24 ปีผ่านไป พลังทวิตเตอร์ช่วยอดีตผู้ลี้ภัยกลับมาพบคนที่เคยช่วยเหลือเธออีกครั้ง

ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดมานานถึง 24 ปีแล้ว แต่ เมแวน บาบาการ์ (Mevan Babakar) ไม่เคยลืมชายคนนั้นที่เธอพบในช่วงที่ครอบครัวของเธอกำลังลำบากอย่างแสนสาหัสที่สุด (พลังทวิตเตอร์) ตอนนั้นเมแวนอายุเพียง 5 ขวบ เธอต้องทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง สงครามอ่าวในยุค 90 ทำให้เธอและครอบครัวต้องอพยพออกจากอิรักประเทศบ้านเกิดของเธอ หนูน้อยเมแวนและพ่อแม่ต้องมาอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยใกล้กับเมืองซโวลเลอในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่นั่นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลค่ายอพยพคนหนึ่งมีน้ำใจซื้อจักรยานให้เป็นของขวัญแก่เธอในยามที่ชีวิตกำลังทนทุกข์ ซึ่งเด็กหญิงซาบซึ้งใจมากเพราะมันช่วยให้สภาพจิตใจที่กำลังย่ำแย่ของเธอมีความสุขขึ้น เวลาผ่านมาหลายสิบปี ตอนนี้เด็กหญิงเมแวนเติบโตเป็นหญิงสาวอายุ 29 ปี และเธออยากจะติดต่อกับชายคนนั้นเพื่อขอบคุณในน้ำใจของเขา เมื่อไม่นานมานี้ เมแวนได้ใช้เวลาในช่วงหยุดพักผ่อนจากงานที่เธอทำอยู่ในองค์กรตรวจข่าวจริงแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน มาสืบหาย้อนรอยเส้นทางการอพยพลี้ภัยของครอบครัวของเธอ แน่นอนว่าเธอต้องการหาตัวเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นด้วย แต่เธอไม่รู้จักชื่อของเขา ดังนั้นเธอจึงขอความช่วยเหลือจากชาวทวิตเตอร์ โดยนำภาพถ่ายของชายคนนั้นซึ่งเธอมีอยู่ภาพเดียวมาโพสต์ลงทวิตเตอร์ โดยบอกว่า ชายในรูปมีน้ำใจซื้อรถจักรยานเป็นของขวัญให้เธอ ทำให้หัวใจของเด็กน้อยวัย 5 ขวบเต็มตื้นไปด้วยความปลาบปลื้มใจและมีความสุข เธออยากรู้ว่าเขาชื่ออะไร ชาวทวิตเตอร์ช่วยที อย่างที่รู้กันดีว่า พลังของโลกโซเชียลนั้นมหาศาลนัก ข้อความของเมแวนกลายเป็นไวรัลแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีการแชร์โพสต์ของเธอหลายพันครั้งภายในเวลา 24 ชั่วโมง แม้แต่หนังสือพิมพ์ยังนำเรื่องของเธอไปเขียนเป็นข่าว ในที่สุดก็มีคนส่งข้อความมาว่า ตัวเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ชายในรูปและภรรยาเช่นกัน ในที่สุดเมแวนก็ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ดูแลค่ายผู้อพยพคนนั้นชื่อ แอกเบิร์ต ปัจจุบันอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี และเขาให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ยุค 90 จนถึงปัจจุบัน ข่าวดียิ่งไปกว่านั้นคือเขาอยู่ใกล้พอที่จะพบกับเธอได้ภายในวันนั้นเลย! […]

อะพิโถ่ อะพิถัง กะละมังเอ๊ย! คำสอนคุณป้าห้าแผ่นดิน

ป้าลิ้มเคยเป็นพี่เลี้ยงพี่สาวผมตั้งแต่ผมยังไม่เกิด (คำสอนคุณป้าห้าแผ่นดิน) พอพี่ผมเข้าเรียนจุฬาฯก็รับป้าลิ้มมาอยู่กับครอบครัวผม ตอนนั้นผมอายุ 10 – 11 ขวบ ส่วนป้าลิ้มอายุร่วม 90 แล้วยังแข็งแรงดี ป้าลิ้มพักอยู่ด้านหลังแยกจากตัวเรือนใหญ่ มีหลานสาวโตกว่าผมหน่อย อายุประมาณ 14 – 15 ปี ตอนเช้าหลานไปเรียนหนังสือ บ่าย ๆ กลับมาอยู่กับป้าลิ้มจนกระทั่งเข้านอน ป้าลิ้มเกิดสมัยรัชกาลที่ 5 เอกลักษณ์ประจำตัวคือ ป้าลิ้มจะเกล้าผมทำเป็นผมมวยอยู่ด้านหลังมีปิ่นทำด้วยไม้เสียบเอาไว้ บางทีมองไปมองมาหาปิ่นไม่เจอ แกก็เอาตะเกียบเสียบแก้ขัดไว้ก่อน ส่วนเสื้อผ้าอาภรณ์ แกใส่เสื้อคอกลมแขนกระบอกสีขาว นุ่งผ้าโจงกระเบนสีน้ำตาลแดง เรียกว่าแฟชั่นแต่ละปีจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กระโปรงจะสั้นจะยาว หรือปีนี้สีสด ปีหน้าสีเข้ม ไม่มีผลกระทบเสื้อผ้าของป้าลิ้มเลย เพราะแกมีชุดประจำตัวอยู่ชั่วนาตาปี เมื่อป้าลิ้มแก่ตัวกระดูกหลังแกโค้ง เวลาเดินหลังโกงต้องมีไม้เท้าช่วยค้ำยัน แต่แกก็เดินขึ้นลงบันได 2 – 3 ขั้นไปห้องแกได้ไม่ยาก การที่ป้าลิ้มอายุยืนถึง 5 แผ่นดิน ถ้าเอาหลัก 5 อ. สมัยนี้ไปจับก็คงผ่านได้สบายมาก หลักที่ว่าคือ อาหาร ป้าลิ้มทานมังสวิรัติ มีเต้าหู้ […]

เวลาคนพูดว่าทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่สำเร็จเพราะมารมาผจญนั้น มารคืออะไร

