รอยยิ้มที่สวยที่สุดของ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ หญิงไทยหัวใจแกร่งแห่งทำเนียบขาว

แน่นอนว่า รอยยิ้มที่สวยที่สุดในความทรงจําของคนแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน แต่หนึ่งในนั้นต้องมีรอยยิ้มของ พันตรี ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ (Ladda Tammy Duckworth) สตรีเชื้อชาติอเมริกัน –ไทย ติดโผอยู่ด้วย เช่นเดียวกับคนดังหลายต่อหลายคน แทมมี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกหลังจากประสบเคราะห์ร้ายอย่างที่สุดเมื่อสี่ปีที่แล้ว ขณะที่เธอติดยศร้อยเอกแห่งกองทัพสหรัฐอเมริกาและกําลังรับใช้ชาติอยู่ในประเทศอิรัก วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 แทมมี่ซึ่งมีอายุ 36 ปีเต็มและสมรสแล้ว กําลังปฏิบัติหน้าที่นักบินขับเฮลิคอปเตอร์ตามตารางบินปกติ แทมมี่ได้นําเครื่องลงจอดในเขตปลอดภัย เธอแวะซื้ออาหารและสิ่งของต่างๆ มากมายเพื่อเตรียมไว้สําหรับเทศกาลคริสต์มาสที่กําลังจะมาถึง หลังจากนั้นเธอจึงกลับไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอีกครั้งเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังฐานที่มั่นเดิม ระหว่างทาง แทมมี่ได้ยินเสียงปืนกลยิงเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ของเธอ พร้อมกับมีลูกไฟดวงใหญ่ระเบิดขึ้นตรงหน้า แทมมี่จึงพยายามนําเครื่องลงจอด แต่เธอกลับพบว่าคันบังคับที่ใช้เท้าเหยียบไม่ยอมทํางาน ขณะนั้นแทมมี่ยังไม่รู้ว่าขาและเท้าที่รับใช้เธออย่างซื่อสัตย์มาถึง 36 ปีได้หายไปแล้ว! หลังจากสลบไปนานนับสิบวัน แทมมี่ก็ฟื้นขึ้นและรับรู้ว่าเธอได้สูญเสียขาทั้งสองข้าง กระดูกแขนขวาหักสามท่อน และเนื้อบริเวณท้องแขนหายไปจนเกือบหมด     แทมมี่ไม่ใช่ทหารรายแรกที่ต้องพบกับสภาพเช่นนี้ และแน่นอนว่าเธอคงไม่ใช่รายสุดท้ายด้วย แต่เธอก็เป็นทหารผ่านศึกผู้ได้รับบาดเจ็บที่ฟื้นตัวได้รวดเร็วอย่างน่ามหัศจรรย์ แทมมี่เริ่มใส่ขาเทียมในเดือนมีนาคมปีถัดมา เธอฝึกเดินอย่างขยันขันแข็ง และทําใจยอมรับสภาพของตัวเองด้วยรอยยิ้ม ครอบครัวดักเวิร์ธเรียกวันที่ 12 พฤศจิกายนว่า “วันแห่งการรอดชีวิต” (Alive […]

เศรษฐีตระหนี่ ทำบุญแล้วเสียดายทรัพย์ โดย ส.เขมรังสี (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี)

เศรษฐีตระหนี่ ทำบุญแล้วเสียดายทรัพย์ โดย ส.เขมรังสี (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี – เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) บางคนเกิดมาร่ำรวยก็จริง แต่ไม่ได้ใช้ทรัพย์เหล่านั้นอย่างมีความสุข เป็นเศรษฐีแต่ไม่มีความสุขในทรัพย์ ไม่ได้กินได้ใช้อย่างมีความสุข ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นการให้แล้วเกิดความหวงภายหลัง ให้ไม่เด็ดขาด เกิดความตระหนี่ขึ้นมา เลยเกิดมามีทรัพย์ แต่ได้กินได้ใช้ในสิ่งที่ดี ๆ เศรษฐีตระหนี่ ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าประทับ ณ วัดเชตวัน มีเศรษฐีท่านหนึ่งอยู่ที่เมืองสาวัตถี ชื่อ อปุตตกเศรษฐี (เศรษฐีที่ไม่มีบุตร) เขามีทรัพย์มาก แต่จะไม่กินอาหารดี ๆ คนนำอาหารดี ๆ ใส่ถาดทองคำมาให้ก็จะไล่ตะเพิดทันที ขว้างปาด้วยก้อนดิน ท่อนไม้ หาว่ามาเยาะเย้ย บางทีบริวารก็นำสิ่งของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มดี ๆ มาให้ อปุตตกเศรษฐีก็จะตะเพิดไปหมด เขาจะบริโภคแต่ปลายข้าวกับน้ำผักดอง เป็นเศรษฐี ทรัพย์มีมาก แต่ไม่ได้กินอาหารดี ๆ สวมใส่เสื้อผ้าดี ๆ นุ่งแต่ผ้าป่าน ร่วมดี ๆ มีคนนำมาให้ใช้ก็ไม่ใช้ ใช้แต่ร่มใบไม้ ยานพาหนะดี ๆ […]

จอน บอง โจวี ร็อคสตาร์ใจบุญขวัญใจแฟนเพลงตลอดกาล

จอน บอง โจวี ร็อคสตาร์ใจบุญขวัญใจแฟนเเพลงตลอดกาล ในวัย 57 ปี จอน บอง โจวี (Jon Bon Jovi) ยังคงครองตำแหน่งร็อคสตาร์ขวัญใจแฟนเพลง อย่างที่เขาเคยเป็นเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนจะด้วยวิธีใดนั้น โปรดติดตาม จอน บอง โจวี หรือบอง โจวี ซึ่งเป็นชื่อที่แฟน ๆ คุ้นหูมากกว่านั้น มีชื่อจริงว่า จอห์น ฟรานซิส บองจิโอวี จูเนียร์ (John Francis Bongiovi, Jr.) เกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ปี ค.ศ. 1962 ที่เมืองเพิร์ทแอมบอย รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พ่อแม่ของจอห์นเคยรับราชการเป็นทหารเรือ แต่พ่อได้ลาออกมาเป็นช่างตัดผม ส่วนแม่เป็นเจ้าของร้านดอกไม้ จอห์นเป็นลูกชายคนโตและมีน้องชายอีกสองคน เขาหัดเล่นเปียโนและกีตาร์ตั้งแต่อายุ 13 ปี และขณะที่อายุเพียง 16 ปี จอห์นก็เริ่มเล่นดนตรีในผับ ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยชีวิตของเขา […]

