สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเก๊าท์ มีอะไร? ผู้สูงวัยควรต้องรู้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคเก๊าท์ มีอะไร? ผู้สูงวัยควรต้องรู้ โรคเก๊าท์ หนึ่งในโรคกระดูกและข้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการกินโปรตีนบางชนิดมากเกินไป ซึ่งโปรตีนดังกล่าวจะย่อยสลายเป็นกรดยูริคไปตกตะกอนในข้อ ทำให้ข้อหรือเนื้อเยื่อรอบๆ ข้ออักเสบเฉียบพลันการเกิดโรคเก๊าท์ผู้ป่วยมักมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงเป็นระยะเวลานานพอสมควร โดยเฉลี่ยมากกว่า 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะถ้าระดับกรดยูริกยิ่งสูง อุบัติการณ์การเกิดโรคจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เกิดอาการได้เร็วยิ่งขึ้น ในเพศชายพบโรคนี้ได้บ่อยกว่าเพศหญิงประมาณ 10 เท่า แต่วัยหลังหมดประจำเดือน เพศหญิงจะพบโรคสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเพศชาย โรคเก๊าท์มีอาการอย่างไร การอักเสบ ของข้อครั้งแรกมักพบในเพศชายอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป โดยเฉลี่ย 40-60 ปี แต่ในเพศหญิงมักพบหลังวัยหมดประจำเดือนแล้ว ข้ออักเสบในระยะแรกมักเป็นเพียง 1-2 ข้อ จะมีการอักเสบรุนแรงเป็นเฉียบพลัน จากระยะเริ่มปวดจนอักเสบเต็มที่ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนมากจะเกิดขึ้นทีละ 1 ข้อ ข้อที่พบบ่อย ได้แก่ โคนนิ้วโป้งเท้า ข้อเท้า ข้อกลางเท้า ข้อเข่า ข้อนิ้วมือ ข้อกลางมือ ข้อมือ ข้อศอก ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง จำนวนข้อที่อักเสบจะเพิ่มขึ้น เริ่มพบที่ข้อมือ ข้อนิ้วมือ และข้อศอก การอักเสบรุนแรงขึ้น […]

เทคนิคการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองที่ควรทำ!

เทคนิคการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองที่ควรทำ!   ถ้าคุณมีเวลา  1 อาทิตย์ก่อนตาย อะไรบ้างที่คุณอยากจะทำ ? อะไรบ้างที่อยากจะเตรียมไว้ก่อนจากไปไม่กลับ? หากเจอคำถามเหล่านี้คุณเคยคิดคำตอบในใจกันเอาไว้บ้างหรือยัง ซึ่งวันนี่เราอยากมาพูดเรื่องการตายดี​-ไปสบาย ที่เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นที่มาของคำถามที่ว่าจะทำอย่างไรให้การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย สามารถทำให้ผู้ป่วยเผชิญความตายอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์​ เกือบ 2 ทศวรรษที่ไทยเริ่มต้นสนับสนุนให้มี “การจัดระบบดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง” หรือ ​Palliative care  และนโยบายนี้​ถูกระบุเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีแผนรองรับชัดเจนตั้งแต่ปี 2560 ขณะเดียวกันยังเป็นสิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ปี 2553 แต่ทว่ายังพบว่าการบริการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิตยังมีช่องว่างอยู่ ซึ่งกลายเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนานโยบายที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดการบริการที่มีคุณภาพและเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพนี้ได้อย่างครบถ้วน กรมการแพทย์​ ได้ให้คำนิยามของคำว่า​”Palliative care” ไว้ว่า​ การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคองเป็นการดูแลแบบองค์รวมทั้งร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณมุมให้ความสุขสบายแก่ผู้ป่วยช่วยลดความปวดและความทุกข์ทรมานการตระหนักถึงการตายอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์รวมถึงครอบครัวผู้ป่วยระยะสุดท้ายและหลังเสียชีวิต โดยในประเทศไทยแบ่งกลุ่มผู้ป่วยระยะท้ายออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วยระยะท้ายด้วยโรคมะเร็ง​ กลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วยระยะท้ายด้วยโรคเรื้อรังอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง​ และกลุ่มผู้ป่วยเด็กที่เจ็บป่วยระยะท้าย ขณะเดียวกันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะกลุ่มมะเร็งและโรคทางหลอดเลือดเพิ่มสูง จากสถิติพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของไทย  และมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2555 มีจำนวน 98.5 ต่อแสนประชากร เป็น 110 3.7 ต่อแสน​ประชาชนในปี 2558  ขณะที่โรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นจาก […]

ผู้ดูแลควรต้องรู้เกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาในผู้สูงอายุ!

