ป้องกันและรักษา ” ซีสต์ในรังไข่ ” โรคใกล้ตัวที่ควรรู้ไว้ก่อนจะสาย

” ซีสต์ในรังไข่ ” ภัยใกล้ตัวสำหรับคุณผู้หญิง มาทำความรู้จักเพื่อป้องกันและรักษาก่อนจะสายเกินแก้ วันนี้ชวนทุกท่านมาทำความรู้จักกับ ” ซีสต์ในรังไข่ ” ภัยใกล้ตัวสำหรับคุณผู้หญิง เพราะอาจจะมาโดยไม่สัญญาณเตือน มาทำความรู้จักเพื่อเป็นหนทางในการป้องกันและรักษากันดีกว่า ซีสต์ คืออะไร ? ซีสต์ หรือ cyst ในภาษาอังกฤษหมายถึง “ ถุงน้ำ ” โดยร่างกายของคนเรานั้น จะมีโอกาสที่จะเกิดซีสต์ได้แทบทุกอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง กระดูก หรือแม้กระทั่งสมอง แต่อวัยวะภายในของเพศหญิงนั้น จะมีความพิเศษกว่าเพศชาย เพราะเพศหญิงจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ คือ มดลูก และรังไข่ ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีโอกาสเกิดซีสต์ได้ง่าย โดยเฉพาะรังไข่ เพราะเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นถุง ดังนั้นโรคซีสต์จึงไม่ใช่โรคไกลตัวของคุณผู้หญิงอย่างที่หลายคนคิด โดยซีสต์จะมีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งสามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติจะทำให้เกิดการคั่ง มีถุงน้ำในรังไข่ หรือไข่ไม่ตก ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็กในรังไข่ทั้งสองข้าง หรือมีการแบ่งเซลล์ในรังไข่ที่ผิดปกติไป ทำให้รังไข่มีโอกาสเกิดซีสต์ที่รังไข่ได้บ่อยกว่าอวัยวะอื่น ๆ หากพบในคนอายุน้อยมักจะเป็นซีสต์ปกติที่หายได้ แต่ถ้าพบในคนวัยใกล้หมดประจำเดือนอาจเป็นซีสต์ผิดปกติที่มีโอกาสเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งก็ได้ ซีสต์ในรังไข่ หรือถุงน้ำในรังไข่ สามารถพบได้ทั่วไปในผู้หญิงที่มีประจำมาเดือนไม่ปกติและมีไข่โตเต็มที่พร้อมผสมพันธุ์ แต่ไข่กลับไม่ตกกลายเป็นประจำเดือนส่งผลให้น้ำในมดลูกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้ท้องบวม คล้ายกับตั้งครรภ์ประมาณ 1-2 […]

” ครอบแก้ว ” การบำบัดการรักษาอาการป่วยตามแพทย์แผนจีนเพื่อสุขภาพที่ดี

” ครอบแก้ว ”  การบำบัดการรักษาอาการป่วยตามแพทย์แผนจีน ช่วยรักษาอาการป่วยได้หลากหลาย ขจัดสารพิษ เพื่อสุขภาพที่ดี วันนี้ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ ครอบแก้ว การบำบัดรักษารักษาทางเลือกของแพทย์แผนจีนชนิดหนึ่ง โดยการนำถ้วยแก้วแบบเฉพาะมาวางบนผิวหนังพร้อมความร้อน มาเคลียร์ให้ชัดครอบแก้วคืออะไร? ที่นี้มีคำตอบ ครอบแก้ว คืออะไร? การครอบแก้ว (Cupping Therpy) เป็นศาสตร์การแพทย์จีนโบราณที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับการฝั่งเข็ม ที่มีบันทึกในหนังสือและมีประวัตินาวนานกว่า 2,000 ปีมาแล้ว โดยนำถ้วยแก้วแบบเฉพาะมาวางไว้บนผิวหนังพร้อมใช้ความร้อนให้แก้วดูดผิวหนังขึ้นมา สามารถรักษาอาการป่วย อาทิเช่น บรรเทาอาการเจ็บปวด ช่วยในการไหลเวียนเลือก ผ่อนคลาย หรือช่วยในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย แต่เดิมสมัยก่อนยังไม่มีแก้ว ชาวจีนจึงใช้เขาสัตว์ กระบอกไม้ไผ่แก่ หรือกระปุกเซรามิก ที่มีความกลวงเป็นอุปกรณ์หลักในการครอบและจึงได้วิวัฒนาการเปลี่ยนมาเป็นแก้วจนกระทั่งปัจจุบัน ครอบแก้วทำอย่างไร? แพทย์สอบถามอาการผู้ป่วยและจับชีพจร (แมะ) เพื่อวินิจฉัยโรค จากนั้นแพทย์จะทำการรักษาโดยใช้แก้วสีใสปลอดเชื้อ อาศัยความร้อนไล่อากาศภายในแก้วเพื่อให้เกิดภาวะสุญญากาศ จากนั้นครอบแก้วลงบนผิวหนัง แก้วจะดูดผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นมา ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนสี การครอบแก้วแบบครอบทิ้งไว้บนผิวหนัง เพื่อรักษาอาการปวดจากความเย็น ปวดจากร่างกายเสียสมดุล หรือปวดเฉพาะที่ การครอบแก้วแบบเคลื่อนไหวหรือการเดินถ้วย (โจ่วก้วน) เพื่อรักษาอาการปวดจากลมปราณติดขัด และอาการชา การครอบแก้วแบบดึงเร็ว (ส่านก้วน) ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดและชาที่ผิวหนัง หรือสมรรถภาพ (ทางร่างกาย) เสื่อมถอย การครอบแก้วที่ประสานกับการใช้เข็มปลอดเชื้อ […]