เมื่อ มาร มาผจญ โดย ดร.สนอง วรอุไร ถาม: เวลาคนพูดว่าทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไม่สำเร็จเพราะมารมาผจญนั้น มาร คืออะไร ไขปัญหาโดย ดร.สนอง วรอุไร ตอบ: มารหมายถึง ตัวการที่คอยขัดขวางไม่ให้เราเข้าถึงความดี มารมีอยู่ห้าตัวด้วยกัน ได้แก่ 1. กิเลสมาร คือ กิเลสของเราเองเป็นมาร เพราะกิเลสเป็นตัวกำจัดหรือขัดขวางความดี เมื่อกิเลสเกิดขึ้นเมื่อใด เราจึงต้องสู้รบกับกิเลส หากสู้รบไม่สำเร็จ จิตก็จะตกเป็นทาสของกิเลส จะทำความดีไม่สำเร็จ 2. ขันธมาร คือ ขันธ์ห้าที่ประกอบขึ้นเป็นจิตใจและร่างกายของเรา จัดว่าเป็นมาร เพราะมีปกติที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ไม่คงทนถาวร และเป็นภาระให้เราต้องดูแล ทำให้เราไม่สามารถทำหน้าที่หรือทำความดีได้อย่างเต็มที่ เช่น เมื่อนั่งสมาธิแล้วปวดเมื่อย หรือเกิดเจ็บป่วยขึ้นระหว่างที่ฝึกปฏิบัติ อย่างนี้จัดว่าเป็นขันธมาร 3. อภิสังขารมาร คือ การมีจิตคิดปรุงแต่ง ทำให้ไม่หลุดพ้นไปจากทุกข์ เช่น เมื่อนั่งสมาธิแล้วจิตคิดฟุ้งซ่านถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ อย่างนี้จัดว่าเป็นอภิสังขารมาร 4. เทวปุตตมาร คือ เทวดาระดับชั้นปรนิมมิตวสวัตดีเป็นมาร เขาบำเพ็ญบารมีด้วยการปฏิบัติหน้าที่ขัดขวางและทดสอบมนุษย์ก่อนจะหลุดออกจากแดนกาม ด้วยการชักนำให้ห่วงหาอยู่แต่สิ่งที่เป็นกามสุข […]

ใช้ทุกข์ดับทุกข์ สัมผัสนิพพานสุข…ที่นี่และเดี๋ยวนี้ โดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ใจของเรานั้นมีหน้าที่ดำริไปเรื่อย ๆ ดำริไปดำริมาไม่รู้จักหยุดนิ่ง ในที่สุดไม่ว่าดำริไปเจอเรื่องที่สบายใจหรือไม่สบายใจ ก็ย่อมก่อให้เกิดทุกข์ได้ทั้งนั้น (ใช้ทุกข์ดับทุกข์) เช่น ดำริไปเจอเรื่องสบายใจ มีความสุข ตัณหาก็ปรุงแต่งว่าอยากพบเจอเรื่องนั้นบ่อย ๆ อยากให้เรื่องนั้นหรือสิ่งนั้นคงอยู่ตลอดไป คนที่คิดอย่างนี้ สุดท้ายก็เป็นทุกข์ เมื่อใจดำริไปเจอเรื่องไม่สบายใจ ตัณหาก็ปรุงแต่งว่าไม่อยากเจอเรื่องนี้เลย ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเราเลย…ก็เป็นทุกข์อีกเช่นกัน วิธีดับทุกข์เพื่อสัมผัสภาวะนิพพาน…ที่นี่…เดี๋ยวนี้ มีอยู่ 2 วิธีง่าย ๆ ดังนี้ 1. รู้ทันกาย ใช้กายดับทุกข์ วิธีนี้คือให้ใจเกาะกายไว้เป็นที่พึ่ง กายเป็นเกราะกำบังทุกข์ ไม่ว่ากายจะทำหรือไม่ทำอะไรก็เอาใจตามกายไป เกาะติดอาการนั้นไปตลอด ยกตัวอย่างเช่น – ถ้ากายยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ใจก็เกาะอยู่ที่การยกนั้น – ถ้ากายวางแก้วน้ำลง ใจก็เกาะอยู่ที่การวางนั้น – ถ้ากายนั่งอยู่ ใจก็รู้ว่านั่ง – ถ้ากายยืนอยู่ ใจก็เกาะอยู่ที่อาการยืน – ถ้ากายเดินอยู่ ใจก็เกาะอยู่ที่อาการก้าวเดิน – ถ้ากายนอนอยู่ ใจก็เกาะอยู่ที่อาการเอนตัวนอนนั้น – ถ้ากายหายใจอยู่ ใจก็เกาะอยู่ที่ลมหายใจเข้า – ลมหายใจออก พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ […]

ทนให้คนล้อว่าเป็นเด็กผู้หญิงอยู่สองปีครึ่ง เพื่อเลี้ยงผมยาวไว้บริจาคให้ผู้ป่วยมะเร็ง