ผู้ดูแลควรต้องรู้เกี่ยวกับปัญหาการใช้ยาในผู้สูงอายุ! ผู้สูงอายุมักได้รับยาหลายชนิดเนื่องจากมีโรคประจำตัวหลายอย่าง รวมถึงการที่ร่างกายมีการ เปลี่ยนแปลงตามอายุ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดปัญหาการใช้ยามากขึ้น โดยผู้สูงอายุมักจะมีโรคหลายชนิดและได้รับยาหลายอย่าง ทำให้ยาอาจมีผลต่อกัน ผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่มีผลต่อการทำงานของยา รวมถึงปัญหาด้านพฤติกรรมการใช้ยาของผู้สูงอายุ เช่น ผู้สูงอายุไม่ไปพบแพทย์ อาจเนื่องจากปัญหา ด้านร่างกายและจิตใจที่ทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ หรือปัญหาด้านการเดินทาง ด้านการเงิน เป็นต้น หรืออาจเกิดจากความเชื่อที่ชอบซื้อยามารับประทานเอง หรือเอายาเก่าๆ ที่เคยได้มารับประทานเอง เป็นต้น การสั่งใช้ยาที่ไม่เหมาะสมให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น การใช้ยากลุ่มที่ผู้สูงอายุมีโอกาสสูงต่อการเกิดผล ข้างเคียงจากยา การเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่มีผลต่อการใช้ยาในผู้สูงอายุ คือ การดูดซึมยาลดลง แต่มักไม่ค่อยเกิดปัญหามากนักในผู้สูงอายุ การกระจายตัวของยา ผู้สูงอายุมีสัดส่วนของไขมันเพิ่มขึ้นและน้ำลดลงในร่างกาย ทำให้ยาหลายชนิด มีระดับยาสูงขึ้นในร่างกาย อาจเกิดพิษได้ง่ายและยาออกฤทธิ์นานกว่าปกติ เมตะบอลิสมของยาหรือการเปลี่ยนแปลงยาในร่างกาย โดยเฉพาะที่ตับเปลี่ยนแปลงไป จากการที่ตับ มีขนาดเล็กลง  เลือดมาเลี้ยงลดลง ทำให้มีโอกาสที่จะมียาคั่งค้างสูง และการกำจัดยาทางไต ทำได้ลดลงเนื่องจากไตทำงานลดลงตามอายุ จึงอาจทำให้ขับยาออกจากร่างกายไม่ได้ นอกจากนั้นผู้สูงอายุยังมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอีกหลายอย่างที่ส่งผลต่อการใช้ยา เช่น มีความไวต่อยาบางชนิดเพิ่มขึ้น  ในขณะที่ยาบางชนิดผู้สูงอายุกลับมีความไวต่อยาลดลง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จึงอาจก่อให้เกิดปัญหากับการสั่งใช้ยาในผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ทีนี้เราลองมาเจาะลึกเกี่ยวกับการใช้ยาในผู้สูงอายุกันค่ะ ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสุขภาพหลายด้าน ทำให้ได้รับยาหลายรายการ ดังนั้น จึงอาจมีความเสี่ยงที่จะได้รับยาเกินความจำเป็น เกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายจากยา รวมไปถึงอันตรกิริยาระหว่างยา […]

เพราะ “ข้อสะโพก” เป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ “เสื่อม”

เพราะข้อสะโพกเป็นส่วนสำคัญดังนั้นอย่าปล่อยให้ “เสื่อม” เพราะข้อสะโพกเป็นข้อที่สำคัญใน การเคลื่อนไหวของขา จึงเป็นส่วนที่รับบทหนักในร่างกายที่ทำให้หลายคนเกิดโรค ข้อสะโพกเสื่อม ได้ง่าย และยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาข้อสะโพก เช่น ข้อสะโพกผิดปกติแต่กำเนิดไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ข้อสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยงที่กระดูกหัวของข้อสะโพก โรคข้อสะโพกจากรูมาตอยด์ ซึ่งเกิดจากการใช้สารสเตอรอยด์เป็นเวลานาน รวมไปถึงการประสบอุบัติเหตุ หกล้ม กระดูกสะโพกหัก ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ก็ล้วนเป็นสาเหตุให้มีปัญหาในข้อสะโพกทั้งสิ้น ทั้งนี้เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกบริเวณสะโพกจะบางลง โดยเฉพาะคอกระดูก จึงมักพบกระดูกหักบริเวณนี้ได้บ่อยเมื่อผู้สูงอายุล้ม ส่วนของเบ้าสะโพกจะมีเอ็นมายึดเกาะมาก เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงทำให้เส้นเอ็นที่ยึดอยู่ฉีกขาด อาจทำให้ข้อสะโพกหลุดได้ จากการที่เกิดกระดูกสะโพกหักหรือข้อสะโพกหลุดนั้น ส่งผลให้เส้นเลือดที่เลี้ยงหัวกระดูกต้นขาฉีกขาดทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงส่งผลให้หัวกระดูกสะโพกตาย และอาจให้เกิดข้อเสื่อมตามมาได้ อาการผิดปกติของผู้ป่วยโรคข้อสะโพกเสื่อม ในระยะแรกจะมีอาการปวดและอาจมีการขัดที่ข้อ โดยจะมีอาการมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อในขณะเหยียด- งอสะโพก จะมีเสียงลั่นในข้อร่วมกับอาการปวดหรือขัดในข้อมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการที่ผิวกระดูกภายในข้อเริ่มไม่เรียบและมีกระดูกงอกเกิดขึ้น อาการปวดที่เกิดในผู้ป่วยบางรายทำให้เกิดการปรับตัวด้วยการไม่เหยียดหรืองอข้อสะโพกจนสุด อาจทำให้เกิดปัญหาข้อติดขัดและตามด้วยการเคลื่อนไหวไม่เต็มที่ของข้อสะโพกเมื่อเวลาผ่านไปนานขึ้นหรือข้อที่เสื่อมนั้นถูกใช้งานมากอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีอาการผิดปกติเหล่านี้ขึ้นมาได้ ข้อจำกัดในการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตใหม่ เพื่อให้อาการเหล่านี้ทุเลาหรือหายไปได้เป็นครั้งงคราว เช่น การปรับตัวในเรื่องการงอข้อสะโพก โดยการหลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ การนั่งพับเพียบ การนั่งขัดสมาธิ การนั่งคุกเข่า และการขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ หรือหลายชั้น รวมถึงการปรับกิจกรรมประจำวัน เช่น ลดระยะทางการเดิน ไม่นั่งหรือยืนอยู่ในท่าเดียวนานๆ รวมถึงการใช้ไม้เท้า อุปกรณ์ช่วยเดิน เพื่อลดภาระของข้อในการเดิน ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อสะโพกเสื่อมและผู้ที่ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกต้องระวังอะไรบ้าง […]

ออกกำลังกายด้วยลีลาศช่วยทรงตัวผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม

