เด็กหญิงเสียโฉมจากระเบิด ได้ชีวิตใหม่เพราะแม่ผู้เสียสละและคนแปลกหน้าใจบุญ

หากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของ ทีบา มาร์โลว์ (Teeba Marlowe) หลายคนอาจรู้สึกสงสารเธอ แต่ถ้าถามทีบา วัย 17 ปี เธอจะตอบว่าเธอโชคดีเพราะผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต 2 คนนี้ ทีบาเติบโตในอิรักช่วงที่สงครามกำลังปะทุ ตอนนั้นเธออายุเพียง 5 ขวบ เธอบาดเจ็บรุนแรงหลังจากถูกระเบิดในปี 2007 ใบหน้าและศีรษะถูกไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 ทำให้สูญเสียเส้นผมไปบางส่วน เมื่อต้องเสียโฉมถาวร ทำให้หนูน้อยทีบาหวาดกลัวว่าเธออาจจะถูกรังแกเหยียดหยามไปตลอดชีวิต แต่แล้วโชคชะตาของเธอก็พลิกผันเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่เคยพบหน้า ได้ล่วงรู้เรื่องราวของหนูน้อยในตอนนั้นจึงตัดสินใจที่จะช่วย ผู้หญิงใจบุญคนนั้นคือ บาร์บารา มาร์โลว์ (Barbara Marlowe) ซึ่งอยู่ห่างไปหลายพันไมล์ เธอเห็นภาพถ่ายของหนูน้อยทีบาและพ่อของเธอในหนังสือพิมพ์ เป็นคอลัมน์ที่เขียนถึงสงครามในอิรัก บาร์บาราบอกว่า เธอเหมือนถูกสะกดด้วยดวงตาของทีบาที่มองออกมาจากรูป ถ้าพูดได้มันคงพูดว่า “ช่วยหนูด้วย” บาร์บาราและทิม สามีของเธอ ไม่มีลูก แต่เธอรู้ว่าเธอสามารถช่วยเหลือทีบาในเรื่องที่ครอบครัวของหนูน้อยทำไม่ได้ นับแต่วินาทีนั้นบาร์บาราก็มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำให้ทีบามีชีวิตที่ดีขึ้น ยื่นเรื่องขอวีซ่า ติดต่อศัลยแพทย์หลายแห่ง และติดต่อกับครอบครัวของทีบา ถึงแม้จะต้องหัวใจสลาย แต่แม่แท้ ๆ ของทีบาซึ่งอยู่ในอิรักก็ยอมเสียสละตัดสินใจส่งลูกสาวไปอเมริกา…ให้ไปสู่อ้อมอกของบาร์บารา ทีบาเล่าว่า ทันทีที่เธอก้าวเท้าออกจากเครื่องบินเมื่อถึงอเมริกาเธอก็รู้สึกปลอดภัยสุด ๆ […]

