เมื่อเราโตขึ้นเราจะเข้าใจว่า “การมีเพื่อนเยอะไม่สำคัญเท่ากับการมีเพื่อนดี”

“อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนเกลือดีมีน้อยด้อยราคา ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล” วันนี้ขอยกเอาคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ ที่เป็นบทกลอนสอนใจเรื่องเกี่ยวกับ “เพื่อน” ขึ้นมาพูดสักหน่อยนะคะ เพราะด้วยสถานการณ์และผู้คนที่เราต้องพบเจอในแต่ละวัน หรือแม้แต่ปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้เรากลับมานั่งคิดทบทวนว่า เวลาเรามีเรื่องทุกข์ใจ หรือเศร้าใจ มีใครบ้างที่เหลืออยู่กับเราในเวลานั้น และเขาคนนั้นแม้จะเป็นเพียงคนคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ขอให้จงดีใจเอาไว้เถอะค่ะ ว่านั่นแหละคุณได้เจอเพื่อนแท้แล้ว แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่เค้าคือเพื่อน “คุณภาพ” ที่แท้จริของคุณ ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทันสมัยขึ้นทำให้คนเรามีการสื่อสารกันง่ายมากขึ้น คนเราจึงมีเพื่อนมากมายในสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุคเป็นร้อย บางคนนี่มีเพื่อนเป็นพันๆ คน แต่เอาเข้าจริงๆ เราก็จะคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์อยู่ด้วยเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ในโลกออนไลน์หากเราพอใจที่จะให้เพื่อนคนไหนอยู่ในชีวิตเราก็แค่เก็บเขาเอาไว้ หรือหากไม่พอใจใครก็แค่ลบหรือบล็อคออกไปจากเฟสบุคก็เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงเรามีเพื่อนที่พูดคุยด้วยได้ทุกเรื่องสักกี่คน เรามีคนที่รับฟังปัญหาที่เราเจอมีกี่คน เคยลองนั่งคิดกันบ้างหรือเปล่า ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราจะคัดเลือกเพื่อนที่รู้ใจเอาไว้ข้างกายแบบเพื่อนคุณภาพ  แม้ว่าคัดออกมาแล้วจะเหลือจำนวนน้อยมากเพียงไม่กี่คน หรือบางคนอาจจะเหลือแค่คนเดียว แต่จงดีใจเถอะว่าคุณเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีเพราะที่เหลือเพื่อนน้อยๆ นั่นแหละ แต่เค้าคือเพื่อนแท้ค่ะ เวลาที่คนเรามีปัญหา หรือมีเรื่องอยากระบายให้ใครสักคนฟัง เชื่อหรือไม่คะว่าเรามักต้องการเพียงแค่คนคนเดียวเท่านั้นที่รับฟัง ฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าข้อดีของการมีเพื่อนน้อย แต่เป็นเพื่อนคุณภาพนั้นมีอะไรบ้าง แล้วไปดูว่าเมื่อเราเจอคนคนนั้นแล้ว เราควรรักษาเค้าเอาไว้อย่างไร >> เชื่อเถอะว่าเพื่อนยิ่งเยอะ ยิ่งมากปัญหา << เมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็ก หรือเมื่อสมัยยังเป็นวัยรุ่น เราจะมีความรู้สึกว่าถ้าไปไหนแล้วได้ไปกันเป็นกลุ่ม เป็นแก๊งค์ใหญ่ๆ คนเยอะๆ มันช่างเป็นอะไรที่สนุกสนานเหลือเกิน ยิ่งคนเยอะยิ่งมันส์สุดๆ แต่เมื่อเราโตขึ้นด้วยภาระหน้าที่ที่ทุกคนต้องมี […]

อาการง่วงนอนผิดปกติเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะบางทีคุณอาจป่วยเป็น “โรคลมหลับ”

ตอนนี้ใครรู้สึกเพลียๆ ร่างกายต้องการทที่นอนตลอดเวลา ฟุบนอนลงไปที่โต๊ะทำงานก็คือหลับได้ทันที อยากบอกว่าอาการง่วงเหงาหาวนอน อย่างที่ว่านี้ แบบนอนเท่าไรก็ไม่พอ บางทีก็ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าสำรวจตัวเองดูว่ามีอาการประมาณนี้อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ นะคะ เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยจากโรคอีกหนึ่งชนิด ที่หลายคนอาจเคยได้ยินมาแล้ว แต่เชื่อว่าอีกหลายๆ คนอาจยังไม่รู้จัก กับ “โรคลมหลับ” ลองหันมาใส่ใจตัวเองดูกันดีกว่าค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อเข้าข่ายว่าจะเป็น หรือไม่แน่คุณอาจเป็นอยู่ก็ได้มันอันตรายมาก ยิ่งต้องขับขี่รถหรือต้องทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรยิ่งต้องระวังให้ดี คนส่วนใหญ่พอพูดถึงการนอนไม่พอก็มักจะคิดเพียงว่าสาเหตุของการนอนไม่เพียงพอ เนื่องจากความรับผิดชอบในหน้าที่การทำงานมากขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสื่อสารผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค อาทิ  ไลน์ เฟซบุ๊ค ทำให้นอนดึกโดยเฉพาะวัยรุ่น หากมองผิวเผินดูเหมือนเป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขไม่ยาก แต่ในทางปฏิบัติทำยาก ไม่ว่าวัยรุ่น คนทำงาน รวมทั้งผู้สูงอายุ ตามหลักการควรนอนอย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมง แต่ขึ้นอยู่กับวัย นอกจากนี้เวลานอนไม่เหมาะสมก็มีผลให้ตื่นแล้วไม่สดชื่นรู้สึกง่วง  แม้ว่าจำนวนชั่วโมงได้ตามเกณฑ์แต่เวลานอนไม่เหมาะสม โดยเวลาที่เหมาะสมในการนอน คือ สี่ทุ่มถึงสี่ทุ่มครึ่ง แต่ละคนอาจไม่เหมือนกันแม้จะอายุเท่ากัน เพศเดียวกัน น้ำหนักตัวเท่ากัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากพันธุกรรม แต่วันนี้ที่เราพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “โรคลมหลับ” เพราะมันเป็นอาการง่วงนอนผิดปกติถือเป็นปัญหาสำคัญของชีวิตเพราะเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนหนึ่งเกิดจากการอดนอน หลายคนละเลย ทั้งๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตไม่ต่างจากการเมาแล้วขับ ที่สำคัญไม่ได้มีการตรวจเช็กเหมือนการตรวจแอลกอฮอลล์ของผู้ที่ขับขี่รถยนต์เลยล่ะค่ะ ไปดูกันว่าเจ้าโรคลมหลับนี้มันเป็นอย่างไร […]

