เรียนรู้เรื่องอารมณ์ที่มีผลกับร่างกาย และควรรู้ไว้ว่าอารมณ์ใดทำให้เกิดโรคใด?

ระดับอารมณ์ของคนเราเป็นตัวบงการสำคัญให้ร่างกายกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมา ส่งผลไปถึงจิตใจที่มักแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ จากอารมณ์หนึ่งไปอีกอารมณ์หนึ่ง เป็นอย่างนี้ไปตลอดวัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่าอารมณ์มีผลต่อสมองและร่างกาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเวลาคนมีอารมณ์ตื่นเต้นตกใจ ร่างกายจะมีพลังมากกว่าปกติ เราคงเคยได้ยินว่าเวลาที่ตกใจเมื่อเกิดไฟไหม้สามารถแบกของหนักออกมาจากบ้านได้ แต่พอเหตุการณ์สงบแล้วแบกของกลับเข้าบ้านไม่ได้ นั่นเป็นเพราะตอนที่มีอารมณ์ตกใจสมอง จะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่มีบทบาทในการสั่งให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อมากกว่าที่อื่นนั่นเอง ในความเป็นจริงถ้าเราตกใจแบบนี้อีก กลไกแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก เกิดขึ้นเองโดยเราไม่ต้องสั่ง หรือเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวและเลือกไม่ได้ มันจะเกิดขึ้นเองตามอารมณ์ที่เรามีนั่นหมายความว่าเมื่อไรที่ตกใจ เมื่อนั้นร่างกายจะตอบสนองการตกใจด้วยกลไกแบบนี้เสมอ  ไม่ใช่แค่อารมณ์ตกใจเท่านั้นที่ร่างกายตอบสนอง ร่างกายตอบสนองทุกอารมณ์ที่เรามี แค่ด้วยปฏิกิริยาที่ต่างกัน ดังนั้นอารมณ์นี่ล่ะที่เป็นต้นเหตุให้สมองหลั่งฮอร์โมนตัวใดตัวหนึ่งออกมา และร่างกายแปรเปลี่ยนไปตามที่ฮอร์โมนตัวนั้นควบคุมอยู่ เมื่ออารมณ์เป็รเสมือนตัวการสั่งงานให้สมองสั่งร่างกายให้ทำงานแบบอัตโนมัติ อารมณ์จึงเป็นนายเหนือร่างกาย เราอยากให้ร่างกายแข็งแรงเราต้องมีอารมณ์ที่สั่งให้ร่างกายทำเช่นนั้นได้ การที่เราจะสร้างอารมณ์ใดขึ้นมาได้อย่างใจนั้น เราต้องฝึกหัด ฉะนั้นอยากมีสุขภาพดีเราต้องฝึกจิตให้เข้มแข็ง จะได้ควบคุมอารมณ์ได้ดังใจมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เราต้องฝึกหัดไปเรื่อยๆ >>อารมณ์ใด…ทำให้เกิดโรคใด<<   อารมณ์ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ใด การตอบสนองของร่างกายต่ออารมณ์ต่างชนิดกันจะมีผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายไม่เหมือนกัน การแพทย์แถบเอเชียของเราเรียนรู้เรื่องนี้กันมานานแล้ว และจะได้จัดการสรุปผลที่อารมณ์มีต่อร่างกายอย่างเป็นแบบแผนไว้ ซึ่งการแพทย์แผนจีนเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ถ้าอย่างงั้นเราไปดูกันว่าอารมร์ใดมีผลต่ออวัยวะใดกันบ้าง อารมณ์โกรธหงุดหงิด ไม่พอใจ อารมณ์เหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายที่ตับและถุงน้ำดีมากกว่าอวัยวะอื่นๆ ถ้าเรามีอารมร์แบบนี้เป็นประจำ ตับและถุงน้ำดีจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ทำให้เกิดโรคตับขึ้นได้ เมื่อตับเสื่อมเร็ว สุขภาพทั้งร่างกายจะเสียไปด้วยทั้งหมด เพราะตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในการย่อยอาหารและล้างพิษ ถ้าตับทำงานไม่ได้ ร่างกายก็อยู่ไม่ได้ คนไข้ที่เป็นโรคตับจึงต้องแก้ไขรักษาด้วยการลดความโกรธ หงุดหงิดต่างๆ ลงด้วย […]

เหตุที่คนเราป่วยเรื้อรัง เป็นสิวไม่หาย อาจเกิดมาจากภาวะ “ลำไส้รั่ว”

ระบบทางเดินอาหารถือเป็นระบบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ถึงขนาดมีคำเปรียบเปรยว่า “You are what you digest” แปลความหมายได้ง่ายๆ ว่า คุณคือสิ่งที่ร่างกายคุณย่อยนั่นเอง ซึ่งหลายคนคงเคยอ่านเจอคำพูดของนักวิชาการแพทย์ชื่อดังของโลกคือ ฮิปโปคราตีส ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ทุกโรคล้วนเริ่มต้นที่ลำไส้” กันมาบ้าง แต่วงการแพทย์ปัจจุบันอาจจะเพิ่งหันมาให้ความสนใจระบบการย่อยอาหาร เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ โดยดูได้จากเริ่มมีหนังสือเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารตีพิมพ์และเผยแพร่ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นกว่าในอดีต ใครที่มีอาการสิวอักเสบ ผื่นแพ้ตามผิวหนัง แพ้อาหาร ระบบทางเดินอาหารอักเสบ อ่อนเพลีย และมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังมานานชนิดที่ว่ารักษาเท่าไรก็ไม่หายสักที เชื่อหรือไม่ว่าสาเหตุอาจเกิดมาจากความผิดปกติของลำไส้ที่เรียกว่า “ลำไส้รั่ว”  และวันนี้ค่ะ เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับภาวะลำไส้รั่วกัน ว่ามันเกิดจากสาเหตุใด และเมื่อเป็นแล้วเราจะมีอาการอย่างไร พร้อมวิธีการป้องกันและรักษา รู้เอาไว้ก่อนได้เปรียบค่ะ ทำความรู้จักกับ “ภาวะลำไส้รั่ว” ร่างกายของคนเราเปรียบเสมือนบ้านของเหล่าจุลินทรีย์สายพันธ์ต่างๆ จำนวนนับล้านตัว มนุษย์เราเริ่มได้รับเชื้อจุลินทรีย์ตั้งแต่แรกเกิดในขณะเคลื่อนผ่านช่องคลอดของมารดา โดยจุลินทรีย์จากช่องคลอดจะแทรกซึมสู่ทารกโดยอัตโนมัติ เรียกว่าจุลินทรีย์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายมากๆ อย่างหนึ่งโดยเฉพาะในระบบย่อยอาหาร กำจัดกากอาหาร และปกป้องการทำงานของลำไส้ให้เป็นไปอย่างปกติ การทำงานอย่างสมดุลของจุลินทรีย์จะส่งผลให้ร่างกายคนเรามีความสุข อารมณ์แจ่มใส สุขภาพแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง ตลอดจนส่งผลมาสู่ภายนอกนั่นคือมีสภาพผิวหนังที่ดี เป็นต้น แต่จุลินทรีย์ก็มีทั้งชนิดดีและไม่ดี จุลินทรีย์ที่ช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ไม่ให้จุลินทรีย์ไม่ดีมาก่อให้ร่างกายเกิดโรคมากเกินไปมีชื่อว่าโพรไบโอติก ซึ่งหากจุลินทรีย์ชนิดนี้ถูกทำลายไปด้วยเชื้อโรคที่อันตรายทำให้ร่างกายเกิดโรคขึ้นมากมาย สิ่งเหล่านี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบนิเวศน์ในลำไส้เสียสมดุลได้ และหากปล่อยไว้จะกระตุ้นให้เกิด “ภาวะลำไส้รั่ว” […]