“อิติปิโสถอยหลัง” คำบริกรรมช่วยเร่งให้จิตสงบ

“อิติปิโสถอยหลัง” อุบายเร่งจิตให้สงบ โดย ส. ชิโนรส (พระมหาสุภา ชิโนรโส) วิธีบริกรรม “อิติปิโสถอยหลัง” นั้นมี 3 ขั้นตอน ดังนี้   ขั้นที่ 1 ท่องจำ ท่องจำคือวิธีทำจิตให้สงบอย่างหนึ่ง ช่วยให้จิตจดจ่ออยู่กับอารมณ์ปัจจุบันได้เร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่องจำอิติปิโสฯ ผู้ปฏิบัติต้องใช้กำลังสติอย่างมากเพ่งพินิจ จึงจะจำอิติปิโสฯแต่ละอักขระได้อย่างชัดเจนไม่ผิดพลาด ผู้เขียนแบ่งอิติปิโสฯเป็น 6 บรรทัดเพื่อให้ง่ายต่อการท่องจำ ดังนี้ “ติ-วา-คะ-ภะ โธ-พุท นัง-สา-นุส-มะ-วะ-เท ถา-สัต-ถิ-ระ-สา-มะ-ทัม-สะ-ริ-ปุ โร-ตะ-นุต-อะ ทู-วิ-กะ-โล โต-คะ-สุ โน-ปัน-สัม-ณะ-ระ-จะ-ชา-วิช โธ-พุท-สัม-มา-สัม หัง-ระ-อะ วา-คะ-ภะ โส-ปิ-ติ-อิ” เมื่อท่องจำได้จนขึ้นใจแล้ว ควรฝึกขั้นต่อไป     ขั้นที่ 2 บริกรรม ก่อนบริกรรมทุกครั้งควรเลือกจุดที่จับลมได้อย่างชัดเจนมากที่สุดในกาย เช่น ปลายจมูก หรือกลางสะดือ แล้วเริ่มบริกรรมไปทีละจังหวะ บริกรรมจังหวะใดแล้วจิตสงบนิ่งแน่วแน่ ความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ ดับลงไป ควรข้ามไปขั้นที่ […]

เห็นไตรลักษณ์ = เห็นโทษ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เห็นไตรลักษณ์ = เห็นโทษ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ จิตมีความผูกพันกับกายและใจมากเพียงไร จึงทำให้การปล่อยวางกาย-ใจเป็นไปได้ยากยิ่งนัก เรื่องนี้พระอาจารย์นวลจันทร์เปรียบเทียบไว้อย่างน่าฟังว่า… เห็นไตรลักษณ์ เราอยู่กับกายใจนี้ก็เหมือนว่าเราได้แต่งงานกับกายกับใจแล้ว เรายึดว่ากายนี้เป็นของเรา ใจนี้เป็นของเรา เราจึงต้องดูแลรับผิดชอบเหมือนสามี-ภรรยาที่ต้องรับผิดชอบดูแลกันอย่างดีที่สุด เต็มที่ที่สุดจริงไหม แต่พออยู่มาอยู่ไป เมื่อเราเริ่มเห็นโทษ เห็นภัย เห็นความไม่ดีไม่งามของกาย-ใจ เช่น เห็นไตรลักษณ์ บ่อยขึ้น ๆ เราก็เริ่มรู้สึกว่าชักจะยังไง ๆ อยู่ สุดท้ายจึงเซ็นใบหย่าเสียเลย ไม่เอาแล้วสามีคนนี้ ไม่เอาแล้วภรรยาคนนี้ เมื่อเซ็นใบหย่าเสร็จก็คือเป็นอิสระแล้ว เป็นอิสระจากกาย-ใจ เป็นอิสระจากธาตุขันธ์ แต่จู่ ๆ จะให้จิตเซ็นใบหย่า วางธาตุขันธ์เลยย่อมเป็นไปไม่ได้ จิตต้องเห็นโทษเห็นภัยของขันธ์นี้ก่อน เห็นโทษเห็นภัยของการยึดก่อน เพราะธรรมชาติของการที่เราจะวางสิ่งไหนหรือจะไปจากสิ่งไหน กฎง่าย ๆ คือเราต้องเห็นโทษของสิ่งนั้นก่อน ถ้ายังไม่เห็นโทษก็จะยังไม่ไป ยังอยากจะกำเอาไว้อยู่อย่างนั้น คนเรามักจะกำสิ่งต่าง ๆ ไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น ถ้าจะให้ไปจากสามี เราก็ต้องเห็นโทษของสามีก่อน ถ้าไม่เห็นโทษของสามี เราย่อมต้องการจะอยู่กับสามีไปตลอดกาลนานเทอญ อยู่กับสามีไปจนสามีอยู่กับเราไม่ได้ สามีทนไม่ได้ สามีก็ไปเสียเอง […]

