การดูแลผู้สูงวัย มีอะไรบ้างคือสิ่งที่ผู้ดูแลควรต้องรู้!

ผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักจะมีสภาพจิตใจเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โดยหลังเกษียณ อายุการทำงาน ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกว้าเหว่และหมดความสำคัญ เพราะกิจกรรมในชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีงานประจำให้ทำเหมือนเคย สิ่งเหล่านี้กระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมากจนทำให้พฤติกรรมของพวกท่านไม่เป็นเหมือนก่อน และมีความมรู้สึกวิตกกังวลในสิ่งต่างๆ มากขึ้น พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงตามความรู้สึกต่างๆ   ความวิตกกังวล ผู้สูงวัยรู้สึกเป็นกังวลกับสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยและสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ไม่เหมือนเคย ความรู้สึกดังกล่าวมักแสดงผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น กระวนกระวาย ซึมเศร้า ขี้เหงา ชอบตำหนิ ขี้สงสัย ดื้อดึง และเอาแต่ใจ เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง เฉื่อยชา เมื่อรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอจากโรคภัยต่างๆ และไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ผู้สูงวัยมักรู้สึกหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ และมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องความตาย ความเจ็บปวดจนทำให้ตัวเองกลายเป็นคนเฉื่อยชา หมดไฟจนถึงขนาดไม่ยอมทำอะไรด้วยตัวเองและต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นในทุกเรื่อง รู้สึกแปลกแยก เมื่อไม่ได้ออกไปทำงาน กิจกรรมทางสังคมก็ลดลง ผู้สูงวัยจึงรู้สึกแปลกแยกจากคนในครอบครัวและสังคมรอบข้าง หากปล่อยให้ความรู้สึกเช่นนี้อยู่เป็นเวลานานจะเป็นต้นเหตุของโรคซึมเศร้า คนในครอบครัวควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก ช่างสังเกตดีกว่าท่องจำ          ข้อดีของการเข้าสู่วัยสูงอายุคือ ความสามารถในการทำความเข้าใจสถานการณ์รอบตัว และช่างสังเกตเพิ่มขึ้น แม้จะจดจำเรื่องใหม่ๆ ได้น้อยลง หากให้เวลาสักหน่อยพวกเขาสามารถเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ งานใหม่ๆ ได้ดีเลยทีเดียว ฉะนั้นการทำงานอาสาสมัครหรือพาร์ตไทม์ที่เหมาะกับวัยเกษียณมีคุณค่ายิ่งขึ้น และควรได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัว โรคซึมเศร้าในผู้สูงวัย  จากการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทยพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุได้คะแนนต่ำที่สุดเพราะมีสภาพจิตใจที่เปราะบางและไม่มีความสุข ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย การสูญเสียสถานะทางสังคม สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และความเสื่อมถอยของร่างกาย […]

เคล็ดลับสูงวัย! ทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายนำหน้าอายุจริงของเรา

วันคืนที่ล่วงเลยผ่านไปแต่ละวัน แต่ละเดือน ไปจนพ้นไปแต่ละปี ตอกย้ำให้เรารู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และหลายคนอาจคิดว่าอายุที่มากขึ้นฟ้องว่าตัวเองกำลังแก่ชราลงไปทุกขณะ และคนส่วนใหญ่ก็มักจะหนีสิ่งหนึ่งไม่พ้น ที่รวมแล้วเรียกว่า “โรคชรา” นั่นก็คือโรคต่างๆ ที่คนซึ่งเข้าสู่ช่วงสูงวัยมักจะเป็นกัน ไม่ค่อยจะหนีพ้นโรคเหล่านี้ไปได้ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมแห่งวัย มีผลการวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine กลับชี้ว่า ความชราของมนุษย์ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันอย่างที่เคยเข้าใจกัน แต่ร่างกายจะมีวาระที่เกิดการทรุดโทรมเสื่อมถอยในระดับเซลล์ครั้งใหญ่รวม 3 ครั้งด้วยกันในชีวิต ทีมนักชีววิทยาที่ศึกษาเจาะลึกเรื่องความชราภาพของ ม.สแตนฟอร์ดพบว่า ระดับปริมาณของโปรตีนหลายพันชนิดในเลือด หรือที่เรียกว่าโปรทีโอม (proteome) สามารถจะใช้ทำนายอายุที่แท้จริง และระดับความแก่ชราที่เกิดขึ้นจริงกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของคนเราได้ ซึ่งทำให้พบว่าความชรานั้นไม่ได้เกิดขึ้นในอัตราเร็วเดียวกันตลอดทั้งชีวิต การวิเคราะห์ผลตรวจน้ำเลือดหรือพลาสมาจากกลุ่มตัวอย่าง 4,263 คน ซึ่งอยู่ในวัย 18-95 ปี โดยดูถึงระดับปริมาณของโปรตีนกว่า 3,000 ชนิดในน้ำเลือดดังกล่าว และพบว่ามีโปรตีนในจำนวนนี้ 1,379 ชนิด หรือราว 1 ใน 3 ที่ปริมาณเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เกิดความเปลี่ยนแปลงของโปรตีนครั้งใหญ่นี้ ขณะถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นเมื่อมีอายุได้ 34 ปี และเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกสองครั้งเมื่อถึงวัยกลางคนตอนปลายคือ […]

เมื่อเวลาผ่านไประบบต่างๆ ย่อมเสื่อมลงตามกาลเวลา!

