เลือกอาหารแบบไหนถึงดีต่อสุขภาพ และระบบทางเดินอาหารของสว.

เลือกอาหารแบบไหนถึงดีต่อสุขภาพ และระบบทางเดินอาหารของสว. วันนี้เรามีสูตรอาหารเพื่อสุขภาพของคุณตา คุณยาย หรือผู้สูงอายุในบ้านที่เรารักมาฝากทุกคนค่ะ โดยสูตรนี้ นอกจากจะดีต่อระบบทางเดินอาหารของผู้สูงอายุแล้วยังทำได้ง่าย ประหยัดเวลา รสชาติอร่อย เพราะปัจจัยหลักมาจากวัตถุดิบที่สดและมาจากธรรมชาติล้วนๆ หลายเมนูหลายคนอาจคุ้นเคยกันดีเพราะได้กินมาตั้งแต่เด็กๆ เช่น ผัดไทย หากแต่เราอาจจะปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางชนิดเพื่อให้ดีต่อสุขภาพและระบบทางเดินอาหารของผู้สูงอายุสักหน่อย อาจจะดัดแปลงสูตรเล็กน้อย เช่น ใช้ส่วนผสมธรรมชาติอื่นๆ แทนน้ำตาลปรุงรส เปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเส้นบุก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกายได้มากที่สุดค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกๆ เมนูที่เราเอามานำเสนอล้วนเป็นอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวที่แม้ไม่มีปัญหาสุขภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องระบบลำไส้ หรือระบบทางเดินอาหาร ก็สามารถกินได้ทุกคน การทำอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ข้อคิดสำคัญในการกินอาหารแต่ละมื้อ ไม่ใช่การคำนึงถึงแคลอรี่ แต่ต้องเน้นไปที่การคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของลำไส้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุลินทรีย์นับล้านตัวที่อาศัยอยู่ เนื่องจากอาหารทุกคำจะต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายดูดซึมโดยจุลินทรีย์เหล่านี้ นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงสัดส่วนที่พอดี โดยเฉพาะโปรตีนและไขมันที่ดีที่ควรได้รับ นอกจากจะช่วยบำรุงลำไส้แล้ว ยังให้ผลในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ทำให้รู้สึกอิ่มพอดี จนถึงเวลาอาหารมื้อถัดไป เป็นการลดความอยากกินขนมหวานจุกจิกไปโดยปริยาย แบบนี้พวกท่านก็จะไม่เสี่ยงเป็นเบาหวานอีกด้วย หากเป็นไปได้ควรเลือกส่วนผสมดังนี้ พืชที่ปลอดจากสารเคมี และไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ดังนั้น ถ้าหาได้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเกษตรอินทรีย์จะดีที่สุด เนื้อสัตว์ที่ปลอดฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ เป็นสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยพืชตัดต่อพันธุกรรม ขณะเดียวกันก็ต้องถูกสุขอนามัยด้วย ทุกอย่างต้องสะอาด น้ำมันสำหรับทำอาหารทุกชนิดที่ต้องใช้ความร้อนควรเลือกน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น เนยใส มาเป็นส่วนประกอบในอาหาร ข้อดีคือย่อยง่าย […]

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว จริงหรือ?

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว จริงหรือ? ปัจจุบันแม้จะมียาปฏิชีวนะสำหรับฆ่าเชื้อโรคดีๆ แต่โรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับคนเราก็ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอยู่ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุยิ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย และการติดเชื้อบางอย่างอาจทำให้เกิดอันตรายต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออาจเสียชีวิตได้ ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว และอาการของการติดเชื้อก็ไม่ชัดเจนเท่า เช่น ติดเชื้อที่ปอด แทนที่จะมีไข้ ไอ เหนื่อย อาจมีอาการซึม สับสน พูดเพ้อ เบื่ออาหาร หกล้ม เป็นต้น นอกจากนั้นการตรวจหาตำแหน่งติดเชื้อและหาเชื้อก่อโรคก็ทำได้ลำบากกว่าคนหนุ่มสาว การตอบสนองต่อการรักษาก็ไม่ค่อยดี ทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว สาเหตุเกิดจาก ผู้สูงอายุมักมีความเจ็บป่วยทางร่างกายหลายอย่าง เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง หัวใจวาย ขาดสารอาหาร ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ทำให้มีความต้านทานโรคต่ำ การทำงานของอวัยวะต่างๆ ไม่ดีเหมือนเดิม เช่น การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุช่องคลอดทำให้ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะง่าย หลอดลมของผู้สูงอายุมีการขับไล่สิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปไม่ดีเหมือนคนหนุ่มสาว เป็นต้น ภูมิคุ้มกันลดลง โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันด้านเซลล์ (Cell mediated immune response) ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อที่ต้องต้านทานด้วยภูมิคุ้มกันนี้เพิ่มขึ้น เช่น วัณโรค เป็นต้น นอกจากนั้นยังเกิดงูสวัด ซึ่งเป็นการกำเริบของเชื้ออีสุกอีใสที่เคยเป็นในอดีตและซ่อนตัวอยู่ จนเมื่อภูมิคุ้มกันลดลงก็กำเริบขึ้นมา ผู้สูงอายุอาจต้องได้รับยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เช่น การที่ต้องรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ซึ่งกดภูมิคุ้มกันรักษาโรค […]

เบาหวานเป็นได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยยิ่งเป็นง่าย!

