อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน หน้าหนาว 6 สารอาหาร กินแล้วดีต่อสุขภาพ ห้ามพลาด!

เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวกันแล้ว วันนี้เราจะมาเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเราเองแข็งแรงสู้หน้าหนาวด้วยการกินสาร อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน 6 สารอาหาร นี้กันเถอะช่วยได้

ผักผลไม้เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้าน COVID-19

 ลดอาหารเค็มจัด และหวานจัด เลือกกิน ผักผลไม้เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้าน COVID-19 ก็ป้องกันได้ เชื่อว่าทุกคนกลัว ที่จะติดเชื้อ   COVID-19   ถึงขนาดทำให้จิตตก ไปตามๆ กัน   ใช้สติในการดำเนินชีวิตเริ่มต้นจากการป้องกันระมัดระวังตัวเอง และดูแลคนรอบข้าง  หมั่นล้างมือบ่อยๆ ใช้แอลกอฮอล์ล้างมือเมื่อสัมผัสสิ่งของนอกบ้าน หรือหยิบจับอะไรก็แล้วแต่ที่เราไม่มั่นใจ ในเรื่องความสะอาด  พยายามใช้ห้องน้ำสาธารณะให้น้อยที่สุด เท่าที่จำเป็นจริงๆศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ คู่มือป้องกันของคณะกรรมการสุขภาพแห่งมณฑลหยุนหนาน มหาวิทยาลัยการแพทย์คุนหมิง ซึ่งสามารถต่อสู้และชะลอการแพร่ระบาดในจีนได้แล้ว โดย ผักผลไม้เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้าน COVID-19 คือ ผักผลไม้ 5 สีที่ควรเลือกรับประทาน ได้แก่   แยกประเภทผักตามสี   ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม  จะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ  บำรุงสายตา  ซึ่ง มีมากในฟักทอง แคร์รอต และข้าวโพด ในผลไม้ได้แก่ ส้ม มะละกอ แคนตาลูป สับปะรด และมะม่วง […]

อร่อยปาก ลำบากกาย ภัยเงียบของคนรัก อาหารรสจัด เสี่ยงหลายโรค

อร่อยปาก ลำบากกาย อาหารรสจัด เสี่ยงหลายโรค อาหารรสจัด ไม่ว่าจะ หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด มันจัด ล้วนกระตุ้นให้เกิดการพลังงานความร้อนขึ้นในร่างกาย และสามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อในร่างกายของเราได้ ยิ่งหากกินรสจัดเป็นประจำทุกวัน ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการโรคร้ายต่างๆ ได้อีกด้วย รสเค็มจัด การกินรสเค็มจัด หรือกินอาหารที่มีโซเดียม ไม่ว่าจะเป็น เกลือ เครื่องปรุงรส อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยวต่างๆ เกินปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราต้องการโซเดียมต่อวันเพียง 1 ช้อนชาหรือประมาณ 2000 มิลลิกรัม แต่หากกินมากเกินไป หรือกินรสเค็มเป็นประจำ ก็จะทำให้ไตทำงานหนัก เพื่อเร่งขับเกลือออกจากร่างกายให้มากที่สุด ส่งผลให้ไตเกิดความเสียหาย ทำลายไตและหัวใจในที่สุด โรคที่เกิดขึ้นจากการรสเค็มจัด อาทิ ความดันโลหิตสูง  โรคไต  โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือด และโรคหอบหืด เป็นต้น (อ่านเพิ่มเติม  กินเค็ม เสี่ยง 6 โรคร้าย ทำลายสุขภาพ ) รสหวานจัด รสหวานได้จากทั้งน้ำตาล ข้าว แป้ง […]

