ความมสุขที่แท้จริงของผู้สูงวัย คือการยอมรับและทำใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น!!

ใครว่า” แก่” แล้วมีเเต่เรื่องทางกาย เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เท่านั้น รู้หรือไม่ว่า ความถดถอยในเรื่องของอารมณ์ และจิตใจก็เป็นอีกหนีงสิ่งที่สร้างปัญหาในชีวิตได้ไม่แพ้กันแม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมามาก แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเมื่อเข้าสู่วัยชรา ทั้งโอกาสต่างๆ หน้าที่การงาน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งการเป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง ก็พลันหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าความรู้สึกที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ได้หายตามไปด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จะออกมาว่าคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิงที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าเพศชายในทุกช่วงอายุ การรับมือเมื่อเข้าสู่ภาวะต่างๆ จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะทำให้ทั้งผู้สูงอายุและคนรอบข้างเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อที่จะก้าวให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ โดยที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้น้อยที่สุด ภาวะอารมณ์ของคนที่อยู่มานาน การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหัน ทำให้การปรับตัวอาจจะยังไม่เข้าที่ ส่งผลให้อารมณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดอาการทางอารมณ์ของผู้สูงอายุนั้น มีตั้งแต่เครียด ซึมเศร้า และหงอยเหงาแต่ในบางครั้งก็หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงกังวลใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้เอาแต่ใจเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดังนั้นการปรับอารมณ์ดีต้องแก้ที่ใจ โดยพยายามมองโลกให้บวก ทำใจสบายๆ หากิจกรรมที่สามารถทำได้นานๆ หรือกิจกรรมใหม่ๆ น่าสนใจ อีกสิ่งคือการลองกลับไปลองเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ด้วยการสังสรรค์กับเพื่อนหรือเฮฮากับลูกหลานพยายามพูดคุยกับคนในครอบครัวเมื่อไม่สบายใจหรือปรึกษาคุณหมอหากลูกหลานไม่มีเวลาก็ได้ค่ะ ภาวะสมองไม่ยอมตามเทรนด์ ภาวะทางความคิดของคนวัยชราที่มักเห็นกันบ่อย คือการไม่ยอมรับในความคิดใหม่ๆ เพราะเคยชินและฝังใจในความคิดเดิมที่เคยเป็นมา ผนวกกับวิธีใช้ชีวิตที่ร่างกายแกมบังคับให้ช้าลง […]

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อของผู้สูงวัย อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก!

ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรละเลย สำหรับ  “อาการท้องอืดท้องเฟ้อ” ในคนสูงวัย เพราะนอกจากรบกวนการใช้ชีวิตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของลำไส้ซึ่งมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ลดน้อยลง กระทั่งพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่มีแก๊สสูง ทำให้เกิดภาวะท้องอืด สาเหตุของอาการท้องอืดและท้องเฟ้อในผู้สูงอายุมาจากการที่ลำไส้บีบตัวได้น้อยลง เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นย่อมทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานได้ลดลง และส่วนหนึ่งมาจากการกินอาหารที่มีแก๊สในปริมาณสู  เช่น อาหารกลุ่มโปรตีนอย่างถั่วหรือน้ำอัดลมรวมถึงบริโภคอาหารในกลุ่มที่ย่อยยาก เช่น เนื้อแดง (ผู้สูงอายุสามารถบริโภคเนื้อแดงได้ แต่ควรหั่นให้ชิ้นเล็ก อีกทั้งต้องเคี้ยวให้ละเอียด) และอย่างที่เรียนไปว่า เมื่ออายุมากขึ้น เอนไซม์ช่วยย่อยทำงานลดลง อีกทั้งกรดและด่างในกระเพาะอาหารก็ทำงานผิดเพี้ยนไป ประสิทธิภาพการช่วยย่อยก็ลงน้อยลงเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักๆ ของปัญหาดังกล่าว อุปนิสัยการบริโภคอาหาร สิ่งนี้มีส่วนมำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ คือผู้ที่รับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว จะด้วยสาเหตุเพราะหิวมาก หรือต้องการรีบไปทำอย่างอื่น หรือสาเหตุอื่นใดก็ตาม ทำให้การบดเตี้ยวอาหารไม่ทั่ว หรือรีบๆ กลืน รีบๆ นำอาหารเข้าปากเป็นเหตุให้อาหารได้รับบดเตี้ยว อย่างงหยาบๆ เมื่อกลืนลงไปสู่กระเพาะอาหาร เป็นภาวะที่กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักย่อยอาหารบางชนิดไม่ได้หมด อาจมีการตกค้างหรือคั่งค้างงของอาหารจนเกิดการหมักหมมมื้อแล้วมื้อเล่า การคั่งค้างของอาหารและหมักหมมต่อเนื่อง ทำให้เกิดแก๊สหรือลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น ซึ่งแสดงอาการออกมาในลักษณะท้องอืด แน่นท้อง ท้องเฟ้อ บางครั้งเรอเปรี้ยว หากมีอาการเล็กน้อยอาจรับประทานยาลดกรด ยาธาตุน้ำแดง ยาขับลมซึ่งมีอยู่ในยาชุดสามัญประจำบ้าน งดอาหารย่อยยากทุกชนิดในระยะที่เริ่มมีอาการ กินอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง […]

การควบคุมน้ำหนักของผู้สูงวัยให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือสิ่งสำคัญ!

สิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุ “อ้วน” นั่นเพราะเกิดจากพฤติกรรมในการกินอาหารจนเกินอิ่ม กินอาหารจำพวกแป้งง ไขมันมาก และที่สำคัญคอไม่ค่อยออกกำลังกาย และสิ่งที่ทำให้อ้วนมากที่สุดก็คือการเสียดายอาหารที่เหลือต้องกินต่อจนหมด นี่คือสัญญาณเริ่มแรกของโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ที่แฝงมาอย่างไม่รู้ตัว อาหารกับวัยผู้สูงอายุ อาหารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ยิ่งถ้ามีภาวะทางโภชนาการที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงสภาวะในร่างกายก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีภาวะโภชนาการไม่ดี มีน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมหรือแก่เร็ว ดังนั้น เราจึงควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การกินอาหารครบ 5 หมู่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างภูมิต้านทานโรค ซึ่งนอกจากจะให้กินอาหารครบ 5 หมู่และควบคุมเรื่องปริมาณของอาหารแล้ว ยังต้องเลือกชนิดของอาหารให้เหมาะสมด้วย เช่น นมที่ให้ดื่ม ก็ควรเป็นนมไขมันต่ำ เพื่อจำกัดปริมาณไขมัน และโคเลสเตอรอล ส่วนเนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย เช่น เนื้อปลา ส่วนเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่ อาจต้อลลดปริมาณลงบ้าง เพื่อป้องกันการได้รับกรดยูริคที่มากเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคข้ออักเสบ หรือโรคเก๊าได้ วิธีควบคุมน้ำหนัก โดยธรรมชาติแล้วเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดลงบ้าง แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในระยะเวลา 6 เดือน แต่ในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี […]

