“ภูมิแพ้” แม้จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

ปัจจุบันอัตราความชุกของ “โรคภูมิแพ้” มีแต่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ดูได้จากคนรอบๆ ตัวเรา สักเกตดูสิคะว่าบางคนเป็น คนที่ไม่เคยเป็นหรือป่วยอะไรเลย แต่จู่ๆ ก็กลับมาเป็นภูมิแพ้กันได้ง่ายๆ ซะอย่างนั้น และเมื่อเป็นแล้วก็จะเป็นแบบเรื้อรัง เป็นนาน บางคนก็อาจเป็นตลอดชีวิต ทำให้บั่นทอนสุขภาพ และการใช้ชีวิตอย่างมาก บางคนมักพูดว่าภูมิแพ้เป็นโรคของผู้ดี แบอะไรนิด อะไรหน่อยก็แพ้ ฟังแบบนี้แล้วรู้สึกเห็นใจคนที่เป็นภูมิแพ้มากๆ เลยล่ะค่ะ เชื่อเถอะว่าเค้าก็ไม่ได้อยากเป็นหรอก…ทางที่ดีหันมาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รักษาระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุล ดูแลร่างกายดีๆ เชื่อว่าจะไม่มีคำว่าแพ้ มีแต่ชนะ แน่นอน! วันนี้เรามาทำความเข้าใจ มาทำความรู้จักกับเจ้าโรคภูมิแพ้กันให้ลึกซึ้งกันดีกว่า เพราะมแน่ว่าสักวันอาการนี้อาจเกิดขึ้นกับเรา หรือคนใกล้ตัวเราได้ หรือใครที่มีคนใกล้ตัวที่เป็นอยู่จะได้เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร อย่างที่บอกว่าไม่มีใครอยากเป็นหรอกค่ะ เพราะเป็นแล้วอาการมันน่ารำคาญต่อการใช้ชีวิต เกิดอะไรแปลกปลอมนิดหน่อยก็มีเอฟเฟคต่อร่างกายซะแล้ว ถ้าอย่านั้นไปดู และไปทำความเข้าใจ จะได้เข้าในคนที่เป็นมากขึ้น โรคภูมิแพ้ที่ไม่ได้เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง โรคภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดว่าสิ่งแปลกปลอมบางอย่างที่เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นอันตราย จึงตอบสนองโดยการผลิตสารภูมิต้านทานขึ้นเพื่อกำจัดและทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น เช่นเดียวกับการตอบสนองเมื่อมีเชื้อแบคทีเรีย ปรสิตหรือไวรัสเข้าสู่ร่างกายทั้งๆ ที่อาจเป็นแค่ฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น หรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศเท่านั้น เช่น คนทั่วไปสูดฝุ่นละอองเข้าไปจะเกิดอาการน้ำมูกไหล คันจมูก คันตาหรือมีอาการหอบหืด เป็นต้น โรคภูมิแพ้จึงเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานตอบสนองไวเกินไป ซึ่งผิดกับความเชื่อของคนทั่วไปว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลงหรือน้อยลงนั่นเองค่ะ โรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง […]

มาลองเป็นผู้มองโลกในแง่ดีแบบ “ลบ” อาจทำให้คุณกลายเป็นนักคิดที่เหนือชั้น

วันนี้เราจะขอพูดถึงคุณสมบัติสำหรับความสำเร็จ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้ จากการมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดี มักมีความคาดหวังในเรื่องความสำเร็จที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงเท่าไรนัก ด้วยเหตุผลนี้พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลองทำสิ่งต่างๆ มากมาย หลากหลาย โดยไม่เสียกำลังใจ นอกจากนั้น เนื่องจากการที่พวกเขามีทัศนคติในทางบวกอย่างไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลุยไปข้างหน้ายาวนานกว่าคนทั่วๆ ไป จึงพูดได้ว่าการมองโลกในแง่ดีเป็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมที่จะอยู่ได้นานตราบที่คุณควบคุมมันอยู่ แต่เราอยากจะบอกคุณๆ ทั้งหลายว่า การที่คนคนนึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต หรือในเรื่องต่างๆ ได้ คุณต้องเดินทางสายกลางด้วยการมองโลกทั้งในแง่ดี และมองโลกในแง่ลบด้วย คุณต้องมีความกระตือรือร้นที่จะใส่ใจเรื่องที่ทำ แต่คุณต้องมองในแง่ร้ายบ้าง คิดในทางวิพากษ์บ้าง สงสัย และดูว่ามีทางใดบ้างที่คุณจะเสียหายจากการคิดและทำด้วยเช่นกัน ฟังมุมมองที่เป็นลบ คุณลองพยายามเสาะหาและลองฟังคนอื่นๆ ที่คิดลบหรือคิดต่างจากไอเดียของคุณดูอย่างละเอียดลอง มองหาคนที่คิดแบบลบ เพราะว่ามุมมองของพวกเขาเหล่านั้นอาจมีค่ามาก และสามารถรักษาบางสิ่งที่คุณคิดว่าดีได้ เพราะบางทีการมองอะไรทุกอย่างเป็นบวกไปเสียหมด ทำให้เรามองไม่เห็นด้านลบที่จะเกิด พอมีคนคิดลบมาแสดงความเห็นคุณสามารถเอามันมาหยั่งดูว่าอะไรที่น่าจะเป็นจริงมากกว่ากันในการกระทำสิ่งนั้นๆ เป็นต้น เราสามารถเอากลับมาคิดเอามาทบทวนดูได้ เพราะเป็นอีกแง่มุมที่มีคนมองต่างจากเราค่ะ ประเมินค่าอย่างตรงไปตรงมา เมื่อคุณคิดทบทวน ลองประเมินและวิเคราะห์หรือลองมองบางสิ่งในแง่ร้ายดูแล้ว บางทีเราอาจจะพบข้อบกพร่องมากมายในการจะลงทุนหรือทำสิ่งต่างๆ ของเรา มันอาจจะรักษาทรัพย์สินของเราเอาไว้ได้เป็นล้านๆ ในอนาคต ซึ่งเราเองก็อาจจะคิดวิพากษ์แบบนี้เอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เปิดความคิดจิตใจให้กว้างเข้าไว้ สิ่งที่บอกไปอย่างหนึ่งที่ห้ามเลยคือการอย่าปล่อยให้ตัวเองถูกครอบงำด้วยคนที่คิดในทางลบ หรือความคิดในทางลบของเรา แค่เอามุมมองมาพิจารณาบ้างตามวาระเวลาอย่างที่บอกไปเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดควรฟังสัญชาตญาณของตัวเอง บางครั้งมันไม่มีเหตุผล แต่เชื่อเถอะมันย่อมส่งผลอะไรสักอย่างแน่นอน คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแท้จริง นอกจากต้องหัดมีมุมองที่แตกต่างไปจากคนอื่นบ้างแล้ว […]

การคิดและทำอย่างคนที่ประสบความสำเร็จทำ นั่นคือ “การยอมรับตนเอง”

