ชีวิตสูงส่ง (?) ของราชนิกุลข้างถนน – ม.ล.นรานุกูล ชุมพล

ในโลกที่ผู้คนนับถือกันที่ทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง  เกียรติยศ  ชื่อ “หม่อมหลวงนรานุกูล ชุมพล” อาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าผมมีชีวิตที่มีความสุข   สะดวกสบาย  ราบรื่น   หรือถึงขั้นสูงส่งหรูหรา  แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ผมมีชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลานยิ่งกว่าคนธรรมดาสามัญเสียอีก ผมเป็นลูกของ หม่อมราชวงศ์ประสาท ชุมพล ต้นตระกูลของผมมาจากสายรัชกาล ที่ 4 สมัยหนึ่งคุณพ่อผมต้องขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องพี่น้องต่างมารดาเพื่อเรียกร้อง สิทธิ์ในทรัพย์สิน จนได้สมบัติมาราวห้าสิบกว่าล้านบาท ถ้าเทียบกับค่าเงินสมัยนี้ก็คงเกือบ ๆ หนึ่งพันล้านบาท คุณแม่ผมเป็นภรรยาคนที่สองของคุณพ่อ ท่านมีลูกด้วยกัน 3 คน ผมเป็นลูกคนกลาง คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่ผมกับพี่ชายยังเล็ก ๆ พวกท่านทะเลาะกันแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูพวกผม และคุณพ่อได้สิทธิ์นั้น คุณพ่อนำผมกับพี่ชายไปฝาก​เข้าเรียนที่โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ผมได้เจอหน้าคุณพ่อปีละแค่ไม่กี่ครั้ง ส่วนช่วงปิดเทอม แทนที่จะได้กลับบ้านไปอยู่กับพ่อบ้าง เราพี่น้องต้องไปอยู่ที่บ้านคุณครู ซึ่งคุณพ่อจ่ายเงินให้เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูพวกเราทุกปิดเทอม ผมมีชีวิตวัยเด็กที่ว้าเหว่มาก จนบางทีก็อดคิดตามประสาเด็กไม่ได้ว่า พ่อแม่ไม่รักและไม่ห่วงใยเราเลย แต่ยังโชคดี ที่ผมได้เรียนในโรงเรียนปานะพันธุ์ฯซึ่งเป็นโรงเรียนที่ดีมาก ผมได้รับการอบรมสั่งสอน ทั้งเรื่องจารีตประเพณี การเคารพผู้ใหญ่ การช่วยเหลือตัวเอง การอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก ฯลฯ ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานชีวิตที่สำคัญของผม แต่น่าเสียดายที่ผมได้เรียนที่โรงเรียนนี้ถึงแค่ชั้น […]

ชาร์ลส์ ชัค ฟีนีย์ มหาเศรษฐีแห่งความกรุณา

ครั้งหนึ่งในช่วงของการรณรงค์เพื่อยุติสงครามเวียดนาม หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ เคยตั้งคำถามชวนคิดไว้ว่า “ถ้าคุณมีความกรุณา คุณจะร่ำรวยได้อย่างไร” พร้อมกันนั้น ท่านได้ให้คำตอบไว้ว่า “ความเมตตากรุณาเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งทั้งในพุทธศาสนาและคริสต์ศาสนา คุณจะร่ำรวยได้ต่อเมื่อคุณสามารถทนดูเพื่อนมนุษย์ทุกข์ทรมาน แต่ถ้าคุณทนไม่ได้ คุณก็ต้องแบ่งทรัพย์สินของคุณไปช่วยเขา” แม้ว่าโลกทุกวันนี้ นับวันคนรวยก็ยิ่งรวยมากขึ้นจนยากจะหาตัวอย่างมาสนับสนุนคำพูดของหลวงปู่ได้ แต่ทว่าสิ่งที่ ชาร์ลส์ “ชัค” ฟีนีย์ (Charles “Chuck” Feeney) มหาเศรษฐีใจบุญชาวอเมริกันเป็น และทำมาโดยตลอด ช่างตรงกับคำกล่าวของหลวงปู่อย่างเหลือเกิน ชัคเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน “ดิวตี้ฟรี” ร้านค้าปลอดภาษีชื่อดังที่มีสาขามากมายทั่วโลก นิตยสาร ฟอร์บส์ ประเมินไว้ว่า ชัคสร้างรายได้ให้ตัวเองมาแล้วกว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันเงินในบัญชีส่วนตัวของชัคมีอยู่ราว 2 – 3 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เพราะตลอดมาเงินส่วนใหญ่ของชัคจะถูกโอนไปให้กับมูลนิธิ The Atlantic Philanthropies ที่เขาก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 ชัคบริจาคเงินเป็นจำนวนมหาศาล แต่ทำอย่างเงียบ ๆ และปิดเป็นความลับมานานถึง 15 ปี จนสื่อมวลชนถึงกับขนานนามเขาว่า “เจมส์บอนด์ในโลกแห่งการกุศล” […]

ยักษิณี “กาลี” ผู้บรรลุโสดาปัตติผลได้ด้วยการเลิกจองเวร

ยักษิณี “กาลี” ผู้บรรลุโสดาปัตติผลได้ด้วยการเลิกจองเวร – ที่เมืองสาวัตถี มีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อพ่อของเขาเสียชีวิตแล้ว เขาก็ได้เลี้ยงดูแม่มาโดยลําพัง 1 เขาต้องทํางานทั้งในบ้านและนอกบ้าน แม่ของเขาเห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสาร อยากให้เขามีภรรยา จะได้แบ่งเบาภาระในบ้านไปเสียบ้าง แต่เขาไม่ต้องการ ทั้งยังห้ามแม่หลายครั้งหลายหน แต่แม่ก็ยังคงพยายามหาหญิงสาวมาให้อยู่เรื่อย เขาจึงบอกว่า ถ้าแม่จะไปสู่ขอจริงๆ ก็ขอให้ไปขอจากบ้านสกุลที่เขาชอบ 2 ในที่สุดแม่ก็สู่ขอผู้หญิงที่ลูกชอบมาให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่าหญิงนั้นเป็นหมัน แม่เกรงว่าตระกูลจะขาดผู้สืบทอด จึงรบเร้าให้เขามีภรรยาน้อยอีกคนหนึ่ง 3 หญิงสะใภ้ได้ยินแม่สามีรบเร้าสามีบ่อยๆ ก็คิดว่าเขาคงทนรบเร้าอยู่ได้ไม่นาน หากได้สะใภ้ใหม่มาแล้วมีลูก ตนเองก็จะลดฐานะลงไปเป็นคนรับใช้ อย่ากระนั้นเลย เราหาให้เองดีกว่า หญิงคนนั้นจะได้อยู่ในอํานาจของเรา คิดแล้ว นางจึงไปนําหญิงที่คุ้นเคยกันผู้หนึ่งมา 4 ตอนแรกๆ ก็ดี แต่พอนานเข้า นางก็มีใจริษยากลัวว่าตนจะตกต่ําอีก จึงบอกภรรยาน้อยว่า ถ้าตั้งครรภ์ขอให้บอกแต่เนิ่นๆ 5 ภรรยาน้อยพาซื่อ พอตั้งครรภ์ก็บอกนาง นางจึงแอบใส่ยาในอาหาร เป็นผลให้ภรรยาน้อยแท้งลูกไปถึงสองครั้ง 6 ครั้งที่ 3 ภรรยาน้อยไปปรึกษากับเพื่อนๆ เพื่อนได้เตือนให้ระวังตัวจากภรรยาหลวง คราวนี้ภรรยาน้อยจึงเงียบอยู่ ไม่ได้บอกให้นางรู้จนกระทั่งครรภ์แก่ แต่ปรากฏว่าเด็กขวางตอนคลอด ทําให้ภรรยาน้อยถึงแก่ความตาย […]

