Dhamma Daily : คุณยายดุ ชอบด่าทอต่อว่าลูกหลาน ควรทำอย่างไรดี

คุณยายของดิฉันชอบดุด่าลูกหลาน ทำอะไรไม่ถูกใจ ก็ชอบพูดจาหยาบคาย ประชดประชัน จนตอนนี้ไม่มีใครอยาก อยู่ใกล้ ควรทำอย่างไรดีคะ

Dhamma Daily : อยากใกล้ชิด แต่เขามีครอบครัวแล้ว ควรทำอย่างไร

Dhamma Daily : เจอกันไม่กี่ครั้งแต่มี แรงดึงดูด แต่เขามีครอบครัวแล้ว ควรทำอย่างไร

ขอใบสั่งยา รักษาอาการ ” เบื่อ ” กับ ดร.สนอง วรอุไร

ขอใบสั่งยา รักษาอาการ ” เบื่อ ” กับ ดร.สนอง วรอุไร ว่าด้วยเรื่องของ “ความเบื่อ” มาขอคำปรึกษาและขอใบสั่ง “ยาแก้เบื่อ” จาก อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร ผู้เปี่ยมประสบการณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม อาจารย์คะ ความเบื่อเกิดขึ้นจากอะไร และเป็นความรู้สึกเชิงกุศลหรืออกุศลกันแน่คะ ความเบื่อ หมายถึงเหนื่อยหน่าย ไม่อยาก ซึ่งมีอยู่สองอย่างคือหนึ่ง เบื่อแบบที่เป็นกิเลส กับสอง เบื่อแบบที่ไม่ใช่กิเลส ความเบื่อแบบแรกนั้น คือความเบื่อแบบที่คนส่วนมากมักรู้สึก เป็นความเบื่อที่เกิดจากการถูกกิเลสเข้าครอบงำ จิตนำเอากิเลสมาปรุงเป็นอารมณ์ ทำให้รู้สึกเบื่อ ความเบื่อแบบนี้จึงเป็นอกุศล ส่วนความเบื่อแบบที่สองเป็นความเบื่อที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จนกระทั่งจิตเข้าถึงวิปัสสนาญาณลำดับที่แปดเท่านั้น ซึ่งจะเกิดปัญญาญาณที่เรียกว่า “นิพพิทาญาณ” ขึ้น ทำให้รู้สึกเบื่อรูป เบื่อนาม ด้วยเห็นสัจธรรมของชีวิตว่าทุกอย่างล้วนเกิด – ดับๆ ไม่รู้จบ จึงคิดจะไปให้พ้นจากสภาวะนี้ด้วยการเร่งความเพียรในการปฏิบัติธรรมสุดๆ ความเบื่อแบบนี้จึงเป็นกุศล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรคะอาจารย์ ว่าเบื่อแบบไหนคือเบื่อแบบดี ความแตกต่างระหว่างความเบื่อสองแบบนี้ก็คือ ความเบื่อแบบที่เป็นกุศลจะต้องเกิดขึ้นพร้อมกับความเพียร คือเมื่อเกิดนิพพิทาญาณขึ้นกับผู้ใด ญาณถัดไปที่จะตามมาในทันทีก็คือ “มุญจิตุกัมยตาญาณ” ซึ่งเป็นญาณที่ทำให้เกิดการเร่งความเพียรในการพัฒนาจิตวิญญาณ เพื่อให้ตนพ้นไปจากการมีรูป […]

วิธีค้นหาศักยภาพสูงสุดของการมีชีวิต มุมคิดจาก พศิน อินทรวงค์ (ชมคลิป)

เหตุใดคนเรามักสนใจธรรมะเมื่อแก่เฒ่า ทั้งที่อาจสายไป แต่ถ้าเรารู้ “สาเหตุ” นั้นเร็ว เริ่มเร็ว ลงมือเร็ว
สุดท้ายเราก็จะ “ค้นพบศักยภาพสูงสุดของการมีชีวิต”

ฮาวทูสำหรับคนไร้คู่  วิธีเฟ้น หาเนื้อคู่ ด้วยตัวคุณเอง : Secret เคล็ดลับ

ความเชื่อเกี่ยวกับเนื้อคู่มีเพียบ คู่เวรคู่กรรม คู่บุญคู่บาป คู่สร้างคู่สม แต่เนื้อคู่ตัวเป็น ๆ ของเรานี่สิ จะหาได้จากที่ไหน๊ (เสียงสูงงงงงง) ใครยังหาเนื้อคู่ลองดู 4 ข้อต่อไปนี้ อาจจะเจอเร็ว ๆ นี้

