GET TO KNOW อาการปวดหัว บอกอะไรเราบ้าง

รู้หรือไม่ว่า อาการปวดหัว ในตำแหน่งต่าง ๆ อาจจะพอบอกโรคคร่าว ๆ ได้บ้าง มาดูกันว่าอาการปวดในบริเวณต่าง ๆ บอกอะไรเราบ้าง จากข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อาการปวดหัว ที่เกิดขึ้นได้มีดังนี้ โรคปวดศีรษะที่พบมากที่สุด เป็น โรคปวดศีรษะที่เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณรอบศีรษะ ตำแหน่งปวดศีรษะที่พบบ่อยคือ ตำแหน่งบริเวณหน้าผากและขมับทั้งสองข้าง บางครั้งร้าวมาที่ด้านหลังของศีรษะและต้นคอ รวมถึงบ่าและไหล่ อันนี้เป็นภาวะที่สัมพันธ์กับความเครียดด้วย ปวดศีรษะจากโรคไมเกรน จะมีอาการปวดบริเวณขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ อาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายและข้างขวา เวลาปวดบางครั้งอาจจะมีปวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนไข้จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และขณะที่มีอาการปวด ถ้าอยู่ในที่แสงสว่างจ้า เสียงดัง หรือมีกลิ่นฉุน อาการจะแย่ลง ถ้าเกิดมีการอักเสบของไซนัส คนไข้จะมีอาการปวดบริเวณขมับ โหนกแก้ม หรือบริเวณดั้งจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งของไซนัส การปวดที่เกิดจากการอักเสบของกราม มักจะมีอาการปวดบริเวณหน้าใบหู ซึ่งสัมพันธ์กับการเคี้ยวอาหาร คนไข้บางคนอาจจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีการกัดฟันเวลานอนตื่นเช้ามาจึงรู้สึกว่าเวลาขยับปากหรือเวลาเคี้ยวอาหารจะรู้สึกปวดบริเวณหน้าใบหู อาจจะสัมพันธ์กับภาวะกระดูกกรามหน้าใบหูอักเสบได้ อาการปวดอาจจะมาจากโรคที่ร้ายแรงมากกว่านั้นได้อีก ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคเนื้องอกสมอง ซึ่งอาการปวดจะมีลักษณะรุนแรง และความรุนแรงจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ปวดชนิดที่ว่าในชาตินี้ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้อาจจะมีการมองเห็นที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเห็นภาพซ้อนหรือมองเห็นไม่ชัดมีอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่าง ๆ ร่วมด้วย หรือบางคนอาจจะมีลักษณะพฤติกรรมที่ผิดปกติไปกว่าเดิม […]

ปอดอักเสบ ป้องกันไว้ ดีกว่ารักษา

ปอดอักเสบ ป้องกันไว้ ดีกว่ารักษา โรคปอดบวม หรือ ปอดอักเสบ เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเเบบเฉียบพลัน เกิดได้จากเชื้อแบคทีเรีย, เชื้อไวรัส และเชื้อรา พบได้บ่อยในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่พักฟื้นในโรงพยาบาล สำหรับสาเหตุของโรค มีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอายุและสภาพแวดล้อม โดยร่างกายจะได้รับเชื้อผ่านทางระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นปอดอักเสบมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนสูง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้สูงกว่า สาเหตุของโรคปอดอักเสบ ปอดอักเสบสามารถเกิดได้ 2 สาเหตุ ดังนี้ ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เป็นการหายใจเอาสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น สารเคมีที่ระเหยได้ ฝุ่น หรือควันที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ เกิดจากการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อ ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อราจากมูลสัตว์ และแบคทีเรีย ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ และสภาพแวดล้อมรอบตัว อาการเตือน “ปอดอักเสบ” – มีไข้ หนาวสั่น มีไข้สูงและมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย แสดงว่าการติดเชื้อดังกล่าวนั้นอาจจะกลายเป็นการติดเชื้อที่ปอด – ชีพจรเต้นเร็ว กว่า 100 ครั้งต่อนาที […]

เช็กหน่อยซิ ขี้หลงขี้ลืม จัดว่าเป็น โรคอัลไซเมอร์ หรือเปล่านะ

เช็กหน่อยซิ ขี้หลงขี้ลืม จัดว่าเป็น โรคอัลไซเมอร์ หรือเปล่านะ หาของไม่เจอ จำไม่ได้ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว บางทีแว่นตาคล้องคออยู่แท้ๆ ยังลืมได้! เจ้าอาการ ขี้หลงขี้ลืม ที่เกิดขึ้นใช่ โรคอัลไซเมอร์หรือเปล่าหากบอกว่าคนที่มีอาการหลงๆ ลืมๆ นั้น ถือเป็นโรคอัลไซเมอร์ อาจไม่ถูกต้องนัก คนที่มีอาการหลงลืมบ่อยๆ อาจเป็นได้จาก 2 กรณี ได้แก่ มีอาการขี้ลืมจากการไม่ได้จดจำ ไม่ได้เก็บข้อมูลเข้าไปในความจำ เช่น ยุ่งมากมีเรื่องหลายเรื่องที่ต้องทำ ลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม มีอาการขี้ลืมที่เกิดจากความจำถดถอย ความสามารถในการจดจำลดลง ถือว่าเป็นโรคความจำเสื่อม ซึ่งมักมีอาการอื่นในเรื่องของความจำร่วมด้วย การตรวจวินิจฉัยโรคความจำเสื่อม การตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรคความจำเสื่อม ถือเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาแยรละตรวจหาสาเหตุ เพื่อให้ทำการรักษาได้ตรงเป้า แม่นยำเฉพาะโรค และประสบผลสำเร็จ การวินิจฉัยโรคความจำเสื่อม ทำได้ดังนี้ การซักประวัติ จากตัวผู้ป่วยเอง คนรอบข้าง หรือผู้ใกล้ชิด เพื่อสังเกตพฤติกรรมและอารมณ์ การตรวจร่างกาย เพื่อหาอาการร่วมทางระบบประสาท เช่น อาการอ่อนแรง การเคลื่อนไหวผิดปกติ การตรวจความจำ เช่น Mini Mental Status Examination (MMSE), Montreal Cognitive […]