ขึ้นชื่อว่าผู้สูงอายุ แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนสัญญาณประจำตัวของพวกท่านก็คือความเสื่อมถอยของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของระบบต่างๆ ที่เมื่อใช้งานมานานก็เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายของเราจะอยู่ในวัยชราที่ทุกอย่างเสื่อมถอย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจก็ตาม แต่เราสามารถช่วยท่านชะลอความชราให้ช้าลงได้ การอยู่ในวัยสูงอายุแล้วนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเจ็บปวดออดๆ แอดๆ เสมอไป อายุมากแล้วก็สามารถจะมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรงตามวัยได้ ถ้ามีการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะว่า คุณตา คุณยาย หรือไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ และผู้สูงอายุใกล้ตัวของเรา จะมีการเปลี่ยนไปอย่างไรพบ้าง เมื่อสูงวัยขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านระบบหัวใจและหลอดเลือด คนเราพออายุมากหลอดเลือดแดงจะแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนตอนอายุน้อย ผนังหลอดเลือดจะขรุขระ ทางเดินภายในหลอดเลือดแคบลงเพราะผนังภายในหนาตัวขึ้น ทำให้ความดันโลหิตของผู้สูงอายุขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น โอกาสเกิดหัวใจล้มเหลวมีง่ายและเกิดโรคอื่นๆ ก็ง่ายขึ้น พอเป็นโรคแล้วมักจะหายช้า มีแนวโน้มจะเกิดภาวะแทรกซ้อนบ่อย การทำงานของหัวใจผู้สูงอายุจะแปรปรวนไป ทั้งที่เกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจและประสิทธิภาพการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ในยามที่ร่างกายอยู่เฉย ๆ จะไม่มีผลเท่าไรนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีการออกกำลังกาย ตื่นเต้นตกใจ จะเสียน้ำและเลือดจากร่างกาย หัวใจผู้สูงอายุไม่สามารถจะเพิ่มอัตราการเต้นและบีบตัวให้เหมาะสมจึงทำให้เหนื่อยง่าย และช็อกเร็วกกว่าคนอายุน้อยถ้ามีการเสียเลือด (มีแผล) หรือเสียน้ำ (ท้องเสีย เหงื่อออกมาก) ควรรีบดูแลแก้ไข ถ้าปล่อยจนช็อกจะทำให้ไตวายไปด้วยง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงด้านระบบทางเดินหายใจ มีใครเคยรู้บ้างว่าความจุปอดของผู้สูงอายุใกล้เคียงกับคนหนุ่มสาว แต่ถุงลมมีความ “คราก” มากขึ้น […]

แชร์เทคนิค “แก่” แบบมีคุณภาพ ด้วยการทำให้สุขภาพกาย ใจ และเงิน ดี!

เมื่อพูดถึงคำว่า “แก่” คงไม่มีใครชอบคำนี้สักเท่าไรนัก เพราะมักจะคิดว่าแก่แล้วชราภาพ ความสวยงามที่เคยมีเมื่อตอนวัยรุ่นจะหายไป การเคลื่อนไหนของร่างกายก็ช้าลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และถึงแม้บางคนจะบอกว่าเรื่องแก่เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอเพราะเป็นสัจธรรม แต่เชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีใครอยากแก่ ไม่อยากให้ตัวเองแก่แน่นอน แต่เราก็ไม่สามารถที่จะหยุดเวลาเอาไว้ได้ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือการเตรียมตัว เพื่อที่วันนั้นมาถึงจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขมากที่สุด และการทำให้ความแก่เป็นเรื่องเล็กๆ ด้วยการทำตัวเป็นวัยเก๋าที่หัวใจไม่ยอมแก่ เป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนลองทำกันดู เราจะใช้ชีวิตยังไงให้มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด การทำให้หัวใจไม่แก่อาจเป็นทางออกที่ดีได้ ทำตัวให้หัวใจไม่แก่ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ซึ่งใครๆ ก็ทำ ได้ ด้วยการเริ่มที่ตัวเองที่ต้องมีสุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี และสิ่งสำคัญคือการมีสุขภาพการเงินดีนั่นเองค่ะ เริ่มต้นที่ตวรต้องมี “สุขภาพกายดี” สุขภาพกาย หมายถึงสภาวะของร่างกายที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างปกติ ระบบต่างๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและความทุพพลภาพ รวมถึงการที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติก็คือ การทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ จิตใจมีความสุข ความพอใจ ความสมหวังทั้งตนเองและผู้อื่น การออกกำลังกายอย่างสมํ่าเสมอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดการเจ็บป่วยเล็กน้อย และต้องออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เหมาะสมกับร่างกาย ช่วงอายุเช่น ห้ามทานอาหารที่มีไขมันสูง ผลไม้หวานจัด เป็นต้น โดยปัญหาด้านโภชนาการ ถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ทำ ให้กลุ่มคนในวัยนี้เจ็บป่วยได้ ซึ่งนอกจากต้องใส่ใจการรับประทานอาหารแล้ว ยังสามารถเลือกอาหารเสริมให้กับร่างกาย […]

แชร์เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ อยากเป็นแบบไหนเลือกเลย!

ก่อนถึงวันเกษียณ ขณะที่เราวิ่งวุ่นอยู่กับการตั้งใจทำ งานหาเงิน อาจทำ ให้เราหลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นจะต้องเตรียมสำหรับการเกษียณ นอกเหนือจากการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย และการบันทึกแจกแจงสินทรัพย์หนี้สินต่างๆ ที่ควรทำอย่างสมํ่าเสมอในทุกปีแล้ว เราควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง? วันนี้มีเช็คลิสต์สำหรับผู้ที่ใกล้จะเกษียณมาให้ตรวจสอบไปด้วยกันค่ะ ถ้ามีเวลา 10 ปีก่อนเกษียณ   ทบทวนยอดเงินลงทุนที่มีและปรับการลงทุน สำหรับการลงทุนที่เราเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณควรจะมีการปรับความเสี่ยงการลงทุนลง โดยลดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ลดสัดส่วนตราสารทุน เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ในพอร์ตให้มากขึ้น ตัวอย่าง แผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี จะมีสัดส่วนตราสารทุน 32% มีตราสารหนี้63% และการลงทุนอื่นๆ 5%  ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการปรับสัดส่วนตราสารทุนลงเรื่อยๆ ปีละ 2-3% จะเห็นได้ว่าเมื่อใกล้เกษียณมากขึ้น เราจำเป็นต้องลดความผันผวนของการลงทุน เนื่องจากใกล้ถึงวันที่เราต้องใช้เงินนั่นเอง วิธีการปรับการลงทุนนี้สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ที่เราสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้นะคะ ทดลองใช้โปรแกรมคำนวณเงินสำหรับการเกษียณ    ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงินหลายแห่งมีบริการจำลองแผนการลงทุนสำหรับการเกษียณ เพื่อให้รู้ว่าเราควรเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ และที่สำคัญทำให้รู้ว่าเราต้องออมเงินหรือลงทุนเดือนละเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้จะต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลด้านการเงิน  ตัวอย่าง เช่น ปัจจุบันอายุ 50 ปี […]

