ตามไปดูเคล็ดลับเสริมหัวใจแข็งแรง แม้ว่าจะสูงวัย!

ตามไปดูเคล็ดลับเสริมหัวใจแข็งแรง แม้ว่าจะสูงวัย! ทุกวันนี้จะพบว่าอีกปัญหาสำคัญของกลุ่มผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ จากการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดที่มากขึ้นตามอายุ ซึ่งถ้าหากไม่มีการดูแลเฝ้าระวังที่ดี อาจอันตรายถึงชีวิตได้ จากงานวิจัยหนึ่งโดยสถาบัน National University Heart Centre Singapore (NUHCS) ร่วมกับศูนย์ National Heart Centre Singapore (NHCS) พบด้วยว่า ชาวเอเชียมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวเร็วกว่าชาวตะวันตกถึงหนึ่งศตวรรษ ผู้ป่วยในฟิลิปปินส์มีอายุเฉลี่ยของการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเร็วที่สุดอยู่ที่อายุ 54 ปี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย (อินโดนีเซีย-อายุ 56 ปี ไต้หวัน-อายุ 63 ปี เกาหลีใต้-อายุ 63 ปี ญี่ปุ่น-อายุ 65 ปี และฮ่องกง-อายุ 68 ปี) ในขณะที่อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยชาวยุโรปที่มีอาการภาวะหัวใจล้มเหลวจะอยู่ที่อายุ 71 ปี ดังนั้น เรามาดูปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ สัญญาณเตือนของโรค รวมถึงเทคนิคดูแลหัวใจให้แข็งแรง เพื่อไว้ดูแลคนที่เรารักกันดีกว่าค่ะ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ อายุ : การเสื่อมสภาพของหลอดเลือด […]

เลือกอาหารแบบไหนถึงดีต่อสุขภาพ และระบบทางเดินอาหารของสว.

เลือกอาหารแบบไหนถึงดีต่อสุขภาพ และระบบทางเดินอาหารของสว. วันนี้เรามีสูตรอาหารเพื่อสุขภาพของคุณตา คุณยาย หรือผู้สูงอายุในบ้านที่เรารักมาฝากทุกคนค่ะ โดยสูตรนี้ นอกจากจะดีต่อระบบทางเดินอาหารของผู้สูงอายุแล้วยังทำได้ง่าย ประหยัดเวลา รสชาติอร่อย เพราะปัจจัยหลักมาจากวัตถุดิบที่สดและมาจากธรรมชาติล้วนๆ หลายเมนูหลายคนอาจคุ้นเคยกันดีเพราะได้กินมาตั้งแต่เด็กๆ เช่น ผัดไทย หากแต่เราอาจจะปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางชนิดเพื่อให้ดีต่อสุขภาพและระบบทางเดินอาหารของผู้สูงอายุสักหน่อย อาจจะดัดแปลงสูตรเล็กน้อย เช่น ใช้ส่วนผสมธรรมชาติอื่นๆ แทนน้ำตาลปรุงรส เปลี่ยนจากเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นเส้นบุก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกายได้มากที่สุดค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกๆ เมนูที่เราเอามานำเสนอล้วนเป็นอาหารธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัวที่แม้ไม่มีปัญหาสุขภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องระบบลำไส้ หรือระบบทางเดินอาหาร ก็สามารถกินได้ทุกคน การทำอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ข้อคิดสำคัญในการกินอาหารแต่ละมื้อ ไม่ใช่การคำนึงถึงแคลอรี่ แต่ต้องเน้นไปที่การคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของลำไส้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุลินทรีย์นับล้านตัวที่อาศัยอยู่ เนื่องจากอาหารทุกคำจะต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายดูดซึมโดยจุลินทรีย์เหล่านี้ นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงสัดส่วนที่พอดี โดยเฉพาะโปรตีนและไขมันที่ดีที่ควรได้รับ นอกจากจะช่วยบำรุงลำไส้แล้ว ยังให้ผลในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ทำให้รู้สึกอิ่มพอดี จนถึงเวลาอาหารมื้อถัดไป เป็นการลดความอยากกินขนมหวานจุกจิกไปโดยปริยาย แบบนี้พวกท่านก็จะไม่เสี่ยงเป็นเบาหวานอีกด้วย หากเป็นไปได้ควรเลือกส่วนผสมดังนี้ พืชที่ปลอดจากสารเคมี และไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ดังนั้น ถ้าหาได้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเกษตรอินทรีย์จะดีที่สุด เนื้อสัตว์ที่ปลอดฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ เป็นสัตว์ที่ไม่ได้เลี้ยงด้วยพืชตัดต่อพันธุกรรม ขณะเดียวกันก็ต้องถูกสุขอนามัยด้วย ทุกอย่างต้องสะอาด น้ำมันสำหรับทำอาหารทุกชนิดที่ต้องใช้ความร้อนควรเลือกน้ำมันมะพร้าวหีบเย็น เนยใส มาเป็นส่วนประกอบในอาหาร ข้อดีคือย่อยง่าย […]

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว จริงหรือ?

ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว จริงหรือ? ปัจจุบันแม้จะมียาปฏิชีวนะสำหรับฆ่าเชื้อโรคดีๆ แต่โรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับคนเราก็ยังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญอยู่ดี โดยเฉพาะในผู้สูงอายุยิ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย และการติดเชื้อบางอย่างอาจทำให้เกิดอันตรายต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลหรืออาจเสียชีวิตได้ ผู้สูงอายุมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว และอาการของการติดเชื้อก็ไม่ชัดเจนเท่า เช่น ติดเชื้อที่ปอด แทนที่จะมีไข้ ไอ เหนื่อย อาจมีอาการซึม สับสน พูดเพ้อ เบื่ออาหาร หกล้ม เป็นต้น นอกจากนั้นการตรวจหาตำแหน่งติดเชื้อและหาเชื้อก่อโรคก็ทำได้ลำบากกว่าคนหนุ่มสาว การตอบสนองต่อการรักษาก็ไม่ค่อยดี ทำให้ผลการรักษาไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดโรคติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว สาเหตุเกิดจาก ผู้สูงอายุมักมีความเจ็บป่วยทางร่างกายหลายอย่าง เช่น เป็นโรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพอง หัวใจวาย ขาดสารอาหาร ต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ทำให้มีความต้านทานโรคต่ำ การทำงานของอวัยวะต่างๆ ไม่ดีเหมือนเดิม เช่น การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุช่องคลอดทำให้ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะง่าย หลอดลมของผู้สูงอายุมีการขับไล่สิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปไม่ดีเหมือนคนหนุ่มสาว เป็นต้น ภูมิคุ้มกันลดลง โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันด้านเซลล์ (Cell mediated immune response) ทำให้มีโอกาสเกิดการติดเชื้อที่ต้องต้านทานด้วยภูมิคุ้มกันนี้เพิ่มขึ้น เช่น วัณโรค เป็นต้น นอกจากนั้นยังเกิดงูสวัด ซึ่งเป็นการกำเริบของเชื้ออีสุกอีใสที่เคยเป็นในอดีตและซ่อนตัวอยู่ จนเมื่อภูมิคุ้มกันลดลงก็กำเริบขึ้นมา ผู้สูงอายุอาจต้องได้รับยาที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เช่น การที่ต้องรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ซึ่งกดภูมิคุ้มกันรักษาโรค […]

เบาหวานเป็นได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยยิ่งเป็นง่าย!

เบาหวานเป็นได้ในคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงวัยยิ่งเป็นง่าย! ปัจจุบันอัตราการเป็นโรคเบาหวานของคนไทยเพิ่มขึ้น โดยพบมากในผู้สูงอายุสำหรับ แต่ก็อย่าลืมว่าโรคเบาหวานพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย เด็กและผู้ใหญ่ที่รูปร่างอ้วนจะมีโอกาสเป็นเบาหวานได้สูงเช่นกัน ดังนั้น จึงมีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคนี้เบาหวานเกิดจาก ความผิดปกติของตับอ่อนที่สร้างฮอร์โมนอินสุลินได้ไม่เพียงพอและออกฤทธิ์ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้ไม่ดี มีผลให้กลูโคสในเลือดสูงจนล้นออกมาในปัสสาวะ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้าโรคชื่อหวานๆ แต่ไม่หวานสมชื่อ อย่าง “เบาหวาน” ไปพร้อมๆ กันค่ะ ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นภายหลังมื้ออาหาร จะไปกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินเข้าสู่กระแสเลือดและนำน้ำตาลไปใช้ เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงโดยจะเก็บสะสมในรูปไขมัน ( ไตรกลีเซอไรด์ ) ที่เนื้อเยื่อไขมันตามใต้ผิวหนังและหน้าท้อง ขณะอดอาหารร่างกายสามารถสร้างน้ำตาลเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คนปกติมีระดับน้ำตาล ( กลูโคส ) ในเลือดหลังอดอาหารนานกว่า 8 ชั่วโมง มีค่า 60 – 110 มก/ดล หรือภายหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงจะไม่เกิน 140 มก/ดล มีเกณฑ์อย่างไรในการวินิจฉัยโรคเบาหวาน โรคเบาหวานสามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือด โดยมีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคดังนี้ – ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 126 มก/ดล – ระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดจากการตรวจเวลาใดก็ได้มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า […]

ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!

ก่อนสู่สังคมสูงวัย…ถ้าจะให้ดี ควรวางแผนก่อนเกษียณจะดีที่สุด!   ปัจจุบันประเทศไทย กําลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยเช่นเดียวกับ หลายๆ ประเทศบนโลกใบนี้ซึ่งประเทศไทย ยังอาจล้าหลังกว่าหลายประเทศที่ถูกจัดเป็น กลุ่มประเทศของสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว เรียบร้อยแล้ว ประเทศที่กําลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย หรือเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวกําลังประสบปัญหา เนื่องจากขาดแคลนประชากรในวัยแรงงานคงมีแต่ประชากรที่ต้องการ การพึ่งพิงหลายประเทศในโลกนี้จึงตื่นตัว กับการแก้ปัญหาภาระการดูแลผู้สูงอายุด้วยการออกมาตรการต่างๆ ให้ประชากรที่ยัง อยู่ในวัยแรงงานเริ่มต้นวางแผนวัยเกษียณ สําหรับตัวเองตั้งแต่อายุน้อยๆ เพื่อจะได้ ไม่เป็นภาระกับภาครัฐมากจนเกินไป อย่างไรก็ตามมาตรการจูงใจให้ประชาชนวางแผนเพื่อวัยเกษียณนั้นเพิ่งเริ่มต้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทําให้หลายๆ คนที่เกิดไวไปหน่อยระลึกรู้ถึงความสําคัญของการวางแผนวัยเกษียณช้าเกินไป ทุกวันนี้หลายคนที่อยู่ในวัยทอง(ซึ่งนักการเงินเชื่อว่าเป็น Golden Age ของ วงจรชีวิตไม่ใช่วัยทองตามความหมายโดยนัยที่หลายๆ คนไม่อยากให้มีคน เรียกขานกัน) จึงมักเกิดคําถามป็อปปูลาร์ ท็อปเทนว่าแล้วจะต้องทําอย่างไรถ้าล่วงเลยมาจนถึงวันที่รถด่วนขบวนสุดท้าย ออกจากชานชาลาไปหลายปีแล้วและมั่นใจว่า คงไม่สามารถผลิตลูกหลานมาดูแลหลังวัยเกษียณได้และที่สําคัญคือ ไม่เคยวางแผนวัยเกษียณไว้เลยในกรณีเช่นนี้ ถ้าวางแผนตอนนี้จะทันหรือไม่ถ้าทัน (หรือไม่ทันแล้ว) ใจหนึ่งก็อยากบอกว่าอาจสายเกินไปสําหรับคนใกล้จะเกษียณที่ไม่เคยวางแผน ล่วงหน้าและอยากคงมาตรฐานในการดํารงชีวิตประจําวันเอาไว้แต่เหรียญก็มีสองด้านเสมออีกด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่ามาช้าดีกว่าไม่มาวางแผนช้าก็ยังดีกว่าไม่วางแผนเพราะถ้าหากวันนี้ยังไม่เริ่มวางแผนอีกก็อาจส่งงผลให้มาตรฐานการครองชีพหลังเกษียณยิ่งดําดิ่งลงไปในอนาคต การวางแผนวัยเกษียณสําหรับคนหนุ่มสาวทั่วไปอาจเริ่มต้นจากการสํารวจความต้องการหลังเกษียณ เพื่อคํานวณว่า นับจากนี้ไปในแต่ละปีจะต้องเก็บเงินออม และลงทุนปีละเท่าใดจึงจะเพียงพอกับ มาตรฐานการครองชีพที่ต้องการหลังเกษียณแต่การวางแผนวัยเกษียณสําหรับผู้ที่มีอายุ มากและใกล้จะเกษียณในอีกไม่กี่ปีอาจต้องปรับเปลี่ยนมุมมองมาเป็นการสํารวจจํานวน เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันที่สามารถนําไปใช้ หลังเกษียณและแหล่งเงินสําหรับวัยเกษียณ แหล่งอื่นๆ แล้วนํามาคาดการณ์ว่าจะสามารถเฉลี่ยเงินที่มีอยู่มาใช้ได้ปีละเท่าใดตลอด อายุขัยหลังเกษียณ คนอาจไม่รู้ว่าหลังเกษียณแล้วยังพอจะมีแหล่งเงินต่างๆ ที่เราสามารถนํา ไปใช้ในการดํารงชีวิตได้อีก เช่น เงินออม ในกองทุนสํารองเลี้ยงชีพซึ่งถ้าหาสมัครใจ  […]