” การฝังเข็ม ” รักษาอาการปวดประจำเดือนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

มารักษาอาการปวดประจำเดือนกับ ” การฝังเข็ม ” ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ที่เป็นปัญหากวนใจสำหรับผู้หญิงมากที่สุดกันเถอะ เรามาทำความรู้จัก การฝังเข็ม ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ช่วยรักษาอาการปวดประจำเดือน ซึ่งเป็นปัญหากวนใจสำหรับผู้หญิงหลายท่าน ถ้าหากรักษาด้วยการฝังเข็มจะสามารถรักษาอาการปวดประจำเดือนได้อย่างไร ทำความรู้จัก “การฝังเข็ม” การฝังเข็ม ศาสตร์ที่ใช้รักษาโรคที่มีประวัติเป็นมาอันยาวนาน  ประมาณ 4,000 ปี  นับตั้งแต่จีนยุคโบราณ จะเห็นได้จากคัมภีร์โบราณต่างๆของชาวจีนในยุคโบราณ โดยช่าวจีนในยุคโบราณ เชื่อว่า การฝังเข็มไปยังจุดบางตำแหน่งในร่างกาย สามารถกระตุ้นเลือดและลมปราณให้ไหลเวียนได้โดยไม่ติดขัด จึงทำให้อวัยวะที่ทำงานผิดปกติไปนั้นกลับคืนสู่สภาพปกติ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็จะหายไป ซึ่งได้มีการพัฒนาและมีการวิจัยกันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทำให้ทราบเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์หลายอย่าง  ที่นำมาอธิบายผลของการรักษาด้วยการฝังเข็มได้ กระทั่งปี 1979  องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้ประกาศรับรองผลการรักษา 57 โรค และสามารถแบ่งกลุ่มโรคต่างๆได้ดังต่อไปนี้ได้แก่ กลุ่มอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ปวดสะบัก ปวดเข่า ปวดศีรษะ ไมเกรน ปวดเรื้อรัง อัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งมีรายงานว่า การฝังเข็ม ร่วมกับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วยได้ดีขึ้นกว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเดียว […]

รู้จัก โรคมนุษย์น้ำ หรือโรคที่มี เหงื่อออกมือ พร้อมคำแนะนำเพื่อการรักษา

โรคมนุษย์น้ำ ที่มี เหงื่อออกมือ สามารถรักษาให้หายขาดได้ โรคมนุษย์น้ำ หรือโรค เหงื่อออกมือ หากไม่ประสบปัญหาด้วยตัวเอง หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่านอกจากจะทำให้เกิดความรำคาญในชีวิตประจำวันแล้ว อาการแต่ละคนจะมีผลต่อกิจวัตรประจำวัน เริ่มตั้งแต่การหยิบจับอะไรก็ตาม ก็จะมีเหงื่อซึมออกมาตลอดเวลา ยังส่งผลทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจ ในบางรายอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตและทำให้เกิดปัญหาต่อคุณภาพชีวิตประจำวันได้ โรคนี้คืออะไร นพ.ศิระ เลาหทัย  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่า อาการของโรคเหงื่อออกที่มือ มักจะเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง คนไทยป่วยเป็นโรคนี้เฉลี่ย 3%ของประชากรในประเทศ สามารถพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเท่า ๆ กัน โดยอาการที่เกิดขึ้นมักจะไม่สัมพันธ์ต่อการออกกำลังกาย ท่าทางหรือสภาวะอากาศ ในบางรายอาจมีอาการร่วม  เช่น  เหงื่อออกบริเวณรักแร้และฝ่าเท้าทั้งสองข้าง อาการของโรคนี้มีทั้งหมด 2 สาเหตุ คือ สาเหตุแรก เกิดจากปัจจัยภายนอกที่มีสิ่งเร้า เช่น โรคไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน โรคทางระบบประสาทหรือผลข้างเคียงจากยาที่ทาน อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลคือปัจจัยภายใน คือ การที่เส้นประสาทระบบอัตโนมัติของคนนั้นเกิดการกระตุ้นที่ผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดการทำงานที่มากเกินไป ซึ่งในกลุ่มนี้มักพบในคนอายุน้อย การรักษาโรคนี้สามารถรักษาได้ตั้งแต่การใช้ยาระงับกลิ่นกายหรือสเปรย์ ที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminum Chloride) ซึ่งสารตัวนี้จะส่งผลทำให้ต่อมเหงื่อทำงานน้อยลง แต่มักจะได้ผลเฉพาะเวลาที่ทาเท่านั้น นอกจากนี้การใช้ยาชนิดรับประทาน คือ ยาที่มีส่วนผสมของ Anticholinergic มักใช้ในกลุ่มคนไข้ที่มีอาการน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ยาชนิดรับประทานอาจมีผลข้างเคียง ทำให้เกิดอาการ เช่น ปากแห้ง ท้องผูก คลื่นไส้และอาเจียนได้  สงสัยว่าเป็น หรือเป็นแล้วรักษาอย่างไรได้บ้าง สำหรับวิธีการการรักษามีหลายวิธี  เช่น รักษาโดยการฉีดยาที่มือโดยใช้กลุ่มยา Botulinum Toxin โดยส่วนมากมักสามารถคุมอาการได้ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนวิธีการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องตัดเส้นประสาทบางส่วน (Thoracoscopic […]