เด็กญี่ปุ่น ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น สูงสุดในรอบ 40 กว่าปี เหตุจากโควิด-19

เด็กญี่ปุ่น ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น สูงสุดในรอบ 40 กว่าปี เหตุจากโควิด-19 สำนักข่าวรอยเตอร์สอ้างรายงานของสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นเผยผลสำรวจพบว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปิดโรงเรียนนั้น มีเด็กญี่ปุ่นตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น ไปแล้ว 415 คน รายงานระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 100 คน และเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1974 ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีสถิติการฆ่าตัวตายมากที่สุดในกลุ่มประเทศ G7 มาเป็นเวลานาน และได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายลดลงประมาณ 40% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา และลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2009 ทว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยช่วงเดือนก.ค. ถึงเดือนต.ค. ปีที่แล้ว อัตราการปลิดชีวิตตัวเองของชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้หญิงซึ่งเพิ่มขึ้น 37% หรือเกือบ 5 เท่าของผู้ชาย เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่แรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ฃผู้หญิงที่เป็นแม่ที่ทำงานนนอกบ้านมีภาระเพิ่มขึ้น และเกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การศึกษายังพบอีกว่าอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กเพิ่มขึ้น 49% […]

นอนกลางวันแล้วปวดหัว เกิดขึ้นเพราะอะไร

นอนกลางวันแล้วปวดหัว แต่ถ้าง่วงก็ควรงีบ ชาวชีวจิตต้องเคยได้อ่านข้อดีของการงีบหลับมากันอย่างแน่นอน แต่เคยไหมคะว่า นอนกลางวันแล้วปวดหัว บ้างก็จะเป็นลม หรืออึนๆ ส่วนจะเป็นเพราะอะไรเราจะเล่าให้ฟัง   มีคำโบราณที่เคยได้ยินมาค่ะว่า “อย่านอนหลับทับตะวัน” เพราะวิญญาณจะออกจากร่าง ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง เพราะการนอนหลับในช่วงเวลากลางวันก็มีข้อเสียอค่ะ แต่ไม่ใช่ทำให้วิญญาณออกจากร่างนะ แต่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวต่างหาก ซึ่งเรื่องนี้อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์  นอนกรน  การนอนกรนเป็นสัญญาณชี้ว่ามีปัญหาเรื่องการหายใจขณะนอนหลับ และยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอาการปวดหัวหลังตื่นนอน    กัดฟัน การนอนกัดฟัน ทำให้เกิดการเกร็งซ้ำๆ ที่กล้ามเนื้อ จนเกิดการตึงขึ้น เมื่อตื่นนอนก็จะมีอาการปวดหัวขึ้นได้  ร่างกายการปรับตัวไม่ทัน  โดยปกติร่างกายเราจะมีการค่อยๆ ปรับอุณหภูมิ หลอดเลือดขยายไปตามอุณหภูมิในแต่ละช่วงเวลา แต่เมื่อเราในตอนบ่ายๆ ตื่นมาตอนเย็นๆ ร่างกายที่อยู่ๆ ก็ต้องขยายหลอดเลือด ลดอุณหภูมิลงเลย ก็จะส่งให้เกิดอาการปวดหัว มีไข้ได้    แล้วทำยังไงไม่ให้ปวดหัว จำกัดเวลางีบไม่เกิน 20 – 30 นาที ไม่ควรตื่นเกินช่วงเวลาประมาณ 3-4 โมงเย็น  ลดการบริโภคคาเฟอีน  หากเกิดจากการนอนกรนหรือกัดฟัน อาจมีปัญหาหยุดหายในระหว่างนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์   ข้อมูลจาก หมอเกาลัด, […]

