“วัยทอง” โรคและปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงทุกคนควรต้องรู้!!

วันนี้ชีวจิตออนไลน์ ขอนำเอาบทความจากนิตยสารชีวจิตที่นำเสนอเกี่ยวกับการเข้าสู่วัยทอง ของผู้หญิงมาฝากกันค่ะ โดยผู้หญิงเราเมื่อเข้าสู่วัยทองหลังจากที่มีประจำเดือนปีแรกไปแล้ว 30 ปี เช่น ถ้ามีประจำเดือนครั้งแรกตอนอายุ 14-16 ปี การตกไข่ก็จะหยุดที่ช่วงอายุ 45-50 ปี ดังนั้นร่างกายของผู้หญิงจึงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเป็นส่วนใหญ่เลย สังเกตได้จากอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เส้นผม หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทั้งหมดล้วนมีผลมาจากฮอร์โมน ฮอร์โมนหลักๆ ที่จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยทองคือ เอสโทรเจนกับโพรเจสเทอโรน โดยเอสโทรเจนเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น อารมณ์แจ่มใส ร่าเริง ส่วนโพรเจสเทอโรนคือฮอร์โมนความสงบ ถ้าฮอร์โมนชนิดนี้ลดระดับลงมากๆ ก็จะทำให้เกิดความไม่สงบ ฟุ้งซ่าน ซึ่งฮอร์โมนสองชนิดนี้มีการขึ้นลงสวนทางกันตลอดในรอบเดือนหนึ่งๆ เป็นเหมือน หยิน-หยาง เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ก็จะลดลง โดยลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ประมาณปีละ ร้อยละ 1.5 เมื่อเข้าสู่วัยทองจริงๆ ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะลดลงไปเหลือเพียงร้อยละ 50 ส่วนโพรเจสเทอโรนจะตกฮวบเกือบเป็น 0 เลย ดังนั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ผิวเริ่มย่น ไม่ชุ่มชื้น ผมร่วง เพราะระดับเอสโทรเจนน้อยลง ส่วนระดับโพรเจสเทอโรนที่น้อยดังที่กล่าวมาจะทำให้มีอาการวิตกจริตง่าย ขี้หงุดหงิด […]

ผู้สูงวัยเกิดปัญหาการกลืนลำบาก ลูกหลานอย่านิ่งนอนใจ!!

วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งการกลืนด้วยโดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดกับลักษณะทางกายวิภาคของศีรษะและลำคอ สรีรวิทยา และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถสำรองของการกลืนในผู้สูงอายุลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบากได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ดูแลเองต้องใส่ใจให้ดี เพราะเมื่อเกิดภาวะกลืนลำบากขึ้นแล้วหากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา การกลืนลำบาก พบได้ตามความเสื่อมของร่างกายเมื่อสูงอายุขึ้น และพบมากในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยพบว่า ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มีภาวะกลืนลำบากมากที่สุด รองลงมาคือ โรคพาร์กินสัน และ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก โดยจะมีอาการสำลักเมื่อดื่มน้ำหรืออาหาร มักพบในผู้ที่กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนมีปัญหาบีบตัวผิดจังหวะ ทำให้น้ำหรืออาหาร หลงเหลือไม่ได้กลืนลงลำคอ จนเกิดการสำลักนั่นเอง หากไม่ดูแล ภาวะกลืนลำบากจะส่งผลกระทบทั้งทางกายและทางใจ    การสำลักอาหาร หรือมีการกลืนลำบากนี้ หากไม่ดูแลให้ดีผู้ป่วยจะไม่อยากกินอาหาร หรือมักหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือกินน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ขาดสารอาหาร ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมโรคเดิมที่เป็นอยู่ น้ำหนักลด ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจจากการสำลัก ส่วนผลเสียที่จะส่งผลทางสังคมและจิตใจของผู้ป่วยก็คือ มักมีความกังวลในการกินข้าวร่วมกับผู้อื่น ทำให้ออกห่างจากสังคม กินอาหารคนเดียวนำไปสู่ความเศร้า หดหู่ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และมีความอยากอาหารลดลง ยิ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมทรุดโทรมลงไปอีก การรักษาภาวะกลืนลำบาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการของภาวะกลืนลำบากเป็นครั้งคราว แต่หากอาการเหล่านี้มีมากจนมีภาวะแทรกซ้อนเช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดอาหารหรือขาดน้ำ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนในเรื่องปอดอักเสบ หรือความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลง […]

จัดบ้านอย่างไรให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน อยู่ร่วมกับเราได้อย่างมีความสุข!

ทุกวันนี้ทั้งในไทยและทั่วโลกพบจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease :PD) เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ และแม้จะพบว่าผู้ป่วยมีอายุลดลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไรโรคพาร์กินสันเกินร้อยละ 90 ยังคงเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ และอาการทางกายจากโรคก็รบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อยทีเดียว หลายคนเมื่อป่วยมากขึ้นก็ดูแลตัวเองได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการจัดบ้านเพื่อให้ผู้ป่วยพาร์กินสันซึ่งเป็นพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายที่เรารักยังคงใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัยเท่าที่อาการของโรคจะอำนวยกันค่ะ ILLNESS & CONDITION ข้อจำกัดทางกายจากโรคพาร์กินสัน ก่อนจะเริ่มลงมือจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับคนที่เรารักซึ่งป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันสักหน่อยค่ะ จากบทความของศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ภาวะสมองเสื่อมสภาพ หลอดเลือดสมองอุดตัน ภาวะสมองอักเสบ โรคทางพันธุกรรมบางกลุ่ม หรือมีเหตุที่ทำให้สมองขาดออกซิเจน เช่น จมน้ำ สิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจ ถูกทำร้าย หรือประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนสมอง นอกจากนี้อาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับสารพิษที่ทำลายสมอง โดยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เซลล์สมองสร้างสารโดปามีนซึ่งมีความสำคัญต่อการสั่งการการเคลื่อนไหวร่างกายได้ลดลง โรคนี้เมื่อเป็นแล้วมีข้อจำกัดทางร่างกายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลายระดับ ทั้งจากอายุของผู้ป่วย ระยะเวลาที่ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่มีอาการหลักคล้ายคลึงกันค่ะ กว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยพาร์กินสันเริ่มต้นจาก อาการสั่น โดยเมื่ออยู่นิ่งจะมีอาการมาก แต่หากเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมอาการสั่นก็จะลดลง หรือหายไป โดยมากพบอาการสั่นที่มือ […]

โรคหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้ผู้สูงวัยมีหัวใจที่ทำงานผิดปกติ

วันนี้เราจะมาพูดถึงกันถึงเรื่องของ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคหัวใจขาดเลือดว่าหมายถึงอะไร และต้องปฏิบัติกับท่านที่เป็นโรคหัวใจได้อย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่ดูแลผู้สูงวัย ควรให้ความสำคัญกับโรคนี้ เพราะโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่คนสูงอายุเป็นกันมาก โรคหัวใจขาดเลือด หมายถึง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดไปเลี้ยงน้อย จึงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ หากไม่มีเลือดไปเลี้ยงที่หัวใจเลยจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ สาเหตที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด    ภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความเครียด ความดันโลหิตสูง ขาดการออกกำลังกาย พันธุกรรม โรคอ้วน ทำไมไขมันในเลือดจึงมีความเกี่ยวกับหัวใจได้ ความสัมพันธ์ระหว่างไขมันกับเส้นเลือดจึงเกี่ยวกันหากระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศเลยก็ว่าได้ มีการเสียชีวิต 4 คนต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี การสูบบุหรี่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างไร หากผู้สูงอายุบางท่านยังคงสูบบุหรี่อยู่ ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เพราะว่าบุหรี่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และยังลดปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจ หากผู้ใดที่ได้สูบบุหรี่ 20 มวนต่อวัน ทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบมากถึงสองเท่า เพราะการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด หากแต่หยุดสูบบุหรี่จะทำให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดลดลง หากผู้ดูแลต้องการให้ผู้สูงอายุหยุดสูบบุหรี่ หรือผู้ป่วยเองต้องการหยุดก็สามารถปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการที่จะช่วยให้ท่านหรือญาติของท่านหยุดสูบบุหรี่ทำได้ง่ายขึ้น ทำไมความดันโลหิตสูงมีความเกี่ยวข้องอะไรกับหัวใจ ความดันโลหิตสูงเป็นอันตรายเพราะความดันโลหิจสูงจะทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลเข้าไปเกาะผนังชั้นในของหลอดเลือดได้ง่าย ทำให้หลอดเลือดมีการแข็งตัว และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เลือดไหลผ่านไปได้ ทำให้เจ็บหน้าอกรุนแรงขึ้นได้ สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุควรไปปรึกษาแพทย์ และทำตามที่แพทย์แนะนำ สิ่งที่ผู้ดูแลสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุลดความเสี่ยงจากโรคร้ายนี้ได้คือ เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้สูงอายุเริ่มจาก อาหารที่ท่านรับประทานในแต่ละวัน เพื่อให้ท่านจะได้ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพราะหากท่านมีน้ำหนักมากจนเกินไปก็จะเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ […]

เรียนรู้เรื่อง “มะเร็ง” ในผู้สูงวัยพร้อมสาเหตุและอาการที่เราควรรู้

โรคมะเร็ง ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเป็นโรคนี้ เพราะโรคมะเร็งได้ฆ่าชีวิตผู้สูงอายุ ไปหลายต่อหลายคน แต่โรคมะเร็งถ้าเรารู้ว่าเป็นระยะเริ่มต้นก็สามารถที่จะรักษาให้หายได้ ถ้าเรารู้จักที่จะช่วยผู้สูงอายุให้ท่านมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้าย และคอยพาท่านไปตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้เราก็สามารถพาท่านให้รอดพ้นจากโรคร้ายได้ค่ะ ต่อไปเราลองไปดูเรื่องงราว และข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในผู้สูงอายุกันดีกว่าว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเราจะมีวิธีการป้องกันโรคนี้ไม่ให้มาเกิดกับคนที่เรารักได้อย่างไรบ้าง สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคมะเร็ง อัตราการเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งอาจแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ใหญ่ ดังนี้ 1.เกิดจากร่างกาย – โรคตับแข็ง เกิดจากการขาดสารอาหารโปรตีนจะกลายเป็นมะเร็งตับได้ง่าย – มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ พบมากในผู้ชาย -มะเร็งของเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปากมดลูก พบมากในผู้หญิง – มะเร็งเต้านม มะเร็งของต่อมไทยรอยด์บางชนิด พบว่ามีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ 2.เกิดจากสภาพแวดล้อม – ฟันปลอมที่ไม่กระชับอาจทำให้เกิดแผลและไม่รักษาทำให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งปาก – ผู้สูงอายุอาจได้รับสารรังสีเอ็กซ์ สารกัมมันตภาพรังสีต่างๆ รวมทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดอาจทำให้เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง – สารก่อเคมีก่อมะเร็ง เช่น เบนซินทำให้เกิดมะเร็งของเม็ดเลือดขาว ยาสูบในบุหรี่ ทำให้เกิดมะเร็งปอด – สารหนูอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง ดีดีที ทำให้เกิดมะเร็งของตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ – […]

