กินเป็น ช่วยรักษา สุขภาพฟัน บอกลาฟันผุ ฟันตกกระ คราบหินปูน

กินเป็น ช่วยรักษา สุขภาพฟัน บอกลาฟันผุ ฟันตกกระ คราบหินปูน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อาหารมีความสัมพันธ์กับสุขภาพฟัน และช่องปากอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่การสร้างฟันและกระดูกของทารกในครรภ์ มารดาควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพื่อเสริมสร้างฟันและกระดูก ซึ่งแร่ธาตุทั้งสองชนิดนี้จะพบมากในอาหารจำพวกเต้าหู้ งา อาหารทะเล ไข่ นม และผักใบเขียว เป็นต้น เมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น จนกระทั่งสามารถรับประทานอาหารเองได้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรให้บุตรหลานรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงพาไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ฟลูออไรด์เฉพาะที่อย่างเจลฟลูออไรด์(Fluoride Gel) หรือฟลูออไรด์วานิช (Fluoride Varnish) ซึ่งเป็นวิธีป้องกันฟันผุที่ได้ผลดี ทั้งนี้ พื้นที่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติบางแห่งมีฟลูออไรด์ค่อนข้างสูง เช่น ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ดังนั้น จึงต้องระมัดระวังการให้ฟลูออไรด์เสริมแก่เด็ก เพราะด้วยปริมาณฟลูออไรด์ที่มากเกินปกติ ในระหว่างการสร้างฟัน ฟลูออไรด์จะไปขัดขวางการสร้างเคลือบฟัน ทำให้ผิวฟันเป็นรูพรุน มีสีขาวขุ่น ผิวเคลือบฟันมีความแข็งแรงน้อยกว่าปกติ ซึ่งจะเรียกภาวะนี้ว่า “ฟันตกกระ” อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลเป็นอาหารที่ทำให้เกิดโรคฟันผุได้ เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ย่อยแป้งและน้ำตาลเกิดเป็นกรดกัดกร่อนผิวฟัน อีกทั้งน้ำตาลยังก่อให้เกิดการจับตัวเป็นคราบจุลินทรีย์ (Plaque) ที่เหนียวเกาะฟัน ทำให้มีความเสี่ยงที่ผิวเคลือบฟันถูกทำลายมากยิ่งขึ้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงควรหลีกเลี่ยงให้เด็กรับประทานอาหารหวานที่เหนียวติดฟัน แป้งกรุบกรอบ หรือควรให้รับประทานพร้อมมื้ออาหาร เพื่อลดความถี่และช่วงเวลาที่สัมผัสฟันในช่องปาก […]

สิงห์ปาร์ค เชียงราย ตัวจริงเรื่องชา รู้ลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมหลากเมนูมากประโยชน์จากใบชา

Home  สุขกาย  สิงห์ปาร์ค เชียงราย ตัวจริงเรื่องชา รู้ลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมหลากเมนูมากประโยชน์จากใบชา เรื่องราวของชาที่มีอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบว่าวัฒนธรรมการดื่มชานั้นมีมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์ของไทย หลายยุค หลายสมัย เพราะด้วยรสชาติที่อร่อยและมีสรรพคุณช่วยป้องกันโรคได้หลากหลายชนิด โดยมีหลักฐานการเริ่มดื่มชาขึ้นที่ประเทศจีน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตศักราช ก่อนหน้านั้นมีตำนานเล่าว่า การดื่มชาเริ่มเกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อราว 2,737 ปีก่อนคริสตศักราช โดยเสินหนงฮ่องเต้ ผู้คิดค้นเกษตรกรรมและยาจีน ค้นพบการดื่มชาโดยบังเอิญเมื่อฮ่องเต้กำลังดื่มน้ำร้อนแต่มีเศษใบไม้ในสวนตกลงไปในถ้วยน้ำ เมื่อลองชิมจึงรู้ว่ามีรสชาติดี ต่อมาจึงค้นพบว่าสมุนไพรบางชนิดเป็นพิษแต่ชาสามารถใช้เป็นยาถอนพิษนั้นได้เช่นกัน ชามีบทบาทอย่างมากต่อวัฒนธรรมของชาติเอเชีย คนเอเชียดื่มชาเป็นหลักในชีวิตประจำวัน ดื่มชาเป็นยารักษาโรค หรือแม้แต่ดื่มชาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะ โลกทางซีกตะวันตกเริ่มมีวัฒนธรรมดื่มชาเมื่อราวคริสต์ทศวรรษที่ 1660 ถึง 1670 โดยในระยะแรกเป็นประเพณีสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ภายหลังคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมื่ออินเดียกลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ การดื่มชาจึงได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันชาเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากน้ำเปล่า แม้ว่าคนยุคใหม่จะหันมาสนใจเครื่องดื่มใหม่ๆ อย่างกาแฟ น้ำอัดลมและเครื่องดื่มอื่นๆ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงดื่มชาในชีวิตประจำวัน  เนื่องจากการดื่มชามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง เพราะมีการกระตุ้นกระบวนการขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกาย  ช่วยย่อยอาหาร ละลายไขมัน ป้องกันโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง ช่วยลดคอเลสเตอรอล เป็นต้น นั่นจึงทำให้ตลาดชาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีชาสีกลิ่นและรสชาติที่แปลกใหม่ออกมารองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้คนจากทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย ปัจจุบันนี้ไทยมีการปลูกชา 2 […]

