“สุขภาพช่องปาก” เรื่องใกล้ตัวที่ ไม่ควรละเลย

“สุขภาพช่องปาก” เรื่องใกล้ตัวที่ ไม่ควรละเลย       ปัญหาช่องปากเป็นเรื่องสำคัญหากดูแลทำความสะอาด “สุขภาพช่องปาก” ไม่ดีพอ ส่งผลให้เกิดคราบจุลินทรีย์ และเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค จนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกบวม มีกลิ่นปาก ปวดฟัน ฟันผุ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้แล้ว แน่นอนว่าสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ตามมาก็คือเรื่องของ “กลิ่นปาก” ซึ่งเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดกับตัวเองแน่นอน เพราะอาจเป็นเรื่องบ่งบอกได้ถึงบุคลิกและการดำเนินชีวิตประจำวันของบุคคลนั้นได้ สาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นปาก คงนี้ไม่พ้นเรื่องของการละเลยในการรักษาความสะอาด ที่ส่วนใหญ่คงทราบถึงสาเหตุนี้กันอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดรักษาความสะอาดแล้วยังมีกลิ่นปากอยู่ ก็อาจจะเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน จะมีอะไรบ้างลองมาดูกัน สุขภาพช่องปากและฟันอ่อนแอ    ไม่ว่าจะเป็นด้วยฟันผุ หรือเหงือกอักเสบ รวมทั้งการเกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพปากและฟัน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เหมือนกัน เช่น มีฟันผุ ที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งหากปล่อยให้เกิดฟันผุเรื้อรังทะลุถึงรากฟันก็จะทำให้รากฟันเป็นหนอง ก็เป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรงเพิ่มมากขึ้น การรับประทานอาหาร การรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรงก็มีผลทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น หัวหอม กระเทียม และอาหารที่มีกลิ่นฉุนต่างๆ ซึ่งอาหารที่รับประทานเข้าไปต้องผ่านกระบวนการย่อยตามระบบของร่างกาย โดยผ่านทางปอดและย้อนกลับมาทางลมหายใจ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลารับประทานอาหารประเภทนี้จะทำให้เกิดกลิ่นปาก รวมไปถึงกลิ่นตัวได้ด้วยเช่นกัน การสูบบุหรี่และดื่มเหล้า แน่นอนว่าสาเหตุนี้ใครๆ ก็ต้องทราบอยู่แล้วว่า นอกจากจะทำให้สุขภาพร่างกายไม่ดีแล้วก็ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย เนื่องจากการสูบบุหรี่นั้นจะทำให้ผู้ที่สูบปากแห้ง […]

รู้ทัน…ป้องกันอาการเข่าเสื่อมในผู้สูงวัย

รู้ทัน…ป้องกันอาการเข่าเสื่อมในผู้สูงวัย ข้อเข่าเสื่อม เป็นอาการทางกระดูกและข้ออันดับ 1 ของคนไทย มักเกิดในช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป แต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันส่งผลให้เกิดอาการ “ข้อเข้าเสื่อม” ก่อนวัยอันควรมากขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะของข้อเข่าเป็นอวัยวะส่วนที่ถูกใช้งานมากมาโดยตลอดในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง กระโดด ลุก นั่ง อีกทั้ง ข้อเข่ายังต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวเราด้วย และยิ่งต้องรองรับน้ำหนักหรือแรงกดกระแทกมากเท่าไหร่ การเกิดภาวะสึกหรอก็มีมากขึ้นเท่านั้น การเสื่อมสภาพและสึกหรอของกระดูกอ่อนที่ข้อเข่า มักเกิดกับผู้ที่สูงอายุ เมื่อกล้ามเนื้อบริเวณรอบหัวเข่าที่ช่วยในการพยุงหัวเข่าอ่อนแอลง ภาระการรับน้ำหนักจึงตกไปอยู่ที่ข้อเข่ามากขึ้น และยิ่งถ้ามีน้ำหนักตัวมาก ก็จะยิ่งทำให้กระดูกข้อต่อและกระดูกอ่อนของหัวเข่าเสื่อมสภาพลงเร็วขึ้น ส่งผลให้มีอาการปวดข้อเข่า ปวดขาเวลาเดินหรือยืนนานๆ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินไปจนถึงจุดที่เดินไม่ไหวและมีความเจ็บปวดอย่างรุนแรง   แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ลองสังเกตหัวเข่าของตัวเองหรือคนใกล้ตัวว่า มีอาการต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ หากมีควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนลุกลาม -ปวดข้อเข่า โดยรู้สึกเมื่อยตึงที่น่องและข้อพับเข่า -ข้อเข่าขัด งอได้เพียงครึ่งเดียว -เดินหรือเคลื่อนไหวข้อเข่าได้ไม่เต็มที่ -ข้อเข่าบวม มีน้ำในข้อเข่า -มีเสียงดังในข้อเวลาขยับข้อเข่า -เข่าคดผิดรูปหรือเข่าโก่ง อาการโรคข้อเข่าเสื่อมระยะแรก อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม ระยะแรกอาจไม่มีอาการบ่งบอกหรืออาการยังไม่รุนแรง หรืออาจมีอาการปวดเมื่อยเป็นปกติ เมื่อมีการเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรม เช่น การเดิน การวิ่ง การขึ้นบันได […]

