้ามันก็วิ่งไม่ดี ไม่สบาย แทนที่จะนั่งม้าให้สบาย มันก็โขยกเขยกไป เพราะเรานั่งหลังมัน เป็นไม่เป็น มันก็เคืองเหมือนกัน บางทีก็สลัดเราตกลงไป ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อย ถ้าขี่ม้าไม่เป็น แต่ช้างมันโยกเราให้โคลงไปให้มา เออ มันก็ดี ถ้าขี่ม้าก็เหมือนกัน การปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน ถ้าเรายกมือให้ไปง่าย ๆ อย่าไปกด อย่าไปคลึง ไปง่าย ๆ ยกมือพาให้ง่าย ๆ เดินพาให้ง่าย ไม่ใช่เดินเพื่อให้ยุ่งยาก ยกมือเพื่อให้ยุ่งยาก เป้าหมายสวนทางกับการยกมือ สวนทางกับการเดิน การยกมือเคลื่อนไหวอันหนึ่ง จิตใจก็อีกแบบหนึ่ง ฝืน ไม่อยากยกมือ ไม่อยากทำการยกมือ ก็หนักเพราะไม่มีแนวร่วม พลังร่วมก็ไม่มี การเดินก็เหมือนกัน การเดินก็เดินง่าย ๆ […]

ยิ้มไว้ก่อน ท่าน ว สอนไว้! 8 วิธีสลายความเครียด สูตร ว.วชิรเมธี

สลายความเครียด ไม่ใช่เรื่องยาก ใครก็ตามที่เคยเรียนรู้เรื่องการเจริญสติ คนนั้นสามารถที่จะบริหารใจให้ลอยอยู่เหนือความเครียดได้อย่างสบายๆ

ต้องทำสิ่งที่ท้าทายแล้วจะกลายเป็น คนพิเศษ ลูกปัดแก้ว – วริพันธ์ โชคงามวงศ์

ต้องทำสิ่งที่ท้าทายแล้วจะกลายเป็น คนพิเศษ ลูกปัดแก้ว – วริพันธ์ โชคงามวงศ์ นักกีฬาทีมชาติไทย ประเภทเรือพาย (เรือคายัค) หากอยากเป็น คนพิเศษ ก็ต้องทุ่มเททำเรื่องที่ท้าทายกว่าคนทั่วไป เป็นเรื่องที่สาวน้อยคนนี้ตระหนักและยอมรับมาตั้งแต่ต้น “หนูเป็นลูกคนเดียว คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงดูแบบให้มีอิสระทางความคิด หนูกล้าพูดกับคุณพ่อคุณแม่ว่าหนูคิดแบบนี้ ผิดถูกอย่างไรคุณพ่อคุณแม่จะอธิบายให้ฟัง หนูเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตั้งแต่อนุบาล 2 เพราะคุณแม่ว่ายน้ำไม่เป็น เคยเกือบจมน้ำ จึงอยากให้หนูว่ายน้ำให้เป็น ก็เลยส่งเสริมการว่ายน้ำเป็นพิเศษ หนูเป็นนักกีฬาว่ายน้ำจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วก็หยุดไป เพราะโรงเรียนมัธยมไม่มีสระว่ายน้ำ “ช่วงเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีรุ่นพี่ที่เคยว่ายน้ำด้วยกันมาชวนไปพายเรือคายัค คนที่เล่นเรือต้องว่ายน้ำเป็น หนูก็ตกลง พอได้ลองเล่นก็ชอบ เพราะมันต้องคิดตลอดว่าใบพายเราจับน้ำได้มากขนาดไหน ต้องคิดมุม องศาต่าง ๆ เรือคายัคเป็นการพายที่ต้องใช้เทคนิคเยอะมาก หนูชอบอะไรที่มันยาก เพราะถ้าเราทำอะไรที่มันง่าย คนอื่นก็คงทำได้ แต่อะไรที่ยาก ๆ ถ้าเราทำได้ จะรู้สึกพิเศษขึ้นมาทันที “หนูเริ่มลงแข่งจนมาเป็นนักกีฬาเขต มีพี่ขวัญ (คุณวิชญ์ธินันต์ ขาลสุวรรณ) เป็นโค้ช เขาเป็นโค้ชที่เก่งมาก ๆ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยมีการเปิดคัดตัวทีมชาติไทย หนูตัดสินใจทิ้งการเรียนชั่วคราวเพื่อไปคัดตัวทีมชาติ อาจารย์ […]

พิศพระธรรม 1,200 วินาที ณ พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาส

“ท่านผู้รู้แจ้งโลก มีปัญญาดีถึงที่สุดแห่งโลก อยู่จบพรหมจรรย์เป็นผู้สงบ รู้ที่สุดแห่งโลก ย่อมไม่ปรารถนาโลกนี้และโลกอื่น” สาระธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะนำเราเข้าสู่การระลึกถึงพระองค์ใน พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา วัดเทพศิรินทราวาสสถานที่ที่รวบรวมสังเวชนียสถาน 4 แห่งไว้ในที่เดียวกัน

