หลีกเลี่ยงหลุมพราง “การสนทนา” กับประโยคที่ไม่ควรพูด!

คนทั่วไปจะรู้สึกดีกับคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเข้าใจในสภาพที่คนอื่นเจอะเจอ โดยเฉพาะยิ่งมีคำพูดหรือประโยคที่บอกถึงความห่วงใยสื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าคุณเห็นอกเห็นใจเขาและเข้าใจคำพูดของเขาดี เท่ากับว่าคุณชนะใจ และสร้างความยอมรับนับถือจากคนอื่นไปได้เกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณช่วยให้คนคนนั้นรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เขาจึงรู้สึกดีกับคุณ และคำพูดดีๆ ที่มอบให้กันนั้นจะช่วยเสริมให้มิตรภาพยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดไปว่าอะไรที่พูดออกไปแล้วทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดี หรือพูดอะไรแบบไม่ทันฉุกคิด จึงตกหลุมพรางของการสนทนาทำให้จากที่จะสร้างมิตรกลายเป็นสร้างศรัตรูไปเสียอย่างงั้น เชื่อเถอะค่ะว่าเราสามารถชักจูงให้คนอื่นมาชอบเราได้มากขึ้นได้ โดยหนุนให้เขาพูดเรื่องของตัวเอง และตั้งใจฟังเขา ทำแบบนี้เป็นการสร้างมิตรภาพจากการพูดคุยได้ดีที่สุด และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือต้องระวังคำพูดให้ดี เพื่อการสนทนาที่ถูกคอของทั้งสองฝ่าย วันนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะ กับประโยคหรือคำพูดที่จะทำให้คุณตกหลุมพลางเกิดความบาดหมางขึ้นได้ง่ายนั้นมีอะไรบ้าง รู้แล้วก็เลี่ยงเสียดีกว่า เพราะคำพูดมันบอกได้ถึงความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาได้มากกว่ากิริยาและท่าทางซะอีก จำไว้เลยว่าประโยคเหล่านี้ไม่ควรพูด! >>อย่าพูดเรื่องที่ชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกติดลบ << ความรู้สึกด้านลบทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ซึ่งย่อมทำให้เขาชอบคุณน้อยลงด้วย และไม่มีอะไรจะรุนแรงเท่าคำพูดจาแบบดูถูกดูแคลน เพราะอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียหน้า หรือประโยคที่เป็นการต่อว่าก็ไม่ควรพูดออกมาจากปากเช่นกัน ถ้าคนคนนั้นไม่ได้สนิทกับคุณมากๆ หรือถึงแม้จะสนิทมากแค่ไหน แต่บางทีคำพูดแรงๆ เชิงต่อว่าก็อาจทำให้คุณเสียเพื่อนคนนั้นไปง่ายๆ ได้เหมือนกัน หรือหากการพูดคุยแล้วอีกฝ่ายเกิดอาการเงียบก็ไม่ควรไปพูดในเชิงว่าจะไม่คิดแสดงความคิดเห็นอะไรสักหน่อยหรอ ลองเช็กตัวเองดูก่อนพูดออกไป  อีกสิ่งที่สำคัญคือก่อนที่จะพูดคำนี้ สำรวจก่อนดีไหมว่าคุณพูดเพื่ออะไร หากไม่คิดให้กำลังใจก็ไม่ควรพูดมันออกมา คนฟังอาจจะรู้สึกว่ากำลังใจถดถอยลงแค่ไหน ถ้าพูดคำนี้ออกไปแล้วเหมือนเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่เชื่อในเพื่อนของคุณเองแบบนั้นคนฟังย่อมไม่รู้สึกดี และไม่อยากสานสัมพันธ์กับคุณต่อแน่นอนค่ะ >> อย่าพร่ำบ่นถึงปัญหาของคุณ ปัญหาครอบครัว หรือสารพัดปัญหาในโลก << ใครๆ ก็มีปัญหาของตัวเองมากพออยู่แล้ว เขาย่อมไม่อยากรับฟังปัญหาของคุณหรือของคนอื่น หยุดพร่ำบ่นถึงปัญหาที่เจอในชีวิต แล้วใช้เวลาไปกับการหาวิธีแก้ปัญหา เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อที่จะเติบโตจะดีกว่าค่ะ ยิ่งถ้าต้องไปคุยกับคนอื่นด้วยแล้ว […]

คู่มือผู้หญิงฉบับสมบูรณ์ รวมเทคนิคการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเข้างานสังคม

คงมีอยู่หลายครั้งที่คุณเกิดความสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มคนในวงสังคมที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันหมดไปกับการแต่งกายด้วยชุดแปลกๆ เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงต่างๆ หลายคนอาจจะมองว่าการเข้าสังคมจะเป็นเรื่องของคนรวยที่ไม่มีอะไรทำ แต่จริงๆ แล้วงานสังคมมิใช่เพียงแค่งานเลี้ยงที่เป็นที่รวมตัวของบุคคลที่ได้รับเชิญเพื่อมากินดื่มหรือสนทนาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ทว่ามันยังเป็นสถานที่ที่ให้บุคคลที่ได้รับเชิญเพื่อมาดื่มกินหรือ สนทนาเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้บุคคลได้ประกาศความเป็นตัวเอง เป็นสถานที่ที่คนกลุ่มๆ หนึ่งเข้าไปร่วมหรือมีความสัมพันธ์กันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนรวม ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ ที่ดี นอกจากนี้การเข้างานสังคมยังอาจทำให้เกิดความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกันต่อไป เห็นประโยชน์ของการเข้าสังคมหรือการเข้าร่วมงานสังคมกันบ้างแล้วใช่มั้ยล่ะค่ะ เอาเป็นว่าหากใครที่คิดจะไปเป็นสาวสังคม หรือเริ่มอยากเปิดตัวเองให้สังคมได้รู้จักแล้วล่ะก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักนิด เพื่อที่จะได้รู้ว่าการเข้าสังคมต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ถึงจะทำให้เราเป็นที่ชื่นชอบ และชื่นชมของผู้ที่พบเห็น ไปดูเทคนิคสู่การเป็นผู้หญิงฉบับสมบูรณ์กับการปฏิบัติตัวเมื่อต้องเข้างานสังคมที่เราเอามาฝากกันค่ะ >>  รู้จักตัวตนของตัวเอง << เมื่อต้องเข้างานสังคมสิ่งแรกที่คุณจำเป็นต้องทำนอกเหนือจากการหาเครื่องประดับที่เข้าคู่กับเสื้อผ้าคือการทำความรู้จักกับตัวตนของคุณเองเสียก่อน คงไม่มีใครรู้จักตัวคุณได้ดีกว่าตัวของคุณเอง การรู้จักตัวเองทำให้คุณทราบถึงจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายในการออกงานสังคมครั้งนี้ว่าคืออะไร เพื่อความสนุกสนาน เพื่อผูกมิตรกับแขกเหรื่อในงาน หรือเพื่อเหตุผลทางธุรกิจอื่นๆ การทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงในการออกงาน จะทำให้ทราบว่าคุณควรปฏิบัติตัวเช่นไรเพื่อให้จุดประสงค์ดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จ >> รู้จักบุคคล <<   ในการสร้างความสัมพันธ์กับใครสักคน นอกจากจะรู้จักความต้องการหรือจุดประสงค์ของตัวเองแล้ว คุณยังต้องฝึกฝนวิธีการอ่านบุคคลให้ออกอีกด้วย ตรงกับสุภาษิตที่เรามักได้ยินว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” การอ่านบุคคลที่เราปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้ออก รู้ว่าแขกที่มาร่วมงานเป็นใคร ทำงานอะไร หรือมีฐานะทางสังคมเป็นเช่นไร ทำให้เรารู้ว่าแท้จริงแล้วเขาต้องการสิ่งใดจากการสร้างความสัมพันธ์จากเรา ทำให้เราสามารถตั้งรับได้ถูกว่าเราควรปฏิบัติตัวเช่นไรต่อคนคนนั้น ทำให้เราสามารถสานความสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม >> มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี << เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ […]

