คงจะดีถ้าเราใช้เวลาทั้งหมดที่มี ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด!

ช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้คนเรามีภาระหน้าที่ หรือความรับผิดชอบที่มากขึ้นต่างกันออกไป บางคนคิดว่าอยากให้ใน 1 วัน มีมากกว่า 24 ชั่วโมง ส่วนบางคนอยากให้วันเวลาผ่านไปไวๆ และคิดว่า 24 ชั่วโมงที่ได้มา ช่างเนิ่นนานเสียเหลือเกิน นั่นเพราะชีวิตในช่วงเวลานั้นไม่มีความสุข แต่เอาเข้าจริงๆ ทุกคนต่างโหยหาเวลาทุกช่วงชีวิตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น  หากถ้าเรารู้จักใช้เวลาที่มีไปในทางสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์มากที่สุด จะช่วยเติมพลังให้ตัวเองได้ดีมาก คุณจะรู้สึกกระฉับกระเฉง ชีวิตจะดูมีความหมายไม่เสียเปล่า ใครเคยเป็นบ้างคะที่เมื่อมีเวลาว่างมากๆ แล้วเกิดความเครียด เพราะกลัวการอยู่เฉยๆ มักจะรู้สึกเสียดายเวลาที่หมดไปแบบไม่ได้อะไรกับชีวิตเลย เพราะคนเหล่านั้นเห็นคุณค่าของเวลาทุกวินาทีว่ามีคุณค่ามากแค่ไหนนั่นเองค่ะ ดังนั้น หากเรารู้จักบริหารและจัดสรรเวลาให้เป็น เชื่อว่าทุกคนจะใช้เวลา 24 ชั่วโมง ใน 1 วัน ได้คุ้มค่า อย่าลืมนะคะว่าเราทุกคนบนโลกได้รับเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด ขึ้นอยู่ที่ว่า ใครจะใช้เวลาที่ได้มาคุ้มค่ามากกว่ากัน ทุกคนมีเวลา 60 นาทีต่อชั่วโมง และมี 24 ชั่วโมงใน 1 วัน ดังนั้น ถ้าตั้งใจจะลงมือทำอะไรสักอย่าง ให้รีบทำเลย เริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าปล่อยให้ช้าไป บางทีวันเวลาอาจล่วงเลยไป จะทำอะไรไม่ทันกาล! การบริหารเวลาไม่ใช่เพียงความคิด […]

รู้หรือไม่? เราสามารถเอาชนะความเครียดได้ เมื่อรู้สึก “เจ็บป่วย”

เราทุกคนต่างยอมรับกันว่า “ความเจ็บป่วย” เป็นเรื่องธรรมดาของงชีวิตที่ทุกคนจะต้องพบเจอ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่ร่างกายเกิดการป่วยไข้ขึ้นมาครั้งใด จิตใจก็พาลอ่อนแอตามไปด้วย นั่นเป็นเพราะร่างกายและจิตใจเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างแยกกันไม่ออกนั่นเองค่ะ ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าร่างกายของเราจะไม่ค่อยแข็งแรงแต่เรามีจิตใจที่เข้มแข็ง ก็สามารถบรรเทาความรุนแรงของโรคลงได้ เนื่องจากเมื่อร่างกายคิดบวกสมองก็จะหลั่งสารเคมีหรือฮอร์โมนชนิดดีออกมา ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ถือเป็นดั่งยาวิเศษที่ช่วยบำรุงร่างกายให้ฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยได้ไวขึ้นนั่นเอง ดังนั้น การมีจิตใจที่ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียดระหว่างที่เราป่วยจึงเป็นหนึ่งในกลเม็ดเคล็ดลับที่ช่วยเยียวยาโรคภัยให้ทุเลาลงได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น วันนี้เราได้รวบรวมเอามาฝากทุกคนกันแล้ว ไปดูกันว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเอาชนะอาการป่วยที่เกิดกับร่างกายของเรา อ่านไว้เผื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ไปดูกันค่ะ >> ใช้วิธีปฏิบัติธรรมบำบัดโรค << ที่หลายคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า “กายเป็นนาย กายเป็นบ่าว” นั้น ที่จริงแล้วคำนี้นั้นมีความหมายลึกซึ้งนะคะ เป็นสิ่งที่ทำให้คนเรารู้ว่าร่างกายและจิตใจนั้นเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว หากร่างกายเจ็บป่วย จิตใจก็ย่อมป่วยตาม ในทางเดียวกันหากจิตใจสงบและคิดดี ก็สามารถฉุดดึงอาการป่วยที่ดูว่าหนักเกินเยียวยาให้กลับมาดีขึ้นได้เช่นกัน เมื่อเจ็บป่วยเรามักจะได้ยินคนบอกว่าให้หันหน้าเข้าหาธรรมะหรือปฏิบัติธรรม แม้ว่าจะไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานใดรับรองผลของการปฏิบัติธรรมว่าสามารถเยียวยาอาการป่วยได้ แต่ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ปฏิบัติธรรมจนอาการทุเลา ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าการทำสมาธิสามารถบรรเทาโรคได้ เพราะเมื่อจิตใจสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน จดจ่ออยู่กับอาการป่วยจนเกิดความเครียด ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา หลายคนคิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ทำยาก หรือต้องหันหน้าเข้าวัดเพียงอย่างเดียว ทั้งที่ความเป็นจริงทุกคนสามารถปฏิบัติธรรมได้ด้วยวิธีแสนง่าย โดยแค่กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างมีสติ เช่น ขณะนั่งทำงานอยู่หากเรารู้สึกตัวให้หายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ประมาณ 10 ครั้ง ทำเช่นนี้ทุกครั้งที่รู้สึกตัวจะช่วยให้มีสติรู้ตัวมากขึ้น แม้กระทั่งขณะเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น […]

หลายสิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับผู้ป่วย “โรคซึมเศร้า”

