ดูแลหลอดเลือด ให้สะอาดกิ๊ง ด้วยอาหาร TLC

ดูแลหลอดเลือด ให้สะอาดกิ๊ง ด้วยอาหาร TLC หลอดเลือดทำหน้าที่คล้ายท่อขนส่งสิ่งต่างๆ ไปล่อเลี้ยงร่างกายในหลายส่วน ฉะนั้นหากเราไม่รักษาหลอดเลือดให้ดี กินแต่อาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงก็อาจเกิดการฝังตัวของไขมันตามผนังหลอดเลือด จนไม่สมารถขนส่งสารอาหารตามปกติได้ ทั้งนี้โครงการศึกษาคอเลสตอรอลแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริก ได้แนะนำให้กินอาหารล้างไขมันในหลอดเลือดตามแนวทางทีแอลชี [Therapeutic Lifestyle Changes (TLC) Diet Recommendations] ดังนี้ ไม่ควรกินไขมันอิ่มตัวมากกว่าวันละ 7 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด โดยการหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดหนังติดมัน ไขมันจากนมเนย อาหารทอดน้ำมันท่วม ไม่ควรกินคอเลสตอรอลเกินวันละ 200 มิลลิกรัม โดยหลีกเลี่ยงการกินไข่แดง เครื่องในสัตว์ เช่น ปอด ไส้ ตับ หัวใจ กระเพาะอาหาร และเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เบคอน กุนเชียง ไส้กรอก ไม่ควรกินไขมันทรานส์ ซึ่งพบในอาหารจำพวกเบเกอรี่ ขนมอบที่ทำจากเนยขาว เนยเทียม มาร์การีน ควรกินไขมันอิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated Fat) และไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated Fat) ซึ่งเป็น ไขมันดี วันละไม่เกิน […]

7 วิธี สร้างหัวใจแข็งแรง ห่างไกลโรค  

7 วิธี ป้องกันโรคหัวใจ ห่างไกลโรคภัย    “ไลฟ์สไตล์คือปัญหาใหญ่ของการเป็นโรคหัวใจ และกว่า 80% ป้องกันได้” คือคำพูดที่คุณหมอโฮลลี่ เอส แอนเดอร์เซน แพทย์หญิงผู้เชี่ยนชาญด้านหัวใจ จากโรงพยาบาลนิวยอร์ค เพรสไบทีเรีย โรคพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ได้กล่าวไว้ ซึ่งในการดูแลและ ป้องกันโรคหัวใจ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เรามาเริ่มกันเลย  ออกกำลังกายมากกว่า 1 วันต่อสัปดาห์  สถาบันโรคหัวใจของอเมริกา แนะนำว่าควรออกกำลังกายประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ซึ่งควรเฉลี่ยกันไปในแต่ละวัน แต่ถ้าใครออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง ในแบบที่เรียกว่า vigorous aerobic activity แล้วละก็ แ่ค่ 75 นาที ต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว         2. พบแพทย์ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควรพบแพทย์และตรวจสุขภาพทุกๆ ปี ไม่เพียงตรวจเช็กหัวใจเท่านั้น แต่ควรตรวจในทุกๆ ด้านของร่างกาย เพราะบางครั้ง การพบความมผิดปกติในระยะแรกเริ่ม ก็สามารถป้องกันและรักษาไม่ให้กลายเป็นโรคร้าย และยัง ป้องกันโรคหัวใจได้ […]