มองหาอาชีพหลังเกษียณ ที่คนทุกวัยควรต้องศึกษาไว้ก่อนถึงวันนั้น!

หากเราลองสังเกตผู้คนรอบตัวไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ชุมชน หรือตามที่สาธารณะ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจากสถิติข้อมูลประชากรไทยที่นับวันจำนวนผู้สูงอายุยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นแล้วว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” มาตั้งแต่ประมาณปี 2548 และกำลังจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวในปี 2564 สำหรับใครที่กำลังกลัวการเผชิญภาวะสูงวัยเมื่ออายุเริ่มแตะเลข 6 เพราะความรู้สึกว้าเหว่ไร้ค่าเริ่มมาเขย่าหัวใจแล้วล่ะก็อยากให้เลิกกลัวได้แล้วเพราะงานวิจัยล่าสุดของนักวิจัยจากสถาบันนานาชาติเพื่อการวิเคราะห์ระบบเชิงประยุกต์(International Institute for Applied Systems Analysis) และมหาวิทยาลัยสโตนี่บรูค ระบุเอาไว้ว่าคนเรามีความเชื่อผิดๆ กันมาโดยตลอดเกี่ยวกับวัยชราเนื่องจากวัยนั้นไม่ได้วัดกันที่จำ นวนปีที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ปัจจุบันวัยกลางคนจะเริ่มที่อายุ 60 ซึ่งคนไทยสมัยนี้อายุ 60 ปีแล้วก็ดูยังไม่แก่ แถมยังแข็งแรงไม่ต่างจากคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนอีกด้วย ดังนั้นสิ่งสำ คัญที่เราควรเตรียมรับมือคือการเริ่มต้นสร้างพลังใจเพื่อให้เกิดพลังกายด้วยมุมมองที่ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” ซึ่งในความเป็นจริงสมัยนี้แม้อายุเกิน 60 ปีไปแล้วก็ยังมีคุณค่า มีพลังและยังสามารถทำ งานที่สร้างเสริมพลังให้กับสังคมได้อีกมาก โดยปัจจุบันภาครัฐออกกฎหมายให้บริษัทเอกชนสนับสนุนการจ้างผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าทำ งาน ให้สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 100% ของเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างสูงอายุตามที่ปรากฎในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560 วันนี้ “ชีวจิต” […]

ความมสุขที่แท้จริงของผู้สูงวัย คือการยอมรับและทำใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น!!

ใครว่า” แก่” แล้วมีเเต่เรื่องทางกาย เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เท่านั้น รู้หรือไม่ว่า ความถดถอยในเรื่องของอารมณ์ และจิตใจก็เป็นอีกหนีงสิ่งที่สร้างปัญหาในชีวิตได้ไม่แพ้กันแม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมามาก แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเมื่อเข้าสู่วัยชรา ทั้งโอกาสต่างๆ หน้าที่การงาน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งการเป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง ก็พลันหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าความรู้สึกที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ได้หายตามไปด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จะออกมาว่าคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิงที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าเพศชายในทุกช่วงอายุ การรับมือเมื่อเข้าสู่ภาวะต่างๆ จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะทำให้ทั้งผู้สูงอายุและคนรอบข้างเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อที่จะก้าวให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ โดยที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้น้อยที่สุด ภาวะอารมณ์ของคนที่อยู่มานาน การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหัน ทำให้การปรับตัวอาจจะยังไม่เข้าที่ ส่งผลให้อารมณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดอาการทางอารมณ์ของผู้สูงอายุนั้น มีตั้งแต่เครียด ซึมเศร้า และหงอยเหงาแต่ในบางครั้งก็หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงกังวลใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้เอาแต่ใจเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดังนั้นการปรับอารมณ์ดีต้องแก้ที่ใจ โดยพยายามมองโลกให้บวก ทำใจสบายๆ หากิจกรรมที่สามารถทำได้นานๆ หรือกิจกรรมใหม่ๆ น่าสนใจ อีกสิ่งคือการลองกลับไปลองเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ด้วยการสังสรรค์กับเพื่อนหรือเฮฮากับลูกหลานพยายามพูดคุยกับคนในครอบครัวเมื่อไม่สบายใจหรือปรึกษาคุณหมอหากลูกหลานไม่มีเวลาก็ได้ค่ะ ภาวะสมองไม่ยอมตามเทรนด์ ภาวะทางความคิดของคนวัยชราที่มักเห็นกันบ่อย คือการไม่ยอมรับในความคิดใหม่ๆ เพราะเคยชินและฝังใจในความคิดเดิมที่เคยเป็นมา ผนวกกับวิธีใช้ชีวิตที่ร่างกายแกมบังคับให้ช้าลง […]

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อของผู้สูงวัย อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก!

ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรละเลย สำหรับ  “อาการท้องอืดท้องเฟ้อ” ในคนสูงวัย เพราะนอกจากรบกวนการใช้ชีวิตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของลำไส้ซึ่งมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ลดน้อยลง กระทั่งพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่มีแก๊สสูง ทำให้เกิดภาวะท้องอืด สาเหตุของอาการท้องอืดและท้องเฟ้อในผู้สูงอายุมาจากการที่ลำไส้บีบตัวได้น้อยลง เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นย่อมทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานได้ลดลง และส่วนหนึ่งมาจากการกินอาหารที่มีแก๊สในปริมาณสู  เช่น อาหารกลุ่มโปรตีนอย่างถั่วหรือน้ำอัดลมรวมถึงบริโภคอาหารในกลุ่มที่ย่อยยาก เช่น เนื้อแดง (ผู้สูงอายุสามารถบริโภคเนื้อแดงได้ แต่ควรหั่นให้ชิ้นเล็ก อีกทั้งต้องเคี้ยวให้ละเอียด) และอย่างที่เรียนไปว่า เมื่ออายุมากขึ้น เอนไซม์ช่วยย่อยทำงานลดลง อีกทั้งกรดและด่างในกระเพาะอาหารก็ทำงานผิดเพี้ยนไป ประสิทธิภาพการช่วยย่อยก็ลงน้อยลงเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักๆ ของปัญหาดังกล่าว อุปนิสัยการบริโภคอาหาร สิ่งนี้มีส่วนมำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ คือผู้ที่รับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว จะด้วยสาเหตุเพราะหิวมาก หรือต้องการรีบไปทำอย่างอื่น หรือสาเหตุอื่นใดก็ตาม ทำให้การบดเตี้ยวอาหารไม่ทั่ว หรือรีบๆ กลืน รีบๆ นำอาหารเข้าปากเป็นเหตุให้อาหารได้รับบดเตี้ยว อย่างงหยาบๆ เมื่อกลืนลงไปสู่กระเพาะอาหาร เป็นภาวะที่กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักย่อยอาหารบางชนิดไม่ได้หมด อาจมีการตกค้างหรือคั่งค้างงของอาหารจนเกิดการหมักหมมมื้อแล้วมื้อเล่า การคั่งค้างของอาหารและหมักหมมต่อเนื่อง ทำให้เกิดแก๊สหรือลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น ซึ่งแสดงอาการออกมาในลักษณะท้องอืด แน่นท้อง ท้องเฟ้อ บางครั้งเรอเปรี้ยว หากมีอาการเล็กน้อยอาจรับประทานยาลดกรด ยาธาตุน้ำแดง ยาขับลมซึ่งมีอยู่ในยาชุดสามัญประจำบ้าน งดอาหารย่อยยากทุกชนิดในระยะที่เริ่มมีอาการ กินอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง […]

การควบคุมน้ำหนักของผู้สูงวัยให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือสิ่งสำคัญ!

สิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุ “อ้วน” นั่นเพราะเกิดจากพฤติกรรมในการกินอาหารจนเกินอิ่ม กินอาหารจำพวกแป้งง ไขมันมาก และที่สำคัญคอไม่ค่อยออกกำลังกาย และสิ่งที่ทำให้อ้วนมากที่สุดก็คือการเสียดายอาหารที่เหลือต้องกินต่อจนหมด นี่คือสัญญาณเริ่มแรกของโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ที่แฝงมาอย่างไม่รู้ตัว อาหารกับวัยผู้สูงอายุ อาหารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ยิ่งถ้ามีภาวะทางโภชนาการที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงสภาวะในร่างกายก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีภาวะโภชนาการไม่ดี มีน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมหรือแก่เร็ว ดังนั้น เราจึงควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การกินอาหารครบ 5 หมู่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างภูมิต้านทานโรค ซึ่งนอกจากจะให้กินอาหารครบ 5 หมู่และควบคุมเรื่องปริมาณของอาหารแล้ว ยังต้องเลือกชนิดของอาหารให้เหมาะสมด้วย เช่น นมที่ให้ดื่ม ก็ควรเป็นนมไขมันต่ำ เพื่อจำกัดปริมาณไขมัน และโคเลสเตอรอล ส่วนเนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย เช่น เนื้อปลา ส่วนเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่ อาจต้อลลดปริมาณลงบ้าง เพื่อป้องกันการได้รับกรดยูริคที่มากเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคข้ออักเสบ หรือโรคเก๊าได้ วิธีควบคุมน้ำหนัก โดยธรรมชาติแล้วเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดลงบ้าง แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในระยะเวลา 6 เดือน แต่ในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี […]