อัมพฤกษ์ –อัมพาต คุณก็เป็นได้

อัมพฤกษ์ –อัมพาต คุณก็เป็นได้ ก้าวย่างสู่พุทธศักราชใหม่ หลายคนตั้งความหวังรอคอยถึงสิ่งดีๆ ในชีวิต บางคนตื่นมาตักบาตรแต่เช้าเพื่อเสริมมงคลในวาระปีใหม่ บางคนเฝ้ารอของขวัญ แต่สำหรับชีวจิตแล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้เห็นคุณผู้อ่านเป็นเจ้าของสุขภาพแข็งแรงห่างไกลความเจ็บป่วย วันนี้จึงขอมอบของขวัญให้แก่ผู้อ่านผ่านตัวหนังสือ ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวหลากหลายสาเหตุก่ออาการอัมพฤกษ์-อัมพาต เพื่อให้ทุกคนรู้เท่าทันและป้องกันได้ถูกวิธี ต้นตอที่หลอดเลือด อัมพฤกษ์-อัมพาต คำที่มักใช้เรียกอาการที่ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นชื่อโรค แต่แท้ที่จริงแล้วอาการอัมพฤกษ์-อัมพาต มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการตามภาษาแพทย์ว่า “โรคหลอดเลือดสมอง” นั่นเอง ดังนั้นความหมายที่แท้จริงของอัมพฤกษ์-อัมพาต คือภาวะที่ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เนื่องจากโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนการเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ที่เกิดจากอุบัติเหตุนั้นไม่ถือเป็นภาวะที่เกิดจากโรค แต่จะถูกจัดเป็นอาการอัมพฤกษ์-อัมพาตจากอุบัติเหตุ และมีอาการที่ต่างกัน ทราบถึงคำจำกัดความของอัมพฤกษ์-อัมพาต กันแล้ว คราวนี้มาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นต้นทางของการเกิดอาการอัมพฤกษ์-อัมพาต กันค่ะ 1.หลอดเลือดสมองตีบหรือตัน เกิดจากการเสื่อมของผนังหลอดเลือดและมีไขมันหรือหินปูนมาจับ หรือเกิดลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันทำให้สมองบางส่วนขาดเลือดหรือตาย 2.หลอดเลือดสมองแตก เกิดจากการแตกของหลอดเลือดสมอง ทำให้มีเลือดออกมาคั่งและทำลายเนื้อสมองบริเวณนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติที่สมองจากสาเหตุข้างต้นแล้ว สมองจะถูกทำลายและไม่สามารถสั่งงานไปที่อวัยวะรับคำสั่งโดยตรงอย่างกระดูกสันหลังที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายได้ จึงส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต ส่วนจะเคลื่อนไหวร่างกายซีกใดไม่ได้นั้นขึ้นอยู่กับสมองซีกใดถูกทำลาย หากร่างกายซีกขวาขยับไม่ได้ แสดงว่าสมองซีกซ้ายโดนทำลาย(สมองซีกซ้ายควบคุมร่างกายซีกขวา-สมองซีกขวาควบคุมร่างกายซีกซ้าย) ตรวจเช็ก 5 สัญญาณเตือน ว่ากันว่าอัมพฤกษ์-อัมพาตนำมาซึ่งความเสียหายนานัปการ แต่กุญแจสำคัญก็คือ “เวลา” เพราะยิ่งถึงมือแพทย์เร็วเท่าไร ก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้เท่านั้น ดังนั้นหากมีสัญญาณเตือนทั้ง 5 ข้อดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ให้เร็วที่สุดค่ะ […]

อาการ ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ สังเกต ป้องกันอย่างไร

อาการ ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ สังเกต ป้องกันอย่างไร สำหรับใครที่มีปัญหาผิว โดยเฉพาะ ผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ แต่คิดว่าเจ้าสองปัญหานี้คือปัญหาเดียวกัน จริงๆ แล้วคือ คนละปัญหานะคะ วันนี้เรามาไขข้อสงสัยให้แล้วว่าต่างกันอย่างไร ภาวะผิวแห้ง Dry skin ? อาการผิวหนัง ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของผิวพรรณที่มีมาแต่กำเนิด เหมือนกับคนผิวมันหรือผิวผสมนั่นเอง และเกิดจากการที่มีน้ำในผิวหนังชั้นหนังกำพร้าลดลง โดยปัจจัยที่มีผลทำให้เกิดภาวะผิวแห้ง ได้แก่ พันธุกรรม เพศ อายุที่มากขึ้น โรคผิวหนัง ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น อากาศแห้ง เย็น การอาบน้ำร้อนจัด เป็นต้น ผู้ที่มีผิวแห้งจะมีผิวหนังที่แห้งกร้าน มองเห็นร่องของผิวชัดเจน และอาการคัน ในบางรายผิวหนังจะมีอาการแดง ลอกเป็นขุย แตกลาย พบมากบริเวณ แขน ขา และมือ นอกจากนี้หากมีอาการมากๆ หรือกระทบกับสิ่งเร้า จะมีอาการแสบคันร่วมด้วย การเกาอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังได้อีกด้วย ภาวะผิวขาดน้ำ Dehydrated skin ? อาการของคนที่มีผิวขาดน้ำ […]