เลือดแห้ง สมองเสื่อม ภัยของการดื่มน้ำน้อย 

เลือดแห้ง สมองเสื่อม ภัยของการดื่มน้ำน้อย  เมื่อก่อนเรามักได้ยินกันว่าให้ดื่มน้ำในปริมาณ 8-9 แก้วต่อเพื่อสุขภาพที่ดี แล้วแอดก็เพิ่งไปเจอมาว่า การดื่มน้ำน้อยก็มีภัยต่อสุขภาพอย่างมาก ถึงขั้นทำให้ความจำลดลง การมองเห็นแย่ลงได้เลยทีเดียว มาดูกันค่ะเพราะอะไรทำให้การดื่มน้ำน้อยส่งผลได้มากขนาดนี้  การดื่มน้ำน้อย ส่งผลกระทบโดยตรงกับการไหลเวียนเลือด ถ้าร่างกายได้รับน้ำที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการก็จะทำให้เลือดหนืด ข้น เลือดไปเลี้ยงอวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ เรามาดูกันค่ะว่า ผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ จะมีอะไรบ้าง จากการที่เราดื่มน้ำไม่เพียงพอ  สมอง หากว่าได้รับเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่พอ อาจทำให้เกิดอาการความจำเสื่อมถอย  ตา ทำให้เลือดคั่งที่ตา สูญเสียการมองเห็น หัวใจ ลิ่มเลือดอุดตัน  ไต ขับสารพิษได้น้อยลง กรดยูริก แคลเซียม ตกค้างเกิดเป็นนิ่ว  ระบบขับถ่าย ท้องผูก ลำไส้บีบตัวน้อยลง  การดื่มน้ำน้อยที่ส่งผลเสียต่อร่างกายเหล่านี้ ยังส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ด้วย ริดสีดวงทวาร  อย่างที่บอกไปแล้วว่าหนึ่งในนั้นข้อเสียคือ ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา และจะลามไปจนถึงเป็นริดสีดวงเลยล่ะค่ะ เพราะว่าของเสียที่จะถูกขับถ่ายนั้นแข็ง แห้งเกินไป ซึ่งเป็นต้นตอให้เกิดริดสีดวง ปวดข้อ และหมอนรองกระดูก  เพราะระหว่างข้อเหล่านี้ และหมอนรองกระดูก มีน้ำอยู่ถึง 80% เมื่อกินน้ำน้อยก็ทำให้ข้อต่อ และหมอนรองกระดูกแห้ง จะทำให้เกิดการบาดเจ็บ […]

ตัวเลือกธรรมชาติ ชะลอตาเสื่อม

รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เภสัชกรหญิงอ้อมบุญ วัลลิสุต ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงสมุนไพรและสารธรรมชาติชนิดที่ช่วย ชะลอตาเสื่อม และช่วยให้ดวงตามีสุขภาพดี ดังนี้ ตัวเลือกธรรมชาติ ชะลอตาเสื่อม หญ้าฝรั่น เป็นเครื่องเทศและใช้ในยาแผนโบราณ เป็นสารต้านพิษ มีสารสำคัญคือ Crocin และ Crocetin มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การทดลองในหนูพบว่า หญ้าฝรั่นช่วยเพิ่มระดับกลูตาไทโอน จึงสามารถลดผลเสียจากการที่หนูได้รับแสงจ้าเป็นเวลานานและป้องกันการตายของเซลล์จอประสาทตาได้ อีกทั้งมีการทดลองทางคลินิกในคนที่เริ่มเป็นจอประสาทตาเสื่อมด้วยการให้หญ้าฝรั่นวันละ 20 มิลลิกรัม ต่อเนื่อง 90 วัน พบว่า จุดภาพชัด (Macula) ในตาทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ขมิ้น มีสารสำคัญคือ Curcumin มีผลช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ และยับยั้งการผลิตไซโตไคน์ที่ทำให้เกิดการอักเสบหลายชนิด มีการทดลองพบว่า สามารถปกป้องจอประสาทตาของหนูทดลองได้ และมีการทดลองอีกหลายรายงานในหนู ที่แสดงว่าเคอร์คูมินช่วยป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นจอตาและต้อกระจกได้ องุ่นแดง มี Resveratrol ซึ่งเป็นสารพอลิฟีนอลที่มีการศึกษาผลของสารนี้ต่อเส้นเลือด พบว่า มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน สามารถยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ยับยั้งสารก่อการอักเสบ ยับยั้งการสร้าง Endothelin ที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว การทดลองในหนูยังพบว่า […]

ไขข้อสงสัย 17 งานวิจัยเรื่อง อาหารกับความอ้วน

ไขข้อสงสัย 17 งานวิจัยเรื่อง อาหารกับความอ้วน ว่าด้วยเรื่อง อาหารกับความอ้วน ผู้ป่วยของผมที่เป็นโรคอ้วนมีอยู่ไม่น้อย ผมเองลองใช้สูตรลดความอ้วนกับคนไข้ไปสารพัดสูตร บ้างก็ได้ผล บ้างก็ไม่ได้ผล มีอยู่ช่วงหนึ่งผมไปทำรายการโทรทัศน์ให้ช่อง 3 ชื่อ เต้นเปลี่ยนชีวิต (Dance Your Fat Off) ผมใช้สูตรของหมอฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อ ดูกอง ซึ่งให้กินโปรตีนเป็นหลัก ไม่ให้กินแป้ง น้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตใด ๆ เลย มันก็ได้ผลดีอยู่ระยะหนึ่ง พอคล้อยหลังกันไปหนึ่งปี กลับมาเจอหน้าอีกทีก็กลับเป็นกระปุกตังฉ่ายเหมือนเดิม พอตัวหมออัทคิน (Atkin) ต้นตำรับสูตรลดความอ้วนแบบไม่กินคาร์โบไฮเดรต ต้องมาตายด้วยโรคหัวใจขาดเลือดเสียเอง ผมก็ชักจะเชื่องานวิจัยใหม่ที่ว่า สูตรให้กินโปรตีน ห้ามกินแป้งนั้น มันไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว ผมก็เลยเลิกใช้สูตรนั้นไป พอผมไปพบกับเพื่อนหมอชาวอเมริกันที่หากินทางผ่าตัดมัดกระเพาะจนมีชื่อเสียง เขาบอกผมว่าเขาก็มีปัญหากับการที่คนไข้ของเขาผ่าตัดไปแล้วใหม่ ๆ ก็ผอมดี แต่ต่อมาก็กลับมาอ้วนใหม่ นี่แสดงว่าสูตรมัดกระเพาะที่ว่าเด็ด ๆ แล้วก็ยังไม่เวิร์ค อาหารกับความอ้วน พอดีช่วงสองสามปีหลังผมรักษาคนไข้หัวใจ โดยให้เขากินอาหารแบบพืชเป็นหลัก ไม่ใช้น้ำมัน ไม่สกัด ไม่ขัดสี คือกินอาหารแบบใกล้เคียงสภาพธรรมชาติมากที่สุด สูตรนี้เรียกกันว่า Plant-Based […]

