Sunscreen 101: เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้การเลือกครีมกันแดดเป็นเรื่องเล็ก

Sunscreen 101: เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้การ เลือกครีมกันแดด เป็นเรื่องเล็ก หน้าร้อนเมืองไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ยิ่งเห็นแดดที่ตอนนี้กำลังสาดส่องลงมาอย่างเต็มกำลังแล้วล่ะก็ คุณคงไม่อยากจะออกไปไหนเลยใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นถ้าในเมื่อแดดมันหลบยาก เราก็สู้กับมันซะเลย แพคกระเป๋าแล้วพุ่งตัวไปทะเลให้เสียงคลื่น น้ำทะเลสีฟ้าและหาดทรายขาวโอบอุ้มเราให้เย็นชื่นใจ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด วันนี้เรามีเช็คลิสต์เป็นตัวช่วยสำหรับการเลือกหาครีมกันแดดขวดต่อไปของคุณ รับประกันเลยว่า การเลือกซื้อครีมกันแดดครั้งหน้าจะเป็นอะไรที่ไม่ยากเลย ประสิทธิภาพตอบรับไลฟ์สไตล์สุดมันของคุณ เริ่มต้นกันที่คุณสมบัติในการกันแดด ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมจะต้องมีสเป็กตรัมกว้าง (Broad Spectrum) เพื่อปกป้องผิวของคุณจากรังสียูวีเอและบีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากคุณได้รับรังสียูวีทั้ง 2 ตัวนี้เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้ผิวมีสุขภาพแย่ แก่ก่อนวัยและอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวี หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า SPF นั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการต่อสู้กับแสงแดด แต่เราแนะนำว่าให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF 50 ขึ้นไปเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดในเมืองไทย นอกจากนี้คุณสมบัติในการกันน้ำก็สำคัญเช่นกัน เหงื่อและกิจกรรมกลางแจ้งที่คุณรักอาจจะทำให้ครีมกันแดดโดนชะล้างออกไป เราจึงแนะนำผลิตภัณฑ์ที่กันแดดได้ตั้งแต่ 80 นาทีขึ้นไป อ่อนโยนและสบายผิว เหตุผลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงที่จะทาครีมกันแดดก็คือความเหนียวเหนอะหนะบนผิว โดยเฉพาะยิ่งเวลาเจออากาศร้อนๆ แบบเมืองไทยแล้วล่ะก็ รู้สึกไม่สบายตัวจนอยากแทบไม่อยากจะขยับไปไหน แต่คุณรู้ไหมว่าตอนนี้มีผลิตภัณฑ์กันแดดและปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีเนื้อบางเบาไม่ทิ้งความเหนียวและมันไว้บนผิว รวมไปถึงยังมีส่วนผสมของวิตามินอีและอโรเวราที่ช่วยกักเก็บและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวของคุณและยังต่อสู้กับแสงแดดได้ดีอีกด้วย ฉะนั้นแล้วคุณไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ทาครีมกันแดดแล้วนะ ปกป้องท้องทะเล คุณรู้ไหมว่าในผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วๆ ไปที่คุณใช้อยู่มีผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะท้องทะเลสีฟ้าใสที่คุณรัก ใช่แล้วล่ะ […]

จัดการสุขภาพช่องปากด้วย “ยอดอ่อนใบไผ่” ประโยชน์จากธรรมชาติ

จัดการสุขภาพช่องปากด้วย “ยอดอ่อนใบไผ่” ประโยชน์จากธรรมชาติ ความปลอดภัยในเรื่องอุปโภคและบริโภคเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ยิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันบ่อยๆ ล้วนต้องลดทอนส่วนผสมจากสารเคมีให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย เพื่อสุขภาพและการใช้ชีวิตที่ดีมากขึ้น แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์จากพืชมีความปลอดภัยสูงและให้ผลลัพท์ค่อนข้างดีในการใช้งาน โดยเฉพาะ “สมุนไพร” ที่กลายเป็นกระแสนิยมสูงในขณะนี้ ทำให้ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรวางขายกันอย่างมากมายหลายรูปแบบแม้กระทั่งยาสีฟัน ซึ่งเทรนด์ที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ขณะนี้ คงหนีไม่พ้นสารสกัดจาก “ไผ่” เพราะไผ่หนึ่งต้นสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ทั้งในทางการแพทย์และด้านสุขภาพอื่นๆ ด้วย เช่น ชาร์โคลจากไผ่ สามารถช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ทั้งยังใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้า เจลทาผิว เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งยาสีฟัน จะเห็นได้ว่า “ไผ่” เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย ทำให้ยาสีฟัน SALZ เป็นเจ้าแรกที่นำส่วนผสมของสารสกัดยอดอ่อนใบไผ่มาใช้ในการผลิตยาสีฟันช่วยดูแลสุขภาพปากให้สะอาด ช่วยลดการสะสมแบคทีเรีย ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นปากและคราบพลัค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนุ่มๆ สาวๆ รุ่นใหม่ที่ต้องดูแลเรื่องบุคลิกภาพและภาพลักษณ์ให้ดูดีมากเป็นพิเศษ การจัดการสุขภาพช่องปากให้สะอาดและหอมสดชื่นอยู่เสมอ จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ อย่างการเลือกใช้ยาสีฟัน SALZ Herbal Bamboo Relief ที่มีส่วนผสมของสารสกัดยอดอ่อนใบไผ่ ช่วยเพิ่มพลังในการขจัดคราบ อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก ผสานกับเกลืออณูเล็กเข้มข้น (Hypertonic Salt) ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ทำให้เหงือกแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีไมโคร […]