ทำกรรมฐานให้ได้ โสดาบัน บทความธรรมะโดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท

ทำกรรมฐานให้ได้ โสดาบัน – กายของเรานี้จริง ๆ แล้วก็เป็นแค่ธาตุอาศัย เป็นแค่กายอาศัยชั่วคราว กายที่อาศัยนี้มันก็ไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์และไม่ใช่ตัวตน สุดท้ายก็ดับสลายไปในที่สุด กายของเรานี้ประกอบไปด้วยธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ประชุมกันอยู่ 4 ธาตุ ธาตุดิน คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้น้อย ไส้ใหญ่ อาหารใหม่ อาหารเก่า เยื่อในสมอง ประชุมกันอยู่ในร่างกาย ธาตุน้ำ คือ น้ำเสลด น้ำลาย น้ำดี น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำเหงื่อ น้ำอะไรต่าง ๆ หรือว่าลักษณะที่ชุ่มฉ่ำอยู่ในร่างกายเราทั้งปวง เรียกว่าธาตุน้ำทั้งหมดเลย ธาตุลม คือ ลมหายใจที่เข้าออกไป […]

True Story : จุดจบของ ผู้หญิงหลายใจ ผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ชายหลายคน

สมัยสาว ๆ ฉันเป็นชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม แต่ไม่ได้ใส่ใจนำมาเตือนสติตัวเองมากนัก เพราะมัวหลงติดสนุกสนานเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิต มาย้อนคิดได้ก็ตอนที่อายุมากขึ้น และเชื่อว่าชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คือผลกรรมที่ตัวเองเคยก่อไว้ทั้งสิ้น เมื่อมองดูคนในครอบครัวก็ไม่มีใครมีปัญหาเรื่องการเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไม่ว่าพ่อ แม่ น้องชาย และน้องสาว แต่ไม่รู้ทำไมฉันจึงมีปัญหากับเรื่องนี้อยู่คนเดียว ตั้งแต่มีแฟนคนแรกคือ แซม ตอนเรียนปริญญาตรี ฉันก็มีจิตใจซุกซน ไม่ถึงกับคอยสอดส่ายสายตาไปมองคนอื่น แต่ถ้าใครแหย่เข้ามาก็พร้อมเล่นด้วย ช่วงเรียนมหาวิทยาลัยฉันจึงแอบมีกิ๊กเป็นระยะ โดยที่แฟนไม่ระแคะระคาย เพราะเขาก็เรียนหนักและทำกิจกรรมเยอะ ดีกรีความไม่ซื่อสัตย์ของฉันเริ่มแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นเมื่อเรียนจบและมีงานทำ เนื่องจากฉันทำงานที่ต้องติดต่อพบปะผู้คนในสังคมที่ดี จึงมีโอกาสได้พบผู้ชายมากหน้าหลายตา และฉันเป็นคนติดพ่อจึงให้ความสนใจผู้ชายที่มีอายุมากเป็นพิเศษ แล้ววันหนึ่งฉันก็พบกับผู้ชายอายุคราวพ่อสองคนในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งสองคนนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตของฉันในเวลาต่อมา คนแรกคือ ชัย คนที่สองคือ แทน ซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ทั้งคู่มีหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่รู้จักในแวดวงสังคมพอสมควร ด้วยความที่เป็นเด็กสาวเพิ่งพ้นจากรั้วมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน ฉันรู้สึกตื่นเต้นลำพองใจที่มีผู้ชายอายุมาก มีฐานะ มีความมั่นคงในชีวิต แถมยังมีชื่อเสียงมาตามจีบ แต่ฉันก็ทำตัวสองใจ เลือกไม่ถูก เลยตอบรับไปทั้งสองคน โดยยังคบกับแฟนคนแรกอยู่เหมือนเดิม ชีวิตของฉันจึงวุ่นวายและรบกวนการทำงาน เพราะต้องวิ่งรอกสับรางไปมาระหว่างผู้ชายสามคน จะเบาหน่อยก็ตอนช่วงที่แทนกลับไปสหรัฐอเมริกา เพราะเขามาเมืองไทยปีละสองครั้ง ถ้าถามว่าฉันทำได้อย่างไร ก็คงต้องยกความดีให้สมัยนั้นที่เป็นช่วงปลายยุคเพจเจอร์ และกำลังเริ่มมีโทรศัพท์มือถือ โลกโซเชียลก็ยังไม่บูมเหมือนสมัยนี้ ฉันจึงรอดพ้นจากการถูกตามเช็กตามส่องผ่านช่องทางต่าง ๆ ความไม่ซื่อสัตย์ย่อมมาพร้อมคำโกหก […]

มัฏฐกุณฑลี ผู้ไปเกิดเป็นเทวดา เพราะมีจิตเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

มัฏฐกุณฑลี  คือชื่อของเด็กหนุ่มชาวเมืองสาวัตถี พ่อแม่ของเขาเป็นพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง แต่มีความตระหนี่ถี่เหนียวมาก จนได้รับฉายาว่า “อทินนปุพพกะ” แปลว่า “ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร” 1 แต่ถึงกระนั้น พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็ยังมีแก่ใจเอาทองมาตีแผ่ทําเป็นตุ้มหูเกลี้ยงๆ ให้ลูกชายได้สวมใส่ ด้วยเหตุนี้คนทั้งหลายจึงเรียกเด็กคนนี้ว่า “มัฏฐกุณฑลี” แปลว่า “มีตุ้มหูเกลี้ยง” อย่างไรก็ดี ตุ้มหูที่พราหมณ์ให้ลูกใส่นั้นเขาก็ยังอุตส่าห์ทําเอง เพราะไม่อยากเสียค่าจ้างให้ช่างทําทอง 2 เมื่ออายุ 16 ปี มัฏฐกุณฑลีป่วยหนัก แม่เห็นลูกป่วยก็สงสาร จึงขอร้องให้พ่อพาลูกไปหาหมอ แต่พ่อเกรงจะเสียเงิน เลยถามหมอว่า คนป่วยอาการอย่างนี้ต้องกินยาอะไร แล้วพ่อก็ไปหารากไม้ ใบไม้มาต้มให้ลูกกินตามที่หมอบอก 3 แต่ก็ไม่เป็นผล ลูกอาการทรุดลงเรื่อยๆ จนเมื่อไปหาหมอ หมอไม่รับรักษา พ่อคิดว่าลูกคงตายแน่แล้วคราวนี้ ซ้ํายังกลัวว่าถ้ามีใครมาเยี่ยมจะเห็นทรัพย์สมบัติ เลยหามลูกชายออกมานอนที่ระเบียงนอกห้อง 4 เช้าวันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด ทรงทอดพระเนตรเห็นมัฏฐกุณฑลีนอนตะแคงหันหน้าเข้าฝาบ้านอยู่ไม่ทันเห็นพระองค์ จึงทรงเปล่งพระรัศมีไปวาบหนึ่ง ชายหนุ่มคิดว่า “แสงอะไรกันนะ” แล้วหันหน้าออกมามองก็ได้เห็นพระพุทธเจ้า จึงคิดว่า 5 “เพราะพ่อเราเป็นอย่างนี้ เราจึงไม่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ไม่ได้ถวายทานหรือฟังธรรม บัดนี้ แม้แต่มือเราก็ยกไม่ไหวเสียแล้ว จะทําอย่างอื่นได้อย่างไร” […]