สังเกตด่วน! คุณมีอาการเสี่ยงโรคไตหรือไม่

สังเกตด่วน! คุณมีอาการเสี่ยงโรคไตหรือไม่ โรคไต เป็นคำกว้างๆ ที่บ่งชี้ถึงการมีความผิดปกติที่บริเวณไตข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง โดยสาเหตุของโรคไต ได้แก่ โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ โรคไตอักเสบ นิ่วที่ไต โรคเนื้องอกที่ไต เป็นต้น และยังมีโรคประจำตัวที่สามารถทำให้เกิดโรคไตเสื่อมเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยโรคที่กล่าวมานี้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรังได้ในที่สุด เราต่างรู้ดีว่า “ไต” เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญมากกับร่างกาย ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้นการดูแลไตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่ไตจะได้คงสภาพการทำงานต่อไปได้  หากไตมีปัญหาจะทำให้ประสิทธิภาพในการขับของเสียลดลง ทำให้เกิดอาการตัวบวม และในที่สุดจะทำให้เกิดไตวาย หรือภาวะไตล้มเหลวได้ อาการโรคไตระยะเริ่มต้น ผู้ที่เริ่มมีอาการของโรคไต ในช่วงแรกแทบไม่มีสัญญาณเตือน โดยอาการมักจะปรากฏในช่วงระยะท้ายๆ เนื่องจากไตได้รับความเสียหายไปมากแล้ว ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคไตมักจะมีอาการต่างๆ เหล่านี้ -ปัสสาวะเป็นเลือด ปกติแล้วปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีเหลืองเข้ม ขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่มน้ำในขณะนั้น แต่ถ้าพบว่าปัสสาวะมีเลือดปน อาจจะเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรืออาจเกิดเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น -ปัสสาวะเป็นฟอง เกิดจากการมีโปรตีนไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งมักเป็นอาการของภาวะโรคไตเรื้อรัง -ปัสสาวะกลางคืนบ่อยกว่าปกติ ผู้ที่ไตมีความผิดปกติ เช่น โรคไตเรื้อรัง ไตจะไม่สามารถดูดน้ำกลับเก็บในกระเพาะปัสสาวะได้ปกติ […]

7 คำถามของ โรคสะเก็ดเงินกับโควิด-19 มีอะไรต้องรู้

โรคสะเก็ดเงินกับโควิด-19 มีอะไรต้องรู้ ปัจจุบันในสถานการณ์ที่มีการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด19 ทำให้มีคำถามจากผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินหลากหลายประเด็น สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงขอเป็นสื่อกลางนำ  7 คำถาม โรคสะเก็ดเงินกับโควิด-19 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินมีความกล้าที่จะบอกเล่าเกี่ยวกับอาการ นอกเหนือจากบริเวณผิวหนังของโรคที่ต้องเผชิญร่วมกันกับแพทย์ผู้รักษา ทั้งเพื่อประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเองในการรักษาให้ตรงจุดและครอบคลุมในการลดอุบัติการณ์ของโรคร่วม และให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รศ.พญ.พลอยทราย รัตนเขมากร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  7  คำถามโรคสะเก็ดเงิน ประกอบด้วย การเป็นโรคสะเก็ดเงินนั้นสามารถติดต่อและเป็นโควิด-19 ได้ง่ายกว่าคนปกติหรือไม่ ·       ไม่แตกต่างจากคนปกติโดยทั่วไป แต่ประเด็นที่สำคัญและควรรู้ คือการที่เป็นโรคสะเก็ดเงินชนิดรุนแรง พบว่ามักจะมีโรคร่วมที่พบได้บ่อยขึ้นกว่าคนปกติ เช่น ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ภาวะไขมันในเลือดสูง นอกจากนี้ยังพบว่ามีอัตราการสูบบุหรี่และดื่มเหล้าเพิ่มขึ้น ปัจจัยร่วมดังกล่าวทำให้ในกรณีที่โรคโควิด-19 อาจส่งผลกระทบ คือมีความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง ยาทา ยากิน ยาฉีดหรือการรักษาสะเก็ดเงินด้วยการใช้แสงอาทิตย์เทียมมีผลอย่างไรต่อโรคโควิด-19 ·       การทายา การได้รับยาชนิดรับประทานประเภท Acitretin  การฉายแสงอาทิตย์เทียม รวมไปถึงฉีดยา ฉีดชีวภาพและยาปรับภูมิในระดับต่ำไม่ได้ทำให้มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากข้อมูลในปัจจุบัน แต่หากผู้ป่วยได้รับยาปรับภูมิในขนาดสูง มีข้อสันนิษฐานว่าอาจทำให้การขจัดเชื้อโควิด-19 ออกจากร่างกายยากมากขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลจากทั่วโลกที่มีการรวบรวมไว้ถึงปัจจุบันไม่พบว่าการรักษาสะเก็ดเงินด้วยวิธีการต่าง ๆ จะส่งผลกระทบหากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 จะมีการรวบรวบรวมข้อมูลจากหลายประเทศ พบว่าผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่ติดเชื้อ โควิด-19 มากกว่า 90 % หายเป็นปกติและมีอัตราการเสียชีวิตต่ำ ควรปรับการรักษาโรคสะเก็ดเงินอย่างไร ในสถานการณ์ที่มีการระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19  ·       มีแนะนำจากกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รักษาโรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบจากสะเก็ดเงินแนะนำให้คงการรักษาโรคสะเก็ดเงินและข้ออักเสบสะเก็ดเงินตามปกติ ปกติรับการรักษาด้วยการฉายแสงอาทิตย์เทียมที่โรงพยาบาล แต่ไม่อยากมาโรงพยาบาลบ่อย ๆ สามารถอาบแดดหรือตากแดดที่บ้านเพื่อทดแทนได้หรือไม่ ·     มีกรณีศึกษารายงานว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งประสบความสำเร็จ คือผื่นสะเก็ดเงินทุเลาลงจากการตากแดดเองที่บ้าน ดังนั้นหากผู้ป่วยท่านใดต้องการตากแดดที่บ้านเพื่อทดแทนการฉายแสงยูวีบีโดยตรงและสัมผัสกับผิวหนัง หากเป็นสะเก็ดเงินเฉพาะส่วน  เช่น บริเวณขาสามารถยื่นขาออกไปนอกบ้านและให้แสงอาทิตย์สัมผัสกับบริเวณผิวหนังโดยตรง อาจเลือกใช้เสื่อหรือเตียงนอนนึ่ง ในขณะการตากแดดเป็นเวลา 10 ถึง 15 […]

