ประโยชน์ของโปรตีนและข้อควรรู้สำหรับผู้สูงวัย

“โปรตีน” เป็นสารอาหารมีอยู่ในอาหารหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อสัตว์ นม และไข่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักที่ให้โปรตีน ผู้สูงอายุจะมีปัญหาในการเคี้ยวเนื้อสัตว์มีลักษณะเหนียวและเคี้ยวยาก ผู้สูงอายุจึงหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ ทำให้การบริโภคเนื้อสัตว์มีปริมาณลดลง จึงมีโอกาสได้รับโปรตีลดลงไปด้วย หากไม่ได้บริโภคแหล่งอาหารโปรตีนอื่นๆ เป็นประจำ เช่น ไข่ นม หรือเต้าหู้ ด้วยแล้ว พบว่าปริมาณโปรตีนที่ผู้สูงอายุได้รับมักจะมีแนวโน้มที่ลดลง และในบางคนอาจจะได้รับไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายลดลง โดยธรรมชาติร่างกายของผู้สูงอายุจะมีการฝ่อของกล้ามเนื้อไปตามอายุ แต่หากกินโปรตีนไม่เพียงพอ และมีสมดุลโปรตีนในร่างกายติดลบ ร่วมกับการมีกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายที่ลดลง ก็จะทำให้อัตราการฝ่อของกล้ามเนื้อมีแนวโน้มที่จะเร็วขึ้น ทำให้ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลงอย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปผู้ใหญ่จะต้องการโปรตีนประมาณวันละ 0.8 – 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อวัน เช่น ผู้ใหญ่หนัก 60 กิโลกรัม ก็จะต้องการ 48 – 60 กรัม แต่ในผู้สูงอายุมีงานวิจัยใหม่ ๆ ที่เริ่มชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุควรได้รับโปรตีน 1.0 – 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว […]

การกินวิตามินในผู้สูงวัย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

การกินวิตามินในผู้สูงวัย กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด อายุมากขึ้น ความเสื่อม ความชราถามหา ร่างกายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เช่นเดียวกับความต้องการสารอาหารต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนหนุ่มสาว มีภาวะขาดบางอย่างที่เพิ่มขึ้น ทำให้วัยนี้จำเป็นต้องเสริมอาหารให้เพียงพอในการยืดอายุร่างกายให้แข็งแรง วันนี้ผู้เขียนจึงนำเอาเทคนิค การกินวิตามินในผู้สูงวัย มาฝากค่ะ วิตามินในผู้ใหญ่วัยทำงาน 19-49 ปี เพราะสมองและร่างกายเป็นขุมกำลังสำคัญของคน วัยทำงาน  ฉะนั้นควรให้ความสำคัญกับวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงสมองและร่างกาย  เพื่อให้มีพร้อมทั้งการงานที่ก้าวหน้า ฐานะที่มั่นคง และสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง วิตามินบี มีหลายชนิด ทั้งมีหน้าที่ในการบำรุงสมอง และเสริมสร้างพลังงานให้ร่างกายดังนี้ วิตามินบี1  ความต้องการวิตามินบี1 ขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานของร่างกาย  หากทำงานหนัก โดยเฉพาะต้องออกแรงหรือใช้แรงกายมาก  ร่างกายยิ่งต้องการวิตามินบี1 มาก  หากขาดอาจทำให้การทำงานของระบบประสาทผิดปกติ  ส่งผลให้เป็นโรคเหน็บชา วิตามินบี2  ช่วยบำรุงนัยน์ตา  หากขาดจะทำให้เคืองตา  ตาไม่สู้แสง  น้ำตาไหล  แสบ  คันที่บริเวณตา และมองภาพไม่ชัด วิตามินบี3 (ไนอะซิน)  ช่วยในการทำงานของเส้นประสาทสมองส่วนปลาย (Cranial Nerves) ป้องกันอาการปวดศีรษะ วิตามินบี6 จำเป็นต่อกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยป้องกันโรคผิวหนังและโรคทางระบบประสาท ปริมาณที่ควรได้รับใน 1 วัน […]

สังเกตอาการอย่างไร เมื่อผู้สูงวัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง?

โรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงวัยนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะทำให้สมองบางส่วนทำงานผิดปกติไป เนื่องจากสมองมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายเกือบทุกส่วนจึงอาจเกิดอาการได้หลากหลาย แต่อาการที่พบบ่อยและเป็นอาการที่สำคัญมีอยู่ 3 ประการ ได้แก่ ปากเบี้ยว, แขนขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่ง และพูดผิดปกติ พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง หรือพูดไม่รู้เรื่อง อาการทั้ง 3 ประการนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันหรือค่อยๆ เป็น แต่ส่วนมากจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 วัน อาการปากเบี้ยวจะสังเกตได้จากเวลาพูดหรือยิ้มแล้วใบหน้าทั้งสองข้างไม่สมมาตรกัน หรือถ้าอาการไม่รุนแรงอาจเห็นเพียงร่องแก้มทั้งสองข้างลึกไม่เท่ากัน แต่อาการปากเบี้ยวนี้ต้องเป็นอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อนจึงสงสัยว่าอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เนื่องจากบางคนอาจมีใบหน้าสองข้างไม่สมมาตรกันมาตั้งแต่เกิดก็ได้ อาการแขนขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยจนอาจเรียกว่าอัมพฤกษ์ หรือถ้าเป็นมากจนขยับไม่ได้เรียกว่าอัมพาต ซึ่งมักพบร่วมกับปากเบี้ยวข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงเฉพาะซีก เช่น มีโรคที่สมองซีกขวาก็จะทำให้เกิดอาการแขนขาอ่อนแรงด้านซ้าย (คือด้านตรงกันข้ามกับสมองที่เกิดโรค) อาการอ่อนแรงนี้อาจมีร่วมกับอาการชาหรือไม่ก็ได้ กรณีที่อ่อนแรงไม่มาก ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าเพราะแขนหรือขาหนักขึ้น หยิบของไม่ถนัดหรือทำของหล่น เดินลากขาเพราะยกลำบาก แต่ถ้าอาการอ่อนแรงเป็นมากอาจถึงขนาดยกแขนขาไม่ได้ หรือถ้ายืนอยู่ก็อาจล้มลงได้ทันที อาการพูดผิดปกติที่พบในโรคหลอดเลือดสมองเกิดได้หลายแบบ ที่พบบ่อยคือ พูดไม่ชัดเพราะลิ้นแข็ง ออกเสียงควบกล้ำไม่ได้ เสียงเปลี่ยนไปจากเดิม อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่ควบคุมการพูดทำงานผิดปกติ บางครั้งจะพบร่วมกับปากเบี้ยวก็ได้ สำหรับอาการพูดผิดปกติแบบอื่นคือ พูดไม่ออกหรือพูดตะกุกตะกัก ซึ่งมักเกิดจากโรคของสมองซีกซ้ายซึ่งควบคุมการใช้ภาษา ผู้ป่วยบางรายอาจมีปัญหานึกคำไม่ออกหรือใช้คำผิด บางรายหากเป็นมากๆ อาจไม่สามารถพูดสื่อสารได้เลย และมักเขียนหนังสือไม่ได้ด้วย ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เข้าใจภาษาพูดและภาษาเขียน ไม่สามารถสื่อสารได้ และไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด นอกจากนี้ยังอาจใช้คำผิด […]

