ลำไส้ขี้เกียจ เพราะใช้ยาระบายมากไปหรือเปล่า ?

ลำไส้ขี้เกียจ คืออะไร เรามาตามดูกัน ปัญหาท้องผูก ขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือต้องนั่งห้องน้ำเป็นเวลานาน คงเป็นอาการที่สร้างความทรมานใจ ให้กับใครหลายคนเป็นอย่างมาก จนต้องหันมาพึ่งยาระบายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ ความจริงแล้วอาการท้องผูก อาจไม่ได้ขึ้นอยู่ที่จำนวนในการขับถ่ายอย่างเดียว แต่อยากให้ยึดหลักที่ว่า การขับถ่ายแต่ละครั้งจะต้องไม่มีการออกแรงเบ่งจนเกินไป อุจจาระเป็นก้อนนิ่มพอดี ไม่แข็งเกิน ถึงแม้ว่าจะขับถ่ายเพียง 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ยังถือว่าปกติ แต่ใครที่รู้สึกว่ามีอาการท้องผูกและพยายามหายาระบายมากิน จะทำให้เกิดความเสี่ยงหลายอย่างที่อาจตามมาได้ เช่น – ยาระบายที่ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระ (buclk-forming laxatives) ทำให้อุจจาระเป็นก้อนและนิ่มขึ้น แต่อาจทำให้ท้องอืดและในอนาคตอาจเริ่มถ่ายยาก หากมีการดื่มน้ำที่น้อยเกินไป – ยาที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (stimulant laxatives) เพื่อเป็นการเร่งให้ลำไส้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น แต่ถ้าใช้ไปเรื่อยๆ จะทำให้การทำงานของลำไส้มีการเปลี่ยนแปลง และอาจมีจุดดำเกิดขึ้นในลำไส้ได้ – ยาชนิดสวน สำหรับยาชนิดนี้อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคไต เพราะมันมีสารประกอบประเภทเกลืออยู่ ดังนั้นต้องระวังการใช้ยาสอดให้ดี หากเป็นไปได้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ สุดท้ายนี้การใช้ยาระบายเป็นประจำทุกวัน อาจทำให้เกิดปัญหาภาวะลำไส้ขี้เกียจ และส่งผลทำให้ไม่สามารถขับถ่ายเองได้ ดังนั้นการใช้ยาระบายควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ ที่มา : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์  

เห็ด ของหาง่าย ช่วยต้านมะเร็ง

เห็ดเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชชั้นยอด และที่สำคัญคือเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีกว่าในผักเสียด้วย แต่นอกจากนั้น เห็ดก็ยังมีประโยชน์ได้ด้านอื่นๆ ด้วยนะคะ เพราะในตัวเห็ดนั้นมีสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นมากมาย เรามาดูกันดีกว่าว่าเห็ดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง  ให้พลังงานต่ำ  นอกจากโปรตีนสูงแล้ว เห็ดยังให้พลังงานต่ำ ดังนั้นสาวๆ ที่กำลังมองหาพืชผักต้องไม่มองข้ามเห็ดเด็ดขาดเลยค่ะ  ต้านมะเร็ง มีผลงานวิจัยศึกษาพบว่า สารสกัดเห็ดนางรมสีเหลือง มีสารฟีโนลิก ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระสูง ในขณะที่เห็ดนางรมสีดำและสีชมพูช่วยยับยั้งการเติบโตของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดี ควบคุมความดันโลหิต โพแทสเซียมในเห็ดช่วยปรับสมดุลโซเดียมในร่างกายได้ หากกินเห็ดในปริมาณที่พอเหมาะ จึงควบคุมความดันในเลือดได้ ดูแลไขมันในเลือด  เห็ดนางรมนอกจากจะช่วยเรื่องยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งแล้ว ยังช่วยในเรื่องการดูแลหลอดเลือดของเราให้สะอาดลดการสะสมคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยสารสกัดเห็ดหลินจือนั้นมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นเบาหวานที่มีปัญหาร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย  เบต้ากลูแคนส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสำคัญของเห็น สามารถช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพการต่อต้านเชื้อโรค และการติดเชื้อ โดยผลการวิจัยที่ทำกับเด็กก่อนวัยเรียน เมื่อกินเป็นประจำติดต่อกัน 3 เดือน พบว่า ช่วยลดความถี่การเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจส่วนบนได้  ว่าแล้วก็กินแกงเห็ดกันดีกว่าค่ะ อุดมด้วยของดีมีประโยชน์ แถมรสชาติก็อร่อยสุด  ข้อมูล จาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