หากมีใครขอให้ ดีอีนนา โธมัส (Deeanna Thomas) พูดถึงหนูน้อยคริสเตียน แมคฟิลามี (Christian McPhilamy) ลูกชายของเธอ เธอก็คงจะใช้คำว่า มีน้ำใจ ใจอ่อนขี้สงสาร และ มีความมุ่งมั่นแรงกล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเรื่องของการช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือคำจำกัดความของเด็กชายจากเมืองเมลเบิร์น รัฐฟลอริดา ซึ่งเขาอายุเพียง 6 ขวบเท่านั้นตอนที่ริเริ่มทำภารกิจช่วยเหลือเด็กอื่น ๆ ย้อนไปในปี 2012 คริสเตียนได้เห็นโฆษณาของโรงพยาบาลเด็ก St. Jude Children’s Research Hospital เป็นเรื่องของเด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งและผมร่วงจนหมดในระหว่างกระบวนการรักษา ซึ่งโฆษณาชิ้นนี้กระทบความรู้สึกของหนูน้อยมาก ภาพเหล่านั้นติดตรึงอยู่ในความทรงจำของคริสเตียน ถึงขนาดที่เขาต้องเข้าไปค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต จนกระทั่งได้พบกับมูลนิธิแห่งหนึ่งที่จัดหาวิกผมให้เด็ก ๆ ที่ต้องทนทุกข์กับผมที่ร่วงเอา ๆ ดีอีนนาอธิบายให้ลูกชายฟังว่า คนทั่วไปสามารถบริจาคเส้นผมของตัวเองให้นำไปทำวิกได้ คริสเตียนจดจำเอาไว้ทันที ต่อมาในเวลาสองปีครึ่งหนูน้อยก็เลี้ยงผมตัวเองจนยาวพอที่จะบริจาคได้ ในระหว่างที่คริสเตียนเลี้ยงผมให้ยาวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ขณะที่ผมสีบลอนด์สวยของเขาค่อย ๆ ยาวลงมาบนแผ่นหลัง เขาก็กลายเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ และบรรดาคุณครูที่โรงเรียนจะสนับสนุนเขาในเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีเพื่อนนักเรียนอีกหลายคนที่เริ่มล้อเลียนเขาว่าเหมือนเด็กผู้หญิง ผู้ใหญ่หลายคนก็เข้าใจผิดนึกว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิงเช่นกัน บางคนก็เสนอตัวจะออกเงินค่าตัดผมให้ คริสเตียนบอกว่าการกระทำเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกแย่เอามาก ๆ […]

“หรือเป็นเพราะ…จิตสุดท้าย”

ตอนที่ลูกสาวบอกว่าจะเอานกแก้วพันธุ์ Forpus มาเลี้ยง ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะน่ารักได้ขนาดนั้น เนื่องจากเขาไม่ใช่นกแก้วแบบที่เราเคยเห็น เพราะตัวเขาเล็กจิ๋วและมีความยาวแค่ประมาณ 4 – 5 นิ้ว สีฟ้าหม่น ๆ แต่ลูกสาวตั้งชื่อให้ว่า “ฟ้าใส”  จิตสุดท้าย เธอบอกว่า นกพันธุ์นี้มีอายุขัยนานถึง 20 – 30 ปี และมีความฉลาดเท่ากับเด็กอายุ 4 ขวบ ถึงแม้ขนาดสมองจะเล็กกว่าเมล็ดถั่วเขียว แต่ฟ้าใสพิเศษกว่าตัวอื่น ๆ ตรงที่เขามีความรักอันยิ่งใหญ่ และสามารถทำให้ทุกคนในบ้านรักเขาได้หมดหัวใจภายในเวลาอันแสนสั้น… ยังจำได้ว่า วันแรกที่ฟ้าใสมาถึง ขนยังขึ้นไม่เต็มเสียด้วยซ้ำ แต่เวลาเรายื่นนิ้วไปหา เขาก็เรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นมายืนโดยไม่ต้องสอนเลย และพอฉันเกาหัวให้ เขาก็ก้มหน้าหมุนคอไปมาอย่างเคลิบเคลิ้ม แถมอ้าปากหาวจนเห็นลิ้นกลม ๆ ฉันเดาว่าเขาคงง่วงจึงลองร้องเพลง “Twinkle, Twinkle, Little Star” เบา ๆ โดยไม่คิดว่า เพลงกล่อมลูกของฉันจะสามารถกล่อมนกได้ด้วย! เพราะหลังจากร้องได้ไม่นาน ฟ้าใสก็ก้มหน้าลงเรื่อย ๆ เหมือนคนสัปหงก ก่อนจะพับคอไปข้างหลังและหลับไปจริง ๆ พอตื่นขึ้นก็เหยียดแข้งขาและกางปีกออกเหมือนคนบิดขี้เกียจ…ฉันว่ามันเป็นกิริยาท่าทางที่น่ารักที่สุด และเริ่มตกหลุมรักฟ้าใสทันที […]

หญิงสาวเลี้ยงขนมคนเร่ร่อนและชวนคุย สุดท้ายกลายเป็นการช่วยชีวิตเขาไว้

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนจำนวนมากมาเป็น คนเร่ร่อน ถูกรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งในรายที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่ เพียงคำพูดที่โหดร้ายไม่กี่คำ ก็อาจทำให้คนเหล่านี้ถึงขั้นคิดสั้นได้ นักศึกษาสาว เคซีย์ ฟิชเชอร์ (Casey Fischer) ได้พบกับชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่มีปัญหาทางสภาพจิตใจ แต่แทนที่เธอจะเมินเฉยไม่ใส่ใจ เธอกลับทำบางอย่างที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่เธอเองก็นึกไม่ถึง วันนั้นเคซีย์กำลังไปที่ร้านดังกิ้นโดนัท เธอพบชายเร่ร่อนคนหนึ่งกำลังร้องเพลงอยู่ริมถนนและเก็บเศษเหรียญขึ้นมาจากพื้น จากนั้นเขาก็เดินไปที่ร้านดังกิ้น เคซีย์ยืนต่อคิวจากเขา ระหว่างที่เขานับเศษเหรียญเพื่อซื้อโดนัท เธอก็เริ่มทำตัวน่ารำคาญด้วยการพยายามพูดคุยกับเขาไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงทีท่าว่าไม่อยากคุยด้วยเลย เมื่อเธอเห็นเขานับเหรียญจนครบ 1 ดอลลาร์แล้ว เธอจึงซื้อกาแฟและเบเกิลอีกหนึ่งชิ้นให้เขา และชวนเขามานั่งกับเธอ ยาเสพติดคือหายนะ เมื่อทั้งสองนั่งคุยกัน ทำให้เคซีย์ได้รู้เรื่องของผู้ชายคนนี้มากมาย เขาชื่อคริส เขาเล่าให้ฟังว่าเขาถูกผู้คนกระทำต่าง ๆ นานาอย่างไรบ้างเพียงเพราะว่าเขาเป็น คนเร่ร่อน ยาเสพติดทำลายชีวิตของเขาพังพินาศอย่างไร มันทำให้เขาเกลียดตัวเองและเขาไม่คุ้นเลยเวลาที่มีคนมาทำดีกับเขา เคซีย์ยังได้รู้อีกว่า คริสไม่รู้ว่าพ่อตัวเองคือใคร และถึงแม้แม่ของเขาจะเสียชีวิตไปแล้วเพราะโรคมะเร็ง แต่เขาก็ยังต้องการเป็นลูกที่แม่ภูมิใจ เคซีย์นั่งคุยกับคริสเกือบหนึ่งชั่วโมง และตั้งท่าจะอยู่คุยต่ออีกแต่นึกขึ้นได้ว่าเธอต้องไปเรียนอีกคลาสหนึ่งและกำลังจะไปเข้าเรียนสายแล้ว เรื่องราวชีวิตของคริสกระทบใจของเคซีย์ จนเธอต้องนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของเธอ โดยบอกว่า คริสเป็นหนึ่งในคนที่จริงใจและซื่อตรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมาในชีวิต เศษกระดาษยับยู่ยี่แผ่นนั้น เมื่อเคซีย์บอกคริสว่าเธอต้องไปเรียนแล้ว เขาขอร้องให้เธออยู่ต่ออีกนิดเพราะเขาจะเขียนโน้ตบางอย่างให้เธอ คริสขอโทษที่ลายมือของเขาขยุกขยุยมาก แล้วรีบยัดเศษกระดาษยู่ยี่แผ่นนั้นใส่มือเธอ เขายิ้มและรีบออกจากร้านไป เหมือนเป็นนัยบอกให้รู้ว่า เขาต้องการให้เธอรอเขาออกไปก่อนแล้วค่อยเปิดอ่าน […]