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เมื่อ ภูมิคุ้มกัน ในร่างกายเปรียบเสมือนปราการด่านแรกสำหรับต้านโรคภัยไข้เจ็บที่จะเข้ามาเยี่ยมเยือน หากเราไม่ดูแลสุขภาพของตนเอง รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียด พักผ่อนน้อย โรคภัยก็ถามหาได้ง่ายๆ ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกัน ให้กับร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส  COVID-19 ในช่วงเวลานี้พวกเราทุกคนคงจะรู้สึก ตื่นตระหนกกันไม่น้อยที่พบว่ามีปริมาณผู้ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 19 เพิ่มขึ้นจำนวนมากในแต่ละวันเมื่อเทียบกับ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยทำได้ดีมากมาตลอดในเรื่องการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศ วันนี้เราจะมาสรุปถึงสาเหตุสำคัญ 7 ประการที่มีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง เพื่อที่เราจะได้ตระหนักรู้ หลีกเลี่ยง และลงมือปรับปรุง 1.ความเครียดและวิตกกังวลเรื้อรัง ความเครียดและวิตกกังวลเรื้อรังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ คนไข้ที่มีการติดเชื้อไวรัสมีระดับคอร์ติซอลในเลือดสูงขึ้น เมื่อได้รับความเครียดในปริมาณมาก ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งทางกายภาพและทางจิต เช่น จากการออกกำลังกายหนักเกินไป อดนอนเรื้อรัง แยกตัวจากสังคม ความกลัว วิตกกังวล ความโกรธที่ไม่ได้รับการเยียวยา การฝึกมองโลกในแง่ดีสามารถที่จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความเครียดได้แต่ก็ไม่เสมอไป แต่การฝึกมองโลกตามความเป็นจริง ไม่วิตกกังวลในเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ และวางใจให้สงบน่าจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพกว่า มีงานวิจัยที่แสดงว่า การอยู่อย่างโดดเดี่ยวและซึมเศร้าทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง การมีคุณภาพความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข้าง ถึงแม้จะไม่ได้มีปริมาณมาก รวมถึงการรับมือกับการอยู่คนเดียวได้ดีสำหรับคนที่ชอบอยู่กับตัวเองมากกว่า ก็เป็นทางออกที่ดีในการรับมือกับความเครียด 2.การจัดการระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่มีคุณภาพ สุขภาพเมตาบอลิสมและความไวต่ออินซูลินสำคัญในการเพิ่มความอึดถึกทนต่อตัวสร้างความเครียดภายนอก มันเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะเจ็บป่วยหนักและนานแค่ไหน […]

“ไตวายเฉียบพลัน” โรคร้ายที่เกิดแบบไม่ทันตั้งตัว

“ไตวายเฉียบพลัน”  โรคร้ายที่เกิดแบบไม่ทันตั้งตัว       จะมีกี่คนที่ทราบว่า “โรคไต” นั้นมีมากกว่า 1 ชนิด และแต่ละชนิดก็มีสาเหตุ การรักษา และโอกาสที่ไตจะกลับมาทำงานได้ปกติแตกต่างกัน ซึ่งโรคหนึ่งที่เกิดได้แบบไม่ทันตั้งตัว คือ “ไตวายเฉียบพลัน” ซึ่งเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ โดยการเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการก่อโรค การเกิดไตวายเฉียบพลันเกิดได้หลายสาเหตุด้วยกัน  ม่าจะเป็นเกิดปัญหาจาก ไต โดยตรง เช่น ภาวะไตอักเสบที่เกิดจากการแพ้ยา ได้แก่ ยาในกลุ่มต้านการอักเสบ และยาฆ่าเชื้อที่ได้รับมาในระยะเวลานาน โดยอาการแพ้นั้นแสดงออกที่ไตจึงเกิดปัญหาไตอักเสบหรือไตวายเฉียบพลัน ถ้าพบว่ามีการอักเสบของไตมาก ย่อมมีผลกระทบกับหน้าที่การทำงานของไตเกิดการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ และไตบวมน้ำทั้ง 2 ข้าง และการติดเชื้อในกระแสเลือด ผลเสียของไตวายเฉียบพลันจะคล้ายกับไตวายเรื้อรัง แต่จะเกิดขึ้นรวดเร็วกว่า หากปัสสาวะออกน้อยอาจทำให้น้ำท่วมปอดได้ และหากพบภาวะเกลือแร่ผิดปกติ เช่น โพแทสเซียมสูง เลือดเป็นกรด จะเกิดเป็นภาวะไตวายเฉียบพลันที่รุนแรงได้ สิ่งที่บ่งชี้ว่าคุณอาจกำลังเป็นไตวายเฉียบพลัน คือ มีการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง ปัสสาวะน้อยลงอย่างผิดปกติ มีอาการเหนื่อย หายใจผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที ไตวายแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามสาเหตุและระยะเวลาที่เกิด และไม่ว่าจะเป็นภาวะไตวายชนิดใด การเกิดอาการแทรกซ้อนล้วนมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้!! ชนิดที่ 1: ไตวายเฉียบพลัน […]

