แม้ความรักจะพังลง แต่ “ความหวัง” จะต้องอยู่กับเราต่อไป

แม้ความรักจะพังลง แต่ “ความหวัง” จะต้องอยู่กับเราต่อไป เมื่อความสัมพันธ์ของเรากับคนรักต้องจบลงไปโดยที่ไม่เต็มใจ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคงไม่ต่างอะไรจากโลกที่เคยรู้จักได้พังทลายลงไป และสิ่งที่เคยทำให้รู้สึกสดใสกลับไม่สามารถช่วยอะไรเราได้อีก ทุกสิ่งทุกอย่างดูเลวร้ายไปเสียหมด ณ ช่วงเวลานั้นเราแทบไม่อยากจะทำอะไร นอกจากนอนร้องไห้และเอาแต่คิดถึงวันเก่าๆ เสียดายเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เสียดายวันข้างหน้าที่เคยวางแผนเอาไว้ด้วยกันต่อให้เวลาผ่านไป แม้จะมีคนใหม่ๆ สิ่ง ใหม่ๆ เข้ามา แต่ในหัวของเราจะคิดไปโดยอัติโนมัติว่า พอแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ไม่อยากกลับไปรู้สึกเศร้าเสียใจแบบเดิมอีก จนเป็นตัวเราเองที่ปิดตาย สร้างกำแพงป้องกันหัวใจไม่ให้ถูกทำร้าย กลายเป็นคนหมดศรัทธาในความรักและเบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ความจริงแล้วยังมีอีกหลายหนทางให้เลือกเดิน ที่เรายังมีชีวิตอยู่เพราะเรามีความหวัง หวังว่าจะเจอกับคนที่ดีพอจนทลายกำแพงหนาทึบที่เราสร้างไว้ลงได้ ดีพอจนเราไม่หวนกลับไปนึกถึงความทรงจำร้ายๆ ในอดีต และทำให้เรากลับมามีชีวิตที่สดใสอีกครั้ง ใครที่ความรักพังก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะสักวันเราต้องเจอคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเราได้อย่างแน่นอน แม้ครั้งหนึ่งรักอาจจะพัง แต่ “ความหวัง” จะยังต้องอยู่กับเราต่อไป อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? 5 ข้อเสียของการ อยู่ตัวคนเดียว มานานเกินไป ที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้! คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 4 สิ่งที่มีผลต่อความรัก ช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ ไม่มีนก […]

ดูง่ายๆ ว่าจริงหรือหลอก! 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเป็น “คนสำคัญ” สำหรับเขา

ดูง่ายๆ ว่าจริงหรือหลอก! 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าเราเป็น “คนสำคัญ” สำหรับเขา คุยกันมาสักพักนึงแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง จะให้เดาใจก็ยาก สงสัยจังว่าเขาอยากได้เราเป็นแฟนหรือเปล่านะ จะให้ถามไปตรงๆ ก็ไม่กล้าเพราะกลัวคำตอบที่ได้มาไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้ ใครที่เจอปัญหาแบบนี้ไม่ต้องปวดหัวไป เพราะวันนี้ GL มีเคล็ดลับการดูใจอีกฝ่ายมาบอกต่อกัน ด้วยการดู 5 สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าคุณคือ “คนสำคัญ” สำหรับเขา 1.นึกถึงเราอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ไหน เขาก็มักจะนึกถึงเราอยู่เสมอ แล้วก็จะเป็นฝ่ายแชร์เรื่องราวในชีวิตประจำวันให้เราได้รับรู้ ทั้งเล่าให้ฟัง ถ่ายรูปมาให้ดู หรือซื้อของมาฝาก และหากถึงขั้นที่เขาติดต่อมาหาทุกวันหละก็ นั่นแหละเราต้องเป็นสำคัญแน่นอน (ขอเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน) 2.จำรายละเอียดเกี่ยวกับเราได้ เขาจำได้ว่าเราชอบกิน ไม่ชอบอะไร หรือชอบไปที่ไหน ชอบทำอะไร ฟังเพลง ดูหนังแนวไหน รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับเขาคนนี้ที่คอยใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของเราอยู่เสมอ จนบางครั้งเราอาจรู้สึกแปลกใจว่า เอ๊ะ! เขาจำได้ไงกัน ขนาดเรายังจำไม่ได้เลยนะ 3.พาไปเจอกับครอบครัวและเพื่อนๆ เขามักจะชวนเราไปพบเจอเพื่อนๆ หรือครอบครัวของเขา รวมถึงมักจะเล่าเรื่องของเราให้เพื่อนๆ และครอบครัวของเขาฟังอยู่ตลอด เพราะอยากให้เราทำความรู้จักกับเพื่อนฝูงและครอบครัว อยากให้เราเป็นส่วนหนึ่งในสังคมของเขา การทำแบบนี้ นอกจากจะเป็นการให้เกียรติเราแล้ว ยังถือว่าเป็นการให้ความสำคัญกับเราอีกด้วยนะ […]

‘เอส แอนด์ พี’ แนะนำโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์

‘เอส แอนด์ พี’ แนะนำโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์ เอส แอนด์ พี ชวนร่วมส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยมอบส่วนลดพิเศษเมื่อสั่งอาหารให้บุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ โปรโมชั่น 1 ฟรี 1 เมื่อสั่งเมนูอาหารจานเดียวที่ร่วมรายการ / รับส่วนลด 20% เมื่อสั่งแซนวิช หรือเค้กตัดชิ้น จำนวน 8 ชิ้นขึ้นไป / รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อชุดอาหารและของว่าง (Snack Box) ผ่านช่องทาง S&P Delivery 1344 ระยะเวลา วันนี้ – 31 มิ.ย. 64 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ S&P Delivery 1344 อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม รวมมิตร น้ำจิ้ม & ซอส คู่บารมี ซีฟู้ดแสนอร่อย มารี กีมาร์ แฟรปเป้ เครื่องดื่มสีทองอร่าม […]