สุนทรีนันทา พระขนิษฐาแห่งพระพุทธเจ้า ผู้หลงใหลในความงามว่าเป็นสิ่งที่เที่ยง

สุนทรีนันทา พระขนิษฐาแห่งพระพุทธเจ้า ผู้หลงใหลในความงามว่าเป็นสิ่งที่เที่ยง สุนทรีนันทา เป็นเจ้าหญิงในวงศ์ศากยะ มีศักดิ์เป็นพระขนิษฐาต่างพระมารดาของพระพุทธเจ้า ครั้งพระนางเจริญวัยมีความงามเป็นที่เลืองลือ จนได้ตำแหน่งเป็นชนบทกัลยาณี ครั้งพระนันทะ ผู้เป็นพระเชษฐาเสด็จออกผนวชและบรรลุเป็นพระอรหันต์ ต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะสวรรคตลง พระนางปชาบดีโคตมีเสด็จออกผนวชเป็นพระเถรี พร้อมด้วยขัตตยนารีในศากยวงศ์พระองค์อื่นอีกมาก พระปชาโคตมีเถรีทรงเป็นห่วงเจ้าหญิงสุนทรีนันทา ผู้รักในโฉมอันงดงามของตน หากยังประทับในราชสำนักแห่งกรุงกบิลพัดสุ์อาจเป็นอันตราย เพราะพระญาติใกล้ชิด แม้กระทั่งพระนางยโสธราพิมพายังเสด็จออกผนวชเช่นกัน จึงขอร้องให้เจ้าหญิงเสด็จออกผนวชด้วย เจ้าหญิงสุนทรีนันทาแม้จะทรงถือเพศเป็นพระเถรีแล้ว ก็ไม่ละนิสัยปุถุชน ยังคงแต่งพระพักตร์และหลงใหลในรูปโฉมอันงดงามอยู่ พระพุทธเจ้าทรงต้องการโปรดให้เจ้าหญิงทราบถึงความจริงว่ารูปนั้นเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ วันหนึ่งวันใดในภายภาคหน้า ความงามนี้จะต้องเสื่อมสลาย พระพุทธเจ้าโปรดให้จัดเวรให้พระภิกษุณีเข้าเฝ้าเพื่อฟังธรรม เจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงทราบว่าคำสอนของพระพุทธเจ้ามักติเตียนเรื่องความงามว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี พระนางไม่ชอบจึงพยายามหนีเวรอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้ยินเหล่าพระภิกษุณีที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พากันชื่นชมและยกย่องว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ไพเราะและประเสริฐเหนือสิ่งอื่นใด เมื่อเจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงได้ยินดังนั้นจึงปรารถนาอยากรู้ว่าจะเป็นจริงตามที่พระภิกษุณีกล่าวหรือไม่ จึงเสด็จแฝงกายเข้าไปในกลุ่มพระเถรีที่กำลังเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่ พระพุทธองค์ทราบว่าเจ้าหญิงสุนทรีนันทาเข้ามาประทับอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว พระองค์ได้เนรมิตหญิงงามขึ้นมานางหนึ่ง ซึ่งมีเพียงเจ้าหญิงสุนทรีนันทาพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงเห็น เมื่อเจ้าหญิงทรงเห็นดังนั้นถึงกับมีพระดำริว่า สตรีนางนี้ช่างงามยิ่งกว่าเราเสียอีก นางคือใครหนอ ถึงได้เข้ามารับใช้พระเชษฐาแห่งเรา ไม่นานนักร่างของสตรีนางนั้นก็ค่อยๆ แก่กลายเป็นหญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์ จากนั้นนางก็ล้มตัวลงกับพื้น นางนอนเป็นอัมพาตจมกองอุจจาระและปัสสาวะของตนเอง และนางก็สิ้นใจลง ร่างของนางค่อย ๆ เน่ามีหนอนไต่ขึ้นเต็มไปหมด สุดท้ายก็เหลือเพียงโครงกระดูกสีขาว เจ้าหญิงทรงเห็นภาพปรากฏทั้งหมด จึงบังเกิดพระปัญญาเข้าพระทัยในสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงต้องการสอนพระองค์ และในที่สุดเจ้าหญิงสุนทรีนันทาทรงรู้ซึ้งแล้วว่าความงามเป็นสิ่งไม่เที่ยง พระนางสามารถละจากความหลงใหลในความงามได้อย่างเด็ดขาด และสำเร็จอรหัตตผลในที่สุด […]

เจ๊ม่วย ตามสั่ง 10 – 20 บาท เพราะอยากให้คนที่มีงบน้อยได้อิ่มท้อง 

เจ๊ม่วย ตามสั่ง 10 – 20 บาท เพราะอยากให้คนที่มีงบน้อยได้อิ่มท้อง ในยุคข้าวยากหมากแพง มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่สนใจแม้ข้าวของจะแพงขึ้นอย่างไร เธอเลือกที่จะทำอาหารขายในราคาเริ่มต้นที่ 10 – 20 บาท เพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยได้อิ่มท้อง เธอคือ ” เจ๊ม่วย ” เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา ไทยรัฐได้เสนอข่าวว่า มีร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งน่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ราคาถูกที่สุดแล้ว ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่หน้าบ้านเลขที่ 72/17 ถนนเทศบาล 5 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง     ลูกค้าที่แวะเวียนมากินต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ร้านนี้ให้อาหารในปริมาณที่มาก อิ่มท้อง และราคาถูกสบายกระเป๋า เจ๊ม่วยนอกจากจะตั้งราคาอาหารไม่แพงแล้ว ยังใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน แต่ละเมนูมีรสชาติอร่อยเด็ดโดนใจลูกค้าทุกราย นอกจากอาหารตามสั่งแล้วยังมีเมนูอื่นให้เลือกอีกด้วย เช่น ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหมู-ไก่ น้ำข้น-น้ำใส  โจ๊ก และข้าวต้ม-หมู-ไก่ เจ๊ม่วย หรือ นางเนาวรัตน์ พิศโสระ อายุ […]

ลูกไม่ใช่นักแสดง คุณไม่ใช่ผู้กำกับ การบังคับจึงไม่ใช่ทางออก – แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

หลายคนควรเปลี่ยนความเข้าใจว่า ลูกไม่ใช่นักแสดง แม่ชีศันสนีย์ แนะนำว่า ลองเฝ้าสังเกตอยู่ห่างๆ โดยไม่ต้องเข้าไปกำกับหรือบังคับเขา

