วงดนตรีจิตอาสา “ปันฮัก” ใช้ดนตรีเป็นสะพานบุญ ตั้งกล่องรับบริจาคตามตลาดนัด

ภาพคุ้นตาสำหรับชาวชุมชนแม่สะเรียง ไม่ว่าจะเป็นที่ตลาดนัดวันอาทิตย์ (กาดติ๊ด) ตลาดนัดวันศุกร์ (กาดศุกร์ ) และ ตลาดนัดวันพุธคือ กลุ่มนักร้องชายหญิงพร้อมกีตาร์คู่ใจ ตั้งกล่องรับบริจาคในนามวง “ปันฮัก” และร้องเพลงตามตลาดนัดเกือบทุกแห่งที่จัดขึ้นในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง “วงปันฮัก” เป็นวงดนตรีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ที่มาเล่นดนตรีสร้างความสุขให้แก่ผู้คนในชุมชนตลาดนัด และเป็นสะพานบุญส่งต่อความห่วงใยให้กับสังคมมานานกว่า 2 ปี นักดนตรีจิตอาสากลุ่มนี้ วนเวียนมาร้องเพลงพร้อมแขกรับเชิญพิเศษต่าง ๆ ตามตลาดนัดที่ให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมกับวงปันฮักมาอย่างต่อเนื่อง คุณภคเดช วิชชโลกา หรือ สท.เอฟ หัวหน้าวงดนตรีวงปันฮัก เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการตั้งวงปันฮักนั้น เริ่มมาจากช่วงกลางปี 2559 ซึ่งในตอนนั้น อยากทำเพื่อถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ช่วงที่พระองค์ท่านสวรรคต ประกอบกับทางเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ได้มีกิจกรรมถวายพระเกียรติ จึงได้พานักเรียนจากโรงเรียนกฤษณพรรณ ไปร้องเพลงถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือจุดเริ่มแรกที่ทำให้คิดอยากใช้ดนตรี ใช้เสียงเพลง เป็นกระบอกเสียง เป็นสื่อกลาง เป็นสะพานบุญ รวบรวมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือสังคมและชุมชน วงปันฮักเปิดตัวแสดงดนตรีครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ม.ค. 2560 และเงินที่ได้รับบริจาคก้อนแรกของวงปันฮัก ก็ได้นำไปช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้โดยส่งมอบผ่านทาง นายสืบศักดิ์ […]

แซนด์วิชไส้ฟักทอง … ในวิกฤติย่อมมีโอกาส

“ลองชิมซิว่าอร่อยมั้ย” ฉันพูดพลางยื่นขนมปังให้  (แซนด์วิชไส้ฟักทอง) “อะไรน่ะพี่” ลักษณ์ – น้องพยาบาลในทีมเอ่ยถาม ฉันไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มๆ เธอแกะห่อขนมปังในมือ พร้อมกับหยิบใส่ปากไปคำหนึ่งก่อนจะดูหน้าขนมปัง เห็นเป็นสีเหลืองๆ มีเม็ดสีดำๆ ขาวๆ โรยหน้า ท่าทางเธอดูมีแววสงสัย “อร่อยดีนะพี่ ว่าแต่มันอะไรล่ะ…ฟักทองหรือ” เมื่อสองวันก่อน ฉันตั้งใจจะทำผัดฟักทองใส่ไข่เพื่อตักบาตร ความที่ต้องรีบไปทำงานแต่เช้า ก็เลยคิดว่า ถ้าฉันนึ่งฟักทองก่อนแล้วค่อยนำลงไปผัด น่าจะทำให้ฟักทองสุกง่ายขึ้น แต่เป็นเพราะฉันรีบจะไปทำงาน ระหว่างที่นึ่งฟักทองอยู่นั้น ฉันก็เลยเก็บข้าวของไปด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา จนเมื่อมาเปิดฝาหม้อนึ่งเพื่อจะนำฟักทองไปผัด ก็พบว่าฟักทองมันสุกจนเละไปแล้ว จะเอาไปผัดเพื่อตักบาตรก็กระไรอยู่ ฉันก็เลยเปลี่ยนใจเก็บฟักทองที่นึ่งจนเละไว้ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งก็ผัดใส่ไข่ตามเดิม แล้วห่อไปกินตอนกลางวัน เสร็จสรรพก็ตักข้าวกล้องใส่ขันเพื่อนำไปตักบาตร ส่วนกับข้าวก็แวะซื้อเอาที่ร้าน พลางคิดว่า “ดีเหมือนกัน จะได้อุดหนุนป้าเขาบ้าง” แล้วฉันก็ไปทำงาน วันนั้นฉันเตรียมขนมปัง เนย และงาดำป่นไปด้วย ตั้งใจนำไปกินเป็นมื้อว่างรองท้องก่อนกลับบ้าน ระหว่างที่ฉันกำลังเตรียมขนมปังทาเนยโรยหน้าด้วยงาดำเพื่อแบ่งให้พี่เล็ก – พี่พยาบาลที่มาต่อเวรกินด้วยนั้น จู่ ๆ ฉันก็นึกถึงฟักทองขึ้นมา… “พี่ว่า ถ้าเราเอาฟักทองทาหน้าขนมปังบ้าง…จะอร่อยไหม” “ก็…น่าจะดีนะ แต่ถ้าทาขนมปังด้วยฟักทอง ก็ไม่ต้องทาเนยแล้วน่ะสิ […]