ผู้สูงอายุต้องกินให้เป็น…เพราะอาหารที่ดีจะไปสร้างร่างกายที่ดี

เรามักได้ยินการพูดถึงอาหารสุขภาพกันมานาน ซึ่งเอาจริงๆ แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามความเชื่อของสังคมแต่ละสังคม ดังนั้นสูตรอาหารธรรมชาติจึงมีมากมายเสียจนบางครั้งทำให้สับสนว่าอะไรคืออาหารสุขภาพกันแน่  ซึ่งในอดีตจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าอาหารสุขภาพก็คือข้าวและพืชผักผลไม้พื้นบ้าน ต่อมาอาหารสุขภาพกลายเป็นอาหารประเภทเนื้อ นม ไข่ เพื่อสร้างร่างกายให้แข็งแรงแบบคนในฝั่งตะวันตก แต่ในรอบ 5-6 ปี ที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องอาหารสุขภาพได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง มีคนพูดถึงการลดเนื้อสัตว์ลง เน้นอาหารที่มาจากพืชผักผลไม้และข้าวกล้องมากขึ้น อาหารสุขภาพในยุคนี้จึงกลับไปคล้ายกับอาหารในยุคอดีตอีกครั้ง อันที่จริงอาหารทุกชนิดมีข้อดีและข้อด้อยต่างกันไป ไม่มีอาหารวิเศษสุดที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่การพิจารณาเรียกอาหารชนิดใดก็ตามว่าเป็นอาหารสุขภาพนั้นจะใช้หลักการที่ทุกคนยอมรับได้ นั่นคืออาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีสารพิษ หรือสิ่งปนเปื้อน เรียกว่าเป็นอาหารที่สะอาด มีคุณค่าครบหมู่ตามที่ร่างกายต้องการ แบบนี้เรียกว่าเป็นลักษณะของอาหารที่ดี วันนี้เราเปิดเรื่องมาด้วยเรื่องของอาหาร และอาหารที่เรากินควรต้องเป็นอาหารที่ดี โดยเฉพาะในวัยสูงอายุด้วยแล้ว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นการทำงานของระบบประสาทจะด้อยลง ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องนี้กันมาก อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุทั้ง ฟันผุ หรือไม่มีฟันทั้งปาก ต่อมน้ำลายหลั่งสารน้ำลายน้อยลง มีผลทำให้การบดเคี้ยวอาหารภายในปากเป็นไปได้ไม่ดี เมื่ออาหารมาถึงกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก มีปัญหาในการย่อยและการดูดซึม เพราะน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กมีน้อย ลดอาหารที่ย่อยไม่ได้ เมื่อผ่านมาถึงลำไส้ใหญ่ก็จะเกิดการสะสมเกิดเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ และปล่อยก๊าซออกมาทำให้ท้องอืดได้ การเคลื่อนไหวของลำไส้ก็มีน้อยกว่าคนวัยหนุ่มสาว ทำให้เกิดอาการท้องผูก ดังนั้น จึงพูดได้ว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุยังคงมีความต้องการพลังงานและสารอาหารที่มีคุณภาพสูงเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ จึงควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่เพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ต่อไปเราลองมาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าอาหารที่ดี อาหารที่ผู้สูงอายุควรกินต้องมีลักษณะอย่างไรบ้าง อาหารที่มีสารพิษน้อย […]

เรียนรู้เกี่ยวกับ…การจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงวัยของไทยไปพร้อมๆ กัน!