กินให้สวยตามกรุ๊ปเลือด กับอาหารที่ควรกิน และไม่ควรกิน

บางครั้งอาหารที่ดีที่ได้รับการยกย่องว่ามีสารอาหาร ครบถ้วน หรือมีประโยชน์ในด้านใดด้านหนึ่งอย่างโดดเด่น ก็อาจไม่ใช่สารอาหารที่ดีหรือเหมาะสมกับคนบางคนก็เป็นได้ เนื่องจากสภาพสรีระและความเป็นไปของร่างกายในด้านต่างๆ เช่น ความต้านทานโรค ความแข็งแรงทนทาน ปฏิกิริยาทางเคมีในอาหาร และอาการแพ้อาหารบางอย่างของคนเราไม่เหมือนกัน คนเราจึงต้องมีการเลือกกินอาหารในรูปแบบที่เหมาะสมต่อร่างกายและดีต่อสุขภาพของตัวเอง วันนี้เราอยากนำเสนอการกินในอีกรูปแบบหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพและความอ่อนเยาว์ แบบเฉพาะเจาะจงกันไปเลยในแต่ละบุคคล โดยอาศัยการแบ่งแยกตามกรุ๊ปเลือดหรือหมู่เลือดนั่นเอง เชื่อว่าหากใครที่กินได้ตามที่เราบอก และเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะกับร่างกายตัวเองนอกจากสุขภาพร่างกายจะแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังสวยและดูอ่อนกว่าวัยแบบทันตาเห็นอีกด้วย จะมีอะไรกันบ้างไปดูกันเลยค่ะ >> ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด A << คนที่มีกรุ๊ปเลือด A ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาที่ระบบการย่อยอาหารที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนัก อาหารมักย่อยยากจนทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุก เสียด แน่นท้องเป็นประจำ เนื่องจากมีกรดในกระเพาะอาหารมากเกินไปนั่นเอง  ทำให้คนกรุ๊ปเลือดนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นโรคร้ายแรง อย่างโรคหัวใจและโรคมะเร็ง เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายด้อยประสิทธิภาพ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับคนกรุ๊ปเลือด A อาหารที่คนกรุ๊ปเลือดนี้ควรเลี่ยงก็จะเป็นจำพวกเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากซึ่งเป็นอุปสรรคในการย่อยมาโดยตลอดอย่างเนื้อหมู เนื้อวัว, ไข่แดง เนื่องจากไข่แดงย่อยยากกว่าไข่ขาว อีกทั้งยังมีคอเลสเตอรอลสูงซึ่งส่งเสริมความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจที่คนกรุ๊ปเลือดนี้มีความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว, นม และผลิตภัณฑ์จากนม อย่างชีส โยเกิร์ต เนื่องจากกินแล้วทำให้ท้องอืด และระบบเผาผลาญอาหารทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงแป้งสาลี เช่น ขนมปังต่างๆ เบเกอรี่ ฯลฯ เนื่องจากการเผาผลาญอาหารช้าลง อีกทั้งยังจะไปยับยั้งการทำงานของอินซูลินด้วย, ถั่วแดง […]

หลักจิตวิทยาคนทำงาน กับบันได 6 ขั้นที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ!

ความรู้ความสามารถเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนคนหนึ่งก้าวไกลในโลกของการทำงานแต่หาใช่สิ่งเดียว เพราะคนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้อาจจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งสิ่งนั้นอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ความยุติธรรมในที่ทำงาน ผู้บริหารในระดับสูง หรือคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดที่คุณใช้ทำงานอยู่ หากแต่เป็นตัวของคุณเองที่จะทำให้ตัวเองเกิดความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้น หรือเป็นตัวถ่วงความเจริญของตัวเองโดยที่คุณไม่รู้ตัวซึ่งเจ้าเพชรฆาตตัวร้ายที่จะคอยดึงเราไม่ให้ก้าวหน้ามีอะไรบ้างใครๆ ต่างก็รู้ดี ซึ่งเมื่อรู้แล้วก็ไม่ควรทำจริงมั้ยล่ะคะ จริงๆ แล้วในโลกของการทำงานคนเราก็ต้องมีการตั้งเป้าหมายชีวิตด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่งงาน เงินเดือน ว่าภายในปีนี้จะต้องทำผลงานให้ได้ตามเป้าเพื่อที่จะได้รับในสิ่งที่มุ่งหมายเอาไว้ และการที่เรามีเป้าหมายจะทำให้การกำหนดทิศทางในการทำงานได้ง่ายขึ้น เราจะรู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพราะอะไรและเพื่ออะไร มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงานหลายๆ ท่าน มักจะพูดแนะนำอยู่เสมอถึงวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนทำงาน และในวันนี้เราได้รวบรวมเอามาฝากคุณผู้อ่านกันอีกครั้ง ถือว่าเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงานที่หลายคนทำตามแล้วได้ผล ทำให้ประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้วค่ะ >> สนุกสนานกับงานที่ทำ << นอกเหนือจากความเครียด การทำงานควรต้องมีความสนุกและกระตือรือร้นหากต้องทำงานอีกด้วยค่ะ เพราะเมื่อคุณทำงานด้วยความสนุก คุณจะมีแรงขับ ในการพยายามที่จะทำงานให้ได้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จ ในหนึ่งวันเราทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นทุกวัน บางงานเป็นอะไรที่ซ้ำซาก จำเจ ทำให้คนเราเกิดความเบื่อหน่ายได้ง่าย ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ และอาจส่งผลให้งานเกิดความผิดพลาด ดังนั้นคุณควรหาวิธีการที่จะทำให้การทำงานของคุณสนุกมากขึ้น หาสิ่งท้าทายใหม่ๆ ที่คิดว่าเกิดประโยชน์กับตัวคุณและงานที่ทำ หมั่นกระตุ้นตัวเองให้ทำงานอย่างสนุกเสมอ สร้างไฟแห่งความหวังและเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา ชีวิตชีวาในการทำงานเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนทำงานทุกคน เมื่อไหร่ที่คุณหมดไฟหรือเมื่อมองทุกอย่างไม่สนุก คุณต้องรีบหาทางแก้ปัญหา ถามตัวเองว่าเราจะทำงานนี้ต่อไปด้วยความกระตือรือร้นได้อย่างไร แก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา นี่คือสุดยอดความท้าทายในการทำงาน >> […]

หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!