รู้หรือไม่? จุดเสี่ยงตรงไหนของบ้าน ที่ทำผู้สูงอายุหกล้มได้ง่ายที่สุด

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมของร่างกาย ทั้งสายตาพร่ามัว และมีปัญหาโรคกระดูกและข้อ ทำให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง รวมทั้งพบอาการหลงลืม หรือสมอง เสื่อมได้มากขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยด้านร่างกายของผู้สูงอายุที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ง่าย โดยจากสถิติเกี่ยวกับการบาดเจ็บของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้มของผู้สูงอายุสูงเป็นอันดับ 2 รองจากการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย นอกจากความเสื่อมของร่างกายแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจส่งผลให้ผุ้สูงอายุหกล้มได้คือ สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สูงอายุ เช่น สภาพแวดล้อมภายในบ้าน ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมในบ้านสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการลื่นล้มสามารถแก้ไขได้และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้ผู้สูงอายุบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในคือปัจจัยในร่างกายของผู้สูงอายุ ส่วนปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงภายในของผู้สูงอายุ ปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาทางกายภาพของผู้สูงอายุเอง มีดังต่อไปนี้ ความเปลี่ยนแปลงด้านสายตา ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสายตายาว ทำให้คาดคะเนระยะทางได้ไม่ถูกต้อง หรือโรคต้อที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด จึงเกิดการหกล้ม ข้อต่อและเอ็นที่อ่อนแอลง ส่งผลต่อการทรงตัว จึงทำให้เกิดการหกล้มได้ ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ ในผู้สูงอายุพบว่ามีปัญหาปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่ ทำให้ต้องรีบเร่งในการเข้าห้องน้ำและเกิดการหกล้มบ่อยครั้ง โรคประจำตัวบางอย่าง ก็ส่งผลต่อการหกล้มได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมองส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงจึงขาดสมดุลในการทรงตัว หรือโรคพาร์กินสันที่มีภาวะสั่นก็มีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูงเช่นกัน การใช้ยาบางตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม เช่น ยาลดความดันโลหิต […]

เราจะรับมือกับความชราอย่างไร เมื่อวันนั้นใกล้จะมาถึง!

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับควา มชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อายุ 30 ปี ผมเริ่มหงอก  ต้อนรับเข้าสู่วัยเลขสามด้วยการมีสีผมที่เปลี่ยนไป เส้นผมขาวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ในทุกๆ 10 ปี รองศาสตราจารย์ ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เขียนบทความในเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ ถึงงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เมื่อปี พ.ศ. 2548 ว่า คนเอเชียจะเริ่มมีผมหงอกหรือผมขาวในช่วงอายุ 30 ปีปลายๆ ส่วนชาวตะวันตกมักจะเริ่มกันตั้งแต่อายุ 35 ปี ส่วนชาวแอฟริกัน-อเมริกันจะหงอกช้ากว่าคืออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป จะเห็นว่าไม่ต้องแก่เวอร์ผมก็เริ่มหงอกได้แล้ว เพราะสาเหตุหลักที่ผมหงอกนั้นเกิดจากการที่รากผมไม่สร้างเม็ดสีทำให้ผมส่วนที่งอกออกมาใหม่กลายเป็นสีขาวหรือสีเทา ซึ่งจะเกิดเมื่อเราอายุมากขึ้น และในบางเคสก็พบผมขาวในคนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์หรือคนที่ร่างกายขาดวิตามินบี 12  ได้อีกด้วย ส่วนที่ว่ากันว่าหากดึงผมหงอก 1 เส้น ผมหงอกใหม่จะตามมาอีกหลายเส้น ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันค่ะ ร่องรอยเริ่มมา ริ้วรอยรอบดวงตา […]

เรียนรู้การอยู่กับโรคชรา อยู่อย่างมีคุณค่าและมีความสุขในบั้นปลายชีวิต!

แม้ว่าตอนคุณจะเข้าสู่วัยสูงอายุแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้สูงอายุ ทุกคนจะต้องมีอาการเสื่อมเหมือนกันหมด ต้องเป็นโรคชราด้วยกันทั้งนั้น เพราะเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจริงๆ หากคุณดูแลตัวเองไม่ดี ปล่อยปละละเลย ต่อให้ได้ยาดีจากคุณหมอ ก็ไม่สามารถมีสุขภาพที่ดีได้ และอาจต้องทนทุกข์กับความชราและโรคชราต่อไป ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราดูแลสุขภาพตัวเองเสียแต่วันนี้ให้ถูกต้อง ก็ย่อมจะช่วยให้ห่างไกลจากโรคชรา หรือหากเป็นก็สามารถประคับประคองคุมอาการของโรคได้ดี ทำให้ที่เป็นมากก็ลดน้อย ที่เป็นน้อยก็สามารถหายขาดได้ แล้วทำไมเราจะไม่เริ่มต้นรักตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ล่ะคะ วัยสูงอายุคืออะไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ “ความชรา” กันก่อน คำนี้นั้นนั้นย่อมเกิดขึ้นได้เพราะสาเหตุต่างๆ เกิดขึ้นตามระยะเวลาไม่ได้มาแบบจู่โจม แต่มันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง ดังนั้น หากเราทุกคนทำความเข้าใจเรื่องความชราแล้ว ก็ช่วยให้เกิดความเข้าใจภาวะที่เป็นอยู่ และสามารถรับมือ ทั้งยังอยู่ร่วมกับความชราได้อย่างเป็นปกติสุข สาเหตุของความชรา เหตุผลหลักที่ทำให้เราชราลงก็คือ การที่เมื่อเราอายุมากขึ้น การทำงานของต่อมไร้ท่อและอวัยวะต่างๆ ก็ทำงานได้น้อยลงจนทำให้เกิดความเสื่อมแทบทุกระบบ ทั้งอวัยวะต่างงๆ ทั้งภายในภายนอกก็เสื่อม กระดูกเสื่อม ไขมันมากขึ้น การทำงานของสมองด้อยลง  ที่สำคัญคือฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งหลั่อออกมาจากต่อมใต้สมองของเราลดลง ยิ่งอายุมากขึ้นก็จะยิ่งลดลง จึงทำให้เกิดความเสื่อมมากขึ้น ซึ่งสามารถเห็นได้จากลักษณะที่ฟ้องถึงความชรา เช่น ผิวหนังที่เหี่ยวย่น ผมร่วงหรือผมหงอก ปวดตามข้อต่างๆ ประสาทช้าลง เป็นโรคชรา และเสื่อมสมรรถภาพ นอกจากนั้นปัจจัยอื่นๆ ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดความชราได้อีก เช่น […]