FOR BRIGHTER EYES โบกมือลา รอยคล้ำใต้ตา สุดกวนใจ

โบกมือลา รอยคล้ำใต้ตา สุดกวนใจ รอยคล้ำใต้ตา ปัญหาที่คอยกวนใจหลายคนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยต้นเหตุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางพันธุกรรมที่ถูกถ่ายทอดมาตาม ๆ กัน หรือจากการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงในหลาย ๆ ด้าน เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารการกิน หรือแม้แต่การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นาน ๆ แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์เหล่านี้ ก็มีผลต่อความไม่กระจ่างใสของผิวหนังใต้ดวงตาเช่นกัน แต่หมดห่วงไปได้เลย เพราะวันนี้เราได้รวบรวมทิปส์ดี ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหารอยคล้ำใต้ตาเป็นหมีแพนด้า ไม่ให้มากวนใจอีกต่อไป ดูแลสุขภาพ สิ่งแรกที่ง่ายและใกล้ตัวที่สุด คือ การดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีขึ้น เพราะปัจจัยจากภายในร่างกายมีส่วนสำคัญมากต่อการเกิดร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้านี้ เพราะหากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนเพียงพอ หลอดเลือดดำใต้ผิวหนังจะขยายใหญ่ขึ้นและยิ่งทำให้รอยคล้ำชัดขึ้น การกินอาหารที่ดีต่อร่างกายและดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็มีส่วนในการแก้ปัญหานี้รวมถึงปัญหาอื่น ๆ อีกเช่นกัน Tip : ลองเพิ่มหมอนมาหนุนหัวอีกสักใบ เพื่อลดการที่มีเลือดขังอยู่ที่ผิวใต้ดวงตาเยอะเกินไป ประคบเย็น การใช้ความเย็นประคบใต้ตานั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดความคล้ำใต้ตา ยิ่งโดยเฉพาะวันที่ตื่นมาตาบวมและคล้ำกว่าปกติ เพราะความเย็นจะช่วยลดการขยายของหลอดเลือดใต้ดวงตา ความคล้ำและปริมาณเลือดที่ไหลเวียนจึงน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้รอยคล้ำหมีแพนด้าจางลงเช่นกัน Tip : นอกจากถุงเจลเย็นหรือการใช้ช้อนโลหะแช่เย็น ที่หลายคนเคยลองกันมาบ้างแล้ว เราขอเสนออีกหนึ่งตัวเลือกอย่างถุงชา โดยการนำถุงชาที่เราชงกันเป็นปกติไปแช่ในน้ำร้อนจนชุ่ม หลังจากนั้นให้นำไปแช่ตู้เย็นไว้สักพัก ก่อนจะนำมาประคบที่ดวงตา […]

6 ปัจจัย กระตุ้นไมเกรน ให้ปวดจี๊ด

จดไว้เลย 6 ปัจจัย กระตุ้นไมเกรน ให้ปวดจี๊ด อาการปวดหัวข้างเดียว หรือที่เราเรียกกันว่าไมเกรน นั้น มีปัจจัย กระตุ้นไมเกรน ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่จะมีอยู่ 6 ปัจจัยหลักๆ ค่ะ ที่เป็นคล้ายๆ กัน ซึ่งพอจะเป็นแนวทางให้หลายคนที่อาจยังไม่แน่ใจว่าเป็นไมเกรนได้อย่างไร ได้คอยระวัง อาการไมเกรน  ปวดหัวแบบตุบๆ เพียงข้างใด ข้างหนึ่ง มักปวดบริเวณขมับ เหนือกระบอกตา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย  ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน เมื่อมีอาการปวดไมเกรน หลายคนมักจะมองหายาแก้ปวดไมเกรนประจำตัวกันก่อนเลย แต่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์อามิต แชคเดฟ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ลดอาหาร  พฤติกรรม รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงอาการปวดศีรษะไมเกรน อาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารที่มีรสเค็ม เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ เพราะโซเดียมทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ส่งผลต่อเส้นเลือดในสมอง สารให้ความหวาน เช่น แอสปาแตม พบว่าทำให้ระดับเซโรโทนินลดลง ยาเม็ดคุมกำเนิด เพราะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนลดลงในช่วงก่อนมีรอบเดือน การอดอาหาร เพราะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจากปกติ การอดนอนหรือเจ็ตแล็ก ส่งผลให้วงจรการนอนหลับผิดปกติไปจากเดิม […]

