น้ำมันงาดำ+น้ำมันรำข้าว อาหารมหัศจรรย์เพื่อสุขภาพผู้สูงวัย

น้ำมันงาดำ+น้ำมันรำข้าว คุณประโยชน์เพื่อผู้สูงวัยแบบคูณสอง หากจะพูดถึงการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย ตามหลักชีวจิตที่เป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานที่ได้ผล คือเรื่องของอาหาร วันนี้ผู้เขียนจึงจะมาแนะนำอาหารที่เหมาะกับสุขภาพผู้สูงวัย เพื่อตอบโจทย์ครบครัน นั่นก็คือ น้ำมันงาดำ+น้ำมันรำข้าว มาดูกันเลย  ทำไมช่วงอายุที่มากขึ้น จึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งระดับฮอร์โมนที่แปรเปลี่ยนไป ความเสื่อมต่าง ๆ ของร่างกายที่มาตามวัย ตั้งแต่ผิว หลอดเลือด กระดูก ก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง และความเจ็บป่วยได้ง่าย  โดยปกติ ร่างกายจะสะสมมวลกระดูกในช่วงวัยเจริญเติบโต และเมื่อถึงช่วงวัยหนึ่งก็จะหยุดสะสม เข้าสู่ช่วงเสื่อมสลายของมวลกระดูกเมื่ออายุมากขึ้น จุดนี้ทำให้ผู้สูงวัยมักมีอาการเกี่ยวกับกระดูกได้ง่ายมาก และยังเป็นสาเหตุทำให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ถดถอย เดินเหินไม่คล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนจะลดลงอย่างมาก ก่อให้เกิดความเสื่อมได้ง่าย ผิวพรรณไม่สดใส อีกทั้งยังมีผลต่อการเสื่อมสลายของมวลกระดูก ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่ายหลังวัยหมดประจำเดือน นอกจากนี้ อีกปัญหาสุขภาพที่จะตามมาก็คือภาวะเสื่อมของอวัยวะภายในที่สำคัญ นั่นก็คือระบบหลอดเลือด ซึ่งอาจมีอาการตีบ  เพราะมีไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือด หรือความเสื่อมทำให้หลอดเลือดไม่ยืดหยุ่นเหมือนสมัยหนุ่มสาว ทำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เช่น โรคความดันโลหิต โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เป็นโรคเรื้อรังพบมากในผู้สูงวัยอีกด้วย  ซึ่งปัญหาสุขภาพเหล่านี้สามารถป้องกันและดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งแต่การเลือกกินอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างตรงจุดจากภายใน และออกกำลังกาย เพื่อรักษาความคล่องแคล่วและเพิ่มความแข็งแรงของมวลกล้ามเนื้อ มวลกระดูก […]

ผู้ป่วยป่วยภูมิแพ้ระวัง เป็นมากอาจพ่วง โรคริดสีดวงจมูก ได้

โรคริดสีดวงจมูก โรคที่อาจมากับอาการภูมิแพ้ ในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ร่างกายอาจอ่อนแอป่วยเป็นหวัด มีอาการจาม คัดแน่นจมูก ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีความผิดปกติใดๆ แต่หากมีอาการหวัดเรื้อรังเป็นๆหายๆ บ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีอาการของไซนัสอักเสบร่วมด้วยอย่านิ่งนอนใจเพราะอาจจะเผชิญกับ โรคริดสีดวงจมูก อะไรคือริดสีดวงจมูก ริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps) เกิดจากการที่เยื่อบุจมูกอักเสบ บวมขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำคั่ง กลายเป็นก้อนในจมูก เหตุผลที่เรียกริดสีดวงจมูกเนื่องจากมีลักษณะเป็นก้อนคล้ายริดสีดวงทวารที่ยื่นออกมาในจมูก อาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อน เป็นผลมาจากการอักเสบเรื้อรังจากโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน อาจไม่ทำให้เกิดอาการ แต่หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ จะทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบาก มีปัญหาในการดมกลิ่น หรือเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคริดสีดวงจมูก โรคภูมิแพ้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคริดสีดวงจมูก ซึ่งมีการอักเสบของเยื่อบุจมูกเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน เมื่อมีการอักเสบนานๆ เยื่อบุจมูกจะมีการบวมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนที่ไม่รักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง ปล่อยให้มีการอักเสบซ้ำๆ เยื่อบุจมูกก็จะบวมออกมากลายเป็นริดสีดวงจมูก ทั้งนี้การอักเสบเรื้อรังจะมี 2 แบบด้วยกัน คือ เยื่อบุอักเสบจากภูมิแพ้ และเยื้อบุอักเสบชนิดไม่แพ้ ทั้ง 2 อย่างทำให้เกิดริดสีดวงจมูกได้ทั้งนั้น หรือในคนไข้ที่เป็น ไซนัสอักเสบเรื้อรังนาน ๆ เยื่อบุของไซนัสก็จะบวมออกมากลายเป็นริดสีดวงได้ แต่เราจะไม่เรียกริดสีดวงไซนัส อาการของคนที่เป็นริดสีดวงจมูก ถ้าขนาดไม่โตมากคนไข้อาจจะไม่มีอาการอะไร แต่ถ้าเยื่อบุจมูกบวมมาก ๆ […]