คนเรานั้นย่อมต้องมี “เรื่องเศร้า” ได้เป็นเรื่องปกติของชีวิตค่ะ แต่เมื่อเศร้าแล้วเราต้องควบคุมภาวะอารมณ์ให้ดี ไม่ให้ดิ่ง หรือจมอยู่กับความเศร้านานจนเกินไป เพราะไม่เช่นนั้นคุณอาจกลายเป็นหนึ่งในคนไข้ “โรคซึมเศร้า” ได้ แม้ว่าตอนนีโรคนี้จะกลายเป็นโรคยอดฮิต จากสถิติข่าวคราวที่ออกมาว่ามีผู้ป่วยฆ่าตัวตายจากการเป็นโรคนี้กันมากเหลือเกิน ฟังแล้วก็หดหู่ค่ะ รู้สึกเห็นใจผู้ที่ประสบภาวะนี้เหลือเกิน เพราะเรารู้ว่าไม่มีใครอยากจะเป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีใครเลือกที่จะเป็น แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่ยากจะห้ามได้ ส่งผลให้อารมณ์อยู่ในทางลบ จนเกิดโรคนี้ขึ้นนั่นเอง เราลองมาทบทวนเรื่องราวของโรคซึมเศร้ากันดูสักนิดนะคะ ก่อนที่จะมาพูดกันถึงเรื่องราวของคนที่เป็นโรคนี้ ที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ แล้วคิดเพียงว่า คนที่เศร้า นั่งเหงา ไม่พุดไม่จา เท่านั้น ที่มีอาการซึมเศร้า แต่จริงๆ แล้วยังมีอะไรมากกว่านั้น รู้แล้วคุณอาจเห็นใจคนที่ป่วยด้วยอาการนี้มากขึ้นก็ได้ค่ะ อาการ “ซึมเศร้า” เป็นอารมณ์ทางลบเกิดขึ้น ทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีความสุข พอไม่มีความสุขมันก็ส่งผลหลายอย่าง เช่น เริ่มไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัว สิ่งไหนที่เขาเคยมีความสุขกับมัน ก็จะเริ่มไม่ค่อยมีความสุขกับมันแล้ว หลังจากนั้นก็จะมีเรื่องอื่นตามมา เช่น ความวิตกกังวลที่มากเกินไป ทำให้ขาดสมาธิ และไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ ท้ายสุดก็จะเริ่มไม่อยากเข้าสังคม ไม่อยากอยู่กับใคร รู้สึกว่าตัวเองแย่ อยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากคุยกับใคร พอถอยห่างจากคนอื่นไปเรื่อย ๆ มันก็จะมีอาการที่ว่าตัวเองไร้ค่า พัฒนาไปสู่ความสิ้นหวัง นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ […]

อยากเป็นผู้หญิงเก่ง…ต้องรู้จักการทำตลาดให้ตัวเอง!

คุณสาวๆ คะ วันนี้เราจะขอพูดถึง “การทำตลาดให้ตัวเอง” ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการให้คุณไปป่าวประกาศความเก่งของตัวคุณเองให้ชาวโลกรับได้ทราบอย่างโอ้อวด แต่หมายถึงการไม่ได้อยู่อย่างเงียบเชียบ เก็บตัว จนไม่มีใครรับรู้ถึงความไม่มีตัวตนของคุณบนโลกใบนี้ หากคุณไม่ทำให้คนอื่นรับรู้ว่าคุณมีตัวตนแล้ว จะมีใครหยิบยื่นโอกาสให้คุณ เพราะเขาจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคุณเป็นใคร หรือมีความสามารถอย่างไร เคยอ่านเจอในหลายบทความ หลายตำราที่ต่างสอนให้เราไม่โอ้อวดในสิ่งที่เราเก่ง ที่เราทำได้ เพราะนั่นคือการทำให้คนอื่นหมั่นไส้เรา มีดีก็ควรเก็บไว้กับตัว แต่ยุคสมัยนี้แล้วนะคะ หากเราอยู่เงียบๆ และเก็บทุกอย่างไว้ไม่แสดงออก ก็คงจะกลายเป็นคนที่ไร้ตัวตนไปในไม่ช้าค่ะ รู้อย่างนี้แล้วเรามีดีอะไรก็แสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็น เลยดีกว่าค่ะ แสดงให้รู้ไปเลยว่าเราคิดเห็นอย่างไรกับสิ่งนั้นๆ เพียงแต่การแสดงใดๆ ให้เห็นนั้นต้องทำอย่างถูกกาละเทศะ และใช้ความคิดให้ดีๆ ก่อนเสมอค่ะ ทั้งนี้ในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอะไรออกไปนั้น เราจะต้องแสดงออกถึงความมีสติปัญญาของเราด้วย นั่นคือ แสดงออกถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ และมีเหตุผลชัดเจน ไม่มีการเอาอารมณ์เข้ามาปะปน เพราะหากเป็นเช่นนั้นแล้วการทำตลาดให้ตัวเองที่คุณกำลังทำอยู่นั้น มันจะกลายเป็นการทำให้คุณดูไม่ดีไปเสียอีกค่ะ ทีนี้มาดูกันว่าส่วนผสมทางการตลาดที่ดีตามหลักแล้วนั้นมีอะไรกันบ้าง ซึ่งโดยหลักการแล้วต้องมีทั้งหมด 4 P ได้แก่ PRODUCT (สินค้า) ในที่นี้คือการมีสินค้าเป็นของตัวเอง เทียบได้กับการรู้จักและนำความสามารถมาผสมกับจุดเด่นของเรามาใช้เป็สินค้าประจำตัว โอกาสอยู่ที่ไหน สามารถหยิบมาขายได้ในทันที ที่สำคัญ เราต้องมีความมั่นใจในสินค้าของเรา ด้วยค่ะ อย่างเช่น เราต้องมั่นใจในตัวเอง ต้องเชื่อมั่นในความสามารถ กล้าที่จะแสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าเรามีดี มีของดีก็ต้องเอาออกมาขายค่ะ […]

“ความสุข” ทำให้เรารู้สึกดี แต่ความทุกข์…ทำให้เราโตขึ้น!

วันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราทุกคนต่างแก่ลงกันทุกวินาที และช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาย่อมมีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นกับคนเราได้ทุกขณะ มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น อะไรเดิมๆ ก็จบลงไปอยู่ตลอด ทั้งความสัมพันธ์เก่าและใหม่ ทุกสิ่งล้วนเรียกว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตทั้งสิ้น ทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ทั้งเรื่องดีและ เรื่องร้าย ทั้งเรื่องสุข และเรื่องเศร้า เรื่องราวทั้งสุข และทุกข์เหล่านี้ ทำให้คนเราเริ่มชินกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามา โดยทำให้เริ่มคิดได้ว่า สุขอยู่ไม่นาน ทุกข์ก็อยู่ไม่นานเช่นกัน แต่สำหรับบางคนอาจจะยังปิดกั้นการรับรู้ที่จะยอมรับในความเศร้า หรือความทุกข์ โดยไม่ยอมรับกับความจริงที่เจอ อย่าลืมนะคะว่า ความสุขใครๆ ก็เจอกันได้ แต่ความทุกข์นี่สิ ถ้าใครเจอแล้วผ่านมันไปได้ จะทำให้เราโตขึ้นได้มากเลยล่ะค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า “ความทุกข์” คือความจริงของชีวิต วันนี้เราอยากให้ทุกคนลองฝึกฝนความคิด และจิตใจให้ชินชากับความเศร้า และความทุกข์ เพื่อที่จะยอมรับความทุกข์ให้ได้ เพราะเมื่อใดที่ความทุกข์มาเยือน  นั่นย่อมไม่แปลกเลยที่เราจะพูดว่า “เข้ามาเลยเจ้าความทุกข์” เราไม่กลัวเจ้าหรอก เรากลับชอบเธออีกด้วย นั่นเป็นเพราะอะไรวันนี้เราจะพาทุกคนไปเรียนรู้ที่จะโตขึ้น จากการเผชิญกับความทุกข์ค่ะ! >> ใช้ RQ ในการปรับตัว เผชิญความเป็นจริงที่ยากลำบากได้ << มีใครเคยรู้บ้างว่านอกจาก IQ ที่เอาไว้วัดสติปัญญา […]