เมื่อแมวน้อยสอนให้ฉันรู้จักการให้อภัย ได้มองเห็นความรักในสิ่งที่เกลียด

บ้านฉันมักมีแขกไม่ได้รับเชิญย่องมาใต้แสงจันทร์ในความมืดสลัว แอบมาฉี่รดกระเป๋าสะพายลายสกอตใบโปรดของฉันแทบทุกคืน สัตว์สี่ขาหางยาวร้องเหมียว ๆ บางตัวดำลาย บางตัวขาวเป็นจุด ๆ แทนที่จะทำหน้าที่จับหนู กลับมาสร้างภาระเพิ่มให้ฉันต้องซักกระเป๋าใบเก่งเกือบทุกวัน  แมวน้อย อาจเพราะกลิ่นฉี่แมวเหมียวตัวแสบฉุนฝังใจมากไปหน่อย ชะตาระหว่างเราจึงถูกขีดเป็นเส้นขนานด้วยอคติอย่างไม่มีวันมาญาติดีกันได้ เจอเจ้าเหมียวเมื่อไหร่ ไม่ว่ามันจะเดิน นั่ง นอนท่าไหน ก็ทำให้อารมณ์หมั่นไส้พลุ่งพล่านขึ้นในใจฉันได้เสมอจนต้องแกล้งให้หนำใจ เสียงอ้อนและท่าทางน่ารัก (ในสายตาคนอื่น) ของมันไม่ได้สะกดใจให้ฉันยั้งมือหยุดแกล้งมันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันไม่เคยชอบแมว ไม่เคยรู้สึกแบบคนอื่น ๆ ที่พูดว่า แมวขี้อ้อน น่ารัก น่ากอด น่าอุ้ม พอเห็นแมวตามข้างรั้วหรือริมถนนวิ่งเข้ามาหาทีไร กลิ่นฉี่ของมันที่ฝังอยู่ในใจฉันจะแซงหน้ามาก่อนเสมอ สำหรับฉัน แมวเป็นสัตว์ที่ดูน่ารังเกียจ ฉันไม่อยากให้มันเข้ามาใกล้ ๆ เลยจริง ๆ แต่แล้วเช้าวันหยุดที่เกือบแจ่มใสวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับสบาย ผ้าม่านสีอ่อนปลิวตามสายลมเบา ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ดังแทรกมาอยู่ข้างหู “เหมียว ๆ”…5 นาทีผ่านไป “เหมียว ๆ” …10 นาทีก็แล้ว ใจฉันเริ่มคิด “เสียงลูกแมวนี่นา ร้องได้ร้องไป!” จนเข้านาทีที่ 20 […]

“เธอไม่ยอม” น.ศ.สาวชาวญี่ปุ่น ยืนขวางไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า 

“เธอไม่ยอม” น.ศ.สาวชาวญี่ปุ่น ยืนขวาง ไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า เพจ Workpoint News รายงานข่าวว่า หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “อุดมศักดิ์ นาคแจ้งอิน” โพสต์คลิปนักศึกษาสาวชาวญี่ปุ่นในชุดแต่งกายถูกระเบียบยืนขวาง ไม่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งขึ้นบนทางเท้า จนกระทั่งผู้ขับขี่ต้องกลับลงไปวิ่งบนท้องถนนแทน โดยจุดเกิดเหตุคือ แยกลำสาลี บางกะปิ   วันนี้เจอคนจริง​ เป็นกำลังใจให้นะครับ#ไล่มอไซด์ลงจากฟุตบาท Posted by อุดมศักดิ์ นาคอินแจ้ง on Tuesday, August 20, 2019   Deepsnews นำเสนอข่าวนี้ว่า คุณอุดมศักดิ์ นาคแจ้งอิน ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวระบุข้อความว่า “วันนี้เจอคนจริง​ เป็นกำลังใจให้นะครับ #ไล่มอเตอร์ไซค์ลงจากทางเท้า” ซึ่งข้อความและคลิปนี้ได้รับความสนใจและแชร์ไปเป็นจำนวนมาก ยกย่องว่านักศึกษาสาวคนนี้เป็นสาวใจเด็ด และทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเธอคือใคร เรียนอยู่ที่ไหน     มติชนได้เสนอข่าวว่า ประชาสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ มก.ฉกส. ได้เปิดเผยข้อมูลของนักศึกษาสาวว่า เธอชื่อ “จันทร์–เมกุมิ โมริโมโตะ” หรือที่หลาย ๆ คนเรียกเธอว่า “มะลิซัง” […]

“ต้องฆ่าช่างผู้สร้างบ้านให้เรา” ความหมายที่แท้จริงของคำสอน

“ต้องฆ่าช่างผู้สร้างบ้านให้เรา” คือตอนหนึ่งของบทสวดมนต์ ซึ่งเป็นคำสอนที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับพระอานนท์เอาไว้ หลายคนสวดตามแต่ยังไม่เข้าใจความหมาย

Dhamma Daily : ถ้าฆ่าสัตว์มีพิษเพื่อป้องกันตัว บาปหรือไม่

มีคำถามส่งมายังนิตยสารซีเคร็ตเพื่อคลายความสงสัยว่า ฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันตัว เช่น ตะขาบ งูพิษ บาปมากไหม พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาธรรม อธิบายว่า

“ต้องขอบคุณ​ผู้หญิง​คนนี้” แบงค์ พชร กล่าวถึงนิหน่าในวันที่เขาตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้ายที่ตับ  