สวดมนต์ในใจกับการ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากว่ากัน

สวดมนต์ในใจกับการ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากว่ากัน สวดมนต์เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง คือทำให้จิตของคนสวดเป็นกุศล มีสมาธิ และเป็นภาวนาด้วยในบางครั้ง แต่ระหว่างสวดมนต์ในใจกับ สวดมนต์ออกเสียง แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน มีคำถามตรงมาจากคนที่ชอบสวดมนต์ท่านหนึ่งว่า การสวดมนต์แบบไหนได้บุญมากกว่ากัน ระหว่างสวดมนต์ในใจกับสวดมนต์ออกเสียง คำถามนี้ฟังดูง่าย ๆ แต่หากจะอธิบายให้เข้าใจเลยทันทีเห็นจะเป็นเรื่องยาก     การสวดมนต์เป็นการที่เราได้ทบทวนคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะบทสวดบางบทก็เอามาจากพระไตรปิฎก ครูบาอาจารย์สมัยก่อนซึ้งในคำสอนใด ก็จะดึงออกมาเพื่อใช้สวด เพราะสมัยก่อนจะใช้วิธีการท่องจำ ดังนั้นการสวดมนต์จึงมีอิทธิพลมาจากอดีตที่เป็นสังคมการท่องจำด้วยปาก เมื่อท่องจำคำสอนนั้นแล้วมีใจเป็นกุศล เป็นบุญ จึงถ่ายทอดกันต่อมา แต่บางครูบาอาจารย์ หรือในคัมภีร์ใช้คำว่า พระโบราณาจารย์ หมายถึงครูบาอาจารย์รุ่นเก่าๆ แก่ๆ อาจถึงสมัยพุทธกาล นิยมนำพุทธพจน์หรือคำสอนมาภาวนา มีการภาวนาด้วยการระลึกถึงพุทธคุณของพระพุทธเจ้า จึงคล้ายกับการสวดมนต์ในใจ     ดังนั้นการสวดออกเสียงก็เป็นบุญ การสวดมนต์ในใจก็เป็นการภาวนา ได้บุญเช่นกัน แต่หากจะดีถ้าในขยับตามบทสวด แต่ใจตามทันเข้าใจคำที่เราเปล่งเสียงออกมา จึงมีปัญหาตามมาว่า สักแต่สวด แต่ไม่เข้าใจความหมายเพราะบทสวดเป็นภาษาบาลี ฆราวาสไม่ได้เก่งบาลีอย่างพระสงฆ์องค์เจ้า ดังนั้นการสวดมนต์บาลีแล้วตามด้วยคำแปลจะเป็นบุญมาก เพราะนอกจากจิตเป็นกุศลแล้ว ใจเข้าใจความหมายของบทสวด ปัญญา เกิด เพราะเข้าใจบทสวดนั้น ๆ ได้ความรู้ […]