ในโลกนี้สิ่งที่เราต้องพบเจอกันในการใช้ชีวิต เรื่องราวต่างๆ มากมายอาจทำให้มีอะไรมากระทบความรู้สึกเราได้ แน่นอนว่าเมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่เป็นที่พอใจ ไม่ตรงกับความรู้สึกที่เราอยากให้เป็น เรามักจะเกิดอาการ เศร้า เสียใจ โกรธ กลุ้มใจ เครียด หรือท้อแท้ บางคนเอาความรู้สึกแย่ๆ เหล่านั้นมาทำร้ายชีวิตตัวเอง จมอยู่กับอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นนานเกินไป หลายครั้งที่ได้ยินคนบอกให้เรา “ปล่อยวาง” ก็แค่คิดตามว่าปล่อยวางคือการไม่คิดถึงปัญหาที่เจอเท่านั้น ซึ่งมันไม่ง่ายเลยกับการจะปล่อยวางอะไรไปง่ายๆ แบบนั้น แต่เชื่อเถอะค่ะ ถึงเวลาจริงๆ ทุกสิ่งที่เจอจะทำให้เราปล่อยวางไปเองโดยอัตโนมัติ  และในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้สิ่งเดียวที่จะทำได้คือหาวิธีรับมือกันมันไปก็เท่านั้น วิธีที่จะจัดการความรู้สึกหรืออารมณ์ด้านลบที่เจอด้วยการปล่อยวางเรื่องไม่ดีที่เจอนั้นไป ก็มีอยู่นะคะ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้ทำให้ความทุกข์ หรือปัญหาที่เจอนั้นหายไปแบบทันทีทันใด แต่ก็สามารถแบ่งเบาความรู้สึกแย่ๆ ในใจได้แน่ๆ เรารู้ดีว่าความรู้สึกไม่ดีย่อมมีกันทุกคน เพราะคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกต้องมีการกระทบกระทั่งกับคนรอบตัวบ้าง การปล่อยวางความรู้สึกไม่ดีอาจทำได้ง่าย ๆ โดยการให้อภัยพวกเขาบ่อย ๆ คุณอาจพูดให้อภัยพวกเขาในใจยามที่ความรู้สึกไม่ดีผุดขึ้นมา วิธีนี้จะช่วยให้ใจคุณสงบและปล่อยวางได้ หรือคุณอาจจะใช้การคิดบวกเพื่อแทนที่การคิดลบซึ่งทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นและปล่อยวางไปในที่สุด หรืออาจลองทำตามแนวคิดที่เราเอามาฝากนี้ดู บางทีจิตใจที่ว้าวุ่นอาจทุเลาลงได้ >> คิดไว้เสมอว่าไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอด << เมื่อไรก็ตามที่เรายึดติดกับอะไรมากๆ เมื่อนั้นเองความเจ็บปวด ความเศร้า ความผิดหวังจะมาหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายึดติดกับพวกสิ่งของนอกกาย เราจะไม่มีวันใช้เวลากับมันอย่างเป็นสุขเลย เพราะมัวแต่กลัวว่ามันจะหาย กลัวว่ามันจะพัง หรือกลัวมันจะโดนขโมยไป ความคิดแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนบนโลกนี้ […]

รอบรู้เรื่องรอบเดือน ประจำเดือนที่ผิดปกติมีลักษณะอย่างไร และบอกอะไรเราได้บ้าง!

ก่อนจะไปอ่านบทความนี้เรามาเช็คร่างกายของเรากันก่อนดีกว่าค่ะ คุณสาวๆ ลองสังเกตดูสิคะว่าประจำเดือนของคุณมาปกติหรือเปล่า การจะดูว่าประจำเดือนมาปกติหรือไม่นั้นก็นับระยะเวลาที่ประจำเดือน มาวันแรก ไปจนถึงวันก่อนมีรอบเดือนรอบใหม่ เรามักจะเคยได้ยินมาว่าผู้หญิงปกติแล้วมีระยะรอบเดือน 28 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการมีระยะรอบเดือนสั้นหรือยาวกว่านั้นถือว่าผิดปกตินะคะ เพราะโดยปกติแล้วผู้หญิงสามารถมีรอบเดือนยาวสั้นแตกต่างกัน ตามธรรมชาติแล้วสามารถพบได้ตั้งแต่ 23-35 วัน ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณมีความปกติดี ถ้าระยะรอบเดือนคุณมาทุกๆ 23 วัน หรือทุก 35 วัน หรือกี่วันก็ได้ระหว่างนั้นตราบใดที่รอบเดือนของคุณมาสม่ำเสมอและสามารถมาก่อนกรือหลังรอบเดือนเฉลี่ยได้สองสามวัน แต่วันนี้เราอยากมาพูดกันถึงการมีประจำเดือน “ผิดปกติ” หรือผิดไปนานๆ ครั้งป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในช่วงที่คุณมีความเครียด เดินทางข้ามประเทศหรือมีอาการป่วย  สำหรับผู้หญิงทั่วๆ ไป เมื่อพ้นจากความเครียดหรือหายป่วยแล้วประจำเดือนก็จะกลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง แต่บางคนความผิดปกติกลับมีมากกว่านั้น เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่ามีอะไรกันบ้าง ประจำเดือนคือเลือดเสียใช่หรือไม่ จริงๆแล้วประจำเดือนเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาเมื่อไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นในรอบเดือนนั้นๆ โดยจะปนมากับเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเอนไซม์ต่างๆ ออกมาในลักษณะของเลือดนั่นเอง ในความเป็นจริงประจำเดือน สามารถบ่งชี้ถึงภาวะสุขภาพบางอย่างของผู้หญิงได้ การให้ความสนใจเกี่ยวกับประจำเดือนและอาการที่เกิดร่วมจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ประจำเดือนที่ปกติ และผิดปกติเป็นอย่างไร ปกติแล้วประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอทุกๆ 25-35 วัน และมีเลือดออกนานราวๆ 3-5 วัน โดยไม่ควรเกิน 7 วัน และปริมาณเลือดที่เสียออกมาไม่เกิน 80 มล.ความผิดปกติ […]

แจกสูตรสำเร็จความสวยจากภายใน…จะได้สวยตลอดไป และสวยตลอดกาล!