เล่นไพ่วิถีพุทธ ธรรมะโดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง อาตมาได้รับนิมนต์ไปฉันเพลที่บ้านของกัลยาณมิตร เมื่อฉันเสร็จ ก่อนกลับอาตมาก็มอบใบโพธิ์จากพุทธคยาให้โยม แล้วบอกว่า “ใบโพธิ์ใบนี้ไม่ใช่โพดำ ไม่ใช่โพแดงนะ แต่เป็นโพธิ์จากพุทธคยา ถ้าโยมได้ใบโพธิ์ใบนี้ไปแล้ว โยมจะไม่ตีโง่!”   (เล่นไพ่วิถีพุทธ) ที่พูดแบบนั้นก็เพราะว่า หลังจากพระกลับแล้ว โยมที่มาร่วมงานกลุ่มหนึ่งเขาจะตั้งวงเล่นไพ่กัน อาตมาเลยแนะนำ “การดูจิตในการเล่นไพ่” ให้แก่พวกเขา คราวนี้ก็คุยกันยาวเลย เขาว่ารูปนี้มาแปลก พูดแบบนี้ก็เข้าท่าสิ เพราะมีแต่พระห้ามไม่ให้เล่น แต่รูปนี้มาสอนดูจิต สอนธรรมะให้ขณะเล่นไพ่ โอ้! เขาชอบมากเลย คนที่ตั้งป้อมอะไรไว้แล้ว บางครั้งจะห้ามอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์นะ ท่านเทียบเคียงกับปืนที่สับนกแล้ว หรือธนูที่ง้างแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องยิงไปก่อนสักหนึ่งนัด เดี๋ยวค่อยว่ากันใหม่ ไหน ๆ คนมันจะเล่นอยู่แล้ว ถ้ายิ่งห้ามก็ยิ่งขัดใจ เดี๋ยวจะเกิดปฏิฆะ ทำให้พาลพาโลกันไปเสียเปล่า ๆ ประเด็นก็คือ ถ้าจะเล่นแล้วควรเล่นแบบไหน และจะเล่นแบบมีคุณภาพได้อย่างไร…ก็เล่นแบบวิถีพุทธไงล่ะ อาตมาจึงแนะนำไป จนเขาตื่นเลยทีนี้ เข้าใจเลย เพราะในระหว่างเล่นไพ่เราจะเห็นกิเลสชัด เห็นโลภะความอยากได้ชัดเจน เวลาที่ไพ่ใบโน้นใบนี้โผล่ขึ้นมา หรือเวลาที่คนอื่นเก็บไพ่ใบที่เราอยากได้ไปก็เห็นโทสะความโกรธชัดเจน แม้แต่โมหะความหลงก็ค่อย ๆ เห็นไปได้เช่นกัน แรก ๆ ตัวดูตัวรู้ยังมีกำลังอ่อน ส่วนกิเลสมีกำลังแก่กล้า […]

หนูน้อยส่งจดหมายถึงบริษัทของเล่น ข้องใจทำไมไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงบ้างเลย

ปัจจุบันอุตสาหกรรมค้าปลีกทั้งหลายเริ่มตระหนักแล้วว่า เด็กผู้หญิงก็อยากเห็นข้าวของต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาให้เด็กผู้หญิงมีมากกว่านี้ เพราะส่วนใหญ่ทำขายเด็กผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รองเท้า หรือของเล่น เด็กหญิงต้องการให้ผู้ผลิตรู้ว่าหนูก็ชอบอย่างอื่นเหมือนกัน นอกเหนือจากบาร์บี้และเจ้าหญิงดิสนีย์ (ตุ๊กตาทหารหญิง) หนูน้อยวิเวียน ลอร์ด (Vivian Lord) วัย 6 ขวบ เป็นเด็กหญิงตัวน้อยอีกคนที่ไม่ปล่อยให้เพศสภาพเป็นตัวกำหนดว่า เธอควรจะเล่นของเล่นแบบไหนอย่างไร แถมเธอยังแสดงให้โลกรู้ว่า “ไม่ใช่เด็กผู้หญิงทุกคนจะชอบสีชมพู” โดยการติดต่อไปยังบริษัทผลิตของเล่นเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับตุ๊กตาทหารสีเขียวของเธอ หนูน้อยวิเวียนชอบเล่นตุ๊กตาทหารสีเขียวมาก ซึ่งตุ๊กตาพวกนี้เป็นของเล่นยอดนิยมของเด็ก ๆ มานานหลายสิบปีแล้ว เธอสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงเลยสักตัว ทั้งที่ปัจจุบันมีผู้หญิงเข้ารับราชการทหารรับใช้ชาติมากมาย รวมทั้งเพื่อนของแม่วิเวียนก็เป็นทหารหญิงด้วย ด้วยความที่มีนิสัยเปิดเผยกล้าแสดงออก วิเวียนจึงตัดสินใจติดต่อบริษัทผู้ผลิตของเล่น เพื่อหาคำตอบว่าเหตุใดจึงไม่มีตุ๊กตาทหารหญิงเลย และเพื่อขอร้องให้บริษัทเหล่านั้นเก็บไปพิจารณาเรื่องการผลิตตุ๊กตาทหารหญิงออกมาบ้าง ในที่สุดจดหมายก็ไปถึงมือ เจฟฟ์ อิเมล (Jeff Imel) ประธานของบริษัทของเล่น BMC Toys ซึ่งเป็นบริษัทผลิตตุ๊กตุ่นตุ๊กตา เจฟฟ์บอกว่า จดหมายของวิเวียนนั้นทำให้เขาประทับใจมาก และทำให้เขานึกได้ว่า ข้อเสนอของหนูน้อยวิเวียนเป็นสิ่งที่เขาเคยคิดไว้เมื่อนานมาแล้ว นอกจากนั้นในจดหมายของวิเวียนยังยืนยันว่า หากบริษัทผลิตตุ๊กตาทหารหญิงออกมาล่ะก็ เธอและเพื่อน ๆ จะ “เล่นกับมันทั้งวันเลย” ดังนั้นเจฟฟ์จึงนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะผลิตอย่างไร หลังจากไตร่ตรองและพัฒนาปัจจัยต่าง […]