การยอมรับตนเองนั้น เชื่อว่าคนเราเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นทารกอยู่นั่นเองค่ะ ด้วยจากอิทธิพลของพ่อแม่ พี่น้อง และคนใกล้ชิดอื่นๆ โดยระดับการยอมรับตนเองนั้นเราสามารถวัดได้มาจากความรู้สึกดีที่คุณได้รับการยอมรับจากคนที่อยู่ใกล้ชิดและแวดล้อมตัวคุณดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทัศนคติที่คุณมองตนเองมีผลส่วนมาก มาจากทัศนคติที่คุณคิดว่าคนอื่นๆ มีต่อคุณ เมื่อคุณเชื่อว่าคนอื่นคิดในทางดีกับคุณ ระดับการยอมรับและนับถือตนเองที่คุณมีต่อตัวเองจะสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง ก็คือการเข้าใจตนเองและความรู้สึกของตนเองนั่นอย่างไรล่ะค่ะ และนี่แหละคือวิธีคิดหนึ่งที่คนที่เค้าประสบความสำเร็จ เค้าคิดกัน การยอมรับตัวตน ชีวิต และความเป็นจริงของตัวเอง มันอาจฟังดูง่าย หรือบางคนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องยากก็ได้ ในการที่จะยอมรับในตัวตน ในชีวิตที่เราเป็นอยู่ บางคนอาจเบื่อหน่ายกับนิสัยบางอย่างของตัวเอง บางคนอาจไม่ชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่กำลังเจออยู่กับตัวเองในตอนนี้ หรือบางวันคุณอาจไม่ชอบลักษณะหรือแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาก็มี มันเป็นเรื่องปกติมากค่ะ ที่คนเรามักจะไม่พอใจตัวเอง ชอบวิจารณ์ตัวเอง อย่างไรก็ตามเราควรต้องหาวิธีที่จะยอมรับตัวตนและชีวิตของตัวเองให้ได้ ซึ่งวิธีการมันก็มีอยู่นะคะ อยู่ที่ว่าคุณพร้อมเปิดใจที่จะทำและคิดตามนี้หรือเปล่าเท่านั้น เราลองไปดูกันว่า การยอมรับตนเอง ที่ดีนั้นควรทำอย่างไร ทำความเข้าใจว่าสิ่งใด หรืออะไรทำให้เราเกิดความรู้สึก การพัฒนาตนเองให้ยอมรับตนเองก็คือ การรู้ตัวเอง เมื่อคุณเปิดใจว่าคุณคิดและรู้สึกอย่างไรจริงๆ กับใครบางคน จะทำให้คุณสามารถรู้ตัวเองว่ากำลังคิดและเกิดอารมณ์ชนิดใดบ้าง หากอีกคนหนึ่งนั้นเพียงนั่งฟังอย่างเดียวโดยไม่ให้ข้อคิดหรือวิจารณ์ใดๆ คุณก็จะรู้ตัวว่าคุณเป็นอย่างไรและทำไมจึงทำสิ่งต่างๆ เช่นที่ทำ คุณจะเริ่มพัฒนามุมมอง ความหมาย อย่างที่ในศาสนาพุทธเรียกว่า การปล่อยวางนั่นแหละค่ะ อนุญาตให้แสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิต คุณลองเปิดใจและเปิดตัวเองเพื่อที่จะยอมรับตนเองอย่างแท้จริงดู หรือสิ่งยุ่งยากใจจากสิ่งต่างๆ ที่อาจเคยเกิดขึ้นกับคุณมาก่อนในอดีตนั้น คุณต้องสามารถพูดอย่างเปิดใจได้กับคนอย่างน้อยสักหนึ่งคน คุณต้องสามารถยกภูเขาออกจากอกไป […]

อาการ “ไอ” สามารถบอกโรคอะไรได้บ้าง? และควรทำอย่างไร เมื่อถูก “ไอ” รังควาน

“ไอ” มานานทำไมไม่หายสักที? ไอมาตั้งหลายเดือน ทำอย่างไรก็ไม่หาย หรือเป็นๆ หายๆ จะแก้ยังไงดี? คำถามนี้เชื่อว่าหลายคนต้องอยากรู้ เพราะอะไรเราถึงมาพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าคนที่อยู่รอบๆ ตัว ทั้งพี่น้อง หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน หลายๆ คนมีอาการไอกันเยอะมาก บางคนเราเห็นว่าไอมาตั้งนานยังไม่หายสักที มีบางคนพูดด้วยว่า เค้าต้องไอถึง 100 วัน กว่าจะหาย ห๊า! ไออะไรตั้ง 100 วัน เฉลี่ยนี่คือ สามเดือนเลยนะคะ โหดร้ายมากกับร่างกาย เวลาใครไอทีจะท้อแท้ เพราะรู้เลยว่าอาการอื่นหายง่าย แต่ถ้าเกิดไอขึ้นมาเมื่อไรล่ะก็หายช้าตลอดไม่รู้ทำไม! บางคนไออยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นความเคยชิน คิดว่าเป็นอาการปกติของร่างกายคนเรา กลายเป็นความเคยชิน หรือชะล่าใจไม่ไปหาหมอ ไม่ไปทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ทำให้อาการทรุดหนักลงกว่าเดิมหรือนำไปสู่โรคอื่นๆ ตามมา ถ้างั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักให้ลึกซึ้งถึงอาการไอๆ ที่หลายคนกำลังพบเจอ พร้อมสาเหตุและวิธีป้องกันและแก้ไขกันค่ะ เผื่อใครลองทำแล้วอาการดีขึ้นจะได้ไม่รำคานใจเวลาต้องไอกันทั้งวัน ทำความรู้จักกับคำว่า “ไอ” ที่แบ่งออกได้หลายชนิด           อาการ “ไอ” เป็นการขับลมผ่านสายเสียงที่ปิด เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจ และยังเป็นกลไกลที่สําคัญของร่างกายในการกําจัดเชื้อโรค เสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ อาการไอจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสิ่งกระตุ้นที่ตัวรับสัญญาณการไอก่อน ซึ่งตัวรับสัญญาณการไอในร่างกายของเรามีตั้งแต่ […]