หมดกังวล การผ่าตัดรักษาโรคปอด ไม่น่ากลัวอีกต่อไป

การผ่าตัดรักษาโรคปอด จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป ในช่วงนี้ถึงแม้ว่าการผ่าตัดผู้ป่วยจะค่อนข้างถูกจำกัด จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสภาพอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของประเทศ ส่งผลทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับปอด เช่นโรคมะเร็งปอด, โรคลมรั่วในปอดและโรคปอดชนิดอื่น ๆ ซึ่งเพิ่มมากขึ้น และ โดยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่ง การผ่าตัดรักษาโรคปอด นั้นเป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงส่งผลทำให้มีผู้ป่วยบางรายที่กำลังจะได้รับการรักษาค่อนข้างกังวล และ ไม่กล้าเข้ามารับการรักษา อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาไปมากส่งผลทำให้การผ่าตัดปอดไม่น่ากลัวอีกต่อไป ว่าด้วยการผ่าตัด นพ.ศิระ เลาหทัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศัลยศาสตร์ทรวงอกเฉพาะทางด้านโรคปอด โรงพยาบาลวชิรพยาบาล กล่าวว่าในยุคเริ่มต้นของการผ่าตัดปอดนั้นได้ริเริ่มทำการผ่าตัดโดยการเปิดช่องอก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องตัดกล้ามเนื้อหลายมัดและถ่างขยายกระดูกซี่โครงในการเข้าไปทำการผ่าตัด ส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดอาการปวดเรื้อรังหลังจากการผ่าตัดค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันการผ่าตัดปอดได้มีการพัฒนาโดยเฉพาะการผ่าตัดส่องกล้อง ส่งผลทำให้การผ่าตัดปอดนั้นเป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัย โดยในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวโอกาสที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงนั้นน้อยกว่าเพียงแค่ 1เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยผู้ป่วยต้องได้รับการผ่าตัดปอดส่วนมากมักจะค่อนข้างกังวลเนื่องจากกลัวว่าหลังจากผ่าตัดยังจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือไม่ ดังนั้นก่อนทำการผ่าตัดปอดทุกครั้ง จึงควรต้องประเมินสมรรถภาพปอด ( Pulmonary function test) ว่าผู้ป่วยสามารถทนต่อการผ่าตัดได้หรือไม่ ในกรณีที่สมรรถภาพปอดไม่เพียงพอ ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีทางอื่นแทน ซึ่งนอกจากตรวจการประเมินสมรรถภาพปอดแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นจะต้องตรวจหาโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย ที่สำคัญเป็นโรคที่อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดปอด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและโรคเส้นหลอดเลือดหัวใจตีบ หลังผ่าตัด การฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัดปอดนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่หลังผ่าตัดอาจจำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 2-3 วันหลังจากการผ่าตัดหรือในรายที่มีโรคร่วมอาจนานกว่านั้น โดยหัวใจการฟื้นตัวนั้น คือการหมั่นบริหารปอด ซึ่งทำได้โดยฝึกบริหารด้วยตัวเองโดยใช้อุปกรณ์เรียกว่า Incentive Spirometry เพื่อป้องกันปอดแฟ่บหรือขยายไม่เต็มที่หลังจากการผ่าตัด หลักการของอุปกรณ์ตัวนี้ คือ […]

อย่าประมาท กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จากภาวะ Long Covid