ตาจ๋า ยายจ๋า กินอะไรผู้ดูแลต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร

ตาจ๋า ยายจ๋า กินอะไรผู้ดูแลต้องใส่ใจเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุเป็นวัยที่เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร เนื่องจากอวัยวะในหลายระบบเสื่อมลง ทั้งการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และความสามารถในการรับรสชาติอาหารที่มีประสิทธิภาพน้อยลง ทำให้ผู้สูงอายุมักขาดสารอาหารดังต่อไปนี้ วิตามินบี 12 ร่างกายผู้สูงอายุไม่สามารถดูดซึมวิตามินบี 12 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนวัยหนุ่มสาว ทำให้มักมีอาการโลหิตจาง แนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 12 ได้แก่ ปลาและโยเกิร์ต ให้บ่อยครั้งขึ้น วิตามินดี ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับแสงแดดจะขาดวิตามินดี เนื่องจากแสงแดดจะไปกระตุ้นคอเลสเตอรอลที่ผิวหนังให้เปลี่ยนเป็นวิตามินดี จึงควรกินอาหารที่มีวิตามินดีเป็นประจำ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า โยเกิร์ต และน้ำผลไม้ต่างๆ และพยายามออกมารับแสงแดดอ่อนๆ ทุกเช้าให้เป็นกิจวัตร แคลเซียม เมื่อสูงวัย ร่างกายมักขาดแคลเซียมและสิ่งที่จะเกิดภาวะกระดูกพรุน แหล่งอาหารที่มีแคลเซียมได้แก่ ผักคะน้า บรอกโคลี และโยเกิร์ต อาหารเหล่านี้ยังช่วยลดปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว อาการปากแห้ง และช่วยให้ผู้สูงอายุเจริญอาหารมากขึ้น โพแทสเซียม สาเหตุของการขาดโพแทสเซียมในผู้สูงอายุส่วนใหญ่มาจากการไม่ได้รับอาหารที่มีโพแทสเซียมอย่างเพียงพอ จึงควรเพิ่มผักและผลไม้ที่ให้โพแทสเซียมสูง เช่น กล้วย ลูกพรุน ลูกไหน มันฝรั่งไม่ปลอกเปลือก เป็นประจำ แมกนีเซียม เนื่องจากความสามารถในการดูดซึมแมกนีเซียมในวัยสูงอายุลดลง และแมกนีเซียมในอาหารมักสูญเสียไประหว่างกระบวนการผลิต อาหารที่ควรกินเป็นประจำเพื่อเพิ่มแมกนีเซียม คือ […]

ห้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของไทย ถ้าเทียบกับต่างชาติถือว่าค่อนข้างดี!

ห้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของไทย ถ้าเทียบกับต่างชาติถือว่าค่อนข้างดี! ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยพบผู้ยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละรายมีประวัติการเดินทางหรือพบปะผู้คนที่แตกต่างกัน รวมถึงการแสดงอาการของโรคด้วย ล่าสุด (17 มีนาคม 63) กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยจํานวนผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19  ของไทยที่ได้รับการยืนยันจากห้องปฏิบัติการ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ห้อง Lab ว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อ 177 คน  เสียชีวิต 1 คน  เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 30 คน รักษาหาย 41 คน และเป็นผู้ป่ วยหนัก 1 คน เมื่อทราบตัวเลขผู้ป่วยที่ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้หลายคนเกิดความมกลัว หรือหวั่นวิตกต่อสถานการณ์การระบาดดังกล่าว จนอาจลืมดูว่าก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่รักษาหายและกลับบ้านได้ด้วยเช่นกัน ทั้งหมดเกิดจากความพร้อมและการรับมือของหน่วยงานทุกหน่วย และประชาชนอย่างเราๆ ที่ร่วมมือกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปนั่นเอง การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ การบริหารทางการแพทย์ จะว่าไปประเทศไทยก็ถือได้ว่ามีศักยภาพสูงในการตรวจหาผู้ติดเชื้อและประเมินความเสี่ยง สอบสวนผู้ป่วย การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ การบริหารทางการแพทย์การควบคุมและป้องกันการติดเชื้อและการสื่อสารเรื่องความเสี่ยง โดย นายแพทย์โอภาส​ การกวินพงศ์​ อธิบดีกรมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์​ ได้ออกมาพูดเกี่ยวกับมาตรฐานห้องlab และค่ารักษาพยาบาลโควิด-19​ ที่ รพ.เอกชน […]