“ต้องขอบคุณ​ผู้หญิง​คนนี้” แบงค์ พชร กล่าวถึง นิหน่า ในวันที่เขาตรวจพบว่าเป็นเนื้อร้ายที่ตับ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณ นิหน่า สุฐิตา ปัญญายงค์ ได้โพสต์ข้อความถึงอาการของคุณแบงค์ พชร ปัญญายงค์ ว่าตรวจพบเนื้อร้ายที่ตับ แต่ทุกคนในครอบครัวกลับมีใจสู้และมีรอยยิ้มบนใบหน้า ตอนนี้คุณแบงค์ได้เข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างเคร่งครัดตามที่คุณนิหน่าดูแล   0 คุณนิหน่าได้กล่าวถึงอาการของคุณแบงค์ลงในอินสตาแกรมว่า “คร่าวๆก็คือ แบงค์เจอก้อนเนื้อไม่ดีที่ตับค่า 🙂 เจอตั้งแต่เดือน พ.ค แล้วค่ะ จากการตรวจร่างกายประจำปี ไม่ได้มีอาการใดบ่งชี้ ค่าเลือดปกติ ก้อนประมาณ 4cm แต่เดือนที่แล้วทำ TACE (คีโมเฉพาะจุด) ไปแล้ว วันนี้มาจี้ความร้อนส่วนที่เหลือค่ะ  ขอบคุณพี่หมอโต้ ณัฐวุฒิ / อจ.ธีระ ที่สมิติเวช สุขุมวิท/ คุณหมอฝน ณัชชา จุฬาฯ และทีมแพทย์ พี่ๆพยาบาลที่จุฬาฯ ที่คอยดูแล แนะนำ ให้คำปรึกษาเราอย่างดี พี่ๆหมอๆหลายๆคนที่มาแนะนำ […]

พระจูฬปันถกเถระ วิบากกรรมของคนที่ชอบดูถูกผู้อื่น

พระจูฬปันถกเถระ วิบากกรรมของคนที่ชอบดูถูกผู้อื่น ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงราชคฤห์ มีเศรษฐีผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อว่า “ธนเศรษฐี” เป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก และมีบุตรีผู้เลอโฉมอยู่คนหนึ่ง แต่บุตรีกลับชอบพอกับหนุ่มรับใช้ จึงพากันหนีไปใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกัน ณ ชนบทอันห่างไกล เมื่อบุตรีตั้งท้องก็อยากกลับไปคลอดลูกในวงศ์ตระกูลของตน สองสามี-ภรรยาพากันเดินทางกลับกรุงราชคฤห์ ปรากฏว่าภรรยาทนเจ็บท้องไม่ไหว จึงคลอดลูกชายคนโตระหว่างทาง และตั้งชื่อว่า “ปันถก” แปลว่า “เกิดในหนทาง” เมื่อคลอดลูกอย่างปลอดภัยแล้วจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะกลับไปสู่วงศ์ตระกูล ภรรยาเริ่มตั้งท้องลูกคนที่สอง ก็พยายามพากันเดินทางกลับไปกรุงราชคฤห์อีกครั้ง แต่แล้วก็คลอดลูกที่ระหว่างทางอีกครั้ง จึงตั้งชื่อลูกคนนี้ว่า “จูฬปันถก” แล้วเรียกว่า ลูกชายคนโตว่า “มหาจูฬปันถก” มหาจูฬปันถกเติบโตขึ้น ได้ยินเพื่อน ๆ รุ่นราวคราวเดียวกันเรียกคนโน้น คนนี้ ว่า ตา ปู่ ย่า ยาย จึงถามพ่อและแม่ของตนว่า คนที่จะเรียกแบบนี้อยู่ที่ไหนกันหมด แม่จึงตอบว่า “เจ้ามีญาติ แต่ญาติเหล่านั้นไม่ได้อยู่ที่นี่กับเรา พวกเขาอยู่ที่กรุงราชคฤห์” เด็กน้อยจึงขอร้องให้พ่อแม่พาไปพบญาติบ้าง พ่อแม่รู้อยู่เต็มอกว่าถ้ากลับไปมีหวังถูกธนเศรษฐีฉีกร่างเป็นชิ้น ๆ แน่ ๆ แต่ก็พยายามพาลูกทั้งสองไปหาธนเศรษฐีให้จนได้ เมื่อท่านเศรษฐีได้พบบุตรีที่จากกันไปนาน ก็ทำใจยอมเราไม่ได้ ทั้งขอไม่ให้บุตรีกลับสู่ครอบครัวอีก […]