ซ่อมแซมระบบประสาทให้ทัน…ก่อนเจอภาวะสมองเสื่อม!

จากภาวะความครียดที่เกิดขึ้นจากหลายๆ สิ่ง ทั้งการใช้ชีวิต หน้าที่การงาน ปัญหารอบๆ ตัว ทำให้คนเราคิดมาก คิดหนัก เกิดภาวะเครียด มากขึ้น ทำให้เซลล์ของสมองต้องทำงานหนัก และเริ่มลดประสิทธิภาพลงตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปี เท่านั้น หลายคนอายุไม่มาก แต่หลงๆ ลืมๆ จะพูดอะไรแต่ละทีก็ลืม วางของไว้ตรงไหนก็จำไม่ได้ นั่นแหละค่ะ คุณอาจเจอภาวะที่เรียกว่า “สมองเสื่อม” เอาได้ง่ายๆ วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องราวของระบบสมอง และอาการสมองเสื่อมกันดีกว่า จะได้เอาไว้ดูแลตัวเอง ดูแลคนใกล้ตัว เพราะอย่าลืมว่าไม่มีอะไรทรมานเท่ามีชีวิตอยู่แต่จำเรื่องราวอะไรในชีวิตได้น้อยมาก มันน่าเศร้านะคะ! สมอของคนเราถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญและลี้ลับมากที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ หากสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือบาดเจ็บก็อาจจะส่งต่อร่างกายได้เช่นกัน ภาวะสมองเสื่อม คือ อาการอันเกิดจากความผิดปกติต่างๆ ของสมอง โดยไม่ใช่โรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะ ภาวะสมองเสื่อมส่งผลต่อทั้งความคิด , พฤติกรรม ตลอดจนความสามารถในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันลักษณะอาการของภาวะสมองเสื่อม คือ ไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจาก ความสามารถในการรู้คิดลดลง     การจะสังเกตดูว่าใครเป็นผู้ที่มีอาการทางสมองเสื่อม อาจดูได้จากการที่คนคนนั้นมีความบกพร่องอย่างรุนแรง เช่น ความทรงจำ , ทักษะทางภาษา , ความรู้ความเข้าใจทางด้านข้อมูลข่าวสาร […]

เมื่อประสบปัญหาการเงิน เราควรตั้งหลักด้วยการตั้งสติ!

เชื่อมั้ยคะว่าในชีวิตคนเรานั้นเมื่อเจอปัญหาด้านอื่นๆ เราสามารถจัดการและควบคุมมันได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาเรื่อง “การเงิน” นั้นมักมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้อยู่มาก เช่น มาจากเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายภาครัฐ กลไกการตลาด เป็นต้น สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือ การจับจ่ายใช้สอยส่วนตัวและการบริหารรายได้ ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ดูแล้วพบว่าบางปัญหาที่เกิดจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมเราก็ไม่ควรเคร่งเครียดกับสิ่งเหล่านั้นจนเกินไป ตรงกันข้ามควรจัดการหรือแก้ไขปัจจัยใกล้ตัว เช่น การใช้สอย การออมเงิน และการหารายได้พิเศษ กันจะดีกว่า เราเคยได้ยินกันมาบ่อยว่าเงินทองเป็นของนอกกาย แต่เจ้าของนอกกายสิ่งนี้นี่เองที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นอันดับต้นๆ ในชีวิต โดยเฉพาะของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตมากมาย ที่สำคัญก็คือตราบใดที่ยังต้องสร้างความมั่นคงในชีวิต ความเครียดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็ยังคงอยู่กับเราไปตลอด เมื่อไม่สามารถขจัดความเครียดออกไปได้ ทางออกที่ดีที่สุดคือการจัดการความเครียดให้อยู่หมัดค่ะ วันนี้เรามีวิธีจัดการระบบการเงินที่เป็นทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก เผื่อว่าใครจะลองเอาไปทำตามดู จะได้ลดความเครียดเรื่องการเงินในแต่ละเดือนไปได้บ้าง >> ทำรายรับ-รายจ่าย << ตั้งแต่เด็กเรามักถูกสอนว่าให้ทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าตัวเองใช้จ่ายไปกับสิ่งใดมากที่สุด แต่เมื่อโตขึ้นเรากลับหลงลืม ทั้งที่บัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการเรื่องเงินในชีวิตของทุกคน จะว่าไปบัญชีรายรับ รายจ่าย นั้นก็เปรียบเสมือนกับไดอารี่บันทึกการใช้เงินในแต่ละวัน เพราะตั้งแต่ตื่นมาเราก็ต้องใช้เงินทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าน้ำ ซึ่งการจดว่าเราเสียค่าใช้จ่ายไปกับเรื่องใดบ้างช่วยให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินได้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นเครื่องมือชี้จุดอ่อนด้านการใช้เงินของเราได้เป็นอย่างดี เพราะบางครั้งเรื่องเล็กๆ […]

แจกสูตรเรียกความสดชื่น กระชับความสัมพันธ์รัก เพื่อป้องกันปัญหารักขม!