ประโยชน์ของกิจกรรมทางกายที่ช่วยผู้สูงวัยมีชีวิตบั้นปลายแบบคุณภาพ

สภาพของครอบครัวในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จากความเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในบ้านหลากหลายวัย ก็เปลี่ยนไปสู่ครอบครัวเดี่ยวที่มีเพียงสมาชิกไม่กี่คน โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ค่านิยมทำให้ลูกหลานหลังจากที่แต่งงานแล้วต้องแยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหาก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องอาศัยอยู่ตามลำพังในบั้นปลายของชีวิต แต่การที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือเริ่มต้นจากการดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่ในบ้านของเราก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ลูกหลานอย่างเราๆ สามารถทำได้ เพราะสถาบันครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ลองไปดูกันว่า ทำอย่างไรผู้สูงอายุในบ้านของเราจะสามารถใช้ชีวิตอยูได้อย่างมีความสุข สร้างความสัมพันธ์ผูกมิตรทั้งในและนอกบ้าน ถึงแม้ว่าการทำกิจกรรมเล็กน้อย แต่ก็มีประโยชน์การให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมในบ้านที่ไม่หนักเกินไปมีความรับผิดชอบเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ลูกหลานเห็นความสำคัญของท่านในการช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้านได้ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น ช่วยดูแลลูกหลานเป็นครั้งคราวเพราะให้การเลี้ยงดูเด็กเต็มเวลาอาจเป็นเรื่องหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ควรจะเป็นหน้าที่ง่ายๆ อย่างการช่วยจัดเตรียมอาหารหรือทำอาหารบางมื้อ ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน ผลการสำรวจกิจกรรมทางกายในผู้สูงอายุโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ผู้สูงอายุไทยกว่าร้อยละ30 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและภาวะเสื่อมถอยของผู้สูงอายุ ประโยชน์จากการมีกิจกรรมทางกาย ยังได้ช่วยชะลอภาวะโรคจากความเสื่อม เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของข้อต่อร่างกาย รวมถึงการทำงานของสมอง เพิ่มความคิด ความจำ และความกระตือรือร้น ลดภาวะสมองเสื่อม และภาวะซึมเศร้าที่สำคัญทำให้ท่านรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อครอบครัว มีความมั่นคงในชีวิตว่าลูกหลานจะไม่ทอดทิ้ง และช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย พบปะเพื่อนเกลอ ออกไปเจอญาติสนิท เวลาที่ลูกหลานออกไปเรียนหนังสือหรือทำงาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังกว่าที่สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ จะมีปฏิสัมพันธ์ได้ก็ต้องรอถึงเวลาเย็นย่ำ หากเป็นอย่างนี้ทุกวันอาจส่งผลต่อภาวะจิตใจของผู้สูงอายุ หรือถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษ ลูกหลานควรจัดสรรเวลาพาท่านไปพบปะญาติสนิทมิตรสหายเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง การที่ผู้สูงอายุได้พูดคุยกับคนวัยเดียวกัน ได้ย้อนความหลังถึงเรื่องในอดีตหวนคิดถึงความสุขกับเพื่อนๆ เมื่อครั้งก่อนถือเป็นยาดีที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ละจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี […]

“ไวรัสโคโรน่า” กับผู้สูงวัย ควรป้องกันอย่างไรถึงปลอดภัยขั้นสุด!

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงแม้จะมีความรู้ความสามารถเพียงใด ก็ไม่อาจกระทำกิจการงานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ งานอดิเรกที่โปรดปรานก็ไม่อาจจะทำให้คุณมีความสุขกับมันได้ เรารู้ดีว่าร่างกายทุกส่วนมีโอกาสเป็นโรค ด้วยสาเหตุนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการติดดเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือแม้แต่เชื้อไวรัส หลายโรคที่อาจกำเริบขึ้นอย่างช้าๆ หรือบางโรคก็อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว อย่างตอนนี้เชื้อไวรัสที่กำลังสร้างความวิตกให้กับคนทั่วโลก ก็คือ “โคโรน่า” เจ้าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีตัวเลขคร่าวๆ ของผู้ติดเชื้อประมาณ 900 ราย เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี ททำให้เห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าคนวัยอื่นๆ นั่นเอง ที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้ออกมาพูดและทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้มากมาย บ้างก็ว่ามีความน่ากลัวเพราะไวรัสนี้เป็นไวรัสตัวใหม่ ไม่เคยพบในมนุษย์มาก่อน เมื่อเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ขาดองค์ความรู้ ของโรค ถ้ามองในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของโรคปอดบวม อู่ฮั่น ก็คงจะไม่เลวร้ายไปกว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระยะแรกก็ตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน หลังจากระบาดใหญ่ ไวรัสตัวนี้ก็ประจำถิ่น เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่เคยเป็น และมีภูมิอยู่บ้างแล้ว การระบาดใหญ่จึงลดลง คุณรู้จักไวรัส “โคโรน่า” ดีพอหรือยัง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาค วิชากุมารเวชศาสตร์ […]

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย สิ่งที่ผู้ดูแลต้องรู้ไว้ก่อนสายเกินแก้!