ติดโควิด ผ่านไป 14 วัน ทำไมเหมือนยังไม่หาย มาอ่านข้อมูลน่าสนใจกัน

ติดโควิด แต่ดูเหมือนไม่หายสักที เกิดอะไรขึ้น อย่างที่ทราบกันดีว่าระยะการรักษาตัวของผู้ติดเชื้อ “COVID-19” คือ 14 วัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะไม่หลงเหลืออาการที่แสดงถึงการติดเชื้ออีกแล้ว แต่ในผู้ป่วยบางรายกลับยังมีอาการหลงเหลืออย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน หลัง ติดโควิด แม้ทำการรักษาตัวครบ 14 วันแล้วก็ตาม อาการดังกล่าวเรียกว่า “Post Covid Syndrome” หรือ “Long COVID” ลองโควิด เกิดขึ้นได้ และใกล้ตัวกว่าที่คิด Long COVID เป็นอาการเจ็บป่วยที่มีลักษณะคล้ายช่วงที่รักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีโอกาสเกิดกับผู้ติดเชื้อที่รักษาหายแล้ว 30-50% ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเกิดภาวะ Long Covid นั่นก็เป็นเพราะ หากมีการติดเชื้อร่างกายจะถูกกัดกร่อนความสมบูรณ์ ทั้งจากการได้รับยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน และจากเชื้อไวรัสที่เข้าทำลายระบบภายในร่างกายโดยในแต่ละรายจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ผู้ที่หายป่วยบางรายยังไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อาการเป็นอย่างไรบ้าง ลิ้นชา หรือ การรับรสชาติอาหารไม่เหมือนเดิม จมูกไม่ได้กลิ่น มีไข้ ไอ หอบเหนื่อย หายใจไม่ทัน เจ็บหน้าอก ปวดตามข้อ กล้ามเนื้อลีบ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ระคายเคืองบริเวณดวงตา และมีน้ำตาไหล มีภาวะสมองล้า เหนื่อยง่าย และร่างกายไม่สดชื่น มีอาการปวดท้อง ท้องร่วง อาหารไม่ย่อย มีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า […]

แพทย์แผนไทย กับการดูแลผู้ป่วยที่มี อาการหลังติดเชื้อโควิด-19

ดูแล อาการหลังติดเชื้อโควิด-19 ด้วยแพทย์แผนไทย แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มี อาการหลังติดเชื้อโควิด-19 โดยกระทรวงสาธารณสุขผนึกกำลังเครือข่ายด้านการแพทย์แผนไทยทั่วประเทศ จัดโครงการ “แพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด 19” นำองค์ความรู้แพทย์แผนไทย ยาแผนไทย สมุนไพร ดูแลผู้ป่วยโควิด 19 ที่อยู่ในระบบ HI /CI และกลุ่มที่มีอาการหลังติดเชื้อ พร้อมแนะนำยาฟ้าทะลายโจรและยาแผนไทยเป็นทางเลือกช่วยรักษาผู้ป่วยกลุ่มที่มีอาการน้อยได้ผลดี ที่มาที่ไป เมื่อเร็วๆนี้ ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมการถ่ายทอดองค์ความรู้การดูแลผู้ป่วยอาการหลังติดเชื้อและได้รับผลกระทบระยะยาวจากโรคโควิด 19 ด้วยการแพทย์แผนไทย โดยมี นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์การทางเลือก และเครือข่ายการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกอื่นๆ ร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแถลงข่าว “แพทย์แผนไทยรวมพลังทั้งแผ่นดินสู้ภัยโควิด” ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้บูรณาการองค์ความรู้ศาสตร์การแพทย์ทุกแขนงเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยปี 2565 ได้จัดสรรงบประมาณ 246 ล้านบาท ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจัดหายาสมุนไพรเพื่อใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “แพทย์แผนไทยสู้ภัยโควิด 19” สนับสนุนชุดยาสมุนไพรให้กับสถานบริการสาธารณสุขของรัฐที่มีการจัดบริการแพทย์แผนไทยทุกแห่งทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 […]