4 พฤติกรรมทำ กระดูกพรุน ถาวร

4 พฤติกรรมคาดไม่ถึง ต้นตอทำ กระดูกพรุน  กระดูกพรุน เป็นอีกหนึ่งภาวะที่น่ากลัว เพราะเมื่ออายุเยอะทุกคนต้องเผชิญกับภาวะดังกล่าว โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีปัจจัยให้ต้องสูญเสียมวลกระดูกไปมากมาย แต่นอกจากนั้นแล้ว พฤติกรรมบางอย่างที่เราทำโดยไม่รู้ตัวก็เป็นตัวเร่งให้เสียมวลกระดูกไปมากกว่าที่ควรด้วยค่ะ ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน ชา กาแฟ ช็อกโกแลต โกโก้ น้ำอัดลม ล้วนมีกาเฟอีน ซึ่งส่งผลเสียต่อกระดูกอย่างมาก  หนึ่ง มีฤทธิ์ขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะและอุจจาระ และยังลดการดูดซึมแคลเซียมของลำไส้ ส่งให้ผลรวมของแคลเซียมในร่างกายติดลบ ร่างกายจึงต้องพยายามหาแคลเซียมมาเติมเต็ม เนื่องจากแคลเซียมเป็นสารอาหารที่สำคัญมากในกระบวนการทำงานของร่างกายที่ไม่ใช่แค่การสร้างกระดูก แต่แคลเซียมยังทำให้การทำงานของระบบประสาทเป็นไปอย่างปกติ สอง  กาเฟอีนทำให้เซลล์ที่มีหน้าที่สร้างกระดูกสลายและตายไปในที่สุด ทำให้ไม่สามารถสร้างกระดูกเพิ่มได้ สาม กาแฟอาจจะทำให้เกิดการหกล้มได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจจะมีอาการใจสั่น มือสั่น กระวนกระวาย ทำงานมาก เดินมาก ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม นอกจากนี้น้ำอัดลมยังมีกรดฟอสฟอรัสที่อาจกัดกระดูกให้กร่อนลงได้อีกด้วย ซึ่งพบแนวโน้มในการเกิดกระดูกหักและมวลกระดูกลดลงในเพศหญิงชัดเจนมาก ดังนั้นหากคุณผู้หญิงทั้งหลายต้องการดื่มกาแฟให้ปลอดภัย ควรดื่มกาแฟไม่เกินวันละ 2 แก้วหรือน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ หรือควรดื่มกาแฟร่วมกับการดื่มนม กินอาหารชนิดอื่นๆ ที่ให้แคลเซียมในปริมาณเพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ  ไม่ออกกำลังกาย  คนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ รวมไปถึงคนชราหรือคนป่วยที่อยู่ในช่วงพักฟื้นที่ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายก็พบว่าสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกไปบางส่วนเช่นเดียวกัน มูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทยแนะนำให้ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-Bearing Sports/Physical Activity) ตัวอย่างเช่น วิ่ง กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก วันละ 30 – 40 นาที สัปดาห์ละ 3 – 4 […]

อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน สไตล์หมอลี่ “สุขภาพดีวันละ 1 นาที”

อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน สไตล์หมอลี่ “สุขภาพดีวันละ 1 นาที” อาหารบำบัด โรคออโต้อิมมูน หมอเป็นอายุรแพทย์ จบการศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 แล้วก็มาเรียนต่อด้านโรคภูมิแพ้ จากนั้นก็แต่งงานทำงานเยอะค่ะ อยู่เวรถี่มาก เดือนละ 20 วัน วันหนึ่งมีอาการตาแดง เลยไปหาหมอตา บอกว่าเป็นม่านตาอักเสบ เราก็คิดว่าเป็นภูมิต้านทานผิดปกติ รับการรักษาด้วยการหยอดยาสเตียรอยด์จนเกือบจะเป็นต้อหิน แต่ปรากฏว่าวันหึ่งอาการก็สงบ ส่วนหนึ่งมาจากการไม่อยู่เวร พักผ่อนเพียงพอ ทั้งนี้หมอก็ยังต้องหยอดตาด้วยสเตียรอยด์ไปเรื่อย ๆ หยุดไม่ได้ โรคจะกลับมา จนกระทั่งท้องลูกคนที่สอง ซึ่งห่างจากคนแรก 4 ปี หมอเริ่มสังเกตว่าแต่ละครั้งที่มีอาการม่านตาอักเสบชอบปวดฟันร่วมด้วย และก็เป็นการปวดในที่เดิม ๆ ไปหาหมอฟันก็ไม่พบอะไรผิดปกติ เลยไม่ได้เฉลียวใจอะไร จนกระทั่งหลังคลอดลูกคนที่สอง ปรากฏว่าเกิดมีแผลขึ้นทั้งปากเลย โดยตำแหน่งที่ปวดฟันบ่อย ๆ กลายเป็นแผลขนาดใหญ่มาก เลยมารู้ว่าโรคที่เราเป็นคือแผลเรื้อรังชนิดหนึ่งและไม่เคยรู้เลย จนกระทั่งมาเห่อทั้งปาก ทั้งที่จะว่าไป มันอยู่กับเรามานานเป็นสิบปี พอรู้อย่างนี้ก็เริ่มหาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านช่องปากและฟัน ได้ทั้งยาทา ยากิน มีคุณหมอคนหนึ่งตัดชิ้นเนื้อไปตรวจด้วย แต่ผลปรากฎว่า บริเวณนั้นกลับยิ่งรักษายากขึ้น ๆ […]