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม

Dhamma Talk : วิธีตอบแทนพระคุณ ให้ถูกต้องตามพระธรรม โดย อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ถาม : อาจารย์คะ หน้าที่ของลูกมีอะไรบ้างคะ ตอบ : พ่อแม่เป็นผู้มีอุปการคุณต่อลูก เพราะฉะนั้นลูกต้องกตัญญู คือ รู้คุณ และกตเวที คือ ตอบแทนคุณ ด้วยการประพฤติจริยธรรมของลูก ได้แก่ หนึ่ง ท่านเลี้ยงเรามา ต้องเลี้ยงท่านตอบแทน หนักหนาอย่างไรให้คิดว่า สมัยเรายังเป็นเด็ก ท่านอดทนเลี้ยงเรา เราหิว ร้องไห้กลางดึก ท่านก็ตื่นมาป้อนนมให้หายหิว เราทำสกปรกเลอะเทอะ ท่านก็ตามเช็ดตามล้างให้ สอง รักษาชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่ทำพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับ ไม่ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม ไม่ทำตัวให้เป็นที่พูดถึงในทางไม่ดี สาม ช่วยธุรกิจการงานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้านหรือหากท่านทำธุรกิจ มีกิจการใด หากเราช่วยได้ก็ต้องช่วยทำงานแทนท่าน สี่ ประพฤติตนให้สมควรเป็นผู้ได้รับมรดก และ ห้า เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วต้องทำบุญอุทิศให้ท่าน ถาม : ถ้าเราไม่สามารถอยู่เลี้ยงดูพ่อแม่ในยามที่ท่านแก่ชรานี่ ถือว่าอกตัญญูไหมคะ ตอบ […]

ธรรมะกับวัยทอง

ธรรมะกับวัยทอง – เคยได้ยินว่า ผู้หญิงช่วงวัยทองนอกจากจะมีอาการทางกายแล้ว อาการทางอารมณ์ก็จะแปรปรวนเป็นที่สุด บางคนเป็นมากจนไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ อาการทางกายยังหาหมอรักษาได้ แต่อาการทางใจต้องรักษาเอง เคยเจอคนวัยทองที่มีอาการทางใจ ฉันจึงกลัวว่าตัวเองจะเป็นอย่างนั้น เพราะเมื่อก่อนเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ โกรธง่าย ถึงจะหายเร็ว แต่เวลาโกรธจะปึงปังมาก เหมือนความโกรธติดอยู่ปลายจมูก พร้อมที่จะหลุดออกมากับลมหายใจได้เสมอ โกรธเป็นโกรธ โกรธเป็นลุย ดำเนินชีวิตโดยยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำอะไรก็คิดแต่ว่าตัวเองทำถูก ทำดีที่สุดแล้ว ไม่ได้คิดเลยว่า ดีที่สุดของเราอาจจะไม่ดีที่สุดสำหรับคนอื่น จะตั้งความหวังไว้สูงทุกเรื่อง เวลาผิดหวังก็จะผิดหวังมาก ไม่ค่อยมีใครโดยเฉพาะลูกน้องกล้าพูดอะไรตรงๆ ด้วย กลัวเราจะโกรธ ถ้าอยากได้ อยากทำอะไร ต้องทำให้ได ้ ถ้าไม่ได้จะกระวนกระวายจนต้องหาทางทำให้สำเร็จ ทั้งๆ ที่บางครั้งสิ่งที่ได้มาไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือมีความสุขขึ้น บางครั้งเป็นทั้งภาระและความทุกข์ด้วยซ้ำ ชีวิตจะรู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาไม่กายก็ใจ ดิ้นรนหาทุกข์ใส่ตัวอยู่เรื่อยๆ หลังจากได้ไปปฏิบัติธรรมครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถึงจะเป็นเวลาแค่ 3 วัน แต่ทำให้ฉันได้รู้จักความสงบ อารมณ์ที่เคยร้อนอยู่เสมอก็เย็นลงบ้าง ยอมรับความจริง ยอมรับฟังมากขึ้น ลูกน้องสามารถพูดหรือเตือนฉันได้ตรงๆ โดยไม่มีระเบิดตามมา ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ชีวิตสับสนวุ่นวาย มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ฉันได้ไปปฏิบัติธรรมอีกครั้งเป็นเวลา 8 วัน […]

พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จของ ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์

พุทธชัยมงคลคาถา กับเส้นทางสู่ความสำเร็จ – ดร. ธนากร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการลูกสักหลาดมากว่า 30 ปี ทั้งในฐานะนักกีฬาและโค้ชผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติ และนักกีฬาอาชีพ ปัจจุบันเป็นประธานสาขาวิชาพลศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เขาเริ่มสนใจธรรมะตั้งแต่ยังเป็นนักกีฬาเทนนิส และพบว่าหลักธรรมสามารถนำมาปรับใช้กับการฝึกซ้อมและแข่งขันเทนนิสได้ เมื่อมาทำงานในฐานะโค้ชผู้ฝึกสอน จึงได้น้อมนำ “พุทธชัยมงคลคาถา” หรือ “คาถาพาหุงมหากา” บทสรรเสริญชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของพระพุทธองค์ มาเป็นบทสวดมนต์สำหรับสร้างสมาธิและประยุกต์เป็นหลักในการพัฒนานักกีฬาเทนนิสให้ก้าวสู่ความสำเร็จ จากการศึกษาพุทธประวัติและการสวด “พุทธชัยมงคลคาถา” ทั้ง 8 บท เกิดเป็นหลักสำคัญ 8 ข้อดังนี้ 1. มีจิตใจแน่วแน่ ไม่ย่อท้อต่อการฝึกซ้อม และลงแข่งขันด้วยจิตใจที่อดทนมุ่งมั่น ไม่ว่าสถานการณ์ในเกมจะเป็นอย่างไร ต้องมีสติและจิตใจอันแน่วแน่ที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จ ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงตั้งสัตยาธิษฐานที่จะไม่ยอมลุกจากบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์จนกว่าจะบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงชนะพญามารพร้อมด้วยเสนามารได้ โดยมิได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย 2. รู้เขารู้เรา นักกีฬาที่ดีต้องศึกษาวิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อวางแผนการเล่นตอบโต้ได้ตรงจุด และเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยไม่ต้องออกแรงในเกมมากเกินไป ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะได้ในที่สุด ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงเลือกวิธีปราบอาฬวกยักษ์ด้วยการใช้พระปัญญา และทรงได้รับชัยชนะอย่างไม่ต้องเสียพละกำลังแม้แต่น้อย 3. มีเมตตาและมีน้ำใจนักกีฬา นอกเหนือจากฝีมือแล้ว การมีมารยาทที่ดีในเกมการแข่งขัน ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ หรือแม้แต่การน้อมรับการตัดสินจากกรรมการ […]