“ความรัก” เป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมใจจากความทุกข์ ความเศร้าในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการทำงาน ภาวะเศรษฐกิจ หรือเรื่องราวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน และในทางตรงกันข้ามหากความรักที่เรามีดำเนินไปบนความสัมพันธ์ที่ไม่ดี ความรักก็อาจนำมาซึ่งความทุกข์ และความเศร้ามากขึ้นก็เป็นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่มีทักษะหรือประสบการณ์เกี่ยวกับความรักที่ดีพอ ไม่มีวิธีที่จะจัดการกับความรัก ของตัวเองอย่างไรเมื่อมาถึงจุดที่ความสัมพันธ์เริ่มไม่ดีเหมือนเก่า จนนำไปสู่ปัญหาทางจิตใจ ในกรณีที่รุนแรงมากๆ อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายเลยก็มี ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหารักขม รักร้าง รักเศร้า คู่รักจำเป็นต้องหาวิธีเรียกความสดชื่นและกระชับความสัมพันธ์รักให้คืนกลับมา จากคำแนะนำต่างๆ ที่มีตัวอย่างให้เห็น จากเพื่อน จากครอบครัว หรือใครที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มกระชับความสัมพันธ์รักที่กำลังเปราะบางลงอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝาก ลองเอาไปทำตามดู เชื่อว่ารักครั้งนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีไปอีกยาวนานแน่นอน  ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง! >> “ฉันรักเธอ” ประโยคประชับรัก << คุณจำได้หรือไม่ว่าครั้งล่าสุดที่คุณบอกรักคนสำคัญนั้นเมื่อไร? หากจำไม่ได้นั่นแสดงว่าคุณไม่ได้บอกรักคนที่คุณรักนานเกินไปแล้วล่ะค่ะ และเมื่อถึงตอนนั้นคุณก็อาจเก้อเขินเกินกว่าจะเอ่ยคำว่าฉันรักเธออีกครั้ง สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานาน หลายคู่อาจคิดว่ารักนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเอื้อนเอ่ยกันบ่อย หรือการบอกรักเป็นการกระทำที่เหมาะกับหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียว หากคุณคิดอย่างนั้นล่ะก็ขอบอกเลยค่ะว่าคุณต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่แล้ว เพราะการบอกรักเป็นสิ่งที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เราทุกคนสามารถบอกรักกันได้ ไม่ใช่เพื่อทำตามประเพณีหรือขนบธรรมเนียมใดๆ หากแต่เป็นการแสดงความรักใคร่และตอกย้ำความรู้สึกของเราที่มีต่อคนรัก เพื่อให้เขามั่นใจ ไว้วางใจและรู้สึกว่ายังคงเป็นที่รักของคู่ชีวิต หลายคนอาจคิดว่าการบอกรักนั้นไม่สำคัญ การกระทำนั้นสำคัญกว่าจริงอยู่ที่การบอกรักต้องมาควบคู่กับการกระทำ แต่หากมีการกระทำเพียงอย่างเดียวชีวิตรักของเราอาจจืดชืดไร้รสชาติ เพราะคำว่ารักนั้นช่วยตอกย้ำความรู้สึกของการมีกันและกันได้ดีที่สุด สำหรับคนที่ยังไม่กล้าบอกรักกับคนรักแบบตรงๆ แนะนำให้บอกรักด้วยการเขียนกระดาษโน๊ตข้อความซึ้งๆ หรือข้อความที่แสดงความห่วงใย เช่น “ดูแลตัวเองดีๆ […]

“ช็อกโกแลตเพื่อนยาก” แค่กินถูกวิธีก็ไม่อ้วน แถมช่วยให้อารมณ์ดี

รสชาติหอมหวานและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้คนเกือบทั้งโลกคลั่งไคล้เจ้าของหวานที่ชื่อว่า “ช็อกโกแลต” เป็นอย่างมาก ยิ่งเฉพาะยามที่เราเคร่งเครียด เรามักจะคิดถึงของหวานชนิดนี้ขึ้นมาทันที แต่ด้วยความเชื่อและผลกระทบของอาหาร ชนิดนี้ ทำให้หลายคนต้องชะงักเพราะกลัวว่าการกินช็อกโกแลตเพียงเพื่อคลายเครียดจะนำมาซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและปัญหาเรื่องสิวที่ตามมา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วช็อคโกแลตนั้นไม่ได้เป็นตัวการก่อสิวและไม่ทำให้น้ำหนักขึ้นหากเราเลือกกินอย่างถูกวิธี มิหนำซ้ำยังช่วยให้เราอารมณ์ดีอีกด้วย ไม่เชื่อลองอ่านประโยชน์ของช็อกโกแลตที่เราเอามาฝากดูได้ค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูประโยชน์ของช็อกโกแลตกันดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง >> ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย <<    การกินช็อกโกแลตในปริมาณที่พอดี ช่วยเพิ่มคลื่นสมอง Theta ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่มักเกิดขึ้นในยามที่สมองรู้สึกผ่อนคลาย รวมถึงสารต่างๆ ในช็อกโกแลตยังช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย นอกจากความอร่อยที่มีเจ้าช็อกโกแลตนี่ยังถือเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพด้วย เพราะช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้รู้สึกดีขึ้นได้ มีการศึกษาพบว่าใน 1,000 คน พบว่าคนที่กินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะทำให้การทำงานของสมองจะดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Appetite ระบุเพิ่มเติมว่าการกินช็อกโกแลตอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งจะช่วยทำให้มีความสามารถในการออกกำลังกาย จดจำหมายเลขโทรศัพท์ สิ่งต่างๆ รวมถึงการทำงานของระบบประสาทมีประสิทธิภาพมากขึ้น อาหารที่มีสาร Flavanols จะช่วยยกระดับการทำงานของสมองได้อีกด้วย >> ช่วยทำให้อารมณ์เยือกเย็นลง <<       ช็อกโกแลตเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญ มีทั้งคาร์โบไฮเดรตจากน้ำตาล ไขมันจากโกโก้ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตเป็นสารที่ให้พลังงานเมื่อกินจะรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายสดชื่นขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งสำคัญที่ทำให้เรากินช็อกโกแลตแล้วอารมณ์ดีก็คือสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในช็อกโกแลตที่มีมากกว่า 300 ชนิด โดยสารเคมีบางตัวจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนจากสมองก็คือ […]

“กรดไหลย้อน” แม้ไม่ใช่โรคอันตราย แต่ก็รบกวนการใช้ชีวิตคนเราได้พอสมควร!