5 ผลไม้ออร์แกนิก วิตามินสูง แก้อ่อนเพลีย

ร่างกายอ่อนล้า ไม่มีแรง แถมไม่สดชื่น ไม่กระปรี้กระเปร่าสาเหตุหลักมาจากการทำงานหนัก และพักผ่อนไม่เพียงพอ เราจึงรวบรวม ผลไม้ วิตามินสูงที่ช่วยแก้อ่อนเพลีย เติมความสดชื่นให้ร่างกายมาฝากกันค่ะ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำเป็นไหมกับชีวิต?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำเป็นไหมกับชีวิต? รูปแบบชีวิตในยุคสมัยนี้ ทำให้เราต้องหาตัวช่วยมาเสริมสร้างสมดุลเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี ด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ ที่ปัจจุบันได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน และยังมีมากมายหลากหลายยี่ห้อ พร้อมคำถามที่ชวนให้สงสัย ว่าจำเป็นไหมที่ต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แล้วเมื่อรับประทานเข้าไปจะสะสมตกค้างหรือไม่ และเหตุใดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพสำหรับคนในยุคที่ชีวิตต้องเร่งรีบ วันนี้เราไปหาคำตอบพร้อมกันค่ะ เคยได้ไปอ่านเจอบทความทางการแพทย์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA ปี 2002 บอกเอาไว้ว่าชาวอเมริกันจำนวนมากมีระดับวิตามินในเลือดต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งมีปัจจัยมาจาก มีคนจำนวน 20-30% เท่านั้นที่สามารถทานผักผลไม้ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินต่างๆ ได้ครบ 5 หน่วยบริโภคต่อวันตามที่แพทย์แนะนำ ต่อมาลักษณะของอาหารในทุกวันนี้ ที่ผลิตขึ้นตามกระบวนการอุตสาหกรรม อย่างอาหารกระป๋องหรืออาหารแช่แข็ง ประกอบกับการขนส่งยังใช้เวลานานกว่าจะถึงผู้บริโภค ทำให้ปริมาณวิตามินที่อยู่ในผักผลไม้เหลือไม่มาก และปัจจุบันคนส่วนใหญ่นิยมทานอาหารที่ปรุงสำเร็จนอกบ้าน ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมต่อสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงเป็นทางเลือกจำเป็นในผู้ที่มีโอกาสได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ มีปัญหาเรื่องการดูดซึม การเจ็บป่วยเรื้อรัง และในผู้สูงอายุ ดังนั้น ก่อนที่เราจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ก็ควรที่จะต้องรู้จักว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น เป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง ที่ไม่ใช่การทดแทนการรับประทานอาหารให้ครบมื้อที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพได้ แต่เสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และไม่ใช่ยารักษาโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานเพื่อความปลอดภัย  เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในท้องตลาดปัจจุบันมีทั้งวิตามินรวมและแร่ธาตุ สมุนไพร พวกสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยอาหารต่างๆ ดังนั้น เราจึงควรรู้ว่าในวิตามินหรือแร่ธาตุแต่ละตัวนั้น […]

5 เคล็ดลับ ใช้สมุนไพรไทยคลายร้อน

5 เคล็ดลับ ใช้สมุนไพรไทยคลายร้อนในร่างกาย  สมุนไพรไทย มีมากมายหลายชนิด ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยสรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป ประโยชน์ทางตรง คือ เป็นยารักษาโรค ช่วยป้องกันโรคภัยได้มากมายตามคุณประโยชน์เฉพาะตัวของสมุนไพรชนิดนั้นๆ ส่วนประโยชน์ทางอ้อมคือ ช่วยดับกระหาย คลายร้อน ทำให้รู้สึกสดชื่น รสชาติอร่อย ยิ่ง อากาศร้อนๆ เช่นนี้ หลายคนอาจกำลังหาวิธีผ่อนคลายความร้อนกันสารพัดรูปแบบ บ้างหลบร้อนด้วยการไปเที่ยวทะเล หรือทาแป้งเย็นหลังอาบน้ำก็ยิ่งดี แต่ถ้ายังไม่มีวิธีที่ถูกใจ เรามี 5 สมุนไพรไทยคลายร้อนมาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าหารับประทานได้ง่าย ราคาไม่แพง หรือจะทำรับประทานเองก็ได้ นอกจากจะมั่นใจได้ว่าสด สะอาด ปลอดภัยแล้ว ยังได้รับคุณประโยชน์เต็มเปี่ยม ถือเป็นภูมิปัญญาไทยๆ ช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ แล้วยังปลอดภัยไร้โรคอีกด้วยค่ะ 1.ผักและผลไม้ไทยรสขมหรือเย็น ตามหลักของการแพทย์แผนไทยบอกไว้ว่า ฤดูร้อนธาตุไฟจะมาก ถ้าเราจะดับร้อนด้วยอาหาร ก็ต้องรับประทานอาหารที่มีรสขมหรือรสเย็นไม่ว่าจะเป็นพืชผักหรือผลไม้ก็ได้ นำมาปรุงเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม เช่น อาหารประเภทแกงจืด อาทิ แกงจืดฟักเขียว แกงจืดตำลึง แกงจืดมะระยัดไส้ ถือว่าเหมาะกับสภาพอากาศในช่วงนี้มากทีเดียว เพราะรสขมจะช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารและช่วยลดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเพราะความร้อนได้ด้วย 2.ผักจิ้มน้ำพริกดับร้อน ใครๆ ที่โปรดปรานน้ำพริกเป็นพิเศษ ก็อยากจะแนะนำว่า อย่าให้รสเผ็ดจัดมากนัก […]

คุมเข้มความสะอาด บ้าน-คอนโด อย่างไร? เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อโควิด