เบาหวานเป็นได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยยิ่งเป็นง่าย! ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยเพิ่มขึ้น โดยพบมากในผู้สูงอายุสำหรับ แต่ก็อย่าลืมว่าโรคเบาหวานพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย เด็กและผู้ใหญ่ที่รูปร่างอ้วนจะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้สูงเช่นกัน ดังนั้น จึงมีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้เบาหวานเกิดจาก ความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่เพียงพอและออกฤทธิ์ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ไม่ดี มีผลให้กลูโคสในเลือดสูงจนล้นออกมาในปัสสาวะ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้าโรคชื่อหวานๆ แต่ไม่หวานสมชื่อ อย่าง “เบาหวาน” ไปพร้อมๆ กันค่ะ ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นภายหลังมื้ออาหาร จะไปกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือดและนำน้ำตาลไปใช้ เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงโดยจะเก็บสะสมในรูปไขมัน ( ไตรกลีเซอไรด์ ) ที่เนื้อเยื่อไขมันตามใต้ผิวหนังและหน้าท้อง ขณะอดอาหารร่างกายสามารถสร้างน้ำตาลเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คนปกติมีระดับน้ำตาล ( กลูโคส ) ในเลือดหลังอดอาหารนานกว่า 8 ชั่วโมง มีค่า 60 – 110 มก/ดล หรือภายหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงจะไม่เกิน 140 มก/ดล มีเกณฑ์อย่างไรในการวินิจฉัยโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคดังนี้ – ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 126 มก/ดล – ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดจากการตรวจเวลาใดก็ได้มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า […]

ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!

ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!   ปัจจุบันประเทศไทย กําลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยเช่นเดียวกับ หลายๆ ประเทศบนโลกใบนี้ซึ่งประเทศไทย ยังอาจล้าหลังกว่าหลายประเทศที่ถูกจัดเป็น กลุ่มประเทศของสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว เรียบร้อยแล้ว ประเทศที่กําลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวกําลังประสบปัญหา เนื่องจากขาดแคลนประชากรในวัยแรงงานคงมีแต่ประชากรที่ต้องการ การพึ่งพิงหลายประเทศในโลกนี้จึงตื่นตัว กับการแก้ปัญหาภาระการดูแลผู้สูงอายุด้วยการออกมาตรการต่างๆ ให้ประชากรที่ยัง อยู่ในวัยแรงงานเริ่มต้นวางแผนวัยเกษียณ สําหรับตัวเองตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อจะได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามมาตรการจูงใจให้ประชาชนวางแผนเพื่อวัยเกษียณนั้นเพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทําให้หลายๆ คนที่เกิดไวไปหน่อยระลึกรู้ถึงความสําคัญของการวางแผนวัยเกษียณช้าเกินไป ทุกวันนี้หลายคนที่อยู่ในวัยทอง(ซึ่งนักการเงินเชื่อว่าเป็น Golden Age ของ วงจรชีวิตไม่ใช่วัยทองตามความหมายโดยนัยที่หลายๆ คนไม่อยากให้มีคน เรียกขานกัน) จึงมักเกิดคําถามป็อปปูลาร์ ท็อปเทนว่าแล้วจะต้องทําอย่างไรถ้าล่วงเลยมาจนถึงวันที่รถด่วนขบวนสุดท้าย ออกจากชานชาลาไปหลายปีแล้วและมั่นใจว่า คงไม่สามารถผลิตลูกหลานมาดูแลหลังวัยเกษียณได้และที่สําคัญคือ ไม่เคยวางแผนวัยเกษียณไว้เลยในกรณีเช่นนี้ ถ้าวางแผนตอนนี้จะทันหรือไม่ถ้าทัน (หรือไม่ทันแล้ว) ใจหนึ่งก็อยากบอกว่าอาจสายเกินไปสําหรับคนใกล้จะเกษียณที่ไม่เคยวางแผน ล่วงหน้าและอยากคงมาตรฐานในการดํารงชีวิตประจําวันเอาไว้แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมออีกด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่ามาช้าดีกว่าไม่มาวางแผนช้าก็ยังดีกว่าไม่วางแผนเพราะถ้าหากวันนี้ยังไม่เริ่มวางแผนอีกก็อาจส่งงผลให้มาตรฐานการครองชีพหลังเกษียณยิ่งดําดิ่งลงไปในอนาคต การวางแผนวัยเกษียณสําหรับคนหนุ่มสาวทั่วไปอาจเริ่มต้นจากการสํารวจความต้องการหลังเกษียณ เพื่อคํานวณว่า นับจากนี้ไปในแต่ละปีจะต้องเก็บเงินออม และลงทุนปีละเท่าใดจึงจะเพียงพอกับ มาตรฐานการครองชีพที่ต้องการหลังเกษียณแต่การวางแผนวัยเกษียณสําหรับผู้ที่มีอายุ มากและใกล้จะเกษียณในอีกไม่กี่ปีอาจต้องปรับเปลี่ยนมุมมองมาเป็นการสํารวจจํานวน เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันที่สามารถนําไปใช้ หลังเกษียณและแหล่งเงินสําหรับวัยเกษียณ แหล่งอื่นๆ แล้วนํามาคาดการณ์ว่าจะสามารถเฉลี่ยเงินที่มีอยู่มาใช้ได้ปีละเท่าใดตลอด อายุขัยหลังเกษียณ คนอาจไม่รู้ว่าหลังเกษียณแล้วยังพอจะมีแหล่งเงินต่างๆ ที่เราสามารถนํา ไปใช้ในการดํารงชีวิตได้อีก เช่น เงินออม ในกองทุนสํารองเลี้ยงชีพซึ่งถ้าหาสมัครใจ  […]