7 สมุนไพรไทย แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งมีสาเหตุอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากพฤติกรรมการกิน ซึ่งสามารถใช้สมุนไพรไทยช่วย แก้ท้องอืด ได้ค่ะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของลำไส้ โดยมักมีอาการจุก เสียด แน่นท้อง มีลมตีขึ้น เรอเปรี้ยว โดยมักมีสาเหตุมาจากการกินอาการรสจัด กินในปริมาณมาก รวมถึงกินลมเข้าไปมาก นอกจากนั้นอาจเกิดจากอาการป่วย เช่นกรดไหลย้อน เป็นต้น ส่วนจะมีสมุนไพรอะไรที่บรรเทาได้ เรามาดูกันค่ะ ขิง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม ลดอาการจุกเสียด บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดการอักเสบ วิธีการ  ทุบเหง้าขิงแก่พอแหลก  เทน้ำเดือดใส่ประมาณครึ่งแก้ว ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วดื่มระหว่างมื้ออาหาร หรือใช้ขิงผงสำเร็จรุปเทใส่น้ำดื่ม  สะระแหน่ เป็นยาขับลม  แก้ปวดท้อง จุกเสียด ช่วยทำให้รู้สึกสบายท้อง  วิธีการ กินใบสดๆ  ขมิ้น ใช้ได้ทั้งขมิ้นชัน ขมิ้นแกง แก้ท้องอืด ท้องร่วง ไล่ลม มีฤทธิ์ร้อน  วิธีการ ใช้ขมิ้นแก่ ขูดเปลือกออก […]

กินน้ำตาลให้เป็น หวานแค่ไหนก็ห่างโรค

น้ำตาลในเลือดสูง จะมีวิธีการกินน้ำตาลยังไง ให้เราห่างไกลจากโรคร้าย  ต้องตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่ำอย่างไร นอกจากนั้นยังต้องตรวจระดับน้ำตาลสะสม  (  HbA1c- Hemoglobin A1C) ถ้าประเมินแล้ว เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงน้ำตาลต่ำ ก็ต้องพกลูกอม ช็อคโกแลตบาร์ ซีเรียลบาร์ เพื่อใช้ในกรณีมีอาการน้ำตาลต่ำ   ในกรณีที่ใช้ยาต่าง ๆ ที่มีผลทำให้น้ำตาลต่ำ ก็ควรหมั่นไปหาหมอเพื่อตรวจเช็ค ส่วนผู้มีระดับน้ำตาลต่ำจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น ใช้ยาลดน้ำหนัก ไม่ควรใช้ยาเองโดยพลการ ไม่ปรับโดสยาเอง ไม่ใจร้อนเกิน  ผู้ที่ทำ IF  ก็ไม่ควรอดอาหารนานเกินไป  ผู้ที่กินคีโตน ก็ไม่ควรกินมากเกินไป             การทำ IF ควรทำอย่างระมัดระวัง  ถ้าจะทำแบบโหด ๆ  ควรต้องไปพบแพทย์ทุกเดือน รวมถึงผู้ที่ใช้ยาฉีดพุง เพราะมันผิดธรรมชาติหน่อย ๆ ควรกินอาหารอย่างสมดุล กินอาหารให้เหมาะสมกับกิจกรรมที่ทำ คือกินเท่าไหร่ ใช้เท่านั้น  อย่ากินมากกว่าใช้ หรือกินน้อยกว่าใช้มากเกินไป  โดยต้องประเมินว่าอายุเท่าใด กิจกรรมที่ทำต้องใช้แรงมากน้อยแค่ไหน  และควรกินอาหารกี่มื้อ จึงจะไม่อ้วน             ธงโภชนาการเมื่อก่อนให้กินคาร์โบไฮเดรตปริมาณ ½ จาน  […]

