ผมเคยเป็นคนไม่มีศาสนา

เรื่องจริงครับ ถึงขนาดว่าในใบสมัครงานทุกใบที่ช่องว่างหลังคำว่าศาสนา ผมจะใส่เครื่องหมายขีดกลาง (Dash) เอาไว้ และหากมีใครถามว่าผมนับถือศาสนาอะไร ผมก็จะตอบไปว่า  คนไม่มีศาสนา “ผมไม่มีศาสนา และไม่ได้ศรัทธาที่จะนับถือศาสนาใด” หากย้อนกลับไปในวัยเด็ก ใช่ว่าผมจะถูกสั่งสอนให้ห่างเหินศาสนา กลับกัน ผมนั้นถูกบ่มเพาะให้ใกล้ชิดกับศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ช่วงปิดเทอม ผมมักติดสอยห้อยตามยายไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดเป็นประจำ ที่สำคัญ กว่านั้น ผมสมัครเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ด้วย คนไม่มีศาสนา แต่เมื่อเติบโตขึ้นผมกลับไม่ศรัทธาในพิธีกรรมเหล่านั้น เพราะไม่เห็นว่ามันจะช่วยยังประโยชน์ใดให้ตนเองและสังคมได้ ซ้ำร้ายกว่านั้น ผมบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ตามประเพณีทั้งที่ไม่ได้มีศรัทธาอย่างแท้จริง รู้สึกเหมือนเป็นเพียงพิธีกรรมหนึ่งที่จำต้องทำไป จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีสิ่งใดทำให้ผมเกิดศรัทธาได้ แม้ผมมีวัตรปฏิบัติที่พระสงฆ์ควรพึงกระทำอย่างครบถ้วนมิได้บกพร่อง แต่ผมก็สึกออกมากับความว่างเปล่าโดยไม่ได้สิ่งใดติดไม้ติดมือมาเลย จนมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตผม วันนั้นผมนั่งหน้าทีวี เปลี่ยนช่องไปเจอรายการของพระอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังให้สัมภาษณ์ว่า “คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า นิพพานเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกิน และเข้าใจว่าต้องรออีกเป็นร้อยเป็นพันชาติจึงจะสั่งสมบุญให้ถึงนิพพานได้ แต่จริง ๆ แล้วนิพพานเป็นเรื่องเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้ทันที ทุกคนสามารถทำได้เลย ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ดูอย่างองคุลิมาลสิ ฆ่าคนมาแล้วตั้ง 999 ศพ อีกแค่ศพเดียวก็จะครบพันศพแล้ว แต่เมื่อเจอพระพุทธเจ้าเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ก็เกิดดวงตาเห็นธรรมทันที” นี่เป็นภาพของศาสนาที่ผมเห็นชัดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาตลอดชีวิต ผมนั่งบนโซฟา ในมือยังถือรีโมตค้างไว้ ประกายตาผมลุกโพลงราวกับเห็นแสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุดในชีวิต พิธีกรถามต่อว่า “แล้วการไหว้พระ สวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ […]

ผู้ชายคนนี้ช่วยคนไม่ให้กระโดดสะพานฆ่าตัวตายมาแล้วหลายร้อยคน – SECRET

ผู้ชายคนนี้ช่วยคนไม่ให้ กระโดดสะพานฆ่าตัวตาย มาแล้วหลายร้อยคน เป็นระยะเวลานานกว่า 23 ปีแล้วที่เจ้าหน้าที่สายตรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนีย เควิน บริกส์ (Kevin Briggs) ลาดตระเวนตรวจตราสะพานโกลเด้นเกตทั้งกลางวันและกลางคืน กระโดดสะพานฆ่าตัวตาย แม้ว่าเควินจะเคยฝึกอบรมการควบคุมสภาพการจราจรบนสะพานมาแล้ว แต่ทันทีที่เขาเริ่มมาทำงานด้านนี้เขาก็รู้ทันทีว่ามันมีอะไรมากกว่าที่เขาเคยอบรมมา ซึ่งในเวลานั้นเขายังไม่รู้ว่า สะพานโกลเด้นเกตเป็นหนึ่งในจุดที่คนนิยมมาฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลก ด้วยความสูง 746 ฟุตเหนือผืนน้ำอันเย็นเฉียบของอ่าวซานฟรานซิสโก สะพานแห่งนี้ดูเหมือนดึงดูดให้คนที่ทนทุกข์เจ็บช้ำตัดสินใจมาจบชีวิตที่นี่ มีรายงานการเสียชีวิตจำนวนมากทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่เจ้าหน้าที่เควินจะถูกเรียกเป็นครั้งแรก ให้มารับมือกับสถานการณ์ที่คนกำลังจะฆ่าตัวตาย เควินบอกว่า ทุกเดือนจะมีเคสคนกระโดดสะพานเพื่อฆ่าตัวตายประมาณ 4 – 6 ราย ซึ่งเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย เพราะเขาเติบโตที่เมืองมารินเคาน์ตี้ซึ่งเชื่อมกับซานฟรานซิสโกโดยสะพานโกลเด้นเกต เขาไม่เคยฝึกอบรมให้รับมือกับสถานการณ์แบบนี้เลย ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เควินพบผู้หญิงเกาะอยู่ด้านนอกของราวสะพานนั้นต้องย้อนกลับไปในปี 1994 ซึ่งเขายอมรับว่า ด้วยความที่ไม่เคยฝึกอบรมการป้องกันการฆ่าตัวตายมาก่อน เขาจึง “ทำผิดหมดทุกอย่าง” ตอนนั้นเขาคิดอึงอลอยู่ในหัวว่า เขาต้องรับผิดชอบมั้ยถ้าเธอกระโดดลงไป เกิดอะไรขึ้นกันนี่ เขาไม่ได้ฝึกอบรมเรื่องนี้มาเลย ช่างเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก เขากลัวจริง ๆ เควินเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำในขณะเผชิญหน้ากับคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย สิ่งที่เขาค้นพบคือ สำหรับคนที่ชีวิตถึงทางตันสุดสายป่านแล้ว คนเหล่านั้นเพียงแค่ต้องการใครสักคนที่รับฟังและใส่ใจ เควินคิดว่าการเดินดุ่ม ๆ เข้าไปหาเลยเป็นสิ่งผิด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาจะต้องยืนอยู่ไกล ๆ ทักทายและแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร […]