ความ “เผลอ” บางประเภท ที่ทำให้(บางครั้ง) คนเราไม่รักตัวเอง!

ที่ผ่านมาเรามักไปอ่านเจอบทความ หรือหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา หรือแม้แต่ฟังนักพูดที่สร้างแรงบันดาลใจหลายๆ คน ที่ส่วนใหญ่มักจะบอกว่าอยากให้ทุกคน “รักตัวเอง” แต่เชื่อหรือไม่ว่าจิตใจของตัวเราเองนี่แหละมันแปลก เราไม่สามารถที่จะสั่งการปุ๊บปั๊บ เหมือนการกดสวิตซ์ไฟแล้วให้การรักตัวเอง เกิดขึ้นได้ทันทีแบบนั้นได้เลย ทั้งๆ ที่เรารู้กันดีว่าการรักตัวเองเป็นเรื่องที่ดีและสมควรทำ แต่บางครั้งเราก็ “เผลอ” คิดลบ เผลอมองโลกในแง่ร้าย หรือเผลอตำหนิติเตียนตัวเอง ลงไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เราไม่รักตัวเองแบบที่ควรจะเป็น ข้อสงสัยที่ว่า เราอยากรักตัวเอง แต่ทำไมบางครั้งเราถึงไม่รู้สึกรักตัวเองเลยนะ? นั่นเพราะเรามีอาการ “เผลอ” ต่างๆ ที่เข้ามาแทรกความรู้สึกของเรานั่นเองค่ะ เมื่อเราเผลอคิดแบบนั้นลงไปความคิดลบๆ ก็จะหลั่งไหลเข้ามาในใจในความคิดของเรา ทำให้เราไม่รักตัวเอง เรามาลองสังเกตดูกันค่ะว่า อาการ “เผลอ” ที่ว่าเรามีอยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็เลิกเผลอได้แล้วค่ะ หันมารักตัวเองดีกว่า “เผลอ” ไม่มั่นใจในตัวเอง เมื่อลองเงี่ยหูฟังดีๆ บางครั้งเราอาจได้ยินเสียงเล็กๆ ในหัวกระซิบมาว่า “เราดีพอแล้วหรอ” “เราคู่ควรกับสิ่งนี้แล้วหรอ” “เราไม่น่าทำสิ่งนั้นได้แน่ๆ” หรือ “เราเนี่ยนะ” นั่นคือเสียงกระซิบของความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หากเราเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบนี้บ่อยๆ เข้าทุกวัน ก็จะทำให้เราเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง จนกลายเป็นความรู้สึกไม่กล้าที่จะมีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ยกตัวอย่าง ถ้าเรามีความรัก แทนที่จะมีความสุขกับชีวิตคู่อย่างเต็มที่ คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็มักจะมีคำถามขึ้นมาบ่อยๆ […]

มาลองทำตัวเป็นผู้นำที่สร้างแรงขับเคลื่อน และผู้จูงใจที่เก่งที่สุดกันดู!

คุณรู้หรือไม่ว่าพลังแห่งการจูงใจสามารถช่วยให้ตัวเราได้สิ่งที่ต้องการได้มากขึ้นและรวดเร็วขึ้นกว่าสิ่งอื่นใดที่เราทำ มันสามารถหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จ กับความล้มเหลวเลยทีเดียว มันสยังหมายถึงความแตกต่างระหว่างความสำเร็จกับความล้มเหลวได้ด้วย มันสามารถรับประกันความก้าวหน้าของตัวเราเอง และทำให้เราสามารถใช้ทักษะและความสามารถด้านอื่นๆ ของตัวเราเองได้ในระดับที่สูงมากที่สุด พลังแห่งการจูงใจของตัวเราจะทำให้เราได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่สมมติฐานที่กล่าวขึ้นมาลอยๆ ค่ะ                         มาลองทำตัวเป็นผู้นำที่สร้างแรงขับเคลื่อน                                    และผู้จูงใจที่เก่งที่สุดกันดู!   คนเรามีทางเลือกสองทาง   ต้องไม่ลืมว่าคนเรามีทางเลือกสองทางเสมอ นั่นคือ เราสามารถจูงใจคนอื่นให้ช่วยเหลือเราเราช่วยพวกเขาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าการปฏิสัมพัน์ทุกอย่างของมนุษย์เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ซับซ้อนของการจูงใจและการใช้อิทธิพลโน้มน้าว โดยที่ไม่รู้ตัวนี้เอง คนเหล่านั้นก็จะเป็นคนที่ถูกจูงใจให้ช่วยเหลือคนอื่นแทนที่จะเป็นคนที่กำลังจูงใจคนอื่นเสียเองอยู่เสมอค่ะ กุญแจสู่การจูงใจ  คนเรามีแรงขับเคลื่อนหลักอยู่สองอย่าง กล่าวคือ ความปรารถนาที่จะได้มากขึ้น และความกลัวการสูญเสีย ความปรารถนาที่จะได้มากขึ้น […]

นอนน้อยแต่นอนนะไม่พอนะคะ…ต้องนอนให้พอนะจ๊ะ จะดีที่สุดจ้า!