กอดรัด…สัมผัสแห่งรัก

อยากเคี้ยน…อยากเขียน เรื่องคนกอดกันครับ… (สัมผัสแห่งรัก) เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอเป็นเบญจกัลยาณีมาก เธอมีลูกชายวัยน่ารักสองคน อายุประมาณสี่ขวบกับหกขวบ (อันนี้ผมเดาเอาเองนะครับ ผมยังไม่มีลูกเลยกะอายุเด็กไม่ถูก) มีอยู่ช่วงหนึ่งสามีของเธอต้องเดินทางไปติดต่อธุรกิจ เธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เหนื่อยมาก เธอเล่าให้ผมฟังว่า “เหนื่อยแค่ไหนก็หายพี่ เมื่อหนูได้กอดลูก” ทันทีที่ความรักถูกส่งไปทางกายสัมผัส ก็แทบไม่ต้องมีภาษาพูดให้สดับ ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ทั้งคุณแม่และลูกชายตัวน้อยต่างก็เข้าใจตรงกันว่า ต่างคนต่างเป็นที่รักของกันและกันสุดประมาณ เธอยังเล่าต่ออีกว่า เวลาเธอกอดกับสามี แล้วลูกเดินมาเห็นพ่อแม่กอดกัน สามีเธอจะผละออก เพราะคงจะเขินลูก เธอเลยบอกกับสามีว่า “เรามากอดกันเถอะพี่ ไม่เป็นไรหรอก เรามาแสดงความรักต่อกัน” นานเข้าสามีเธอจึงคล้อยตาม ตั้งแต่นั้นมา ถ้าเจ้าลูกชายตัวน้อยบังเอิญมาเห็นพ่อกับแม่กอดกัน เขาจะวิ่งเข้ามากอดด้วยทันที ช่างเป็นมโนภาพที่ซึ้งจับจิตจริง ๆ เธอให้เหตุผลว่า ที่เธอยืนกรานและกล้าหาญในการแสดงความรักต่อคนที่เธอรักอย่างเปิดเผย เพราะตอนเด็ก ๆ แม่ไม่เคยกอดเธอเลย ไม่เคยแม้แต่จะพาลูกสาวไปส่งที่โรงเรียน…และเธอก็ฝังใจมาตลอด ผมอยากบอกกับเธอว่า แม่เธอรักเธอมาก เพียงแต่ท่านไม่รู้วิธีแสดงออกเท่านั้นเอง ในสังคมบ้านเรา คนแบบเธอกับผมนั้นมีน้อยมาก ตัวผมเองอายุ 35 ปีแล้ว แต่ผมยังกอดและหอมแม่เหมือนเด็ก ๆ แม่ผมตัวเล็ก บางครั้งผมก็อุ้มแม่ได้อย่างไม่เคยอายใคร […]

เมื่อความหลงปลงชีวิตคน โดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส. ชิโนรส)

ความหลง คือ การขาดสติปัญญาพิจารณาหาเหตุผลและการหลงเชื่อข้อมูลข่าวสารที่ผิดเพี้ยนและบิดเบือน เมื่อมนุษย์ถูกความลุ่มหลงเข้าครอบงำบงการชีวิต เขาจะไม่รับรู้เหตุรู้ผล แยกแยะไม่ออกว่าอะไรผิดอะไรถูก มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว มองไม่เห็นมหันตภัยจากการกระทำของตัวเอง พฤติกรรมที่แสดงออกภายใต้อิทธิพลของความหลงย่อมนำความวิบัติมาสู่ชีวิตได้อย่างไม่คาดฝัน การหลงมัวเมาในกิน – กาม – เกียรติ หรือภาษาพระเรียกว่า “กาม” ถือเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งสำหรับการตายของมนุษย์ พระพุทธองค์ได้ตรัสผลร้ายหลายประการของการหลงมัวเมาในการกิน – กาม – เกียรติไว้ในมหาทุกขักขันธสูตร เช่น ก่อการทะเลาะวิวาท สร้างความขัดแย้งแตกแยก ทำให้เกิดศึกสงคราม จูงใจมนุษย์ให้ทำชั่วจนได้รับโทษทัณฑ์ถึงชีวิต เมื่อมองสังคมมนุษย์ปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ไม่ผิดนัก มนุษย์ส่วนใหญ่ในสังคมปัจจุบันต่างหลงเชื่อว่า “กิน – กาม – เกียรติเท่านั้นคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะดีวิเศษไปกว่านี้” มนุษย์จึงไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรม ใช้เล่ห์เพทุบายต่าง ๆ กระโจนเข้าแย่งชิงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ ความเครียด ความขัดแย้ง และการฆ่าฟันกันและกัน เพราะแย่งชิงกิน – กาม – เกียรติจึงเป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่ดาษดื่น แม้บางคนอาจจะแย้งว่า “กิน – กาม – เกียรติ” ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดที่ทำให้มนุษย์ก่อความขัดแย้งและฆ่าฟันกันและกัน […]

กรรมนั้น…คืนสนอง – ผลกรรมที่ทำไว้กับแมลงปอ

เรื่องเวรกรรมมีจริงไหม ฉันเองก็ไม่รู้… แต่ก็เลี่ยงจะกระทำสิ่งใดอันเป็นการสร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน เพราะสิ่งที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่า… เกิดจากอดีตที่แม่เคยทำบาปไว้หรือไม่ ชายหาดหัวหินเช้านี้สงบเงียบดีแท้ คงเพราะยังเช้ามากอยู่กระมัง ผู้คนจึงยังไม่อยากลุกออกจากที่นอน มีเพียงแค่เราสองคนแม่ลูกเดินเล่นเลาะไปตามชายหาด สัมผัสคลื่นน้ำทะเลแตกฟองขาวที่วิ่งไล่กระทบหาดอย่างช้า ๆ ดื่มด่ำกับอากาศแสนบริสุทธิ์และสายลมที่พัดมาอย่างแผ่วเบา บรรดาเปลือกหอยชิ้นเล็กชิ้นน้อยลวดลายแปลกตา ยังพอมีให้เห็นบนหาดทราย เจ้าปูตัวเล็กตัวน้อยต่างพากันซอยขาถี่ยิบวิ่งหนีลงรู คงรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนตอนที่แม่กับฉันเดินเข้ามาใกล้…ระหว่างที่ฉันเดินจูงมือแม่อยู่นั้น จู่ ๆ แม่ก็พูดขึ้นมาว่า “สงสัยเป็นเพราะเวรกรรมที่ไปหักขาปูไว้” ทำไมแม่ถึงพูดอย่างนั้นน่ะหรือ ก็เพราะตั้งแต่แม่อายุย่างเข้าสู่วัย 50 ปีก็เริ่มมีอาการปวดเข่า เสียวหัวเข่า ทำให้ไม่ค่อยอยากเดินไปไหนมาไหน ต้องใส่อุปกรณ์รัดเข่าช่วยพยุงเดิน ตอนนี้แม่อายุ 60 ปีพอดี อาการปวดเข่าก็ยังเป็น ๆ หาย ๆ ถ้าพูดตามหลักทางการแพทย์ก็คือน้ำหนักตัวและอายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นแหละที่เป็นตัวก่อปัญหา เคยพาไปเอกซเรย์พบว่าเริ่มมีแคลเซียมเกาะที่บริเวณกระดูกข้อเข่าเล็กน้อย ทำให้เกิดอาการเจ็บเสียวเวลาเดิน ส่วนเรื่องที่แม่เปรยขึ้นมาเรื่องหักขาปูนั้น สืบเนื่องมาจากสมัยยังสาว แม่มักออกไปจับปูตามทุ่งนา เมื่อจับได้ก็จัดการหักแข้งหักขาโยนใส่กระป๋อง ถึงบ้านก็เอามาสับละเอียดเพื่อทำเป็นอาหารให้เป็ดที่เลี้ยงไว้…เจ้าปูเหล่านั้นคงเจ็บปวดมากกว่าแม่หลายเท่านัก! ที่จริงแล้วเรื่องหักขาปูไม่ใช่เรื่องเวรเรื่องกรรมเรื่องแรกที่แม่นึกถึง… ก่อนหน้านี้แม่มีปัญหาเรื่องท้องผูกเป็นประจำ จนต้องคอยใช้ยาสวนถ่ายอุจจาระ แม่มีอาการอย่างนี้มาร่วม 20 ปี จนวันหนึ่งถึงกับเปรยขึ้นมาว่า “คงเป็นเพราะเวรกรรมที่สมัยเด็ก ๆ แม่ชอบไปไล่จับแมลงปอมาเด็ดหาง แล้วเอาก้านดอกหญ้าเสียบตูดเจ้าแมลงปอไว้ จากนั้นก็ปล่อยให้มันบินตุปัดตุเป๋ขึ้นฟ้าไปกับหางอันใหม่ที่แม่ทำให้” […]