ตาจ๋า ยายจ๋า กินอะไรผู้ดูแลต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร

ตาจ๋า ยายจ๋า กินอะไรผู้ดูแลต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เนื่องจากอวัยวะในหลายระบบเสื่อมลง ทั้งการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และความสามารถในการรับรสชาติอาหารที่มีประสิทธิภาพน้อยลง ทำให้ผู้สูงอายุมักขาดสารอาหารดังต่อไปนี้ วิตามินบี 12 ร่างกายผู้สูงอายุไม่สามารถดูดซึมวิตามินบี 12 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนวัยหนุ่มสาว ทำให้มักมีอาการโลหิตจาง แนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 12 ได้แก่ ปลาและโยเกิร์ต ให้บ่อยครั้งขึ้น วิตามินดี ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับแสงแดดจะขาดวิตามินดี เนื่องจากแสงแดดจะไปกระตุ้นคอเลสเตอรอลที่ผิวหนังให้เปลี่ยนเป็นวิตามินดี จึงควรกินอาหารที่มีวิตามินดีเป็นประจำ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า โยเกิร์ต และน้ำผลไม้ต่างๆ และพยายามออกมารับแสงแดดอ่อนๆ ทุกเช้าให้เป็นกิจวัตร แคลเซียม เมื่อสูงวัย ร่างกายมักขาดแคลเซียมและสิ่งที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุน แหล่งอาหารที่มีแคลเซียมได้แก่ ผักคะน้า บรอกโคลี และโยเกิร์ต อาหารเหล่านี้ยังช่วยลดปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว อาการปากแห้ง และช่วยให้ผู้สูงอายุเจริญอาหารมากขึ้น โพแทสเซียม สาเหตุของการขาดโพแทสเซียมในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาจากการไม่ได้รับอาหารที่มีโพแทสเซียมอย่างเพียงพอ จึงควรเพิ่มผักและผลไม้ที่ให้โพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ลูกพรุน ลูกไหน มันฝรั่งไม่ปลอกเปลือก เป็นประจำ แมกนีเซียม เนื่องจากความสามารถในการดูดซึมแมกนีเซียมในวัยสูงอายุลดลง และแมกนีเซียมในอาหารมักสูญเสียไประหว่างกระบวนการผลิต อาหารที่ควรกินเป็นประจำเพื่อเพิ่มแมกนีเซียม คือ […]

ห้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของไทย ถ้าเทียบกับต่างชาติถือว่าค่อนข้างดี!

ห้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของไทย ถ้าเทียบกับต่างชาติถือว่าค่อนข้างดี! ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละรายมีประวัติการเดินทางหรือพบปะผู้คนที่แตกต่างกัน รวมถึงการแสดงอาการของโรคด้วย ล่าสุด (17 มีนาคม 63) กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยจํานวนผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19  ของไทยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ห้อง Lab ว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อ 177 คน  เสียชีวิต 1 คน  เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 30 คน รักษาหาย 41 คน และเป็นผู้ป่ วยหนัก 1 คน เมื่อทราบตัวเลขผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้หลายคนเกิดความมกลัว หรือหวั่นวิตกต่อสถานการณ์การระบาดดังกล่าว จนอาจลืมดูว่าก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาหายและกลับบ้านได้ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดเกิดจากความพร้อมและการรับมือของหน่วยงานทุกหน่วย และประชาชนอย่างเราๆ ที่ร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปนั่นเอง การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ การบริหารทางการแพทย์ จะว่าไปประเทศไทยก็ถือได้ว่ามีศักยภาพสูงในการตรวจหาผู้ติดเชื้อและประเมินความเสี่ยง สอบสวนผู้ป่วย การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ การบริหารทางการแพทย์การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อและการสื่อสารเรื่องความเสี่ยง โดย นายแพทย์โอภาส​ การกวินพงศ์​ อธิบดีกรมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์​ ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับมาตรฐานห้องlab และค่ารักษาพยาบาลโควิด-19​ ที่ รพ.เอกชน […]

“สังคมผู้สูงวัย” เข้าใกล้มาทุกที แล้วแบบนี้เราควรตั้งมือรับอย่างไร?

“สังคมผู้สูงวัย” เข้าใกล้มาทุกที แล้วแบบนี้เราควรตั้งมือรับอย่างไร? จากแนวโน้มประชากรโลกในอนาคตอันใกล้ จะมีจำนวนผู้สูงอายุ มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ ที่สำคัญ ประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศก็ก้าวสู่สังคมสูงวัยกันแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวีเดน อิตาลี และเยอรมัน ส่วนประเทศไทยก็ได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้วตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2548 และกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564 จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามช่วยกันอย่างแข็งขันทั้งการสร้างสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ สวัสดิการที่รองรับทุกความต้องการ และที่สำคัญคือความเข้าใจของทุกคน ที่พร้อมใจกันก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุไปพร้อมๆ กัน “สังคมสูงอายุ” หรือ (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ปัจจุบันมีจำนวนประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้วประมาณ 52 ประเทศทั่วโลก โดยจำนวนประเทศดังกล่าวอาจจะยังเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบไม่สมบูรณ์ ซึ่งตัวเลขประเทศที่เข้าคือจำนวนประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์จริงๆ อยู่ที่ประมาณ 45 ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนีเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์สหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี และสหราชอาณาจักร “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Completed aged Society) หมายถึง […]

เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ!

เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ! “ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดคิด หากเลือกได้ระหว่างรักษาที่บ้านกับโรงพยาบาล เชื่อแน่ว่าเกือบทุกคนย่อมอยากรักษาตัวที่บ้านท่ามกลางคนที่รัก” นี่คือคำกล่าวของ คุณหมอตั้ม หรือนายแพทย์คณพล ภูมิรัตนประพิณ CEO และ Co-Founder บริษัท เฮลท์ แอท โฮม จำกัด ซึ่งถือเป็นผู้ริเริ่ม Health at Home บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุถึงบ้านผ่านแอปพลิเคชันด้านการแพทย์ที่มั่นใจได้ว่าตอบโจทย์ทุกการดูแลรักษา “ชีวจิต” ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่ดูแลผู้ป่วยของเฮลท์ แอท โฮม ที่เรียกว่าเป็นเหมือนธุรกิจที่ 2 ที่เปิดเพิ่มมาจากธุรกิจหลักคือ การส่งผู้ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุไปตามบ้าน และจากแรงบันดาลใจของคุณหมอตั้ม มาสู่ธุรกิจที่เรียกว่าตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุของไทยที่กำลังงจะเกิดขึ้นในอนาคตแบบนี้ มีหรือเราจะพลาดไปจับเข่าพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับธุรกิจนี้กัน พร้อมทั้งไปดูกันว่าตอนนี้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยเค้าพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว ฟังจากผู้ประกอบการจริงๆ รับรองได้ข้อมูลชัดเจน เน้นๆ แน่นอนค่ะ แรงบันดาลใจและความรู้ที่สั่งสมสู่การเปิดธุรกิจดูแลผู้สูงวัย คุณหมอตั้มเริ่มต้นเล่าถึงที่มาของการเปิดเฮลท์ แอท โฮม ให้เราฟังว่า จากประสบการณ์ในการเรียนทางด้านผู้สูงอายุมา บวกกับตัวเองเป็นลูกคนเดียวทำให้นึกถึงการดูแลคุณพ่อคุณแม่ของตัวเอง จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจนี้ “คุณพ่อ คุณแม่ของผมอายุเยอะขึ้นก็เลยมองหาวิธีการดูแลที่ดี อีกอย่างผมเรียนเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จนกระทั่งมีโอกาสไปเทรนนิ่งที่ New York […]

การเดินไกลที่มีผู้สูงวัยไปด้วย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การเดินไกลที่มีผู้สูงวัยไปด้วย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ใกล้ถึงช่วงเทศกาลวันหยุดยาวทีไรใครๆ ก็อดไม่ได้ที่จะออก เดินทางท่องเที่ยว จริงไหมคะ  นอกจากข่าวคราวความสุขสนุกสนานที่ได้ยินผ่านสื่อแล้ว ยังมีข่าวด้านลบเรื่องสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่พุ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติควบคู่ไปด้วยเสมอ แต่ภัยจากการเดินทางไม่ได้มีแค่อุบัติเหตุเท่านั้น เพราะยังอยู่ในรูปแบบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจบานปลายเป็นอันตราย ต่อสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุ เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์กันอีกแล้ว ทางเราจึงอยากถือ โอกาสออกมาเตือนลูกหลานให้เพิ่มความใส่ใจดูแลสุขลักษณะ การนั่งรถของผู้สูงอายุเพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น อย่างไม่คาดฝัน “ชีวจิต” จึงไม่พลาดเก็บเกี่ยวเคล็ด(ไม่)ลับ เพื่อนําไปใช้ในทุกทริปเดินทางค่ะ กระทรวงสาธารณสุขได้เคยออกมาเผย 2 อาการป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย หากต้องเดินทางเป็นเวลานานพร้อมแนะวิธีป้องกันดังนี้ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ รู้ทันเหตุ ผู้สูงอายุมักปวดปัสสาวะบ่อย ประกอบกับ บางเส้นทางหาห้องน้ำยาก ทําให้ท่านต้องกลั้นปัสสาวะเป็นเวลา นาน  จึงเสี่ยงเกิดอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อ  ดังนั้นจึงควรกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการเตรียมกระโถนหรือกระบอกปัสสาวะพกพาติดรถไปด้วยทุกครั้ง และตลอดการเดินทางควรสอบถามผู้สูงอายุบ่อยๆ ว่าปวดปัสสาวะหรือไม่ เพราะท่านอาจเกรงใจไม่กล้าบอก  กระดูกสันหลังทรุด รู้ทันเหตุ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีภาวะกระดูกบางหรือ กระดูกพรุน    และหลายท่านไม่รู้ตัวการนั่งรถที่มีแรงกระแทกต่อเนื่องและเป็นเวลานานอาจทําให้กระดูกสันหลังทรุด หรือร้ายแรงถึงขั้นกระดูกหักซึ่งการรักษาอาการกระดูกหักในผู้สูงอายุต้องใช้เวลานานกว่าคนวัยหนุ่มสาวถึง 2 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้สูงอายุมีโรคประจําตัว เช่น   เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ย่อมส่งผลต่อการรักษาอาการกระดูกหักโดยเฉพาะรายที่ต้องผ่าตัดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนง่ายกว่าปกติ ดังนั้นควรกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยให้ผู้สูงอายุนั่งที่นั่งด้านหน้าของตัวรถ เพราะเป็นส่วนที่ได้รับแรงกระแทกน้อย […]