True Story : ในวันที่ลูกคิดได้…เมื่อเป็นแม่…เรื่องของผู้หญิงที่จำต้อง ทิ้งลูก

เรื่องราวของผู้หญิงที่ถูกเก็บมาเลี้ยงแต่เด็ก และเมื่อถึงคราวตัวเองจำต้อง ทิ้งลูก บ้าง จึงเข้าใจหัวอกของแม่แท้ ๆ ที่ทิ้งเธอไป “แม้พ่อกับแม่จะไม่ได้เป็นพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน แต่ท่านเลี้ยงฉันมาจนถึงขนาดนี้ นับเป็นบุญคุณมากมายแล้ว” นั่นคือความคิดของฉันเมื่อตัดสินใจออกจากบ้านตอนอายุ 13 ปี พ่อกับแม่เอาฉันมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ พออายุสองขวบ แม่ก็คลอดลูกคนแรกและอีกหนึ่งปีถัดมาท่านก็มีน้องคนที่สอง ตั้งแต่เล็กจนโตฉันต้องทำงานบ้านและดูแลน้องทั้งสองคน ถ้าทำผิดฉันจะถูกล่ามโซ่และถูกตีอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดทางกายไม่นานก็หาย แต่การถูกด่าว่าว่าเป็น “เด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีใครเอา” ต่างหากที่ทำให้รู้สึกน้อยใจ เสียใจเพิ่มขึ้นทุกวัน เมื่อเรียนถึงชั้น ป.6 พ่อบอกว่า “จบ ป.6 แล้วก็เลิกเรียนเถอะ น้อง ๆ ยังต้องเรียนอีกตั้ง 2 คน” แม้จะเสียใจ แต่ก็เข้าใจ เพราะพ่อแม่ไม่ได้มีเงินอะไรมากมายนัก ยังติดหนี้ร้านค้าอยู่ไม่น้อย ฉันจึงบอกพ่อกับแม่ว่าจะไปเป็นกรรมกรที่กรุงเทพฯ ได้ค่าแรงวันละ 250 บาท พ่อกับแม่บอกให้ฉันดูแลตัวเองให้ดีฉันมาอาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานแถวลาดกระบังเพื่อเป็นกรรมกรก่อสร้าง เมื่ออายุได้ 15 ปีและมีบัตรประจำตัวประชาชน ฉันจึงสมัครงานโรงงานซึ่งให้รายได้ดีเพราะทำงานรอบกลางคืนและขยันทำโอที  เงินเดือนที่ได้มาหมดไปกับการเที่ยว ดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูง ซึ่งทำให้ฉันได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นเด็กที่พ่อแม่ทอดทิ้ง แม้ภายหลังจะกลับมาอยู่กับพ่อแม่ แต่ก็ยังรู้สึกต่อต้านและไม่ไว้วางใจพ่อแม่ของตัวเองทุกครั้งที่เขาตัดพ้อถึงชีวิตที่รันทด ทุกครั้งที่เขาร้องไห้เสียใจเพราะเรื่องในวัยเด็ก ฉันเข้าใจความรู้สึกเขาเป็นอย่างดี เราชอบพอจนคบหากันเป็นแฟน และคิดว่าความเข้าใจ ความเห็นใจที่มีต่อกันมากจะสามารถสร้างครอบครัวขึ้นมาได้ ฉันย้ายมาอยู่กับครอบครัวของสามีซึ่งเปิดร้านขายของชำ เพราะคิดว่าจะทำให้เราช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวได้เร็วขึ้น แต่เมื่ออยู่ด้วยกัน ชีวิตคู่กลับตกต่ำ เมื่อเขาเริ่มเสพยาบ้าจนไม่สามารถทำงานได้และยังตามไปหึงหวงฉันถึงที่ทำงานจนฉันต้องลาออกจากงาน เมื่อไม่มีรายได้ ฉันกับสามีก็ยิ่งทะเลาะกัน ฉันเครียดจนบางวันไม่อยากพูดกับใครเลย และฉันก็เลือกหลีกหนีความทุกข์ความกังวลไปชั่วคราวด้วยการร่วมเสพยาบ้ากับสามี แม้ต่อมาฉันจะตั้งท้อง แต่ก็ยังไม่เลิกเสพยา จนกระทั่งคลอดลูก ทันทีที่เห็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง น้ำตาของฉันก็ไหลอาบแก้ม เขาทำให้ฉันมีความหวัง ฉันเสพยาน้อยลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็เลิกขาด ฉันกลับไปทำงานโรงงานอีกครั้งเพราะอยากมีเงินไว้เลี้ยงดูลูก แต่สามีก็ยังตามไปอาละวาดหึงหวงจนฉันต้องลาออกจากงานอีกครั้ง ฉันจึงไปรับจ้างเลี้ยงเด็กอ่อนและช่วยพ่อแม่สามีขายของชำอยู่ที่บ้าน ฉันกับสามียังคงทะเลาะกันเป็นประจำ เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งท้องลูกคนที่สองได้สองเดือน ฉันรวบรวมความกล้าบอกกับสามีว่า “เลิกยาเถอะ เพื่อลูกนะ” “มึงมันพูดไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวกูฆ่าให้ตายเลย” เขาสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวก่อนลุกไปหยิบมีดจากครัวจะมาฟันฉันต่อหน้าลูกสาววัยขวบเศษที่ยังพูดไม่ได้และนั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ นาทีที่เขาเงื้อมีดจะฟันลงมาที่ตัวฉัน ลูกน้อยก็วิ่งเข้ามากอดขาฉันพร้อมกับกรีดร้องลั่นบ้าน สามีชะงักไปชั่วขณะ ฉันรีบอุ้มลูกหลบเข้าไปในห้องนอน ขณะที่ฉันกำลังร้องไห้และกอดปลอบลูกอยู่ในห้อง สามีก็พังประตูห้องเข้ามากระชากตัวฉันออกจากลูกและลากฉันไปหน้าบ้าน ขณะที่เขากำลังง้างเท้าจะกระทืบฉัน เพื่อนบ้านก็เข้ามาห้ามและบอกให้ฉันหลบไปอยู่ที่วัดใกล้บ้านและปล่อยให้สามีสงบสติอารมณ์อยู่ที่นี่ ฉันหลบอยู่ที่วัดจนพ่อแม่สามีกลับมาบ้านแล้ว แต่แม่สามีกลับต่อว่าฉันว่าไม่อยู่ดูแลร้านค้า ฉันจึงพาลูกสาวหนีไปอยู่บ้านเพื่อน แต่อยู่ได้เพียงสามวัน