ง่วงนอนบ่อย รู้ไหมว่าเสี่ยงเกิดโรค

อาการง่วงนอน ไม่ได้หมายความว่าเมื่อคืนพักผ่อนไม่พอเสมอไปนะคะ แต่อาการ ง่วงนอนบ่อย ๆ ในตอนกลางวัน ทั้งที่ก็พักผ่อนอย่างเพียงพอ อาจเป็นสัญญาณการเกิดโรคบางโรคได้เช่นกัน  โรคโลหิตจาง เพราะระบบไหลเวียนเลือดไม่สมบูรณ์อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนมากกว่าปกติ นอกจากนั้นผู้หญิงที่มีประจำเดือน ก็อาจเกิดภาวะนี้ได้เช่นเดียวกัน  ไทรอยด์ ไม่ว่าจะทั้งไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือไฮโปไทรอยด์ ล้วนเกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ซึ่งร่างกายอาจจะแสดงความผิดปกตินี้ ผ่านอาการง่วงนอน  เบาหวาน เบาหวานชนิดที่ 2 มีอาการง่วงนอนเป็นหนึ่งในสัญญาณของโรค นอกจากนั้นยังมีอาการปวดฉี่บ่อย เหนื่อยง่าย ชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ร่วมด้วย ซึ่งผู้ที่มีอาการง่วงนอนบ่อยๆ ต้องลองสังเกตตัวเองนะคะ  นอนกรน คนที่นอนกรน มักจะมีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้  โรคเครียด ความเครียดส่งผลกระทบถึงฮอร์โมน ทำให้ระบบในร่างกายทำงานไม่ปกติ รวมถึงการพักผ่อนด้วย  โรคไต เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน นอกจากนั้นยังมีอาการร่วมคือ ใต้ตาคล้ำ น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย หากมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบแพทย์เป็นการด่วน  แบบไหนต้องไปพบหมอ  เมื่อรู้สึกว่าการง่วงนอนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำให้เกิดปัญหา เช่นง่วงนอนอย่างรุนแรงขณะขับรถ เป็นต้น    ข้อมูล โรงพยาบาลศิครินทร์, […]

3 Step จัดการไขมันสูงอยู่หมัด ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย

ไขมันสูง จัดการยังไงดี ? การมีไขมันในเลือดสูง ซึ่งหมายถึงภาวะที่มีความผิดปกติของการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ที่เหมาะสม เป็นผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา นอกจากนี้ยังอาจทำให้ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง ได้แก่ กรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ โรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง โรคตับ โรคไตบางชนิด  การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์  ฮอร์โมนเพศ(ยาคุมกำเนิด)  การตั้งครรภ์ การดื่มแอลกอฮอล์ และขาดการออกกำลังกาย ครูแพทย์แผนไทยพิพัฒน์ แนะนำว่า “ต้องเอาไขมันออกก่อนถ้าไม่เอาออกไม่หาย จะกลับไปเป็นซ้ำอีก เพราะร่างกายถูกยาคุมไว้เฉย ๆ  หยุดยาเมื่อไหร่น้ำตาลก็พุ่งขึ้นเหมือนเดิมเพราะไขมันไม่ได้ถูกเอาออกมา ลำไส้ยังสกปรก ในหลอดเลือดก็ยังสกปรกเหมือนเดิมไม่หาย ต้องล้างลำไส้ให้สะอาด ระบบน้ำเหลืองก็จะดี ไขมันจะไม่ไปพอกตับพอกม้าม”   สำหรับแนวทางการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง และน้ำตาลสูงด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องกินยาตลอดชีวิตมี  3 ขั้นตอน ดังนี้ Step1 ชำระคราบไขมันในลำไส้ การกำจัดไขมันในเส้นเลือด หรือในลำไส้ ทำได้หลายวิธี ทั้งการกินอาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรตำรับเผาผลาญไขมันในร่างกาย ล้างคราบไขมันในลำไส้  ซึ่งมีหลายตำรับ […]

กู้วิกฤตเบาหวาน ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ปรับพฤติกรรม

เบาหวานเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีสาเหตุมาจากหนึ่งมาจากพฤติกรรม ดังนั้นแล้วหากอยากควบคุมเบาหวานให้ได้ สิ่งแรกที่ควรทำคือการควบคุม และปรับพฤติกรรมบางอย่างที่อาจก่อให้โรคลุกลาม วันนี้แอดจึงนำบทความเรื่องการควบคุมเบาหวาน โดยนายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ มาให้ชาวชีวจิตได้อ่านกันค่ะ โภชนาการเพื่อป้องกันและรักษาเบาหวาน งานวิจัยของฟินแลนด์ ทำให้เกิดการยอมรับกันทั่วไปถึงหลักการสำคัญทางด้านโภชนาการ 4 อย่าง ที่ทำให้คนในภาวะใกล้เป็นเบาหวานสามารถป้องกันเบาหวานได้คือ 1.การลดแคลอรี่จากอาหารลง ควบกับการออกกำลังกายเพื่อให้น้ำหนักลดลงอย่างน้อย 5 เปอร์เซ็นต์ 2. ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวให้เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ของแคลอรี่รวม 3. ลดการบริโภคไขมันให้เหลือไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ของแคลอรี่รวม 4.บริโภคไฟเบอร์(เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี) ให้ได้มากกว่า 15 กรัมต่อ 1,000 แคลอรี่ ลดอาหารให้พลังงานลง แคลอรี่คือหน่วยนับพลังงานที่ร่างกายใช้ ร่างกายสร้างแคลอรี่จากอาหารพลังงาน ได้แก่ (1) คาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล อาหารกลุ่มนี้จะถูกร่างกายเอามาเผาผลาญเป็นพลังงานก่อนเพื่อน โดย 1 กรัมของคาร์โบไฮเดรตจะเผาผลาญได้พลังงาน 4 แคลอรี่ (2) ไขมัน ให้พลังงานมากกว่าคาร์โปไฮเดรตหนึ่งเท่าตัว คือ […]