เพราะหัวใจ … ไม่เคยยอมแพ้ จากลูกชาวนาสู่นักเรียนทุนออสเตรเลีย

ดิฉันชื่อกําไรทอง เจน หอกกิ่ง เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจน มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันถึงเก้าคน ชีวิตสมัยเด็กลําบากมาก เวลาหิวก็ต้องให้น้องกินก่อน เวลาหนาวเราก็ไม่มีผ้าห่ม ป่วยไม่มีเงินไปรักษา แต่ดิฉัน ไม่เคยยอมแพ้ เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธเจ้า ทุกครั้งที่ลําบากกายหรือใจจะอธิษฐานให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองเป็นกําลังใจให้ตัวเองอยู่ต่อ ดิฉันคิดว่าชีวิตเป็นสิ่งสวยงามที่สุด การดํารงชีวิตอย่างมีสติ ไม่กลัวหรือตื่นตระหนกเมื่อเผชิญกับปัญหาใดๆ และการใช้ชีวิตอย่างสมถะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้ดิฉันพบความสําเร็จที่แท้จริงและอยู่อย่างมีความสุขบนโลกใบนี้ สมัยเป็นเด็ก ดิฉันจะนั่งสมาธิก่อนนอนทุกคืน และจะเข้านอนก่อนใคร เพื่อตื่นมาอ่านหนังสือในเวลาที่สงบ จุดมุ่งหมายตอนนั้นเพียงแค่อยากมีความรู้เพื่อจะได้สอนคนอื่นได้และทําชีวิตให้ดีขึ้น พ่อบอกให้ดิฉันเลิกเรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นประถมศึกษา ดิฉันหัวใจสลาย เพราะเชื่อเหลือเกินว่าการศึกษาจะนํามาซึ่งความสําเร็จในหลายๆ ด้าน พ่อให้เหตุผลสั้นๆ ว่า “เป็นผู้หญิงจะเรียนไปทําไม” ตอนนั้นสวดมนต์ภาวนาทุกคืนขอให้คนมีความเสมอภาคกัน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ให้เราฟังความคิดเห็นและมุมมองที่ต่างมีความสําคัญเหมือนกัน คําว่า “พหูสูต” ที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ มีความหมายลึกซึ้งและเป็นสัจธรรม “ฟังด้วยดีย่อมได้ปัญญา” นี่คือสิ่งที่ดิฉันถือปฏิบัติมาจนทุกวันนี้ และการรู้จักเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่เหมาะสมต่อตัวเรา คนเราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เกินความสามารถ จะได้ไม่พบทุกข์ซึ่งเกิดจากความทะเยอทะยาน เวลามีอารมณ์ที่เป็นทุกข์ จงอย่าไปโทษคนอื่นหรือสิ่งรอบข้าง ตัวเราเองต่างหากที่ยอมให้ความทุกข์นั้นเกิด คําภาวนา กอปรกับความเมตตาและการเสียสละของพี่ชาย ทําให้ดิฉันได้เรียนต่อ แต่ก็ต้องต่อสู้กับความลําบาก ไม่มีเงินซื้ออาหารเที่ยง บางวันแทบไม่มีเงินค่ารถ บางวันมีค่ารถเที่ยวเดียว จึงต้องรับจ้างทําการบ้านบ้าง […]

พุทธศาสนาคือศาสนาแห่งความสุข โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

พุทธศาสนา คือ ศาสนาแห่งความสุข โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ไม่ค่อยได้สังเกตกันว่า พระพุทธศาสนานี้เป็น ศาสนาแห่งความสุข ยิ่งบางทีไปเจอคำสอนบางเรื่องทำนองว่า นั่นก็ทุกข์ นี่ก็ทุกข์ ก็นึกว่าพุทธศาสนานี่เต็มไปด้วยเรื่องทุกข์ ไม่ต้องไปไหนไกล พอเจออริยสัจ 4 ขึ้นต้นข้อแรกก็ “ทุกข์” หรือพระดำรัสสรุปอริยสัจว่า ทั้งในกาลก่อนและบัดนี้ เราสอนแค่ทุกข์และนิโรธแห่งทุกข์ ก็อาจจะถึงกับบอกว่า พระพุทธศาสนานี้เป็นศาสนาแห่งความทุกข์ แต่อันนี้ได้ตัดออกไปให้แล้ว อย่างที่พูดมาข้างต้นว่า อริยสัจนั้นพระพุทธเจ้าตรัสกิจต่ออริยสัจกำกับไว้ด้วย ถ้าใครทำกิจต่ออริยสัจผิดไป ก็พลาดแล้ว ไม่ได้รู้จักและไม่มีทางถึงพระพุทธศาสนา แล้วกิจหรือหน้าที่ของเราต่อทุกข์นั้นคืออะไร ก็บอกแล้ว ท่องคำบาลีให้ติดลิ้นไว้เลยก็ได้ว่า “ทุกฺขํ อริยสจฺจํ ปริญฺเญยฺยํ” บอกเป็นภาษาไทยง่าย ๆ ว่า ทุกข์นั้นท่านให้ปริญญา หรือว่า ทุกข์นั้นสำหรับรู้เข้าใจหรือรู้เท่าทันด้วยปัญญา คือ ทุกข์นั้นให้ใช้ปัญญารู้เข้าใจและแก้ไข อย่างที่ว่า ถ้าทุกข์มา ก็ส่งให้ปัญญาเอาไปจัดการ ถ้าทำกิจ ทำหน้าที่ต่อมันถูกต้องแล้ว เรื่องทุกข์ก็จบ ก็ปิดรายการไป (ที่จริงจะปิดรายการได้แน่ ก็พร้อมกับจบมรรค) คราวนี้ก็ถึงทีมาเรื่องสุขบ้างละ ถ้าจะให้เห็นได้ง่ายก็ดูที่พุทธประวัติ […]