“สังคมผู้สูงวัย” เข้าใกล้มาทุกที แล้วแบบนี้เราควรตั้งมือรับอย่างไร?

“สังคมผู้สูงวัย” เข้าใกล้มาทุกที แล้วแบบนี้เราควรตั้งมือรับอย่างไร? จากแนวโน้มประชากรโลกในอนาคตอันใกล้ จะมีจำนวนผู้สูงอายุ มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ ที่สำคัญ ประเทศพัฒนาแล้วหลายๆประเทศก็ก้าวสู่สังคมสูงวัยกันแล้วทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สวีเดน อิตาลี และเยอรมัน ส่วนประเทศไทยก็ได้ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้วตั้งเเต่ปี พ.ศ. 2548 และกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564 จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามช่วยกันอย่างแข็งขันทั้งการสร้างสาธารณูปโภคเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ สวัสดิการที่รองรับทุกความต้องการ และที่สำคัญคือความเข้าใจของทุกคน ที่พร้อมใจกันก้าวไปสู่สังคมผู้สูงอายุไปพร้อมๆ กัน “สังคมสูงอายุ” หรือ (Aged Society) หมายถึง สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด ปัจจุบันมีจำนวนประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยแล้วประมาณ 52 ประเทศทั่วโลก โดยจำนวนประเทศดังกล่าวอาจจะยังเข้าสู่สังคมสูงวัยแบบไม่สมบูรณ์ ซึ่งตัวเลขประเทศที่เข้าคือจำนวนประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์จริงๆ อยู่ที่ประมาณ 45 ประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนีเนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์สหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี และสหราชอาณาจักร “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Completed aged Society) หมายถึง […]

เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ!

เมื่อถึงวันที่พ่อแม่ไม่สบาย เราวางแผนวันนั้นอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ! “ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสุขภาพที่ไม่คาดคิด หากเลือกได้ระหว่างรักษาที่บ้านกับโรงพยาบาล เชื่อแน่ว่าเกือบทุกคนย่อมอยากรักษาตัวที่บ้านท่ามกลางคนที่รัก” นี่คือคำกล่าวของ คุณหมอตั้ม หรือนายแพทย์คณพล ภูมิรัตนประพิณ CEO และ Co-Founder บริษัท เฮลท์ แอท โฮม จำกัด ซึ่งถือเป็นผู้ริเริ่ม Health at Home บริการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุถึงบ้านผ่านแอปพลิเคชันด้านการแพทย์ที่มั่นใจได้ว่าตอบโจทย์ทุกการดูแลรักษา “ชีวจิต” ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสถานที่ดูแลผู้ป่วยของเฮลท์ แอท โฮม ที่เรียกว่าเป็นเหมือนธุรกิจที่ 2 ที่เปิดเพิ่มมาจากธุรกิจหลักคือ การส่งผู้ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุไปตามบ้าน และจากแรงบันดาลใจของคุณหมอตั้ม มาสู่ธุรกิจที่เรียกว่าตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุของไทยที่กำลังงจะเกิดขึ้นในอนาคตแบบนี้ มีหรือเราจะพลาดไปจับเข่าพูดคุยกับคุณหมอเกี่ยวกับธุรกิจนี้กัน พร้อมทั้งไปดูกันว่าตอนนี้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุของไทยเค้าพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว ฟังจากผู้ประกอบการจริงๆ รับรองได้ข้อมูลชัดเจน เน้นๆ แน่นอนค่ะ แรงบันดาลใจและความรู้ที่สั่งสมสู่การเปิดธุรกิจดูแลผู้สูงวัย คุณหมอตั้มเริ่มต้นเล่าถึงที่มาของการเปิดเฮลท์ แอท โฮม ให้เราฟังว่า จากประสบการณ์ในการเรียนทางด้านผู้สูงอายุมา บวกกับตัวเองเป็นลูกคนเดียวทำให้นึกถึงการดูแลคุณพ่อคุณแม่ของตัวเอง จนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจนี้ “คุณพ่อ คุณแม่ของผมอายุเยอะขึ้นก็เลยมองหาวิธีการดูแลที่ดี อีกอย่างผมเรียนเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ จนกระทั่งมีโอกาสไปเทรนนิ่งที่ New York […]

การเดินไกลที่มีผู้สูงวัยไปด้วย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