เช็คด่วน! สัญญาณอันตรายบอกโรค ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

ยุคนี้คนเราคนเราหันมาใส่ใจสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น สังเกตได้จากการที่มีคนหันมาออกกำลังกายกันเยอะ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการดูแลตัวเอง ทำให้ไม่ป่วยง่าย แต่ก็อย่างว่านั่นล่ะค่ะ โรคภัยไข้เจ็บมันไม่เข้าใครออกใคร บางทีดูแลตัวเองดีแล้วก็ป่วยได้เพราะเชื้อโรคตอนนี้มันร้ายเหลือเกิน ไหนจะมีเชื้อโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมาทุกวัน แต่จะให้ดีที่สุดนอกจากดูแลสุขภาพแล้ว ต้องคอยหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายตัวเองอย่างละเอียดด้วย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอันตราย และอาการป่วยไข้ต่อร่างกายของเรา วันนี้เราอยากมาเตือน และมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการผิดปกติที่หลายๆ คนอาจเคยเป็น หรือเป็นอยู่ตอนนี้ แต่ไม่รู้ว่านี่แหละคือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าโรคภัย หรืออาการป่วยกำลังมาเยือน จะมีอะไรบ้างไปดูพร้อมกัน และหากใครเริ่มมีอาการตามที่บอกต่อไปนี้ ทางที่ดีไปให้รีบไปให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายดูจะดีกว่านะคะ อย่าปล่อยเอาไว้จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ เจ็บไข้ หรือป่วยหนักขึ้นมา มานั่งรักษามันไม่สนุกเลย! >> รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีแรง << หากใครที่เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้า รู้สึกหมดแรง เหนื่อยง่าย ทำอะไรก็ช้าลง อย่าคิดว่าอาการนี้มาจากเราทำงานหนักเกินไป หรือคิดว่าแค่นอนน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นนะคะ เพราะหากร่างกายเริ่มมีอาการดังกล่าวบ่อยๆ และเป็นติดต่อกันในระยะเวลานาน ก็อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคค้ายแรงต่างๆ อีกมากมาย หากใครที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่กระปรี้กระเปร่า เป็นแบบนี้ติดกันมาสักประมาณ 1 อาทิตย์ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์ร่างกายจะดีที่สุดค่ะ จะได้รู้สาเหตุพร้อมวิธีการรักษาได้ทันท่วงที >> รู้สึกตัวว่า “ลงพุง” […]

6 อาหารไร้ประโยชน์ ยิ่งกิน ยิ่งทำลายสุขภาพ แบบไม่รู้ตัว

อาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก คนเราจะขาดน้ำ ขาดอาหารก็อาจจะเสียชีวิตได้อันนี้ใครๆ ก็ทราบดี แต่ก็ใช่ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปทุกอย่างจะเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายนะคะ การจะกินเพื่อให้ร่างกายได้ประโยชน์ และทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้นั้นก็ต้องเลือกกิน กันสักนิด เพราะถ้าหากเราไม่รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ดี เลือกเอาแต่สิ่งที่ชอบทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย กินไปเพื่อความอร่อยเท่านั้น แบบนั้นก็ไม่ไหวน๊า และเคยสังเกตกันมั้ยคะว่าอาหารอร่อยๆ ที่เราชอบกิน มักจะไม่ค่อยมีประโยชน์ ส่วนใหญ่จะเน้นความอร่อยและของอร่อยคือจะต้องมันเยิ้ม เค็มๆ หรือหวานมากๆ และต้องใส่สารกันบูดเพื่อให้อาหารมีอายุอยู่ได้นาน ซึ่งอาหารเหล่านี้กินมากๆ อาจเป็นสาเหตุของโรคร้าย ก่อให้เกิดผลเสียต่างๆ กับร่างกายได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นเราไปดูกันค่ะว่าอาหารประเภทใดบ้างที่บั่นทอนร่างกายของเรา กินแล้วยิ่งเป็นการทำลายสุขภาพ เมื่อรู้แล้วเลี่ยงได้ก็เลี่ยงค่ะ >> ขนมขบเคี้ยว ขนมกรุบกรอบต่างๆ  << ขนมกรุบกรอบ หรือสแน็ค รวมถึงของหวานที่เป็นที่นิยมทั้งหลายแหล่นี่ล่ะค่ะตัวดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือเด็กก็ชอบด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งคนยุคนี้เวลาทำงานก็มักจะมีขนมกรุบกรอบไว้ข้างกายไว้รับประทานระหว่างทำงานเพลินๆ ซึ่งรู้หรือไม่ว่าขนมพวกนี้เป็นสาเหตุหลักของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เพราะเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ ที่เป็นผลเสียต่อร่างกาย ทางที่ดีควรกินให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะเท่ากับจะได้หนีจากปริมาณไขมันและแคลลอรี่ในปริมาณที่ร่างกายเกินต้องการ หรือถ้าอยากกินจริงๆ ก็กินในปริมาณที่เหมาะสม นานๆ กินทีก็ดีค่ะ ใครที่อยากหาขนมหรือของกินมารับประทานแทนขนมขบเคี้ยวพวกนี้ ลองเปลี่ยนมาเป็นผลไม้สดแทนดูสิคะ ยิ่งช่วงนี้มีให้เลือกหลากหลายชนิด รสชาติอร่อย แถมยังมีวิตามินและสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย >> ทูน่า […]

ความจริงอันน่าเศร้า ที่เรา (อาจ) ต้องเจอเหมือนกันแทบทุกคน!!