สังเกตให้ดี 5 โรคที่อาจเกิดจากอาการ << ง่วงนอนบ่อยๆ>> อาจไม่ใช่แค่อิ่ม

สังเกตให้ดี 5 โรคที่อาจเกิดจากอาการ << ง่วงนอนบ่อย ๆ>> อาจไม่ใช่แค่อิ่ม เป็นธรรมดาที่หลังจากทานอาหารกลางวันกลับขึ้นมาทำงาน ก็จะเกิดอาการ ง่วงนอนบ่อย ๆ จนต้องแอบงีบหลับเจ้านายอยู่บ่อยๆ แต่อาการง่วงถ้ามันเป็นครั้งคราว คงไม่น่าแปลกอะไร แต่ถ้ามีอาการง่วงตลอดเวลาหรือทุกวัน บางทีมันอาจไม่ใช่แค่ความอิ่มแล้วก็ได้ ลองเช็คดูให้ดี อาจเป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง การ ง่วงนอนบ่อย เบื้องต้นคือคุณจะมีอาการนอนไม่ค่อยหลับอย่างต่อเนื่องจนเกิดการสะสม และทำให้ร่างกายอ่อนเพลียขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาลมากเกินไป จนส่งผลให้มีอาการเพลีย ล้า ง่วงนอน ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และหลับไม่สนิท นอนเท่าไรก็ไม่พอ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานซึ่งมักจะพบบ่อย โรคลมหลับ จะมีอาการง่วงมากในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนกลับตาใส ไม่อยากนอน ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ จนส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้น คือง่วงระหว่างขับรถ เมื่อสะสมเป็นเวลานานจะกลายเป็นคนหงุดหงิดง่ายเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ โรคเบาหวาน เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคแป้งและน้ำตาลมากอาจทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลจากการเป็นโรคเบาหวานเพราะเลือดมีปริมาณน้ำตาลสูง และอาการง่วงนอนเป็นสัญญาณแรกๆ ที่แสดง หรือเตือนให้ร่างกายทราบว่ากำลังอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง นำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคต <<อ่านต่ออีก 2 โรคหน้าถัดไป>>

“คิดงานไม่ออก จ้องคอมจนปวดตา” เปิดเคล็ดลับทำสมองไบรท์ แก้ไขชีวิตวนลูปของมนุษย์ออฟฟิศ

“คิดงานไม่ออก จ้องคอมจนปวดตา” เปิดเคล็ดลับทำสมองไบรท์ แก้ไขชีวิตวนลูปของมนุษย์ออฟฟิศ ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวออฟฟิศอย่างเรา ทั้งนอนดึก ตื่นเช้า ฝ่ารถติด เร่งรีบเคร่งเครียดทุกเช้า ทั้งยังต้องใช้สายตาโฟกัสหน้าจอคอมพิวเตอร์ จอมือถือติดต่อกันหลายชั่วโมง เป็นเหตุให้ปวดตา สมองล้าจนคิดอะไรไม่ออก แทนที่ผลงานจะออกมาดี กลับกลายเป็นทำงานไม่มีประสิทธิภาพ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดสักที ฉะนั้นเราจึงต้องใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษ นอกจากรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เรายังต้องการตัวช่วยที่มีประโยชน์ และสะดวก รวดเร็ว หยิบกินได้ทันที ไม่ต้องมีขั้นตอนเยอะ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างเรา เมื่อนึกถึงเปปทีน (Peptein) ถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นเพื่อนคู่ใจที่ต้องมีติดตู้เย็นเอาไว้ตั้งแต่สมัยเรียนจนกระทั่งทำงาน วันนี้ Goodlifeupdate จะพาทุกคนไปลองชิม เปบทีน พลัส (Peptein Plus) ผลิตภัณฑ์ใหม่จากเปปทีนกัน เริ่มกันที่หน้าตาขวดกันเลย ขวดฝาเกลียวสีฟ้าเหลืองสดใส เอกลักษณ์ของเปปทีนที่คุ้นตาเป็นอย่างดี พร้อมข้อความว่า “PEPTEIN PLUS” ตัวใหญ่เห็นชัดเจน และเพิ่มภาพคนสีเทาที่มุมขวาล่าง เพื่อสื่อถึงคุณประโยชน์ที่มากขึ้นของสินค้า ด้านบนขวดมีแถบสีเหลืองเขียนว่า “SOY PEPTIDE” มาพร้อมกับภาษาญี่ปุ่นซึ่งก็คือ ซอยเปปไทด์ ส่วนประกอบหลักในเครื่องดื่มเปปทีน พลัส ที่เกิดจากนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เป็นการนำเอาถั่วเหลืองมาสกัดให้กลายเป็นโปรตีนสายสั้นระดับเปปไทด์ […]