รู้จัก กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จากภาวะ Long Covid ลองโควิด (Long COVID) คืออาการตกค้างที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่มีการติดเชื้อ COVID–19 มากกว่า 4 – 12 สัปดาห์แล้วหายในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ ถ้ามีอาการของลองโควิดแล้วจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพราะอาจจะสามารถเกิดภาวะ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ได้ หากรู้สาเหตุและการป้องกันจะสามารถรักษาได้ทันท่วงที  ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ หัวใจอยู่แล้วและติดเชื้อจะทำให้อาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนที่สูงกว่าคนทั่วไป เมื่อได้รับเชื้อแล้ว ผลที่จะสามารถเกิดขึ้นได้โดยตรงกับหัวใจคือ ขณะที่ได้รับเชื้อและร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อ อาจมีภาวะที่เรียกว่า เกิดภูมิต้านทานของตัวเองต่อกล้ามเนื้อหัวใจและต่อเยื่อหุ้มหัวใจ ที่จะส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรงและการทำงานและการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ซึ่งยังไม่มีข้อมูลการศึกษาที่ชัดเจนว่าสามารถเจอได้มากน้อยเพียงใด ในบางการศึกษารายงานว่า สามารถพบการเสียชีวิตของการติดเชื้อ COVID–19 ที่ส่งผลโดยตรงกับหัวใจ ได้ 7 – 10% และในผู้ป่วยที่ติดเชื้อรุนแรงพบว่ามีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้มากถึง 40% ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบยังสามารถพบได้จากการฉีดวัคซีน COVID-19 เช่นเดียวกัน แต่พบได้ไม่บ่อยนักและส่วนมากจะพบได้ในการฉีดวัคซีนชนิด mRNA โดยเฉพาะหลังจากฉีดเข็มที่ 2 ไปแล้ว 3 วัน จนถึง 2 สัปดาห์ เกือบทั้งหมดตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อยจากการเจาะเลือดหรือตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเกือบทั้งหมดหายได้เองและหายสนิท ซึ่งตัวเลขจากการศึกษาพบเพียงประมาณ 1 ใน 100,000 ถึง 200,000 คน ซึ่งจากรายงานพบว่าภาวะดังกล่าวไม่ได้มีความรุนแรง อาการเป็นอย่างไร อาการลองโควิดที่แสดงออกเกี่ยวกับหัวใจ คือ ใจสั่น เหนื่อย เพลีย หรือบางครั้งอาจมีอาการเจ็บหน้าอก การเจ็บหน้าอกจะไม่เฉพาะเจาะจง บางคนมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีการรักษาเฉพาะเจาะจง แต่อาจมีการตรวจเลือด หรือทำภาพสแกน หรือ MRI เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างของหัวใจและยังไม่มีมาตรฐานการรักษาที่ชัดเจนในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและดุลยพินิจของแพทย์โรคหัวใจ […]

ผู้หญิงต้องรู้ “ปวดท้องน้อย” เสี่ยงอะไรบ้าง

ผู้หญิงต้องรู้ “ปวดท้องน้อย” เสี่ยงอะไรบ้าง ปวดท้องน้อย  เชื่อว่าในชีวิตของลูกผู้หญิงหลายคนจะต้องเคยมีประสบการณ์นี้กันบ้าง อาจะปวดน้อย ปวดมาก แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่แต่ละบุคคลในระหว่างที่มีประจำเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาการปวดท้องน้อย ปวดหน่วงๆ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องปกติของของเดือนเสมอไป หากมาพร้อมกับอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังทุกวัน รอบเดือนมากผิดปกติ ปวดหน่วงๆ จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำอื่นได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่างๆได้ การปวดท้องน้อย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งแบบเรื้อรัง และทันทีทันใด ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต่างกัน การปวดท้องน้อยเรื้อรัง โดยส่วนใหญ่จะเริ่มจากปวดแบบเป็นๆ หายๆ กระทั่งปวดตลอดเวลา หรืออาจจะปวดหน่วงๆ เป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอ บางรายปวดร่วมกับการมีประจำเดือน ตามหลักเมื่อสตรีมีประจำเดือนไม่ควรจะปวด หรือปวดเพียงเล็กน้อยพอรู้สึก ถ้าปวดมากมักจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นจากโรคอื่นๆ เช่น เนื้องอกมดลูก (ถ้าก้อนโตมากๆ อาจคลำได้ก้อนที่บริเวณท้องน้อย หรือมีอาการท้องโตคล้ายคนท้อง) ซีสต์ที่รังไข่ และ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญขึ้นผิดที่ อาการปวดมักจะเป็นต่อเนื่องกันมากกว่า 3-6 เดือน มีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือมีประจำเดือนออกมาก หรือนานผิดปกติ บางรายอาจมีอาการปวดขณะถ่ายปัสสาวะ หรือร่วมเพศ และอาจคลำเจอก้อนเนื้อที่ท้องน้อย ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน จะมีอาการปวดท้องน้อยเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด และมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นลม […]

ไซนัสอักเสบ หรือที่ชอบใช้ว่า “เป็นไซนัส” นั้นหมายถึงอะไร ?