สามลัทธิที่ขัดต่อหลักกรรมในพระพุทธศาสนา โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)

พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สมณพราหมณ์พวกหนึ่งมีวาทะมีทิฏฐิอย่างนี้ว่า สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี อย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้เสวย ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะกรรมที่ตัวทำไว้ในปางก่อน โดยนัยดังนี้ เพราะกรรมเก่าหมดสิ้นไปด้วยตบะ ไม่ทำกรรมใหม่ ก็จะไม่ถูกบังคับอีกต่อไป เพราะไม่ถูกบังคับต่อไปก็สิ้นกรรม เพราะสิ้นกรรมก็สิ้นทุกข์ เพราะสิ้นทุกข์ก็สิ้นเวทนา เพราะสิ้นเวทนาก็เป็นอันสลัดทุกข์ได้หมดสิ้น ภิกษุทั้งหลาย พวกนิครนถ์มีวาทะอย่างนี้ อันนี้มาในเทวทหสูตร พระไตรปิฎกเล่ม 14 มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พุทธพจน์ที่ยกมาอ้างนี้แสดงลัทธินิครนถ์หรือศาสดามหาวีระ นิครนถนาฏบุตร ที่เราเรียกกันทั่วไปว่าศาสนาเชน ศาสนาเชนนี้นับถือคำสอนเรื่องกรรมเก่า เรียกเต็มว่าปุพเพกตเหตุวาท เรียกสั้น ๆ ว่าปุพเพกตวาท เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็เลยอยากจะพูดถึงลัทธิที่จะต้องแยกออกจากหลักกรรมให้ครบทั้งหมด ขอให้กำหนดไว้ในใจทีเดียวว่า เราจะต้องแยกหลักกรรมของเราออกจากลัทธิที่เกี่ยวกับการได้รับสุข – ทุกข์ของมนุษย์ 3 ลัทธิ ในสมัยพุทธกาลมีคำสอนสำคัญอยู่ 3 ลัทธิที่กล่าวถึงทุกข์ – สุขที่เราได้รับอยู่ในขณะนี้ แม้กระทั่งถึงปัจจุบันนี้ลัทธิศาสนาทั้งหมดเท่าที่มีก็สรุปลงได้เท่านี้ ไม่มีพ้นออกไป พระพุทธเจ้าเคยตรัสถึงลัทธิเหล่านี้และทรงแยกว่าคำสอนของพระองค์ไม่ใช่คำสอนอย่างลัทธิเหล่านี้ ลัทธิเหล่านั้นเป็นคำสอนประเภทอกิริยา คือหลักคำสอนหรือทัศนะแบบที่ทำให้ไม่เกิดการกระทำ เป็นมิจฉาทิฏฐิอย่างร้ายแรง อาตมภาพจะอ่านลัทธิมิจฉาทิฏฐิ 3 ลัทธินี้ตามนัยพุทธพจน์ที่มาในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาตร พระสุตตันตปิฎก ในพระไตรปิฎกบาลีเล่ม 20 […]

เปลี่ยนลูกให้รักเรียน ด้วยพลังของจิตแห่งความเป็นแม่

ส่วนตัวเชื่อมานานแล้วค่ะว่า พลังของจิต มีอยู่จริง พลังที่ว่าก็คือความจริงที่ออกมาจากจิตจากใจ ซึ่งมันก็ได้พิสูจน์อีกครั้งเมื่อรุ่นพี่ที่สนิทกันมาปรึกษาว่า ลูกชายวัย 5 ขวบเข้าเรียนอนุบาล 1 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโรงเรียนจากบริบาลที่เก่ามาเรียนอนุบาลในโรงเรียนใหม่ แต่มีปัญหาคือ น้องไม่ยอมเรียน ไม่ยอมระบายสี ไม่กินข้าวกลางวัน เอาแต่เล่นอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่บริบาลที่โรงเรียนเก่า แกก็ไม่เคยมีปัญหาเหล่านี้เลย ฉันแนะนำให้รุ่นพี่ลองหาโอกาสพูดคุยกับน้อง บอกถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเรียนหนังสือให้น้องฟัง และไม่ลืมที่จะย้ำไปว่า ทุก ๆ คำที่พูด ขอให้พูดออกมาจากใจและเป็นเรื่องจริงเท่านั้น ผ่านไป 1 วัน รุ่นพี่ก็มาส่งข่าวมาว่าได้พูดไปแล้ว แต่น้องก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม ฉันจึงถามไปว่า พี่พูดว่ายังไงบ้าง รุ่นพี่ : พี่ก็บอกว่า น้องโต (ชื่อของลูกชายเธอค่ะ) น้องต้องขยันเรียนนะ อย่าเอาแต่เล่น ไม่งั้นหม่าม้าจะอายคนอื่นเขา ฉัน : พี่คะ หากพี่พูดว่าพี่อายคนอื่นเพราะการกระทำของน้อง นั่นเท่ากับว่าพี่คิด พูด และทำทุกอย่างก็เพื่อตัวพี่เอง พี่แค่เอาน้องมาเป็นเครื่องมือในการแต่งเติมภาพลักษณ์ในวงสังคม มันเป็นการทำเพื่อตัวพี่เอง ไม่ใช่เพื่อตัวน้อง กลับกันหากการไม่เรียนหนังสือคือค่านิยมที่สังคมยอมรับว่าดี พี่ก็คงไม่ตำหนิน้องที่น้องไม่เรียน เพราะมันทำให้พี่ได้รับการชื่นชมจากสังคม ทั้ง […]