คุณแม่ลูกสามทิ้งงานเงินดี หันมาอุทิศตนช่วยเหยื่อการค้ามนุษย์

การค้ามนุษย์ กำลังเป็นปัญหาที่รุนแรงหนักหนาขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เฉพาะในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็มีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ การค้ามนุษย์ กว่า 79,000 คน ส่งผลให้เท็กซัสเป็นรัฐที่มีการค้ามนุษย์มากเป็นอันดับที่ 2 ในสหรัฐฯ เรื่องเศร้าคือเหยื่อส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุระหว่าง 12 – 14 ปี ที่ถูกลักพาตัวมาจากพื้นที่ชนบทห่างไกล สถานการณ์ร้ายแรงนี้ ทำให้ อลิเซีย บุช (Alicia Bush) คุณแม่ลูกสามชาวดัลลัส ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายอุปกรณ์ห้องผ่าตัดของศัลยแพทย์มานานถึง 11 ปี ตัดสินใจว่าเธอต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ อลิเซียจึงลาออกจากงานรายได้งามเพื่อมาทำงานด้านนี้อย่างเต็มตัว แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยอย่างไร เธอสวดมนต์ภาวนานานนับเดือนเพื่อหาหนทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป   และแล้วในเช้าวันหนึ่ง สามีของอลิเซียซึ่งทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเล่าให้ฟังว่า เขาได้มีโอกาสไปรับประทานอาหารกับนักพูดคนหนึ่ง ซึ่งมาเปิดการบรรยายในเมือง ปกติจะมีการบรรยายเดือนละครั้ง และจะมีหัวข้อที่น่าสนใจหลากหลายแล้วแต่นักพูดแต่ละคนที่ถูกเชิญมา สำหรับนักพูดรายนี้ได้คุยถึงปัญหาการค้ามนุษย์ซึ่งได้ลุกลามเข้ามาถึงพื้นที่ละแวกบ้านแล้ว นั่นเป็นการจุดประกายให้อลิเซียตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิ Treasured Vessels ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร มีเป้าหมายในการสร้างบ้านพักพิงให้แก่เหยื่อที่รอดจากการค้ามนุษย์     บ้านพักพิงแห่งนี้จะเป็นสถานที่อันปลอดภัยสำหรับเด็กหญิงอายุระหว่าง 11 – 17 […]

(ไม่) ทุกข์เพราะสามีทิ้ง – บทความดีๆ เพื่อคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

หลายคนคงเคยรู้สึกเจ็บปวดมากเหมือนฉันที่ สามีทิ้ง ไป ฉันจมอยู่กับความสงสัยว่าฉันทําอะไรผิด ลูกๆ ต้องรับผลจากการกระทําของพ่อ ต้องทนทุกข์กับเรื่องราวที่เราไม่เคยเตรียมใจไว้ก่อน (สามีทิ้ง) หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องราวต่างๆ ของตัวเองจนชินและชาแล้ว ฉันเริ่มคิดว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ผ่านเรื่องต่างๆ มาได้โดยที่ยังเป็นคุณแม่ของลูกๆ อีกสองคน และเขาสองคนรักฉัน เมื่อสองปีก่อน วันที่พ่อของลูกเดินถือกระเป๋าออกจากบ้าน ในขณะที่ฉันและลูกยืนร้องไห้ ลูกรู้แต่เพียงว่าพ่อและแม่ทะเลาะกัน และพ่อกําลังจะไป ฉันไม่สามารถหยุดร้องไห้ได้ พี่สาวคนโตต้องเดินมาปลอบใจ ภาพลูกร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความเสียใจของฉันที่ไม่สามารถยึดเขาไว้กับครอบครัวยังแจ่มชัด ฉันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนผีตนหนึ่งที่ไม่สามารถหลุดจากความทุกข์ได้ เวลานี้เองที่ทําให้รู้จักความทุกข์ว่าเป็นอย่างไร พี่สาวของฉันยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแลเด็กๆ ให้ ในเวลาที่ฉันควบคุมความโศกเศร้าไม่ได้ ฉันตีลูก เห็นน้ำตาลูกไหลโดยไม่สะอึกสะอื้น ฉันช่างเป็นแม่ที่ใจร้ายเหลือเกิน น้องที่บริษัทคอยให้กําลังใจเป็นเพื่อนทุกเวลาที่ฉันรู้สึกแย่กับเรื่องของสามี ทั้งปลอบ ทั้งให้แง่คิด ตอนที่เราทุกข์ เรามักมองอะไรไม่เห็น เหมือนตาถูกปิดไว้ให้มองเห็นแต่เรื่องเลวร้ายของตัวเอง คําแนะนําที่ทําให้ฉันยังคงยืนหยัดอยู่ได้ คือ มันคงเป็นกรรม และเมื่อกรรมมาถึงเราก็ต้องใช้กรรมนั้นให้หมด เมื่อหมดกรรมก็จะพบกับความสุข พี่สาวแนะนําให้อ่านหนังสือธรรมะ สวดมนต์ พาฉันไปพบปะผู้คน คอยถามไถ่ทุกข์สุข โทรศัพท์มาคุยด้วยทุกวัน เพื่อช่วยให้ความรู้สึกที่ว่าตัวฉันเองไม่มีค่าอะไรค่อยๆ หมดไป น้องที่บริษัทและเพื่อนๆ พาฉันไปทําบุญ ฉันเริ่มหันมาอ่านหนังสือธรรมะ หนึ่งในนั้นก็คือนิตยสาร Secret […]

จุดสิ้นสุดของการเดินทาง เมื่อชีวิตได้พบกับความสุขสงบที่แท้จริง

โชคดีที่ฉันทํางานอยู่สายการบิน ทําให้ได้ท่องเที่ยวไปเกือบทั่วโลก นอกจากจะไปตามเส้นทางที่บริษัทของฉันบินไปแล้ว ยังซื้อทัวร์ไปเองอีกต่างหาก เบ็ดเสร็จนับได้ทั้งหมดเกือบ 50 ประเทศ ซึ่งนับว่ามากเอาการสําหรับคนที่ไม่ได้เป็นแอร์โฮสเตสหรือมีธุรกิจระหว่างประเทศ การเดินทาง ตอนเข้าทํางานใหม่ๆ ฉันตระเวนไปแต่ประเทศที่ชาวบ้านเขานิยมไปกัน เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ เริ่มจากการซื้อแพ็คเกจทัวร์ไปยุโรป 8 ประเทศ หรือที่เขาเรียกว่า “ชะโงกทัวร์” คือไปให้ได้มากที่สุด แต่ไม่ได้เห็นอะไรอย่างลึกซึ้ง แบบว่าพอรถหยุดปุ๊บ ไกด์ก็จะต้อนให้ออกไปถ่ายรูป ถ่ายเสร็จก็ต้อนขึ้นรถ แม้จะได้เห็นครบทุกอย่างก็จริง แต่เหนื่อยแทบขาดใจ เพราะต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน แถมยังต้องลากกระเป๋าเอง เพราะโรงแรมแถบยุโรปส่วนมากจะเป็นโรงแรมเล็กๆ ที่ต้องช่วยตัวเอง จําได้แม่นยําว่า พอถึงประเทศที่ 8 คือฝรั่งเศส ฉันถึงกับอาเจียนเลยทีเดียว ! คนอื่นเขาออกไปดูโชว์คาบาเร่ต์ที่มีชื่อเสียง แต่เรากลับต้องนอนซมอยู่ที่โรงแรม ดีหน่อยที่รุ่งขึ้นได้ยาหอมภูมิปัญญาไทย ทําให้มีแรงไปเดินพระราชวังแวร์ซาย ไม่อย่างนั้นคงขาดทุนน่าดู! เมืองที่ประทับใจที่สุดสําหรับทัวร์ยุโรปครั้งนั้นคือ เวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นเมืองที่โรแมนติกมากๆ โดยเฉพาะการบรรเลงดนตรีคลาสสิกในสวนที่ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย นั่งทานอาหารไปฟังเพลงไป แถมยังมีคนเต้นวอลตซ์ให้ดูด้วย เพราะที่นี่เป็นแหล่งกําเนิดของคีตกวีที่มีชื่อเสียงหลายคน น่าเสียดายที่พอจะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์ของเบโทเฟน […]