ออกกำลังกายด้วยลีลาศช่วยทรงตัวผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม การล้มเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการบาดเจ็บและการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้สูงวัย และคิดเป็นร้อยละ 20-40 ของสาเหตุการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกลุ่มคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คนกลุ่มนี้ล้มอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการล้มในผู้สูงวัยส่วนมากไม่รุนแรง อย่างไรก็ตาม พบว่าร้อยละ 20-30 ของการล้มเป็น สาเหตุการบาดเจ็บที่รุนแรง เช่น กระดูกหัก หรือการบาดเจ็บของศีรษะและสมอง และยังส่งผลต่อเนื่องทำให้เกิดความบกพร่องด้านการทรงตัวและการเคลื่อนไหว ซึ่งทำให้ระดับการทำกิจกรรมและความสามารถในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นลดลง อีกทั้งยังเสียความมั่นใจในการเดินหรือทำกิจกรรมเนื่องจากกลัวล้ม นอกจากนี้พบว่าการล้มเป็นสาเหตุหลักของอาการกระดูกหักในผู้สูงวัย โดยเฉพาะกระดูกสะโพก และยังเป็น สาเหตุสำาคัญที่ทำให้ผู้สูงวัยต้องย้ายจากบ้านและชุมชนไปอยู่ในสถานพักฟื้นคนชราการจัดการปัญหาการล้มในผู้สูงวัยที่ดีที่สุดคือการตรวจประเมินเพื่อจัดการความเสี่ยง และการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการล้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกหนึ่งในปัจจัยที่เสี่ยงคือภาวะกระดูกพรุน ที่เสี่ยงต่อการหักเมื่อล้ม ทำให้สูญเสียการเคลื่อนไหว ไม่มั่นใจ กระทบต่อความสามารถในการทรงท่า ทั้งขณะอยู่นิ่งและขณะเคลื่อนไหว ในกิจกรรมที่แตกต่างในการดำรงชีวิตประจำวัน เมื่อทรงท่าได้ไม่ดี จะทำให้เสี่ยงต่อการล้ม ซึ่งอาจจะทำให้กระดูกหัก ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง การป้องกันการหกล้มโดยการฝึกฝนให้มีการทรงตัวที่ดีเป็นสิ่งที่พึงกระทำในวัยสูงอายุ แต่พบว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการป้องกันการหกล้มที่คำนึงถึงปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น การสวมรองเท้าที่กระชับ การมีแสงสว่างเพียงพอบริเวณทางเดิน การระวังพื้นลื่นมากกว่าคำนึงถึงปัจจัยภายใน เช่น การตรวจวัดสายตา การออกกำลังกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกาย ยังมีผู้สูงอายุส่วนหนึ่งมีความเชื่อว่าวัยสูงอายุควรจะเป็นวัยที่มีการพักผ่อ น ไม่ควรออกกำลังกายกายเหมือนวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาว ซึ่งความคิดความเชื่อที่แตกต่างกันไปจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหรือสถานการณ์ปัญหาสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง การจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยือหยุ่นของกล้ามเนื้อขาและข้อเท้าช่วยพัฒนาการทรงตัวและระบบการเคลื่อนไหวและลดการหกล้มของผู้สูงอายุได้โดยการออกกำลังกายสามารถลดความเสี่ยงต่อการหกล้มได้ร้อยละ 12 และลดจำนวนครั้งในการหกล้มได้ถึงร้อยละ19 […]

6 SIGNS CHECK ผู้สูงวัยสูญเสียการได้ยินจากโรคเบาหวาน

6 SIGNS CHECK ผู้สูงวัยสูญเสียการได้ยินจากโรคเบาหวาน มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานและต่อมามีอาการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย โดยพบว่ามีจำนวนมากเป็น2 เท่าของผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินทั่วไป ที่สำคัญในกลุ่มของผู้สูญเสียการได้ยินที่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานก็พบว่ามีระดับกลูโคสในเลือดสูงและมีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคเบาหวานในอนาคตได้เช่นกันด้วยเหตุนี้ เหตุนี้สมาพันธ์โรคเบาหวานสหรัฐอเมริกา (American Diabetes Association) จึงแนะนำการสังเกต 6 อาการ ที่เป็นสัญญาณการสูญเสียการได้ยินในกลุ่มนี้ให้คุณสังเกตผู้สูงวัยใกล้ตัว ถามบางคำถามซ้ำบ่อยๆ พบปัญหาการสื่อสารผิดพลาดคลาดเคลื่อนมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป มักรู้สึกหูแว่ว ได้ยินคนในบ้านบ่นหรือแอบต่อว่าบ่อย ๆ มีปัญหาการสื่อสารในพื้นที่กว้าง หรือพื้นที่ที่มีผู้คนจอแจอย่างชัดเจน เช่น เมื่ออยู่ในร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือในงานกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ มีปัญหาการฟังเสียงที่ไม่เข้มอย่างเสียงผู้หญิงหรือเสียงพูดของเด็กเล็ก เปิดทีวีหรือวิทยุเสียงดังจนคนข้างเคียงทนไม่ได้ แต่ยังคงรู้สึกว่าได้ยินไม่ชัดเช่นเดิม หากคุณพบเห็นสัญญาณลักษณะนี้ในผู้สูงอายุใกล้ตัว ควรรีบพาท่านไปตรวจการได้ยินรวมถึงตรวจโรคเบาหวานโดยละเอียดก่อนจะสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรนะคะ CAREGIVERS MUST KNOW! เทคนิคใส่ใจตัวเองเมื่อต้องเป็น “ผู้ดูแลคนป่วย” การได้ดูแลคนที่เรารักนอกจากสร้างความนับถือตัวเองให้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความพร้อมในการรับมือปัญหายากๆ ได้ง่ายขึ้น วันนี้เรามี 4 คำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยให้ผู้ดูแลสุขภาพแข็งแรงไปด้วยกันค่ะ ผู้ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังส่วนใหญ่มักประสบปัญหา ความดันโลหิตสูง คำแนะนำคือ ควรแบ่งเวลาออกไปทำในสิ่งที่ชอบจะช่วยให้ภาวะความดันโลหิตสูงลดลงได้ ผู้ดูแลมักมี ความรู้สึกกดดัน จากการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ แนะนำให้ออกกำลังกาย […]