ประโยชน์ของกิจกรรมทางกายที่ช่วยผู้สูงวัยมีชีวิตบั้นปลายแบบคุณภาพ

สภาพของครอบครัวในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จากความเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในบ้านหลากหลายวัย ก็เปลี่ยนไปสู่ครอบครัวเดี่ยวที่มีเพียงสมาชิกไม่กี่คน โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ค่านิยมทำให้ลูกหลานหลังจากที่แต่งงานแล้วต้องแยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหาก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องอาศัยอยู่ตามลำพังในบั้นปลายของชีวิต แต่การที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือเริ่มต้นจากการดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่ในบ้านของเราก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ลูกหลานอย่างเราๆ สามารถทำได้ เพราะสถาบันครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ลองไปดูกันว่า ทำอย่างไรผู้สูงอายุในบ้านของเราจะสามารถใช้ชีวิตอยูได้อย่างมีความสุข สร้างความสัมพันธ์ผูกมิตรทั้งในและนอกบ้าน ถึงแม้ว่าการทำกิจกรรมเล็กน้อย แต่ก็มีประโยชน์การให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมในบ้านที่ไม่หนักเกินไปมีความรับผิดชอบเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ลูกหลานเห็นความสำคัญของท่านในการช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้านได้ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น ช่วยดูแลลูกหลานเป็นครั้งคราวเพราะให้การเลี้ยงดูเด็กเต็มเวลาอาจเป็นเรื่องหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ควรจะเป็นหน้าที่ง่ายๆ อย่างการช่วยจัดเตรียมอาหารหรือทำอาหารบางมื้อ ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน ผลการสำรวจกิจกรรมทางกายในผู้สูงอายุโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ผู้สูงอายุไทยกว่าร้อยละ30 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและภาวะเสื่อมถอยของผู้สูงอายุ ประโยชน์จากการมีกิจกรรมทางกาย ยังได้ช่วยชะลอภาวะโรคจากความเสื่อม เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของข้อต่อร่างกาย รวมถึงการทำงานของสมอง เพิ่มความคิด ความจำ และความกระตือรือร้น ลดภาวะสมองเสื่อม และภาวะซึมเศร้าที่สำคัญทำให้ท่านรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อครอบครัว มีความมั่นคงในชีวิตว่าลูกหลานจะไม่ทอดทิ้ง และช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย พบปะเพื่อนเกลอ ออกไปเจอญาติสนิท เวลาที่ลูกหลานออกไปเรียนหนังสือหรือทำงาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังกว่าที่สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ จะมีปฏิสัมพันธ์ได้ก็ต้องรอถึงเวลาเย็นย่ำ หากเป็นอย่างนี้ทุกวันอาจส่งผลต่อภาวะจิตใจของผู้สูงอายุ หรือถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษ ลูกหลานควรจัดสรรเวลาพาท่านไปพบปะญาติสนิทมิตรสหายเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง การที่ผู้สูงอายุได้พูดคุยกับคนวัยเดียวกัน ได้ย้อนความหลังถึงเรื่องในอดีตหวนคิดถึงความสุขกับเพื่อนๆ เมื่อครั้งก่อนถือเป็นยาดีที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ละจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี […]

“ไวรัสโคโรน่า” กับผู้สูงวัย ควรป้องกันอย่างไรถึงปลอดภัยขั้นสุด!

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงแม้จะมีความรู้ความสามารถเพียงใด ก็ไม่อาจกระทำกิจการงานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ งานอดิเรกที่โปรดปรานก็ไม่อาจจะทำให้คุณมีความสุขกับมันได้ เรารู้ดีว่าร่างกายทุกส่วนมีโอกาสเป็นโรค ด้วยสาเหตุนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการติดดเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือแม้แต่เชื้อไวรัส หลายโรคที่อาจกำเริบขึ้นอย่างช้าๆ หรือบางโรคก็อาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว อย่างตอนนี้เชื้อไวรัสที่กำลังสร้างความวิตกให้กับคนทั่วโลก ก็คือ “โคโรน่า” เจ้าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีตัวเลขคร่าวๆ ของผู้ติดเชื้อประมาณ 900 ราย เสียชีวิต 26 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี ททำให้เห็นได้ว่าคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากกว่าคนวัยอื่นๆ นั่นเอง ที่ผ่านมาหลายฝ่ายได้ออกมาพูดและทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้มากมาย บ้างก็ว่ามีความน่ากลัวเพราะไวรัสนี้เป็นไวรัสตัวใหม่ ไม่เคยพบในมนุษย์มาก่อน เมื่อเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทำให้ขาดองค์ความรู้ ของโรค ถ้ามองในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของโรคปอดบวม อู่ฮั่น ก็คงจะไม่เลวร้ายไปกว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในระยะแรกก็ตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน หลังจากระบาดใหญ่ ไวรัสตัวนี้ก็ประจำถิ่น เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไปเรียบร้อยแล้ว คนส่วนใหญ่เคยเป็น และมีภูมิอยู่บ้างแล้ว การระบาดใหญ่จึงลดลง คุณรู้จักไวรัส “โคโรน่า” ดีพอหรือยัง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์ เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาค วิชากุมารเวชศาสตร์ […]

ภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงวัย สิ่งที่ผู้ดูแลต้องรู้ไว้ก่อนสายเกินแก้!

โรคสมองเสื่อมส่วนใหญ่ หลายคนจะเข้าใจว่าคือโรคอัลไซเมอร์ แต่จริงแล้วนั้น คือโรคอัลไซเมอร์ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโรคสมองเสื่อมส่วนหนึ่งเท่านั้น หากแต่ผู้สูงอายุเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ได้ แต่อาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ ซึ่งบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ได้ ดังนี้ 1.ผู้สูงอายุ เพราะว่าผู้สูงอายุบางครั้งก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้มีการบริหารสมองจึงทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายกว่าวัยอื่น 2.เพศที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากที่สุด คือเพศหญิง 3.ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความจำเสื่อมนั้นอาจเกิดจากพันธุกรรม เพราะว่าผู้ป่วยที่เคยมีประวัติเกี่ยวกับครอบครัวว่าเคยเป็นโรคนี้ ในอัตราส่วน 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่พบได้บ่อยมาก มี 2 ชนิด ที่ผู้ป่วยอาจจะไม่ได้เกิดจากโรคอัลไซเมอร์ 1.ชนิดไม่ทราบสาเหตุ อันนี้ผู้ป่วยก็เกิดสมองฝ่อขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ (หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคอัลไซเมอร์) 2.เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองลดลง และทำให้หลอดเลือดแข็งตีบตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ยังมีสาเหตุอีกมากมายที่ยังเกิดขึ้นได้ในทุกวันอย่างเช่น อาจเกิดจากการติดเชื้อในสมอง เช่นการที่ได้รับเชื้อไวรัสทำให้สมองเสื่อมได้ รวมถึงการที่ร่างกายของผู้ป่วยขาดวิตามิน เช่น วิตามินบี 1 หรือวิตามินบี 12 ส่วนใหญ่ผู้ป่วยประเภทนี้เซลล์สมองจะทำงานไม่ปกติ ผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุอาจจะให้ท่านกินอาหารประเภทตับ นม ผักใบเขียว ถั่วเหลือง และข้าวกล้อง เพราะอาหารที่กล่าวมาข้างต้นนี้ทำให้ไปช่วยในการทำงานของเซลล์สมองให้ปกติดีขึ้น ส่วนระยะความรุนแรงของสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ระยะแรก ผู้ป่วยมีอาการหลงลืมในเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นอย่างเช่นจำไม่ได้ว่าวางของที่ไหน ท่านที่คอยดูแลผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญกับท่านด้วยหรือคอยสอดส่องว่าท่านถืออะไรไปไว้ที่ไหน […]