ผู้เชี่ยวชาญแนะ ปวดหัวแบบนี้ ควรรีบไปพบแพทย์

อาการปวดหัวที่อันตราย ควรไปพบแพทย์ อาการปวดหัวแทบจะเป็นอาการสามัญที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ สาเหตุที่ทำให้ปวดหัวก็มีอยู่ร้อยแปดอย่าง บางอาการเป็นแล้วหายได้เอง บางอาการต้องใช้ยา และบางอาการ เป็น อาการปวดหัวที่อันตราย ควรไปพบแพทย์ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง อาการปวดหัวที่ไม่ควรละเลย นายแพทย์สมาน ตั้งอรุณศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทศัลยศาสตร์ แนะนำวิธีเช็กสัญญาณอันตรายเบื้องต้นว่า หากใครมีอาการปวดศีรษะอยู่ใน 2 ข้อนี้ ไม่ควรชะล่าใจเด็ดขาด ปวดศีรษะเหมือนหัวจะระเบิด ปวดศีรษะเหมือนหัวจะระเบิด และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ติดต่อกันทุกวัน นานเป็นเดือนๆ โดยมักจะปวดตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่นหรืออาเจียน บางครั้งจะยิ่งปวดมากขึ้นในขณะเบ่งอุจจาระ ซึ่งอาการปวดแบบนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเนื้องอกในสมอง เพิ่งปวดศีรษะไม่นาน แต่ปวดรุนแรง เพิ่งปวดศีรษะไม่นาน แต่ปวดรุนแรง คือ ปวดมากจนกระทั่งนอนไม่ได้ และมีอาการแขนขาอ่อนแรง อาเจียน ตามองไม่เห็นร่วมด้วย ถือว่าอันตราย คำแนะนำ คุณหมอกล่าวเพิ่มเติมว่า “ควรสังเกตดูอาการปวดศีรษะว่าเป็นมากขึ้นและเป็นติดต่อกันทุกวันหรือไม่ ถ้าปวดศีรษะติดต่อกันหลายเดือน แต่ปวดแค่ 2 วันแล้วหายไป 5 วันจึงกลับมาปวดศีรษะใหม่ อย่างนี้ถือว่าไม่เป็นอะไร ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์” อ่านต่อ สารพัด อาการปวดศีรษะ ปวดหัวไมเกรน รักษาได้ ไม่ต้องพึ่งยา เช็กให้ชัวร์ […]

Social Distancing ต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อปลอดภัยจาก COVID-19

Social Distancing ต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อปลอดภัยจาก COVID-19 การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) รอบ 2 กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศทั่วโลก เช่นเดียวกับในประเทศไทยเอง ที่พบการติดเชื้อใหม่ระลอกใหม่จากอีกกลุ่มก้อนหนึ่งจากเคสในจังหวัดสมุทรสาคร และเคสแรงงานต่างด้าว ทำให้ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อในไทยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นรายวัน ชีวจิตเลยอยากจะมาย้ำวิธีการ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อให้ทุกคนลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด 19 กันไว้ที่บทความนี้แล้ว   Social Distancing (การเว้นระยะห่างทางสังคม) คืออะไร การเว้นระยะห่างทางสังคม คือการสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่น ๆ ในสังคม รวมถึงการลดการออกไปทำกิจรรมนอกบ้านโดยไม่จำเป็น ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ WHO กรมอนามัยโลกให้การยอมรับว่า ด้วยความที่ COVID-19 เป็นโรคระบาดทั่วโลก ดังนั้นสิ่งไหนที่ทำแล้วจะช่วยให้เรารอดจากโคโรนาไวรัสได้ ก็ควรปฏิบัติ ดังเช่น ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง ตา จมูก ปาก หากไอ จาม ให้ใช้ข้อพับแขน หรือใช้กระดาษชำระปิด […]

ระวัง! ท้องผูกนานๆ มะเร็งอาจถามหา

ระวัง! ท้องผูกนานๆ มะเร็งอาจถามหา ใครที่ ท้องผูก อยู่ต้องอ่านบทความนี้ เพราะท้องผูกไม่ขับถ่าย เป็นอันตราย เป็นภัยร้าย ซึ่งหลายๆ รอาจละเลยและมองข้ามระบบขับถ่าย แต่หารู้ไม่ว่า การไม่ขับถ่ายหลายวันต่อเนื่องเป็นเวลานาน คุณอาจเสี่ยงเป็น มะเร็ง ลำไส้ การศึกษาจาก American College of Gastroenterology ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า อาการท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังเก็บข้อมูลสุขภาพจากอาสาสมัครกว่า 100,000 ราย นาน 12 ปี พบว่า ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึง 1.78 เท่า และเสี่ยงพบก้อนเนื้องอก 2.7 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย นายแพทย์นิโคลัส แทลลี่ (Nicholas Talley) จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล (University of Newcastle) ประเทศออสเตรเลีย อธิบายว่า อาการท้องผูกเรื้อรังทำให้ของเสียคั่งค้างภายในลำไส้เป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้สารก่อมะเร็งที่ปะปนในอาหารสะสมภายในลำไส้จนเข้มข้น เมื่อสัมผัสกับผนังลำไส้อย่างต่อเนื่องจึงเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งตามมา ท้องผูก คืออะไร ไม่แปลกใจเลยถ้าคุณเป็นหนุ่มสาวชาวออฟฟิศคนหนึ่ง ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับระบบขับถ่ายในทุกๆ เช้า ไหนจะต้องรีบงัดแงะตัวเองขึ้นมาจากเตียง รีบอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะออกจากบ้าน กว่าจะถึงที่ทำงาน บ้านไกลจากออฟฟิศไปอีกก็คือแจ็กพอต ต้องเผชิญกับการจราจรที่สุดแสนจะน่าเบื่อ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วนะคะ ต้องทำทุกอย่างแข่งกับเวลาเนี่ย ยิ่งถ้ามัวมาเสียเวลาอยู่กับการเข้าห้องน้ำในตอนเช้า เข้าแต่ละครั้งก็สุดแสนจะลำบาก เรียกว่าต้องเบ่งกันจนหน้ามืด บางคนนั้นปล่อยทิ้งไว้หลายวันยิ่งอึดอัด ไม่สบายตัว ยิ่งคิดพาลให้ยิ่งเครียด เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่าการขับถ่ายในทุกๆ เช้าเป็นเรื่องยาก ไม่ต้องถึงกับคำนวนนับวันเวลาว่าเราอุจจาระน้อยกว่ากี่ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วจะต้องเข้าข่ายกับภาวะท้องผูก เพราะจริงๆแล้วอาการท้องผูกเนี่ย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งหรือความสม่ำเสมอในการขับถ่ายเสมอไป การขับถ่ายมีการแปรปรวนไม่เหมือนกันในแต่ละคน ตราบใดที่เราสามารถถ่ายได้อย่างสบายๆ ไร้กังวล ไม่ต้องเบ่ง อุจจาระนิ่มจับตัวเป็นก้อนดี แม้ 2-3 วัน จะถ่ายสักครั้งก็ไม่ถือว่าผิดปกตินะคะ […]

