แจกเคล็ดลับหยุดปวดศีรษะจากความเครียด

แจกเคล็ดลับหยุดปวดศีรษะจากความเครียด ความทุกข์เป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก ไม่มีใครไม่เคยทุกข์ เมื่อเรารู้สึกเครียดเพราะเกิดความทุกข์ หรือมีเรื่องไม่สบายใจ สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คือ สภาพร่างกายที่ทำงานเปลี่ยนแปลงไป อาการที่มักจะตามมาต่อจากความเครียด และเป็นอาการที่ทุกคนต้องเคยเป็น นั่นคือ อาการปวดศีรษะ ซึ่งเมื่อเป็นแล้วอาจทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันจนอาจนำไปสู่การขาดเรียน หรือขาดงานได้ ปวดศีรษะบอกอะไรบ้าง  ปวดศีรษะข้างเดียว หากผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะข้างเดียวนั่นคืออาการของโรคไมเกรน อาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งสลับกันไป โรคนี้มักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น อาการปวดมักจะเกิดขึ้นเป็นชั่วโมง หรืออาจปวดนานหลายวัน  ปวดศีรษะแบบคลัสเตอร์ คือ อาการปวดรุนแรงบริเวณรอบดวงตา ลามไปจนขมับด้านใดด้านหนึ่ง มักจะปวดตุบ ๆ เป็นชุด ๆ ในเวลาที่แน่นอน เช่น มักปวดในช่วงเดือนนี้ของทุกปี โดยการปวดจะกินเวลานานหลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน อาการนี้มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  ปวดศีรษะทั้งสองข้าง เป็นการปวดศีรษะจากความเครียดเป็นครั้งคราว มักเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป และอาจนานจนกินเวลาเป็นวันได้ ซึ่งมักพบร่วมกับการปวดไมเกรน หากมีอาการเกิดขึ้นน้อยกว่าครึ่งเดือนจะจัดว่าเป็นการปวดศีรษะจากความเครียดเป็นครั้งคราว แต่ถ้าหากมีอาการปวดมากกว่า 1-3 เดือนจะถือว่าเป็นการปวดศีรษะจากความเครียดแบบเรื้อรัง  ปวดศีรษะจากไซนัสทั้งสองข้าง […]

กินหวานจัด ทำหัวใจวายได้

กินหวานจัด ทำหัวใจวายได้ กินอาหารหวานจัด ที่ขึ้นชื่อว่ามีส่วนผสมจากน้ำตาลมักจะมีความเอร็ดอร่อย แต่แฝงไปด้วยอันตรายกว่าที่ทุกคนคาดคิด ปริมาณ น้ำตาล ที่ได้รับจากข้าว ขนมปังหรือส่วนประกอบของเครื่องปรุงก็เพียงพอแล้ว แต่เรายังเพิ่มความหวานเข้าเส้นเลือดไปอีกไม่ว่าจะเป็นการดื่มเครื่องดื่มต่าง ๆ เช่น ชานมไข่มุก กาแฟเย็น น้ำอัดลม เบเกอรี่ เป็นต้น วันนี้เรามีข้อมูลเรื่องโทษของการกินหวานจัดเกินไปมาฝากค่ะ ความหวานอร่อยยั่วใจนี่เองที่ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต กล่าวว่านำมาซึ่งอาการเจ็บป่วยสารพัด ไม่ว่าจะเป็นไฮโปไกลซีเมียเอย เบาหวานเอย หรือสารให้ความหวานบางตัวก็ก่อมะเร็งได้อีก ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่ง ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังค้นพบอีกว่า ยิ่งกินหวานมากเท่าไร ทั้งในรูปของอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ซึ่งตั้งใจเติมน้ำตาลให้หวานผิดธรรมชาติ ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจวายมากเป็นสามเท่า อธิบายเหตุผลว่า เมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป อินซูลินที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดจะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด มันจะทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว นำไปสู่โรคหลอดเลือดแดงแข็ง ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงอย่างต่อเนื่องยังไปลดประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหาย นอกจากนี้การที่ร่างกายได้รับแคลอรีจากน้ำตาลสูงเกินความจำเป็นต่อวันเป็นตัวการทำให้น้ำหนักเพิ่ม ด้วยเหตุนี้จึงไปกระทบการทำงานของหลอดเลือดหัวใจจนกระทั่งมีอาการหัวใจวาย พร้อมกันนี้ก็เสนอให้ผู้บริโภคลดการกินอาหารที่มีน้ำตาลให้น้อยลง และเรียกร้องให้มีการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงควบคู่ไปด้วย ประเภทอาหารแสนอร่อยที่กินแล้วเสี่ยง “โรคหัวใจ” มีอะไรบ้าง ? นอกจากความหวานที่เสี่ยงทำเกิดโรคหัวใจได้ เรามาดูกันดีกว่าว่าประเภทอาหารแสนอร่อยที่กินแล้วเสี่ยง “โรคหัวใจ” มีอะไรบ้าง อาหารแปรรูป […]