การดูแลผู้สูงวัย มีอะไรบ้างคือสิ่งที่ผู้ดูแลควรต้องรู้!

ผู้สูงวัยส่วนใหญ่มักจะมีสภาพจิตใจเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โดยหลังเกษียณ อายุการทำงาน ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกว้าเหว่และหมดความสำคัญ เพราะกิจกรรมในชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีงานประจำให้ทำเหมือนเคย สิ่งเหล่านี้กระทบต่อสภาพจิตใจอย่างมากจนทำให้พฤติกรรมของพวกท่านไม่เป็นเหมือนก่อน และมีความมรู้สึกวิตกกังวลในสิ่งต่างๆ มากขึ้น พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงตามความรู้สึกต่างๆ   ความวิตกกังวล ผู้สูงวัยรู้สึกเป็นกังวลกับสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยและสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ไม่เหมือนเคย ความรู้สึกดังกล่าวมักแสดงผ่านพฤติกรรมต่างๆ เช่น กระวนกระวาย ซึมเศร้า ขี้เหงา ชอบตำหนิ ขี้สงสัย ดื้อดึง และเอาแต่ใจ เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้าง เฉื่อยชา เมื่อรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอจากโรคภัยต่างๆ และไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ผู้สูงวัยมักรู้สึกหมดกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ และมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องความตาย ความเจ็บปวดจนทำให้ตัวเองกลายเป็นคนเฉื่อยชา หมดไฟจนถึงขนาดไม่ยอมทำอะไรด้วยตัวเองและต้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นในทุกเรื่อง รู้สึกแปลกแยก เมื่อไม่ได้ออกไปทำงาน กิจกรรมทางสังคมก็ลดลง ผู้สูงวัยจึงรู้สึกแปลกแยกจากคนในครอบครัวและสังคมรอบข้าง หากปล่อยให้ความรู้สึกเช่นนี้อยู่เป็นเวลานานจะเป็นต้นเหตุของโรคซึมเศร้า คนในครอบครัวควรระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก ช่างสังเกตดีกว่าท่องจำ          ข้อดีของการเข้าสู่วัยสูงอายุคือ ความสามารถในการทำความเข้าใจสถานการณ์รอบตัว และช่างสังเกตเพิ่มขึ้น แม้จะจดจำเรื่องใหม่ๆ ได้น้อยลง หากให้เวลาสักหน่อยพวกเขาสามารถเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ งานใหม่ๆ ได้ดีเลยทีเดียว ฉะนั้นการทำงานอาสาสมัครหรือพาร์ตไทม์ที่เหมาะกับวัยเกษียณมีคุณค่ายิ่งขึ้น และควรได้รับการสนับสนุนจากคนในครอบครัว โรคซึมเศร้าในผู้สูงวัย  จากการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทยพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุได้คะแนนต่ำที่สุดเพราะมีสภาพจิตใจที่เปราะบางและไม่มีความสุข ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย การสูญเสียสถานะทางสังคม สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และความเสื่อมถอยของร่างกาย […]

เคล็ดลับสูงวัย! ทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายนำหน้าอายุจริงของเรา

วันคืนที่ล่วงเลยผ่านไปแต่ละวัน แต่ละเดือน ไปจนพ้นไปแต่ละปี ตอกย้ำให้เรารู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และหลายคนอาจคิดว่าอายุที่มากขึ้นฟ้องว่าตัวเองกำลังแก่ชราลงไปทุกขณะ และคนส่วนใหญ่ก็มักจะหนีสิ่งหนึ่งไม่พ้น ที่รวมแล้วเรียกว่า “โรคชรา” นั่นก็คือโรคต่างๆ ที่คนซึ่งเข้าสู่ช่วงสูงวัยมักจะเป็นกัน ไม่ค่อยจะหนีพ้นโรคเหล่านี้ไปได้ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมแห่งวัย มีผลการวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine กลับชี้ว่า ความชราของมนุษย์ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวันอย่างที่เคยเข้าใจกัน แต่ร่างกายจะมีวาระที่เกิดการทรุดโทรมเสื่อมถอยในระดับเซลล์ครั้งใหญ่รวม 3 ครั้งด้วยกันในชีวิต ทีมนักชีววิทยาที่ศึกษาเจาะลึกเรื่องความชราภาพของ ม.สแตนฟอร์ดพบว่า ระดับปริมาณของโปรตีนหลายพันชนิดในเลือด หรือที่เรียกว่าโปรทีโอม (proteome) สามารถจะใช้ทำนายอายุที่แท้จริง และระดับความแก่ชราที่เกิดขึ้นจริงกับอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของคนเราได้ ซึ่งทำให้พบว่าความชรานั้นไม่ได้เกิดขึ้นในอัตราเร็วเดียวกันตลอดทั้งชีวิต การวิเคราะห์ผลตรวจน้ำเลือดหรือพลาสมาจากกลุ่มตัวอย่าง 4,263 คน ซึ่งอยู่ในวัย 18-95 ปี โดยดูถึงระดับปริมาณของโปรตีนกว่า 3,000 ชนิดในน้ำเลือดดังกล่าว และพบว่ามีโปรตีนในจำนวนนี้ 1,379 ชนิด หรือราว 1 ใน 3 ที่ปริมาณเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เกิดความเปลี่ยนแปลงของโปรตีนครั้งใหญ่นี้ ขณะถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นเมื่อมีอายุได้ 34 ปี และเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกสองครั้งเมื่อถึงวัยกลางคนตอนปลายคือ […]