ปวีณา ชารีฟสกุล…เลือกเข้าวัดในวันที่สุขใจ

ปวีณา  ชารีฟสกุล…เลือกเข้าวัดในวันที่สุขใจ 20 กว่าปีกับความสนใจในทางธรรมของ เจี๊ยบ ปวีณา  ชารีฟสกุล บางคนอาจคิดว่า คนเราเข้าวัดเวลาทุกข์ใจ แต่สำหรับเจี๊ยบเลือกที่จะเข้าวัดในวันที่สุขใจ… ตอนเด็ก ๆ คุณยายและคุณแม่จะพาเจี๊ยบไปทำบุญที่วัดมาตลอด สิ่งนี้หล่อหลอมให้เราสนใจในเรื่องนี้ จนวันหนึ่งที่เข้าวงการบันเทิง พี่ตุ๋ย – มนฤดี ยมาภัย เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันก็ชวนไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามัชฌิมาวาส แถวจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นี่สงบร่มเย็น เป็นวัดป่าขนานแท้ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ไปแล้วก็ได้ฝึกจิตอยู่กับธรรมะและธรรมชาติ สมัยนั้นเรานั่งเครื่องบินไปลงที่ขอนแก่น เมื่อไปถึงก็จะมีเด็กวัดขับรถกระบะปุเลง ๆ มารับไปที่วัด เราก็จะไปถือศีล 8 กินอาหารวันละมื้อ นอนกุฏิหลังเล็ก ๆ แต่ตอนนี้วัดป่าแห่งนี้เจริญกว่าเมื่อก่อนมาก และแทบทุกครั้งที่ไปที่นี่เราก็จะหาโอกาสไปใส่บาตรหลวงตามหาบัวที่วัดป่าบ้านตาดด้วย หลวงตาก็จะให้หนังสือมาอ่านทุกครั้ง ตอนแรกที่ไปปฏิบัติธรรม เจี๊ยบคิดแค่ว่า อยากรู้ว่าการไปนอนวัดเป็นอย่างไร แต่พอได้เจอหลวงพ่อ ได้ฟังธรรมะมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้จิตใจโน้มเอียงไปทางนี้โดยปริยาย เพราะมองเห็นข้อดีของการฟังธรรมและปฏิบัติภาวนาที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เจี๊ยบเป็นคนที่โมโหแรง คนใกล้ตัวจะรู้ดี ปกติไม่ค่อยวี้ดใครง่าย ๆ แต่ถ้าลุกขึ้นมาวี้ดเมื่อไหร่ แสดงว่าถึงที่สุดแล้วจริง ๆ ด้วยความที่เป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เด็ดขาดทั้งกับตัวเองและคนอื่น […]

เหตุให้ได้มาซึ่งสมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เหตุให้ได้มาซึ่ง สมาธิ โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ เมื่อสมาธิเกิดขึ้น สมาธิ จะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา คือการเห็นสภาพจริงตามความเป็นจริง แต่ เหตุที่จะให้ได้มาซึ่งสมาธินั้นมีวิธีการอยู่ 2 ลักษณะ คือ วิธีแรก ตั้งใจทำสมถกรรมฐานไปเลย คือตั้งใจทำสมาธิอย่างเดียวโดด ๆ โดยเอาอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพ่งเทียน เพ่งดิน เพ่งไฟ ใช้คำบริกรรมภาวนา ดูลมหายใจ ดูท้องพอง – ยุบ ยกไม้ยกมือ ฯลฯ ได้ทั้งนั้น ขอเพียงทำให้จดจ่อต่อเนื่อง เพ่งอยู่ที่นั่นที่เดียว ไม่คิดถึงเรื่องอื่นใด ไม่หวังสติ ไม่หวังปัญญา มุ่งหมายเพียงเพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว กระชับ แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์นั้น เมื่อจดจ่อต่อเนื่องนานเข้า บริกรรมถี่เข้า ๆ สมาธิก็จะค่อย ๆ รวมลง จิตก็ค่อย ๆ อ่อนสลวย อ่อนโยนลง ซ่านไปที่อื่นน้อยลง อยู่กับสิ่งนั้นมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น ท่านเรียกสมาธิแบบนี้ว่า “อุปจารสมาธิ” เทียบกับการตักน้ำใส่ขันแล้วนำไปใส่ช่องฟรีซ ตอนที่เป็นวุ้นยังไม่เป็นก้อนน้ำแข็ง […]