ผลข้างเคียงวัคซีนซิโนแวค – แอสตร้าฯ ต่างกันอย่างไร

ผลข้างเคียงวัคซีนซิโนแวค – แอสตร้าฯ ต่างกันอย่างไร การฉีดวัคซีน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง หรือเกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกับยาทั่วไป แต่หากเทียบกับความรุนแรงที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอย่างโควิด19 แล้วนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าผลข้างเคียงน่าจะมีความน่ากลัวน้อยกว่ามาก การฉีดวัคซีน โควิด-19 จะช่วยสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ โดยหลังเข้ารับการฉีดวัคซีน ผู้เข้ารับการฉีดบางท่านอาจมีอาการข้างเคียง หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน โดยอาการที่สามารถพบได้หลังรับวัคซีน 1-2 วัน คือ อาการไข้หวัด เช่น มีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และปวด บวม แดง หรือร้อนบริเวณที่ฉีดวัคซีนโควิด ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงที่หลายคนรอฉีดวัคซีนกันอยู่ บางคนก็ได้ฉีดไปแล้ว มีการรายงานผลข้างเคียงออกมาเป็นระยะและแตกต่างกันไป ทำให้ความอยากรู้ว่าแท้จริงแล้ว วัคซีนที่เราฉีดแต่ละชนิดนั้นมีผลข้างเคียงต่างกันอย่างไร และเรามีคำตอบมาฝากแล่วค่ะ เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อธิบายอาการไม่พึงประสงค์ ระหว่าง แอสตร้าเซเนก้า – ซิโนแวค ซึ่งสรุปออกมาได้ว่า จากการศึกษาของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ที่พบว่า วัคซีนซิโนแวคมีอาการข้างเคียง น้อยกว่าแอสตร้าเซนเนก้าโดยเฉพาะในเรื่องไข้ ปวดบริเวณที่ฉีด […]

รู้ไหมทำไมอาการตอบสนอง “วัคซีนโควิด” ถึงแตกต่างกัน?

รู้ไหมทำไมอาการตอบสนอง “วัคซีนโควิด” ถึงแตกต่างกัน? ในยามที่ประชากรไทยเริ่มทยอยเข้ารับวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการฉีดวัคซีน โควิด 19 ของประเทศไทยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต เพื่อปกป้องระบบสุขภาพของประเทศ และเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้คนไทยทุกคนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่า หลังเข้ารับวัคซีนแล้วก็ย่อมพบ “อาการไม่พึงประสงค์” หรือ “ผลข้างเคียง” อื่นๆ ตามมา อาการข้างเคียงชั่วคราว เช่น อาการปวดศีรษะ เหนื่อยล้า และมีไข้ เป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันของมุษย์เรากำลังทำงาน ซึ่งเป็นการที่ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนตามปกติ และเป็นเรื่องที่พบเห็นทั่วๆ ไป นายแพทย์ ปีเตอร์ มาร์คส์ หัวหน้าฝ่ายงานวัคซีนขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ซึ่งมีอาการเหนื่อยล้าหลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มแรก แนะนำว่า หลังจากที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ควรทำกิจกรรมอะไรที่ต้องใช้กำลังมากๆ เพราะระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์เราจะมีกลไกหลักอยู่สองอย่าง และกลไกแรกจะเริ่มทำงานทันทีที่ร่างกายตรวจพบสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย โดยเซลล์เม็ดเลือดขาวจะรวมตัวกันอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้เกิดการอักเสบจนทำให้เกิดอาการหนาวสั่น ปวดเมื่อย เหนื่อยล้า ตลอดจนผลข้างเคียงอื่น ๆ ทั้งนี้ ขั้นตอนการตอบสนองอย่างรวดเร็วของระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์เรามักจะลดลงตามอายุ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนอายุน้อยกว่ารายงานผลข้างเคียงมากกว่าผู้สูงอายุ นอกจากนี้ วัคซีนบางชนิดอาจสามารถกระตุ้นปฏิกิริยาได้มากกว่าชนิดอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกคนมีการตอบสนองแตกต่างกัน หากผู้ที่ฉีดวัคซีนไม่มีอาการอะไรเลยในหนึ่งหรือสองวันหลังจากที่ฉีดวัคซีนทั้งสองเข็ม ก็ไม่ได้หมายความว่าวัคซีนไม่ทำงาน […]