รู้หรือไม่ว่า “ระดับอารมณ์ก่อโรคได้”

รู้หรือไม่ว่า “ระดับอารมณ์ก่อโรคได้” เคยมีคำกล่าวไว้ว่าสุขภาพใจ ส่งผลต่อ สุขภาพกาย หากใจป่วย กายก็จะป่วยตามไปด้วย จะเห็นได้ว่า อารมณ์กับร่างกาย นั้นเป็นสิ่งเดียวกัน ทำงานต่อเนื่องกันตลอดเวลา อารมณ์สั่งให้ร่างกายเป็นเช่นไร ถ้าอยากให้ร่างกายเราแข็งแรงต้องเริ่มต้นที่อารมณ์ ถ้าอยากรักษาโรคของตนเองต้องรักษาอารมณ์ด้วยเสมอ ขอเน้นว่าเราต้องดูแลเรื่องอารมณ์ก่อนดูแลร่างกาย นี่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้วเราจะดูแลสุขภาพได้ดีกว่าคนอื่น อารมณ์สร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันอันเป็นยาวิเศษในการรักษาโรคตามธรรมชาตินั้นจะแข็งแรงเพียงใด ขึ้นอยู่กับปัจจุบัน เช่น สมอง เป็นตัวควบคุมร่างกายโดยการหลั่งฮอร์โมนออกไปสั่งงานร่างกายฮอร์โมนจะออกมาจากต่อมไร้ท่อ ซึ่งไปทำงานได้ทันทีโดยเราไม่ต้องคิด เป็นกลไกอัตโนมัติ และอีกหลายกลไกหนึ่งคือสมองสั่งงานผ่านระบบประสาทส่วนกลาง ส่งกระแสประสาทจากสมองไปทางไขสันหลังและผ่านไปตามเส้นประสาทที่มีอยู่ทั่วร่างกาย สั่งให้ร่างกายทำงานได้อย่างที่เราต้องการ กลไกการทำงานของสมองทั้งหมดนั้นขึ้นตรงต่อจิตใจและอารมณ์ของเราเป็นสำคัญ จิตใจหรืออารมร์ที่เป็นบวก ร่างกายจะหลั่งฮอรืโมนตัวดักลุ่มเอนเดอร์ฟินออกมา ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและระบบทั้งหลายไหลเวียนคล่องตัวไม่ติดขัด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย เมื่อภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นก็จะคุ้มกันและดูแลระบบอื่นๆ ให้เป็นปกติอย่างแข็งขันมากขึ้น ระบบที่แข็งแรงจะสร้างภูมิคุ้มกันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เป็นวงจรสร้างสุขภาพที่ดีตามธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากอารมณ์ของเราเป็นสำคัญ กลไกอารมณ์ที่ทำลายสุขภาพ อารมณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อร่างกายมี 2 ลักษณะ คือ  ลักษณะที่สร้างสรรค์ และลักษระที่ทำลาย มาดูลักษระที่ทำลายสุขภาพกันก่อน ความเครียดเป็นอารมณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่คน ความเครียดที่สะสมอยู่เป็นประจำจะก่อให้เกิดบุคลิกของความเครียดขึ้น คนที่เครียดบ่อยจึงมีลักษระของบุคลิกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะเรียกว่าบุคลิกของคนเครียด เราอาจรู้สึกได้เมื่อเจอกับคนประเภทนี้ คนที่หน้าไม่ค่อยยิ้มแย้ม ตาไม่มีแววแห่งความสุข ไหล่ห่ององิ้ม […]