โรคสมองเสื่อมส่วนใหญ่ หลายคนจะเข้าใจว่าคือโรคอัลไซเมอร์ แต่จริงแล้วนั้น คือโรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโรคสมองเสื่อมส่วนหนึ่งเท่านั้น หากแต่ผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ได้ แต่อาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ได้ ดังนี้ 1.ผู้สูงอายุ เพราะว่าผู้สูงอายุบางครั้งก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้มีการบริหารสมองจึงทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายกว่าวัยอื่น 2.เพศที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากที่สุด คือเพศหญิง 3.ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความจำเสื่อมนั้นอาจเกิดจากพันธุกรรม เพราะว่าผู้ป่วยที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับครอบครัวว่าเคยเป็นโรคนี้ ในอัตราส่วน 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่พบได้บ่อยมาก มี 2 ชนิด ที่ผู้ป่วยอาจจะไม่ได้เกิดจากโรคอัลไซเมอร์ 1.ชนิดไม่ทราบสาเหตุ อันนี้ผู้ป่วยก็เกิดสมองฝ่อขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ (หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคอัลไซเมอร์) 2.เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง และทำให้หลอดเลือดแข็งตีบตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ยังมีสาเหตุอีกมากมายที่ยังเกิดขึ้นได้ในทุกวันอย่างเช่น อาจเกิดจากการติดเชื้อในสมอง เช่นการที่ได้รับเชื้อไวรัสทำให้สมองเสื่อมได้ รวมถึงการที่ร่างกายของผู้ป่วยขาดวิตามิน เช่น วิตามินบี 1 หรือวิตามินบี 12 ส่วนใหญ่ผู้ป่วยประเภทนี้เซลล์สมองจะทำงานไม่ปกติ ผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุอาจจะให้ท่านกินอาหารประเภทตับ นม ผักใบเขียว ถั่วเหลือง และข้าวกล้อง เพราะอาหารที่กล่าวมาข้างต้นนี้ทำให้ไปช่วยในการทำงานของเซลล์สมองให้ปกติดีขึ้น ส่วนระยะความรุนแรงของสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ระยะแรก ผู้ป่วยมีอาการหลงลืมในเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นอย่างเช่นจำไม่ได้ว่าวางของที่ไหน ท่านที่คอยดูแลผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญกับท่านด้วยหรือคอยสอดส่องว่าท่านถืออะไรไปไว้ที่ไหน […]

ขั้นตอนการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ช่วยยืดอายุผู้สูงวัยที่เรารักได้

การออกกำลังกายเป็นวิธีอีกวิธีที่สามารถช่วยให้ร่างกายของผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงจากการเกิดโรคต่างๆ ได้ และยังคงทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง อีกทั้งมีงานวิจัยระบุออกมาด้วยว่าการป้องกันการหกล้มที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของ กระดูก และกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุได้ดีที่สุดอีกด้วยค่ะ เรามาดูขั้นตอนของการออกกำลังกายของผู้สูงอายุอย่างถูกต้องว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้คุณตา คุณยายของเรามีอายุที่ยืนยาว และชะลอความชราลงได้ ขั้นตอนแรก ผู้สูงอายุควรที่จะอบอุ่นร่างกาย ประมาณ 5-10 นาที ข้อดีของการอบอุ่นร่างกายนั้นมีเยอะมากๆ ค่ะ แน่นอนว่าทำให้กล้ามเนื้อสามารถหดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้การทำงานระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อจะเป็นอย่างถูกต้อง สามารถทำให้ระบบหายใจและระบบไหลเวียนของเลือดให้เข้าใกล้ระยะคงที่อีกด้วย ซึ่งการอบอุ่นร่างกายควรมีกิจกรรมดังนี้ ขั้นตอนแรกผู้สูงอายุควรที่จะยืดเส้นสายและข้อต่อเสียก่อน เพื่อป้องกันการฉีกขาดของกล้ามเนื้อในระหว่างที่ออกกำลังกายระยะสอง และการบริหารมือเปล่าเป็นท่าบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวหลังจากยืดเส้นแล้ว ขั้นตอนที่ 2 ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบจริงจังประมาณ 20-30 นาที การออกกำลังกายแบบจริงจังนั้น ไม่ว่าผู้สูงอายุจะออกในลักษณะใดก็ให้ผลดีแก่ร่างกายด้วยกันทั้งนั้น เพราะการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจและอวัยวะอื่นทำงานมากขึ้น หากแต่การออกกำลังกายชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด จึงจะมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งหากผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจมาออกกำลังกายในขั้นตอนที่ 2 อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีแน่ ขั้นตอนสุดท้าย ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบผ่อนคลายประมาณ 5-10 นาที สำหรับการออกกำลังกายในระยะสุดท้ายนี้เรียกว่าเป็นการช่วยให้ระบบไหลเวียนกำลังปรับตัวคืนสู่สภาวะปกติ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะขณะที่ออกกำลังกายจะมีการเพิ่มการสูบฉีดของเลือดมาเลี้ยงที่กล้ามเนื้อมากเป็นพิเศษ หากผู้สูงอายุหยุดการออกกำลังกายทันทีจะทำให้เลือดค้างอยู่บริเวณกล้ามเนื้อมากเกินไป และทำให้เลือดกลับมาสู่หัวใจน้อยลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดอาการหน้ามืด และหากผู้สูงอายุท่านใดที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือดอาจทำให้แน่นหน้าอก และหัวใจวายได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะลดความเร็วลง และเดินช้าๆ และหยุดพักใช้เวลาสัก 5-10 นาที […]

สตรีสูงวัย ทำอย่างไรที่จะมีผิวสวยเหมือนสาวแรกรุ่น?