“ถ่ายเป็นเลือด” สัญญาณผิดปกติในลำไส้ใหญ่

“ถ่ายเป็นเลือด” สัญญาณผิดปกติในลำไส้ใหญ่ ถ่ายเป็นเลือด ต้องระวัง!! เราทุกคนต่างรู้ดีว่าการขับถ่ายเรื่องปกติที่ทุกคนต้องทำเป็นกิจวัตร แต่ความเป็นจริงแล้วอาจมีอันตรายแอบแฝงอยู่ซึ่งหากพบความผิดปกติบางอย่างเช่น พบเลือดที่ปนมากับอุจจาระ ร่วมกับมีอาการเจ็บที่บริเวณรูทวารหรือปวดท้องร่วมอยู่ด้วย อาจเป็นภัยเงียบที่นำไปสู่โรคร้ายได้ หากขับถ่ายแล้วมีเลือดออก หลายคนมักคิดว่าเป็นโรคริดสีดวงทวาร ไม่ทันคาดคิดว่าอาจเป็นสัญญาณเตือนของเนื้องอกหรือโรคมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ส่วนปลาย ทั้งที่บางอาการอาจมีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นควรหมั่นสังเกตและไม่ควรชะล่าใจในการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ถูกวิธีก่อนสายเกินแก้ จะสังเกตได้อย่างไร เลือดออกในทางเดินอาหาร เบื้องต้นให้สังเกตสีของอุจจาระของตัวเองทุกวัน มีความผิดปกติหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือ หากมีภาวะอุจจาระปนเลือด หรือถ่ายดำ อาจเกิดจากความผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนต้น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็ก แต่หากเลือดออกลำไส้ใหญ่ จะมีอาการถ่ายเป็นเลือดสด หรือไม่มีอาการชัดเจน แต่อาจมีอาการอื่นๆ แทน เช่น อ่อนเพลีย หน้ามืด เหนื่อยง่ายเป็นต้น มักเกิดในผู้สูงอายุ เกี่ยวกับเรื่องนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเตือนว่าอาการถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นสัญญาณบอกความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร หรือผลต่อเนื่องจากโรคตับ หนึ่งในอาการไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยนายแพทย์สมบุญ รุ่งจิรธนานนท์ แพทย์ประจำศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาล นครธน ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหารและตับ อธิบายถึงอาการถ่ายเป็นเลือดว่า อาการถ่ายอุจจาระเป็นเลือด บ่งบอกถึงโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่โรคร้ายแรงที่สุดอย่าง มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ เนื้องอกในลำไส้ จนถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง […]

งานวิจัยชี้ “กินกุยช่าย” ช่วยล้างไขมันในเลือด

งานวิจัยชี้ “กินกุยช่าย” ช่วยล้างไขมันในเลือด กุยช่าย เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ในอาหารประจำชาติเกาหลีหลายชนิด เช่น กิมจิ ซุปต่างๆนักวิทยาศาสตร์เกาหลี จึงสนใจศึกษาประโยชน์ของกุยช่าย โดยหนึ่งในนั้นคือคุณสมบัติเกี่ยวกับการลดไขมันในเลือด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Korean Nutrition Society ให้ข้อมูลการทดลองว่า หลังจากทีมนักวิจัยเลี้ยงอาหารหนูทดลองจนอ้วน จากนั้นจึงป้อนสารสกัดจากใบกุยช่ายต่อเนื่องนาน 4 สัปดาห์ หลังสิ้นสุดการทดลอง ผลปรากฏว่า หนูทดลองมีระดับไขมันในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ เภสัชกรหญิงจุไรรัตน์ เกิดดอนแฝกอธิบายสรรพคุณทางยาของกุยช่ายในหนังสือ สมุนไพรลดไขมันในเลือด 140 ชนิด ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ เหง้า มีสรรพคุณทำให้ร่างกายอบอุ่น ขับสิ่งคั่งค้าง ลดอาการท้องอืด ตกขาว แก้ฟกช้ำ ลดอาการบวม ต้น มีสรรพคุณแก้โรคนิ่ว หนองในใบ ลดไขมันในเลือด ขับปัสสาวะ แก้ช้ำใน ส่วนเมล็ด ขับพยาธิเส้นด้าย ขับโลหิตประจำเดือน   กุยช่ายสีเขียว มีสารอาหารสูง มีกลิ่นฉุน แต่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่ากุยช่ายสีขาว กุยช่ายสีขาว เป็นพันธุ์เดียวกันกับกุยช่ายสีเขียวแต่มีวิธีปลูกต่างกัน โดยหลังปลูกนาน […]

หมอศิริราช ไขคำตอบ “วัคซีนซิโนแวค” เข็ม 3 ต้องฉีดไหม?

 หมอศิริราช ไขคำตอบ “วัคซีนซิโนแวค” เข็ม 3 ต้องฉีดไหม? วันนี้เรามีคำตอบจาก “หมอศิริราช” ที่จะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวค ระดับภูมิคุ้มกัน ว่าต้อฉีดเข็มที่ 3 หรือไม่ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการเผยแพร่บทความวิชาการเรื่อง วัคซีน 7 ข้อ โดย ศ.พญ. กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่ได้อธิบายไว้อย่างละเอียด และชีวจิตก็สรุปมาให้เข้าใจสั้นๆ ตามนี้ค่ะ แม้ว่า วัคซีน ซิโนแวคน่าจะป้องกันสายพันธุ์กลายพันธุ์ โดยเฉพาะชนิดรุนแรงได้ดี แต่ประสิทธิภาพนี้ จะอยู่ได้ไม่นานมาก เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันจะตกลงตามระยะเวลา ต้องเข้าใจกันก่อนว่าวัคซีนทุกชนิดจะต้องมีการฉีดกระตุ้นหลังจากครบ 2 เข็มแล้วอย่างแน่นอน วัคซีนที่ทำให้สร้างภูมิเริ่มต้นที่ระดับสูงหน่อย ช่วงเวลาก่อนที่จะต้องฉีดซ้ำก็อาจจะทิ้งช่วงได้ยาวกว่า มีการคำนวณว่าค่าครึ่งชีวิตของระดับภูมิคุ้มอยู่ที่นาน 108 วัน สำหรับวัคซีนซิโนแวกซ์ซึ่งให้ระดับ NT ไม่สูงมาก ถ้าต้องการให้ระดับ NT คงอยู่ในระดับเดิม ควรฉีดกระตุ้นหลังจากเข็มที่ 2 แล้ว อย่างน้อย 3-4 เดือน ซึ่งการกระตุ้นภูมิคุ้มกันจะมีผลดีในการป้องกันกลายพันธุ์ซึ่งมีระดับ NT ตั้งต้นจะต่ำกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมด้วย […]