การเดินไกลที่มีผู้สูงวัยไปด้วย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ใกล้ถึงช่วงเทศกาลวันหยุดยาวทีไรใครๆ ก็อดไม่ได้ที่จะออก เดินทางท่องเที่ยว จริงไหมคะ  นอกจากข่าวคราวความสุขสนุกสนานที่ได้ยินผ่านสื่อแล้ว ยังมีข่าวด้านลบเรื่องสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่พุ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติควบคู่ไปด้วยเสมอ แต่ภัยจากการเดินทางไม่ได้มีแค่อุบัติเหตุเท่านั้น เพราะยังอยู่ในรูปแบบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจบานปลายเป็นอันตราย ต่อสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้โดยสารที่เป็นผู้สูงอายุ เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะถึงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์กันอีกแล้ว ทางเราจึงอยากถือ โอกาสออกมาเตือนลูกหลานให้เพิ่มความใส่ใจดูแลสุขลักษณะ การนั่งรถของผู้สูงอายุเพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้น อย่างไม่คาดฝัน “ชีวจิต” จึงไม่พลาดเก็บเกี่ยวเคล็ด(ไม่)ลับ เพื่อนําไปใช้ในทุกทริปเดินทางค่ะ กระทรวงสาธารณสุขได้เคยออกมาเผย 2 อาการป่วยที่อาจเกิดขึ้นกับผู้สูงวัย หากต้องเดินทางเป็นเวลานานพร้อมแนะวิธีป้องกันดังนี้ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ รู้ทันเหตุ ผู้สูงอายุมักปวดปัสสาวะบ่อย ประกอบกับ บางเส้นทางหาห้องน้ำยาก ทําให้ท่านต้องกลั้นปัสสาวะเป็นเวลา นาน  จึงเสี่ยงเกิดอาการทางเดินปัสสาวะอักเสบและติดเชื้อ  ดังนั้นจึงควรกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยการเตรียมกระโถนหรือกระบอกปัสสาวะพกพาติดรถไปด้วยทุกครั้ง และตลอดการเดินทางควรสอบถามผู้สูงอายุบ่อยๆ ว่าปวดปัสสาวะหรือไม่ เพราะท่านอาจเกรงใจไม่กล้าบอก  กระดูกสันหลังทรุด รู้ทันเหตุ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีภาวะกระดูกบางหรือ กระดูกพรุน    และหลายท่านไม่รู้ตัวการนั่งรถที่มีแรงกระแทกต่อเนื่องและเป็นเวลานานอาจทําให้กระดูกสันหลังทรุด หรือร้ายแรงถึงขั้นกระดูกหักซึ่งการรักษาอาการกระดูกหักในผู้สูงอายุต้องใช้เวลานานกว่าคนวัยหนุ่มสาวถึง 2 เท่า ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้สูงอายุมีโรคประจําตัว เช่น   เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ย่อมส่งผลต่อการรักษาอาการกระดูกหักโดยเฉพาะรายที่ต้องผ่าตัดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนง่ายกว่าปกติ ดังนั้นควรกันไว้ดีกว่าแก้ด้วยให้ผู้สูงอายุนั่งที่นั่งด้านหน้าของตัวรถ เพราะเป็นส่วนที่ได้รับแรงกระแทกน้อย […]

HOW TO SUPPORT รับมืออย่างไรเมื่อคู่ชีวิตป่วยหนัก

HOW TO SUPPORT รับมือผู้ป่วย อย่างไรเมื่อคู่ชีวิตป่วยหนัก ในทุกๆ ปี ทั่วโลกมีคู่รักที่ต้องเผชิญปัญหาคู่ชีวิตเจ็บป่วยด้วยโรค ร้ายแรง ทั้งโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต อัลไซเมอร์ และอื่นๆ ซึ่งการรับมือเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายเลย และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับคู่ชีวิตหลายคู่ ซึ่งงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ได้รวบรวมคำแนะนำถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อข้ามผ่านช่วงเวลายากๆ นี้ไป และเป็นผู้สนับสนุนคู่ชีวิตที่เจ็บป่วยให้ข้ามผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง จะทำอย่างไรให้คุณเข้มแข็ง และเป็นกำลังใจสำคัญให้ชีวิตคู่ของคุณได้ วันนี้เรามีคำแนะนำจากคลินิกจิตวิทยา โรงพยาบาลจอนห์ฮอปกินส์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา มาแนะนำค่ะ 1.รับฟังและใช้เวลาร่วมกัน อย่ากังวลในสิ่งที่ต้องพูดออกไป หากคำพูดนั้นสื่อสารด้วยความรักและมีเจตนาที่ต้องการสนับสนุนความเชื่อมั่นของเขาหรือเธอ หรือแม้กระทั่งการนั่งเงียบๆ อยู่เคียงข้างก็เป็นการสื่อสารที่ดีได้ 2.สร้างกิจวัตรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการดูรายการโทรทัศน์ช่องโปรด หรือชวนกันเดินเล่นในสวนสาธารณะ ก็สามารถสื่อถึงความรู้สึกเหล่านั้นได้ ที่สำคัญ ควรทำกิจกรรมเหล่านั้นให้กลายเป็นกิจวัตร เพราะช่วยสร้างความมั่นคงทางใจได้แบบหนึ่ง 3.คอยให้ข้อมูลสำคัญ ช่วงเวลาที่ได้ทราบเรื่องโรคร้ายเป็นเวลาที่ผู้ป่วยมีความกังวลกับโรค ตัวคู่ชีวิตเองก็กังวลเช่นกัน แต่จำเป็นต้องเสพข้อมูลอย่างมีสติ ที่สำคัญ ควรเลือกข้อมูลและวิธีบอกเล่าที่ส่งเสริมความคิดในเชิงบวกเสมอ 4.เป็นตัวแทนการสื่อสารที่ดี นอกจากรับทราบความคืบหน้าจากแพทย์มาบอกผู้ป่วยด้วยวิธีที่เหมาะสมแล้ว ผู้ดูแลที่เป็นคู่ชีวิตจำเป็นต้องพูดคุยสื่อสารกับแพทย์ถึงความต้องการของผู้ป่วย(ไม่ใช่ความต้องการของคู่ชีวิต) โดยคำนึงถึงผลการรักษาในระดับที่เหมาะสม หากวิธีการเหล่านั้นไม่ละเมิดสิทธิของผู้ป่วย 5.ระมัดระวังความจู้จี้เกินพอดี แม้เมื่อพิจารณาโดยละเอียดแล้ว สาเหตุแห่งความเจ็บป่วยนั้นมาจากตัวผู้ป่วยเอง แต่การบ่นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ช่วยให้โรคหายไปได้ รวมถึงความเข้มงวดในวิธีดูแลตัวเองบางอย่าง หากมากเกินพอดีก็ย่อมส่งผลให้ผู้ป่วยกดดันมากเกินไปเช่นกัน […]

“วัยทอง” โรคและปัญหาสุขภาพที่ผู้หญิงทุกคนควรต้องรู้!!