เคยได้ยินกันใช่ไหมว่าหัวใจกับร่างกายเป็นหนึ่งเดียวกัน ถ้าใจของเรารู้สึกดี ร่างกายก็พลอยแข็งแรงไปด้วย แต่ถ้าใจเรารู้สึกแย่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ร่างกายอาจจะพลอยอ่อนล้าทรุดโทรมตามกันไป เราจึงควรหาวิธีสร้างความสุขให้หัวใจเพื่อความสวยจากภายใน วันนี้เรามีวิธีการบำบัดจิตใจให้ร่างกายแข็งแรงและเพิ่มความสวย เปล่งปลั่งให้กับใบหน้ามาฝากค่ะ เพราะเรารู้ดีว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เกิดเป็นผู้หญิงทั้งทีจะสวยน้อยหรือสวยมากแค่ไหน ไม่อาจกำหนดได้เอง แต่สิ่งที่เราสามารถกำหนดหรือปรุงแต่งได้ นอกจากความสวยแล้วก็เรื่องการใส่ใจดูแลตัวเองนี่แหละค่ะ เราไปดูพร้อมกันว่ามีอะไรบ้าง >> อาบน้ำไป ร้องเพลงไป <<   การอาบน้ำก็มีขั้นตอนและวิธีนะคะ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่สาวๆ เราทำกันอยู่แล้ว ไปดูค่ะว่าวิธีที่ถูกต้องแบบอาบน้ำให้สวยต้องทำยังไง เริ่มจากใช้น้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน ไม่เย็นเกินไป, ถูภสบู่ทุกส่วน อย่าลืมบริเวณซอกนิ้ว, อาจใช้ใยบวบหรือฟองน้ำขัดตัว สร้างความสุขได้อีกแบบ, ทาโลชั่นหลังอาบน้ำทุกครั้ง ถ้าจะให้จิตใจผ่อนคลายเกิดความสุนทรีย์ในการอาบน้ำก็ฮัมเพลงที่ชอบไปด้วยขณะลูบไล้สบู่ไปที่ผิวกาย จังหวะและท่วงทำนองของเพลงจะทำให้เรารู้สึกอยากขัดสีฉวีวรรณตัวเองมากขึ้น >> ตื่นนอนแล้วให้ออกกำลังกายเบาๆ <<     วิธีสร้างสุขแรกเมื่อลืมตาก็คือ ให้ออกกำลังกายขยับร่างกายเบาๆ เพื่อให้ร่างกายตื่นตัว ไม่รู้สึกงัวเงีย แถมยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดได้ดี สมองปลอดโปร่งอีกด้วยค่ะ โดยวิธีออกกำลังกายในตอนเช้ามีดังนี้ เริ่มจากยืดแขนตรง ประสานมือเหนือศีรษะ เอียงตัวไปข้างๆ ช้าๆ สลับกันซ้ายขวา จากนั้นก้มเอามือแตะเท้า เข่าตรง แล้วกระโดดตบมือ เสร็จแล้วแยกขาออกกว้าง […]

ความจริงของชีวิต…เมื่อไม่คาดหวัง ก็จะไม่ผิดหวัง

เราต่างรู้กันดีว่าคนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง และการคาดหวังในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องของตัวเรา คนที่เรารัก และคนรอบข้าง ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่ที่ทำให้มีเป้าหมายในชีวิต มีเรี่ยวแรงกำลังใจต่อการฟันฝ่า แต่หากความคาดหวังนั้นมีมากเกินไป สูงส่งเกินไป เกินกำลังที่จะไขว่คว้าได้ ย่อมไม่เป็นผลดีกับชีวิต ของคนที่คาดหวังแน่นอน แถมยังส่งผลเสียอย่างมากมายโดยที่คนคนนั้นอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสิ่งแย่ๆ ที่เกิดขึ้นมาจากความคาดหวังที่มากเกินไปของตัวเอง มีใครเคยลองนั่งถามตัวเองเล่นๆ ดูบ้างหรือไม่ว่าเราเคยรูสึกคาดหวังกับอะไรบางอย่างมากเกินไปหรือไม่?  และเมื่อสิ่งนั้นมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เราก็จะรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กๆ จริงๆ หรือบางคนก็ถึงกับเสียศูนย์หรือเฟลมากๆ ไปเลยก็มี และกลายเป็นว่าเราเองคือคนที่ต้องเจ็บปวดเสียเอง พอเจ็บปวดเราก็จะเสียความเป็นตัวเราไปในที่สุด ไม่มีใครอยากผิดหวังอันนี้เรารู้ดี แต่ครั้นจะบอกว่าไม่ให้คาดหวังกับสิ่งใดๆ เลย อันนี้ก็ทำยากมาก เอาเป็นว่าลองค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทบทวนดูว่าสิ่งไหนควรคาดหวัง หรือสิ่งใดไม่ควรคาดหวัง อะไรที่มันมากเกินไปรู้ว่าหวังไปก็อาจผิดหวังก็อย่าไปคาดหวัง เพราะจะส่งผลเสียกับชีวิตและความรู้สึกของเราเอง ไปดูกันดีกว่าค่ะว่าถ้าเราคาดหวังกับอะไรมากเกินไปนั้น จะส่งผลเสียแก่อย่างไรบ้าง >> ทำให้ไม่อยู่บนเหตุผลหรือหลักการของความเป็นจริง อย่างที่เขาเรียกว่าฝันลมๆ แล้งๆ << มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าความคาดหวังเป็นเรื่องของประสบการณ์ ความคาดหวังมักจะแน่นิ่งและตายตัว เป็นเรื่องที่เราคาดการณ์จากประสบการณ์ ส่วนความหวังเป็นเรื่องของอนาคต เราไม่สามารถคาดหวังในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นหรือไม่เคยคิดถึงมาก่อนได้ แต่ความหวังนั้นกลับกัน เราหวังถึงอะไรที่สวยงาม เป็นเรื่องของจินตนาการ ความเชื่อ หวังถึงอะไรที่ดีกว่าที่เคยมีมาได้ ดังนั้น หากเราไม่เคยมีประสบการณ์หรือไม่มีวี่แววว่าจะพบเจอในสิ่งนั้นๆ มาก่อน แล้วเราไปคาดหวังกับมัน […]

หลีกเลี่ยงหลุมพราง “การสนทนา” กับประโยคที่ไม่ควรพูด!