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเป็นไปได้ยากที่จะไม่มีความเครียด ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายและจิตใจ เช่น ไมเกรน นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง อีกทั้งความเครียดยังเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งในปริมาณมากเข้าไปในกระแสเลือด ไปส่งผลต่อกระแสเลือดไปส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ เช่น การลดมวลกระดูก ความดันโลหิตสูง กดระบบภูมิคุ้มกันลดการสร้างคอลลาเจนทำอันตรายเซลล์สมอง และการนอนไม่หลับ นอนน้อย นอนไม่อิ่มนี่แหละค่ะ เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเครียด ซึ่งปัญหาจากการนอนดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพคุณภาพชีวิต และการงานของคนเราได้มากที่สุดอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง มีการวิจัยระบุออกมาว่าคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ มีคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี มีปัญหาการนอนน้อยหรือนอนมากเกินไป มีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคนเราอย่างมาก การปรับช่วงการนอนให้หลับลึกและยาวนานขึ้น มีสมดุลการนอนที่ดี เป็นช่วงเวลาที่ดีเหมาะสมและดีที่สุดต่อสุขภาพ ดังนั้น วันนี้เราเลยอยากมาพูดถึงเรื่องนอนๆ ที่มีคุณภาพว่าควรทำอย่างไรกันดีกว่าค่ะ ผลกระทบต่อสุขภาพจากการนอนน้อย นอนไม่หลับ    ความจำถดถอยเร็ว: ช่วงเวลานอนหลับเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่สมองมีการประมวลข้อมูลและบันทึกจดจำข้อมูลใหม่ในทุกๆ วัน ดังนั้น การนอนไม่หลับจึงส่งผลต่อระบบความจำ ทั้งระยะสั้นและความจำเรื่องราวในอดีต นอกจากนี้ ในช่วงนอนหลับลึก สมองจะทำการขจัดสารที่เรียกว่าอมัยลอยด์เบต้า หรือขยะพิษในสมองลดโอกาสการเกิดอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อม นอนไม่หลับ เพิ่มภาวะการเป็นโรคสมองเสื่อมถึง 33% อารมณ์ด้านลบ: การนอนน้อยหรือนอนไม่หลับ นอกจากจะมีผลให่สมองแก่เร็วขึ้น 3-5 ปี ยังส่งผลต่ออารมณ์และระบบความคิดด้านลบ คือ เกิดความคิดฟุ้งซ่าน สับสน […]

ถ้าอยากมีสุขภาพร่างกายดี…ต้องกิน “อาหาร” ที่เหมาะสมกับชีวิต!

การสร้างสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีขึ้นในทุกๆ วันนั้นมีด้วยกันหลายวิธี แต่ถ้าจะให้เลือกวิธีที่สำคัญๆ ที่ใช้กันมานาน และเป็นวิธีหลักๆ ที่คนเราควรต้องใส่ใจและนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดนั่นก็คือ “การเลือกรับประทานอาหารที่ดี และเหมาะสมกับชีวิต” และเมื่อพูดถึงอาหาร ที่ดีคนก็จะต้องนึกถึงคำว่าอาหารสุขภาพ ที่เป็นความเชื่อของสังคมแต่ละยุคสมัยมาช้านาน ดังนั้นสูตรอาหารธรรมชาติจึงมีมากมายเสียจนบางครั้งเราเองยังเกิดความสับสนว่าอะไรคืออาหารสุขภาพกันแน่? อันที่จริงอาหารทุกชนิดมีข้อดีและข้อด้อยต่างกันไป ไม่มีอาหารอะไรที่วิเศษสุดที่จะเหมาะกับร่างกายของทุกคน แต่การจะพิจารณาเรียกอาหารใดว่าเป็นอาหารสุขภาพนั้นจะใช้หลักการที่ทุกคนยอมรับได้ นั่นคือ อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีสารพิษ หรือสิ่งปนเปื้อน เรียกว่าเป็นอาหารที่สะอาด มีคุณค่าครบหมู่ตามที่ร่างกายต้องการ แบบนี้ที่เรียกว่าเป็นลักษณะของอาหารที่ดี และในการสร้างสุขภาพด้วยธรรมชาตินั้นยังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาถึงลักษณะที่คงความเป็นธรรมชาติทั้งในเรื่องของความสดของอาหาร ชนิดของอาหารที่เหมาะสมกับฤดูกาล และยังรวมถึงวิธีกินอาหารให้ได้ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย โดยวันนี้เราเลยอยากมาลงรายละเอียดเกี่ยวกับอาหารที่เราควรกิน เพื่อสร้างสุขภาพร่างกายที่ดี อาจจะเป็นแนวกว้างๆ ไม่ลงรายละเอียดมากนัก แต่เมื่ออ่านแล้วคุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่าอาหารที่ควรเลือกหามากินต้องมีลักษณะอย่างไร                 ถ้าอยากมีสุขภาพร่างกายดี…ต้องกิน “อาหาร” ที่เหมาะสมกับชีวิต! >>อาหารที่มีสารพิษน้อย<< เราควรกินพืชผัก ผลไม้ ตามธรรมชาติที่ปลอดสารพิษ หรือผักที่ปลูกและดูแลโดยไม่ใช้สารเคมี ถ้าเป็นผักพื้นบ้านตามรั้วได้จะยิ่งปลอดภัย ผัก ผลไม้ที่ปลูกโดยใช้สารเคมีไม่ถือว่าเป็นอาหารสุขภาพ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องล้าง ทำความสะอาดให้ปลอดสารพิษมากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่อย่างนั้นเราจะได้รับสารพิษเข้าไปโดยตรง การกินอาหารตามร้านอาหารทั่วไปจึงไม่อาจแน่ใจได้ว่ามีสารพิษมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นถ้าเลือกอาหารและปรุงได้เองก็จะดีมาก […]

ใครไม่เชื่อต้องพิสูจน์…ลองทำ 10 สิ่งนี้ รับรอง “ชีวิตดี” ขึ้นทุกวัน!

คุณเชื่อไหม? ว่าลมหายใจที่เข้าออกสามารถบอกได้ว่าคุณกำลังมี “ความสุข” หรือ “ความทุกข์” ใครเคยลองสังเกตดูชีวิตของตัวเองบ้างหรือไม่ว่าตลอดเวลาของชีวิต สิ่งที่เราต้องการก็แค่ มีชีวิตที่ดี และมีความสุขในทุกๆ วัน บางคนก็ได้รับมันไปโดยง่าย บางคนนี่แทบจะทั้งชีวิตไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำกับคำว่า “ชีวิตดี และมีความสุข” มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันมากเหลือเกิน หลายคนจึงมองว่าการทำให้ชีวิตดี ทำให้ตัวเองมีความสุขมันเป็นเรื่องยากนักหนา ทั้งที่จริงแล้วเปล่าเลย สิ่งที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นมันอยู่ใกล้เราแค่ปลายจมูกนี่แหละค่ะ เหลือบตามองนิดเดียวเราก็เจอแล้ว แต่คนเรามักจะมองหาอะไรที่มันไกลตัวอยู่เรื่อย วันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปลองทำสิ่งดีๆ 10 อย่าง ที่รับรองว่าทำแล้วชีวิตจะดีขึ้น ขอเพียงคุณพอใจในสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น คุณจะไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการไล่หาความสุข ไม่ต้องไขว่คว้าสิ่งงที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้มันอยู่กับเราตลอดเวลาอยู่แล้ว มาค้นหามามองเห็นมันให้เจอกันดีกว่าค่ะ                                    ลองทำ 10 สิ่งนี้ รับรอง “ชีวิตดี” ขึ้นทุกวัน! >>เปิดใจให้กว้างมองดูสิ่งที่อยู่รอบตัว […]

5 คำว่า “ไม่” ที่เชื่อเถอะว่าทำแล้ว ชีวิตคุณจะมีความสุขมากขึ้น!

