อย่าหวังอะไรในความสงบ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบรรพชาเพื่อค้นหาความสุขที่แท้จริงของชีวิตนั้น ในช่วงที่ท่านยังไม่ได้ตรัสรู้ธรรม ขณะนั้นแนวทางของวิปัสสนายังไม่เกิด มีแต่แนวทางของสมถะ เมื่อมีแต่แนวทางของการปฏิบัติฌาน นักบวช นักพรต และดาบสต่าง ๆ จึงต้องมุ่งหน้าเข้าป่ากันหมด เพื่อหวังจะทำฌานให้เกิด (ความสงบ) องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเองก็ทรงดำเนินรอยตามผู้คนเหล่านั้น มีครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหน ท่านก็เสด็จไปศึกษาเพื่อแสวงหาความหงุดพ้นที่นั่น กระทั่งได้พบกับคณาจารย์สองท่านที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ อันได้แก่ อาฬารดาบส กาลามโคตร และ อุททกดาบส รามบุตร เมื่อคณาจารย์ทั้งสองได้เสนอแนวทางการเจริญอรูปฌานให้เพียงแค่พระองค์น้อมใจพิจารณาตามคำสอนนั้น ก็ทรงบรรลุอรูปฌานขั้นอากิญจัญญายตนฌานได้ ณ สำนักของท่านอุททกดาบส รามบุตร โดยฉับไว คณาจารย์เห็นดังนั้นก็ปลาบปลื้ม เพราะไม่เคยมีใครบรรลุสิ่งที่ยากเย็นได้รวดเร็วขนาดนี้ จึงขอให้พระองค์อยู่ร่วมเป็นอาจารย์สั่งสอนศิษย์ด้วยกันเสียที่สำนัก โดยจะมอบตำแหน่งอาจารย์ที่มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับดาบสทั้งสองให้ทันที แต่พระพุทธองค์ทรงพิจารณาแล้วพบว่ายังไม่ใช่ทางแห่งความหลุดพ้นที่แท้จริง จึงดำรัสถามต่อท่านอาจรย์ทั้งสองว่า วิชาการที่นอกเหนือจากนี้ยังมีอีกไหม อาจารย์ทั้งสองได้ตอบว่า วิชาการที่เหนือกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว พระองค์จึงลาอาจารย์ทั้งสองไปแสวงหาทางหลุดพ้นด้วยพระองค์เอง การปฏิบัติสมถะด้วยการทำสมาธิเพื่อให้ใจสงบนั้น ไม่สามารถขจัดทุกข์ได้อย่างถาวร เป็นแต่เพียง การแก้ทุกข์แบบกลบฝัง เท่านั้น เหมือนการเอาหินทับหญ้า ในขณะที่หินทับอยู่ หญ้าก็จะยังไม่งอก แต่ถ้ายกหินออกเมื่อใด หญ้าจะค่อย ๆ งอกขึ้นอีกครั้ง สมาธิก็เช่นกัน เป็นการกลบทุกข์ไว้ชั่วครั้งคราว คือช่วยให้เราหยุดคิดเรื่องที่ทำให้ทุกข์ได้ก็จริง แต่เมื่อออกจากสมาธิแล้วก็มีโอกาสเป็นทุกข์ได้อีก […]

“คนบ้า” ใจดี อุทาหรณ์เตือนใจอย่าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก

ขึ้นชื่อว่า “คนบ้า” ใคร ๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้ ฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกจะเดินหนี เพราะกลัวเขาบีบคอหรือทำร้าย ว่ากันว่า คนพวกนี้ก่ออาชญากรรมแล้วไม่ติดคุกเสียด้วยสิ เช้าวันหนึ่งฉันตั้งใจจะเดินทางไปสนามหลวง และได้ขึ้นรถเมล์ฟรีของ ขสมก. เมื่อรถไปถึงย่านตลาดสะพานขาวแถวถนนหลานหลวง รถจอดที่ป้ายรถเมล์ ฉันเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดและสกปรก ศีรษะโล้น ในมือถือถุงผลไม้ถุงใหญ่ เขากำลังยื่นมือไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยืนคอยรถเมล์ เธอส่ายหน้าและเดินถอยหนี ฉันเดาว่าชายคนนั้นกำลังขอเงิน และประเมินด้วยสายตาจากสภาพที่เห็นคิดว่าเขาเป็น “คนบ้า” ทันทีที่เห็นรถเมล์จอดและประตูเปิดออก เขาก็รีบวิ่งขึ้นรถ ตอนนั้นฉันอยากให้กระเป๋ารถเมล์ไล่เขาลงจังเลย แต่เพราะเป็นรถเมล์ฟรี เขาจึงไม่ต้องเสียค่าโดยสาร คนบ้าเดินไปที่คนขับ ฉันและผู้โดยสารคนอื่นมองตามด้วยความกลัวว่าจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล เผื่อจะได้หนีลงจากรถทัน เขาหยิบกล้วยไข่หนึ่งหวีจากถุงผลไม้ไปวางหน้ารถตรงคนขับ ไม่พูดอะไร จากนั้นเดินมาหาที่นั่ง ซึ่งเป็นเบาะคู่ที่อยู่ข้างหน้าเบาะที่ฉันนั่ง!! “ซวยแล้ว” ฉันคิด ฉันสังเกตว่า เขาเป็นชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40 ปี เจาะหู ใส่ต่างหูสีเงิน มีรอยสักขนาดใหญ่ที่แขนซ้าย สันนิษฐานว่าสมัยก่อนเขาคงเป็นพวกจิ๊กโก๋ แล้วทำไมวันนี้เขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ไม่ทันได้คิดคำตอบให้ตัวเอง คนบ้าก็หันหลังมาทางฉันพร้อมส่งมะม่วงเขียวลูกหนึ่งให้ ฉันสะดุ้งเล็กน้อย แต่ทำใจดีสู้เสือ จึงยิ้มพร้อมปฏิเสธ “ไม่เอาค่ะ” เขาก้มไปหยิบมะไฟช่อเล็ก ๆ […]

พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ ปรับใจให้เป็นกลาง เพื่อชีวิตมีสุข