ตอนนี้รอบๆ ตัวของผู้เขียนเต็มไปด้วยคนที่มีอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว เนื่องมาจากอาการป่วยที่เรียกว่า “กรดไหลย้อน” กันมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ทำให้มานั่งคิดว่าอาการของโรคนี้เกิดขึ้นจากอะไร ทำไมคนยุคนี้ถึงเป็นกันเยอะ จึงลองไปทำการศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้ดูทำให้พบว่ากรดไหลย้อน เป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่เด็กจนไปถึงผู้สูงอายุ และถือเป็นปัญหาสุขภาพลำดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นกรดไหลย้อนมักจะเกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีความเร่งรีบ การทานอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน และมีความเครียด สูง ถึงแม้กรดไหลย้อนจะไม่ใช่โรคที่ส่งผลอันตรายต่อชีวิต แต่หากมีอาการหนักก็ทำเอาทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว และยังส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย บางคนเกิดความชะล่าใจและคิดว่าพวกกรดไหลย้อนมักจะเกิดกับคนสูงวัย เราเองอายุยังไม่มากไม่น่าจะเป็นโรคนี้อันนี้เข้าใจนะคะ เพราะเท่าที่ดูสถิติคนใกล้ตัวที่ป่วยเป็นโรคนี้แล้วพบว่า คนวัยทำงานเป็นมากกว่าคนสูงวัยเสียอีก ไมได้การแล้วค่ะแบบนี้ต้องไปทำความรู้จักเจ้าโรคนี้กันดีกว่า โดยเราได้ไปรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้มาให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันแบบเข้าใจง่ายๆ เพื่อจะได้รู้ทันโรค และใครที่ยังไม่เป็นหรือมีภาวะเสี่ยงก็รีบหาทางป้องกันซะเลยก็ดี อย่าลืมว่าเป็นโรคนี้ไม่สนุกเลย เป็นแล้วทรมานนะคะ ร่างกายก็ไม่สบายตัว ไปค่ะเ ราไปทำความรู้จักเจ้าโรค “กรดไหลย้อน” กัน >> รู้จักกับโรคกรดไหลย้อน และอาการเบื้องต้นที่บ่งบอกว่า คุณกำลังเป็นอยู่! << จะเห็นได้ว่าสาเหตุของโรคนี้นั้นมีมากมายค่ะ และบางสาเหตุก็เป็นสาเหตุที่คิดไม่คิดและเล็กน้อยมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โรคนี้กลายเป็นโรคยอดฮิตที่ใครๆ ก็เป็นกันได้ โรคกรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย หรือก่อให้เกิดพยาธิสภาพของหลอดอาหารขึ้น อาการสำคัญของโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ […]

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความเครียดที่เราเจอในชีวิตนั้นก็เปรียบเสมอนสายไวโอลีน ถ้าเราตั้งสายตึงเกินไปเสียงก็จะแหลมบาดหูและอาจทำให้สายขาดได้ แต่ถ้าเราตั้งสายหย่อนเกินไปเสียงก็จะอับทึบไม่ใส ไม่เกิดความไพเราะเสนาะหู” จากประโยคดังกล่าวทำให้เรามองความเครียดในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันจะไม่เป็นผลร้ายอะไรกับชีวิต เลยหากเรารู้จักวิธีจัดการกับมันให้ได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีจัดการอย่างไรเท่านั้น และความเครียดก็ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป คนส่วนใหญ่มักจะมองความเครียดว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อชีวิต และพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดความเครียดให้น้อยลง ซึ่งทำแบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งผิดอะไร แต่เราอยากให้ลองคิดในอีกแง่หนึ่งดู อยากให้ลองมองว่าความเครียดก็มีแง่ดี เราสามารถฝึกและเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียด แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ กระตุ้นทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อความเครียดใหม่ มองว่าความเครียดมันเป็นเรื่องดี เราต้องเชื่อว่าร่างกายเราถูกสร้างและวิวัฒนาการเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้เราเข้าสังคม เข้าหาคนอื่นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นในบทความนี้เราขอมาขยับความคิดของคุณผู้อ่านไปอีกขั้น เกี่ยวกับการมองความเครียดว่าก็มีส่วนดี ดีในที่นี้คือมันทำให้ชีวิตเราได้มีการพัฒนา แต่ไม่ใช่ให้มองว่าเอาทุกอย่างมาเป็นความเครียดไปซะหมด เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ ถ้ามันจะหายไปก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่า ความเครียดมีข้อดีอะไรบ้าง >> ทำให้ได้เรียนรู้ความไม่แน่นอนในชีวิต <<      คนเรามีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพแตกต่างกัน เรื่องที่ทำให้คนหนึ่งเครียดอีกคนอาจไม่เครียดก็ได้ หรือถ้ากิจวัตรประจำวันของคุณบีบคั้นมากจนไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ หรือเมื่อเจอเรื่องด่วนแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความเครียดของคุณก็อาจพุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าจะรับไหว ก่อนที่เราจะเกิดความเครียดขึ้นนั้น เราต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตก่อน และเรื่องราวเหล่านั้นแหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่เจอนั้นไปให้ได้ เราจะได้บทเรียนและแง่คิดที่ดีในชีวิตคืนมาเสมอจากเรื่องราวเหล่านั้น “ความเครียด” จากเรื่องราวต่างๆ ที่เจอจะสอนให้เรารู้จักความไม่แน่นอนของชีวิต สอนให้รู้ว่ามีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ สอนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่กับปัจจุบัน สอนให้รู้จักรอเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง และไม่มีใครสักคนบนโลกนี้จะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ >> […]

อย่าปล่อยให้คนอื่น มามีอิทธิพลเหนือตัวเรา

คนเรามักจะหวั่นไหวไปกับคำพูดของคนอื่น กับคำวิจารณ์ที่มีต่อตัวเราไม่ว่าจะแง่ดีหรือแง่ลบก็ตาม เรามักจะเกิดความลังเล ไม่มั่นใจขึ้นมาเมื่อเจอกับคำพูดหรือการกระทำที่ไม่เป็นดั่งใจเราต้องการ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา ต้องไม่ลืมนะคะว่าไม่มีใครรู้จักเรามากเท่ากับตัวเรา แต่อาจมีบางเรื่องที่เขามองเห็นในสิ่งที่เราไม่เนการรับฟังจึงเป็นสิ่งที่ควรทำแต่ต้องใช้ปัญญาพิจารณาด้วย                 คนอื่นมองเราในสายตาของเขาซึ่งอาจไม่ใช่ตตัวจริงของเราก็ได้ เขามีความเห็นตามความรู้สึก ตามประสบการณ์ของเขา ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับเรารู้อย่างนี้เราจึงไม่จำเป็นต้องไปหวั่นไหวกับคำของคนอื่น เราต้องมีความมั่นใจในตัวเอง จะทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็นด้วยก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดแล้วค่ะ >> อย่าให้คำซุบซิบนินทามาบั่นทอนความมั่นใจในตัวเอง << สิ่งหนึ่งที่เราห้ามไม่ได้นั่นคือ “คำพูด” ของคนอื่นค่ะ เราไม่สามารถห้ามใครพูดอะไรได้ เราต้องรับรู้ว่าความคิดต่างเป็นเรื่องปกติ ร้อยพ่อพันแม่ ทุกคนไม่อาจมีความเห็นที่ตรงกันได้ การขัดแย้ง หรือความไม่พอใจซึ่งกันและกันอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อทัศนคติไม่ตรงกัน หรือการกระทำของใครไม่ตรงใจเราหรือไม่ตรงใจของเขา แท้จริงแล้วความต่างคือสิ่งที่เราจะต้องเจอทุกที่ทุกเวลาไม่สามารถเลี่ยงได้หรอกในชีวิตนี้ สิ่งที่เราจะทำให้ได้คือ ยอมรับในความต่าง และเข้าใจว่าทุกคนไม่อาจเป็นไปในแบบที่เราต้องการได้ อย่าไปให้เครดิตหรือให้คุณค่ากับคำพูดของคนอื่น ที่พูดถึงเราในแง่ลบเลยค่ะเสียเวลาเปล่าๆ เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ หรือคนที่มีความมั่นใจในตัวเองจะต้องไม่ยึดติดกับความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยึดติดกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบที่คนอื่นมีต่อตัวเอง รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้ แต่พวกเขาจะสนใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้อื่น และสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาสามารถทำเพื่อช่วยพัฒนาสังคมและโลกให้ดีขึ้นได้ เรื่องเพื่อนก็เช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าเพื่อนแท้จะยอมรับในแบบที่พวกเขาเป็นได้ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องสนใจเสียงภายนอกต่างๆ มากจนเกินไป >> อย่าให้คนอื่นบอกว่าเราควรทำอะไร หรือไม่ควรทำอะไร << จำไว้ว่า […]