วิธีบอกลา ความเครียด ด้วยการกิน ทำได้ผ่อนคลายไปทั้งวัน

วิธีบอกลา ความเครียด ด้วยการกิน ทำได้ผ่อนคลายไปทั้งวัน ทุกวันนี้ ทั้งข่าวสารบ้านเมือง โรคภัย ชีวิตประจำวัน กำลังพาให้คุณเครียดกันอยู่หรือเปล่า นอกจากการแก้ปัญหา ความเครียด ที่ต้นเหตุ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอารมณ์ จิตใจ ให้ห่างไกลจากภาวะเครียดแล้ว วิธีที่คลายเครียดได้ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการกินนั่นเอง วันไหนเครียด จิตตก ไม่สดใส ลองทานอาหารเหล่านี้ดูนะ กินแก้เครียด ผักและผลไม้สด เป็นกลุ่มอาหารอันดับต้นๆ ที่สามารถลดความเครียดได้ โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบีและแมกนีเซียมที่ช่วยบํารุงประสาทและสมอง ทําให้รู้สึกผ่อนคลาย อย่างเช่น กล้วย ที่นอกจากมีวิตามินข้างต้นแล้ว ยังมีส่วนประกอบทริปโตฟาน โปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะเปลี่ยนให้เป็น เซโรโทนิน ที่ช่วยเสริมอารมณ์ให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย หรือเลือกทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ก็จะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดลงได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ส้ม ฝรั่ง มะนาว ใบตําลึง เป็นต้น นอกจากนี้ข้อมูลจากอาจารย์ชินริณี วีระวุฒิวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ให้คำแนะนำว่าให้ทาน มะเขือเทศ เนื่องจากในมะเขือเทศมีกาบาสูง ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยคลายเครียด อย่างเช่น ไข่เจียวมะเขือเทศ ซุปไก่ใส่มะเขือเทศ เป็นต้น […]

วิธีกินช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดเสี่ยงเกิด โรคเรื้อรัง

วิธีกินช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดเสี่ยงเกิด โรคเรื้อรัง การกินเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งของการมีชีวิต แต่การกินที่ถูกวิธีจะช่วยรักษาชีวิตให้ยืนยาวยิ่งขึ้นไป เพราะหากเรากินอาหารที่ปะปนด้วยสารพิษ หรือไขมันที่ไม่ดี เมื่อเข้ามาสู่อยู่ในร่างกายเราแล้ว ก็จะตกค้างอยู่ภายในร่างกายและสะสมไปเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เราป่วยง่าย รวมถึงส่งผลเสียต่างๆ แก่สุขภาพร่างกายให้เราป่วยเป็น โรคเรื้อรัง ได้เลยทีเดียว ฉะนั้นบทความนี้ ชีวจิต ขอมาแนะนำอาหารทำความสะอาดเลือดให้ได้ลองทำตาม เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของทุกคน สารพิษในร่างกาย ถูกลำเลียงไปแบบไหน รู้ไหมว่า หลอดเลือดทำหน้าที่คล้ายท่อขนส่งสายยา ไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงออกซิเจน ขนส่งฮอร์โมนเพื่อไปต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ และเป็นเส้นทางให้เลือดจากอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายกลับเข้าสู่หัวใจ และอีกร้อยแปดหน้าที่ ฉะนั้นหากเราไม่รักษาหลอดเลือคให้ดี กินแต่อาหารไม่มีประโยชน์ที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง ก็อาจเกิดการฝังตัวของไขมันตามผนังหลอดเลือด จนไม่สามารถขนส่งอาหารตามปกติได้นั่นเอง ก็จะทำให้โรคภัยต่างๆ ถามหา กินอย่างไรดูแลหลอดเลือด โครงการศึกษาคอเลสเตอรอลแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แนะนำให้กินอาหารล้างไขมันในหลอดเลือดตามแนวทางทีแอลซี (Therapeutic Lifestyle Changes (TLC) Diet Recommendations) ดังนี้ ไม่ควรกินไขมันอิ่มตัวมากกว่าวันละ 7 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด โดยการหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดหนังติดมัน ไขมันจากนม เนย อาหารทอดน้ำมันท่วม […]