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) กล่าวไว้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเมตตากรุณา เพราะชาวพุทธจะได้รับการสั่งสอนให้มีเมตตากรุณา ให้ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นด้วยกาย วาจา และมีจิตใจปรารถนาดี (พุทธมนต์บรรเทาความโกรธ) อย่างไรก็ตาม ความเมตตาก็มีคู่ปรับสำคัญอย่างหนึ่งคือ “ความโกรธ” ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดเมตตาขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ โกรธง่าย และพอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทำอะไรรุนแรงออกไป ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็หงุดหงิดทรมานใจตัวเอง ในเวลานั้นความเมตตาจะหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น เราจึงควรรู้ให้เท่าทันจิตเพื่อหยุดความโกรธให้ทันก่อนที่ความโกรธจะเริ่มแสดงออกทางสีหน้า การกระทำ และคำพูดต่อไป บางคนพอโกรธเข้า จากคนดี ๆ ก็กลายเป็นผีบ้า ขี้วีน ขี้เหวี่ยง หรือบางคนก็ยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ถึงขั้นลงไม้ลงมือให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี อย่างที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในข่าว ดังนั้นความโกรธจึงไม่เป็นผลดีกับใคร นอกจากมีแต่เสียกับเสีย บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำเพื่อใช้รับมือกับความโกรธก็คือ บทแผ่อุเบกขา เพื่อปรับใจของเราให้เป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยขจัดความหงุดหงิดขัดเคืองใจให้เบาบางลงได้   บทแผ่อุเบกขา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสามะ กัลยาณัง […]

“ม้านั่งเพื่อนรัก” ไอเดียของเด็กพิเศษ ช่วยหาเพื่อนให้เด็กที่โดดเดี่ยว

เด็กชายเหงา ๆ ซื้อ “ม้านั่งเพื่อนรัก” ให้สนามเด็กเล่น  เพื่อเด็กอื่นจะได้ไม่เหงาเหมือนเขาอีกต่อไป สำหรับเด็กทุกคน ชั่วโมงพักคือเวลาที่ดีที่สุดในวันที่มีเรียน แต่ไม่ใช่สำหรับเด็กอย่าง อเล็กซ์ รอวลส์  (Alex Rawls) เพราะสนามเด็กเล่นคือสถานที่อันแสนโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงามาก หนูน้อยจากเมืองสตาฟฟอร์ดเคาน์ตี รัฐเวอร์จิเนียผู้นี้ มีปัญหาคือเข้ากับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนยาก ดังนั้น เขาจึงคุ้นเคยกับการนั่งเหงา ๆ คนเดียวที่ม้านั่งริมสนาม เฝ้ามองเพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่นกันอย่างสนุกสนาน อเล็กซ์ป่วยเป็นโรคที่เรียกว่า ความบกพร่องในการประมวลผลทางประสาทสัมผัส คือมีประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไวกว่าปกติ ทำให้สมองประมวลผลไม่ทัน จะมีอาการขาดสมาธิง่าย เพราะประสาทสัมผัสทั้ง 5 รับสิ่งเร้าเข้ามาหมด แต่สมองประมวลผลไม่ทัน และไม่สามารถเลือกสิ่งเร้าที่จำเป็นได้ โดยทั่วไปจะมีพฤติกรรมเหมือนโรคสมาธิสั้น บางครั้งบางครั้งเขาก็สวมชุดนอนไปโรงเรียน โชคร้ายที่ความไม่ปกตินี้ทำให้เขาเข้ากับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกันที่โรงเรียนได้ยาก ด็อตตี้ โรโม คุณแม่ของอเล็กซ์บอกว่า คงไม่มีใครต้องการให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนั้นโดยเฉพาะกับลูกของตัวเอง และด้วยความช่วยเหลือของเธอ อเล็กซ์ก็ได้ทำภารกิจหนึ่ง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยไม่ให้เด็ก ๆ ต้องอยู่ลำพังเหงา ๆ ในชั่วโมงพัก จุดเริ่มต้นของภารกิจนี้มาจากตอนที่อเล็กซ์อายุ 10 ขวบ […]

ชีวิตหลังอำลาตำแหน่ง ของ จิมมี่ คาร์เตอร์

จิมมี่ คาร์เตอร์ เป็นประธานาธิบดีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นที่รักมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกา และเขายังมีผลงานที่เป็นประโยชน์ในวงกว้างแม้จะอำลาตำแหน่งไปแล้วหลายปี จิมมี่ คาร์เตอร์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี ค.ศ. 1976 – 1980 โดยเฉือนชนะ เจอรัลด์ ฟอร์ด ประธานาธิบดีคนที่ 38 ไปได้อย่างฉิวเฉียด ครั้งนั้นเป็นการลงสมัครประธานาธิบดีสมัยแรกของเขา สมัยนั้นจิมมี่มักเริ่มต้นการหาเสียงว่า “ผมเป็นชาวไร่ถั่วลิสง” (I’m a peanut farmer.) เพราะครอบครัวคาร์เตอร์เป็นเกษตรกรทำไร่ฝ้ายและถั่วลิสงในเมืองเพลนส์ รัฐจอร์เจีย มานานกว่า 350 ปีแล้ว แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้นคือ จิมมี่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือแอนนาโพลิสและรับราชการมานานเกือบ 10 ปี เขาเป็นทหารเรือที่ก้าวหน้าเร็วมาก แต่ต่อมามีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาคิดได้ว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ซึ่งเป็นอาวุธที่สหรัฐฯภาคภูมิใจที่สุด มีอันตรายเกินไปสำหรับมนุษย์ ประกอบกับพ่อของเขาเสียชีวิต จิมมี่จึงลาออกเพื่อกลับมาดูแลไร่ของครอบครัว จิมมี่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เขาเป็นผู้นำชุมชน เป็นกรรมการบริหารของโรงเรียน โรงพยาบาล และเป็นวุฒิสมาชิกของรัฐจอร์เจียถึงสองสมัย ช่วงปี ค.ศ. 1966 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิกสมัยที่สอง จิมมี่ก็ตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐ เพราะต้องการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนและช่วยเด็กผิวสีให้สามารถเรียนในโรงเรียนเดียวกับเด็กผิวขาวได้ เมื่อกว่าหกสิบปีก่อน ปัญหาเหยียดสีผิวในสหรัฐอเมริกายังคงมีความรุนแรงมาก ดังนั้นในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐครั้งแรก จิมมี่จึงพ่ายแพ้อย่างขาดลอย ทว่าระหว่างสี่ปีที่เฝ้ารอการเลือกตั้งครั้งใหม่ […]

บันทึกของ “คนไกลวัด”