เราต่างก็รู้กันดีว่าชีวิตมันไม่ยาก แต่มันก็ไม่ง่ายเลย มีสิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้มาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และการเรียนรู้นี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไป คือ อะไรก็ตามที่เราคิด หรือเราอยู่กับมันนานๆ สุดท้ายมันจะกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราเป็นคนยังไง ซึ่งทุกคนก็คงอยากที่จะประสบความสำเร็จ มีความสุข กันใช่ไหมล่ะคะ มันอยู่ที่วิธีการคิดอย่างไรที่จะให้ได้ผลลัพธ์แบบที่ต้องการ อันนี้แหละที่ยาก เราต้องหมั่นเรียนรู้และอยู่กับสิ่งที่เราอยากให้มันเกิดขึ้น เช่นเราอยากมีความสุข เราต้องเรียนรู้สิ่งที่ทำให้ไม่เกิดความทุกข์ขึ้นมาก่อน เป็นต้น เอาเป็นว่าเพื่อให้ชีวิตของทุกคนได้ก้าวไปได้อย่างมั่นใจ สามารถขจัดปัญหาและอุปสรรค ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้สำเร็จทุกประการ เรามาเริ่มทำความเข้าใจในการทำสิ่งที่ไม่ทำให้เกิดทุกข์กันดีกว่าค่ะ กับคำว่า “ไม่” ไม่อะไรก็ได้ที่ไม่ทำแล้วชีวิตจะสุขขึ้น เมื่อไม่ทุกข์ก็สุขแล้วล่ะค่ะ แต่จะสุขมากสุขน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองแล้วล่ะ “ไม่” ยุ่งกับชีวิตคนอื่น การไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น เป็นหลักคำสอนที่ทางศาสนาแทบจะทุกศาสนา เป็นศีลธรรมข้อหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราเคยได้ไปอ่านเจอข้อความที่มีนักธรรมทานนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่ คนเราธรรมดามักจะดูแต่คนอื่น 90% และมักจะดูตัวเองแค่ 10% นั่นแสดงให้เห็นว่าคนเรามักคอยจะดูแต่ความผิดพลาดของคนอื่น คิดแต่จะมองความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดและแก้ไขคนอื่น แต่ถ้าลองทำกลับกันลองมองคนอื่นแค่ 10% แล้วพิจารณาตัวเองเป็น90%  แบบนั้นน่าจะทำให้ชีวิตเราดีและมีความสุขขึ้น อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นมาก ยุ่งเท่าที่จำเป็น เรียนรู้ใจตัวเองให้มาก อย่างเวลาทำงานถ้าต้องยุ่งกับคนอื่นก็ยุ่งแค่ตามหน้าที่ ยุ่งเท่าที่จำเป็น ไม่มีธุระอะไรก็อย่าไปยุ่งกับเขามาก เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทุกวันนี้มันมีแนวโน้มที่จะทำให้เราต้องเข้าไปยุ่ง ไปรับรู้เรื่องคนอื่นมากขึ้น เพราะเราต้องพบปะผู้คน พูดคุย […]

รู้ให้ลึก! กับอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใครที่เป็นบ่อยยิ่งควรต้องรู้

อาการท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นอาการเดียวกันแต่อาจเรียกได้หลายชื่อ เป็นการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุหลักๆ จากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือรับประทานอาหาร เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาหารหมักดองที่อาจปนเปื้อน เชื้อโรคที่ทำให้ท้องเสีย อุจจาระร่วง หรือพูดง่ายๆ คือร่างกายเกิดความผิดปกติในการถ่ายอุจจาระ ตามปกติ ซึ่งแต่ละคนจะมีจำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระในแต่ละวันไม่เท่ากัน บางคนอาจจะถ่ายวันละ 2 – 3 ครั้ง ในขณะที่บางคน 2 – 3 วันจึงจะถ่ายสักครั้ง ท้องเสียจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำที่บ่อยขึ้น อาจจะมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน โดยอาการนำของการเกิดท้องเสียก็คือ ลำไส้จะมีการเคลื่อนไหวหรือบีบตัวอย่างมาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ถ่ายง่าย และอ่อนเพลียเมื่อมีการถ่ายบ่อยครั้งขึ้น ผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจเกิดคำถามว่าแล้วถ่ายอุจจาระเหลวกี่ครั้ง จึงควรไปหาหมอ หรือควรไปโรงพยาบาล ในกรณีนี้อาจจะต้องดูว่าอาหารถ่ายเหลวที่บอกนั้นมีอาการปวดท้องด้วย คาดว่าอาหารเป็นพิษ บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย หากสิ่งที่ถ่ายออกมาเป็นพิษหรือเรียกแบบบ้านๆ ว่าผิดสำแดง ออกจนหมดใน 1-2 ครั้ง อาการถ่ายเหลวจะหยุด อาการเช่นนี้มักไม่เกี่ยวกับเชื้อโรค ที่ก่อให้เกิดอาการอุจจาระร่วง […]

“ภูมิแพ้” แม้จะรักษาไม่หายขาด แต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

ปัจจุบันอัตราความชุกของ “โรคภูมิแพ้” มีแต่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ดูได้จากคนรอบๆ ตัวเรา สักเกตดูสิคะว่าบางคนเป็น คนที่ไม่เคยเป็นหรือป่วยอะไรเลย แต่จู่ๆ ก็กลับมาเป็นภูมิแพ้กันได้ง่ายๆ ซะอย่างนั้น และเมื่อเป็นแล้วก็จะเป็นแบบเรื้อรัง เป็นนาน บางคนก็อาจเป็นตลอดชีวิต ทำให้บั่นทอนสุขภาพ และการใช้ชีวิตอย่างมาก บางคนมักพูดว่าภูมิแพ้เป็นโรคของผู้ดี แบอะไรนิด อะไรหน่อยก็แพ้ ฟังแบบนี้แล้วรู้สึกเห็นใจคนที่เป็นภูมิแพ้มากๆ เลยล่ะค่ะ เชื่อเถอะว่าเค้าก็ไม่ได้อยากเป็นหรอก…ทางที่ดีหันมาเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รักษาระบบภูมิคุ้มกันให้อยู่ในภาวะสมดุล ดูแลร่างกายดีๆ เชื่อว่าจะไม่มีคำว่าแพ้ มีแต่ชนะ แน่นอน! วันนี้เรามาทำความเข้าใจ มาทำความรู้จักกับเจ้าโรคภูมิแพ้กันให้ลึกซึ้งกันดีกว่า เพราะมแน่ว่าสักวันอาการนี้อาจเกิดขึ้นกับเรา หรือคนใกล้ตัวเราได้ หรือใครที่มีคนใกล้ตัวที่เป็นอยู่จะได้เข้าใจว่ามันเกิดจากอะไร อย่างที่บอกว่าไม่มีใครอยากเป็นหรอกค่ะ เพราะเป็นแล้วอาการมันน่ารำคาญต่อการใช้ชีวิต เกิดอะไรแปลกปลอมนิดหน่อยก็มีเอฟเฟคต่อร่างกายซะแล้ว ถ้าอย่านั้นไปดู และไปทำความเข้าใจ จะได้เข้าในคนที่เป็นมากขึ้น โรคภูมิแพ้ที่ไม่ได้เกิดจากภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง โรคภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดว่าสิ่งแปลกปลอมบางอย่างที่เข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นอันตราย จึงตอบสนองโดยการผลิตสารภูมิต้านทานขึ้นเพื่อกำจัดและทำลายสิ่งแปลกปลอมนั้น เช่นเดียวกับการตอบสนองเมื่อมีเชื้อแบคทีเรีย ปรสิตหรือไวรัสเข้าสู่ร่างกายทั้งๆ ที่อาจเป็นแค่ฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น หรือการเปลี่ยนแปลงของอากาศเท่านั้น เช่น คนทั่วไปสูดฝุ่นละอองเข้าไปจะเกิดอาการน้ำมูกไหล คันจมูก คันตาหรือมีอาการหอบหืด เป็นต้น โรคภูมิแพ้จึงเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานตอบสนองไวเกินไป ซึ่งผิดกับความเชื่อของคนทั่วไปว่าโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลงหรือน้อยลงนั่นเองค่ะ โรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง […]