สามีก็พาพ่อแม่มาตามฉันกับลูกกลับบ้าน ฉันยืนยันว่าจะไม่กลับไปอีก สามีกับฉันแย่งลูกกันพัลวัน ลูกร้องไห้โยเย ส่วนพ่อแม่สามีก็ด่าทอต่อว่าฉันอยู่หน้าบ้านเพื่อนว่า “ตัวเองยังไม่มีปัญญาเลี้ยง เ-ือกจะเอาลูกไปด้วย แม่ดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน” สุดท้ายฉันต้องปล่อยให้ลูกกลับไปอยู่กับครอบครัวของสามี ส่วนฉันไม่กลับไปด้วย เพราะไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป ที่สำคัญกว่านั้นคือ กลัวว่าลูกในท้องอีกคนจะเป็นอันตราย หลังจากอยู่บ้านเพื่อนได้ไม่นาน ฉันก็ขอความช่วยเหลือจากศูนย์ประชาบดี จึงได้เข้ามาพักพิงที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯจังหวัดปทุมธานี การอยู่ห่างจากสภาพแวดล้อมเดิมทำให้ฉันมีสติ คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ฉันคิดถึงพ่อกับแม่บุญธรรมที่เลี้ยงฉันมา ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ท่านก็ห่วงใยฉันอย่างแท้จริง เมื่อออกมาอยู่เอง ฉันจึงรู้ว่าจะหาคนที่หวังดีจริง ๆ ได้ยากเต็มที เรื่องสามี ฉันสรุปได้เพียงว่า ฉันเริ่มต้นชีวิตคู่กับเขาด้วยความสงสาร แต่เราไม่ได้รักและหวังดีต่อกัน ฉันสงสารเขามากเกินไปจนกระทั่งมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ฉันลูบคลำท้องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันก็คิดถึงลูกสาวที่อยู่กับสามีและรู้สึกเสียใจหากวันหนึ่งข้างหน้าลูกจะคิดว่าฉันตั้งใจทอดทิ้งเขาไป ฉันอยากบอกเขาว่า ไม่ว่าพ่อแม่ของเขาจะเลวร้ายเพียงใด แต่เขาเกิดจากความรักอย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ความรักจากแม่คนนี้ที่อุ้มท้องเขามาด้วยความยากลำบากทุกคืนฉันภาวนาขอให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเองและไม่ตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตที่ผิดพลาดเฉกเช่นฉันและสามี สำหรับพ่อแม่ที่แท้จริงซึ่งฉันโหยหามาทั้งชีวิตนั้น ฉันอยากบอกท่านว่าฉันรักท่านแม้ว่าเราจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยก็ตาม และเมื่อมีลูก ฉันเข้าใจแล้วว่า บางครั้งชีวิตก็ไม่มีทางเลือก ท่านคงมีเหตุผลของท่าน และที่สำคัญ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ “ฉันเป็นเด็กที่ถูกทิ้ง” นั่นคือความทรงจำที่เลือกจำเพียงด้านเดียวซึ่งทำให้ฉันเจ็บปวดเสมอมา แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งที่ฉันลืมไปก็คือ เมื่อเกิดมา ฉันมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันกับพ่อและแม่เป็นคนละคนกัน และที่สำคัญ “ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเดินตามรอยเท้าที่ผิดพลาดของใคร” ฉันจะหมั่นย้ำประโยคนี้กับตัวเองทุกวัน… ดับทุกข์ทางโลกด้วยธรรมะ ข้อคิดจากพระครูธรรมธร ดร.สาคร สุวฑฺฒโน มองชีวิตที่เคยผิดพลาดให้เป็นครู…มองชีวิตที่เหลืออยู่ให้เห็นโอกาสความผิดพลาด ความไม่สมหวัง คือ ต้นตอความทุกข์ของชีวิตที่ผ่านมาการยึดติดกับความทุกข์ในวันวานนั้นอาจทำให้เราสูญเสียวันพรุ่งนี้  เมื่อโยมท่านนี้มาถึงวันที่คิดได้ นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การยึดติดความทุกข์ในอดีตไม่เคยช่วยให้วันพรุ่งนี้ของเราดีขึ้นได้ หากแต่การปรับความคิด ปรับจิตใจให้มีสติตื่นรู้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ปล่อยจิตใจให้แกว่งไปกับความทุกข์ที่เราฉุกคิด ไม่ปล่อยให้ความทุกข์เข้ามาทำร้ายเราทุกครั้งที่เราคิดขึ้นมา นี่คือการก้าวผ่านความทุกข์ในขั้นต้น และจงเริ่มต้นชีวิตใหม่ ให้โอกาสตัวเองนับจากนี้ด้วยการคิดใหม่ ทำใหม่ การคิดใหม่คือการดับทุกข์ทางใจคิดแต่ในทางดี ไม่ปรุงแต่งจิต อยู่กับปัจจุบันขณะ และปล่อยวางสิ่งที่นึกคิดตอกย้ำอยู่ตลอด คิดถึงเป้าหมายในชีวิตให้มากขึ้นด้วยความมีสติเพื่อให้เกิดปัญญาและลงมือทำ การทำใหม่คือการดับทุกข์ทางกายคิดแล้วลงมือทำด้วยสติ ดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ แม้อาจเป็นการก้าวไปอย่างช้า ๆ ที่ยังไม่พบจุดที่ดีที่สุด แต่ชีวิตจะดีขึ้นในทุกวันอย่างแน่นอน จึงขอให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง สามารถดูแลทั้งชีวิตตนเองและลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาบนโลกใบนี้ “จิต เงียบลง ปลง คิดได้…ใจ นิ่งไว้ มองเห็น ชัดเจน”   เรื่อง สาวช่างยนต์ เรียบเรียง Ametal  Secret Magazine (Thailand) Photo by MMPR on […]