“ซ้าย ย่าง หนอ ขวา ย่าง หนอ” เสียงพูดดังงึมงำรอบตัว  (คนไกลวัด) บรรยากาศมีแต่ความสงบและผ่อนคลาย ไม่ได้มีทีท่าว่าจะขำ ๆ ตลก ๆ อย่างที่ฉันเกรง “ให้พูดออกเสียง ระวังอย่าให้คำพูดไปก่อน ต้องให้ พอดี จึงจะอยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง” เสียงของพระอาจารย์ที่พูดเตือนเป็นระยะ ทว่ากลับไม่ทำให้ความสงบรอบตัวลดลงหรือทำให้เกิดบรรยากาศของการเข้มงวด นี่เป็นการฝึก เดินจงกรม อย่างเป็นรูปธรรมจริงจังครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าจะมีเวลาเดินจงกรมครั้งนี้เพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ทว่ากลับทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความสงบและความนิ่งในใจ สถานที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่ห้องประชุมบนชั้น 8 ของตึกศรีสุลาลัย โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ภายในห้องมีทั้งอาสนะวางเรียงรายห่าง ๆ กัน และเก้าอี้ตั้งชิดกำแพงห้องสำหรับให้เลือกนั่งปฏิบัติธรรม บรรยากาศดูสบาย ๆ เรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง ฉันเดินไปนั่งบนอาสนะที่เตรียมไว้ สักครู่วิทยากรก็มาพูดเชิญชวนให้นั่งด้านหน้า จริงสิ ต่างคนต่างก็ยึดที่นั่งด้านหลังทั้งนั้น รวมทั้งฉันด้วย นี่ละวิสัยคนไทย นั่งหลังไว้ก่อน (มารยาทดี อยากเก็บที่นั่งดี ๆ ด้านหน้าไว้ให้คนอื่นไง ฮา) ในห้องประชุม ทุกคนต่างก็นั่งกันเงียบ ๆ […]

ขอบคุณ เกลียวคลื่น … ! ที่ทำให้เห็นความหมายของการมีชีวิต

ทันทีที่กระแสน้ำฟาดขาผมให้ล้มทั้งยืน ผืนทรายที่ผมเหยียบยืนก็หายวับไป ตามมาด้วยเกลียวคลื่นที่ม้วนทับเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเหมือนกับปูอัดที่ถูกม้วนขดอยู่ในซาซิมิ เกลียวคลื่น กระหน่ำซ้ำเติมอยู่นานหลายนาที ผมสำลักน้ำจนแสบจมูกไปหมด ใช่ว่าผมไม่พยายามตะเกียกตะกาย แต่ยิ่งผมพยายามดิ้นรนเท่าไร เกลียวคลื่น ก็ดูยิ่งโกรธแค้นและอัดผมแรงกว่าเดิมราวกับต้องการฉุดลากผมให้จมลงสู่ท้องทะเลลึก……ผมคิดว่าตัวเองคงไม่รอด! ก่อนหน้าที่ผมจะมาภูเก็ตไม่กี่วัน มีคนโดนเกลียวคลื่นเล่นงานและพรากวิญญาณของเขาไปอย่างน่าเศร้า ตอนนี้คงถึงคิวของผมบ้างแล้ว… แต่มีอีกหลายอย่างเหลือเกินที่ผมยังไม่ได้ทำ ทั้งสิ่งที่อยากจะทำ สิ่งที่ควรจะทำ และสิ่งที่จะต้องทำ…ผมยังไม่ได้บอกลาเพื่อน ๆ …ยังไม่เคยขอโทษคนรักที่ผมพูดจาไม่ดีกับเธอหลายครั้ง…ผมยังไม่ได้บอกแม่ว่าการได้เกิดมาเป็นลูกชายของท่าน มันทำให้ชีวิตผมมีค่าแค่ไหน ผมยังไม่เคย…ยังไม่เคย…ยังไม่เคยทำอะไรอีกหลายอย่างเหลือเกิน! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาภูเก็ต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเล่นกระดานโต้คลื่นที่กะตะ ทุกครั้งที่มาเที่ยวภูเก็ต ผมไม่ใคร่จะได้รื่นรมย์กับทัศนียภาพความงามทางธรรมชาติเท่าไรนัก ผมมักจะเตร็ดเตร่ไปตามสถานบันเทิงยามค่ำคืนเสียมากกว่า กลางวันช็อปปิ้ง กลางคืนดื่มเหล้า เที่ยวบาร์อะโกโก้ สนุก เมา มันสุดเหวี่ยงยันเช้า…เมื่อคืนของผมก็เป็นแบบนี้ ค่ำคืนนี้และคืนต่อ ๆ ไปในภูเก็ตของผมก็คงจะเข้าอีหรอบเดิม…หากว่าเช้านี้ผมไม่มาเจอคลื่นลูกนี้เข้าเสียก่อน ! เช้าวันนี้ผมตื่นมาพร้อมกับความแฮ้งระดับห้า (ระดับสูงสุดของผม) โทรศัพท์ของผมมี 3 สายที่ไม่ได้รับ…จากแม่ น้องสาว และคนรักของผม น่าจะด้วยความเป็นห่วงที่ผมเงียบหายไปหลายวัน ผมรู้สึกเบื่อเหลือเกินที่จะต้องโทร.ไปรายงานว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แต่น่าแปลกที่ผมกลับกระตือรือร้นในการอัพโหลดรูปลงเฟซบุ๊กอวดเพื่อน ๆ ยอมอดตาหลับขับตานอนเพื่อจะบอกใครต่อใครในโลกว่าเมื่อคืนผมไปเที่ยวที่บาร์ไหน หรือไม่ก็ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อจะถ่ายภาพชายหาดในแสงแดดอ่อน ๆ ก่อนจะโพสต์เพื่อให้ใครสักคนมากด like…ผมน่าจะโทร.กลับไปหาแม่ […]

เจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ฝ่ายดูแลลูกค้าช่วยชีวิตลูกค้าที่อยู่ห่างไปหลายร้อยไมล์

บางครั้งการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจหมายถึงความเป็นกับความตายได้ สำหรับ แดน แมกเกนนิส (Dan Magennis) การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ คือการตัดสินใจโทรศัพท์หาฝ่ายบริการลูกค้าของคอมคาสต์ (Comcast: บริษัทเคเบิลทีวีรายใหญ่ที่สุดและผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในบ้านรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์บ้านรายใหญ่อันดับสามของประเทศ) ก่อนจะเริ่มลงมือดูแลสนามหญ้าที่บ้าน ชายวัย 65 ปีจากเมืองวอล์กเกอร์ รัฐมิชิแกน รู้ดีว่าหากเขาไม่โทร เขาอาจจะไม่ได้อยู่ถึงวันนี้ ในตอนนั้นเขาแค่ต้องการโทรไปแจ้งปัญหาเคเบิลที่บ้านขัดข้องและขอความช่วยเหลือในการแก้ไข แต่สิ่งที่เขาได้มาแทนคือผู้ช่วยชีวิตที่อยู่ห่างไปถึง 800 ไมล์ แดนโทรศัพท์เข้าศูนย์โดยหวังจะแก้ไขปัญหาเคเบิลให้เสร็จเสียที เพื่อเขาจะได้ลงมือจัดการสนามหญ้าอย่างเต็มที่ แต่ทันทีที่เขาต่อสายถึง คิมเบอร์ลี วิลเลียมส์ (Kimberly Williams) ฝ่ายบริการลูกค้าในเมืองแจ็คสัน รัฐมิสซิสซิปปี้ เขาก็พบว่าตัวเองพูดไม่ได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาตื่นเต้น แต่พอเขาบอกชื่อตัวเองปุ๊บเขาก็พูดอะไรไม่ได้อีกเลย จากนั้นขาขวาก็เริ่มชา เขาเริ่มตื่นตระหนกและทำโทรศัพท์ร่วงจากมือ แดนเล่าว่า เขาพยายามพูดอะไรออกมาแต่ทำไม่ได้ แม้แต่จะขยับตัวก็ยังทำไม่ได้ ภายในเวลา 20 – 30 วินาทีเขาก็เริ่มคิดได้ว่านี่อาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง แต่เขาไม่สามารถบอกพนักงานในสายได้ อย่างไรก็ตาม คิมเบอร์ลีรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ อาการพูดไม่ชัดแบบนี้เธอคุ้นเคยดี เพราะตอนเป็นวัยรุ่นเธอเคยเห็นคุณยายของเธอมีอาการของโรคหลอดเลือดสมอง […]

