ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคปอด ควรเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ป้องกันการเสียชีวิต 90%

ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคปอด ควรฉีดวัคซีนอย่างเร่งด่วน สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย แนะ ผู้ป่วยโรคหัวใจ และโรคปอด ควรเร่งฉีด “วัคซีนโควิด-19” หลังมีสถิติวิจัยและยืนยันอย่างเป็นทางการว่า “ฉีดวัคซีน” จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 50-80% และยังช่วยป้องกันการป่วยหนักจนถึงขั้นเสียชีวิต ได้มากถึง 90% ที่สำคัญ และยังมีอัตราความเสี่ยงจากการฉีดวัคซีนเพียงแค่ 0.002% ความเห็นของแพทย์ แพทย์หญิงปีนัชนี ชาติบุรุษ ศัลยแพทย์โรคทรวงอก โรงพยาบาลราชวิถี และนายกสมาคม ศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย เผยว่า ท่ามกลางการความพยายามแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 ณ ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรสาธารณสุขทั่วโลกต่างลงความเห็นเดียวกันว่า วิธีจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิดได้ดีที่สุด คือเร่งให้ประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 70 ขึ้นไป เพื่อให้เกิด Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นในพื้นที่ ซึ่งองค์กรสาธารณสุขไทยก็เข้าใจในข้อเท็จจริงนี้ดี และได้เร่งให้เกิดการเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะกับกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า, กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและลดความรุนแรงให้ลดน้อยลงที่สุด ความจริงแล้ว วัคซีนจำเป็นต่อผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมาก “นอกเหนือจากกระบวนการจัดการด้านวัคซีนแล้ว […]

LONG COVID ( ลองโควิด ) เรื่องต้องรู้เมื่อหายจาก COVID-19

รู้จัก Long Covid ( ลองโควิด ) ที่มีโอกาสเกิดกับคุณหลังหาย Covid-19 รู้เท่าทัน ลองโควิด (Long Covid) ผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวหลังจากการรักษาCOVID-19 หายแล้ว  ในแต่ละบุคคลมีความรุนแรงของโรคขณะติดเชื้อที่แตกต่างกัน จึงทำให้วิธีการฟื้นฟูร่างกายก็ไม่เหมือนกัน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือควรรู้ถึงอาการเบื้องต้นเพื่อที่จะสามารถดูแลตัวเองให้ถูกวิธีได้ คำแนะนำจากแพทย์ รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล อายุรแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า “ลองโควิด” (Long Covid) เป็นภาวะหรืออาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยCOVID-19 หลังจากได้รับเชื้อนาน 4 สัปดาห์ไปจนถึง 12 สัปดาห์ขึ้นไป อาการที่พบจะหลากหลายและแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วย COVID-19 ที่เชื้อลงปอดและมีโรคเรื้อรังร่วมด้วยจนทำให้ปอดทำงานหนัก ไม่แข็งแรง จากเดิมที่ปอดมีความยืดหยุ่นก็จะเริ่มแข็งและอาจเกิดแผลหรือพังผืดต่าง ๆ ในเนื้อปอดได้ ส่งผลทำให้แลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มปอด และมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาการของลองโควิดที่พบบ่อย เช่น มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง เหนื่อยง่าย อ่อนแรง หายใจลำบาก หายใจติดขัด หายใจไม่อิ่ม […]

ชวนรู้จัก วัคซีน Novavax อีกหนึ่งวัคซีนโควิดที่น่าจับตามอง

รู้จักกับ วัคซีน Novavax กันดีกว่า อย่างที่รู้กันว่า วัคซีน Novavax เป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีน่าสนใจ และน่าจับตาในการจะมาเป็นหนึ่งในวัคซีนโควิดที่มีประสิทธิภาพในอนาคต วันนี้เลยจะชวนมาทำความรู้จักและดูความคืบหน้าของวัคซีนนี้กันค่ะ เกี่ยวกับ NVX-CoV2373 NVX-CoV2373 เป็นวัคซีนแบบใช้โปรตีนที่อยู่ระหว่างการทดลอง วางโครงสร้างโดยใช้ลำดับพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคโควิด-19 วัคซีน NVX-CoV2373 สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีอนุภาคนาโนลูกผสมของNovavax เพื่อสร้างแอนติเจนที่มาจากโปรตีนหนาม (S) ของไวรัสโคโรนา เสริมฤทธิ์ด้วย Matrix-M™ แบบใช้ซาโปนินสิทธิบัตรของNovavax เพื่อยกระดับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นให้เกิดแอนติบอดีลบล้างในระดับสูง NVX-CoV2373 ประกอบด้วยแอนติเจนโปรตีนบริสุทธิ์ที่ไม่เพิ่มจำนวนและไม่ทำให้เป็นโรคโควิด-19 โดยในการทดลองระยะพรีคลินิกนั้น NVX-CoV2373 ก่อให้เกิดแอนติบอดีที่ขัดขวางไม่ให้โปรตีนหนามยึดเกาะกับตัวรับเซลล์ และให้การคุ้มครองต่อการติดเชื้อและโรค วัคซีนดังกล่าวทนต่อผลข้างเคียงได้ดี และกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของแอนติบอดีในการทดลองทางคลินิกเฟส 1/2 ปัจจุบัน NVX-CoV2373 อยู่ระหว่างการประเมินประสิทธิภาพในการทดลองเฟส 3 ทั้งสิ้น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทดลองในสหราชอาณาจักรที่แสดงให้เห็นว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพ 96.4% ต่อสายพันธุ์ดั้งเดิม, 86.3% ต่อสายพันธุ์ B.1.1.7 (อัลฟา) และ 89.7% โดยรวม ส่วนอีกโครงการคือการทดลอง […]