“Skinship” แตะนิดสัมผัสหน่อยก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และรักกันมากขึ้น

“Skinship” แตะนิดสัมผัสหน่อยก็รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และรักกันมากขึ้น คงมีหลายคนที่ชอบจับชอบสัมผัสคนรัก ไม่ว่าจะจับมือ ลูบหัว ลูบผม หรือโอบไหล่ อยู่ใกล้กันทีไรก็ต้องรีบเข้าไปกอด สำหรับพฤติกรรมแบบนี้เราเรียกมันว่าการสกินชิพ “Skinship” ซึ่งเป็นการสื่อสารและแสดงความรักกันผ่านการแสดงออกทางภาษากาย ช่วยให้วันนั้นมีความสุขขึ้นมาได้ด้วยการทำสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ และเชื่อไหมว่าแค่การจับมือหรือการแสดงออกทางภาษากายเพียงเล็กน้อยโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากพูดอะไร ก็ช่วยให้ความรักและความผูกพันธ์ระหว่างกันเพิ่มขึ้นมาได้ เพราะว่ามันจะทำให้เรารู้สึกถึงการมีอยู่ของเขาและมีเขาอยู่ข้างๆ พร้อมที่จะตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวและหัวใจ เมื่อรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย ถ้าจะให้เห็นภาพก็ลองนึกถึงวันหยุดที่มีคนรักอยู่ข้างๆ เปิด Netflix ดูหนังด้วยกันแล้วนอนหนุนตัก แค่นี้ก็รู้สึกว่ามีความสุขมากๆ แล้ว เพราะสกินชิพไม่ได้เจาะจงและลงลึกจนต้องนำไปสู่เรื่องเซ็กส์หรือเรื่องใต้สะดือเสมอไป และไม่ได้ก็มีข้อกำหนดตายตัวว่าเราจะต้องทำแบบไหน ทำนานเท่าไหร่ เราควรปล่อยให้มันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและความรู้สึก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวังกันไว้ให้ดีก็คือความเหมาะของการกระทำและสถานที่ อย่างเช่น ไปเดินเล่น ช็อปปิ้ง หรือดูหนังด้วยกันข้างนอกก็อาจจะแค่โอบไหล่และจับมือกันเบาๆ เมื่อกลับเข้าบ้านมาหรืออยู่ในที่ส่วนตัวก็อาจจะกอด จูบ หอมแก้มกันตามประสาคนรัก แบบนี้ก็คงไม่ไปเดือดร้อนสายตาใครและคงไม่มีใครว่าอะไรเราได้ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์” คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ วัน เติมพลังให้ชีวิตคู่ 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ […]

อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบก “ปัญหาชีวิต” ไว้คนเดียว

อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบก “ปัญหาชีวิต” ไว้คนเดียว เคยเป็นกันบ้างไหม? เวลาเจอปัญหาหรือมีเรื่องราวทุกข์ใจผ่านเข้ามามักจะเก็บมันไว้โดยไม่บอกใครแล้วพยายามแก้ไขอยู่คนเดียว คิดว่ามีแต่เราที่ต้องแบกรับมันไว้ เพราะไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมารับรู้และเดือดร้อนกับสิ่งที่น่าปวดหัวเหล่านี้ไปด้วย สุดท้ายปัญหานั้นก็บานปลายจนไม่สามารถแก้ไขได้ ก่อให้เกิดความกดดัน ความทุกข์ ความเศร้าขึ้นมาในใจ อยากบอกว่าแบบนี้มันไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะยิ่งเวลาผ่านไปมันจะยิ่งทำให้เราอ่อนล้า จิตใจอ่อนแอ เรี่ยวแรงถดถอย และอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด จะดีกว่าไหมถ้ามีปัญหาใดผ่านเข้ามาหรือมีงานที่หนักหนาถูกมอบหมายมาให้ เพียงลองมอบไปรอบๆ ตัว แล้วเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่นดูบ้าง แม้ว่าเขาจะไม่ช่วยลงแรงก็ไม่เป็นไร แต่แค่ช่วยรับฟังและเป็นกำลังใจให้ก็ดีมากมายแล้ว บางคนอาจสงสัยว่าแค่เป็นกำลังใจและรับฟังมันจะมีประโยชน์อะไร ขอบอกว่าจริงๆ แล้วมันมีประโยชน์ต่อจิตใจมากเลยนะ เพราะการที่มีคนมาคอยรับฟังในเวลาที่เรามีปัญหามันจะช่วยแบ่งเบาภาระทางจิตใจ ช่วยให้รู้สึกโล่งสบาย และรู้สึกว่าเราไม่ต้องรับทุกอย่างไว้คนเดียว ยังมีคนรอบข้างคอยผลักดันให้เราผ่านช่วงเวลาร้ายๆ เหล่านั้นไปได้ หากใครที่กำลังเจอเรื่องหนักใจ หรือชอบเก็บอะไรไว้ในใจคนเดียวแบบที่ว่านี้อยู่ ก็อย่าแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า อย่าแบกปัญหาไว้คนเดียว อยากขอให้ลองเปิดใจให้คนรอบตัวดูสักครั้ง เปิดใจให้คนรอบข้างดูสักหน เชื่อว่ามันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้แน่ อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม สมดุลชีวิตขาดหาย! ลองทำตาม 5 วิธีง่ายๆ เพื่อกลับมามีความสุขอีกครั้ง 4 เคล็ดลับรับมืออาการ ‘เครียดแล้วชอบกิน’ จะได้ไม่เครียดเพราะน้ำหนักขึ้น 4 วิธีคลายเครียด เยียวยาความทุกข์ คิดบวกเป็นสองเท่า หยุดเป็นคน ปากไม่ตรงกับใจ เพราะอาจรู้สึกแย่ได้ทีหลัง! […]