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง โดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ เรื่องที่จิตจะปฏิเสธว่า โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเรานั้น อาจจะไม่ปฏิเสธไปเสียทุกครั้ง เพราะการปฏิเสธของจิตมิใช่เป็นเรื่องบังคับ หากเป็นธรรมชาติที่เป็นจริง แต่เมื่อใดที่จิตมีความรู้เห็นในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ มีความไม่เที่ยงอย่างนี้ และรู้เห็นว่าไม่มีสิ่งใดเป็นเรา จิตจะเอาอะไรเป็นเครื่องยึดถือ เพราะจิตได้รู้เห็นโทษภัยในการยึดถือทั้งหมดแล้วว่าเป็นทุกข์อย่างนี้ ไม่มีความสงสัยลังเลในสัจธรรมทั้งหลาย จิตก็ย่อมปฏิเสธและทอดอาลัยในความยึดถือทันที ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของของเราอย่างแท้จริง นี้คือจิตมีความฉลาด สามารถที่จะรู้เห็นในปัญญาญาณอย่างเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดในภพทั้งสามจะปิดบังอำพรางในวิปัสสนาญาณนี้เลย แม้จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอดีต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอดีต จะน้อมจิตไปพิจารณาสัจธรรมในอนาคต ก็รู้เห็นสัจธรรมในอนาคต นี้ก็เพราะปัจจุบันมีสัจธรรมที่เพียบพร้อมอยู่แล้ว การกำหนดดูในเรื่องอดีต อนาคต จึงไม่มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความสงสัย เพราะความเป็นไปในสัจธรรมมีสภาพเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เหมือนกับความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ฉะนั้น การรู้เห็นในสัจธรรมในปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นเครื่องยืนยันตัดสินได้อย่างถูกต้อง นี้คือความรู้รอบ เป็นความรอบรู้ในสรรพสังขารทั้งหลายว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรยึดถือ ถ้ารู้เห็นในสัจธรรมว่าเป็นจริงแล้วอย่างนี้ จึงไม่มีสิ่งใดจะมาบังคับให้จิตมีความยึดถือได้ เหมือนกับรู้เห็นไฟว่าเป็นของร้อน รู้เห็นงูพิษว่าเป็นงูพิษ รู้เห็นเสือว่าเป็นเสือ รู้เห็นจระเข้ว่าเป็นจระเข้ รู้เห็นมูตรคูถว่าเป็นของสกปรกโสโครก ใครเล่าจะไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้ หนทางที่จะหลีกหนีให้พ้นไปจากสิ่งเหล่านี้ ก็ผู้นั้นแลจะรู้เห็นเส้นทางที่จะหนีไปให้พ้นเองนี้ฉันใด เมื่อจิตมีญาณคือความรู้ จิตมีความสว่างในการเห็น ความรู้ความเห็นทั้งสองนี้มารวมในจุดเดียวเมื่อไร ความฉลาดความเฉียบแหลมคมคายก็เกิดขึ้นภายในจิตใจทันที จะพิจารณาในสัจธรรมหมวดใด ก็จะรู้ชัดเห็นจริงในสัจธรรมหมวดนั้น ๆ อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน […]

บทเรียนชีวิตที่ดาราดังอย่าง เจมี่ ฟ็อกซ์ ได้จากน้องสาวดาวน์ซินโดรม – SECRET

บทเรียนชีวิตที่ดาราดังอย่าง เจมี่ ฟ็อกซ์ ได้จากน้องสาวดาวน์ซินโดรม เจมี่ ฟ็อกซ์ (Jamie Foxx) นักแสดงผิวสีระดับท็อปของฮอลลีวู้ด มีน้องสาวคนสุดท้องเป็นดาวน์ซินโดรมชื่อ ดีออนดร้า ดิ๊กซัน (DeOndra Dixon) วัย 34 ปี ซึ่งเจมี่รักน้องสาวคนนี้มาก เขาเคยพูดว่า “ผมเป็นพี่ชายคนโต การที่น้องมีความต้องการพิเศษไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย น้องยังเป็นน้องน้อยของผมเสมอ” ดาราดังวัย 51 ปี บอกว่า เขากับน้องสาวสนิทกันมาก ดีออนดร้าเป็นคนที่ช่วยให้เขาอยู่กับร่องกับรอยเสมอ เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ดีออนดร้าเป็นแสงสว่างในชีวิตของเขาตั้งแต่เธอลืมตาดูโลก เธอสอนให้เขาเรียนรู้การใช้ชีวิต ด้วยความที่เขาเป็นดารามีชื่อเสียง หลายสิ่งหลายอย่างก็ประดังประเดเข้ามาในโลกของฮอลลีวู้ด ทำให้ไขว้เขวได้ง่าย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นไม่มีความหมายเลย ดีออนดร้าจะดึงเขากลับมาให้ตระหนักไว้ว่า ชีวิตคืออะไร ดีออนดร้าย้ายมาอยู่กับพี่ชายตั้งแต่เธอเรียนจบมัธยมปลายในปี 2002 ปัจจุบันเธอเป็น global ambassador ให้กับมูลนิธิ Global Down Syndrome Foundation (GDSF) เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร มีภาระกิจหลักคือ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ผ่านการวิจัยศึกษา การให้บริการทางการแพทย์ การให้ความรู้ และการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย […]

เก่งจริงนะตัวแค่นี้ เด็กประถมเขียนแอปหาเงินช่วยมูลนิธิทางการศึกษา

เก่งจริงนะตัวแค่นี้ เด็กประถมเขียนแอป หาเงินช่วยมูลนิธิทางการศึกษา ย้อนไปในปี 2011 โทมัส ซัวเรส (Thomas Suarez) เด็กชายวัย 12 ปีซึ่งหลงใหลคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก สามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ Apple Store ได้สำเร็จ เด็กประถมเขียนแอป ผลงานแอปพลิเคชันของโทมัสคือ Earth Fortune เป็นแอปดูดวง ที่จะแสดงโลกสีต่าง ๆ ขึ้นกับดวงของแต่ละคน และแอป BustinJieber เป็นเกมตีตัวตุ่นรูป จัสติน บีเบอร์  ซึ่งเป็นแอปที่เขาชอบมากและสร้างชื่อให้เขาเป็นอย่างมาก ไอเดียสร้างแอปนี้มาจากการที่เพื่อน ๆ ในโรงเรียนไม่ค่อยชอบ จัสติน บีเบอร์ กันสักเท่าไหร่ เขาจึงปิ๊งไอเดียเขียนเกมนี้ขึ้นมา โทมัสเริ่มเขียนโปรแกรมและปล่อยออกมาในปี 2010 โทมัสบอกว่า ทุกวันนี้เด็กๆ ชอบเล่นเกมกันอยู่แล้ว แต่น้อยคนจะรู้วิธีการสร้างโปรแกรมได้เอง ถ้าอยากเล่นฟุตบอลก็แค่เข้าทีมฟุตบอล หรืออยากเล่นดนตรีก็ลงเรียนดนตรีที่สนใจ แต่ถ้าอยากเขียนโปรแกรม เราจะหาวิธีการเขียนโปรแกรมได้จากไหน โทมัสจึงเรียนรู้การเขียนโปรแกรมโดยเริ่มจากการฝึกเขียนโปรแกรมหลาย ๆ ภาษาไปพร้อมกัน เพื่อจะได้เข้าใจพื้นฐานการเขียนโปรแกรมให้ได้มากที่สุด เช่น ภาษา Python, ภาษา […]