7 อันตราย ที่ตามมากับ โรคอ้วนลงพุง หากปล่อยทิ้งไว้

โรคอ้วนลงพุง ทำเราป่วยอะไรพ่วงได้บ้าง จริงอยู่ว่ายุคสมัยนี้เราให้อิสระเรื่องรูปร่าง และไม่ตัดสินว่าต้องผอม ต้องขาว ถึงจะสวยงาม น่ามอง แล้วทำให้คนที่มีรูปร่างอ้วนไป หรือผอมไป ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง ผู้เขียนเองก็เชื่อว่า ไม่ว่าจะรูปร่างแบบไหน ย่อมมีความงามในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือเรื่องของสุขภาพที่จะตามมา หากปล่อยปละละเลยตัวเอง วันนี้เราจะมาว่ากันด้วยโรคพ่วง ที่จะถามหา หากคุยปล่อยให้ตัวเองเป็น โรคอ้วนลงพุง มาอ่านกันค่ะ โรคหัวใจและหลอดเลือด ระดับไขมันคอเลสเตอรอลและไขมันสะสมที่สูงกว่าปกติ ส่งผลให้หลอดเลือดหนาขึ้น หลอดเลือดแดงตีบ เลือดไหลเวียนได้น้อย ถ้าอุดตันอาจพัฒนาเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย   โรคเบาหวาน ไขมันในช่องท้องมักพบในคนอ้วนลงพุง ส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ตัวรับสัญญาณของฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ ควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่มีประสิทธิภาพ   โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ ผู้ที่อ้วนลงพุงมักทำให้สมองเสื่อมไวกว่าคนปกติ เพราะไขมันไปอุดตันเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงเซลล์สมองไม่สะดวก   โรคมะเร็ง ผลการสำรวจของกองทุนวิจัยมะเร็งโลก พบว่า ผู้หญิงอ้วน มีแนวโน้มเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4 รวมไปถึงเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งปากมดลูกด้วย     โรคข้อเสื่อม การมีน้ำหนักตัวมากกว่ามาตรฐานมากๆ  ส่งผลให้กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ป้องกันข้อต่อค่อยๆ เสื่อมสภาพลง จนเป็นเหตุให้รู้สึกปวดตามกระดูกข้อต่างๆ    […]

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนเราเป็น “ต้อหิน”

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนเราเป็น “ต้อหิน” โรคทางตาที่สร้างความรำคาญใจให้คนเราอย่างมากอีกอย่างก็คือ “ต้อหิน” ที่ถือเป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะสูญเสียการมองเห็นชนิดถาวรที่พบได้บ่อยที่สุดทั่วโลก โดยในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่มีอาการอะไร ต่อมาลานสายตาจะค่อยๆแคบลง ถ้าไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้ตาบอดได้ในที่สุด ต้อหินพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบได้มากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติญาติเป็นต้อหิน สายตาสั้นหรือยาว มากๆ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ทั้งชนิดยาหยอดตา ยาฉีด ยาพ่นหรือยากิน รวมทั้งผู้ที่เป็นต้อกระจกจนสุก ก็สมควรได้รับการตรวจคัดกรองต้อหินโดยจักษุแพทย์ เพื่อ การวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น ได้ ส่วนการใช้สายตามากๆ การใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสารรวมทั้งการได้รับ แสงสีฟ้าไม่ได้มีผลต่อการเกิดโรคต้อหินแต่อย่างไร โรคต้อหินคืออะไร ต้อหินคือโรคที่ทำให้เกิดการสูญเสียใยประสาทตาของขั้วประสาทตาโดยเกี่ยว ข้องกับความดันตาและการสูญเสียลานสายตา การวินิจฉัยโรคต้อหินทำได้ด้วยการ ตรวจขั้วประสาทตา การวัดความดันตาและการตรวจลานสายตาโดยจักษุแพทย์ ประเภทของต้อหิน 1 แบ่งตามลักษณะของมุมตา ประกอบด้วยต้อหินชนิดมุมตาเปิด และต้อหินมุมตาปิด 2.แบ่งตามสาเหตุ ประกอบด้วยต้อหินชนิดปฐมภูมิที่ไม่มีสาเหตุ และต้อหินชนิดทุติยภูมิที่มีสาเหตุจากโรคตาอื่นๆ เช่น เบาหวานขึ้นตา ต้อกระจก เป็นต้น 3.แบ่งตามลักษณะอาการ ได้แก่ ต้อหินเรื้อรังที่มักไม่มีอาการอะไร และต้อหินเฉียบพลัน ที่มีอาการปวดตา ตาแดง ตามัวทันที […]