นอกจากกินแล้วสวย “ธัญพืช” ยังป้องกันได้หลายโรค ทั้งโรคหัวใจ และไขมันอุดตัน

พูดถึงอาหารที่มีประโยชน์ หรือพวกอาหาร ที่ให้คุณค่ากับร่างกาย กินแล้วไม่ต้องกลัวอ้วน ประโยชน์สารพัดแล้วนั้น คำว่า “ธัญพืช” จะต้องเป็นสิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึง ด้วยเพราะประโยชน์นานัปประการในตัวของมันเองที่เราอดที่จะเอามาพูดถึงไม่ได้ เพราะนอกจากให้คุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ธัญพืชบางชนิด ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้ด้วย งั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักกันแบบลึกซึ้งกับเจ้าอาหารชนิดนี้กันดีกว่าค่ะ ธัญพืช คือเมล็ดของพืชชนิดต่างๆ ที่นิยมใช้ทำเป็นอาหารมาเนิ่นนาน และได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ให้โปรตีนสูง และมีไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายพูดถึงประโยชน์ของการทานธัญพืช ว่าช่วยบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ ช่วยต้านความเสื่อมถอย ช่วยชะลอวัย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และลดไขมันในร่างกายได้  ซึ่งการทานธัญพืชให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ต้องทานธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการ ขัด สี บด หรือแปรสภาพให้เป็นผง (แป้ง) เพราะธัญพืชเหล่านี้จะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปค่อนข้างมากในระหว่างการแปรรูป การนำธัญพืชเต็มเมล็ดมาประกอบอาหารโดยตรงจึงทำให้ได้รับประโยชน์จากธัญพืชได้มากกว่านั้นเอง ในประเทศไทยเรานั้น มีธัญพืชที่มีประโยชน์มากมาย เรียกว่าธัญพืชไทยมีประโยชน์ไม่แพ้ใคร ซึ่งความจริงธัญพืชพื้นบ้านไทยมีประโยชน์โดดเด่น ไม่แพ้ของต่างชาติเลย เพียงแต่การวิจัยคุณค่าทางอาหารและงานวิจัยธัญพืชแบบเชิงลึกนั้น ยังไม่เกิดขึ้นมากนัก จึงทำให้คนส่วนใหญ่หลงลืมธัญพืชแบบไทยๆ ที่ให้ประโยชน์ไป สำหรับธัญพืชไทยดาวเด่นที่หาซื้อได้สะดวก แต่ให้ประโยชน์ไม่ธรรมดาของบ้านเรา ธัญพืชของไทยหลายๆ ชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ไม่แพ้ธัญพืชที่นำเข้าจากต่างประเทศ แถมยังมีราคาที่ถูกกว่ามาก ถ้าใครชอบทานธัญพืชชนิดไหนลองหาไปทานกันดู จะนำมาหุงรวมกับข้าวกล้องก็ทานดี ได้ประโยชน์ […]

เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่ทำให้เกิด “ทุกข์”

คนเราเวลาไม่สบายใจก็เป็นทุกข์ เวลาเศร้าโศก เสียใจ ขุ่นเคืองใจ ก็เป็นทุกข์ เชื่อว่าทุกคนไม่อยากจะมีความทุกข์ บางคนทุกข์ เสียจนเกิดเป็นความท้อแท้ จนอยากจะถอยหลังหนีปัญหา หรือบางคนก็ตัดสินใจหนีปัญหาที่ทำให้เกิดทุกข์ไปด้วยวิธีผิดๆ ก็มี เราอยากจะบอกกับทุกคนทั้งที่มีทุกข์ หรือไม่มีทุกข์ทั้งหลายค่ะว่าในการจะจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ทั้งหลาย เราจะต้องทำความรู้จักกับสิ่งที่จะมารบกวนความสุขเสียก่อน นั่นคือการทำความรู้จักกับทัศนคติต่างๆ ที่ทำให้เราเกิดทุกข์นั่นเอง แน่ล่ะค่ะว่าความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครสามารถที่จะหนีได้พ้น แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงมัน และดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขได้ เพียงแต่ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนยากที่มีชื่อเรียกว่า “ความทุกข์” กันเสียก่อน แล้วอะไรบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? คำถามนี้ฟังดูออกจะเป็นในเชิงธรรมะอยู่สักหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็แค่คำถามธรรมดาสามัญในชีวิตของเราเท่านั้น คำถามที่ทุกคนสามารถหาคำตอบได้ง่ายๆ ไม่ยากเย็น เพียงแค่สังเกตไปรอบๆ ตัว เท่านั้น สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะมีทุกข์ หรือมีความสุขนั้นก็คือตัวของคุณเอง แค่ตัวคุณเองเท่านั้น ความทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้นจากตัวเอง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะมองหรือรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยทัศนคติแบบไหน จะเก็บเอาสิ่งต่างๆ ทั้งหลายมาก่อให้เกิดเป็นความทุกข์ หรือเลือกที่จะมองสิ่งต่างๆ ในแง่ที่ทำให้เกิดความสุขกับตนเอง มันล้วนขึ้นอยู่กับทัศนคติการมองโลกของคุณ แล้วทัศนคติใดบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? การมองโลกในแง่ลบทั้งหลาย ความรู้สึกในแง่ลบต่างๆ การปฏิเสธ และสิ่งต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยคำว่า “ไม่” ทั้งหมดนั่นคือส่วนประกอบหลักของสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามสามารถทำให้เกิดความทุกข์ได้ทั้งนั้น หากว่าคุณไม่รีบปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว การที่คุณมองเห็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รับคำชมจากเจ้านายแล้วเกิดความอิจฉา หรือน้อยใจว่าเหตุใดเจ้านายถึงไม่ชื่นชมคุณบ้าง […]

ลองถามใจดูจริงๆ สักที ว่าความต้องการในชีวิตของตัวเองคืออะไร!