คุมเข้มความสะอาด บ้าน–คอนโด อย่างไร?  เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อโควิด ด้วยสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะพักอยู่ที่ไหน เจ้า โควิด-19 ก็จะตามไปกับเราด้วย แต่จะทำอย่างไรเมื่อเราต้องอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ล่ะ วันนี้เรานำวิธีที่ทางกรมอนามัยเค้าได้แนะนำมาเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติคุมเข้มการทำความสะอาดเมื่อพบว่าต้องอยู่อาศัยร่วมกับผู้ติดเชื้อโควิดกัน การทำความสะอาดบ้านหรือคอนโด ผู้ทำความสะอาดต้องป้องกันตนเองด้วยการใส่แว่นตาป้องกัน สวมหมวกคลุมผม หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ถุงมือยาง ผ้ากันเปื้อนแบบยางหรือพลาสติก และรองเท้าบูท โดยเริ่มจากการทำความสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกออกก่อน ขั้นตอนต่อไปจึงทำการฆ่าเชื้อโรคบริเวณพื้นผิว ด้วยสารฆ่าเชื้อ ซึ่งมีสาร 3 ชนิดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าสามารถกำจัดเชื้อโควิด-19 ได้แก่ 1) โซเดียมไฮโปคลอไรท์ หรือน้ำยาซักผ้าขาว ความเข้มข้น 0.1 เปอร์เซ็นต์ 2) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือน้ำยาซักผ้าสี ความเข้มข้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ 3) แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องเตรียมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้ได้ความเข้มข้นดังกล่าว ตัวอย่างการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของโซเดียมไฮโปคลอไรท์ความเข้มข้น 6 เปอร์เซ็นต์ ขนาดบรรจุ 600 มิลลิลิตร โดยผสมให้ได้ความเข้มข้น 0.1 […]

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด!

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด! เราอยู่กับคำว่า โรคระบาด โควิด-19 และ วัคซีน กันมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว แต่เนื่องจากเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องทางการแพทย์ จึงอาจจะเข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป ทำให้คนมากมายในสังคมยังมีความสับสน ความไม่รู้ ความไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ วัคซีนโควิด 19 ในช่วงนี้ ค่อนข้างมีเยอะมาก ซึ่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ต้องพิจารณาด้วยว่าใครเป็นคนให้ข้อมูล อย่างผู้เช่ยวชาญด้านต่างๆ หรือแพท์ผู้เชี่ยวชาญก็เป็นสิงที่เชื่อถือได้ อย่างเช่นข้อมูลที่น่าสนใจที่ทาง รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ สาขาวิชาโรคติดเชื้อและศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิจัยโรคติดเชื้อเด็กและวัคซีน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ออกเกี่ยวกับเรื่องของสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และพาประเทศออกพ้นทางการแพร่ระบาดได้น่าสนใจทีเดียว รศ.นพ.ชิษณุ บอกเอาไว้ว่า เชื้อโรคเปรียบเสมือนข้าศึก ภูมิคุ้มกันทำหน้าที่เหมือนทหาร ถ้าเรามีทหารที่พร้อมรบ เราก็จะสามารถป้องกันโรคได้ หากมองในแง่ของการป้องกันโรค การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีลักษณะจำเพาะเจาะจงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ลดการเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อต่าง ๆ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่สามารถลดอัตราการป่วยและการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อได้ วัคซีนสามารถช่วยชีวิตคนได้ 5 คนทั่วโลกในทุก 60 วินาที เนื่องจากโรคติดเชื้อบางโรคมีอาการรุนแรงซึ่งอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ อีกทั้งโรคบางโรคยังแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ หากเราป่วยแม้จะมีอาการไม่มาก […]

แจกเทคนิคการลดความดันโลหิตสูง แบบได้ผลชะงัด!

แจกเทคนิคการลดความดันโลหิตสูง แบบได้ผลชะงัด! ความดันโลหิตสูง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโรคอันตรายของคนยุคนี้ เพราะเป็นภัยเงียบใกล้ตัวที่อันตรายมาก และเป็นสาเหตุสำคัญทำให้มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต รวมทั้งโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดกล้ามเนื้อหัวใจตาย ทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตได้ สาเหตุของภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตสูง ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยร่วมบางอย่างที่ทำให้ความดันโลหิตสูง โดยมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจะไม่ทราบสาเหตุ แต่อาจเกิดจาก 2 ปัจจัยคือ พันธุกรรมและพฤติกรรม และน้อยกว่าร้อยละ 10 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่ทราบสาเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูงจากการใช้ยาคุมกำเนิดบางชนิด หรือการเกิดเนื้องอกของต่อมหมวกไต เป็นต้น ผลเสียของความดันโลหิตสูง จากการศึกษาในต่างประเทศ โดยติดตามผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี เปรียบเทียบกับคนความดันปกติ FRAMINGHAM STUDY พบว่า ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง จะเป็นโรคทางสมอง (เส้นเลือดสมองตีบตัน หรือแตก) และโรคหัวใจ (ขาดเลือด) มากกว่าผู้ที่มีความดันปกติอย่างชัดเจน มีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ถึงแม้ไม่มีอาการใดๆ ก็สมควรต้องได้รับการรักษาควบคุมให้ความดันโลหิตลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ และจากการศึกษาก็พบว่าควรจะควบคุมให้ความดันต่ำกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท จะมีโรคแทรกซ้อนน้อย ด้านโรคแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง แบ่งเป็น 3 […]