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19

ย้อนอดีตโรคระบาดในไทย จากอดีต สู่ โควิด-19 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษยชาติต้องเผชิญกับโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนหลักแสนหลักล้านคนทั่วโลก มนุษยชาติได้เคยข้ามผ่านความเจ็บปวด การสูญเสียมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยความเข้มแข็งและสติปัญญาก็สามารถก้าวผ่านและกลับมายืนได้แข็งแรงอีกทุกครั้ง  Pandemic ซึ่งวงการแพทย์ให้ความหมายว่า เป็นการเกิดการแพร่ระบาดของโรคที่ลุกลามเกินกว่าที่คาดไว้ว่าอาจจะจำกัดวงอยู่ในภูมิภาคเดียว เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอหิวาตกโรค กาฬโรค ไข้หวัดใหญ่ หรือเอชไอวี ซึ่งล้วนเป็นโรคที่สังหารประชากรโลกมากมายในประวัติศาสตร์ บทความนี้เราจะมาย้อนรอยกลับไปเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมาว่ามนุษย์ต้องผ่านการท้าทายจากโรคระบาดหนักอะไรมาบ้างแล้ว เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้พวกเราที่ต้องเผชิญกับ COVID-19 ในวินาทีนี้ว่า ครั้งนี้เราก็จะก้าวผ่านและเอาชนะโรคร้ายไปได้เช่นที่ผ่านมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะยุติเมื่อใด การที่จะให้ผ่านพ้นวิกฤตโรคร้ายนี้ไปได้ คือต้องให้ประชาชนได้รับวัคซีน เพื่อสร้างความคุ้มกันหมู่ให้เร็วที่สุด เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เลยอยากหยิบยกเรื่องราวที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawanในหัวข้อ โควิด-19 เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สเปน และ อหิวาตกโรคในรัชกาลที่ 2 เราสรุปออกมาได้ว่า หากย้อนมองในอดีตในปี พศ 2363 โรคอหิวาตกโรคได้เกิดการระบาดใหญ่ในไทย คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน ซึ่งขณะนั้นประชากรประเทศไทยก็ไม่น่าจะมาก น่าจะอยู่ที่ […]

เทคนิค “ออกกำลังกายสมอง” ของผู้สูงวัย วิธีง่ายๆ ทำได้ทุกวัน

เทคนิค “ออกกำลังกายสมอง” ของผู้สูงวัย วิธีง่ายๆ ทำได้ทุกวัน เทคนิค บริหารสมองผู้สูงวัย  ที่เราเอามาฝากวันนี้ คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุทุกคน โดยประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบก้าวกระโดด โดยมีประชากรที่เข้าสู่วัย ผู้สูงอายุ ปีละประมาณ 1 ล้านคน สิ่งที่ตามมาคือการดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้โดยเฉพาะด้านสุขภาพที่มีแต่จะเสื่อมถอยตามอายุที่มากขึ้น และหนึ่งในโรคที่เป็นภัยคุกคามผู้สูงอายุก็คือโรคสมองเสื่อม โดยพบว่าภาวะสมองเสื่อมมีผู้ป่วยเพิ่มปีละ​ 1​ แสนราย​ และที่น่ากลัวคือร้อยละ50​ ของผู้มีอายุ 80 ปีขึ้นไปป่วยเป็นโรคนี้​ ในปี 2558 พบผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์​ ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดหนึ่งประมาณ 6 แสนคน​ โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 100,000 รายต่อปี​ ประมาณการณ์ว่าในปี 2573 จะมีผู้สูงอายุป่วยเป็นอัลไซเมอร์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,177,000 คน​ โดยผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนในการเป็นโรคนี้ประมาณร้อยละ 5 -8 และเมื่อมีอายุ 80 ปีสัดส่วนของการเป็นโรคอัลไซเมอร์สูงถึงร้อยละ 50 โดย“ภาวะสมองเสื่อม” คือ​ ภาวะที่สมองเกิดการสูญเสียหน้าที่ในการทำงานหลายๆด้านพร้อมกันอย่างช้าๆ แต่ถาวร​ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านความจำ​ การรู้คิด ​การตัดสินใจ​  จนส่งผลให้เกิดการรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน​ […]

“ไขมันทรานส์” ภัยร้ายใกล้ตัว!