การที่คนเราจะรู้ถึงความต้องการจริงๆ ในชีวิตของตัวเองนั้นจะต้องเริ่มจาก “รู้จักตัวเอง” ก่อน หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมเราต้องทำความรู้จักกับตัวของเราเองอีก ในเมื่อตัวเราก็ย่อมต้องรู้จักตัวเอง ดีอยู่แล้ว แต่ที่จริงแล้วอาจไม่ใช่แบบนั้น หากคุณเองยังไม่สามารถตอบคำถามถึงความต้องการที่แท้จริงในชีวิตของคุณได้ นั่นย่อมหมายความว่า คุณยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ! ตัวอย่างคำถามที่บางคนยังไม่สามารถตอบเกี่ยวกับความต้องการของตัวเองได้ก็เช่น คุณไม่สามารถตอบได้ว่าการตัดสินใจเลือกที่จะย้ายที่ทำงานเป็นการกระทำที่ถูกต้องจริงแล้วหรือไม่ หรือคุณไม่สามารถจะตอบได้ว่าคุณมีความสุขกับงานที่กำลังทำอยู่อย่างแท้จริงหรือเปล่า แม้กระทั่งบางครั้งคุณก็ไม่สามารถจะตอบได้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะเดินมาทางซ้าย แทนที่จะเดินไปทางขวา หรือทำไมถึงรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดูเป็นมิตรมากกว่าอีกคนหนึ่ง เป็นต้น เชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ด้วยความมั่นอกมั่นใจและเต็มปากเต็มคำนัก การจะเข้าถึงและรู้จักกับตัวตนของตัวเองนั้นแบ่งได้ง่ายๆ เป็นสองทาง คือ การเข้าถึงทางกาย กับการเข้าถึงทางใจหรือที่เรียกกันว่าการเข้าใจนั่นเองค่ะ ในที่นี่เราอยากจะเปรียบจิตใจคนเรากับภูเขาน้ำแข็งเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น คือ อุปนิสัยและการกระทำต่างๆ ที่แสดงออกมาให้คนภายนอกได้เห็นและให้ตัวเราเองได้รับรู้นั้นเป็นเสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ และถือเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เทียบกันไม่ได้เลยกับส่วนที่มหึมาอื่นๆ ของภูเขาน้ำแข็งที่จมซ่อนอยู่ใต้น้ำที่เป็นเสมือนตัวแทนของจิตใต้สำนึกของคุณนั่นเอง มันเป็นจิตใต้สำนึกที่หากคุณอยากจะทำความรู้จัก ก็ต้องพยายามดำลงไปสำรวจดู ซึ่งการสำรวจหรือถามหาจิตใต้สำนึก หรือความรู้สึกจริงๆ ของคุณนั้น บางครั้งก็ต้องอาศัยคำถามกับตัวเอง ด้วยการอาศัยการสังเกตตัวเองยังไงล่ะคะ อย่างแรกที่ต้องสังเกตในการค้นหาตัวเองคือ อุปนิสัยและอารมณ์ของคุณเองในขณะทำสิ่งต่างๆ ลองมองสำรวจความแตกต่างทางอารมณ์ของคุณระหว่างที่ทำกิจกรรมต่างๆ ดู ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ในด้านไหนก็ตาม ที่เราอยากให้ลองเริ่มจากการสังเกตอารมณ์ของตัวเองนั้นก็เพราะว่าอารมณ์เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับจิตใจของคนเรามากที่สุด เราจะสามารถรับรู้ และรู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพราะอารมณ์เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ก่อให้เกิดความต้องการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองอารมณ์นั้นๆ ของเรา เช่น เราจะหัวเราะออกมาเมื่อดีใจ ร้องไห้ออกมาเมื่อรู้สึกเสียใจ หรืออาจลงมือชกต่อยคนอื่นเมื่อรู้สึกโกรธ […]

ใครไม่เคยเป็นอาจไม่รู้หรอกว่า…อาการ “นอนไม่หลับ” มันทรมานแค่ไหน!

คุณสาวๆ  รู้หรือไม่คะว่า ความผิดปกติของการนอนไม่หลับที่พบในจำนวนประชากรทั้งโลกแล้วนั้น พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และยิ่งพบมากในผู้สูงอายุผู้หญิงมากที่สุด โดยอาการนอน ไม่หลับนี้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็แค่นอนแล้วไม่หลับเท่านั้น เข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ซึ่งอาการนี้เรียกว่าเป็นความผิดปกติของการนอน ซึ่งไม่สามารถนอนหลับได้หรือนอนได้นานตามที่ต้องการ ผลที่ตามมาจะทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ อารมณ์หงุดหงิดง่าย และทำให้ระบบในร่างกายเสียสมดุลการทำงาน มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากมายจริงๆ บางคนอาจเกิดข้อสงสัยในตัวเองว่า เอ๊ะ แล้วเรานอนหลับๆ ตื่นๆ นอนน้อยแต่นอนนะเนี่ย เรียกว่าเป็นหนึ่งในอาการนอนไม่หลับหรือเปล่า งั้นเรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน ลักกษณะของอาการนอนไม่หลับคือ เป็น อาการหลับยาก หรือใช้เวลานานกว่าจะหลับ รวมทั้งอาการหลับๆ ตื่น กระวนกระวาย ต้องลุกขึ้นมาเดินบ่อยๆ นอนไม่สนิท ตื่นนอนเร็วมากถึงแม้จะเข้านอนดึก และไม่สามารถนอนต่อได้ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ แสดงว่ากำลังมี “ปัญหานอนไม่หลับ” แล้วล่ะค่ะ เราลองไปดูสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เรานอนไม่หลับกันดีกว่า โดยที่จริงแล้วสาเหตุหลักๆ ถ้าไม่เกี่ยวกับสุขภาพ หรือความป่วยจากร่างกาย มันก็มีอยู่ไม่กี่สาเหตุหลอกค่ะ แต่เมื่อเกิดแล้วก็ทำให้ใช้ชีวิตได้ลำบากทีเดียว เพราะต้องใช้พลังงานในการทำงานหนักด้วย หากปล่อยเอาไว้นานเข้า ร่างกายอาจจะเกิดอาการป่วยได้ เมื่อดูสาเหตุของการนอนไม่หลับที่เราเอามาฝากแล้ว […]

เป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ…คุณรู้หรือไม่ว่า เกิดจากอะไร?

“รำคาญจังเวลาเป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ” ประโยคนี้หลายคนคงเคยประสบพบเจอกันแน่นอน ไม่มีใครหรอกค่ะที่จะอยากเป็น “แผล” เพราะเป็นแล้วแน่นอนต้องเจ็บปวด ไม่มากก็น้อย เมื่อแผลหาย ก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าที่เราเรียกกันว่า “แผลเป็น” ไว้อีกต่างหาก ซึ่งบาดแผลที่พบในปัจจุบันมีทั้งแผลเรื้อรังและแผลเฉียบพลัน สำหรับแผลเฉียบพลันจะหายได้เร็ว ใช้เวลารักษาไม่นาน แต่สำหรับบาดแผลเรื้อรังเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะการรักษาอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แผลเรื้อรังหายได้เร็วยิ่งขึ้น วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “แผล” กันดีกว่าค่ะ มาสำรวจตัวเองกันว่าในร่างกายเราตอนนี้มีแผลกี่แห่ง หรือถ้าใครไม่มีแผลเลยก็ถือว่าโชคดีไป หมั่นดูแลตัวเองดีๆ เพราะเป็นแผลทั้งทีมันไม่สนุกเลยจริงๆ การมีแผลอยู่ที่ผิวหนัง ทั้งเจ็บ และมีอันตรายหากดูแลไม่ดี บางทีแผลเล็กๆ อาจลามลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ไปดูกันค่ะว่าเรื่องแผลๆ นั้นมีอะไรบ้าง การมีแผลจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับความรุนแรงจากการบาดเจ็บ ซึ่งการหายของแผลก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลนั้นด้วย อย่างแผลถลอกก็จะดูแลรักษาง่าย โดยขั้นแรกแค่ล้างสิ่งสกปรก หรือเศษดิน ออกจากแผลเสียก่อน จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าก็อซหรือสำลีที่ทำการฆ่าเชื้อแล้ว จากนั้นใช้ยาทาแผล เช่น เบทาดีนทาบริเวณแผลที่ถลอก ที่สำคัญอย่าให้แผลถูกน้ำซ้ำๆ จะทำให้แผลแฉะ แผลจะหายช้า หรือเน่าเปื่อยได้ง่าย แผลที่ลึกลงไปจนถึงกล้ามเนื้อ สาเหตุจากการได้รับของมีคมบาดหรือได้รับการกระแทกอย่างแรง จนเป็นแผลฉีกขาด แผลชนิดนี้จะต้องได้รับการรักษาด้วยการเย็บบาดแผลที่โรงพยาบาล ถ้าหากแผลกว้าง มีเลือดออกมาก อาจต้องเย็บเส้นเลือดและเย็บปิดปากแผล แผลเย็บเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นแผลที่สะอาด เพราะไม่ได้ติดเชื้อโรคจนทำให้ผิวหนังแตกเป็นแผล […]

จงเอาชนะศรัตรูทุกตัว ที่มาขัดขวางความสำเร็จของชีวิต!