ทำงานด้วย จิตว่าง ทำอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีคำตอบ

ถ้าอาชีพที่เราทำบังเอิญขัดกับหลักพระพุทธศาสนา เราจะ ทำงานด้วยจิตว่าง หรือทำงานไปด้วยเจริญสติไปด้วย โดยไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้อย่างไรกันคะ

วัดบุคคโล ประกายศรัทธาแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

วัดบุคคโล ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตธนบุรี ย่านถนนเจริญนคร แม้ความงดงามของวัดจะดึงดูดให้ผู้คนไปเยี่ยมชมกันไม่ขาดสาย แต่ว่ากันว่า ประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้ก็มีคุณค่าน่าจดจำและบอกต่อสู่คนรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นอย่างยิ่ง

พระเถระท่องสวรรค์เยือน วิมานของเทวดา ไม่ทำบุญ

พระเถระท่องสวรรค์เยือน วิมานของเทวดา ไม่ทำบุญ พระมหาโมคคัลลานะ พระอรหันต์ผู้ชำนาญในฤทธิ์ เหาะท่องสรวงสวรรค์ เยือน วิมานของเทวดา เพื่อสอบถามถึงบุญที่เทวดากระทำมา แต่ในครั้งนี้ คำตอบที่ท่านได้จากสองเทพธิดากลับแตกต่างออกไปจากเทวดาอื่น ครั้งพระมหาโมคคัลลานะเถระ เหาะท่องพื้นฟ้ามุ่งสู่แดนสวรรค์อันเป็นถิ่นพำนักของเหล่าเทวดา มีวิมานมากด้วยความวิจิตรของประติมาอันเป็นทิพย์ พร้อมด้วยสรรพสินสมบัติที่เลอค่า ทุกสิ่งล้วนประณีตกว่าแดนมนุษย์ พระเถระเจ้าหยุดอยู่เบื้องหน้าวิมานที่สุกเรืองรองด้วยรัศมีอันโชติช่วง เทพธิดาอันเป็นเจ้าของวิมานออกมาต้อนรับ “นมัสการพระเถระเจ้า ผู้เป็นพุทธบุตร ท่านมายังวิมานของดิฉัน นับว่าเป็นบุญแก่ดิฉันหนักหนา” “แม่เทพธิดา วิมานของเธอเรืองรองรุ่งเรืองกว่าวิมานของเทวดาในบริเวณนี้ เราใคร่อยากทราบว่าตอนเธอเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญใดไว้จึงส่งผลให้เธอ เสพสุขด้วยทิพยสมบัติเช่นนี้”     “อย่าให้ดิฉันกล่าวถึงเลยเจ้าค่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก” “เล่ามาเถิด แม่เทพธิดา อาตมาอยากทราบถึงบุญที่ทำให้เธอรุ่งเรืองเช่นนี้”   “ตอนดิฉันเป็นมนุษย์ ไม่เคยทำบุญ ทำทาน ไม่เคยฟังธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า หรือพระเถระรูปใด ดิฉันเพียงแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นคนไม่ชอบโกหก ไม่เคยพูดปดตลอดชีวิตจนสิ้นบุญเจ้าค่ะ วิมานนี้ พร้อมด้วยสมบัติอันเป็นทิพย์ และบริวารล้วนมาจากการกระทำของดิฉันอันเป็นกุศล คือไม่โกหก ไม่พูดปดเจ้าค่ะ”   “เป็นเช่นนี้เอง การที่เธอเจริญในศีลข้อที่ 4 คือการไม่พูดปดมดเท็จ ส่งผลให้ครองวิมานและสมบัติทิพย์มากมายถึงเพียงนี้ ขอบใจแม่เทพธิดามาก […]

ปฏิบัติการลิขิตรัก The Soul Mate เนรมิตเนื้อคู่ให้เป็น คู่สร้างคู่สม ง่ายนิดเดียว!