5 ดาราพาลูกเข้าวัด หัดสร้างบุญแต่เล็กแต่น้อย – SECRET

5 ดาราพาลูกเข้าวัด หัดสร้างบุญแต่เล็กแต่น้อย การเข้าวัดทำบุญเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เว้นแม้แต่เหล่าซุป’ตาร์คนดังที่นอกจากจะมีใจฝักใฝ่ในทางพุทธศาสนาแล้ว ก็ยังพาลูกเข้าวัดทำบุญใส่บาตรเป็นประจำ เรียกว่าหัดให้ลูกปลูกต้นบุญกันตั้งแต่ตัวเล็กตัวน้อยเลยทีเดียว มาดูโมเมนต์การทำบุญเข้าวัดของดาราดังกับลูก ๆ กันค่ะ  ดาราพาลูกเข้าวัด   แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กับ น้องปีใหม่ เราจะเห็นภาพคุณแม่แอฟสุดสตรองพาน้องปีใหม่เข้าวัดทำบุญเป็นประจำในโอกาสต่าง ๆ มีทั้งไปกับคุณตาคุณยายและญาติ ๆ ด้วย น้องปีใหม่จึงเกิดความเคยชิน สามารถตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปทำวัตรเช้าได้โดยไม่งอแง บางครั้งจะเป็นคนมาปลุกคุณแม่เลยด้วยซ้ำ แถมยังช่วยจัดโต๊ะและเตรียมอาหารถวายเพลอย่างแข็งขัน นอกจากนั้นน้องปีใหม่ยังชอบสวดมนต์อีกด้วย เพราะแม่แอฟสอนให้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน อย่างไรก็ตามด้วยความเป็นดาราดัง บางครั้งแม่แอฟติดภาระกิจ คุณตาคุณยายก็จะเป็นผู้พาน้องปีใหม่เข้าวัดไหว้พระทำบุญแทน ด้วยความที่น้องปีใหม่เกิดวันที่ 1 มกราคม จึงกลายเป็นธรรมเนียมของครอบครัว คือ ทุกคนจะมาร่วมทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในวันเกิดของน้องปีใหม่ทุกปี ถือเป็นการทำบุญไหว้พระรับพรวันขึ้นปีใหม่พร้อมกันไปเลย ภาพจาก  [email protected]_taksaorn   ชาคริต แย้มนาม กับ น้องโพธิ์ พระเอกชาคริต แย้มนาม มักจะพาน้องโพธิ์เข้าวัดเข้าวาทำบุญทำทานอยู่เสมอ ล่าสุดน้องโพธิ์ทำบุญวันคล้ายวันเกิดของคุณพ่อคุณแม่อย่างมีความสุข โดยพ่อชาคริตเปลี่ยนหลอดไฟในกุฏิ เพื่อเป็นสิริมงคลนำแสงสว่างมาสู่ครอบครัว ซึ่งในวันเกิดของน้องโพธิ์เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา น้องโพธิ์ก็ได้ไปทำบุญเลี้ยงพระเพล ร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย […]

ผีเจ้าที่ อยากได้บุญ – เรื่องลึกลับ นิตยสาร Secret

ผีเจ้าที่ อยากได้บุญ – เรื่องลึกลับ นิตยสาร Secret ฉันเป็นคนมีซิกซ์เซนส์มาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงมักเจอเรื่องที่อธิบายไม่ได้เป็นประจำ ผีเจ้าที่ หลายปีก่อนฉันและสามีย้ายไปเช่าบ้านหลังใหม่ วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน ก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง” มาจากชั้นสอง ลักษณะเหมือนมีใครโยนเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ ลงบนพื้น และมีเสียงคนเดินไปมาทั้งที่ไม่มีใครอยู่บนนั้น ตอนนั้นได้แต่คิดว่าเจอดีเข้าแล้วไง แต่พยายามไม่กลัวและแผ่เมตตาให้เจ้าที่เจ้าทาง หวังว่าเขาจะเมตตาและไม่มารบกวนกันอีก แต่คำภาวนาของฉันไม่เป็นผล เพราะเจอเรื่องแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา ช่วงแรก ๆ ขณะที่ฉันและสามีนั่งเล่นพักผ่อนอยู่ชั้นล่าง มักได้ยินเสียงคนคุยกันบนชั้นสองแทบทุกคืน ตอนแรกคิดว่าขโมยขึ้นบ้าน แต่พอเดินขึ้นไปดูกลับไม่เจออะไร พอได้ยินเสียงปริศนาในบ้านบ่อย ๆ เข้าชักทนไม่ไหว จึงไปหายันต์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากพระอาจารย์ที่นับถือมาติดไว้รอบ ๆ บ้าน ปรากฏว่าได้ผล เพราะเสียงคุยกันนั้นหายไป ฉันสบายใจได้ไม่นานนัก วันหนึ่งขณะที่ฉันกับสามีกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระชั้นบน ก็ได้ยินเสียงผู้ชายพูดเสียงดังก้องขึ้นมาในห้องว่า “ร้อน ๆ ๆ” ฉันสะดุ้งตกใจหันไปมองสามีก็พบว่าเขายังนั่งสวดมนต์อยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงนั้นเลย ฉันนึกถึงยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งติดไว้รอบบ้าน จึงพนมมือขึ้นและพูดว่า “หากยันต์นี้ส่งผลกระทบต่อคุณเช่นไร ขอให้มาบอกในฝันด้วยแล้วกัน” ไม่น่าเชื่อว่าตกดึกคืนนั้นฉันฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินปึงปังแบบโกรธ ๆ เข้ามาถามว่า […]