“ไขมันทรานส์” ภัยร้ายใกล้ตัว! ไขมันทรานส์ ที่เป็นภัยร้ายที่มาพร้อมกับความสวยหวานอร่อยฟินของขนมปัง เบเกอรี่ หรืออาหารที่ใช้เนยขาวและมาการีน ซึ่งมี “ไขมันทรานส์” (Trans Fat) ที่เป็น ไขมัน ที่อันตรายที่สุด อันตรายกว่าไขมันอิ่มตัวถึง 2 เท่า โดยหลายประเทศในโลกกำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้คนมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด จนเสียชีวิตได้ เจ้าไขมันชนิดนี้ มักพบในอาหาร ที่เรารับประทานกันประจำ ส่งผลร้ายต่อร่างกายอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ เรื่องเกี่ยวกับไขมันทรานส์ จะว่าไปก็เป็นเรื่องที่ประชาชน โดยเฉพาะคนรักสุขภาพหันมาให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้ากรดไขมันทรานส์ มีผลบังคับใช้อีก 180 วันหรือ 6 เดือนข้างหน้า เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนว่าส่งผลต่อความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือด ดังนั้น จึงส่งผลต่อการรับประทานอาหาร ไขมันทรานส์คืออะไร? Trans fat หรือที่เรียกชื่อเต็มๆว่า Trans fatty acid เป็นกรดไขมันชนิดหนึ่ง ไขมันทรานส์ มักจะมาจากกระบวนการผลิตอาหาร ที่มีการเติมไฮโดรเจนบางส่วนลงไปในน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันพืช ไขมันพืช […]

ดูแล “เท้า” ตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีเท้าให้ดูแล

ดูแล “เท้า” ตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีเท้าให้ดูแล การดูแลสุขภาพเท้า เป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “เท้า” เป็นอวัยวะที่ถูกใช้งานอย่างหนัก แต่มักถูกมองข้าม และไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่สมกับการใช้งานของมนุษย์ ปัญหาของเท้าที่พบบ่อยมีทั้งปัญหาของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของเท้าโดยตรง ปัญหาทางระบบประสาท และระบบหลอดเลือดซึ่งมักเป็นผลจากโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้คล่องตัวนัก และหากเป็นมากอาจถึงขั้นสูญเสียอวัยวะส่วนขาและเท้าได้ ปัญหาของเท้าที่พบบ่อย -เดินไม่สบาย ปวดฝ่าเท้า ปวดส้นเท้า -รองเท้ากัด มีแผลที่เท้า -ปวด บวมแดงที่เท้าหลังเล่นกีฬา -เล็บขบ -หนังด้านแข็ง ตาปลา -เท้าผิดรูป เช่น เท้าโก่ง เท้าแบน -แผลเบาหวาน -รู้สึกไม่สุขสบายกับรองเท้าคู่ประจำ เราใช้เท้าทำงานหนักในแต่ละวันจึงควรดูแลเท้าให้มีสุขภาพดี  หลักการดูแลเท้าทำได้ดังนี้ สิ่งที่ควรปฏิบัติในการดูแลเท้าทุกวัน ล้างเท้าให้สะอาดด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดเท้าให้แห้งทันที โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ถ้าผิวแห้ง ทาครีมบางๆ ให้ทั่วทั้งหลังเท้าและฝ่าเท้า แต่ไม่ทาบริเวณซอกนิ้วเท้า เพราะอาจเกิดการหมักหมมได้ ถ้าเล็บยาวตัดเล็บเท้าอย่างถูกวิธีโดยตัดตามแนวขอบเล็บเท่านั้น ไม่ตัดเล็บเซาะเข้าไปทางด้านข้างของเล็บ ถ้าอากาศเย็นให้ใส่ถุงเท้านอน ใส่รองเท้าตลอดเวลาแม้นจะอยู่ในบ้านก็ตาม ใส่รองเท้าที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ ออกกำลังเพื่อบริหารข้อเท้าและกล้ามเนื้อเท้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาสู่ปลายเท้า การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม เลือกแบบที่ปลอดภัยกับเท้า ปัจจุบันมีรองเท้าหลายแบบและหลายรูปทรงให้เลือก ควรลองรองเท้าลักษณะต่าง […]

ตั้งเป้าชีวิตดีให้ตัวคุณเอง ด้วย 5 ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด!