ไซนัสอักเสบ หรือที่ชอบใช้ว่า “เป็นไซนัส” นั้นหมายถึงอะไร? ไซนัสอักเสบ หมายถึงโรคหรือภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อบุภายในไซนัสที่เกิดจากการติด เชื้อหรือภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุภายในไซนัสและช่องจมูกบวมและเกิดการอุดตันที่รูเปิดของไซนัส โดยไซนัสนั้นเป็นโพรงอากาศบริเวณใบหน้าและฐานของกระโหลกศีรษะที่มีรูเปิด ติดต่อกับช่องจมูก ภายในไซนัสมีเยื่อบางๆ บุอยู่แบบเดียวกับเยื่อบุในช่องปาก เยื่อบุบางๆ นี้ต่อเป็นผืนเดียวกันกับเยื่อบุภายในช่องจมูกและปาก ไซนัสมีอยู่ 4 ที่ด้วยกันคือ -Maxillary Sinus อยู่ภายในโพรงกระดูกแก้มทั้งสองข้าง เป็นไซนัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และก่อให้เกิดปัญหาบ่อยที่สุด -Ethmoid Sinus เป็นโพรงอากาศที่อยู่ในกระดูก ethmoidอยู่ระหว่างส่วนบนของสันจมูกกับหัวตาทั้งสองข้าง ไซนัสนี้มีลักษณะคล้ายรังบวบ แต่ละข้างมีหลายไซนัสด้วยกัน แบ่งออกเป็นไซนัสที่อยู่ด้านหน้าและทางด้านหลังโดยมีรูเปิดเข้าสู่จมูกคนละ ส่วนกัน -Frontal Sinus เป็นโพรงอากาศที่อยู่ในกระดูกหน้าผาก ส่วนใหญ่จะมีสองข้าง ถ้ามีข้างเดียวหรือไม่มีเลยก็ไม่ถือเป็นสิ่งผิดปกติ ในเด็กเล็กไซนัสนี้ยังไม่มีการเจริญเติบโต ขนาดของไซนัสอาจแตกต่างกันมากในแต่ละคน ไซนัสนี้เมื่อมีอาการติดเชื้อเกิดขึ้น อาจทำให้ผิวหนังบริเวณหน้าผากบวมแดงและโป่งพองออกมา หรือทะลุเข้าไปข้างในทำให้เยื่อหุ้มสมองจนถึงสมองอักเสบได้ -Sphenoid Sinus อยู่ใต้ฐานกระโหลกศีรษะในกระดูก Sphenoid ไซนัสนี้ปกติมีสองข้าง ขนาดของแต่ละข้างอาจไม่เท่ากัน ถ้าไซนัสนี้ติดเชื้อจะมีอาการรุนแรงถึงขั้นทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ ทำไมถึงเป็นไซนัส ? และไซนัสอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ จะทำให้เกิดการบวมของเยื่อบุภายในช่องจมูกและไซนัสรูเปิดที่ติดต่อระหว่างจมูกกับไซนัสตีบตัน ถ้าการบวมของเยื่อภายในช่องจมูกและไซนัสหายสนิทภายใน […]

9 วิธีแก้นอนไม่หลับ ตื่นมาสดใส

แก้นอนไม่หลับ ที่แนะนำโดยแพทย์ หลับสบายไม่ต้องพึ่งยา ทุกวันนี้หลายคนอาจมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ ทั้งการจากพฤติกรรม ความคิด รวมไปถึงสุขภาพ หรือแม้แต่ปัจจัยภายนอก จนทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบไปเต็มๆ แต่วันนี้ ชีวจิตมี 9 วิธี แก้นอนไม่หลับ แบบไม่พึ่งยา แถมแนะนำโดยแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถีอีกด้วยค่ะ   จัดที่นอน  ที่นอนเป็นปัจจัยสำคัญเลยค่ะที่ทำให้นอนไม่หลับ ดังนั้นควรที่นอนให้เหมาะกับการนอน ไม่มีเสียงรบกวน รวมไปถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่ตึงมีส่วนทำให้ปวดเมื่อยและนอนไม่หลับ การนวดผ่อนคลาย หรือแช่น้ำอุ่นจะช่วยให้นอนหลับสบาย เลี่ยงมื้อหนัก ในมื้อเย็น ไม่ควรทานอาหารหนักๆ หรือย่อยยาก เพราะอาหารทำให้ปวดท้อง ควรทานเป็นอาหารเบาๆ และควรกินก่อนเข้านอนประมาณ 3-4 ชั่วโมง  ง่วงปุ๊บ เข้านอนปั๊บ หากรู้สึกง่วงเมื่อไหร่ ให้รีบเข้านอนในทันที และการเข้านอนในเวลาเดิมๆ จะทำให้ร่างกายจดจำเวลาสำหรับเข้านอน กลายเป็นอีกหนึ่งนาฬิกาของชีวิต  กลิ่นหอม การใช้กลิ่นหอมๆ ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับได้ในที่สุด โดยกลิ่นที่ช่วยให้นอนหลับคือ กลิ่นลาเวนเดอร์ วานิลลา ยูคาลิปตัส พิมเสน และกลิ่นคาโมมายล์ อาหารแมกนีเซียมสูง แมกนีเซียมจะเป็นตัวช่วยสร้างเมลาโทนิน สารที่ช่วยทำให้นอนหลับ […]

น้ำกัดเท้า โรคยอดฮิตที่มากับน้ำท่วม

น้ำกัดเท้า โรคยอดฮิตที่มากับน้ำท่วม ไม่ระวังอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้! ช่วงนี้ฝนตก หลายที่มีน้ำท่วมขัง  จนทำให้เกิดอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพตามนั่นคือ น้ำกัดเท้า ที่หลายคนคิดว่าเรื่องเล็กๆ แต่ความจริงไม่เล็กนะคะ เพราะทำเป็นแผลมีหนองได้เลย  น้ำกัดเท้าคือ ? น้ำกัดเท้า เกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังเปื่อย ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากแช่น้ำนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อผิวหนังเปื่อยก็จะทำให้หนังกำพร้าหลุดออก หรือเกิดรอยแตกทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ นอกจากนั้นยังทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเติบโตได้ง่าย    อาการของน้ำกัดเท้า แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรก เกิดในช่วง 1-3 วันแรก ผิวหนังเปื่อย มีลักษณะแดง คัน แสบ  ระยะที่ 2 ช่วง 3-10 วัน อาจมีติดเขื้อแบคทีเรีย ผิวหนังบวมแดง ปวดเจ็บ มีหนองหรือน้ำเหลืองซึม  ระยะสุดท้าย 10 – 20 วัน ถ้ายังแช่นน้ำอีก ผิวก็จะแดง คัน มีขุยขาว เปียกและเหม็น ผิวหนังเปื่อยเป็นสีขาว อาจติดเชื้อรา แม้อาการจะดูไม่รุนแรง […]

ปวดไมเกรน ระวังเส้นเลือดสมองให้ดี!