ความตายอยู่แค่ปลายจมูก

แสงแดดจ้าส่องกระทบผืนทรายและท้องทะเลเบื้องหน้าทำให้ฉันต้องหยีตาสู้กับแสง แล้วรีบเอาผ้าคลุมไหล่ในกระเป๋าเป้ขึ้นมาคลุมหัวบังแดด และใส่แว่นตาดำช่วยพรางแสงที่ร้อนแรงนั้น ทะเลในช่วงเวลาน้ำลงดูช่างราบเรียบเงียบสงบ มีเพียงคลื่นเล็ก ๆ ซัดขึ้นมาสัมผัสชายหาดอย่างแผ่วเบา ฉันรู้สึกถึงความอ้างว้างและมีคำถามบางอย่างเกิดขึ้นในใจ ฉันยังคงเดินลงน้ำต่อไปจนน้ำเริ่มสูงขึ้นมาเกือบถึงเข่า โดยรอบบริเวณนี้เต็มไปด้วยโขดหิน น้ำดูไม่ค่อยใส และยังมีซากเศษอิฐเศษกำแพงกระจายเกลื่อน ทำให้ฉันหวนรำลึกนึกถึงภาพอดีตที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ “หนีเร็ว หนีเร็ว น้ำมาแล้ว คนตายกันเกลื่อนหาดทางโน้นหมดแล้ว” เป็นคำบอกเล่าของแม่ค้าขายน้ำมะนาวปั่นที่ฉันช่วยอุดหนุนหนึ่งแก้ว เธอเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เสียงตะโกนร้องบอกให้หนีทำให้เธอรีบกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะของชาวบ้านแถวนั้นหนีเอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด นอกจากทรัพย์สินที่สูญหาย บ้านเรือนพังเสียหายแล้ว ยังมีความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ นั่นคือ สภาพลูกหลานของเธอที่เธอไปตามหาจนเจอว่าเสียชีวิตโดยร่างติดอยู่ตามยอดต้นมะพร้าว เป็นความสูญเสียที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจแม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึง 11 ปี สึนามิที่ซัดเข้าชายฝั่งไทยในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 นำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เป็นมหันตภัยทางธรรมชาติชนิดที่ฉันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ ฉันนึกถึงภาพนักท่องเที่ยวที่ต่างพากันมาเลี้ยงฉลองเทศกาลคริสต์มาสในประเทศไทย บรรยากาศริมหาดของค่ำคืนวันที่ 25 ธันวาคม รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเต็มใบหน้า ความรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความสุขที่มีให้กันของคู่รัก ครอบครัว เพื่อนฝูง แต่เพียงชั่วข้ามคืน ใครจะคาดคิดว่าเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเมื่อคืนจะกลายเป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา น้ำทะเลที่เคยสวยใสไร้พิษสงกลับกลายเป็นกราดเกรี้ยวกวาดต้อนกลืนกินชีวิตผู้คนและทำลายอาคารบ้านเรือนให้พังทลายกลายเป็นซากปรักหักพัง ในขณะที่ฉันยังยืนแช่อยู่ในน้ำนั้น บรรดาคลื่นเล็ก ๆ ซัดมากระทบขาจนน้ำกระเซ็นเปียกชายกระโปรง จังหวะที่ฉันก้มลงสำรวจดูชุดที่เปียกน้ำ ความคิดบางอย่างเกี่ยวกับความตายก็ผุดขึ้นมา ก่อนหน้านี้ฉันมีความคิดเหมือนกับใครหลาย ๆ คนที่มักคิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว เรายังมีเวลาใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกยาวนาน […]

เด็กหญิงเสียโฉมจากระเบิด ได้ชีวิตใหม่เพราะแม่ผู้เสียสละและคนแปลกหน้าใจบุญ

หากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดของ ทีบา มาร์โลว์ (Teeba Marlowe) หลายคนอาจรู้สึกสงสารเธอ แต่ถ้าถามทีบา วัย 17 ปี เธอจะตอบว่าเธอโชคดีเพราะผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิต 2 คนนี้ ทีบาเติบโตในอิรักช่วงที่สงครามกำลังปะทุ ตอนนั้นเธออายุเพียง 5 ขวบ เธอบาดเจ็บรุนแรงหลังจากถูกระเบิดในปี 2007 ใบหน้าและศีรษะถูกไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 ทำให้สูญเสียเส้นผมไปบางส่วน เมื่อต้องเสียโฉมถาวร ทำให้หนูน้อยทีบาหวาดกลัวว่าเธออาจจะถูกรังแกเหยียดหยามไปตลอดชีวิต แต่แล้วโชคชะตาของเธอก็พลิกผันเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่เคยพบหน้า ได้ล่วงรู้เรื่องราวของหนูน้อยในตอนนั้นจึงตัดสินใจที่จะช่วย ผู้หญิงใจบุญคนนั้นคือ บาร์บารา มาร์โลว์ (Barbara Marlowe) ซึ่งอยู่ห่างไปหลายพันไมล์ เธอเห็นภาพถ่ายของหนูน้อยทีบาและพ่อของเธอในหนังสือพิมพ์ เป็นคอลัมน์ที่เขียนถึงสงครามในอิรัก บาร์บาราบอกว่า เธอเหมือนถูกสะกดด้วยดวงตาของทีบาที่มองออกมาจากรูป ถ้าพูดได้มันคงพูดว่า “ช่วยหนูด้วย” บาร์บาราและทิม สามีของเธอ ไม่มีลูก แต่เธอรู้ว่าเธอสามารถช่วยเหลือทีบาในเรื่องที่ครอบครัวของหนูน้อยทำไม่ได้ นับแต่วินาทีนั้นบาร์บาราก็มุ่งมั่นทุ่มเทในการทำให้ทีบามีชีวิตที่ดีขึ้น ยื่นเรื่องขอวีซ่า ติดต่อศัลยแพทย์หลายแห่ง และติดต่อกับครอบครัวของทีบา ถึงแม้จะต้องหัวใจสลาย แต่แม่แท้ ๆ ของทีบาซึ่งอยู่ในอิรักก็ยอมเสียสละตัดสินใจส่งลูกสาวไปอเมริกา…ให้ไปสู่อ้อมอกของบาร์บารา ทีบาเล่าว่า ทันทีที่เธอก้าวเท้าออกจากเครื่องบินเมื่อถึงอเมริกาเธอก็รู้สึกปลอดภัยสุด ๆ […]