ภรรยาลอยขวดเถ้ากระดูกสามีในทะเล ใครเก็บได้ช่วยโทรกลับมาบอกด้วย

จูดี้ กลันซ์ ซิดนีย์ (Judy Glunz Sidney) หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นเศษขยะมูลฝอยตามชายหาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติกซึ่งสุดท้ายจะลงไปในทะเลและเป็นอันตรายกับสัตว์ทะเลทั้งหลาย เธอจึงใช้เวลาในยามว่าง เดินเก็บเศษขยะบนชายหาดในรัฐฟลอริด้า ขณะที่เดินเก็บไปเรื่อย ๆ นั้น เธอก็เจอขวดพลาสติกใบหนึ่ง พอสำรวจดูใกล้ ๆ จูดี้ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ขวดธรรมดาเสียแล้ว เพราะขวดนี้บรรจุเรื่องราวน่าทึ่งของชายคนหนึ่งผู้หลงรักการเดินทางเอาไว้ จูดี้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม Glunz Ocean Beach Hotel & Resort บนหาดคีย์โคโลนี รัฐฟลอริด้า หยิบขวดขึ้นมา แล้วมองดูใกล้ ๆ สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในดูเหมือนจะเป็นทรายและกระดาษโน้ต 2 แผ่นกับธนบัตร เมื่อเธอเปิดขวดและอ่านโน้ต จึงได้รู้ว่านั่นไม่ใช่ทราย พระเจ้า! มันเป็นเถ้ากระดูกของมนุษย์! ในกระดาษมีข้อความว่า “สามีของฉัน กอร์ดอน สก็อต ‘สกินนี่’ สมิธ เป็นคนรักการเดินทาง ช่วยโทรกลับมาบอกฉันด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหน…แล้วปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป” กอร์ดอน สก็อต สมิธ หรือที่คนสนิทเรียกว่า สกินนี่ ชอบเดินทางท่องเที่ยวกับ เบเวอร์ลี่ ภรรยาของเขา ทั้งคู่จะมาเที่ยวที่ฟลอริด้าทุกปีเพราะชอบแสงแดดและท้องทะเลมาก ในปี […]

สุมนา เจ้าหญิงผู้ได้สัมผัสพระนิพพาน 

สุมนา เจ้าหญิงผู้ได้สัมผัสพระนิพพาน เจ้าหญิง สุมนา เป็นขัตติยนารีแห่งแคว้นโกศล ในหลายจุดของคัมภีร์ต่างกล่าวว่า สุมนาราชกุมารีเป็นพระภคินี (พระน้องนาง) ของพระเจ้าโกศลพระองค์ก่อน จึงมีศักดิ์เป็นพระมาตุลา (พระเจ้าอา) ของพระเจ้าปเสนทิโกศล เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้เป็นพระนัดดาปกครองกรุงสาวัตถีจนเจริญรุ่งเรือง และยึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้ราชสำนักแคว้นโกศลต่างยึดมั่นพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ทำให้เจ้าหญิงสุมนา หนึ่งในขัตติยนารีชั้นผู้ใหญ่พลอยทรงศรัทธาพระพุทธเจ้าไปด้วย เจ้าหญิงสุมนาทรงเป็นเจ้าหญิงผู้มั่งคั่งพระองค์หนึ่งในชมพูทวีปเพราะ ทรงมีราชรถถึง 500 คัน และเด็กสาวเป็นบริวารถึง 500 นาง ครั้งใดที่เสด็จเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าจะเสด็จด้วยราชรถจำนวน 500 คัน และมีเหล่าเด็กหญิง 500 นางคอยติดตาม นับว่าเป็นขบวนเสด็จของสตรีชนชั้นสูงที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งเลยในสมัยนั้น พระไตรปิฎกกล่าวว่านอกจากเจ้าหญิงสุมนาแล้ว ยังมีเจ้าหญิงจุนที พระธิดาในพระเจ้าพิมพิสารทรงมีราชรถถึง 500 คัน และบุตรีของมหาเศรษฐีอย่างนางวิสาขาก็มีรถถึง 500 คัน เช่นกัน ครั้งหนึ่งเจ้าหญิงสุมนาเสด็จเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และตรัสพระปุจฉาต่อพระพุทธองค์ว่า “บุรุษ 2 คน มีลักษณะนิสัยคล้ายกันคือ เป็นผู้มีศรัทธา ศีล และปัญญาเสมอกัน แต่สิ่งที่แตกกันคือ อีกคนเป็นผู้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา แต่อีกคนไม่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา หากภพหน้าของเขาทั้งสองเกิดเป็นเทวดา เราจะทราบได้อย่างไรว่าเทวดาองค์ใดเกิดเป็นในอดีตชาติเป็นคนที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา […]

“นิพพานที่ได้เห็น” ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติธรรมจากแดนไกล

ประสบการณ์ที่จะแบ่งปันวันนี้เป็นประสบการณ์สดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากสดใหม่แล้ว ฉันยังอยากจะเก็บสิ่งที่ฉันเพิ่งได้สัมผัสมาใส่กระปุกฝากทุก ๆ ชีวิตในโลกหากปอดฉันใหญ่เท่ากับป่าทั้งป่า เธอคงพอจะเดาได้แล้วสิว่าของฝากแสนพิเศษที่ไร้คำบรรยายที่ฉันพูดถึงคืออะไร หากยังนึกไม่ออก ฉันขอให้เธอหยุดอ่านที่บรรทัดนี้ หยุดนิ่ง แล้วจินตนาการว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าสนในเมืองหนาว รอบข้างมีละอองไอหมอกที่เย็นสนิท มองไปทางไหนก็เห็นแต่กอต้นเฟินสีเขียวสดท่ามกลางสายหมอก แหงนหน้าขึ้นฟ้าก็เห็นต้นสนสูงตระหง่านและยอดสนรางเลือน ที่นี่ไม่มีใคร มีแต่เธอและสรรพชีวิตในธรรมชาติซึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น ลมอันเย็นชื้นที่เธอกำลังสูดเข้าทางปลายจมูกได้ระบายลงสู่ปอด เป็นความสดชื่นและเย็นฉ่ำของลมหายใจที่ปอดของเธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน…นี่แหละของฝากจากฉันถึงเธอ…ลมหายใจจากป่าสน ฉันมาปฏิบัติธรรมและดูแลรับใช้สังฆะเล็ก ๆ ที่มีพระสงฆ์จากเมืองไทยและพระชาวบราซิลเพียงสองรูปที่วัดป่าวิมุตติ วัดสาขาหลวงพ่อชาบนเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ ชีวิตที่ถูกจำกัดด้วยตารางเวลาและกิจกรรมอันเรียบง่าย ทำให้ฉันมีเวลาในแต่ละวันเหลือพอที่จะอยู่กับความจริงของชีวิต หลังจากถวายอาหารเพล ฉันออกกำลังด้วยการเดินเจริญสติ ความวิเวกของสถานที่ทำให้ฉันพบว่า ชีวิตที่นี่ใกล้ชิดธรรมชาติจนไม่ยากนักที่จะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า ก้อนเมฆ พระอาทิตย์ ฝูงนก และไก่ป่าที่ขานรับรุ่งอรุณในยามเช้ารวมไปถึงพระจันทร์กับดวงดาวที่ส่องแสงในยามกลางคืนเป็นเพื่อนสัตว์ที่ออกหากินยามค่ำ เช่น กระต่ายป่าและตัวพอสซัม ซึ่งพากันกระโดดโลดเต้นอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ เช้านี้แปลกกว่าทุกวันตรงที่เมื่อฉันตื่นนอนและเปิดประตูกุฏิออกมา พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทักทายฉันกลับหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก เมื่อเสร็จจากภาระหน้าที่ฉันก็ออกเดินเช่นทุกวัน ต่างกันแต่วันนี้ฉันต้องใส่เสื้อหนาว หมวก ถุงมือ และถุงเท้าเต็มที่ แม้จะเป็นตอนบ่าย แต่เทือกเขาทั้งเทือกและทุ่งหญ้ายังถูกปกคลุมด้วยสายหมอก ฉันออกเดินเจริญสติไปยังสถานที่พิเศษในหุบเขาที่ฉันหมายใจว่าจะไปให้ถึงในสักวันก่อนอำลาวิมุตติ สถานที่นี้ฉันขอแอบตั้งชื่อในใจว่า “หุบเขาทะเลหมอก” และของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ตรงหน้าฉันขอเรียกว่า “นิพพานที่เห็นได้ด้วยตา” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าฉันโอ้อวดอุตริว่าตัวเองบรรลุธรรม เพราะฉันทำได้ก็แค่นิพพานชั่วขณะตามที่พระท่านมักเอ่ยถึงในหนังสือธรรมะ เพื่อให้คนมีกำลังใจในการปฏิบัติเท่านั้น “นิพพาน” ในที่นี้คือภาพที่กล้องถ่ายรูปหรือกล้องวิดีโอไม่อาจบันทึกองค์ประกอบที่รวมกันเป็นรูปธรรมของคำว่า “นิพพาน” […]