น้ำมันกัญชา ไม่ใช่พาเมา แต่มีสารพัดประโยชน์ ช่วยรักษาโรคและอาการ

น้ำมันกัญชา ไม่ใช่พาเมา แต่มีสารพัดประโยชน์ ช่วยรักษาโรคและอาการ น้ำมันกัญชา ได้รับอนุญาตให้ใช้ในทางการแพทย์ และกลายเป็นรูปแบบยาประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากมีประโยชน์และสรรพคุณที่ช่วยรักษาโรคได้ แต่การจะใช้น้ำมันชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัย ก็ควรศึกษาข้อมูลและวิธีใช้ที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ น้ำมันกัญชาคืออะไร คือสารสกัดเข้มข้นจากต้นกัญชา ที่นำมาทำให้เจือจางเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในรูปแบบยาทางการแพทย์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลิตเป็นยารักษาโรค มีการนำไปผสมกับส่วนผสมต่างๆ ให้เหมาะแก่การรักษาในแต่ละประเภท เช่น นำไปหยดใต้ลิ้น นำไปทาบนผิวหนัง เป็นต้น สรรพคุณน้ำมันกัญชาในทางการแพทย์ รักษาโรคอะไรได้บ้าง? ประโยชน์และสรรพคุณของน้ำมันกัญชาถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ เพื่อรักษาอาการและโรคบางชนิด เช่น ใช้บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง บำรุงสุขภาพ รวมถึงคลายอาการวิตกกังวล แต่อย่างไรก็ตามหากได้รับในปริมาณที่มากเกินไป หรือผู้ใช้มีอาการแพ้น้ำมันกัญชาก็อาจส่งผลเสีย ทำให้มีผลข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย ท้องเสีย เป็นต้น จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ได้ระบุถึงคุณสมบัติของน้ำมันกัญชา 3 ประเภท ที่ได้รับการยอมรับในฐานะสารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ ประกอบไปด้วยกลุ่มสารแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid) ที่พบในพืชกัญชา ได้แก่ 1. น้ำมันกัญชาทางการแพทย์ สูตร THC ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด ใช้หยอดใต้ลิ้นตามแพทย์สั่ง 2. น้ำมันกัญชาทางการแพทย์ สูตร CBD ใช้รักษาผู้ป่วยโรคลมชักที่รักษายาก หรือดื้อต่อการรักษา ใช้หยอดใต้ลิ้นตามแพทย์สั่ง 3. น้ำมันกัญชาทางการแพทย์ สูตร […]

โตแล้วก็เป็นได้ กับโรค สมาธิสั้นในผู้ใหญ่

สมาธิสั้นในผู้ใหญ่… โรคใกล้ตัวกว่าที่คิด   เมื่อก่อนหลายคนอาจคิดว่า สมาธิสั้น เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้แค่ในเด็กในใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผู้ใหญ่อย่างเราๆ เองก็เป็นได้เหมือนกันนะคะ กับโรค สมาธิสั้นในผู้ใหญ่   ลักษณะนิสัยของผู้ที่เป็นโรค สมาธิสั้นในผู้ใหญ่ อาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ จะคล้ายๆ ที่เกิดขึ้นในเด็ก เพียงแค่ว่าไม่ได้ซนเหมือนเด็กๆ เท่านั้นเอง โดยผู้ใหญ่จะมีอาการคือ สนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ไม่นาน เช่นอ่านหนังสือได้แค่ 5 นาที แล้วก็จะลุกไปทำอย่างอื่น หรือฟังเพลงได้นิดๆ ก็เปลี่ยนเพลงเป็นต้น มีปัญหากับการทำงาน เช่นจดจ่อสมาธิไม่ได้ ทำค้างคา ควบคุมอารมณ์ได้ไม่ดี มักใจร้อนวูบวาบ ขึ้นง่าย ลงง่าย สำหรับสมาธิสั้นนั้นในผู้ใหญ่นั้น เกิดขึ้นจากสารโดพามีนในสมองทำงานผิดปกติ และที่จริงแล้วมันผิดปกติมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเองและที่มาพบคุณหมอในตอนเป็นผู้ใหญ่ ก็ไม่ใช่เพราะสมาธิ แต่ส่วนใหญ่มาพบจิตแพทย์ด้วยอาการ ใจร้อน ขี้เบื่อ หรือจดจ่ออยู่กับงานได้ไม่นานนั่นเอง    อาการของสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ใจร้อน โผงผาง อารมณ์ขึ้นลงเร็ว โกรธงาย หายไว  เอาแต่ใจ วอกแวกง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิในการเรียน  รอคอยอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้  […]

เช็กสัญญาณเฝ้าระวัง เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง

เช็กสัญญาณเฝ้าระวัง เสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนัง มะเร็งผิวหนัง (Skin cancer หรือ Cutaneous carcinoma) เป็นโรคมะเร็งที่พบได้สูงในคนผิวขาว แต่พบได้เรื่อย ๆ ไม่ถึงกับบ่อยมากในคนไทย (โรคมะเร็งผิวหนังไม่อยู่ใน 10 ลำดับของมะเร็งที่พบบ่อยของทั้งหญิงและชายไทย ซึ่งอาจเป็นเพราะผิวหนังของคนไทยมีเม็ดสีเมลานินที่ช่วยป้องกันอันตรายจากแสงแดด) และพบได้มากขึ้นตามอายุ มักพบได้บ่อยในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ (ส่วนมากจะพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป) ทั้งนี้โอกาสเกิดในผู้ชายและผู้หญิงมีใกล้เคียงกัน หรือพบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย มะเร็งผิวหนังสามารถพบเกิดได้กับผิวหนังทั่วตัว แต่จะพบได้มากบริเวณที่ถูกแสงแดด โดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่พบได้ประมาณ 80-90% และที่ใบหน้าพบได้ประมาณ 65% (ได้แก่ ตา หู จมูก) ส่วนอื่น ๆ ที่พบได้รองลงมา คือ คอ แขน มือ แต่ไม่ว่าจะเกิดที่อวัยวะส่วนใด ถ้าตรวจพบได้ตั้งแต่แรกและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกไปได้หมดก็สามารถหายขาดจากโรคนี้ได้ จุดเด่นของโรคมะเร็งผิวหนัง คือ เราสามารถมองเห็นได้ง่าย ทำให้สังเกตเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการลุกลามก็มักเป็นไปอย่างช้า ๆ ผู้ป่วยจึงมักได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที (ถ้าไม่เป็นคนไร้ความสังเกตเลยทีเดียวหรือเป็นคนประเภทไม่สนใจว่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง) ซึ่งผลการรักษาโดยส่วนใหญ่แล้วจะได้ผลดีและหายขาดถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เริ่มแรก โดยการรักษาทั่วไปจะเป็นการผ่าตัดเอามะเร็งผิวหนังออกให้หมด แต่ในบางครั้งมะเร็งที่ถูกปล่อยไว้จนมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะผ่าตัดออกได้หมด อาจต้องรักษาโดยการใช้รังสีรักษา หรือถ้ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปส่วนอื่นการรักษาจะต้องให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย […]