ปวดไมเกรน เพิ่มโอกาสเส้นเลือดสมองแตกหรือตีบ! ใคร ปวดไมเกรน บ่อยๆ มีเรื่องต้องกังวลแล้วค่ะ เพราะว่านอกจากจะต้องเจออาการปวดหัวที่แสนทรมานแล้ว ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาทางด้านเส้นเลือดสมองมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่าเลยทีเดียว ปวดไมเกรน เป็นอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบประสาท โดยในช่วงเวลาที่ปวดไมเกรนนั้นสมองหลายๆ ส่วนจะทำงานผิดปกติ ทำให้การรับความรู้สึกของบริเวณศีรษะและใบหน้าเพิ่มขึ้น จนรู้ได้ถึงการเต้นของเส้นเลือดที่ปวดตุบๆ จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ “Brain” พบว่า ผู้ที่เป็นไมเกรนชนิดมีอาการเตือน จะเกิดเส้นเลือดสมองตีบได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 27% โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 50 ปี และจากการตรวจด้วยเครื่อง MRI พบว่าสมองคนที่เป็นไมเกรนบ่อยๆ มีอาการเส้นเลือดตีบแบบไม่แสดงอาการ และพบว่าเนื้อสมองส่วนขาวซึ่งมีหน้าที่มีหน้าที่ส่งสัญญาณที่ออกจากเซลล์ประสาทมีความผิดปกติมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และที่น่ากลัวคือมีความเสี่ยงเส้นเลือดสมองแตกมากกว่าคนทั่วไป 46% ดังนั้นคนที่มีอาการไมเกรนจึงควรต้องระวังการเกิดเส้นเลือดสมองตีบและแตกมากกว่าคนทั่วไป ใช้ยาอย่างถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากยาในกลุ่มแก้ปวดบางตัวก็ส่งผลต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและหัวใจได้ ซึ่งคนที่เป็นไมเกรนนั้นก็ควรจะต้องเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดเช่น  เสียงดัง แสงจ้า อากาศร้อน หรือแสงกระพริบ ป้องกันเส้นเลือดสมองตีบ แต่ถึงอย่างนั้น อาการเส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตกก็สามารถป้องกันได้สูงถึง 90% เลยทีเดียว หากดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ตรวจสุขภาพประจำปี ไม่เครียด ควบคุมความดัน ไขมัน และน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ทานอาหารครบ 5 […]

รู้ทัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ภัยเงียบใกล้ตัว แต่มีโอกาสรักษาหายได้มากที่สุด

ชมรมโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ฯ เผยพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบ 600,000รายต่อปี ในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยใหม่ที่เป็นโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ปีละกว่า 7,000 ราย หรือ เทียบเท่า 19 รายต่อวัน มากขึ้นกว่าเท่าตัว นับเป็นโรคร้ายใกล้ตัว เนื่องจากเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอับดับ 1 ของมะเร็งทางระบบโลหิตวิทยาและมีโอกาสกลับเป็นซ้ำในสองปีแรก  ทางชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย จึงจัดงาน “ปาฏิหาริย์-เปลี่ยนมะเร็ง-ให้เป็นสุข : Miracle is all AROUND 2021” เนื่องใน”วันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก” ให้ความรู้ พร้อมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยาที่จะมาแนะนำแนวทางการรักษา และการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้คนไข้โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทุกคน มีคุณภาพชีวิต และแรงบันดาลใจที่ดี ในวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ผ่านระบบออนไลน์ Zoom โดยมีผู้ป่วยและผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังจำนวนมาก ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย ประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย ประธานคณะทำงานการวิจัยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย (Thai Lymphoma Study Group) อดีต ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า […]

เห็ดเมา สารเสพติดจอมวายร้าย หรือ พระเอกช่วยรีเซ็ตสมองผู้ป่วยซึมเศร้า

เห็ดเมา สารเสพติดจอมวายร้าย หรือ พระเอกช่วยรีเซ็ตสมองผู้ป่วยซึมเศร้า จับปาร์ตี้เห็ดเมา การกินเห็ดเมาทำให้ประสาทหลอนรุนแรง กินเห็ดเมาแล้วอาเจียนเป็นเลือด สารพัดข่าวทำให้เห็ดเมา ตกเป็นผู้ร้าย แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าใช้อย่างถูกวิธี สารออกฤทธิ์หลอนประสาทที่พบใน เห็ดเมา สามารถปรับสภาพและจัดระเบียบสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารุนแรงชนิดที่ไม่มีทางรักษาให้มีอาการดีขึ้นได้ ซึ่งเป็นความหวังต่อการรักษาโรคทางจิตเวชนี้ในอนาคต คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่า ได้ทำการวิจัยกับกลุ่มทดลองขนาดเล็กที่เป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 19 คน โดยได้ให้ยาซิโลซายบิน (Psilocybin) ซึ่งสกัดจากเห็ดเมา 1 ครั้งแก่ผู้ป่วยทุกคน และมีการสแกนตรวจดูลักษณะการทำงานของสมองผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังรับยา 1 วันด้วย ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการทดลองครึ่งหนึ่ง ไม่มีอาการซึมเศร้าเหลืออยู่หลังสร่างเมาจากยาแล้ว และสมองบางส่วนมีการทำงานที่เปลี่ยนไป โดยผู้ป่วยสามารถคงภาวะที่มีอาการดีขึ้นนี้ไว้ได้นานราว 5 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เคยมีผลงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่า ยาซิโลซายบินซึ่งสกัดจากเห็ดเมาเป็นเสมือน “สารหล่อลื่นทางจิตประสาท” ที่ทำให้ผู้ป่วยหลุดพ้นจากวงจรการเกิดอาการซึมเศร้าได้ แต่งานวิจัยล่าสุดนี้สามารถชี้ได้ว่า คนไข้ที่รับยาดังกล่าวจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นที่สมอง 2 ส่วน คือที่ส่วนอะมิกดะลา (Amygdala) ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างมากกับการจัดการความรู้สึกกลัวและกังวล กับส่วนเครือข่ายประสาทอัตโนมัติที่ทำงานเมื่อสมองพักผ่อน (Default-Mode Network – DMN […]