เมื่อเวลาผ่านไประบบต่างๆ ย่อมเสื่อมลงตามกาลเวลา!

ขึ้นชื่อว่าผู้สูงอายุ แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนสัญญาณประจำตัวของพวกท่านก็คือความเสื่อมถอยของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของระบบต่างๆ ที่เมื่อใช้งานมานานก็เสื่อมถอยลงตามกาลเวลา แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายของเราจะอยู่ในวัยชราที่ทุกอย่างเสื่อมถอย ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจก็ตาม แต่เราสามารถช่วยท่านชะลอความชราให้ช้าลงได้ การอยู่ในวัยสูงอายุแล้วนั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเจ็บปวดออดๆ แอดๆ เสมอไป อายุมากแล้วก็สามารถจะมีชีวิตอยู่อย่างปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ สุขภาพแข็งแรงตามวัยได้ ถ้ามีการดูแลเอาใจใส่อย่างเหมาะสม เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะว่า คุณตา คุณยาย หรือไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ และผู้สูงอายุใกล้ตัวของเรา จะมีการเปลี่ยนไปอย่างไรพบ้าง เมื่อสูงวัยขึ้น การเปลี่ยนแปลงด้านระบบหัวใจและหลอดเลือด คนเราพออายุมากหลอดเลือดแดงจะแข็ง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนตอนอายุน้อย ผนังหลอดเลือดจะขรุขระ ทางเดินภายในหลอดเลือดแคบลงเพราะผนังภายในหนาตัวขึ้น ทำให้ความดันโลหิตของผู้สูงอายุขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น โอกาสเกิดหัวใจล้มเหลวมีง่ายและเกิดโรคอื่นๆ ก็ง่ายขึ้น พอเป็นโรคแล้วมักจะหายช้า มีแนวโน้มจะเกิดภาวะแทรกซ้อนบ่อย การทำงานของหัวใจผู้สูงอายุจะแปรปรวนไป ทั้งที่เกี่ยวกับจังหวะการเต้นของหัวใจและประสิทธิภาพการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง ในยามที่ร่างกายอยู่เฉย ๆ จะไม่มีผลเท่าไรนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายมีการออกกำลังกาย ตื่นเต้นตกใจ จะเสียน้ำและเลือดจากร่างกาย หัวใจผู้สูงอายุไม่สามารถจะเพิ่มอัตราการเต้นและบีบตัวให้เหมาะสมจึงทำให้เหนื่อยง่าย และช็อกเร็วกกว่าคนอายุน้อยถ้ามีการเสียเลือด (มีแผล) หรือเสียน้ำ (ท้องเสีย เหงื่อออกมาก) ควรรีบดูแลแก้ไข ถ้าปล่อยจนช็อกจะทำให้ไตวายไปด้วยง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงด้านระบบทางเดินหายใจ มีใครเคยรู้บ้างว่าความจุปอดของผู้สูงอายุใกล้เคียงกับคนหนุ่มสาว แต่ถุงลมมีความ “คราก” มากขึ้น […]

แชร์เทคนิค “แก่” แบบมีคุณภาพ ด้วยการทำให้สุขภาพกาย ใจ และเงิน ดี!

เมื่อพูดถึงคำว่า “แก่” คงไม่มีใครชอบคำนี้สักเท่าไรนัก เพราะมักจะคิดว่าแก่แล้วชราภาพ ความสวยงามที่เคยมีเมื่อตอนวัยรุ่นจะหายไป การเคลื่อนไหนของร่างกายก็ช้าลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และถึงแม้บางคนจะบอกว่าเรื่องแก่เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเจอเพราะเป็นสัจธรรม แต่เชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีใครอยากแก่ ไม่อยากให้ตัวเองแก่แน่นอน แต่เราก็ไม่สามารถที่จะหยุดเวลาเอาไว้ได้ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือการเตรียมตัว เพื่อที่วันนั้นมาถึงจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขมากที่สุด และการทำให้ความแก่เป็นเรื่องเล็กๆ ด้วยการทำตัวเป็นวัยเก๋าที่หัวใจไม่ยอมแก่ เป็นสิ่งที่อยากให้ทุกคนลองทำกันดู เราจะใช้ชีวิตยังไงให้มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด การทำให้หัวใจไม่แก่อาจเป็นทางออกที่ดีได้ ทำตัวให้หัวใจไม่แก่ไม่ใช่เรื่องที่ยาก ซึ่งใครๆ ก็ทำ ได้ ด้วยการเริ่มที่ตัวเองที่ต้องมีสุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี และสิ่งสำคัญคือการมีสุขภาพการเงินดีนั่นเองค่ะ เริ่มต้นที่ตวรต้องมี “สุขภาพกายดี” สุขภาพกาย หมายถึงสภาวะของร่างกายที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างปกติ ระบบต่างๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและความทุพพลภาพ รวมถึงการที่จะดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติก็คือ การทำให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ จิตใจมีความสุข ความพอใจ ความสมหวังทั้งตนเองและผู้อื่น การออกกำลังกายอย่างสมํ่าเสมอ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดการเจ็บป่วยเล็กน้อย และต้องออกกำลังกายควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เหมาะสมกับร่างกาย ช่วงอายุเช่น ห้ามทานอาหารที่มีไขมันสูง ผลไม้หวานจัด เป็นต้น โดยปัญหาด้านโภชนาการ ถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ทำ ให้กลุ่มคนในวัยนี้เจ็บป่วยได้ ซึ่งนอกจากต้องใส่ใจการรับประทานอาหารแล้ว ยังสามารถเลือกอาหารเสริมให้กับร่างกาย […]

แชร์เคล็ดลับเตรียมตัวก่อนวัยเกษียณ อยากเป็นแบบไหนเลือกเลย!