4 วิธีป้องกันท้องอืดจากพืชผัก

4 วิธีป้องกันท้องอืดจากพืชผัก  ท้องอืด คืออาการท้องป่อง พอง และรู้สึกไม่สบายตัว คนเราเกือบทุกคนต้องเคยมีอาการแบบนี้ ท้องอืดมักจะเกิดขึ้นหลังจากคุณรับประทานอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือในช่วงเทศกาล แต่สำหรับบางคน อาการท้องอืดไม่ใช่แค่ความไม่สบายตัวที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว สำหรับคนรักสุขภาพหลายท่าน หรือมือใหม่ที่เริ่มหัดกินผัก อาหารที่มีกากใยมาก อาจพบปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือแน่นท้องได้ เพราะแบคทีเรียในลำไส้ย่อยกากใยในอาหารและปล่อยแก๊สออกมา จึงทำให้บางคนเกิดอาการท้องอืด สถาบันวิจัยมะเร็งสหรัฐอเมริกา (AIRC) มี 4 คำแนะนำในการป้องกันท้องอืดสำหรับมือใหม่ ดังต่อไปนี้ เริ่มแต่น้อย ค่อยๆ ปรับเพิ่ม การปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่า เช่น ถ้าเราตั้งใจกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว ควรผสมข้าวกล้องกับข้าวขาวอย่างละครึ่ง รอให้ร่างกายปรับตัว 3 – 7 วัน หลังจากนั้นค่อยๆเพิ่มสัดส่วนข้าวกล้อง จนกระทั่งเลิกใช้ข้าวขาวและหันมากินแต่ข้าวกล้องอย่างเดียว กินผักสุกก่อนเพิ่มผักสด คนส่วนใหญ่จะกินผักสุกได้มากกว่าผักสด ช่วงที่เป็นมือใหม่หัดกินผักน่าจะกินผักสุกให้มากหน่อย เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนผักสดทีละน้อย ดื่มน้ำและเดินให้บ่อยขึ้น ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น โดยดื่มคราวละน้อยๆ แต่บ่อยๆ ตลอดวัน และควรเดินให้มากขึ้น เช่น หลังมื้ออาหารควรเดินช้าๆ 10 – 15 นาที […]

5 วัตถุดิบชั้นเยี่ยม กินอร่อย ป้องกันโรคหัวใจ

5 วัตถุดิบชั้นเยี่ยม กินอร่อย ป้องกันโรคหัวใจ โรคหัวใจ เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ โรค ที่สามารถป้องกันได้ด้วยการกินนะคะ เพราะการกินอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ฉะนั้นการ ป้องกันโรคหัวใจ เบื้องต้น ควรเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มันและของทอด ที่สำคัญควรออกกำลังกาย แต่หากใครยังไม่รู้ว่า แล้วอาหารแบบไหนกันที่ต่อใจของเราบ้าง มาเริ่มกันเลย อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพหัวใจ ซึ่งอะโวคาโด 1 ลูก ประกอบไปด้วยโพแทสเซียม 975 มิลลิกรัม หรือประมาณ 28% ของปริมาณโพแทสเซียมที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน ทำให้สามารถช่วยลดความดันโลหิตซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งของกรดไขมันดี จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันภายในหลอดเลือด และลดโอกาสเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และหัวใจวายในอนาคต แก้วมังกร เป็นผลไม้ที่หลายคนโปรดปราน เพราะรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ทำให้กินง่าย แถมยังสดชื่นอีกต่างหาก ส่วนสรรพคุณ ก็จัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เปี่ยมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ นอกจากนี้แคลต่ำทำให้กินแล้วไม่อ้วน ที่สำคัญมีสารอนุมูลอิสระ ป้องกันหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย เพราะถ้าร่างกายเสื่อม จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดนั่นเอง กระเทียม สุดยอดสมุนไพร ที่มีสรรพคุณบํารุงหัวใจ และลดการอุดตันของไขมันในหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี […]

ชวนรู้จัก 3 เมล็ดธัญพืช ต้านโรค ช่วยอายุยืน

ชวนรู้จัก 3 เมล็ดธัญพืช ต้านโรค ช่วยอายุยืน เชื่อว่าหลายคนที่เป็นสายรักสุขภาพ คงรู้จักเมล็ดธัญพืชกันหลายชนิด ซึ่งธัญพืช พูดอย่างย่นย่อ ก็คือเมล็ดของพืชชนิดต่างๆ ที่นิยมใช้ทำเป็นอาหาร และได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ในบางชนิดก็ให้โปรตีนสูง และมีไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย วันนี้เราเลยอยากพาไปรู้จัก 3 เมล็ดธัญพืช ต้านโรค ช่วยชะลอวัย ให้อายุยืนๆ มาฝากกัน ข้าวกล้อง ช่วยเพิ่มพลังสมอง และความจำ รู้หรือไม่ ข้าวกล้อง เป็นอาหารที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรตสำคัญที่ให้พลังงานต่อร่างกาย อุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ มากมา ที่สำคัญมีกลูโคส ซึ่งกลูโคสเป็นอาหารสมองตัวจริง เพราะหลังการย่อยและดูดซึมแล้ว กลูโคสจากกระแสเลือดจะถูกป้อนให้เซลล์สมองอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้เป็นพลังงาน เซลล์สมองจะอ้าแขนรับกลูโคสอย่างเต็มใจโดยไม่ต้องง้อฮอร์โมนอินซูลินเหมือนเซลล์ชนิดอื่นๆ และข้าวกล้องมีวิตามินบี 2 สูงกว่าข้าวขัดขาวถึง 2 เท่า โดยมีข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า การกินวิตามินบี 2 เป็นประจำสามารถลดจำนวนครั้งการเป็นไมเกรนลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ การกินข้าวกล้องร่วมกับอาหารที่มีวิตามินบี 2 และแมกนีเซียมสูงสามารถป้องกันและลดอาการปวดศีรษะ ไมเกรนได้ โดยศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ปวดศีรษะไมเกรนบ่อยๆ ส่วนใหญ่พบว่ามีระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำ หากเสริมแมกนีเซียมอย่างเพียงพอสามารถลดความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ คีนัว สุดยอดไขมันดี ช่วยบำรุงร่างกาย สำหรับควินัวลักษณะคล้ายเมล็ดถั่วเม็ดกลมๆ อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการอยู่มาก รวมถึงไขมันดีที่จะช่วยต้านโรคสารพัด วารสารวิชาการทางการเกษตร Czech Journal of Food […]