วันนี้ชีวจิตออนไลน์ ขอนำเอาบทความจากนิตยสารชีวจิตที่นำเสนอเกี่ยวกับการเข้าสู่วัยทอง ของผู้หญิงมาฝากกันค่ะ โดยผู้หญิงเราเมื่อเข้าสู่วัยทองหลังจากที่มีประจำเดือนปีแรกไปแล้ว 30 ปี เช่น ถ้ามีประจำเดือนครั้งแรกตอนอายุ 14-16 ปี การตกไข่ก็จะหยุดที่ช่วงอายุ 45-50 ปี ดังนั้นร่างกายของผู้หญิงจึงขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเป็นส่วนใหญ่เลย สังเกตได้จากอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เส้นผม หรือรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทั้งหมดล้วนมีผลมาจากฮอร์โมน ฮอร์โมนหลักๆ ที่จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยทองคือ เอสโทรเจนกับโพรเจสเทอโรน โดยเอสโทรเจนเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผิวชุ่มชื้น อารมณ์แจ่มใส ร่าเริง ส่วนโพรเจสเทอโรนคือฮอร์โมนความสงบ ถ้าฮอร์โมนชนิดนี้ลดระดับลงมากๆ ก็จะทำให้เกิดความไม่สงบ ฟุ้งซ่าน ซึ่งฮอร์โมนสองชนิดนี้มีการขึ้นลงสวนทางกันตลอดในรอบเดือนหนึ่งๆ เป็นเหมือน หยิน-หยาง เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมน 2 ชนิดนี้ก็จะลดลง โดยลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ประมาณปีละ ร้อยละ 1.5 เมื่อเข้าสู่วัยทองจริงๆ ฮอร์โมนเอสโทรเจนจะลดลงไปเหลือเพียงร้อยละ 50 ส่วนโพรเจสเทอโรนจะตกฮวบเกือบเป็น 0 เลย ดังนั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น ผิวเริ่มย่น ไม่ชุ่มชื้น ผมร่วง เพราะระดับเอสโทรเจนน้อยลง ส่วนระดับโพรเจสเทอโรนที่น้อยดังที่กล่าวมาจะทำให้มีอาการวิตกจริตง่าย ขี้หงุดหงิด […]

ผู้สูงวัยเกิดปัญหาการกลืนลำบาก ลูกหลานอย่านิ่งนอนใจ!!

วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งการกลืนด้วยโดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดกับลักษณะทางกายวิภาคของศีรษะและลำคอ สรีรวิทยา และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถสำรองของการกลืนในผู้สูงอายุลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบากได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ดูแลเองต้องใส่ใจให้ดี เพราะเมื่อเกิดภาวะกลืนลำบากขึ้นแล้วหากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา การกลืนลำบาก พบได้ตามความเสื่อมของร่างกายเมื่อสูงอายุขึ้น และพบมากในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยพบว่า ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มีภาวะกลืนลำบากมากที่สุด รองลงมาคือ โรคพาร์กินสัน และ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก โดยจะมีอาการสำลักเมื่อดื่มน้ำหรืออาหาร มักพบในผู้ที่กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนมีปัญหาบีบตัวผิดจังหวะ ทำให้น้ำหรืออาหาร หลงเหลือไม่ได้กลืนลงลำคอ จนเกิดการสำลักนั่นเอง หากไม่ดูแล ภาวะกลืนลำบากจะส่งผลกระทบทั้งทางกายและทางใจ    การสำลักอาหาร หรือมีการกลืนลำบากนี้ หากไม่ดูแลให้ดีผู้ป่วยจะไม่อยากกินอาหาร หรือมักหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือกินน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ขาดสารอาหาร ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมโรคเดิมที่เป็นอยู่ น้ำหนักลด ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจจากการสำลัก ส่วนผลเสียที่จะส่งผลทางสังคมและจิตใจของผู้ป่วยก็คือ มักมีความกังวลในการกินข้าวร่วมกับผู้อื่น ทำให้ออกห่างจากสังคม กินอาหารคนเดียวนำไปสู่ความเศร้า หดหู่ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และมีความอยากอาหารลดลง ยิ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมทรุดโทรมลงไปอีก การรักษาภาวะกลืนลำบาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการของภาวะกลืนลำบากเป็นครั้งคราว แต่หากอาการเหล่านี้มีมากจนมีภาวะแทรกซ้อนเช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดอาหารหรือขาดน้ำ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนในเรื่องปอดอักเสบ หรือความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลง […]

จัดบ้านอย่างไรให้ผู้ป่วยพาร์กินสัน อยู่ร่วมกับเราได้อย่างมีความสุข!

