ท่าน ว.วชิรเมธี กับข้อคิดกระตุกสติ “ความรู้” ที่ท่านอาจจะ “ยังไม่รู้”

ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวไว้ในหนังสือ ธรรมะคลายใจ สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ ไว้ตอนหนึ่งว่า ความจัดเจนในการดำเนินชีวิตเป็นสิ่งที่เราแต่ละคนต้องแสวงหาเอง…

ชีวิตของลูกเลี้ยง ที่เหมือน ‘ตายทั้งเป็น’

ครั้งหนึ่งครอบครัวของฉันเคยเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แต่หลังจากที่แม่เสียชีวิตและมีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาในครอบครัวของเรา จึงได้รู้ว่า ชีวิตที่ตายทั้งเป็นนั้นเป็นอย่างไร ชีวิตของลูกเลี้ยง ฉันอาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร พ่อมีอาชีพเป็นชาวประมง ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควร ฉันมีพี่น้องทั้งหมด 12 คน  ฉันเป็นคนที่ 9 แต่น้อง 3 คนเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ๆ ฉันจึงกลายเป็นลูกสุดท้องไปโดยปริยาย ไม่นานหลังจากแม่เสีย พ่อก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ที่บ้าน เธอขายผักอยู่ในตลาด พ่อหลอกว่าอยู่ตัวคนเดียว เมื่อเธอรู้ความจริงว่าพ่อมีลูก 9 คน เธอไม่ได้ว่าอะไร กลับดูแลพวกเราเป็นอย่างดีด้วยซ้ำ ตอนฉันเป็นเด็ก เธอให้กำเนิดลูกชาย 2 คน คนโตส่งไปให้แม่เธอเลี้ยง ส่วนคนเล็กเธอเลี้ยงเอง ชีวิตของฉันดำเนินไปด้วยดี พี่ชายคนโตรับราชการเป็นครู ต่อมาแต่งงานจึงย้ายออกไปอยู่กับครอบครัวของตัวเอง ทุกอย่างในชีวิตมีแต่ความสุข จนกระทั่งวันที่พ่อและบรรดาพี่ชายทุกคนออกเรือไปในทะเลเป็นเวลาแรมเดือน เหลือเพียงฉันและพี่สาว เธอจึงแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา แม่เลี้ยงใช้เราทั้งคู่ทำงานบ้านทุกอย่าง เธอปลุกพวกเราตอนตีสามให้ลุกมาทำงาน ถ้าไม่ลุกจะโดนดึงหู เธอเคยดึงจนหูฉันฉีก ฉันเจ็บมาก อยากไปหาหมอ แต่ไม่มีเงิน เพราะแม่เลี้ยงไม่ให้ไป ฉันทำได้แค่เอาน้ำเกลือมาล้างแผล แม่เลี้ยงใช้แรงงานพวกเราราวกับทาสในเรือนเบี้ย ไม่ได้ดั่งใจก็ทุบตี บางทีก็จับขังไว้ในห้องนอน ให้อดข้าวอดน้ำหลายวัน ระหว่างนั้นพี่สาวของฉันมีชายหนุ่มเข้ามาติดพัน เธอทนที่โดนทำร้ายไม่ไหว จึงหนีตามชายหนุ่มคนนั้นไป เมื่อพ่อกลับมาจากการออกเรือไปหาปลา ฉันเล่าให้พ่อฟังว่าแม่เลี้ยงทำอะไรฉันบ้าง แล้วฉันก็แทบหัวใจสลาย พ่อไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูด เพราะถูกแม่เลี้ยงเป่าหู ทุกครั้งที่พ่อออกไปทำงานคือช่วงเวลาที่ฉันถูกทำร้าย นอกจากงานในบ้านที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แม้แต่เรื่องอาหารก็ได้กินแต่ของเหลือ ๆ อย่างถ้าแม่เลี้ยงซื้อเป็ดมากินกับญาติตัวเอง