แจกสูตร ชารางจืด สมุนไพรขับพิษแบบไทยๆ

แจกสูตร ชารางจืด สมุนไพรขับพิษแบบไทยๆ รางจืด เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเพื่อลดน้ำตาล แต่ในขณะเดียวกันก็มีสรรพคุณในการขับสารพิษอีกด้วย เมื่อมาทำเป็น ชารางจืด ยิ่งช่วยให้ดื่มง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น  มีการให้ข้อมูลโดยฐานข้อมูลคณะการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์ข้อมูลยาแผนไทย กรมการแพทย์ แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ว่า รางจืดมีฤทธิ์แก้ท้องร่วง แก้ผื่นคัน แก้พิษยาฆ่าแมลงในสัตว์ แก้พิษยากำจัดศัตรูพืช รวมไปถึงพิษสุราเรื้อรังได้ ในขณะที่มีการทดลองในสัตว์พบว่าสารสกัดน้ำจากรางจืดช่วยป้องกันการตายของเซลล์ตับที่เกิดจากพิษของแอลกอฮอล์ และยังช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า และพฤติกรรมการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอันเนื่องมาจากภาวะขาดสุราในสัตว์ทดลองดีขึ้น เท่านั้นยังไม่พอยังมีการทดลองให้เกษตรกรที่ใช้สารเคมีดื่มชารางจืนวันละ 200 ซีซี เช้าเย็น พบการสะสมสารเคมีในเลือดที่ลดลงอีกด้วย คราวนี้ชีวจิตจึงนำสูตร ชารางจืด ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข มาฝากทุกคนค่ะ ชารางจืดต้มสด ชารางจืดต้มสด ใช้ใบรางจืด 5-7 ต้มกับน้ำ 1.5 ลิตรจนเดือด ปรับเป็นไฟอ่อน เติมใบเตยหอมแก่จัดลงไป 2 – 3 ใบแล้วต้มต่ออีก 10 นาที เทใส่แก้วดื่มขณะอุ่น หรือจะดื่มแบบแช่เย็นก็ได้ แนะนำให้ดื่มวันละ 1- ครั้ง ชารางจืดตากแห้ง สำหรับสูตรตากแห้ง นำใบรางจืดมาล้างให้สะอาด […]

แก้ท้องผูก ลำไส้ดี ด้วยวิธีแพทย์แผนจีน

แก้ท้องผูก ลำไส้ดี ขับถ่ายสะดวก ด้วยวิธีแพทย์แผนจีน แก้ท้องผูก มีด้วยกันหลายวิธี ซึ่งในวันนี้เรานำวิธีตามแพทย์แผนจีนมาฝากกันค่ะ โดยแพทย์แผนจีนโสรัจ นิโรธสมาบัติ รองคณบดี คณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้กล่าวว่าการขับถ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายขับของเสียและสารพิษตกค้างออกไปได้   ศาสตร์การแพทย์จีนแบ่งอาการท้องผูกเป็น 4 ประเภท และมีวิธี แก้ท้องผูก ที่แตกต่างกัน   กินอาหารรสเผ็ดหรือหวานมัน ความร้อนเข้าสู่ลำไส้ น้ำในลำไส้แห้ง อุจจาระแข็งค้างในลำไส้ ร่วมด้วยอาการกระหายน้ำ มีกลิ่นปาก และปัสสาวะอาจมีสีเข้ม วิธีแก้ไข เพิ่มความชุ่มชื้นให้ลำไส้ โดยการกินกล้วย ฝรั่ง มะละกอ สับปะรด มันเทศ แตงกวา ถั่วงอก มะเขือเทศ ฟัก ผักบุ้ง   กินอาหารที่ดิบหรือเย็นมากเกินไป ความเย็นเข้าสู่ลำไส้ จนเกิดอาการท้องผูกขึ้นได้ มักมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง มือเท้าเย็นร่วมด้วย วิธีแก้ไข เพิ่มความอุ่นให้ลำไส้ ขจัดความเย็นออก โดยกินหัวหอม ขิง ข่ ต้นหอม และเพิ่มปริมาณพริกในการปรุงอาหาร   […]