“อานาปานสติ” กรรมฐานที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

ท่านพุทธโฆสะ ปราชญ์เลื่องชื่อทางพุทธศาสนา ประมวลแนวปฏิบัติที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ 40 อย่าง หรือกรรมฐาน 40 เมื่อเปรียบเทียบกรรมฐานทั้ง 40 แล้ว อานาปานสติ หรือการพิจารณาลมหายใจ คือแนวปฏิบัติที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญมากกว่ากรรมฐานใด ๆ ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญอานาปานสติว่าดีกว่าแนวปฏิบัติอื่น ๆ ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. ปฏิบัติง่าย ไม่ต้องเตรียมการหรือพกพาเหมือนการฝึกกสิณ เช่น การใช้กสิณที่ต้องเพ่งลูกแก้วใส ผู้ปฏิบัติต้องเตรียมซื้อลูกแก้ว เตรียมที่วางให้เหมาะสม เตรียมห้องให้สงบเงียบ เวลาเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติ ก็ต้องพกพาติดตัวไปด้วย เหล่านี้ล้วนยุ่งยากและเป็นภาระ ฯลฯ แต่ลมหายใจนั้นมีอยู่กับตัวผู้ปฏิบัติตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย อยู่ที่ไหน ไปที่ใด ลมหายใจก็ติดตามไปเสมอ ไม่ต้องเตรียมการ ไม่ต้องพกพา ผู้ปฏิบัติเพียงแค่น้อมจิตเข้าไปกำหนดรู้ลมหายใจเท่านั้น 2. สุขสบาย เมื่อจิตเป็นหนึ่งเดียวกันกับลมหายใจ และความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ จางหายไป จะรู้สึกเบากาย – เบาใจเหมือนตัวลอยอยู่กลางอากาศ มีความรู้สึกดื่มด่ำ เอิบอิ่ม อยู่ก็เป็นสุข ไปก็สบาย พระพุทธองค์ พระมหาสาวก พระอรหันตสาวก และพระปัจเจกพุทธเจ้า ต่างใช้ลมหายใจเป็นที่พักจิต […]

ใช้ชีวิตให ้“สนุก” แล้วความสุขก็จะตามมา (เอง) – เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี

เวลาที่ต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เวลาเจอะเจอปัญหา ชีวิตสะดุด หลายคนมักจะบ่นว่า ทำไมชีวิตมันยากจัง เหนื่อย หนัก น่าเบื่อ ไม่ไหวแล้ว ฯลฯ  เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ทว่าสำหรับผู้ชายคนนี้ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี หนุ่มมาดทะเล้นที่พกความสามารถทางภาพยนตร์มารอบตัว ทั้งการเขียนบทภาพยนตร์ ฝีมือการแสดงที่ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาแทบจะไม่เคยหยิบยกคำเหล่านี้ขึ้นมาใช้เลย นั่นเป็นเพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เขาคนนี้จะใช้คำว่า “สนุก” นำหน้าไว้ก่อนเสมอ สนุกกับการเรียน สนุกกับการทำงาน หรือแม้แต่ถ้ามี “ปัญหา” เข้ามา เขาคนนี้ก็จะพยายามเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องสนุกได้เหมือนกัน…สนุกกับการแก้ปัญหา เมื่อไรที่ใช้ชีวิตอย่างสนุก ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดัน…ความสุขก็จะตามมาเอง   แรงบันดาลใจจากขอบสนาม แรกเริ่มทีเดียวผมรู้จัก เรจจี้ มิลเลอร์ (Reggie Miller) ในฐานะสุดยอดนักบาสเอ็นบีเอที่ยิงได้แม่นสุดๆ ยิ่งพอได้รู้ประวัติของมิลเลอร์เข้า ผมก็ยิ่งทึ่งมากขึ้น เพราะเขาเคยเป็นโปลิโอมาก่อน!   ถึงจะเดินไม่ค่อยถนัดเพราะต้องใส่เหล็กช่วยดามขา แต่มิลเลอร์ก็ฝันอยากจะเป็นนักบาสเอ็นบีเอให้ได้ พอเพื่อนๆ รู้เข้า ก็พากันพูดกันว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่มิลเลอร์ก็ไม่สน เขาเริ่มฝึกเดินจนคล่อง […]