เยียวยาหัวใจ เมื่อเขามีใครอีก (หลาย) คน

เมื่อฉันรู้ว่าคนที่ฉันรักที่สุดกำลังทำลายชีวิตคู่ของเราด้วยการนอกใจ ไม่ใช่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว แต่มีสัมพันธ์กับผู้หญิงถึงสองคนในเวลาเดียวกัน และเขาสารภาพว่า การนอกใจเป็นสิ่งที่เขาทำมานานตั้งแต่ปีแรกที่แต่งงานกับฉัน กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ฉันร้องไห้ดัง ๆ อย่างไม่อายใคร เมื่อรู้ว่าสิ่งที่สงสัยเป็นความจริง ความรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้น ๆ เรารักกันมานานมาก แต่งงานกัน มีลูกที่น่ารัก ตัวฉันมีหน้าที่การงานมั่นคง เป็นระดับผู้จัดการในบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่งของเมืองไทย หน้าตาและรูปร่างยังสะสวย มีหลายคนเอ่ยปากชมอยู่บ่อย ๆ หลังจากจับได้ว่าเขานอกใจ ฉันนั่งร้องไห้กับตัวเองทุกวัน ร่างกายผ่ายผอม หัวใจแสนจะบอบช้ำ และมองไม่เห็นทางที่จะกู้หัวใจกลับคืนมาได้เลย แต่เมื่อลูกเข้ามาใกล้ ฉันก็ปาดน้ำตาและฝืนยิ้ม เพราะนี่คือความทุกข์ของฉัน เขาไม่ควรรับรู้ในเรื่องต่าง ๆ ที่ผู้ใหญ่ก่อขึ้น ฉันโกรธเขามากและไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า ความคิดขณะนั้นคือ “ฉันจะหย่า” ผู้หญิงอย่างฉันทำไมต้องทนกับคนที่หักหลัง ฉันยังมีทางไป หาเลี้ยงตัวเองได้ และอยู่กับลูกได้โดยไม่มีเขา แต่ในที่สุด “ลูก” คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของฉันไว้ไม่ให้ตัดสินใจหย่ากับเขา เพราะต้องการให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีผู้หญิงมากมายตั้งแต่สมัยโบราณนานมา แม้แต่ในปัจจุบันที่ต้องอดทนกับความเจ้าชู้ของผู้ชายและกล้ำกลืนน้ำตาด้วยเหตุผลที่เหมือนกับฉัน เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจการกระทำของคนรุ่นคุณย่าคุณยายหรือคุณแม่ว่าเป็นเพราะอะไรจึงต้องทน แต่มาวันนี้ฉันรู้ซึ้งดี เมื่อเทียบความทุกข์โศกของฉันกับความสุขของลูก ฉันยอมทนเพื่อลูก แล้วหัวใจของตัวเองเล่าจะเยียวยาอย่างไร ฉันนั่งลงมองลึกลงในหัวใจตัวเอง ความบกพร่องของเขาคือการเป็นสามีที่ไม่ดี แต่สำหรับความเป็นพ่อนั้น เขาไม่มีสิ่งใดบกพร่อง ดังนั้น คนที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียวคือฉัน […]