ประสบการณ์จากแรงศรัทธา เจ้าแม่กวนอิม

ประสบการณ์จากแรงศรัทธา เจ้าแม่กวนอิม – เมื่อประมาณยี่สิบปีที่แล้วสมัยที่ฉันยังเป็นสาวน้อยวัยยี่สิบเศษๆ เวลานั้นฉันไม่ค่อยได้สนใจพุทธศาสนาเท่าไร รู้จักแต่ว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธ ใครทําดีได้ขึ้นสวรรค์ ใครทําชั่วต้องตกนรก…เท่านั้นที่ฉันรู้ 1 โชคดีที่เพื่อนสนิทของฉันได้แนะนําทางสว่างให้ โดยให้ฉันหันมานับถือ เจ้าแม่กวนอิม แรกๆ ฉันไม่รู้จักว่าท่านเป็นใคร แต่เพื่อนนําหนังสือที่มีรูปภาพท่านมาให้ฉันดู แล้วบอกว่าเจ้าแม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีเมตตามาก และท่านแสดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือคนที่ทําแต่ความดีและมีศรัทธาต่อท่านมามากมายนับไม่ถ้วน ถ้าใครนับถือท่านจะต้องทําแต่ความดีและต้องไม่ทานเนื้อวัวตลอดชีวิต แล้วท่านจะคอยคุ้มครองและช่วยเหลือคนคนนั้นตลอดไป 2 ฉันเห็นรูปเจ้าแม่กวนอิมแล้วรู้สึกรักและเคารพท่านมาก อาจเป็นเพราะท่านมีใบหน้าและลักษณะงดงามเหมือนพระแม่มารีย์ของศาสนาคริสต์ที่ฉันเคยนับถือสมัยที่ยังเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนคริสต์นิกายคาทอลิก นอกจากเพื่อนจะให้หนังสือพระแม่กวนอิมแก่ฉันแล้ว เขายังพาฉันไปนมัสการรูปปั้นท่านในวัดต่างๆ เป็นประจํา เป็นการโน้มน้าวจิตใจฉันให้รู้สึกเลื่อมใสเจ้าแม่กวนอิมมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันบอกเพื่อนว่าอยากได้รูปปั้นหรือรูปหล่อของท่านมาบูชาสักหนึ่งองค์ ถ้าท่านมีปาฏิหาริย์จริง ขอให้ฉันได้ท่านมาบูชาโดยไม่ต้องไปซื้อไปหา ขอให้มีคนเอามาให้เอง แล้วฉันจะนับถือท่านไปจนตลอดชีวิตและจะเลิกกินเนื้อวัวทันที หลังจากที่พูดออกไปแล้ว ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ไม่นานนัก ปาฏิหาริย์ของพระแม่กวนอิมครั้งแรกก็บังเกิดขึ้นกับฉัน 3 ในเดือนต่อมาเพื่อนได้ชักชวนให้ฉันไปทําบุญที่วัดจีนแห่งหนึ่งที่ภูเก็ต เมื่อไปถึงแล้ว ฉันกับเพื่อนก็ได้เข้าร่วมพิธีทําบุญจนเสร็จเรียบร้อยและได้เวลากลับ ท่านเจ้าอาวาสได้พาเราไปกราบไหว้พระพุทธรูปและรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมในห้องต่างๆ หลายห้อง แต่มีอยู่ห้องหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมทําด้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวขนาดสูงประมาณ 12 นิ้ว วางอยู่ตรงฐานแท่นบูชา องค์ท่านประทับบนก้อนหินนั่งยกเข่าขึ้นข้างหนึ่ง เข่าอีกข้างวางราบในท่ากึ่งขัดสมาธิ มือข้างหนึ่งถือขวดน้ําทิพย์ มืออีกข้างยกขึ้นนิ้วชี้จรดกับนิ้วโป้ง ดูอ่อนช้อยงดงามมาก ฉันเห็นแล้วรู้สึกชอบใจอยากได้ไปบูชา จึงเอ่ยปากขอเช่ากับท่านเจ้าอาวาส แต่ท่านบอกว่ารูปปั้นนี้เก่าแก่มาก อยู่กับวัดนี้มานานแล้วคงให้เช่าไม่ได้ ฉันรับฟังแล้วก็เข้าใจ […]

หมอภาคย์เข้ารับรางวัล ‘ แพทย์ต้นแบบ ’ ในงานครบรอบ 50 ปีของแพทยสภา

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ในงานครบรอบ 50 ปีแพทยสภา ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี ซอยศูนย์วิจัย มีการมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นและ แพทย์ต้นแบบ ให้แก่แพทย์ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างแก่แพทย์รุ่นต่อไป สำหรับรางวัลแพทย์ดีเด่น ได้แก่ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งยึดมั่นแก้ไขปัญหาวัณโรคดื้อยา ทำงานเพื่อส่วนรวม และยึดประโยชน์ของคนไข้เป็นสำคัญ นพ.โมลี วณิชสุวรรณ ผอ.รพ.สมุทรสาคร แพทย์ดีเด่นด้านการบริหาร จากผลงานการปฎิบัติหน้าที่ในการทำงานบริการโรงพยาบาล และการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ป้องกันโรคระบาด พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ แพทย์ประจำบ้าน รพ.สงขลานครินทร์ ส่วนรางวัลแพทย์ต้นแบบมี 25 คน ได้แก่ นพ.กิตติพร ตันตระรุ่งโรจน์, ศ.เกียรติคุณ นพ.เกรียงศักดิ์ จีระแพทย์, ศ.เกียรติคุณ นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์, นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์, ศ.เกียรติคุณ นพ.เจริญ โชติกวณิชย์, […]

วีเจตะแง้ว บุษบา มหัตถพงศ์ ธรรมะสอนให้ฉันรู้จักคำว่า “พอ”