รักตนเหมือนรักคนอื่น ธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

งานศึกษาหลายชิ้นบอกว่า “เด็กอ่อนที่ถูกแม่สัมผัสด้วยความรักอย่างทะนุถนอมจะเจริญเติบโตได้อย่างมีสติปัญญามากกว่าเด็กอ่อนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างเดียวดาย” ความรักจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ ทุกคนจึงโหยหาความรักกันอยู่เสมอ โดยฉพาะอย่างยิ่งการรักตัวเอง “รักตน”จึงเป็นสุดยอดแห่งความรักสำหรับมนุษย์ การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระมเหสีชื่อมัลลิกา สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติข้อนี้ได้เป็นอย่างดี บนปราสาทที่โอ่อ่าสูงลิบลิ่วแห่งหนึ่ง จอมรชันย์ซื่อปเสนทิโกศล จ้าครองแควันโกศล กำลังพร่ำรักอยู่กับหญิงงามบ้านนอกชื่อมัลลิกา หญิงงามนางนี้เป็นลูกสาวชาวบ้านธรรมคาสามัญ ท้าวเธอได้พบนางเข้ายามที่เดินตราทัพไปทำสงครามกับพระเจ้าอชาดศัตรูเจ้าครองแคว้นมดข ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้อภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี เพราะทรงพอพระทัยในความเฉลียวฉลาดและความเป็นกุลสตรีของนาง “ใครหนอคือคนที่น้องพี่รักมากที่สุดในปฐพี” จอมราชันย์เริ่มตันด้วยคำหวานหู พร้อมกับกระหยิ่มอยู่ในพระทัยว่า “ข้านี่แหละคือคนที่นางรักมากที่สุด” เพราะไม่มีพระองค์เสียแล้ว หญิงบ้านนอกอย่างมัลลิกาหรือจะได้เป็นถึงพระมเหสี “อุ๊ย…เสด็จพี่ช่างเขลานัก” มัลลิกาตอบอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม “ผู้ที่น้องรักมากที่สุดนะหรอเพคะ ก็คือตัวน้องน่ะซีคะ แล้วเสด็จพี่ล่ะเพคะ” พอถูกย้อนถามอย่างไม่ตั้งตัวเช่นนี้ พระเจ้าปเสนทิโกศลถึงกับหมดอารมณ์พร่ำรัก เพราะมันไม่ใช่เวลาพูดเรื่องธรรมะธัมโม “อือ…พี่นี่แหละคือสุดที่รักของเสด็จพี่” พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตอบกลับอย่างมะนาวไม่มีน้ำ แต่เมื่อทรงครุ่นคิดถึงสิ่งที่มัลลิกาพูดอีกที พระองค์ก็ร้องอ๋อว่า “ตัวกูคือสุดที่รักของมนุษย์” เหมือนอย่างมัลลิกาว่า การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกาบอกเราว่า “ตัวกูคือยอดแห่งความรักของคน” ความรู้สึกรักตัวรักตนจึงเป็นยอดแห่งความรักทั้งผองของมนุษย์ เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “เมื่อเหลียวดูทั่วสารทิศ ไม่พบใครอื่นสุดที่รักเท่ากับตน….” ความรักตัวรักตนจึงอยู่เบื้องหลังการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมค้นความคิด คำพูด หรือการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกจากความรักตัวรักตนทั้งนั้น แต่การแสดงความรักตัวเองออกมาของมนุษย์มีอยู่ 2 ลักษณะคือ สร้างสรรค์ และ ทำลาย […]

บทเรียนจากความผิดพลาด ของ สตีฟ จ็อบส์ ที่จะทำให้คุณหันมาใส่ใจสมดุลชีวิตตัวเอง

บทเรียนที่ผิดพลาดของ สตีฟ จ็อบส์ ส่งผลสะเทือนต่อผู้นำทางธุรกิจคนอื่น ๆ ไม่น้อย เพราะการ “ตาย” ของเขาทำให้คนที่ยังอยู่ “ตื่น” ขึ้นมาพิจารณาชีวิต

คุณปู่วัย 93 ใช้เวลากว่า 50 ปี สร้างอาสนวิหารด้วยมือ

หลายคนอาจจะเขียนรายการสิ่งที่ตัวเองอยากทำก่อนตายเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงจะเป็น “เดินทางท่องเที่ยวรอบโลก” หรือ “ดิ่งพสุธา” แต่สำหรับคุณปู่วัย 93 ปีผู้นี้คือ “สร้างอาสนวิหารด้วยมือ” คุณปู่จัสโต กัลเลโก (Justo Gallego) ซึ่งเป็นอดีตนักบวช ใช้เวลาสร้างอาสนวิหารในกรุงแมดริด ประเทศสเปน มานานกว่า 50 ปีแล้ว เขาสร้างทุกอย่างให้ออกมาเป็นสถานที่สำหรับสักการะบูชาที่ไม่มีใครเหมือน และความอุตสาหะพยายามของคุณปู่ก็ปรากฏผลอันงดงามน่าชื่นชม สิ่งก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดของการทำงานหนัก รวมทั้งพื้นที่สำหรับสักการะบูชา ห้องเก็บศพใต้ถุนโบสถ์ (ซึ่งมีขั้นบันไดอันงดงามมาก) และโถงใหญ่ไว้ประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งส่วนนี้ใช้วัสดุธรรมดาในการก่อสร้าง เช่น ซีเมนต์ ยางรถยนต์เก่า และขวดใช้แล้ว คุณปู่จัสโตขายทรัพย์สมบัติของตัวเองทั้งหมด รวมทั้งบ้านด้วย และนำเงินทั้งหมดไปลงกับการก่อสร้าง คุณปู่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แด่พระผู้เป็นเจ้า ปัจจุบันคุณปู่ใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์โดยพักอาศัยอยู่ที่ห้องเล็ก ๆ ในอาสนวิหารแห่งนี้ที่เขาสร้างเอง และยังคงเดินหน้าการก่อสร้างต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรงทำ แม้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจมากแค่ไหน คุณปู่จัสโตก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถสร้างอาสนวิหารให้แล้วเสร็จได้ทันในชั่วชีวิตนี้ แต่คุณปู่หวังว่าร่างของตัวเองจะได้ฝังที่นี่หลังจากสิ้นชีวิตแล้ว และจะเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้หลังจากคุณปู่ลาโลกนี้ไปแล้ว คุณปู่จัสโตไม่อาจรู้ได้ สิ่งที่คิดไว้ก็คือจะปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า และมีศรัทธาว่าพระองค์จะทรงมองเห็นโครงการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ คุณปู่จัสโตไม่เคยร่ำเรียนหรือฝึกฝนในเรื่องการก่อสร้างหรือสถาปัตยกรรมใด ๆ แต่สามารถจัดการก่อสร้างอาสนวิหารทีละเล็กละน้อยตั้งแต่ฐานรากขึ้นมาเรื่อย ๆ สถานที่แห่งนี้งดงามด้วยการออกแบบ ความหลงใหล และแรงศรัทธาในการสร้างมันขึ้นมา จึงสวยงามมหัศจรรย์จนแทบลืมหายใจ   […]