มาลองเป็นผู้มองโลกในแง่ดีแบบ “ลบ” อาจทำให้คุณกลายเป็นนักคิดที่เหนือชั้น

วันนี้เราจะขอพูดถึงคุณสมบัติสำหรับความสำเร็จ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของคนเราได้ จากการมองโลกในแง่ดี คนที่มองโลกในแง่ดี มักมีความคาดหวังในเรื่องความสำเร็จที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนความจริงเท่าไรนัก ด้วยเหตุผลนี้พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลองทำสิ่งต่างๆ มากมาย หลากหลาย โดยไม่เสียกำลังใจ นอกจากนั้น เนื่องจากการที่พวกเขามีทัศนคติในทางบวกอย่างไม่ตั้งอยู่บนความเป็นจริง พวกเขาจึงเต็มใจที่จะลุยไปข้างหน้ายาวนานกว่าคนทั่วๆ ไป จึงพูดได้ว่าการมองโลกในแง่ดีเป็นคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมที่จะอยู่ได้นานตราบที่คุณควบคุมมันอยู่ แต่เราอยากจะบอกคุณๆ ทั้งหลายว่า การที่คนคนนึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต หรือในเรื่องต่างๆ ได้ คุณต้องเดินทางสายกลางด้วยการมองโลกทั้งในแง่ดี และมองโลกในแง่ลบด้วย คุณต้องมีความกระตือรือร้นที่จะใส่ใจเรื่องที่ทำ แต่คุณต้องมองในแง่ร้ายบ้าง คิดในทางวิพากษ์บ้าง สงสัย และดูว่ามีทางใดบ้างที่คุณจะเสียหายจากการคิดและทำด้วยเช่นกัน ฟังมุมมองที่เป็นลบ คุณลองพยายามเสาะหาและลองฟังคนอื่นๆ ที่คิดลบหรือคิดต่างจากไอเดียของคุณดูอย่างละเอียดลอง มองหาคนที่คิดแบบลบ เพราะว่ามุมมองของพวกเขาเหล่านั้นอาจมีค่ามาก และสามารถรักษาบางสิ่งที่คุณคิดว่าดีได้ เพราะบางทีการมองอะไรทุกอย่างเป็นบวกไปเสียหมด ทำให้เรามองไม่เห็นด้านลบที่จะเกิด พอมีคนคิดลบมาแสดงความเห็นคุณสามารถเอามันมาหยั่งดูว่าอะไรที่น่าจะเป็นจริงมากกว่ากันในการกระทำสิ่งนั้นๆ เป็นต้น เราสามารถเอากลับมาคิดเอามาทบทวนดูได้ เพราะเป็นอีกแง่มุมที่มีคนมองต่างจากเราค่ะ ประเมินค่าอย่างตรงไปตรงมา เมื่อคุณคิดทบทวน ลองประเมินและวิเคราะห์หรือลองมองบางสิ่งในแง่ร้ายดูแล้ว บางทีเราอาจจะพบข้อบกพร่องมากมายในการจะลงทุนหรือทำสิ่งต่างๆ ของเรา มันอาจจะรักษาทรัพย์สินของเราเอาไว้ได้เป็นล้านๆ ในอนาคต ซึ่งเราเองก็อาจจะคิดวิพากษ์แบบนี้เอาไว้ก่อนได้เช่นกัน เปิดความคิดจิตใจให้กว้างเข้าไว้ สิ่งที่บอกไปอย่างหนึ่งที่ห้ามเลยคือการอย่าปล่อยให้ตัวเองถูกครอบงำด้วยคนที่คิดในทางลบ หรือความคิดในทางลบของเรา แค่เอามุมมองมาพิจารณาบ้างตามวาระเวลาอย่างที่บอกไปเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดควรฟังสัญชาตญาณของตัวเอง บางครั้งมันไม่มีเหตุผล แต่เชื่อเถอะมันย่อมส่งผลอะไรสักอย่างแน่นอน คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแท้จริง นอกจากต้องหัดมีมุมองที่แตกต่างไปจากคนอื่นบ้างแล้ว […]

การคิดและทำอย่างคนที่ประสบความสำเร็จทำ นั่นคือ “การยอมรับตนเอง”