ย้อนไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หลังจากหมดสัญญากับรายการแชนแนลวี วีเจตะแง้ว – บุษบา มหัตถพงศ์ ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาเพราะอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษ แต่ก็มีเหตุทำให้ไม่ได้ไป ในขณะเดียวกันกิจการคลินิกความงามที่ทำอยู่ก็ต้องเลิกทำเพราะสู้ค่าเช่าอัตราใหม่ไม่ไหว ช่วงนั้นเหมือนคนไม่มีทางไป ในที่สุดก็คิดสั้นเพื่อให้พ้นปัญหา หมดหนทาง คิดสั้นฆ่าตัวตาย พอคิดมาก ๆ เข้า สมองก็ตื้อไปหมด ไม่มีสติสัมปชัญญะ รู้สึกเหมือนชีวิตเจอทางตัน ไม่เห็นทางออกว่าควรทำอย่างไรต่อไป วันที่คิดสั้น ฉันนั่งอยู่ที่ระเบียงคอนโด ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าตัวเองกำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย รู้สึกแค่ว่าถ้าโดดลงไปคงไม่ทุกข์แล้ว อยากปลดปล่อยตัวเอง แต่นาทีที่ยืนอยู่บนเก้าอี้และกำลังจะกระโดดลงไป คำว่า “แม่” ลอยขึ้นมาในสมอง ทำให้คิดได้ว่าถ้ากระโดดลงไปตาย แล้วแม่จะอยู่กับใคร ฉันจึงเอาขาลงจากเก้าอี้ คิดได้ว่าเหนื่อยนักทำไมไม่กลับบ้าน จากนั้นจึงกลับบ้านไปหาแม่ ตอนกลับมาอยู่บ้าน ทุกอย่างดูมืดมนไปหมด ไม่รู้จะหันเหไปทางไหน แต่ในความโชคร้ายนั้นยังมีข่าวดีเข้ามาให้ชื่นใจบ้าง คือฉันสอบได้ทุนเรียนฟรีปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะเศรษฐศาสตร์ ซึ่งทำให้ใจชื้นขึ้นมาว่า ถ้าไม่ได้เรียนต่อเมืองนอก เรียนต่อในเมืองไทยก็ได้ จึงใช้เงินเก็บส่งตัวเองเรียนต่อ โดยที่ไม่ได้มีรายได้อื่น ๆ เข้ามาพยายามกินอยู่อย่างประหยัด โชคดีที่ฉันไม่ใช่คนชอบเที่ยวมากนัก เลยพออยู่ได้ ค้นพบธรรมะ ระหว่างเรียนปริญญาโท ฉันเริ่มหันมาสนใจธรรมะเพราะเรียนไม่ค่อยทันเพื่อน เพื่อนจึงแนะนำว่าเธอเป็นคนไฮเปอร์ น่าจะลองไปนั่งสมาธินะ ฉันเริ่มไปฝึกเรียนสมาธิ หลักสูตรครูสมาธิที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 4 (โดยหลวงพ่อวิริยังค์ สิริน.ธโร)วัดสิริกมลาวาส หลังเรียนรู้สึกว่าใจนิ่งลง มีสมาธิมากขึ้นทำให้เรียนดีกว่าเดิม จากนั้นจึงเริ่มเรียนหลักสูตรปุริสาสมาธิ(สมาธิขั้นสูง) พอเรียนจบหลักสูตรมีโอกาสไปขึ้นธุดงค์กับครูสมาธิคณะสงฆ์ และหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังมีโอกาสตามอาจารย์ที่สอนสมาธิเข้าปฏิบัติธรรมแบบเข้มข้นในป่าลึกที่ถ้ำตุ๊ปู่ จังหวัดเชียงใหม่ ฉันประทับใจการปฏิบัติธรรมครั้งนั้นมาก เพราะฉันและเพื่อน ๆ ที่ไปด้วยกันอยู่แบบไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ มีแค่กุฏิเล็ก ๆ ต้องไปอาบน้ำที่ลำธาร ซักผ้าตามโขดหิน ต้องหาของป่ากิน อยู่กันเหมือนฤาษี พออยู่ตรงนั้นสักระยะหนึ่งทำให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิต เข้าถึงความเป็นธรรมชาติของโลกรู้สึกว่าทุกอย่างคือธรรมชาติ และธรรมะคือธรรมชาติ ทำให้ฉันเริ่มเปลี่ยนความคิดและรู้จักปล่อยวาง ธรรมะสอนให้รู้จักพิจารณาว่า อาหารแม้จะประณีตหรือไม่ประณีตก็ทำให้เราอิ่มเหมือนกัน ที่นอนจะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็แค่หนึ่งตื่น ไม่ว่าเราจะเป็นเศรษฐีหรือคนยากจน ที่นอนสุดท้ายของคนเราก็ขนาดแค่ตัวเราเท่านั้น ธรรมะยังสอนให้ฉันย้อนกลับไปพิจารณาว่าชีวิตในอดีตกับตอนนี้มีความสุขเท่ากันไหม คำตอบคือไม่เท่ากัน การที่ฉันมีน้อยกว่าในอดีตกลับทำให้มีความสุขมากกว่าเพราะวางเป็น รู้ว่าแค่ไหนพอ ไม่เหมือนตอนทำงานในวงการบันเทิง แม้มีเงินเยอะ แต่ต้องเจ็บป่วยบ่อย ๆ ไม่ค่อยมีความสุข เพราะไม่รู้จักปล่อยวาง ช่วงที่เรียนเรื่องบาปบุญคุณโทษทำให้รู้ว่าตอนที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาแชนแนลวี แล้วไม่มีใครคะยั้นคะยอให้อยู่ต่อนั้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฉันดื้อ ชอบเปลี่ยนตัวคนที่จัดรายการด้วย ทำให้โปรดิวเซอร์ปวดหัว เรียกว่าคนเก่งแค่ไหน แต่ถ้าดื้อเอาไม่อยู่ก็ไม่มีใครอยากร่วมงานด้วย แต่กว่าจะรู้ตัวก็สายแล้ว นี่อาจเป็นเพราะเวรกรรมของฉันเองที่เคยสร้างวิบากกรรมไม่ดีไว้ ความที่ซาบซึ้งในรสพระธรรมทำให้ฉันถึงกับอยากบวชชีนุ่งขาวตลอดชีวิต แต่คุณแม่ไม่อนุญาต เพราะอยากให้อยู่เป็นเพื่อนก่อน เสียใจก็เสียใจ แต่ตอนหลังมาคิดได้ว่า ถึงแม้จะไม่ได้บวชก็ยังสามารถปฏิบัติธรรมในทางโลกได้เหมือนกัน ถูกครหาว่าตกอับ หลังเรียนจบฉันไปทำงานช่วยอาจารย์ในบริษัทแห่งหนึ่งรับหน้าที่ดูแลล่ามญี่ปุ่น ได้เงินเดือนหนึ่งหมื่นสองพันบาทเรียกว่าแตกต่างจากรายได้ในสมัยก่อนลิบลับ แต่ ณ ตอนนั้นมีงานอะไรก็ต้องทำ ดีกว่าตกงาน ฉันต้องหัดนั่งรถเมล์ไปทำงาน ทิ้งรถยนต์ไว้ที่บ้าน เพราะรู้สึกว่าเงินเดือนแค่หมื่นกว่าบาทคงไม่พอจ่ายค่าน้ำมันรถ อายก็อาย กลัวว่าจะมีใครเข้ามาทัก แต่โชคดีที่ไม่มีใครทักเลยอาจเป็นเพราะคนจำเสียงฉันได้มากกว่าจำหน้า กระทั่งตอนหลังตัดสินใจขายรถยนต์ทิ้ง เพราะพอจอดรถทิ้งไว้เฉย ๆ ไม่ค่อยได้ขับ รถก็เสียบ่อย ต้องส่งซ่อมประจำ คุณแม่เลยบอกว่าขายทิ้งดีกว่า ตอนทำงานออฟฟิศ ฉันโดนเพื่อนร่วมงานแขวะเป็นประจำว่า “ไหนว่าเป็นวีเจชื่อดังไง คงตกอับละสิถึงได้มาทำงานรับเงินหมื่นสอง” เจอคนพูดอย่างนั้นก็คิดมากอยู่เหมือนกัน โชคดีว่าอาจารย์ที่ฉันทำงานด้วยสอนว่า “ตะแง้ว เธอไม่ได้ตกอับนะ เธอแค่เปลี่ยนเส้นทางเดินเท่านั้นเอง” แม้จะเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออกจากงาน เพราะมาคิดดูว่าถ้ายังโดนแขวะอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งอาจทนไม่ไหวและทำอะไรไม่ดีตอบโต้เขาไปก็ได้ ความจริงการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากงานในวงการบันเทิงมาเป็นงานออฟฟิศธรรมดาไม่ได้ทำให้รู้สึกน้อยใจโชคชะตาอะไร โดยส่วนตัวแล้วก็แฮ็ปปี้กับชีวิตแบบนี้ เพราะมันไม่ได้ลำบากอะไร อยากจะกินอะไรก็ได้กิน อยากไปไหนก็ได้ไป แต่ฉันเลือกที่จะไม่ไป เลือกที่จะประหยัด เลือกที่จะใช้ชีวิตสมถะแต่เรื่องที่ทำให้ฉันน้อยใจคือมีข่าวออกมาว่า “ฉันตกอับ” สาเหตุที่ใคร ๆ มองว่าตกอับนั้น คงเพราะเห็นฉันหายไปจากหน้าจอทีวี แต่ความจริงแล้วฉันไม่ได้หายไปจากเสียงวิทยุเลย ที่ผ่านมายังอ่านสปอตโฆษณา จัดรายการวิทยุสองคลื่นของเยสเรดิโอคือ 107.5 และ 93.5 นอกนั้นยังมีอัดเสียงตามสายซึ่งออกอากาศในห้างบิ๊กซีทั่วประเทศ แต่กลายเป็นว่าคนถามว่าตกอับถึงขนาดไปจัดรายการในบิ๊กซีเลยเหรอ บางทีไปสัมภาษณ์รายการ เขาก็ถามว่าจริงหรือเปล่าว่าชีวิตตกอับถึงขั้นต้องไปจัดรายการเพลงลูกทุ่ง ฉันจึงน้อยใจว่าทำไมคนอื่นไม่เข้าใจเราการที่ฉันไม่ได้อยู่ในที่เดิม ๆ ไม่ได้แปลว่าตกอับ ทำไมคนถึงต้องมาคิดแทนว่าฉันตกอับ ฉันไม่มีความสุข ทั้งที่ความจริงแล้วฉันมีความสุข เมื่อรู้ว่าเปลี่ยนความคิดคนอื่นไม่ได้ จึงหันมาเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเอง คิดว่าเรารู้และมีความสุขของเราอย่างนี้ก็พอ อย่าไปเอาคำพูดคนอื่นมาทำให้ตัวเองทุกข์ จึงทำให้ฉันสบายใจและปล่อยวางได้มากขึ้น https://www.instagram.com/p/BjEBgv5DBsa/?utm_source=ig_web_copy_link ชีวิตเรียบง่ายใต้ธรรมะ  ช่วง พ.ศ. 2555 ฉันจัดรายการคลื่น 94.5 คลื่นสนุกสุขนิยม ต่อมารายการปิดตัวลง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเสียใจว่าตกงาน แต่พอมาปฏิบัติธรรมจึงรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ทุกอย่างไม่มีคำว่าบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพราะมีเหตุผลของมันทั้งนั้น ดังนั้นถึงเวลาก็ได้ทำงานเอง ถ้ายังไม่ถึงเวลาเราก็นุ่งผ้าขาวไปทำบุญที่วัด อยู่บ้านปฏิบัติธรรมสร้างบารมีไปเรื่อย ๆ เรียกว่าถึงแม้จะไม่ได้ทำงานทางโลกแต่เรายังได้ทำงานทางธรรม ถ้าใครสังเกตจะเห็นว่าฉันนุ่งชุดขาวมานานหลายปีแล้วเพราะต้องการใช้ชุดขาวพิจารณาความตาย เนื่องจากคนตายจะถูกห่อด้วยผ้าขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ดังนั้นฉันคิดว่าชุดสีขาวคือผ้าห่อศพของฉัน ถ้ายังมีบุญค้ำจุนอยู่ ฉันจะได้เกิดใหม่ในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าไม่ ฉันก็จะห่อศพตัวเองด้วยผ้าขาวนี้ตายไปกับผ้าห่อศพผืนนี้ นอกจากนั้นฉันอาราธนาศีล 5 ก่อนนอน นอนภาวนาไปเรื่อย ๆ คิดว่าถ้าตายไปก็จะได้ไปดีหรือถ้าไม่ตาย พลังสมาธิพลังภาวนาที่ห่อหุ้มตัวเราตลอดคืนจะกลายเป็นกุศลบารมี ไม่มีศัตรู ไปที่ไหนเราก็จะเย็นจิตเย็นใจให้แก่คนอื่น การที่เราไม่รู้ว่าจะตายตอนไหนทำให้ฉันไม่ประมาทและหมั่นทำความดี ดังนั้นจะบอกว่าธรรมะเปลี่ยนชีวิตฉันเลยก็ว่าได้ ธรรมะสอนให้รู้ว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข มันจะไม่ได้เกิดขึ้นทั้งชีวิต ทุกข์ก็ทุกข์แค่ช่วงหนึ่งแล้วดับไป เต็มที่ก็แค่หมดอายุขัย แต่ปัญหาคือคนเรามักต่อทุกข์เอง คือคิดเยอะ ดังนั้นฉันพยายามไม่คิดเยอะ ไม่หวนนึกถึงอดีตให้ทุกข์และไม่คิดเลยไปถึงอนาคตให้ทุกข์ด้วย แต่อยู่กับปัจจุบัน ส่วนอะไรจะเกิดค่อยว่ากันละกัน ตอนนี้ขอแค่ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมมะก็พอแล้ว เป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่ทว่ามีความสุขและร่มเย็น   ที่มา : นิตยสาร Secret เรื่อง : บุษบา มหัตถพงศ์ ภาพ : […]