เครื่องวัดความดันโลหิต ไอเทมที่ควรมีติดบ้านตายาย

เครื่องวัดความดันโลหิต ไอเทมที่ควรมีติดบ้านตายาย โรคความดันโลหิตนับเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ไม่สามารถตรวจพบสาเหตุโรคความดันโลหิตสูง ทำให้ผู้สูงอายุอาจไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุด หรือปล่อยปะละเลยกับการใส่ใจสุขภาพในทุก ๆ วัน จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) ปี ค.ศ.2013 พบว่า โรคความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุการตายทั่วโลกสูงถึง 7.5 ล้านคน โดยสองในสามจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และแน่นอนว่ารวมไปถึงประเทศไทยที่มียอดผู้ป่วยความดันโลหิตเพิ่มขึ้นทุกปี  ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากปัจจัยการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น มีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายน้อย บริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของเกลือและไขมันสูง ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ รวมไปถึงการแปรผันกับอายุที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลกับโรคความดันโลหิตสูงเช่นเดียวกัน เนื่องจากร่างกายมีความเสื่อมถอยของหลอดเลือด ผนังหลอดเลือดแดงจะหนาทำให้มีความแข็งมากขึ้น ความยืดหยุ่นน้อยลง มักเกิดร่วมกับการสะสมของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและไขมันในผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ วันนี้ ชีวจิต จึงขอพาคุณตาคุณยายมาทำความรู้จักกับเครื่องวัดความดันโลหิตแต่ละประเภท และวิธีเลือกเครื่องวัดความดันโลหิตสำหรับใช้งานที่บ้านกันค่ะ 3 ประเภทเครื่องวัดความดันโลหิต การตรวจวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้าน (HBPM) เป็นการที่คุณตาคุณยาย หรือบุคคลในครอบครัวที่ได้รับการแนะนำวิธีและเทคนิคในการวัดความดันโลหิตจากแพทย์ เพื่อที่จะสามารถวัดความดันในทุก ๆ วันขณะอยู่บ้าน โดยเริ่มจากการรู้จักเครื่องวัดความดันโลหิตแต่ละประเภทก่อนเลือกใช้ให้เหมาะสม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แบ่งประเภทเครื่องวัดความดันหลัก ๆ ออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดปรอท […]

อาหารที่ผู้สูงอายุควรกินเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมตามวัย

อาหารที่ผู้สูงอายุควรกินเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมตามวัย การที่สุขภาพกายและสุขภาพใจจะแข็งแรงสมวัยได้นั้น มีที่มาจากการดูแลที่เหมาะสม และเมื่อล่วงเข้าสู่วัยเกษียณย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงในระบบต่างๆ ร่างกายจึงจะต้องการสารอาหารบางชนิดมากกว่าวัยอื่น คุณศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกําหนดอาหารวิชาชีพ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนํากลุ่มอาหารที่ผู้สูงอายุควรกินเพื่อช่วยชะลอความเสื่อมตามวัย ดังนี้ 1.น้ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอหรือไม่ต่ำกว่าวันละ8-12 แก้ว ช่วยให้ไตขับถ่ายของเสียได้ดี ลดปัญหาท้องผูกที่มักพบบ่อยในผู้สูงอายุได้ นอกจากการดื่มน้ำแล้ว ควรจัด ให้มีอาหารประเภทแกงหรือซุปทุกมื้อ 2.แป้ง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ50 ของมื้อ ในกรณีที่มี โรคประจําตัวหรือต้องการควบคุมน้ำตาลให้ลดสัดส่วน ของแป้งลงเหลือร้อยละ30 ควรเลือกแป้งหรือข้าวที่ไม่ขัดสี รวมถึงเพิ่มธัญพืชหลากสีในมื้ออาหารเพื่อช่วยรักษาระดับ น้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานโรค เหน็บชา และป้องกันปัญหาท้องผูก 3.โปรตีนปริมาณที่แนะนํา คือวันละ180–210 กรัม แบ่งเป็นมื้อละ60-70 กรัม เลือกโปรตีนจาก ปลา ถั่วหลากสี   และเห็ดต่างๆ  เพราะย่อยง่าย ไขมันต่ำ อีกทั้ง อุดมไปด้วยไขมันดีที่ช่วยการทํางานของระบบสมอง 4.ผักผลไม้ปริมาณที่แนะนําคือ วันละ400 กรัม แบ่งเป็นมื้อละ 130 กรัม ควรเลือกผักผลไม้หลากสีและมีปริมาณน้ำตาลไม่สูงมาก เน้นกินให้หลากหลายชนิดเพื่อให้ได้วิตามินครบถ้วนและใยอาหารมาช่วยกระตุ้นการทํางาน ของระบบขับถ่าย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ 5.แคลเซียมวัยนี้ต้องการแคลเซียมเพิ่มจากเดิมถึง […]

การกลั้นปัสสาวะลำบากในผู้สูงวัย หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญ

การกลั้นปัสสาวะลำบากในผู้สูงวัย หนึ่งในปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญ ภาวะการกลั้นปัสสาวะลำบาก หรือ ปัสสาวะเล็ดในผู้สูงวัยนั้น นับเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดความกังวลใจในการเข้าสังคม โดยความรุนแรงของอาการนั้นเริ่มตั้งแต่การมีปัสสาวะหยดมาเปื้อนกางเกงในปริมาณที่ไม่มากนัก ไปจนถึงมีอาการปัสสาวะเล็ดออกมาเป็นปริมาณมาก ที่บอกไปว่าภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งในผู้สูงอายุนั้น เพราะนอกจากพบได้บ่อยแล้วยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งในแง่ของสุขภาพกายเช่นปัสสาวะที่ราดออกมาจะทำ ให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเพิ่มอุบัติการณ์ในการหกล้มเป็นต้นส่วนในแง่ของสุขภาพจิต พบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะดังกล่าวจะรู้สึกว่าตนเองไม่ปกติมีภาวะซึมเศร้า อายที่จะเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม และไม่ยอมเดินทางออกนอกบ้าน บางครั้งอาจมีอุจจาระเล็ดร่วมด้วย ผู้สูงวัยบางท่านแม้ยังไม่เริ่มมีอาการดังกล่าวแต่ก็อาจเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกอยากปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้ทั้งสิ้น ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เคยให้ข้อมูลเอาไว้ว่า โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเป็นกรดในปัสสาวะและภูมิคุ้มกันลดลง รวมถึงมีแหล่งสะสมเชื้อโรคเพิ่มในร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการปัสสาวะเล็ด ทั้งนี้ เมื่อระบบทางเดินปัสสาวะติดเชื้อแบคทีเรีย จึงทำให้เกิดการอักเสบ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ติดเชื้อส่วนบนของระบบทางเดินปัสสาวะจะมีผลต่อไตและท่อไต  2. ติดเชื้อส่วนล่างของระบบทางเดินปัสสาวะจะมีผลต่อกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ โดยมีอาการปัสสาวะแสบขัด ขุ่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ถ้าติดเชื้อที่กรวยไตจะมีไข้ ปวดหลังร่วมด้วย  ส่วนสาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุลดลง เช่น ผู้ชายจะติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากสารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมากมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อลดลง  ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วจะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีเชื้อ แลคโตบาซิลลัสบริเวณช่องคลอดน้อย ทำให้ค่าความเป็นกรดด่างในช่องคลอดสูงขึ้น […]

10 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ลูกหลานควรดูแลอย่างใกล้ชิด

10 โรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ลูกหลานควรดูแลอย่างใกล้ชิด ยิ่งนับวันจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น สิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ร่างกายที่เสื่อมลง ทำให้มีโรคมากมายตามมา โดยจะมี 10 โรค ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ พร้อมสาเหตุของโรคและอาการ ซึ่งลูกหลานอย่างเราควรดูแลอย่างใกล้ชิด ว่าแต่จะมีโรคอะไรบ้างไปดูกัน โรคทางสมอง พบมากในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจ เครียด ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ การเสื่อมของเซลล์สมอง และผู้ที่คนในครอบครับมีประวัติเป็นโรคสมอง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในคนอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป โดยโรคสมองที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคอัมพฟกษ์อัมพาต โรคอัลไซเมอร์ โรคสมองเสื่อม หรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น โรคเกาต์ มักพบในชายสูงอายุมากกว่าหญิง ทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ ซึ่งเกิดจากการมีกรดยูริกสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามข้อ ซึ่งคนแต่ละวัยมีระดับกรดยูริกในเลือดที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนจะมีระดับกรดยูริกในเลือดสูงกว่าคนในวัยอื่นๆ หรือการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เนื้อเป็ด เนื้อไก่ เครื่องในสัตว์ ถั่วต่างๆ ก็เป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดกรดยูริกในร่างกายมากเกินไป โรคเบาหวาน เป็นความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ อันส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน ก่อให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปัสสาวะและกระหายน้ำบ่อย […]

ครอบครัวกับการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

ครอบครัวกับการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ  ในปัจจุบันและอนาคตผู้สูงอายุจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทยมากขึ้นทุกขณะ เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุขทำให้ประชากรมีอายุขัยยืนยาวขึ้นจำนวน ผู้สูงอายุจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับจากภาวะนี้ทำให้หลายประเทศในโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วยที่มีความตื่นตัวและเตรียมการเพื่อรองรับและให้การดูแลประชากรกลุ่มนี้มากขึ้น การดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุนับว่าเป็นภารกิจที่สำคัญสำหรับครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม เพื่อให้เกิดการดูแล เอื้ออาทรแก่ผู้สูงอายุซึ่งนับว่าเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชนและสังคมมาก่อน จนถึงวัยที่ท่านสมควรได้รับการตอบแทน โดยการดูแล และห่วงใยท่านเช่นเดียวกับสิ่งที่ท่านได้ทำมา ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ในความดูแล จำเป็นต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุและตระหนักว่าความสูงวัยเป็นภาวะที่จะต้องเกิดกับทุกคน การทำความเข้าใจความสูงวัย จะทำให้สมาชิกในครอบครัว สามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุได้อย่างเหมาะสม และนำมาซึ่งความผาสุกของผู้สูงอายุและสมาชิกทุกคนในครอบครัวด้วยเช่นเดียวกัน ธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ มีลักษณะโดยรวมเหมือนกันในทุกคน ทุกเชื้อชาติ ศาสนา เพียงแต่ระยะเวลาความช้าหรือเร็วของการเข้าสู่ความชราจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล  ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น สิ่งแวดล้อม การดูแลสุขภาพ พันธุกรรม และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามความสูงวัยย่อมเกิดอย่างแน่นอนเพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ความสูงวัยนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง 3 ด้านใหญ่ๆในผู้สูงอายุ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจ และสังคมก็มีความสำคัญ ซึ่งตัวผู้สูงอายุเองและบุคคลรอบข้างก็ควรให้ความสนใจการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วย การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายในผู้สูงอายุมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป  และเป็นการเปลี่ยนแปลงใน ทาง เสื่อมสภาพการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายลง การดูแลผู้สูงอายุซึ่งทำโดยตัวผู้สูงอายุและครอบครัวจึงควรเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุคงไว้ซึ่งความสามารถทางด้านร่างกาย และส่งเสริมการทำงานของระบบ อวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ สาระของการดูแลด้านร่างกายมี 4 ประเด็นหลักที่จำเป็น ได้แก่ 1) […]