ตามดูวิธี…ปฏิบัติตัวอย่างไรไม่ให้เกิดโรคในฤดูฝน!

นี่ก็เริ่มเข้าสู่ “ฤดูฝน” ของไทยกับแบบเต็มๆ แล้วนะคะ จะเห็นว่าตกเย็นมาฟ้าก็เริ่มครึ้ม ฝนก็ตั้งเค้ามาแทบทุกวัน จะออกไปไหนก็แสนลำบาก แต่ถึงบ่นไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เราไม่สามารถกำหนดกฏเกณฑ์อะไรได้เลย และด้วยอากาศที่เย็นลงบวกกับความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้นในหน้าฝนนี่เอง เป็นสาเหตุให้เชื้อโรค หลายชนิดมีการเติบโตได้ดี และสามารถแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น     จะสังเกตได้ว่าช่วงนี้คนใกล้ตัว หรือเพื่อนร่วมงานมีอาการจาม น้ำมูกไหล และเป็นหวัดกันง่ายมากขึ้น เพราะโดนฝนด้วย บางทีร่างกายที่อ่อนแอลงก็เปิดโอกาสให้เชื้อโรคและไวรัสต่างๆ เข้ามาสู่ร่างกายง่ายขึ้น ส่งผลให้หลายคนเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ จาม เจ็บคอ และโรคต่างๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าวันนี้เรามีเคล็ดลับดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝนมาฝากคนรักสุขภาพกัน ไปดูวิธีปฏิบัติตัวเพื่อไม่ให้ป่วยง่ายๆ และวิธีป้องหันและหลีกเลี่ยงโรคในหน้าฝนไปพร้อมกัน อ่านแล้วเผื่อเป็นแนวทางทำให้สุขภาพแข็งแรงสู้กับหน้าฝนกัน จะฝนตก ฟ้าร้องแค่ไหน งานนี้ก็ไม่หวั่น     >> ระวังน้ำท่วมสาเหตุของการเกิดโรคมากมาย <<   ในช่วงที่ฝนตกหนักๆ บางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมขังได้ ทางที่ดีเราควรหลีกเลี่ยงพื้นที่บริเวณที่มีน้ำท่วมขังเพราะบริเวณนั้นจะเต็มไปด้วยเชื้อโรคที่นำมาซึ่งโรคอันตรายต่างๆ ทั้งโรคมือเท้าเปื่อย โรคไข้หวัด เชื้อราที่ผิวหนัง แผลอักเสบ อหิวาตกโรค ท้องร่วง เป็นต้น ทางแก้ไขเมื่อต้องสัมผัสกับบริเวณที่มีน้ำท่วมขังคือ ควรล้างมือล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งที่กลับเข้ามาในบ้าน หรืออาจจะอาบน้ำชำระร่างกายเลยก็ได้เพื่อกำจัดเชื้อโรคให้หมดสิ้น รวมถึงก่อนจะรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด […]

คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพ ฉบับคุณผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน

ผู้หญิงอย่างเราสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนก็ควรต้องดูแลตัวเอง โดยอาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าสมัยนี้จะมีข่าวคราว หรือโรคภัยใหม่ๆ ออกมาเยอะเหลือเกิน บางคนถึงขั้นวิตกกังวล กลัวจะเป็นโรคนั้น โรคนี้ จนทำให้นอยส์ทำอะไรไม่ได้ไปเลยก็มี อย่าลืมนะคะว่า ถ้าเรารู้จักวิธีรับมือกับปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้น ศึกษาวิธีป้องกัน วิธีแก้ไขเอาไว้เนิ่นๆ เชื่อว่า โรคภัยต่างๆ จะไม่สามารถเข้ามากร้ำกรายร่างกายของเราได้อย่างแน่นอน วันนี้เราจึงอยากพูดถึงความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสุขภาพอนามัยของคุณผู้หญิง ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะเรื่องของความสวยความงามเพียงอย่างเดียว  เพราะขึ้นชื่อว่าผู้หญิงแล้ว ไม่ว่าใครก็ย่อมอยากดูสวย และสุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน ไปดูคำแนะนำในการรักษาสุขภาพของคุณผู้หญิงที่เรารวบรวมมาฝากกันดีกว่าค่ะ และที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่าจะอยู่ในวัยไหนก็ต้องใส่ใจ ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี อะไรที่ทำแล้วดีก็ทำตาม อะไรที่ไม่ดีก็เลิกทำนะคะ ใส่ใจตัวเองตั้งแต่วันนี้ แล้วสิ่งดีๆ อื่นๆ จะตามมาค่ะ >> ทางเลือกสำหรับผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือน << ผู้หญิงทุกคนสามารถมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงได้ ด้วยการไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งการหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูกของร่างกายด้วยเช่นกัน เคยอ่านเจอบทความจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่บอกเอาไว้ว่าผู้หญิงที่อยากมีสุขภาพดีอยู่เสมอ จำเป็นต้องได้รับแคลเซียม และวิตามินดีเสริม เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน ดังนั้น ควรกินอาหารที่มีแคลเซียมเยอะๆ หรืออาหารที่มีวิตามินเยอะๆ มารับประทานค่ะ  >> ไม่เครียดและหมั่นหาอาหารเสริมมารับประทาน << การที่บุคลิก หน้าตา […]