ผลศึกษาพบ 1 ใน 3 ผู้ที่หายป่วยจากโควิด มีอาการป่วยทางจิตแทรก

ผลศึกษาพบ 1 ใน 3 ผู้ที่หายป่วยจากโควิด มีอาการป่วยทางจิตแทรก ว่ากันว่า หายป่วยจากโควิด จะมีอาหารทางจิตแทรกตามา เรื่องนี้มีผลการศึกษาพบว่า 1 ใน 3 ของผู้ที่หายจาก COVID-19 มี “อาการป่วยทางจิต” แทรก อ่านแล้วต้องเอามือทาบอกเพราะแอบกังวลว่าเราจะมีความเสี่ยงอะไรไปมากกว่านี้ ยิ่งตอนนี้สถานการณ์ของไทยกำลังน่าเป็นห่วงทีเดียว เพราะกำลังเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 ระลอกที่ 3 ซึ่งคราวนี้เป็นสายพันธุ์อังกฤษซึ่งแพร่กระจายเร็วกว่าถึง 1.7 เท่า อย่างไรก็ตาม COVID-19 ไม่ได้แค่ส่งผลให้เราเจ็บป่วยเท่านั้น แต่มีการศึกษาในสหรัฐฯ พบว่าผู้ที่หายป่วย 1 ใน 3 นั้นได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคทางระบบประสาทหรือจิตเวชอีกด้วย โดยมีการศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Psychiatry ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วย COVID-19 จำนวน 236,379 คนจากเครือข่าย TriNetX ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่ามี 34% ตรวจพบอาการทางระบบประสาทหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิตในช่วง 6 เดือนที่ติดเชื้อ เกี่ยวกับเรื่องนี้ศาสตราจารย์พอล แฮร์ริสัน หัวหน้าผู้เขียนการศึกษาจากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด […]

รู้ยัง! 4 สาเหตุทางใจทําร่างกายอ่อนเพลีย

รู้ยัง! 4 สาเหตุทางใจทําร่างกายอ่อนเพลีย มีบ้างไหมที่ท่าน รู้สึกเหนื่อย เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจเสียเต็มประดา จนไม่อยากลุกขึ้นทำอะไร อยากนอนอยู่กับที่เฉยๆ เผื่อจะหายเหนื่อยขึ้นมาบ้าง เหนื่อยแบบนี้ไม่ได้เหนื่อยเหมือนกับการวิ่งหรือการออกกำลังกายมาใหม่ๆ แต่หมายถึงอารมณ์เพลียละเหี่ยใจไม่มีแรงทำอะไรสักอย่าง พอถึงวันหยุดก็จมอยู่กับที่นอนทั้งวันจนดูเหมือนคนขี้เกียจ แถมให้คิดอะไรก็คิดไม่ค่อยจะออกเสียด้วย กลายเป็นคนคิดช้า ไม่กระฉับกระเฉงเหมือนที่เคยเป็น นอกจาก ไลฟ์สไตล์ทางกายแย่ๆ อาทิ ดื่มน้ำน้อย ไม่กินมื้อเช้า ไม่ออกกําลังกาย และนอนดึกจนติดเป็นนิสัยแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีคิดและรับมือกับปัญหาของคุณก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและไม่สดชื่น อยู่ตลอดเวลา ซึ่ง 4ข้อต่อไปนี้เป็นวิธีคิดที่คุณควรปรับเปลี่ยน เพื่อชีวิตที่สุขสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นค่ะ 1.ต้องการความสมบูรณ์แบบมากเกินไปในทุกเรื่อง ย่อมจะทําให้คุณพยายามมากไปจนรู้สึกเหนื่อยและเพลียได้เช่นกัน ดร.ไอรีน เอส. เลวีน ศาสตราจารย์ด้านจิตเวช แห่งวิทยาลัยการแพทย์นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ยืนยันอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ 2.ดร.ไอรีนคนเดิมยังอธิบายต่อว่าการขี้กังวลจนเกินไปก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้คุณรู้สึกเหนื่อยและเพลียโดย ไม่มีเหตุผล ดังนั้นควรเลิกนิสัยนี้เสีย! 3.ไม่วางแผนการทํางานและที่ทํางานรกๆ ก็ก่อความรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าได้เช่นกัน เพราะเมื่อคุณไม่รู้จะเริ่มงานจากจุดไหน หรือหาอะไรบนโต๊ะทํางานไม่เจอ ย่อมเหนื่อยเป็นธรรมดา 4.ขณะที่คุณซูซาน อัลเบิร์ส นักจิตวิทยาแห่งเคลเฟอแลนด์คลินิก สหรัฐอเมริกา บอกว่านิสัยปฏิเสธคนไม่เป็นก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสําคัญที่ทําให้คุณต้องรับภาระมากมายจนรู้สึกเหนื่อย ทั้งนี้ ในทางการแพทย์มองว่าอาการอ่อนเพลียของคนเราที่เกิดขึ้นเสมอๆ นี้ ถือเป็นความผิดปกติของร่างกายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา สาเหตุของความเหนื่อยอ่อนแบบนี้คงจะตอบได้ยากว่าเกิดจากอะไรกันแน่ […]

โควิด-19 ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน สำคัญกว่าระยะห่าง