ก่อนถึงวันเกษียณ ขณะที่เราวิ่งวุ่นอยู่กับการตั้งใจทำ งานหาเงิน อาจทำ ให้เราหลงลืมบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นจะต้องเตรียมสำหรับการเกษียณ นอกเหนือจากการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย และการบันทึกแจกแจงสินทรัพย์หนี้สินต่างๆ ที่ควรทำอย่างสมํ่าเสมอในทุกปีแล้ว เราควรทำอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง? วันนี้มีเช็คลิสต์สำหรับผู้ที่ใกล้จะเกษียณมาให้ตรวจสอบไปด้วยกันค่ะ ถ้ามีเวลา 10 ปีก่อนเกษียณ   ทบทวนยอดเงินลงทุนที่มีและปรับการลงทุน สำหรับการลงทุนที่เราเตรียมไว้ใช้หลังเกษียณควรจะมีการปรับความเสี่ยงการลงทุนลง โดยลดสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ลดสัดส่วนตราสารทุน เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ในพอร์ตให้มากขึ้น ตัวอย่าง แผนสมดุลตามอายุของ กบข. สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี จะมีสัดส่วนตราสารทุน 32% มีตราสารหนี้63% และการลงทุนอื่นๆ 5%  ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการปรับสัดส่วนตราสารทุนลงเรื่อยๆ ปีละ 2-3% จะเห็นได้ว่าเมื่อใกล้เกษียณมากขึ้น เราจำเป็นต้องลดความผันผวนของการลงทุน เนื่องจากใกล้ถึงวันที่เราต้องใช้เงินนั่นเอง วิธีการปรับการลงทุนนี้สามารถนำ ไปประยุกต์ใช้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ที่เราสามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้นะคะ ทดลองใช้โปรแกรมคำนวณเงินสำหรับการเกษียณ    ในเว็บไซต์ของสถาบันการเงินหลายแห่งมีบริการจำลองแผนการลงทุนสำหรับการเกษียณ เพื่อให้รู้ว่าเราควรเตรียมเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้ยามเกษียณ และที่สำคัญทำให้รู้ว่าเราต้องออมเงินหรือลงทุนเดือนละเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้จะต้องเตรียมข้อมูลเบื้องต้นในเรื่องข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลด้านการเงิน  ตัวอย่าง เช่น ปัจจุบันอายุ 50 ปี […]

มองหาอาชีพหลังเกษียณ ที่คนทุกวัยควรต้องศึกษาไว้ก่อนถึงวันนั้น!

หากเราลองสังเกตผู้คนรอบตัวไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ชุมชน หรือตามที่สาธารณะ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจากสถิติข้อมูลประชากรไทยที่นับวันจำนวนผู้สูงอายุยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นแล้วว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” มาตั้งแต่ประมาณปี 2548 และกำลังจะเป็นสังคมสูงวัยอย่างเต็มตัวในปี 2564 สำหรับใครที่กำลังกลัวการเผชิญภาวะสูงวัยเมื่ออายุเริ่มแตะเลข 6 เพราะความรู้สึกว้าเหว่ไร้ค่าเริ่มมาเขย่าหัวใจแล้วล่ะก็อยากให้เลิกกลัวได้แล้วเพราะงานวิจัยล่าสุดของนักวิจัยจากสถาบันนานาชาติเพื่อการวิเคราะห์ระบบเชิงประยุกต์(International Institute for Applied Systems Analysis) และมหาวิทยาลัยสโตนี่บรูค ระบุเอาไว้ว่าคนเรามีความเชื่อผิดๆ กันมาโดยตลอดเกี่ยวกับวัยชราเนื่องจากวัยนั้นไม่ได้วัดกันที่จำ นวนปีที่เราได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ปัจจุบันวัยกลางคนจะเริ่มที่อายุ 60 ซึ่งคนไทยสมัยนี้อายุ 60 ปีแล้วก็ดูยังไม่แก่ แถมยังแข็งแรงไม่ต่างจากคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคนอีกด้วย ดังนั้นสิ่งสำ คัญที่เราควรเตรียมรับมือคือการเริ่มต้นสร้างพลังใจเพื่อให้เกิดพลังกายด้วยมุมมองที่ว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” ซึ่งในความเป็นจริงสมัยนี้แม้อายุเกิน 60 ปีไปแล้วก็ยังมีคุณค่า มีพลังและยังสามารถทำ งานที่สร้างเสริมพลังให้กับสังคมได้อีกมาก โดยปัจจุบันภาครัฐออกกฎหมายให้บริษัทเอกชนสนับสนุนการจ้างผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าทำ งาน ให้สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 100% ของเงินที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างสูงอายุตามที่ปรากฎในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2560 วันนี้ “ชีวจิต” […]

ความมสุขที่แท้จริงของผู้สูงวัย คือการยอมรับและทำใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น!!