หนุ่มสาวยุคใหม่ เสี่ยงโรคอะไรกันบ้าง

หนุ่มสาวยุคใหม่ เสี่ยงโรคอะไรกันบ้าง คงปฎิเสธไม่ได้ว่าช่วงอายุของคนในเมือง โดยเฉพาะวัยทำงาน เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยปัญหาสุขภาพมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่สาเหตุของการเจ็บป่วยนั้นก็มาจากความเครียดจากการทำงาน รวมไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตต่าง ๆ ทั้งการใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงไปกับปาร์ตี้ทุกสุดสัปดาห์ การกินบุฟเฟต์ทุกวันหยุด ติดชากาแฟ กินอาหารจานด่วน อาหารสำเร็จรูป รวมถึงขาดการออกกำลังกาย เสพติดการกินหวาน และจากสาเหตุเหล่านี้เองทำให้คนวัยทำงานในปัจจุบันนี้ต้องพบกับปัญหาสุขภาพยอดฮิต อย่างเบาหวาน โรคไต และหัวใจ เบาหวาน เบาหวานเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้อย่างเพียงพอหรือร่างกายของเราสนองตอบอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ จึงไม่สามารถเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตรวมถึงโปรตีนและไขมันบางส่วนได้อย่างเหมาะสม ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนเช่น หัวใจวาย ไตวาย ตาบอด อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคติดเชื้อชนิดอื่น ๆ เป็นต้น สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเกี่ยวกับเบาหวาน เบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการกิน และกรรมพันธุ์ ในเบื้องต้นคนที่เป็นเบาหวานจะไม่ทราบว่าตนเองเป็น หากยังไม่มีอาการแสดงต่าง ๆ ที่เป็นสัญญาณและบางครั้งผู้ป่วยเองก็ละเลยในเรื่องของการสังเกตตนเอง และจะทราบว่าตนเองเป็นเบาหวานอีกครั้งก็ตอนที่ได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ความน่ากลัวของโรคเบาหวานนี้ก็คือ ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับโรคเช่น เกิดภาวะแผลติดเชื้อ ไตวาย ตาบอด หัวใจวาย อัมพฤกษ์ อัมพาต อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย โรคไต โรคไตเรื้อรัง เป็นภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง […]

ดื่มน้ำน้อยเกินไป ระวัง “ต่อมน้ำลายอักเสบ”

ดื่มน้ำน้อยเกินไป ระวัง “ต่อมน้ำลายอักเสบ” เคยรู้สึกปวดบริเวณด้านข้างของใบหน้า หรือแถวๆ กกหูบ้างคะ ลองสังเกตอาการดู คุณอาจมีอาการ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ซึ่งโรคโรคต่อมน้ำลายอักเสบคือ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสซึ่งส่งผลต่อต่อมน้ำลายหรือท่อน้ำลาย การติดเชื้อทำให้การไหลของน้ำลายลดน้อยลง ซึ่งเกิดขึ้นเพราะท่อน้ำลายมีการอุดตันหรือมีการอักเสบ เรียกภาวะนี้ว่าต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรัง น้ำลายเป็นส่วนสำคัญช่วยในการย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยง่ายและมีหน้าที่ทำให้ปากของเราสะอาดด้วยการทำลายเชื้อแบคทีเรียและเศษอาหาร อีกทั้งยังช่วยควบคุมจำนวนเชื้อแบคทีเรีย ทั้งชนิดดีและไม่ดีในปากของเรา หากเชื้อแบคทีเรียไม่กี่ตัวและเศษอาหารไม่ถูกทำลาย เพราะน้ำลายไม่สามารถเดินทางไปได้ทั่วทั้งปากก็เป็นเหตุที่นำไปสู่การติดเชื้อได้ ต่อมน้ำลายหลักมี 3 คู่ ตรงบริเวณด้านข้างของใบหน้า ต่อมน้ำลายหน้ากกหูเป็นต่อมน้ำลายขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ข้างในแก้มแต่ละข้าง อยู่เหนือขากรรไกรด้านหน้าหู เมื่อต่อมน้ำลายส่วนใดส่วนหนึ่งหรือหลายส่วนมีการติดเชื้อเราเรียกว่าคางทูมนั่นเอง อาการของโรคต่อมน้ำลายอักเสบ อาการด้านล่างต่อไปนี้คืออาการต่อมน้ำลายอักเสบ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรค เพราะอาการบางอาการอาจมีความคล้ายกับโรคหรือภาวะอื่นๆ โดยผู้ป่วยอาจมีอาการเช่น: -การรับรู้รสผิดปกติหรือมีรสชาติผิดปกติในปาก -ไม่สามารถอ้าปากได้ตามปกติ -รู้สึกเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายปากเมื่อต้องอ้าปากหรือรับประทานอาหาร -มีตุ่มหนองในปาก -ปากแห้ง -เจ็บปาก -เจ็บบริเวณใบหน้า เจ็บใต้คาง -มีอาการแดงหรือบวมบริเวณกรามด้านหน้าใบหู ใต้กรามหรือใต้ปาก -มีการบวมบริเวณใบหน้า หรือลำคอ ใต้คางบวม -มีสัญญาIของการติดเชื้อ เช่น มีไข้หรือหนาวสั่น หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากพบการติดเชื้อที่ต่อมน้ำลาย และมีอาการไข้สูง มีปัญหาในการหายใจหรือการกลืน หรืออาการแย่ลง ปวดใต้คางจนทนไม่ไหว สาเหตุการติดเชื้อของต่อมน้ำลาย ต่อมน้ำลายอักเสบโดยทั่วไปมักติดมาจากเชื้อแบคทีเรีย […]