ชิคุนกุนยา โรคร้ายจากยุงลาย

ชิคุนกุนยา โรคร้ายจากยุงลาย นอกจากไข้เลือดออกแล้ว ยุงลายยังเป็นพาหะของอีกหนึ่งโรคร้ายที่แม้ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน รวมถึงว่าถ้าเป็นแล้วมีโอกาสที่จะปวดข้อเรื้อรังจนถึงต้องห่อตัวด้วยความปวดและหนาวสั่น โรคที่เรากำลังพูดถึงคือ ชิคุนกุนยา    ชิคุนกุนยา เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยมียุงลายสวน (Aedes albopictus) และยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นพาหะ เกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย โดยอาการในเด็กจะไม่รุนแรงเท่าผู้ใหญ่ พบครั้งแรกบริเวณหมู่เกาะคาริบเบียน ก่อนแพร่หลายไปทั่วโลก   อาการของโรค มีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 วัน  มีอาการไข้สูงฉับพลันประมาณ 2 วัน ขึ้นผื่นแดง ตาแดง ปวดตามข้อ โดยเฉพาะข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า บางรายอาจปวดเรื้อรัง และเดินตัวงอได้เป็นปีๆ หลังหายจากโรคแล้วก็ตาม     การติดต่อของโรค ชิคุนกุนยา ติดต่อผ่านการโดนยุงที่มีเชื้อกัด ผ่านทางการให้เลือด ผ่านทางมารดาที่ตั้งครรถ์ไปสู่ทารกแรกคลอดได้  แต่ในปัจจุบันยังไม่พบผู้ป่วยที่ติดต่อผ่านทางการให้เลือด และจากมารดาสู่บุตร ชิคุนกุนยา vs. ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา เกิดไข้ขึ้นฉับพลัน และหายในเวลา 2 วัน […]

แก้ปวดออฟฟิศซินโดรม ทำได้ด้วยตัวเอง

แก้ปวดออฟฟิศซินโดรม  ทำได้ด้วยตัวเอง ออฟฟิศซินโดรมปัญหาใหญ่ของคนทำงาน ใครที่เป็นก็จะมีอาการปวดๆ ตึงๆ โดยเฉพาะคอ บ่า ไหล่ จะทำยังไงก็ไม่หาย บางคนไปนวดก็แล้ว หรือพยายามสรรหาอุปกรณ์มาช่วยซัพพอร์ต ก็ยังไม่ดีขึ้น วันนี้แอดหาวิธี แก้ปวดออฟฟิศซินโดรม เพื่อลดอาการ และเตรียมพร้อมรับศึกหนักในวันทำงานมาฝากค่ะ    ออฟฟิศซินโดรม เกิดจากการที่อยู่ในท่าเดิมนานๆ จนทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักและมากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เลือดคั่งไม่ไหลเวียน และกล้ามเนื้อหดเกร็ง ซึ่งเรา แก้ปวดออฟฟิศซินโดรม ได้ด้วยการคลายกล้ามเนื้อ และสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง      การคลายกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาอาการปวดและการอักเสบของกล้ามเนื้อได้  ซึ่งทำได้ง่ายๆคือ  ขยับตัว เพื่อยืดกล้ามเนื้อ และบริหารกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ เพื่อให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี  เปลี่ยนอิริยาบถทุก 45 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนกล้ามเนื้อที่ใช้รับน้ำหนัก ทำให้กล้ามเนื้อไม่เกร็งจนเกินไป และเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้  เลือกท่านั่งที่ถูกต้อง นั่งหลังตรง คอตั้งตรง เพื่อมองหน้าจอที่อยู่ระดับสายตา จะเป็นการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักของศีรษะ แต่หากก้มหน้าน้ำหนักจะถูกถ่ายไปที่กล้ามเนื้อมัดที่เล็กเกินไป  […]