“ปล่อยวางได้ก็เป็นสุข” คารา พลสิทธิ์

คารา  พลสิทธิ์  ในยุคหนึ่งเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงโด่งดัง เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ที่ฮอตมาก งานพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าทางโทรทัศน์วิ่งเข้ามามากมาย เรียกว่ามีชื่อเสียงพอๆ กับซุปตาร์ในยุคนี้เลยทีเดียว นอกจากเคยเป็นนางแบบสุดฮอตแล้ว เธอยังเคยเป็นพิธีกรรายการ ฟุดฟิดฟอไฟ  ฒ.ไม่เฒ่า  เช้านี้ที่ช่อง 5  ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลพิธีกรดีเด่น  รางวัลโทรทัศน์ทองคำในปี 2544  และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยมจาก Elle Style Awards และผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้คือบท คุณหญิงกีรติ ในภาพยนตร์เรื่อง ข้างหลังภาพ  ซึ่งเธอยังคว้ารางวัลพระสุรัสวดี สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในปี 2544  จากการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวในชีวิต ชีวิตของเธอไม่ได้สวยหรูราบรื่นมาตลอด เธอต้องผ่านความผิดหวังและยากลำบากทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะอยางยิ่งในเรื่องความรัก ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพนางแบบกำลังรุ่งโรจน์ ตอนนั้นคาราได้โกอินเตอร์ รับงานเดินแบบหลายประเทศ จนกระทั่งได้ไปเดินแบบที่ญี่ปุ่น ในเวลานั้นเองที่ความรักของเธอมาถึงจุดพลิกผัน…   หัวใจที่พังทลาย ดิฉันไม่รู้เลยว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนั้นจะเปลี่ยนชีวิตรักของตัวเองอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะเมื่อกลับมาทำงานเดินแบบต่อที่ประเทศไทย  แฟนหนุ่มสจ๊วร์ดซึ่งเป็นอดีตนายแบบที่คบหาดูใจกันมานานนับปีก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  จนทำให้ดิฉันต้องตัดสินใจทำบางอย่างทั้งน้ำตา หลังจากไปทํางานถ่ายแบบเดินแบบที่ญี่ปุ่นได้ 2 เดือน ดิฉันก็เดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ล่วงรู้เลยว่ามีข่าวที่ทําให้เสียใจรออยู่ แฟนหนุ่มอดีตนายแบบแอบไปคบคนอื่นนานแค่ไหนแล้ว ดิฉันไม่ทราบแต่ทราบอีกทีก็ต่อเมื่อเดินทางกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ดิฉันช็อกมากเพราะแม้เราจะไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานกันแต่ดิฉันคิดมาตลอดว่าเขาคือคนที่เราจะใช้ชีวิตด้วย แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ดิฉันจําต้องบอกเลิกกับเขาและใช้ชีวิต 2 ปีให้หลังทั้งน้ำตา ร้องไห้ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงเขา แถมช่วงนั้นด้วยความเสียใจทําให้ตอบปฏิเสธงานจากเอเจนซี่ญี่ปุ่นที่ติดต่อมาอีกครั้งด้วย ตอนนี้มาย้อนคิด ดิฉันพบว่าการกระทําของตัวเองไร้สาระมาก เสียใจจนไม่เป็นอันทํางานทําการ ทั้งที่ความจริงเป็นเรื่องธรรมดา ไม่กี่ปีที่ผ่านมาเวลาเห็นเขาโดยบังเอิญ ดิฉันก็ยังน้ำตาไหลแต่จะให้ไปรักอีกก็ไม่รักแล้วเพราะเขาก็มีครอบครัวของเขา หลังจากนั้นดิฉันเคยมีแฟนบ้างแต่เลิกรากันไปหมดเพราะดิฉันชอบทําอะไรคนเดียว มีความรู้สึกว่าคล่องตัวมากกว่า ความจริงมีแฟนก็มีความสุขไปอีกแบบแต่สุดท้ายก็รู้สึกอึดอัดไม่สามารถทําอะไรที่อยากทํา อย่างเรื่องง่ายๆ แค่ให้อาหารหมาที่บ้านซึ่งเลี้ยงไว้หลายตัว ดิฉันจะใช้เวลาคลุกข้าวเป็นชั่วโมง พอมีแฟนเขาก็จะรู้สึกว่าทําไมให้อาหารหมานานจัง หรือเขาชอบไปเดินจตุจักรดูคอนเสิร์ต แต่ดิฉันไม่ชอบไปในที่ร้อนๆ หรือที่ที่มีคนเยอะๆ เราเลยไม่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ทําให้ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่าดิฉันน่าจะไม่เหมาะกับการมีแฟน ไม่ใช่เพราะอกหักเข็ดกับความรักแต่เป็นเพราะมีแฟนแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยเป็นอิสระ     ชีวิตสาวโสดที่มีความสุข ทุกวันนี้ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่บ้าน  ได้อยู่กับหมา  แมว […]

ระหว่างเรื่องจริงกับนิยาย บทความให้แง่คิดโดย ดังตฤณ

เริ่มจากความไม่พอใจในชีวิตตนเอง นำไปสู่ความอยากรู้เหตุแห่งความไม่น่าพอใจ ความอยากระลึกชาติของผมจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ บางวันรู้สึกเหมือนอกจะแตกตายเพราะความอยากรู้ คิดเลยว่าให้แลกด้วยอะไรก็ยอม ขอให้ได้ทราบที่มาที่ไปของตัวเองเถอะ นิยาย ครั้งนั้นผมไม่ตระหนักหรอกว่า ความจริงเกี่ยวกับ“ชาติก่อน”เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน เอาอย่างนี้แล้วกัน ขอเพียงมีคนแค่ครึ่งโลกรู้ความจริงเกี่ยวกับอดีตชาติของตนเอง โลกนี้จะไม่มีอาชญากรรม ไม่มีสงคราม และอาจเหลือศาสนาพุทธเพียงศาสนาเดียว! เหตุใดจึงเป็นไปได้ขนาดนั้น เอาละ สมมติว่าคุณระลึกชาติได้ เห็นตนเองเคยยากจนข้นแค้นในชาติก่อน ทว่าในชาติอันกันดารเหลือร้ายนั้นเอง คุณกลับมีน้ำใจ มีความโอบอ้อมอารี แล้วก็ไม่คิดโกงใคร ไม่อยากขโมยของใคร คุณจะเห็นนิมิตแห่งความดีที่ทำทั้งชีวิตนั้นเองปรากฏเป็นแสงสว่าง มีความน่าอบอุ่นใจ มีความน่ายินดี อันเสมอกันกับผลที่ปรากฏในชาตินี้ คือเกิดมามีอันจะกิน ได้รับความเอื้อเฟื้อต่างๆ นานา แถมทรัพย์สินก็ไม่วิบัติด้วยน้ำมือโจร หรือโดยภัยทางธรรมชาติใดๆ พูดง่ายๆ การระลึกชาติอาจช่วยให้คุณเห็นชัดว่าตัวเองพ้นจากความยากจนมาสู่ความมั่งมีได้เพราะทานและศีล หากระลึกชาติได้จริง ยิ่งมากชาติขึ้นเท่าไร คุณก็จะยิ่งรู้ซึ้งว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สมดังเช่นที่พระพุทธเจ้าตรัสชี้ไว้จริงๆ ไม่มีใครคอยกลั่นแกล้งกำหนดชะตา ไม่มีใครคอยบงการให้คุณทำดีทำชั่ว จะเดินบนเส้นทางกรรมวิบากสายใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเองในแต่ละชาติทั้งสิ้น! เมื่อตระหนักว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แล้วใครจะไม่ขยันทำดีและใครเล่าจะกล้าทำชั่ว นอกจากนั้นคุณจะพบว่า มีเพียงศาสนาพุทธที่สาธยายความจริงเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดตามกรรม ตลอดจนบอกวิธี“ “ดับกรรม” ”เพื่อยุติทุกข์ หยุดเวียนว่ายตายเกิดเสียที แต่เพราะคนเราระลึกชาติไม่ได้ ต้องเล่นตามเกมสังสารวัฏ คือเกิดใหม่ลืมหมด […]

