7 คมธรรมคำสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ)

7 คมธรรมคำสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร นับเป็นพระเถราจารย์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อศาสนา แม้ท่านมรณภาพลงแล้ว แต่ทุกคำสอนยังมีคุณค่าเสมอ Secret จึงขอคัดเลือกคมธรรมของท่านมาฝากผู้อ่าน เพื่อจะได้น้อมนำไปปฏิบัติกันค่ะ 1. เมื่อได้ยินอะไรในทางที่เสียแล้ว ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจว่าเสียเพราะเพียงแต่เขาพูดกัน ต้องใคร่ครวญพิจารณาให้ดีเสียก่อนในลักษณะฟังหูไว้หู ถ้ายังไม่เห็นที่ประจักษ์ด้วยตนเอง ก็อย่าเพิ่งไปต่อหรือไปเสริมให้เกิดความเสียหายขึ้น 2. ถ้าอยากรวยจนเป็นทุกข์ ก็ไม่ต้องรวย ถึงรวยก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะถึงรวยแล้ว ก็ยังเป็นทุกข์ ที่อยากรวย ก็เพราะต้องการให้เป็นสุข ไม่ใช่ว่าต้องการให้เป็นทุกข์ ถ้ารวยแล้วชีวิตต้องเป็นสุขด้วย แต่สุขอย่างผู้ครองเรือน 3. บางคนข้างนอกนั้นแลดูเรียบงามจริงๆ เชียว เป็นคนที่โก้ในสังคมว่าอย่างนั้นเถอะ จะเป็นรถนั่งก็ดี จะเป็นเครื่องใช้ไม้สอยก็ดี แหม ภูมิฐานเหลือเกิน แต่ว่าข้างในนั้นเป็นอาวุธทั้งหมด พร้อมที่จะเชือดจะเฉือนบุคคลผู้อื่นได้ พร้อมที่จะเชือดจะเฉือนสังคม เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ตนในทันทีทันใด นี่แหละต้องระวังมากๆ เดี๋ยวนี้มีมากเหลือเกิน 4. ของดีกับของเสียอยู่ไม่ใช่ไกลที่ไหน บางทีก็อยู่ปนๆ กัน แต่ถ้าน้อมใจให้ดีแล้วก็จะมองเห็นว่า นี่เป็นสิ่งดี นี่เป็นสิ่งไม่ดี สิ่งนี้ควรจะยึดไว้เป็นแบบ คนนี้ควรจะคบไว้เป็นมิตร […]

5 เรื่องเล่าดีๆ ของ จอย-รินลณี ผู้หญิงสวยใส มองโลกในแง่บวก

5 เรื่องเล่าดีๆ ของ จอย-รินลณี ผู้หญิงสวยใส มองโลกในแง่บวก ทุกช่วงจังหวะของชีวิตมนุษย์ย่อมจะมีทั้งความทุกข์และความสุขผสมปนเปไปด้วยกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของนักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง จอย-รินลณี  ศรีเพ็ญ แต่เมื่อใดก็ตามที่พบเธอ  เราก็มักจะได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสอยู่เสมอ  มาอ่านเรื่องราวดีๆ และเคล็ดลับการมองชีวิตของเธอกันค่ะ 1. สมัยเด็กๆ คุณจอยตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือหนักมาก จึงทำให้เครียดมากถึงขนาดเป็นเริมที่ปากช่วงใกล้สอบ เพราะแม่เคยบอกกับเธอว่า “แม่ไม่มีสมบัติอะไรให้ มีสิ่งเดียวคือการศึกษาที่แม่จะให้ได้” เธอจึงคิดเอาเองว่าแม่คงอยากให้ตั้งใจเรียนมากๆ แต่วันหนึ่งแม่ก็บอกเธอว่า “แม่ไม่ได้อยากให้ลูกเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่งนะ แต่แม่อยากให้ลูกเป็นคนดี ซึ่งลูกเป็นคนดีอยู่แล้ว ไม่ต้องทำคะแนนให้ดีมากก็ได้” นั่นทำให้เธอเลิกเครียดและผ่านช่วงนั้นมาได้ 2.  ตอนที่จอยเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ เธอยังเด็กมาก ไปถ่ายโฆษณาแชมพูสระผมกับทีมงานมาเลเซีย ทีมงานให้เธอสะบัดผมอยู่นานราวสี่ชั่วโมงได้ เธอก็คิดในใจว่า “โอ๊ย! ไม่ไหวแล้ว ทั้งเจ็บคอ เวียนหัวไปหมด” สักพักทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วบอกว่า “รู้ไหม อย่าทําอะไรเพราะว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทํา แต่เราควรทําเพราะเราอยากทํา” พอเขาพูดจบ เธอก็รู้สึกขอบคุณเขาที่ทำให้เข้าใจความหมายของคําว่า “ต้องทํา” กับ “อยากทํา” ว่าต่างกันมาก ต้องทํา เหมือนเป็นหน้าที่ แต่ถ้าเราอยากทําไม่ว่าอะไรก็ตาม เราจะทําสิ่งนั้นได้ดี เพราะเราอยากทําออกมาจากใจ ตั้งแต่นั้นมาเธอจึงยึดแนวคิดนี้ในการทำงาน […]