สัญญาณมรณะเตือนภัย หัวใจวายเฉียบพลัน ตายไม่รู้ตัว  

หัวใจวายเฉียบพลัน  เป็นได้ ตายง่าย ตายไม่รู้ตัว  หัวใจวายเฉียบพลัน คืออาการที่หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ไม่มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ ตาย ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บเค้นต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจจะตายภายในไม่กี่นาทีหลังเกิดอาการเจ็บเค้น หากได้รับการช่วยเหลือได้ทันในระยะเริ่มแรก จะทำให้มีโอกาสรอดได้มาก สัญญาณเตือน หัวใจวายเฉียบพลัน  แน่นหน้าอก นานกว่า 20 นาที ร้าวไปที่คอ แขน และขากรรไกร เหงื่อออก ตัวเย็น คลื่นไส้อาเจียน หน้ามืดจะเป็นลม ปวดจุกท้อง บริเวณลิ้นปี่ หรือปวดร้าวขึ้นไปที่กรามหรือไหล่โดยเฉพาะไหล่ซ้าย หายใจไม่ทันขณะออกกำลังกาย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  หายใจหอบ หายใจไม่พอ หายใจสั้น ซึ่งหากมีอาการควรบอกผู้ที่อยู่ใกล้ชิดทันที และไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งถึงมือแพทย์ได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสรอดก็ยิ่งมีมากเท่านั้น กลุ่มเสี่ยง หัวใจวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง มีไขมันสูง สาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน ผู้มีภาวะเครียด พักผ่อนน้อย ทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจผิดปกติ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่นอนกรนรุนแรง มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่ออกกำลังกายส่ำเสมอ   สำหรับผู้ใกล้ชิดผู้ป่วย […]

มะเร็ง ตัวร้ายที่เกิดจาก “อะคริลาไมด์” สารพิษที่แค่กินของร้อน ก็ได้รับไม่รู้ตัว 

มะเร็ง ตัวร้ายที่เกิดจาก “อะคริลาไมด์” สารพิษที่แค่กินของร้อน ก็ได้รับไม่รู้ตัว เราได้ยินกันมาตลอดว่า “อย่ากินของไหม้ ระวังเป็นมะเร็ง” หรือจะเป็น “กินมันฝรั่งทอดมากๆ ระวังเป็นมะเร็ง”  ซึ่งเกิดจากอะคริลาไมด์ อีกหนึ่งตัวร้ายที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง    อะคริลาไมด์คืออะไร คือสารพิษที่เกิดขึ้นจากความร้อน ไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างน้ำตาลรีดิวซ์ และกรดอะมิโนแอสพาราจีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนอิสระที่พบได้มากในอาหารจำพวกแป้งและ ธัญพืช    อะคริลาไมด์ในอาหาร เรามักพบอะคริลาไมด์ปนเปื้อนในมันฝรั่ง ธัญพืช และอาหารที่มีแป้งมาก รวมไปถึงกาแฟ ที่ผ่านความร้อนสูง ซึ่งปริมาณอะคริลาไมด์ในอาหารแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับ  ระดับความร้อนที่ใช้ (สูงกว่า 120 องศาเซลเซียส)  ระยะเวลาที่ให้ความร้อน  ปริมาณของน้ำตาลรีดิวซ์ และกรดอะมิโนอิสระ (ซึ่งพบมากในมันฝรั่ง แป้ง และธัญพืช )  อาหารที่พบสารอะคริลาไมด์ได้บ่อยๆ คืออาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยว เฟร้นพรายด์ มันฝรั่งทอดกรอบ ขนมปังปิ้ง บิสกิต อาหารธัญพืช รวมไปถึงกาแฟที่ผ่านการคั่วจนไหม้  อะคริลาไมด์กับมะเร็ง  เมื่อร่างกายได้รับอะคริลาไมด์จะดูดซึมอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น 2-3 ชั่วโมงก็จะถูกขับออกจากร่ายกายครึ่งหนึ่งผ่านทางปัสสาวะ  ในปัจจุบันข้อมูลและอันตรายของอะคริลาไมด์ยังไม่แน่ชัด รวมถึงยังระบุไม่ได้ว่าได้รับในปริมาณเท่าใดจึงทำให้เกิด มะเร็ง […]