การที่ไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุย่อมทำให้มีแนวโน้มความเหลื่อมล้ำทางสังคมมีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนหนึ่งอาจเพราะสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำทำให้กลุ่มคนสูงอายุมีสัดส่วนความยากจนสูงกว่าวัยแรงงาน อีกทั้งผู้สูงอายุส่วนมากไม่ได้เตรียมความพร้อมทั้งการออม โอกาสในการทำงาน และสวัสดิการยามเกษียณอายุ จากผลการสำรวจของคณะพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ระบุว่าผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพศหญิงจะมากกว่าเพศชาย และสามารถแยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุติดสังคม ผู้สูงอายุติดบ้าน และผู้สูงอายุติดเตียง และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ ไม่มีที่ดินทำกินโดยเฉพาะผู้สูงอายุกลุ่มเกษตรกร ไม่มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง และกิจกรรมที่รัฐเข้ามาพัฒนานั้น ผู้สูงอายุยังขาดข้อมูลและความเข้าใจ ทำให้ผู้สูงอายุอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิงบริการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพิงเบี้ยยังชีพรายเดือน ในบางพื้นที่มีการกู้ยืมเงินกองทุนผู้สูงอายุ การออมผ่านสหกรณ์เครดิตยูเนียน จึงมีนโยบายการจัดสวัสดิการสังคม สำหรับผู้สูงอายุและสวัสดิการแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุ เป็นนโยบายที่ภาครัฐดำเนินการเป็นหลัก ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฯ 2550 เน้นการจัดสวัสดิการของรัฐที่จัดให้กับประชาชนทุกคนในฐานะพลเมืองไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงคำว่า “สวัสดิการสังคม” ของผู้สูงอายุไทยในปัจจุบัน จะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ หลักๆ คือ การประกันสังคม การช่วยเหลือสาธารณะ การบริการสังคม และการช่วยเหลือเกื้อกูล และหากพูดให้เข้าใจง่ายระบบต่างๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นระบบการบริการทางสังคม ซึ่งเกี่ยวกับการป้องกัน การแก้ไขปัญหา การพัฒนาและการส่งเสริมความมั่นคงทางสังคมเพื่อตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ทั่วถึง เป็นธรรม และให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งทางด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย […]

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี

หากผู้สูงอายุในบ้านของเราเกิดภาวะความบกพร่องในกระบวนการทางความคิด ความจำ หลงวัน เวลา สถานที่ และแม้กระทั่งลืมคนใกล้ชิดหรือผู้ดูแล ให้รู้เอาไว้เถิดว่าท่านเหล่านั้นเกิดภาวะ “อัลไซเมอร์” เข้าแล้วล่ะค่ะ และที่ทราบกันดีว่าโรคนี้เกิดมาจากอาการสมองเสื่อมเป็นความบกพร่องในการทำงานของสมองโดยรวม มีผลให้เกิดความบกพร่องในการประกอบกิจวัตรประจำวันและการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกและพฤติกรรม ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างถูกวิธี เนื่องจากผู้ป่วยจะมีความสามารถในการทำกิจวัตรประวันลดลงเรื่อยๆ การสังเกตอย่างเอาใจใส่ และการเข้าใจการดำเนินโรคจะเป็นสิ่งที่จะช่วยประคับประคองให้ผู้ป่วยอยู่ได้อย่างมีความสุข และตัวผู้ดูแลเองก็จะไม่เกิดความวิตกกังวลและรู้สึกเหนื่อยมาก ผลกระทบของสมองเสื่อมที่เกิดต่อผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมโดยตรง คือรู้สึกสูญเสียจากการมีภาวะสมองเสื่อม ผลของอาการที่เกิดขึ้นทำให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมสถาณการณ์และขาดความมั่นใจในตนเอง เนื่องจาก การสูญเสียความสามารถในการรู้คิดตัดสินใจที่ซับซ้อน เมื่อเป็นสมองเสื่อมระยะแรก ต่อมาเมื่อมีอาการมากขึ้นจะทำให้ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน ได้แก่ การเดิน การรับประทานอาหารและนำไปสู่การช่วยเหลือตนเองไม่ได้ในที่สุด นอกจากนี้ปัญหาของอารมณ์และพฤติกรรม เช่น ก้าวร้าว ซึมเศร้า และหวาดระแวง ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ป่วยด้วย ผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันเพื่อให้ยังสามารถทำกิจกรรมด้วยตัวเองได้นานที่สุด จากภาวะและปัญหาดังที่กล่าวมา เมื่อผู้ดูแลต้องดูแลผู้ป่วยไปนานๆ มักจะเกิดความอ่อนล้า เกิดความเครียด เบื่อหน่าย กังวล ซึมเศร้า และบางครั้งอาจรู้สึกผิดหวังที่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น ทั้งยังแสดงออกถึงการไม่พอใจในการดูแลของตนและไม่ให้ความร่วมมือในการดูแลตนเอง ถึงจุดนี้ผู้ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยก็มักจะมีคำถามว่า จะดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์อย่างไรดี เพื่อให้ทั้งตนเองและผู้ป่วยมีความสุข ต้องทำความเข้าใจกับ “โรคอัลไซเมอร์”    ควรทําความเข้าใจกับโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ให้ดี  โดยหาความรู้จากสื่อต่างๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ […]