คนทั่วไปจะรู้สึกดีกับคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเข้าใจในสภาพที่คนอื่นเจอะเจอ โดยเฉพาะยิ่งมีคำพูดหรือประโยคที่บอกถึงความห่วงใยสื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าคุณเห็นอกเห็นใจเขาและเข้าใจคำพูดของเขาดี เท่ากับว่าคุณชนะใจ และสร้างความยอมรับนับถือจากคนอื่นไปได้เกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณช่วยให้คนคนนั้นรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เขาจึงรู้สึกดีกับคุณ และคำพูดดีๆ ที่มอบให้กันนั้นจะช่วยเสริมให้มิตรภาพยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดไปว่าอะไรที่พูดออกไปแล้วทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดี หรือพูดอะไรแบบไม่ทันฉุกคิด จึงตกหลุมพรางของการสนทนาทำให้จากที่จะสร้างมิตรกลายเป็นสร้างศรัตรูไปเสียอย่างงั้น เชื่อเถอะค่ะว่าเราสามารถชักจูงให้คนอื่นมาชอบเราได้มากขึ้นได้ โดยหนุนให้เขาพูดเรื่องของตัวเอง และตั้งใจฟังเขา ทำแบบนี้เป็นการสร้างมิตรภาพจากการพูดคุยได้ดีที่สุด และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือต้องระวังคำพูดให้ดี เพื่อการสนทนาที่ถูกคอของทั้งสองฝ่าย วันนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะ กับประโยคหรือคำพูดที่จะทำให้คุณตกหลุมพลางเกิดความบาดหมางขึ้นได้ง่ายนั้นมีอะไรบ้าง รู้แล้วก็เลี่ยงเสียดีกว่า เพราะคำพูดมันบอกได้ถึงความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาได้มากกว่ากิริยาและท่าทางซะอีก จำไว้เลยว่าประโยคเหล่านี้ไม่ควรพูด! >>อย่าพูดเรื่องที่ชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกติดลบ << ความรู้สึกด้านลบทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ซึ่งย่อมทำให้เขาชอบคุณน้อยลงด้วย และไม่มีอะไรจะรุนแรงเท่าคำพูดจาแบบดูถูกดูแคลน เพราะอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียหน้า หรือประโยคที่เป็นการต่อว่าก็ไม่ควรพูดออกมาจากปากเช่นกัน ถ้าคนคนนั้นไม่ได้สนิทกับคุณมากๆ หรือถึงแม้จะสนิทมากแค่ไหน แต่บางทีคำพูดแรงๆ เชิงต่อว่าก็อาจทำให้คุณเสียเพื่อนคนนั้นไปง่ายๆ ได้เหมือนกัน หรือหากการพูดคุยแล้วอีกฝ่ายเกิดอาการเงียบก็ไม่ควรไปพูดในเชิงว่าจะไม่คิดแสดงความคิดเห็นอะไรสักหน่อยหรอ ลองเช็กตัวเองดูก่อนพูดออกไป  อีกสิ่งที่สำคัญคือก่อนที่จะพูดคำนี้ สำรวจก่อนดีไหมว่าคุณพูดเพื่ออะไร หากไม่คิดให้กำลังใจก็ไม่ควรพูดมันออกมา คนฟังอาจจะรู้สึกว่ากำลังใจถดถอยลงแค่ไหน ถ้าพูดคำนี้ออกไปแล้วเหมือนเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่เชื่อในเพื่อนของคุณเองแบบนั้นคนฟังย่อมไม่รู้สึกดี และไม่อยากสานสัมพันธ์กับคุณต่อแน่นอนค่ะ >> อย่าพร่ำบ่นถึงปัญหาของคุณ ปัญหาครอบครัว หรือสารพัดปัญหาในโลก << ใครๆ ก็มีปัญหาของตัวเองมากพออยู่แล้ว เขาย่อมไม่อยากรับฟังปัญหาของคุณหรือของคนอื่น หยุดพร่ำบ่นถึงปัญหาที่เจอในชีวิต แล้วใช้เวลาไปกับการหาวิธีแก้ปัญหา เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อที่จะเติบโตจะดีกว่าค่ะ ยิ่งถ้าต้องไปคุยกับคนอื่นด้วยแล้ว […]

คู่มือผู้หญิงฉบับสมบูรณ์ รวมเทคนิคการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเข้างานสังคม

คงมีอยู่หลายครั้งที่คุณเกิดความสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มคนในวงสังคมที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการแต่งกายด้วยชุดแปลกๆ เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงต่างๆ หลายคนอาจจะมองว่าการเข้าสังคมจะเป็นเรื่องของคนรวยที่ไม่มีอะไรทำ แต่จริงๆ แล้วงานสังคมมิใช่เพียงแค่งานเลี้ยงที่เป็นที่รวมตัวของบุคคลที่ได้รับเชิญเพื่อมากินดื่มหรือสนทนาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นสถานที่ที่ให้บุคคลที่ได้รับเชิญเพื่อมาดื่มกินหรือ สนทนาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้บุคคลได้ประกาศความเป็นตัวเอง เป็นสถานที่ที่คนกลุ่มๆ หนึ่งเข้าไปร่วมหรือมีความสัมพันธ์กันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวม ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ ที่ดี นอกจากนี้การเข้างานสังคมยังอาจทำให้เกิดความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกันต่อไป เห็นประโยชน์ของการเข้าสังคมหรือการเข้าร่วมงานสังคมกันบ้างแล้วใช่มั้ยล่ะค่ะ เอาเป็นว่าหากใครที่คิดจะไปเป็นสาวสังคม หรือเริ่มอยากเปิดตัวเองให้สังคมได้รู้จักแล้วล่ะก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักนิด เพื่อที่จะได้รู้ว่าการเข้าสังคมต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ถึงจะทำให้เราเป็นที่ชื่นชอบ และชื่นชมของผู้ที่พบเห็น ไปดูเทคนิคสู่การเป็นผู้หญิงฉบับสมบูรณ์กับการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเข้างานสังคมที่เราเอามาฝากกันค่ะ >>  รู้จักตัวตนของตัวเอง << เมื่อต้องเข้างานสังคมสิ่งแรกที่คุณจำเป็นต้องทำนอกเหนือจากการหาเครื่องประดับที่เข้าคู่กับเสื้อผ้าคือการทำความรู้จักกับตัวตนของคุณเองเสียก่อน คงไม่มีใครรู้จักตัวคุณได้ดีกว่าตัวของคุณเอง การรู้จักตัวเองทำให้คุณทราบถึงจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการออกงานสังคมครั้งนี้ว่าคืออะไร เพื่อความสนุกสนาน เพื่อผูกมิตรกับแขกเหรื่อในงาน หรือเพื่อเหตุผลทางธุรกิจอื่นๆ การทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงในการออกงาน จะทำให้ทราบว่าคุณควรปฏิบัติตัวเช่นไรเพื่อให้จุดประสงค์ดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ >> รู้จักบุคคล <<   ในการสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน นอกจากจะรู้จักความต้องการหรือจุดประสงค์ของตัวเองแล้ว คุณยังต้องฝึกฝนวิธีการอ่านบุคคลให้ออกอีกด้วย ตรงกับสุภาษิตที่เรามักได้ยินว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” การอ่านบุคคลที่เราปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้ออก รู้ว่าแขกที่มาร่วมงานเป็นใคร ทำงานอะไร หรือมีฐานะทางสังคมเป็นเช่นไร ทำให้เรารู้ว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการสิ่งใดจากการสร้างความสัมพันธ์จากเรา ทำให้เราสามารถตั้งรับได้ถูกว่าเราควรปฏิบัติตัวเช่นไรต่อคนคนนั้น ทำให้เราสามารถสานความสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม >> มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี << เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ […]

ซ่อมแซมระบบประสาทให้ทัน…ก่อนเจอภาวะสมองเสื่อม!