HOW TO SUPPORT รับมืออย่างไรเมื่อคู่ชีวิตป่วยหนัก

HOW TO SUPPORT รับมือผู้ป่วย อย่างไรเมื่อคู่ชีวิตป่วยหนัก ในทุกๆ ปี ทั่วโลกมีคู่รักที่ต้องเผชิญปัญหาคู่ชีวิตเจ็บป่วยด้วยโรค ร้ายแรง ทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต อัลไซเมอร์ และอื่นๆ ซึ่งการรับมือเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายเลย และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับคู่ชีวิตหลายคู่ ซึ่งงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ได้รวบรวมคำแนะนำถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อข้ามผ่านช่วงเวลายากๆ นี้ไป และเป็นผู้สนับสนุนคู่ชีวิตที่เจ็บป่วยให้ข้ามผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง จะทำอย่างไรให้คุณเข้มแข็ง และเป็นกำลังใจสำคัญให้ชีวิตคู่ของคุณได้ วันนี้เรามีคำแนะนำจากคลินิกจิตวิทยา โรงพยาบาลจอนห์ฮอปกินส์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาแนะนำค่ะ 1.รับฟังและใช้เวลาร่วมกัน อย่ากังวลในสิ่งที่ต้องพูดออกไป หากคำพูดนั้นสื่อสารด้วยความรักและมีเจตนาที่ต้องการสนับสนุนความเชื่อมั่นของเขาหรือเธอ หรือแม้กระทั่งการนั่งเงียบๆ อยู่เคียงข้างก็เป็นการสื่อสารที่ดีได้ 2.สร้างกิจวัตรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูรายการโทรทัศน์ช่องโปรด หรือชวนกันเดินเล่นในสวนสาธารณะ ก็สามารถสื่อถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้ ที่สำคัญ ควรทำกิจกรรมเหล่านั้นให้กลายเป็นกิจวัตร เพราะช่วยสร้างความมั่นคงทางใจได้แบบหนึ่ง 3.คอยให้ข้อมูลสำคัญ ช่วงเวลาที่ได้ทราบเรื่องโรคร้ายเป็นเวลาที่ผู้ป่วยมีความกังวลกับโรค ตัวคู่ชีวิตเองก็กังวลเช่นกัน แต่จำเป็นต้องเสพข้อมูลอย่างมีสติ ที่สำคัญ ควรเลือกข้อมูลและวิธีบอกเล่าที่ส่งเสริมความคิดในเชิงบวกเสมอ 4.เป็นตัวแทนการสื่อสารที่ดี นอกจากรับทราบความคืบหน้าจากแพทย์มาบอกผู้ป่วยด้วยวิธีที่เหมาะสมแล้ว ผู้ดูแลที่เป็นคู่ชีวิตจำเป็นต้องพูดคุยสื่อสารกับแพทย์ถึงความต้องการของผู้ป่วย(ไม่ใช่ความต้องการของคู่ชีวิต) โดยคำนึงถึงผลการรักษาในระดับที่เหมาะสม หากวิธีการเหล่านั้นไม่ละเมิดสิทธิของผู้ป่วย 5.ระมัดระวังความจู้จี้เกินพอดี แม้เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้ว สาเหตุแห่งความเจ็บป่วยนั้นมาจากตัวผู้ป่วยเอง แต่การบ่นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ช่วยให้โรคหายไปได้ รวมถึงความเข้มงวดในวิธีดูแลตัวเองบางอย่าง หากมากเกินพอดีก็ย่อมส่งผลให้ผู้ป่วยกดดันมากเกินไปเช่นกัน […]

“วัยทอง” โรคและปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงทุกคนควรต้องรู้!!

วันนี้ชีวจิตออนไลน์ ขอนำเอาบทความจากนิตยสารชีวจิตที่นำเสนอเกี่ยวกับการเข้าสู่วัยทอง ของผู้หญิงมาฝากกันค่ะ โดยผู้หญิงเราเมื่อเข้าสู่วัยทองหลังจากที่มีประจำเดือนปีแรกไปแล้ว 30 ปี เช่น ถ้ามีประจำเดือนครั้งแรกตอนอายุ 14-16 ปี การตกไข่ก็จะหยุดที่ช่วงอายุ 45-50 ปี ดังนั้นร่างกายของผู้หญิงจึงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเป็นส่วนใหญ่เลย สังเกตได้จากอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เส้นผม หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทั้งหมดล้วนมีผลมาจากฮอร์โมน ฮอร์โมนหลักๆ ที่จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยทองคือ เอสโทรเจนกับโพรเจสเทอโรน โดยเอสโทรเจนเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น อารมณ์แจ่มใส ร่าเริง ส่วนโพรเจสเทอโรนคือฮอร์โมนความสงบ ถ้าฮอร์โมนชนิดนี้ลดระดับลงมากๆ ก็จะทำให้เกิดความไม่สงบ ฟุ้งซ่าน ซึ่งฮอร์โมนสองชนิดนี้มีการขึ้นลงสวนทางกันตลอดในรอบเดือนหนึ่งๆ เป็นเหมือน หยิน-หยาง เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ก็จะลดลง โดยลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ประมาณปีละ ร้อยละ 1.5 เมื่อเข้าสู่วัยทองจริงๆ ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะลดลงไปเหลือเพียงร้อยละ 50 ส่วนโพรเจสเทอโรนจะตกฮวบเกือบเป็น 0 เลย ดังนั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ผิวเริ่มย่น ไม่ชุ่มชื้น ผมร่วง เพราะระดับเอสโทรเจนน้อยลง ส่วนระดับโพรเจสเทอโรนที่น้อยดังที่กล่าวมาจะทำให้มีอาการวิตกจริตง่าย ขี้หงุดหงิด […]

ผู้สูงวัยเกิดปัญหาการกลืนลำบาก ลูกหลานอย่านิ่งนอนใจ!!

วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งการกลืนด้วยโดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดกับลักษณะทางกายวิภาคของศีรษะและลำคอ สรีรวิทยา และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถสำรองของการกลืนในผู้สูงอายุลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบากได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ดูแลเองต้องใส่ใจให้ดี เพราะเมื่อเกิดภาวะกลืนลำบากขึ้นแล้วหากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา การกลืนลำบาก พบได้ตามความเสื่อมของร่างกายเมื่อสูงอายุขึ้น และพบมากในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยพบว่า ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มีภาวะกลืนลำบากมากที่สุด รองลงมาคือ โรคพาร์กินสัน และ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก โดยจะมีอาการสำลักเมื่อดื่มน้ำหรืออาหาร มักพบในผู้ที่กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนมีปัญหาบีบตัวผิดจังหวะ ทำให้น้ำหรืออาหาร หลงเหลือไม่ได้กลืนลงลำคอ จนเกิดการสำลักนั่นเอง หากไม่ดูแล ภาวะกลืนลำบากจะส่งผลกระทบทั้งทางกายและทางใจ    การสำลักอาหาร หรือมีการกลืนลำบากนี้ หากไม่ดูแลให้ดีผู้ป่วยจะไม่อยากกินอาหาร หรือมักหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือกินน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ขาดสารอาหาร ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมโรคเดิมที่เป็นอยู่ น้ำหนักลด ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจจากการสำลัก ส่วนผลเสียที่จะส่งผลทางสังคมและจิตใจของผู้ป่วยก็คือ มักมีความกังวลในการกินข้าวร่วมกับผู้อื่น ทำให้ออกห่างจากสังคม กินอาหารคนเดียวนำไปสู่ความเศร้า หดหู่ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และมีความอยากอาหารลดลง ยิ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมทรุดโทรมลงไปอีก การรักษาภาวะกลืนลำบาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการของภาวะกลืนลำบากเป็นครั้งคราว แต่หากอาการเหล่านี้มีมากจนมีภาวะแทรกซ้อนเช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดอาหารหรือขาดน้ำ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนในเรื่องปอดอักเสบ หรือความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลง […]

จัดบ้านอย่างไรให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน อยู่ร่วมกับเราได้อย่างมีความสุข!

ทุกวันนี้ทั้งในไทยและทั่วโลกพบจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease :PD) เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ และแม้จะพบว่าผู้ป่วยมีอายุลดลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไรโรคพาร์กินสันเกินร้อยละ 90 ยังคงเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ และอาการทางกายจากโรคก็รบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อยทีเดียว หลายคนเมื่อป่วยมากขึ้นก็ดูแลตัวเองได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการจัดบ้านเพื่อให้ผู้ป่วยพาร์กินสันซึ่งเป็นพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายที่เรารักยังคงใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัยเท่าที่อาการของโรคจะอำนวยกันค่ะ ILLNESS & CONDITION ข้อจำกัดทางกายจากโรคพาร์กินสัน ก่อนจะเริ่มลงมือจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับคนที่เรารักซึ่งป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันสักหน่อยค่ะ จากบทความของศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ภาวะสมองเสื่อมสภาพ หลอดเลือดสมองอุดตัน ภาวะสมองอักเสบ โรคทางพันธุกรรมบางกลุ่ม หรือมีเหตุที่ทำให้สมองขาดออกซิเจน เช่น จมน้ำ สิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจ ถูกทำร้าย หรือประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนสมอง นอกจากนี้อาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับสารพิษที่ทำลายสมอง โดยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เซลล์สมองสร้างสารโดปามีนซึ่งมีความสำคัญต่อการสั่งการการเคลื่อนไหวร่างกายได้ลดลง โรคนี้เมื่อเป็นแล้วมีข้อจำกัดทางร่างกายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลายระดับ ทั้งจากอายุของผู้ป่วย ระยะเวลาที่ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่มีอาการหลักคล้ายคลึงกันค่ะ กว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยพาร์กินสันเริ่มต้นจาก อาการสั่น โดยเมื่ออยู่นิ่งจะมีอาการมาก แต่หากเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมอาการสั่นก็จะลดลง หรือหายไป โดยมากพบอาการสั่นที่มือ […]

โรคหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้ผู้สูงวัยมีหัวใจที่ทำงานผิดปกติ