ตัณหา เวลา อัตตา ฟิสิกส์! โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

ใครที่ไม่ชอบวิชาเลขอย่าเพิ่งทำหน้าเบ้หรือเปิดข้ามหน้านี้ไป ด้วยความขนพองสยองเกล้าเสียก่อนนะครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีการบังคับให้ต้องคำนวณหรือแก้สมการแต่อย่างใด มีแต่การนำเสนอสิ่งที่น่าสนใจใกล้ตัวคุณ…

ความฝันยามนิทรา สร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ ในชีวิตจริง   

ความฝันสะท้อนตัวตน และอีกนัยหนึ่งความฝันก็เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ชีวิตได้เช่นกัน ตัวอย่างของการฝันเพื่อสร้างสรรค์นั้นมีให้เห็นอยู่หลากหลายแบบ เช่น อีไลอัส โฮว์ ได้พยายามคิดประดิษฐ์จักรเย็บผ้ามาเป็นเวลาหลายปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งคืนหนึ่งเขาฝันว่าตกอยู่ในวงล้อมของคนป่า

Secrets of Successful Women : 4 วิธีคิดสู่ความสำเร็จ

ในศตวรรษที่ผู้หญิงไร้ข้อจำกัดทางความสามารถ เป็นได้ทั้งแม่บ้าน นางงาม นักการเมือง กระทั่งบินไปถึงห้วงอวกาศ แต่ยังมีผู้หญิงมากมายที่รู้สึกว่า ชีวิตอยู่ไกลจาก “ความสำเร็จ” มากเหลือเกิน