ทริคความรัก : How to เริ่มต้นคุยกับคนที่ถูกใจ ทำยังไงให้เขาอยากคุยต่อ

ทริคความรัก : How to เริ่มต้นคุยกับคนที่ถูกใจ ทำยังไงให้เขาอยากคุยต่อ เคยเป็นกันไหม? เวลาเราเจอใครสักคนที่รู้สึกถูกชะตา ถูกใจ อยากได้มาเป็นแฟน แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง จะเดินเข้าไปทักก็เขินเพราะไม่รู้ว่าจะชวนคุยเรื่องอะไรดี สุดท้ายก็นกทุกทีเพราะมัวแต่กลัวๆ กล้าๆ จนคนอื่นมาแย่งไป ใครที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะวันนี้ GL มีเทคนิคดีๆ ในการชวนคุยเพื่อเริ่มต้นสานสัมพันธ์และทำให้เขาอยากคุยกับเราต่อ มาบอกกัน – เริ่มต้นจากการยิ้มและสบตา ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ถ้าเจอหน้ากันเพียงแค่เรายิ้มและสบตา แค่นี้ก็จะทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นมิตร ต่อจากนี้จะเริ่มพูดอะไรก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายและราบรื่น – ขั้นต่อไปคือการทักทาย หลังจากยิ้มและสบตาให้กันแล้ว ครั้งต่อไปที่เจอกันก็อาจจะลองพูดจาทักทายดูบ้าง เจอกันตอนเช้าก็สวัสดี เจอตอนเที่ยงก็ลองถามดูว่ากินข้าวหรือยัง? เหมือนจะเป็นคำถามง่ายๆ ที่ดูไม่มีอะไร แต่มันก็เป็นการพูดคุยที่จะทำให้เราสามารถก้าวไปขั้นต่อไปได้นะ – ตั้งคำถามเพื่อทำความรู้จัก หลังจากเริ่มคุยเริ่มถามด้วยประโยคธรรมดาทั่วไปอย่างกินข้าวหรือยังแล้ว ก็ลองเริ่มเปิดบทสนทนาจากการถามคำถามง่ายๆ ที่เขาสามารถตอบได้โดยไม่รุกล้ำเรื่องส่วนตัวจนเกินไป หรือหยิบยกเรื่องดีๆ ที่เป็นแง่บวกขึ้นมาพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์หรือความคิดเห็นกัน – ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด เมื่อเริ่มเปิดบทสนทนาแล้วอย่าพูดอยู่คนเดียว เปิดโอกาสให้เขาได้พูดบ้าง เมื่อเขาพูดอะไรก็อย่าลืมตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดด้วยเช่นกัน แล้วเก็บเอาประเด็นเหล่านั้นมาต่อยอดเพื่อพูดคุยกันต่อไป ถ้ามีเรื่องไหนที่ไม่เข้าใจ (หรือจะแกล้งไม่เข้าใจ) แล้วลองขอเบอร์ขอไลน์เพื่อเอาไว้ถามทีหลังก็ได้นะ – มองหาความชอบความสนใจของเขา […]

Revenge Bedtime Procrastination ไม่ได้ “นอนไม่หลับ” แต่เลือกที่จะไม่นอน

Revenge Bedtime Procrastination ไม่ได้ “นอนไม่หลับ” แต่เลือกที่จะไม่นอน แม้ว่าวันนั้นจะทำงานหนักขนาดไหน เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปทั้งตัวและหัวใจ แต่พอกลับบ้านมากินข้าว อาบน้ำ ทำนู่นทำนี่จนเวลาล่วงเลยไปถึงดึกดื่น แทนที่จะนอนเอาแรงเพื่อไปสู้งานในวันต่อไป เรากลับเลือกที่จะไม่นอน ขอสละเวลาพักผ่อนมาทำกิจกรรมที่เราชอบและรู้สึกผ่อนคลายไปกับมัน ทั้งเล่นเกม เปิดทีวีดูซีรีย์ อ่านหนังสือ ถูไถมือถือจนเกือบเช้า พฤติกรรมเช่นนี้นักจิตวิทยาเรียกมันว่าการผัดเวลานอน หรือ “Revenge Bedtime Procrastination” แน่นอนว่าการทำแบบนี้มันต่างจากการนอนไม่หลับโดยสิ้นเชิง เพราะเราเลือกที่จะเลื่อนเวลานอนออกไปด้วยความตั้งใจล้วนๆ แต่แล้วทำไมเราถึงเป็นแบบนี้? – นอนดึกเพื่อล้างแค้น ในข้อนี้มีคำตอบว่า Revenge Bedtime Procrastination นั้นมักจะเกิดกับคนที่เครียดกับการทำงานมาทั้งวัน ทำงานหนักสะสมมาเป็นเวลานานจนไม่มีเวลาเหลือไปใช้ชีวิตของตัวเองหรือไปทำอย่างอื่น ทำให้เลือกที่จะสละเวลานอนหรือเวลาพักผ่อนที่มีแล้วมาใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ เพื่อทวงเวลาการใช้ชีวิตที่หายไปในช่วง Daytime หรือนอนดึกเพื่อล้างแค้น แล้วยังมีอารมณ์ประมาณว่ายังไม่อยากให้ถึงเช้าเลย เพราะไม่อยากไปเผชิญกับความเครียดและกดดันแบบนั้นอีก – ผลเสียของการล้างแคน รู้หรือไม่ว่าผลของการล้างแค้นหรือชดเชยเวลาการใช้ชีวิตตอนกลางคืนนั้น สุดท้ายแล้วมันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง เราอาจจะได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ ไม่ว่าจะเล่นเกมจนแรงค์ตัน เคลียร์เควสเนื้อเรื่องผ่าน 100% ดูซีรีย์ที่ดองไว้จนจบ หรืออ่านหนังสือที่ซื้อไว้ครบทุกเล่ม แต่เมื่อเวลาพักผ่อนที่มีค่าหายไป ทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมามากมาย – แก้ยังไงดี […]