ตอบชัดๆ ฟังเพลงเสียงดัง สนั่นลำโพง เสี่ยง หูดับ ได้จริงหรือ

ตอบชัดๆ ฟังเพลงเสียงดัง สนั่นลำโพง เสี่ยง หูดับ ได้จริงหรือ ฟังเพลงดังๆ เสี่ยง หูดับ จริงหรือไม่ วันนี้ เรามีคำตอบจาก อ. พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาบอกค่ะ หลายคนคงเคยโดนบ่นว่า ฟังเพลงเสียงดังเกินไป เดี๋ยวหูจะหนวกนะ กันมาแล้ว บอกตรงนี้เลยว่า การฟังเพลงเสียงดัง ทำให้หูดับได้จริง… การฟังเสียงดัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงหรือเสียงอื่น ๆ เสี่ยงทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินจากประสาทหูเสื่อมได้ ผู้ป่วยอาจรู้สึกได้ยินลดลง และอาจพบร่วมกับมีเสียงในหู เช่น เสียงวี๊ด คล้ายจิ้งหรีด ซึ่งมักเป็นที่ความถี่สูงก่อนและหากเป็นมากอาจสูญเสียที่ความถี่ต่ำร่วมด้วย และอาจเป็นแบบชั่วคราวได้ แต่หากยังได้รับเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ  อาจทำให้เกิดสูญเสียการได้ยินแบบถาวร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความดังของเสียงและระยะเวลาที่ได้รับเสียง เช่น ผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่เสียงดัง เช่น โรงงาน ผู้ที่ชอบฟังหูฟังแล้วเปิดเพลงดัง ๆ เป็นต้น มักเสียการได้ยินในระดับใกล้เคียงกันของหูทั้งสองข้าง หรือ การได้ยินเสียงดังมาก ๆ ในระยะเวลาสั้น […]

ไทย 1 ใน 5 ชาติที่เปิดประเทศ ให้ ปชช. ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด ให้ได้

เราต้องรอด ไทยเป็น 1 ใน 5 ชาติที่เปิดประเทศ ให้ประชาชน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด ให้ได้ เพราะดูท่าทีแล้ว โควิด 19 ยังไม่จบลงง่ายๆ สถานการณ์การระบาดในทั่วโลกยังคงไม่สามารถควบคุมได้ และยืดเยื้อมายาวนานกว่า 18 เดือน จึงเริ่มมีบางประเทศที่ตัดสินใจที่จะเปิดประเทศ และหวังว่าจะปรับตัวให้ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโควิด ให้ได้ แม้ว่าอัตราการฉีดวัคซีนจะยังไม่เป็นไปตามเป้า แต่บางประเทศมองว่าการปิดประเทศคุมเข้ม ไม่คุ้มค่ากับผลประโยชน์หรือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เสียไป และนี่คือ 5 ประเทศที่น่าจับตาว่า การวางกลยุทธ์ใหม่ ให้ใช้ชีวิตร่วมกับการระบาดของโควิด-19 จะออกมาเป็นเช่นไร เดนมาร์ก : ประเทศที่ประกาศมาตรการป้องกันล่วงหน้า รัฐบาลเดนมาร์ก ได้ยกเลิกมาตรการคุมเข้มโรคโควิด-19 ทั้งหมดในประเทศเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่าโรคโควิด-19 ไม่ได้เป็นอาการป่วยที่คุกคาม หรือก่อวิกฤติให้แก่สังคมอีกต่อไป ชาวเดนมาร์กในเวลานี้สามารถที่จะเข้าไนต์คลับ และร้านอาหารโดยที่ไม่ต้องมีวัคซีนพาสปอร์ตอีก สามารถที่จะเดินทางในระบบขนส่งมวลชนโดยไม่ต้องสวมหน้ากาก และยังสามารถรวมตัวกันจำนวนมากได้ ราวกับการใช้ชีวิตปกติก่อนที่จะเกิดการระบาด หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศเดนมาร์กประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคได้ ก็คือการกระจายวัคซีน โดยจนถึงวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา มีชาวเดนมาร์กมากกว่า 74 เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 […]

keyboard_arrow_up