การยอมรับตนเองนั้น เชื่อว่าคนเราเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นทารกอยู่นั่นเองค่ะ ด้วยจากอิทธิพลของพ่อแม่ พี่น้อง และคนใกล้ชิดอื่นๆ โดยระดับการยอมรับตนเองนั้นเราสามารถวัดได้มาจากความรู้สึกดีที่คุณได้รับการยอมรับจากคนที่อยู่ใกล้ชิดและแวดล้อมตัวคุณดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทัศนคติที่คุณมองตนเองมีผลส่วนมาก มาจากทัศนคติที่คุณคิดว่าคนอื่นๆ มีต่อคุณ เมื่อคุณเชื่อว่าคนอื่นคิดในทางดีกับคุณ ระดับการยอมรับและนับถือตนเองที่คุณมีต่อตัวเองจะสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง ก็คือการเข้าใจตนเองและความรู้สึกของตนเองนั่นอย่างไรล่ะค่ะ และนี่แหละคือวิธีคิดหนึ่งที่คนที่เค้าประสบความสำเร็จ เค้าคิดกัน การยอมรับตัวตน ชีวิต และความเป็นจริงของตัวเอง มันอาจฟังดูง่าย หรือบางคนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องยากก็ได้ ในการที่จะยอมรับในตัวตน ในชีวิตที่เราเป็นอยู่ บางคนอาจเบื่อหน่ายกับนิสัยบางอย่างของตัวเอง บางคนอาจไม่ชอบสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่กำลังเจออยู่กับตัวเองในตอนนี้ หรือบางวันคุณอาจไม่ชอบลักษณะหรือแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาก็มี มันเป็นเรื่องปกติมากค่ะ ที่คนเรามักจะไม่พอใจตัวเอง ชอบวิจารณ์ตัวเอง อย่างไรก็ตามเราควรต้องหาวิธีที่จะยอมรับตัวตนและชีวิตของตัวเองให้ได้ ซึ่งวิธีการมันก็มีอยู่นะคะ อยู่ที่ว่าคุณพร้อมเปิดใจที่จะทำและคิดตามนี้หรือเปล่าเท่านั้น เราลองไปดูกันว่า การยอมรับตนเอง ที่ดีนั้นควรทำอย่างไร ทำความเข้าใจว่าสิ่งใด หรืออะไรทำให้เราเกิดความรู้สึก การพัฒนาตนเองให้ยอมรับตนเองก็คือ การรู้ตัวเอง เมื่อคุณเปิดใจว่าคุณคิดและรู้สึกอย่างไรจริงๆ กับใครบางคน จะทำให้คุณสามารถรู้ตัวเองว่ากำลังคิดและเกิดอารมณ์ชนิดใดบ้าง หากอีกคนหนึ่งนั้นเพียงนั่งฟังอย่างเดียวโดยไม่ให้ข้อคิดหรือวิจารณ์ใดๆ คุณก็จะรู้ตัวว่าคุณเป็นอย่างไรและทำไมจึงทำสิ่งต่างๆ เช่นที่ทำ คุณจะเริ่มพัฒนามุมมอง ความหมาย อย่างที่ในศาสนาพุทธเรียกว่า การปล่อยวางนั่นแหละค่ะ อนุญาตให้แสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิต คุณลองเปิดใจและเปิดตัวเองเพื่อที่จะยอมรับตนเองอย่างแท้จริงดู หรือสิ่งยุ่งยากใจจากสิ่งต่างๆ ที่อาจเคยเกิดขึ้นกับคุณมาก่อนในอดีตนั้น คุณต้องสามารถพูดอย่างเปิดใจได้กับคนอย่างน้อยสักหนึ่งคน คุณต้องสามารถยกภูเขาออกจากอกไป […]

อาการ “ไอ” สามารถบอกโรคอะไรได้บ้าง? และควรทำอย่างไร เมื่อถูก “ไอ” รังควาน

“ไอ” มานานทำไมไม่หายสักที? ไอมาตั้งหลายเดือน ทำอย่างไรก็ไม่หาย หรือเป็นๆ หายๆ จะแก้ยังไงดี? คำถามนี้เชื่อว่าหลายคนต้องอยากรู้ เพราะอะไรเราถึงมาพูดเรื่องนี้ก็เพราะว่าคนที่อยู่รอบๆ ตัว ทั้งพี่น้อง หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน หลายๆ คนมีอาการไอกันเยอะมาก บางคนเราเห็นว่าไอมาตั้งนานยังไม่หายสักที มีบางคนพูดด้วยว่า เค้าต้องไอถึง 100 วัน กว่าจะหาย ห๊า! ไออะไรตั้ง 100 วัน เฉลี่ยนี่คือ สามเดือนเลยนะคะ โหดร้ายมากกับร่างกาย เวลาใครไอทีจะท้อแท้ เพราะรู้เลยว่าอาการอื่นหายง่าย แต่ถ้าเกิดไอขึ้นมาเมื่อไรล่ะก็หายช้าตลอดไม่รู้ทำไม! บางคนไออยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นความเคยชิน คิดว่าเป็นอาการปกติของร่างกายคนเรา กลายเป็นความเคยชิน หรือชะล่าใจไม่ไปหาหมอ ไม่ไปทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ทำให้อาการทรุดหนักลงกว่าเดิมหรือนำไปสู่โรคอื่นๆ ตามมา ถ้างั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักให้ลึกซึ้งถึงอาการไอๆ ที่หลายคนกำลังพบเจอ พร้อมสาเหตุและวิธีป้องกันและแก้ไขกันค่ะ เผื่อใครลองทำแล้วอาการดีขึ้นจะได้ไม่รำคานใจเวลาต้องไอกันทั้งวัน ทำความรู้จักกับคำว่า “ไอ” ที่แบ่งออกได้หลายชนิด           อาการ “ไอ” เป็นการขับลมผ่านสายเสียงที่ปิด เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจ และยังเป็นกลไกลที่สําคัญของร่างกายในการกําจัดเชื้อโรค เสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ อาการไอจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสิ่งกระตุ้นที่ตัวรับสัญญาณการไอก่อน ซึ่งตัวรับสัญญาณการไอในร่างกายของเรามีตั้งแต่ […]

นอกจากกินแล้วสวย “ธัญพืช” ยังป้องกันได้หลายโรค ทั้งโรคหัวใจ และไขมันอุดตัน

พูดถึงอาหารที่มีประโยชน์ หรือพวกอาหาร ที่ให้คุณค่ากับร่างกาย กินแล้วไม่ต้องกลัวอ้วน ประโยชน์สารพัดแล้วนั้น คำว่า “ธัญพืช” จะต้องเป็นสิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึง ด้วยเพราะประโยชน์นานัปประการในตัวของมันเองที่เราอดที่จะเอามาพูดถึงไม่ได้ เพราะนอกจากให้คุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ธัญพืชบางชนิด ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้ด้วย งั้นวันนี้เราไปทำความรู้จักกันแบบลึกซึ้งกับเจ้าอาหารชนิดนี้กันดีกว่าค่ะ ธัญพืช คือเมล็ดของพืชชนิดต่างๆ ที่นิยมใช้ทำเป็นอาหารมาเนิ่นนาน และได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งวิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ให้โปรตีนสูง และมีไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายพูดถึงประโยชน์ของการทานธัญพืช ว่าช่วยบำรุงร่างกายในด้านต่างๆ ช่วยต้านความเสื่อมถอย ช่วยชะลอวัย ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และลดไขมันในร่างกายได้  ซึ่งการทานธัญพืชให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ต้องทานธัญพืชที่ไม่ผ่านกระบวนการ ขัด สี บด หรือแปรสภาพให้เป็นผง (แป้ง) เพราะธัญพืชเหล่านี้จะสูญเสียคุณค่าทางอาหารไปค่อนข้างมากในระหว่างการแปรรูป การนำธัญพืชเต็มเมล็ดมาประกอบอาหารโดยตรงจึงทำให้ได้รับประโยชน์จากธัญพืชได้มากกว่านั้นเอง ในประเทศไทยเรานั้น มีธัญพืชที่มีประโยชน์มากมาย เรียกว่าธัญพืชไทยมีประโยชน์ไม่แพ้ใคร ซึ่งความจริงธัญพืชพื้นบ้านไทยมีประโยชน์โดดเด่น ไม่แพ้ของต่างชาติเลย เพียงแต่การวิจัยคุณค่าทางอาหารและงานวิจัยธัญพืชแบบเชิงลึกนั้น ยังไม่เกิดขึ้นมากนัก จึงทำให้คนส่วนใหญ่หลงลืมธัญพืชแบบไทยๆ ที่ให้ประโยชน์ไป สำหรับธัญพืชไทยดาวเด่นที่หาซื้อได้สะดวก แต่ให้ประโยชน์ไม่ธรรมดาของบ้านเรา ธัญพืชของไทยหลายๆ ชนิดล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ไม่แพ้ธัญพืชที่นำเข้าจากต่างประเทศ แถมยังมีราคาที่ถูกกว่ามาก ถ้าใครชอบทานธัญพืชชนิดไหนลองหาไปทานกันดู จะนำมาหุงรวมกับข้าวกล้องก็ทานดี ได้ประโยชน์ […]

เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่ทำให้เกิด “ทุกข์”

คนเราเวลาไม่สบายใจก็เป็นทุกข์ เวลาเศร้าโศก เสียใจ ขุ่นเคืองใจ ก็เป็นทุกข์ เชื่อว่าทุกคนไม่อยากจะมีความทุกข์ บางคนทุกข์ เสียจนเกิดเป็นความท้อแท้ จนอยากจะถอยหลังหนีปัญหา หรือบางคนก็ตัดสินใจหนีปัญหาที่ทำให้เกิดทุกข์ไปด้วยวิธีผิดๆ ก็มี เราอยากจะบอกกับทุกคนทั้งที่มีทุกข์ หรือไม่มีทุกข์ทั้งหลายค่ะว่าในการจะจัดการกับความรู้สึกต่างๆ ทั้งหลาย เราจะต้องทำความรู้จักกับสิ่งที่จะมารบกวนความสุขเสียก่อน นั่นคือการทำความรู้จักกับทัศนคติต่างๆ ที่ทำให้เราเกิดทุกข์นั่นเอง แน่ล่ะค่ะว่าความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดาของโลกที่ไม่มีใครสามารถที่จะหนีได้พ้น แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงมัน และดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขได้ เพียงแต่ต้องทำความรู้จักกับเพื่อนยากที่มีชื่อเรียกว่า “ความทุกข์” กันเสียก่อน แล้วอะไรบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? คำถามนี้ฟังดูออกจะเป็นในเชิงธรรมะอยู่สักหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็แค่คำถามธรรมดาสามัญในชีวิตของเราเท่านั้น คำถามที่ทุกคนสามารถหาคำตอบได้ง่ายๆ ไม่ยากเย็น เพียงแค่สังเกตไปรอบๆ ตัว เท่านั้น สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะมีทุกข์ หรือมีความสุขนั้นก็คือตัวของคุณเอง แค่ตัวคุณเองเท่านั้น ความทุกข์ทั้งหลายเกิดขึ้นจากตัวเอง มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกที่จะมองหรือรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยทัศนคติแบบไหน จะเก็บเอาสิ่งต่างๆ ทั้งหลายมาก่อให้เกิดเป็นความทุกข์ หรือเลือกที่จะมองสิ่งต่างๆ ในแง่ที่ทำให้เกิดความสุขกับตนเอง มันล้วนขึ้นอยู่กับทัศนคติการมองโลกของคุณ แล้วทัศนคติใดบ้างที่ทำให้เกิดทุกข์? การมองโลกในแง่ลบทั้งหลาย ความรู้สึกในแง่ลบต่างๆ การปฏิเสธ และสิ่งต่างๆ ที่ประกอบไปด้วยคำว่า “ไม่” ทั้งหมดนั่นคือส่วนประกอบหลักของสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ขึ้นได้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามสามารถทำให้เกิดความทุกข์ได้ทั้งนั้น หากว่าคุณไม่รีบปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว การที่คุณมองเห็นเพื่อนร่วมงานคนอื่นได้รับคำชมจากเจ้านายแล้วเกิดความอิจฉา หรือน้อยใจว่าเหตุใดเจ้านายถึงไม่ชื่นชมคุณบ้าง […]

ลองถามใจดูจริงๆ สักที ว่าความต้องการในชีวิตของตัวเองคืออะไร!

การที่คนเราจะรู้ถึงความต้องการจริงๆ ในชีวิตของตัวเองนั้นจะต้องเริ่มจาก “รู้จักตัวเอง” ก่อน หลายคนอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมเราต้องทำความรู้จักกับตัวของเราเองอีก ในเมื่อตัวเราก็ย่อมต้องรู้จักตัวเอง ดีอยู่แล้ว แต่ที่จริงแล้วอาจไม่ใช่แบบนั้น หากคุณเองยังไม่สามารถตอบคำถามถึงความต้องการที่แท้จริงในชีวิตของคุณได้ นั่นย่อมหมายความว่า คุณยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ! ตัวอย่างคำถามที่บางคนยังไม่สามารถตอบเกี่ยวกับความต้องการของตัวเองได้ก็เช่น คุณไม่สามารถตอบได้ว่าการตัดสินใจเลือกที่จะย้ายที่ทำงานเป็นการกระทำที่ถูกต้องจริงแล้วหรือไม่ หรือคุณไม่สามารถจะตอบได้ว่าคุณมีความสุขกับงานที่กำลังทำอยู่อย่างแท้จริงหรือเปล่า แม้กระทั่งบางครั้งคุณก็ไม่สามารถจะตอบได้ว่าทำไมถึงเลือกที่จะเดินมาทางซ้าย แทนที่จะเดินไปทางขวา หรือทำไมถึงรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดูเป็นมิตรมากกว่าอีกคนหนึ่ง เป็นต้น เชื่อว่ามีหลายคนที่ยังไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ด้วยความมั่นอกมั่นใจและเต็มปากเต็มคำนัก การจะเข้าถึงและรู้จักกับตัวตนของตัวเองนั้นแบ่งได้ง่ายๆ เป็นสองทาง คือ การเข้าถึงทางกาย กับการเข้าถึงทางใจหรือที่เรียกกันว่าการเข้าใจนั่นเองค่ะ ในที่นี่เราอยากจะเปรียบจิตใจคนเรากับภูเขาน้ำแข็งเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น คือ อุปนิสัยและการกระทำต่างๆ ที่แสดงออกมาให้คนภายนอกได้เห็นและให้ตัวเราเองได้รับรู้นั้นเป็นเสมือนยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ และถือเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อย เทียบกันไม่ได้เลยกับส่วนที่มหึมาอื่นๆ ของภูเขาน้ำแข็งที่จมซ่อนอยู่ใต้น้ำที่เป็นเสมือนตัวแทนของจิตใต้สำนึกของคุณนั่นเอง มันเป็นจิตใต้สำนึกที่หากคุณอยากจะทำความรู้จัก ก็ต้องพยายามดำลงไปสำรวจดู ซึ่งการสำรวจหรือถามหาจิตใต้สำนึก หรือความรู้สึกจริงๆ ของคุณนั้น บางครั้งก็ต้องอาศัยคำถามกับตัวเอง ด้วยการอาศัยการสังเกตตัวเองยังไงล่ะคะ อย่างแรกที่ต้องสังเกตในการค้นหาตัวเองคือ อุปนิสัยและอารมณ์ของคุณเองในขณะทำสิ่งต่างๆ ลองมองสำรวจความแตกต่างทางอารมณ์ของคุณระหว่างที่ทำกิจกรรมต่างๆ ดู ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ในด้านไหนก็ตาม ที่เราอยากให้ลองเริ่มจากการสังเกตอารมณ์ของตัวเองนั้นก็เพราะว่าอารมณ์เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบกับจิตใจของคนเรามากที่สุด เราจะสามารถรับรู้ และรู้สึกถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพราะอารมณ์เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย ก่อให้เกิดความต้องการกระทำสิ่งต่างๆ เพื่อตอบสนองอารมณ์นั้นๆ ของเรา เช่น เราจะหัวเราะออกมาเมื่อดีใจ ร้องไห้ออกมาเมื่อรู้สึกเสียใจ หรืออาจลงมือชกต่อยคนอื่นเมื่อรู้สึกโกรธ […]