ก็กินเนื้อเป็ดจนหมดแล้วเหลือกระดูกไว้ให้ฉันกิน พอรองเท้านักเรียนของฉันขาด แม่เลี้ยงก็ไม่ซื้อให้ใหม่ ฉันต้องเก็บเงินซื้อทั้งเสื้อผ้าและรองเท้าเอง เงินเก็บของฉันมาจากเงินที่แม่เลี้ยงให้วันละบาท ซึ่งให้บ้างไม่ให้บ้าง ถ้าพ่ออยู่เธอให้ห้าบาท ระหว่างเก็บเงิน ฉันต้องเอาถุงพลาสติกสวมแทนรองเท้าและพยายามเดินบนพื้นหญ้าจะได้ไม่ร้อนเท้า ตอนอยู่โรงเรียนฉันประทังความหิวโดยการดื่มน้ำจากแท็งก์น้ำของโรงเรียน เพราะต้องการเก็บเงินไว้ซื้อรองเท้าให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วเงินก็ไม่พอซื้อรองเท้าอยู่ดี หลังจากจบ ป.4 ฉันอยากเรียนต่อ ป.5 จะได้รู้ภาษาอังกฤษ เพราะสมัยนั้นเริ่มสอนภาษาอังกฤษกันตอน ป.5 ฉันอยากมีความรู้ไว้ติดตัวบ้างก็เท่านั้นเอง แต่แม่เลี้ยงตอบว่า “ผู้หญิงเรียนมากก็เหี้_มาก ไม่ต้องเรียนเดี๋ยวผัวก็เลี้ยง” ฉันจึงไม่ได้เรียนต่อ ต้องออกมาทำงานบ้าน เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ และเริ่มมีเงินเก็บพอสมควร ต่อมาแม่เลี้ยงเริ่มเล่นหวยหนักจนเงินหมด ก็มายืมเงินฉันไปเป็นทุนซื้อผักไปขายในตลาด ฉันก็ให้ไปและคิดว่าเดี๋ยวคงได้คืน วันหนึ่งฉันเพิ่งทำงานบ้านเสร็จ เหนื่อยมาก หิวจนตาลาย แต่แม่เลี้ยงไม่ให้กินข้าว ฉันโมโหหิวขว้างจานข้ามหัวพ่อที่กลับมาบ้านพอดี พ่อไม่เคยเห็นฉันเป็นแบบนี้จึงตวาดว่า “นี่มึงทำถึงขนาดนี้เลยหรือ” แล้วพ่อก็ตี ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นเล่าเรื่องที่ถูกแม่เลี้ยงกระทำ “ตอนเขาตีหนู พ่อเคยเห็นบ้างไหม พ่อเคยอยู่ดูแลหนูบ้างหรือเปล่า” ฉันพูดทั้งน้ำตา แล้วก็เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อฟังอีกครั้งจนพ่อไปตีแม่เลี้ยง เพราะพ่อเห็นว่าทำกับฉันหนักเกินไป เมื่อพ่อต้องออกไปกับเรืออีกครั้ง แม่เลี้ยงก็แผลงฤทธิ์หนักขึ้น ฉันจึงทวงเงินที่เขายืมไปบ้าง เพราะคิดว่าจะไม่ยอมอีกแล้ว ปรากฏว่าเขาโกรธจัด จับฉันมัดข้อมือไว้กับเพดาน ตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางบ้าน จากนั้นเธอเดินไปหยิบหางกระเบนมาฟาดหลัง ตอนนั้นฉันใส่เสื้อคอกระเช้าบางเฉียบ แรงเหวี่ยงของหางกระเบนที่ฟาดมาทำให้เนื้อแตก หลังจากตีจนสาแก่ใจก็ไปเอาน้ำเกลือหนึ่งกะละมังมาสาดที่แผลสด ๆ ฉันเจ็บแสบทรมานมากจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ วันหนึ่งฉันไปขายผักแทนแม่เลี้ยงที่ตลาดและเจอเพื่อนบริเวณนั้น จึงขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายถึงพี่ชายที่เป็นครูให้มารับไปอยู่ด้วยเพราะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อพี่ชายได้รับจดหมายจึงรีบมารับทันที โดยที่แม่เลี้ยงก็ขัดขวางไม่ได้เพราะพี่ชายโตแล้ว เธอไม่กล้ายุ่ง เวลาผ่านไปจนฉันอายุ 14 […]