5 สัญญาณจากร่างกาย บอกว่าคุณ เครียดมาก เกินไป ถึงเวลาต้องพักแล้ว

“ไม่ไหว บอกไหว” คือสิ่งที่หลายคนกำลังเป็น เครียดมาก เกินไป พยายามปกปิดความเหนื่อยล้า เพื่อจัดการงานตรงหน้าให้เสร็จทันเวลา แต่ลืมหรือเปล่าว่า ถ้าเราล้มหรือเจ็บป่วยเป็นอะไรไป อย่างมากบริษัทก็หาคนมาทำใหม่เพื่อทดแทน ในทางกลับกัน ร่างกายของเรากลับไม่มีอะไหล่ในการเปลี่ยน ฉะนั้นเมื่อเกิดสัญญาณเหล่านี้กับตัวเอง ถึงเวลาต้องหยุดพักและสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้ว ทุกข์ทรมานจากอาการนอนไม่หลับ ถ้าคุณมีอาการนอนไม่หลับมาเป็นระยะหนึ่ง หรือเป็นบางช่วงที่ค่อนข้างมีเรื่องต้องคิด หรืองานที่ต้องจัดการมาก แม้จะเหนื่อยจากงานแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ เป็นสัญญาณว่าคุณไม่ควรมองข้าม ความเครียด ที่เกิดขึ้น มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะสั่งสมองให้ Shut Down ตัวเองก่อนนอนและล่องลอยไปกับความสุขขณะหลับฝัน เพราะเมื่อคุณกังวลเกี่ยวกับการตรวจทานงานในรายการสิ่งที่ต้องทำต่างๆ หรือคุณไม่สามารถหยุดคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ผ่านมาได้ นี่คือปฏิกิริยาของร่างกายของคุณต่อความเครียดที่รุนแรง เจ็บป่วยตลอด ความ เครียดมาก เกินไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณอ่อนแอลงซึ่งหมายความว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อหวัดไข้หวัดหรือไวรัสที่อยู่รอบ ๆ สถานที่ทำงานหรือวงสังคมของคุณได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณเครียดจริง ๆ มันก็ยากที่จะจัดการกับความเจ็บป่วยที่คุณต้องต่อสู้ดังนั้นถ้าคุณมีอาการไอและเป็นไข้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ถึงเวลาต้องให้เวลาตัวเองได้หยุดพักสมองแล้ว เพราะนั่นคือสัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่แสดงว่าคุณมีความเครียดมากเกินไปในชีวิต รู้สึกเหนื่อยล้าตลอด และพลังความกระฉับกระเฉงในร่างกายลดลง แม้ว่าคุณจะนอนหลับ 8 – 10 ชั่วโมง แต่คุณอาจรู้สึกง่วงเรื้อรังหรือหมดแรง แม้ว่าระดับความเครียดที่ดีต่อสุขภาพจะทำให้เราเคลื่อนไหวและมีแรงจูงใจ แต่การถูกตรึงด้วยความเครียดมากเกินไปก็มีผลตรงกันข้าม ความกังวลและความเครียดนั้นเกิดจากสาเหตุทั่วไปสองประการที่ผู้คนรู้สึกว่าร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าและในกรณีที่มีความเครียดมาก คุณอาจรู้สึกราวกับร่างกายและความคิดเกิดอาการเฉยชา จนเป็นเหตุให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังซึ่งจะทำให้คุณเหนื่อยมากขึ้นเป็นสองเท่า […]

ข้อดีของ “การงีบหลับ” ช่วยลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น และความแตกต่างของช่วงเวลา 

ร่างกายเหนื่อยล้าสะสม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอมาหลายวัน ไม่อาจชดเชยได้ด้วยการนอนหยับยาวๆ ช่วงวันหยุด เพราะการกระทำเหล่านั้นจะยิ่งทำให้รู้สึกเพลียมากยิ่งขึ้นเมื่อตื่น ควรใช้วิธี งีบหลับ เป็นระยะๆ ที่พอทำได้ หรือนอนให้ครบ 8-10 ชั่วโมงในวันถัดๆ ไป ความรู้สึกเพลียก็จะลดลงได้มากภายใน 2-3 วัน การงีบหลับส่งผลต่อร่างกายอย่างไร  ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ลดภาวะการตีบของหลอดเลือด ลดอาการที่เกี่ยวกับความดันโลหิต ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดี ป้องกันภาวะสมองเสื่อม ความแตกต่างของการงีบหลับแต่ละนาที งีบหลับ 10-20 นาทีเป็นการกดปุ่ม Refresh ร่างกาย เวลาที่คุณนอนน้อยหรือนอนไม่พอ ถ้าอยากเติมความสดชื่นให้ร่างกายเพียงเล็กน้อย แค่หยุดงีบหลับ 10 -20 นาที จะช่วยเพิ่มพลังและทำให้คุณรู้สึกสดชื่น ถ้างีบหลังหลังอาหารกลางวัน จะช่วยลดความอยากอาหารประเภท Junk Food ลงได้ และยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย เนื่องจากฮอร์โมนความเครียดลดลง การงีบหลับ 30 นาที ไม่ค่อยดีเท่าไร การนอนครึ่งชั่วโมงไม่เป็นผลดีต่อเรานักหรอก นักวิจัยบอกว่า หลังจากตื่นขึ้นมาจะมีอาการมึนเล็กน้อย และอาจมีอาการปวดหัวตามมาด้วย เพราะเป็นช่วงเวลาก้ำกึ่งระหว่างที่สมองของเรากำลังจะเข้าสู่การนอนหลับลึกถ้ามีอาการเพลียสะสมมากๆ  และอาการนี้กว่ามันจะหายไปก็อีกประมาณ 30 นาที […]

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต

คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ จาก 9 สิ่งที่ควรทำในชีวิต ใครๆ ก็บอกให้เรา คิดบวกชีวิตเปลี่ยน ได้ แต่ในเชิงปฏิบัติมันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ยังไงซะ การได้ลองเปลี่ยนความคิดเพียงเล็กน้อยในทางที่ดี ก็ทำให้เรามีความสุขกับสิ่งรอบข้างได้ไม่ยาก 1. ยิ้มง่าย รอยยิ้มของคนที่ คิดบวก จะถูกส่งให้กับคนรอบข้างเสมอๆ แม้กระทั่งยิ้มผ่านสายตาหรือบุคลิกท่าทางที่สามารถส่งยิ้มให้เราได้เช่นกัน 2.มองโลกในแง่ดี คนที่มีความสุขจะเป็นคนคิดบวกเสมอ มีความหวังกับอนาคต และเชื่อในสิ่งที่ลงมือทำซึ่งส่งผลออกมาดีที่สุดในตอนสุดท้าย ทัศนคติที่ดีเหล่านี้ส่งผลให้ระดับความเครียดลดลงด้วยเช่นกัน 3. มีพลังขับเคลื่อนและกระตือรือล้น คนที่คิดบวกพร้อมที่จะเผชิญความท้าทายกับปัญหาและหาวิธีแก้ไขมันได้อย่างกระตือรือล้น 4. ยอมรับความไม่แน่นอนของชีวิต คนที่คิดบวกพร้อมจะใช้ชีวิตไปตามความเป็นไปของสังคมผ่านการคิดและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลให้ดีที่สุด และอย่าวิตกกังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าให้ละเลย หรือไม่นึกถึงอนาคต แต่ควรใช้ชีวิตอย่างมีแบบแผนและรอบคอบอยู่กับความเป็นจริงให้มากที่สุด และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด 5. ซื่อสัตย์กับตัวเองและคนอื่น คนที่คิดบวกจะรู้ตัวเองเสมอว่าเป็นใคร และพร้อมจะแสดงตัวตนอย่างตรงไปตรงมากับคนอื่น รวมถึงจะไม่แสดงอารมณ์ ความเชื่อหรือทัศนคติที่ขัดต่อความรู้สึกของตัวเอง อ่านต่ออีก 4 ข้อหน้าถัดไป