จะทนอยู่ต่อไปทำไมเมื่อเขา “หมดใจ” ให้รีบก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

จะทนอยู่ต่อไปทำไมเมื่อเขา “หมดใจ” ให้รีบก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง ความสัมพันธ์ที่คู่รักร่วมกันสร้างมาอย่างดิบดี แต่เมื่อถึงวันหนึ่งทั้งคู่กลับไม่รู้สึกว่ามีความสุขอีกต่อไป “หมดใจ” ไม่มีหัวใจให้กันอีกแล้ว เพราะยิ่งคบกันมานานเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับความสำคัญน้อยลงไปทุกที เรื่องเล็กน้อยยันเรื่องใหญ่ล้วนถูกมองข้าม หากใครกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้ คุณต้องมานั่งคิดและทบทวนตัวเองดูแล้วหละว่าจะอดทนให้มันเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป หรือก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง หากอยากจะก้าวออกจากสถานการณ์แบบนี้ อย่างแรกเลยคือต้องเด็ดเดี่ยว เมื่อความรักนั้นไม่ได้ดีอย่างที่หวัง ก็ไม่จำเป็นจะต้องรั้งหัวใจตัวเองเอาไว้ ตัดสินใจให้เด็ดขาดไม่ต้องเสียดายเรื่องที่ผ่านมา และก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อหาโอกาสเจอคนที่ดีกว่าก็เท่านั้น เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ เพราะไม่มีใครจะตัดสินใจเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเราได้ดีไปกว่าเราอีกแล้ว คุณยังมีชีวิต มีลมหายใจ และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นคุณเป็นเจ้าของ ถึงเวลาแล้วที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง เมื่อตัดสินใจก้าวเดินออกมา คุณไม่จำเป็นต้องลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด อาจจะเลือกเก็บช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีให้กันไว้ในใจ และอีกสิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับตัวและหัวใจเรา เพื่อที่จะจำไว้เป็นบทเรียนชีวิต ให้เราไม่ต้องไปเจอกับเหตุการณ์ สถานการณ์หรือสิ่งที่จะทำให้เราเจ็บช้ำแบบเดิมในอนาคต ที่ผ่านมาไม่ว่าจะรักกันแค่ไหน แต่ถ้าวันนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียดาย เรายังมีโอกาสได้พบกับคนอีกมากมาย และคงมีสักวันที่เราจะได้พบคนที่สมควรได้รับความรักจากเรา อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ วัน เติมพลังให้ชีวิตคู่ แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? คบรุ่นพี่ แล้วดีต่อใจ ข้อดีของการคบคนที่มีอายุมากกว่า 5 สิ่งควรรู้ คุยยังไงให้ได้คบ ไม่มีนก […]

เอาใจใส่คนอื่นและเรื่องรอบตัวมากเกินไป สุดท้ายเรานั่นแหละจะ “เหนื่อยใจ”

เอาใจใส่คนอื่นและเรื่องรอบตัวมากเกินไป สุดท้ายเรานั่นแหละจะ “เหนื่อยใจ” ไม่แปลกอะไรถ้าวันไหนเราจะรู้สึก “เหนื่อยใจ” ที่ต้องคอยห่วงแต่คนอื่น เอาใจใส่คนอื่นมากเกินไปจนลืมใส่ใจตัวเอง เพราะว่ามนุษย์นั้นอยู่ร่วมกันในสังคม เมื่อมีคนอื่นนอกเหนือจากเรามาอยู่ด้วยแล้วเราจึงต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับการตระหนักถึงคนอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเราด้วย และระดับการใส่ใจหรือการตระหนักถึงก็จะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ อย่างเช่น เราอาจจะรู้สึกเกร็งเมื่อคุยกับหัวหน้า รู้สึกธรรมดาเมื่อคุยกับเพื่อนร่วมงาน และยิ่งเป็นกรณีที่ต้องพบเจอหรือติดต่อกับคนที่ไม่รู้จัก เราก็มักจะเกร็งหรือกังวล ตื่นเต้น ใจเต้นรัว เหงื่อออกมือ การตอบสนองเช่นนี้เป็นสัญชาติญาณการป้องกันตัวเองของสิ่งมีชีวิต ไม่ต่างกันจากสัตว์ที่มักจะหวาดระแวงเมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่รู้จัก และจะแสดงการข่มขวัญพร้อมสู้ภัยอันตรายที่จะเข้ามา จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะเกิดความเหนื่อยล้าจากการตั้งท่าเตรียมพร้อมเวลาที่ต้องพบกับใครบางคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับเรา หรือไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ลองนึกถึงตอนที่เราโดยสารรถไฟฟ้าในช่วงเวลาเร่งด่วนและต้องยืนอยู่ใกล้ทางเข้า-ออก ทำให้เราต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอ เพราะกลัวว่าจะขัดขวางคนอื่น และทำให้คนอื่นลำบาก อีกทั้งยังต้องใช้สมองและความใส่ใจเพิ่มมากขึ้นว่า ควรเดินออกนอกรถไปก่อน หรือ ไม่จำเป็นต้องออกจากรถ เข้าใจดีว่า “ไม่มีใครอยากสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น” แต่การเอาใจใส่เรื่องต่างๆ และเอาใจใส่คนรอบตัวที่มากจนเกินไป อาจสร้างความเหนื่อย ความกังวล และความทุกข์ในจิตใจของคุณเอง จะดีกว่าไหมหากลดระดับความใส่ใจนั้นลงมาให้พอดี ไม่ต้องห่วงและไม่ต้องกังวลจนเกินไป อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  How to เติมพลังกาย-พลังใจ ให้มนุษย์วัยทำงาน ลดความเครียดลดเสี่ยงโรคภัย หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ! เลิกซะ! นิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง รีบเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ 4 […]

ทำง่ายสุดฟิน! อุปกรณ์เบเกอรี่สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นได้ด้วยงบหลักร้อย