คุณแม่ที่ลูกเป็นมะเร็ง ถูกคนต่อว่า ร้อนถึงคนในชุมชนต้องรีบมาช่วยเหลือ

เมื่อคุณมีลูกเล็ก การดูแลซ่อมบำรุงบ้านมักจะล้มเหลวไปไม่ถึงไหนเพราะหาเวลาว่างได้ยากเต็มทน แค่เลี้ยงลูกก็เหนื่อยแทบสลบแล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาดูแลบ้านที่รกรุงรังในช่วงชีวิตที่แสนลำบากนี้ แรนดา แรคแลนด์ (Randa Ragland) เป็นคุณแม่ลูกห้าที่มีเวลาดูแลบ้านน้อยเหลือเกิน แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้รับจดหมายจากเพื่อนบ้านคนหนึ่ง บอกว่าบ้านเธอเป็น “สิ่งที่อุจาดตา” เพราะหญ้าและต้นไม้ในบริเวณบ้านรกรุงรังมาก คุณแม่ลูกห้าผู้แสนเหน็ดเหนื่อยจึงนำเรื่องนี้ไปโพสต์ในเฟซบุ๊กเพจของเธอเพื่ออธิบายว่า เหตุใดบ้านของเธอจึงมีสภาพเช่นนั้น เมื่อบรรดาเพื่อนบ้านใจดีคนอื่น ๆ เห็นเข้า จึงรีบมาช่วยเหลือเธออย่างรวดเร็ว สาเหตุก็คือ เมื่อปลายปีที่แล้วหนูน้อยจาเซ่น วัย 3 ขวบ ลูกคนสุดท้องของแรนดาซึ่งพูดไม่ได้และเป็นออทิสติค ถูกคุณหมอตรวจพบว่าป่วยเป็น โรคมะเร็งของเนื้อเยื่อประสาท (Neuroblastoma) ระยะ 4 นับแต่นั้นมาครอบครัวของแรนดาก็มีชีวิตอยู่กับการพาลูกไปพบหมอตลอดเวลา นอกจากนั้นจาเซ่นยังต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลเพื่อทำเคมีบำบัดและผ่าตัดรวมทั้งกระบวนการรักษาอื่น ๆ อีก ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี จาเซ่นต้องเข้าโรงพยาบาล 20 ครั้ง และผ่าตัดมากกว่า 7 ครั้งทั้งที่เป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ เท่านั้น การที่คุณแม่ผู้กล้าหาญผู้นี้ตัดสินใจแชร์เรื่องราวของเธอ ไม่ใช่เพื่อวิงวอนขอความเห็นใจ แต่เพื่อเตือนให้เพื่อนบ้านตระหนักว่า “คุณไม่รู้หรอกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคนคนหนึ่ง” และเพื่อกระตุ้นให้คนเหล่านั้นมีเมตตาต่อทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนแปลกหน้า แรนดาแนบภาพกระดาษจดหมายแผ่นนั้น ที่บุรุษไปรษณีย์นำมาหย่อนในตู้รับจดหมายหน้าบ้านของเธอในโพสต์ด้วย  ซึ่งมีใจความประมาณว่า บ้านของแรนดาเป็นสิ่งอุจาดตาที่มีผลต่อราคาบ้าน ใครเล่าจะอยากมาซื้อบ้านใกล้กับบ้านของแรนดาถ้าต้องมองอะไรแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน และตบท้ายให้เธอหันมาจัดการบริเวณบ้านให้ดูดีกว่านี้! […]

“มองให้เป็น เห็นด้วยใจ” พลังบวกให้ชีวิตจากผู้อยู่ในโลกมืด

หลังจากมีอาการปวดเอวมาหลายเดือน ก็มีคนแนะนำให้ฉันไปหาหมอนวดตาบอดมือดีคนหนึ่ง ฉันรีบไปทันทีโดยไม่คิดเลยว่า นอกจากจะได้รับความสบายกายแล้ว ยังได้รู้ว่าบางครั้งความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปได้ เพียงแค่เราทำใจให้เป็นเท่านั้น พอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนวดซึ่งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง  ผู้ชายในวัยห้าสิบเศษก็หันมายกมือไหว้ฉัน  พร้อมทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนจะเดินออกมาต้อนรับอย่างคล่องแคล่ว  ถ้าไม่มีคนบอกมาก่อน  ฉันคงไม่รู้ว่าเขาตาบอด  เพราะดวงตาของเขาภายใต้แว่นกันแดดสีอ่อนไม่มีวี่แววของคนตาบอดสักเท่าไร  หลังจากลงมือนวดไปได้พักหนึ่ง  เขาก็พูดคุยกับฉันในเรื่องต่าง ๆ จนฉันได้รู้ว่าเขาเคยเป็นครูมาก่อน  แต่ต้องลาออกเพราะประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการทางสายตาของเขา “ความจริงเหตุการณ์นี้ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับ   หัวผมถูกกระแทกอย่างแรง แล้วคงกระเทือนไปถึงจอประสาทตา  แต่มันไม่ได้มองไม่เห็นทันทีนะครับ  เพิ่งจะมาส่งผลเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตาพร่า ตอนแรกนึกว่าไม่ร้ายแรงอะไร  แต่กลับเป็นมากขึ้น ๆ  จนในที่สุดวันหนึ่งทุกอย่างก็มืดมิดไป  เหมือนจอทีวีที่ดับไปเฉย ๆ”  เขาเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ในขณะที่ฉันทั้งตกใจและเศร้าใจจนไม่กล้าถามอะไร  ได้แต่ฟังเขาเล่าต่อไป “ตอนแรกผมรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย  คิดดูซิครับ  ทุกอย่างที่เคยเห็น  และมีสีสันสวยงาม  จู่ ๆ ก็กลายเป็นมืดสนิท ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน  มีแต่ความมืดมิด ทำอะไร  เดินไปไหนก็ไม่สะดวก  ผิดกับคนที่เขาตาบอดมาแต่กำเนิด  ซึ่งเขาสามารถทำทุกอย่างได้เพราะความเคยชิน  เขาคงไม่เจ็บปวดเท่าคนที่เคยมองเห็นมาค่อนชีวิต ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้งนะครับ เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ใคร  งานก็ทำไม่ได้  ไปไหนก็ลำบาก  […]

นิพพานเทียมง่าย ๆ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

เราสามารถเข้าถึงนิพพานโดยทำใจให้ว่างสบาย ๆ ปลอดจากความคิด แม้จะได้ชั่วครั้งชั่วคราวก็ดีกว่าไม่ได้เลย นอกจากนี้อาจจะหาตัวช่วย เช่น •  ฟังเพลงบรรเลงที่ไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง ปล่อยใจให้ผ่อนคลายเบาสบายไปกับเสียงเพลง โดยไม่ต้องใส่ความคิดเข้าไปปรุงแต่ง ให้ใจของเราดื่มด่ำเป็นสุขไปกับเสียงเพลง •  ชมภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ดูแล้วเย็นตาเย็นใจ ทำให้จิตใจมีความสงบปลอดโปร่งเบาสบาย •  ทำงานอดิเรกที่ทำแล้วผ่อนคลาย ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่านไปทางรัก โลภ โกรธ หลง •  การทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เช่นนี้ ก็เป็นสภาวะของนิพพานเทียมที่ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน   นิพพานเทียมในใจตน 1.  ถ้าอยู่กับตัวเองตามลำพังก็ให้มีสติปัญญารู้กายของเราเป็นหลัก 2.  ถ้ามีสิ่งอื่นที่มากระทบทางประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย แม้ใจเผลอคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ใช้สติปัญญาพิจารณาสิ่งนั้น ๆ ว่า สิ่งใดเป็นคุณ สิ่งใดเป็นโทษ 3.  ละสิ่งที่เป็นโทษเป็นอกุศลเสีย 4.  เจริญในสิ่งที่เป็นบุญกุศล 5.  วางใจอย่าให้กระเพื่อมไหวไปในทางยินดียินร้าย สิ่งนี้พูดง่าย ฟังง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทำยาก จะทำให้ได้ก็ต้องฝึก การฝึกฝนก็คือความเพียร […]

ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น คือสภาวทุกข์ที่เป็นทุกข์ประจำขันธ์ ถึงคนนั้นจะมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติและเพียบพร้อมด้วยกามคุณอยู่ก็ตาม สภาวทุกข์ย่อมแสดงตัวขึ้นที่ขันธ์อยู่เสมอ เช่น รูปขันธ์ที่จิตยังครองร่างอยู่ ย่อมปรากฏ ความทุกข์ ขึ้นที่กายที่ใจ เพราะกายใจเป็นสถานที่รองรับทุกข์ และเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์อีกด้วย ถึงไม่มีใครปรารถนา แต่จำเป็นต้องได้รับ เพราะเป็นธรรมชาติที่มีอยู่กับตัว ถึงจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ ความทุกข์ ดับไป แต่ก็ไม่สำเร็จ เช่น แสวงหากามคุณ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มากลบเอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครในโลกนี้ปิดบังทุกข์ไว้ได้ เพราะทุกข์เป็นสัจธรรมประจำธาตุขันธ์ และเปิดเผยกับตัวเองอยู่ทุกวันคืน จะยืน เดิน นั่ง นอน ในอิริยาบถต่าง ๆ นั้นเป็นเพียงหลบหลีกทุกข์ชั่วคราวเท่านั้น และไม่มีอิริยาบถใดมีความสุขที่แน่นอน เช่น ยืนนานก็เป็นทุกข์ เดินนานก็เป็นทุกข์ นั่งนานก็เป็นทุกข์ นอนนานก็เป็นทุกข์ เราจะหาเอาความสุขจากธาตุขันธ์มาจากที่ไหน ในที่สุดก็คว้าเอารูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มากลบทุกข์ไว้ชั่วคราวเท่านั้น แทนที่จะเป็นผลดี กลับยิ่งเพิ่มความทุกข์ให้เกิดความรุนแรงขึ้น เหมือนการดับไฟ จะหาขี้เลื่อยหาแกลบมากลบไฟเอาไว้ แทนที่ไฟจะดับไป […]

18 แม่ดีเด่นทั่วประเทศ รางวัล “มหิดล – วันแม่” ประจำปี 2562

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานวันแม่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ต่อเนื่องมาทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 34 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง   และร่วมฉลองในโอกาสวันแม่แห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงได้จัดกิจกรรมการคัดเลือก “แม่สู้ชีวิต” “แม่ 100 ปี” และ “แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อเชิดชูบทบาทของแม่ในงานดังกล่าว ซึ่งมีคุณ แม่ดีเด่น 18 ท่านจากทั่วประเทศได้รับรางวัลดังต่อไปนี้ รางวัล “แม่สู้ชีวิต” รางวัลแม่สู้ชีวิตจัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูก ลูกของแม่สู้ชีวิตไม่จําเป็นต้องประสบความสําเร็จในชีวิตด้วยการมีตําแหน่งหน้าที่การงานหรือมีการศึกษาสูง ลูกอาจเป็นเด็กพิการ แต่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความรัก ด้วยจิตใจ และสองมือของแม่ได้โอบอุ้มให้ลูกมีชีวิตต่อไปได้ รางวัลมี 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ และ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ มีผู้ได้รับรางวัล 8 ราย ดังนี้ รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคเหนือ แม่อรุณศรี ถาวร อายุ  45 ปี จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากแม่แยกทางกับสามี แม่ต้องแบกรับภาระหนี้สินต่าง ๆ […]

เคล็ดลับของการปฏิบัติธรรมให้มีชีวิตชีวา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ

เคล็ดลับของการปฏิบัติธรรม ให้มีชีวิตชีวา โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ คำหนึ่งที่น่าสนใจคือคำว่า “ชีวิตชีวา” บางคนมีแต่ชีวิต แต่ไม่มีชีวา หรือบางโรงเรียนเข้าไปเรียนแล้วมีแต่ชีวิต แต่ไม่มีชีวา เด็กไม่มีความสุข ไม่มีความเบิกบานแจ่มใส ไม่มีความพึงพอใจ ต่างจากบางโรงเรียนที่เข้าไปเรียนแล้วมีชีวิตชีวา เด็กร่าเริง เบิกบาน ตื่นตัว ไม่ซึม แล้วก็มีอัจฉริยภาพ มีความฉลาดด้วย หลักสูตรปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน บางหลักสูตรเข้าไปแล้ว โอ้โห! จิตตื่น กายก็ตื่น มีชีวิตชีวา สีหน้าแววตาแจ่มใส เบิกบาน มีความพึงพอใจ มีความสงบร่มเย็น กระฉับกระเฉง แต่บางหลักสูตรเข้าไปแล้วโยคีกลับตาลอย ๆ เหม่อ ๆ ไม่มีแววเลย เคล็ดลับของการปฏิบัติธรรมให้มีชีวิตชีวาอยู่ที่การ “ปฏิบัติให้เหมือนไม่ได้ปฏิบัติ” ถ้าปฏิบัติเหมือนปฏิบัติก็คล้ายกับว่าเรามีคำว่า “ต้อง” จิตของเราจะถูกบีบเข้าไปในกรอบทันที ทำให้อึดอัด นานเข้า ๆ เพียงแค่นึกถึงการปฏิบัติขึ้นมาก็รู้สึกเข็ดขยาด เริ่มทุกข์ เริ่มหนาวสะท้าน แค่นึกว่าจะต้องไปเดินจงกรม นั่งสมาธิ ก็เริ่มรู้สึกถูกบีบคั้นแล้ว แค่ได้ยินคำว่า “ปฏิบัติธรรม” ก็ไม่เอาแล้ว อันที่จริงธรรมะนี้ควรเป็นเรื่องที่แค่นึกถึงก็มีความสุขแล้ว […]