วันนี้เราจะมาพูดถึงกันถึงเรื่องของ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคหัวใจขาดเลือดว่าหมายถึงอะไร และต้องปฏิบัติกับท่านที่เป็นโรคหัวใจได้อย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่ดูแลผู้สูงวัย ควรให้ความสำคัญกับโรคนี้ เพราะโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่คนสูงอายุเป็นกันมาก โรคหัวใจขาดเลือด หมายถึง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดไปเลี้ยงน้อย จึงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ หากไม่มีเลือดไปเลี้ยงที่หัวใจเลยจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ สาเหตที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด    ภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความเครียด ความดันโลหิตสูง ขาดการออกกำลังกาย พันธุกรรม โรคอ้วน ทำไมไขมันในเลือดจึงมีความเกี่ยวกับหัวใจได้ ความสัมพันธ์ระหว่างไขมันกับเส้นเลือดจึงเกี่ยวกันหากระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศเลยก็ว่าได้ มีการเสียชีวิต 4 คนต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี การสูบบุหรี่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างไร หากผู้สูงอายุบางท่านยังคงสูบบุหรี่อยู่ ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เพราะว่าบุหรี่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และยังลดปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจ หากผู้ใดที่ได้สูบบุหรี่ 20 มวนต่อวัน ทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบมากถึงสองเท่า เพราะการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด หากแต่หยุดสูบบุหรี่จะทำให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดลดลง หากผู้ดูแลต้องการให้ผู้สูงอายุหยุดสูบบุหรี่ หรือผู้ป่วยเองต้องการหยุดก็สามารถปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการที่จะช่วยให้ท่านหรือญาติของท่านหยุดสูบบุหรี่ทำได้ง่ายขึ้น ทำไมความดันโลหิตสูงมีความเกี่ยวข้องอะไรกับหัวใจ ความดันโลหิตสูงเป็นอันตรายเพราะความดันโลหิจสูงจะทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลเข้าไปเกาะผนังชั้นในของหลอดเลือดได้ง่าย ทำให้หลอดเลือดมีการแข็งตัว และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เลือดไหลผ่านไปได้ ทำให้เจ็บหน้าอกรุนแรงขึ้นได้ สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุควรไปปรึกษาแพทย์ และทำตามที่แพทย์แนะนำ สิ่งที่ผู้ดูแลสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุลดความเสี่ยงจากโรคร้ายนี้ได้คือ เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้สูงอายุเริ่มจาก อาหารที่ท่านรับประทานในแต่ละวัน เพื่อให้ท่านจะได้ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพราะหากท่านมีน้ำหนักมากจนเกินไปก็จะเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ […]

เรียนรู้เรื่อง “มะเร็ง” ในผู้สูงวัยพร้อมสาเหตุและอาการที่เราควรรู้

โรคมะเร็ง ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเป็นโรคนี้ เพราะโรคมะเร็งได้ฆ่าชีวิตผู้สูงอายุ ไปหลายต่อหลายคน แต่โรคมะเร็งถ้าเรารู้ว่าเป็นระยะเริ่มต้นก็สามารถที่จะรักษาให้หายได้ ถ้าเรารู้จักที่จะช่วยผู้สูงอายุให้ท่านมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้าย และคอยพาท่านไปตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้เราก็สามารถพาท่านให้รอดพ้นจากโรคร้ายได้ค่ะ ต่อไปเราลองไปดูเรื่องงราว และข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในผู้สูงอายุกันดีกว่าว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเราจะมีวิธีการป้องกันโรคนี้ไม่ให้มาเกิดกับคนที่เรารักได้อย่างไรบ้าง สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคมะเร็ง อัตราการเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งอาจแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ใหญ่ ดังนี้ 1.เกิดจากร่างกาย – โรคตับแข็ง เกิดจากการขาดสารอาหารโปรตีนจะกลายเป็นมะเร็งตับได้ง่าย – มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ พบมากในผู้ชาย -มะเร็งของเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปากมดลูก พบมากในผู้หญิง – มะเร็งเต้านม มะเร็งของต่อมไทยรอยด์บางชนิด พบว่ามีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ 2.เกิดจากสภาพแวดล้อม – ฟันปลอมที่ไม่กระชับอาจทำให้เกิดแผลและไม่รักษาทำให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งปาก – ผู้สูงอายุอาจได้รับสารรังสีเอ็กซ์ สารกัมมันตภาพรังสีต่างๆ รวมทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดอาจทำให้เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง – สารก่อเคมีก่อมะเร็ง เช่น เบนซินทำให้เกิดมะเร็งของเม็ดเลือดขาว ยาสูบในบุหรี่ ทำให้เกิดมะเร็งปอด – สารหนูอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง ดีดีที ทำให้เกิดมะเร็งของตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ – […]