รักษามะเร็ง ด้วยหลัก “ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและคุณภาพชีวิต

รักษามะเร็ง ด้วยหลัก “ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและคุณภาพชีวิต การ รักษามะเร็ง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความพร้อมของ “สภาพจิตใจ” ของผู้ป่วยนำไปสู่ “ความร่วมมือ” ในการรักษาซึ่งเป็น “หัวใจ” สำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ทราบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งในทุกระยะมักเกิดอาการทางด้านจิตใจ และอารมณ์ได้หลากหลายพร้อม ๆ กัน อาการที่พบบ่อยคือ การกลัว การไม่เชื่อ การปฏิเสธ การโกรธ การสูญเสีย การรู้สึกผิด การวิตกกังวล การเศร้าหมอง หรือการซึมเศร้า โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยทุกราย ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติที่ญาติผู้ป่วย และผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจ และดูแลเอาใจใส่ เพื่อก้าวสู่ภาวะการณ์ปรับตัว แต่หากผู้ป่วยไม่สามารถปรับตัวได้ อาการต่าง ๆ เหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ กลายเป็นอุปสรรคในการรักษา  ดูแลทั้ง 5 มิติ การสร้างพื้นฐานการดูแลสุขภาพองค์รวม พร้อมกับกระบวนการรักษามะเร็ง  “การดูแลสุขภาพองค์รวม” ที่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไม่มีโรคหรือการไม่เจ็บป่วย แต่หมายถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย ซึ่งพวกเขาจะต้องสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยนายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า เน้นแนวทางการรักษาแบบ “ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” จากมิติภายในไปสู่มิติภาพนอก สู่ความเข้าใจความต้องการของผู้ป่วยอย่างแท้จริง เพื่อการมีสุขภาพจิตใจที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมเข้าสู่กระบวนการรักษา ภายใต้การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ใน 5 มิติ ซึ่งประกอบด้วย จิตวิญญาณ การมีความสุขที่เกิดจากความเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต ความเชื่อต่าง […]

พบผู้ป่วย กล่องเสียงเสียหาย หลัง หายจากโควิด-19

กล่องเสียงบอบช้ำเมื่อ หายจากโควิด-19 ผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่อาการรุนแรงและจำเป็นต้องใส่ท่อช่วยหายใจขณะทำการรักษาเป็นเวลานาน เมื่อ หายจากโควิด-19 แล้วอาจส่งผลให้กล่องเสียงได้รับการบาดเจ็บ เกิดการบวม อักเสบ หรือมีแผลได้ เพื่อรักษากล่องเสียงที่บอบช้ำจากการรักษาจึงควรหมั่นสังเกตตนเอง เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วควรรีบพบแพทย์ทันที เกิดขึ้นได้อย่างไร แพทย์หญิงจิราวดี จัตุทะศรื แพทย์ด้านหู คอ จมูก ศูนย์หูคอจมูก โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 ที่มีการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง จนส่งผลให้ระบบการหายใจล้มเหลว หายใจได้ยากจนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) เพื่อช่วยในการรักษาโดยวิธีการใส่ท่อช่วยหายใจ (Endotracheal Intubation) ทางปากผ่านกล่องเสียงไปยังหลอดลม ท่อนี้จะเป็นตัวนำออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจส่งไปยังปอด ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งใช้เวลาในการรักษาที่ค่อนข้างนาน ตัวท่ออาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อภายในกล่องเสียงจนเกิดการบวม ช้ำ อักเสบ มีแผล แผลเป็น หรือบวมจนกลายเป็นเนื้องอกได้ ส่งผลให้เกิดภาวะกล่องเสียงทำงานผิดปกติไปจากเดิม อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการใส่ท่อช่วยหายใจ คือ 1.ภาวะกล่องเสียงหดเกร็ง (Laryngospasm) จะเกิดขึ้นเมื่อถอดท่อช่วยหายใจออกแล้ว เป็นการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นในทางเดินหายใจขณะที่กล้ามเนื้อของกล่องเสียงยังหย่อนตัวไม่เต็มที่จึงเกิดการบีบเกร็งของกล้ามเนื้อกล่องเสียงและสายเสียง เช่น ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถผ่านเข้าปอดได้ 2.ภาวะกล่องเสียงอักเสบ (Laryngitis) นอกจากการใส่ท่อช่วยหายใจแล้วยังสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุอื่น ๆ เชื้อโรค […]