การเดินทางเพื่อหาจุดกึ่งกลางของชีวิต ธนากร โปษยานนท์

ถ้าชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่มีจุดกึ่งกลาง ชีวิตของผู้ชายคนนี้ก็คงจัดอยู่ในกลุ่มที่ “สุดขั้ว” เพราะเขาเป็นคนที่มีอารมณ์ทั้งซ้ายสุดและขวาสุดรวมอยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยมีตรงกลาง… ธนากร โปษยานนท์ หรือ อู๋ คือนักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ซึ่งแจ้งเกิดจากละครแอ๊คชั่นสุดมันเรื่อง โปลิศจับขโมย ในบทของนายตํารวจมือปราบเมื่อ พ.ศ. 2539 ในบรรดาเครือญาติซึ่งสืบทอดรับราชการมาแต่สมัยรัชกาลที่ 6 อู๋ถือเป็นคนแรกของตระกูลที่พลิกเส้นทางชีวิตเข้าสู่การเป็นนักแสดง ระยะแรกแม้ว่าอู๋จะต้องต่อสู้กับแรงกดดันทั้งด้านการเรียนและการทํางานที่ต้องแบ่งเวลาทําควบคู่กันไป แต่ในที่สุดอู๋ก็คว้าปริญญารัฐศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาครองได้สําเร็จ พร้อมกับก้าวขึ้นสู่ทําเนียบนักแสดงชั้นนําในเวลาต่อมา   เมื่อทะเลไม่มีคลื่น สมัยก่อนผมเป็นคนใจร้อนมาก เรียกว่าถามอะไรไม่พอใจขึ้นมาก็สามารถระเบิดออกได้เดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งหลายครั้งพอคิดย้อนกลับไป ผมก็เสียใจอยู่เหมือนกันว่า “เราไม่น่าทําอย่างนั้น” วันเวลาผ่านไป ด้วยวัยและประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นมีส่วนช่วยให้ผม “ลด” ความใจร้อนลงได้บ้าง โดยเฉพาะช่วงที่ได้บวชเรียน ผมได้ทําและได้เห็นหลายๆ อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เช่น นอนบนผ้าห่อศพที่เต็มไปด้วยคราบเลือดน้ำเหลือง ได้เห็นวาระสุดท้ายของชีวิต เข้าใจความรู้สึกของคนที่ใกล้ตาย นั่นคือหนึ่งในกลวิธีการสอนของพระอาจารย์ว่า “ชีวิตคือความไม่แน่นอน” และ “อย่ายึดติด” เพราะคนเราจะตายวันตายพรุ่งอย่างไรไม่มีใครรู้ ฉะนั้นเราจะเก็บเอาทุกอย่างมาเป็นอารมณ์ทําไม เราจะยึดติดกับสิ่งเหล่านั้นทําไม เพราะแท้จริงแล้วในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย แม้แต่ร่างกายของเรา ตายแล้วเราก็เอาไปด้วยไม่ได้ ผมรู้สึกสงบกับชีวิตในช่วงนั้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนทะเลที่ไม่มีคลื่น และตั้งใจจะนําความเข้าใจเหล่านี้ไปใช้ในทางโลกให้ได้ (บ้าง)…แม้จะไม่ดีที่สุดแต่จะพยายามทําให้ได้มากที่สุด   ในโลกนี้มี […]

การประพฤติพรหมจรรย์ (พรัหมะจะริยัญจะ) อีกหนึ่งมงคลชีวิตอันประเสริฐ

มงคลชีวิต 38 ประการ : มงคลที่ 32 การประพฤติพรหมจรรย์ (พรัหมะจะริยัญจะ) คําว่า พรหมจรรย์ แปลตามศัพท์หมายถึง ความประพฤติอันประเสริฐ ในพระไตรปิฎกท่านแยกแยะพรหมจรรย์ เป็น 10 อย่าง ได้แก่ 1. การให้ข้าวน้ํำ และปัจจัยใช้สอยแก่การดํารงชีวิตแก่มนุษย์ และสัตว์เดรัจฉาน จะเป็นผู้ให้ตามกาล หรือให้เป็นนิตย์ก็ตามที 2. การช่วยขวนขวายจัดทําช่วยเหลือกิจการอันเป็นกุศลของผู้อื่น ให้เจริญก้าวหน้าสําเร็จลุล่วงด้วยความชุ่มชื่นโสมนัสไม่เบื่อหน่ายท้อถอย 3. การรักษาศีล 5 เพื่องดเว้นจากการล่วงบาปกรรม 5 ประการ 4. การแผ่พรหมวิหาร คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ไปในสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง 5. การไม่เสพกามอันเป็นความกําหนัดยินดีในแนวทางของสามี ภรรยา 6. ความสันโดษมักน้อยในวัตถุข้าวของเครื่องใช้ ไม่ทะเยอทะยานมักมากในวัตถุกาม กิเลสกาม รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ยินดีในผัวเดียวเมียเดียว 7. การที่มีความเพียรกล้าแข็งไม่ย่อท้อต่อการกุศลต่าง […]