ทำง่ายสุดฟิน! อุปกรณ์เบเกอรี่สำหรับมือใหม่ เริ่มต้นได้ด้วยงบหลักร้อย ช่วงที่โควิดกำลังระบาดแบบนี้ หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้านหรือต้องทำงานที่บ้าน ซึ่งเมื่อมีเวลาอยู่กับบ้านมากขึ้นทำให้บางคนตัดสินใจปลุกความเป็นพ่อครัว แม่ครัว ในตัวเองขึ้นมา บ้างก็ต้องการทดลองสูตรเด็ดที่ได้จากอินเทอร์เน็ต บ้างก็อยากทำอาหารทานเองเพื่อความปลอดภัย ทั้งเมนูต้ม ผัด แกง ทอด ไปจนของหวานยอดฮิตอย่างเบเกอรี่ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำอุปกรณ์เบเกอรี่ที่จำเป็นต้องมีเอาไว้ เหมาะสำหรับมือใหม่แถมยังหาซื้อง่าย ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็กำไร ส่วนจะมีอุปกรณ์อะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย 1.ที่ร่อนแป้ง มาเริ่มที่อุปกรณ์ตัวแรกกันเลย ที่ร่อนแป้งถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก เพราะเรานำมาใช้เพื่อร่อนวัตถุดิบหรือแป้งที่อาจจะจับตัวเป็นก้อนให้แตกออกจากกัน ทำให้แป้งละเอียด ไม่จับตัว ขนมที่ได้ออกมานั้นก็จะนุ่มฟู เนื้อเนียน สวยงามน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น 2.เครื่องผสมอาหาร เครื่องผสม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเครื่องตีแป้ง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ผสมวัตถุดิบต่าง ๆ ให้เป็นเนื้อเดียวกัน มีทั้งหมด 3 ชนิดก็คือ แบบตะกร้อมือ แบบเครื่องไฟฟ้า และแบบชุดเครื่องผสมพร้อมโถ ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป แต่ชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ แบบเครื่องไฟฟ้ามือถือ เพราะใช้งานได้ง่ายแถมยังเหมาะกับมือใหม่ ช่วยตีส่วนผสมให้เข้ากันได้อย่างรวดเร็ว หากใช้เครื่องนี้แล้วละก็บอกเลยว่า การทำเบเกอรี่จะเป็นเรื่องง่าย ใครที่สนใจเข้าไปเลือกหาได้ที่ https://www.sgethai.com/stand-mixer/ 3.แม่พิมพ์ หลังจากใช้เครื่องตีแป้งจนส่วนผสมเข้ากันอย่างลงตัวแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ […]

รู้ไว้ไม่เสียหาย! 7 วิธีที่ทำให้คนวัยทำงานห่างไกลจาก “โรคซึมเศร้า”

รู้ไว้ไม่เสียหาย! 7 วิธีที่ทำให้คนวัยทำงานห่างไกลจาก “โรคซึมเศร้า” จากผลสำรวจของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยกว่า 1.5 ล้านคน ป่วยด้วย “โรคซึมเศร้า” และส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน โดยผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าผู้ชายถึง 1.7 เท่า แต่ที่น่ากังวลที่สุดก็คือผู้ป่วยเกินกว่าครึ่งต่างไม่ทราบว่าตนเองกำลังป่วย และอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจและการชีวิตตามมา โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจาก ด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ เช่น สารเคมีในสมองไม่สมดุล การเจ็บป่วยด้วยโรคทางกายบางอย่าง รวมไปถึงการใช้สารเสพติดหรือยาบางประเภท ก็ทำให้มีอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน ส่วนด้านจิตใจ เช่น ทักษะการปรับตัวต่อปัญหา การจัดการความเครียด และบุคลิกภาพ นอกจากนี้ คือ ปัจจัยด้านสังคม เช่น มีการสูญเสีย คนใกล้ตัวมีความเครียด หรือมีความเจ็บป่วยเรื้อรัง แล้วเราจะมีวิธีดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างไกลจากโรคเศร้าได้อย่างไร? วันนี้เรามี 5 วิธีดี ๆ มาฝากกัน 1.เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิ เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างสมาธิผ่อนคลายจิตใจ และสร้างความรู้สึกให้ดีขึ้น อาทิ การฝึกโยคะ การเลือกชมภาพยนตร์ที่ให้ความบันเทิง หรือเลือกทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมร่วมกับผู้อื่น 2.ปรับเปลี่ยนความคิดแบบเดิม ๆ […]

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์”

สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้คู่รักต้องเลิกรา ตัดสินใจ “บอกลาความสัมพันธ์” มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุหลักของการตัดสินใจบอกลาความสัมพันธ์ หรืออะไรเป็นสาเหตุยอดฮิตของการเลิกกันมากที่สุด เพื่อที่จะได้เรียนรู้และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้เราสามารถประคับประคองความรักนั้นไว้ได้อย่างยาวนาน 1.ทำตัวเป็นวิญญาณตามติด เชื่อว่าผู้ชายหลายคนก็คงไม่ชอบนักหรอกที่แฟนสาวพยายามตามติดชีวิตของเขามากจนเกินไป ไม่ปล่อยให้เขาได้หายใจ หรือมีเวลาไปทำอย่างอื่น การทำแบบนี้สุดท้ายแล้วจะเปลี่ยนจากความรักกลายเป็นความอึดอัด และทำให้เขาเดินหนีไปในที่สุด 2.ชวนทะเลาะเก่ง การที่เราจะมีความรักทั้งทีมันก็ควรจะมีแต่เรื่องดี ๆ แม้ไม่เข้าใจกันตรงไหนก็ค่อย ๆ พูดคุยปรับความเข้าใจกัน ไม่ใช่เอะอะก็ชวนทะเลาะแม้เป็นเรื่องเล็กน้อยเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เอามาเป็นประเด็นจนทำให้ปวดหัว ทำให้อีกฝ่ายอยากหนีไปจากจุดนั้น การชวนทะเลาะจึงเป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้คนเลิกกันเลยหละ 3.ไม่ให้เกียรติกัน ปัญหานี้มักจะเกิดกับคู่รักที่คบกันมาอย่างยาวนาน เพราะทั้งคู่จะมีความสนิทสนมใกล้ชิดจนไม่เกรงใจและไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกด้อยค่าลง จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ตามมาในที่สุด 4.เรื่องบนเตียง เรื่องบนเตียงกับชีวิตคู่ดูจะเป็นของคู่กัน ถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกไม่พอดีหรือไม่พอใจสุดท้ายก็จะเกิดความห่างเหิน จนกิจกรรมบนเตียงที่เคยทำร่วมกันก็อาจจะลดน้อยลง แม้ว่ารักกันแค่ไหนแต่ถ้าไม่สามารถตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ สุดท้ายก็จะนำมาซึ่งปัญหาในข้อต่อไป 5.นอกใจ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ทั้งเรื่องบนเตียงหรือนิสัยที่เข้ากันไม่ได้ ถ้าไม่บอกเลิกกันไปตรง ๆ สุดท้ายก็จะนำมาสู่ปัญหานี้ เพราะทั้งคู่ก็จะทนอยู่ด้วยกันต่อไปจนกระทั่งเจอคนใหม่ที่ดีกว่า จากนั้นก็พร้อมจะตีตัวออกห่างโดยอ้างเหตุผลสารพัด อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม แฟนเปลี่ยนไป ไม่ซึ้งไม่หวานไม่เอาใจเหมือนตอนแรก ทำไงดี? 13 เรื่องง่ายๆ ที่ คู่รัก ควรทำให้กันในทุกๆ […]

5 เคล็ดไม่ลับช่วยบรรเทาความเครียดจากการทำงาน งานดี ชีวิตแฮปปี้

5 เคล็ดไม่ลับช่วยบรรเทาความเครียดจากการทำงาน งานดี ชีวิตแฮปปี้ ขึ้นชื่อว่าการทำงาน ไม่ว่าใครก็ต้องเครียดกันทั้งนั้น โดยเฉพาะหนุ่ม-สาวที่กำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัวแบบเรา ๆ ย่อมมีปัญหาถาโถมเข้ามาจนทำให้เครียดมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวันนี้เรามี 5 เทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยบรรเทาความเครียดของเพื่อน ๆ ให้น้อยลง จนส่งผลให้งานออกมาดี ชีวิตแฮปปี้มาฝากกัน – ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องงาน การผูกทุกช่วงเวลาของชีวิตไว้กับเรื่องงานย่อมทำให้เกิดความเครียดสะสมตามมาโดยไม่รู้ตัว ลองปล่อยวางและใช้เวลาในวันหยุดไปกับการพักผ่อนเสียบ้าง เพราะชีวิตของเราไม่ได้มีแต่เรื่องงานไปเสียทั้งหมด หาโอกาสลาพักร้อนให้ตัวเองได้ผ่อนคลายร่างกายและสมอง แล้วค่อยกลับมาสู้กับงานใหม่ – รู้จังหวะในการหลีกหนีปัญหา ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็มักมีปัญหาอยู่แล้ว และปัญหานี้แหละจะนำมาซึ่งความเครียด ถ้าปัญหานั้นไม่ใช่ปัญหาที่เราสร้างขึ้นก็ลองถอยออกมาอยู่วงนอกแล้วช่วยให้คำแนะนำ แทนที่จะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในปัญหาเหล่านั้นให้เกิดความเครียดสะสมกับตัวเรา – เรียนรู้ให้มากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในวัยทำงานมากที่สุด คือ การไม่รู้ เมื่อไม่รู้ก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่การงานได้ตามที่หัวหน้าคาดหวังเอาไว้ ความเครียดก็ย่อมเกิดขึ้นตามมาเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นการเรียนรู้ให้มากขึ้นจะทำให้เรากลายเป็นผู้รู้ในทุก ๆ เรื่องและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง – รู้จักปล่อยวางและให้อภัย การทำงานกับคนหมู่มากก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อาจจะเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นมาบ้าง อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ถ้าหากต่างฝ่ายต่างขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นและให้อภัยซึ่งกันและกัน ก็จะลดความกดดันในการทำงานได้ เมื่อความกดดันน้อยลงความเครียดก็จะน้อยลงตามไปนั่นแหละ – นึกถึงครอบครัว เมื่อเจอเรื่องเครียดเมื่อไหร่ ก็ลองนึกถึงบุคคลในครอบครัวไม่ว่าจะเป็น พ่อ […]

ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก รักแบบไหนที่ใจเรากำลังเป็นอยู่

ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก รักแบบไหนที่ใจเรากำลังเป็นอยู่ ครั้งก่อนเคยกล่าวถึงทฤษฎีสามเหลี่ยมความรัก หรือ Triangular Theory Of Love ตามแนวคิดของ Sternberg ที่บอกว่าความรักนั้นมี 3 องค์ประกอบก็คือความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัด แต่ในวันนี้อยากจะมานำเสนออีกทฤษฎีหนึ่งในฟังกัน นั่นก็คือ “ทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรัก” (The Colors of Love) ที่จะใช้สีมาอธิบายความรู้สึกของความสัมพันธ์ เพื่อให้เรารู้ว่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นั้นเป็นความรักในรูปแบบไหน สำหรับทฤษฎีวงล้อสีแห่งความรักเป็นแนวคิดของ John Alan Lee นักจิตวิทยา ชาวแคนาดาที่นำเสนอรูปแบบความรักไว้ 6 รูปแบบ โดยแบ่งเป็นรูปแบบหลัก 3 รูปแบบ และรูปแบบรองอีก 3 รูปแบบ คือ รูปแบบหลัก ❤️ Eros (สีแดง) แทนความสัมพันธ์ที่มีความรู้สึกเร่าร้อน หลงใหล เสน่หา พึงพอใจในร่างกาย รูปร่างหน้าตาและเซ็กส์ของอีกฝ่าย อารมณ์ประมาณรักแรกพบ ที่มีความตื่นเต้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ 💙 Ludus (สีน้ำเงิน) เปรียบดั่งความรักคือการเล่นเกม ความรักคือความสนุกสนาน […]