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงานคนเร่ร่อน

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงาน คนเร่ร่อน ชีวิตของ ดรูว์ กู๊ดเดลล์ (Drew Goodall) ทุกวันนี้ร่ำรวยสุขสบายด้วยรายได้ปีละ 250,000 ปอนด์ จากความสำเร็จของบริษัท Sunshine Shoeshine ที่เขาก่อตั้งเองมากับมือ และบริษัทนี้รับพนักงานเป็นคนเร่ร่อนและบุคคลพิเศษทั้งหมด ถึงแม้ว่า ณ วันนี้ดูเหมือนดรูว์มีชีวิตน่าอิจฉา แต่เขาไม่เคยลืมวันเวลาที่เคยตกอับ ชีวิตดำดิ่งถึงจุดต่ำสุด คนเร่ร่อน ย้อนอดีตไปตอนที่เขาอายุ 20 กว่า ๆ ดรูว์กำลังไต่เต้าอยู่ในวงการบันเทิง เขาดูจะมีแววไปได้ดีกับอาชีพนักแสดง เพราะได้เล่นหนังดังที่มีรายได้ถล่มทลายอย่าง Snatch และ About a Boy ได้มีโอกาสร่วมงานกับดาราระดับเอ-ลิสต์อย่าง แบรด พิตต์ และ ฮิวห์ แกรนท์ ดรูว์ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงมืออาชีพให้จงได้ เขาทุ่มเทอย่างหนัก แต่แล้วกลับได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบที่รุนแรงมาก ถึงขั้นทำลายความมั่นใจและทำลายอาชีพการแสดงของเขาจนแทบไม่มีงานเข้ามาเลย ดรูว์จึงรู้สึกว่าเขาไม่มีความสุขกับอาชีพนี้อีกต่อไปแล้วจึงหยุดไม่คิดจะกลับไปแสดงอีก พอไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ครั้นจะให้ดรูว์บากหน้ากลับไปหาพ่อกับแม่ บอกว่าไม่สามารถทำตามความฝันได้ เขาก็ทำไม่ลง ไป ๆ มา ๆ ดรูว์ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจึงถูกไล่ออกจากบ้าน […]

ทุกการฆ่าล้วนเป็นบาป บทความธรรมะดี ๆ โดย ท่านว.วชิรเมธี

การทำเมตตาฆาตเป็นบุญหรือบาป เพราะในการเป็นสัตวแพทย์มีการทำ เมตตาฆาต คือ การทำให้สัตว์ตายโดยสงบอย่างไม่ทรมาน เนื่องจากสัตว์ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หาย อาการหนัก ระบาดติดสู่คนและสัตว์อื่นได้ เช่น การฆ่า ไก่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดนก การฆ่า วัวเพื่อป้องกันโรควัวบ้า ซึ่งการฆ่าสัตว์เลี้ยงที่ป่วยหนักและไม่มีเจ้าของดูแลนั้นในต่างประเทศถือว่าเป็นเรื่องปกติ การค้าขายสัตว์เพื่อบริโภค เพื่อเลี้ยงดู เพื่อใช้แรงงาน เหล่านี้เป็นอาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้หรือไม่ เพราะเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งกล่าวว่า อาชีพที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามค้าขายสิ่งมีชีวิตนั้นหมายถึงมนุษย์เท่านั้น การฆ่าด้วยเมตตา เรียกว่า “การุณยฆาต” (Mercy Killing) หรือจะเรียกว่าเมตตาฆาตก็ไม่ผิด ทั้งสองคำนี้แปลว่า “การฆ่าด้วยเมตตา” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ตามลำดับ แต่ถ้าจะให้เลือกเอาสักคำหนึ่งก็ควรเป็น “การุณยฆาต” หรือ “การฆ่าด้วยความกรุณา” ในวงการแพทย์หรือวงการชีวจริยธรรม ซึ่งมักตั้งคำถามต่อเรื่องทำนองนี้ก็ใช้คำว่า “การุณยฆาต” มากกว่าเมตตาฆาต เพราะเมตตาเป็นเพียงคุณภาพของจิตที่ปรารถนาจะให้สรรพสัตว์เป็นสุข หรือเป็นการวางจิตให้มีความเป็นมิตรต่อสรรพสัตว์ทั้งโลกในยามปกติ ส่วนกรุณานั้นหมายเอาคุณภาพของจิตที่มุ่งเน้นการ“ช่วยเหลือ” ให้สรรพสัตว์พ้นจากทุกข์ในยามถูกความทุกข์ครอบงำเป็นสำคัญ การฆ่าด้วยความกรุณานั้นมุ่งเน้นการช่วยให้พ้นทุกข์ ดังนั้นการุณยฆาตจึงน่าจะเหมาะสมกว่าเมตตาฆาต แต่เมื่อเราพูดถึงการุณยฆาต ก็หมายรวมถึงเมตตาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะทั้งเมตตาและกรุณาเป็นคุณภาพจิตด้านบวกด้วยกันทั้งคู่ มีอยู่ในจิตของใครคนคนนั้นก็เป็นคนดีที่น่าคบทั้งนั้น ในคัมภีร์พระไตรปิฎกมีเรื่องเล่าว่า คราวหนึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องความเป็นปฏิกูลของร่างกาย ภิกษุกลุ่มหนึ่งฟังเทศนาเรื่องนี้แล้วเกิดเบื่อหน่ายในชีวิตและร่างกาย จึงจ้างให้เพชฌฆาตสมัครเล่นคนหนึ่งมาปลงชีวิตของตัวเอง ปรากฏว่าคราวนั้นมีภิกษุเต็มใจฆ่าตัวตายจำนวนมาก ความทราบถึงพระพุทธเจ้า […]