จากทาสกามไอเอส และคุณหมอเยียวยาเหยื่อถูกข่มขืน สู่ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

นพ.เดนิส มุคเวกี แพทย์ชาวคองโก และนาเดีย มูราด นักเคลื่อนไหวยุติความรุนแรงทางเพศ ได้รับ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ประจำปี 2018 จากการรณรงค์ต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงทางเพศในสงคราม นาเดีย มูราด รอดชีวิตจากความโหดร้ายของกลุ่มนักรบรัฐอิสลามหรือไอเอสมาได้อย่างเหลือเชื่อ ส่วนคุณหมอ เดนิส มุคเวกี ศัลยแพทย์แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้อุทิศตนเยียวยาผู้หญิงที่ถูกข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศไปแล้วประมาณ 30,000 คน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา นาเดีย มูราด วัย 25 ปี เป็นชาวยาซิดี ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเคิร์ด ซึ่งเป็นชาวคริสต์ในอิรัก เธอถูกถูกกลุ่มไอซิสลักพาตัวไปจากหมู่บ้านทางเหนือของอิรักในปี 2014 จากนั้นถูกพาตัวไปยังเมืองโมซุล และตกเป็นทาสกามของกลุ่มผู้ก่อการร้ายอยู่นาน 3 เดือน ภายหลังเธอสามารถหลบหนีออกมาได้ ปัจจุบันเธอเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และกลายเป็นแกนนำในการปลดปล่อยชนกลุ่มน้อยยาซิดีให้ได้รับอิสรภาพ ต่อมายูเอ็นได้แต่งตั้งนาเดียเป็นทูตสันถวไมตรีคนแรกของยูเอ็นฝ่ายกิจการผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ เธอเป็นชาวอิรักคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ยูเอ็นกล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้รอดชีวิตจากการเข่นฆ่าอันป่าเถื่อนได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้ ปัจจุบันเธอยังคงเดินหน้ารณรงค์เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงอีกหลายพันคน ที่เชื่อว่ายังอยู่ในการควบคุมของนักรบไอเอส ด้วยความกล้าหาญมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเหยื่อหัวอกเดียวกัน ให้รอดพ้นจากการกระทำทารุณกรรมของนักรบไอเอส  นาเดียเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก มาลาลา ยูซาฟไซ ซึ่งได้รับรางวัลในปี […]

ซานดุ๊ก รูอิท หมอเทวดา แห่งเทือกเขาหิมาลัย พ่อพระของคนยาก

ซานดุ๊ก รูอิท หมอเทวดา แห่งเทือกเขาหิมาลัย – เนปาลรวมทั้งประเทศอื่นๆ แถบเทือกเขาหิมาลัยเป็นพื้นที่ที่มีผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็นจากโรคต้อกระจกมากกว่าที่ใดในโลก คือประมาณปีละ 150,000 คน นักวิจัยสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากพันธุกรรม อาหาร และการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในระดับเข้มข้นอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตบนยอดเขาสูง 1 ในขณะเดียวกัน พื้นที่แถบนี้ก็มีผู้ป่วยที่หายจากโรคต้อกระจกถึงปีละกว่า 100,000 คน มากที่สุดในโลกด้วย และตัวเลขอันน่ามหัศจรรย์นี้ อาจเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีคุณหมอที่มีหัวใจงดงามที่ชื่อว่า ซานดุ๊ก รูอิท (Dr. Sanduk Ruit) จักษุแพทย์ชาวเนปาล ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ปี ค.ศ. 2006 และรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลสาขาสาธารณสุขปี ค.ศ. 2007 2 กว่าสามสิบปีที่ผ่านมา กิจวัตรส่วนใหญ่ของหมอรูอิทคือ การออกหน่วยแพทย์อาสาเพื่อผ่าตัดต้อกระจกให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ในแถบเทือกเขาหิมาลัย หมอรูอิทจะใช้กล้องขยายช่วยในการกรีดด้านข้างของดวงตาเพียงข้างหนึ่งก่อน และเมื่อกรีดลึกจนมีดผ่าตัดกระทบเข้ากับเลนส์ตาที่มีปัญหา เขาก็จะค่อยๆ แซะต้อออกและสอดเลนส์ตาเทียม (intraocular lens) เข้าไปตรงตําแหน่งเดิม จากนั้นเขาก็จะหันไปทําการผ่าตัดให้คนไข้อีกคนหนึ่ง และเมื่อผ่าตัดตาเสร็จหนึ่งข้าง เขาก็จะกลับไปผ่าตัดตาคนไข้คนแรกต่อจนเสร็จ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาสั้นๆ เพียง 5 – 7 นาทีเท่านั้น จากนั้นคนไข้รายใหม่จะถูกนําตัวเข้ามา […]