จากภาวะความครียดที่เกิดขึ้นจากหลายๆ สิ่ง ทั้งการใช้ชีวิต หน้าที่การงาน ปัญหารอบๆ ตัว ทำให้คนเราคิดมาก คิดหนัก เกิดภาวะเครียด มากขึ้น ทำให้เซลล์ของสมองต้องทำงานหนัก และเริ่มลดประสิทธิภาพลงตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี เท่านั้น หลายคนอายุไม่มาก แต่หลงๆ ลืมๆ จะพูดอะไรแต่ละทีก็ลืม วางของไว้ตรงไหนก็จำไม่ได้ นั่นแหละค่ะ คุณอาจเจอภาวะที่เรียกว่า “สมองเสื่อม” เอาได้ง่ายๆ วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องราวของระบบสมอง และอาการสมองเสื่อมกันดีกว่า จะได้เอาไว้ดูแลตัวเอง ดูแลคนใกล้ตัว เพราะอย่าลืมว่าไม่มีอะไรทรมานเท่ามีชีวิตอยู่แต่จำเรื่องราวอะไรในชีวิตได้น้อยมาก มันน่าเศร้านะคะ! สมอของคนเราถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญและลี้ลับมากที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ หากสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บก็อาจจะส่งต่อร่างกายได้เช่นกัน ภาวะสมองเสื่อม คือ อาการอันเกิดจากความผิดปกติต่างๆ ของสมอง โดยไม่ใช่โรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ ภาวะสมองเสื่อมส่งผลต่อทั้งความคิด , พฤติกรรม ตลอดจนความสามารถในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันลักษณะอาการของภาวะสมองเสื่อม คือ ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ความสามารถในการรู้คิดลดลง     การจะสังเกตดูว่าใครเป็นผู้ที่มีอาการทางสมองเสื่อม อาจดูได้จากการที่คนคนนั้นมีความบกพร่องอย่างรุนแรง เช่น ความทรงจำ , ทักษะทางภาษา , ความรู้ความเข้าใจทางด้านข้อมูลข่าวสาร […]

เมื่อประสบปัญหาการเงิน เราควรตั้งหลักด้วยการตั้งสติ!

เชื่อมั้ยคะว่าในชีวิตคนเรานั้นเมื่อเจอปัญหาด้านอื่นๆ เราสามารถจัดการและควบคุมมันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาเรื่อง “การเงิน” นั้นมักมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่มาก เช่น มาจากเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายภาครัฐ กลไกการตลาด เป็นต้น สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ การจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวและการบริหารรายได้ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าบางปัญหาที่เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเราก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ตรงกันข้ามควรจัดการหรือแก้ไขปัจจัยใกล้ตัว เช่น การใช้สอย การออมเงิน และการหารายได้พิเศษ กันจะดีกว่า เราเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่เจ้าของนอกกายสิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต โดยเฉพาะของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่สำคัญก็คือตราบใดที่ยังต้องสร้างความมั่นคงในชีวิต ความเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด เมื่อไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการจัดการความเครียดให้อยู่หมัดค่ะ วันนี้เรามีวิธีจัดการระบบการเงินที่เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อว่าใครจะลองเอาไปทำตามดู จะได้ลดความเครียดเรื่องการเงินในแต่ละเดือนไปได้บ้าง >> ทำรายรับ-รายจ่าย << ตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าให้ทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าตัวเองใช้จ่ายไปกับสิ่งใดมากที่สุด แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับหลงลืม ทั้งที่บัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการเรื่องเงินในชีวิตของทุกคน จะว่าไปบัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนกับไดอารี่บันทึกการใช้เงินในแต่ละวัน เพราะตั้งแต่ตื่นมาเราก็ต้องใช้เงินทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ซึ่งการจดว่าเราเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้างช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นเครื่องมือชี้จุดอ่อนด้านการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งเรื่องเล็กๆ […]

แจกสูตรเรียกความสดชื่น กระชับความสัมพันธ์รัก เพื่อป้องกันปัญหารักขม!

“ความรัก” เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจจากความทุกข์ ความเศร้าในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการทำงาน ภาวะเศรษฐกิจ หรือเรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน และในทางตรงกันข้ามหากความรักที่เรามีดำเนินไปบนความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ความรักก็อาจนำมาซึ่งความทุกข์ และความเศร้ามากขึ้นก็เป็นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่มีทักษะหรือประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่ดีพอ ไม่มีวิธีที่จะจัดการกับความรัก ของตัวเองอย่างไรเมื่อมาถึงจุดที่ความสัมพันธ์เริ่มไม่ดีเหมือนเก่า จนนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจ ในกรณีที่รุนแรงมากๆ อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายเลยก็มี ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหารักขม รักร้าง รักเศร้า คู่รักจำเป็นต้องหาวิธีเรียกความสดชื่นและกระชับความสัมพันธ์รักให้คืนกลับมา จากคำแนะนำต่างๆ ที่มีตัวอย่างให้เห็น จากเพื่อน จากครอบครัว หรือใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มกระชับความสัมพันธ์รักที่กำลังเปราะบางลงอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝาก ลองเอาไปทำตามดู เชื่อว่ารักครั้งนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีไปอีกยาวนานแน่นอน  ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง! >> “ฉันรักเธอ” ประโยคประชับรัก << คุณจำได้หรือไม่ว่าครั้งล่าสุดที่คุณบอกรักคนสำคัญนั้นเมื่อไร? หากจำไม่ได้นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้บอกรักคนที่คุณรักนานเกินไปแล้วล่ะค่ะ และเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็อาจเก้อเขินเกินกว่าจะเอ่ยคำว่าฉันรักเธออีกครั้ง สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน หลายคู่อาจคิดว่ารักนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเอื้อนเอ่ยกันบ่อย หรือการบอกรักเป็นการกระทำที่เหมาะกับหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียว หากคุณคิดอย่างนั้นล่ะก็ขอบอกเลยค่ะว่าคุณต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่แล้ว เพราะการบอกรักเป็นสิ่งที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เราทุกคนสามารถบอกรักกันได้ ไม่ใช่เพื่อทำตามประเพณีหรือขนบธรรมเนียมใดๆ หากแต่เป็นการแสดงความรักใคร่และตอกย้ำความรู้สึกของเราที่มีต่อคนรัก เพื่อให้เขามั่นใจ ไว้วางใจและรู้สึกว่ายังคงเป็นที่รักของคู่ชีวิต หลายคนอาจคิดว่าการบอกรักนั้นไม่สำคัญ การกระทำนั้นสำคัญกว่าจริงอยู่ที่การบอกรักต้องมาควบคู่กับการกระทำ แต่หากมีการกระทำเพียงอย่างเดียวชีวิตรักของเราอาจจืดชืดไร้รสชาติ เพราะคำว่ารักนั้นช่วยตอกย้ำความรู้สึกของการมีกันและกันได้ดีที่สุด สำหรับคนที่ยังไม่กล้าบอกรักกับคนรักแบบตรงๆ แนะนำให้บอกรักด้วยการเขียนกระดาษโน๊ตข้อความซึ้งๆ หรือข้อความที่แสดงความห่วงใย เช่น “ดูแลตัวเองดีๆ […]