ถอดรหัส “ภาษากาย” คนที่เราคุยด้วย เค้าคิดอะไรอยู่

ถอดรหัส “ภาษากาย” คนที่เราคุยด้วย เค้าคิดอะไรอยู่ คำพูดที่ดูดี หรือสวยหวานผ่านใบหน้าของใครบางคน อาจไม่ใช่ข้อที่เรานำมาพิจารณาได้หมด หากทว่าการตัดสินจาก ภาษากายเป็นส่วนประกอบ จะช่วยทำให้คุณรู้ว่าพวกเขารู้สึกกับคุณอย่างไร ความเป็นมิตรนั้นจะจริงใจหรือหลอกลวง งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า… สีหน้า บางคนก็ซ่อนความคิดไว้ใต้รอยยิ้มแสนเชือดเฉือนได้ คนที่เอียงศีรษะเวลาที่คุยกับคุณอาจเป็นได้ว่าเขากำลังจีบคุณอยู่ หรือไม่ก็กำลังรู้สึกเสียใจ ซึ่งเป็น ภาษากาย ที่ต่างกันสุดขั้ว ขณะที่การเอียงศีรษะเล็กน้อยอาจหมายถึงความก้าวร้าวหรือแม้แต่กำลังสับสน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในการเอาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาพิจารณาก่อนที่จะตัดสินว่าภาษากายดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร การนั่ง นั่งหันตัวออกจากคนที่กำลังนั่งสนทนาด้วย หรือหมุนเก้าอี้ไปมา นั่นเป็นการที่เขากำลังสื่อว่า รู้สึกอึดอัด เบื่อ ไม่สนใจและไม่เชื่อในสิ่งที่เรากำลังสนทนาด้วย ในทางกลับกัน ถ้าเขากำลังนั่งกอดอก อาจมีสัญญาณว่ากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง รวมถึงอาจไม่ได้ฟังในสิ่งที่คุณพูดด้วยซ้ำ ถึงแม้เขาจะพงกหัวตามที่คุณพูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกำลังเข้าหูและจดจำได้สักเท่าไร ดวงตา การสบตาจะสื่อถึงความมั่นใจในตัวเอง และสามารถรับฟังเพื่อนำไปปฏิบัติตามได้ รวมถึงบอกได้ว่าคุณให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูดอยู่หรือไม่ แต่มีข้อยกเว้นเนื่องจากบางวัฒนธรรมมองว่าการสบตาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่เคารพหรือแม้แต่ความก้าวร้าว ฉะนั้นอย่าทำบ่อยเกินไปไม่งั้นคนอื่นอาจจะประทับใจคุณในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม การหลบตาอาจสื่อได้ถึงความไม่ซื่อสัตย์ เนื่องจากคู่สนทนาไม่กล้าสบตาคุณตรงๆ การมองไปรอบๆหรือทำสายตาหลุกหลิกไปมาก็สามารถสื่อได้ถึงความหมายแบบเดียวกัน ควรระวังบุคคลที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ระหว่างที่คุยกับคุณ บางคนเชื่อว่าการสบตาบ่งบอกได้ถึงความซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่จริงเสมอไป บางคนพยายามจ้องตาคุณเพื่อต้องการให้คุณเชื่อเรื่องโกหกของพวกเขา จงระวังข้อนี้ไว้ให้ดี! มือและแขน คู่สนทนาเป็นคนเปิดกว้าง สบายๆ ถ้าเราเห็นเขากำลังวางมือลงบนตัก (หากนั่งอยู่) หรือห้อยไว้ข้างลำตัว […]

กรุงไทยธนาคารแรกที่พร้อมให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจร

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามในสัญญาให้บริการสมาชิก เรื่องการรับความยินยอมในการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลโดยวิธีการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจากเจ้าของข้อมูล เพื่อเตรียมให้บริการสินเชื่อออนไลน์แบบครบวงจรเป็นธนาคารแรกของประเทศ ผ่านแอปพลิเคชั่นกรุงไทย NEXT โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในปลายไตรมาสแรกนี้ นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกรุงไทย ได้ให้บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT โดยลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรด้วยตนเอง ได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งกรุงไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านทาง  Mobile Application และรับรายงานข้อมูลเครดิตรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Credit Report) ผ่านทางอีเมลภายใน 3 วันทำการ โดยให้บริการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  จากเดิมที่ใช้เวลา 7 วันทำการหากขอข้อมูลผ่านสาขาและเครื่องเอทีเอ็ม และนับว่าเป็นธนาคารแห่งแรกที่ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรได้ครบทุกช่องทางอีกด้วย  ขณะนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมให้บริการสินเชื่อแบบ Digital Lending หรือสินเชื่อออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชั่น กรุงไทย NEXT  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเป็น NEXT to Invisible Banking […]