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี

มรณานุสติภาวนา (การระลึกถึงความตาย) – ท่าน ว.วชิรเมธี ในคอร์สภาวนาที่ไร่เชิญตะวันทุกครั้ง มีกิจกรรมหนึ่งซึ่งขาดไม่ได้ก็คือ การฝึกเจริญมรณานุสติหรือ “การระลึกถึงความตาย” มรณานุสติอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“มรณัสสติ” ก็ได้ แปลว่า “การระลึกถึงความตาย” เหมือนกัน ทำไมต้องระลึกถึงความตาย เพราะความตายเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา เมื่อระลึกว่าตนจะต้องตายในวันใดวันหนึ่ง ก็จะทำให้เกิดความไม่ประมาทหันกลับมาดำรงชีวิตอย่างมีสติ คนที่มักมากชอบสะสมสมบัติพัสถานกองเป็นภูเขาเลากาก็จะได้ตื่นขึ้นมาฉุกคิดว่า “เมื่อตายไปทรัพย์สักนิดก็หาติดตามไปได้ไม่” คนที่คิดได้อย่างนี้ก็จะปล่อยลงปลงได้ สะสมแต่เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นสารต่อการดำรงชีวิตจริง ๆ คนส่วนใหญ่ไม่อยากระลึกถึงความตายเพราะถือกันว่าความตายเป็นเรื่องอัปมงคล ใครพูดเรื่องความตายขึ้นมา ก็มักจะถูกมองด้วยหางตาว่า ไม่รู้กาลเทศะ ไม่รู้อะไรควรไม่ควร ผลของการพยายามหลบเลี่ยงความตายดังกล่าวมานี้ จึงเมื่อวันหนึ่ง ตัวเองหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญความตายขึ้นมาจริง ๆ จึงไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันได้อย่างไร พอมีใครตายขึ้นมา จึงตกอยู่ในความเสียใจ โศกเศร้า วางตน วางใจไม่ถูก อ่อนระโทยโหยไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ครั้นไปงานศพก็ยังไม่ได้ปัญญา หากแต่ได้มาแค่การทำพิธีศพให้จบไป วัน ๆ มองไม่เห็นว่าศพสอนธรรมะอะไรบ้าง การที่พระพุทธองค์ทรงถือว่าการเจริญมรณัสสติเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญสติอีกรูปแบบหนึ่งนั้น ก็เพราะทรงมีพุทธประสงค์ให้คนส่วนใหญ่ “หายมัวเมาในชีวิต” เพราะในโลกนี้มีคนจำนวนมากใช้ชีวิตดังหนึ่งตัวเองจะไม่แก่ ไม่ตาย กิน ดื่ม เสพเที่ยว หลับ นอน อหังการ บ้ายศ ทรัพย์ อำนาจ ลืมตัว ลืมตน จนหลงลืมกุศลผลบุญ หลงลืมสัจธรรมของชีวิต ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างดังหนึ่งว่า สิ่งเหล่านั้นจะเป็นสมบัติอันเที่ยงแท้ของตน หรือดังหนึ่งตนจะสามารถขนเอาไปใช้ในสัมปรายภพได้ทั้งหมดทั้งสิ้น หารู้ไม่ว่า แท้ที่จริงทุกสิ่งที่ครอบครอง คือ ของขอยืมมาทั้งนั้น พอสิ้นชีพวายชนม์ สรรพสิ่งบรรดามีต้องส่งคืนโลกนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น สรรพสิ่งคือของใช้ ไม่มีอะไรเป็นของฉัน ความจริงเป็นดังนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ มักมาก โลภโมโทสัน อยากครอบครองทุกอย่างดังหนึ่งตัวเองจะมีอายุสัก 84,000 ปี ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอยู่กันไม่ถึงร้อยปี หรือเกินกว่านี้ก็น้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทั้ง ๆ ที่ชีวิตแสนสั้น เวลาก็มีจำกัดความตายก็กำลังไล่กวดเข้ามาอยู่ทุกขณะจิต แต่จะมีกี่คนที่สำเหนียกรู้ถึงสัจธรรมเหล่านี้ มัวแต่ดำรงชีวิตด้วยความประมาท ครั้นความตายมาถึงเข้าจริง ๆ จึงร้องห่มร้องไห้แทบล้มประดาตาย ไม่อาจเตรียมใจ ไม่อาจเตรียมตัว ไม่อาจเตรียมเสบียงสำหรับภพหน้า  คนทุกวันนี้มัวแต่ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต แต่ไม่สนใจการทำกรมธรรม์ประกันภพหน้า คือ สะสมกุศลผลบุญ พอความตายวูบผ่านมา จึงกลัวจนลนลาน แต่สำหรับท่านผู้เจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เมื่อแว่วเสียงความตาย หรือเพียงได้มองเห็นสัญญาณแห่งความตาย เช่น ความเจ็บป่วยครั้งใหญ่ของตน ของคนใกล้ตัว หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน ก็จะสามารถสำเหนียกรู้ถึงมัจจุมารที่ย่างกรายเข้ามาใกล้ตัวเองอยู่ทุกขณะ สามารถที่จะลุกขึ้นมาเป็นครูของตนเตือนตนให้ดำรงอยู่ในครรลองของความไม่ประมาทได้อย่างทันท่วงที คนที่เจริญมรณานุสติภาวนาอยู่เสมอนั้น จะได้รับผลทันตา คือ ไม่ประหวั่นพรั่นพรึงต่อความตาย จะหันกลับมาใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า ไม่มีแม้สักวินาทีเดียวที่เขาจะพร่าผลาญเวลาไปอย่างไร้ประโยชน์ เขาจะถือว่าการฆ่าเวลาไปกับกิจกรรมอันไร้แก่นสารเป็นบาปชนิดหนึ่งซึ่งไม่พึงกระทำ ดังคำของพระบรมครูที่ว่า “ขโณ โว มาอุปจฺจคา” (อย่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้เพียงขณะจิตเดียว) เขาจะกลับมาดูแลตัวเองและบุคคลอันเป็นที่รักอย่างดีที่สุด โดยไม่ต้องรอให้เขาเหล่านั้นเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาเสียก่อน พวกเขาจะรู้จักแสวงหาเวลาที่มีคุณค่าระหว่างกันและกันอย่างคุ้มค่าที่สุด ผิว์ความตายด่วนมาพรากคนอันเป็นที่รักจากไป ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ในแง่พฤติกรรมระหว่างวัน คนที่หมั่นเจริญมรณัสสติ ก็จะเลือกสรรทำแต่พฤติกรรมเชิงคุณภาพล้วน ๆ พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นระลึกถึงความตาย ไม่ใช่เพื่อจะให้กลัวตาย แต่เพื่อที่จะให้เรารู้จักที่จะดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด หัวใจของการดำรงชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด ก็คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท ไม่ประมาทในอะไรเล่า… 1. ไม่ประมาทในชีวิต    ว่าจะยืนยาว 2. ไม่ประมาทในวัย    ว่ายังหนุ่มสาว 3. ไม่ประมาทในสุขภาพ    ว่ายังแข็งแรง 4. ไม่ประมาทเวลา    ว่ายังมีอีกมาก 5. ไม่ประมาทในธรรม    ว่าเอาไว้ก่อนวันหลังค่อยสนใจ ใครก็ตามประมาทในเหตุทั้ง 5 ประการนี้ มักต้องมานั่งเสียใจทุกครั้ง เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักต้องมาพลัดพรากจากไป หรือหากตัวเองจะต้องตายขึ้นมาบ้าง ก็มักจะบ่นเพ้อด้วยความเสียดายว่า “รู้อย่างนี้ทำดีไปตั้งนานแล้ว” ดังนั้น หากเราไม่อยากเสียใจ ไม่อยากพลาดวันเวลาสำคัญของชีวิตก็ควรหมั่นเจริญมรณัสสติอยู่เสมอ เพราะเมื่อเราใช้ชีวิตดังหนึ่งความตายกำลังกวักมือเรียกอยู่ข้างหน้าทุกขณะจิต เราจะตระหนักรู้ว่าชีวิตมีค่าแค่ไหน มารดร บิดา สามี ภรรยา ลูกแก้ว เมียขวัญสำคัญเพียงไร สุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นเพียงไร และทรัพย์สินศฤงคารอำนาจราชศักดิ์เป็นเพียงสิ่งสมมุติ มายาเพียงชั่วคราวอย่างไร ความตายจะเป็นดั่งระฆังแห่งสติที่เตือนให้เรากลับมาดำรงอยู่กับความจริงและอยู่กับสิ่งที่เป็นแก่นสาร ทิ้งสิ่งที่เป็นเปลือกหรือหัวโขนของชีวิตอย่างรู้เท่าทัน เมื่ออยู่เบื้องหน้าของความตาย อะไร ๆในโลกก็กระจิริดไปเสียทั้งหมด เราระลึกถึงความตายเพื่อเข้าใกล้ชีวิตที่มีแก่นสารที่สุด ดำรงอยู่อย่างคนที่ตื่นตัวและตื่นรู้ที่สุด ฉะนั้น การระลึกถึงความตายแล้วเศร้าหมอง หดหู่ จึงไม่ใช่มรณานุสติที่ถูกต้อง ที่ถูกคือ พอระลึกถึงว่าตนจะต้องตายในวันหนึ่ง จิตจะตื่นขึ้นมาตระหนักรู้ถึงสัจธรรม แล้วเร่งรีบกระทำแต่กรรมดี ใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด นี่ต่างหากคือสัมมา-ทิฏฐิ (ความเข้าใจที่ถูกต้อง) และสัมมาปฏิบัติ (พฤติกรรมที่ถูกต้อง) อันเป็นผลโดยตรงจากการเจริญมรณานุสติ อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ – วันหนึ่งเราจะต้องตาย […]