เส้นทางสู่ความไม่มีโรค…อีกหนึ่งความเป็นจริงที่ต้องเรียนรู้

แน่นอนว่าใครๆ ก็ไม่อยากป่วย ก็เหมือนดั่งเช่นสุภาษิตที่ว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” ยิ่งในวัยสูงอายุด้วยแล้ว คงไม่ต้องการสิ่งอื่นใดที่มากไปกว่าการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  เพราะถ้าชีวิตเราเต็มไปด้วยโรคภัยแล้วนั้นไฉนเลยจะมีความสุขไปได้ ต่อให้มีเงินทองมากมายก็ไม่มีความหมายถ้าหากสุขภาพไม่ดี จึงพูดได้ว่าเงินทองไม่อาจซื้อสุขภาพดีให้เราได้ ในทางตรงกันข้าม เงินทองอาจเป็นตัวเร่งให้เราสุขภาพไม่ดีก็ได้ เพราะตลอดระยะเวลากว่าค่อนชีวิตตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จนเข้าสู่วัยสูงอายุเราต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจมุ่งหน้าหาเงิน บางทีเงินที่หามาอาจไม่ได้เอามาสร้างความสุขเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วความไม่มีโรคจึงถือเป็นสิ่งที่วิเศษสุดสิ่งหนึ่งในชีวิตที่เราจะต้องไขว่คว้าเอาไว้ให้ได้นั่นเองค่ะ ธรรมชาติสร้างมนุษย์ขึ้นมา แต่ไม่ได้ตั้งใจสร้างโรคให้เกิดขึ้นกับมนุษย์ ธรรมชาติต้องการให้มนุษย์แข็งแรงสมบูรณ์ มีชีวิตอยู่รอดบนโลกใบนี้ได้ จึงได้สร้างยาวิเศษเพื่อสู้โรคมาให้พร้อมกับเมื่อครั้งเราเกิดมา ยาวิเศษนี้จะดูแลรักษาร่างกายให้มีสุขภาพดี ส่งเสริมให้สุขภาพแข็งแกร่ง ป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้ามารุกรานร่างกายเรา และยังทำหน้าที่สำคัญในการรักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้วด้วย ยาวิเศษนี้มีอยู่แล้วในตัวของเราทุกคน โดยสิ่งนี้ถูกเรียกและรู้จักกันดีในชื่อของ “ภูมิคุ้มกัน” ภูมิคุ้มกันร่างกาย คือคำตอบของการมีสุขภาพดี คนเราจะมีสุขภาพดีไม่ได้เลย ถ้าภูมิคุ้มกันของเราบกพร่องหรืออ่อนแอ เพราะภูมิคุ้มกันก็เหมือนกองทัพที่คอยพิทักษ์ดูแลร่างกาย ให้ต่อสูกับเชื้อโรคทุกชนิด ไม่ว่าเชื้อโรคนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน ถ้าภูมิคุ้มกันของงเราแข็งแรง เชื้อโรคก็ไม่มีทางเอาชนะเราได้ แต่ถ้าภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็นึกถึงกองทัพที่อ่อนแอ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไว้ได้เลย กองทัพแบบนั้นจะไปสู้ศรัตรูผู้รุกรานได้อย่างไร ไม่มีทางเป็นไปได้ที่กองทัพแบบนี้จะเอาชนะข้าศึกได้ และเจ้าข้าศึกที่เรียกว่าโรคภัยไข้เจ็บก็อาจมารุกรานทำร้ายเราได้ค่ะ ในยามที่ภูมิคุ้มกันของเราแข็งแรง ร่างกายของเราก็จะแข็งแรงไปด้วย เพราะภูมิคุ้มกันช่วยดูแลระบบต่างๆ ในร่างกายให้ทำงานสอดคล้องประสานกันอย่างเหมาะสม มีจังหวะรับจังหวะส่งกันอย่างพอเหมาะ ระบบต่างๆ จึงทำงานสบายๆ ไม่เหนื่อยมากนัก ร่างกายจึงไม่ทรุดโทรมก่อนเวลาอันควร สุขภาพโดยรวมก็แข็งแรงดี เช่นเดียวกัน […]

ดูแลผู้สูงวัยในบ้านอย่างไร ไม่ให้เกิด “อาการท้องผูก”

เชื่อว่า “อาการท้องผูก” คือหนึ่งในปัญหาหลักที่คอยมากวนใจผู้สูงอายุที่เรารัก ซึ่งหากลองไปถามผู้ดูแลผู้สูงอายุ ว่าอะไรเป็นปัญหากวนใจเกี่ยวกับสุขภาพของผู้สูงอายุ รับรองต้องได้คำตอบว่า “ท้องผูก” อย่างแน่นอน เพราะอาการนี้จะเเป็นคำตอบอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องจัดการกันในแต่ละวัน รู้หรือไม่ ยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสท้องผูกก็ยิ่งมากขึ้น และผู้หญิงมักมีปัญหานี้มากกว่าผู้ชาย ยิ่งถ้าเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานดูแลผู้สูงอายุ พบว่ามีภาวะท้องผูกสูงถึง 80% บางคนอาจมีคำถามขึ้นมาตอนนี้ว่า แล้วอย่างไรจึงเรียกว่าท้องผูก ไม่ได้ถ่ายมากี่วันถึงจะเรียกว่าท้องผู้ โดยข้อสังเกตมีดังนี้ค่ะ หากมีอาการอย่างน้อยสองในสามข้อ ถือว่ามีอาการท้องผูก ต้องหาทางแก้ไข ขับถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งใน 1 สัปดาห์ อุจจาระแข็ง หรือจับเป็นก้อน หรือขับถ่ายยาก หรือขับถ่ายเองไม่ได้ ต้องให้ช่วยบ่อยๆ เป็นเวลากว่า 6 เดือน หากมีอาการเหล่านี้นั่นแสดงว่าผู้สูงอายุที่เรารักพบภาวะท้องผูกเข้าแล้วนั่นเอง ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกมักจะดำเนินวิธีการแก้ไขในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น การหาอาหารหรือผลไม้บางชนิดมารับประทาน แล้วทำให้มีการถ่ายอุจจาระออกมา บางคนใช้ยาหรือน้ำสบู่สวนทวาร ทำให้อุจจาระนิ่มหรืออ่อนตัวลง แล้วทำให้ขับถ่ายออกมาโดยง่าย บางคนนิยมซื้อยาระบายมารับประทาน ซึ่งยาพวกนี้จะทำให้ลำไส้ขับถ่ายอุจจาระออกมาด้วยกลไกต่าง ๆ กัน อาการท้องผูก มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายอย่าง -รับประทานอาหารที่มีกากน้อย หรือมีเส้นใยน้อยมาก ถ้าคนรับประทานอาหารที่มีเส้นใยมาก อุจจาระก็จะมีปริมาณมากด้วย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากถ่าย […]