เมื่อแมวน้อยสอนให้ฉันรู้จักการให้อภัย ได้มองเห็นความรักในสิ่งที่เกลียด

บ้านฉันมักมีแขกไม่ได้รับเชิญย่องมาใต้แสงจันทร์ในความมืดสลัว แอบมาฉี่รดกระเป๋าสะพายลายสกอตใบโปรดของฉันแทบทุกคืน สัตว์สี่ขาหางยาวร้องเหมียว ๆ บางตัวดำลาย บางตัวขาวเป็นจุด ๆ แทนที่จะทำหน้าที่จับหนู กลับมาสร้างภาระเพิ่มให้ฉันต้องซักกระเป๋าใบเก่งเกือบทุกวัน  แมวน้อย อาจเพราะกลิ่นฉี่แมวเหมียวตัวแสบฉุนฝังใจมากไปหน่อย ชะตาระหว่างเราจึงถูกขีดเป็นเส้นขนานด้วยอคติอย่างไม่มีวันมาญาติดีกันได้ เจอเจ้าเหมียวเมื่อไหร่ ไม่ว่ามันจะเดิน นั่ง นอนท่าไหน ก็ทำให้อารมณ์หมั่นไส้พลุ่งพล่านขึ้นในใจฉันได้เสมอจนต้องแกล้งให้หนำใจ เสียงอ้อนและท่าทางน่ารัก (ในสายตาคนอื่น) ของมันไม่ได้สะกดใจให้ฉันยั้งมือหยุดแกล้งมันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันไม่เคยชอบแมว ไม่เคยรู้สึกแบบคนอื่น ๆ ที่พูดว่า แมวขี้อ้อน น่ารัก น่ากอด น่าอุ้ม พอเห็นแมวตามข้างรั้วหรือริมถนนวิ่งเข้ามาหาทีไร กลิ่นฉี่ของมันที่ฝังอยู่ในใจฉันจะแซงหน้ามาก่อนเสมอ สำหรับฉัน แมวเป็นสัตว์ที่ดูน่ารังเกียจ ฉันไม่อยากให้มันเข้ามาใกล้ ๆ เลยจริง ๆ แต่แล้วเช้าวันหยุดที่เกือบแจ่มใสวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังนอนหลับสบาย ผ้าม่านสีอ่อนปลิวตามสายลมเบา ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงร้องเบา ๆ ดังแทรกมาอยู่ข้างหู “เหมียว ๆ”…5 นาทีผ่านไป “เหมียว ๆ” …10 นาทีก็แล้ว ใจฉันเริ่มคิด “เสียงลูกแมวนี่นา ร้องได้ร้องไป!” จนเข้านาทีที่ 20 […]

ภรรยาลอยขวดเถ้ากระดูกสามีในทะเล ใครเก็บได้ช่วยโทรกลับมาบอกด้วย

จูดี้ กลันซ์ ซิดนีย์ (Judy Glunz Sidney) หงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นเศษขยะมูลฝอยตามชายหาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะพลาสติกซึ่งสุดท้ายจะลงไปในทะเลและเป็นอันตรายกับสัตว์ทะเลทั้งหลาย เธอจึงใช้เวลาในยามว่าง เดินเก็บเศษขยะบนชายหาดในรัฐฟลอริด้า ขณะที่เดินเก็บไปเรื่อย ๆ นั้น เธอก็เจอขวดพลาสติกใบหนึ่ง พอสำรวจดูใกล้ ๆ จูดี้ก็รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ขวดธรรมดาเสียแล้ว เพราะขวดนี้บรรจุเรื่องราวน่าทึ่งของชายคนหนึ่งผู้หลงรักการเดินทางเอาไว้ จูดี้ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม Glunz Ocean Beach Hotel & Resort บนหาดคีย์โคโลนี รัฐฟลอริด้า หยิบขวดขึ้นมา แล้วมองดูใกล้ ๆ สิ่งที่บรรจุอยู่ข้างในดูเหมือนจะเป็นทรายและกระดาษโน้ต 2 แผ่นกับธนบัตร เมื่อเธอเปิดขวดและอ่านโน้ต จึงได้รู้ว่านั่นไม่ใช่ทราย พระเจ้า! มันเป็นเถ้ากระดูกของมนุษย์! ในกระดาษมีข้อความว่า “สามีของฉัน กอร์ดอน สก็อต ‘สกินนี่’ สมิธ เป็นคนรักการเดินทาง ช่วยโทรกลับมาบอกฉันด้วยว่าเขาอยู่ที่ไหน…แล้วปล่อยให้เขาเดินทางต่อไป” กอร์ดอน สก็อต สมิธ หรือที่คนสนิทเรียกว่า สกินนี่ ชอบเดินทางท่องเที่ยวกับ เบเวอร์ลี่ ภรรยาของเขา ทั้งคู่จะมาเที่ยวที่ฟลอริด้าทุกปีเพราะชอบแสงแดดและท้องทะเลมาก ในปี […]

“นิพพานที่ได้เห็น” ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติธรรมจากแดนไกล

ประสบการณ์ที่จะแบ่งปันวันนี้เป็นประสบการณ์สดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับฉันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากสดใหม่แล้ว ฉันยังอยากจะเก็บสิ่งที่ฉันเพิ่งได้สัมผัสมาใส่กระปุกฝากทุก ๆ ชีวิตในโลกหากปอดฉันใหญ่เท่ากับป่าทั้งป่า เธอคงพอจะเดาได้แล้วสิว่าของฝากแสนพิเศษที่ไร้คำบรรยายที่ฉันพูดถึงคืออะไร หากยังนึกไม่ออก ฉันขอให้เธอหยุดอ่านที่บรรทัดนี้ หยุดนิ่ง แล้วจินตนาการว่าเธอกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าสนในเมืองหนาว รอบข้างมีละอองไอหมอกที่เย็นสนิท มองไปทางไหนก็เห็นแต่กอต้นเฟินสีเขียวสดท่ามกลางสายหมอก แหงนหน้าขึ้นฟ้าก็เห็นต้นสนสูงตระหง่านและยอดสนรางเลือน ที่นี่ไม่มีใคร มีแต่เธอและสรรพชีวิตในธรรมชาติซึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่น ลมอันเย็นชื้นที่เธอกำลังสูดเข้าทางปลายจมูกได้ระบายลงสู่ปอด เป็นความสดชื่นและเย็นฉ่ำของลมหายใจที่ปอดของเธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน…นี่แหละของฝากจากฉันถึงเธอ…ลมหายใจจากป่าสน ฉันมาปฏิบัติธรรมและดูแลรับใช้สังฆะเล็ก ๆ ที่มีพระสงฆ์จากเมืองไทยและพระชาวบราซิลเพียงสองรูปที่วัดป่าวิมุตติ วัดสาขาหลวงพ่อชาบนเกาะเหนือ ประเทศนิวซีแลนด์ ชีวิตที่ถูกจำกัดด้วยตารางเวลาและกิจกรรมอันเรียบง่าย ทำให้ฉันมีเวลาในแต่ละวันเหลือพอที่จะอยู่กับความจริงของชีวิต หลังจากถวายอาหารเพล ฉันออกกำลังด้วยการเดินเจริญสติ ความวิเวกของสถานที่ทำให้ฉันพบว่า ชีวิตที่นี่ใกล้ชิดธรรมชาติจนไม่ยากนักที่จะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับท้องฟ้า ก้อนเมฆ พระอาทิตย์ ฝูงนก และไก่ป่าที่ขานรับรุ่งอรุณในยามเช้ารวมไปถึงพระจันทร์กับดวงดาวที่ส่องแสงในยามกลางคืนเป็นเพื่อนสัตว์ที่ออกหากินยามค่ำ เช่น กระต่ายป่าและตัวพอสซัม ซึ่งพากันกระโดดโลดเต้นอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ เช้านี้แปลกกว่าทุกวันตรงที่เมื่อฉันตื่นนอนและเปิดประตูกุฏิออกมา พระจันทร์ที่เคยส่องแสงทักทายฉันกลับหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอก เมื่อเสร็จจากภาระหน้าที่ฉันก็ออกเดินเช่นทุกวัน ต่างกันแต่วันนี้ฉันต้องใส่เสื้อหนาว หมวก ถุงมือ และถุงเท้าเต็มที่ แม้จะเป็นตอนบ่าย แต่เทือกเขาทั้งเทือกและทุ่งหญ้ายังถูกปกคลุมด้วยสายหมอก ฉันออกเดินเจริญสติไปยังสถานที่พิเศษในหุบเขาที่ฉันหมายใจว่าจะไปให้ถึงในสักวันก่อนอำลาวิมุตติ สถานที่นี้ฉันขอแอบตั้งชื่อในใจว่า “หุบเขาทะเลหมอก” และของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ตรงหน้าฉันขอเรียกว่า “นิพพานที่เห็นได้ด้วยตา” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าฉันโอ้อวดอุตริว่าตัวเองบรรลุธรรม เพราะฉันทำได้ก็แค่นิพพานชั่วขณะตามที่พระท่านมักเอ่ยถึงในหนังสือธรรมะ เพื่อให้คนมีกำลังใจในการปฏิบัติเท่านั้น “นิพพาน” ในที่นี้คือภาพที่กล้องถ่ายรูปหรือกล้องวิดีโอไม่อาจบันทึกองค์ประกอบที่รวมกันเป็นรูปธรรมของคำว่า “นิพพาน” […]

รักตนเหมือนรักคนอื่น ธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

งานศึกษาหลายชิ้นบอกว่า “เด็กอ่อนที่ถูกแม่สัมผัสด้วยความรักอย่างทะนุถนอมจะเจริญเติบโตได้อย่างมีสติปัญญามากกว่าเด็กอ่อนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างเดียวดาย” ความรักจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ ทุกคนจึงโหยหาความรักกันอยู่เสมอ โดยฉพาะอย่างยิ่งการรักตัวเอง “รักตน”จึงเป็นสุดยอดแห่งความรักสำหรับมนุษย์ การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระมเหสีชื่อมัลลิกา สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติข้อนี้ได้เป็นอย่างดี บนปราสาทที่โอ่อ่าสูงลิบลิ่วแห่งหนึ่ง จอมรชันย์ซื่อปเสนทิโกศล จ้าครองแควันโกศล กำลังพร่ำรักอยู่กับหญิงงามบ้านนอกชื่อมัลลิกา หญิงงามนางนี้เป็นลูกสาวชาวบ้านธรรมคาสามัญ ท้าวเธอได้พบนางเข้ายามที่เดินตราทัพไปทำสงครามกับพระเจ้าอชาดศัตรูเจ้าครองแคว้นมดข ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้อภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี เพราะทรงพอพระทัยในความเฉลียวฉลาดและความเป็นกุลสตรีของนาง “ใครหนอคือคนที่น้องพี่รักมากที่สุดในปฐพี” จอมราชันย์เริ่มตันด้วยคำหวานหู พร้อมกับกระหยิ่มอยู่ในพระทัยว่า “ข้านี่แหละคือคนที่นางรักมากที่สุด” เพราะไม่มีพระองค์เสียแล้ว หญิงบ้านนอกอย่างมัลลิกาหรือจะได้เป็นถึงพระมเหสี “อุ๊ย…เสด็จพี่ช่างเขลานัก” มัลลิกาตอบอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม “ผู้ที่น้องรักมากที่สุดนะหรอเพคะ ก็คือตัวน้องน่ะซีคะ แล้วเสด็จพี่ล่ะเพคะ” พอถูกย้อนถามอย่างไม่ตั้งตัวเช่นนี้ พระเจ้าปเสนทิโกศลถึงกับหมดอารมณ์พร่ำรัก เพราะมันไม่ใช่เวลาพูดเรื่องธรรมะธัมโม “อือ…พี่นี่แหละคือสุดที่รักของเสด็จพี่” พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตอบกลับอย่างมะนาวไม่มีน้ำ แต่เมื่อทรงครุ่นคิดถึงสิ่งที่มัลลิกาพูดอีกที พระองค์ก็ร้องอ๋อว่า “ตัวกูคือสุดที่รักของมนุษย์” เหมือนอย่างมัลลิกาว่า การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกาบอกเราว่า “ตัวกูคือยอดแห่งความรักของคน” ความรู้สึกรักตัวรักตนจึงเป็นยอดแห่งความรักทั้งผองของมนุษย์ เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “เมื่อเหลียวดูทั่วสารทิศ ไม่พบใครอื่นสุดที่รักเท่ากับตน….” ความรักตัวรักตนจึงอยู่เบื้องหลังการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมค้นความคิด คำพูด หรือการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกจากความรักตัวรักตนทั้งนั้น แต่การแสดงความรักตัวเองออกมาของมนุษย์มีอยู่ 2 ลักษณะคือ สร้างสรรค์ และ ทำลาย […]