” ของชั่วคราว ” บทความที่คนมีรัก แต่ไม่อยากมีทุกข์ ทุกคนควรอ่าน

สิ่งที่เราได้ เรามี เราเป็น เราสัมผัส สัมพันธ์อยู่ ล้วนเป็น ของชั่วคราว ทั้งสิ้น ไม่ว่าสิ่งนั้นเราจะรักใคร่ผูกพันและหวงแหนเพียงใดก็ตาม วันหนึ่งก็ต้องจากไป

ชีวิตที่เหลือของลูก เมื่อได้ยินแม่พูดว่า “เอามันไปทิ้งที่ไหนก็ไป เดี๋ยวมันก็ตายแล้ว!”

ฉันอับอายมากเพราะเป็นคำกล่าวหาที่รุนแรง  แม้จะไม่มีพยานหลักฐานว่าฉันเกี่ยวข้องด้วย แต่ญาติของผู้เสียชีวิตไม่เชื่อ  ส่งชายฉกรรจ์มาข่มขู่จะอุ้มฆ่าฉัน

ผลแห่งกรรม 11 ข้อ จากการผิดศีลข้อสาม ธรรมะจากท่าน ว.วชิรเมธี

ศีลข้อสาม กาเมสุมิจฉาจาร หมายถึง การล่วงเกินผู้อื่น จะตัดสินว่าได้กระทำผิดในข้อนี้โดยมีองค์ประกอบการตัดสินคือ บุคคลนั้นไม่ควรล่วงเกิน คือ นอกเหนือจากตัวเราเอง

ความจริงเกี่ยวกับ บทสวดโพชฌังคปริตร คาถาที่ไม่เหมาะกับการสวด !

Secret เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินได้ฟังว่า หากเจ็บป่วยหนักให้สวดมนต์บท โพชฌงคปริตร แต่ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า บทสวดบทนี้เป็นบทสวดที่ไม่เหมาะสำหรับการสวด

เคล็ดลับแก้อาการ ” เบื่องาน เบื่อออฟฟิศ “

เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึก เบื่องาน แต่มีน้อยคนนักที่กล้าปฏิเสธว่าเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไม่ใช่การทำงาน เพราะ “งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข”

เมื่อสิ่งสามัญ กลายเป็นความอัศจรรย์ บทความจาก พระไพศาล  วิสาโล  

พระไพศาล เล่าถึง ภิกษุฟับดัง ธรรมาจารย์แห่งหมู่บ้านพลัมว่า ท่านไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนจะเป็นมะเร็ง จนกระทั่งวันหนึ่ง หมอยืนยันว่านั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

เมื่อความสุขหลุดลอยไป บทความเตือนใจ จาก พระไพศาล วิสาโล

“ความสุขใดในโลกหล้าล้วนมาจากความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข” เป็นวาทะอีกตอนหนึ่งของศานติเทวะที่เตือนใจเราได้เป็นอย่างดี

กิเลส และความทุกข์ 3 ระดับ บทความดี ๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

กิเลส คือปัจจัยเชิงลบที่ทำให้จิตและปัญญาเสื่อมคุณภาพ กิเลสเกิดขึ้นมาคราวหนึ่งปัญญาก็มัวหมองไปคราวหนึ่ง ถ้ากิเลสเกิดทุกขณะจิต ชีวิตก็เศร้าหมองปัญญาก็หดหาย

” ทุ.ส.น.โส. ” เสียงประหลาดจากมุมมืด

ในสมัยอดีต คืนหนึ่งพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงสดับเสียงประหลาดจากมุมมืดว่า ทุ.ส.น.โส. พระองค์ทรงรู้สึกหวาดหวั่นพระทัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ทรงอดกลั้นไว้จนรุ่งสาง

9 วิธีเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก

เพียงทำตามเคล็ดลับ เปลี่ยนตัวเอง 9 ข้อต่อไปนี้  คุณก็จะกลายเป็นคนมีเสน่ห์ น่ารัก ในสายตาของใครต่อใครได้ไม่ยาก ลองทำตามดูนะคะ