เคยได้ยินที่ใครหลายๆ คนมักจะพูดกันว่า ชีวิตของคนเรานี้แสนสั้น จงอย่าใช้เวลาที่เหลือไปจมอยู่กับความทุกข์นานๆ เลย ปัญหาที่เจอทุกอย่างมีทางแก้ ถ้าเราปล่อยมันให้ผ่านไปไม่ได้ เราก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อแก้ไขมันต่อไป อย่าไปกลัวว่าชีวิตจะเจอกับอะไรที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์เลย ให้คิดเสียว่าทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ทุกอย่างมีเกิดขึ้นก็ต้องมีดับลง ดั่งคำสอนทางศาสนาพุทธที่เราเคยได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กยังไงล่ะคะ หากเราคิดและทำใจให้ยอมรับความจริงในทุกเรื่องได้ จิตใจเราจะไม่รู้สึกทุกข์อะไรทั้งนั้นเมื่อต้องเจอกับเรื่องแย่ๆ ที่ผ่านเข้ามา เพราะเราจะรู้ว่าเดี๋ยวเรื่องแย่ๆ นั้นมันก็จะผ่านไป แต่หากใครยังไม่พร้อมที่จะยอมรับความจริง แน่นอนว่าความทุกข์ใจจะต้องมาเยือนแน่นอน ทั้งๆ ที่รู้ว่าโลกนี้นั้นเต็มไปด้วยปัญหา แต่ใจก็ยังไม่พร้อมที่จะยอมรับอะไรทั้งนั้น บางคนแยกไม่ออกนะคะว่าปัญหากับความทุกข์มันคนละอย่างกัน เป็นคนละส่วน ปัญหามันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มันมีขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ความทุกข์มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ที่ทำให้เกิดความทุกข์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือ การที่เราทำใจให้ยอมรับความทุกข์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ต่างหาก สองสิ่งนี้ต้องแยกกันให้ออกค่ะ ฉะนั้น เรามาฝึกใจของตัวเองให้ยอมรับความจริงให้ได้กันดีกว่า โดยอาจจะเริ่มจากการยอมรับสิ่งน่าเศร้าที่มักจะเกิดขึ้นในชีวิตของคนเราในยุคนี้กันบ่อยๆ ซึ่งแต่ละคนก็มีเรื่องราวที่ต้องเจอแตกต่างกันไป แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีเรื่องราวคล้ายๆ กัน มาดูกันค่ะว่าความจริงเหล่านี้มีอะไรกันบ้าง ใครเคยเจอเรื่องราวตรงกับข้อไหน ทำใจยอมรับมันให้ได้ และพยายามคิดเสียว่า เราไม่ได้เจอเรื่องราวแบบนี้คนเดียว แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ จะมากหรือน้อยก็ต่างกันออกไป ไปดูกันว่าความจริงของชีวิตที่คนเรามักต้องเผชิญ และต้องทำใจยอมรับมันให้ได้นั้นมีอะไรบ้าง >> ไม่อยาก และไม่พร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลง […]

หยุดพยายามเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณเอง

“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะทำอะไรมา และไม่ว่าคุณจะมาจากไหน คุณย่อมสามารถกลายเป็นคุณในแบบที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ” ประโยคเด็ดจากคนดังจากศิลปินระดับโลกอย่าง “มาดอนน่า” ที่ได้เคยกล่าวเอาไว้ ไปอ่านเจอแล้วทำให้เกิดความคิดขึ้นมาในหัวแว๊บนึงค่ะ เกี่ยวกับการที่คนเราเดี๋ยวนี้มักพยายามเหลือเกินที่จะทำตัวเองให้เหมือนคนอื่น ความเหมือนในที่นี้ไม่ใช่เรื่องของความสามารถนะคะ แต่เป็นการเลียนแบบในเรื่องการวางตัว การการแต่งกาย ที่บางครั้งมันขัดกับความเป็นตัวตนของคนคนนั้นอย่างมาก นั่นเพียงแค่อยากมี อยากเป็น และอยากเหมือนคนอื่นเท่านั้นเอง ปัจจุบันโลกที่แสนวุ่นวายกำลังพยายามทำให้คุณอยากเป็นเหมือนคนอื่นๆ สิ่งที่ยากที่สุดคือการที่คุณต้องต่อสู้ที่จะเป็นตัวเอง แต่บางึนกลัวแค่เพียงว่าการเป็นตัวของตัวเองจะไม่เป็นที่ถูกใจของคนอื่น คนนั้นจะไม่ชอบ คนนี้จะไม่พอใจ อย่าลืมนะคะไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหน เป็นอะไรก็ไม่มีใครที่จะชอบคุณไปเสียหมดทุกคน แต่ในบางครั้งความภาคภูมิใจย่อมมีมากกว่าแน่นอน หากการเรียกขานจองคนอื่นที่มีต่อคุณนั้น เขาเรียกมันด้วยควารามที่คุณเป็นคุณ ไม่ใช่เรียกคุณที่คุณเป็นเหมือนใครค่ะ เราทุกคนย่อมต้องรู้จักปล่อยวางกับทุกอย่างให้ได้ ต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อทำความเข้าใจกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ท่องเอาไว้ค่ะว่าเราไม่จำเป็นต้องเหมือนพวกเขา หรืออย่าคาดหวังที่จะเป็นเหมือนใคร เพราะหากคิดแบบนั้นชีวิตคงไม่มีความสุข เหล่านี้คือสิ่งที่คนเราต้องเรียนรู้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เรามาเรียนรู้เทคนิคการหยุดที่จะเป็นคนอื่น และมาเป็นตัวเองกันดีกว่า หยุดคาดหวังที่จะเป็นเหมือนใคร อะไรที่ทำแล้วชีวิตมีความสุขมากขึ้นก็จงทำเถอะค่ะ ในเมื่อไม่เดือดร้อนใคร แถมยังเป็นการสร้างความมั่นใจในตัวเองได้มากขึ้นด้วย ไปดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง เป็นผู้หญิงที่น่าหลงใหล ด้วยการเคารพตัวเอง ผู้หญิงส่วนใหญ่มักตั้งคำถามว่า ผู้ชายเค้าชอบผู้หญิงแบบไหน? หรือผู้ชายคนที่เราแอบชอบเค้าชอบอะไรในตัวผู้หญิง เมื่อมีคำถามก็จะขวนขวายที่จะเป็นในแบบที่ผู้ชายชอบ ทั้งเป็นคนอ่อนหวาน เป็นคนสวย ที่ดูฉลาด ทั้งๆ ที่การกระทำบางอย่างมันขัดกับสิ่งที่ตัวเองเคยเป็น อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องใดๆ รวมไปจนถึงผู้หญิงที่อ่อนปวกเปียก […]

อยากดำเนินชีวิตอย่างราบรื่น จงหยุดพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ!

ปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีได้หมุนไปไวซะเหลือเกิน สิ่งนี้ส่งผลให้คนเราจำเป็นต้องดำเนินชีวิตให้ทันกับความก้าวหน้าของโลก เมื่อมีเทคโนโลยีมาก มีสังคมมาก มีการทำงานและการเรียน รวมไปถึงการใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบในแต่ละคน สิ่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบตามมาด้วยก็คือสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนเราที่มักจะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยๆ จากพฤติกรรมที่ละเลย และนิสัยที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ ไม่ทำความเข้าใจว่านิสัยอะไรที่ไม่ควรทำ พฤติกรรมอะไรที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ มีโอกาสเข้ามารุมเร้าร่างกายได้ง่าย เราไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าที่ผ่านมาคนที่มักจะป่วยบ่อยๆ คนที่ 3 วันดี 4 วันไข้นั้น เค้าดำเนินชีวิตผิดๆ แบบไหนกันบ้าง เค้าทำอะไรแล้วเป็นการทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำให้การใช้ชีวิตไม่ราบรื่น และไปดูว่าหากเราไม่อยากสุขภาพแย่ควรหยุดทำสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย และหันมาประพฤติตามแนวทางที่ดีต่อร่างกายของตัวเอง รักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อจะได้มีชีวิตที่มีความสุข ไร้โรคภัย ไปดูกันเลยค่ะว่าพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพนั้นมีอะไรบ้าง แต่ละวันดื่มน้ำน้อยเกินไป การดื่มน้ำนี่ใครๆ ก็ทราบดีใช่มั้ยคะว่าสำคัญอย่างมากต่อการดูแลสุขภาพเบื้องต้นเลยทีเดียว หลายๆ คนมักจะทำงาน หรือใช้ชีวิตโดยลืมไปว่าร่างกายต้องการการดูแล ฟื้นฟู โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ซึ่งถ้าหากเราดื่มน้ำน้อยเป็นประจำนั้น ก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่แห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ ดวงตาไม่สดใส ร้อนใน อ่อนเพลีย ปวดหัวบ่อย เป็นต้น อีกสิ่งที่ทำให้คนเรามักจะลืมดิ่มน้ำก็คือการทำงานในห้องที่มีแอร์เย็นๆ ฉ่ำๆ ทำให้ไม่รู้สึกหิวน้ำ บางทีวันๆ […]

วิธีเอาชนะเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อสุขภาพจิตที่ดีขึ้น!

คำว่า “เครียด” หากใครที่ต้องประสบพบเจอกับคำนี้ แน่นอนว่าชีวิตช่วงนั้นต้องเป็นไปในทางลบแน่ๆ เลยใช่มั้ยคะ เพราะเจ้าความเครียดนั้นมักจะส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเรา และมักจะเป็นปัญหา เป็นสาเหตุของทุกอย่าง ฟังๆ ดูแล้วทำให้เห็นว่าความเครียดนี่ดึงดูดแต่สิ่งไม่ดีมาสู่เรา แต่จริงๆ หากมองให้เป็นโอกาสแล้ว ความเครียด ก็ยังมีข้อดีคือช่วยกระตุ้นให้เรามีพลัง สร้างแรงผลักดันให้เอาชนะอุปสรรคปัญหาต่างๆ ได้ หากเราไม่ยอมแพ้และมีแรงฮึดสู้ค่ะ นอกจากนี้ “ความเครียด” ยังเป็นเรื่องของร่างกายและจิตใจที่เกิดการตื่นตัวเพื่อเตรียมรับกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าไม่น่าพอใจ เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเกินกำลังที่มี เกิดอะไรนิดก็เครียด ทั้งฝนตก รถติด เพื่อนบ้านส่งเสียงดัง ไฟฟ้าถูกตัด ปัญหาจิปาถะที่รายล้อมอยู่รอบตัวเราล้วนแต่เป็นตัวการก่อให้เกิดความเครียดได้ทั้งสิ้น แน่นอนว่าหากใครเจอปัญหาจุกจิกกวนใจเหล่านี้ รับรองว่าจิตใจและสมองต้องอ่อนล้าไปกับปัญหาในชีวิตประจำวันแน่นอน ถ้าหากเรารู้ตัวว่าเราเริ่มมีอาการเครียดจากเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่พบเจอ ทั้งปัญหาเล็กปัญหาใหญ่ หากเจอทุกวันก็สะสมเป็นปัญหาสุขภาพในอนาคตได้นะคะ ต้องไม่ลืมว่าใครๆ ก็เครียดกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีขจัดเรื่องเครียดออกไปจากชีวิตได้เร็วกว่ากัน เอาเป็นว่าวันนี้เคล็ดลับเกี่ยวกับ “วิธีเอาชนะความเครียดจากชีวิตประจำวัน” มาฝากทุกคนกันค่ะ อย่ามัวมานั่งเครียดกันอยู่เลย หาวิธีกำจัดไปดีกว่า เก็บไว้ก็ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพใจ และสุขภาพกายเลยค่ะ >> ตื่นนอนให้เร็ว ลดความเครียดจากการจราจร << ปัญหาการจราจร และการเดินทางบนท้องถนนโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเรามีความเครียดในชีวิตประจำวันมาก ซึ่งการขับรถเป็นเวลานานหรือติดอยู่บนท้องถนนเป็นชั่วโมงจะทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว เพราะการนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานานทำให้ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนัก ขณะที่บางส่วนไม่ได้ทำงาน […]