ขั้นตอนการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ช่วยยืดอายุผู้สูงวัยที่เรารักได้

การออกกำลังกายเป็นวิธีอีกวิธีที่สามารถช่วยให้ร่างกายของผู้สูงอายุหลีกเลี่ยงจากการเกิดโรคต่างๆ ได้ และยังคงทำให้ร่างกายของผู้สูงอายุฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง อีกทั้งมีงานวิจัยระบุออกมาด้วยว่าการป้องกันการหกล้มที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของ กระดูก และกล้ามเนื้อของผู้สูงอายุได้ดีที่สุดอีกด้วยค่ะ เรามาดูขั้นตอนของการออกกำลังกายของผู้สูงอายุอย่างถูกต้องว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้คุณตา คุณยายของเรามีอายุที่ยืนยาว และชะลอความชราลงได้ ขั้นตอนแรก ผู้สูงอายุควรที่จะอบอุ่นร่างกาย ประมาณ 5-10 นาที ข้อดีของการอบอุ่นร่างกายนั้นมีเยอะมากๆ ค่ะ แน่นอนว่าทำให้กล้ามเนื้อสามารถหดตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยให้การทำงานระหว่างประสาทและกล้ามเนื้อจะเป็นอย่างถูกต้อง สามารถทำให้ระบบหายใจและระบบไหลเวียนของเลือดให้เข้าใกล้ระยะคงที่อีกด้วย ซึ่งการอบอุ่นร่างกายควรมีกิจกรรมดังนี้ ขั้นตอนแรกผู้สูงอายุควรที่จะยืดเส้นสายและข้อต่อเสียก่อน เพื่อป้องกันการฉีกขาดของกล้ามเนื้อในระหว่างที่ออกกำลังกายระยะสอง และการบริหารมือเปล่าเป็นท่าบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวหลังจากยืดเส้นแล้ว ขั้นตอนที่ 2 ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบจริงจังประมาณ 20-30 นาที การออกกำลังกายแบบจริงจังนั้น ไม่ว่าผู้สูงอายุจะออกในลักษณะใดก็ให้ผลดีแก่ร่างกายด้วยกันทั้งนั้น เพราะการออกกำลังกายจะทำให้หัวใจและอวัยวะอื่นทำงานมากขึ้น หากแต่การออกกำลังกายชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด จึงจะมีประโยชน์สูงสุด ซึ่งหากผู้สูงอายุที่เป็นโรคหัวใจมาออกกำลังกายในขั้นตอนที่ 2 อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีแน่ ขั้นตอนสุดท้าย ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบผ่อนคลายประมาณ 5-10 นาที สำหรับการออกกำลังกายในระยะสุดท้ายนี้เรียกว่าเป็นการช่วยให้ระบบไหลเวียนกำลังปรับตัวคืนสู่สภาวะปกติ ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะขณะที่ออกกำลังกายจะมีการเพิ่มการสูบฉีดของเลือดมาเลี้ยงที่กล้ามเนื้อมากเป็นพิเศษ หากผู้สูงอายุหยุดการออกกำลังกายทันทีจะทำให้เลือดค้างอยู่บริเวณกล้ามเนื้อมากเกินไป และทำให้เลือดกลับมาสู่หัวใจน้อยลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดอาการหน้ามืด และหากผู้สูงอายุท่านใดที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจขาดเลือดอาจทำให้แน่นหน้าอก และหัวใจวายได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะลดความเร็วลง และเดินช้าๆ และหยุดพักใช้เวลาสัก 5-10 นาที […]

สตรีสูงวัย ทำอย่างไรที่จะมีผิวสวยเหมือนสาวแรกรุ่น?

หากพูดถึงเรื่องขอโรคภัยไข้เจ็บหลายๆ โรคก็อยู่ใกล้ตัวเราทั้งนั้นเลยนะคะ แต่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะเพราะว่าเราสามารถดูแลตัวเองกันตั้งแต่เนิ่นๆ ได้อยู่แล้ว คนไทยเราสู้ได้ทุกสภาวะอยู่แล้ว ยิ่งร่างกายเราแข็งแรงก็ไม่เป็นโรค การออกกำลังกายประจำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอยิ่งเป็นการดี แต่อย่างว่านั่นล่ะค่ะคนเรามักจะบอกว่าไม่ค่อยมีเวลากัน แต่ก็อยากแนะนำว่าเมื่อตื่นนอนตอนไหนก็อย่ามัวทำตัวงอ ยืดตัวเข้าไว้ ทำหลังตรงให้ชิน จากนั้นหมุนไหล่ไปด้วยให้ได้หน้า 5 ครั้ง หลัง 5 ครั้ง อ้าปากว้างๆ ทำหน้ายุ่งให้มากที่สุด คลายออก ทำปากจู๋แบบปลาทู 5 ครั้ง ก่อนเข้าห้องน้ำ เท้าเอวเสียหน่อยก่อนจะเขย่งปลายเท้า แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้นลง ทำอะไรก็ได้อย่าให้เสียเวลาเปล่า และที่สำคัญที่ต้องทำก็คือ อย่าห่อไหล่ ต้องอกผายไหล่ผึ่งไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย โดยเฉพาะยิ่งเป็นผู้สูงวัยยิ่งควรต้องทำค่ะ เพื่อการเดินเหินของเราจะได้มีสง่าราศี ไม่ใช่คนแก่หลังงองุ้ม พยายามเชิดหน้านิดๆ ไม่ได้เย่อหยิ่ง แต่ทระนงตัวว่าเรามีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ และไม่ดูแก่จนเกินไปนักนั่นเอง พูดถึงเรื่อง “แก่” แล้วไม่มีใครชอบหรอกค่ะ ใครก็ไม่อยากแก่ เพราะฉะนั้นคนที่ไม่อยากแก่ก็มักกจะพยายามหาวิธีการแก้แก่กันเป็นแถวๆ ผู้สูงวัยที่เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มแก่ลงก็จะไปร้อยไหม บางคนไปดึง ไปยึดด้วยเครื่องมือแพทย์ ต้องบอกเลยว่าทำแล้วห่วงว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง เพราะนั่นไม่ใช่วิธีธรรมชาติ มนุษย์เราเกิดมาจากธรรมชาติ เราก็ควรเอาธรรมชาติเข้าบำบัด การไม่อยากแก่นั้นเกิดเป็นกับทุกคนแหละค่ะ เราควรหันมาทางธรรมชาติดีกว่า ผัก […]