หากพูดถึงเรื่องขอโรคภัยไข้เจ็บหลายๆ โรคก็อยู่ใกล้ตัวเราทั้งนั้นเลยนะคะ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะว่าเราสามารถดูแลตัวเองกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้อยู่แล้ว คนไทยเราสู้ได้ทุกสภาวะอยู่แล้ว ยิ่งร่างกายเราแข็งแรงก็ไม่เป็นโรค การออกกำลังกายประจำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอยิ่งเป็นการดี แต่อย่างว่านั่นล่ะค่ะคนเรามักจะบอกว่าไม่ค่อยมีเวลากัน แต่ก็อยากแนะนำว่าเมื่อตื่นนอนตอนไหนก็อย่ามัวทำตัวงอ ยืดตัวเข้าไว้ ทำหลังตรงให้ชิน จากนั้นหมุนไหล่ไปด้วยให้ได้หน้า 5 ครั้ง หลัง 5 ครั้ง อ้าปากว้างๆ ทำหน้ายุ่งให้มากที่สุด คลายออก ทำปากจู๋แบบปลาทู 5 ครั้ง ก่อนเข้าห้องน้ำ เท้าเอวเสียหน่อยก่อนจะเขย่งปลายเท้า แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้นลง ทำอะไรก็ได้อย่าให้เสียเวลาเปล่า และที่สำคัญที่ต้องทำก็คือ อย่าห่อไหล่ ต้องอกผายไหล่ผึ่งไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย โดยเฉพาะยิ่งเป็นผู้สูงวัยยิ่งควรต้องทำค่ะ เพื่อการเดินเหินของเราจะได้มีสง่าราศี ไม่ใช่คนแก่หลังงองุ้ม พยายามเชิดหน้านิดๆ ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่ทระนงตัวว่าเรามีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ และไม่ดูแก่จนเกินไปนักนั่นเอง พูดถึงเรื่อง “แก่” แล้วไม่มีใครชอบหรอกค่ะ ใครก็ไม่อยากแก่ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่อยากแก่ก็มักกจะพยายามหาวิธีการแก้แก่กันเป็นแถวๆ ผู้สูงวัยที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มแก่ลงก็จะไปร้อยไหม บางคนไปดึง ไปยึดด้วยเครื่องมือแพทย์ ต้องบอกเลยว่าทำแล้วห่วงว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง เพราะนั่นไม่ใช่วิธีธรรมชาติ มนุษย์เราเกิดมาจากธรรมชาติ เราก็ควรเอาธรรมชาติเข้าบำบัด การไม่อยากแก่นั้นเกิดเป็นกับทุกคนแหละค่ะ เราควรหันมาทางธรรมชาติดีกว่า ผัก […]

สูงวัยต้องระวัง! ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 นั้นร้ายแรงกว่าที่คิด

ช่วงนี้หากไม่พูดถึงเรื่องของมลพิษก็คงจะไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่ามลพิษ ก็นับว่าเลวร้ายทั้งสิ้น ยิ่งมลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กลงไปอีกยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เนื่องจากมันสามารถถูกสูดหายใจเข้าไป และมีขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปลึกถึงปอดและทางเดินหายใจได้ บางอนุภาคอาจจะเข้าไปถึงกระแสเลือดและไหลเวียนทั่วร่างกายของเราได้ในที่สุด ทั้งนี้ “อากาศ” เป็นหนึ่งในความต้องการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการอยู่รอดของมนุษย์ เมื่ออากาศเต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งจากก๊าซอันตราย ลุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ที่ทำร้ายระบบทางเดินหายใจ หัวใจ เยื่อบุนัยน์ตา จมูก ซึ่งเจ้ามลพิษอากาศชนิดนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่งให้สังคมไทย ซึ่งทางรัฐบาลก็ก็ได้ออกมาแถลงการณ์เตือนเกี่ยวกับฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานอยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมถึงวิธีรับมือกับเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้กันอยู่ตลอด องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ (Air Quality Guideline : AQG) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์กลางให้ทุกประเทศใช้อ้างอิง โดยชี้ว่าไม่มีระดับปริมาณสารมลพิษระดับใดที่ถือได้ว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน ตัวเลขที่กำหนดไว้จึงเป็นค่าเป้าหมาย ที่มีหลักฐานวิชาการ สนับสนุนว่าเป็นระดับปริมาณสารมลพิษที่มีผลกระทบต่อ สุขภาพน้อยที่สุดที่ยอมรับได้ โดยแนวทางนี้ได้กำหนดตัวเลข ที่สูงขึ้นเป็น 3 ระดับขึ้น เรียกว่าเป้าหมายระหว่างทาง (Interim Target) เพื่อให้แต่ละประเทศใช้กำหนดค่ามาตรฐานที่สอดคล้องกับบริบทของตนเองโดยคาดหวังให้มีการดำเนินการเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศ สำหรับประเทศไทย เพิ่งมีการเพิ่ม PM 2.5 เข้ามาในรายการสารมลพิษที่ต้องตรวจวัดและควบคุมตั้งแต่ปี 2553 โดยเลือกใช้เป้าหมายระหว่างทางระดับที่ 2 ขององค์การอนามัยโลกมากำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับมาเลเซีย และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม […]

การปฐมพยาบาลผู้สูงอายุอย่างถูกวิธี ทำให้โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเสื่อมถอยของการทํางานอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมักมีโรคร่วมหลายอย่างและมีอาการที่ไม่ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมีแนวโน้มในการใช้ยารักษาโรคหลายชนิด ทําให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้ เหตุเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะฉุกเฉินในผู้สูงอายุตามมา นําไปสู่การเกิดภาวะทุพพลภาพและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นการให้คําแนะนําในการช่วยเหลือผู้สูงอายุเบื้องต้น รวมถึง การแจ้งเหตุเมื่อพบภาวะฉุกเฉิน ซึ่งการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุวิกฤตเจ็บป่วยฉุกเฉิน อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ย่อมทําให้โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจในการช่วยเหลือชีวิตขั้นต้น จึงเป็นบทบาทสําคัญในการช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สิ่งที่ควรต้องทำการศึกษาให้ดีก็น่าจะเป็นเรื่องของการปฐมพยาบาลผู้สูงอายุในเบื้องต้นกันก่อนเลยค่ะ ไปดูกันว่าอาการยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้สูงอายุ พร้อมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น มีอะไรบ้าง การปฐมพยาบาลอาการยอดฮิต หกล้ม อุบัติเหตุที่น่ากลัวที่สุดของผู้สูงอายุ เป็นได้ตั้งแต่แผลฟกช้ำ ปวดเมื่อยตามตัว ไปจนถึงมีอาการกระดูกหัก หรือเลือดคั่งในสมองได้เลย มักเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน และเป็นอาการนําของการเจ็บป่วยของโรคทางกายต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย เช่น ฟกช้ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บาดเจ็บรุนแรงจนทําให้เกิดกระดูกหักเลือดออกภายในสมอง โดยสาเหตุแบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยเสี่ยงภายนอก คือ สภาพแวดล้อมภายนอก เช่น มีของเกะกะบนพื้น พื้นลื่น ระดับพื้นที่แตกต่างกัน แสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงภายใน คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อระบบต่างๆ ของร่างกายที่มีผลต่อการควบคุมร่างกายของผู้สูงอายุ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โรคประจําตัว […]