เย็นสบายทั้งที ต้องดีต่อสุขภาพ

หน้าหนาวของเมืองไทยก็ไม่ได้หนาวเสียทีเดียว เช้าหนาว กลางวันร้อนอบอ้าว พอตกเย็นก็ฝนตกพรำๆ อากาศแปรปรวนชวนให้ป่วยแบบนี้ ยิ่งต้องรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ ยิ่งบางวันช่วงเวลากลางวันอากาศร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าฤดูร้อนจริงๆ เสียอีก ในวันที่อากาศแปรปรวนเช่นนี้ การได้นอนอยู่บ้านเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำช่างมีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว เมื่อต้องเผชิญกับอากาศร้อนรุนแรง หลายคนจึงติดนิสัยชอบเปิดเครื่องปรับอากาศแรงๆ จ่อที่ตัว เพื่อให้รู้สึกเย็นเร็วๆ โดยไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้อาจนำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยได้ เพราะการเปิดเครื่องปรับอากาศจ่อที่ตัวของเราโดยตรงนั้น ทำให้ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน จนอาจเป็นไข้ เป็นหวัด เจ็บคอ ไม่สบายได้ เมื่อปรับเครื่องปรับอากาศไปทางอื่นก็รู้สึกร้อนเกินไป จะปรับเครื่องปรับอากาศให้ลมเย็นพุ่งมาจ่อตัวก็อาจทำให้ป่วยอีก กลายเป็นความยากลำบากในการใช้ชีวิต แทนที่กลับถึงบ้านแล้วจะได้พักผ่อนอย่างมีความสุข กลับต้องวุ่นวายอยู่กับเครื่องปรับอากาศ เวลาที่เราเปิดเครื่องปรับอากาศ แล้วมีบางจุดในห้องที่หนาวยะเยือกจนทนนั่งไม่ไหว ในขณะที่บางจุดของห้อง ลมเย็นก็พัดมาไม่ถึงจนรู้สึกร้อนราวกับยังไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว อุณหภูมิไม่พอดีสักที นั่นเป็นเพราะเครื่องปรับอากาศทั่วไปไม่สามารถกระจายความเย็นไปทั่วห้องได้อย่างทั่วถึง แต่จะส่งความเย็นไปยังจุดใดจุดหนึ่งของห้องแทน จึงทำให้คนที่ได้รับลมเย็นปะทะผิวโดยตรงรู้สึกหนาวเกินไป จนอาจทำให้ผิวแห้ง เกิดอาการคัน จมูกแห้ง ตาแห้ง เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไม่สบาย และกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ได้ ส่วนคนที่อยู่ไกลจากเครื่องปรับอากาศก็รู้สึกร้อน เพราะเครื่องปรับอากาศทั่วไปจะส่งความเย็นไปยังจุดใดจุดหนึ่งของห้อง จึงทำให้อุณหภูมิของแต่ละจุดในห้องไม่สมดุลกัน จนพาลจะทะเลาะกัน แย่งรีโมทเครื่องปรับอากาศกันอีก ถ้ามีเครื่องปรับอากาศที่สามารถกระจายความเย็นได้ทั่วทั้งห้อง ก็จะช่วยควบคุมอุณหภูมิความเย็นให้พอเหมาะสำหรับทุกคนในห้องได้ แทนที่จะต้องนั่งแยกกัน ทุกคนก็สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีความสุข การเลือกเครื่องปรับอากาศที่สามารถกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยดูแลสุขภาพของคุณแล้ว ยังสร้างช่วงเวลาที่แสนสุขและผ่อนคลายให้กับคุณและคนที่คุณรักได้อีกด้วย […]

UN Women ออกแคมเปญ #HEARMETOO “มีอะไรจะบอก” รณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย

องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) อกแคมเปญ #HEARMETOO รณรงค์การยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย เปลี่ยนแปลงทางสังคม กระตุ้นให้ทุกคนเป็นหนึ่งในกระบอกเสียง ผ่านกิจกรรมทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย  หลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากสถิติผลการวิจัยของ UN Women เผยว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้หญิงทั่วโลก มีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่งสถานการณ์ ความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในสังคมเสมอมา และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2556 พบว่าสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง ตกอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 87 รายต่อวัน และยังพบว่า ร้อยละ 83 ของการทำร้ายมาจากบุคคลใกล้ตัว ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อนหญิงระบุว่าในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2561) พบว่าความรุนแรงนั้นไม่มีการลดลงเลยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากคดีล่วงละเมิดทางเพศถูกตีแผ่ออกไปอย่างมหาศาลในประเทศสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การเกิดแคมเปญ #MeToo ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการรณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 บนมายสเปซ (Myspace) ของ ทารานา เบิร์ก […]

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ตอกย้ำแนวคิด #โลกต้องการคนแรก ที่ขึ้นอันดับหนึ่ง Twitter ผ่านโฆษณาสร้างจากเรื่องจริงลูกค้า กับพันธกิจหลักแบรนด์เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี มีความมั่นใจในการใช้ชีวิต