โพรไบโอติกส์ แบคทีเรียดี ช่วยลดความดัน ไขมัน

ไม่ว่าเมื่อไหร่ เรื่องของโพรไบโอติกส์ก็ไม่เคยหายไปจากกระแสของสุขภาพ แต่หลายคนอาจจะยังสงสัย รวมถึงไม่แน่ใจความว่าโพรไบโอติกส์ และพรีไบโอติกส์ แตกต่างกันตรงไหน รวมถึงมีประโยชน์อย่างไร วันนี้แอดจะมาเล่าให้ฟังค่ะ โพรไบโอติกส์ คือ จุลินทรีย์ดีขนาดเล็ก ที่พบได้ในนมเปรี้ยว โยเกิร์ต อาหารหมักดอง ที่ทำให้สุขภาพดีในคงทนต่อกรดและด่าง สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่ดี พรีไบโอติกส์ คือ อาหารของโพรไบโอติกส์ เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก ตัวอาหารจึงไปที่ลำไส้ใหญ่และถูกย่อยโดยโพรไบโอติกส์ และเพิ่มความแข็งแรงให้กับโพรไบโอติกส์นั่นเองโพรไบโอติกส์กับประโยชน์ต่อร่างกาย ประโยชน์ของโพรไบโอติกส์  โพรไบโอติกส์มีประโยขน์หลากหลาย โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร ช่วยสร้างเกราะป้องกันเยื่อบุลำไส้ ไม่ให้เชื่อก่อโรคมาอยู่  ยับยั้งไม่ให้เชื้อก่อโรคเติบโต สร้างเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร รักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ช่วยเยียวยาอาการและโรคภัยต่างๆ ของร่างกาย โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น กรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน ท้องร่วงจากการเดินทาง ท้องผูก เป็นต้น โรคภูมิแพ้ โรคภายในผู้หญิง เช่นภาวะติดเชื้อในช่องคลอด  ช่องคลอดแห้งหลังหมดประจำเดือน เป็นต้น โรคระบบทางเดินปัสสาวะ เช่นภาวะติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ  โพรไบโอติกส์กับไขมัน และความดัน มีงานวิจัยศึกษาพบว่าจุลินทรีย์บางชนิดช่วยลดไขมัน และคอลเลสเตรอลในเส้นเลือดได้ จึงช่วยลดความดันโลหิตสูง และยังลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ เลือกโพรไบโอติกส์จากฉลากผลิตภัณฑ์  […]

รู้จัก 8 8 8 จัดชีวิตให้สมดุล

8 8 8 จัดชีวิตให้สมดุล เล่นสนุก ได้งาน พักผ่อนเพียงพอ ในทุกวันนี้เรื่องของ Work Life Balance  เป็นสิ่งสำคัญท่ามกลางการทำงานที่เคร่งเครียด และความต้องการหาเงินเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนทำให้หลายๆ คนสูญเสียเวลาส่วนตัว เวลาแห่งการพักผ่อน วันนี้ชีวจิตจะชวนมาปรับการใช้ชีวิตด้วยหลัก 8 8 8 ซึงจะช่วยให้เราจัดชีวิตได้สมดุลมากขึ้น  หลายคนคงสงสัยว่า 8 8 8 คืออะไร แอดจะเล่าให้ฟัง 8 8 8 คือการแบ่งเวลา 24 ชั่วโมง ออกเป็น 3 ช่วงเวลา เวลาละเท่าๆ กัน นั้นคือ 8 ชั่วโมง โดย 3 ช่วงที่ว่าคือ การพักผ่อน การทำงานหรือเรียน  และเวลาสำหรับตัวเอง แล้วแต่ละด้านสำคัญอย่างไร 8 ชั่วโมงแห่งการพักผ่อน  อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าจำนวนชั่วโมงที่ดีที่สุดคือประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและระบบอวัยวะต่างๆ ได้ฟื้นฟู และพักผ่อน […]

ไขมันตัวดี ตัวร้าย มันต่างกันยังไงนะ ?