คุณแม่ประสบปัญหา ท่อน้ำนมอุดตัน ทำอย่างไรดี

ท่อน้ำนมอุดตัน ทำอย่างไรดี ปัญหาที่คุณแม่บางท่านอาจต้องเผชิญหลังคลอดคือ ท่อน้ำนมอุดตัน จนทำให้รู้สึกมีอาการเจ็บเต้านมเมื่อให้นมลูกน้อย เวลาสัมผัสจะพบก้อนไต บวม แดง หรืออาจจะพบจุดสีขาวร่วมด้วย เมื่อคุณแม่เริ่มรู้สึกหรือสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที อาการเป็นอย่างไร ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า อาการแรกเริ่มที่ทำให้รู้ว่าอาจจะเป็นท่อน้ำนมอุดตันคือ คุณแม่อาจรู้สึกมีก้อนแข็งที่บริเวณเต้านม ลักษณะหัวนมและลานนมผิดรูป บางครั้งอาจมีอาการเส้นเลือดปูดอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังบริเวณเหนือก้อนเมื่อกดแล้วจะมีอาการเจ็บ รู้สึกปวดระบมเต้านม อาจมีอาการบวมแดงแต่ไม่มีไข้ หรืออาจจะพบเจอจุดสีขาวที่บริเวณหัวนม (White dot) ได้ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะท่อน้ำนมอุดตัน คือ ลูกดูดนมไม่เกลี้ยงเต้า หรือไม่ได้ให้ลูกดูดนมบ่อย ไม่ได้ปั๊มตามรอบ ปล่อยให้น้ำนมค้างอยู่ในเต้านาน มีน้ำนมมากเกินไป ทำให้ระบายน้ำนมออกไม่สมดุลกับที่ผลิต ใส่เสื้อชั้นในคับหรือแน่นเกินไป ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกหรือใส่เสื้อชั้นในหลวมเกินไป ไม่กระชับ เต้านมหย่อนคล้อย ทำให้เกิดการกดทับท่อส่งน้ำนม การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน หรือไขมันสูง และการมีภาวะเครียด จนทำให้หลั่งฮอร์โมนที่ทำให้น้ำนมไหลลดลง รักษาอย่างไร เมื่อตรวจพบว่าเกิดภาวะท่อน้ำนมอุดตัน สามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น การประคบร้อน การใช้ยาในการรักษา หากรักษาด้วยการประคบร้อนหรือใช้ยาแล้วไม่เห็นผล สามารถรักษาร่วมกับ “การใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ (Ultrasound)” ซึ่งเป็นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงลงไปยังเนื้อเยื่อที่ต้องการรักษาได้ลึกประมาณ 2-5 […]

ภาษีโซเดียม ทำผู้บริโภคเดือดร้อนจริงไหม มาอ่านกัน

ภาษีโซเดียม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจริงหรือไม่ เครือข่ายลดเค็มจับมือกรมสรรพสามิตแจง ภาษีโซเดียม หลังประชาชนกังวลหวั่นสินค้าแพง ชี้เป้าหมายทำเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน หากไม่มีมาตรการควบคุมใด ๆ ประเทศต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาล 2 ล้านล้านบาทใน 10 ปีข้างหน้า พร้อมคำมั่นจะสร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน รายละเอียดที่ควรรู้ หลังจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดการประชุมสัมมนา เพื่อการขับเคลื่อนมาตรการลดการบริโภคเกลือโซเดียมในประชากรไทยไปก่อนหน้านี้ โดยเสนอให้มีการเก็บภาษีโซเดียม เป็นหนึ่งในแนวทางสร้างสุขภาพให้คนไทยนั้น พบว่าประชาชนได้แสดงความสนใจ และเสนอข้อคิดเห็นต่อมาตรการภาษีโซเดียมในอาหารอย่างกว้างขวางตามสื่อต่าง ๆ มากมาย รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม ชี้แจงว่า ประชาชนยังมีความกังวลว่า ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารที่เข้าถึงได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่เย็นแช่แข็งและขนมขบเคี้ยว จะมีการปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักที่เริ่มดำเนินการในอาหารทั้ง 3 กลุ่ม เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย แต่จากการศึกษาวิจัยกลับพบว่า เป็นกลุ่มอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงกว่าค่าแนะนำมาก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอความร่วมมือให้ธุรกิจอาหารลดปริมาณโซเดียมลงตั้งแต่ปี 2560 แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้นกรมสรรพสามิตและกระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดให้อาหารกึ่งสำเร็จรูปเป็นกลุ่มที่ต้องควบคุมปริมาณโซเดียม เพื่อให้ประชาชนลดการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมลงเฉลี่ยปีละ 100 มิลลิกรัม […]