โควิด-19 ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกัน สำคัญกว่าระยะห่าง อ่านเจอข่าวงานวิจัยที่บอกว่าการ ติดโควิด-19 เรื่องของระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันในอาคาร สำคัญกว่าการเว้นระยะห่าง เพราะถึงแม้ว่าจะสวมหน้ากากอนามัย แล้วอยู่ห่างกัน แต่อยู่ร่วมกันในสถานที่แออัดเป็นเวลานานก็มีโอกาสติดเชื้อ โควิด มากกว่า เรื่องนี้น่าสนใจเลยอยากเอามานำเสนอให้ทุกคนได้ทราบกันเพิ่มเติมค่ะ เรื่องนี้เป็นงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์มาร์ติน บาแซนท์และศาสตราจารย์จอห์น บุช ได้ทำการวิจัย โดยได้ทดลองคำนวณความเสี่ยงจากการสัมผัสกับโควิด -19 ภายในอาคาร ภายใต้ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการแพร่เชื้อ เช่น ระยะเวลาที่อยู่ในอาคาร การไหลเวียนของอากาศ การสร้างภูมิคุ้มกัน การสวมหน้ากากอนามัย  ท่ามกลางกิจกรรมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การรับประทานอาหารร่วมกัน การร้องเพลง ซึ่งล้วนแต่ต้องมีการสูดอากาศเข้าสู่ร่างกายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การเว้นระยะห่าง 6 ฟุต ( 1.8 เมตร) จึงอาจไม่เกิดประโยชน์มากนักแม้ว่าจะสวมใส่หน้ากากอนามัย” โดยเหตุผลของทั้งสองคนมองว่า การที่ผู้คนอยู่ร่วมกันภายใต้อาคารหรือที่สถานที่ปิด การสูดหายใจขณะสวมหน้ากากอนามัยใช้อากาศในการหายใจจะหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่จำกัด อากาศจะเคลื่อนที่ขึ้นลงและหมุนวนอยู่ภายในห้อง ทำให้มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าการเว้นระยะห่างด้วยซ้ำ ละอองของเชื้อโรคมีโอกาสเดินทางผ่านอากาศภายในอาคาร เมื่อมีคนพูดคุย หายใจ หรือรับประทาน  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแพร่กระจายทางอากาศมีบทบาทอย่างมากในการแพร่กระจายของโควิด -19 ในระลอกหลัง […]

ว่าด้วย “การอดอาหาร “และ “การล้างพิษ”

ว่าด้วย “การอดอาหาร “และ “การล้างพิษ” การอดอาหารหรือ Fasting อยู่ในความสนใจของผู้รักสุขภาพทั้งหลาย เพราะเชื่อว่าเป็นการล้างพิษแบบเร่งด่วนหรือการเริ่มต้นการปฏิวัติสุขภาพ และตอนนี้เรามาถึงยุคที่การลดน้ำหนักสามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ เพิ่มความจำและลดโรคได้อีกด้วย ซึ่งวิธีนี้ติดเทรนด์มาสักพักในประเทศไทยแล้ว และนับวันก็ยิ่งเป็นที่นิยมมากขึ้น การอดอาหารล้างพิษเป็นการทำให้ระบบทางเดินอาหาร และระบบการเผาผลาญได้พัก และได้รักษาตัวเองตามกลไกทางธรรมชาติเพื่อบำบัดตัวเอง มีหลายวิธีแตกต่างไปตามความเหมาะสมของแต่ละคน ในอดีตการการอดอาหารเป็นเครื่องมือในการฝึกจิต และสร้างวินัยให้ตนเอง ชาวอินเดียนในอเมริกายุคเริ่มต้น อดอาหารเพื่อให้เข้าถึงพลังวิญญาณอันยิ่งใหญ่ (Great Spirit) พระคริส ใช้เวลา 40 วัน 40 คืน อยู่ในป่าเปลี่ยว โมเสส อดอาหารอยู่บนภูเขาไซไน โยคี ทำการอดอาหารเพื่อให้สามารถควบคุมจิตใจและความรู้สึก ชำระร่างกายให้สะอาดเพื่อให้ร่างกายกลับเป็นหนุ่มเป็นสาวกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วย ตามความเป็นจริงนั้นการอดอาหารเป็นวิถีทางธรรมชาติของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย เช่น สัตว์ป่าจะหยุดกินอาหารเมื่อถูกทำร้ายหรือไม่สบาย สำหรับคนเราในชีวิตประจำวันพลังงานส่วนใหญ่ จะถูกใช้ไปในกระบวนการย่อยอาหาร ดังนั้นถ้าระบบการย่อยอาหารได้หยุดพักบ้างก็จะมีพลังเหลือไว้สำหรับการพัฒนาทางจิตและซ่อมแซมร่างกายมากขึ้นและยังช่วยกำจัดพิษ ออกจากร่างกายด้วย หนังสือ Healing with Whole Foods:AsiaTraditional and Modern Nutrition เขียนโดย คุณพอล พิชฟอร์ดแนะนําวิธีอดอาหารไว้ว่าการอดอาหารภายใน 1 วันหรือ 3 […]