“ช็อกโกแลตเพื่อนยาก” แค่กินถูกวิธีก็ไม่อ้วน แถมช่วยให้อารมณ์ดี

รสชาติหอมหวานและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้คนเกือบทั้งโลกคลั่งไคล้เจ้าของหวานที่ชื่อว่า “ช็อกโกแลต” เป็นอย่างมาก ยิ่งเฉพาะยามที่เราเคร่งเครียด เรามักจะคิดถึงของหวานชนิดนี้ขึ้นมาทันที แต่ด้วยความเชื่อและผลกระทบของอาหาร ชนิดนี้ ทำให้หลายคนต้องชะงักเพราะกลัวว่าการกินช็อกโกแลตเพียงเพื่อคลายเครียดจะนำมาซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและปัญหาเรื่องสิวที่ตามมา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วช็อคโกแลตนั้นไม่ได้เป็นตัวการก่อสิวและไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นหากเราเลือกกินอย่างถูกวิธี มิหนำซ้ำยังช่วยให้เราอารมณ์ดีอีกด้วย ไม่เชื่อลองอ่านประโยชน์ของช็อกโกแลตที่เราเอามาฝากดูได้ค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูประโยชน์ของช็อกโกแลตกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง >> ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย <<    การกินช็อกโกแลตในปริมาณที่พอดี ช่วยเพิ่มคลื่นสมอง Theta ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่มักเกิดขึ้นในยามที่สมองรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงสารต่างๆ ในช็อกโกแลตยังช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย นอกจากความอร่อยที่มีเจ้าช็อกโกแลตนี่ยังถือเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพด้วย เพราะช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้นได้ มีการศึกษาพบว่าใน 1,000 คน พบว่าคนที่กินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้การทำงานของสมองจะดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Appetite ระบุเพิ่มเติมว่าการกินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะช่วยทำให้มีความสามารถในการออกกำลังกาย จดจำหมายเลขโทรศัพท์ สิ่งต่างๆ รวมถึงการทำงานของระบบประสาทมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารที่มีสาร Flavanols จะช่วยยกระดับการทำงานของสมองได้อีกด้วย >> ช่วยทำให้อารมณ์เยือกเย็นลง <<       ช็อกโกแลตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ มีทั้งคาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาล ไขมันจากโกโก้ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเป็นสารที่ให้พลังงานเมื่อกินจะรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายสดชื่นขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เรากินช็อกโกแลตแล้วอารมณ์ดีก็คือสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในช็อกโกแลตที่มีมากกว่า 300 ชนิด โดยสารเคมีบางตัวจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนจากสมองก็คือ […]

“กรดไหลย้อน” แม้ไม่ใช่โรคอันตราย แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตคนเราได้พอสมควร!

ตอนนี้รอบๆ ตัวของผู้เขียนเต็มไปด้วยคนที่มีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว เนื่องมาจากอาการป่วยที่เรียกว่า “กรดไหลย้อน” กันมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ทำให้มานั่งคิดว่าอาการของโรคนี้เกิดขึ้นจากอะไร ทำไมคนยุคนี้ถึงเป็นกันเยอะ จึงลองไปทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ดูทำให้พบว่ากรดไหลย้อน เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้สูงอายุ และถือเป็นปัญหาสุขภาพลำดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นกรดไหลย้อนมักจะเกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีความเร่งรีบ การทานอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน และมีความเครียด สูง ถึงแม้กรดไหลย้อนจะไม่ใช่โรคที่ส่งผลอันตรายต่อชีวิต แต่หากมีอาการหนักก็ทำเอาทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว และยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย บางคนเกิดความชะล่าใจและคิดว่าพวกกรดไหลย้อนมักจะเกิดกับคนสูงวัย เราเองอายุยังไม่มากไม่น่าจะเป็นโรคนี้อันนี้เข้าใจนะคะ เพราะเท่าที่ดูสถิติคนใกล้ตัวที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วพบว่า คนวัยทำงานเป็นมากกว่าคนสูงวัยเสียอีก ไมได้การแล้วค่ะแบบนี้ต้องไปทำความรู้จักเจ้าโรคนี้กันดีกว่า โดยเราได้ไปรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อจะได้รู้ทันโรค และใครที่ยังไม่เป็นหรือมีภาวะเสี่ยงก็รีบหาทางป้องกันซะเลยก็ดี อย่าลืมว่าเป็นโรคนี้ไม่สนุกเลย เป็นแล้วทรมานนะคะ ร่างกายก็ไม่สบายตัว ไปค่ะเ ราไปทำความรู้จักเจ้าโรค “กรดไหลย้อน” กัน >> รู้จักกับโรคกรดไหลย้อน และอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นอยู่! << จะเห็นได้ว่าสาเหตุของโรคนี้นั้นมีมากมายค่ะ และบางสาเหตุก็เป็นสาเหตุที่คิดไม่คิดและเล็กน้อยมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โรคนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตที่ใครๆ ก็เป็นกันได้ โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรือก่อให้เกิดพยาธิสภาพของหลอดอาหารขึ้น อาการสำคัญของโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ […]

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความเครียดที่เราเจอในชีวิตนั้นก็เปรียบเสมอนสายไวโอลีน ถ้าเราตั้งสายตึงเกินไปเสียงก็จะแหลมบาดหูและอาจทำให้สายขาดได้ แต่ถ้าเราตั้งสายหย่อนเกินไปเสียงก็จะอับทึบไม่ใส ไม่เกิดความไพเราะเสนาะหู” จากประโยคดังกล่าวทำให้เรามองความเครียดในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันจะไม่เป็นผลร้ายอะไรกับชีวิต เลยหากเรารู้จักวิธีจัดการกับมันให้ได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีจัดการอย่างไรเท่านั้น และความเครียดก็ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป คนส่วนใหญ่มักจะมองความเครียดว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อชีวิต และพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดความเครียดให้น้อยลง ซึ่งทำแบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งผิดอะไร แต่เราอยากให้ลองคิดในอีกแง่หนึ่งดู อยากให้ลองมองว่าความเครียดก็มีแง่ดี เราสามารถฝึกและเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียด แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ กระตุ้นทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อความเครียดใหม่ มองว่าความเครียดมันเป็นเรื่องดี เราต้องเชื่อว่าร่างกายเราถูกสร้างและวิวัฒนาการเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้เราเข้าสังคม เข้าหาคนอื่นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นในบทความนี้เราขอมาขยับความคิดของคุณผู้อ่านไปอีกขั้น เกี่ยวกับการมองความเครียดว่าก็มีส่วนดี ดีในที่นี้คือมันทำให้ชีวิตเราได้มีการพัฒนา แต่ไม่ใช่ให้มองว่าเอาทุกอย่างมาเป็นความเครียดไปซะหมด เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ ถ้ามันจะหายไปก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่า ความเครียดมีข้อดีอะไรบ้าง >> ทำให้ได้เรียนรู้ความไม่แน่นอนในชีวิต <<      คนเรามีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพแตกต่างกัน เรื่องที่ทำให้คนหนึ่งเครียดอีกคนอาจไม่เครียดก็ได้ หรือถ้ากิจวัตรประจำวันของคุณบีบคั้นมากจนไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ หรือเมื่อเจอเรื่องด่วนแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความเครียดของคุณก็อาจพุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าจะรับไหว ก่อนที่เราจะเกิดความเครียดขึ้นนั้น เราต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตก่อน และเรื่องราวเหล่านั้นแหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่เจอนั้นไปให้ได้ เราจะได้บทเรียนและแง่คิดที่ดีในชีวิตคืนมาเสมอจากเรื่องราวเหล่านั้น “ความเครียด” จากเรื่องราวต่างๆ ที่เจอจะสอนให้เรารู้จักความไม่แน่นอนของชีวิต สอนให้รู้ว่ามีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ สอนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่กับปัจจุบัน สอนให้รู้จักรอเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง และไม่มีใครสักคนบนโลกนี้จะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ >> […]