เครื่องชั่งน้ำหนักแบบไหน เหมาะกับผู้สูงวัยที่เรารักมากที่สุด

เครื่องชั่งน้ำหนักแบบไหน เหมาะกับผู้สูงวัยที่เรารักมากที่สุด น้ำหนักนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะน้ำหนักที่น้อยกว่ามาตรฐานหรือมากจนเกินไป ก็ย่อมส่งผลให้เกิดโรครุมเร้าได้ง่าย ดังนั้น การดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่คุณปู่คุณย่าและลูกหลานควรใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ผู้สูงอายุจะใช้พลังงาน 1,200 – 1,600 กิโลแคลอรีต่อวัน จึงทำให้การควบคุมน้ำหนักโดยการอดอาหารหรือออกกำลังกายเหมือนกับวัยอื่น ๆ อาจดูมีความยากลำบาก หนึ่งในเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถควบคุมน้ำหนักได้ นั่นก็คือ มีเครื่องชั่งน้ำหนักติดบ้าน เพื่อให้พวกท่านได้รู้ว่าควรปรับพฤติกรรมอย่างไร เช่น ออกกำลังกายด้วยการเดินช้า ๆ หรือกินเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งให้ความสนใจเกี่ยวกับ BMI ว่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุมากน้อยเพียงใด ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ปี ค.ศ. 2014 นักวิจัยรวบรวมข้อมูล BMI จากการศึกษา 32 ครั้ง ในผู้เข้าร่วมที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 197,940 คน พบว่า เมื่อคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูงของแต่ละคนแล้ว ผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต แต่ผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักเกินจะก่อให้เกิดโรคอ้วนและมีสุขภาพที่แย่ลงเรื่อย ๆ เห็นแบบนี้แล้วก็อยากให้คุณปู่คุณย่าหันมาใส่ใจเรื่องน้ำหนักกันมากขึ้น  โดยการหมั่นจดบันทึกน้ำหนักที่ได้ในแต่ละวัน และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทำให้ตนเองมีรูปร่างที่สมส่วน […]

รู้หรือไม่! ติดเชื้อบ่อยอาจทำตาบอดในผู้สูงอายุ

รู้หรือไม่! ติดเชื้อบ่อยอาจทำตาบอดในผู้สูงอายุ  เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายก็อ่อนแอลงเป็นธรรมดา เนื่องจากมีการใช้ร่างกายมาหนักหนาพอสมควร รวมถึงดวงตาก็เช่นกัน เมื่ออายุเพิ่มขึ้นก็มักมีปัญหาสายตาตามมา ในผู้สูงอายุควรหมั่นเฝ้าระวังเป็นพิเศษและเอาใจใส่สม่ำเสมอโดยการพบแพทย์เป็นประจำเพื่อป้องกันโรคร้าย จากผลวิจัยของทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ ศูนย์โรคตาและหูแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า พบเชื้อแบคทีเรียชื่อ C. pneumonia ในเนื้อเยื่อดวงตาของผู้ที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุจำนวน 5 คนใน 9 คน แต่ไม่พบในเนื้อเยื่อดวงตาของคนปกติ เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเนื้อเยื่อดวงตา การติดเชื้อซ้ำๆ จะทำให้หลอดเลือดฝอยในดวงตาทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นเหตุให้เลือดไปหล่อเลี้ยงดวงตาไม่เพียงพอ เมื่อเนื้อเยื่อดวงตาขาดออกซิเจนเพราะเลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงเป็นเหตุให้จอประสาทตาเสื่อม และหากติดเชื้อบ่อยๆ จะทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร นอกจากหมั่นดูแลดวงตาไม่ให้เกิดการติดเชื้อแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยถนอมสายตาได้ คือ การรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ ธาตุสังกะสี วิตามินอี และวิตามินซี เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักใบเขียวเข้ม ฟักทอง พมะม่วงสุก อาหารทะเล ธัญพืชต่างๆ ซึ่งช่วยให้มองเห็นในแสงสลัว ป้องกันการเกิดต้อกระจก อาการตาบอดกลางคืน หากขาดวิตามินเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุตาขาวแห้ง ย่น เป็นแผล ตามมาด้วยกระจกตาแห้ง ขรุขระ อ่อนแหลว และท้ายสุด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจตาบอดได้ ใส่ใจดวงตาผู้สูงอายุ […]

สังคม สิ่งแวดล้อม สำคัญอย่างไรต่อผู้สูงอายุ?

