เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ

เฉินซู่จวี๋ แม่ค้าขายผักหัวใจยิ่งใหญ่ เจ้าของ รางวัลแมกไซไซ เชื่อหรือไม่ หนึ่งในหกของผู้ที่ได้รับ รางวัลแมกไซไซ ประจำปี 2012 เป็นแม่ค้าขายผัก! เฉินซู่จวี๋ (Chen Shu-chu) คือชื่อของแม่ค้าขายผักคนดังกล่าว เธอเป็นชาวไต้หวัน เรียนจบแค่เกรดแปด ตลอดเวลาที่ผ่านมา เฉินซู่จวี๋ ไม่เคยประกอบอาชีพอื่นใดนอกจากการบริหารแผงขายผักของเธอในมณฑลไต้ตง (Taitung County) ซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาจากพ่ออีกต่อหนึ่ง ชีวิตประจำวันของเฉินซู่จวี๋ คือ ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองตีสามเพื่อเดินไปซื้อผักในตลาดขายส่ง จากนั้นเธอจะกลับมาจัดร้านและขายต่อเนื่องไปจนถึงเวลาประมาณสองทุ่ม แม้ว่าผักที่เธอขายจะไม่ได้มีราคาสูงกว่าแม่ค้าคนอื่น คือตกกำละ 30 ดอลลาร์ไต้หวัน (หรือประมาณ 30 บาท) ถ้าซื้อ 3 กำ ลดเหลือ 50 ดอลลาร์ไต้หวัน ทว่าด้วยความที่เฉินซู่จวี๋ ใช้ชีวิตอย่างสมถะและประหยัดอดออม เธอจึงสามารถแบ่งรายได้เพื่อบริจาคให้สถานเด็กกำพร้า โรงเรียน ฯลฯ ซึ่งหลายสิบปีที่ผ่านมา แม่ค้าขายผักคนนี้บริจาคเงินไปแล้วกว่า 10 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน     ถ้าวัดจากทรัพย์สินเงินทอง เฉินซู่จวี๋ คงไม่มีทางติดทำเนียบเศรษฐี เพราะเธอไม่มีเงินเก็บในบัญชีมากนัก แต่จะแบ่งเงินที่หามาได้เพื่อช่วยเหลือองค์กรสาธารณกุศลอย่างเงียบๆ […]

โลกิยนิพพาน แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

โลกิยนิพพาน แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร ถาม: นิพพานชาวบ้าน (โลกิยนิพพาน) แตกต่างกับโลกุตตรนิพพานอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ได้ไขปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ: ตอบแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ โลกุตตรชำระอนุสัยกิเลสได้ ส่วนโลกิยะนี่ชำระอนุสัยกิเลสไม่ได้ เพียงแต่ชำระกิเลสในวิถีจิต ไม่ถูกกิเลสมาประกอบหรือครอบงำในความรู้สึก ทุกการคิด การพูด การกระทำ ไม่มีกิเลสปนเปื้อน แต่ว่าอนุสัยกิเลสยังมีอยู่เหมือนตะกอนที่นอนก้น ถ้ามีอะไรมากระทบก็พร้อมจะขุ่นขึ้นมา แต่ถ้าเป็นโลกุตตรนิพพานจะมีอานุภาพชำระอนุสัยที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ เช่น กามราคะ (ความติดใจในกาม) ปฏิฆะ (ความหงุดหงิดขัดเคือง) ทิฐิ (ความเห็นผิด) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัยในกุศลธรรม) มานะ (ความอวดดื้อถือตัว) ภวราคะ (ความกำหนัดในภพ) อวิชชา (ความไม่รู้จริง) ผู้ชำระอนุสัยเหล่านี้ได้คือพระอริยบุคคล เช่น พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ แต่ก่อนจะเป็นพระอริยบุคคลได้ ท่านก็ภาวนาจนได้นิพพานระดับชาวบ้านช่วยเคลียร์พื้นที่ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดโลกุตตรนิพพานก็หยั่งลง นิพพานชาวบ้านก็คือ นิพพานระดับกลาง ๆ ที่ปุถุชนคนธรรมดาก็สามารถสัมผัสได้…ที่นี่…เดี๋ยวนี้ ซึ่งง่ายกว่าการมุ่งมั่นจะให้ได้อริยบุคคลเป็นไหน ๆ […]

เจ็ท ลี ฮีโร่นอกจอ

“ฮีโร่”‹ ในจอภาพยนตร์คือคนที่ทำสิ่งที่ไม่น‹่าเป็นšไปได้Œให้เŒป็นšจริง คนที่ยอมอุทิศตัวเองเพื่อช่ว‹ยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า‹ และเอาชนะศัตรูได้หŒมด ไม่ว่า‹ศัตรูนั้นจะมีวิทยายุทธ์ที่ลึกล้ำ หรือมีตัวช่ว‹ยที่ร้ายกาจเพียงใดก็ตาม เจ็ท ลี (Jet Li) รับบทฮีโร่มาแล้วŒนับครั้งไม่ถ้วน และเขายังเป็นšฮีโร่น‹อกจออีกด้วŒย เจ็ท ลี มีชื่อจริงว่าหลี่ เหลียนเจี๋ย (Li Lian Jie) เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1963 ที่ประเทศจีน พ่อของเขาตายตอนที่เจ็ท ลีอายุได้แค่สองขวบเนื่องจากทำงานหนักเกินไป ทำให้แม่ต้องรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คนตามลำพัง เจ็ท ลีเป็นลูกคนสุดท้อง ตั้งแต่จำความได้เขาต้องทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาช่วยแม่       ผู้ที่ค้นพบพรสวรรค์ของเจ็ท ลี คือ วู บิน (Wu Bin) ปรมาจารย์ด้านวูซูที่มีชื่อเสียง เขาได้พบเจ็ท ลี ตอนที่เจ็ท ลี มีอายุเพียง 8 ขวบ หลังจากพบกันครั้งแรก เขาก็ผลักดันให้เจ็ท ลี เข้าโรงเรียนสอนวูซูโดยเฉพาะ […]