ทุกวันนี้ทั้งในไทยและทั่วโลกพบจำนวนผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease :PD) เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ และแม้จะพบว่าผู้ป่วยมีอายุลดลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไรโรคพาร์กินสันเกินร้อยละ 90 ยังคงเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุ และอาการทางกายจากโรคก็รบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อยทีเดียว หลายคนเมื่อป่วยมากขึ้นก็ดูแลตัวเองได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีการจัดบ้านเพื่อให้ผู้ป่วยพาร์กินสันซึ่งเป็นพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายที่เรารักยังคงใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัยเท่าที่อาการของโรคจะอำนวยกันค่ะ ILLNESS & CONDITION ข้อจำกัดทางกายจากโรคพาร์กินสัน ก่อนจะเริ่มลงมือจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับคนที่เรารักซึ่งป่วยด้วยโรคพาร์กินสัน เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันสักหน่อยค่ะ จากบทความของศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ จากภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคนี้เกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น ภาวะสมองเสื่อมสภาพ หลอดเลือดสมองอุดตัน ภาวะสมองอักเสบ โรคทางพันธุกรรมบางกลุ่ม หรือมีเหตุที่ทำให้สมองขาดออกซิเจน เช่น จมน้ำ สิ่งแปลกปลอมอุดตันทางเดินหายใจ ถูกทำร้าย หรือประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนสมอง นอกจากนี้อาจเกิดจากการใช้ยาบางชนิดอย่างต่อเนื่อง หรือได้รับสารพิษที่ทำลายสมอง โดยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เซลล์สมองสร้างสารโดปามีนซึ่งมีความสำคัญต่อการสั่งการการเคลื่อนไหวร่างกายได้ลดลง โรคนี้เมื่อเป็นแล้วมีข้อจำกัดทางร่างกายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลายระดับ ทั้งจากอายุของผู้ป่วย ระยะเวลาที่ป่วย และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่มีอาการหลักคล้ายคลึงกันค่ะ กว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยพาร์กินสันเริ่มต้นจาก อาการสั่น โดยเมื่ออยู่นิ่งจะมีอาการมาก แต่หากเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมอาการสั่นก็จะลดลง หรือหายไป โดยมากพบอาการสั่นที่มือ […]

โรคหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้ผู้สูงวัยมีหัวใจที่ทำงานผิดปกติ

วันนี้เราจะมาพูดถึงกันถึงเรื่องของ “โรคหลอดเลือดหัวใจ” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคหัวใจขาดเลือดว่าหมายถึงอะไร และต้องปฏิบัติกับท่านที่เป็นโรคหัวใจได้อย่างไรบ้าง สำหรับผู้ที่ดูแลผู้สูงวัย ควรให้ความสำคัญกับโรคนี้ เพราะโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่คนสูงอายุเป็นกันมาก โรคหัวใจขาดเลือด หมายถึง โรคที่เกิดจากหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดไปเลี้ยงน้อย จึงทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ หากไม่มีเลือดไปเลี้ยงที่หัวใจเลยจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้ สาเหตที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด    ภาวะไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ความเครียด ความดันโลหิตสูง ขาดการออกกำลังกาย พันธุกรรม โรคอ้วน ทำไมไขมันในเลือดจึงมีความเกี่ยวกับหัวใจได้ ความสัมพันธ์ระหว่างไขมันกับเส้นเลือดจึงเกี่ยวกันหากระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศเลยก็ว่าได้ มีการเสียชีวิต 4 คนต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นทุกปี การสูบบุหรี่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างไร หากผู้สูงอายุบางท่านยังคงสูบบุหรี่อยู่ ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เพราะว่าบุหรี่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และยังลดปริมาณออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจ หากผู้ใดที่ได้สูบบุหรี่ 20 มวนต่อวัน ทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบมากถึงสองเท่า เพราะการสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ในกระแสเลือด หากแต่หยุดสูบบุหรี่จะทำให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดลดลง หากผู้ดูแลต้องการให้ผู้สูงอายุหยุดสูบบุหรี่ หรือผู้ป่วยเองต้องการหยุดก็สามารถปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการที่จะช่วยให้ท่านหรือญาติของท่านหยุดสูบบุหรี่ทำได้ง่ายขึ้น ทำไมความดันโลหิตสูงมีความเกี่ยวข้องอะไรกับหัวใจ ความดันโลหิตสูงเป็นอันตรายเพราะความดันโลหิจสูงจะทำให้ไขมันคอเลสเตอรอลเข้าไปเกาะผนังชั้นในของหลอดเลือดได้ง่าย ทำให้หลอดเลือดมีการแข็งตัว และทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้เลือดไหลผ่านไปได้ ทำให้เจ็บหน้าอกรุนแรงขึ้นได้ สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุควรไปปรึกษาแพทย์ และทำตามที่แพทย์แนะนำ สิ่งที่ผู้ดูแลสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุลดความเสี่ยงจากโรคร้ายนี้ได้คือ เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้สูงอายุเริ่มจาก อาหารที่ท่านรับประทานในแต่ละวัน เพื่อให้ท่านจะได้ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไป เพราะหากท่านมีน้ำหนักมากจนเกินไปก็จะเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ […]

เรียนรู้เรื่อง “มะเร็ง” ในผู้สูงวัยพร้อมสาเหตุและอาการที่เราควรรู้

โรคมะเร็ง ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเป็นโรคนี้ เพราะโรคมะเร็งได้ฆ่าชีวิตผู้สูงอายุ ไปหลายต่อหลายคน แต่โรคมะเร็งถ้าเรารู้ว่าเป็นระยะเริ่มต้นก็สามารถที่จะรักษาให้หายได้ ถ้าเรารู้จักที่จะช่วยผู้สูงอายุให้ท่านมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้าย และคอยพาท่านไปตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้เราก็สามารถพาท่านให้รอดพ้นจากโรคร้ายได้ค่ะ ต่อไปเราลองไปดูเรื่องงราว และข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งในผู้สูงอายุกันดีกว่าว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเราจะมีวิธีการป้องกันโรคนี้ไม่ให้มาเกิดกับคนที่เรารักได้อย่างไรบ้าง สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคมะเร็ง อัตราการเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งอาจแบ่งได้เป็น 2 สาเหตุ ใหญ่ ดังนี้ 1.เกิดจากร่างกาย – โรคตับแข็ง เกิดจากการขาดสารอาหารโปรตีนจะกลายเป็นมะเร็งตับได้ง่าย – มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ พบมากในผู้ชาย -มะเร็งของเต้านม มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปากมดลูก พบมากในผู้หญิง – มะเร็งเต้านม มะเร็งของต่อมไทยรอยด์บางชนิด พบว่ามีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ 2.เกิดจากสภาพแวดล้อม – ฟันปลอมที่ไม่กระชับอาจทำให้เกิดแผลและไม่รักษาทำให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งปาก – ผู้สูงอายุอาจได้รับสารรังสีเอ็กซ์ สารกัมมันตภาพรังสีต่างๆ รวมทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดอาจทำให้เป็นมะเร็งที่ผิวหนัง – สารก่อเคมีก่อมะเร็ง เช่น เบนซินทำให้เกิดมะเร็งของเม็ดเลือดขาว ยาสูบในบุหรี่ ทำให้เกิดมะเร็งปอด – สารหนูอาจทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง ดีดีที ทำให้เกิดมะเร็งของตับ กระเพาะอาหาร และลำไส้ใหญ่ – […]