ตามสถิติความสำเร็จของคนเรานั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากเย็น ถ้าคุณเข้าใจและมีนิสัยไม่ยอมแพ้ มีทางเดียวที่คนเราจะบรรลุเป้าหมายความสำเร็จ ได้นั้นก็คือเราจะต้องตั้งใจจริง เราจะต้องจริงจังกับมันเพื่อความสำเร็จ เราต้องทำตัวให้ยุ่งเราต้องลงมือทำ เราต้องมุ่งไปข้างหน้าอยู่เรื่อยๆ และทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะส่งผลทั้งสิ้น เป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับทุกคนที่ต้องการบรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และการควบคุมเหนือความคิดของตัวเราเองเป็นการปฏิบัติที่ยากที่สุดในการที่จะเป็นนายตัวเอง ลองดูสิว่าคุณสามารถพูดคุยและคิดเฉพาะแต่สิ่งที่คุณปรารถนาเท่านั้น และไม่คิดเกี่ยวกับสิ่งใดๆ ที่คุณไม่ต้องการเป็นเวลาสัก 24 ชั่วโมง ได้ไหม จงใช้เวลาเหล่านี้อย่างคุ้มค่าที่สุด คิดในเรื่องเดียวเท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย ใช้สมาธิ ความรู้ทั้งหมดทุ่มเทลงไปกับสิ่งนั้น มันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ถ้าฝึกทำบ่อยๆ คุณจะไปถึงจุดที่คุณจะคิดเกี่ยวกับเป้าหมายและความปรารถนาต่างๆ ของคุณเกือบตลอดเวลา แล้วชีวิตทั้งชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นค่ะ ทั้งนี้การเอาชนะศรัตรูที่จะมาขัดขวางความสำเร็จของตัวเรานั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่หรอก แต่มันเป็นวิธีการที่คุณมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณต่างหากที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดไม่ว่าจะเป็นชนิดใดๆ เกิดขึ้นกับคุณ มีกลวิธีซึ่งทรงพลังที่สามารถทำให้คุณดำรงการคิดและการกระทำในเชิงบวกและสร้างสรรค์ต่อไปเรื่อยๆ และต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อรักษาทัศนคติและทีท่าของคุณไว้ให้ดีมากที่สุดเท่าที่สามารถจะเป็นได้ภายใต้สถานการณ์ทั้งหมด มุ่งความสนใจไปที่อนาคต ประการแรกเลยคือไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญความท้าทายใดๆ จงมุ่งความสนใจไปที่อนาคตแทนที่จะเป็นอดีต แทนที่จะวิตกกังวลกับสิ่งที่คุณทำมาหรือจะต้องไปกล่าวตำหนิต่อว่าใคร ให้คุณมุ่งความสนใจไปที่ซึ่งคุณต้องการจะไปและสิ่งที่ต้องการทำ ให้มองเห็นภาพที่สร้างขึ้นในใจอย่างชัดเจน เห็นภาพอนาคตที่สำเร็จของคุณ แล้วลงมือทำไม่ว่าจะต้องทำอะไรที่จะเริ่มเคลื่อนที่ไปในทิศทางนั้นทันที ให้ความคิดและจิตใจและภาพที่เห็นอยู่ในใจของคุณจดจ่ออยู่ที่อนาคต มุ่งความสนใจไปที่ทางออกของปัญหา ประการต่อมาเมื่อใดก็ตามที่คุณเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ให้มุ่งความสนใจไปที่ทางออกแทนที่จะมุ่งไปที่ปัญหา ให้คิดและคุยหาทางออกแทนที่จะมุ่งไปที่ปัญหาให้คิดและคุยเกี่ยวกับทางออกที่ดีที่สุดของอุปสรรคหรือความถดถอยแทนที่จะมัวเสียเวลากับการคิดคร่ำครวญแต่ปัญหา ทางออกมีความเป็นบวกอยู่ในตัวของมัน ส่วนปัญหามีความเป็นลบอยู่ในตัว >>อ่นต่อหน้าถัดไป<< 

รู้ไว้เถิดว่าความสุขที่แท้สร้างได้ เพราะสิ่งที่เรามองเห็น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรามองหา!

หลายๆ คนที่ได้อ่านเจอบทความดีๆ หรือข้อคิดสอนใจในการจัดการกับความทุกข์ในตัวเองออกไปได้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลามาจัดการกับความสุข ของตัวเองกันดูบ้าง อย่างที่เราได้เคยพูดกันมาบ่อยๆ แล้วว่าความสุขหรือความทุกข์ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจของตัวเราเองทั้งนั้น ดังนั้นตัวการแรกที่ต้องเริ่มสะสางก็ต้องเริ่มจากจิตใจของเราเองเป็นอย่างแรกก่อนค่ะ แล้วปัจจัยอะไรล่ะที่ทำให้คนเรามีความสุข? อันนี้ถือเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะว่าแต่ละคนมีรสนิยมในการเสพความสุขที่แตกต่างกันไป บางคนเพียงแค่ได้นั่งอยู่เงียบๆ คนเดียว มีเวลาเป็นส่วนตัวสักวันละ 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง ก็ถือว่าเป็นความสุขมากแล้ว ในขณะที่บางคนกลับมองว่าการจะมีความสุขได้นั้นจะต้องเกิดจากการเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ นอนแช่น้ำในอ่างจากุชชี่สุดหรู จิบไวน์เคล้าเสียงเพลงคลอเบาๆ และมีมือนุ่มๆ ของคนรู้ใจคอยนวดหลังนวดไหล่ให้อยู่ไม่ห่าง จะเห็นได้ชัดเจนว่าความสุขเกิดจากความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคลล้วนๆ และเกิดจากตัวคุณเองล้วนๆ ความสุขเป็นความรู้สึกเหมือนกันกับความทุกข์ ถ้าจิตใจเราสามารถสร้างและขจัดความทุกข์ออกไปได้ด้วยตัวเองแล้ว จิตใจของเราก็ย่อมจะสร้างและขจัดความสุขออกไปจากใจเราได้ด้วยตัวเราเองเช่นกัน ในที่สุดแล้วก็จะมีความสุขได้ พื้นฐานที่ง่ายที่สุดคือการเปิดใจให้กว้าง และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ลด ละ เลิกความวิตกกังวล และเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งหลายทิ้งไป ฝังกลบความวุ่นวายในจิตใจ รวมทั้งความต้องการต่างๆ นานาลงไปดูสักครู่ แล้วคุณจะรู้ว่า…ความสุขนั้นสร้างได้ เลือกรับแต่สิ่งที่ดี เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า คุณจะเป็นดั่งเช่นสิ่งที่คุณกิน หรือ You are what you eat ซึ่งเป็นประโยคอมตะที่ได้รับการพิสูจน์มานานแล้วว่าเป็นความจริง แต่ประโยคนี้จะเป็นการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้รับทางการคืออาหารการกินเท่านั้น หรือให้ความสำคัญเฉพาะกับกระเพาะอาหารและลิ้น ในขณะที่ ตา หู […]

ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่ จงรักษาความเป็นบวกไว้เสมอ

คิดบวก กับคิดดี คำนี้เหมือนกันมั้ย? หลายคนอาจจะเคยสงสัยกันบ้าง โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองมีความคิดว่ามันเป็นคำที่คล้ายกันและแทบจะรวมเป็นคำเดียวกันได้เลยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อใดที่เราคิดบวก ความคิดนั้นจะเป็นความคิดที่ดี ดังนั้นทุกอย่างที่เป็น “บวก” ขอให้จงหมั่นทำไปเถอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคิดบวก พลังงานทางบวก อารมณ์บวก เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นกุญแจไปสู่ชีวิตที่รุ่งเรืองได้ ซึ่งเมื่อใดที่คุณมีความเป็นบวกมากเท่าไร ชีวิตก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น  เพราะความเป็นบวกมันให้พลังงานแก่คุณ ขณะที่ความเป็นลบจะดูดเอาพลังงานของคุณไป ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ตามแต่ขอให้คุณรักษาความเป็นบวกเอาไว้เสมอ เพราะสิ่งสำคัญมากที่สุดที่คนเราทำเพื่อไปสู่ความสำเร็จก็คือการควบคุมองค์ประกอบต่างๆ ที่กำลังชี้แนะชี้นำความคิดที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมของคุณ จงทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่คุณกำลังมอง สิ่งที่คุณกำลังทำ หรือสิ่งที่คุณกำลังฟังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายที่คุณต้องการเท่านั้น เอาเป็นว่าหลายคนอาจมองภาพไม่ชัด หรือไม่รู้ว่าควรรักษาความเป็นบวกในตัวเองเอาไว้ด้วยวิธีใด หรือทำยังไงถึงจะเรียกว่ารักษาความเป็นบวก ลองเริ่มจากการทำตามสิ่งที่เรานำมาบอกนี้ดูก่อนก็ได้ค่ะ เพราะยังไงแล้ว ทุกสิ่งที่ทำก็เป็นเรื่องดีกับตัวคุณเองทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าคุณจะทำหรือรักษามันเอาไว้ได้นานแค่ไหนก็เท่านั้น >>ฟังจนสำเร็จ<< เริ่มจากการฟังไม่ว่าจะเป็นการฟังรายการวิทยุ หรือการฟังเทปขณะนั่งอยู่ในรถของคุณเอง ลองเลือกเอารายการที่มีเนื้อหาสาระที่เป็นความรู้ เพราะเราเสียเวลาอยู่ในรถเป็นเวลานานในแต่ละวัน ระหว่างการเดินทาง หากเราเลือกฟังอะไรที่มีสาระและเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อชีวิต เราจะสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมาย หากลองพิจารณาและตั้งใจฟังสิ่งเหล่านั้นที่เป็นความรู้ แล้วไอเดียดีๆ จะซึมซับลงไปในตัวคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวในทุกๆ วันเลยล่ะค่ะ >>ค้นหาสิ่งที่ดีในงานและอาชีพของคุณ<< เมื่อองค์กรหรือบริษัทที่คุณทำงานอยู่จัดอบรมให้ความรู้ หรือจัดสัมมนาต่างๆ หากมีโอกาสจงเข้าร่วมฟังบรรยาย โดยเฉพาะยิ่งถ้ามีผู้เชี่ยวชาญในสายงานของคุณมาพูดด้วยแล้วยิ่งสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าฟัง หมั่นหาหลักสูตรเพิ่มเติมอื่นๆ แล้วเรียนรู้สิ่งที่คุณสามารถทำได้ เมื่อสงสัยให้รีบถามเพราะเป็นโอกาสที่คุณจะได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคนอื่น อีกทางหนึ่งคือพยายามหาหนังสือที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญที่เก่งๆ ในสายงานที่เราทำ อ่านบทความและฟังคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้วบ่อยๆ จนทำให้คุณอยากและต้องการประสบความสำเร็จแบบเขาเหล่านั้นบ้าง […]

แจกเทคนิคการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และการฝึกหายใจแบบถูกวิธี!

ความเครียดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตของทุกคน ซึ่งมีผลทำให้สภาพร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรม นอน ไม่หลับ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงสัมพันธ์ภาพกับผู้อื่นและบุคคลในครอบครัวไม่ดี ฉะนั้นจึงควรเรียนรู้วิธีการขจัดกับความเครียด ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การพักผ่อนหย่อนใจ ทำงานอดิเรก การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยและการฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยตรงมีอยู่หลายวิธีให้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ส่วนเหตุผลที่ต้องฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพราะกายกับจิตเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้เมื่อกล้ามเนื้อกายผ่อนคลายก็มีผลทำให้จิตใจและอารมณ์ผ่อนคลายตามไปด้วย การผ่อนคลายกล้ามเนื้อนอกจากมีผลกับจิตใจและเป็นการผ่อนคลายความเครียดได้ดีแล้ว ยังมีความสำคัญต่อคนที่ออกกำลังกาย เป็นประจำเช่นเดียวกับการอบอุ่นร่างกาย ส่วนใหญ่คนทั่วไปมักจะไม่ค่อยคำนึงถึง เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วก็เลิกทันที นั่นเพราะการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นการที่เราค่อยๆ ลด หรือผ่อนการออกกำลังกาย ให้เบาลงทีละน้อยจนกระทั่งหายเหนื่อย เพื่อให้กล้ามเนื้อและหัวใจที่ทำงานมากขณะออกกำลังกาย ได้ค่อยๆ ทำงานน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ เช่น ถ้าท่านออกกำลังกายโดยการวิ่ง การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ก็หมายถึง การลดความเร็วลงเรื่อยๆ จนเป็นเดินเร็ว และเดินช้าจนกระทั่งหยุด หลังจากนั้นอาจทำกายบริหารยืดกล้ามเนื้อต่ออีก 3-5 นาที เช่นเดียวกับการอบอุ่นร่างกาย ถ้าหากเราทำให้ครบวงรอบของการออกกำลังกาย ได้แก่ เริ่มต้นอบอุ่นร่างกาย 5-10 นาที ออกกำลังกาย 15-30 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีก 5 นาที หากสามารถทำได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ท่านจะมีสุขภาพกายที่แข็งแรง อันจะเป็นหัวใจของความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวงนะคะ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงการผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายที่มีผลมาจากอารมณ์ […]

อาการบอกโรคระบบทางเดินอาหารเป็นสิ่งที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจ!