สังคม สิ่งแวดล้อม สำคัญอย่างไรต่อผู้สูงอายุ? ปัญหาสุขภาพจะยังคงเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหลักของผู้สูงอายุ โรคที่มักจะเกิดกับผู้สูงอายุล้วนเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการเยียวยารักษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการไปพบแพทย์รับยา เจาะเลือด หรือต้องรับการตรวจเพิ่มเติม โรคเหล่านี้มักจะมาพร้อมกับความเสื่อมในระบบอื่นๆ ของร่างกายของผู้สูงอายุ อาทิ ตา,ฟัน, กระดูกและข้อ ซึ่งเกิดขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น และต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาของวัยสูงอายุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นในผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ที่มักจะมีความเหงา ความว้าเหว่ ความเครียด ความวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุเอง รวมกับภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น อาทิ อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น ท่ามกลางการขยายตัวของสังคมอายุยืน ยังคงมีข้อเท็จจริงที่น่าห่วงใยเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ จากการเปิดเผยข้อมูลการฆ่าตัวตายโดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2561 พบว่าสถิติการฆ่าตัวตายสำเร็จในผู้สูงอายุ มีอัตราที่สูงขึ้นเป็นลำดับที่สอง รองจากวัยทำงาน โดยระบุว่าวัยทำงานที่ฆ่าตัวตายสำเร็จมีสูงถึง ร้อยละ 74.7 รองลงมาคือผู้สูงอายุ (อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) ร้อยละ 22.1 ซึ่งเหตุผลสำคัญของการตัดสินใจฆ่าตัวตายจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ ขาดคนดูแลเอาใจใส่ มีโรคประจำตัว เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือมีภาวะซึมเศร้า ที่น่าจะนำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตาย เป็นปัจจัยโดยตรงจากภาวะจิตใจของผู้ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ผลการวิจัย […]

วิธีสร้างสมดุลชีวิตด้วยการมีวินัยของวัยเก๋า

วิธีสร้างสมดุลชีวิตด้วยการมีวินัยของวัยเก๋า ใครเคยสงสัยบ้างว่าทำไมเดี๋ยวนี้มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุมากกว่าจำนวนเด็กแรกเกิดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสาเหตุอาจมาจากผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นเนื่องจากการพัฒนาทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอัตราการเกิดของประชากรลดลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันครอบครัวใหญ่มักจะมีบุตรครอบครัวละไม่เกิน 2 คนซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนที่ปู่ย่าตายายมีลูกหลานหลายคน เมื่อมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นทำให้การรับมือการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในไทยนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากนี้ยังต้องมีแนวทางในการเอาใจใส่ดูแลผู้สูงอายุให้มากขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ อย่างเช่นสิ่งที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เคยออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางในการเอาใจใส่ดูแลผู้สูงอายุให้มากขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้ ด้านจิตใจ ผู้สูงอายุเองควรทำจิตใจตัวเองให้เบิกบาน สดใส เมื่อเจอกับเรื่องเครียดควรหากิจกรรมเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ควรหงุดหงิดฉุนเฉียว มิเช่นนั้นจะทำให้สุขภาพจิตใจแย่ลงได้ ทั้งยังส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างอีกด้วย ด้านร่างกาย ควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีในยามแก่เฒ่า ซึ่งการออกกำลังกายนั้นควรเลือกประเภทการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตัวเอง ซึ่งการมีสุขภาพที่ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย จะเป็นตัวสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนนี้ยังควรหมั่นไปตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 3 มื้อ และควรนอนหลับให้เพียงพอ มีอารมณ์ขัน จะมัวเครียดไปทำไม การทำตัวเองให้เป็นคนอารมณ์ขันนอกจากตัวเองจะมีความสุขแล้วยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วย โดยสารแห่งความสุขนั้นจะทำให้เรามีอายุที่ยืนยาวขึ้น โดยผู้สูงอายุอาจสร้างอารมณ์ขันด้วยตัวเอง หรือจะเป็นจากคนรอบข้างที่ช่วยสร้างเรื่องราวต่างๆให้ผู้สูงอายุได้อารมณ์ขันก็ถือเป็นสิ่งที่ดี ลูกหลานควรเอาใจใส่ผู้สูงอายุด้วยความรัก เมื่อเรารักใครเราจะสามารถดูแลคนๆนั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งการดูแลผู้สูงอายุก็เช่นกัน ไม่ใช่จะดูแลเพราะเป็นหน้าที่ แต่สิ่งนี้ต้องใช้ความรักในการดูแลด้วย คอยพูดคุยหยอกล้อผู้สูงอายุ คอยดูแลเอาใจใส่ รวมไปถึงการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับผู้สูงอายุเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน จะเห็นได้ว่าวิธีการสร้างความสุขในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ผู้สูงอายุควรจะทำตัวเองให้มีความสุข รวมไปถึงลูกหลาน หรือคนรอบข้างที่ต้องหันกลับมาสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวนั้นมีความสุขกันแล้ว เรามีวิธี “สร้างสมดุลชีวิต ด้วยการมีวินัย […]

การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ มีข้อควรระวังมากกว่าวัยอื่น!

การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ มีข้อควรระวังมากกว่าวัยอื่น! สมรรถภาพของร่างกายไม่ว่าความแข็งแรงหรือความทนทาน ความว่องไว เป็นต้น จะมีสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 30 ปี แล้วจะค่อยลดลง 1% ทุกปี ดังนั้น เมื่อคุณอายุ 60 ปี ก็จะมีความแข็งงแรงลดลงง 30% โดยเฉลี่ย การออกกำลังกายจะสามารถชะลอการลดลงของความแข็งแรงได้จำนวนหนึ่งเท่านั้นค่ะ ข้อมูลจากกรมอนามัยกะทรวงสาธารณสุข ระบุว่าผู้สูงอายุจำเป็นต้องออกกำลังอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ มีหลักดังต่อไปนี้ คือ ถ้าไม่เคยออกกำลัง จะต้องศึกษาหลักการ ให้ถูกต้องและค่อยๆ ทำ อย่าหักโหม ถ้าหากมีโรคประจำตัว ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน, ควรเลือกชนิดของการออกกำลังให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและถูกกับนิสัย, อย่าแข่งขันกับผู้อื่น เพื่อเอาแพ้เอาชนะ แต่จะออกกำลังกายเพื่อกำลังกายของตนเอง, ระวังอุบัติเหตุ, ทำโดยสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ ๓-๔ ครั้ง, เมื่อเกิดอาการผิดปกติอย่างใดควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการหน้ามืดหรือใจสั่นผิดปกติ ควรชะลอการออกกำลังลงและหยุด และควรออกกำลังเป็นหมู่คณะ หรือมีเพื่อนร่วมการออกกำลัง ข้อแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ เราได้รวบรวมของสมาคมและสถาบันที่เชี่ยวชาญทางด้านการออกกำลังกาย ที่มีข้อแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุว่า ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยความหนักปานกลาง 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิกด้วยความหนักสูง 20 […]