Dhamma Daily : พระพุทธศาสนาพูดถึงเรื่อง “ฤกษ์ยาม” ไว้อย่างไร

ฤกษ์ยาม นั้นสำคัญไฉน คนไทยเราไม่ว่าจะบวช  หรือจะเบียด  ขึ้นบ้านใหม่  เปิดกิจการถอยรถ  ฯลฯ  มักนิยม “ดูฤกษ์ดูยาม” ไว้ก่อนเพราะเชื่อว่าจะโชคดีมีสุข  เจริญรุ่งเรือง  เงินทองไหลมาเทมา…

เรื่องเล่าของชายขาหักที่สร้างสุขให้โลกใบนี้ โดย นายแพทย์ชวโรจน์ เกียรติกำพล  

“หักอีกแล้วเหรอครับลุง”  ผม ( นายแพทย์ชวโรจน์ ) เริ่มต้นด้วยคำถามตั้งแต่เห็นคุณลุง ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อาจจะเรียกได้ว่ามาโรงพยาบาลบ่อยที่สุดเดินเข้ามา

ความรักที่วาดฝันไว้งดงาม แต่แล้วเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้ล้มทั้งยืน

ความรัก ครั้งแรกของฉัน เริ่มต้นตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถือว่าเร็วทีเดียวเมื่อเทียบกับสังคมไทยสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว วัยรุ่นในยุคนั้นยังจีบกันด้วยการ…

กับดัก ‘รักสามเส้า’ บทสรุปของคนปล่อยใจให้อยู่เหนือความถูกต้อง

คุณเชื่อเรื่องเวรกรรมหรือไม่ เชื่อไหมว่าหากทำสิ่งใดไว้ คุณย่อมได้รับผลแห่งการกระทำนั้น…ฉันเกิดในครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนในโรงเรียนดี ๆ 

การจากลาครั้งสุดท้ายของน้องชาย เรื่องจริงที่แสนเจ็บปวดเเละยากเกินอภัย

ช่างเป็นเรื่องที่ทำใจลำบาก และ ยากเกินอภัย เรื่องมีอยู่ว่าฉันมีน้องชายที่น่ารักอยู่คนหนึ่งซึ่งฉันเลี้ยงมากับมือตั้งแต่เล็ก ชื่อ “ตุ้ย” เราสองคนรักกันมาก…

ปัญหาธรรมประจำวันนี้ : การดูจิตในการปฏิบัติธรรมคืออะไร

การดูจิต” ในการปฏิบัติธรรมคืออะไร หลายคนยังเกิดความสงสัยและยังไม่เข้าใจถึงหลักปฎิบัติ อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร อธิบายถึงเรื่องนี้ว่า การดูจิต คือ การตามสังเกตความคิดของเราไปเรื่อยๆ ว่าแต่ละขณะจิตกำลังคิดอะไร เมื่อตามดูเช่นนี้ไปจนถึงที่สุดแล้วจะพบว่า ไม่ว่าจิตจะคิดเรื่องอะไรก็ตาม ในที่สุดความคิดเหล่านั้นจะดับหรืออนัตตาไป การดูจิต คือหนึ่งในสี่วิธีพัฒนาจิตเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามหลัก สติปัฏฐานสี่ อันได้แก่ การตามดู กาย เวทนา จิต และ ธรรม กาย คือการตามสังเกตความเป็นไปในสภาวะของร่างกาย เวทนา คือการตามสังเกตความเป็นไปในความสุข ความทุกข์ และความไม่สุขไม่ทุกข์ จิต คือการตามสังเกตจิตที่รับกระทบแล้วว่า เมื่อรับกระทบดี อารมณ์จะดี และเมื่อกระทบไม่ดี อารมณ์ก็จะไม่ดี และ ธรรม คือการตามสังเกตว่าธรรมข้อใดกำลังปรากฏขึ้น จนกระทั่งเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง เป็นสิ่งไม่เที่ยง ทุกขัง แปรเปลี่ยน เนื่องจากมีเกิด – ดับ และ อนัตตา ไม่ใช่ตัวตน เมื่อตามสังเกตกาย เวทนา จิต ธรรม จนเห็นว่าดำเนินไปตามนี้แล้ว […]

Dhamma Daily: เมื่อ คนรักเปลี่ยนไป ยังฝังใจ ยากจะลืม

แม้ความรักจะสร้างความสุข แต่ก็ไม่เคยหยุดสร้างทุกข์ให้คนเรา โดยเฉพาะในยามที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไป หรือมีปัญหาจนต้องเลิกรามักตามมาด้วยความเจ็บปวดเสมอ

บทเรียนจากความเจ็บปวดซ้ำซาก ของหญิงผู้โหยหาความรัก

แม้ชีวิตของฉันจะเริ่มต้นจาก “ความไม่พร้อม” ของพ่อและแม่ แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังถือว่าตัวเองเป็นคน “โชคดี” เพราะอย่างน้อยๆ ฉันก็มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก…