ไขมัน นับเป็นสารอาหารที่จำเป็น มีหน้าที่หลักเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์  และปลอกหุ้มของเซลล์ระบบประสาท นอกจากนี้ยังเป็นสารตั้งต้นของการสร้างน้ำดี  และฮอร์โมนสเตียรอยด์ในร่างกาย คอเลสเตอรอล เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองจากตับและลำไส้ หรือได้รับจากสารอาหารที่รับประทานเข้าไป อาหารที่มาจากพืชไม่พบคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบ พบมากในไขมันสัตว์ ปริมาณไขมันขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร คอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง อย่างไรก็ตามหากมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปก็เป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน เพราะไขมันเหล่านี้จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดแดงทั่วร่างกาย เช่น หลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน โดยจะเป็นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับปริมาณคอเลสเตอรอล และมีปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น  ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความอ้วน และการไม่ออกกำลังกาย             ไขมันคอเลสเตอรอลจำแนกเป็น  2 ชนิด คือ –ไขมันชนิดดี  ( High Density Lipoprotein  หรือ HDL) มีหน้าที่นำคอเลสเตอรอลจากกระแสเลือด และเนื้อเยื่อไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับไขมันชนิดดีในเลือดสูง จะทำให้อัตราความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยลง ไขมันชนิดดีจะมีปริมาณสูงได้โดยการออกกำลังกาย ระดับ HDL ปกติ  สำหรับผู้ชายมากกว่า 40  มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ส่วนผู้หญิงมากกว่า 50 […]

ยกของหนัก ระวัง มดลูกเคลื่อน

ยกของหนัก ระวัง มดลูกเคลื่อน สาวๆ ทั้งหลายที่ต้องยกของหนัก หรือแบกของต่างๆ มากมาย ต้องระวังกันแล้วนะคะ เพราะไม่ใช่แค่หนักแล้วรู้สึกปวดเมื่อยล้าแขน หรือหลังเท่านั้น แต่อาจส่งผลให้เกิด มดลูกเคลื่อน หรือมดลูกหย่อน นั่นเอง มดลูกหย่อน คือ  ภาวะที่มดลูกเคลื่อนต่ำลงจากตำแหน่งเดิมมาอยู่ที่ช่องคลอด จนอาจโผล่พ้นออกมานอกช่องคลอดได้เลยทีเดียว ซึ่งภาวะนี้นอกจากจะเกิดกับมดลูกแล้ว ยังอาจเกิดได้กับ กระเพาะปัสสาวะ และลำไสไ้ด้ด้วย สาเหตุให้มดลูกหย่อน  เกิดขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อ เอ็น ที่ยึดเหนี่ยวมดลูกอ่อนแอลง ด้วยสาเหตุต่อไปนี้ การตั้งครรภ์ และคลอดบุตร เพราะการคลอดลูกทำให้เนื้อเยื่อที่พยุงช่องคลอดอ่อนแอลง พบภาวะนี้ได้หนึ่งในสามของผู้หญิงที่มีลูก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งหลังคลอดไม่นาน หรือหลังคลอดหลายปี อายุที่มากขึ้น อาจเป็นเหตุให้โครงสร้างที่พยุงอุ้งเชิงกรานอ่อนแอลงได้ ยกของหนัก อ้วน ไอเรื้อรัง เนื่องจากภาวะเหล่านี้ทำให้เกิดแรงดันที่กระทำต่ออุ้งเชิงกรานอย่างมาก จนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอลง อาการมดลูกหย่อน  รู้สึกหน่วงในช่องคลอด หรือหลังส่วนล่าง รู้สึกมีก้อนภายใน หรือยื่นย้อยออกมานอกช่องคลอด ระบบขับปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะไหลช้า ไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือปวดมาก ปัสสาวะเล็ด อาการที่ลำไส้ เช่น ขับอุจจาระลำบาก ไม่สุด รู้สึกไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์ เพราะมีก้อนเนื้อยื่นขวาง […]

7 สารอาหารที่สมองต้องการ

7 สารอาหารที่สมองต้องการ สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย เนื่องจากเป็นศูนย์สั่งการระบบต่างๆ ให้ทำงานเป็นปกติ หากสมองอ่อนล้าอาจทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ตามมา วันนี้แอดจึงต้องหาสารอาหารสำหรับบำรุงสมอง มาฝากกันค่ะ ไขมัน  ฟังชื่อนี้หลายคนเริ่มเบ้หน้า เพราะรู้กันว่าไขมันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วไขมันสำคัญอย่างมากในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท และเยื่อบุผิวเนื้อสมอง สำหรับไขมันที่สำคัญในการดูแลสมองคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว หรือโอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งมีอยู่มากในปลา น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว และต้องหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว เช่น กะทิ น้ำมันมะพร้าว ไขมันทรานส์ เพราะพวกนี้ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วยังเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ โคลีน  เป็นสารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง มีอยู่ในข้าวกล้อง จมูกข้าวโพด วิตามินบี  วิตามินบี 1, 5, 6, และ 12 ล้วนเป็นวิตามินที่สำคัญต่อการบำรุงและดูแลสมอง โดยทำหลายที่ไม่ว่าจะเป็นช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณประสาท ผลิตสารเคมีในสมอง รวมไปถึงสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ สำหรับวิตามินบี พบได้ใน ถั่ว งา ข้าวโพด ธัญพืชไม่ขัดสี และปลา แคปไซซิน  […]

ความจริงแล้ว ข้าวเช้าจำเป็นกับเราทุกคนจริงหรอ ?