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ นำโดย คุณณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง หลังจากเปิดตัวแคมเปญกระตุ้นจิตสำนึก “โลกต้องการคนแรก” และได้รับการตอบรับจากสังคมอย่างน่าประทับใจ  เป็นที่พูดถึงกระแส social กับ #โลกต้องการคนแรก ที่ขึ้นอันดับหนึ่ง Twitter ที่มีการ Retweet มากกว่าแสนครั้งในไม่กี่ชั่วโมง ยอดวิวก็ทะลุหลักสิบล้านบนเฟซบุ้คและทวิตเตอร์ พร้อมตอกย้ำพันธกิจหลักของแบรนด์ เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดี คำนึงถึงความต้องการของลูกค้า (Customer Centric)  ด้วยผลิตภัณฑ์ “บัตรเฟิร์สช้อยส์ แคร์” ผ่านภาพยนตร์โฆษณาอีกเรื่องหนึ่ง ที่สร้างจากเรื่องจริงของ ผู้ถือบัตร ที่ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซต์ชนอย่างไม่คาดคิด และมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ขณะนั้นลูกค้าไม่มีเงินติดตัวกระเป๋าเงินที่เทออกมาต่อหน้านางพยาบาลนั้น มีแค่เพียงเศษเหรียญ บัตรประชาชน และบัตรอีกเพียง 2-3 ใบ ด้วยความฉุกเฉินจึงไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาในวันที่ต้องออกจากโรงพยาบาล ในวันนั้น ลูกค้ารู้สึกขอบคุณและโชคดีที่มีบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ ติดตัว จึงอยากร่วมถ่ายทอดความประทับใจในครั้งนี้ วงเงินคุ้มครองจากบัตรที่ช่วยได้จริงและใช้ได้ในทันทีทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลในช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้น โดยส่วนท้ายของเรื่องจะหักมุมมาเล่าถึงความจริงที่อยู่เบื้องหลังของทีมกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ว่าทำไมถึงเลือกทำการตลาดด้วยวิธีนี้ ความคุ้มครองที่บัตร  “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์”  มอบให้แก่ผู้ถือบัตร ได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเหลือผู้ถือบัตรของเราในยามคับขันได้จริงๆ แคมเปญ  […]

“Dream Protector” ภาพวาดความฝันบนหมวกกันน็อกของลูก ที่พ่อแม่อยากเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุด

เชื่อไหมว่า ตามสถิติเด็กไทยโดยสารจักรยานยนต์ 1.3 ล้านคน แต่มีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมใส่หมวกกันน็อก นี่คือเรื่องจริงอันน่าแปลกใจ ที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคิดว่า หากละเลยปัญหานี้ไป อาจทำให้เกิดปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Dream Protector” ที่เปลี่ยนมุมมองใหม่ จากการสื่อสารให้คุณพ่อคุณแม่สวมหมวกกันน็อกให้ลูก เป็นการกระตุ้นให้ลูกอยากสวมหมวกกันน็อกที่พวกเขาวาดภาพความฝันของตัวเองเอาไว้ ขณะเดียวกันเมื่อคุณพ่อคุณแม่มองเห็นภาพวาดบนหมวก ก็เตือนใจให้อยากคุ้มครองฝันนั้นด้วย ลองมาฟังเสียงความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ที่เข้าร่วมในแคมเปญนี้กันค่ะ ใกล้ไกลไม่ใช่ประเด็น ความปลอดภัยต้องมาก่อน ความน่ารักของคู่คุณพ่อแก๊ปและน้องแชมป์ เริ่มต้นจากการยอมรับของคุณพ่อว่าแต่ก่อนถ้าเป็นระยะทางสั้นๆ จะไม่สวมหมวกกันน็อกให้ลูกเพราะเห็นว่าใกล้ ไม่เป็นอะไรหรอก แถมเส้นทางที่เดินทางบ่อยก็ไม่ค่อยมีด่าน จะใส่ก็เวลาผ่านด่านให้ถูกกฎหมายเท่านั้น ในขณะเดียวกันน้องแชมป์ก็วาดภาพความฝันบนหมวกไว้ว่าอยากเป็นตำรวจ คุณพ่อแก๊ป : “ปกติผมขี่ไปส่งลูกประมาณ 5 กิโลเมตรครับ ไม่ไกล เลยไม่ค่อยใส่ให้ แต่ถ้าไปไกลๆ เส้นที่น่าจะมีด่านก็อาจจะใส่ พอเห็นเขาวาดภาพบนหมวกว่าอยากเป็นตำรวจ เขาบอกว่าเพราะเท่ดี ก็อึ้งๆ ที่จริงไม่ได้จำกัดอยู่แล้วว่าอยากให้เขาเป็นอะไร แต่ไม่ว่าเขาอยากเป็นอะไร ก็อยากปกป้องความฝันของเขา หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าต้องจริงจังกับเรื่องนี้ ไม่ต้องรอผิดกฎหมาย หรือพ.ร.บ.เลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัยของลูกจริงๆ” เพราะความฝันที่แม่อยากปกป้อง คือความฝันของลูกที่อยากปกป้องแม่ แต่ก่อนคุณแม่ฝนเป็นคุณแม่สุดซิ่ง แต่หลังจบแคมเปญทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เธอให้สัมภาษณ์พร้อมน้ำเสียงสั่นเครือเบาๆ เมื่อพูดถึงเหตุผลที่ทำให้ความคิดของเธอไม่เหมือนเดิมค่ะ คุณแม่ฝน: […]