หน้ากากอนามัย พารอดโควิด

 หน้ากากอนามัย พารอดโควิด รู้ไหมว่า หน้ากากอนามัย พารอดโควิดได้ นั่นเพราะ หน้ากากอนามัย เป็น หนึ่งใน 3-4 มาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เราทุกคน ปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่บางคนอาจจะละเลย บางทีก็ไม่สวมใส่ …อยากให้ทุกคนได้อ่านเรื่องราวที่เราเอามานำเสนอในวันนี้ แล้วคุณจะเข้าใจว่า ทำไมหน้ากากอนามัย ถึงช่วยป้องกันโควิดได้ การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เรารับรู้กันมาตลอดว่าหนึ่งในวิธีนั้นก็คือการสวมใส่หน้ากากอนามัย ถึงแม้ว่าจะมีข้อมูลบางส่วนออกมาว่าการสวมใส่หน้ากากอนามัยยิ่งใส่ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขเค้าออกมายืนยันเลยว่าการสวมหน้ากากอนามัยจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้ถึง 54-59% โดยจะเห็นว่าช่วงหลังๆ มานี้เห็นคนสวมใส่หน้ากากอนามัยกันมากขึ้น ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดี เมื่ออาทิตย์ก่อนได้มีโอกาสดูคลิปอยู่คลิปหนึ่ง ที่มีคนออกมาพูดเรื่องความสำคัญของหน้ากากอนามัยเอาไว้ได้น่าสนใจมาก โดยเจ้าของคลิปอาศัยอยู่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ในสหรัฐอเมริกา เมืองที่เขาอยู่นั้นมีคนติดโควิดแล้ว 6 แสน 5 หมื่นกว่าคน และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เขาก็รอดมาได้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เขารอดได้ และเป็นกำแพงกั้นเชื้อโรคโควิดไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของเขาไม่ใช่เพราะวัคซีนราคาแพงๆ ยี่ห้อใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือหน้ากากอนามัยที่เขาใช้และสวมใส่ทุกวันนั่นเอง เขาพิสูจน์ให้เห็นเลยว่าการใส่กับไม่ใส่หน้ากากอนามัยมันจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้อย่างไร โดยในคลิปเขาลองไม่ใส่หน้ากากอนามัยแล้วพ่นลม และไอใส่เทียนไขที่จุดไว้ แรงลม หรือละอองน้ำลายทำให้เทียนดับทันที แต่เมื่อสวมหน้ากากอนามัยแล้วไอพร้อมเป่าลมใส่เทียนปรากฏว่าเทียนไม่ดับ นั่นแสดงให้เห็นว่า ละอองฝอยหรือความแรงของลมที่ถูกพ่นออกมาจากปากของเขามันถูกกั้นด้วยหน้ากากอนามัย แล้วยิ่งถ้าเป็นหน้ากากอนามัยดีๆ ผลิตด้วยวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพด้วยแล้วก็จะยิ่งช่วยกรองเชื้อโรคที่จะแพร่ออกไปได้มากยิ่งขึ้น […]

อาหารว่างป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ เพื่อคนลดอ้วน

อาหารว่างป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ เพื่อคนลดอ้วน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งในผู้ที่มีอาการรุนแรง หากรักษาไม่ทัน อาจเป็นอันตรายได้ เกิดขึ้นได้ทั้งผู้ป่วยทั่วไป จากภายหลังการดื่มสุราในปริมาณมาก โดยไม่ได้รับประทานอาหารควบคู่ไปด้วย หรือในผู้ที่เป็นเนื้องอกบางชนิด ที่มีการสร้างฮอร์โมนอินซูลินผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำตามมา แต่ส่วนใหญ่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดขึ้นได้ในผู้เป็นเบาหวานที่ได้รับการรักษาด้วยยาลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือยาฉีดอินซูลิน ในกรณีที่รับประทานอาหารผิดเวลา รับประทานอาหารน้อยไป ออกกำลังกายมากไป หรือระดับการทำงานของไตผิดปกติ ส่งผลให้การออกฤทธิ์และการขับยาออกจากร่างกายไม่เป็นไปตามภาวะปกติที่ควรจะเป็น อาการที่พบขึ้นกับความรุนแรงของภาวะดังกล่าว ในระยะแรกที่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงไม่มาก ผู้ป่วยจะมีอาการเตือน ซึ่งเป็นผลจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้แก่ รู้สึกอ่อนเพลีย หวิวๆ ร่วมกับมีการหิว อยากรับประทานอาหาร มือสั่น ใจสั่น กระสับกระส่าย  ถ้าภาวะนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำลงมาก จนทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการของสมองขาดน้ำตาล ได้แก่ ปวดมึนศีรษะ แขนขาอ่อนแรง มือชา ปากชา และถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการชักหรือหมดสติร่วมด้วย หากปล่อยให้อาการดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจส่งผลต่อความจำ ทำให้เกิดความจำเสื่อม สมองพิการ ซึ่งในบางคนอาจหลับไม่ตื่น เนื่องจากสมองพิการอย่างถาวร การมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือมีฮอร์โมนอินซูลินสูงเกินไป ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความหิว […]