ร่างกายมนุษย์นี้ดูเผินๆเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน เราอาจจะคิดว่ายีนของเราทำให้เราไม่เหมือนกัน นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่ายีนของเราซึ่งมีอยู่ราว 25,000 แบบนั้นเหมือนกันเสีย 97 เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นฝาแฝดไข่ใบเดียวกันที่มียีนเหมือนกัน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่งานวิจัยฝาแฝดไข่ใบเดียวกันก็พบว่า ร่างกายของคู่แฝดไม่ได้เหมือนกัน อย่าว่าแต่ 100 เปอร์เซ็นต์ เลย แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ก็ยากแล้ว เพราะคู่แฝดบางคู่ทั้งๆที่เติบโตมาในบ้านเดียวกัน อยู่ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน แต่คนหนึ่งอ้วน อีกคนหนึ่งผอม เออ.. แล้วอะไรละที่ทำให้ร่างกายคนเราไม่เหมือนกันทั้งๆที่ยีนก็เหมือน อาหารก็เหมือน สิ่งแวดล้อมก็เหมือน งานวิจัยพบว่าสิ่งที่ไม่เหมือนกันคือชนิดของจุลินทรีย์ในลำไส้ของคู่แฝด งานวิจัยพบว่าที่เหมือนกันมีเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ อีก 75 เปอร์เซ็นต์ ไม่เหมือนกัน ทำให้การสนองตอบต่ออาหารและปัจจัยแวดล้อมต่่างกัน ดังนั้นการเกิดมาเป็นคนเมื่อคิดจะดูแลสุขภาพด้วยตนเองต้องเข้าใจบทที่ 1 ก่อนว่าร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำแนะนำของหมอสันต์คำเดียวไม่อาจใช้ได้กับทุกคนทุกที่ทุกเวลาได้ ดังนั้นผู้ติดตามหมอสันต์ซึ่งล้วนมีเป้าหมายจะดูแลตัวเองโดยไม่พึ่งใครทุกคนอย่าหวังเอาแค่ฟังหมอสันต์แล้วเอาไปปฏิบัติตะพึดไม่ได้ จะต้องก้าวไปอีกขั้นหนึ่งคือเข้าให้ถึงหลัก personalization อาศัยหมอสันต์แค่ช่วยให้เข้าใจความรู้พื้นฐานในเรื่องร่างกายมนุษย์ว่ามันทำงานอย่างไร ในเรื่องข้อมูลหลักฐานวิทยาศาสตร์ว่าการกินการใช้ชีวิตมันมีผลต่อโรคในภาพใหญ่อย่างไร ในเรื่องตัวชี้วัดสุขภาพต่างๆว่าวงการแพทย์เขาใช้ประโยชน์มันอย่างไร แล้วเอาความรู้เหล่านี้ไปทำการปฏิบัติทดลองกับตัวเอง ติดตามวัดผลดูว่าวีธีนี้ได้ผลไหม ไม่ได้ผลก็เปลี่ยนไปทดลองวิธีใหม่ ผู้ติดตามหมอสันต์ทุกคนต้องเป็นนักวิจัยสุขภาพตนเองอย่างนี้ ไม่ต้องห่วงเรื่องการตรวจประเมินเพราะอุปกรณ์ดีๆจะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ […]