กินอยู่ตาม “นาฬิกาชีวิต” เสริมเกราะ ป้องกันมะเร็ง

เราคงเคยได้ยินคำว่า “นาฬิกาชีวิต” กันมาบ้างนะคะ โดยเฉพาะข้อมูลในเรื่องของเทรนด์สุขภาพต่าง ๆ แต่คุณผู้อ่านรู้หรือไม่ว่า นาฬิกาชีวิตนั้นมีความหมายว่าอะไร มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพอย่างไรบ้าง ฉบับนี้หมอเลยหยิบยกเรื่องนี้มาอธิบายให้ฟังค่ะ มีผลการวิจัยทางการแพทย์จากประเทศแถบฝั่งตะวันตกระบุถึงความสำคัญเรื่อง นาฬิกาชีวิต หรือ “Circadian Rhythms” ว่ามีความสัมพันธ์กับสุขภาพแต่ละบุคคล และมีความหมายถึงหลักการดำเนินวิถีชีวิตที่ขึ้นลงตามพระอาทิตย์ซึ่งจะถูกควบคุมโดยแสงและอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายและอวัยวะจะเริ่มทำงานตามวงจรในแต่ละวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ทฤษฎีนี้ตรงกับตำราของศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นแนวความคิดซึ่งเน้นให้ความสำคัญเรื่องของสุขภาพกับการดำเนินชีวิตของแต่ละคน โดยทฤษฎีของจีนจะเปรียบเทียบกับหลักการพื้นฐานการกินการอยู่อย่างเซียน ซึ่งเซียนในภาษาจีนตรงกับคำว่า “(消渴)” Xian มีความหมายถึงคนที่มีชีวิตอมตะหรือไม่แก่ไม่ตายนั่นเอง ตัวอักษร ภาษาจีนซึ่งมาจากการวาดรูป ตัวด้านหน้าแปลว่า “คน” ตัวด้านหลังแปลว่า “ภูเขา” รวมกันเป็น “คนที่อยู่ในภูเขา” หมายถึงวิถีชีวิตของเขาที่จะปรับตัวตามธรรมชาติและอยู่กับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ หลักการคือ การใช้ชีวิตและการปรับตัวให้เป็นไปตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ตื่นและเข้านอนให้เหมือนกับไก่ วิถีชีวิตของไก่ คือจะตื่นขันตอนมีแสงรุ่งเช้า และพอช่วงเวลาค่ำหมดแสงอาทิตย์ ไก่ก็จะเข้านอนในเล้า และการมีนาฬิกาชีวิตที่ดีต้องใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด เลือกกินตามฤดูกาล กินอาหารตามท้องถิ่น และต้องมาจากแหล่งธรรมชาติที่ปลอดสารพิษ “โรคมะเร็ง” ตามตำราศาสตร์การแพทย์จีนจัดอยู่ในกลุ่มโรคที่มาจากก้อนเลือดผสมกับเสลด ซึ่งการมีเสลดปนอยู่ด้วยทำให้โรคกลุ่มนี้เป็นประเภทโรคที่หายช้า เมื่อเลือดรวมตัวกันเป็นก้อนนั้น ส่งผลให้พลังงานของร่างกายไหลผ่านได้ยาก เกิดการติดขัดของพลังงาน จึงทำให้เกิดการอุดตันของอวัยวะได้หลายจุด เมื่อมีการอุดตันมากขึ้น ก้อนลิ่มเลือดนั้นก็จะขยายตัวใหญ่ขึ้น […]

6 WAYS ลดการรับสารพิษ ลดเสี่ยงมะเร็ง

6 WAYS ลดการรับสารพิษ ลดเสี่ยงมะเร็ง คุณหมอมิตเชลกล่าวว่า วิธี ลดเสี่ยงมะเร็ง ในเมื่อเราทุกคนใช้เวลาอยู่ที่บ้านอย่างน้อยวันละ 8 – 10 ชั่วโมง ก็ควรทำให้บ้านเป็นสถานที่ปลอดสารพิษให้ได้มากที่สุด เน้นการสร้างบ้านโดยใช้วัสดุธรรมชาติ โดยเฉพาะส่วนตกแต่งภายใน ลดการใช้สีทาภายในอาคารและสารเคลือบเงา งดใช้วัสดุสังเคราะห์ เปลี่ยนไปใช้การตกแต่งด้วยผนังไม้ อิฐ หรือหินขณะที่ส่วนก่อสร้างภายนอกหรือโครงสร้างอื่น ๆ สามารถใช้วัสดุทั่วไปได้ตามปกติ แต่ถ้าทำได้ควรใช้วัสดุธรรมชาติทั้งหมด เลือกเครื่องเรือนให้ปลอดภัย แนะนำให้เลือกจากผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐานยุโรป (European Standard Class 1 – E1) ซึ่งมีสารเคมีตกค้างที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตาและระบบหายใจหรือก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในระดับต่ำมาก คือ 0.005% ของไม้ทั้งแผ่น ต่ำกว่าไม้พาร์ติเคิลบอร์ดและไม้เอ็มดีเอฟโดยทั่วไปถึง 6 เท่า ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้เครื่องเรือนที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หวาย ไม้ไผ่ ที่ปราศจากการทาสีและสารเคลือบเงา ลดการใช้สารเคมีในบ้าน เริ่มจากน้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ ที่ผสมสารเคมี เปลี่ยนมาใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ทำเอง ตัวอย่างเช่น น้ำยาล้างจาน ใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า […]