เป็นไปได้ไหมว่า คู่สร้างคู่สม นั้นเนรมิตกันได้ เนื้อคู่ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า soul mate นั้น หมายถึง ชายหญิงที่รู้สึกรักและผูกพันกันมากเป็นพิเศษ ซึ่งคนในแต่ละสังคมก็จะมีมุมมองและความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเนื้อคู่ต่างกันไป เนื้อคู่ในมุมมองของชาวตะวันตก ชาวตะวันตกมองว่า เนื้อคู่ของเรากำหนดมาแล้วล่วงหน้า เพราะมนุษย์ถูกสร้างมาเป็นคู่ และคนที่เป็นเนื้อคู่กันก็จะหากันพบในที่สุด ความเชื่อนี้มีที่มาจากตำนานของชาวกรีกโบราณที่ว่า แรกเริ่มเดิมทีพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาให้มี 4 ขา 4 แขน 2 ศีรษะ และมีอวัยวะ สืบพันธุ์ 2 ลักษณะ แต่มีจิตวิญญาณเพียงหนึ่งเดียว แต่พอสร้างเสร็จพระเจ้าก็เริ่มวิตกว่าการสร้างมนุษย์ให้มีลักญณะที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างนี้ จะทำให้มนุษย์เรามีอำนาจมากเกินไป เทพเจ้าซูส (Zeus) เลยตัดสินใจแยกมนุษย์ที่ว่าออกจากกัน ทำให้มนุษย์ที่ถูกแยกออกเป็นครึ่งๆ โหยหาอีกครึ่งหนึ่งของตัวเองที่หายไป จนต้องออกตามหา เพื่อชีวิตจะได้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง เนื้อคู่ในมุมมองของชาวพุทธ ชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดมองว่า เนื้อคู่คือบุคคลสองคนที่เคยอยู่ร่วมกันมาแต่ชาติก่อน ทำให้เมื่อพบกันในชาตินี้ สายสัมพันธ์เก่าๆ จะเป็นชนวนทำให้เกิดความรูสึกคุ้นเคย สนิทสนม และผูกพันกันอย่างรวดเร็ว และนี่คือสิ่งที่ทำใหบุคคลที่เป็นเนื้อคู่กันมักจะเกิดอาการ “ปิ๊ง” กันในแบบที่เราเรียกว่า “รักแรกพบ” แต่ที่ต่างจากความเชื่อของชาวตะวันตกคือ ชาวพุทธเชื่อว่า เรื่องของเนื้อคู่นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แต่เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับกรรมที่เคยทำร่วมกันมา เพราะตามคำสอนของพระพุทธเจ้า […]

คุณประโยชน์ของการสวดมนต์ บำบัดโรคด้วยการเปล่งเสียง

คุณประโยชน์ของการสวดมนต์ บำบัดโรคด้วยการเปล่งเสียง การสวดมนต์เป็นกิจกรรมทางศาสนาอย่างหนึ่งที่ชาวพุทธปฏิบัติ ประโยชน์ผิวเผินของการสวดมนต์คือการทำให้จิตใจสงบ ทำให้เราได้บุญ แต่ คุณประโยชน์ของการสวดมนต์ ถ้าพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ จะทราบว่าการสวดมนต์ไม่ได้มีข้อดีเพียงแค่นี้ ทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เสนอว่า การสวดมนต์ภาวนา เป็นการกระตุ้นเซลต่างๆในร่างกายด้วยพลังที่เกิดจากความรัก ความเมตตา และมีความสุข กลายเป็นพลังในการบำบัดร่างกาย แถมการออกเสียงส่งผลต่ออวัยวะในร่างกายอีกด้วย เช่น   เสียงโอ ช่วยกระตุ้นหัวใจ เสียงอู ช่วยกระตุ้นม้าม เสียงอือ ช่วยกระตุ้นปอด เสียงอี ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่าย พิสูจน์ได้จาก อยากให้เด็กปัสสาวะ ผู้ปกครองจะพูดว่า “ฉี่ๆ” เสียงอี ตัวนี้ก็จะทำให้เด็กปวดปัสสาวะ นอกจากกระตุ้นระบบขับถ่ายแล้ว ยังช่วยกระตุ้นกระเพาะ กับตับ ส่วนเสียงออย ช่วยกระตุ้นไต   จากข้อมูลวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์นี้ เมื่อสืบค้นในคัมภีร์พระไตรปิฎกก็พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า การสวดมนต์รักษาโรคได้จริง เพราะพระไตรปิฎกกล่าวว่าถึงพระเถระสองท่านว่า หลังจากท่านป่วยหนัก พระพุทธเจ้าโปรดให้สวด โพชฌงคปริตร  ก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีขึ้น เช่น พระมหากัสสปะ พระมหาโมคคัลลานะ เคยมีเหตุการณ์ที่ช็อกวงการบันเทิงอย่างกรณี คุณพิม ซาซ่า ปวดเป็นโรคระเร็ง แต่พอมาปฏิบัติธรรม และสวดมนต์ตามคำแนะนำของคุณกิ๊ก มยุริญ อาการก็ดีขึ้นจนหาย […]