รู้จัก “ให้” สุขใจกว่ารู้จัก “รับ” ธรรมะโดย พระมหาสุภา ชิโนรโส (ส. ชิโนรส)

เคยคุยกับพระรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านบอกว่า แต่ก่อนนิสัยท่านไม่ดีอย่างหนึ่ง  คือ มักอิจฉาคน เห็นคนอื่นดีกว่าตัวเองจะรู้สึกหมั่นไส้ อิจฉาตาร้อน แต่ไม่ถึงกับลงมือทำอะไรให้เขาได้รับความเดือดร้อน ตัวท่านเองมักจะรู้สึกกระวนกระวายใจ จิตใจไม่สงบเมื่อเกิดความอิจฉา (รู้จัก “ให้”) ท่านรู้ว่าการอิจฉาคนอื่นไม่ดี มีแต่ทำจิตใจให้เร่าร้อนวุ่นวาย พระพุทธองค์ทรงตำหนิ แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับความอิจฉาของตัวเองได้อย่างไร พยายามคิดถึงผลร้ายของความอิจฉาก็ไร้ผล ความรู้สึกอิจฉายังคงลอยนวลอยู่ในใจ วันหนึ่งท่านจึงลองวิธีใหม่ หนามยอกเอาหนามบ่ง ท่านรู้ว่าความอิจฉาเกิดจากการไม่อยากเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง ท่านจึงทำสิ่งตรงกันข้าม คือ หาสิ่งของไปให้แก่คนที่ท่านอิจฉา ต้องเป็นสิ่งของที่เขาชอบ หรือทำให้เขามีความสุขมากขึ้น ท่านบอกว่า ขณะที่ให้สิ่งของแก่คนที่ท่านอิจฉาไป จิตใจท่านพลันเกิดความสดชื่นเบิกบาน มีความเอิบอิ่มอย่างบอกไม่ถูก จิตใจสงบเยือกเย็นลง ความคิดอิจฉาริษยาที่เคยมีหายไปทันที ไม่กลับมารบกวนจิตใจท่านอีกเลย การให้จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการทำจิตใจให้สงบ เพราะขณะที่ให้ เท่ากับเพิ่มความสำคัญให้แก่คนอื่น ความสำคัญเกี่ยวกับตัวเองจะน้อยลง พลันที่ความสำคัญเกี่ยวกับตัวตนลดลง จิตใจก็จะเปิดกว้างเบิกบานแจ่มใส จิตจะสงบลงอย่างอัตโนมัติ การปฏิบัติตามแนวนี้ ผู้ปฏิบัติควรคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 ประการในการให้ ดังนี้ 1. ผู้รับดี ผู้รับมีผลอย่างสูงต่อจิตใจผู้ให้ หากผู้ให้รู้ว่าผู้รับเพียบพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา จิตใจผู้ให้ก็จะมีความเอิบอิ่มมีความสุข และสงบได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีความภูมิใจว่าการให้แก่คนที่มีศีล […]

“ตราบาปในใจ” ผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 3 เพราะห้ามใจไม่ไหว

“เขานั้นมีคู่อยู่แล้ว เขารักปักใจแน่แน่ว แล้วเธอรักเขาทำไม เขามีลูกน้อยเป็นพยานรักไว้ข้างกาย ด้วยความรักปักดวงใจที่เขาให้กับครอบครัว เขาคงรักเธอเหมือนกัน รักเพราะใกล้ชิดกัน ศีลธรรมก็กั้นไม่ไหว แต่รักที่เธอให้เขา รักนั้นเพื่ออะไร ครอบครัวเขาอยู่กับใคร ถ้าเธอไปแย่งเขามา คิดแล้วชวนให้ยิ่งสงสาร รักแล้วยิ่งทรมาน น้ำตามันตกข้างใน เลิกกันวันนี้ ให้เขากลับตัวกลับใจ ยอมรับเป็นผู้แพ้ไป ฟ้าคงอภัยให้เธอ” เสียงเพลงจากยูทูบ “รักเขาทำไม” ทำให้ดิฉันนึกถึงอดีตเมื่อสมัยสิบกว่าปีก่อนในวัยยี่สิบต้น ๆ  (ผลกรรมจากการผิดศีลข้อ 3) ดิฉันกับพี่สิงห์ทำงานที่เดียวกัน เป็นร้านอาหารในห้างดัง ดิฉันเป็นพนักงานหน้าร้านคอยรับออร์เดอร์ ดูแลลูกค้า ส่วนพี่สิงห์เป็นพนักงานส่งของ ที่ร้านเราทำงานเป็นทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่พี่สิงห์จะคอยเป็นห่วงดิฉันเป็นพิเศษ งานหนัก ๆ เช่น เบิกของในสโตร์ ตักน้ำแข็ง ถูพื้น ฯลฯ พี่สิงห์จะอาสาทำให้ เวลากลับจากส่งของลูกค้าข้างนอก พี่สิงห์ก็จะมีของกินติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ จนดิฉันเคลิ้มไปว่าพี่สิงห์คงคิดกับดิฉันเกินเลยมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ดิฉันได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ในใจเพราะรู้ว่าพี่สิงห์มีเมียมีลูกอยู่แล้ว และเมียพี่สิงห์ก็ดีกับดิฉันมากมาย ทำกับข้าวมาให้ ชวนไปเที่ยวที่ห้อง ดูหนัง ฟังเพลงด้วยกัน แต่เพราะความใกล้ชิดและความมักง่ายของดิฉันที่ไม่อาจห้ามใจก็เลยพลาดจนได้ พี่สิงห์ทำงานคนละกะกับเมียก็เลยมีเวลามารับมาส่งดิฉัน แต่เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะนอกจากดิฉันแล้วพี่สิงห์ก็มีน้ำใจกับน้อง […]