ป่วยโรคไต รับมือโควิดอย่างไรดี ลดความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิต

แพทย์แนะนำการรับมือโควิดสำหรับผู้ ป่วยโรคไต ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น “ผู้ ป่วยโรคไต ” นับได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่แพทย์ต่างก็ออกมาแสดงความเป็นห่วงมากเป็นพิเศษ เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันที่ใช้ในกลุ่มผู้ป่วยปลูกถ่ายไต และ ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงในกลุ่มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ล้างไต ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคไตมีระดับภูมิต้านทานต่ำกว่าคนทั่วไป จึงทำให้มีโอกาสติดโรคโควิด-19 ได้ง่าย อีกทั้ง หากผู้ป่วยโรคไตติดขึ้นมา จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งจากโรคไตเองและจากโรคโควิด-19 และมีแนวโน้มที่โรคโควิด-19 จะลุกลามไปสู่ระดับรุนแรง จนอาจต้องเข้ารับการรักษาใน ICU หรือเสียชีวิต แพทย์และผู้ป่วยโรคไต รับมืออย่างไรได้บ้าง รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย นำทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และแพทย์ผู้มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยโรคไตซึ่งติดโควิด-19 ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ร่วมกันจัดงานบรรยายพิเศษ ‘Optimising COVID-19 Management in Kidney Patients’ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ถึงแนวทางการรับมือที่เหมาะสมและทันท่วงทีต่อการติดโรคโควิด-19 ในผู้ป่วยโรคไต ด้วยยาในกลุ่มภูมิคุ้มกันลบล้างฤทธิ์อย่าง ‘แอนติบอดี ค็อกเทล’ ซึ่งมีผลการทดสอบทางคลินิกในต่างประเทศ ระบุว่าช่วยลดจำนวนไวรัสในร่างกาย จึงช่วยให้ผู้ป่วยโควิด-19 ลดอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ถึง 70% ลดระยะเวลาการแสดงอาการให้สั้นลง 4 วัน รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือเสียชีวิตได้ […]

รู้จัก อาการข้อไหล่ติด พร้อมทางแก้ไข โดยผู้เชี่ยวชาญ

รู้จัก อาการข้อไหล่ติด พร้อมทางแก้ไข โดยผู้เชี่ยวชาญ อาการข้อไหล่ติด (Frozen shoulder) คืออะไร อาการที่ว่านี้ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย แต่เกิดได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบบ่อยในวัยสูงอายุ เป็นภาวะที่ทำให้มีอาการปวดไหล่ ไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้ปกติดังเดิม มีอาการติดขัด หากปล่อยไว้นานอาจไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ และอาจพัฒนากลายเป็นหัวไหล่ติดแข็ง และขยับไม่ได้ถาวร นพ.ประกาศิต ชนะสิทธิ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬา อธิบายว่า สาเหตุเกิดจากการอักเสบและการหนาตัวของเยื่อหุ้มข้อ เกิดเป็นพังผืด อาจเกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น อุบัติเหตุ การบาดเจ็บจากการหันหรือเอื้อมหยิบของเร็วๆ แบบผิดท่า การเคลื่อนไหวร่างกายน้อย การใช้งานข้อไหล่ซ้ำ ๆ ระยะเวลานาน อาทิการนั่งพิมพ์งาน หรือท่าทางต่างๆ การบาดเจ็บต่างๆ หรืออาจเคยเกิดอุบัติเหตุที่ข้อไหล่เส้นเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด ที่ส่งผลให้เกิดการเสื่อมของกล้ามเนื้อและเอ็นข้อไหล่ หรือแม้แต่ผู้มีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ไทรอยด์ อาการภาวะข้อไหล่ติด เป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะปวด อาการจะเริ่มปวด และค่อย ๆ ปวดเพิ่มขึ้น จนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวข้อไหล่ลดลง แม้เวลากลางคืนเมื่อขยับไปโดนหัวไหล่ข้างที่ปวดก็จะเกิดอาการปวดมากจนรบกวนเวลานอน ส่งผลให้การเคลื่อนไหวในร่างกายไม่เป็นปกติ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต […]

เคลียร์ชัดๆ วัคซีนเข็มกระตุ้น จะฉีดหรือไม่ฉีดดี

เคลียร์ชัดๆ วัคซีนเข็มกระตุ้น จะฉีดหรือไม่ฉีดดี และจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไร วัคซีนเข็มกระตุ้น ควรฉีดเลยดีไหม หรือจะรอ Variant-Specific Vaccines ตอบชัด โดยรักษาการผู้อำนวยการกองผลิตวัคซีนจากไวรัส ฝ่ายชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรม จำเป็นไหมที่ต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น การฉีดวัคซีนกระตุ้นคือการสร้างภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนชุดแรกแล้ว เนื่องจากเมื่อระยะเวลาผ่านไป ระดับภูมิคุ้มจากวัคซีนชุดแรกจะค่อยๆ ลดลง ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่น่ากังวล ซึ่งรุนแรงและติดต่อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม ทำให้วัคซีนที่ได้รับมาก่อนหน้านี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันลดลง การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า เข็ม 3 จึงมีความสำคัญ ภก.ดร.นรภัทร ปีสิริกานต์ รักษาการผู้อำนวยการกองผลิตวัคซีนจากไวรัส ฝ่ายชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรม อธิบายว่า แม้องค์การอนามัยโลกได้ขอให้ชะลอการฉีดเข็มกระตุ้นออกไป เพื่อกระจายวัคซีนเข็มแรกให้ทั่วถึงครอบคลุมประชากรทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศที่ยากจนให้มากที่สุดก่อน แต่ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อิสราเอล สิงคโปร์ อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่งประเทศไทยเอง ได้เริ่มฉีดเข็ม 3 แล้ว เนื่องจากมีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า และภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีน 2 เข็ม “เอาไม่อยู่” แล้ว ใครบ้างที่ควรฉีดเข็ม 3 ก่อน […]