หนีทหาร ซ้ำเติมชีวิต เรื่องจริงของผู้ชายที่หวังตื่นจากฝันร้าย

เมื่อเข้าสู่ช่วงมัธยมปลาย  อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทในหมู่วัยรุ่น  ผมไม่ได้รู้จักแต่เพื่อน ๆ ในโรงเรียนเท่านั้น  ผมได้รู้จักกับชายคนหนึ่งในโปรแกรมแชต  เขาเป็นมากกว่าแค่คนรู้จัก  เป็นมากกว่าเพื่อนสนิท  เขาเป็นคนรักคนแรก  เป็นรักบริสุทธิ์  เป็นทุกอย่างในชีวิตของผม

ดิฉันมี สามีเป็นเกย์ ! ความลับในความรักที่ต้องการคำตอบ

ดิฉันมีคำถามค้างคาใจ ไม่ทราบจะถามพระที่ไหนได้ เพราะสมัยก่อนไม่น่าจะมีเคสแบบนี้บัญญัติไว้ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สามีดิฉันเป็นเกย์  แต่งงานเพื่อสถานะทางสังคม  รู้จักกันโดยมีคนแนะนำ  แต่งงานโดยมิได้มีการคบหาดูใจศึกษานิสัยกันก่อน  ดิฉันไม่ทราบมาก่อนเรื่องที่เขาเป็นเกย์ เก้ง กวาง

Dhamma Daily : ถ้ารักงานแต่ เบื่อเจ้านาย เพราะไร้ความยุติธรรม ทำอย่างไรดี ?

พระอาจารย์คะ ถ้ารักงานแต่ เบื่อเจ้านาย เพราะเจ้านายไม่ดี ไม่มีความยุติธรรมในการปกครองคน แต่เราก็ไม่อยากลาออก จะทำยังไงดีคะ พระอาจารย์นวลจันทร์  กิตติปัญโญ  กล่าวตอบว่า เรามาทำงานไม่ใช่หรือ ทำไมต้องไปสนใจสัตว์ บุคคล นาย ก. นาย ข. ด้วย ฉะนั้น ตัดส่วนเกินคือคน สัตว์ บุคคล ไปได้เลย…เราเรียนมามีความรู้ความสามารถ ก็จงนำความรู้ความสามารถเหล่านั้นมาปฏิบัติหน้าที่ทำให้งานดำเนินไป ถ้าเราตัดส่วนเกินออกไป ความทุกข์จะเกิดไม่ได้ การปรุงแต่งจะไม่เกิดขึ้น เพราะเราไปทำงานเพื่องาน คนส่วนมากที่บอกว่าไปทำงานๆ ต้องลองหันกลับมามองดูนะ ว่าไปทำงานจริงหรือเปล่า ไปทำงานหรือไปให้ถูกงาน “ทำ” ผู้ถูกงานทำ ทำงานไม่เป็น ไม่ได้ทำงาน มัวแต่เอาเวลาไปคิดนู่นนี่ไร้สาระ แล้วจะมาทำงานทำไม ซีเคร็ตเคล็ดลับ วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ “ผมคิดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้านายและลูกน้องไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทั้งสองฝ่ายควรปรับตัวเข้าหากัน และในการทำงานร่วมกันเป็นทีม ทุกคนอาจต้องเสียสละประโยชน์ส่วนตนคนละเล็กคนละน้อยเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของทีม แล้วจะพบว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นมีมากกว่าการทำงานคนเดียวเสียอีก” “แท้ที่จริงแล้วแนวคิดเหล่านี้ล้วนมาจากศาสนาพุทธทั้งสิ้น เพราะการโค้ชตนเองก็คือการปฏิบัติธรรม ในขณะที่พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นเสมือนฟา อันจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ตรัสให้นางกิสาโคตมีหาเมล็ดผักกาดจากเรือนที่ไม่เคยมีคนตาย กระทั่งนางเห็นธรรมและบรรลุเป็นพระโสดาบันนอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเปรียบได้กับเมนทอร์ เนื่องจากพระองค์ตรัสสอนผู้อื่นผ่านพระสูตรหรือเรื่องเล่าต่าง ๆ” ที่มา : วิธีอยู่ร่วมกับเจ้านายอย่างสันติ เคล็ด (ไม่) ลับ จาก […]