True story : ขอบคุณ “ความสูญเสีย” ที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง

“ความสูญเสีย” คำๆนี้ เตรียมพร้อมรับมือแล้วหรือยัง โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ความโศกเศร้าและสะเทือนใจ มักจะมาแทนที่เสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้

เอาชนะมารผจญ แบบ อาร์ม กรกันต์ นายศรมือระนาดเอกแห่งโหมโรง

ขณะที่ผู้คนตกหลุมรัก “นายศร” นักระนาดหนุ่มจากอัมพวา ในยุครัชกาลที่ 5 ไปตาม ๆ อาร์ม กรกันต์ สุทธิโกเศศ พระเอกละครเวทีผู้มากความสามารถก็ยิ่งน่าจับตามอง แต่กว่าจะถึงจุดนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่เกิดขึ้นในใจของเขาเอง

“ศพ” หรือ “เทพ”! มาเปลี่ยนความสัมพันธ์จาก คู่เวรคู่กรรม เป็น คู่สร้างคู่สม

นอกจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงกรรมจะเป็นชนวนทำให้ คนสองคนปิ๊งกันแล้ว กรรมยังเป็นเครื่องจำแนกคู่ออกเป็นประเภทต่างๆ พระพุทธศาสนาสอนว่าคู่นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 แบบ ได้แก่

ดับไฟในใจลูก ด้วยเส้นประสาทกระจกเงา โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร 

เส้นประสาทกระจกเงาที่มีอยู่มากมายในสมองส่วนหน้า คือคุณอนันต์ที่ธรรมชาติให้มนุษย์มาเพื่อให้เราสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสัตว์ชนิดอื่นหลายเท่า  อย่างไรก็ตาม ถ้าเราใช้มันไม่เป็นเส้นประสาทชนิดนี้ก็อาจกลายเป็นโทษมหันต์ได้เช่นกัน