7 วิธีวิจารณ์คนอย่างมีชั้นเชิง รับประกัน! ไม่โดนโกรธ

หลายครั้งเราคงอยากวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นตรงๆ อย่าง “ตรงไปตรงมา” แต่บางทีคำพูดหรือความหวังดีของเราอาจกระทบกระเทือนใจผู้ฟังได้ Secret จึงมีวิธีวิจารณ์คน อย่างมีชั้นเชิงมาฝาก

มีวิธีขจัดความทุกข์จากการสูญเสียลูกสาวอย่างไร

วิธีผ่าตัดลูกศรแห่งความทุกข์ โดย พระอาจารย์พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี มีวิธีขจัดความทุกข์จากการสูญเสียลูกสาวอย่างไร ผมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักน่าเอ็นดูมาก ผมเลี้ยงดูเธอด้วยตัวเองมาตั้งแต่เธอคลอดออกมาดูโลกใบนี้ ผมและภรรยารักเธอมาก เมื่อปีกลาย เธอเพิ่งสอบและกำลังจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง คืนหนึ่งเธอขออนุญาตไปทานข้าวกับเพื่อนข้างนอกเพื่อเลี้ยงฉลองการจบการศึกษา คืนนั้นเธอขอกลับบ้านกับเพื่อนไม่ต้องให้ผมไปรับ แต่ประมาณตีสอง ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ แจ้งว่าพบเธอนอนหมดสภาพอยู่ข้างถนน ผมกับภรรยาตกใจมาก รีบไปที่โรงพยาบาล พบว่าเธอถูกข่มขืน เมื่อฟื้นขึ้นมา เธอรู้สึกบอบช้ำทางจิตใจมาก ถึงแม้ผมและภรรยาจะปลอบใจเท่าไร เธอก็ยังรู้สึกชอกช้ำใจอยู่ดี แทบจะไม่พูดไม่จาและไม่ทานข้าว เมื่อร่างกายเธออยู่ในสภาพที่ปกติ ผมและภรรยาจึงพาเธอกลับบ้าน ผ่านไป 2 - 3 วัน วันนั้นผมและภรรยาจำเป็นที่ต้องออกไปทำธุระสำคัญข้างนอก ผมจำใจฝากให้พี่เลี้ยงดูแลเธอ ตั้งใจว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา ประมาณบ่ายโมง ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่เลี้ยงว่า เธอกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป ผมรีบบึ่งไปหาเธอที่โรงพยาบาล แต่ก็สายเกินไป ครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็นหน้าลูกคือร่างที่ไร้วิญญาณ แม้กระทั่งเสียงลูกคำสุดท้ายผมก็ไม่ทันได้ฟัง ผมรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดมากที่วันนั้นผมออกไปทำธุระ ผมอยากนมัสการถามพระคุณเจ้าว่า ถาม : ผมควรจะทำอย่างไรกับชีวิตของผมต่อดี เพราะขณะนี้ผมรู้สึกไร้ค่าและขาดแรงจูงใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า แทบทั้งชีวิตของผมเป็นของลูกไปแล้วนับแต่เธอลืมตาดูโลก ตอบ : คุณต้องยอมรับความจริง แม้ว่าความจริงนั้นจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม เพราะมันก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว หากเราไม่ยอมรับ ความทุกข์ ความเจ็บปวดก็จะยังคงอยู่ แต่เมื่อเราบอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว และมันก็ “ผ่านไปแล้ว” จิตใจจะเปลี่ยนคุณภาพใหม่ นั่นก็คือการ “ยอมรับได้” เมื่อจิตเกิดการ “ยอมรับได้” ก็จะ “ปล่อยลง ปลงได้” แต่ถ้าเราไม่ยอมรับความจริง จิตก็จะยังคงอึดอัดขัดข้องอยู่อย่างนั้น สภาพของจิตของคุณจะไม่ต่างจากการโยนลูกเหล็กกลม ๆ ลงไปในรูเหลี่ยม ที่เมื่อเหล็กกลมเข้าไปอยู่ในรูเหลี่ยมแล้ว ก็เลื่อนลงไปข้างล่างไม่ได้ จะดึงออกมาก็ยากลำบาก อาการอย่างนี้เขาเรียกว่า “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” ประการต่อมา บอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรชีวิตลูกก็จบลงไปแล้วตัวเราสิยังคงมีชีวิตอยู่ ทำไมเราจึงปล่อยชีวิตของเราเหมือนกับคนที่ “ตายทั้งเป็น” หากความเจ็บปวดนั้นเกิดขึ้นกับลูกไปครั้งหนึ่งแล้ว เราก็ควรเยียวยาตัวเองให้เร็วที่สุด แม้จะยากเพียงไรก็ต้องทำ เพื่อที่จะไม่ให้ความเจ็บปวดนั้นทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก พระพุทธองค์ตรัสว่า ความทุกข์ที่เกิดจากคนอื่นสร้างให้นั้นเป็นเหมือนลูกศรดอกที่หนึ่งที่เข้ามาปักอกเรา ทางที่ถูก เราควรถอนลูกศรนั้นออกให้เร็วที่สุด ถ้าเราไม่ทำเช่นนั้น เอาแต่ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ก็เท่ากับว่าเรากำลังสร้างลูกศรดอกที่สองขึ้นมา และทิ่มมันใส่หน้าอกซ้ำสองด้วยมือของตัวเอง การกระทำเช่นนี้ไม่ฉลาดเลย คุณควรถอนลูกศรดอกแรกและควรผ่าตัดเอาลูกศรดอกที่สองออกจากอกของตัวเองด้วย จึงจะถูก ถาม :  ผมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลากินเวลานอน ผมแทบจะทำอะไรไม่ได้ เมื่ออยู่ที่บ้าน มองไปทางไหนก็เหมือนเห็นลูกนั่งร้องไห้และตัดพ้อผมที่ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวในวันนั้น ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ ตอบ : คุณควรเงยหน้าขึ้นมาศึกษาสัจธรรมของชีวิตว่า ชีวิตคนเรานั้นตกอยู่ในสัจธรรมของชีวิต 5 ประการ คือ 1. เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความแก่ไปได้ 2. เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความเจ็บไปได้ 3. เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความตายไปได้ 4. เรามีความพลัดพรากจากคนรักเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นจากความพลัดพรากไปได้ 5. เรามีกรรมเป็นสมบัติของตน เราทำกรรมใดไว้ จะดีหรือชั่วก็ตาม ก็ต้องยอมรับผลของกรรมนั้นด้วยตัวเอง หากพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า คุณอาจมีส่วนผิดอยู่บ้างแต่ก็น้อยมาก เพราะความผิดต่อลูกนั้นไม่ได้เกิดจากเจตนาที่คุณต้องการจะให้เกิด มองในอีกมุมหนึ่ง หากลูกของคุณสร้างกรรมมาเพียงแค่นั้น (คือเพื่อที่จะมีอายุเพียงแค่นี้) คุณก็ควรยอมรับความจริงเสียเถิด เหตุปัจจัยแห่งอายุของเขามีชีวิตอยู่ได้แค่นั้น ก็ต้องยอมรับความจริง ถือเสียว่า “สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป” นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่คุณควรทำก็คือ การฝึกเจริญสติเพื่อ “อยู่กับปัจจุบัน” ให้เป็น เพราะอาการของคุณนั้นเหมือนคนที่อยู่กับ “อดีต” มากกว่าอยู่กับที่นี่และเดี๋ยวนี้ การฝึกเจริญสติจะทำให้คุณหลุดออกมาจากโลกของความคิดและเป็นอิสระจากความทุกข์ได้ในที่สุด (อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเวลาไปฝึกเจริญสติ ก็ควรหางานให้ตัวเองทำอยู่เสมอ จิตจะได้ไม่แช่อยู่กับความทุกข์นานจนเกินไป ทำตัวให้ยุ่งกับงานเข้าไว้ ผ่านไปสักระยะหนึ่ง อาการจะดีขึ้นเอง) อย่าลืมว่าความทุกข์เกิดขึ้นและมันก็ดับลงแล้ว เหลือแต่คุณเองที่ยัง “รั้ง” ความทุกข์นั้นไว้ในใจของตัวเองอยู่ หากคุณไม่ชอบความทุกข์ ก็ควรลุกขึ้นมาดับทุกข์เสีย ด้วยวิธีการดังกล่าวมาแล้ว    ธรรมะจากพระอาจารย์พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา Photo by Arleen wiese on Unsplash หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand)