พอลร์ ผู้พิชิตไพร หนุ่มกะเหรี่ยงตาบอด สู้ชีวิตปลุกปั้นโรงงานเนยถั่วเพื่อเด็กด้อยโอกาส

หนุ่มกะเหรี่ยงตาบอด สู้ชีวิตปลุกปั้นโรงงานเนยถั่วเพื่อเด็กด้อยโอกาส พอลร์ ผู้พิชิตไพร เป็นชื่อของ หนุ่มกะเหรี่ยงตาบอด ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ วัย 40 ปี ซึ่งพิการตาบอดสนิททั้งสองข้าง แต่ไม่ท้อถอย ตัดสินใจลุกขึ้นสู้ โดยยึดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.๙ และต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ มากมาย จนในที่สุดสามารถตั้งโรงงานผลิตเนยถั่ว น้ำมัน ผลิตภัณฑ์จากถั่วงา ส่งผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง       ย้อนไปในปี 2544 บอสใหญ่แห่ง หจก.พีเอยูแอล เทรดดิ้ง ผู้นี้เริ่มป่วยเป็นโรคเบเซ็ต (Behcet’s) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย จนกระทั่งปี 2544 ดวงตาก็บอดสนิท ในเวลานั้นเขากำลังเรียนระดับปริญญาตรี ปี 3 ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ในวันที่หมอบอกให้ไปอยู่โรงเรียนสอนคนตาบอดเพื่อฝึกการใช้ชีวิต พอลร์ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย กลับมาอยู่บ้านที่ตำบลสบเปิง จังหวัดเชียงใหม่ เขาเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนานกว่า 2 ปีเพราะทำใจไม่ได้ มีแต่ความกลัว เฝ้าแต่ถามตัวเองว่าทำไมต้องเป็นเรา อนาคตที่เคยหวังก็พังทลาย แต่โชคดีที่ได้กำลังใจจากพ่อแม่และเด็กชาวเขาในมูลนิธิการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ที่พ่อของเขาซึ่งเป็นมิชชันนารีเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อได้เตือนสติลูกชายว่า “คนเราถ้าจะอยู่ […]

ตั๋วแบบใหม่ ของนายท่าหน้าดุ!

ตั๋วแบบใหม่ของ นายท่า หน้าดุ! วันศุกร์นั้นน่าจะเป็นวันที่ติดอันดับวันที่ร้อนที่สุดในกรุงเทพมหานคร และแน่นอนว่า วันศุกร์ต้นเดือนแบบนี้ ถนนหนทางและห้างร้านต่างๆ ไม่มีทางคล่องตัว คำว่า “พลุกพล่าน” น่าจะยังเบาไป เพราะถึงขนาดผู้คนเดินกันขวักไขว่ชนิดไม่มีที่ว่างบนฟุตปาธอย่างนี้ ต้องใช้คำว่า “แออัดยัดทะนาน” ให้รู้แล้วรู้รอดไป แม้จะเห็น ๆ อยู่ว่ารถราจอดสงบนิ่งอยู่บนช่องทางจราจร แต่ฉันก็ยังเดินไปจ่ายเงินที่โต๊ะตัวเล็กๆ ตรงคิวรถตู้ใต้ทางด่วนแลกกับตั๋วโดยสารสีบานเย็น ซึ่งนายท่าที่รับเงินเขียนเลขกำกับไว้ว่า ศรีราชา คันที่ 5 …ศุกร์นี้ฉันตั้งใจจะกลับไปกินข้าวฝีมือแม่ ขณะเดินไปหาที่นั่งรอรถ ฉันภาวนาให้คนที่นั่งรอถือตั๋วศรีราชา คันที่ 4 เพราะนั่นหมายความว่าฉันจะเสียเวลานั่งรอรถเพียงแค่คันเดียวเท่านั้น แต่เปล่าเลย บรรดาผู้โดยสารที่นั่งบ้างยืนบ้างต่างถือตั๋วคนละใบ และไม่ได้มีเพียงสีเดียว บางคนถือตั๋วสีเขียวไปพัทยา บางคนถือตั๋วสีฟ้าไปชลบุรี และยังมีสีบานเย็น ศรีราชา คันที่ 2 3 และ 4 อีกไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ทุกคนเริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด เก้าอี้ที่รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 30 ที่นั่งถูกจับจองไปหมดแล้ว ไม่ว่าเด็ก สตรี คนชรา ถ้ามาทีหลังเป็นต้องยืนสถานเดียว ฉันยืนเหงื่อซึม บ่นในใจว่าร้อนเป็นบ้า แต่จำคำใครสักคนได้ว่า “อยู่เฉย […]