สูงวัยต้องระวัง! ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 นั้นร้ายแรงกว่าที่คิด

ช่วงนี้หากไม่พูดถึงเรื่องของมลพิษก็คงจะไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่ามลพิษ ก็นับว่าเลวร้ายทั้งสิ้น ยิ่งมลพิษจากฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กลงไปอีกยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างแท้จริง เนื่องจากมันสามารถถูกสูดหายใจเข้าไป และมีขนาดเล็กพอที่จะเข้าไปลึกถึงปอดและทางเดินหายใจได้ บางอนุภาคอาจจะเข้าไปถึงกระแสเลือดและไหลเวียนทั่วร่างกายของเราได้ในที่สุด ทั้งนี้ “อากาศ” เป็นหนึ่งในความต้องการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการอยู่รอดของมนุษย์ เมื่ออากาศเต็มไปด้วยมลพิษ ทั้งจากก๊าซอันตราย ลุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ที่ทำร้ายระบบทางเดินหายใจ หัวใจ เยื่อบุนัยน์ตา จมูก ซึ่งเจ้ามลพิษอากาศชนิดนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่งให้สังคมไทย ซึ่งทางรัฐบาลก็ก็ได้ออกมาแถลงการณ์เตือนเกี่ยวกับฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานอยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมถึงวิธีรับมือกับเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้กันอยู่ตลอด องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ (Air Quality Guideline : AQG) เพื่อเป็นหลักเกณฑ์กลางให้ทุกประเทศใช้อ้างอิง โดยชี้ว่าไม่มีระดับปริมาณสารมลพิษระดับใดที่ถือได้ว่าปลอดภัยสำหรับทุกคน เนื่องจากร่างกายของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลาต่างกัน ตัวเลขที่กำหนดไว้จึงเป็นค่าเป้าหมาย ที่มีหลักฐานวิชาการ สนับสนุนว่าเป็นระดับปริมาณสารมลพิษที่มีผลกระทบต่อ สุขภาพน้อยที่สุดที่ยอมรับได้ โดยแนวทางนี้ได้กำหนดตัวเลข ที่สูงขึ้นเป็น 3 ระดับขึ้น เรียกว่าเป้าหมายระหว่างทาง (Interim Target) เพื่อให้แต่ละประเทศใช้กำหนดค่ามาตรฐานที่สอดคล้องกับบริบทของตนเองโดยคาดหวังให้มีการดำเนินการเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศ สำหรับประเทศไทย เพิ่งมีการเพิ่ม PM 2.5 เข้ามาในรายการสารมลพิษที่ต้องตรวจวัดและควบคุมตั้งแต่ปี 2553 โดยเลือกใช้เป้าหมายระหว่างทางระดับที่ 2 ขององค์การอนามัยโลกมากำหนดเป็นมาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับมาเลเซีย และเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม […]

การปฐมพยาบาลผู้สูงอายุอย่างถูกวิธี ทำให้โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีการเสื่อมถอยของการทํางานอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมักมีโรคร่วมหลายอย่างและมีอาการที่ไม่ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังมีแนวโน้มในการใช้ยารักษาโรคหลายชนิด ทําให้มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้ เหตุเหล่านี้ส่งผลให้เกิดภาวะฉุกเฉินในผู้สูงอายุตามมา นําไปสู่การเกิดภาวะทุพพลภาพและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นการให้คําแนะนําในการช่วยเหลือผู้สูงอายุเบื้องต้น รวมถึง การแจ้งเหตุเมื่อพบภาวะฉุกเฉิน ซึ่งการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุวิกฤตเจ็บป่วยฉุกเฉิน อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ย่อมทําให้โอกาสรอดชีวิตสูงขึ้น ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจในการช่วยเหลือชีวิตขั้นต้น จึงเป็นบทบาทสําคัญในการช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้ เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว สิ่งที่ควรต้องทำการศึกษาให้ดีก็น่าจะเป็นเรื่องของการปฐมพยาบาลผู้สูงอายุในเบื้องต้นกันก่อนเลยค่ะ ไปดูกันว่าอาการยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยกับผู้สูงอายุ พร้อมวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น มีอะไรบ้าง การปฐมพยาบาลอาการยอดฮิต หกล้ม อุบัติเหตุที่น่ากลัวที่สุดของผู้สูงอายุ เป็นได้ตั้งแต่แผลฟกช้ำ ปวดเมื่อยตามตัว ไปจนถึงมีอาการกระดูกหัก หรือเลือดคั่งในสมองได้เลย มักเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน และเป็นอาการนําของการเจ็บป่วยของโรคทางกายต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย เช่น ฟกช้ำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ บาดเจ็บรุนแรงจนทําให้เกิดกระดูกหักเลือดออกภายในสมอง โดยสาเหตุแบ่งเป็น 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยเสี่ยงภายนอก คือ สภาพแวดล้อมภายนอก เช่น มีของเกะกะบนพื้น พื้นลื่น ระดับพื้นที่แตกต่างกัน แสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงภายใน คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อระบบต่างๆ ของร่างกายที่มีผลต่อการควบคุมร่างกายของผู้สูงอายุ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โรคประจําตัว […]