บอกลาคุณคนเก่า ที่แสนเฉื่อยไม่สดใส ด้วยการเติมสารอาหารบำรุงสมอง

เคยไหมที่ คิดงานไม่ออก ลืมข้าวของ ความเครียดสะสม การทำงานหนัก รวมทั้งปัญหาการนอนไม่หลับ หรือแม้แต่ความรู้สึกเหี่ยวเฉากับการใช้ชีวิต ยิ่งในยุคที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การปล่อยให้สมองของเราช้า เฉื่อย เหนื่อยล้า ย่อมส่งผลเสียอยู่เช่นกัน ดังนั้น วิธีการดูแลและบำรุงสมองมีหลายวิธี เพราะสมองของเราถูกทำลายทีละน้อย จากไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต รวมไปถึง ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเร่งให้สมองเกิดความเสื่อมก่อนวัย ซึ่งเราจะรู้ได้จากสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ ที่ผิดปกติ เช่น คิดอะไรไม่ค่อยออก ,ขี้ลืมบ่อย ,เหนื่อยล้า เป็นต้น ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยงภาวะสมองล้า บทความจากโรงพยาบาลสมิติเวช โดย แพทย์หญิงจิตแข เทพชาตรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ แนะนำวิธีจัดการกับภาวะสมองล้าแบบง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้ -จัดลำดับงานที่สำคัญจากมากไปน้อย -หยุดเล่นโทรศัพท์สักพัก หรือหยุดเสพติดข่าว หรือสื่อที่ทำให้เครียดในช่วงที่กำลังเครียดจากงาน -มองโลกในแง่บวก และหาเวลาทำกิจกรรมโปรด เพื่อปรับอารมณ์และผ่อนคลาย -นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง -รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารเช้า -ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ -หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ […]

ตากระตุก ลางบอกเหตุ หรือแค่ขาดวิตามิน

เมื่อไรก็ตามที่ ตากระตุก หันไปบอกใคร แทบทุกคนล้วนจะถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “ตากระตุกข้างไหน” จากนั้นต่อมาด้วยคำ “ขวาร้าย ซ้ายดี” ถ้าตากระตุกข้างขวา จะให้ตีที่ตา แล้วโยนไปที่อื่น (ใครเคยเจอแบบนี้บ้าง ?) แต่ถ้ากระตุกข้างซ้าย วันนั้นเราจะเฝ้ารอความโชคดีที่เข้ามากันแทบทั้งวัน แต่ความจริงแล้ว อาการตากระตุกยังสามารถบอกอะไรเราได้อีกเยอะ นอกจากเป็นเรื่องของโชคลาภ ก่อนอื่นเรามาดูกันว่า ตากระตุกคืออะไรกันแน่ แล้วแบบไหนคืออาการของมัน อาการตากระตุก (Eyes Twitching) เป็นอาการการที่เปลือกตามีการขยับเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว ซึ่งเราสามารถเกิดอาการได้ทั้งเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ปกติ ไม่มีความรุนแรง และเราจะไม่รู้สึกเจ็บใดๆ และยังสามารถลืมตา หลับตา ใช้ชีวิตได้ปกติ โดยทั่วไปตากระตุกมักเกิดจากสาเหตุแบบมีที่มาที่ไหน เช่น เกิดอาการตาแห้ง เมื่อเราจองจอคอมพิวเตอร์ หรือจ้องโทรศัพท์เป็นเวลานาน อาจจะมากกว่า 7 ชั่วโมงขึ้นไป จะทำให้เกิดอาการนี้ได้ นอนไม่เป็นเวลา หรือนอนไม่เพียงพอ ตามที่ร่างกายควรจะได้รับ ความเครียดที่เกิดขึ้น จะส่งผลต่อฮอร์โมนบางชนิด ทำให้เกิดอาการตากระตุกขึ้น โรคภูมิแพ้ ที่มีอาการเคืองบริเวณตา หรือมีอาการตาแห้งร่วมด้วย เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการนี้เช่นกัน การขาดวิตามิน วิตามิน B12 ส่งต่อระบบประสาท […]

ดาร์คช็อกโกแลต กินให้ดี บำรุงสมอง และหัวใจ

ดาร์คช็อกโกแลต กินให้ดี บำรุงสมอง และหัวใจ ช็อกโกแลต แค่พูดชื่อก็เชื่อว่าเป็นของโปรดของใครหลายคน รวมถึงแอดมินด้วย แต่ก็อย่างที่รู้กันว่า ช็อกโกแลต หากกินมากไปก็ไม่ดี เพราะส่วนใหญ่แล้วจะผสมน้ำตาลมาในปริมาณที่หวานเจี๊ยบ วันนี้แอดเลยมาชวนกิน ดาร์คช็อกโกแลต ที่ไม่เพียงไม่หวานทำลายสุขภาพ แแต่ยังมีประโยชน์ต่อหัวใจด้วยนะคะ ดาร์คช็อกโกแลต เท่าไหร่ถึงเรียก ดาร์ค ช็อกโกแล็ตที่จะเรียกว่าดาร์คได้นั้นต้องมีปริมาณ 70% ขึ้นไป ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ สารฟลาโวนอยด์ ธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ อีกมากมาย และแม้ว่าดาร์คช็อคโกแลตจะมีคาเฟอีน และสารทีโอโบรมีนอยู่ แต่ก็มีในปริมาณที่น้อยมาก ไม่ส่งผลต่อการนอนหลับ หรือทำให้ใจสั่น ช็อกโกแลตกับหัวใจ  อุดมด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจไม่ว่าจะเป็น คาเฟอีน ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ทิโอโบรมีน ลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ ลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ฟลาโวนอยด์ ในกลุ่มโพลิฟีนอล ต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงให้หลอดเลือดหัวใจ และสมอง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยที่สรุปว่าดาร์คช้อกโกแลตอาจช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดในระยะยาวได้ ช็อกโกแล็ตกับอารมณ์  ในดาร์คช็อกโกแล็ตเองก็มีสารอาหารที่ช่วยทำให้อารมณ์ดีด้วยเช่นกัน อะนันดาไมด์ ช่วยลดความเจ็บปวด และควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย รวมทั้งกระตุ้นให้อารมณ์ดี แฟนิลเอทิลามีน […]