ตั้งเป้าชีวิตดีให้ตัวคุณเอง ด้วย 5 ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด! ไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก และเชื่อว่า พฤติกรรมเหล่านั้นจะกลายเป็น  New normal  หรือความปกติใหม่ ในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่มากขึ้นของผู้คนนั่นเอง ผู้คนจะเริ่มใส่ใจกับอาหารการกิน ที่ต้องมีความสะอาด และมีประโยชน์ มากไปกว่านั้นจะเริ่มมองหาแนวทางในการป้องกันสุขภาพของตัวเองในด้านต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกวิตามิน เป็นต้น เพื่อรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ และช่วยป้องกันตนเองจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีสินค้าดีๆ ออกมาให้เลือกใช้มากมาย หลายๆ แบรนด์ดีต่อสุขภาพแบบที่ไม่ซื้อหามาใช้ไม่ได้แล้ว อย่างที่บอกไปนอกจากผู้บริโภคจะหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการก็ได้เริ่มคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เช่น สารสกัดจากสมนุไพรที่ช่วยบำรุงร่างกาย ธัญพืชแปรรูปที่ช่วยบํารุงผิวพรรณและช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และอาหารสำหรับดูแลสุขภาพคนทุกวัย เป็นต้น เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ และวันนี้ ชีวจิต ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพที่เหมาะกับคนยุคนี้เป็นอย่างมาก กับ 5 ผลิตภัณฑ์ที่กล้าการันตีเลยว่าดีที่สุดสำหรับร่างกายของคนทุกวัย เหมาะอย่างยิ่งในการซื้อหาให้ตัวเองและคนที่คุณรัก หลายคนคงอยากรู้แล้วว่าสินค้าที่เราบอกนั้นมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ   HOLISTA […]

ฝึกหายใจขยายปอด เพิ่มพลังรับออกซิเจน ขยายหลอดลม

ฝึกหายใจขยายปอด เพิ่มพลังรับออกซิเจน ขยายหลอดลม การหายใจที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยให้เราหายใจดีขึ้นแล้ว ยังช่วยขับเสมหะที่ค้างอยู่ใน ปอด และยังเป็นการบริหารปอดให้แข็งแรง ส่งผลให้การทำงานของปอดดีขึ้นด้วย ยิ่งในช่วงที่โควิด 19 ระบาด เชื้อโคโรนาไวรัสจะส่งผลกับระบบทางเดินหายใจโดยตรง ทั้งยังทำลายเนื้อปอดได้อีก เราก็ยิ่งต้องดูแลปอดให้ดีขึ้น ประโยชน์ของการหายใจที่ถูกต้องมีผลต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วย COVID-19 ที่นอนในโรงพยาบาลนาน ๆ เนื้อ ปอด ได้ถูกทำลายไปบางส่วน และมีเสมหะอุดกั้นถุงลมปอด ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง ทำให้การหายใจไม่ดีเหมือนปกติ หากฝึกหายใจได้ถูกวิธีจะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพปอดให้ดีขึ้น ผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงหรือไม่แสดงอาการ สามารถฝึกการหายใจได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันภาวะปอดแฟบ และฟื้นฟูสมรรถภาพปอด คนไข้ที่มีเสมหะ ช่วยให้ขับเสมหะที่คั่งค้างอยู่ในปอดให้ออกมาได้ง่ายขึ้น ประชาชนทั่วไป ถือเป็นการบริหารปอดให้แข็งแรงอีกทางหนึ่ง และคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจวัตรประจำวันของเราในทุกวันนี้ไม่ค่อยเอื้อให้ “ปอด” ได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก ซ้ำร้ายคุณภาพอากาศที่หายใจก็ยังคงแย่ลงอย่างต่อเนื่อง การบริหารปอดจึงเป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ปอดของคุณแข็งแรงเพียงพอที่จะต่อสู้กับมลภาวะทางอากาศได้ เริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่า การบริหารปอดนั้นทำอย่างไร? หายใจด้วยท้องที่ช่วยเพิ่มออกซิเจน ลดความเครียด และทำให้หลอดลมขยายตัวช่วยทำให้อาการหืดดีขึ้น 1.นอนหงายบนพื้นราบ แล้ววางมือหรือหนังสือเล่มหนึ่งไว้บนท้อง 2.หายใจเข้าลึกๆ โดยไม่ขยับหน้าอก แต่ให้ท้องป่องออกแทน จ้องมองที่มือหรือหนังสือ หากมือขยับขึ้นแสดงว่าคุณหายใจถูกต้องแล้ว 3.เมื่อหายใจเข้าลึกสุดแล้ว ลองหายใจเข้าเพิ่มอีกเล็กน้อย […]