ว่าด้วยดวงตา กับการ ติดเชื้อโควิด-19 ดูแลอย่างไรดี

ดูแลดวงตาอย่างไร ป้องกัน ติดเชื้อโควิด-19 ตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เป็นอีกอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อ ติดเชื้อโควิด-19 เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่าง ๆ จากทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม ทำให้มีเชื้อโรคกระจายมายังเยื่อบุตา ซึ่งการรักษาทำได้โดยการประคับประคองตามอาการ การดูแลดวงตาในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ พญ.ธารินี เสงี่ยมพรพาณิชย์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า COVID-19 ทำให้เกิดอาการทางตาได้ จากข้อมูลล่าสุดราวกลางปี 2021 พบว่ามีรายงานอาการทางตาตั้งแต่ 2-32% ของผู้ป่วย โดยพบอาการเยื่อบุตาอักเสบได้บ่อยในผู้ป่วยเด็กมากกว่าในกลุ่มผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มีอาการที่ไม่รุนแรง มักเป็นเพียงเยื่อบุตาอักเสบคล้ายกับจากไวรัสชนิดอื่น ๆ รักษาโดยการให้ยาลดอาการและประคับประคองก็จะดีขึ้น ในต่างประเทศมีบางรายงานพบผู้ป่วยที่มีการอักเสบที่ชั้นเหนือตาขาวอักเสบ ความผิดปกติที่จอตาและเส้นประสาทตาอักเสบ แต่เป็นจำนวนน้อยมากๆเมื่อเทียบส่วนใหญ่ที่มีเพียงอาการตาแดงจากเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งไม่มีผลรุนแรงในระยะยาว การดูแลรักษาดวงตาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ  ไม่ควรใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสดวงตา เพราะจะทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้ ควรล้างมือบ่อยๆ เนื่องจากไวรัสสามารถติดต่อผ่านทางเดินหายใจ ทางปาก และทางตาได้ การใส่แว่นสายตาแทนการใส่คอนแทคเลนส์ก็สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนดวงตาได้อีกทางหนึ่ง แต่การใส่แว่นสายตาแบบปกติ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 ได้ ควรมีเครื่องป้องกันอื่นร่วมด้วย ควรใช้แว่นตาหรือหน้ากากพลาสติกเพื่อป้องการโดนสารคัดหลั่งต่าง ๆ เข้าสู่ดวงตา  ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ […]

อันตรายแค่ไหนเมื่อ คุณแม่ตั้งครรภ์ ป่วย COVID-19

อันตรายแค่ไหนเมื่อ คุณแม่ตั้งครรภ์ ป่วย COVID-19 ปัจจุบันที่การระบาดของเชื้อ COVID-19 ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทวีความรุนแรงและอันตรายมากขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องดูแลตัวเองและเด็กในครรภ์อย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะหากคุณแม่มีการติดเชื้อแล้วนอกจากจะมีอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไปยังมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกด้วย ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ             นายแพทย์ร่มไทร เลิศเพียรพิทยกุล แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลกรุงเทพกล่าวว่า เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์มีการติดเชื้อ COVID-19 แล้วส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการ ในกรณีที่มีอาการรุนแรงมักมีภาวะอ้วน อายุมาก มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ เป็นต้น และมีโอกาส 2-5% ที่จะส่งต่อเชื้อไปยังเด็กในครรภ์ได้ รวมถึงโอกาสเสี่ยงต่าง ๆ ทั้ง ครรภ์เป็นพิษ เลือดแข็งตัวผิดปกติ การคลอดก่อนกำหนดจนทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวน้อยกว่ากว่าปกติได้อีกด้วย เมื่อมีการติดเชื้อ COVID-19 คุณแม่จะมีไข้ ไอแห้ง ๆ มีอาการอ่อนเพลีย หายใจติดขัด เจ็บคอ ท้องเสีย สามารถรักษาได้ด้วยการให้สารน้ำเพื่อแก้ไขภาวะขาดสมดุลของเกลือแร่ ให้ออกซิเจน ให้ยาต้านไวรัสในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง ใช้เครื่องช่วยหายใจกรณีที่อาการรุนแรง ขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์ ข้อจำกัดในการรักษาคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ป่วย COVID-19 คือ การใช้ยาบางชนิดอาจมีผลต่อทารกในครรภ์, […]

ดูแล สุขภาพเด็ก ช่วงโควิด-19 ป้องกันลูก ๆ ตกอยู่ในความเครียด

How to ดูแล สุขภาพเด็ก ยุค New Normal เพราะ COVID-19 ที่ระบาดมานานนับปี ลูกๆ ของเราสูญเสียโอกาสในการใช้ชีวิตไปมาก ทั้งจากการไม่ได้ไปเรียนหนังสือแบบครบวงจรที่โรงเรียน ได้เจอเด็กๆ รุ่นเดียวกันน้อย ขาดการเรียนรู้จากโลกภายนอกแทบจะสิ้นเชิง ไม่นับรวมการต้องมาคอยใส่หน้ากากอนามัยและระมัดระวังอะไรที่มากเกินวัย สุขภาพเด็ก ในช่วงนี้จึงควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง ความท้าทายในบทบาทของคุณพ่อคุณแม่ ณ  ขณะนี้ คือการดูแลให้ลูกมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง มีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ออกจากบ้านไม่ได้ ก็ทำให้ร่างกายแข็งแรงตั้งแต่ในบ้าน แม้การใช้เวลาอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปโรงเรียนจะส่งผลกระทบกับการเรียนรู้บ้าง แต่ในด้านการดูแลสุขภาพกาย นายแพทย์ฐากูร วิริยะชัย จากศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต มองว่าผู้ปกครองอาจต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้ “ในเรื่องสุขภาพกายของลูก อยากให้มองว่าพอทำ Social Distancing แล้ว โรคติดต่อจากคนสู่คนที่ลูกเรามักจะไปเอามาจากโรงเรียน เช่น โรคหวัด ท้องเสีย มันก็จะน้อยลงไปโดยปริยาย แต่เรื่องการรับประทานอาหาร การนอนของเขา คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ให้พยายามคงกิจวัตรเดิมไว้ก่อนครับ ทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำเหมือนช่วงเวลาปกติให้ได้มากที่สุด เช่น ทานอาหารให้เป็นเวลา ทานอาหารให้ครบห้าหมู่  เข้านอนให้เพียงพอเหมือนเดิม การไปออกกำลังกายนอกบ้านมันมีผลกับภูมิคุ้มกันบ้างแต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักขนาดนั้น” […]