“ข้อเข่าเสื่อม” ในผู้สูงวัย ทำอย่างไรให้เกิดภาวะนี้ช้าลง

 ยิ่งนับวันจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น และไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายเมื่อวัยที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ร่างกายที่เสื่อมลง ทำให้มีโรคมากมายตามมา โดยโรคที่พบบ่อยอีกโรคหนึ่งก็คือ “โรคข้อเข่าเสื่อม” ซึ่งลูกๆ หลานๆ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อเป็นแล้วสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้สูงอายุที่เรารักมากๆ เลยล่ะค่ะ ภาวะข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยมากกว่า 6 ล้านคน ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปพบได้ถึงร้อยละ 50 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากน้้าหนักตัวที่มากใช้เข่ามาก อาจใช้นานกว่าปกติ หรือผิดท่า ผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมมากๆ จะมีอาการเจ็บหรือปวด ข้อเข่าผิดรูปข้อฝืด หรือข้อติด เดินได้ไม่ปกติ การปฏิบัติภารกิจประจ้าวันต่างๆ ท้าได้ไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เรามาทำการเรียนรู้และศึกษาเรื่องข้อเข่าเสื่อมไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ เพื่อเป็นแนวทางให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงภาวะและการด้าเนินของโรค การดูแลตนเองเพื่อให้เกิดภาวะนี้ช้าลง โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ พบมากในวัยกลางคน และผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม โรคนี้ก็จะเป็นมากขึ้นไปเรื่อยๆ อาจทำให้มีความเจ็บปวด ข้อเข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่างๆ ก็ทำได้ไม่สะดวก มีความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ หากผู้สูงอายุคนไหนเริ่มมีอาการข้อเข่าเสื่อมมีความรู้ สามารถดูแลตนเองเพื่อชะลอความเสื่อม หรือบรรเทาอาการของข้อเข่าเสื่อม […]

พูดถึง…ความสำคัญในการใช้โซเชียลมีเดียในวัยผู้สูงอายุไทย!

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ซึ่งจากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วทุกภาคส่วนจึงมีการเตรียมการเพื่อรองรับ โดยเมื่อมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าคนที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นนั้นสภาพร่างกายและจิตใจย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงจึงต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ใช้ชีวิตในบั้นปลายให้มีความสุขมากที่สุดนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาและติดต่อสื่อสารระหว่างเพื่อนเก่า และสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนที่อยู่คนละมุมโลก และอีกหลายชีวิต นั่นก็คือ โซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น      เฟซบุ๊ก หรือไลน์ และอื่นๆ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นการย่อโลกให้ผู้สูงวัยได้กลับมาพบกับเพื่อนหรือคนรู้จักเก่าๆ ได้อีกครั้ง ได้พูดคุยสนทนากันสดๆ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทำให้ทุกเพศทุกวัยสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ได้พบปะพูดคุยกัน แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่แสนประทับใจ เป็นการชุบชีวิตชีวาให้กลับมาอีกครั้ง แต่มีข้อแม้ว่า ผู้สูงอายุต้องสนใจที่จะเรียนรู้และใช้สิ่งเหล่านี้ให้เป็น นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยระบุออกมาว่า การใช้สื่อโซเชียลมีเดียในผู้สูงอายุมีความสำคัญค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นการลดช่องว่างระหว่างลูกหลานและผู้สูงอายุลงได้ แต่ปัญหาหลักก็คือการเรียนรู้การใช้โซเชียลมีเดียของผู้สูงอายุที่ยังขาดทักษะและประสบการณ์ในการใช้งาน ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานได้ด้วยตัวเอง ขาดความเข้าใจในเรื่องของระบบขั้นตอนการทำงานของโซเชียลมีเดีย อีกทั้งสื่อโซเชียลมีเดียอาจยังมีข้อจำกัดในการใช้งานอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ผู้สูงอายุบางรายเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดียได้ค่อนข้างยาก รูปแบบการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของผู้สูงอายุในสังคมไทย มีผลการวิจัยหนึ่งที่ระบุออกมาว่าผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป หลังจากเกษียณออกจากงาน หรือไม่มีอาชีพและรายได้หลักทำให้มีเวลาค่อนข้างมาก โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีการใช้โซเชียลมีเดียในรูปแบบของใช้เล่นเป็นกิจกรรมยามว่าง การแชร์ข่าวสาร และพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยแบ่งรูปแบบการใช้สื่อโซเชียลมีเดียดังนี้ ลักษณะการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ผู้สูงอายุมีความสนใจในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น โดยใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเพื่อน เพื่อพูดคุยคลายเหงา และแลกเปลี่ยนทัศนะคติ ข่าวสารต่างๆ โดยลักษณะการใช้สื่อโซเชียลมีเดียจะอยู่ในรูปแบบของเสียง ภาพ และวิดีโอมากกว่าการพิมพ์ข้อความ เนื่องจากการส่งภาพหรือวิดีโอนั้นมีวิธีการส่งที่ง่ายกว่าและไม่ซับซ้อน […]

อาการนอนไม่หลับในผู้สูงวัย ใครว่าเรื่องเล็ก!

ภาวะการนอนไม่หลับของคนแก่ หรือปัญหาที่ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ ถือเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความรำคาญในผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยปกติแล้วผู้สูงอายุที่แม้จะใช้พลังงานแต่ละวันไม่มากเท่าใดนัก แต่ก็มีระยะเวลาการใช้ชีวิตมานาน ย่อมมีปัญหาสุขภาพ และการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกายเสื่อมลง ทำให้ผู้สูงอายุบางคนมีอาการนอนไม่ค่อยหลับในช่วงเวลากลางคืน เกิดอาการนอนไม่พอ ซึ่งอาจมาจากหลายสาเหตุ เราควรที่จะหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผู้สูงอายุแต่ละท่านนอนไม่หลับ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและตรงจุดมากที่สุด เพราะหากมีอาการนอนไม่หลับนานวันเข้าจะทำให้กลายเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง และเมื่อเป็นแล้วอาจต้องใช้ยารักษาไปตลอดชีวิต ทางที่ดีควรรีบรักษาและหาวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการนอนไม่หลับของผู้สูงอายุที่เรารักจะดีที่สุดค่ะ ผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ คนใกล้ชิดห้ามปล่อยปละละเลย อาการนอนไม่หลับเป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากสมองทำงานไม่เป็นปกติ เช่นเดียวกับอาการหมดสติหรือหลับไม่ยอมตื่น แต่อย่างหลังจะน่ากลัวมากกว่า โดยผู้สูงอายุที่มีอาการนอนไม่หลับ ส่วนใหญ่ญาติหรือผู้ที่ดูแลมักจะปล่อยปละละเลย หรืออาจแก้ปัญหาแบบผิดๆ ด้วยการไปหาซื้อยานอนหลับมาให้รับประทาน ซึ่งการทำแบบนั้นถือเป็นดาบสองคมที่อาจส่งผลเสียต่อตัวผู้สูงอายุได้ และใครจะรู้บ้างว่าการนอนไม่หลับนั้นได้สร้างความทุกข์ทรมานให้ประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่านั้นอาการนอนไม่หลับอาจเป็นอาการเตือนของโรคอื่นๆ ทางสมอง ที่สมควรได้รับการตรวจพบและแก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป ทั้งหมดนี้แสดงถึงขนาดของปัญหานอนไม่หลับและความรุนแรงของอาการที่ถึงเวลาแล้วที่เราควรหันมาสนใจอย่างจริงจังค่ะ สำหรับสาเหตุของการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ แบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือ 1.เกิดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความชรา โดยปกติเมื่อมนุษย์เริ่มเข้าสู่วัยชรา สมองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อมเหมือนเช่นอวัยวะอื่น โดยลักษณะการนอนของผู้สูงอายุจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ ระยะเวลาของการนอนตอนกลางคืนจะลดลง ใช้เวลานานขึ้นหลังจากเข้านอนเพื่อที่จะหลับ ช่วงระยะที่หลับแบบตื้น (ตอนที่กำลังเคลิ้มแต่ยังไม่หลับสนิท ) จะยาวขึ้น ขณะที่ช่วงระยะที่หลับสนิทจริงๆ จะลดลง จะมีการตื่นขึ้นบ่อยๆ กลางดึก ดังนั้นผู้สูงอายุแม้จะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ […]

ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างไร ให้รับมือได้กับอากาศหนาวๆ?

อากาศที่เริ่มหนาวเย็นลง ส่งผลให้หลายคนอาจเกิดอาการป่วยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เมื่อเกิดอาการหนาวจัดๆ อาจทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่เกิดการกำเริบและเสียชีวิตจากอากาศที่หนาวจัดได้ ดังนั้น คนครอบครัวต้องดูแลพวกท่านเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ซึ่งหากไม่ระมัดระวังคอยดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้แข็งแรงเข้าไว้อาจส่งผลเสียในระยะยาวที่คุณอาจคาดไม่ถึงได้    วันนี้เรามีข้อแนะนำวิธีการดูแลผู้สูงอายุในช่วงหน้าหนาว เอามาฝากคุณผู้อ่าน ทั้งผู้ดูแลและตัวผู้สูงอายุเองมาฝากค่ะ สำหรับผู้สูงอายุที่แข็งแรงดีก็ไม่ควรละเลยที่จะดูแลสุขภาพ ซึ่งทำง่าย ๆ โดยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อย ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย กินอาหารร้อน ๆ หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นั้นก็คือประมาณ 7-9 ชั่วโมง สำหรับสิ่งที่ต้องพึงระวังเป็นพิเศษมีดังนี้ 1.โรคติดต่อทางการหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ที่แพร่ระบาดในช่วงนี้ จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ การป้องกันทำได้โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในฝูงชน ควรล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้ป่วย ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง หากเริ่มมีอาการของไข้หวัด ให้นอนพักมาก ๆ ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ […]

รู้เท่าทัน “อัลไซเมอร์” เตรียตัว และป้องกันกันไว้ ก่อนจะสายเกินแก้

“โรคอัลไซเมอร์” ถือได้ว่าเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด  ซึ่งตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าเฉพาะในประเทศไทยมีผู้ป่วยถึงกว่า 6 แสนคนในปี 2558 และเป็นที่รู้กันดีว่าอัลไซเมอร์นั้นเป็นมากกว่าแค่ขี้ลืม ซึ่งอาการหลงลืมนั้นเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะเมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สัญญาณของโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น ๆ เสมอไป เพราะการสูญเสียความทรงจำต่างหากที่เป็นเรื่องน่ากังวลและเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกเริ่มของโรคอัลไซเมอร์เมื่อความทรงจำระยะสั้นได้รับผลกระทบจากโรคนี้ มันจะส่งผลให้คนคนนั้นลืมว่าเพิ่งทำอะไรมาเมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมา หรือหลงลืมบทสนทนาที่เพิ่งผ่านพ้นนั่นเอง สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์ว่า ภายในปี 2578 หรืออีกเกือบ 20 ปีข้างหน้า จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในยุคนั้น เช่น หากมีคนเดินสวนคุณมา 4 คน คุณจะพบผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปอย่างน้อย 1 คน และหนึ่งในนั้นอาจรวมถึงตัวคุณเองด้วย ทั้งนี้ จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ช่วยให้ผู้คนทั่วโลกมีอายุไขเฉลี่ยยืนยาวขึ้น The Stanford Center of Longevity สหรัฐอเมริกา จึงคิดศึกษาข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เศรษฐศาสตร์ จิตวิทยา และด้านการวางนโยบาย เพื่อระบุแนวทางที่มุ่งไปสู่การมีอายุยืนยาวและเป็นสุข […]

เรื่องของ “สวัสดิการผู้สูงอายุประเทศไทย” กับสิทธิที่ควรต้องรู้

ผู้สูงอายุ เป็นประชากรที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีอันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ การดูแลสุขภาพทั้งทางกาย จิตใจ รวมถึงการบริโภคอาหารอย่างถูกต้องและครบถ้วนตามวัยผู้สูงอายุ เมื่อผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น ความต้องการในการได้รับการดูแลจากรัฐ ภาคเอกชน และบุคคลรอบข้างย่อมมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว สิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุจะได้รับคือ การจัดสวัสดิการทางสังคม สำหรับผู้สูงอายุ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือแม้แต่ภาคประชาชนในชุมชน ทั้งนี้เพื่อรองรับจำนวนผู้สูงอายุที่จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุของไทยว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ปี 2560 จำนวนประชากรสูงอายุมีตัวเลขอยู่ที่11.35 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของประชากรไทยทั้งประเทศ 65.5 ล้านคน และคาดการว่า อีก 4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เมื่อสัดส่วนของประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 20 และอีก 20 ปีข้างหน้าไทยจะมีประชากรสูงอายุถึง 20 ล้านคน และที่สำคัญคือกลุ่มประชากรวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านในปี 2560 มาเป็น 3.5 ล้านคน รายงานจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทยชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุมีปัญหาเรื่องสุขภาพและอยู่ในภาวะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มีมากถึงร้อยละ 5 โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยปลายที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้สูงถึงร้อยละ […]