สถานที่และบรรยากาศที่ดี มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

สังคมสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ นั่นก็เพราะคนเราซึ่งประกอบไปด้วยร่างกายและจิตใจนั้นต้องอาศัยอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเสมอ ซึ่งที่ที่เราอาศัยอยู่นั่นแหละคือสังคมและสิ่งแวดล้อม ถ้าโชคดีได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีก็จะได้เปรียบ เหมือนมีกองหนุนที่เข้มแข็งช่วยให้สร้างสุขภาพได้ง่าย แต่ถ้าต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย แน่นอนว่าสิ่งแวดล้อมนั้นก็จะพาให้สุขภาพเราทรุดโทรมลงอย่างไม่ต้องสงสัย จึงพูดได้ว่าสังคมสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องปรับให้เอื้อต่อสุขภาพของผู้สูงอายุเสมอ สังคมสิ่งแวดล้อมที่กล่าวถึงนี้จะรวมทุกสิ่งที่อยู่ล้อมรอบตัว ไม่ใช่เพียงสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นไม้ใบหญ้า แม่น้ำ ภูเขา หรือทะเลเท่านั้น ไม่ใช่บ้านเรือนตึกรามใหญ่โตที่เป็นวัตถุเท่านั้น ยังรวมถึงงผู้คนในสังคม ระบบการปกครอง การเมือง เศรษฐกิจ ระบบขนส่ง การแพทย์ การเกษตร อะไรทุกอย่างเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น การที่เราจะสร้างสุขภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่คนในสังคมต้องช่วยเหลือกัน ช่วยกันสร้างสังคมให้มีความสุข ไม่ใช่ทำลายซึ่งกันและกัน สังคมใดที่อยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนในสังคมจะมีสุขภาพดี ต่างจากสังคมที่มีปัญหาผู้คนในสังคก็จะมักจะมีปัญหาตามไปด้วยนั่นเองค่ะ เรามองเห็นแล้วว่าสุขภาพนั้นเป็นเรื่องกว้างกว่าตัวเราคนเดียว เราอาจจะสร้างสุขภาพส่วนบุคคลได้ แต่ถ้าต้องอยู่ในสังคมที่ไม่มีสุขภาพ แล้วเราจะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างสุขภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ใช่เพื่อคนอื่นเท่านั้น แต่เพื่อตัวเราเอง การสร้างสุขภาพให้สังคมนั้นเป็นเรื่องที่เห็นผลช้าและต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นมาก เราอาจไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้มากนัก ดังนั้นควรเริ่มต้นจุดเล็กๆ ที่ตัวเองก่อน สร้างสุขภาพส่วนบุคคลก่อนแล้วแพร่ขยายไปยังครอบครัว ญาติมิตร ทำตัวไม่ให้เป็นภาระสังคม ไม่ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อม เท่านั้นก็ถือว่าเราได้ช่วยสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมแล้วส่วนหนึ่ง ถ้าทุกคนทำในส่วนย่อยๆ ของตนเช่นนี้มากขึ้น สังคมโดยรวมก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ มาถึงตรงนี้เรามาเร่งหาควารมรู้และเร่งสร้างสุขภาพให้ตัวเองก่อนเป็นสำคัญ พอได้ผลดีแล้วค่อยชวนคนอื่นต่อไป ตามแนวทางที่เราปฏิบัติกันมา เราพจะได้ไม่ต้องซีเรียสกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากเกินไป […]

สูงวัยต้องรู้ไว้ กับเรื่องราวของสรีรศาสตร์และสุขภาพทุกแง่มุม!

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับความชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย แต่อย่างไรเสียแน่นอนว่าก็คงไม่มีใครที่จะอยากทำตัวเองให้แก่ไปตามอายุ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะมีร่างกายที่กระฉับกระเฉง แข็งแรงเหมือนตอนยังหนุ่มสาว และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงได้นั่นแน่นอนว่าก็คือ การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมนั่นเองค่ะ แต่ทว่าหลายคนยังติดอุปสรรคนั่นนี่ต่างๆ นานา โดยเฉพาะความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับคนวัยนี้ วันนี้เพื่อเป็นการแถลงไข บอกเหตุผลเรื่องสรีรศาสตร์และสุขภาพทุกแง่มุมชีวจิต ขอนำเสนอเรื่องราวนี้เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบอวัยวะในร่างกายกันค่ะ แล้วไปดูกันว่าทำอย่างไรเราจะยังฟิตได้เหมือนตอนวัยหนุ่มสาว กระดูกยิ่งแน่นยิ่งดี คุณหมอวอนด้า ไรท์ ผู้เขียนหนังสือ Fitness After 40 เล่าว่า อดีตนักกีฬาโอลิมปิกสามารถคงความหนาแน่นของกระดูกเอาไว้ได้ ขณะที่มีคนอเมริกันถึง 2 ล้านคน มีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งทำให้เปราะแตกง่าย ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น หลังอายุ 40 ปี ผู้หญิงจะสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ชาย และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 หลังจากหมดประจำเดือน ซึ่งจากผลการวิจัย หากกระดูกได้รับแรงกดหรือน้ำหนักบ้างมันจะแข็งแรงขึ้น นักกีฬาเคยใช้แรงหนักๆ เช่น วิ่ง กระโดด […]

ดูแลผู้สูงอายุอย่างดีและเข้าใจ เพื่อความสุขของคนทั้งบ้าน!