ตัวเล็กแต่ใจใหญ่…สี่พี่น้องหาเงินช่วยพ่อแม่อุปการะน้องอีกคน

ว่ากันว่าคนเป็นพ่อแม่จะรู้ว่าเมื่อไรที่ครอบครัวของตัวเองสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว บางครอบครัวอาจมีลูกแค่คนเดียวก็พอ แต่บางครอบครัวขอมีลูกสักโหล และบางครอบครัวก็จะไม่หยุดจนกว่าจะได้รับอุปการะเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ (ตัวเล็กแต่ใจใหญ่) อย่างในกรณีของครอบครัวที่น่ารักครอบครัวนี้ สองสามีภรรยา ซิดนีย์ และ เลห์ตัน เทท (Sidney & Leighton Tate) มักจะพูดคุยกันเสมอเรื่องอุปการะเด็กสักคน เมื่อลูกสาวทั้งสี่คนแอบได้ยินพ่อแม่คุยกัน จึงตั้งใจว่าจะทำให้ความต้องการของพ่อกับแม่สำเร็จให้จงได้ ซูซานนา และ แมรี แอนสัน วัย 11 ขวบ เอเลนอร์ วัย 7 ขวบ และ เอเวลีน วัย 4 ขวบ มีความสุขมากเมื่อคิดว่าจะมีน้องเพิ่มมาอีกคน ทุกคนจึงอยากให้พ่อกับแม่ดำเนินเรื่องขออุปการะเดี๋ยวนี้เลย แต่คุณพ่อเลห์ตันอธิบายให้ลูก ๆ ฟังว่า การขออุปการะเด็กมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยต้องจ่ายถึง 4,000 ดอลลาร์เพื่อเริ่มกระบวนการยื่นเรื่องขออุปการะ ซึ่งลูก ๆ สามารถช่วยพ่อแม่ได้ เราจะร่วมฝ่าฟันไปด้วยกัน หลังจากพูดคุยกับลูก ๆ แล้ว คุณแม่ซิดนีย์กับคุณพ่อเลห์ตันก็ไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรตามมาหลังจากนั้น แต่ปรากฏว่าลูก ๆ ผุดไอเดียวางแผนช่วยพ่อแม่ได้อย่างน่ารักมาก เด็ก […]

การเติมบุญโดยไม่ต้องใช้เงิน ธรรมะโดย หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี (ส.เขมรังสี)

การเติมบุญ ใช่ว่าจะต้องจ่ายทรัพย์เท่านั้น การให้ทาน การให้อภัย ให้ธรรมะ สนทนาธรรมะ รักษาศีล 5 ศีล 8 ก็เป็น การเติมบุญ พยายามที่จะเจริญภาวนา หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ เจริญสติปัฏฐาน ระลึกรู้กายเนือง ๆ เวทนาเนือง ๆ จิตเนือง ๆ ธรรมในธรรมเนือง ๆ เรียกว่าต้องเจริญสติปัฏฐาน เจริญสัมมัปปธาน 4 ต้องเพียร เพียรในการละบาป วันนี้บาปเกิดขึ้นในใจเรา โกรธบ้าง โลภบ้าง ก็เพียรที่จะละออกไป เพียรมากก็ละออกไปได้มาก แล้วก็เพียรระวังไว้อย่าให้บาปมันกลับมาเกิดขึ้นอีก เพียรให้เกิดกุศล สติ สมาธิ ปัญญา พอเกิดสติขึ้นมาก็เพียรรักษาไว้ให้มันเจริญไว้ ต้องมีอิทธิบาท ฉันทะ พอใจในการปฏิบัติธรรม ถ้าเราไม่มีฉันทะ ปฏิบัติไปก็ง่วง ปฏิบัติไปก็เบื่อหน่าย ท้อแท้ ท้อถอย เพราะฉะนั้นเราต้องสร้างฉันทะให้เห็นว่าการปฏิบัติเป็นเรื่องดี นั่งกรรมฐาน เจริญภาวนา เจริญสติ เพียรปฏิบัติ เดินจงกรม เป็นเรื่องดี […]

คุณแม่ลูก 6 ทำอาหารกลางวัน 100 ชุดแจกเด็กยากไร้ในชุมชนทุกวัน

เป็นที่รู้กันดีว่าอาหารที่มีคุณประโยชน์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต แต่ก็ยังมีเด็ก ๆ มากมายที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอ ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นคือ มีเด็กจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถร้องขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้ได้ หรือไม่รู้จะไปพูดคุยปัญหากับใคร คุณแม่ลูก 6 แชมเพล แอนเดอร์สัน (Champale Anderson) รู้ดีว่า ทุกวันยังมีเด็กจำนวนมากที่ยากไร้ไม่มีอาหารกลางวันรับประทาน ดังนั้นตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เธอได้ทำสิ่งที่สร้างความแตกต่างให้แก่ชุมชนของเธอในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สิ่งที่เธอทำนั้นน่าชื่นชมเกินคำบรรยาย นั่นคือ ทุกวันเธอจะแพ็คถุงอาหารกลางวันกว่า 100 ถุง ซึ่งในนั้นบรรจุของกินที่มีประโยชน์กับเด็ก เช่น แซนวิชเจลลี่และเนยถั่ว ผลไม้ ผักนานาชนิด น้ำผลไม้ คุกกี้ ฯลฯ และเธอยังมีนโยบาย “เปิดประตูต้อนรับ” อีกด้วย ในทางกลับกัน เด็ก ๆ สามารถแวะมาก่อนเข้าเรียนหรือหลังเลิกเรียนได้ เพื่อรับถุงอาหารและพูดคุยกับผู้ใหญ่สักคน โดยไม่มีการซักถามจู้จี้หรือขอสิ่งใดตอบแทน บางครั้งแชมเพลก็สร้างความสนุกสนานให้เด็ก ๆ ดังนั้นเวลาที่เด็กลงจากรถโรงเรียน ก็จะพากันวิ่งมาที่บ้านเธอ เพื่อจะมาลุ้นว่าวันนี้เธอใส่อะไรไว้ในถุง แชมเพลบอกว่า เธอจะใส่อะไรที่พิเศษสลับไปสลับมา ซึ่งเด็ก ๆ ชอบกันมาก สิ่งที่แชมเพลริเริ่มทำมาตลอดหลายปีนี้ประสบความสำเร็จมาก ทำให้เธอหวังจะขยายโครงการนี้ไปยังชุมชนอื่นที่ขัดสนเช่นกัน เธอกำลังหาเงินบริจาคเพื่อให้โครงการช่วยเหลือเด็ก […]

“เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” ชีวิตสงบสุขเมื่อเอื้อเฟื้อให้แก่สัตว์อื่นรอบตัว