กักตัวอยู่บ้าน กับ 8 อาหารเสริม สร้างภูมิคุ้มกัน

กักตัวอยู่บ้าน กับ 8 อาหารเสริม สร้างภูมิคุ้มกัน การมี ภูมิคุ้มกันแข็งแรง จะเป็นเกราะป้องกันให้เรารอดจากภัยสุขภาพต่างๆ ได้ดีขึ้น อาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่ม ภูมิคุ้นกัน ให้กับร่างกายของคุณได้ ทำอย่างไรถึงจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน  เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 ได้? เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบที่สามารถยืนยันได้เพราะยังไม่มีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันได้ ณ วันนี้ ความเชื่อต่างๆ ตั้งแต่วิตามินซี วิตามินดี หรือซิลเวอร์นาโน ที่กินแล้วสามารถต้านทานไวรัสโควิดได้ก็ยังไม่มีการยืนยันเช่นกัน สารตัวหนึ่งอาจสามารถต้านไวรัสบางตัวได้แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถต้านไวรัสได้ทุกตัว ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง เพราะจากผลการศึกษาพบว่าผู้สูงอายุหรือผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะรับเชื้อแล้วมีปฏิกิริยาต่อเชื้อรุนแรง เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือความดันสูง ในขณะที่ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงในหลายๆ กรณีถึงแม้จะได้รับไวรัสแล้วแต่อาจไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ หรือมีอาการน้อยมาก การสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายโดยรวมให้แข็งแรงมีผลมากต่อการต้านทานเชื้อไวรัส และนี่คือวิธีเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ทุกคนสามารถทำได้เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องต้านไวรัสแล้วยังสร้างสุขภาพที่ดีเพื่อให้เราห่างไกลโรคอื่นๆ อีกด้วย หากคุณเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งเราได้รวบรวมอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของคุณ สามารถหากินได้รอบรั้วบ้านของเรา -ขมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมิน ช่วยต้านการอักเสบ และต้านจุลินทรีย์ก่อโรค -ขิง กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดอาการเจ็บคอ และภาวะอักเสบต่างๆ -หอมแดง มีสารเคอร์ซิติ ร ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน -ผลไม้รสเปรี้ยว มีวิตามินซีสูง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว -ปลา […]

3 โรคหายเองได้ ไม่ต้องกินยา

3 โรคหายเองได้ ไม่ต้องกินยา แม้ว่า ยาปฏิชีวนะ จะช่วยรักษาโรคได้ แต่ยาปฏิชีวนะก็เป็นยาที่ต้องใช้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ เพราะอาจส่งผลร้ายต่อร่างกายได้ หลายคนเข้าใจว่าเมื่อมีอาการป่วยก็ต้องกินยา โดยเฉพาะกินยาปฏิชีวนะจะช่วยลด อาการป่วย ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าทำแบบนั้นไม่ถูกแถมยังเป็นการทำลายสุขภาพอีกด้วย ข้อเสียของการรับประทานยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ หรือเกินความจำเป็น -สิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ -เสี่ยงต่อการแพ้ยา -อาจเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้ -อาจเสี่ยงดื้อยา และทำให้ต้องใช้ยาที่แพงขึ้น ออกฤทธิ์แรงขึ้น อันตรายมากขึ้น รู้แบบนี้ถึงเวลาเปลี่ยนความเคยชิน มาเป็นความเข้าใจพร้อมวิธีดูแลตัวเองที่ถูกต้อง เพื่อหยุดยั้งภาวะเชื้อดื้อยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาย้ำไม่ให้ประชาชนกินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อพร้อมระบุ 3 โรคหายได้เองโดยไม่ต้องกินยา ดังนี้ โรคหวัดเจ็บคอ มากกว่าร้อย 80 เกิดจากเชื้อไวรัส โดยทั่วไปจะมีอาการนาน 7 – 10 วัน โดยในวันที่ 3 – 4 จะมีอาการหนักที่สุด ควรดื่มน้ำอุ่นและพักผ่อนให้เพียงพอ หลังจากนั้นอาการจะทุเลาลงตามลำดับ อาการเจ็บคอและคอแดง เป็นอาการที่พบได้บ่อยเมื่อป่วยด้วยโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบน ขณะเจ็บคอย่อมมีการอักเสบขึ้นในบริเวณลำคอ เนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อการติดเชื้อ การติดเชื้อที่คอร้อยละ 85 ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย […]

ลดความดันโลหิตสูง ด้วยวิธีธรรมชาติ

ลดความดันโลหิตสูง ด้วยวิธีธรรมชาติ พูดถึง ความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการ อาจตรวจพบโดยบังเอิญขณะไปตรวจรักษาโรคอย่างอื่น บางรายที่มี ความดันโลหิตสูง มากๆ มักมีอาการปวดทั่วศีรษะ ปวดที่ท้ายทอย หรือวิงเวียนศีรษะร่วมด้วยได้ และผู้ป่วยบางรายที่มีความดันโลหิตสูงนานๆ อาจมาด้วยภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงได้ เช่น อาการหัวใจวายเฉียบพลัน, ไตวาย, เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบ หากกลัวว่ามัจจุราชเงียบจะเข้าคุกคามทำลายชีวิตต้องรีบป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และสำหรับผู้ป่วยที่กำลังเอาชนะโรคร้ายนี้อยู่ วิธีธรรมชาติต่อไปนี้ จะช่วยให้โรคความดันโลหิตสูงทุเลาลง ลดความเสี่ยงโรคแทรกซ้อน และอาจสามารถหยุดใช้ยาที่มีผลข้างเคียงมากๆ ได้ในที่สุด โรคนี้พบได้มากขึ้นตามอายุ และพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ  ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 ใน 3 คน มีความดันโลหิต-สูง ทำให้ความดันโลหิตที่สูงถือเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา ทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย และภาวะไตวายเรื้อรัง พบว่าความเสี่ยงเหล่านี้ สูงขึ้นตามระดับของความดันโลหิต ยิ่งระดับความดันโลหิตสูงขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ก็ยิ่งสูงขึ้นด้วย แต่เมื่อมีการควบคุมความดันโลหิตให้ดี จะพบว่าสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหล่านี้ได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง คือ ผู้ที่มีพฤติกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เช่น รับประทานอาหารเค็ม รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ดื่มแอกอฮอล์มาก […]