การอยู่อาศัยร่วมกันกับผู้สูงอายุภายในครอบครัว เป็นสิ่งที่ลูกหลานหลายคนมักจะหนักใจ เพราะถึงจะรักและเป็นห่วงพวกแค่ไหน แต่บางครั้งความเข้าใจผิดๆ ในบางเรื่องอาจทำ ให้เกิดความขัดแย้งเล็กๆ ภายในครอบครัวได้ เพื่อป้องกันปัญหาที่ตะเกิดตามมาอย่างที่บอกไป เราควรศึกษาคำแนะนำในการดูแลผู้สูงอายุจากหลายๆ ที่ ที่ได้ให้ความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุ เอาไว้ นั่นเพราะความเข้าใจในการดูแล คือสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดค่ะ เราไปดูพร้อมกันว่า คู่มือในการดูแลผู้สูงวัยที่ควรนำไปทำตามนั้นมีอะไรบ้าง พูดคุยบ่อยๆ สร้างบรรยากาศดีๆ การพูดคุยกับผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยก็คือ เข้าไปทักทายถามไถ่ ว่าท่านเหงาไหม เพราะความสุขของผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็คือ ลูกหลานยังสนใจดูแลเขาอยู่ อยากให้ลองพูดคุยบ่อยๆ ใช้คำพูดดีๆ สร้างเสียงหัวเราะให้ท่านบ้าง อย่าปล่อยให้ท่านรู้สึกเครียดจนเกินไป ไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงกับการเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งถ้าสงสัยว่าผู้สูงอายุในบ้านจะเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำ ให้รีบพาไปพบกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อทำการรักษาและดูแลอย่างถูกวิธี ใส่ใจในโรคประจำตัว อาหารการกิน ยิ่งอายุมากต่อมรับรสจะยิ่งรับรสได้น้อยลง พวกสารปรุงรสต่างๆ ต้องลดลง เพราะระบบย่อยอาหารไม่ดีเหมือนเดิมแล้ว อาหารควรจะมีรสชาติกลางๆ เน้นผักและปลาเป็นหลักจะดีที่สุด ที่สำ คัญคือต้องปรุงสดใหม่ร้อนๆ ส่วนผลไม้ต้องเลือกเฉพาะนิ่มๆ เพราะฟันก็ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนเดิมแล้วเช่นกัน สาเหตุที่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษเพราะผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย มีอาการท้องผูกได้ง่ายขั้นแรกอย่าพึ่งยาระบาย ให้กินพวกมะละกอหรือผักต้มจะช่วยระบายได้ดีค่ะ จัดบ้านให้น่าอยู่ และเหมาะสม   จากสถิติที่ผ่านมาผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการหกล้มเพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญเลยคือต้องจัดบ้านให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต ไม่ควรวางของทิ้งไว้ตามทางเดิน ยิ่งถ้าเป็นพื้นที่ต่างระดับต้องทำราวเกาะไว้ […]

สูงวัยต้องรู้ไว้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นง่าย แม้อยู่ในบ้านของคุณเอง!

เมื่ออายุมากขึ้นปัญหาที่จะตามมาคือการเกิดอุบัติเหตุซึ่งเกิดได้ง่ายๆ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย เช่นมีปัญหาด้านการมองเห็นส่วนมากท่านผู้สูงอายุจะมีสายตาที่มัว มองเห็นไม่ชัด เกิดจากกล้ามเนื้อลูกตาเสื่อมลง ทำให้ลูกตาเห็นภาพที่เคลื่อนไหวผิดไป สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ส่วนกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่หดหรือขยายม่านตาที่มีความสามารถปรับความส่วางผิดไป ทำให้แสงที่เข้ามาน้อยจะทำให้เห็นภาพไม่ชัดหรือถ้ามีแสงมากไปทำให้ตาพร่ามัวไปหมด ดังนั้น ควรจัดแสงไฟที่กำลังพอเหมาะ เพื่อให้ผู้สูงอายุมองเห็นสิ่งที่กีดขวางได้ ผู้สูงอายุส่วนมากขาดความแข็งแรงในด้านกล้ามเนื้อจึงทำให้สูญเสียการทรงตัว ความคล่องแคล่วว่องไว และอาจหกล้มเมื่อไปสะดุดกับสิ่งของต่าง ๆ สำหรับท่านที่ดูแลผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงวางสิ่งของตรงบันได และ ยังมีหูชั้นในเริ่มเสื่อมทำให้เวลาผู้สูงอายุจะเคลื่อนไหวด้วยความว่องไวจะมึนงง และ เป็นลมได้ และอีกประการสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามคือ หูตึง ทำให้ท่านได้ยินเสียงไม่ชัดเจน เวลาข้ามถนน อาจไม่ใช่เสียงรถ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย วันนี้เรามีสาเหตุและ อุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ มาฝากกันค่ะ ปัญหาในที่พักอาศัยเกิดจากพื้นบ้านลื่นโดยเฉพาะเมื่อเวลาที่เรากำลังถูบ้านอย่าเพิ่งให้ท่านเดินต้องรอให้พื้นแห้งเสียก่อนในขณะเดียวกันต้องมีแสงสว่างมากพอให้ท่านเห็นสิ่งของกีดขวางด้วย ระวังสายไฟ หรือสายโทรศัพท์ทำให้ท่านสะดุดได้ ผู้สูงอายุบางท่านมีโรคประจำตัวต้องรับประทานยา ซึ่งยาบางตัวอาจจะมีผลทำให้หน้ามืด หรือมึนงงและทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ส่วนผู้สูงอายุที่ต้องใช้ไม้เท้าอาจจะไม่มียางกันลื่นหรือยางกันลื่นหมดอายุ หรือรถเข็นที่ไม่มีที่ห้ามล้อ นอกจากนี้เสื้อผ้าที่ผู้สูงอายุสวมใส่ อาจจะยาวเกินทำให้เวลาปิดประตูทับกางเกงทำให้เดินหกล้มได้ บางครั้งท่านที่ดูแลผู้สูงอายุก็คงไม่ได้อยู่ดูแลผู้สูงอายุตลอดเวลา อาจจะมีธุระหรือไปตลาด ทางที่ดีท่านควรป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในบ้านเสียก่อน ดังนี้ ป้องกันการหยิบยารับประทานผิด ควรเริ่มจากการเก็บยาใว้ในตู้ยาแยก และก่อนนำมามาใช้ทุกครั้งต้องอ่านฉลากให้ดีเสียก่อน รวมถึงควรเก็บยาไว้ในตู้ยาเฉพาะ ส่วนท่านที่มีโรคประจำตัวและต้องรับประทานยาทุกมื้อ เราต้องจัดยาใส่ในตลับยาแยกว่าตลับไหนทานก่อนอาหารตลับไหนทานหลังอาหาร เป็นต้น วิธีการป้องกันการลื่นหกล้ม การป้องกันการพลัดตกหกล้มในขณะขึ้นลงบันไดมีดังนี้ […]