ตอนที่ยังทำงานอยู่ ฉันรู้สึกเป็นศัตรูกับนาฬิกาปลุกมาก และวาดฝันเอาไว้ว่า ถ้าไม่ต้องทำงานเมื่อไร จะเก็บมันยัดเข้าลิ้นชักแล้วนอนตื่นสายดื่มด่ำกับความเงียบสงบยามเช้าเสียให้เข็ด แต่พอออกจากงานมาจริง ๆ อะไร ๆ กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง! เนื่องจากถึงแม้จะไม่มีเสียงนาฬิกา แต่ฉันก็ต้องสะดุ้งตื่นแต่เช้าทุกวัน เพราะสรรพสำเนียงของสารพัดสิ่งรอบตัว เริ่มจากนักมวยข้างบ้านที่ลุกขึ้นมาซ้อมตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ พร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างไม่เกรงใจใคร ตามด้วยคนขนขยะที่มาแต่เช้าตรู่ ปลุกให้น้องหมาทั้งหลายเห่าหอนกันลั่นไปหมด ต่อด้วยรถขายของคันแล้วคันเล่าที่ประกาศโฆษณาเสียงดังคับซอย จากนั้นไม่นานน้องหมาก็พร้อมใจกันเห่าไล่แมวและนกพิราบที่มาแย่งกินอาหาร จบลงด้วยเสียงน้องแมวจรจัดที่วิ่งไล่กัดกันโดยไม่รู้สาเหตุ! ทั้งหมดทำให้ฉันต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาทุกวัน ตอนกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงกระรอกที่วิ่งเล่นกันบนฝ้าเพดานอย่างครึกครื้น สลับกับเสียงแมวที่คงจะแย่งคู่กันหรือไม่ก็ไล่หนู! นี่มันสนามรบหรืออะไรกันแน่! ฉันจึงหาทางกำจัดต้นเหตุแห่งเสียงที่มาจากฝีมือมนุษย์ไปทีละอย่างก่อน ทั้งด้วยวิธีการตามกฎหมายและการเจรจา ซึ่งไม่ยากนักเพราะพูดภาษาเดียวกัน แต่ก็ยังหาความสงบสุขไม่ได้เพราะไม่สามารถเจรจากับบรรดาสรรพสัตว์ ฉันจึงเรียกแม่บ้านมาเพื่อใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือการกำจัดแหล่งอาหารของน้องสัตว์ทั้งหลาย “ต่อไปนี้เก็บเศษอาหารในครัวอย่าให้เหลือซาก ถังขยะก็อย่าให้ค้าง พวกหนูจะได้ไม่แอบเข้ามาอีก เวลาให้อาหารหมาก็ห้ามเผื่อแผ่ไปถึงแมวหรือนกพิราบ พวกมันจะได้ไปหากินกันที่อื่น” (ข้อหลังนี่เป็นคำแนะนำของสามีจอมโหด!) มาตรการต่าง ๆ ดูจะได้ผลดีในระยะแรก แต่ฉันนอนกระหยิ่มยิ้มย่องได้ไม่นานพวกมันก็พากันแห่กลับมาอีก ฉันก็งัดสารพัดวิธีมาใช้อีก จนวันหนึ่งฉันพบนกพิราบนอนตายอยู่บนพื้นถนนในโรงรถ สภาพเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก…ตัวเบาหวิวราวไร้น้ำหนัก ฉันรู้สึกผิดมากขึ้นเมื่อเห็นแมวจรจัดซึ่งเคยมาอาศัยกินอาหารที่บ้านก็ดูผอมโซจนแทบเดินไม่ไหว! และที่ตอกย้ำความผิดมากขึ้นคือ เจ้ากระรอกน้อยและหนูตัวเล็กที่สาวใช้ของฉันดักจับไว้ในกรง พวกมันไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะดิ้นรน คงเพราะอดอาหารมาหลายวันนั่นเอง! เย็นวันนั้นฉันนั่งมองอาหารมากมายที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับรู้สึกไม่อยากกินอะไรเลย อาหารเหล่านี้พวกเราไม่เคยกินหมดและต้องทิ้งถังขยะหลายครั้ง ในขณะที่สัตว์ร่วมโลกผู้น่าสงสารเหล่านั้นกำลังหิวโซและกระเสือกกระสนหาแค่เศษอาหารที่เราทำหล่นไว้ ถ้าเพียงแต่เราจะแบ่งปันส่วนเกินให้บ้างเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้พวกมันอยู่รอดและไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอันน่าอเนจอนาถเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัวที่สุด […]

5 หลักธรรมที่ภรรยาควรมีไว้ผูกใจสามี

แม่บ้านดีผูกใจสามีได้ และทำให้ทั้งบ้านร่มเย็น ธรรมะโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ในสมัยพุทธกาล พระบรมศาสดาเคยทรงได้รับอาราธนาจากคฤหบดีท่านหนึ่งให้ทรงประทานโอวาทแก่กุมารีที่จะแยกครอบครัวไปอยู่ในตระกูลสามี ครั้งนั้นพระองค์ได้ตรัสสอนกุมารีเหล่านั้นให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมสำหรับแม่บ้านหลายประการ หลักธรรมที่ทรงประทานครั้งนั้น พระองค์ตรัสให้เหมาะสมกับสภาพสังคมของชมพูทวีปยุคพุทธกาล ที่ฝ่ายพ่อบ้านเป็นผู้ประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว จึงเป็นหลักธรรมที่ใช้ได้อย่างดีในสังคมไทยแบบเดิม ซึ่งมีลักษณะการแบ่งงานในครอบครัวอย่างเดียวกัน บัดนี้ แม้สังคมจะผันแปรไปตามกาลสมัย สตรีผู้ฉลาดก็สามารถยึดถือสาระจากหลักธรรมเหล่านั้น นำมาประพฤติปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตครอบครัวได้เป็นอย่างดี ยิ่งกว่านั้น แม้ในสมัยปัจจุบันที่สภาพและระบบการต่าง ๆ ในสังคมเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วนี่เอง ก็ยังอาจกล่าวยืนยันได้ว่าในครอบครัวที่ภริยายึดถือปฏิบัติเคร่งครัดตามหลักธรรมเหล่านี้ นับว่ามีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะยึดเหนี่ยวค้ำจุนชีวิตครอบครัวไว้ให้มีความสุข ความราบรื่น มั่นคงด้วยดี และความประพฤติเช่นนี้จะไม่เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมเสียหายแก่ชีวิตครอบครัวแต่ประการใด ในพุทธโอวาทครั้งนั้นทรงแสดงหลักธรรมสำหรับภรรยา 5 ข้อ ซึ่งมีใจความดังนี้ ข้อที่ 1 พึงเป็นผู้ตื่นก่อนนอนทีหลัง เอาใจใส่คอยฟังว่าจะมีอะไรให้ช่วยทำ ประพฤติแต่สิ่งที่ถูกใจ พูดคำไพเราะน่ารัก คือรู้จักปรนนิบัติ ถนอมน้ำใจ ข้อที่ 2 คนเหล่าใดเป็นที่เคารพนับถือของสามี เช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ของสามี เป็นต้น ก็แสดงความเคารพนับถือด้วย เอาใจใส่ปฏิสันถารท่านเหล่านั้นเป็นอันดี ข้อที่ 3 เป็นผู้ขยัน เอาใจใส่ในงานบ้านทุกอย่าง เช่น งานเกี่ยวกับเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น […]