ใครว่า” แก่” แล้วมีเเต่เรื่องทางกาย เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เท่านั้น รู้หรือไม่ว่า ความถดถอยในเรื่องของอารมณ์ และจิตใจก็เป็นอีกหนีงสิ่งที่สร้างปัญหาในชีวิตได้ไม่แพ้กันแม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์ร้อนหนาวมามาก แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเมื่อเข้าสู่วัยชรา ทั้งโอกาสต่างๆ หน้าที่การงาน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งการเป็นที่ยอมรับจากคนรอบข้าง ก็พลันหายไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่าความรู้สึกที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ได้หายตามไปด้วยเช่นกัน จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผลสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จะออกมาว่าคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมีความเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิงที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าเพศชายในทุกช่วงอายุ การรับมือเมื่อเข้าสู่ภาวะต่างๆ จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่จะทำให้ทั้งผู้สูงอายุและคนรอบข้างเข้าใจกันมากขึ้น เพื่อที่จะก้าวให้ผ่านวิกฤตนั้นไปได้ โดยที่กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้น้อยที่สุด ภาวะอารมณ์ของคนที่อยู่มานาน การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหัน ทำให้การปรับตัวอาจจะยังไม่เข้าที่ ส่งผลให้อารมณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดอาการทางอารมณ์ของผู้สูงอายุนั้น มีตั้งแต่เครียด ซึมเศร้า และหงอยเหงาแต่ในบางครั้งก็หงุดหงิดง่าย ไปจนถึงกังวลใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้เอาแต่ใจเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดังนั้นการปรับอารมณ์ดีต้องแก้ที่ใจ โดยพยายามมองโลกให้บวก ทำใจสบายๆ หากิจกรรมที่สามารถทำได้นานๆ หรือกิจกรรมใหม่ๆ น่าสนใจ อีกสิ่งคือการลองกลับไปลองเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ด้วยการสังสรรค์กับเพื่อนหรือเฮฮากับลูกหลานพยายามพูดคุยกับคนในครอบครัวเมื่อไม่สบายใจหรือปรึกษาคุณหมอหากลูกหลานไม่มีเวลาก็ได้ค่ะ ภาวะสมองไม่ยอมตามเทรนด์ ภาวะทางความคิดของคนวัยชราที่มักเห็นกันบ่อย คือการไม่ยอมรับในความคิดใหม่ๆ เพราะเคยชินและฝังใจในความคิดเดิมที่เคยเป็นมา ผนวกกับวิธีใช้ชีวิตที่ร่างกายแกมบังคับให้ช้าลง […]

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อของผู้สูงวัย อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก!

ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรละเลย สำหรับ  “อาการท้องอืดท้องเฟ้อ” ในคนสูงวัย เพราะนอกจากรบกวนการใช้ชีวิตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของลำไส้ซึ่งมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ลดน้อยลง กระทั่งพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ที่มีแก๊สสูง ทำให้เกิดภาวะท้องอืด สาเหตุของอาการท้องอืดและท้องเฟ้อในผู้สูงอายุมาจากการที่ลำไส้บีบตัวได้น้อยลง เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นย่อมทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานได้ลดลง และส่วนหนึ่งมาจากการกินอาหารที่มีแก๊สในปริมาณสู  เช่น อาหารกลุ่มโปรตีนอย่างถั่วหรือน้ำอัดลมรวมถึงบริโภคอาหารในกลุ่มที่ย่อยยาก เช่น เนื้อแดง (ผู้สูงอายุสามารถบริโภคเนื้อแดงได้ แต่ควรหั่นให้ชิ้นเล็ก อีกทั้งต้องเคี้ยวให้ละเอียด) และอย่างที่เรียนไปว่า เมื่ออายุมากขึ้น เอนไซม์ช่วยย่อยทำงานลดลง อีกทั้งกรดและด่างในกระเพาะอาหารก็ทำงานผิดเพี้ยนไป ประสิทธิภาพการช่วยย่อยก็ลงน้อยลงเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักๆ ของปัญหาดังกล่าว อุปนิสัยการบริโภคอาหาร สิ่งนี้มีส่วนมำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ คือผู้ที่รับประทานอาหารอย่างรวดเร็ว จะด้วยสาเหตุเพราะหิวมาก หรือต้องการรีบไปทำอย่างอื่น หรือสาเหตุอื่นใดก็ตาม ทำให้การบดเตี้ยวอาหารไม่ทั่ว หรือรีบๆ กลืน รีบๆ นำอาหารเข้าปากเป็นเหตุให้อาหารได้รับบดเตี้ยว อย่างงหยาบๆ เมื่อกลืนลงไปสู่กระเพาะอาหาร เป็นภาวะที่กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักย่อยอาหารบางชนิดไม่ได้หมด อาจมีการตกค้างหรือคั่งค้างงของอาหารจนเกิดการหมักหมมมื้อแล้วมื้อเล่า การคั่งค้างของอาหารและหมักหมมต่อเนื่อง ทำให้เกิดแก๊สหรือลมในกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น ซึ่งแสดงอาการออกมาในลักษณะท้องอืด แน่นท้อง ท้องเฟ้อ บางครั้งเรอเปรี้ยว หากมีอาการเล็กน้อยอาจรับประทานยาลดกรด ยาธาตุน้ำแดง ยาขับลมซึ่งมีอยู่ในยาชุดสามัญประจำบ้าน งดอาหารย่อยยากทุกชนิดในระยะที่เริ่มมีอาการ กินอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง […]

การควบคุมน้ำหนักของผู้สูงวัยให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคือสิ่งสำคัญ!

สิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุ “อ้วน” นั่นเพราะเกิดจากพฤติกรรมในการกินอาหารจนเกินอิ่ม กินอาหารจำพวกแป้งง ไขมันมาก และที่สำคัญคอไม่ค่อยออกกำลังกาย และสิ่งที่ทำให้อ้วนมากที่สุดก็คือการเสียดายอาหารที่เหลือต้องกินต่อจนหมด นี่คือสัญญาณเริ่มแรกของโรคอ้วนและโรคอื่นๆ ที่แฝงมาอย่างไม่รู้ตัว อาหารกับวัยผู้สูงอายุ อาหารมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของคนเรา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ตาม ยิ่งถ้ามีภาวะทางโภชนาการที่ดี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง การเปลี่ยนแปลงสภาวะในร่างกายก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ถ้ามีภาวะโภชนาการไม่ดี มีน้ำหนักที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมหรือแก่เร็ว ดังนั้น เราจึงควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การกินอาหารครบ 5 หมู่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกวัย โดยเฉพาะวัยผู้สูงอายุที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และสร้างภูมิต้านทานโรค ซึ่งนอกจากจะให้กินอาหารครบ 5 หมู่และควบคุมเรื่องปริมาณของอาหารแล้ว ยังต้องเลือกชนิดของอาหารให้เหมาะสมด้วย เช่น นมที่ให้ดื่ม ก็ควรเป็นนมไขมันต่ำ เพื่อจำกัดปริมาณไขมัน และโคเลสเตอรอล ส่วนเนื้อสัตว์ ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย เช่น เนื้อปลา ส่วนเนื้อสัตว์ปีก เช่น เนื้อไก่ อาจต้อลลดปริมาณลงบ้าง เพื่อป้องกันการได้รับกรดยูริคที่มากเกิน ซึ่งอาจนำไปสู่โรคข้ออักเสบ หรือโรคเก๊าได้ วิธีควบคุมน้ำหนัก โดยธรรมชาติแล้วเมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุอาจมีน้ำหนักลดลงบ้าง แต่ไม่ควรเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวเดิมในระยะเวลา 6 เดือน แต่ในกรณีน้ำหนักเกินอยู่แล้ว ควรจะลดน้ำหนักให้อยู่ในระดับพอดี […]

ประโยชน์ของกิจกรรมทางกายที่ช่วยผู้สูงวัยมีชีวิตบั้นปลายแบบคุณภาพ

สภาพของครอบครัวในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จากความเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกในบ้านหลากหลายวัย ก็เปลี่ยนไปสู่ครอบครัวเดี่ยวที่มีเพียงสมาชิกไม่กี่คน โดยเฉพาะในสังคมเมืองที่ค่านิยมทำให้ลูกหลานหลังจากที่แต่งงานแล้วต้องแยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหาก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องอาศัยอยู่ตามลำพังในบั้นปลายของชีวิต แต่การที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุวิธีการเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือเริ่มต้นจากการดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่ในบ้านของเราก่อนหน้าเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่ลูกหลานอย่างเราๆ สามารถทำได้ เพราะสถาบันครอบครัวก็คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ลองไปดูกันว่า ทำอย่างไรผู้สูงอายุในบ้านของเราจะสามารถใช้ชีวิตอยูได้อย่างมีความสุข สร้างความสัมพันธ์ผูกมิตรทั้งในและนอกบ้าน ถึงแม้ว่าการทำกิจกรรมเล็กน้อย แต่ก็มีประโยชน์การให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมในบ้านที่ไม่หนักเกินไปมีความรับผิดชอบเล็กๆ น้อยๆ ทำให้ลูกหลานเห็นความสำคัญของท่านในการช่วยแบ่งเบาภาระภายในบ้านได้ ตัวอย่างกิจกรรม เช่น ช่วยดูแลลูกหลานเป็นครั้งคราวเพราะให้การเลี้ยงดูเด็กเต็มเวลาอาจเป็นเรื่องหนักเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ควรจะเป็นหน้าที่ง่ายๆ อย่างการช่วยจัดเตรียมอาหารหรือทำอาหารบางมื้อ ดูแลสัตว์เลี้ยง หรือรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน ผลการสำรวจกิจกรรมทางกายในผู้สูงอายุโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ผู้สูงอายุไทยกว่าร้อยละ30 มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและภาวะเสื่อมถอยของผู้สูงอายุ ประโยชน์จากการมีกิจกรรมทางกาย ยังได้ช่วยชะลอภาวะโรคจากความเสื่อม เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความยืดหยุ่นของข้อต่อร่างกาย รวมถึงการทำงานของสมอง เพิ่มความคิด ความจำ และความกระตือรือร้น ลดภาวะสมองเสื่อม และภาวะซึมเศร้าที่สำคัญทำให้ท่านรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อครอบครัว มีความมั่นคงในชีวิตว่าลูกหลานจะไม่ทอดทิ้ง และช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย พบปะเพื่อนเกลอ ออกไปเจอญาติสนิท เวลาที่ลูกหลานออกไปเรียนหนังสือหรือทำงาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพังกว่าที่สมาชิกในบ้านคนอื่นๆ จะมีปฏิสัมพันธ์ได้ก็ต้องรอถึงเวลาเย็นย่ำ หากเป็นอย่างนี้ทุกวันอาจส่งผลต่อภาวะจิตใจของผู้สูงอายุ หรือถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษ ลูกหลานควรจัดสรรเวลาพาท่านไปพบปะญาติสนิทมิตรสหายเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง การที่ผู้สูงอายุได้พูดคุยกับคนวัยเดียวกัน ได้ย้อนความหลังถึงเรื่องในอดีตหวนคิดถึงความสุขกับเพื่อนๆ เมื่อครั้งก่อนถือเป็นยาดีที่ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ละจากความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี […]

keyboard_arrow_up