จุดหันเหสู่ทางธรรมของ 3 คนดังสายธรรมะ

จุดหันเหสู่ทางธรรมของ 3 คนดังสายธรรมะ 0 คนดังสายธรรมะ ทั้ง 3 ท่าน ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเป็นคนดังที่มีผลงานและแฟนคลับ ทั้งในฐานะนักแสดง นักร้อง และดีเจ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ ปาน ธนพร แวกประยูร และอ้อม สุนิสา สุขบุญสังข์ เป็นคนดังแบบอย่างที่เป็นที่ยอมรับว่า เป็นคนดังสายธรรมะตัวจริงเสียงจริง แต่ก่อนที่จะมาสู่สายธรรมะอะไรคือจุดพลิกผันของคนดังทั้ง 3 0 จุดหันเหสู่ทางธรรมของ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ 0 นอกจากคุณพ่อคุณแม่ (คุณปริญญา – คุณมยุรี ผ่องผุดพันธ์) จะสอนลูก ๆ ด้วยวิถีปฏิบัติของพวกท่าน เช่น ความพอเพียงและความซื่อสัตย์สุจริตแล้ว ท่านทั้งสองยังมีอิทธิพลสำคัญต่อการเปิดโลกธรรมแก่ลูก ๆ ด้วย ช่วงนั้นกิ๊กทั้งดื้อ ทั้งต่อต้านคุณพ่อคุณแม่มาก ๆ เมื่อท่านแนะนำให้ไปปฏิบัติธรรม ถึงขั้นเถียงหัวชนฝา ไม่ยอมไปท่าเดียว และไม่ว่าจะบังคับด้วยวิธีใดก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดท่านถึงกับมัดมือชก เก็บกระเป๋าพาพิ๊กไปส่งที่ยุวพุทธิกสมาคมฯด้วยตนเอง […]

พาทัวร์ดินแดนของคนดี อุตรกุรุทวีป บ้านเกิดของเหมหิรัญญ์

พาทัวร์ดินแดนของคนดี อุตรกุรุทวีป บ้านเกิดของเหมหิรัญญ์ เห็นคำว่า อุตรกุรุทวีป “ดินแดนของคนดี” ปรากฏบนโลกออนไลน์มากมาย จึงทราบว่า อ่อ เป็นคำฮิตที่มาจากละครที่สร้างจากงานเขียนจากปลายปากกาของคุณพงศกรเรื่อง “ลูกไม้ลายสนธยา” ที่เพิ่งออนแอร์ไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง ต้องขอเท้าความถึงนวนิยายก่อน นวนิยายเรื่องนี้เป็นนวนิยายประเภทแฟนตาซี ซึ่งมองว่าเป็นแฟนตาซีในจริตของคนไทยก็ว่าได้ เพราะเนื้อหากล่าวถึงอีกดินแดนหนึ่งในจินตนาการจากความเชื่อของพระพุทธศาสนา คือ ทวีปแห่งหนึ่งที่มีนามแสนไพเราะว่า “อุตรกุรุทวีป”     หลายท่านคงคุ้นชื่อทวีปนี้กันดี ทวีปนี้ไม่มีปรากฏในแผนที่โลกปัจจุบัน แต่ปรากฏในแผนที่ยุคโบราณ และในจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม เพราะได้รับอิทธิพลมาจากวรรณคดีพุทธศาสนาที่แต่งขึ้นในสมัยสุโขทัยชื่อว่า “เตภูมิกถา” หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ “ไตรภูมิพระร่วง” ซึ่งเป็นวรรณคดีพระะพุทธศาสนาที่ได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์อรรถกถา ที่พระพุทธโฆษาจารย์แปลมาจากคัมภีร์อรรถกถาของศรีลังกา     พระพุทธเจ้าตรัสถึงอุตรกุรุทวีป ในพระไตรปิฎกอันเป็นคัมภีร์ที่รองรับพระพุทธพจน์ของพระพุทธเจ้า ปรากฏเรื่องของอุตรกุรุทวีปอยู่ในสองพระสูตรที่มีชื่อว่า “ฐานสูตร” และ “จูฬนีสูตร” ขอเริ่มเกริ่นเรื่องราวของอุตรกุรุทวีปในฐานสูตรก่อน ฐานสูตร (อ่านว่า ฐานะ แปลว่า การดำรงอยู่) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระภิกษุการดำรงอยู่ของมนุษย์ในชมพูทวีป มนุษย์ในอุตตรกุรุทวีป และ เทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยพระองค์ทรงกล่าวว่า มนุษย์ชาวอุตรกุรุทวีป ประเสริฐ (ดี อาจตีความว่า […]

อับราฮัม ลินคอล์น จากลูกชาวนาก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