ข้อแนะนำดีๆ กับสารพัดวิธีในการ “พูดคุยกับตัวเอง”

เราคงยังไม่ลืมกันใช่มั้ยคะว่า มนุษย์เราทุกคนนั้น โดดเดี่ยวและตัวคนเดียวมาตั้งแต่เกิดแล้ว ตั้งแต่เริ่มหายใจตอนแรกคลอดจากท้องแม่ ไปจนถึงลมหายใจสุดท้ายก่อนสิ้นใจ ไม่มีใครมาหายใจแทนเราได้สักคน ดังนั้น เพื่อนที่มีค่าและซื่อสัตย์มากที่สุด รวมถึงเพื่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็คือ “ตัวเราเอง” นี่จึงเป็นที่มาของการที่เราจะพูดคุยกับตัวเองได้อย่างไม่เคอะเขินหรืออึดอัด ด้วยการสมมติว่าตัวเองคือเพื่อนที่ดีที่สุด ของตัวเอง จึงอาจพูดได้ว่าการพูดคุยกับตัวเองนี่แหละค่ะคือเทคนิคสุดล้ำในการพัฒนาตนเอง ที่ทำได้ง่าย แถมไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย นอกจากจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แล้ว ยังสามารถทำได้มากมายหลายวิธี ทั้งการคุยเงียบๆ ในใจ, คุยออกเสียง, คุยแบบรับส่งบทบาท และคุยผ่านการเขียนจดหมายหรือบันทึก เป็นต้น ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคนว่าจะชอบการคุยกับตัวเองแบบไหนนั่นเอง  วันนี้เราลองมาดูวิธีการต่างๆ ในการพูดคุยกับเพื่อนคนนี้ คนที่เรียกว่าตัวเราเองดูกันดีกว่าค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าเพื่อนคนนี้นี่แหละ ที่คุยถูกคอกับคุณ ถึงขั้นที่ว่าอีกหน่อยคุณอาจจะไม่อยากหยุดคุยเลยก็เป็นไปได้ >> การคุยในใจ << เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านเกือบทุกคน สามารถที่จะพูดในใจได้ และอาจเคยพูดกับตัวเองในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าหลายๆ คนอาจจะหลงลืมไป หรือไม่ค่อยใส่ใจคำพูด วิธีการพูดและเนื้อหาที่เกิดขึ้นในใจของตัวเองมากนัก เพราะมันกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว ที่จริงหากคุณคิดจะเริ่มหัดคุยกับตัวเองแบบใหม่แล้วล่ะก็ การเริ่มต้นคุยในใจเงียบๆแบบนี้นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะไม่ต้องรู้สึกขัดเขินแล้วยังสามารถออกแบบและปรับเปลี่ยนบทสนทนาให้เหมาะกับตัวเองได้ง่ายด้วย เรียกว่าไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมาก ขอแค่ตั้งใจจดจ่อในการคุยให้เหมือนคุยกับคนอื่นแค่นั้นเอง อย่างไรก็ตามหากคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ หมูๆ แล้วล่ะก็มันก็ไม่ได้ง่ายถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะน้อยคนที่จะสามารถคุยกับตัวเองได้อย่างรู้ทันทุกครั้งไป หรือเอาชนะบทพูดแบบเดิมๆ ได้แบบสมบูรณ์ หากคุณเริ่มลองคุยในใจกับตัวเองดูสักวันหนึ่งคุณจะเข้าใจเองค่ะ […]

ลองใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ ดูบ้าง เพื่อให้ชีวิตมีสีสันเพิ่มขึ้น

เชื่อมั้ยคะว่าคนเรานั้นจะมีชีวิตที่มีความแปลกใหม่ให้เราได้ตื่นเต้นขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าเรารู้จักทำตัวให้ออกนอกกรอบที่เป็นความเคยชินเดิมๆ ดูเสียบ้าง แต่ก่อนอื่นเราต้องสำรวจชีวิต ส่วนที่เราไม่พอใจซะก่อนนะคะ ส่วนนี้แหละที่เราจะออกนอกกรอบกัน การทำอะไรที่อยู่ในกรอบชีวิตที่วางเอาไว้เสมอเราจะได้ผลลัพธ์แบบเดิมๆ ที่เราไม่พอใจ อยากเปลี่ยนแปลงดูบ้าง ดังนั้นเราต้องทำอะไรที่แหกกฏนอกกรอบออกมาดูค่ะ เมื่อการกระทำเปลี่ยนแปลง ผลที่ออกมาย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย เราอาจได้ชีวิตที่เราพอใจมากขึ้น อย่ายึดมั่นแต่สิ่งที่เราคิดว่ามันถูกต้องที่สุด เพราะสิ่งที่แตกต่างนั้นอาจถูกต้องและดีกว่าเดิมก็เป็นได้ เราอยากให้ทุกคนลองมาใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ๆ กันดูบ้างแม้จะมีชีวิตบางส่วนที่เราพอใจอยู่แล้วก็ควรมีการออกนอกกรอบบ้างเป็นบางครั้งบางคราว เพื่อให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นนั่นเองค่ะ เอาเป็นว่าเรามีวิธีการออกจากกรอบของชีวิตแบบเดิมๆ มานำเสนอให้ลองเอาไปทำตามกันดู ทำได้ไม่ยาก ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตส่วนใหญ่ ในทางกลับกันข้อดีมีเพียบค่ะ ที่แน่ๆ ชีวิตไม่จำเจ และน่าเบื่อแบบที่เป็นอยู่ จะมีอะไรบ้างลองไปดูพร้อมกันค่ะ >> ทำอะไรที่ไม่เคยทำเล่นๆ ดูบ้าง << เคยได้ยินประโยคหนึ่ง ที่บอกว่า “ให้เราลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ แล้วเราจะได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้” อันนี้จริงที่สุดเลยล่ะค่ะ บางครั้งการที่เราไม่กล้าทำอะไรสักอย่างนั่นอาจแค่เพราะเรากลัว เราไม่มั่นใจ เราแอนตี้ที่จะทำ หรือไม่ก็เกิดจากความไม่ชอบ จึงไม่คิดที่จะทำ ทำให้บางครั้งเราพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตจากความไม่กล้าลองทำอะไร ในเมื่อเราไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย พยายามคิดว่าแค่เรากล้าที่จะลองทำดูก็ไม่เห็นเป็นไร ลองแล้วถ้าไม่ชอบก็ลองเสี่ยงดู ไม่มีอะไรตายตัวเสียหน่อย หรือไม่ก็ลองทำอะไรที่ตัวเองเคยคิดว่าทำไม่ได้ดูก็ได้ค่ะ อะไรที่เราคิดว่าไม่น่าจะทำได้ ถ้าทำแล้วเกิดล้มเหลวก็ลองใหม่ พยายามให้มากขึ้นกว่าเดิม จำไว้ว่าคนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย เราจะไม่รู้สึกแย่เพราะสิ่งที่ทำเราคิดว่าทำไม่ได้ ซึ่งหากสำเร็จก็เรียกว่าเป็นกำไร […]

การที่เราลดน้ำหนักไม่ลงสักที นั่นอาจเป็นเพราะ “ระบบเผาผลาญ” พัง!