ธชัคคปริตร (แปล)

ธชัคคปริตร เป็นพระสูตรที่นิยมใช้สวดสาธยายเพื่อป้องกันภัย โดย คำว่า ธชัคคะ แปลว่า ยอดธง ธชัคคสูตรคือพระสูตรที่แสดงถึงยอดธง

บนเส้นทางแห่งปุยเมฆ ของ ภัสสรี กังวานพงศ์ กัปตันหญิงสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

“นักบิน” เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นอาชีพของ “ผู้ชาย” แต่ในน่านฟ้ามี “นักบินหญิง” มากมายที่ขับเคลื่อนเครื่องบินลำน้อยใหญ่ไปสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลก และหนึ่งในนั้นคือ ตวง – ภัสสรี  กังวานพงศ์ กัปตันหญิง แห่งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในวัยเด็กคุณตวงเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่า “ผู้หญิง” สามารถเป็น “นักบิน” ได้ “ตอนเด็ก ๆ ตวงอยากเป็น Air Traffic Controller (ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศ) พอจบ ม.ปลายก็อยากมุ่งไปทางนั้นเลยแต่ที่บ้านบอกว่าให้เรียนจบปริญญาตรีก่อน พอเรียนจบก็ไปปรึกษาญาติที่ทำงานด้านนี้ เขาถามว่า ทำไมถึงอยากทำงานนี้ล่ะ  น่าเบื่อนะ ต้องนั่งดูหน้าจอทั้งวัน แล้วแนะนำว่า ทำไมไม่ไปเรียนการบิน น่าสนุกดี ตอนนั้นเราก็เลย เอ๊ะ ผู้หญิงเป็นนักบินได้ด้วยเหรอ ไม่คิดว่าผู้หญิงจะเป็นได้” จากคำแนะนำของญาติวันนั้นทำให้เธอเริ่มสนใจอาชีพนี้  และตัดสินใจสมัครเรียนคอร์สการบินสั้น ๆ ก่อน “ตวงสมัครเรียนการบินที่กองทัพอากาศฝูง 604 เรียนการขับเครื่องบินเล็ก จบหลักสูตรได้ใบอนุญาตขับเครื่องบินส่วนตัว (Private Pilot License) พอได้เรียนแล้วชอบมาก หลังจากนั้นจึงมาเรียนหลักสูตรนักบินพาณิชย์ ช่วงนั้นมีเพียงสายการบินเดียวที่ให้ทุนเรียน แต่สายการบินนั้นไม่รับผู้หญิง ตวงจึงลงทุนเรียนเองค่ะ รุ่นที่ตวงเรียนมีตวงเป็นผู้หญิงคนเดียว” สุดท้ายเธอก็ก้าวเข้ามาเป็นนักบินได้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้หญิงมีความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย “การทดสอบทุกอย่างเหมือนนักบินชายทั้งหมด ไม่ได้อ่อนด้อยกว่ากันเลย จากประสบการณ์ทำงานของรุ่นพี่นักบินหญิงก็พิสูจน์มาหมดแล้วว่าผู้หญิงทำงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย ตวงเองไม่เคยเจอปัญหาในการทำงานร่วมกับนักบินชาย เพราะที่นี่ทุกคนเท่าเทียมกัน และให้เกียรติกันแบบไม่มีแยกหญิงหรือชาย หรือถ้าจะมีเขาก็คงเก็บไว้ในใจ ไม่แสดงออกให้เรารู้” (หัวเราะ) “ที่ผ่านมาตวงไม่เคยเปรียบเทียบว่าผู้หญิงหรือผู้ชายทำงานนี้ได้ดีกว่ากัน  เพราะคนทำงานอาชีพนี้ต้องมั่นใจไม่อย่างนั้นจะทำไม่ได้  ถ้าเราไม่มั่นใจเท่ากับแพ้ไปครึ่งทางแล้ว จริง ๆ แล้วทุกคนทำงานทุกอย่างได้ถ้าเรามั่นใจว่าตัวเองทำได้ ตัวอย่างก็มีให้เห็นมากมาย  ผู้หญิงยังเป็นประธานาธิบดีได้เลย” หลังจากทำงานมากว่า 7 ปี  เธอได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น “กัปตัน” ขับเครื่องบินขนาดใหญ่รุ่นแอร์บัส 319 และ 320  บินทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศ  เธอมีคติประจำใจในการทำงานที่ว่า “ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะจุดมุ่งหมายสำคัญของอาชีพนี้คือการทำให้ผู้โดยสารเดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด  สติและสมาธิจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก  เพราะนักบินต้องทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน  ทั้งการบังคับเครื่องตอบรับวิทยุ  ดูหน้าจอบังคับ  ต้องแยกประสาทให้ได้  และต้องตั้งสติพร้อมรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าด้วย “การเป็นนักบินต้องดูแลสุขภาพตัวเองเยอะ ต้องตรวจร่างกายประจำปี สภาพจิตใจก็มีความสำคัญมาก  ก่อนทำงานต้องตัดความกังวลทุกอย่างไปให้หมด  ถ้าเราไม่สามารถตัดความเครียดความกังวลได้  นักบินมีสิทธิ์ปฏิเสธการบินได้ เพราะการทำงานต้องมีสติเสมอ  จะมานั่งเหม่อระหว่างควบคุมเครื่องไม่ได้” ในฐานะที่เธอเป็น “กัปตันหญิง” ก็มีเรื่องราวยิ้ม ๆ จากผู้โดยสารมาเล่าสู่กันฟัง “ลูกเรือเคยมาเล่าให้ฟังว่า มีผู้โดยสารถามว่ากัปตันเป็นผู้หญิงเหรอ เท่จัง เก่งจัง แต่บางคนพอได้ยินเสียงจากที่เราประกาศบนเครื่องอาจนั่งสวดมนต์เลยก็ได้ (หัวเราะ) แต่ส่วนมากมักได้ยินในทางบวกมากกว่า บางทีเดินในสนามบินก็มีคนมาทักทาย  ถามว่าทำงานอยู่สายการบินอะไร หรือบางทีก็ถามว่าจะเป็นนักบินต้องเรียนที่ไหน  เรียนยังไง จะพาลูกไปเรียนบ้าง” สุดท้ายคุณตวงฝากให้กำลังใจผู้หญิงหลายคนไว้ว่า “ขอให้ผู้หญิงทุกคนมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะผู้หญิงมีความสามารถอยู่แล้ว เห็นได้จากผู้หญิงหลายคนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน” ขอเพียงมีความตั้งใจ  ทุกคนทำได้แน่นอน    ขอบคุณ Asian Aviation Training Centre Ltd. เอื้อเฟื้อสถานที่ ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 170 เรื่อง เชิญพร คงมา ภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์  ผู้ช่วยช่างภาพ ธีรนุช ภัทรเกียรติเจริญ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine

ปัญญวดี กฤษณมนตรี กับอาชีพวิศวกรขุดเจาะหญิง…ใครว่ามีแต่ผู้ชายทำได้

กิ๊ฟ – ปัญญวดี กฤษณมนตรี วิศวกรขุดเจาะหญิง แห่ง Halliburton Energy Services Inc หลายคนอาจคิดว่าคุณสมบัติหลักของอาชีพวิศวกรขุดเจาะคือเป็นเพศชายเท่านั้น เพราะต้องนอนกลางดินกินกลางทราย  แต่ กิ๊ฟ - ปัญญวดี  กฤษณมนตรี กลับไม่มีความคิดนี้อยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย “ตอนเด็ก ๆ รู้จักอาชีพนี้จากหนังและหนังสือ รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่เท่มาก  อยากทำ พอโตขึ้นมาจึงเลือกเรียนสาขาใกล้เคียง  คือวิศวเคมี  โชคดีมีรุ่นพี่มาพูดให้ฟังถึงอาชีพวิศวกรขุดเจาะ  หลังเรียนจบจึงลองไปสมัครงาน  ปรากฏว่าได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้” เมื่อได้เข้ามาทำงานจริง  เธอพบว่าต้องเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด “เนื่องจากอาชีพนี้เป็นอุตสาหกรรมที่เฉพาะเจาะจง  ทุกคนที่เข้ามาต้องเรียนรู้ใหม่หมดไม่ว่าจะจบอะไรมา โดยบริษัทจะส่งไปเรียน ไปดูงาน  มีสอบทุกวัน เทรนนิ่งทั้งปี ต้องพบปะผู้คนหลากหลายทั้งด้านภาษาและวัฒนธรรม  พูดภาษาอังกฤษเหมือนกันก็จริงแต่หลายสำเนียงมาก บางทีคุยกันไม่รู้เรื่องเลยก็มี “นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพแวดล้อม บางทีไปกลางทะเล  คลื่นทั้งแรงและสูง 4 - 5 เมตร  จะลงจากแท่นขุดต้องอาศัยกระเช้า บางครั้งถ้าเราอยู่ในกระเช้าคนเดียวมันก็เอียง ลองคิดดูว่าถ้ามันเอียงในเวลาที่คลื่นโถมเข้ามานี่จะรู้สึกอย่างไร (หัวเราะ) “ถ้าต้องไปทำงานในป่า ก็ไม่ใช่ป่าแบบสวย ๆ  แต่มันคือป่าที่ยังมีช้างเดินเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน ที่พักกับที่ทำงานก็อยู่ห่างกันต้องนั่งเรือข้ามน้ำไป  ซึ่งต้องรอระดับน้ำขึ้นจึงจะข้ามเรือไปได้  รุ่นพี่ชอบขู่ว่าในแม่น้ำนี้มีจระเข้  ถ้าตกลงไปคงไม่เหลือแน่ ๆ ไปช่วงแรกเราจะตื่น ๆ  เพราะทุกอย่างมันใหม่ดูน่ากลัว  ตกกลางคืนยุงเยอะมาก  นั่งหรือยืนนิ่ง ๆ ไม่ได้เลย  ต้องเปลี่ยนท่าไปเรื่อย ๆ หรือถ้าไปทำงานที่ญี่ปุ่น ก็จะไปที่ที่หนาว -10 องศา  ร่างกายต้องแข็งแรงจริง ๆ ถ้างานมีปัญหา บางครั้งก็ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ได้พัก เคยทำงานโดยแทบไม่ได้นอนติดกัน 3 วัน 3 คืน  หลังจากนั้นนั่งเก้าอี้แล้วก็หลับไปเองโดยที่ไม่รู้ตัว “พอถึงช่วงที่เข้ามาทำงานในออฟฟิศอาจไม่ต้องใช้แรงกายมากนัก  แต่ต้องใช้ความคิดตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์  ก็หนักไปอีกแบบ เพราะฉะนั้นอาชีพนี้จึงมีความหลากหลายมาก” สภาพการทำงานที่เธอเล่าให้ฟังนับว่าค่อนข้างอันตรายไม่น้อย  เธอได้เล่าถึงเหตุการณ์เสี่ยงตายครั้งหนึ่งว่า “ปกติเราจะออกไปทำงานที่แท่นขุดเจาะในวันที่สภาพอากาศไม่แปรปรวน  แล้วเวลาออกไปที่แท่นก็จะนั่งเรือใหญ่ไป  พอไปถึงเรือใหญ่จะมีบันไดพาดไปจากตัวเรือให้เราเดินไปสถานที่ที่เราทำงาน  หลังจากทำงานจนเกือบจะเสร็จแล้ว  ปรากฏว่าคลื่นแรงต้องเอาบันไดออก  แต่อุปกรณ์ขุดเจาะยังอยู่ในหลุมซึ่งผลิตไฮโดรคาร์บอน  เราไม่สามารถทิ้งอุปกรณ์ไว้ในหลุมได้  กัปตันวิทยุมาบอกว่าเอาขึ้นเร็ว ๆ  จะไปแล้ว  ไม่รอแล้วนะ เราก็ต้องลงไปเอา  พอลงไปแล้วปรากฏว่าด้วยความที่คลื่นแรง เรายกอุปกรณ์ไม่ได้เพราะเครนอยู่บนเรือ  ตอนนั้นเรืออยู่ห่างจากเราแล้วด้วย  ฝนก็ตกหนักไม่ลืมหูลืมตา ต้องรออยู่อย่างนั้นจนกว่าคลื่นจะสงบ ถามว่ากลัวไหม ตอบเลยว่ากลัว  แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้อย่างปลอดภัย “เล่าแล้วอาจดูน่ากลัวมาก  จริง ๆ การทำงานแบบนี้ถามว่าเสี่ยงไหม  เสี่ยงแน่นอนค่ะ  และเพราะตัวงานมีความเสี่ยงจึงมีระบบความปลอดภัยค่อนข้างสูง  ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจริง ๆ จะมีเฮลิคอปเตอร์มาช่วย ไม่ปล่อยให้เคว้งคว้างแน่นอน  แต่สำหรับกิ๊ฟยังไม่เคยเกิดเหตุถึงขนาดเฮลิคอปเตอร์ต้องมาช่วยนะ ไม่อยากลองด้วย” (หัวเราะ) งานสมบุกสมบันขนาดนี้  เธอยอมรับว่าอาจมีข้อจำกัดเรื่องกำลังของร่างกายมากกว่าผู้ชาย  แต่ความเป็นผู้หญิงก็มีส่วนดีในสายอาชีพนี้เช่นกัน “ข้อดีคือ ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงจะได้เปรียบเรื่องการประสานงาน ถ้าหากทำอะไรผิดพลาด  คนที่เราทำงานด้วยมักพูดกับเราดี ๆ  อย่างบางทีคนที่ต้องประสานงานกับเราทะเลาะกับหัวหน้ามา  ดูหงุดหงิดฉุนเฉียว แต่เวลาจะต้องประสานงานกันต่อ เขาก็จะปรับคำพูดให้อ่อนลง  ทำให้การทำงานทุกอย่างราบรื่นกว่าผู้ชายคุยกัน” ปัจจุบันเธอปักใจรักอาชีพนี้ไปเสียแล้วและวางเป้าหมายของการเป็น วิศวกรขุดเจาะหญิง ไว้อย่างชัดเจนว่า จะศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ  เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้   ขอบคุณ Halliburton Energy Services Inc  เอื้อเฟื้อสถานที่ ที่มา  นิตยสาร Secret ฉบับที่ 170 บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลัมน์ SCOOP “เรื่อง ผู้หญิงนอกกรอบ” เรื่อง เชิญพร  คงมา,  อุรัชษฎา  ขุนขำ   ภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี  สไตลิสต์ ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์  ผู้ช่วยช่างภาพ ธีรนุช  ภัทรเกียรติเจริญ Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine

ชนชั้นวรรณะในสังคมไทย บทความเตือนสติโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