โชติปาลกุมาร

กาลครั้งหนึ่งมีนายทหารหนุ่มผู้องอาจคนหนึ่งนามว่า “โชติปาลกุมาร” เป็นผู้ที่มีความสามารถในเรื่องยิงธนูชนิดที่ไม่มีใครสู้ได้ในชมพูทวีป ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว วันหนึ่งเขาเปิดการแสดงศิลปะการใช้ธนูให้ประชาชนชม ปรากฏว่าได้เงินเป็นจำนวนมหาศาล แม้แต่พระราชาก็ยังชื่นชมจนพระราชทานทรัพย์ให้เป็นอันมาก และตรัสกับเขาว่า พรุ่งนี้จะให้รับตำแหน่งเสนาบดี ฝ่ายนายทหารหนุ่มโชติปาลกุมาร เมื่อได้ทรัพย์จากประชาชนผู้นิยมชมชื่นเขาแล้ว กลับคิดว่า บรรดาคนที่มอบทรัพย์ให้เขามานั้นล้วนยากจนกว่าเขา และด้วยความที่มีจิตเมตตา ไม่อยากให้คนเหล่านั้นต้องลำบาก เขาจึงคืนเงินให้คนที่มาดูไปทั้งหมด คืนนั้นนายทหารหนุ่มนอนคิดถึงเรื่องการเข้ารับตำแหน่งเสนาบดี และคิดทบทวนว่า ศิลปะการยิงธนูมีประโยชน์อะไรบ้าง คิดแล้วก็พบคำตอบว่า ยิงไปแล้วทำให้คนอื่นตาย เมื่อสู้ชนะก็ได้รางวัล ซึ่งทำให้เขาหลงใหลอยู่ในกิเลส และสุดท้ายผลของการทำให้ผู้อื่นตายนั้นเองจะทำให้เขาต้องตกนรก เมื่อคิดแล้วเห็นแต่ผลเสีย เขาจึงรีบหนีออกจากบ้านเข้าป่าแล้วบวชเป็นฤๅษี บำเพ็ญฌานอย่างตั้งอกตั้งใจจนได้ชื่อว่า “โชติปาลดาบส” ในเวลาต่อมาพระราชาและข้าราชบริพารเป็นอันมากก็ได้ออกบวชตาม อยู่มาวันหนึ่ง กีสวัจฉดาบส ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของโชติปาลดาบสได้เข้าไปพักในอุทยานของ พระเจ้าทัณฑกี วันนั้นหญิงงามเมืองคนหนึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่ง นางรู้สึกเศร้าเสียใจมากจึงเดินวนเวียนร้องไห้อยู่ในอุทยาน และได้มาพบดาบสเข้า นางคิดว่า นี่คงจะเป็นคนกาลกิณีเข้ามาในอุทยาน และคิดว่านี่คงจะเป็นต้นเหตุให้นางถูกปลดจากตำแหน่ง จึงถ่มน้ำลายรดศีรษะของดาบสนั้นแล้วจากไป ต่อมาพระราชาทรงระลึกถึงความดีบางอย่างของนาง จึงแต่งตั้งนางกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้นางเข้าใจผิดคิดว่า ผลของการถ่มน้ำลายรดศีรษะดาบสทำให้ได้ตำแหน่งคืนมา ครั้นเมื่อพระราชาทรงถอดปุโรหิตออกจากตำแหน่ง เขาจึงไปถามนางว่าทำอย่างไรจึงได้ตำแหน่งคืนมา นางก็เล่าเรื่องที่นางถ่มน้ำลายรดดาบสให้ฟัง เขาจึงทำอย่างนั้นบ้าง คิดว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ให้ตนเอง ต่อมาพระราชาทรงระลึกถึงความดีบางอย่างของเขา จึงแต่งตั้งเขากลับมาเป็นปุโรหิตดังเดิม เขาก็เข้าใจผิดว่าคงเป็นผลมาจากการถ่มน้ำลายรดดาบส หลังจากนั้นได้เกิดจลาจลขึ้นที่ชายแดน พระราชาทรงเตรียมยกกองทหารไปปราบ ปุโรหิตจึงแนะนำว่า […]

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม… ปล่อยวางในสิ่งที่เกินพยายาม

พยายามในสิ่งที่ควรพยายาม…ปล่อยวางในสิ่งที่เกิน พยายาม ฉันเป็นหนี้บุญคุณมดตัวหนึ่งอย่างมาก ถึงขั้นต้องคารวะเรียกว่า อาจารย์อย่างเต็มหัวใจ เหตุเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังเดินจงกรมตามรู้กาย – ใจอยู่ ทันใดนั้นก็เกิดความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่บริเวณไหล่ขวา ตอนแรกคิดว่าเป็นความรู้สึกทางกายคล้ายมดกัดมากกว่าจะเป็นมดกัดจริงๆ เผลอสติชั่วขณะเอื้อมมือไปหวังจะเกาให้ถูกที่คัน แต่ทันทีที่มือสัมผัสกับร่างเล็กจิ๋วนั่นสติก็ร้องบอกว่า “เฮ้ย! นี่มันมดจริงๆ นี่หว่า” ฉันรีบยั้งมือทันก่อนที่จะบี้มดตัวนั้นตาย เจ้ามดตัวน้อยคงรู้ได้ถึงภัยร้ายที่กำลังคุกคาม แม้ฉันจะหยุดยั้งไปแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว มันจึงตั้งใจกัดไหล่ขวาของฉันต่ออย่างเต็มเหนี่ยว ฉันก็ตามรู้กายที่กำลังถูกมดกัด รู้ถึงความรู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่กาย และรู้ใจตัวเองว่าเฉยๆ สบายๆ พร้อมกับคิดว่าเดี๋ยวมันก็คงไป แต่เปล่าเลย นอกจากไม่ไปแล้ว หลังจากพักเหนื่อยไปอึดใจหนึ่ง มันก็เริ่มกัดฉันแบบจมเขี้ยวเป็นคำรบที่สอง ฉันก็เอาใจตามดูมันไป ดูซิมันจะทำอย่างไรต่อ ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรำคาญอะไร แค่อยากรู้ก็ดูไปเฉยๆ เมื่อพักเหนื่อยเสร็จไปอีกยก พอระฆังตียกที่สาม เจ้ามดก็ขึ้นสังเวียนชกไหล่ขวาฉันที่เดิมอีกอย่างเต็มแรง พอถึงยกนี้ฉันเริ่มรู้สึกนับถือในความเพียรพยายามของมันแล้วนะเนี่ย นี่มันกะจะกัดฉันให้ตายเลยหรือไงนะ ยกที่สี่ยกที่ห้าตามมา ฉันเริ่มเชื่อแล้วละว่ามดตัวนี้ต้องถือคติประจำใจว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แหงๆ ความรู้สึกเอ็นดูปรากฏขึ้นในใจ ประกอบกับเกรงว่ามันจะกัดฉันจนเหนื่อยตายไปเองเสียเปล่าๆ ไอ้เราก็รู้สึกแค่เนี้ย เจ็บแค่มดกัด จึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้อง ถอดเสื้อออกมาดู เห็นมันกำลังเอาหัวปักฝังเขี้ยวเสียมิดจนก้นกระดกอยู่ที่เดิมเป็นยกที่แปด ฉันเลยค่อยๆ […]