อับราฮัม ลินคอล์น จากลูกชาวนาก้าวสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เชื่อว่ามีหลายท่านที่คุ้นกับชื่อนี้ “ อับราฮัม ลินคอล์น ” เพราะเขาเป็นบุคคลในอดีตที่มีชื่อเสียงในด้านรัฐศาสตร์ เขาเป็นประธานาธิบดีของอเมริกาที่มีหัวใจแห่งนักสิทธิและเสรีภาพ เขาเป็นคนที่ทำให้สิทธิและเสรีภาพเบินบานในอเมริกา   เรื่องราวของเขาเป็นที่จดจำในฐานะบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ทำให้เลิกทาสผิวสีสำเร็จในสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอร์นผู้มีหัวใจรักในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ที่พึงมี กว่าเขาจะมาเป็นประธานาธิบดีได้ จนสามารถผลักดันนโยบายในฝันของเขาคือ การเลิกทาส เพื่อทำให้สหรัฐกลายเป็นดินแดนแห่งสิทธิและเสรีภาพ ให้เป็นจริงได้ เพราะเขามีแผนการนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ   รักความเสมอภาพตั้งแต่ยังเด็ก ลินคอล์น เกิดในครอบครัวชาวนา เป็นลูกชายชาวนา แต่เผยหัวใจแห่งความเสมอภาคออกมาตั้งแต่ยังเด็กมาก วันหนึ่งในขณะที่เขาเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์กับครอบครัว เขาเห็นการแบ่งแยกไม่ให้คนทาสผิวสี และคนยากจนเข้าโบสถ์ เขาเห็นว่าการกระทำเช่นนี้จากโบสถ์เป็นสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เขาจึงปฏิเสธที่จะตามพ่อแม่เข้าโบสถ์ตั้งแต่นั้นมา และรวมไปถึงไม่ยอมไปเรียนหนังสืออีกด้วย เขาแยกออกจากสังคม เพราะมันขาดความเสมอภาค ทั้งที่ทุกคนก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เด็กน้อยลินคอล์นศึกษาหาความรู้จากหนังสือ เขาทำงานตัดฟืนไปขาย และแอบอ่านหนังสือในตอนที่พักเหนื่อย เขากลายเป็นคนรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก และด้วยความรู้ที่เขาสะสมมาจึงสามารถสอบเทียบชั้นได้ และสามารถนำการสอบเทียบชั้นนี้ไปยื่นสมัครเรียนระดับปริญญาได้ ซึ่งเขาเลือกเรียนทางด้านกฎหมาย   เริ่มเข้าสู่เส้นทางเล่นการเมือง ลินคอล์นเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยสมัครเข้าสังกัดพรรควิก (Whig Party) เพื่อแข่งขันเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาแห่งรัฐอิลลินอยส์ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 23 ปี แต่ก็แพ้การเลือกตั้ง ต่อมาเขาจึงผันมาเปิดร้านขายของชำที่นิว […]

” ลุงหมีวีลแชร์ ” ปั่นวีลแชร์เพื่อน้องผู้พิการโรงเรียนปัญญานุกูลถึงลำปางแล้ว

” ลุงหมี วีลแชร์ ” ปั่นวีลแชร์เพื่อน้องผู้พิการโรงเรียนปัญญานุกูลถึงลำปางแล้ว เขาลุกขึ้นสู่เพื่อน้องผู้พิการ ด้วยการปั่นวีลแชร์จากสงขลาไปเชียงใหม่ เพื่อระดมทุมช่วยเหลือน้องๆ ใครๆก็เรียกเขาว่า ” ลุงหมีวีลแชร์ ”     ลุงหมีวีลแชร์ หรือ นายสาธิต จันทรังษี อายุ 55 ปี ผู้ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กลับมาลุกขึ้นสู้เพื่อน้องๆโรงเรียนปัญญานุกูล โรงเรียนสำหรับผู้พิการที่มีอยู่ทั่วประเทศถึง 48 แห่ง คุณลุงจึงตั้งโครงการ “ปันน้ำใจให้น้อง โรงเรียนปัญญานุกูล สงขลา-เชียงใหม่” เขาปั่นวีลแชร์ด้วยใจที่อยากระดมทุนจากผู้ใจบุญ เป็นทุนการศึกษาและทำนุบำรุงโรงเรียนปัญญานุกูล จึงไม่ท้อแท้ที่จะตั้งเส้นชัยไว้ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งที่คุณลุงเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก แต่ที่เริ่มต้นที่จังหวัดสงขลา เป็นเพราะเพื่อให้เป็นการเดินทางจากภาคใต้ไปสู่ภาคเหนือของประเทศนั่นเอง     ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ที่ลุงหมีปั่นล้อวีลแชร์ออกจากจุดเริ่มต้นที่สนามกีฬาจิระนคร (สนามกีฬากลางจังหวัด) จังหวัดสงขลา ผ่านมาร่วมเดือนกว่า ตอนนี้วันที่ 16 สิงหาคม 2561 ลุงหมีปั่นวีลแชร์มาถึงจังหวัดลำปางแล้ว จังหวัดลำพูนคือสถานีต่อไปที่คุณลุงจะไปถึง และคงเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ในไม่ช้า ขณะนี้เงินที่มีผู้ร่วมบริจาคผ่านลุงหมีร่วมสามล้านบาทแล้ว     การทำเช่นนี้ของคุณลุงหมี […]

keyboard_arrow_up