พูดถึง “ระบบทางเดินอาหาร” ในร่างกายของคนเรา เป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก เคยมีคนเปรียบเอาไว้ว่าระบบทางเดินอาหารเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ในชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรา ที่มีครัวแล้วมีแม่บ้านไปคอยจ่ายตลาดซื้อกับข้าวมาทำอาหาร แม่บ้านหรือแม่ครัวก็จะทำการปรุงอาหาร แล้วสมาชิกในครอบครัวก็กิน ส่วนกากอาหารหรือเศษอาหารที่เหลือก็นำไปทิ้งลงในถังขยะ เพื่อให้เทศบาลนำไปกำจัดทิ้งต่อไป ระบบทางเดินอาหารปกติของคนเราปกติก็จะประกอบไปด้วยปาก ซึ่งรวมทั้งอวัยวะภายในช่องปาก เช่นฟันและลิ้น เป็นต้น ต่อจากปากก็จะเป็นหลอดอาหาร ซึ่งส่วนปลายของหลอดอาหารจะติดต่อกับส่วนของระบบทางเดินอาหารที่อยู่ในช่องท้อง ซึ่งได้แก่ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่และสุดท้ายก็คือทวารหนัก นอกจากนี้ไส้ติ่งก็อยู่ในช่องท้องเช่นเดียวกันโดยอยู่บริเวณส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ ส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินอาหาร   ปากและฟัน : จะทำหน้าที่รับอาหารและบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ต่อจากนั้นอาหารจะถูกส่งผ่านเข้าสู่หลอดอาหาร และเมื่อมาถึงกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลงไปอีก ช่องปาก:  ภายในประกอบด้วย ฟัน ที่มีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ลิ้น มีหน้าที่ในการคลุกเคล้าอาหาร และต่อมน้ำลายที่สำคัญ 3 คู่ คือ ต่อมน้ำลายใต้หู ต่อมน้ำลายใต้โคนลิ้น และต่อมน้ำลายใต้ฟันกรามล่าง ต่อมน้ำลายมีหน้าที่ในการสร้างน้ำลายออกมา โดยในน้ำลายนั้นประกอบไปด้วย น้ำ กับ น้ำย่อยอะมัยเลส ซึ่งมีผลต่อการย่อยอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่ หลอดอาหาร : ประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่สามารถบีบตัวเป็นจังหวะในขณะที่อาหารผ่านลงมา ในทางเดินอาหารส่วนนี้ไม่มีการสร้างน้ำย่อยออกมา แต่มีการหลั่งสารเมือกช่วยหล่อลื่น ระหว่างกลืนอาหารก้อนอาหารจะถูกผลักผ่านหลอดอาหารอย่างเร็ว โดยการหดตัวอย่างแรง […]

พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากอุปสรรคในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ!

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครที่ในชีวิต ไม่เคยพบเจอกับอุปสรรค มันเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่ทุกคนต้องพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แต่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณจะต้องรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้อย่างไรต่างหาก ในหลายๆ ปัจจัย อุปสรรคจัดเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันทำให้คุณพบช่องโหว่ในแผนการที่ตัวคุณเองวางไว้ มันทำให้คุณค้นเจอข้อผิดพลาดที่มีอยู่ และทำให้คุณสามารถจัดการแก้ไขมันได้ทันเวลา ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่โตไปมากกว่าที่เป็นอยู่ คนเราจะเติบโตขึ้นเสมอ เมื่อได้พบเจอและก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตไปได้ เพราะ “อุปสรรค” คือสิ่งที่สอนให้คนเราได้เรียนรู้ชีวิต ได้ใช้สติปัญญา ได้ใช้สมอง ค้นหาหนทางในการแก้ไข คิดหาวิธีจัดการกับอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า บางคนเลือกที่จะวิ่งเข้าชนกับอุปสรรคที่ขวางอยู่ตรงๆ และรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะฝ่าผ่านอุปสรรคไปโดยอาจจะมีบาดแผลติดตัวไปบ้าง แต่เขาจะแข็งแกร่งขึ้น และเรียนรู้ว่าในครั้งต่อๆ ไป จะต้องเข้าชนกับมันอย่างไรบ้างให้เจ็บน้อยลง บางคนเลือกที่จะเดินไปข้างๆ สำรวจอุปสรรคให้ถี่ถ้วน ก่อนจะเลือกเฟ้นเส้นทางการฝ่าฟันอุปสรรคไป อาจจะอาศัยตัวช่วยบ้าง เช่น หาบันไดมาพาดปีนข้าม หรืออาศัยแรงคนอื่นช่วยกันส่งข้ามไป เมื่อผ่านไปได้แล้ว พวกเขาก็จะหันกลับมามองว่าใครบ้างที่ช่วยให้ตนเองผ่านอุปสรรคนั้นไปได้ และจดจำผู้คนเหล่านั้นเอาไว้ในใจ ในขณะที่บางคนกลับยืนแหงนหน้ามองอุปสรรคที่ขวางอยู่อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อไปดี บางคนอาจถึงกับต้องหยุดอยู่ตรงนั้นตลอดไป เพราะไม่กล้าจะหักหาญเข้าสู้กับสิ่งที่ขวางหน้าอยู่ ได้แต่รอคอยว่าอุปสรรคจะหลีกทางให้ตัวเองเสียที ถ้าอุปสรรคนั้นเลือนหายไปตามกาลเวลาก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าว่ามันเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากตัวเองแล้วล่ะก็ รอคอยให้ตายยังไงอุปสรรคนั้นก็ยังขวางหน้าอยู่เหมือนเดิมค่ะ เราทุกคนสามารถเรียนรู้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองได้เสมอ วิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนๆ นั้นพบเจอ เมื่อผ่านมาในชีวิต การศึกษาประสบการณ์ของคนอื่นแล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตนเองได้อย่างเหมาะสมได้ก็จะเป็นการดีเหมือนในบางกรณีนั่นเองค่ะ ดังนั้น […]

ย้อนอดีต ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา อาจเจอสิ่งที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคต!