สมุนไพรบำรุงครรภ์ ตำรับโบราณ

สมุนไพรบำรุงครรภ์ ตำรับโบราณ ยาสมุนไพรไทย ก็เช่นเดียวกับยาฝรั่ง มีทั้งกลุ่มที่ให้คุณประโยชน์ และกลุ่มที่ให้โทษต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและรู้จริง  “การแพทย์แผนไทยจากมูลนิธิสุขภาพไทย” ให้ข้อแนะนำในการใช้ยาสมุนไพรกับคุณแม่ตั้งครรภ์ว่า ตามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยโบราณ มีตำรายาให้แม่ท้องกินตั้งแต่เดือนแรกจนเดือนที่ 9 ของการตั้งครรภ์ปัจจุบันยาเหล่านั้นบางตัวหายาก ซึ่งตอนนี้ยาที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประยุกต์มาจากตำรายาไทยโบราณเพื่อใช้สำหรับแม่ตั้งครรภ์ จะประกอบด้วยยาแก้อาการต่างๆ เช่น อาการแพ้ท้อง คลื่นไส้อาเจียนแก้อาการท้องผูก แล้วก็ยาบำรุงครรภ์บำรุงคุณแม่และเด็กในท้อง บางตัวเป็นยาที่เรารู้จักกันดีและใช้กันอย่างแพร่หลายแต่บางตัวต้องระวังในการใช้มากๆ วันนี้ชีวจิตได้รวบรวม สมุนไพร บำรุงครรภ์ ตำรับโบราณมาฝากคุณแม่ๆ ทั้งหลาย เพื่อนำไปใช้ในการดูแลเจ้าตัวเล็ก ให้ออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ ช่วงไตรมาสที่  1 (อายุครรภ์ 1-3 เดือน) กินอาหาร รสสุขุม เย็น มัน เพื่อป้องกันอาการไข้ และอาเจียน ข้อควรระวัง อาหารที่มีรสยาเผ็ดร้อน เช่น พริกไทย ดีปลี กระวานฯลฯ เพราะอาจจะทำให้เกิดการแท้งได้ แนะนำ ธัญพืชจำพวก ข้าวเหนียวดำ ถั่วเขียว และสมุนไพรอื่นๆ เช่น เกสรบัวหลวง หัวแห้วหมู ช่วงไตรมาสที่ 2 […]

โควิดลงปอด แยงจมูกตรวจอาจไม่เจอ ต้องตรวจเลือดชัวร์สุด

โควิดลงปอด แยงจมูกตรวจอาจไม่เจอ ต้องตรวจเลือดชัวร์สุด การแพร่ระบาดของโควิด 19 อาจทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าตนเองติดเชื้อหรือไม่ เพราะเมื่อรับเชื้อมาแล้วอาจไม่มีอาการได้นานเกิน 14 วัน แต่สามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ ซึ่งหนึ่งในวิธีสำคัญในการควบคุมการระบาดก็คือการตรวจพบเชื้อและกักกันให้เร็วที่สุด แต่คนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงการตรวจหาเชื้อที่ง่ายและไวที่สุดก็คือ การแยงจมูก แต่อ่านเจอขพ้อมูลล่าสุดที่ทาง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟชบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดีย รวมถึงแนะวิธีคัดกรอง เอาไว้ว่า….. เชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียมักจะแพร่เชื้อลงปอดในลึกขึ้น และจะทำให้ตรวจหาเชื้อจากการแยงจมูกไม่พบ อีกทั้งการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR อาจจะไม่สามารถตรวจจับหาเชื้อได้ทั้งหมด เพราะรหัสพันธุกรรมผิดเพี้ยน ดังนั้นหากมีการแพร่เชื้อ อาจทำให้เกิดปัญหากับวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด สำหรับข้อแนะนำในการคัดกรองหาเชื้อที่เร็วที่สุด คือ การตรวจเลือดว่าติดเชื้อหรือไม่ เช่น ตรวจด้วย “อีไลซา” คือ การทดสอบโดยใช้แอนติบอดีที่มีแล้วในหลายโรงพยาบาล และสามารถทำได้ง่ายกว่าการแยงจมูก และหากพบผลตรวจเลือดเป็นบวก โดยยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ให้แยกตัวผู้ติดเชื้อออกจากคนอื่นและเข้ารับการกักตัว 14 วัน ตั้งแต่กลางปีนี้ ถ้ามีสายอินเดียและแพร่คนไทยสู่คนไทย ต้องระวัง […]

keyboard_arrow_up