เทคนิคแต่งบ้านเอาใจคุณตาคุณยาย เพื่อการอยู่สบายในระยะยาว

ไม่ว่าดีไซน์ของบ้านจะเป็นแบบไหน ทันสมัย ร่วมสมัย ผสมผสาน เรียบง่าย ขนาดของบ้านจะใหญ่โต โอ่อ่าแบบบ้านเดี่ยว หรือเล็กจิ๋ว มีพื้นที่ใช้สอยจำกัดเพียงใด แต่หากคุณแต่งบ้าน ออกมาแล้วไม่ตอบโจทย์การอยู่อาศัย หรือไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในบ้าน แล้วแบบนั้นจะไปมีประโยชน์อะไร จริงมั้ยคะ เราเชื่อว่าความฝันของใครหลายคนคือการได้มีบ้านหลังโตสวยงาม แต่เมื่อก้าวสู่วัยหลังเกษียณแล้ว สไตล์การตกแต่งหรือความสวยงามอาจจะถูกลดความสำคัญลง สวนทางกับฟังก์ชั่น การใช้งานที่ต้องสำคัญกว่า เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญของการใช้ชีวิตในบ้านคือฟังก์ชั่น การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ของผู้สูงอายุต้องครบทั้งความปลอดภัย เข้าถึงสะดวกบรรยากาศดี และง่ายต่อการดูแลรักษา ต่อไปนี้คือไอเดียการแต่งบ้านสวยสไตล์คนวัยเกษียณที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง วันนี้เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า การแต่งบ้านให้น่าอยู่เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตที่สุขสบายและปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เรารักนั้นมีอะไรบ้าง บ้านที่ดีควรมีประตูเข้าออกสบาย และหน้าต่างที่เห็นวิวสวย บ้านที่มีผู้สูงอายุอายุอาศัยอยู่ด้วย เรื่องความใส่ใจในทุกจุดถือเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เว้นแม้แต่ธรณีประตูที่ถือเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับการตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องนั่งรถเข็น ถ้าหากมีธรณีประตูก็อาจเกิดความยากลำบากในการผ่านเข้าออก และอาจทำให้เกิดการสะดุดล้มได้ง่าย ทางที่ดีควรสร้างทางเดินให้เชื่อมกับทางลาดก็จะทำ ให้การเดินผ่านสะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่วนหน้าต่างก็ควรเปิดกว้างสักหน่อย สามารถมองวิวข้างนอกได้ชัดเจนและช่วยเสริมทัศนียภาพได้ดี ประตูหน้าต่างก็ต้องเปิด-ปิดง่าย ผู้สูงอายุจะได้ไม่ต้องออกแรงเยอะด้วยค่ะ ทางเดินกว้างขวาง มีรั้วบ้านระดับสายตา ทางเข้าบ้านเป็นอีกหนึ่งบริเวณที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะความกว้างขวางงของทางเดินที่ควรต้องออกแบบให้เดินได้สะดวกสบาย รวมถึงทางเดินรอบบ้านไม่ว่าจะชานบ้าน ระเบียง หรือเฉลียง ที่ต้องอยู่ในระดับเดียวกัน เรียบสม่ำ เสมอส่วนวัสดุตกแต่งนั้นควรจะเป็นวัสดุที่มีความอ่อนนุ่มหรือยืดหยุ่นที่สุดไว้ป้องกันเวลาฉุกเฉินเช่น การหกล้ม และปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการติดตั้งราวไว้ทรงตัวตลอดการเดิน นอกจากนั้นรั้วบ้านควรสูงระดับสายตา […]

ลองเช็กกันดูว่า ผู้สูงวัยใกล้ตัวคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า?

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนเมื่อสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับความชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำ บาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย และแน่นอนว่า การยอมรับและเรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเอง เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุทุกคนควรต้องทำความเข้าใจ  เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า สิ่งที่ “เขาว่ากันว่า” เมื่อคนเราอายุเพิ่มขึ้น เข้าสู่ช่วงวัยที่มากขึ้นแล้วนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหนบ้าง คุณตาคุณยายหรือคนที่เรารักที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเป็นแบบที่เรานำมาบอกกันหรือไม่ ไปลองเช็กกันดูค่ะ เขาว่ากันว่า…อายุมากแล้วจะกินอาหารได้น้อยลง  อย่างที่เราทุกคนต่างรู้กันีว่าเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็โรยราไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพในช่องปาก ไม่ว่าจะเหงือกหรือฟันก็เสื่อมสภาพตามไปด้วย ยิ่งคนที่เมื่อครั้งยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่ไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเอง แถมยังละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ทำให้เกิดอาการฟันบิ่น ฟันผุ เหงือกร่น หรือเป็นเชื้อราที่ลิ้นหรือช่องปาก จนถึงขั้นต้องใส่ฟันปลอม ทำให้กินอาหารได้น้อยลง ฉะนั้นควรลองเช็กสุขภาพฟันดูเป็นอันดับแรก แต่ถ้าเช็กแล้วไม่มีปัญหาก็อาจจะมีต้นเหตุมาจากธรรมชาติของร่างกายอย่างการเสื่อมของประสาทการรับรสและกลิ่นที่กระตุ้นความอยากอาหารได้น้อยลงรวมถึงแยกรสชาติได้น้อยลงก็ได้แต่ก็อย่าเพิ่งตัดสาเหตุที่เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของการใช้ยาด้วย ถ้าคุณเป็นคนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังจนต้องใช้ยาบ่อยๆ แล้วกินอาหารได้น้อยลง ลองปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาที่เหมาะสมน่าจะดีที่สุดค่ะ เขาว่ากันว่า…เมื่อคนเราอายุมากขึ้นมักจะท้องผูกบ่อยๆ อาการ “ท้องผูก” นี้ ไม่ต่างอะไรกับการกินอาหารได้น้อยลง เพราะกล้ามเนื้อที่ควบคุมการบีบและคลายตัวของกระเพาะอาหารไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนวัยหนุ่มสาว อาหารที่เคยชอบกิน และกินได้ในปริมาณที่มากก็จะเหลือแค่กินได้เล็กน้อย ขณะเดียวกันลำไส้ก็บีบตัวได้น้อยลงเช่นกัน ทำให้อาหารที่กินเข้าไปย่อยได้ยาก จึงตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้ยาวนานขึ้น ผลที่ตามมาคือท้องอืดและท้องผูกบ่อยๆ วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ คือ […]