บานเย็น เรืองสันเทียะ จากคนทำอาหารไม่เป็นสู่ เชฟมิชลิน 1 ดาวคนแรกของนนทบุรี

บานเย็น เรืองสันเทียะ จากคนทำอาหารไม่เป็นสู่ เชฟมิชลิน 1 ดาวคนแรกของนนทบุรี เชฟบานเย็น เรืองสันเทียะ อายุ 62 ปี หรือคุณป้าบุญมี เชฟรุ่นใหญ่แห่งร้านสวนทิพย์ ร้านอาหารเก่าแก่ย่านปากเกร็ด ได้รับการประกาศให้เป็นเชฟมิชลิน 1 ดาว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ต้องเรียกว่าเป็นม้ามืดเลยทีเดียว เพราะคุณป้าบุญมีก็ไม่คาดคิดว่า จากคนที่เคยทำอาหารไม่เป็นจะมาถึงจุดที่เกินฝันแบบนี้ได้ ชีวิตในวัยเด็กของคุณป้าบุญมีค่อนข้างยากลำบาก เพราะครอบครัวยากจนมาก ต้องช่วยพ่อแม่ทำสวนทำไร่ทำนาตลอด เวลาว่างก็เก็บผักสวนครัวมาขายที่ตลาดตั้งแต่เด็ก คุณป้าเป็นลูกคนที่ 3 จาก 9 คน ต้องรับจ้างแบกมันสำปะหลังตั้งแต่อายุ 13 ปี ค่าจ้างวันละประมาณ 10 บาท หลังจากนั้นก็ไปเติบโตที่จังหวัดนครราชสีมา ต้องทำงานหารายได้ส่งเสียครอบครัวด้วย พออายุ 15 ปี พี่สาวก็ชวนมาหางานทำที่กรุงเทพฯ     ด้วยวุฒิการศึกษาแค่ ป. 4 จึงมาอยู่กับครอบครัวคนจีนที่เยาวราช รายได้เดือนละ 800 บาท ทำงานเป็นแม่บ้าน จากทำงานบ้านทั่วไปต่อมาได้เพิ่มตำแหน่งแม่ครัวด้วย เมื่อเจ้านายบอกให้ทำอาหารก็ตกใจ เพราะทำอาหารไม่เป็นเลย […]

จิ๊กซอว์ที่ไม่เคยคิดจะต่อของ ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข

จิ๊กซอว์ที่ไม่เคยคิดจะต่อของ ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข ไก่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือปาฏิหาริย์ชีวิตใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะคิดว่าทุกเรื่องในชีวิตจะดีได้อยู่ที่เราลิขิตชีวิตตัวเอง รวมถึงเรื่องคู่ชีวิตด้วยค่ะ สมัยเป็นสาวน้อยมัธยม จำได้ว่า ไก่สนุกกับชีวิตสุด ๆ เพราะไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แค่เรียนให้ไม่ตกชั้น เอาเกรด 4 มาฝากพ่อแม่สักตัวเป็นพอ เวลาที่เหลือจึงหมดไปกับการวาดรูป แต่งกลอน และแต่งตัว ช่วงวัยรุ่น ไก่เป็นสาวที่แต่งตัวจัดมาก คือโดดเด่นกว่าเพื่อน ๆ แต่สวยไม่สวย อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ สมัยนั้นมีนิตยสารอยู่ไม่กี่เล่มในท้องตลาด และในจำนวนนั้นเล่มโปรดของไก่คือ วัยน่ารัก วัยหวาน และ แพรว แรก ๆ ไก่ซื้อมาดูแบบเสื้อผ้า แต่หลัง ๆ ที่หยุดซื้อไม่ได้เพราะไปเจอนายแบบคนหนึ่ง หน้าตาท่าทางโดนใจไก่เข้าอย่างจัง…สูงสมส่วน หน้าเข้ม ผมแสกกลางปรกหน้าเล็กน้อย พอให้เห็นคิ้วกับตาที่มีเสน่ห์ แถมชอบไม่ชอบเปล่านะคะ ทุกหน้าที่มีเขา ไก่ต้องตัดแปะติดไว้ข้างฝาห้องนอน…“คิม รังสิมันต์” คือชื่อของนายแบบคนนั้นที่ตราตรึงอยู่ในความฝันของหญิงสาวต่างจังหวัดคนหนึ่งนานหลายปี จนกระทั่งไก่พกพาความมั่นใจเข้ามาเรียนต่อและทำงานในกรุงเทพฯ ความที่ครอบครัวอบอุ่น ชีวิตของมีสุขจึงไม่เคยเหงา ไม่เคยเศร้าเพราะความโสด มีแฟนกี่คนไก่เป็นคนขอเลิกก่อนทุกทีไป และในชีวิตนี้ก็เคยอกหักเพียงครั้งเดียวเท่านั้น! […]