สถานที่และบรรยากาศที่ดี มีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ

สังคมสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ นั่นก็เพราะคนเราซึ่งประกอบไปด้วยร่างกายและจิตใจนั้นต้องอาศัยอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเสมอ ซึ่งที่ที่เราอาศัยอยู่นั่นแหละคือสังคมและสิ่งแวดล้อม ถ้าโชคดีได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดีก็จะได้เปรียบ เหมือนมีกองหนุนที่เข้มแข็งช่วยให้สร้างสุขภาพได้ง่าย แต่ถ้าต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย แน่นอนว่าสิ่งแวดล้อมนั้นก็จะพาให้สุขภาพเราทรุดโทรมลงอย่างไม่ต้องสงสัย จึงพูดได้ว่าสังคมสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องปรับให้เอื้อต่อสุขภาพของผู้สูงอายุเสมอ สังคมสิ่งแวดล้อมที่กล่าวถึงนี้จะรวมทุกสิ่งที่อยู่ล้อมรอบตัว ไม่ใช่เพียงสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นไม้ใบหญ้า แม่น้ำ ภูเขา หรือทะเลเท่านั้น ไม่ใช่บ้านเรือนตึกรามใหญ่โตที่เป็นวัตถุเท่านั้น ยังรวมถึงงผู้คนในสังคม ระบบการปกครอง การเมือง เศรษฐกิจ ระบบขนส่ง การแพทย์ การเกษตร อะไรทุกอย่างเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสุขภาพทั้งสิ้น การที่เราจะสร้างสุขภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่คนในสังคมต้องช่วยเหลือกัน ช่วยกันสร้างสังคมให้มีความสุข ไม่ใช่ทำลายซึ่งกันและกัน สังคมใดที่อยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนในสังคมจะมีสุขภาพดี ต่างจากสังคมที่มีปัญหาผู้คนในสังคก็จะมักจะมีปัญหาตามไปด้วยนั่นเองค่ะ เรามองเห็นแล้วว่าสุขภาพนั้นเป็นเรื่องกว้างกว่าตัวเราคนเดียว เราอาจจะสร้างสุขภาพส่วนบุคคลได้ แต่ถ้าต้องอยู่ในสังคมที่ไม่มีสุขภาพ แล้วเราจะมีสุขภาพที่ดีได้อย่างไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสร้างสุขภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ใช่เพื่อคนอื่นเท่านั้น แต่เพื่อตัวเราเอง การสร้างสุขภาพให้สังคมนั้นเป็นเรื่องที่เห็นผลช้าและต้องอาศัยความร่วมมือจากคนอื่นมาก เราอาจไม่มีกำลังเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมได้มากนัก ดังนั้นควรเริ่มต้นจุดเล็กๆ ที่ตัวเองก่อน สร้างสุขภาพส่วนบุคคลก่อนแล้วแพร่ขยายไปยังครอบครัว ญาติมิตร ทำตัวไม่ให้เป็นภาระสังคม ไม่ทำลายสังคมและสิ่งแวดล้อม เท่านั้นก็ถือว่าเราได้ช่วยสร้างสังคมสิ่งแวดล้อมแล้วส่วนหนึ่ง ถ้าทุกคนทำในส่วนย่อยๆ ของตนเช่นนี้มากขึ้น สังคมโดยรวมก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ มาถึงตรงนี้เรามาเร่งหาควารมรู้และเร่งสร้างสุขภาพให้ตัวเองก่อนเป็นสำคัญ พอได้ผลดีแล้วค่อยชวนคนอื่นต่อไป ตามแนวทางที่เราปฏิบัติกันมา เราพจะได้ไม่ต้องซีเรียสกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากเกินไป […]

สูงวัยต้องรู้ไว้ กับเรื่องราวของสรีรศาสตร์และสุขภาพทุกแง่มุม!

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับความชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย แต่อย่างไรเสียแน่นอนว่าก็คงไม่มีใครที่จะอยากทำตัวเองให้แก่ไปตามอายุ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากที่จะมีร่างกายที่กระฉับกระเฉง แข็งแรงเหมือนตอนยังหนุ่มสาว และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงได้นั่นแน่นอนว่าก็คือ การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมนั่นเองค่ะ แต่ทว่าหลายคนยังติดอุปสรรคนั่นนี่ต่างๆ นานา โดยเฉพาะความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการออกกำลังกายสำหรับคนวัยนี้ วันนี้เพื่อเป็นการแถลงไข บอกเหตุผลเรื่องสรีรศาสตร์และสุขภาพทุกแง่มุมชีวจิต ขอนำเสนอเรื่องราวนี้เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบอวัยวะในร่างกายกันค่ะ แล้วไปดูกันว่าทำอย่างไรเราจะยังฟิตได้เหมือนตอนวัยหนุ่มสาว กระดูกยิ่งแน่นยิ่งดี คุณหมอวอนด้า ไรท์ ผู้เขียนหนังสือ Fitness After 40 เล่าว่า อดีตนักกีฬาโอลิมปิกสามารถคงความหนาแน่นของกระดูกเอาไว้ได้ ขณะที่มีคนอเมริกันถึง 2 ล้านคน มีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งทำให้เปราะแตกง่าย ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น หลังอายุ 40 ปี ผู้หญิงจะสูญเสียความหนาแน่นของกระดูกเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ชาย และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3 หลังจากหมดประจำเดือน ซึ่งจากผลการวิจัย หากกระดูกได้รับแรงกดหรือน้ำหนักบ้างมันจะแข็งแรงขึ้น นักกีฬาเคยใช้แรงหนักๆ เช่น วิ่ง กระโดด […]

keyboard_arrow_up