4 เคล็ดลับหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ภัยร้ายใกล้ตัว

องค์กรอนามัยโลกมีจุดประสงค์ในการกวาดล้างไขมันทรานส์ออกจากห่วงโซ่อาหารของโลก เนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการบริโภคไขมันทรานส์ แต่ผู้คนในสื่อออนไลน์ยังมีความสับสนเกี่ยวกับข้อเท็จจริง เช่น เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาหารแต่ละชนิดแต่ละประเภทนั้น มีส่วนประกอบของไขมันทรานส์หรือไม่? เราจะเลี่ยงมันได้อย่างไร? และเราจะบริโภคอะไรได้บ้าง? ตามมาดูกันค่ะ ไขมันทรานส์คืออะไร และทำไมถึงต้องหลีกเลี่ยง? ไขมันทรานส์สังเคราะห์ เป็นหนึ่งในประเภทของไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งผลิตจากกระบวนการวิธีทางอุตสาหกรรมที่ได้เริ่มต้นในปี 2445 ด้วยการเพิ่มไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืช ซึ่งวิธีนี้ได้ถูกนำไปใช้ในวงกว้างเพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก และยังช่วยให้อาหารเสียได้ยากขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม งานวิจัยสมัยใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการบริโภคอาหารที่มีไขมันทรานส์กับโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดในโลกอย่างโรคหัวใจ โดยที่แย่ไปกว่านั้นคือไขมันทรานส์ ยังเป็นตัวลดระดับไขมันดี และเพิ่มปริมาณไขมัน ประเภทที่อันตรายอย่างเช่นคอเลสเตอรอลอีกด้วย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง นอกจากนั้น ไขมันทรานส์ยังมีส่วนต่อการก่อให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อ (NCDs) อื่นๆ เช่น โรคความดันสูง หรือ เบาหวานชนิดที่สอง สารพัดวิธีหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ 1. จดจำรายการอาหารที่มีไขมันทรานส์ไว้ให้ขึ้นใจ การบริโภคอาหารที่ประกอบไปด้วยไขมันทรานส์นั้นถูกพิสูจน์แล้วว่ามีแต่ผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นที่น่ากลัวว่าอาหารหลายชนิดนั้นเต็มไปด้วยไขมันชนิดนี้ แม้ว่าอาจจะฟังดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วเราสามารถสังเกตไขมันทรานส์และหลีกเลี่ยงได้โดยง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วไขมันประเภทนี้จะอยู่ใน มาการีน ขนมอบ อาหารทอด ขนมขบเคี้ยว แป้งเค้กสำเร็จรูป และครีมแต่งหน้าเค้ก อาหารที่มักจะมีส่วนผสมของไขมันทรานส์ มาการีน โดนัท, พาย, คุกกี้, บิสกิต, และเค้ก เฟรนช์ฟรายส์ […]

เปิดตัวแบรนด์ ‘เรด เรด’ (RED RED) เครื่องสำอางคุณภาพเยี่ยมมาตรฐานระดับสากล เอาใจสาวกคนรักความงาม

เปิดตัวแบรนด์ ‘เรด เรด’ (RED RED) เครื่องสำอางคุณภาพเยี่ยมมาตรฐานระดับสากล เอาใจสาวกคนรักความงามให้สนุกกับการสร้างสรรค์สไตล์การแต่งหน้าให้โดดเด่น ถ่ายทอดเอกลักษณ์อันน่าจดจำของหญิงสาวผู้โด่งดังระดับโลกสู่ลิปสติกสีสันสดใสทั้ง 12 เฉดสี ความสวยงามมักเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับผู้หญิงเสมอ โดยเฉพาะความงดงามบนใบหน้าที่เกิดจากการแต่งแต้มของเครื่องสำอางต่างก็เป็นสิ่งที่หญิงสาวหลายคนล้วนปรารถนา และล่าสุด ยุวเรต ศรุตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศะรุตา 333 จำกัด ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ที่ชื่อว่า ‘เรด เรด’ (RED RED) ‘เรด เรด’ (RED RED) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคุณภาพเยี่ยมภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สวยเปลี่ยนโลก’ ที่บรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากแหล่งธรรมชาติที่ดีที่สุด พร้อมผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคนิคพิเศษเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์เป็นแป้งและลิปสติก ซึ่งสีของลิปสติกแต่ละเฉดนั้นล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากสไตล์อันน่าจดจำของหญิงสาวผู้โด่งดังในระดับโลก โดยลิปสติกของ ‘เรด เรด’ (RED RED) นั้นเป็นเนื้อซอฟท์ แมท สูตรพิเศษที่ติดทนนานและให้สัมผัสเนียนนุ่ม สามารถช่วยเติมเต็มริมฝีปากให้โดดเด่นและสะกดทุกสายตาด้วยเม็ดสีที่คมชัด ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินอี, สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (Bisabolol), น้ำมันสกัดบริสุทธิ์จากผลอาร์แกน, สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soybean) และสารสกัดจากกรดอะมิโนจากากพืชธรรมชาติ ที่ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้นเนียนนุ่มน่าสัมผัส และยังปราศจากแอลกอฮอล์, น้ำหอม และสารกันเสีย ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวปาก […]

ปิ๊ก To School ต้อนรับเปิดเทอม มาเพิ่มเติมความรู้กัน

โรงเรียนจ๋า รอหนูก่อน ขอหนูมาช้อป รับitemใหม่ๆ ที่ร้านนายอินทร์และ www.naiin.com ก่อนน๊า เพียงช้อปครบ 400 บาท รับฟรีพัดน้องอินทร์ และครบ 800 บาท รับฟรีถุงดินสอ Readers Are Everywhere ตั้งแต่วันนี้-31 พ.ค. 61