ชนชั้นวรรณะ ในสังคมไทย บทความเตือนสติโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นเพื่อปลดเปลื้องทุกข์ของคนในสังคม ทุกข์ใหญ่ที่คนในสมัยนั้นเผชิญหนักคือเรื่อง ชนชั้นวรรณะ เรื่องความไม่ยุติธรรม เรื่องการแบ่งคนให้ดีชั่วเพราะชาติกำเนิด การที่คนอินเดียยุคนั้นสร้างวรรณะให้คนต่างกันด้วยกำเนิดคือ คนชั้นสูง เกิดจากวรรณะพราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ส่วนคนชั้นต่ำ เกิดจากวรรณะศูทรและจัณฑาล เป็นความขมขื่นของคนวรรณะต่ำจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการดูหมิ่นเกลียดชังกัน เมื่อคนแต่ละวรรณะต่างเกลียดชังเหยียดหยามกัน วรรณะสูงรังเกียจวรรณะต่ำ วรรณะต่ำเองก็ต้องจำใจยอมรับสภาพที่ได้มาแต่กำเนิด ไม่ยอมยกฐานะตนให้สูงขึ้น จึงเป็นเหตุให้เกิดชนชั้นขึ้นมาในสังคมอินเดีย คนในวรรณะต่ำแม้พยายามยกฐานะทางสังคม แต่ก็ถูกคนชั้นสูงกดขี่ข่มเหงรังแกจนไม่มีทางต่อสู้ กลายเป็นคนมีปมด้อยในสังคม ไร้โอกาส ไร้การศึกษา ไร้เศรษฐกิจ คนเหล่านี้แม้จะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็ถูกคนชั้นสูงส่วนน้อยคอยรังแกบีบคั้นอย่างรุนแรงตลอดเวลา ไม่มีโอกาสพัฒนาสติปัญญาได้เลย เมื่อพระพุทธเจ้าประกาศพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงยกให้คนเท่าเทียมกันในฐานะเป็นมนุษย์ คือทรงถือว่าคนทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การได้เป็นมนุษย์ประเสริฐกว่าเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน มนุษย์จะกำเนิดจากวรรณะใดไม่สำคัญ ถ้าประพฤติดีก็เป็นคนดี เป็นที่ยอมรับ ถ้าเขาประพฤติชั่วก็ชั่วเหมือนกัน ชาติกำเนิดช่วยอะไรไม่ได้ แม้จะเกิดในวรรณะสูงก็ตาม คำสอนนี้ได้ทำลายระบบวรรณะอย่างรุนแรง ทำให้คนวรรณะสูงไม่พอใจ เพราะเป็นคำสอนแบบเลิกทาส ในขณะที่คนชั้นสูงยังต้องการทาสไว้ใช้งาน ยังต้องการคนวรรณะต่ำไว้เป็นข้าทาสแรงงาน หารายได้ให้ตน พระพุทธองค์ทรงตั้งองค์กรสงฆ์ขึ้นมาเป็นสังคมตัวอย่างในความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน โดยกำหนดหลักปฏิบัติเรียกว่า ธรรมวินัย เพื่อให้คนแต่ละวรรณะที่เข้ามาบวชแล้วละทิฏฐิมานะ ประพฤติพรตบรรลุธรรม พ้นทุกข์ ใครบวชก่อนก็เป็นพี่ ใครบวชทีหลังก็เป็นน้อง เรียกว่า อาวุโสภันเต หลักการเคารพกันตามพรรษามีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงทุกวันนี้ แม้ผู้บวชทีหลังจะมาจากวรรณะสูงก็ต้องเคารพกราบไหว้คนวรรณะต่ำที่บวชก่อน คนอายุมากกว่ามาบวชทีหลังก็ต้องเคารพกราบไหว้ผู้มีอายุน้อยแต่บวชก่อน วิธีการเช่นนี้เป็นหลักการที่ดี คือช่วยคลายทิฏฐิมานะของคนได้มาก เพราะทำคนให้เท่าเทียมกันโดยการปฏิบัติตามพระธรรมวินัย มิใช่โดยชาติกำเนิด ใครเจริญในศีล สมาธิ ปัญญา คนนั้นก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคลเท่าเทียมกัน ใครเย่อหยิ่ง มีทิฏฐิมานะ ประพฤติผิด ก็จะได้รับโทษตามพระธรรมวินัยเหมือนกันไม่มียกเว้น วันนี้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก คนไทย 95 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวพุทธ แต่กลับสร้างทิฏฐิมานะวาทกรรมแบ่งชนชั้นวรรณะ ยุให้คนเกลียดชังกัน ไม่ต่างจากคนยุคก่อนพุทธกาล หรือว่าคนไทยไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากการเป็นชาวพุทธ?!   ที่มา  นิตยสาร Secret เรื่อง  พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) Photo by Jack Hunter on Unsplash Secret Magazine (Thailand) IG @Secretmagazine บทความน่าสนใจ เหนือกว่าศีล 5 คือ กุศลกรรมบถ 10 โดย พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ สมาธินิมิต อันน่าอัศจรรย์ของ หลวงปู่มั่น […]

keyboard_arrow_up