น้ำใจสาวใหญ่เมืองเลย แม้จะยากจน แต่ก็ไม่คิดเอาของใคร

น้ำใจ สาวใหญ่เมืองเลย แม้จะยากจน แต่ก็ไม่คิดเอาของใคร เรื่องดี ๆ ของวันนี้ เป็นเรื่องของ สาวใหญ่เมืองเลย ถึงเธอจะยากจนแต่ก็ไม่คิดอยากได้เงินของคนอื่น เธอเก็บกระเป๋าสตางค์ได้ที่ตลาดสด มีเงินจำนวนทั้งหมด 8,500 บาท แทนที่เธอจะเก็บเอาไว้เอง เธอตัดสินใจนำไปให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยตามหาเจ้าของ  เป็นเรื่องที่พูดกันไปทั่วเมืองเลย เมื่อนายกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย ได้รับแจ้งจากนางชจี พิศถาน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ว่ามีพลเมืองดี คือ นางวัชชณี ภักดี วัย 48 ปี เก็บกระเป๋าสตางค์ได้แล้วนำไปแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน พอตรวจสอบจำนวนเงินในกระเป๋าต่อหน้าพลเมืองดี พบว่าภายในกระเป๋าสตางค์มีเงินจำนวน 8,500 บาท บัตรเอทีเอ็ม และบัตรประชาชนเจ้าของกระเป๋าสตางค์อีกด้วย ชื่อนางสาวสุนันทา สุวรรณคำ อยู่บ้านเลขที่ 172 หมูที่ 15 ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลยคุณกิตติคุณ บุตรคุณ นายอำเภอเมืองเลย จึงได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ […]

ขอขอบคุณความกล้าหาญ 2 พลเมืองดี ช่วยชีวิตเด็กหญิงจมทะเลบางแสน

ขอขอบคุณความกล้าหาญ 2 พลเมืองดี ช่วยชีวิตเด็กหญิงจมทะเลบางแสน ชาวโซเชียลพากันชมและแชร์คลิป เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่กำลังจะจมทะเลบางแสน พ่อของเด็กว่ายน้ำไม่เป็น  พลเมืองดี ว่ายน้ำเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย ไทยรัฐได้นำเสนอข่าวว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jiraroj Janarge” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์การเหลือช่วยชีวิตเด็กหญิงวัย 9 ขวบ กำลังจมน้ำทะเล ชายหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพราะเกิดคลื่นลมแรง พลเมืองดีที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในบริเวณนั้นจึงว่ายเข้าไปช่วย แต่ดูทีท่าแล้วน่าจะไม่ไหว เพราะคลื่นลมแรงมาก จึงร้องขอห่วงยาง คุณพ่อของเด็กจึงสละห่วงยางของตนให้ พลเมืองดีจึงทำการช่วยพาเด็กหญิงขึ้นฝั่งได้สำเร็จ และนำส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาทันที พลเมืองดีคนนั้นทราบชื่อในภายหลังว่า นายณรงค์ โกมล อายุ 32 ปี เขาเปิดเผยเหตุการณ์นาทีชีวิตว่า เกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 สิงหาคม 2562 ขณะที่เขากำลังเล่นน้ำอยู่กับครอบครัว ในบริเวณที่น้ำไม่ลึกนัก แล้วเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยกมือทำท่าขอความช่วยเหลือ เหมือนกำลังจะจมน้ำ จึงตัดสินใจว่ายเข้าไปช่วยทันที แต่คลื่นลมแรงทำให้คุณณรงค์อ่อนแรงจนเกือบจมน้ำไปอีกคน ตอนนั้นเห็นว่ามีคนใช้ห่วงยางอยู่จึงได้ร้องขอห่วงยาง เมื่อได้ห่วงยางแล้วจึงว่ายน้ำเข้าไปช่วยเด็กหญิง จนคุณพ่อของเด็กลงมาสมทบอีกแรง แต่เขาว่ายน้ำไม่เป็น จึงตัดสินใจยกห่วงยางให้คุณณรงค์ และช่วยกันพาเด็กหญิงขึ้นฝั่ง […]

keyboard_arrow_up