HEALTHY THAI FOOD สุขภาพดีขึ้นสู่เวทีโลก

Q : เรียนคุณหมอสันต์ ที่คุณหมอบอกว่าควรสร้างอาหารไทยในเวทีโลกให้กลายเป็นอาหารไทยเพื่อสุขภาพ (Healthy Thai Food) ถ้าผมคิดจะทำ จะต้องทำอย่างไร มีประเด็นสำคัญอะไรบ้างครับ Healthy Thai Food A : ประเด็นที่ 1 เนื้อหาสาระของการเป็นอาหารเพื่อสุขภาพมีอยู่ 5 เรื่อง คือ ต้องเป็นพืช (Plant Based) คือ เป็นอาหารพืชเป็นหลัก ถ้ามีเนื้อสัตว์ก็จะเป็นแค่กระสาย หรือส่วนประกอบ ต้องเป็นอาหารในรูปแบบใกล้ธรรมชาติ (Whole Food) ซึ่งมีประเด็นย่อยสำคัญ 2 ประเด็น คือ ไม่มีการสกัด หมายถึง การแยกเอามาแต่ส่วนที่ให้แคลอรี เช่น เอามาในรูปของน้ำมัน หรือน้ำตาล หมายความว่าน้ำมันกับน้ำตาลเป็นอาหารสกัดเอากากทิ้ง ซึ่งไม่ใช่อาหารสุขภาพ ไม่มีการขัดสี หมายถึง การขัดผิวของธัญพืชหลาย ๆ ครั้ง เพื่อเอารำออกจากเมล็ด เช่น การขัดข้าวกล้องให้เป็นข้าวขาว อาหารไทยที่ดีจึงต้องเป็นข้าวกล้อง ไม่ใช่ข้าวขาว มีคุณค่าต่อหน่วยแคลอรีสูง (Nutrient […]

DID YOU KNOW ? ดีท็อกซ์ ด้วยน้ำกาแฟ แบบชีวจิต

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ดีท็อกซ์ (Detox) ซึ่ง อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง ผู้ก่อตั้งองค์ความรู้ชีวจิต อธิบายเรื่องของการทำดีท็อกซ์ไว้อย่างชัดเจนว่า เป็นการขับท็อกซินออกจากร่างกายวิธีหนึ่ง ซึ่งต้องทำด้วยความเข้าใจ เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ดีท็อกซ์ (Detox) ปักษ์นี้เราจึงนำบทความที่อาจารย์สาทิสเคยเขียนไว้มาแนะนำผู้อ่านอีกครั้ง ดังนี้ การล้างท็อกซิน (Detox) Detox ย่อมาจาก Detoxification คือการกำจัด Toxin ออกจากร่างกาย ท็อกซินคือพิษ แต่ไม่ใช่ยาพิษท็อกซินคือพิษ (สารพิษ) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายเรา โดยเกิดได้หลายวิธี ทั้งเกิดจากการกินที่ผิดและเกิดจากระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราบกพร่อง หรือแม้แต่การเกิดความเครียดก็สร้างท็อกซินให้เกิดขึ้นได้ พูดง่าย ๆ ว่าการกินและการปฏิบัติตัวผิด ๆ ในชีวิตประจำวันทำให้เกิดท็อกซินในตัวเรา การทำดีท็อกซ์มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อกำจัดท็อกซินออกจากร่างกายโดยการล้างท็อกซินในลำไส้ใหญ่ ไม่ใช่ทำเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยของโรคต่าง ๆ หรือเพื่อแก้อาการท้องผูก การถ่ายอุจจาระออกมาด้วยถือเป็นเพียงผลพลอยได้ ส่วนวิธีการทำให้ท็อกซินออกจากร่างกายนั้นมี 5 วิธี คือ การสวนท้อง (สวนทวาร) การอบไอน้ำ อบซาวน่า การออกกำลังกายบริหารและการนวด การใช้ยาสมุนไพรและเอนไซม์ การถ่ายเลือด ในที่นี้เราคงจะขออธิบายถึงวิธีการสวนท้อง ซึ่งน้ำที่จะใช้ทำดีท็อกซ์นั้นมีหลายสูตร […]

7 ผลกระทบสุดเลวร้าย เมื่อคุณ นอนดึก เป็นประจำ

ผลกระทบสุดเลวร้าย เมื่อคุณ นอนดึก เป็นประจำ ใครๆ ก็เคย นอนดึก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แต่ถ้าคุณยังทำอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็น ‘นิสัย’ ติดตัว การนอนดึกอาจเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไปตลอดเพราะการนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลเสียต่อสุขภาพ มากกว่าถุงดำใต้ตาแน่นอน 1. ปัญหาผิวมาเยือน ข้อนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบายก็ได้นะ เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้ว เพราะการนอนหลับไม่เพียงพอ นอกจากคุณจะดูไม่ค่อยสดชื่น มันอาจส่งผลการฟื้นฟูผิวที่ได้ประสิทธิภาพลดลงในยามที่ร่างกายต้องการพักผ่อน และเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะสร้างความ “ไม่สดชื่น” ให้กับหน้าคุณไปแบบถาวร เช่น อาการหน้าแก่เกินวัย เพราะช่วงเวลาที่คุณนอนหลับ ร่างกายจะฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังผลิตสารคอลลาเจนและโปรตีนที่ทำให้ผิวหนังของคุณเต่งตึงและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นอกจากนี้ คุณมีสิทธิ์รับโชคชั้นที่สอง คือ ปัญหาสิวบนใบหน้า ฉะนั้น จึงไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดไหนที่จะดีเทียบไปกว่าการนอนหลับเต็มอิ่มได้เลย 2. บอกลาอารมณ์ทางเพศ คุณอ่านมันไม่ผิดหรอก การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถทำให้คุณรู้สึกหมดอารมณ์กับเรื่องกิจกรรมบนเตียงได้อย่างเหลือเชื่อ เป็นเพราะร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตฮอร์โมนเทสทอโรนได้มากพอ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่คุณนอนหลับลึกที่สุดเท่านั้น 3. ผมบางสุดๆ  เรากินผงชูรสมากไป? หรือเป็นเพราะใช้แชมพูไม่ถูกกับหนังศีรษะ? ก็อาจจะมีส่วนบ้าง แต่ถ้าคุณอดนอนเป็นเวลาหลายๆ วันติดกัน มีงานวิจัยเผยให้เห็นว่ามีการเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนระหว่างอาการผมร่วงและอาการนอนไม่หลับ เป็นเพราะอาการนอนไม่หลับนั้นมักจะมาควบคู่กับภาวะความเครียดภายในจิตใจ ส่งผลไปถึงระดับฮอร์โมนภายในร่างกายที่อาจจะทำให้เกิดภาวะ “หัวล้าน” จากการวิจัยเผยให้เห็นว่า กว่าครึ่งของผู้ชายทั่วโลกกำลังประสบปัญหานี้อยู่! 4. […]