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข

แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก – ข้อคิดให้ชีวิตคู่เป็นสุข ความรู้สึกในวันแต่งงานของผมก็คงจะเหมือนกับของคนอื่นๆ คือรู้สึกเป็นสุขว่าเราเป็นแชมป์ เป็นผู้ชนะคู่แข่งขันอย่างมีเกียรติและสมศักดิ์ศรี วันแต่งงานคือวันคาดเข็มขัดแชมป์บนเวทีชีวิตท่ามกลางสักขีพยานมากมาย วันแต่งงานคือวันประกาศให้พ่อแม่ พี่น้อง ญาติและเพื่อนฝูง ตลอดจนชาวบ้านทั่วไปรู้ว่าเราคือผู้ใหญ่อย่างสมบูรณ์แล้วนะ เราเป็นพระเอกที่สามารถพิชิตหัวใจนางเอกได้สำเร็จ เราภูมิใจที่พ่อแม่นางเอกยอมรับและยกลูกสาวสุดที่รักที่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมาตั้งแต่ในท้องจนเป็นสาวให้เรา วันแต่งงานเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต (ขณะนั้น) แม้จะมีเสียงนกเสียงกาออกมาบ้าง เช่น เป็นวันสูญเสียอิสรภาพครั้งใหญ่ในชีวิตบ้าง คนในอยากออก คนนอกอยากเข้าบ้าง หรือถ้าแกฆ่าคนตายติดคุกอย่างดีก็แค่ 20 ปี แต่วันแต่งงานเป็นวันที่แกเริ่มติดคุกวันแรกไปตลอดชีวิต (ของข้างใดข้างหนึ่ง) ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ พวกที่บอกว่าจะอยู่กันยืดยาวได้สักแค่ไหน ในเมื่อทั้งคู่มีความแตกต่างกันเกือบทุกอย่าง ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า ความแตกต่างหลายอย่างที่ว่านั้นไม่ใช่อุปสรรคของการครองรักครองเรือนอย่างมีความสุขแต่อย่างใด ผมยอมรับและกลับไปสำรวจตัวเองก็พบความจริง ดังนี้ ความแตกต่างอย่างแรกคือครอบครัว ครอบครัวของผมเป็นไทยแท้แต่โบราณ อยู่กับดินโคลน ทำนา ปลูกข้าว สาบกลิ่นตัวและกลิ่นขี้ควายได้ดมจนชินชาเป็นว่าหอม ผมมีพี่น้องท้องเดียวกัน 12 คน ส่วนครอบครัวของภรรยานั้น เตี่ย – ตาและมาม้า – ยายของผมเป็นลูกคนจีนโพ้นทะเลที่มาเกิดในเมืองไทยทั้งสองท่าน ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการค้าขายของชำ น้ำชากาแฟ ขนมไทยและจีนที่รับจากแม่ค้ามาอีกต่อหนึ่ง ครอบครัวนี้มีพี่น้อง 7 คน […]

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต

สำเร็จได้ด้วยใจ – บทความดี ๆ ให้กำลังใจรับมืออุปสรรคชีวิต หลังจากที่ฝนตกติดต‹่อกันมาประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็ถึงวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสขึ้นอีกครั้ง นาฬิกาขŒ้อมือบอกให้Œรู้Œว่‹าขณะนี้เป็šนเวลาใกล้Œเที่ยงแล้วŒ แต‹่ผูŒ้เขียนกลับไม่‹รู้Œสึกหิวเลยแม้Œแต‹่นŒ้อย และเดินไปที่ชั้นหนังสือ (เก่‹า) เลือกหยิบนิตยสาร Secret ฉบับที่ 21 เล่‹มวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มาอ่า นเพื่อเรียกน้ำย่‹อย หลังจากเปิดดูสารบัญก็พลิกหนŒ้ากระดาษอย่างรวดเร็วไปที่หน้าŒ 68 หัวข้อŒเรื่องคือ “รสชาติของชีวิต” ขึ้นอ่านเป็นลำดับแรก หลังจากอ่านจบ ผู้เขียนเกิดแรงจูงใจอย่างหนึ่งทำให้อยู่เฉยไม่ได้ ต้องหยิบปากกาและกระดาษมาวาดเป็นตัวหนังสือเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ในสมัยวัยรุ่นที่สอบเอนทรานซ์ไม่ติดมาเล่าสู่กันฟัง เพราะผู้เขียนเชื่อว่า หลังจากการประกาศผลการสอบเอนทรานซ์ในแต่ละปีจบลง ย่อมต้องมีผู้ผิดหวังเสียใจมากกว่าผู้ดีใจอย่างแน่นอน และเพื่อเป็นการสนับสนุนหัวข้อดังกล่าวที่ท่านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธวัชชัย กฤษณะประกรกิจ ท่านได้เขียนไว้ มีความตอนหนึ่งว่า “ความอดทนแม้จักขมขื่น แต่รสชาติมักจะหวานชื่นเสมอ” ว่าเป็นเรื่องจริงที่มีตัวเราเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จนั้นๆ ย้อนไปเมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้ว ผู้เขียนทั้งนั่งและนอนร้องไห้อยู่กับความเสียใจ หลังจากที่มองไม่เห็นรายชื่อตัวเองติดอยู่ที่บอร์ดในฐานะผู้สอบเอนทรานซ์ติด ในช่วงเวลานั้นนอกจากความเสียใจแล้วยังมีความรู้สึกเคว้งคว้างเข้ามาปะปนอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานาว่าจะไปเรียนต่อที่ไหนดี พอเรียนจบมาแล้วจะมีงานทำหรือเปล่า เพราะในสมัยนั้นผู้เขียนมีความเชื่อว่า ถ้าเราจบจากมหาวิทยาลัยของรัฐ เราถึงจะมีงานดีๆ ทำ เพื่อนๆ หลายคนที่สอบไม่ติดต่างพากันไปซื้อใบสมัครของมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง และด้วยความมีน้ำใจจึงไม่ลืมที่จะซื้อมาฝากผู้เขียนด้วยชุดหนึ่ง […]