ใครเคยเป็นบ้างคะ ที่จู่ๆ ก็เกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่าทำไมยังลดน้ำหนัก ไม่ลงสักที? เชื่อว่า หลายคนคงสงสัยกันเรื่อยมาว่ากินน้อย และออกกำลังกายมากแต่ก็ยัง “อ้วน และ อ้วนขึ้น” เคยสงสัยมั้ยว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะอะไร? วันนี้เราลองมาทำความเข้าใจ และหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันดีกว่าค่ะ เพราะเชื่อว่าสาวๆ หลายคนกำลังเจอปัญหานี้อยู่ กินนิดกินหน่อยก็อ้วน แต่ลดแทบตายน้ำหนักลงเป็นขีด ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว คนเรา “อ้วนขึ้น” ทั้งที่กินน้อยลงมากในความเป็นจริงแล้วควรจะลดน้ำหนักได้เยอะแล้ว แต่ที่ลดไม่ได้นั่นเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถจัดสรรการใช้พลังงานได้ เนื่องจากภาวะ ระบบเผาผลาญพังนั่นเองค่ะ เราลองไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของระบบเผาผลาญของร่างกายคนเราที่เสีย หรือ พังไป เพราะพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ผิดๆ กันดีกว่าค่ะ ดูแล้วอาจเข้าใจมากขึ้นว่า ที่เราลดน้ำหนักกันแบบจริงจัง ทั้งลดอาหาร ทั้งออกกำลังกาย แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลงสักที มันมีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ไปดูกันเลยค่ะ! >> สาเหตุที่คนเราอ้วนั้นเพราะอะไร และทำไมถึงลดไม่ได้สักที <<   โดยปกติร่างกายคนเรามีการเผาผลาญตลอดเวลา แม้ในระหว่างนอนนิ่ง ๆ อยู่กับที่ ร่างกายก็ยังมีการเผาผลาญไปด้วย เรียกว่าอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน โดยแต่ละบุคคลจะมีอัตราการเผาผลาญพื้นฐานแตกต่างกันออกไป และเมื่อร่างกายมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือมีการใช้แรง เช่น เดิน พูดคุย ร่างกายก็จะมีอัตราการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้น […]

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่อาจมาเยือนโดยที่เราไม่รู้ตัว

ปัญหาเรื่องความอ้วน และอ้วนลงพุง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีนั่นล่ะค่ะความอ้วน เกิดจากความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกายที่เกิดจากการกิน หากเรากินอาหาร ซึ่งคือทางเข้าของพลังงานสู่ร่างกายเราเท่าๆ กับการใช้พลังงานออกไปจากร่างกาย เช่น การออกกำลังกาย น้ำหนักและรูปร่าง เราจะคงที่ไม่อ้วนขึ้นไม่ผอมลง แต่หากเรากินมาก ร่างกายก็จะได้รับพลังงานมามาก บวกกับออกกำลังกายน้อยหรือขยับน้อย จะทำให้มีพลังงานเหลือสะสมอยู่มาก ซึ่งพลังงานเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำหนักที่มากขึ้นของเรานั่นเอง ยิ่งในปัจจุบันด้วยแล้วการดำรงชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงไป มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารไขมันสูงมากขึ้น ขาดการออกกำลังกาย จึงทำให้พบผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนมากขึ้น จนส่งผลมาสู่โรคไขมันพอกตับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซี่งวันนี้เราอยากมาทำความเข้าใจกับโรคนี้กัน เพื่อให้ทุกคนได้รู้จัก และหาวิธีป้องกันตัวเพื่อไม่ให้เจ้าไขมันมาพอกที่ตับของเรากันค่ะ มาทำความรู้จักกับเจ้า “ไขมันพอกตับ” กันก่อน “ตับ” เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ในร่างกาย อยู่ในช่องท้องบริเวณด้านบนขวาใต้ซี่โครง ตับมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่ ช่วยในการเผาผลาญอาหารที่เรารับประทานเข้าไป โดยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล เปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงานช่วยเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ทำลายสารพิษต่างๆ ไม่ว่าจะจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเอง หรือจากสิ่งที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นสังเคราะห์โปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นในร่างกาย จะเห็นได้ว่าตับมีความสำคัญต่อกระบวนการทำงานในร่างกายคนเราเป็นอย่างมาก และเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย หากได้รับเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิ ยา แอลกอฮอล์ สารเคมีหรือสารพิษต่างๆ รวมถึงไขมันที่มากเกินไป ตับก็อาจเกิดปัญหาได้ […]

ตามดูเทคนิคดีๆ สู่การเป็นเจ้านายพันธุ์ใหม่ ที่ใช้ใจซื้อใจลูกน้อง

ในสถานที่ทำงานทุกแห่งย่อมต้องมีคำว่าเจ้านาย กับลูกน้องเป็นองค์ประกอบหลัก เราฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีการที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานรัก ให้เป็นที่พอใจของหัวหน้าหรือเจ้านายกันมามากแล้ว วันนี้อยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับตำแหน่ง “เจ้านาย” กันบ้างค่ะ เพราะเชื่อแน่ว่าผู้อ่านของเรามีอยู่ไม่น้อยเลยที่กำลังอยู่ในตำแหน่งผู้บังคับบัญชาในองค์กร หรือตำแหน่งหัวหน้างานนั่นเองค่ะ บางคนก็เพิ่งก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดนี้แบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน มีความเกร็งว่าจะต้องทำอะไรบ้าง กลัวลูกน้องจะไม่รัก แต่สิ่งแรกที่อยากให้นึกไว้ก่อนเสมอคือ ตำแหน่งเจ้านาย หัวหน้า ถือเป็นผู้นำที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความเจริญ นอกเหนือจากการทำงานเก่ง คอยตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ แล้ว ยังต้องบริหารลูกน้องให้องค์กรดีและมีความสุขด้วย คุณถึงจะกลายเป็นสุดยอดผู้นำตัวจริงค่ะ เราต่างเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ใช้ใจซื้อใจ” กันมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ คำนี้หากนำมาใช้ในที่ทำงานระหว่างเจ้านายที่จะใช้ใจซื้อลูกน้อง เป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดเลยล่ะค่ะ เพราะการบริหารลูกน้องให้แฮปปี้กับการทำงาน ทำได้ด้วยการซื้อใจพวกเขา ซึ่งการซื้อใจนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงิน เพียงแค่ต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจ ความจริงใจ การรับฟัง ไปจนถึงการผลักดันให้ลูกน้องของคุณก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าผู้นำตัวจริง หรือเจ้านายพันธุ์ใหม่เค้าใช้ใจซื้อใจลูกน้องกันอย่างไรบ้าง >> ผู้นำตัวจริงที่เขาใช้ใจซื้อใจลูกน้อง <<          คำว่าผู้นำ เจ้านาย หรือหัวหน้า อาจไม่ใช่แค่คนที่อยู่ในตำแหน่งสูงที่สุดขององค์กรนะคะ แต่ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่จะทำให้คุณก้าวสู่การเป็นผู้นำตัวจริง ซึ่งจริงๆ แล้วอย่างที่เราทราบกันว่าคนที่จะก้าวมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ต้องเป็นคนเก่ง มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวไปจนถึงการบริหารทีมให้ประสบความสำเร็จ และการประสบความสำเร็จดังกล่าวไม่ใช่แค่งานราบรื่นเท่านั้น แต่หมายถึงทุกคนในทีมมีความสุขและเต็มใจที่จะทำงานให้แก่องค์กร ไม่มีความเคลือบแคลงใจในการทำงานหรือทำงานไปวันๆ แบบไร้ประสิทธิภาพ แต่พนักงานทุกคนมีพลังกาย […]