ไม่มีเซ็กซ์ ไม่ผิดหรอก แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ไม่มีเซ็กซ์ ไม่ผิดหรอก แต่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ใครที่ นานๆ ที มีเซ็กซ์ที หรือ ไม่มีเซ็กซ์ มานานหลายปี อาจต้องดูแลสุขภาพมากขึ้นหน่อย เพราะการที่ไม่ทำการบ้าน จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟินน้อยลง ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่า ‘สารเอ็นดอร์ฟิน’ เป็นฮอร์โมนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติที่ผลิตจากภายในร่างกายหลังทำกิจกรรมต่างๆ  เช่น การออกกำลังกาย การมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ดังนั้น การขาดหายไปของเซ็กส์จึงส่งผลต่อฮอร์โมนนี้ที่อาจขาดหายตามไปด้วย แต่ถ้าคุณไม่มีคู่นอนที่จะทำเรื่องอย่างว่า เราก็แนะนำให้หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งช่วยได้เหมือนกัน ความเครียดสะสมมากขึ้น ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์เซ็กส์อันยอดเยี่ยมมาก่อน ก็น่าจะสัมผัสได้ถึงความสุขในช่วงเวลานั้นว่าเป็นอย่างไร ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารฉบับหนึ่งเมื่อปี 2005 ทางชีวจิตวิทยาชี้ให้เห็นว่า การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนมีประสิทธิภาพมากกว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เพราะการมีเซ็กซ์ นอกจากจะช่วยเพิ่มระดับสารเอ็นดอร์ฟินแล้ว ยังช่วยหลั่งฮอร์โมนอ็อกซิโทซิน (Oxytocin) ที่ผลิตโดยสมอง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยยับยั้ง ‘คอร์ติซอล’ (Cortisol) ฮอร์โมนแห่งความเครียดที่ส่งผลเสียต่อร่างกายในด้านต่างๆ เช่น นอนไม่หลับ หิวตลอดเวลา ระบบทางเดินมีปัญหา อารมณ์หงุดหงิดง่าย เป็นต้น นอกจากนี้ ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Family Psychology ในปี 2010 ซึ่งทดลองกับนักศึกษาหญิงในวิทยาลัยถึงระดับความเครียดในแต่ละวัน […]

กระดูกสันหลัง เสียเร็วแน่ ถ้าติดพฤติกรรมเหล่านี้

กระดูกสันหลัง เสียได้ง่ายๆ หากคุณยังติดทำพฤติกรรมเหล่านี้ กระดูกสันหลัง นอกจากเป็นโครงสร้างแข็งแรงที่ปกป้องแกนของไขสันหลังแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลัง และยังเชื่อมต่อกับกะโหลกศีรษะ กระดูกสะบัก กระดูกเชิงกราน และกระดูกซี่โครง สำคัญขนาดนี้ เราจึงอยากจะชวนทุกคนมาดูแลกระดูกสันหลังกันซักหน่อย เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชินที่จะทำร้ายกระดูกสันหลังของเราอย่างไม่รู้ตัว มาดูกันว่าอะไรบ้าง ที่เราควรจะเลิกเพื่อช่วยถนอมรักษากระดูกสันหลังของเรา 1. นั่งไขว่ห้าง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คุณสาวๆ อย่านั่งไข่วห้างเลยค่ะ ถึงนั่งแล้วจะได้สรีระรูปตัวเอส ( s ) ดึงดูดสายตาชวนให้เหลียวมอง แต่สังเกตซักนิดว่าเวลาเรานั่งไขว่ห้างนานๆ เท้าอาจจะเริ่มชาจนต้องสลับข้าง เพราะเลือดเดินไม่สะดวก เวลานั่ง ตัวก็จะตะแคงบิดมาอีกด้านหนึ่ง ยิ่งถ้านั่งเป็นประจำน้ำหนักตัวก็จะทิ้งไปด้านเดียว กระดูกก็จะถูดบิดเป็นประจำทำให้หลังเสียโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้นั่งวางเท้าชิดกันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง แล้วหันไหล่ตรงก็เป็นท่านั่งที่ทำให้หุ่นดูสวยไม่แพ้กันเลย 2. การกอดอก ถึงมีเรื่องที่ต้องขบคิด เครียด หรือมีเรื่องหนักอก แนะนำว่าอย่าเอามากอดไว้กับอกเลย เพราะเวลาที่เรากอดอกนั้น สรีระช่วงบน อย่างสะบัก และหัวไหล่ต้องยืดยาว และค้อมไปด้านหน้า แถมคอก็ยังยืดออกเหมือนเต่า ทำให้ปวดหลังได้แบบไม่รู้ตัว อีกทั้งจะทำให้เลือดยังไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี เกิดอาการปวดหัวได้อีก กอดอก อีกท่วงที่เคยชินแต่อาจทำร้ายหลังแบบไม่รู้ตัวเลย 3. ท่ายืนพักขา การยืนพักขาแม้จะจะเป็นท่าที่สบาย แต่ทราบไหมคะว่าการพักขาจะเป็นการทิ้งน้ำหนักให้เป็นภาระด้านกับร่างกายด้านหนึ่ง […]