คนไทยเครียดซึมเศร้า ยังไม่ ติดโควิด แต่สุขภาพจิตใกล้โคม่า

คนไทยเครียดซึมเศร้า ยังไม่ ติดโควิด แต่สุขภาพจิตใกล้โคม่า แต่ไหนแต่ไรมาปัญหาสุขภาพจิตก็ถือเป็นภัยที่คุกคามชีวิตของคนทั่วโลกอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ผู้คนเกิดความเครียดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณไม่ว่าจะติดหรือไม่ ติดโควิด ก็ตาม ในญี่ปุ่นมียอดการฆ่าตัวตายสูงถึง 17,000 ราย หลังจากเผชิญกับโรคไปได้แค่ 4 เดือน ในขณะที่ประเทศไทยก็มีอัตราการฆ่าตัวตายที่เพิ่มขึ้นถึง 22%   และการระบาดระลอกใหม่นี้เอง จะเห็นได้ว่าผู้คนยิ่งมีความวิตกกังวลเพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ยังต้องใช้ชีวิตประจำวัน  ต้องออกจากบ้านไปทำงาน มีการพบเจอผู้คน ท่ามกลางความหวาดระแวงว่าจะติดเชื้อหรือไม่ มื่อเราถาม พญ.เพ็ญชาญา อติวรรณาพัฒน์ จากคลินิกสุขภาพใจโรงพยาบาลวิมุต ว่าการมาถึงของโรค COVID-19 กระทบต่อปริมาณผู้ป่วยจิตเวชมากน้อยเพียงใด “จากสถานการณ์จากโรคCOVID-19ที่กำลังแพร่ระบาด เป็นเหมือนคลื่นกระทบที่คนไข้เขายังไม่ได้ตั้งตัว ในแต่ละวันโรงพยาบาลของรัฐบาลจะมีคนไข้วันละครึ่งร้อยเข้ามาขอรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์จากหลายๆ สาเหตุ  โดยที่ศูนย์สุขภาพใจ โรงพยาบาลวิมุต ก็จะมีเคสที่ขอเข้ารับคำปรึกษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเราเน้นการให้เวลากับคนไข้ต่อท่านเป็นหลัก แต่ละเคสจะกำหนดเวลาให้ประมาณ  40 – 60 นาทีต่อเคส เพื่อให้มั่นใจว่าเราได้ให้เวลากับคนไข้เต็มที่ เพื่อทำความเข้าใจ พูดคุย วิเคราะห์ และให้คำแนะนำต่างๆ” ‘อาการจิตเวช’ พบได้ทุกวัย ด้วยปัจจัยที่ต่างกัน หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นวัยทำงานน่าจะพบจิตแพทย์มากที่สุดแต่ พญ.เพ็ญชาญา เผยว่าเธอมีคนไข้แทบทุกวัย […]

โพรพอลิส และสมุนไพรไทย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส

โพรพอลิส และสมุนไพรไทย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ต้านไวรัส     ปัจจุบัน สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยดูไม่มีวี่แววจะคลี่คลายในเร็ววัน ต้องยอมรับว่าเรายังต้องอยู่ร่วมกับโรคระบาดนี้กันไปอีกสักพัก นอกเหนือจากหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ และวัคซีน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่จะช่วยป้องกันและรับมือกับโรคได้ดีที่สุดอีกหนึ่งอย่างก็คือ ร่างกายของเราเอง วันนี้เราจึงมาแนะนำ 5 อาหาร เพิ่มภูมิคุ้มกัน และสารสกัดที่มีวิจัยช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพมาแนะนำ หลายประเทศทั่วโลกในตอนนี้มีการวิจัยเกี่ยวกับการใช้โพรพอลิสในยับยั้งและต้านไวรัสโควิด 19 ซึ่งโพรพอลิส เป็นสารจากธรรมชาติที่ได้มาจากผิวของรังผึ้ง โดยผึ้งจะใช้โพรพอลิสในการซ่อมแซมรังและป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้ามาทำลายรัง ในการแพทย์ปัจจุบันก็นำโพรพอลิสมาใช้ในการต้านไวรัส แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ต่าง ๆ โดยมีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย เช่น สารสกัดในรูปของเหลวที่เป็นเม้าท์ สเปรย์ หรือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนกระชายขาว ก็เป็นสมุนไพรไทย ที่คุ้นเคยกันดี เนื่องจากเป็นส่วนประกอบของอาหารไทยหลากหลายเมนู และตอนนี้ก็เป็นสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดที่มีงานวิจัยออกมาว่ากระชายขาวมีฤทธิ์ต้านไวรัสด้วยเช่นกัน สาร สำคัญทั้ง 2 ชนิดนี้ ทั้งโพรพอลิส และกระชายขาว ต่างมีส่วนช่วยยับยั้งและต้านเชื้อไวรัสต้นเหตุของโรคโควิด-19 ได้ตามที่มีการระบุในงานวิจัย มารู้จัก 5 อาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน กันเลยดีกว่า โพรพอลิส จากผิวของรังผึ้ง โพรพอลิส คือ สารสกัดจากธรรมชาติที่ได้จากผิวของรังผึ้ง มีลักษณะข้นเหนียว สีน้ำตาล เกิดจากผึ้งไปเก็บมาจากดอกไม้กลีบอ่อนใบไม้ส่วนต่าง ๆ ของต้นไม้ ผสมเข้ากับเอนไซม์ในน้ำลายผึ้ง ผึ้งใช้ Propolis เคลือบผิวรัง ป้องกันไม่ให้รังแตกร้าว และใช้อุดรอยรั่วของรังและใช้ป้องกันเชื้อโรคไม่ให้รุกรานเข้ามาได้ สารสำคัญที่ทำให้โพรพอลิสเป็นสารปฏิชีวนะที่ดีที่สุดตามธรรมชาติ คือ […]