เปลี่ยนวิธีคิดและจิตใจ สร้างความสุขง่าย ๆ ให้กับการใช้ชีวิต

เปลี่ยนวิธีคิดและจิตใจ สร้างความสุขง่าย ๆ ให้กับการใช้ชีวิต ทุกวันนี้ชีวิตของเราหลายคนล้วนเร่งรีบ ทั้งถูกบีบจากภาระหน้าที่และถูกกดดันจากความคาดหวังถึงความสำเร็จในชีวิต จนทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม กลายเป็นความเบื่อหน่ายและความเครียด ความสุขที่มีเพียงน้อยนิดค่อย ๆ ถูกกัดกินทีละเล็กทีละน้อยจนใกล้จะหมดไป หากใครกำลังเป็นเช่นนี้อยู่ ลองมาดูวิธีสร้างความสุขที่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ที่เราเอามาแชร์กันในคืนนี้ 1.เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิด ลองเปลี่ยนมุมมองเปลี่ยนความคิดให้ตัวเองกลายมาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและสร้างทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต เพราะความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดขึ้นมาจากตัวเราแทบทั้งนั้น มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองมุมไหน 2.จัดลำดับความสำคัญในชีวิต จัดลำดับความสำคัญแล้วเลือกตัดสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุดทิ้งไปบ้าง ลองคิดทบทวนจัดตารางให้ดีเพราะบางครั้งเราอาจจะมองเห็นช่องทางในการความสุขเพิ่มเข้ามาในตารางชีวิตของเราก็ได้ 3.ใช้ชีวิตให้ช้าลง คงไม่เป็นไรหากเราใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง เราไม่จำเป็นจะต้องวิ่งอยู่เสมอไป บางครั้งเราอาจจะเดินบ้างหรือหยุดพักบ้างก็ไม่เป็นไร แค่เราไม่ท้อและเดินถอยหลังกลับไปก็พอแล้ว 4.หยุดเปรียบเทียบ หยุดนำความสำเร็จของคนอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเอง เพราะคนเราล้วนมีชีวิตที่แตกต่างกันไป บางคนอาจมีครอบครัวที่เพรียบพร้อมคอยหนุนหลัง แต่บางคนนั้นแทบไม่มีใครที่คอยช่วยผลักดัน มันไม่ผิดอะไรเลยถ้าเราจะมีชีวิตในรูปแบบของเราเอง 5.หาความสุขจากเรื่องง่าย ๆ ลองมองหาความสุขจากเรื่องง่าย ๆ ใกล้ ๆ ตัว เปิดหัวใจรับสิ่งสวยงามของธรรมชาติ ความฉ่ำเย็นของสายลมในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงปลา หมา แมว ให้สมองของเราได้ผ่อนคลายบ้าง เพื่อลดความเครียดภายในจิตใจและเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป ไม่ผิดอะไรถ้าเราจะทะเยอทะยาน อยากได้อยากมีและมุ่งแสวงหาแต่ความสำเร็จ เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่อยากให้ลองปรับลดหรือลองเพิ่มอะไรบางอย่างในชีวิตจนอยู่ในจุดสมดุลหรือจุดที่เหมาะสมกับตัวเรา เพื่อให้ชีวิตที่กำลังเศร้าและเครียด กลับมามีความสุขอีกครั้งก็เท่านั้น อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  […]

5 วิธีลางาน ลายังไงไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดและโดนหัวหน้าจับผิด

5 วิธีลางาน ลายังไงไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิดและโดนหัวหน้าจับผิด เคยเป็นกันไหมเวลาจะลางานทั้งที แม้ว่าจะมีธุระจริง เจ็บจริง ป่วยจริง แต่ก็ยังรู้สึกผิดและกลัวโดนจับผิด โดนสงสัย แล้วจะทำยังไงดีถ้าหากเราต้องการจะลางานโดยไม่ให้เกิดความรู้สึกแบบนี้หละ วันนี้ GL รวมเทคนิคดี ๆ มาให้แล้ว ไม่ว่าจะลาป่วย ลาไปธุระ หรือลาพักร้อน ก็ใช้ได้ทั้งนั้น ไปดูกันเลย 1.ความจริงเป็นสิ่งสำคัญ การลาแล้วไม่รู้สึกผิดและไม่เสี่ยงต่อการถูกจับผิดหรือสงสัย ก็คือการลาตามเหตุผลและตามความจำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่ลาด้วยเหตุผลที่กุเรื่องขึ้นมาหรือลาโดยใช้คำโกหก เพราะ “ความจริงก็คือความจริง” อย่างที่ครูคนหนึ่งเคยบอกไว้ และเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปกังวลอะไรถ้าเราพูดความจริง 2.คำนึงถึงสิทธิ์ของตัวเอง อย่าได้ลังเลที่จะขอลาพักผ่อนถ้าหากคุณป่วยจนไปทำงานไม่ไหว เพราะมันก็ไม่เป็นผลดีอะไรถ้าป่วยแล้วยังแบกสังขารไปทำงาน แล้วงานที่ออกมาดันไม่มีประสิทธิภาพ และยิ่งการลานั้นเราใช้สิทธิ์ถูกต้องตามที่บริษัทและกฎหมายแรงงานกำหนดไว้ ก็ไม่เห็นจะต้องห่วงอะไรเลย 3.ลากิจต้องเลือกวันให้เหมาะสม การลากิจโดยเลือกวันจันทร์หรือวันศุกร์อาจไม่เป็นผลดีนัก นอกจากจะโดนจับผิดว่าลาไปเที่ยวแล้วยังต้องกลับมาเจอกับกองงานที่คั่งค้างอยู่ด้วย ทางทีดีก็อาจจะเลือกลาช่วงกลางสัปดาห์หรือลาในวันที่ไม่มีการประชุมใหญ่จะดีกว่า 4.ลาพักร้อนให้แจ้งล่วงหน้าแล้วรีบเคลียร์งาน ขึ้นชื่อว่าลาพักร้อนต้องเป็นการลาที่ค่อนข้างยาวแน่ ๆ ดังนั้นเราก็ควรจะแจ้งล่วงหน้าให้ชัดเจนแล้วรีบเคลียร์งานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้เสร็จสิ้น ทำแบบนี้นอกจากจะไม่ผลักภาระไปให้คนอื่นแล้ว เรายังไม่ต้องเอาเวลาพักผ่อนมาทำงานที่ยังหลงเหลืออยู่อีกด้วย และก็ไม่มีใครโทรมาตามงานให้รู้สึกกวนใจ 5.ระวังการโพสต์บนโซเชียลมีเดีย การโพสต์การเช็กอินเมื่อลาพักร้อนไปเที่ยวก็ยังเข้าใจ แต่ถ้าป่วยหรือลากิจแล้วมาโพสต์ว่าไปนั่งคาเฟ่ ไปเดินห้างอะไรแบบนี้ค่อนข้างจะอันตรายไปเสียหน่อย จะดีกว่าไหมถ้าป่วยแล้วโพสต์ว่า มารักษาที่โรงพยาบาลนี้ อาการล่าสุดขณะนี้เป็นยังไง หรือทำธุระไปถึงขั้นไหนแล้ว อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม  […]