เพื่อนบ้านตัวแสบ ! ประสบการณ์รับมือเพื่อนบ้านด้วยความเมตตา

บ้านของฉันเป็นทาวน์เฮ้าส มีเพียงกําแพงกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง หากจะมีพื้นที่นิดหน่อยก็ตรงหน้าบ้านซึ่งใช้เป็นที่จอดรถ และจัดเป็นมุมสวนเล็กๆ ไว้  เพื่อนบ้าน บรรยากาศโดยทั่วไปก็สงบดี เพื่อนบ้าน เป็นมิตรกันเกือบทุกหลัง ยกเว้นหลังหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่ผูกมิตรกับใคร แถมยังสร้างอริเพิ่มอีกต่างหาก โชคไม่ดีเลยที่บ้านหลังนั้นอยู่ติดกับบ้านของฉันเอง บ้านหลังนั้นมีผู้ชายวัยกลางคนอาศัยอยู่กับหมาอีกสองตัว ไม่เคยมีใครเห็นว่ามีคนมาหาเขาเลยสักครั้ง แต่สิ่งที่ทําให้พวกเรา หมายถึงฉันกับบรรดาบ้านหลังอื่นๆ เห็นต้องกันก็คือ นิสัยใจคอที่ไม่น่ารักของเขา เริ่มตั้งแต่เช้าเขาจะปล่อยหมาทั้งสองตัวออกจากรั้วบ้าน จากนั้นก็พยายามให้หมาทั้งสองเดินไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่หน้าบ้านของตัวเอง คงรู้ใช่ไหมคะ เช้าๆ หมามีนิสัยที่ต้องอึต้องฉี่ ไม่แปลกหรอกค่ะถ้าหมาทั้งสองตัวของเขาทําอย่างนั้นแล้วเจ้าของคอยจัดการเก็บตามหลังให้เรียบร้อย แต่เขาไม่เคยทําเลย แม้จะมีบางบ้านที่อดทนไม่ไหวเคยเจรจาดีๆ แต่ก็เปล่าประโยชน์ แถมยังเจอแต่ความเฉยชาของเขาอีก คิดๆ แล้วบางทีก็นึกอยากจะรวบรวมก้อนอึพวกนั้นไปวางไว้หน้าบ้านเขาเหมือนกัน! นอกจากเรื่องนี้แล้ว อีกเรื่องที่แสดงความเห็นแก่ตัวของเขาก็คือ เขามักจะจอดรถคันใหญ่นอกบ้านเป็นประจํา ถึงเวลาค่ำคืนก็ไม่ยอมเอารถตวเองเข้าบ้าน คงจอดทิ้งขวางทางอยู่อย่างนั้น คงพอทราบใช่ไหมคะ ว่าบ้านทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่มักมีถนนแคบๆ พอที่รถยนต์ธรรมดาจะวิ่งสวนกันได้ แต่ถ้าเป็นรถคันใหญ่ๆ จะสวนกันลําบาก โดยเฉพาะรถเก็บขยะที่เข้ามาเก็บขยะเป็นประจํา พอเขาไม่สามารถขับเข้าไปถึงบ้านที่อยู่ท้ายๆ ซอยได้(บ้านที่อยู่เป็นซอยตัน) พวกที่อยู่ท้ายซอยก็เลยเจอปัญหาขยะเต็มล้นหน้าบ้าน เคยมีคนไปบอกเขาให้ช่วยถอยรถให้หน่อย ก็กลับถูกตะคอกออกมาว่าคนกําลังนอน กลายเป็นคนที่ไปบอกไม่มีมารยาทเสียอย่างนั้น ความไม่เห็นแก่จิตใจเพื่อนบ้านทําให้เขากลายเป็นคนที่ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย แน่นอนขนาดที่บ้านยังเป็นอย่างนี้แล้วที่ทํางานล่ะ เพื่อนของฉันทํางานอยู่ที่เดียวกับเขาในตําแหน่งที่ต่ำกว่า แต่โชคดีที่ไม่ได้เป็นลูกน้องของเขาโดยตรง เพื่อนบอกฉันว่า เขาเป็นคนอย่างนี้แหละ ที่ทํางานก็ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วยเช่นกัน เพราะความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจแบบที่เขาเป็น […]

หลวงปู่จูม พันธุโล “ผู้สร้างความเข้มแข็งให้พระกรรมฐาน”

หลวงปู่จูม พันธุโล “ผู้สร้างความเข้มแข็งให้พระกรรมฐาน” หลวงปู่จูม พันธุโล วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี หลวงปู่จูม พันธุโลหรือพระธรรมเจดีย์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ.2431 ณ บ้านท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นบุตรคนที่ 3 (ในจำนวนทั้งหมด 9 คน) ของนายคำสิงห์ และนางเขียว จันทรวงศ์ ครอบครัวมีอาชีพทำนาทำไร่ เด็กชายจูม จันทรวงศ์ มีอุปนิสัยเรียบร้อย สนใจในการทำบุญทำกุศลตั้งแต่เด็ก ชอบติดตามบิดามารดา หรือคุณตาคุณยายไปวัดสม่ำเสมอ จึงได้มีโอกาสพบเห็นพระภิกษุสงฆ์เป็นประจำ หลังจากเรียนจบระดับประถมศึกษา เด็กชายจูมได้บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ.2442 เมื่ออายุ 11 ปี ท่านจำพรรษาที่วัดโพนแก้ว จังหวัดนครพนม และได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม รวมทั้งระเบียบปฏิบัติขนบธรรมเนียมประเพณีของวัดโพนแก้วเป็นเวลา 3 ปี การศึกษาเล่าเรียนของพระสงฆ์ในสมัยนั้นเป็นการเรียนอักษรสมัย คือ อักษรขอม อักษรธรรม และภาษาไทย สามเณรจูม จันทรวงศ์ สามารถเขียนอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว มีสติปัญญาเฉียบแหลม เป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์ นอกจากนี้ […]

keyboard_arrow_up