อาหารที่มีโพแทสเซียม สูงสุด 10 อันดับ หาได้จากอะไร มาดูกัน

อาหารที่มีโพแทสเซียม สูงสุด 10 อันดับ หาได้จากอะไร มาดูกัน โพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นปกติ อาหารที่มีโพแทสเซียม จะมีอะไรบ้าง เรามีคำตอบ รู้ไหมว่า โพแทสเซียม ช่วยให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้ดี โปแทสเซียมช่วยควบคุมสมดุลของอิเล็กโตรไลต์และสมดุลของกรด-เบสในร่างกาย ป้องกันภาวะกรดเกิน (Hyperacidity) และยังช่วยควบคุมความดันโลหิตที่สูง และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย มีรายงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่าในกลุ่มประชากรที่ได้รับโพแทสเซียมจากอาหารในปริมาณที่สูง มีค่าเฉลี่ยของความดันโลหิตและอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงต่ำกว่ากลุ่มประชากรที่ได้รับโพแทสเซียมจากอาหารในปริมาณที่น้อย และยังพบว่าการได้รับโพแทสเซียมจากอาหารอย่างเพียงพอ มีผลช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคเรื้อรังชนิดอื่นๆ โดยในงานวิจัยของ Ascherio และคณะ ได้รายงานว่าสามารถลดความเสี่ยงของภาวะการอุดตันของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงสมอง (Stroke) ได้ถึง 30% ในคนปกติที่มีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป ควรได้รับโพแทสเซียมในปริมาณ 4.7 กรัมต่อวัน (ข้อมูลจาก Food and Nutrition Board, Institute of Medicine) ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ยังได้รับปริมาณโพแทสเซียมต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำ ซึ่งการที่จะทำให้ได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอในแต่ละวันนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะโพแทสเซียมมีอยู่มากในอาหารหลากหลายชนิด เช่น ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน ถั่วต่างๆ และธัญพืช […]

ไม่ใช่แค่ ผอม แต่การออกกำลังกายให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

ไม่ใช่แค่ ผอม แต่การออกกำลังกายให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง นอกจากจะช่วยให้ ผอม แล้วนั้น ยังมีประโยชน์โดยตรงต่อสุขภาพ เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ผลศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน iScience ของเดือนล่าสุด โดย Dr. Gaesser และเพื่อนร่วมทีม Siddhartha Angadi ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาและการเคลื่อนไหวร่างกาย มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียในชาร์ลอตส์วิลล์ ได้เริ่มสำรวจฐานข้อมูลการวิจัยสำหรับการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการอดอาหาร การออกกำลังกาย ฟิตเนส, เผาผลาญสุขภาพและอายุยืน มีความเกี่ยวข้องกับผู้ชายและผู้หญิงจำนวนหลายหมื่นคนที่ส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน พบว่า การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถนะของร่างกาย มีประโยชน์ต่อร่างกายในระดับสูงกว่าการลดน้ำหนัก ผลศึกษาแสดงให้เห็นว่า คนอ้วนที่เริ่มออกกำลังกายและปรับปรุงสมรรถภาพของตนเอง สามารถลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้มากถึง 30% หรือมากกว่านั้น แม้ว่าน้ำหนักจะไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรน้อยกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ แต่ไม่ได้ออกกำลังกาย ขณะที่คนอ้วนลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหาร (ไม่ใช่จากการป่วย)  ความเสี่ยงเสียชีวิตในวัยหนุ่มสาวในทางสถิติจะลดลงประมาณ 16% โดยงานวิจัยบางชิ้นพบว่า “การลดน้ำหนักในกลุ่มคนอ้วน ไม่ได้ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตเลย” นอกจากนี้ คนที่หวังลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร จะทำให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ซึ่งก็คือระบบการเผาผลาญแย่ลง ส่งผลให้น้ำหนักดีดกลับขึ้นมาสูงกว่าเดิมหากกลับไปทานอาหารตามปกติ และจะมีผลเสียต่าง ๆ ที่ตามมา เช่น โรคเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และมีชีวิตที่สั้นลง แต่ในทางกลับกัน การออกกำลังกายจะทำให้ไขมันในอวัยวะภายในบางส่วนลดลงแม้น้ำหนักโดยรวมจะลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบการทำงานภายในดีขึ้นด้วย หลักการทบทวนใหม่ของงานวิจัย จึงสรุปได้ว่า เราไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพที่ดี แต่สุขภาพจะดีขึ้นและความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจะลดลงได้ ด้วยการเพิ่มกิจกรรมทางกายและความฟิต […]

keyboard_arrow_up