5 แอปฯหาหมอออนไลน์ เจ็บป่วยก็อุ่นใจแม้ไม่ได้ไปโรงพยาบาล

5 แอปฯหาหมอออนไลน์ เจ็บป่วยก็อุ่นใจแม้ไม่ได้ไปโรงพยาบาล ตอนนี้สถานการณ์โควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก ทำให้การไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่ เพราะหลายคนห่วงว่าเมื่อเดินทางออกไปก็อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว แต่ว่าสมัยนี้โลกมันเปลี่ยนไปมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามากขึ้น การหาหมอออนไลน์จึงกลายมาเป็นคำตอบและทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในเวลานี้ แต่ว่าจะมีช่องทางไหนบ้างเราลองมาดูกัน 1.Raksa – หาหมอ ออนไลน์ “Raksa” ทำให้เราสามารถปรึกษาแพทย์ออนไลน์ได้ทุกวันตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 800 คน จาก 23 สาขาเฉพาะทาง ของโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ผ่านทางการแชท วิดีโอคอล หรือโทรพูดคุย ทั้งยังสามารถรับใบสั่งยาออนไลน์ หรือสั่งซื้อยาได้จากร้านยาเครือข่ายทั่วประเทศ และรอรับยาได้ที่บ้านภายใน 1 ชั่วโมง กรณีที่อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนต่างจังหวัดจะสามารถรับยาได้ในวันถัดไป 2.ดอกเตอร์มี (DoctorME) เป็นแอปพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบร่วมกันระหว่าง สสส., มูลนิธิหมอชาวบ้าน, สถาบัน ChangeFushion และบริษัทโอเพ่นดรีม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคและอาการเจ็บป่วย รวมถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ยังไม่สามารถนัดคุยหรือพบแพทย์ผ่านทางออนไลน์ได้โดยตรง จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยหรือผู้ใช้งานที่ไม่ได้มีอาการป่วยฉุกเฉินรุนแรง และต้องการหาความรู้ในการดูแลตัวเองที่บ้าน […]

รู้จักความรักแต่ละประเภท ตามทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” แล้วคุณหละกำลังมีความรักแบบไหน

รู้จักความรักแต่ละประเภท ตามทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” แล้วคุณหละกำลังมีความรักแบบไหน ความรักในโลกใบนี้มีหลากหลายประเภทและหลากหลายรูปแบบตามแต่ใครจะนิยาม แต่รู้หรือไม่ว่ามีอยู่ทฤษฎีหนึ่งซึ่งนั่นก็คือทฤษฎี “สามเหลี่ยมความรัก” (Triangular Theory Of Love) ตามแนวคิดของ Sternberg (1986) ที่อธิบายถึงธรรมชาติและรูปแบบของความรัก จาก 3 องค์ประกอบก็คือ ความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัด ซึ่งทั้ง 3 องค์ประกอบนี้จะผูกพันธ์เชื่อมโยงกันและแยกย่อยออกไปเป็น 8 ประเภทของความรัก 1.การไม่มีความรัก การไม่มีความรักนั้นก็ถือเป็นอีกประเภทหนึ่งของความรักเช่นกัน แต่เป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่มีความใกล้ชิด ความเสน่หา และความผูกมัดเลย เป็นแค่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแบบง่าย ๆ ระยะเวลาหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง 2.ความชอบ เป็นรูปแบบความรักที่ประกอบด้วยความใกล้ชิดเท่านั้น ไม่มีความเสน่หา และความผูกมัด มาเกี่ยวข้อง มักจะเกิดขึ้นกับคนที่เราสนิทสนมใกล้ชิดด้วย เช่น เพื่อน คนรู้จัก 3.ความรักแบบหลงใหล เป็นรูปแบบของความรักที่ประกอบและถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยความเสน่หาเพียว ๆ อย่างเดียวเท่านั้น และมักเกิดขึ้นได้บ่อย ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คงเป็น “การรักแรกพบ” นั่นเอง 4.ความสัมพันธ์ที่ปราศจากความรัก เป็นความรักที่ประกอบด้วยความผูกมัดอย่างเดียว เช่น […]

keyboard_arrow_up
X amvata