บทเรียนชีวิตจาก คุณยายโรส นักศึกษาวัยไม้ใกล้ฝั่งที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

บทเรียนชีวิตจาก คุณยายโรส นักศึกษาวัยไม้ใกล้ฝั่งที่ใคร ๆ ก็หลงรัก วันเปิดภาคเรียนเทอมแรก หลังจากที่อาจารย์ได้แนะนำตัวเองแล้ว ได้ขอให้เราทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมชั้นที่เรายังไม่รู้จัก วินาทีนั้นผมยืนขึ้นและหันมองไปรอบ ๆ ว่าคนไหนที่ผมยังไม่เคยรู้จัก ขณะนั้นเองก็มีมือมือหนึ่งเอื้อมมาแตะไหล่ผมอย่างนุ่มนวล ผมหันไปพบหญิงชราร่างเล็กใบหน้าเหี่ยวย่นกำลังยิ้มให้ รอยยิ้มของเธอสดใสเสียจนทำให้โลกดูสว่างไสวขึ้นมาทันที “สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่มรูปหล่อ ฉันชื่อโรส อายุ 87 ปี” เธอแนะนำตัว “ขอฉันกอดเธอหน่อยได้ไหม” ผมหัวเราะและตอบเธออย่างกระตือรือร้น “ได้เลยครับ” แล้วเธอก็กอดผมเสียแน่น “ทำไมคุณยายถึงได้มาเข้ามหาวิทยาลัยตอนยังวัยรุ่นอย่างนี้ล่ะครับ” ผมแหย่ “ฉันมาเรียนเพื่อมองหาสามีรวย ๆ สักคน แต่งงาน แล้วก็มีลูกน่ารัก ๆ สักสองสามคน พอเกษียณแล้วจะได้ออกท่องเที่ยวไง” เธอตอบติดตลก “อย่าพูดเล่นซีครับ” ผมขอร้อง ด้วยความอยากรู้ว่าปูนนี้แล้วอะไรทำให้เธอเกิดอยากเรียนมหาวิทยาลัยขึ้นมา “ฉันฝันอยากเรียนมหาวิทยาลัยมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ก็เลยได้ทำตามความฝันเสียที” หลังเลิกเรียนเราพากันเดินไปหาช็อกโกแลตมิลค์เชคดื่มกันที่ศูนย์นักศึกษา เราสนิทกันในเวลาอันรวดเร็ว ตลอดสามเดือนต่อมาเราออกจากห้องเรียนพร้อมกันแล้วคุยกันไม่หยุดปาก ผมมักตะลึงฟังเธอเล่าเรื่องราวย้อนยุคซึ่งเป็นประสบการณ์ของเธอ เรื่องราวที่เธอเล่าแสดงให้เห็นความฉลาดเฉลียวอันน่าทึ่ง ตลอดหลักสูตรปีนั้น คุณยายโรสกลายเป็นดาวเด่นของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะย่างกรายไปไหน เธอก็เป็นเพื่อนกับเขาไปทั่ว คุณยายโรสชอบแต่งตัวสวย จึงทำให้ใคร ๆ ในมหาวิทยาลัยสนอกสนใจ… เธอเป็นหญิงชราผู้มีชีวิตชีวาจริง ๆ […]

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ผู้เด็ดเดี่ยวในการธุดงค์ปฏิบัติธรรม

หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดป่าอรัญญวิเวก จังหวัดนครพนม หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2431 ณ บ้านข่า จังหวัดนครพนม ท่านเคยบรรพชาเป็นสามเณรอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายมหานิกายในปี พ.ศ. 2453 เมื่ออายุ 21 ปีตามคำขอของปู่ ท่านบวชอยู่ 19 พรรษาจึงแปรญัตติเป็นฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2471 ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น เป็นพระป่าที่มีชื่อเสียงมากในบรรดาศิษย์รุ่นแรกๆ ของ หลวงปู่มั่น และยังเป็นศิษย์ที่หลวงปู่มั่นไว้วางใจ โดยมักพูดกับสานุศิษย์ทั้งหลายว่า “ใครอย่าไปดูถูกท่านตื้อนะ ท่านตื้อเป็นพระเถระ” และท่านเป็นสหายธรรมกับหลวงปู่แหวนและหลวงปู่ขาว ท่านเด็ดเดี่ยวในการธุดงค์ปฏิบัติธรรม เคยธุดงค์ไปทั่วภาคอีสาน ภาคเหนือ จนถึงประเทศลาว มีอุปนิสัยรักความสงบ สันโดษ พูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา มักมีอารมณ์ขันและลีลาการแสดงธรรมแปลก ๆ อยู่เสมอ หลวงปู่ตื้อมรณภาพด้วยโรคลมและโรคชราในปี พ.ศ. 2517 เมื่ออายุ 86 ปี ณ วัดป่าอรัญญวิเวก จังหวัดนครพนม […]