ตามดูความเสี่ยงสุขภาพ หลังรอดชีวิตจากโควิด-19

ตามดูความเสี่ยงสุขภาพ หลังรอดชีวิตจากโควิด-19 หลัง รอดชีวิตจากโควิด สุขภาพจะดีเหมือนเดิมได้หรือไม่? เชื่อว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามนี้ขึ้นในใจ ซึ่งในระหว่างที่คนจำนวนมากพยายามป้องกันอย่างเต็มกำลังไม่ให้ตัวเองติดเชื้อโควิด-19 แต่มีคนจำนวนหนึ่งที่โชคร้ายติดเชื้อไปแล้วแต่สุดท้ายโชคดีรักษาตัวจนอาการป่วยต่างๆ หายไป แต่ก็มีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับเชื้อที่หลายคนยังสงสัยทั้งตัวผู้ที่เคยป่วยเองและคนรอบตัวที่อาจยังกังวลและหวาดกลัวว่าผู้ที่เคยป่วยแล้วบอกว่าหายแล้วจะปลอดภัยกับคนรอบตัวจริงหรือไม่ หรือหลังจากหายป่วยแล้วร่างกายจะเป็นอย่างไร จะมีโอกาสกลับมาเป็นอีกไหม คำถามนี้อาจกำลังดังก้องอยู่ในหัวของใครหลายๆ คน ณ วันนี้ผลการวิจัยทางการแพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่นอน แต่ก็มีผลการศึกษาบางส่วนที่ออกมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ อย่างล่าสุดคณะนักวิจัยจากโรงเรียนแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองเซนต์ลูอิสของสหรัฐฯ ได้ทำการศึกษาพบว่าหลังผู้ป่วยรอดชีวิตจาก โรคโควิด-19 ซึ่งส่วนมากหลังจากป่วยแล้ว 30 วัน พวกเขามีความเสี่ยงเสียชีวิตสูงกว่าประชาชนทั่วไปเกือบร้อยละ 60 ในช่วง 6 เดือนให้หลัง โดยสัดส่วนการเสียชีวิตส่วนเกินในหมู่ผู้รอดชีวิตจาก โรคโควิด-19 หลังหายป่วยนาน 6 เดือน อยู่ที่ 8 รายต่อ 1,000 ราย ส่วนกลุ่มผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและรอดชีวิตหลังติดเชื้ออย่างน้อย 30 วัน มีสัดส่วนการเสียชีวิตส่วนเกินในระยะ 6 เดือนหลัง อยู่ที่ 29 รายต่อ 1,000 ราย ในรางานการศึกษาระบุว่าหลังผู้ป่วยรอดชีวิตจากโรคโควิด-19 ซึ่งส่วนมากหลังจากป่วยแล้ว 30 […]

สัญญาณเตือน อาการป่วยทางจิตที่ควรปรึกษาแพทย์

สัญญาณเตือน อาการป่วยทางจิตที่ควรปรึกษาแพทย์ ว่ากันว่า ความผิดปกติทางจิตใจ ที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นโรคจิตเภทหรือโรคอารมณ์สองขั้ว มักส่งสัญญาณให้คนรอบข้าง เช่นพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง คนรัก เห็นก่อนเสมอ เพียงแต่พวกเขาเหล่านั้นมักเชื่อว่า “ก็เป็นเพียงความไม่ปกติ” ทางวิธีคิดและ อารมณ์ บางอย่างซึ่งสุดท้ายก็จะหายไปเอง แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้ นแพทย์หญิงรันนา พาเร็กห์ แห่งสมาคมจิตแพทย์สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า โรคจิตเภททั้งสองชนิดที่กล่าวไปแล้วนั้นมีพัฒนาการของโรคอย่างชัดเจน เพียงแต่คนรอบข้างต้องสังเกตและเข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีอาการเหล่านั้นได้แก่ 1.ทําตัวแปลกแยกและไม่มีทีท่าจะสนใจคนอื่นเลย 2.ไม่ร่วมกิจกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมที่เจ้าตัวเคยสนใจ ทั้งที่โรงเรียนและที่ทํางานซึ่งนําไปสู่ความล้มเหลวในการทําสิ่งที่เคยทําได้ดี 3.มีปัญหาด้านกระบวนการคิดไม่ว่าจะเป็นการจดจ่อการใช้ความจําการคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล หรือการเรียบเรียงคําพูด 4.อ่อนไหวเกินไปจนทนได้ยินเสียงเห็นภาพได้กลิ่นหรือสัมผัสบางอย่างไม่ได้ 5.พฤติกรรมถดถอยไม่อยากทําอะไรทั้งสิ้น 6.ไม่อยู่กับความเป็นจริงโดยเริ่มจากการไม่รู้ว่าตนเองสัมพันธ์หรือสําคัญอย่างไรกับคนรอบข้างจนไม่รับรู้ความจริง 7.ไม่มีเหตุผล เริ่มเชื่อในสิ่งแปลกๆ เช่นพลังของตนเองในการควบคุมสิ่งต่างๆ หากผู้ป่วยเป็นเด็กวัยรุ่นมักจะเชื่อเรื่องมนตร์วิเศษ 8.ขี้กังวลโดยตื่นตัวและหวาดระแวงอย่างรุนแรง 9.มีพฤติกรรมแปลกๆ ซึ่งคนรอบข้างมักอธิบายลักษณะบุคลิกภาพของผู้ป่วยไม่ได้ 10.มีปัญหาเรื่องการกินและการนอนหลับ โดยเฉพาะไม่สามารถนอนหลับหรือกินในเวลาเดิมได้ 11.อารมณ์แปรปรวนโดยขึ้นหรือลงอย่างไร้สาเหตุ หากผู้ที่เรารู้จักมีอาการเพียง 1-2 อาการ ย่อมไม่สามารถตัดสินได้ทันทีว่าคนคนนี้ป่วยทางจิต นอกเสียจากว่าพฤติกรรมนั้นทําให้เสียการเรียนหรือหน้าที่การงานจึงควรพาไปพบจิตแพทย์ และหากคนคนนั้นมีความคิดที่อยากทําร้ายคนอื่นหรือตนเองให้รีบพาไปพบจิตแพทย์โดยด่วน อย่างไรก็ตาม การจำแนกโรคทางจิตเวชมีหลายหมวดหมู่ในแต่ละบุคคล เช่น บางรายต้องพบกับความเสียใจหนักๆ เพิ่งผ่านการสูญเสียคนใกล้ชิด เครียดกับงานที่หาทางออกไม่ได้ ได้รับแรงกดดันสะสมจากความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง มีหลากหลายสาเหตุที่ส่งผลให้คนเราป่วยทางใจ […]

keyboard_arrow_up