คงจะดีถ้าเราใช้เวลาทั้งหมดที่มี ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด!

ช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรามีภาระหน้าที่ หรือความรับผิดชอบที่มากขึ้นต่างกันออกไป บางคนคิดว่าอยากให้ใน 1 วัน มีมากกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนบางคนอยากให้วันเวลาผ่านไปไวๆ และคิดว่า 24 ชั่วโมงที่ได้มา ช่างเนิ่นนานเสียเหลือเกิน นั่นเพราะชีวิตในช่วงเวลานั้นไม่มีความสุข แต่เอาเข้าจริงๆ ทุกคนต่างโหยหาเวลาทุกช่วงชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น  หากถ้าเรารู้จักใช้เวลาที่มีไปในทางสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์มากที่สุด จะช่วยเติมพลังให้ตัวเองได้ดีมาก คุณจะรู้สึกกระฉับกระเฉง ชีวิตจะดูมีความหมายไม่เสียเปล่า ใครเคยเป็นบ้างคะที่เมื่อมีเวลาว่างมากๆ แล้วเกิดความเครียด เพราะกลัวการอยู่เฉยๆ มักจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หมดไปแบบไม่ได้อะไรกับชีวิตเลย เพราะคนเหล่านั้นเห็นคุณค่าของเวลาทุกวินาทีว่ามีคุณค่ามากแค่ไหนนั่นเองค่ะ ดังนั้น หากเรารู้จักบริหารและจัดสรรเวลาให้เป็น เชื่อว่าทุกคนจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน ได้คุ้มค่า อย่าลืมนะคะว่าเราทุกคนบนโลกได้รับเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด ขึ้นอยู่ที่ว่า ใครจะใช้เวลาที่ได้มาคุ้มค่ามากกว่ากัน ทุกคนมีเวลา 60 นาทีต่อชั่วโมง และมี 24 ชั่วโมงใน 1 วัน ดังนั้น ถ้าตั้งใจจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ให้รีบทำเลย เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าปล่อยให้ช้าไป บางทีวันเวลาอาจล่วงเลยไป จะทำอะไรไม่ทันกาล! การบริหารเวลาไม่ใช่เพียงความคิด […]

รู้หรือไม่? เราสามารถเอาชนะความเครียดได้ เมื่อรู้สึก “เจ็บป่วย”

เราทุกคนต่างยอมรับกันว่า “ความเจ็บป่วย” เป็นเรื่องธรรมดาของงชีวิตที่ทุกคนจะต้องพบเจอ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายเกิดการป่วยไข้ขึ้นมาครั้งใด จิตใจก็พาลอ่อนแอตามไปด้วย นั่นเป็นเพราะร่างกายและจิตใจเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างแยกกันไม่ออกนั่นเองค่ะ ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าร่างกายของเราจะไม่ค่อยแข็งแรงแต่เรามีจิตใจที่เข้มแข็ง ก็สามารถบรรเทาความรุนแรงของโรคลงได้ เนื่องจากเมื่อร่างกายคิดบวกสมองก็จะหลั่งสารเคมีหรือฮอร์โมนชนิดดีออกมา ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ถือเป็นดั่งยาวิเศษที่ช่วยบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้ไวขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การมีจิตใจที่ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดระหว่างที่เราป่วยจึงเป็นหนึ่งในกลเม็ดเคล็ดลับที่ช่วยเยียวยาโรคภัยให้ทุเลาลงได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เราได้รวบรวมเอามาฝากทุกคนกันแล้ว ไปดูกันว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเอาชนะอาการป่วยที่เกิดกับร่างกายของเรา อ่านไว้เผื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ไปดูกันค่ะ >> ใช้วิธีปฏิบัติธรรมบำบัดโรค << ที่หลายคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า “กายเป็นนาย กายเป็นบ่าว” นั้น ที่จริงแล้วคำนี้นั้นมีความหมายลึกซึ้งนะคะ เป็นสิ่งที่ทำให้คนเรารู้ว่าร่างกายและจิตใจนั้นเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว หากร่างกายเจ็บป่วย จิตใจก็ย่อมป่วยตาม ในทางเดียวกันหากจิตใจสงบและคิดดี ก็สามารถฉุดดึงอาการป่วยที่ดูว่าหนักเกินเยียวยาให้กลับมาดีขึ้นได้เช่นกัน เมื่อเจ็บป่วยเรามักจะได้ยินคนบอกว่าให้หันหน้าเข้าหาธรรมะหรือปฏิบัติธรรม แม้ว่าจะไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดรับรองผลของการปฏิบัติธรรมว่าสามารถเยียวยาอาการป่วยได้ แต่ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ปฏิบัติธรรมจนอาการทุเลา ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการทำสมาธิสามารถบรรเทาโรคได้ เพราะเมื่อจิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน จดจ่ออยู่กับอาการป่วยจนเกิดความเครียด ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา หลายคนคิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ทำยาก หรือต้องหันหน้าเข้าวัดเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ความเป็นจริงทุกคนสามารถปฏิบัติธรรมได้ด้วยวิธีแสนง่าย โดยแค่กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างมีสติ เช่น ขณะนั่งทำงานอยู่หากเรารู้สึกตัวให้หายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ประมาณ 10 ครั้ง ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึกตัวจะช่วยให้มีสติรู้ตัวมากขึ้น แม้กระทั่งขณะเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น […]

keyboard_arrow_up