เพราะอะไรผู้สูงวัยจึงต้องพาร่างกายไปตรวจสุขภาพประจำปีสม่ำเสมอ

การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจนั้นเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความตั้งใจจริง ไม่ใช่แค่วันนี้นึกอยากก็ทำ พรุ่งนี้ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ หากเป็นเช่นนี้ผลลัพธ์ที่มุ่งหวังก็ย่อมไม่เกิดขึ้น นอกจากจะทำให้เสียสุขภาพ ร่างกายป่วยไข้ โรคชราที่เป็นอยู่กำเริบแล้วก็ยังเป็นการปล่อยให้แก่ไปตามวัย ทั้งที่เราสามารถอยู่กับความชราได้อย่างเข้าใจ และสามารถชะลอความชราได้ ทำให้มีชีวิตที่มีคุณภาพมากขึ้น การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นอีกหนึ่งการดูแลตัวเองที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องคอยกังวลว่าจะมีโรคร้ายรุมเร้า เพราะแม้จะมีแต่เมื่อตรวจพบแต่เนิ่นๆ โอกาสทที่จะรักษาให้หายขาดก็ย่อมจะมีมากเช่นกัน ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรจะได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีค่ะ ประโยชน์ของงการตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีจะช่วยให้ผู้สูงงอายุรู้ผลแต่เนิ่นๆ หากเพิ่งเริ่มเป็นโรค ก็ยังสามารถหาทางบรรเทารักษาได้ทันท่วงที ซึ่งหากปล่อยไว้โดยที่ไม่รู้ การรักษาก็จะยิ่งยากขึ้น แม้ว่าตรวจแล้วจะยังไมพบว่าเป็นโรคใดก็ตาม แต่ก็อาจจะพบว่ามีความเสี่ยงบาอย่าง เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง มีน้ำตาลในเลือดค่อนข้างมาก มีภาวะอ้วน มีความเครียดหรือความกดดันค่อนข้างงมาก ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้หากพบแล้วรักษาหรือป้องกันแต่เนิ่นๆ ก็จะไม่พัฒนาลุกลามจนกลายเป็นโรคได้ ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีจึงมีความสำคัญมาก บางครั้งอาจจะมีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนบางตัวสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งการได้รับการป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขแน่นอน เมื่อมีการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ยิ่งได้ตรวจกับคุณหมอท่านเดิมด้วยแล้ว คุณหมอ็จะเข้าใจและเห็นประวัติผู้สูงอายุนั้นอย่างชัดเจน และมองเห็นแนวโน้มในการเกิดโรคด้วย ทำให้สามารถแนะนำวิธีการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี เมื่อผู้สูงอายุได้พบคุณหมอ ได้คุยกันว่าทุกวันนี้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร ก็อาจจะทำให้คุณหมอเห็นข้อที่ควรแก้ไข เพราะพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำบางอย่างก็อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดโรคเสื่อมหรือโรคชรา ซึ่งงการรับรู้และรีบแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยให้ไม่เป็นโรคนั้น นอกจากนี้ผู้ที่ญาติตนมีโรคพันธุกรรม คุณก็อาจจะเป็นได้ ดังนั้นการรีบมาตรวจก็จะช่วยให้เบาใจเมื่อไม่เป็น และได้หาทางแก้ไขเมื่อรู้ว่าเป็นแต่เนิ่นๆ เตรียมตัวก่อนไปตรวจ ดังนี้ ก่อนอื่นอย่าลืมโทรไปนัดหมายการตรวจสุขภาพ และยืนยันการนัด อย่าเดินดุ่ยๆ เข้าไปเลย เพราะถึงแม้จะเป็นโรงพยาบาลเอกชน […]

อาหารสำหรับผู้สูงวัย ต้องการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ

เมื่อพูดถึงอาหารสำหรับผู้สูงอายุนั้น เราต่างก็รู้กันดีว่าต้องการการเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากระบบและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายของพวกท่านได้เสื่อมไปตามกาลเวลา การกินอาหารแบบเอาแต่อร่อย เอาแต่สนุกอย่างวัยหนุ่มสาวจึงเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นการดูแลเรื่องอาหารการกินเสียใหม่จะช่วยให้คุณตา คุณยาย หรือผู้สูงอายุที่เรารักได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลตัวเองกันต่อไป และที่แน่ๆ การดูแลเรื่องอาหารการกินที่ดีจะช่วยให้ร่างกายดีวันดีคืน พร้อมทั้งมีความสุขกับสุขภาพที่แข็งแรงอันถือเป็นของขวัญชั้นเยี่ยมที่มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินใดๆ ถ้างั้นวันนี้เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าหลักในการกินอาหารสำหรับผู้สูงวัยที่ดีนั้นมีอะไรบ้าง กินอาหารในปริมาณที่พอดี ผู้สูงวัยนั้นมีความต้องการสารอาหารพอๆ กับคนวัยผู้ใหญ่ คือในวันหนึ่งต้องการโปรตีนประมาณ 1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่นถ้าน้ำหนักตัว 54 กิโลกรัม ความต้องการโปรตีนคือ 54 กรัมต่อวัน แต่สำหรับพลังงานที่ร่างกายต้องการนั้น ก็จะต่ำกว่าวัยอื่นๆ  คือ ต้องการประมาณวันละ 1,600-1,800 กิโลแคลอรี่เท่านั้น เนื่องจากวัยนี้ไม่ได้ออกแรงอะไรมากแล้ว การจำกัดปริมาณอาหารในผู้สูงอายุนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เนื่องจากเมื่อตอนที่อยู่ในช่วงวัยหนุ่มสาวต่างก็กินอาหารในปริมาณที่เยอะแล้ว และพออายุมากขึ้นร่างกายก็ต้องการพลังงานและแคลอรี่น้อยลงมาก เพราะการทำกิจกรรมลดลง การกินมากเหมือนเดิมก็จะทำให้เกิดการสะสมพลังงานจนกลายเป็นภาวะน้ำหนักตัว หรือโรคอ้วน และส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ผู้สูงอายุจึงควรจะกินน้อยๆ แต่มากมื้อขึ้น อาจจะกิน 4 มื้อต่อวัน แต่กินครั้งละนิดหน่อย แบบนี้ก็จะทำให้รู้สึกว่ากินได้บ่อย ไม่รู้สึกว่าอด กินง่ายย่อยง่าย การปรุงอาหารให้เหมาะสมกับการเป็นอาหารของผู้สูงวัยคือ ต้องเน้นอาหารที่ย่อยง่าย เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน การบดเคี้ยวก็ไม่ดี […]

keyboard_arrow_up