ส่งความสุขแบบออนไลน์ สำหรับผู้สูงวัย ยุค 4.0

ส่งความสุขแบบออนไลน์ สำหรับผู้สูงวัย ยุค 4.0 สังคมไทยเป็นสังคมดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงนโยบายของรัฐบาลที่เสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 จากข้อมูลการสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2560 พบว่า มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 4.2 ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย ผู้สูงอายุไทยในอนาคตจึงต้องรู้เท่าทันและสามารถใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย และสมาร์ทโฟน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โปรแกรมการดูแลสุขภาพต่างๆ ตลอดจนการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ตกเป็นผู้เสียหาย นอกจากนี้ภาครัฐยังได้กำหนดให้มียุทธศาสตร์เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีความรู้ในด้านการป้องกันและการดูแลสุขภาพของตนเองเบื้องต้น ส่งเสริมและสนับสนุนสื่อทุกประเภทให้มีรายการเพื่อผู้สูงอายุ และให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและสื่อความรู้ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมทั้งปัจจุบันสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำของกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเกิดการนำความรู้ใหม่มาพัฒนาองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่ การพัฒนาสื่อความรู้ทางด้านสุขภาพ โดยอาศัยสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุสามารถนำความรู้มาดูแลสุขภาพของตนเองได้ คงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยหากเราจะก้าวข้ามผลกระทบของสังคมผู้สูงอายุในช่วงพอที่จะเริ่มต้นนี้ได้ก็คงเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง  ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเรากำลังขับเคลื่อนด้วยยุคที่เรียกว่า ดิจิทัล ผ่านนโยบายไทยแลนด์ 4.0 การผลักดันกลุ่มผู้สูงอายุให้เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นแนวทางหนึ่งของยุคการสร้างนวัตกรรม เพื่อพลิกจากวิกฤตของสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาส หากมองความเป็นไปได้ของแนวทางนี้ก็นับว่าเป็นแนวคิดที่เป็นไปได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว เพราะกลุ่มผู้สูงอายุในบางกลุ่มอาจเป็นกลุ่มที่มีเงินทุนอยู่บ้าง มีเครือข่ายมีความรู้รวมไปถึงมีประสบการณ์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าเสียเปรียบ หากแต่มองดังที่กล่าวมาคือข้อดีที่อาจทำให้เป็นไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่กลุ่มผู้สูงอายุยังขาดอยู่คือ เรื่องของความรู้ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลเท่านั้นเอง ทั้งนี้ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล จึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์ และเกิดประโยชน์ต่อการใช้งานสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ อีกทั้งยังมีความรู้เท่าทันโลก สามารถหาข้อมูลที่ถูกต้องได้ด้วยตนเอง และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ นอกจากนี้ในด้านของสุขภาพจิต การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลก็ยังมีส่วนสร้างเสริมกิจกรรมต่าง […]

สุขภาพจิตของผู้สูงวัย คือเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ

สุขภาพจิตของผู้สูงวัย คือเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจ อายุที่เพิ่มมากขึ้น นำมาซึ่งความเสื่อมของร่างกายและจิตใจ ตลอดจนถึงการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางสังคม เช่น การเกษียณอายุ ทำให้ชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์กับบุคคลใกล้ชิดและ บุคคลที่เคยร่วมงานกันมา แตกต่างจากที่เคยเป็นและเคยชิน การคิดถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้มีมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้การดูแลรักษาสุขภาพทางจิตของผู้สูงอายุมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการดูแลสุขภาพทางกาย การดูแลสุขภาพทางกาย เช่น เรื่องอาหารการกิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง รับประทานโปรตีนจำพวกปลา รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น อาหารควรเป็นอาหารสด สะอาดและไม่ใส่สารกันบูด ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะอย่างที่รู้ว่าการออกกำลังกายช่วยให้กล้ามเนื้อและข้อต่าง ๆ ไม่ติดขัด ระบบไหลเวียนโลหิตและทางเดินหายใจทำงานสะดวกขึ้น การออกกำลังกายตามสวนสาธารณะยังทำให้ได้พบปะผู้คน ได้พูดคุยสังสรรค์ ทำให้จิตใจสดชื่น ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตนเอง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ควรไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง อย่าให้ผู้สูงวัยรู้สึกด้อยคุณค่า นอกจากนี้อยากให้เน้นไปในเรื่องของการดูแล “สุขภาพจิตของผู้สูงอายุ” เนื่องจากสังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ อันประกอบด้วยปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ลูก กลายมาเป็นครอบครัวเชิงเดี่ยว มีเพียงลำพังพ่อแม่ลูก ทำให้ผู้สูงอายุขาดความรักและการดูแลเอาใจใส่จากลูกหลาน ช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผู้สูงอายุบางคนคือช่วงเวลาหลังเกษียณ บางคนยังไม่พร้อมจะเกษียณเพราะคิดว่าตนเองยังสามารถทำงานได้และทำได้ดีเหมือนเดิม แต่ลูกหลานเป็นห่วงไม่อยากให้ทำงานอีก ต้องการให้พักผ่อนเพราะได้ทำงานหนักมานานแล้ว การที่ไม่ได้ทำงานที่เป็นกิจวัตรประจำวัน ไม่มีหน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกด้อยคุณค่า เกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เสียใจ เบื่อหน่าย และแยกตัวออกจากสังคม แต่ถ้าพยายามมองในด้านบวก […]

keyboard_arrow_up