เคยทำแบบนี้กับตัวเองรึยัง? ถ้ายังควรเริ่มได้แล้ว

เคยทำแบบนี้กับตัวเองรึยัง? ถ้ายังควรเริ่มได้แล้ว ห่วงใยคนอื่น ใส่ใจคนอื่น ดูแลคนอื่นอย่างดี จนลืมไปรึเปล่าบุคคลที่สำคัญที่สุดที่เราต้องดูแลคือใคร “นั่นก็คือตัวคุณเอง” บางคนอายุก้าวขึ้นมาเกิน 30 แต่เชื่อว่าบางข้อคุณก็ยังไม่เคยทำกับตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถ้าคิดจะเริ่มต้นทำ ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ มองหาเป้าหมายในทุกๆ วัน เป้าหมายในชีวิตเราไม่ได้มองระยะยาวหรือมีเพียงเรื่อง 2 เรื่องเท่านั้นที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่เรายังสามารถตั้งเป้าหมายเป็นรายวัน วางแผนให้ดีและลงมือทำให้ได้ตามที่ตั้งไว้ในทุกๆ วัน ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยบ้างใหญ่บ้างก็ให้มันดำเนินไป ฉะนั้นเริ่มทำอะไรเสียแต่วันนี้ แล้ววันหนึ่งคุณก็จะไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน รับผิดชอบชีวิตตัวเอง บางคนเกิดมาสุขสบาย ที่บ้านมีฐานะ บางคนเกิดมายากจนต้องดิ้นรนตั้งแต่เด็กๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งของอายุ คุณก็ไม่ได้ฝากดชีวิตตัวเองไว้กับคนอื่นได้เสมอไป เพราะคุณคือเจ้าของชีวิตคุณเอง รับผิดชอบชีวิตตัวเองคือสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ อย่ารอให้ใครมารับผิดชอบชีวิตคุณ มีแต่คุณเองเท่านั้นที่จะกำหนดว่าชีวิตของคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป มองบวกและคิดว่ามันเป็นไปได้ ลองสังเกตตัวเองว่าที่ผ่านมา มองโลกในแง่ร้าย กลัวผู้คนรอบข้างอยู่ตลอดเวลารึเปล่า ถ้าคุณเคยเจอเรื่องร้ายๆ มามันก็ไม่แปลกที่จะคิดมองโลกในแง่ร้าย แต่มันถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะปลดปล่อยตัวเอง กล้าจะก้าวเดินต่อไป กล้าจะรับโอกาสใหม่ๆ การคิดบวกคืออาวุธที่จะเอาชนะทัศนคติแง่ลบที่บั่นทอนชีวิตและความรู้สึกของคุณ ลองพูดคุยกับตัวคุณเอง เมื่อรู้สึกแง่ลบเปลี่ยนเป็นคิดบวก อย่ากลัวเพราะทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ ฉะนั้นจงทำมันด้วยทัศนคติในแง่บวกเสมอ ลองแข่งกับตัวเองในอดีต อย่ามัวอิจฉาคนอื่น อย่ามัวแข่งกับใคร ลองมองอดีตว่าเราเคยเป็นอย่างไร แล้วต้องทำให้ตัวเองในปัจจุบันให้ดีมากกว่าเดิม ดีกว่าเดิม อย่าเพิ่งไปแข่งกับคนอื่น […]

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น”

วิธีอยู่ร่วมกับ “คนที่ ชอบควบคุม คนอื่น” คนเรามีนิสัยแตกต่างกัน บ้างก็เป็นคน ชอบควบคุม ชอบสั่งคนอื่น บ้างก็เป็นคนยอมทำตามตลอด จนสูญเสียความคิดที่เป็นตัวเองไป การที่บางคนต้องทนอยู่กับคนที่ชอบควบคุมคนอื่น หรือคนที่ดีแต่สั่ง ไม่เคยเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บางครั้งมันก็เป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นบุคคลนั้นเป็นคนในครอบครัว เป็นสามีหรือภรรยา ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วย ถึงแม้จะหนีไม่พ้นแต่เราก็ควรหาวิธีให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขที่สุดค่ะ กำหนดขอบเขตให้ชัด ไม่ใช่เขาสั่งอะไร ก็ยอม ก็ใจอ่อน แต่เราก็ไม่ได้อยากให้คุณแข็งข้อใส่ แค่กำหนดขอบเขตไปเลยว่าของพวกนี้เป็นของส่วนตัวคุณ อย่ามายุ่งหรือข้องเกี่ยว แต่ถ้าชิ้นไหนที่ใช้ร่วมกันได้ ก็บอกออกไปให้ชัดเจน และผลที่ตามมาบางครั้งเขาอาจจะแสดงอาการไม่ดีออกมาทันที เมื่อเห็นว่าเรากำลังพยายามเอาตนเองออกจากการควบคุมของเขา เมื่อคนที่ชอบควบคุมคนอื่นรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียอำนาจไป ความรู้สึกทางจิตใจของพวกเขาอาจมีผลต่อร่างกาย เช่น มีอาการปวดหลัง ปวดท้อง เศร้า หรือร้องไห้ เป็นลม หรือลมพิษ นี้เป็นวิธีหนึ่งที่จะได้กลับมาควบคุมสถานการณ์อีกครั้งด้วยการทำให้คุณเห็นใจ สงสาร เป็นห่วง ถ้าเราเป็นห่วง ให้พาไปพบแพทย์เสีย จะได้รู้ว่าเป็นจริงๆ แต่อย่าไปหลงเชื่อเพราะเขาใช้วิธีนี้เพื่อทำให้เรายอมทำตามสิ่งที่เขาต้องการ อย่าพยายามไปเปลี่ยนนิสัย (เพราะมันอาจจะเป็นสันดาน) การจะเปลี่ยนนิสัยใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งนิสัยที่เป็นมานานตั้งแต่เด็กๆ จนกลายเป็นสันดานบางทีก็ยากที่เราจะไปแก้ไข ถ้าจะแก้ไขเราควรปรับตัวเองจะง่ายเสียกว่า หรือถ้าเขาจะเปลี่ยนก็ต้องเกิดจากเขาคิดได้เอง เพราะยิ่งเราไปบอกหรือชี้แจ้งว่าเขาเป็นคนนิสัยชอบควบคุมคนอื่น ซ้ำร้ายอาจจะกลายเป็นหาทางควบคุมเรามากขึ้นไปอีก จำไว้เสมอว่าปัญหาอยู่ที่เขาไม่ใช่เรา […]

keyboard_arrow_up