ขึ้นชื่อว่า “อดีต” ย่อมเป็นบทเรียนที่สอนให้เกิดการสะสมอนาคต สิ่งสำคัญของอดีตคือการสร้างประสบการณ์ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่เราได้ผ่านมาทั้งหมดคือสิ่งที่สร้างให้เป็นตัวเราขึ้นมาในวันนี้ เหมือนที่เราเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ผิดเป็นครู” ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ ในอนาคตได้นั้นจะต้องรู้จักเรียนรู้จากอดีตตนเอง ไม่เพียงแค่เรียนรู้จากประสบการณ์ ดีๆ เท่านั้น แต่ยังต้องเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เคยผ่านมานอดีตของตนเองด้วย การทบทวนประสบการณ์ที่เราเคยได้ประสบพบเจอมา จะช่วยให้เราสามารถพบเจอตัวเองได้ดีขึ้นค่ะ และสามารถที่จะตอบความต้องการที่แท้จริงของตัวเองได้ รวมถึงมองเห็นหนทางลางๆ ของเส้นทางที่จะก้าวต่อไปในอนาคต เพราะคนเราไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ โดยที่ไม่หันกลับมามองอดีตของตัวเอง แล้วคุณรู้มั้ยว่าตัวเราเองสามารถอาศัยการพิจารณา สังเกต และทบทวนมองย้อนกลับไปในอดีตของตัวเองเพื่อช่วยในการค้นหาตัวเองได้ไม่ยาก และคนทั่วไปมักจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทบทวนอดีตเพื่อพัฒนาอนาคตของตัวเองกันอยู่แทบทุกวันเสียด้วยซ้ำ เอาจริงๆ ทุกสิ่งที่ผ่านมาก็สามารถเป็นบทเรียนได้ แล้วบทเรียนแบบไหนบ้างล่ะที่เราควรนำกลับมาทบทวน เพื่อปรับปรุงสำหรับใช้ในอนาคต จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์แบบไหน ก็ล้วนแล้วแต่สำคัญทั้งสิ้น เพียงแค่จุดเล็กๆ หรือความรู้สึกดีๆ ในการทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างก็สามารถจะบอกอะไรคุณได้มากกว่าที่คุณคิดก็ได้ค่ะ! >>มองย้อนกลับไปหาอดีตกับหลักการง่ายๆ ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ<< การทดลองมองย้อนกลับไปหาอดีตสมัยยังเด็กอยู่ก็จัดว่าไม่เลวนัก หลักง่ายๆ หลักแรกสุดของการดึงอดีตมาทำให้เราประสบความสำเร็จคือการมองย้อนกลับไปในเหตุการณ์ในอดีต อาจจะเริ่มต้นที่ประสบการณ์ดีๆ การประสบความสำเร็จที่ผ่านมาในชีวิต สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจ อาจจะเป็นเพียงความทรงจำเล็กๆ จากการที่เราเคยประสบความสำเร็จกับอะไรบางอย่างตั้งแต่ในสมัยเด็ก ซึ่งการย้อนกลับไปมองความสำเร็จเล็กๆ ในสมัยเด็กนี้ จะช่วยกระตุ้นให้คุณมองเห็นความรู้สึกพื้นฐานขั้นแรกสุด และกระตุ้นความอยากรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งของเราขึ้นมาด้วย >>มองย้อนกลับไป หาแรงกระตุ้นที่ส่งผลให้เราทำอะไรบางอย่างนั้นจนสำเร็จ<< หลังจากมองเหตุการณ์สมัยเด็กแล้ว ให้ลองมองย้อนขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงความรู้สึกของการประสบความสำเร็จหรือการได้ทำอะไรให้ลุล่วงลงไปสักอย่าง […]

เลิกทำซะเถอะ! พฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพมักเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ เพราะงานที่ยุ่ง และความเร่งรีบทำให้ไม่ได้ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน จนทำให้ร่างการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์น้อยลง ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน อาหารไม่ย่อย แสบอก ปวดท้อง ภูมิคุ้มกันต่ำลง ฯลฯ ด้วยการดำเนินชีวิตหลากหลายรูปแบบในแต่ละบุคคลส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่เรียกว่าเป็นการ “ทำลายสุขภาพ” ของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ และมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งด้วยความตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง ส่วนใหญ่คนเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าทำอะไรแล้วดีต่อร่างกาย ทำอะไรส่งผลเสียแต่ก็ยังฝืนหรือทำกันต่อไป นั่นเพราะยังไม่เจอผลกระทบอันใหญ่หลวงหรือการเจ็บป่วย กับตัวเองนั่นเอง เรียกว่าชะล่าใจนั่นเอง อย่าลืมว่าพฤติกรรมที่ไม่ดีย่อมส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายของเราในอนาคตได้ เพราะหากเราทำอะไรที่ไม่ดี กินอะไรที่ไม่มีประโยชน์ซ้ำๆ เดิมๆ ทำอะไรที่ส่งผลเสียต่อร่างกายติดต่อกันหลายๆ ปี ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคร้ายแรงได้มากมาย ทั้งมะเร็ง เบาหวาน โรคอ้วน ความดัน และอีกสารพัดโรค ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการกิน และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแต่ะวัน ให้ดี เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง และไม่เกินโรคเรื้อรังในอนาคต เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าพฤติกรรมเสี่ยงๆ อะไรบ้างที่เรามักทำกันบ่อยๆ มาเป็นเวลานาน หรือที่เรียกว่า “พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ” นั้นมีอะไรบ้าง >>ดื่มน้ำสะอาดๆ น้อยเกินไปในแต่ละวัน<< การดื่มน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเลยทีเดียว หลายๆ คนมักนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นๆ หรือใช้ชีวิตโดยลืมไปว่าร่างกายต้องการการดูแล ฟื้นฟู […]

อย่าปล่อยให้ร่างกายต้องฟ้องว่า…กำลังเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรง!

“น้ำ” เป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตของคนเราเพราะน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของเลือดซึ่งต้องไหลเวียนไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ รักษาสมดุลเพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนี้น้ำ ในร่างกายยังต้องสมดุลไปกับสภาวะเกลือแร่ด้วย อีกทั้งร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ถึง 70% ดังนั้น น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานทุกด้านของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของกระดูกและผิวหนัง ซึ่งหากร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปริมาณน้ำที่ได้รับ “ภาวะขาดน้ำ” ก็จะเกิดขึ้น โดยอาการอาจไม่รุนแรง รุนแรงปานกลาง หรือรุนแรงมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่สูญเสียไป หากพูดถึง “ภาวะการขาดน้ำ” ก็คือภาวะที่ร่างกายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอจนส่งผลต่อการทำงานของระบบไหลเวียนและอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง ทางเดินอาหาร กล้ามเนื้อ เป็นต้น อาการของภาวะขาดน้ำช่วงต้นจะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง กระหาย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน หากขาดน้ำมากขึ้นจะเริ่มกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต เช่น ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเบาเร็ว ซึมลง หรือความดันโลหิตต่ำ ซึ่งความรุนแรงที่มากจะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ไตวายเฉียบพลัน หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ด้วยเช่นกัน เราได้รับน้ำสองในสามจากน้ำที่เราดื่ม ส่วนที่เหลือได้มาจากของเหลวในอาหารและจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้นตามปกติในร่างกาย ร่างกายของคนส่วนใหญ่จะสูญเสียน้ำประมาณสองในสามเป็นประจำทุกวัน การสูญเสียน้ำนี้เกิดจากการทำงานของร่างกายตามปกติ เช่น การหายใจ การปัสสาวะและการถ่ายอุจจาระ และการเสียเหงื่อ ปัจจัยที่อาจทำให้เราสูญเสียน้ำมากขึ้น […]

keyboard_arrow_up