ภาวะสำลักอาหารในผู้สูงอายุ คืออีกสิ่งที่คนใกล้ชิดต้องใส่ใจ

เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพลงไป ตั้งแต่ปากและฟัน ไปจนถึงกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมการรับประทานอาหาร จึงทำให้เกิดปัญหาในการเคี้ยว และกลืน ผู้สูงวัยจึงเกิดความเสี่ยงต่อการ “ลำลัก” ได้ง่าย ซึ่งแม้ว่าจะเกิดอาการสำลักแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ผู้ดูแลหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดจึงควรต้องใส่ใจต่อการเกิดอาการนี้ให้มากเป็นพิเศษค่ะ อย่ามองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่กินอาหารหรือน้ำ ก็ต้องสำลักกันได้ หากคิดแบบนั้นคุณอาจต้องเสียใจภายหลังก็ได้ ทั้งนี้ หากพูดถึง “การสำลัก” อาหารในผู้สูง ถือวัยเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควร เพราะผู้สูงอายุเป็นวัยที่ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานช้าลง ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มไม่แข็งแรงเหมือนเดิมเรื่องเล็กๆ แค่สำลักก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ เช่น หากสำลักอาหารเข้าไปในปอดอาจส่งผลทำให้ปอดติดเชื้อ หรือผู้สูงอายุบางรายสำลักมากๆ จน เกิดความกลัวการกลืนอาหาร ไม่ยอมรับประทานข้าว นำไปสู่ปัญหาภาวะขาดสารอาหาร รวมถึงคนไข้บางโรคที่มักสำลักน้ำลายหรือเสมหะ แล้วเข้าไปอุดกลั้นทางเดินหายใจ จนเกิดอาการหายใจล้มเหลวได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ แค่ สำลักในผู้สูงอายุ เกิดขึ้นบ่อยจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ทำลายทั้งสุขภาพโดยรวม ทำให้เกิดความเสี่ยงการเจ็บป่วยที่รุนแรงตามมา ในกระบวนการกลืนอาหารโดยปกติ โคนลิ้นจะผลักอาหารให้เข้าไปอยู่ในคอหอย จากนั้นฝาปิดกล่องเสียงจะเคลื่อนตัวลงมาปิดทางเข้าของกล่องเสียง รวมทั้งสายเสียงทั้ง 2 ข้างจะเคลื่อนตัวมาชิดกันเพื่อปิดทางเข้าของหลอดลม ทำให้อาหารที่กำลังจะเคลื่อนตัวผ่านลงไปในทางเข้าของหลอดอาหารนั้นไม่สามารถหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ จึงไม่เกิดการสำลัก แต่หากมีเศษอาหารหรือน้ำ หลังกลืนอาหาร หล่นเข้าไปอยู่ในหลอดลม จะทำให้เกิดอาการไอติดต่อกันหลายๆครั้ง เพื่อขับดันให้เศษอาหารนั้นหลุดออกไปจากหลอดลม จนกลายเป็นการสำลักอาหาร ซึ่งในผู้สูงอายุแล้วถือเป็นภาวะเสี่ยงอันตรายอย่างมากๆ […]

ความดันโลหิตสูงตัวการความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ

ใครเคยลองถามคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือคนสูงอายุที่รู้จักเกี่ยวกับโรคประจำตัวกันบ้างมั้ยคะ ซึ่งหนึ่งโรคที่ต้องไม่พลาดแน่ๆ ที่จะเป็นคำตอบแรกๆ เพราะคนสูงวัยแทบจะเป็นกันทุกคน ด้วยวัย ด้วยการใช้ชีวิตต่างๆ นั่นก็คือ “โรคความดันโลหิตสูง” นั่นเอง เคยอ่านบทความทางวิชาการพบว่าปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สูงอายุความดันสูงขึ้นก็คือ การเปลี่ยนอริยาบถแบบฉับพลัน หรือเปลี่ยนท่าทาง เช่น จากการนั่งหรือนอนเป็นการลุกขึ้นยืน ทำให้มีอาการวิงเวียน ปวดศีรษะ หรือบางท่านก็อาจเป็นลมได้ เรียกว่าอันตรายพอตัวเลยล่ะค่ะ วันนี้เราจึงอยากมาพูดกันถึงเรื่องของ “โรคความดันโลหิตสูง” เพื่อให้ผู้สูงวััยได้ประกอบเป็นความรู้เบื้องต้นเอาไว้ เผื่อว่าใครมีอาการนี้อยู่จะได้นำไปปรับใช้เพื่อให้อาการนี้ทุเลาลง หรือคนในวัยอื่นก็สามารถศึกษาเรื่องนี้เอาไว้ได้นะคะ อย่าลืมว่าความดันสูงนั้นเป็นกันได้ทุกคนและทุกวัย! มาทำความรู้จัก…โรคความดันโลหิตสูง โรคความดันโลหิตสูง  เป็นโรคที่สำคัญมาก โดยจะตรวจพบได้จากการวัดความดันโลหิต และจะพบว่ามีความดันในระดับที่สูงกว่าปกติ และเป็นเรื้อรังอยู่นาน องค์การอนามัยโลก กำหนดไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2542 ว่า ผู้ใดก็ตามที่วัดความดันโลหิตแล้วได้ค่ามากกว่า 140 /90 มม.ปรอท ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงถ้าไม่รักษาให้ถูกต้องจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอัมพาตจากหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดในสมองแตก โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจวาย โรคไตวาย หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง เป็นต้น การวัดความดันอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก คนไทยประมาณร้อยละ 20 เป็นโรคความดันโลหิตสูง […]

ปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ที่อาจก่อให้เกิด “ภาวะเปราะบาง” ในผู้สูงอายุ?