เมื่อสาวลุ่มหลงหนักจน ขู่ฆ่าตัวตาย หากชายไม่รับรัก ทำอย่างไรดี

เมื่อสาวลุ่มหลงหนักจน ขู่ฆ่าตัวตาย ประชดหากชายไม่รับรัก ควรหาทางออกอย่างไรดี Q : เพื่อนชายของดิฉันมีหญิงสาวมาติดพัน ถึงขั้นลุ่มหลงอย่างหนัก เขาตอบปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวลเพื่อถนอมน้ำใจเธอ เพราะเขามีคนรักอยู่แล้ว แต่ฝ่ายหญิงทำใจไม่ได้โทษว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมาน และถ้าหากเขาไม่ตอบรับรัก เธอ ขู่ฆ่าตัวตาย เป็นการประชด ฝ่ายเพื่อนชายของดิฉันเกรงว่าหากเธอฆ่าตัวตายจริงๆ เขาก็จะบาปเลยไม่กล้าตัดความสัมพันธ์ แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังทำผิดต่อคนรักอยู่        การที่เราไม่ทำตามกิเลสหรือความต้องการของผู้อื่น และอาจเป็นสาเหตุให้เขาต้องจบชีวิตลงนั้น เราจะผิดบาปไหมคะ และเราควรจะหาทางออกให้ปัญหานี้อย่างไรจึงจะดีที่สุด   ท่านว.วชิรเมธี ไขปัญหาในเรื่องนี้แก่ผู้ถามว่า สมมุติว่าเราสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่ง เป็นบ้านที่สวยงามมากและเราก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้กับสมาชิกในครอบครัวอีกหลายคนอย่างมีความสุข แต่อยู่มาวันหนึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินผ่านมาแถวนั้น แล้วเห็นว่าบ้านของเราสวยมาก จึงอยากจะเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย แต่พอเจ้าของบ้านไม่ยอม นักท่องเที่ยวคนนั้นก็ประกาศว่า ถ้าไม่ยอมให้เขาเข้าไปอยู่ในบ้าน เขาจะฆ่าตัวตาย เจ้าของบ้านกลัวเขาฆ่าตัวตาย จึงตัดสินใจรับนักท่องเที่ยวคนนั้นมาเป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้านด้วย ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักมักคุ้น ไม่มีความผูกพัน ไม่มีความเต็มใจไม่มีความสุข มีเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เขาต้องตายเพราะ “บ้าน” ของตนเองเป็นเหตุ กับอีกกรณีหนึ่ง เจ้าของบ้านตัดสินใจเด็ดขาดว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของตน คนอื่นจะมาตู่เพื่อเข้ามาอยู่ง่ายๆ ได้อย่างไร แม้ว่าเขายื่นข้อเสนอว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าของบ้านก็ยืนกรานว่า นี่เป็นบ้านของตน ตนมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะให้ใครอยู่หรือไม่อยู่ในบ้านหลังนี้ก็ได้ทั้งนั้น ใครจะตายหรือไม่ตายเขาไม่รับรู้ด้วย […]

5 เคล็ดลับ ชนะอุปสรรค แบบชาวพุทธ

หลายคนที่พบเจออุปสรรคในชีวิตมากมาย  แต่ก็สามารถฝ่าฟันไปได้จนประสบความสำเร็จ  กลายเป็นตำนานเล่าขานให้เป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจแก่คนรุ่นหลัง  เคล็ดลับของพวกเขาคือ  ใช้สติและปัญญาจัดการกับปัญหา  แทนที่จะยอมจำนน วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้สามารถพลิกวิธีคิดและเรียกสติขึ้นมาสู้กับอุปสรรคได้

เราจะเชื่อ เรื่องเวรกรรม ได้จริงหรือ เมื่อคนทำดีกลับเจอแต่เรื่องแย่ๆ

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ :ทำไมบางคนทำเรื่องดีๆ มาตลอด แต่ทำไมเจอแต่เรื่องแย่ๆ เรื่อง เวรกรรม มีจริงหรือไม่

ทุกข์เพราะใจ ใช่ใครทำ บทความให้กำลังใจ จากพระไพศาล วิสาโล

บทความให้กำลังใจ สำหรับคนทุกข์: หากวางใจไว้ถูกแล้ว ไม่ว่าอะไร ก็ไม่สามารถยัดเยียดความทุกข์ หรือขโมยความปกติสุขไปจากเราได้ 

หน้าที่แห่งความสุข ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ อาจารย์หมอและผู้บริหาร FBT

ผู้บริหารยุคใหม่มีภารกิจมากมายหลายหน้าที่ จึงเป็นโจทย์ยากในการบริหารจัดการหลายเรื่องพร้อม ๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ หนึ่งในผู้บริหาร บริษัทโรงงานฟุตบอลล์ไทย สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ จำกัด หรือ เอฟบีที นอกจากการสานต่อธุรกิจของครอบครัวยังมีภารกิจสำคัญทางการแพทย์ที่ต้องดูแล

keyboard_arrow_up