รู้หรือไม่? จุดเสี่ยงตรงไหนของบ้าน ที่ทำผู้สูงอายุหกล้มได้ง่ายที่สุด

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมของร่างกาย ทั้งสายตาพร่ามัว และมีปัญหาโรคกระดูกและข้อ ทำให้การทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ไม่มั่นคง รวมทั้งพบอาการหลงลืม หรือสมอง เสื่อมได้มากขึ้น เหล่านี้เป็นปัจจัยด้านร่างกายของผู้สูงอายุที่ทำให้ผู้สูงอายุหกล้มได้ง่าย โดยจากสถิติเกี่ยวกับการบาดเจ็บของ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราการเสียชีวิตจากการหกล้มของผู้สูงอายุสูงเป็นอันดับ 2 รองจากการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย นอกจากความเสื่อมของร่างกายแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่อาจส่งผลให้ผุ้สูงอายุหกล้มได้คือ สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สูงอายุ เช่น สภาพแวดล้อมภายในบ้าน ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมในบ้านสำหรับผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการลื่นล้มสามารถแก้ไขได้และเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจทำให้ผู้สูงอายุบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัจจัยภายในคือปัจจัยในร่างกายของผู้สูงอายุ ส่วนปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผู้สูงอายุ ปัจจัยเสี่ยงภายในของผู้สูงอายุ ปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาทางกายภาพของผู้สูงอายุเอง มีดังต่อไปนี้ ความเปลี่ยนแปลงด้านสายตา ผู้สูงอายุมักมีปัญหาสายตายาว ทำให้คาดคะเนระยะทางได้ไม่ถูกต้อง หรือโรคต้อที่ทำให้มองเห็นไม่ชัด จึงเกิดการหกล้ม ข้อต่อและเอ็นที่อ่อนแอลง ส่งผลต่อการทรงตัว จึงทำให้เกิดการหกล้มได้ ปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ ในผู้สูงอายุพบว่ามีปัญหาปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่ ทำให้ต้องรีบเร่งในการเข้าห้องน้ำและเกิดการหกล้มบ่อยครั้ง โรคประจำตัวบางอย่าง ก็ส่งผลต่อการหกล้มได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมองส่งผลให้แขนขาอ่อนแรงจึงขาดสมดุลในการทรงตัว หรือโรคพาร์กินสันที่มีภาวะสั่นก็มีความเสี่ยงต่อการหกล้มสูงเช่นกัน การใช้ยาบางตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม เช่น ยาลดความดันโลหิต […]

เราจะรับมือกับความชราอย่างไร เมื่อวันนั้นใกล้จะมาถึง!

ความแก่ชราเป็นสิ่งที่ค่อยๆ มาทีละนิดๆ จะมาช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายของเรา แต่ยังไงความแก่ชราก็ต้องมาถึงสักวันเพราะสภาพร่างกายของคนเรานานวันเข้าก็ย่อมเสื่อมถอย อะไรๆ ก็คงไม่ดีเหมือนสมัยยังหนุ่มสาว ฉะนั้นการทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงและเตรียมความพร้อมรับควา มชราแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นหนทางที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อที่ถึงวันที่แก่ตัวไปจริงๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก เพราะกระบวนการชราภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย อายุ 30 ปี ผมเริ่มหงอก  ต้อนรับเข้าสู่วัยเลขสามด้วยการมีสีผมที่เปลี่ยนไป เส้นผมขาวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10-20% ในทุกๆ 10 ปี รองศาสตราจารย์ ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เขียนบทความในเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์ ถึงงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์เมื่อปี พ.ศ. 2548 ว่า คนเอเชียจะเริ่มมีผมหงอกหรือผมขาวในช่วงอายุ 30 ปีปลายๆ ส่วนชาวตะวันตกมักจะเริ่มกันตั้งแต่อายุ 35 ปี ส่วนชาวแอฟริกัน-อเมริกันจะหงอกช้ากว่าคืออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป จะเห็นว่าไม่ต้องแก่เวอร์ผมก็เริ่มหงอกได้แล้ว เพราะสาเหตุหลักที่ผมหงอกนั้นเกิดจากการที่รากผมไม่สร้างเม็ดสีทำให้ผมส่วนที่งอกออกมาใหม่กลายเป็นสีขาวหรือสีเทา ซึ่งจะเกิดเมื่อเราอายุมากขึ้น และในบางเคสก็พบผมขาวในคนที่เป็นโรคต่อมไทรอยด์หรือคนที่ร่างกายขาดวิตามินบี 12  ได้อีกด้วย ส่วนที่ว่ากันว่าหากดึงผมหงอก 1 เส้น ผมหงอกใหม่จะตามมาอีกหลายเส้น ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันค่ะ ร่องรอยเริ่มมา ริ้วรอยรอบดวงตา […]

keyboard_arrow_up