เอคฮาร์ท โทลเลอ…ชายผู้หยั่งรู้พลังแห่งชีวิต

ถ้าคุณกำลังท้อแท้ หดหู่ เศร้าหมอง จนอยากเลือกการฆ่าตัวตายเป็นทางออกของชีวิต ขอบอกว่าโปรดหยุดความคิดนั้นไว ้ และมาทำความรู้จักกับกูรูด้านจิตวิญญาณที่โด่งดังที่สุดในยุคนี้ที่ชื่อ เอคฮาร์ท โทลเลอ ก่อนดีกว่า เอคฮารท์ โทลเลอ (Eckhart Tolle) มีชื่อเดิมว่า อูลริช โทลเลอ เกิดที่เมืองดอร์ทมุนด์ ประเทศเยอรมนี ในปี ค.ศ. 1948 พ่อและแม่หย่าขาดจากกันตั้งแต่เล็ก เอคฮารท์ จึงใช้ชีวิต 13 ปีแรกที่เยอรมนี ก่อนจะย้ายไปอยู่กับพ่อที่ประเทศสเปน เอคฮาร์ทเลิกไปโรงเรียนตั้งแต่อายุ 13 หลังจากพ่อถามเขาว่า ”“ลูกอยากเรียนหนังสือหรือเปล่า”„ เอคฮาร์ทซึ่งรู้สึกเสมอมาว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศไม่เป็นมิตร จึงตอบไปว่า ”“ไม่ครับ”„ และพ่อก็ตามใจเขา แต่แทนที่เขาจะใช้ชีวิตสนุกสนานไปวันๆ ตามประสาเด็กหนุ่ม เขากลับใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตัวเองเพื่ออ่านหนังสือ เช่น วรรณกรรม ดาราศาสตร์ ภาษาสเปน ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศส และมักจะตั้งคำถามชวนปวดใจ เช่น ”“ทำอย่างไรจึงจะหายไปจากโลกนี้”„ หรือ “”ฉันควรจะฆ่าตัวตายไหม”„ อยู่เสมอ ซึ่งแสดงถึงพื้นฐานอารมณ์ซึมเศร้าที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก     เอคฮาร์ททำงานเลี้ยงดูตัวเองตั้งแต่เป็นวัยรุ่น […]

“ทิ้ง…!” บทความดี ๆ ให้แง่คิดชีวิตคู่ โดย ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข

“ทิ้ง…!” บทความดี ๆ ให้แง่คิดชีวิตคู่ โดย ไก่ – มีสุข แจ้งมีสุข เวลาที่คนเราไม่น่ารักที่สุดคือตอนไหน…ตอนทะเลาะกัน เวลาที่เรารักใครสักคน เราควรทำอะไร…ควรถนอมน้ำใจกัน ตั้งแต่แต่งงานมา สิ่งหนึ่งในชีวิตไก่ที่เปลี่ยนไปมากที่สุดเห็นจะเป็นเวลาที่เราทะเลาะกัน สามีจะบอกเสมอว่า “อย่าเรียกว่าทะเลาะกันสิ เขาเรียกว่าการปรับตัว” ไอ้เราก็คิด “ก็นี่มันทะเลาะกันเห็น ๆ ถ้าไม่เรียกว่าทะเลาะแล้วจะเรียกว่าอะไร” คิดไปคิดมา นี่คงเป็นความขัดแย้งแบบเบา ๆ ของเราสองคน จากประสบการณ์ของคนที่ไม่ค่อยทะเลาะกับใครอย่างไก่ จึงคิดว่าการโต้เถียงคือการทะเลาะกัน ถึงจะไม่ได้ใส่อารมณ์มากมายก็ตาม ในขณะที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาของสามีอาจคิดว่า คนจะทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างต้องอารมณ์ฮีตกันสุด ๆ อะ…ก็ได้ เอาเป็นว่าปรับตัวก็ปรับตัว จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันเรื่องใหม่อีกว่าจะนิยามอาการที่เกิดขึ้นนี้ว่า “ทะเลาะ” หรือ “ปรับตัว” เดี๋ยวก็จะเป็นเรื่องขึ้นมาอีกเรื่อง ฮ่า ๆ ๆ ทุกครั้งที่เราปรับตัวกัน นอกจากเรื่องที่กำลังเถียงกันอยู่ สามีจะต้องมีวาทะแห่งการสอนสั่งไก่ไปในตัว นั่นคือการยกคำของพระพุทธเจ้ามาเบรกอารมณ์ไก่ทุกครั้งไป ที่ไก่จำได้แม่นยำคำหนึ่งคือคำว่า “ละนันทิ” นันทิ แปลว่า ความเพลิน…เพลินอะไร ก็เพลินในรูป (สิ่งที่เห็นด้วยตา) เวทนา (สุข […]

หลวงปู่วัน อุตตโม พระอริยสงฆ์ผู้ทรงอภิญญาสูงล้ำ

หลวงปู่วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จังหวัดสกลนคร หลวงปู่วัน อุตตโม หรือพระอุดมสังวรวิสุทธิเถร เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ 2465 ณ บ้านตาลโกน จังหวัดสกลนคร บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2479 เมื่ออายุได้ 14 ปี ด้วยความอาลัยเศร้าโศกจากการกำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่ยังเด็ก และอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2485 เป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น เป็นพระนักปฏิบัติที่พูดน้อย มีศีลวัตรปฏิบัติอันงดงาม พระอาจารย์วันมรณภาพในปี พ.ศ. 2523 เมื่ออายุ 57 ปี ด้วยเหตุเครื่องบินตก ณ ท้องนาทุ่งรังสิต จังหวัดปทุมธานี ระหว่างเดินทางหลังจากได้รับกิจนิมนต์จากทางกรุงเทพฯ ครั้งนั้นมีครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นมรณภาพพร้อมท่านอีก 4 รูป คือ หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร และพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม     เรื่องเล่า “โดนระดมยิงด้วยเอ็ม […]