ความสุขที่ไม่เคยหายไป – ประสบการณ์ชวนให้มองความสุขใกล้ตัวที่ไม่ต้องซื้อหา

ผมมีแรงบันดาลใจอยากเป็นอาสาสมัครมาตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปทำจริง ๆ ก็ส่งผลให้ผมได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นกว่าสังคมของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเพียงสังคมเดียว ความสุขที่ไม่เคยหายไป แต่ยังมีอีกหลายสังคมที่ผมยังไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ กลายเป็นความอยากรู้อยากเห็น รวมทั้งอยากเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ได้สัมผัสชีวิตคน ทำให้รู้ว่าทุกที่ย่อมมีปัญหา หากแต่ปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความจริงใจ ผ่านมาหลายปีจนถึงวันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมยังยึดมั่นอยู่เสมอก็คือการแบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้การเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม ในขณะที่ยังคงทำงานในสายอาชีพที่อยู่ในวงโคจรธุรกิจแบบสุดโต่ง เพื่อบอกกับตัวเองว่าเงินไม่ใช่ความสุขทั้งหมด หากความสุขจากการให้นั้นต่างหากที่จีรัง การได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง ช่วยกล่อมเกลาจิตใจได้บางส่วน แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ก็สร้างความรู้สึกดี ๆ กลับคืนมา ทำให้เรามองโลกเชิงบวก ไม่ได้มีมุมมองที่หวังแต่จะเอาประโยชน์อย่างเดียว และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ผมอยากเป็นคนเล็ก ๆ ที่จุดประกายให้คนอื่น ๆ ได้เห็นว่า ความดี ความรัก ความจริงใจต่างหากที่สังคมเราต้องการไม่ใช่เงิน ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสอีกเสี้ยวหนึ่งของชีวิตเล็ก ๆ ในมุมที่น้อยคนนักจะได้เจอ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการเข้าไปสัมผัสชีวิตของผู้ป่วยเรื้อรังระยะสุดท้าย ถ้าไม่ใช่ญาติหรือเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยเรื้อรังระยะสุดท้ายที่เป็นเหล่าเด็กน้อยซึ่งชีวิตยังเปี่ยมไปด้วยความฝัน ที่นั่น…ตึก สก 16 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ผมได้รู้จักน้อง ๆ ที่น่ารักกลุ่มหนึ่งในโครงการดูแลผู้ป่วยเด็กเรื้อรังระยะสุดท้าย น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็เหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไปที่ยังคงคุยสนุก หัวเราะเสียงดัง ชอบวาดภาพ […]

“สงครามโลกพรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น

“สงครามโลก พรากเราจากกัน” 75 ปีต่อมาคู่รักได้กลับมาพบกันอีกครั้งอย่างหวานชื่น คุณยายชาวฝรั่งเศสได้กลับมาพบกับคนรักชาวอเมริกันที่ไม่ได้เจอเจอะมานานถึง 75 ปี ตั้งแต่เมื่อครั้งตกหลุมรักกันในช่วง สงครามโลก ครั้งที่ 2 นายทหารหนุ่มชาวอเมริกัน เค.ที. ร็อบบินส์ (K.T. Robbins) และสาวฝรั่งเศสแสนสวย จีนนายน์ กานาเย (Jeannine Ganaye) ตกหลุมรักกันตอนที่ร็อบบินส์ไปประจำการในฝรั่งเศสเมื่อ 75 ปีที่แล้ว แต่ความรักของทั้งคู่นั้นช่างแสนสั้น ร็อบบินส์อายุ 24 ปี จีนนายน์อายุ 18 ปี เขารับราชการให้กับกองทัพสหรัฐฯ และถูกส่งไปประจำการที่หมู่บ้านของเธอซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ทั้งสองปลูกต้นรักกันอย่างหวานชื่นตามประสาหนุ่มสาวท่ามกลางบรรยากาศสงครามอันร้อนระอุ แต่แล้วความรักก็ต้องสะดุดเมื่อร็อบบินส์ถูกส่งไปอยู่แนวหน้าทางฝั่งตะวันออก เขาจึงมีเวลาบอกลาสาวคนรักอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้งสองคุยกันเรื่องที่เขาจะกลับมาหาเธอ และเขาถ่ายรูปเธอไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้พบหน้ากันอีกเลย ร็อบบินส์ถูกส่งกลับอเมริกาทันทีหลังสงครามสงบ เขาแต่งงานมีครอบครัวและเปิดร้านขายฮาร์ดแวร์ ส่วนจีนนายน์ก็เดินหน้าต่อไปเช่นกัน เธอแต่งงานและมีลูก 5 คนอยู่ในฝรั่งเศส จริง ๆ แล้วในช่วงที่สงครามยังไม่สงบ ทั้งคู่ยังมีความคิดที่จะกลับมาเจอกันอีก จีนนายน์ถึงขนาดเริ่มเรียนภาษาอังกฤษเพราะหวังว่าร็อบบินส์จะกลับมาในวันใดวันหนึ่ง แต่เมื่อเส้นทางชีวิตแยกไปคนละทาง ความหวังทุกอย่างจึงจบลง แล้วยิ่งต่างฝ่ายต่างแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ก็ยิ่งยากที่จะกลับมาเจอกันอีก […]

อุดมการณ์กับความจริงเป็นสิ่งสวนทาง…จริงหรือ?

“อุดมการณ์ กับความจริงเป็นสิ่งที่สวนทาง” คือคำพูดของใครคนหนึ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจ และเชื่อมั่นอย่างนั้นมาตลอด ตั้งแต่เด็ก ฉันคิดเสมอว่าอาชีพครูอย่างพ่อเป็นอาชีพกิน อุดมการณ์ ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพื่อแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิด ฉันเคยรบเร้าให้พ่อเลิกสอนหนังสือ แล้วรีบ ๆ เออร์ลี่รีไทร์ จะได้ไม่ต้องทำงานตัวเป็นเกลียวให้เสียสุขภาพ เพราะฐานะทางบ้านเราก็พอมีพอกินอยู่แล้ว แต่พ่อไม่เคยคิดจะเลิก พ่อบอกเสมอว่า มันคือหน้าที่ บ่อยครั้งฉันนึกน้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อทำงานหนักเสียจนไม่มีเวลาพาไปเที่ยววันหยุดเหมือนครอบครัวคนอื่น พ่อเอาแต่บอกว่า “เหนื่อยแล้ว อยากนอนพักผ่อนอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน” และตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันมักมองพ่อด้วยความไม่เข้าใจ ฉันนั่งจ้องพ่อขณะพ่อกำลังขับรถพาฉันและแม่กลับบ้านในเวลาเลิกงาน คิ้วพ่อขมวดติดกัน สีหน้าเคร่งเครียด ไม่พูดไม่จา เป็นภาพที่ฉันเห็นจนชินตา คงเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการสอนเด็กนักเรียนมาทั้งวัน ปีนี้พ่อดูแก่ขึ้นมาก ผมของพ่อเริ่มมีสีดอกเลาแซมขึ้นจนเห็นชัดเจน แขนที่ใช้จับชอล์กเขียนกระดานวันนี้ดูเหี่ยวลงถนัดตา สภาพร่างกายพ่อโรยรากว่าที่ฉันเคยสังเกตเห็น ฉันทำลายความเงียบบนรถด้วยการถามพ่อถึงเด็ก ๆ ที่โรงเรียน…รอยย่นที่ชิดติดกันบนหน้าผากพ่อคลายออก พ่อยิ้มตาหยีเล่าเรื่องเด็กให้ฟังด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ… เจ้าตัวแสบ เด็กนักเรียนหลังห้องที่พ่อสู้อุตส่าห์เคี่ยวเข็ญมานมนาน วันนี้สอบติดมหาวิทยาลัยได้ตามที่วาดฝันไว้แล้ว สร้างความปลื้มใจให้ครอบครัวได้ไม่น้อย แม่น้องหิ้วขนมนมเนยมาเต็มมือเพื่อมาขอบคุณพ่อฉันถึงที่โรงเรียน…พ่อบอกกับฉันว่า พ่อไม่เคยต้องการสิ่งตอบแทนอะไรจากเด็ก เพียงแค่ได้ส่งเขาไปให้ถึงฝั่งฝันเท่านั้นก็ถือว่าพ่อได้ทำหน้าที่ของครูอย่างเต็มกำลังแล้ว…พ่อเงียบไปพร้อมทิ้งรอยยิ้มเล็ก ๆ ไว้ที่มุมปาก อารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาของพ่อแบบนี้ทำให้หลายครั้งฉันเองก็อดแปลกใจไม่ได้ จนกระทั่งไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสได้ไปสอนพิเศษที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่ง ไม่ปฏิเสธว่าเหตุผลเดียวที่ไปสอนก็เพียงเพื่อ “เงิน” ฉันไม่เคยหาเงินได้มากเท่านี้มาก่อนในชีวิต เหนื่อยแสนเหนื่อย แต่ยังดีที่ได้ค่าตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ […]