บทพิจารณาอาการ 32 เพื่อการหลุดพ้นและหยุดการปรุงแต่ง

บทพิจารณาอาการ 32 – คำว่า อาการ 32 เป็นคำที่มาจากคติในทางพระพุทธศาสนา ที่ถือว่าร่างกายของคนเราสามารถพิจารณาจำแนกออกเป็นธาตุทั้ง 4 คือ ปฐวีธาตุ (ธาตุดิน)  อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ)  เตโชธาตุ (ธาตุไฟ) และ วาโยธาตุ (ธาตุลม)  ในจำนวนธาตุทั้ง 4 นี้ มีอยู่ 2 ธาตุ ที่สามารถจับต้องได้ คือ ปฐวีธาตุ กับ อาโปธาตุ ปฐวีธาตุ เป็นธาตุที่มีลักษณะแข้นแข็ง มี 19 อย่าง ได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า […]

อุบายคุณแม่ วาดรูปหัวใจดวงเล็กบนข้อมือ ช่วยลูกไม่ให้ซึมเศร้า

อุบายคุณแม่ วาดรูปหัวใจดวงเล็กบนข้อมือ ช่วยลูกไม่ให้ซึมเศร้า – ลิซ เปโทรน (Liz Petrone) นักเขียนและบล็อกเกอร์จากนิวยอร์ก เจ้าของเว็บไซต์ Lizpetrone.com เธอเขียนบล็อกเกี่ยวกับชีวิตของเธอที่อาศัยอยู่กลางกรุงนิวยอร์ก เธอไม่เขินอายที่จะพูดถึงเรื่องราวส่วนตัว ครอบครัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งลูก ๆ ทั้งสี่ของเธอ เมื่อไม่นานมานี้มีโพสต์หนึ่งของเธอซึ่งกลายเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่พ่อแม่ที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน ลิซพูดถึงลูก้า ลูกชายของเธอซึ่งเริ่มมีอาการเครียดวิตกกังวล สาเหตุที่ลิซสังเกตเห็นก็เพราะตัวเธอเองต้องต่อสู้กับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูกคนที่ 3 ดังนั้นเธอจึงพูดถึงเรื่องปัญหาสุขภาพจิตในบล็อกของเธอมาตลอด เพราะเธอถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก 1 ใน 8 ของผู้หญิง ต้องเผชิญกับโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวลหดหู่หลังคลอด เมื่อลูก้ามีอาการขึ้นมา จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ลิซจะมองเห็น ในเช้าวันหนึ่งขณะที่เธอกับลูกชายกำลังยืนรอรถโรงเรียนที่มารับสายกว่าปกติ เขาเงียบมากจนผิดสังเกต จากนั้นก็เริ่มมีอาการวิตกกังวลตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด นับจากวันนั้นเขาก็มีความเครียด วิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย หลังจากนั้น 2 – 3 สัปดาห์ต่อมา เมื่อลิซส่งลูกขึ้นรถโรงเรียนก็เห็นเขานั่งร้องไห้บนรถราวกับคนที่ถูกบีบคั้นจิตใจอย่างหนัก เช้าวันต่อมา ลิซก็ปิ๊งไอเดียที่จะช่วยลูกชายขึ้นมาได้ เธอเอาปากกามาวาดรูปหัวใจเล็ก ๆ ตรงข้อมือของลูกชายแล้วจูบประทับลงไปอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ให้ริมฝีปากสัมผัสบริเวณเส้นเลือดบริเวณข้อมือของลูกแล้วบอกว่า ทุกครั้งที่รู้สึกว่าอะไรมันหนักหนาเกินไป ให้ลูกมองรูปหัวใจดวงนี้แล้วจำไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น […]

ธงธง ม๊กจ๊ก “ไม่เห็นทุกข์…ไม่เห็นธรรม”