ปลาตัวใหญ่กับอานิสงส์ของความกตัญญู

“ปลาตัวใหญ่ที่สุดให้ตากับยาย” (อานิสงส์ของความกตัญญู) คำพูดนี้ยังก้องอยู่ในหูของดิฉัน เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้ว ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดของพ่อดิฉัน ขณะที่ยืนดูปลาซึ่งถูกจับได้จากหนองน้ำที่วางเรียงรายอยู่ในภาชนะต่าง ๆ มีทั้งเข่ง กะละมัง ถังน้ำ และกระสอบปุ๋ย ปลาที่จับมาได้มีมากมายหลากหลายชนิด ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ดิฉันไม่รู้จัก ดิฉันเติบโตในชนบท มีวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทุก ๆ ปีของเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำในหนองคลองบึงเริ่มแห้ง ชาวบ้านจะเริ่มออกมาหาปลากัน โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นหนองน้ำขนาดเล็กก็ใช้แรงคนวิดน้ำออก แต่ถ้าหนองน้ำขนาดใหญ่จะใช้เครื่องสูบน้ำออก ที่บ้านของดิฉันมีหนองน้ำในนาขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีปลาชุกชุมมาก ช่วงเมษายนของทุกปี บรรดาญาติมักจะมารวมตัวกันเพื่อหาปลาทำปลาตากแห้งไว้กิน พอถึงหน้าฝนเด็ก ๆ อย่างพวกเราจะมีความสุขมาก เพราะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะอนุญาตให้ตามไปจับปลา ด้วยการเดินทางไปหนองน้ำใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะอยู่ไกลจากบ้าน พวกผู้ใหญ่จะล่วงหน้าไปก่อนประมาณครึ่งวัน โดยออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางพร้อมข้าวห่อและเครื่องมืออุปกรณ์ในการสูบน้ำ การเดินทางต้องเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ตามคันนา และต้องแบกสัมภาระที่ต้องใช้ ได้แก่ จอบ มีดพร้า ขวาน และภาชนะสำหรับใส่ปลาที่จับได้ ซึ่งการขนสัมภาระเป็นไปอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่ต้องใช้คนหามถึงสามคน การทำงานเป็นทีมต้องใช้ความสามัคคี เด็ก […]

“อายุ วรรณะ สุขะ พละ…ก็ใช่ว่าจะไม่ทุกข์” ธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ทั้งที่นิพพานเป็นอุดมคติของชาวพุทธ แต่ชาวพุทธจำนวนมากก็ละทิ้งอุดมคตินี้ไป หวังแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า หวังแต่ความสุขในชีวิตนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นหลักประกันที่ยั่งยืนเลย มีอายุ วรรณะ สุขะ พละ ก็ใช่ว่าจะไม่ทุกข์ อายุร้อยปีก็ยังทุกข์ ทุกข์เพราะลูก ทุกข์เพราะหลาน ร่ำรวยเป็นหมื่นล้านก็ยังกลุ้มใจ หวาดกลัวความตายอยู่นั่นเอง แม้อายุ วรรณะ สุขะ พละ จะไม่ได้เป็นหลักประกันความสุขที่แท้จริง แต่ชาวพุทธไทยเราก็หวังแค่นี้ ทั้งที่มนุษย์เราสามารถที่จะไปให้ไกลกว่านั้นได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า “โลกุตรธรรมอันประเสริฐเป็นทรัพย์ประจำตัวของทุกคน” พูดง่าย ๆ ว่าเราทุกคนมีศักยภาพที่จะเข้าถึงโลกุตรธรรมได้ แต่เรากลับปฏิเสธ เราละเลยที่จะใช้ศักยภาพนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเราไม่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพนี้อยู่ และที่สำคัญคือเราไม่คิดว่าความสุขระดับโลกุตระสำคัญกว่าความสุขแบบโลก ๆ หรือกามสุข “จะให้ทิ้งความสุขทางวัตถุเพื่อไปนิพพานน่ะหรือ…ฉันไม่อยากไปหรอก” ทั้งที่รู้ว่านิพพานประเสริฐ แต่เรายังติดในรสชาติความสุขทางกามอยู่ เมื่อใจไม่คล้อยไปทางนิพพานก็เลยไม่เห็นคุณค่า เมื่อไม่เห็นคุณค่าก็ไม่ตั้งไว้เป็นอุดมคติของชีวิต เช่นนี้นับว่าผิดจากในอดีต ชาวพุทธแต่ไหนแต่ไรมานั้นถือว่านิพพานเป็นอุดมคติของชีวิต ปู่ย่าตายายของเราเวลาทำบุญเสร็จเขาไม่ขออะไรมาก เขาขอแค่ว่า “นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ” (ขอให้ผลบุญนี้จงเป็นปัจจัยเพื่อบรรลุนิพพาน) หรืออย่างน้อยก็ขอให้ได้ไปเกิดในยุคพระศรีอาริย์ เพื่อจะได้ไปนิพพาน แม้อาตมาจะไม่ค่อยแน่ใจว่า นิพพานของคนเฒ่าคนแก่นั้นหมายถึงอะไร อาจหมายถึงเมืองแก้วหรือสวรรค์ชั้นสูงสุด หรือหมายถึงภาวะที่อยู่เหนือสวรรค์ก็ได้ แต่คำอธิษฐานนั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เห็นว่าความสุขทางวัตถุหรือความสุขแบบโลก ๆ เป็นความสุขที่แท้ […]

keyboard_arrow_up