รู้หรือไม่? จุดเสี่ยงตรงไหนของบ้าน ที่ทำผู้สูงอายุหกล้มได้ง่ายที่สุด

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมของร่างกาย ทั้งสายตาพร่ามัว และมีปัญหาโรคกระดูกและข้อ ทำให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง รวมทั้งพบอาการหลงลืม หรือสมอง เสื่อมได้มากขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยด้านร่างกายของผู้สูงอายุที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ง่าย โดยจากสถิติเกี่ยวกับการบาดเจ็บของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้มของผู้สูงอายุสูงเป็นอันดับ 2 รองจากการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย นอกจากความเสื่อมของร่างกายแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจส่งผลให้ผุ้สูงอายุหกล้มได้คือ สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สูงอายุ เช่น สภาพแวดล้อมภายในบ้าน ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมในบ้านสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการลื่นล้มสามารถแก้ไขได้และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้ผู้สูงอายุบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในคือปัจจัยในร่างกายของผู้สูงอายุ ส่วนปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงภายในของผู้สูงอายุ ปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาทางกายภาพของผู้สูงอายุเอง มีดังต่อไปนี้ ความเปลี่ยนแปลงด้านสายตา ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสายตายาว ทำให้คาดคะเนระยะทางได้ไม่ถูกต้อง หรือโรคต้อที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด จึงเกิดการหกล้ม ข้อต่อและเอ็นที่อ่อนแอลง ส่งผลต่อการทรงตัว จึงทำให้เกิดการหกล้มได้ ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ ในผู้สูงอายุพบว่ามีปัญหาปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่ ทำให้ต้องรีบเร่งในการเข้าห้องน้ำและเกิดการหกล้มบ่อยครั้ง โรคประจำตัวบางอย่าง ก็ส่งผลต่อการหกล้มได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมองส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงจึงขาดสมดุลในการทรงตัว หรือโรคพาร์กินสันที่มีภาวะสั่นก็มีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูงเช่นกัน การใช้ยาบางตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม เช่น ยาลดความดันโลหิต […]

เราจะรับมือกับความชราอย่างไร เมื่อวันนั้นใกล้จะมาถึง!

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับควา มชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อายุ 30 ปี ผมเริ่มหงอก  ต้อนรับเข้าสู่วัยเลขสามด้วยการมีสีผมที่เปลี่ยนไป เส้นผมขาวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ในทุกๆ 10 ปี รองศาสตราจารย์ ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เขียนบทความในเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ ถึงงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เมื่อปี พ.ศ. 2548 ว่า คนเอเชียจะเริ่มมีผมหงอกหรือผมขาวในช่วงอายุ 30 ปีปลายๆ ส่วนชาวตะวันตกมักจะเริ่มกันตั้งแต่อายุ 35 ปี ส่วนชาวแอฟริกัน-อเมริกันจะหงอกช้ากว่าคืออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป จะเห็นว่าไม่ต้องแก่เวอร์ผมก็เริ่มหงอกได้แล้ว เพราะสาเหตุหลักที่ผมหงอกนั้นเกิดจากการที่รากผมไม่สร้างเม็ดสีทำให้ผมส่วนที่งอกออกมาใหม่กลายเป็นสีขาวหรือสีเทา ซึ่งจะเกิดเมื่อเราอายุมากขึ้น และในบางเคสก็พบผมขาวในคนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์หรือคนที่ร่างกายขาดวิตามินบี 12  ได้อีกด้วย ส่วนที่ว่ากันว่าหากดึงผมหงอก 1 เส้น ผมหงอกใหม่จะตามมาอีกหลายเส้น ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันค่ะ ร่องรอยเริ่มมา ริ้วรอยรอบดวงตา […]

เรียนรู้การอยู่กับโรคชรา อยู่อย่างมีคุณค่าและมีความสุขในบั้นปลายชีวิต!

แม้ว่าตอนคุณจะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้สูงอายุ ทุกคนจะต้องมีอาการเสื่อมเหมือนกันหมด ต้องเป็นโรคชราด้วยกันทั้งนั้น เพราะเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจริงๆ หากคุณดูแลตัวเองไม่ดี ปล่อยปละละเลย ต่อให้ได้ยาดีจากคุณหมอ ก็ไม่สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ และอาจต้องทนทุกข์กับความชราและโรคชราต่อไป ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราดูแลสุขภาพตัวเองเสียแต่วันนี้ให้ถูกต้อง ก็ย่อมจะช่วยให้ห่างไกลจากโรคชรา หรือหากเป็นก็สามารถประคับประคองคุมอาการของโรคได้ดี ทำให้ที่เป็นมากก็ลดน้อย ที่เป็นน้อยก็สามารถหายขาดได้ แล้วทำไมเราจะไม่เริ่มต้นรักตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ล่ะคะ วัยสูงอายุคืออะไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ “ความชรา” กันก่อน คำนี้นั้นนั้นย่อมเกิดขึ้นได้เพราะสาเหตุต่างๆ เกิดขึ้นตามระยะเวลาไม่ได้มาแบบจู่โจม แต่มันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ดังนั้น หากเราทุกคนทำความเข้าใจเรื่องความชราแล้ว ก็ช่วยให้เกิดความเข้าใจภาวะที่เป็นอยู่ และสามารถรับมือ ทั้งยังอยู่ร่วมกับความชราได้อย่างเป็นปกติสุข สาเหตุของความชรา เหตุผลหลักที่ทำให้เราชราลงก็คือ การที่เมื่อเราอายุมากขึ้น การทำงานของต่อมไร้ท่อและอวัยวะต่างๆ ก็ทำงานได้น้อยลงจนทำให้เกิดความเสื่อมแทบทุกระบบ ทั้งอวัยวะต่างงๆ ทั้งภายในภายนอกก็เสื่อม กระดูกเสื่อม ไขมันมากขึ้น การทำงานของสมองด้อยลง  ที่สำคัญคือฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งหลั่อออกมาจากต่อมใต้สมองของเราลดลง ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งลดลง จึงทำให้เกิดความเสื่อมมากขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จากลักษณะที่ฟ้องถึงความชรา เช่น ผิวหนังที่เหี่ยวย่น ผมร่วงหรือผมหงอก ปวดตามข้อต่างๆ ประสาทช้าลง เป็นโรคชรา และเสื่อมสมรรถภาพ นอกจากนั้นปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความชราได้อีก เช่น […]

keyboard_arrow_up