ความรักของแม่ ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกเติบโตเป็นคนดี เท่านั้นก็เป็นความสุขแล้วสำหรับคนที่เป็นแม่ แต่ถ้าลูกเติบโตมากลายเป็นคนไม่ดี ทำความผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แม่จะยังรักลูกอยู่หรือเปล่า ผมเกิดและเติบโตในครอบครัวที่มีแม่เป็นพนักงาน (รายวัน) ของโรงงานแปรรูปอาหารจำพวกกุ้งแช่แข็งแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง แม่เช่าห้องแถวในละแวกนั้นเป็นที่อยู่อาศัย เพราะใกล้ที่ทำงานและค่าเช่าถูก แม่เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ผมเกิด แม่ลำบากมาก ตอนคลอด ผมคลอดยากมาก ใจแม่แทบขาด แต่เพื่อลูก แม่ทนได้เสมอ ตอนแบเบาะก็เลี้ยงยาก ป่วยบ่อย แม่หาเงินได้สองสามพันก็ต้องพาผมไปหาหมออีกแล้ว แต่แม่ยอมอดมื้อกินมื้อเพราะรักลูก เวลาไม่สบาย แม่ต้องคอยดูแลตลอดเพราะผมมีอาการชัก กลางคืนแม่ต้องเช็ดตัวตลอด บางครั้งไม่ได้นอนเลยทั้งคืน แม้ลำบาก แต่เพื่อให้ลูกรอดชีวิตแม่ทนได้เสมอ ซึ่งผมป่วยอย่างนี้จนถึงสามขวบ ต่อมาแม่ส่งผมไปอยู่กับตายาย เพราะแม่ต้องทำงาน แม่ส่งเงินให้ผมทุกเดือนแม้จะมีรายได้น้อย แม่ต้องประหยัดเพื่อให้ผมได้เข้าโรงเรียนเหมือนคนอื่น บางครั้งจะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุด แม่ยังคิดแล้วคิดอีก แต่เพื่อให้ลูกมีวิชาความรู้ แม่ทนได้เสมอ หลังจากจบชั้นมัธยม แม่ให้ผมเรียนต่อสายอาชีพที่วิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นช่วงที่แม่ลำบากมากเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องกู้หนี้ยืมสินคนรู้จัก จนติดหนี้มากมาย แต่แม่ก็บอกว่า “ไม่เป็นไรลูก ตั้งใจเรียนแล้วกัน จะได้มีวิชาความรู้ติดตัว มีงานที่ดีทำและไม่ลำบากเหมือนแม่ เพื่อลูก แม่ทนได้เสมอ” ช่วงนั้นด้วยวัยและตามเพื่อน ผมเกเรบ้าง โดดเรียน กินเหล้า สูบบุหรี่ จนเกือบเรียนไม่จบ […]

ผู้หญิงคนนี้ที่ฉันอยากบอกรัก…คุณบอกรักแม่ของคุณหรือยัง

“สวัสดีจ้ะ แม่จ๋า หนูรักแม่ที่สุดในโลก” วันแรกที่ลืมตาได้มองเห็นโลกใบนี้ ถ้าสามารถพูดเป็นประโยคที่ถ่ายทอดความรู้สึกรักได้ นี่จะเป็นประโยคแรกที่ฉันจะพูดออกมา ฉันอยากบอกให้แม่รู้ในวันแรกที่ได้พบกันเลยว่า “หนูรักแม่จ้ะ”   ผู้หญิงคนนี้ วันนี้ขอพักจากการจับพู่กันสร้างภาพแล้วจุ่มลงไปในแก้วน้ำล้างสี มาจับดินสอเหลาใหม่แหลมเปี๊ยบเขียนบรรยายบอกรักแม่ผ่านศิลปะไทยประดิษฐ์ที่เรียกว่าอักษรนี้สักครั้ง ปกติแล้วฉันไม่เคยมีเวลาว่างเลย ทำงานวาดรูปทั้ง 7 วันเต็ม ทำตัวเหมือนว่ายุ่งตลอดตั้งแต่สมัยเรียน ไม่ค่อยมีเวลาให้แม่สักเท่าไร นอกจากจะเรียนไกลบ้านแล้วสุดสัปดาห์ก็ยังเอาแต่เที่ยวกับเพื่อนจนลืมว่ามีแม่คอยอยู่ อย่างดีก็แค่แวะกลับเข้าบ้านสักพักเดียว แล้วก็กลับไปหอพักเพื่อเริ่มเรียนในสัปดาห์ต่อไป ชีวิตหมุนวนอยู่แบบนี้จนจบการศึกษา พอได้งานทำก็ยังคงมีพฤติกรรมซ้ำซากกับการทำตัวยุ่ง ๆ เหมือนเดิม ไม่เคยสนใจคำบ่นของแม่ถึงอาการเจ็บป่วยตรงโน้นตรงนี้ คิดว่าร่างกายของแม่อาจจะอ่อนกำลังลงไปบ้างตามวัยที่สูงขึ้น และจากการทำงานบ้านโดยไม่ค่อยยอมหยุดพัก (เพราะฉันเองก็ไม่เคยช่วยแบ่งเบาภาระแม่เลยแม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ) แม่ของฉันได้รับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกเดือนตามที่หมอนัด ในขณะที่ฉันผู้เป็นลูกมักจะทำตัวยุ่งอยู่เสมอ ไม่เคยไปเป็นเพื่อนแม่เลย แม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลคนเดียว รอตรวจแบบเหงา ๆ และแต่ละครั้งก็ใช้เวลานานกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาแม่ก็จะมีขนมมาฝากฉันเสมอ เพราะกลัวลูกอยู่บ้านแล้วจะหิว แต่ฉันก็ไม่เคยอยู่รอกินขนมของแม่เลย หาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกครั้ง เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เด็กจนโต ปิดหรือเปิดเทอมจนถึงวัยทำงาน ฉันก็ยังคงมีธุระต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เช้าวันหนึ่งของวันที่ชีวิตอยากหยุดพัก สายตาของฉันสะดุดเข้ากับกล่องเก็บรูปใต้โต๊ะ ซึ่งปกติก็เห็นอยู่ทุกวันว่านี่คือกล่องเก็บรูปเก่าที่ตั้งอยู่อย่างนั้นมานาน ฉันเปิดกล่องออกดูเพราะความอยากรู้ว่าจะมีรูปฉันอยู่บ้างไหม เพราะจำได้ว่าแม่เคยหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปฉันตอนเด็ก ๆ แม่เอารูปนั้นขึ้นมาแนบอกแล้วยิ้มออกมาอย่างสุดซึ้ง […]

บริษัทเบียร์อิตาลีเปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna ส่งคุณย่าไปทำอาหารถึงบ้าน!