สังเกต อาการโควิด-19 ได้ง่ายๆ ด้วยลิ้น

อาการโควิด-19  สังเกต ได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ผ่านลิ้นที่ผิดปกติ  อาการโควิด-19 นอกจากจะสังเกตตัวเองผ่านอาการ ท้องเสีย เหนื่อยหอบ ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้รส แล้ว ลิ้น ก็อาจเป็นอีกข้อสังเกตที่ละเลยไม่ได้เหมือนกัน  วารสาร  British Journal of Dermatology ตีพิมพ์เนื้อหาเกี่ยวกับลิ้นของผู้ป่วยโควิดซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งอาการสำหรับสังเกตตัวเองได้ว่า จากผู้ป่วยจำนวน 666 คน ในประเทศสเปน พบว่า 45% มีอาการลิ้นบวมแดง ในบางรายพบร่วมกับอาการไม่ได้กลิ่นและรสชาติของอาหาร ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าลิ้นผู้ป่วยในรูป (B) บวม เป็นฝ้าขาวหนา และแดงเป็นวงกว้าง แตกต่างจากลิ้นคนปกติทั่วไป ในรูป (A) แต่นายแพทย์จากฝั่งอเมริกาหลายๆ คนก็ให้ความเห็นว่าไม่เคยเห็น เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้ดูภายในช่องปากของคนไข้ แต่มุ่งเน้นไปที่การทำงานของปอด และหัวใจมากกว่าจึงทำให้พลาดในเรื่องนี้ไป  สำหรับอาการบวมแดงของลิ้นนี้ นายแพทย์ราจีฟ เฟอร์นานโด  ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ  โรงพยาบาลสโตนี่ บรู๊ค เซาแธมป์ตัน กล่าวว่าจะเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายเท่านั้น เหมือนที่บางรายก็ยังคงได้กลิ่นอยู่  นายแพทย์เฟอร์นานโดอธิบายเหตุผลให้ฟังว่าเป็นเพราะเมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและทำให้ป่วย ไวรัสจะส่งผลต่อเอมไซม์ในลิ้นและแสดงออกผ่านอาการอักเสบและบวมแดง   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใครที่มีลิ้นแบบนี้ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะนายแพทย์เฟอร์นานโด  กล่าวว่าอาการแบบนี้อาจมีสาเหตุมาจากโรคอื่นๆ […]

7 สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง รู้ไว้สังเกตตัวเอง

สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง 7 ข้อ ที่ควรรู้ไว้เพื่อสังเกตตัวเอง สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้!  โดยข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าในปี 2562 พบว่า โรคมะเร็ง ยังคงเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในการเสียชีวิตของคนไทย โดยมะเร็งที่พบมากที่สุดคือมะเร็งปอด มะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งเต้านม ซึ่งในหลายๆ ครั้งกว่าโรคจะแสดงตัวก็เมื่อสายเกินไป เข้าสู่ระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว แต่ในระหว่างนั้นร่างกายอาจส่ง สัญญาณเตือนที่เราไม่รู้ตัวมาก่อนหน้า คราว ชีวจิต จึงขอนำ 7 สัญญาณเตือนโรคมะเร็ง นอกจากการสังเกตก้อนเนื้อที่ขึ้นอย่างผิดปกติ มาให้ผู้อ่านลองสังเกตตัวเองกันค่ะ   น้ำหนักลด เมื่อเซลล์มะเร็งเข้าสู่ร่างกาย อาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวเป็นอย่างแรกๆ โดยเป็นการลดอย่างลวดเร็ว บางครั้งอาจมากถึง 5 กิโลกรัมภายในระยะเวลาไม่นาน มะเร็งที่ส่งสัญญาณเตือนผ่านน้ำหนักตัวที่ลดลง มักอยู่ในกลุ่มทางเดินอาหาร อย่างมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ และมะเร็งกระเพาะอาหาร แต่มะเร็งปอดก็มีโอกาสแสดงอาการผ่านน้ำหนักตัวด้วยเช่นกัน แต่เรื่องน้ำหนักตัวที่ลดลงก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นๆ ได้เหมือนกันอย่าง ไฮเปอร์ไทรอยด์ เป็นต้น   ไข้ขึ้นสูง อาการไข้ขึ้นสูง แม้ฟังดูเป็นอาการปกติ แต่ก็อาจเป็นหนึ่งใน สัญญาณเตือนได้เหมือนกัน […]

keyboard_arrow_up