ธงธง ม๊กจ๊ก “ไม่เห็นทุกข์…ไม่เห็นธรรม” – เมื่อพูดถึงกฎแห่งกรรม ผู้คนส่วนใหญ่มักจะคิดแต่เรื่องลบๆ เช่น ถ้าทำชั่วก็จะต้องชดใช้กรรมที่ทำไว้ คำว่า “กรรม” จึงกลายเป็นคำเชิงลบมาโดยตลอด ทั้งที่จริงแล้ว “กรรม” คือการกระทำ เป็นคำกลางๆ มีทั้งดีและไม่ดี ส่งผลเป็นวิบาก ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังรับอยู่คือวิบาก ไม่ใช่กรรมและหากจะพูดถึงผลของการทำกรรมดีหรือทำบุญกุศล เราอาจจะเคยได้ยินมาว่าทำบุญกับพระอรหันต์แล้วจะได้บุญมาก แต่หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเราจะไปหาพระอรหันต์ให้ทำบุญได้จากไหน เรื่องนี้ในยุคสมัยของพระพุทธเจ้ามีคนเคยทูลถามไว้แล้วเช่นกันว่า ต่อไปในกาลข้างหน้าเมื่อไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นพระอรหันต์ แล้วจะให้พวกเขาไปทำบุญกับใคร พระพุทธเจ้าตรัสว่าก็ทำบุญกับพ่อแม่ของตัวเองนั่นแหละ…ได้อานิสงส์เท่ากัน ธงธง มกจ๊ก เล่าเรื่องราวข้างต้นให้ฟัง พร้อมกับบอกว่าเมื่อก่อนไม่ทราบเลยว่าการกตัญญูรู้คุณต่อพ่อแม่จะให้ผลบุญมากถึงเพียงนี้ เพราะเมื่อก่อนก็ปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธโดยทั่วไป เข้าวัด ฟังธรรมบ้าง แต่ยังไม่ได้ศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง ส่วนการดูแลพ่อแม่นั้นเขาทำมาตั้งแต่เด็ก จนคนข้างบ้านพูดว่า “ถ้ามีลูกแบบธงก็คงดี” เพราะเขาเป็นเด็กเรียบร้อย อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำงานบ้านทุกอย่างจนสะอาดเอี่ยม หลังจากเข้าวงการมีเงินมีทองครั้งแรกก็ซื้อบ้านให้พี่สาวและดูแลแม่เป็นอย่างดี ทุกวันนี้เขาจึงพูดได้ว่า มาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะความกตัญญู View this post on Instagram สุขสันต์วันแม่คร่า#รักแม่ที่สุดในโลก #อยู่กับหนูไปนานๆนะแม่#❤️❤️❤️❤️❤️❤️ A post shared by ธงธง ม๊กจ๊ก (@thong_thong) on Aug 11, 2018 at 8:44pm PDT ที่สำคัญ ธรรมะยังช่วยให้ธงธงเข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมากขึ้น รู้จักบุญ - บาป และรู้ว่าวิบากกรรมของคนเราแต่ละคนนั้นต่างกัน ดังเช่นพี่สาวของเขาที่ต้องประสบกับโรคมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายและลามไปที่สมอง เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังว่า… วันนั้นพี่สาวโทรศัพท์มาจากโรงพยาบาลบอกกับเราว่า “พี่เจ็บปวดทรมานเหลือเกิน…ขอกินยาตายได้ไหม” ตอนนั้นกำลังขับรถอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยพี่สาวได้อย่างไร แต่ด้วยความที่ไปปฏิบัติธรรมมาบ้างแล้วที่ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติวัดผาณิตาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามคำแนะนำของ คุณกิ๊ก - มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ จึงถามพี่สาวว่า “ปวดกับไม่ปวดอะไรมากกว่ากัน” พี่สาวตอบว่า “ไม่ปวด” เราเลยบอกเขาว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ตามดูตามรู้ เข้าไปสังเกตความปวดนั้นนะพี่” เรารู้มาว่าความทุกข์ของคนเรานั้นมาจากการปรุงแต่ง เลยอยากให้พี่สาวรู้จักการเจริญสติในขณะที่ปวด เพราะจิตที่ปรุงแต่งไปเรื่อยจะเป็นทุกข์ ห่อเหี่ยวสิ้นหวัง แต่การฝึกเจริญสติคือรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง นั่นก็คือการรู้ทันว่าอะไรเกิดขึ้นกับกาย รู้ทันว่าอะไรเกิดขึ้นที่ใจ เป็นการเข้าไปรู้สึกถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นแบบตรงไปตรงมานั่นเอง แม้ความปวดจะไม่หาย แต่จิตเขาจะทันกับความทุกข์ที่เกิดได้มากขึ้น จิตใจก็จะสงบลงได้ในที่สุด ไม่เฉพาะพี่สาวเท่านั้นที่ใช้ธรรมะในการดับทุกข์ เพราะตัวเราเอง ซึ่งเป็นน้องชายที่รักพี่สาวคนนี้มากที่สุดก็พบกับความทุกข์ด้วยเช่นกันทุกข์ที่ไม่สามารถช่วยอะไรคนที่เรารักได้ดีไปกว่านี้ บวกกับต้องมาเจอกับช่วงที่งานในวงการบันเทิงเริ่มหดหาย ทำให้เงินที่จะใช้จ่ายในการรักษาตัวพี่สาวเริ่มฝืดเคือง แต่โชคดีที่ได้รู้จักธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้นมาได้ จำได้ว่าพี่สาวป่วยราวปี พ.ศ. 2547 เราเทียวเข้าเทียวออกโรงพยาบาลเหมือนเป็นบ้านหลังที่สอง จนล่วงเข้าปี พ.ศ. 2549 พี่สาวจึงได้จากไปอีกหกเดือนให้หลังพี่เขยก็ตรอมใจตาย เขานอนหลับแล้วไม่ฟื้น เหลือแต่เพียงหลานสาวคนเดียวไว้ให้เราดูแล ความป่วยไข้ของพี่สาวทำให้เราได้เห็นความทุกข์อย่างถึงที่สุด และรู้ว่าทุกข์อยู่กับเราได้ก็จากเราไปได้เช่นกัน ตอนเด็กๆ เราอาจจะทุกข์เพราะยากจน ไม่มีจะกิน แต่เมื่อโตขึ้นมีเงินมีทอง มีหนี้สินเราก็ทุกข์ไปอีกแบบ ทุกข์อยู่กับเราตลอด อยู่ที่การวางใจของเรา หากวางใจได้ถูก เราก็จะไม่ทุกข์กับมัน https://www.instagram.com/p/BKfUuPjgCs6/?utm_source=ig_web_copy_link View this post on Instagram ขออนุญาติบอกบุญเพื่อนๆค่ะ คลิปนี้อัดวันที่ออกจากกรรมฐานค่ะ กิ๊กกับพี่ธงธงอยากขอชวนเพื่อนๆร่วมบุญปรับปรุงอาคารที่ยังว่างอยู่ ที่สำนักวิปัสสนาสอนทวี จ.ฉะเชิงเทรา ให้เป็นศาลาปฏิบัติธรรมสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจจะมาปฏิบัติธรรมนะคะ โครงสร้างภายนอกและภายในของตัวอาคารนั้นยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อยู่ แต่จำเป็นต้องปรับปรุงซ่อมแซมพื้นที่ในอีกหลายส่วน ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญครั้งนี้ได้ โดยผ่านช่องทางดังนี้นะคะ ชื่อบัญชี […]

“พระบุญหนัก แต่บาปหนา” เรื่องราวของ พระมหาโมคคัลลานะ ที่หนีกรรมชั่วของตนไม่พ้น

“พระอรหันต์อยู่เหนือบุญเหนือบาป อยู่เหนือกรรมดีและกรรมชั่วได้แล้ว ท่านยังหนีไม่พ้นกฎแห่งกรรมได้อีกหรือ” นี่คือคำถามที่สงสัยกันอยู่เสมอ บางคนเชื่อว่า “พระอรหันต์คงหนีพ้นกรรมได้แล้ว กรรมคงเข้าตามสนองท่านไม่ได้อีกต่อไป” แต่เรื่องราวของ พระมหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระศาสดา แสดงให้เราเห็นว่า “พระอรหันต์ก็ยังต้องรับกรรม หนีกรรมชั่วที่ตนเคยทำไม่พ้น” นักพรตกลุ่มหนึ่งกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดถึงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นแก่พวกตน ตั้งแต่พระสมณโคดมเข้ามาสอนคนในเมือง ชาวเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเป็นศิษย์ของพระองค์มิได้ขาด คนที่เคยอุปถัมภ์ค้ำชูพวกตนต่างร่อยหรอลงทุกวัน หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง มิช้านัก พวกตนจะต้องไส้แห้งหมดตัวอย่างแน่นอน “พวกเราจะจัดการเรื่องนี้กันอย่างไรดี” กลุ่มนักพรตต่างระดมสมองขบคิดหาแนวทางกอบกู้สถานการณ์ “ผมคิดว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเรากำลังเผชิญเกิดจากสมณะเพียงรูปเดียวเท่านั้น” นักพรตรูปหนึ่งเสนอความคิดเห็นขึ้นกลางที่ประชุม “มันคือใคร !” กลุ่มนักพรตต่างถามด้วยสายตาที่จ้องเขม็ง “สมณะชื่อ ‘มหาโมคคัลลานะ’ น่ะสิคุณ” “อืม…ทำไมคุณจึงคิดเช่นนี้” กลุ่มนักพรตถามด้วยความสงสัย “พวกคุณไม่รู้หรือไงว่า ตั้งแต่สมณะรูปนี้นำเรื่องนรก – สวรรค์มาบอกแก่มนุษย์ ชาวบ้านต่างหลงเชื่อคำพูดของสมณะรูปนี้อย่างหัวปักหัวปำ ผู้คนได้หลั่งไหลเข้าหาสมณะรูปนี้ไม่เว้นแต่ละวัน ลาภสักการะของพระสมณโคดมและเหล่าสาวกจึงเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ส่วนรายได้ที่พวกเราเคยมีกลับหดตัวลงเรื่อยมา หากปล่อยสมณะรูปนี้ไว้ พวกเราจะต้องฉิบหายอย่างแน่นอน” “พวกเราจะทำอย่างไรกันดี” กลุ่มนักพรตปรึกษากันในที่ประชุม “ฆ่ามันทิ้งซะ !” นักพรตรูปหนึ่งเสนอแผนตัดไฟเสียแต่ต้นลม เมื่อได้ฟังแผนของนักพรตรูปนี้ กลุ่มนักพรตต่างลงมติเห็นด้วย นักพรตแต่ละคนได้ช่วยกันหาทุนรอนจนได้เงินถึง 1,000 กหาปณะ […]

keyboard_arrow_up