เมื่ออกหักรักคุด อย่าฟูมฟายจนดูไม่มีสติ

ขึ้นชื่อว่า “ความรัก” นั้นมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ หากความรักเข้ามาหาคุณ แต่กลับต้องออกไปโดยที่คุณเองอาจยังไม่ทันได้ตั้งตัว คุณย่อมต้องเสียใจ ร้องไห้ได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สวย หรือดูไม่ดี ถ้าเสียใจก็แสดงมันออกมาอย่าไปเก็บเอาไว้ก็เราอกหัก นี่คะ แต่ก็อย่ามัวฟูมฟาย ร้องไห้จนไร้สติ ดูไม่เป็นผู้เป็นคน อย่ามัวแต่พร่ำเพ้อว่าจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเขา จะไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว สิ่งพวกนี้เปล่าประโยชน์ที่จะทำค่ะ เพราะต่อให้ร้องไห้ขนาดไหน เขาก็ไม่มีทางกลับมา หรือถึงแม้จะกลับมา เชื่อเถอะว่าความรักที่มีย่อมไม่มีทางเท่าเดิม! สิ่งเหล่านี้เราเชื่อค่ะว่าสาวๆ หลายๆ คนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็อย่างว่าเมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ความรักมาเดินจากไป ต่อให้แกร่งหรือเตรียมใจไว้ขนาดไหนก็ย่อมต้องมีเซกันได้แน่ๆ แต่ต้องไม่ลืมนะคะว่าเราเองไม่ใช่คนแรกที่เจอกับเรื่องแบบนี้ คิดเสียว่าสิ่งที่เจอเป็นบททดสอบหนึ่งของชีวิตจะดีกว่า ทุกอย่างมีเริ่มก็ย่อมต้องมีจบเป็นสัจธรรม ที่พูดมานี่ไม่ได้ให้ใครเกรงกลัวความรักนะคะ แต่อยากบอกสาวๆ ที่กำลังพบเจอกับภาวะอกหัก ให้เดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปให้ได้ ถ้าความรักทำให้เราทุกข์ก็ไม่ควรเสียเวลา เพราะเวลาอันมีค่าของเราควรจะมีให้เฉพาะความสุขเท่านั้น วันนี้เราอยากจะบอกทุกคนเหลือเกินค่ะว่าเมื่ออกหัก จงทำวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเอง อย่ามัวเป็นคนอ่อนแอจนน่ารำคาญในบางจังหวะ เพราะผู้หญิงเราไม่จำเป็นต้องดูอ่อนแอเสมอไป มาลองเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งและเข้มแข็งในเรื่องความรักดูบ้าง ไม่ทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นต้องพะวง ไม่จำเป็นต้องได้ชื่อว่าเป็นสาวจมกองน้ำตาเวลาเลิกกับแฟน เอาเป็นว่าเก็บความเสียใจไว้เป็นบทเรียน เสียใจอย่างมีขอบเขตจะดีกว่าค่ะ   >> ปาดน้ำตา แล้วก้าวไปเจอสิ่งที่ดีกว่า << พยายามคิดทุกครั้งที่รู้สึกเสียใจ  รู้สึกอยากจะร้องไห้ ว่าเวลาในชีวิตของคนเรามีแต่จะนับถอยหลังลงไปเรื่อยๆ บางคนอาจเหลือเวลาอยู่บนโลกนี้ไม่มากนัก […]

เลิกมองว่าชีวิตนี้ไม่ยุติธรรม และทำทุกวันให้เป็นวันที่ดี

คนที่จมอยู่กับความทุกข์มักจะกล่าวโทษว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมมักจะคิดว่าทำไมตัวเองถึงต้องเป็นผู้แบกรับความทุกข์ไว้ขนาดนี้ ทำไมคนอื่นที่แย่กว่าตัวเองถึงได้ดูมีความสุขกว่า และมักพร่ำบ่นว่าโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลย…ความคิดแบบนี้เป็นมุมมองของคนที่มีความทุกข์ค่ะ ถ้าเราอยากเป็นคนทุกข์เราก็มองโลกแบบนั้นไป แต่ถ้าอยากเป็นคนสุขเราก็ต้องมองโลกกลับกัน เชื่อเถอะค่ะว่าโลกใบนี้แหละที่คงไว้ซึ่งความยุติธรรมที่สุดแล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องไม่ลืมว่าชีวิตที่ดีต้องมาจากการกระทำที่ดี ชีวิตที่ไม่ดีนั่นก็เพราะการกระทำที่ไม่ดีไม่ถูกต้องเช่นกัน อย่าโทษโลก อย่าโทษคนอื่น อย่าโทษสิ่งแวดล้อม หรืออย่าโทษสิ่งใดๆ เลยค่ะ ตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นคนทำให้ทุกอย่างมันเป็นไป โลกไม่ได้โหดร้าย โลกไม่ได้ไม่ยุติธรรม โลกก็อยู่ของมันเฉยๆ เราก็มีชีวตอยู่บนโลกใบเดิมนี้มาตั้งแต่แรก เราสุข เราทุกข์ โลกก็ยังคงเป็นโลกใบเดิม เอาเป็นว่า เอาเวลาที่ตจะมานั่งโทษว่าโลกนี้ร้าย มานั่งคิดวิธีที่จะทำให้ตัวเองอย่ได้บนโลกแบบเป็นสุข และมีความทุกข์น้อยที่สุดจะดีกว่าค่ะ วันนี้เราเลยเอาแนวคิดดีๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้ถ้าคิดตามมาฝาก ลองทบทวนดูดีๆ ว่า ที่ผ่านมา เราเองที่พลาด หรือโลกนี้โหดร้ายกันแน่ คิดได้แล้วก็ปรับปรุงตัว ปรับปรุงความคิด ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปค่ะ >> ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดี << เราอย่ามัวมาโทษนั่นโทษนี่อยู่เลย อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เจอ แล้วเอาเวลามามุ่งมั่นทำตามความฝัน อย่าลืมนะคะว่าความมุ่งมั่นนี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิต คนเราถ้าจะหาความสุขที่แท้จริงได้ต้องพยายามควบคุมความคิดตัวเองให้ได้ และเกิดความมุ่งมั่นในการทำอะไรบางอย่าง ในทางกลับกันสิ่งที่คอยขัดขวางไม่ให้เรามุ่งมั่นได้ตลอดรอดฝั่งก็คืออาการหมดพลัง เมื่อหมดพลังเราจะเกิดความท้อแท้ และเนเหตุผลให้เราอยากหาสิ่งที่มารับผิดกับความผิดหวังครั้งนี้ก็กล่าวโทษไปเรื่อย เอาเป็นว่าเลิกหาคนผิด เลิกโทษทุกสิ่ง เดินหน้าใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตแบบที่ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่เบียดเบียนคนอื่น ทำแต่ละวันให้ดี ทำวันนี้ดี […]

“ อาการเสียวฟัน ” ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้!

หากคุณรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มร้อน เย็น หรือเปรี้ยว หรือหายใจในอากาศหนาว แล้วรู้สึกเจ็บหรือเสียวฟัน แสดงว่าคุณอาจจะมี อาการเสียวฟัน โดยอาการเสียวฟันอาจจะเป็น ๆ หาย ๆ แต่ก็สร้างความรำคาญใจให้กับเราได้อย่างมากเลยใช่มั้ยคะ ยิ่งเดี๋ยวนี้ทั้งไอศครีม บิงซู น้ำแข็งใส ของอร่อยๆ ที่มาคู่กับความเย็นก็มีเยอะมาก ความสุขย่อมหมดไปแน่นอน หากว่าเราสั่งสิ่งเหล่านั้นมากิน แล้วเสียวแปร๊บไปถึงรากฟัน ต่อให้ของกินจะอร่อยแค่ไหนก็หมดอร่อยลงได้ง่ายๆ ค่ะ วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “อาการเสียวฟัน” ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากดูแลฟันของตัวเองไม่ดี รวมถึงมาดูกันว่าสาเหตุหลักๆ เกิดจากอะไร มาดูข้อมูลที่ว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร, อาหารและเครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยง, อุปนิสัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการทำลายเคลือบฟันที่ควรแก้ไข  รู้ไว้จะได้เตรียมตัว และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ค่ะ เสียวฟัน หรือ ฟันเสียว ก็ไม่มีใครอยากเป็นแน่ๆ ค่ะ >> รู้จักกับอาการ “เสียวฟัน” << อาการเสียวฟันเกิดจากการเผยของเนื้อฟันซึ่งเป็น ส่วนของฟันที่ครอบเส้นประสาทเอาไว้ เนื่องมาจากการสูญเสียของชั้นเคลือบฟันหรือ ภาวะการร่นของเหงือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและอาหารบางอย่าง (กรดหรือความหวาน) ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดฟันได้ อาการปวดมักหายไปหลังจากช่วงระยะเวลาสั้น เกิดจากเคลือบฟันที่ทำหน้าที่ปกป้องฟันบางลงหรือเหงือกร่น ทำให้ผิวฟันด้านในหรือเดนทินเผยออกมา เนื้อฟันมีจำนวนรูหรือท่อที่เชื่อมต่อจากด้านนอกของฟันไปที่ศูนย์กลางเส้นประสาท เมื่อเนื้อฟันเผยออกมา ท่อเหล่านี้จะอาจถูกกระตุ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรืออาหารบางชนิด […]

“อาการบวมน้ำ” ในผู้หญิง แก้ไขได้โดยต้องปรับสมดุลร่างกายให้เหมาะสม

สาวๆ เคยสังเกตตัวเองกับบ้างมั้ยคะว่าช่วงก่อนมีวันนั้นของเดือน หรือหลังจากมีไปสัก สองสามวัน ร่างกายของเราจะดูบวมมากกว่าปกติ บางครั้งผิวหนังก็ดูตึงๆ และมีความมันวาว ทำให้หลายคนเกิดความนอยส์ว่าตัวเองอ้วนขึ้น หรือเกรงว่าหลังจากประจำเดือนหมดไปจะไม่หายบวม อาการเหล่านี้เรียกว่า “บวมน้ำ” ค่ะ หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างแล้ว อาการนี้จะแสดงชัดจากตัวบวม เจ็บหน้าอก ปวดหลัง เหนื่อย เพลีย นอกจากนี้ยังเกิดจากการรับประทานอาหารที่ทำให้มีอาการบวมน้ำร่วมเข้าไปด้วย ซึ่งอาการนี้สามารถป้องกันและรักษาได้ค่ะ อย่าวิตกกังวลไป วันนี้เราเลยขอพุดถึงอาการนี้กันค่ะ เพื่อให้คุณสาวๆ หมดกังวล รวมถึงมีการป้องกันอาการนี้ หรือให้เกิดขึ้นกับตัวเองน้อยที่สุด เริ่มต้นเรามารู้กันก่อนว่าสาเหตุของอาการนี้เป็นมาอย่างไร อาการบวมน้ำเกิดจากการมีของเหลวรั่วไหลออกมาจากเส้นเลือดขนาดเล็กในร่างกาย ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ บริเวณนั้นบวมขึ้น และไม่ได้เป็นภาวะทางกรรมพันธุ์ แต่อาจเป็นผลมาจากการเจ็บป่วยต่าง ๆ โดยแต่ละสาเหตุก็อาจส่งผลให้อาการรุนแรงแตกต่างกันไป นอกจากนี้ช่วงที่มีประจำเดือนเป็นช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ ผู้หญิงจะมีภูมิต้านทานน้อยที่สุด ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มที่จะบวมน้ำด้ำง่ายกว่าปกติ การทานอาหารเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมนในช่วงนี้จึงต้องมีมากหน่อยนะคะ อย่างอาหารจำพวกกล้วย นมถั่วเหลือง มันเทศ เหล่านี้เหมาะแก่การหามารับประทาน เพราะมีไฟเบอร์และโพแทสเซียมไอออนที่สามารถลดอาการบวมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารทริปโตเฟนในนมถั่วเหลืองสามารถช่วยกำจัดอารมณ์แย่ๆ ได้ รวมถึงมันฝรั่งหรือมันเทศก็ช่วยล้างพิษ ทำให้อิ่มไว ลดความอยากอาหารซึ่งก็ช่วยส่งผลต่อการที่น้ำหนักตัวจะพุ่งทะยานขึ้นไปได้ค่ะ สาเหตุหลักๆ ของอาการ “บวมน้ำ” การดื่มน้ำมีส่วนช่วยลดอาการอ้วนแบบบวมน้ำ บางคนคิดว่าการดื่มน้ำจะเพิ่มอาการบวมน้ำ อันที่จริงแล้วการที่เราดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการที่ […]

อย่าปล่อยให้ความคิดของคนอื่น มาขัดขวางความสุขในชีวิตของเรา

การที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้นั้น แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่รับมือกับทุกปัญหา และทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตได้ทุกเรื่อง  เพราะปัญหาต่างๆ ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ในการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น รวมถึงการทำงานร่วมกันด้วย และการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาได้ด้วยตัวเองจึงถือเป็นการเอาชนะใจตัวเองได้อีกทางหนึ่ง อีกอย่างคือการที่เราจะมีความสุขในชีวิตได้คือการไม่ปล่อยให้คนอื่นมากำหนดหรือบงการชีวิตของเรา เพราะตัวเรามีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตได้ในแบบที่ต้องการหากไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างภาคภูมิใจในตัวเองได้ทุกๆ วัน บางคนกลัวการตัดสินใจ กลัวว่าคนอื่นจะมองว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดี บางทีก็ไม่กล้าเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน ไม่รู้จะเริ่มพัฒนาตัวเองอย่างไรดี มักจะกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง หวาดกลัวกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพราะรู้เพียงอย่างเดียวว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะต้องสูญเสียอะไรบ้าง แต่กลับไม่รู้ว่าจะได้อะไรมาบ้าง ทั้งหทดนี่แหละค่ะ เป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณให้ความคิดของคนอื่น หรือสิ่งต่างๆ ที่เป็นปัจจัยภายนอกมากำหนดความสุขในชีวิตตัวเอง >> ไม่คาดหวังในตัวใคร และไม่ต้องให้ใครมาคาดหวังในตัวเรา <<  ที่จริงแล้วนั้นความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ใช้ชีวิตแบบคนรวย ได้แต่งงานกับคนมีฐานะ มีหน้ามีตาในสังคม มีเงินทองจับจ่ายใช้สอย แต่ความสุขที่แท้จริงคือการที่มีชีวิตในแต่ละวันแบบสบายใจ ไม่ต้องมานั่งคาดหวังอะไรจากใคร หรือไม่ต้องมาคอยทำตัวตามความคาดหวังใคร เราสามารถเลือกเดินตามเส้นทางที่ตัวเองชอบ และต้องการ ไม่ต้องให้ใครมากำหนดหรือขีดเส้นทางให้เราเดิน  จงเดินบนเส้นทางของตัวเองอย่างแน่วแน่ โอกาสมักมาปรากฏให้เห็นช้าเสมอ และจงมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ด้วยการทำตัวเองให้ว่างเปล่า เป็นอิสระ แล้วจะทำให้เราพบหนทางของตัวเอง ที่จะนำเราไปสู่ความสุข >> ในโลกนี้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราก็คือตัวเราเอง << ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเผชิญกับสถานการณ์อะไร อยากให้เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือตัวเองในยามที่ยากลำบากจงเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่มีปัญหาอะไรที่ยากเกินแก้ไข ไม่มีอุปสรรคใดที่ยิ่งใหญ่เกินจะข้ามผ่าน และเมื่อผ่านมันมาแล้วจะพบว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จริงๆ แล้วการที่เราเป็นคนแบบนี้ก็เพราะพ่อแม่ […]