ไม่อยากเสี่ยงโรค ต้องอ่าน ฉลาก ก่อนซื้อของ

ไม่อยากกินสารอันตราย พลิก ฉลาก อ่านก่อนซื้อ ทุกวันนี้การพลิกอ่าน ฉลาก ของอาหารที่จะซื้อเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล หรือโซเดียม ล้วนเป็นอัตรายต่อสุขภาพ แต่นอกจาก 2 อย่างนี้แล้ว ก็มีสารบางชนิดที่เป็นสารอันตรายด้วยเหมือนกัน ดังนั้นใครที่ไม่อยากป่วย ต้องพลิกฉลากอ่าน แล้วมาดูกันค่ะว่า อาหารแต่ละประเภทมีสารอะไรที่เราควรเลี่ยงบ้าง เนื้อสัตว์แปรรูป ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกแฮม ไส้กรอก เบคอน หรือลูกชิ้น โดยปกติชีวจิตก็ไม่แนะนำให้กินกันอยู่แล้ว แต่ถ้าห้ามใจไม่ไหวจริงๆ อย่าลืมพลิกฉลากมาอ่านก่อนนะคะ ว่าต้องไม่มีสารเหล่านี้ ไนเตรตหรือไนไตร์ต (Nitrates/ Nitrites) โดยปกติผู้ผลิตจะใส่สารไนเตรต หรือไนไตร์ตลงไปเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเมื่อโดนความร้อนจะกลายเป็นสาร คาร์ซิโนเจน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง (ยืนยันโดย WHO) ทั้งนี้สารเคมีสองตัวนี้จะทำให้เนื้อสัตว์มีสีแดง ฉะนั้นนอกจากการอ่านฉลากแล้ว เราจึงสังเกตได้ง่ายตรงที่เนื้อสัตว์นั้นๆ จะมีสีแดงผิดปกติด้วย โพรพิลแกลเลต (Propyl gallate) เมื่ออ่านฉลากอาหารแล้วพบสารตัวนี้บอกตัวเองเลยว่า นอกจะเป็นสารคาร์ชิโนเจนก่อมะเร็งแล้ว สารโพรพิลแกลเลตยังทำให้เกิดโรคผิวหนังในผู้บริโภคบางราย มิหนำซ้ำยังทำลายตับและไตอีกด้วย ขนมปังและขนมอบต่างๆ ขนมปังทุกชนิด ไม่ว่าจะผลิตจากแป้งขาวหรือแป้งโฮลวีต หากเป็นขนมปังที่ผลิตจากระบบอุตสาหกรรมที่มีอายุหลายๆ วัน ควรเลี่ยงสารเหล่านี้ค่ะ โพแทสเซียมโบรเมท (Potassium bromate) เป็นสารเคมีที่ช่วยให้ขนมปังมีความยืดหยุ่น เหนียว อร่อย โดยหากเราอ่านฉลากอาหารแล้วพบสารตัวนี้ ให้รู้เลยว่าเรากำลังจะกินสารก่อมะเร็ง ตามกฎหมายของประเทศแคนาดา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป […]

5 ดอกไม้ช่วยนอนหลับ พร้อมต้านมะเร็ง

ดอกไม้ช่วยนอนหลับ ต้านมะเร็งได้ ใครที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ น่าจะกำลังมองหาตัวช่วยอยู่ แต่นึกไม่ออกว่าควรใช้อะไรดี วันนี้ชีวจิตขอแนะนำ 10 ดอกไม้ช่วยนอนหลับ ที่สำคัญยังมีสารแอนติออกซิแดนต์สูง ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ ดอกบัวหลวง มีหลากหลายสายพันธุ์มาก แต่ขอแนะนำดอกบัวฉัตรสีชมพู (สัตตบงกช) หรือสีขาว (สัตตบุษย์) จุดเด่นของดอกบัวหลวงคือ มีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ในเกสร ช่วยให้นอนหลับและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี สามารถกินได้ทั้งกลีบดอกและเกสร แต่ขอให้เลือกดอกบัวที่ไม่ฉีดยาฆ่าแมลง Guru Recommended ดื่มชาดอกบัวหรือเมนูเมี่ยงดอกบัว ดอกอัญชัน ดอกไม้สีม่วงที่อุดมไปด้วยแอนโทไซยานิน สารแอนติออกซิแดนต์ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและประสิทธิภาพในการมองเห็น เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ใช้สายตา กลุ่มที่เป็นสมาร์ทโฟนซินโดรม และช่วยให้นอนหลับได้ดีอีกด้วย Guru Recommended ดื่มชาดอกอัญชัน หรือกินสดจิ้มนำพริก ดอกคำฝอย นอกจากสารสีเหลืองของดอกคำฝอยจะช่วยลดระดับไขมันในเลือดและป้องกันการเกิดโรคหัวใจแล้ว ยังนำไปเข้าตำรับยาบำรุงเลือดได้อีกด้วย การชงดื่มอุ่น ๆ ก่อนนอนจะช่วยให้ นอนหลับ ตื่นนอนแล้วรู้สึกสดชื่น ไม่งัวเงียระหว่างวัน Guru Recommended ดื่มชาดอกคำฝอยก่อนนอน ดอกกุหลาบมอญ หรือคนไทยเรียกว่า ดอกยี่สุน เป็นดอกกุหลาบที่มีลักษณะกลีบอ่อนและบาง น้ำมันหอมระเหยจากดอก มีสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูง เช่น วิตามินเอ วิตามินอี […]

keyboard_arrow_up