เช็ก! โรคหอบหืด หรือ โควิด -19 กันแน่

โรคหอบหืด หรือ โควิด -19  มาเช็กอาการด่วน! โรคหอบหืด  มีอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคระบาดที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ ก็คือ โควิด-19  หลายคนสงสัยว่าตัวเองเป็นหอบหืดหรือติดโควิดไปแล้วกันแน่ วันนี้เราก็จะพาทุกท่านมาเช็กอาการให้แน่ชัดกันค่ะว่า เป็นหอบหืดหรือโควิดกันแน่            นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล ให้ข้อมูลไว้ว่า อัตราการเสียชีวิตในไทยปีละ 7,000คน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก เพราะว่าโรคนี้สามารถรักษาได้ หายได้ ถ้ารักษาเร็วมีโอกาสหายได้สูง โดยอัตราการเสียชีวิตในผู้ใหญ่จะมากกว่าเด็กประมาณ 5 เท่า และกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญคือคนไข้ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากการพ่นยาทำได้ยากกว่า อาการรุนแรงกว่า และหลายคนชินกับอาการหอบโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคหืดอีกด้วย          ทั้งนี้ ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของ โควิด-19 ตอนนี้ ทำให้หลายคนอาจสงสัยถึงอาการที่คล้ายคลึงกันของโรคหอบหืดและโควิด เพียงแต่ผู้ที่ป่วยหอบหืด ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เพราะในกรณีโรคหอบหืดนั้นมักจะมีอาการไอในตอนกลางคืน มีน้ำมูกบ้างแต่ไม่มีไข้  ต่างจากโควิด -19 จะมีไข้สูง เพราะหากมีอาการหอบหืดแล้วให้ตรวจสอบโดยให้ผู้ป่วยพ่นยาฉุกเฉิน เพื่อรักษาอาการ แต่หากไม่หายจากอาการข้างต้น คุณหมอมีคำแนะนำว่าให้รีบไปตรวจหาเชื้อโควิด -19          เรามาเช็กอาการของ โรคหอบหืด กับโควิด -19 กันดีกว่าค่ะ โรคหอบหืด  ไอ […]

คู่มือกักตัว จะทำอย่างไรหากฉันต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน

คู่มือกักตัว จะทำอย่างไรหากฉันต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน หลายบริษัทหรือหลายหน่วยงานก็ปรับเปลี่ยนแผนการทำงาน เริ่มมีการ work from home กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากมีหลายเหตุผลที่ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยจนกลายเป็นความแพนิค ว่า “เอ๊ะ เราติดโควิดหรือยังนะ” ดังนั้นการมี คู่มือกักตัว อยู่ที่บ้านก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มความเสี่ยงและหยุดการแพร่เชื้อได้ ข้างล่างคือคู่มือสำหรับการเตรียมความพร้อมและข้อปฏิบัติขณะที่กำลังกักตัวค่ะ 2 Step เมื่อต้องกักตัว 14 วัน วันนี้เรามีคู่มือสำหรับการเตรียมความพร้อมในการกักตัว 14 วัน จากกระทรวงสาธารณะสุขมาฝากกันค่ะ Step 1  เตรียมที่พักและอุปกรณ์อย่างไรให้พร้อม แยกห้องนอนและห้องน้ำออกจากผู้อื่น แยกของใช้ส่วนตัว  มีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ เช่น ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย มีอุปกรณ์ทำความสะอาด Step 2  ข้อปฏิบัติกรณีอยู่บ้านคนเดียว วัดอุณหภูมิทุกวัน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเวียส ล้างมือด้วยน้ำและฟอกสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ปิดปากจมูกด้วยทิชชูทุกครั้งที่ไอ หรือจาม หากจำเป็นต้องพบปtผู้อื่นให้ใช้หน้ากากอนามัย และรักษาระยะห่าง 1-2 เมตร แยกขยะที่ถูกสารคัดหลั่ง […]

keyboard_arrow_up