อย่าปล่อยให้คนอื่น มามีอิทธิพลเหนือตัวเรา

คนเรามักจะหวั่นไหวไปกับคำพูดของคนอื่น กับคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวเราไม่ว่าจะแง่ดีหรือแง่ลบก็ตาม เรามักจะเกิดความลังเล ไม่มั่นใจขึ้นมาเมื่อเจอกับคำพูดหรือการกระทำที่ไม่เป็นดั่งใจเราต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา ต้องไม่ลืมนะคะว่าไม่มีใครรู้จักเรามากเท่ากับตัวเรา แต่อาจมีบางเรื่องที่เขามองเห็นในสิ่งที่เราไม่เนการรับฟังจึงเป็นสิ่งที่ควรทำแต่ต้องใช้ปัญญาพิจารณาด้วย                 คนอื่นมองเราในสายตาของเขาซึ่งอาจไม่ใช่ตตัวจริงของเราก็ได้ เขามีความเห็นตามความรู้สึก ตามประสบการณ์ของเขา ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับเรารู้อย่างนี้เราจึงไม่จำเป็นต้องไปหวั่นไหวกับคำของคนอื่น เราต้องมีความมั่นใจในตัวเอง จะทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดแล้วค่ะ >> อย่าให้คำซุบซิบนินทามาบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง << สิ่งหนึ่งที่เราห้ามไม่ได้นั่นคือ “คำพูด” ของคนอื่นค่ะ เราไม่สามารถห้ามใครพูดอะไรได้ เราต้องรับรู้ว่าความคิดต่างเป็นเรื่องปกติ ร้อยพ่อพันแม่ ทุกคนไม่อาจมีความเห็นที่ตรงกันได้ การขัดแย้ง หรือความไม่พอใจซึ่งกันและกันอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อทัศนคติไม่ตรงกัน หรือการกระทำของใครไม่ตรงใจเราหรือไม่ตรงใจของเขา แท้จริงแล้วความต่างคือสิ่งที่เราจะต้องเจอทุกที่ทุกเวลาไม่สามารถเลี่ยงได้หรอกในชีวิตนี้ สิ่งที่เราจะทำให้ได้คือ ยอมรับในความต่าง และเข้าใจว่าทุกคนไม่อาจเป็นไปในแบบที่เราต้องการได้ อย่าไปให้เครดิตหรือให้คุณค่ากับคำพูดของคนอื่น ที่พูดถึงเราในแง่ลบเลยค่ะเสียเวลาเปล่าๆ เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ หรือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองจะต้องไม่ยึดติดกับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดติดกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบที่คนอื่นมีต่อตัวเอง รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่พวกเขาจะสนใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้อื่น และสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาสามารถทำเพื่อช่วยพัฒนาสังคมและโลกให้ดีขึ้นได้ เรื่องเพื่อนก็เช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าเพื่อนแท้จะยอมรับในแบบที่พวกเขาเป็นได้ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงภายนอกต่างๆ มากจนเกินไป >> อย่าให้คนอื่นบอกว่าเราควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร << จำไว้ว่า […]

ตามดูวิธี…ปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้เกิดโรคในฤดูฝน!

นี่ก็เริ่มเข้าสู่ “ฤดูฝน” ของไทยกับแบบเต็มๆ แล้วนะคะ จะเห็นว่าตกเย็นมาฟ้าก็เริ่มครึ้ม ฝนก็ตั้งเค้ามาแทบทุกวัน จะออกไปไหนก็แสนลำบาก แต่ถึงบ่นไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เราไม่สามารถกำหนดกฏเกณฑ์อะไรได้เลย และด้วยอากาศที่เย็นลงบวกกับความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้นในหน้าฝนนี่เอง เป็นสาเหตุให้เชื้อโรค หลายชนิดมีการเติบโตได้ดี และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น     จะสังเกตได้ว่าช่วงนี้คนใกล้ตัว หรือเพื่อนร่วมงานมีอาการจาม น้ำมูกไหล และเป็นหวัดกันง่ายมากขึ้น เพราะโดนฝนด้วย บางทีร่างกายที่อ่อนแอลงก็เปิดโอกาสให้เชื้อโรคและไวรัสต่างๆ เข้ามาสู่ร่างกายง่ายขึ้น ส่งผลให้หลายคนเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ จาม เจ็บคอ และโรคต่างๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าวันนี้เรามีเคล็ดลับดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝนมาฝากคนรักสุขภาพกัน ไปดูวิธีปฏิบัติตัวเพื่อไม่ให้ป่วยง่ายๆ และวิธีป้องหันและหลีกเลี่ยงโรคในหน้าฝนไปพร้อมกัน อ่านแล้วเผื่อเป็นแนวทางทำให้สุขภาพแข็งแรงสู้กับหน้าฝนกัน จะฝนตก ฟ้าร้องแค่ไหน งานนี้ก็ไม่หวั่น     >> ระวังน้ำท่วมสาเหตุของการเกิดโรคมากมาย <<   ในช่วงที่ฝนตกหนักๆ บางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมขังได้ ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพราะบริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยเชื้อโรคที่นำมาซึ่งโรคอันตรายต่างๆ ทั้งโรคมือเท้าเปื่อย โรคไข้หวัด เชื้อราที่ผิวหนัง แผลอักเสบ อหิวาตกโรค ท้องร่วง เป็นต้น ทางแก้ไขเมื่อต้องสัมผัสกับบริเวณที่มีน้ำท่วมขังคือ ควรล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งที่กลับเข้ามาในบ้าน หรืออาจจะอาบน้ำชำระร่างกายเลยก็ได้เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้หมดสิ้น รวมถึงก่อนจะรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด […]

keyboard_arrow_up