โรคไบโพลาร์ รู้จักและเข้าใจ อยู่ร่วมกันได้ ไม่อันตราย

โรคไบโพลาร์ รักษาไว ใช้ชีวิตได้ปกติ ในช่วงที่ทุกคนถูกขอความร่วมมือให้กักตัวเอง เว้นระยะอยู่ห่างจากสังคม จึงเป็นธรรมดาที่คน ๆ หนึ่งต้องมาเจอกับความรู้สึกเครียด วิตกกังวล หรืออาจรวมถึงสภาพจิตใจที่ขึ้นลงควบคุมไม่ได้ ซ้ำร้ายกว่านั้นในอีกมุม สภาพสังคมที่เลวร้ายนี้ยังส่งผลกระทบกับ ‘ผู้ที่ไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์’ ได้อีกด้วย ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เราอาจได้เห็นความสูญเสียที่ไม่คาดคิด เกิดกับผู้ป่วย ‘ โรคไบโพล่าร์ ’ (Bipolar Disorder) ขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้ เรื่องราวความสูญเสียที่เรารับรู้ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์หรือจอโทรทัศน์ของผู้เป็นโรคไบโพล่าร์ แทบทุกเหตุการณ์ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของพวกเขา แต่ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพอารมณ์ที่แปรปรวนอยู่ตลอด ควบคุมไม่ได้ จนนำมาซึ่งการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ในช่วงที่อาการกำเริบขึ้น โรคไบโพลาร์ ยากที่จะเข้าใจจริงหรือ แพทย์หญิงพรทิพย์ ศรีโสภิต ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า อาการแสดงของโรคไบโพล่าร์เป็นสิ่งที่คนรอบข้างยากจะเข้าใจ หลายครั้งมีโอกาสที่จะกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง และตามมาซึ่งความรุนแรงได้ ซึ่งสิ่งที่ยากจะคาดเดาคือเราไม่รู้ว่าความรุนแรงนั้นจะออกมาในรูปแบบไหน “ผู้ป่วยเป็นผู้กระทำ หรือผู้ป่วยถูกกระทำ” ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่คนรอบข้าง ต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของโรคนี้ให้ดี ในหลาย ๆ ครั้ง ผู้คนมักเข้าใจว่าโรคไบโพล่าร์และโรคซึมเศร้า คืออาการป่วยแบบเดียวกัน แต่ความเข้าใจนั้นไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด โรคไบโพล่าร์ หรือ Bipolar Disorder หรือ ‘โรคอารมณ์สองขั้ว’ […]

ผลสำรวจพบ คนไทยนิยม ” เดินเร็ว ” ช่วงโควิด

” เดินเร็ว ” ทางเลือกออกกำลังกายในช่วงโควิด กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดสถิติพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในกลุ่มวัยทำงาน ให้เข้ากับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 เผยประเภทของการออกกำลังกายยอดนิยมอันดับแรก คือ เดินเร็ว ร้อยละ 43.6 เป็นการออกกำลังกายยอดฮิตและประชาชนมักจะใช้เวลาออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 30 นาที กิจกรรมเพื่อสุขภาพยอดนิยม นพ.ธเรศ  กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า ได้ดำเนินการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพ เรื่องพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยการสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ ในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 15 – 59 ปี เรื่อง พฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ดำเนินการใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2564 (เป็นช่วงเริ่มต้นผ่อนคลายมาตรการ การควบคุมโรคโควิด 19) ผลการสำรวจ พบว่าวัยทำงานนิยมออกกำลังกายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ เดินเร็ว โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่ง คือ 43.6 %  ที่ยังคงออกกำลังกายประเภทนี้แม้ในสถานการณ์โรคโควิด 19 […]