คุณปู่วัย 93 ใช้เวลากว่า 50 ปี สร้างอาสนวิหารด้วยมือ

หลายคนอาจจะเขียนรายการสิ่งที่ตัวเองอยากทำก่อนตายเอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงจะเป็น “เดินทางท่องเที่ยวรอบโลก” หรือ “ดิ่งพสุธา” แต่สำหรับคุณปู่วัย 93 ปีผู้นี้คือ “สร้างอาสนวิหารด้วยมือ” คุณปู่จัสโต กัลเลโก (Justo Gallego) ซึ่งเป็นอดีตนักบวช ใช้เวลาสร้างอาสนวิหารในกรุงแมดริด ประเทศสเปน มานานกว่า 50 ปีแล้ว เขาสร้างทุกอย่างให้ออกมาเป็นสถานที่สำหรับสักการะบูชาที่ไม่มีใครเหมือน และความอุตสาหะพยายามของคุณปู่ก็ปรากฏผลอันงดงามน่าชื่นชม สิ่งก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จนี้เต็มไปด้วยรายละเอียดของการทำงานหนัก รวมทั้งพื้นที่สำหรับสักการะบูชา ห้องเก็บศพใต้ถุนโบสถ์ (ซึ่งมีขั้นบันไดอันงดงามมาก) และโถงใหญ่ไว้ประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งส่วนนี้ใช้วัสดุธรรมดาในการก่อสร้าง เช่น ซีเมนต์ ยางรถยนต์เก่า และขวดใช้แล้ว คุณปู่จัสโตขายทรัพย์สมบัติของตัวเองทั้งหมด รวมทั้งบ้านด้วย และนำเงินทั้งหมดไปลงกับการก่อสร้าง คุณปู่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการสร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แด่พระผู้เป็นเจ้า ปัจจุบันคุณปู่ใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์โดยพักอาศัยอยู่ที่ห้องเล็ก ๆ ในอาสนวิหารแห่งนี้ที่เขาสร้างเอง และยังคงเดินหน้าการก่อสร้างต่อไปตราบเท่าที่ยังมีแรงทำ แม้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจมากแค่ไหน คุณปู่จัสโตก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถสร้างอาสนวิหารให้แล้วเสร็จได้ทันในชั่วชีวิตนี้ แต่คุณปู่หวังว่าร่างของตัวเองจะได้ฝังที่นี่หลังจากสิ้นชีวิตแล้ว และจะเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้หลังจากคุณปู่ลาโลกนี้ไปแล้ว คุณปู่จัสโตไม่อาจรู้ได้ สิ่งที่คิดไว้ก็คือจะปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้า และมีศรัทธาว่าพระองค์จะทรงมองเห็นโครงการก่อสร้างสถานที่แห่งนี้ คุณปู่จัสโตไม่เคยร่ำเรียนหรือฝึกฝนในเรื่องการก่อสร้างหรือสถาปัตยกรรมใด ๆ แต่สามารถจัดการก่อสร้างอาสนวิหารทีละเล็กละน้อยตั้งแต่ฐานรากขึ้นมาเรื่อย ๆ สถานที่แห่งนี้งดงามด้วยการออกแบบ ความหลงใหล และแรงศรัทธาในการสร้างมันขึ้นมา จึงสวยงามมหัศจรรย์จนแทบลืมหายใจ   […]

ปฏิบัติธรรมตามจริต แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

จริตมนุษย์ โดย พระกรภพ กิตติปญฺโญ (ปฏิบัติธรรมตามจริต) การปฏิบัติธรรมเพื่อให้บรรลุธรรมนั้นมีหลายวิธี ปัญหาอยู่ที่ว่าใครถนัดวิธีไหนมากกว่า เพราะจริตของคนเราไม่เหมือนกัน (ปฏิบัติธรรมตามจริต) เช่นเดียวกัน ทำไมบางคนชอบฟังเพลงลูกทุ่ง บางคนชอบลูกกรุง บางคนไม่ชอบทั้งลูกทุ่งและลูกกรุง แต่ชอบเพลงคลาสสิก คนที่ชอบเพลงลูกทุ่ง แล้วจับมาให้นั่งฟังเพลงคลาสสิกก็คงจะบ้าตายเสียก่อนจะจบการบรรเลง หรือหากจับเอาคนที่ชอบเพลงคลาสสิกมาให้นั่งฟังเพลงลูกทุ่งก็คงนั่งกระสับกระส่าย ออกอาการเหมือนปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำ ของชิ้นเดียวกัน คนหนึ่งว่าสวย แต่อีกคนอาจมองว่าน่าเกลียดก็เป็นได้ ทางโลกเรียกว่า “รสนิยม” ต่างกัน ฉันใดก็ฉันนั้น การปฏิบัติธรรมของแต่ละคนก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคนเช่นกัน แต่ทางธรรมเราเรียกว่า “จริต” นั่นเอง ตามตำราบอกว่า จริตของมนุษย์เรานั้นแบ่งออกเป็น 6 ประเภทด้วยกัน คือ 1. ราคจริต คือผู้ที่รักสวยรักงาม ละเอียดลออ ละมุนละไม ให้พยายามพิจารณาร่างกายของตัวเอง หรือซากศพสัตว์ หรือนึกภาพซากศพคนก็ได้ เพื่อให้เห็นว่าที่จริงร่างกายนั้นเป็นของน่าเกลียด ของสกปรก แต่ละนาทีล้วนแต่ปล่อยของเสียของเหม็นออกมา ไม่ใช่ของสวยงามแต่อย่างใด ยิ่งถ้าตายไปแล้ว มีแต่จะเน่าเฟะ น่าเกลียด และเหม็นขนาดไหน 2. โทสจริต คือผู้ที่ขี้โมโห ฉุนเฉียว หงุดหงิด […]