ปวดหัวบ่อย หรือจะเป็น เนื้องอกในสมอง!

ปวดหัวบ่อย หรือจะเป็น เนื้องอกในสมอง! ปวดหัว เป็นอาการที่หลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นหนึ่งในอาการไม่สบายตัวที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ทั้งจากอากาศที่ร้อน ความเครียด ความกดดันจากการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นอาการที่แค่กินยาแก้ปวด ก็อาจทำให้หายปวดได้ จึงเป็นอาการที่ถูกละเลย แต่ในบางครั้งอาการที่เราคุ้นเคยนี้อาจมาจากสาเหตุที่อันตรายกว่าที่คิดไว้ เช่น ปวดหัวบ่อย เพราะ เนื้องอกในสมอง! เนื้องอกในสมอง เกิดจากที่เนื้อเยื่อในสมอง หรือบริเวณใกล้เคียงเติบโตผิดปกติจนไปเบียดเนื้องอก ทำให้มีผลต่อระบบสมองและประสาท หากว่าเนื้องอกไปเบียดสมองส่วนใด ก็จะมีผลกระทบต่อระบบที่สมองส่วนนั้นควบคุมอยู่ จึงทำให้เนื้องอกในสมองส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัว ความผิดปกติในการมองเห็น ได้ยิน รวมไปถึงการทรงตัว เนื้องอกในสมอง ในปัจจุนบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเนื้องอกในสมองเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มีการแบ่งประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือ ชนิดไม่ร้ายแรง เป็นเนื้องอกธรรมดา ที่การเติบโตช้า ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง สามารถรักษาให้หายได้ ชนิดมะเร็ง เป็นการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ และกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง อาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ได้ และมีการเติบโตที่เร็วกว่าเซลล์ปกติทั่วไป ส่งผลต่อการทำงานของสมอง อาการต้องสงสัย นอกจากอาการปวดหัวแล้ว เนื้องอกในสมอง มีอาการที่ต้องสังเกตร่วมด้วย คือ ปวดหัวเรื้อรัง หรือมากกว่า 15 […]

ปวดท้องบ่อย เป็นอะไรได้บ้าง

อาการ ปวดท้องบ่อย เป็นอะไรได้บ้าง อาการปวดท้อง เป็นอาการที่หลายคนคุ้นเคย เพราะดูเหมือนจะเป็นอาการป่วยสามัญ คล้ายๆ อาการปวดหัว แต่ใครที่ปวดท้องบ่อย ซ้ำ อาจต้องมานั่งสังเกตแล้วนะคะ ว่าจะเป็นโรคอะไรที่ร้ายแรงมากกว่าแค่ปวดท้องเพราะหิวข้าวหรือเปล่า แผลในกระเพาะอาหาร / ลำไส้อักเสบ  เป็นอีกหนึ่งโรคฮิตของคนในยุคนี้ ที่สำคัญคือเป็นได้กับทุกเพศ ทุกวัย โดยสิ่งหนึ่งที่กระตุ้นให้เป็นโรคนี้ได้ง่ายขึ้นคือ ความเครียด นอกจากนั้นก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คือ ยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ทานข้าวไม่ตรงเวลา ทานอาหารรสจัด ติดเชื้อแบคทีเรีย อาการ ปวดท้องก่อน และหลังทานอาหาร ไม่สบายท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง คลื่นไส้ อาเจียน กรดไหลย้อน โรคยอดฮิตของนักเรียน และคนทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชอบกินมื้อดึก เนื่องจากกรดไหลย้อนเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรม โดยพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคคือ ดื่มชา กาแฟ หรือทานช็อคโกแล็ต เป็นประจำ สูบบุหรี่จัด เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ ทานมื้อดึก ทานอาหารแล้วนอนทันที อาการ  เรอเปรี้ยว ปวดแสบในช่องท้อง ถึงกลางอก […]

keyboard_arrow_up