ระวัง 4 โรคต้อ ทำร้ายดวงตา ป้องกันอย่างไร มาดูกัน

4 โรคต้อ ศัตรูดวงตา โรคต้อ ทางตามีหลากหลายชนิด 4 โรคต้อที่พบบ่อยๆที่เรารู้จักคุ้นเคย คือต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน ซึ่งมีอาการแตกต่างกันในแต่ละชื่อโรค โรคต้อบางชนิดถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอาจอันตรายถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ เราควรรู้เท่าทันโรคต้อทั้ง 4 เพื่อรับมือและสามารถรักษาดวงตาของเราให้ปลอดภัย  ว่าด้วยโรคต้อ พญ.ธารินี เสงี่ยมพรพาณิชย์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคต้อหรือตาต้อที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้นเกิดจากหลากหลายสาเหตุ อาการและความรุนแรงจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ ระคายเคืองตา ไปถึงตามัว หรือทำให้ตาบอดได้ ต้อต่าง ๆ ในตาที่คุ้นชินกันดีมี 4 ชนิด คือ ต้อลม (Pinguecula) ลักษณะจะเป็นเนื้อนูนที่เยื่อบุตาด้านข้างกระจกตาหรือตาดำ จะอยู่เฉพาะที่เยื่อบุตาขาว (Conjunctiva) ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณหัวตาด้านในบริเวณใกล้จมูก แต่สามารถเกิดที่หางตาและหัวตาพร้อมกันได้ เมื่อเยื่อบุตานูนขึ้น จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตามากขึ้น สาเหตุมาจากรังสียูวี เช่น จากแสงแดด และเมื่อโดนลมหรือฝุ่นจะทำให้เคืองตามากขึ้นได้จากการอักเสบหรือผิวตาแห้งง่าย พบได้ในทุกเพศทุกวัยพบได้มากในประเทศเขตร้อน เพราะสัมพันธ์กับการเจอแดด โดยส่วนใหญ่อายุที่พบจะมากกว่า 30 ปีขึ้นไป อาการที่เกิดขึ้นคือ  เคืองตา แสบตา คันตา ตาแดงอักเสบ […]

ผู้ป่วยมะเร็ง กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต้องรู้อะไรบ้าง

ผู้ป่วยมะเร็ง กับการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับ ผู้ป่วยมะเร็ง โดยปกติแล้วร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างต่ำกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว หากเกิดการติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงที่อาการของโรคจะรุนแรงมากขึ้นและร่างกายจะต่อสู้กับเชื้อได้น้อยลง จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ป่วยมะเร็งทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างเร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้ ว่าด้วยผู้ป่วยมะเร็งกับโรคโควิด-19 ศาสตราจารย์พิเศษ นายแพทย์ธีรวุฒิ คูหะเปรมะผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากหากได้รับเชื้อโควิด-19 เพราะร่างกายมีภูมิต้านทานที่ต่ำกว่าปกติ จึงมีความเสี่ยงที่เชื้อจะอยู่ในร่างกายได้นานกว่าและเกิดอาการรุนแรงกว่าบุคคลทั่วไป จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีน-19 โดยเร็ว แต่ผู้ป่วยมะเร็งมีหลายกลุ่ม เพื่อให้การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพที่สุดควรได้รับการฉีดให้เหมาะสม ในผู้ป่วยที่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ทันที คือ ผู้ป่วยมะเร็งที่ผ่านการวินิจฉัยแล้วแต่ยังไม่ได้รับการรักษา หรืออยู่ในขั้นตอนการรักษารับประทานยาและพบแพทย์ทุกเดือน รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาจนหายแล้วที่ไม่มีประวัติแพ้วัคซีน ในผู้ป่วยมะเร็งที่รับการผ่าตัดควรฉีดวัคซีนก่อนหรือหลังการผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์ ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกจะต้องเว้นระยะให้ร่างกายฟื้นตัวและไม่มีภาวะแทรกซ้อนปรากฏหลังการรักษาประมาณ 3 เดือน จึงจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันที่ได้รับยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์มะเร็ง ให้ฉีดวัคซีนเมื่อเกณฑ์ของเม็ดเลือดขาวมีระดับปกติ และในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รับยาฉีด อาทิ ยาเคมีบำบัด  ยาพุ่งเป้า ยาฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และที่ได้รับรังสีรักษา ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในส่วนของญาติผู้ป่วยโรคมะเร็งก็ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยเร็วที่สุดเช่นกัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้ป่วย   เมื่อต้องฉีดวัคซีน ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-7 ชั่วโมง ดื่มน้ำ […]

อาการปวดศีรษะ กับโรคโควิด-19 เกี่ยวข้องกันอย่างไร

อาการปวดศีรษะ กับโควิด-19 อาการปวดศีรษะ เป็นอีกหนึ่งอาการทางสมองและระบบประสาทที่สามารถพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ COVID-19 และ ผู้ที่ได้รับวัคซีน COVID-19 โดยอาจมีสาเหตุและความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป โดยในผู้ป่วยบางรายอาการปวดศีรษะอาจจะไม่รุนแรงและสามารถหายเองได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้ป่วยอีกหลายคนอาจต้องการการตรวจวินิจฉัยและการรักษาเพิ่มเติม  แพทย์ว่าอย่างไร นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท (โรคปวดศีรษะและใบหน้า) ศูนย์สมอง รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า อาการปวดศีรษะเป็นอาการทางระบบประสาทที่เจอได้บ่อยในผู้ติดเชื้อ COVID-19 โดยสามารถพบผู้ป่วยที่มีอาการได้มากถึง30% ส่วนใหญ่จะไม่เคยมีประวัติโรคปวดศีรษะมาก่อน และอาการปวดมักจะพบภายใน 7 วันแรกหลังจากการติดเชื้อ โดยอาการปวดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความรุนแรงของอาการปวดปานกลางถึงมาก และมักจะไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด หรือมีอาการปวดซํ้าหลังจากยาแก้ปวดหมดฤทธิ์ ลักษณะการปวดจะเป็นการปวดแบบบีบรัดที่บริเวณขมับ หน้าผาก รอบกระบอกตาทั้ง 2 ข้าง หรือปวดทั่วทั้งศีรษะ ซึ่งอาจจะพบลักษณะการปวดแบบปวดตุ๊บๆ คล้ายกับเส้นเลือดเต้นได้ ซึ่งการโน้มศีรษะไปด้านหน้า การไอ การจามและการออกแรงจะทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น ที่สำคัญอาการปวดสามารถเกิดขึ้นได้นานถึง 2 สัปดาห์ สาเหตุของอาการปวดศีรษะสามารถสันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเข้าสู่สมองโดยตรง โดยผ่านปลายเส้นประสาทคู่ที่ 5 (trigeminal nerve) จากในโพรงจมูก ทำให้เกิดสัญญาณความปวดส่งมาที่ศีรษะ หรืออาจเกิดจากการที่เชื้อไวรัสไปกระตุ้นร่างกายให้สร้างสารการอักเสบ (inflammatory cytokine) ซึ่งมีผลโดยตรงกับระบบนำความปวดในสมอง […]

ผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรรู้ เมื่อต้องผ่าตัดหัวใจช่วง COVID-19

ผู้ป่วยโรคหัวใจ ต้องผ่าตัดหัวใจช่วงนี้ ทำอย่างไร ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 อาจส่งผลกระทบกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายโรคที่ต้องติดตามผลหรือเช็กสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึง ผู้ป่วยโรคหัวใจ ด้วยที่ต้องได้รับการรักษาหรือเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ แต่ด้วยสภาวะไม่ปกติขณะนี้ผู้ป่วยและครอบครัวอาจเกิดความกังวลใจในความปลอดภัยจากเชื้อ COVID-19 คำแนะนำจากแพทย์ นพ.วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ได้รับเชื้อ COVID-19 มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 20% และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในการรักษา อาจตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน และใช้เวลาในการรักษาที่นานขึ้นกว่าปกติ ฉะนั้นการดูแลตนเองให้ห่างไกลจาก COVID-19 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรเลี่ยงการออกนอกบ้าน โดยเฉพาะการไปที่ชุมชนหรือพบเจอผู้คนจำนวนมาก ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาหรือทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และหากอยู่ในบ้านกับผู้มาจากที่อื่นควรสวมหน้ากากอนามัยด้วยเช่นเดียวกัน ควรล้างมือทุกครั้งที่สัมผัสสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะเวลาสั่งอาหารหรือสั่งของไม่ควรรับโดยตรง เมื่อได้รับของแล้วควรฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ทันที หลังจากแกะของแล้วควรทำความสะอาดก่อนนำไปใช้งาน นอกจากนี้การชำระเงินควรเป็นการจ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ควรใช้เงินสดเพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ควรแยกกันรับประทานอาหาร เว้นระยะห่างและรับประทานในจานของตัวเองเท่านั้น หากจำเป็นจะต้องรับประทานอาหารร่วมกันต้องมีช้อนส้อมส่วนตัวและช้อนกลางแยกของแต่ละคน ไม่ควรใช้ห้องน้ำร่วมกัน หากมีความจำเป็นควรให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำใช้ห้องน้ำก่อนแล้วตามด้วยผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ควรทำความสะอาดห้องน้ำและใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดอีกครั้งก่อ นออกจากห้องน้ำ บุคคลอื่นในครอบครัวควรทำอย่างไร นอกจากนี้ผู้ที่ดูแลหรือใกล้ชิดผู้ป่วยโรคหัวใจต้องดูแลตัวเองให้ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อเช่นเดียวกัน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ผู้ป่วยโรคหัวใจควรที่จะรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอและพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อตรวจปัจจัยเสี่ยงและการควบคุมโรคว่าเป็นไปด้วยดีหรือไม่ เพื่อที่แพทย์จะได้ปรับการรักษาและการรับประทานยาให้เหมาะสมและป้องกันการเกิดความรุนแรงของโรค ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือให้บ่อยและรีบกลับทันทีเมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากต้องได้รับการผ่าตัด ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหัวใจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ การผ่าตัดซ่อมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ การผ่าตัดรักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ต้องเป็นการผ่าตัดในภาวะฉุกเฉินหรือภาวะเร่งด่วน และเป็นการผ่าตัดที่พิจารณาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจเท่านั้น โดยผู้ป่วยและผู้ดูแลจะต้องตรวจไม่พบเชื้อ COVID-19 ภายใน 72 ชม. ก่อนผ่าตัด หากต้องเข้ารับการผ่าตัดทันทีโดยไม่สามารถรอผลตรวจหาเชื้อได้หรือผู้ป่วยโรคหัวใจติดเชื้อ COVID-19 แล้วต้องผ่าตัดทันที แพทย์สามารถทำการผ่าตัดรักษาได้ทันทีภายใต้มาตรการป้องกันการติดเชื้อในทุกกระบวนการเพื่อความปลอดภัยที่สูงที่สุดในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์จะพิจารณาเลื่อนผ่าตัดออกไปก่อนประมาณ 3 – 6 เดือน เพื่อให้สถานการณ์ COVID-19 เป็นที่ไว้วางใจและลดความกังวลใจให้กับผู้ป่วยในการผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์เป็นสำคัญ (ที่มา : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ) บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ ออกกำลังกาย-เล่นกีฬาอย่างไร ไม่ให้ […]