จากตัวเลขของวัยที่เพิ่มขึ้นย่อมต้องส่งผลให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายเสื่อมลงไปตามกาลเวลา และหนึ่งในสิ่งที่ร่างกายของผู้สูงอายุมักจะต้องพบเจอนั่นคือ “ภาวะเปราะบาง” ที่ไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะหนึ่งของร่างกายซึ่งอยู่ระหว่างกลางของความสามารถในการทำงานได้กับภาวะไร้ความสามารถและอยู่ระหว่างความมีสุขภาพดีกับความเป็นโรค นับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบบ่อยในผู้สูงอายุ ส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ที่มีภาวะเปราะบาง ความสามารถทางกายภาพของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายลดลง เพิ่มความรุนแรงของความเจ็บป่วย บกพร่องทางความคิด การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลงทั้งการเดินและการทรงตัวจนอาจเกิดการพลัดตกหกล้ม และเกิดภาวะพึ่งพาในที่สุด 5 อาการบอกโรคอภาวะเปราะบาง เราลองไปดูกันค่ะว่า อาการไหนบ้างที่บ่งบอกว่าผู้สูงวัยเกิดภาวะเปราะบางกันบ้าง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเป็นลักษณะเฉพาะของภาวะเปราะบางที่พบมากที่สุด เป็นสิ่งที่บ่งชี้การเริ่มต้นของภาวะนี้ ซึ่งสามารถประเมินได้จากการวัดแรงบีบของมือ ผู้สูงอายุที่ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง มักยืนเองไม่ค่อยได้หรือไม่มีแรงหยิบจับของ   กิจกรรมทางกายต่ำ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการหดตัวของกล้ามเนื้อลาย กระดูกและข้อ โดยไม่ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานหรือใช้พลังงานเพิ่มจากภาวะปกติ สามารถประเมินได้จากความถี่และระยะเวลาของกิจกรรมที่ทำให้บุคคลเริ่มมีเหงื่อหรือหายใจเร็วขึ้น ผู้สูงอายุที่มีภาวะกิจกรรมทางกายต่ำ จะทำให้สมรรถภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง เดินช้าลง วัดจากความเร็วของการเดินช้าลงร้อยละ 20 จากผู้สูงอายุปกติ ซึ่งผู้สูงอายุที่มีภาวะนี้จะใช้เวลาเดินที่มากขึ้นในระยะทางเท่าเดิม เกิดความเหนื่อยล้า เป็นกลุ่มอาการที่จะมีความเหนื่อยล้าทางอารมณ์และความคิด รู้สึกว่าคุณค่าในตัวเองลดลง ขาดความกระตือรือร้นและความเชื่อมั่นในตัวเอง ผู้สูงอายุที่ประสบภาวะนี้จะรู้สึกเหนื่อยง่าย โดยที่ยังไม่ได้ทำอะไร น้ำหนักตัวลดลงโดยที่ไม่ได้ตั้งใจลด ที่มีภาวะนี้จะมีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 4.5 กิโลกรัมหรือมากกว่าร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวในระยะเวลา 1 ปี ผลกระทบแต่ละด้านจากภาวะเปราะบาง […]

วางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน สู่การเป็นสูงวัยคุณภาพ!

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่เรียกว่า “สูงอายุ” คุณเคยออกแบบชีวิตในวัยเกษียณกันเอาไว้บ้างหรือไม่ แล้ววางเอาไว้ตอนอายุเท่าไร หลังเกษียณอยากใช้ชีวิตแบบไหน อยากทำอะไร ที่สำคัญคุณเตรียมเงินเอาไว้ใช้ในยามที่อายุมากขึ้นเอาไว้หรือยัง? เหล่านี้คือคำถามที่ต้องคิดเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ ซึ่งหลายคนก็วางแผนออกแบบชีวิตในวัยเกษียณเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นสิ่วดีค่ะ เพราะเมื่อถึงวันนั้นคุณจะกลายเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่หลายคนก็ยังไม่เคยนึกถึงเรื่องนั้นกันเลยสักครั้ง บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องวางแผนการใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไหน เริ่มต้นยังไง ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยคือ จะมีประชากรกลุ่มคนสูงวัยมากกว่าวัยอื่น นั่นแปลว่าผู้สูงวัยบางคนอาจจะไม่มีลูกหลานหรือญาติมิตรให้พึ่งพิงเลยก็เป็นได้ ดังนั้น คนที่กำลังย่างเข้าสู่วัยที่เรียกว่า “สูงวัย” ซึ่งปัจจุบันคือ กลุ่มคนวัยทำ งการเกษียณอายุเปรียบเสมือนกับการก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งของชีวิตและถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้หลังจากนี้ผู้เกษียณจะมีเวลาว่างมากขึ้น หลายคนอาจจะยังปรับตัวไม่ทัน เพราะช่วงชีวิตการทำงานที่ผ่านมาต้องพบปะเพื่อนร่วมงานทุกวัน และมีงานหรือกิจกรรมที่ต้องทำทุกวัน อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจได้ ผู้เกษียณจึงต้องมีการเตรียมตัวหรือการวางแผน เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพพร้อมทั้ง 4 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านสุขภาพอนามัย ควรออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 6-8 ชั่วโมง หากิจกรรมที่สร้างรายได้ กิจกรรมการกุศลที่เสริมคุณค่าให้ตนเอง กิจกรรมการออกกำลังกายหรือกายบริหารทุกวันอย่างน้อย สัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที ไม่ควรออกกำลังกายที่หนักเกินไป โดยเฉพาะข้อเข่า เพราะจะทำให้เข่ารับน้ำหนักมากขึ้น […]

keyboard_arrow_up