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่สิมได้กล่าวถึงการปฏิบัติภาวนาว่า เราไม่ควรเป็นผู้ประมาท ต้องตั้งใจในการบำเพ็ญภาวนา เป็นผู้มีสติ อาจหาญในธรรม เมื่อฟังธรรมแล้วต้องนำไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้จิตใจหวั่นไหวต่ออำนาจกิเลส และจงบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ถึงที่สุดเพื่อให้พ้นทุกข์ และไม่ต้องเป็นผู้ประมาทอีกต่อไป “จงดูตัวเราทุกคนว่า เมื่อเราเกิดมา ก็เกิดมาตัวเราคนเดียว มาอยู่ในโลกนี้จะนานหลายสิบปีขนาดไหนก็ตาม เวลาคนเรานั้นแตกดับตายไป เอาคนอื่นไปด้วยก็ไม่ได้ ไปแต่จิตใจดวงเดียว ร่างกายสังขารนี้  ไม่ว่าเด็ก หนุ่ม แก่ ทิ้งไว้ในโลกนี้ เอาไปไม่ได้… เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ จิตใจของเราไม่ต้องพะวักพะวงไปที่อื่นทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออก พระพุทธเจ้าพระองค์เตือนไว้แต่ครั้งโน้นว่า จงพากันภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจเข้าและออก “การที่เราภาวนาบทใดข้อใด อรรถธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าอันใดก็ตาม เมื่อเรานึกถึง เราเจริญอยู่เนือง ๆ เหมือนลมหายใจเข้าออก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นคนไม่ประมาท เพราะภาวนาได้อยู่ทุกลมหายใจ คนใดหลงใหลลืมหมด ไม่นึกถึงความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความไข้ ความตายที่จะมาถึงตัว เมามัวประมาท อันนั้นแหละท่านว่าคนประมาท คนใดประมาทเหมือนคนตายแล้ว คือว่าไม่สร้างคุณงามความดีอันใดให้เกิดขึ้นในตัวตนของตัวเองได้ ยังมีลมหายใจอยู่ก็ไม่ภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจ…จะเป็นวันไหนคืนไหนเวลาใดก็ตาม ต้องเตือนใจของเราว่า เราเกิดมาแล้วหนีความทุกข์ความเดือดร้อนในโลกนี้ไม่ได้…บางคนเกิดมาไม่นาน 10 ปีตายก็มี 20 ปีตายก็มี […]

เมตตามาร์เก็ตติ้ง

เมตตามาร์เก็ตติ้ง – บทความดี ๆ โดย เกตุวดี Marumura วันก่อน ดิฉันนั่งดูสารคดีเกี่ยวกับร้านซูชิหมุนที่ขายดีมีลูกค้ามาเข้าคิวยาวเหยียด เจ้าของร้านบอกว่า เดิมเขาเคยอยากเป็นตลก จึงไปขอเป็นลูกศิษย์อาจารย์ตลกท่านหนึ่ง ทนรออยู่ 6 ปี แต่เขาไม่รับ เลยกลับมาเปิดร้านเหล้าเล็ก ๆ ที่ฮอกไกโด วันหนึ่ง เขาไปร้านซูชิหมุนที่เพิ่งมาเปิดใหม่ในฮอกไกโด และเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กำลังเอื้อมมือไปหยิบจานซูชิอย่างสนุกสนาน ส่วนพ่อแม่เด็กก็มองด้วยรอยยิ้ม ผู้ประกอบการท่านนี้รู้สึกว่า ร้านซูชิหมุนเป็นสถานที่สร้างความสุขและความอบอุ่นให้คนอย่างแท้จริง จึงเริ่มศึกษาและเปิดกิจการร้านซูชิหมุนบ้าง ในการสัมภาษณ์ พิธีกรถามว่า อะไรคือสิ่งที่เขารู้สึกภูมิใจหรือประสบความสำเร็จที่สุด เขานิ่งคิดแว่บหนึ่งก่อนตอบว่า “มีสามีภรรยาคู่หนึ่งมากินที่ร้าน ตอนแรกทั้งคู่ต่างนั่งนิ่ง ๆ แทบไม่พูดอะไรกันเลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ต่างพูดคุยกันมากขึ้น และมีรอยยิ้มบนใบหน้า วันนั้นเป็นวันที่ผมรู้สึกมีความสุขมาก ๆ เลยครับ” และความสุขนั้นก็กลายเป็นพลังให้เจ้าของร้านซูชิหมั่นหาซูชิอร่อย ๆ ตลอดจนปรับปรุงการบริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ปรับปรุงถึงขั้นวิธีการเรียงจาน วิธีการเสิร์ฟจานให้ลูกค้า ความใส่ใจเช่นนี้ทำให้ร้านซูชิของเขาประสบความสำเร็จ จนใครจะมารับประทานร้านซูชินี้ต้องรออย่างน้อย 90 นาที ดิฉันขออนุญาตเรียกแนวคิดของผู้ประกอบการท่านนี้ว่า “เมตตามาร์เก็ตติ้ง” “เมตตา” หมายถึง ความปรารถนาอยากให้ผู้อื่นมีความสุข […]

keyboard_arrow_up