ชวนรู้จัก โพรไบโอติกส์ 5 สายพันธุ์ทรงประสิทธิภาพตอบโจทย์สุขภาพครบ

โพรไบโอติกส์ ก็มีสายพันธุ์ที่โดดเด่นนะ เชื่อว่าผู้อ่านชีวจิตหลายคนคุ้นเคยกับ โพรไบโอติกส์ เป็นอย่างดี และส่วนใหญ่รู้ถึงคุณประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์ตัวดีนี้ แต่รู้ไหมว่า โพรไบโอติกส์มีหลายสายพันธุ์ และมีสายพันธุ์คุณภาพดีโดดเด่นที่ผู้เขียนอยากจะมาแนะนำให้รู้จัก ก่อนอื่นเราไปทำความเข้าใจที่มาที่ไปของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ นี้กันดีกว่า โพรไบโอติกส์มีบทบาทกับร่างกายอย่างไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจระบบนิเวศภายในลำไส้กันก่อน ในลำไส้ของเรามีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้านล้านตัว ซึ่งมีทั้งจุลินทรีย์ที่ดี หรือ โพรไบโอติกส์ (ที่ไม่รบกวนระบบการทำงานของร่างกาย) และจุลินทรีย์ที่ไม่ดี (ที่ค่อยรบกวนระบบการทำงานของร่างกาย) ซึ่งจุลินทรีย์ทั้งสองประเภทนั้นมักควบคุมกันไปมา บางครั้งฝ่ายดีก็มีมากกว่า บางครั้งฝ่ายไม่ดีก็มีมากกว่า ยามที่จุลินทรีย์ดีมีมากกว่าและควบคุมปริมาณของจุลินทรีย์ไม่ดีเอาไว้ได้ ภายในลำไส้ของเราก็จะแข็งแรง ทำงานมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ขับถ่ายปกติ ป้องกันโรคติดเชื้อ ลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มการดูดซึมสารอาหาร กระตุ้นการผลิตวิตามินต่างๆ ลดอาการภูมิแพ้ และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อไรที่จุลินทรีย์ไม่ดีมีมากกว่า ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ขาดโพรไบโอติกส์ไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้ไหมว่า ลำไส้เป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอวัยวะหนึ่งของเรา ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหาร ควบคุมระบบขับถ่าย ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและฮอร์โมน รวมถึงมีส่วนในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายอยู่ในลำไส้ (คิดเป็นประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์)  ดังนั้นสุขภาพของลำไส้จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกายโดยรวม โดยปกติหากจุลินทรีย์ที่ดีมีมากพอที่จะควบคุมปริมาณของจุลินทรีย์ไม่ดี ลำไส้ทำงานได้ตามปกติ โอกาสที่จะติดเชื้อหรือเจ็บป่วยจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียก็จะลดลง เราก็จะไม่ป่วย แต่เมื่อใดที่จุลินทรีย์ไม่ดีมีมากกว่าแล้วมายึดครองลำไส้ของเรา ลำไส้จะทำงานผิดปกติ รู้สึกไม่สบายท้อง […]

ออกกำลังกาย-เล่นกีฬาอย่างไร ไม่ให้ หัวใจล้มเหลว

ฟิตอย่างไรไม่ให้ หัวใจล้มเหลว  เหล่านักกีฬาและแฟนตัวยงของการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ คงเคยได้รับข่าวสารนักกีฬาเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว วูบเสียชีวิตคาสนามแข่งขันกีฬา หรือแม้กระทั่งคนทั่วไปที่สามารถเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้ได้ในขณะออกกำลังกาย ซึ่งทุกคนสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ด้วยการตรวจเช็กหัวใจเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอและครบทุกรายการตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ  แพทย์แนะนำ นพ.อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์ อายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า สถิติของประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า อาการวูบคาสนามทำให้นักกีฬามีโอกาสเสียชีวิตถึง 1 ใน 50,000 คนต่อการแข่งขันกีฬาระดับวิทยาลัยและอาจจะสูงถึง 1 ใน 5,000 คนในการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอล โดยในนักกีฬาที่อายุมากกว่า 35 ปีมีโอกาสเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากถึง 5%ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและมักพบในนักกีฬาผู้ชายมากกว่าผู้หญิง  โดยสาเหตุที่ทำให้นักกีฬาเกิดอาการวูบกลางสนามมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น 1) กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว ซึ่งป็นโรคที่พบได้ในนักกีฬาอาชีพ เกิดจากการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายล่างที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หรือเกิดได้จากความผิดปกติทางพันธุกรรม 30% และจะพบได้มากในนักกีฬาผิวดำ โดยหากตรวจเจอว่ามีพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อหัวใจแล้วลงแข่งกีฬาหนัก ๆ อาจเกิดแรงกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตแบบ Sudden Death ได้ เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจหนาขึ้นมา จะไปขัดขวางระบบการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้หัวใจทำงานหนัก และถ้านักกีฬาไม่ทราบมาก่อนว่าตนเองมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนา แล้วต้องลงแข่งกีฬาเป็นเวลานาน ๆ และออกแรงมาก ๆ จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนัก ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจวายแบบฉับพลันจนวูบกลางสนามได้  2) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เกิดได้จากหลายสาเหตุ […]

keyboard_arrow_up