ใครไม่เคยเป็นอาจไม่รู้หรอกว่า…อาการ “นอนไม่หลับ” มันทรมานแค่ไหน!

คุณสาวๆ  รู้หรือไม่คะว่า ความผิดปกติของการนอนไม่หลับที่พบในจำนวนประชากรทั้งโลกแล้วนั้น พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และยิ่งพบมากในผู้สูงอายุผู้หญิงมากที่สุด โดยอาการนอน ไม่หลับนี้ บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็แค่นอนแล้วไม่หลับเท่านั้น เข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ซึ่งอาการนี้เรียกว่าเป็นความผิดปกติของการนอน ซึ่งไม่สามารถนอนหลับได้หรือนอนได้นานตามที่ต้องการ ผลที่ตามมาจะทำให้ร่างกายพักผ่อนได้ไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ อารมณ์หงุดหงิดง่าย และทำให้ระบบในร่างกายเสียสมดุลการทำงาน มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากมายจริงๆ บางคนอาจเกิดข้อสงสัยในตัวเองว่า เอ๊ะ แล้วเรานอนหลับๆ ตื่นๆ นอนน้อยแต่นอนนะเนี่ย เรียกว่าเป็นหนึ่งในอาการนอนไม่หลับหรือเปล่า งั้นเรามาทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน ลักกษณะของอาการนอนไม่หลับคือ เป็น อาการหลับยาก หรือใช้เวลานานกว่าจะหลับ รวมทั้งอาการหลับๆ ตื่น กระวนกระวาย ต้องลุกขึ้นมาเดินบ่อยๆ นอนไม่สนิท ตื่นนอนเร็วมากถึงแม้จะเข้านอนดึก และไม่สามารถนอนต่อได้ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ แสดงว่ากำลังมี “ปัญหานอนไม่หลับ” แล้วล่ะค่ะ เราลองไปดูสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เรานอนไม่หลับกันดีกว่า โดยที่จริงแล้วสาเหตุหลักๆ ถ้าไม่เกี่ยวกับสุขภาพ หรือความป่วยจากร่างกาย มันก็มีอยู่ไม่กี่สาเหตุหลอกค่ะ แต่เมื่อเกิดแล้วก็ทำให้ใช้ชีวิตได้ลำบากทีเดียว เพราะต้องใช้พลังงานในการทำงานหนักด้วย หากปล่อยเอาไว้นานเข้า ร่างกายอาจจะเกิดอาการป่วยได้ เมื่อดูสาเหตุของการนอนไม่หลับที่เราเอามาฝากแล้ว […]

เป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ…คุณรู้หรือไม่ว่า เกิดจากอะไร?

“รำคาญจังเวลาเป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ” ประโยคนี้หลายคนคงเคยประสบพบเจอกันแน่นอน ไม่มีใครหรอกค่ะที่จะอยากเป็น “แผล” เพราะเป็นแล้วแน่นอนต้องเจ็บปวด ไม่มากก็น้อย เมื่อแผลหาย ก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าที่เราเรียกกันว่า “แผลเป็น” ไว้อีกต่างหาก ซึ่งบาดแผลที่พบในปัจจุบันมีทั้งแผลเรื้อรังและแผลเฉียบพลัน สำหรับแผลเฉียบพลันจะหายได้เร็ว ใช้เวลารักษาไม่นาน แต่สำหรับบาดแผลเรื้อรังเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะการรักษาอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แผลเรื้อรังหายได้เร็วยิ่งขึ้น วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “แผล” กันดีกว่าค่ะ มาสำรวจตัวเองกันว่าในร่างกายเราตอนนี้มีแผลกี่แห่ง หรือถ้าใครไม่มีแผลเลยก็ถือว่าโชคดีไป หมั่นดูแลตัวเองดีๆ เพราะเป็นแผลทั้งทีมันไม่สนุกเลยจริงๆ การมีแผลอยู่ที่ผิวหนัง ทั้งเจ็บ และมีอันตรายหากดูแลไม่ดี บางทีแผลเล็กๆ อาจลามลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ไปดูกันค่ะว่าเรื่องแผลๆ นั้นมีอะไรบ้าง การมีแผลจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับความรุนแรงจากการบาดเจ็บ ซึ่งการหายของแผลก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลนั้นด้วย อย่างแผลถลอกก็จะดูแลรักษาง่าย โดยขั้นแรกแค่ล้างสิ่งสกปรก หรือเศษดิน ออกจากแผลเสียก่อน จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าก็อซหรือสำลีที่ทำการฆ่าเชื้อแล้ว จากนั้นใช้ยาทาแผล เช่น เบทาดีนทาบริเวณแผลที่ถลอก ที่สำคัญอย่าให้แผลถูกน้ำซ้ำๆ จะทำให้แผลแฉะ แผลจะหายช้า หรือเน่าเปื่อยได้ง่าย แผลที่ลึกลงไปจนถึงกล้ามเนื้อ สาเหตุจากการได้รับของมีคมบาดหรือได้รับการกระแทกอย่างแรง จนเป็นแผลฉีกขาด แผลชนิดนี้จะต้องได้รับการรักษาด้วยการเย็บบาดแผลที่โรงพยาบาล ถ้าหากแผลกว้าง มีเลือดออกมาก อาจต้องเย็บเส้นเลือดและเย็บปิดปากแผล แผลเย็บเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นแผลที่สะอาด เพราะไม่ได้ติดเชื้อโรคจนทำให้ผิวหนังแตกเป็นแผล […]

keyboard_arrow_up