เรื่องจริงแสนทรมานของภรรยา ที่ถูกสามีทาสสุรา จุดไฟเผาทั้งเป็น

พระพุทธเจ้าตรัสว่า หญิงชายจะเป็นคู่แท้กันได้นั้น ก็เพราะต่างฝ่ายต่างมีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญาเสมอกัน คือ ร่วมยินดีไปในแนวความเชื่อเดียวกัน มีใจปรารถนา…

“ทำกรรมกับปู ” เรื่องจริงของ แรงกรรม จากผู้อ่านนิตยสารซีเคร็ต

“ทำกรรมกับปู ” เรื่องจริงของ แรงกรรม จากผู้อ่านนิตยสารซีเคร็ต ในช่วงวัยประถมฯ หลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด ฉันมักจะไปเที่ยวเล่นตามทุ่งนา ธรรมชาติทำให้ฉันมีความสุข สนุกไปกับกลุ่มเพื่อนๆ สนุกกับการได้วิ่งเล่นบนความอิสระ ทุกครั้งที่ออกไปทุ่งนา ฉันมักจะหาวัตถุดิบกลับมาให้แม่ปรุงอาหาร ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ผักบุ้ง สายบัว ผักแว่น หอบหิ้วติดไม้ติดมือมาตลอด ก้ามปูเผาเป็นเมนูที่ฉันชอบกินมาก อาจด้วยเพราะเป็นลูกชาวนา บวกกับความยากจนทำให้โอกาสเลือกมีน้อย เราต้องยินดีกับสิ่งที่มีอยู่เบื้องหน้า การเดินทางไปตามท้องนา สายตาของฉันจึงสอดส่องมองหาแต่รูปู ยิ่งช่วงไถคราดนาใหม่ๆ จะสังเกตเห็นรูปูได้ง่าย อีกทั้งยังมีปูเดินขวักไขว่อยู่ในผืนนา อุปกรณ์ที่ฉันต้องเตรียมพร้อม คือ ถุงพลาสติก 2 ใบ เลือกที่หนาๆ หน่อยก็จะดี ใบหนึ่งนำมาสวมไว้ที่มือ แล้วนำหนังยางมารัดที่ข้อมือกันไม่ให้ถุงหลุดออก เจอรูปูที่ไหนก็ใช้มือที่สวมถุงล้วงเข้าไปควานหาตัวมันทันที เมื่อจับได้ก็จะดึงตัวปูออกมาแล้วหักก้ามใหญ่ หรือที่เราเรียกกันว่าก้ามเป้งออกทันที แล้วก็หย่อนใส่ถุงอีกใบหนึ่งที่เตรียมมา คงด้วยสัญชาติญาณของสัตว์ที่ต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การจับปูบางตัวจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันจะง้างก้ามหนีบนิ้วทันทีที่มีโอกาส และความรู้สึกนั้นบอกได้เลยว่า เจ็บสุดๆ แต่แทนที่จะยอมแพ้ ฉันกลับต้องหาวิธีนำปูตัวนั้นออกมาให้ได้ และเมื่อนำออกมาได้แล้วจัดการหักก้ามแล้วโยนตัวมันทิ้งทันทีแบบไม่แยแสด้วยซ้ำ หรือจะว่าไปก็แอบมีโมโห ผสมความสะใจที่เหมือนได้เป็นผู้ชนะ […]

เปลี่ยน ‘ จิตตก ‘ เป็น ‘จิตฟู’ ลดอาการ โรคซึมเศร้า ข้อคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี

ในยุคที่สังคมนิยมแสวงสุข แต่ผู้คนกลับเศร้าง่าย โรคซึมเศร้ากำลังคร่าชีวิตคนไทยทีละนิด ( โรคซึมเศร้า ข้อคิดจากท่าน ว.วชิรเมธี )

ทำงานด้วย จิตว่าง ทำอย่างไร พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ มีคำตอบ

ถ้าอาชีพที่เราทำบังเอิญขัดกับหลักพระพุทธศาสนา เราจะ ทำงานด้วยจิตว่าง หรือทำงานไปด้วยเจริญสติไปด้วย โดยไม่สุข ไม่ทุกข์ ได้อย่างไรกันคะ

 True Story : วันที่ไม่เหลือใคร  [เรื่องจริงจาก Secret magazine]

ท่ามกลางเรื่องราวที่คนอื่นคิดว่าเลวร้าย แต่ฉันไม่เคยคิดท้อใจสักครั้ง แม้กระทั่งวันที่ต้องอยู่ตัวคนเดียว

keyboard_arrow_up