อภัยได้ไหม…เมื่อลูกถูกรังแก

เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนมีคนต้ั้งกระทู้ในเว็บไซต์หนึ่งว่า “หากลูก (วัยอนุบาล) ถูกรังแกต่อหน้าต่อตา คุณจะทำอย่างไร (ลูกถูกรังแก) ปรากฏว่ามีคุณพ่อคุณแม่ (จะจริงหรือกำมะลอก็ไม่อาจรู้ได้) ต่างเข้ามาโพสต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างออกรส  บ้างก็ว่าจะเดินไปตบเด็กที่รังแกลูกให้สาใจ  บ้างก็ว่าจะสอนให้ลูกเอาคืนให้สาสม  บ้างก็ว่าเด็กเ…ยอย่า งนี้ต้องเข้าไปสั่งสอนให้สำนึก   ส่วนใหญ่ความเห็นเป็นเช่นนี้ทั้งนั้น  อ่านแล้วคนเป็นแม่อย่างเราก็สะท้อนใจ มีพ่อแม่คนไหนย้อนถามตัวเองหรือไม่ว่าลูกเราเคยรังแกคนอื่นหรือเปล่า  แล้วถ้าพ่อแม่เด็กอื่นเห็นลูกเรารังแกลูกเขา  เลยเดินมาตบลูกเราล่ะ  เราจะรู้สึกอย่างไร  เด็กที่รังแกลูกเราต่างก็คือเด็ก  บางทีอาจอยู่ในวัยเดียวกัน  วัยที่ผ่านโลกมาไม่ถึงห้าหรือหกปีด้วยซ้ำ  หรือเด็กที่คุณใช้คำว่า  เด็กเ…ย  อาจทำไปเพียงเพราะต้องการเรียกร้องความรักความสนใจ  อยากเล่นโดยไม่รู้ว่าเล่นแรง ๆ น่ะ  ผู้ใหญ่เขาเรียกว่ารังแก  เด็กที่คุณว่าเกเร  ขี้แกล้ง  อาจทำรุนแรงเพียงเพราะต้องการให้ใครสักคนช่วยอบรมเขาด้วยความเมตตา มากกว่าการเดินเข้าไปใช้ความรุนแรงหรือด่าทอ ดิฉันเป็นแม่ที่ดูจะเดินสวนทางกับคนอื่นมาตลอด  แม้แต่เพื่อนสนิทยังเคยถามว่าทำไมไม่สอนให้ลูกสู้  จนเกิดเป็นประเด็นให้อรรถาธิบายกันยืดยาว ด้วยความเป็นแม่ รู้ดีค่ะว่าการที่ ลูกถูกรังแก สร้างความเจ็บปวด และทำให้เกิดความโกรธมากแค่ไหน  แต่ดิฉันก็ไม่เคยสอนลูกเลยว่าให้สวนกลับทันทีที่ถูกรังแก  ใช่ว่าใจเป็นแม่พระอะไรหรอกนะคะ  แต่ด้วยตระหนักดีว่า การต่อสู้ที่ดีที่สุดคือการเลี่ยงที่จะต่อสู้  และการสวนกลับเมื่อตัวเองเจ็บจะทำให้คู่กรณีเจ็บยิ่งกว่าด้วยแรงโกรธที่ถาโถม  แม้แต่กับโจรผู้ร้ายถ้าประจวบเหมาะเคราะห์ไม่ดีต้องเจอะเจอ  สิ่งแรกที่ดิฉันสอนลูกก็คือให้หนีก่อน นั่นเป็นหนทางรอดที่ดีที่สุด  การสอนลูกเช่นนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็น การสอนตัวเองด้วย  สอนให้ตัวเองรู้ขันติ  อดทนอดกลั้น  เพราะเมื่อรู้สึกโกรธที่ลูกถูกรังแกเมื่อไร  […]

24 ปีผ่านไป พลังทวิตเตอร์ช่วยอดีตผู้ลี้ภัยกลับมาพบคนที่เคยช่วยเหลือเธออีกครั้ง

ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดมานานถึง 24 ปีแล้ว แต่ เมแวน บาบาการ์ (Mevan Babakar) ไม่เคยลืมชายคนนั้นที่เธอพบในช่วงที่ครอบครัวของเธอกำลังลำบากอย่างแสนสาหัสที่สุด (พลังทวิตเตอร์) ตอนนั้นเมแวนอายุเพียง 5 ขวบ เธอต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง สงครามอ่าวในยุค 90 ทำให้เธอและครอบครัวต้องอพยพออกจากอิรักประเทศบ้านเกิดของเธอ หนูน้อยเมแวนและพ่อแม่ต้องมาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยใกล้กับเมืองซโวลเลอในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่นั่นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลค่ายอพยพคนหนึ่งมีน้ำใจซื้อจักรยานให้เป็นของขวัญแก่เธอในยามที่ชีวิตกำลังทนทุกข์ ซึ่งเด็กหญิงซาบซึ้งใจมากเพราะมันช่วยให้สภาพจิตใจที่กำลังย่ำแย่ของเธอมีความสุขขึ้น เวลาผ่านมาหลายสิบปี ตอนนี้เด็กหญิงเมแวนเติบโตเป็นหญิงสาวอายุ 29 ปี และเธออยากจะติดต่อกับชายคนนั้นเพื่อขอบคุณในน้ำใจของเขา เมื่อไม่นานมานี้ เมแวนได้ใช้เวลาในช่วงหยุดพักผ่อนจากงานที่เธอทำอยู่ในองค์กรตรวจข่าวจริงแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน มาสืบหาย้อนรอยเส้นทางการอพยพลี้ภัยของครอบครัวของเธอ แน่นอนว่าเธอต้องการหาตัวเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นด้วย แต่เธอไม่รู้จักชื่อของเขา ดังนั้นเธอจึงขอความช่วยเหลือจากชาวทวิตเตอร์ โดยนำภาพถ่ายของชายคนนั้นซึ่งเธอมีอยู่ภาพเดียวมาโพสต์ลงทวิตเตอร์ โดยบอกว่า ชายในรูปมีน้ำใจซื้อรถจักรยานเป็นของขวัญให้เธอ ทำให้หัวใจของเด็กน้อยวัย 5 ขวบเต็มตื้นไปด้วยความปลาบปลื้มใจและมีความสุข เธออยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร ชาวทวิตเตอร์ช่วยที อย่างที่รู้กันดีว่า พลังของโลกโซเชียลนั้นมหาศาลนัก ข้อความของเมแวนกลายเป็นไวรัลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีการแชร์โพสต์ของเธอหลายพันครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง แม้แต่หนังสือพิมพ์ยังนำเรื่องของเธอไปเขียนเป็นข่าว ในที่สุดก็มีคนส่งข้อความมาว่า ตัวเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายในรูปและภรรยาเช่นกัน ในที่สุดเมแวนก็ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นชื่อ แอกเบิร์ต ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี และเขาให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ยุค 90 จนถึงปัจจุบัน ข่าวดียิ่งไปกว่านั้นคือเขาอยู่ใกล้พอที่จะพบกับเธอได้ภายในวันนั้นเลย! […]

keyboard_arrow_up