4 วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม โดย พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

4 วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม โดย พระอาจารย์ นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สิ่งที่สะอาดเท่านั้นจึงจะสามารถไปทำให้สิ่งอื่นสะอาดได้  วิธีการอันไม่บริสุทธิ์ในการปฏิบัติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะทำให้สิ่งอื่นบริสุทธิ์ขึ้นได้ ถ้าตัวของตัวเองสกปรกเปรอะเปื้อนอยู่ แล้วจะไปทำให้สิ่งอื่นสะอาดหมดจดได้อย่างไร รังแต่จะเพิ่มความสกปรกเลอะเทอะให้กับสิ่งนั้น ๆ เท่านั้นเอง การปฏิบัติธรรมก็เหมือนกัน วิธีการ กระบวนการ หลักการ และปฏิบัติการในการปฏิบัติต้องขาวสะอาด ฉะนั้นการที่กิเลสเกิดขึ้น แล้วเราไปมีกิเลสกับกิเลส ไปมีอารมณ์กับอารมณ์ ไปมีเรื่องกับเรื่อง คือไปมีอะไรกับอะไร สุดแท้แต่ โดยเฉพาะวิธีการที่จะเข้าไปฆ่ากิเลส ไปดับอารมณ์ ไปทำอะไรให้เป็นอะไร เป็นต้น วิธีการอย่างนี้จัดได้ว่า เป็นวิธีการที่ “ไม่บริสุทธิ์” เรากำลังเล่นสกปรกเสียแล้ว ใช้วิชามารเสียแล้ว ไม่ Fair Play เสียแล้ว นี่คือสาวกของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่บริสุทธิ์หมดจดไปจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย แต่เหตุไฉนเล่า เหล่าบรรดาสาวกสาวิกาทั้งหลายจึงมีสภาพจิตใจเป็นเช่นนี้ หรือเป็นแค่เพียง “มือถือสากปากถือศีล” เท่านั้น เป็นผู้ดีจอมปลอมเท่านั้น เบื้องหน้าดูเหมือนทำดีมีคุณธรรม แต่เบื้องหลังกลับทำไม่ดี เล่นสกปรก (กับกิเลส) และถ้าเราใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ แล้วเราจะเข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์หมดจดได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้หรอกท่าน เริ่มต้นก็ทำบาปทำอกุศลกรรมเสียแล้ว หลักคำสอนในโอวาทปาฏิโมกข์ที่พระศาสดาตรัสไว้ว่า […]

เจ. เค. โรว์ลิ่ง แม่มดใจบุญแห่งเกาะอังกฤษ

ใครจะนึกว่าวรรณกรรมเด็กในศตวรรษที่ 20 อย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะโด่งดังเทียบชั้นวรรณกรรมคลาสสิกได้สำเร็จ แถมตัวผู้เขียนยังกลายเป็นคนที่มั่งคั่งที่สุดบนเกาะอังกฤษไปแล้ว เจ. เค. โรว์ลิ่ง เจ. เค. โรว์ลิ่ง มีชื่อจริงว่า โจแอนน์ โรว์ลิ่ง (Joanne Rowling) แม้พ่อแม่จะเป็นชาวลอนดอนโดยกำเนิด แต่เพราะการที่แม่อุ้มท้อง 5 เดือนเข้าโบสถ์ไม่ใช่สิ่งที่คนยุค 60 ยอมรับได้ พ่อซึ่งเป็นราชนาวีจึงจำใจลาออก และย้ายครอบครัวมาตั้งรกรากในแถบชนบทแทน แม้จุดเริ่มต้นจะไม่สวย ฐานะไม่ร่ำรวย แต่ครอบครัวโรว์ลิ่งก็อบอุ่น พ่อแม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และชอบอ่านนิทานให้ ””โจ”„ และ ””ได”„ ลูกสาวฟัง เจ. เค. ในวัยเด็กมีบุคลิกเคร่งขรึม ชอบยกมือตอบในห้องเรียนไม่ต่างจากตัวละครเฮอร์ไมโอนี่ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ช่างฝันและร่าเริงเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิท เจ. เค. ชอบแต่งนิยายที่มีเพื่อน ๆ เป็นตัวเอก ซึ่งแสดงถึงพรสวรรค์ด้านการเขียนซึ่งเป็นอาชีพในฝันของเธอ ขณะเรียนมหาวิทยาลัย เจ. เค. เลือกเรียนภาษาฝรั่งเศสตามคำแนะนำของพ่อ และตัดสินใจละทิ้งเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่มาชั่วชีวิตหลังจากเรียนจบ เธอพยายามมองหาโลกใบใหม่ของตัวเองที่เมืองแมนเชสเตอร์และลอนดอน แต่แล้วก็พบว่าต้องใช้ชีวิตลุ่ม ๆ […]

“สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล” จิตรกรไร้มือ เขาคือแรงบันดาลใจของทุกคน

สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล จิตรกรไร้มือ เขาคือแรงบันดาลใจของทุกคน สาโรจน์ ตั้งตฤษณกุล ครูสอนศิลปะ และจิตรกรไร้มือ เขาคือไอดอลของผู้พิการ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีร่างกายปกติอีกด้วย เขาคือบทพิสูจน์ว่าความพิการไม่ใช่อุปสรรค ปัจจุบันเขาเป็นศิลปินฝีมือเยี่ยม และสามารถสร้างผลงานมีมูลค่าถึงหลักแสนบาท อ.สาโรจน์พิการมาแต่กำเนิด ตอนเด็ก ๆ อ.สาโรจน์ ไม่ได้ชอบศิลปะเป็นพิเศษ พอเรียนจบ ม.3 ต้องเลือกเส้นทางว่าจะไปสายอาชีพหรือสายสามัญ แต่เนื่องจากร่างกายเป็นตัวบังคับ ทำให้ไม่สามารถเรียนพิมพ์ดีด หรือเรียนช่างเทคนิคพวกนั้นได้ จึงตัดสินใจเรียนศิลปะเพราะคิดว่า สามารถทำได้ดีกว่าทางเลือกอื่น ๆ เนื่องจากปกติต้องใช้สองมือเขียน จึงคิดว่าสำหรับการวาดรูปก็น่าจะใช้สองมือเขียนได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเรียนศิลปะ เมื่อมาเข้าเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะลำปาง อ.สาโรจน์เรียนได้ที่โหล่ เพราะเรียนสู้คนอื่นไม่ได้ แรก ๆ ใช้ปลายแขนเขียนรูป แต่เพราะช่วงแขนสั้นทำให้ใบหน้าและสายตาไปชิดกับกระดาษเกินไป ภาพจึงออกมาไม่ดี เขาจึงหาวิธีเขียนด้วยมือข้างเดียว โดยใช้อุปกรณ์ช่วย คือเอาหนังยางรัดด้ามพู่กันกับเนื้อบริเวณปลายแขน เพราะใช้นิ้วเดียวถือพู่กันไม่ได้ หลังจากนั้นผลการเรียนจากอันดับบ๊วยก็ขึ้นมาติด 1 ใน 10 ของโรงเรียน จนได้เป็นตัวแทนของวิทยาลัยมาแข่งวาดภาพที่ จ.เชียงใหม่ จากนั้นก็เป็นตัวแทนภาคเหนือมาแข่งที่กรุงเทพฯ แต่ก็ยังไม่ได้รางวัล จนกระทั่งขึ้นปี 3 ได้เป็นตัวแทนภาคเหนือมาแข่งอีกครั้ง คราวนี้ได้ที่ […]

วอร์เรน บัฟเฟตต์ อัครมหาเศรษฐีตัวจริง

วอร์เรน บัฟเฟตต์ อัครมหาเศรษฐีตัวจริง เมื่อเอ่ยถึง วอร์เรน บัฟเฟตต์ สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือวิธีการสร้างเนื้อสร้างตัวอันแสนเหลือเชื่อ เพราะเขาสามารถทำนายราคาขึ้นลงในตลาดหุ้นได้อย่างแม่นยำจนได้รับฉายาว่า ““เทพพยากรณ์แห่งโอมาฮา”” นี่ยังไม่รวมถึงวิธีการดำเนินชีวิตที่ธรรมดาและเรียบง่ายจนน่าประทับใจ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) เกิดวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1930 ในครอบครัวชนชั้นกลางในเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา สหรัฐอเมริกา บิดาของเขาทำอาชีพนายหน้าค้าหุ้นและเป็นสมาชิกสภาล่างของสหรัฐอเมริกา ส่วนมารดาเป็นครู ทั้งคู่ร่วมกันปลูกฝังคุณธรรมและความซื่อสัตย์ให้ลูก ๆ ยึดถือเป็นสรณะตลอดชีวิต บัฟเฟตต์กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องของตลาดหุ้นจากบิดา เขาเริ่มซื้อขายหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 11 ขวบ ซึ่งเจ้าตัวบ่นเสียดายว่า“ “ช้าเกินไป!”” เขาต้องกรอกแบบฟอร์มขอคืนภาษีครั้งแรกเมื่ออายุ 13 ปี เพราะมีรายได้จากการส่งหนังสือพิมพ์ เขารวบรวมเงินที่ได้ไปซื้อฟาร์มเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเมื่ออายุเพียง 14 ปี ช่วงวัยหนุ่ม บัฟเฟตต์ตัดสินใจย้ายหน่วยกิตไปเรียนที่โรงเรียนธุรกิจโคลอมเบียเพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของเบนจามิน แกรห์ม เพราะก่อนหน้านั้นเขาได้อ่านตำราของแกรห์มแล้วเกิดความรู้สึกเลื่อมใสจับใจ ภายหลังแกรห์มได้เสนองานตำแหน่งสูงในบริษัทของเขาแก่บัฟเฟตต์ ตลอดสองปีที่ทำงานร่วมกัน บัฟเฟตต์ได้ดูดซับกลยุทธ์และศึกษาวิธีการทำธุรกิจของแกรห์มอย่างละเอียด จนสามารถมองเห็นข้อบกพร่องของแกรห์มได้ บัฟเฟตต์เห็นด้วยที่จะลงทุนในหุ้นที่ราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเท่านั้น แต่ไม่เห็นด้วยที่แกรห์มไม่สนใจองค์ประกอบทางธุรกิจเลย เพราะเขาเชื่อว่า ถ้าหากนำข้อมูลอื่น ๆ […]

keyboard_arrow_up