อาการป่วยของคนทำงานออฟฟิศ ที่ใครๆ ก็ไม่อยากเป็น

เป็นที่ทราบกันดีว่าคนกลุ่มวัยทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เกือบทั้งวันพบว่ามักจะมีอาการเจ็บป่วยที่เรียกว่าอาการออฟฟิศซินโดรม สาเหตุหลักๆ มักเกิดจากสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานที่ไม่เหมาะสม ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกข้อคอเสื่อม หมอนรองกระดูกอักเสบ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และอาการป่วยอื่นๆ ตามมามากมาย พนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ เมื่อถึงคราวเจ็บไข้ได้ป่วยก็มักจะหลีกเลี่ยงที่จะไปหาหมอ เนื่องจากบางคนกลัวต้องเสียค่ารักษาพยาบาล บางคนกลัวเสียเวลาทำงาน บางคนคิดว่าปล่อยไว้ก่อนยังไม่เป็นอะไรมาก จึงยังไม่ไปหาหมอ และมักจะหาซื้อยามารับประทานเองตามอาการ ซึ่งบางครั้งหากโรคที่เป็นอยู่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์โดยตรง ก็มีโอกาสที่จะทำให้อาการเจ็บป่วยหนักขึ้นจนกลายเป็นโรคร้ายแรงได้ในอนาคตได้ค่ะ วันนี้เราจึงอยากมาเตือนคนทำงานออฟฟิศทุกคนว่าอย่าชะล่าใจไป เพราะอาการเจ็บป่วยป้องกันว่ายากแล้ว รักษาย่อมยากกว่า อย่าปล่อยให้เรื้อรังจนรักษายาก ดูแลตัวเอง ป้องกันเสียตั้งแต่วันนี้เถอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระใคร เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า การใช้ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบตลอดเวลา ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย กินอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ที่ล้วนเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดโรคต่างภัยไข้เจ็บต่าง ๆ กับพนักงานออฟฟิศนั้นมีอะไรบ้าง ออฟฟิศซินโดรม “ออฟฟิศซินโดรม” เป็นโรคที่เกิดขึ้นโดยตรงกับพนักงานออฟฟิศ ด้วยพฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนทำงานที่ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อยู่เป็นเวลานานโดยไม่ได้ขยับตัว จนทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึง ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบได้  จากสถิติของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า “คนวัยทำงานร้อยละ 60 มีภาวะโรคออฟฟิศซินโดรม” โรคหัวใจ “โรคหัวใจ” มักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงาน คนวัยทำงานมีการดำเนินชีวิตที่ต้อง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ประกอบกับการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงแถมยังมีรสชาติจัด  และไม่มีเวลาออกกำลังกาย ปัจจัยเหล่านี้แหละ […]

“ออกกำลังกายหน้าร้อน” ทำได้สบาย แต่ต้องรู้หลักการที่ถูกต้อง!

อุณหภูมิที่ร้อนระอุในบ้านเรา ในบางพื้นที่สูงถึง 40 องศา ทำให้คนรักสุขภาพหลายๆ คนเป็นกังวลว่าการออกกำลังกายในช่วงอากาศร้อนจัด หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งนั้นสามารถทำได้หรือไม่ มีข้อดี ข้อเสีย หรือข้อควรระวังอะไรเป็นพิเศษไหม วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับการออกกำลังกายภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนระอุกันก่อน คือ การออกกำลังกายภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เช่น ระบายความร้อนออกจากร่างกายไม่ทัน การเสียเหงื่อมากเกินไป หัวใจเต้นเร็วขึ้น เส้นเลือดขยายตัวเพื่อรับกับอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการออกกำลังกายที่หนักเกินไปและไม่ถูกวิธี จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีในช่วงอากาศแบบนี้ค่ะ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ไม่หักโหมหรือออกกำลังหนักจนเกินไป เพียงเท่านี้เราก็สามารถออกกำลังกายในช่วงหน้าร้อนได้อย่างไร้กังวลแล้ว สำหรับวันนี้เรามีข้อแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายหน้าร้อนมาฝาก ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร โดยรายละเอียดมีดังนี้ >> อบอุ่นร่างกายก่อนการออกกำลังกาย << ก่อนออกกำลังเราควรรู้จักอบอุ่นร่างกาย แต่ควรเป็นการอบอุ่นร่างกายเล็กๆ น้อยๆ สักประมาณ 5-10 นาที ด้วยการบริหารหรือการทำท่าต่างๆ ก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง จึงควรวอร์มร่างกาย เนื่องจาก เป็นการเตรียมความพร้อมของร่างกาย เหมือนเป็นการบอกว่าได้เวลาที่จะออกกำลังกายแล้วนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการเตรียมสภาพกล้ามเนื้อ หัวใจ และปอดให้พร้อม ยิ่งช่วงหน้าร้อนยิ่งต้องวอร์มร่างกายก่อนออกกำลังนะคะ เพราะจู่ๆ ไปออกเลย เส้นเลือดอาจบีบตัว จะเสี่ยงเส้นโลหิตแตกเอาได้ อันนี้ต้องระวังให้ดีค่ะ […]

keyboard_arrow_up