บริษัทเบียร์อิตาลีเปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna  ส่งคุณย่าคุณยายไปทำอาหารถึงบ้านคุณ! ต้องเรียกว่าเป็นความแปลกใหม่ในวงการผู้ให้บริการจัดส่งอาหารเลยทีเดียว เมื่อบริษัทเบียร์แห่งหนึ่งเปิดบริการใหม่ ซึ่งเป็นการยกระดับบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ขึ้นไปอีกขั้น Deliver-A-Nonna บริษัทนี้คือ Birra Morretti ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Heineken เบียร์ชื่อดังระดับโลก ได้เปิดบริการใหม่ Deliver-A-Nonna จัดส่งคุณย่าชาวอิตาเลียน ให้ไปปรุงอาหารรสเลิศถึงบ้าน คุณย่าจะเดินทางไปด้วยรถของมอร์เรตติ พรั่งพร้อมไปด้วยวัตถุดิบที่คุณย่าจะใช้ในการปรุงอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ รสชาติดั้งเดิม ทั้งบ้านจะอบอวลไปด้วยความทรงจำในการทำอาหารอิตาเลียนแบบโฮมเมด คุณย่าจะแปลงวัตถุดิบที่สดใหม่ให้เป็นอาหารรสเลิศสามมื้อ และจะเสิร์ฟอาหารแต่ละมื้อให้แขกราวกับเป็นโต๊ะอาหารที่บ้านของคุณย่าเอง สำหรับในรายที่อยากแสดงฝีมือเป็นเชฟ คุณย่าคุณยายที่เปี่ยมล้นด้วยฝีมือการปรุงอาหาร ก็ยินดีที่จะถ่ายทอดเคล็ดลับการปรุงอาหารสูตรดั้งเดิมให้อีกด้วย แถมยังช่วยสอนให้เจ้าของบ้านสามารถปรุงกินเองได้อีกในอนาคต บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “ทำให้คนหันมานั่งกินอาหารร่วมกันที่โต๊ะอาหารเพิ่มขึ้นในปี 2019” ตอนนี้บริการคุณย่าเดลิเวอรี่ให้บริการเฉพาะในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเท่านั้น ไอเดียธุรกิจนี้ได้ประโยชน์หลายอย่าง นอกจากจะได้กินอาหารอิตาเลียนแท้สูตรดั้งเดิมแสนอร่อยแล้ว ยังสร้างความอบอุ่นในบ้าน ราวกับคุณย่าคุณยายของเรามาปรุงอาหารให้กินที่บ้าน จากที่เคยต่างคนต่างกินก็ได้มีโอกาสมานั่งโต๊ะอาหารร่วมกัน แถมคุณย่าคุณยายยังได้มีงานทำ ไม่นั่งเหงาที่บ้านอีกแล้ว   เรียบเรียง  ชนาฉัตร ที่มา  Insider ภาพ  ilgrandeinvito.birramoretti.com Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ คุณยายลุยเก็บขยะชายหาด 52 […]

ความสุขที่สมบูรณ์ดูอย่างไร โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

ความสุขที่สมบูรณ์ ดูอย่างไร ธรรมะโดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้กล่าวถึงความสุขอย่างสูงสุดไว้ดังนี้ ความสุขที่สมบูรณ์ ทีนี้ก็มาถึงลักษณะของความสุขอย่างสูงสุด ความสุขตามหลักพระพุทธศาสนาพูดรวบรัดทีเดียว ก็คือ นิพพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง หรือเป็นความสุขที่สูงสุด ตอนนี้เมื่อพัฒนาความสุขมาจนแตะหรืออ้างอิงพาดพิงถึงความสุขอย่างสูงสุดแล้ว ก็ควรจะรู้ว่าความสุขสูงสุดมีลักษณะอย่างไร เผื่อจะเอาไว้ใช้ตรวจสอบความสุขของเราว่าเข้าในแนวทางที่ถูกต้องไหม มีทางที่จะพัฒนาดีขึ้นไปได้ไหม อย่างน้อยก็จะได้ใช้เป็นแนวในการปรับปรุงความสุขของเราให้มีคุณภาพดีขึ้น มีคุณให้มาก มีโทษให้น้อย แล้วตัวเราเองก็จะปฏิบัติต่อความสุขที่มีอยู่ได้ถูกได้ดีขึ้นด้วย ลักษณะง่าย ๆ ของความสุขอย่างสูงสุด หรือความสุขที่สมบูรณ์ที่พอจะปรากฏออกมาให้พูดถึงได้ ก็คือ 1. เป็นสุขตลอดเวลา ไม่ต้องหา เป็นคุณสมบัติประจำ มีอยู่กับตัว 2. เป็นสุขอิสระ ไม่ต้องพึ่งพา ไม่ขึ้นต่ออะไร ๆ เช่น ไม่อาศัยสิ่งเสพ 3. เป็นสุขล้วน บริสุทธิ์บริบูรณ์ ไม่มีทุกข์แฝงหรือค้างคาเหลืออยู่เลย ข้อแรก ความสุขอย่างสูงสุดนั้นมีอยู่ในตัวตลอดเวลา เพราะเป็นคุณสมบัติของชีวิตไปแล้ว เป็นของประจำตัว เมื่อมีอยู่ข้างในของตัวเอง มีอยู่กับตัวแล้ว ก็ไม่ต้องหา […]

keyboard_arrow_up