เหงื่อออกมือ สัญญาณโรคหัวใจหรือไม่ หาคำตอบกัน

เหงื่อออกมือ สัญญาณโรคหัวใจหรือไม่  หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าอาการ “ เหงื่อออกมือ ” อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากอาการของโรคหัวใจที่พบกันอยู่เป็นประจำ คือ เหนื่อยง่าย หายใจเข้าได้ลำบาก มีอาการหอบหรือเป็นลมหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ ขาหรือเท้าบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปลายมือปลายเท้าและริมฝีปากมีลักษณะเขียวคล้ำ เหล่านี้เป็นอาการที่เกิดขึ้นและเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ผศ.นพ.ศิระ เลาหทัย ศัลยแพทย์ทรวงอกผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดส่องกล้องจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ได้อธิบายถึงอาการของโรคหัวใจว่า ผู้ป่วยมักจะมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกและมีอาการปวดร้าวไปบริเวณคอหรือแขนซ้ายได้ ในบางรายอาจมีภาวะเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือ เหงื่อออกร่วมด้วยได้ โดยส่วนมากมักจะเกิดขึ้นขณะที่ผู้ป่วยกำลังทำงานหรือออกกำลังกาย แต่ในทางกลับกัน โรคเหงื่อออกที่มือนั้น ( hyperhidrosis ) ผู้ป่วยมักจะเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง และคนไทยจะป่วยเป็นโรคนี้โดยเฉลี่ย 3% ของประชากรของประเทศ คิดเป็นง่าย ๆ หากประเทศไทยมีประชากร 70 ล้านคน จะมีผู้ป่วยโรคนี้ ถึง 2.1 ล้านคน และสามารถพบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงเท่า ๆ กัน โดยลักษณะของโรคนี้มักไม่มีอาการดังกล่าวร่วมด้วย อีกทั้งมักจะเป็นที่มือทั้ง 2 ข้าง ในบางรายอาจมีอาการบริเวณเท้า หรือ บริเวณรักแร้ร่วมด้วยได้ ซึ่งอาการที่จะเกิดไม่สัมพันธ์ต่ออุณหภูมิ เวลาหรือการออกำลังกาย อย่างไรก็ตามภาวะนี้ เราต้องแยกจากโรคที่มีสาเหตุ […]

ภาวะสมองเสื่อม ความเสื่อมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทำคุณภาพชีวิตแย่

ภาวะสมองเสื่อม จะรับมืออย่างไรดี ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่มี ภาวะสมองเสื่อม เพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำงานของตัวผู้ป่วยเอง รวมถึงผู้ดูแลที่ต้องรับหน้าที่หนักเพิ่มขึ้น การสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็ว เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ป่วยและญาติ ภาวะสมองเสื่อมเป็นภาวะที่สมองมีการทำงานแย่ลงจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน เช่น หลงลืม หลงทางที่ใช้อยู่เป็นประจำคิดคำนวณเงินผิดพลาด บวกลบเลขง่ายๆไม่ได้ จำไม่ได้ว่าวางสิ่งของไว้ที่ไหน การตัดสินใจในภาวะต่างๆแย่ลงรวมถึงการมีพฤติกรรมที่ผิดแผกไปจากเดิม เช่น ทำอะไรซ้ำๆ พูดอะไรซ้ำๆ สาเหตุของภาวะสมองเสื่อม 1. แบบที่รักษาได้ ซึ่งจำเป็นต้องสืบค้น เพื่อให้การรักษา a) โรคทางกาย เช่น โรคไทรอยด์ การติดเชื้อซิฟิลิสในสมอง โรคขาดวิตามินบี 12 หรือโฟลิค ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง b) โรคทางสมอง เช่น มีเลือดออกในสมอง น้ำคั่งในโพรงสมอง หรือเนื้องอกสมอง โรคพาร์กินสัน c) ภาวะอื่นๆ เช่น การใช้ยาประจำบางชนิด หรือ โรคซึมเศร้า 2. แบบที่ไม่หายขาด a) สมองเสื่อมอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) b) หลอดเลือดสมองตีบ […]

โรคฝีดาษลิง กับ สถานการณ์โดยรวมในปัจจุบัน น่ากังวลแค่ไหน

โรคฝีดาษลิง กับสถานการณ์โดยรวม ความจริงตัวโรคฝีดาษและความรู้เกี่ยวกับต่อโรคฝีดาษ มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ เพราะมันเป็นโรคเก่าแต่มีการอุบัติใหม่ โรคฝีดาษลิง เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มไวรัสพอกซ์ (Poxvirus) ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับไวรัสที่ทำให้เกิดฝีดาษคน (smallpox หรือ ไข้ทรพิษ) โดยมีรายงานการติดเชื้อครั้งแรกในลิงที่ใช้เป็นสัตว์ทดลองในปี พ.ศ. 2501 จึงเรียกว่า ฝีดาษลิง แต่แท้จริงแล้วสัตว์ที่เป็นรังโรค คือสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนู จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2513 จึงพบรายงานการติดเชื้อครั้งแรกในคน การระบาดชองฝีดาษลิง จากปัจจุบันมีผู้ป่วยยืนยันประมาณ 2,103 คน กระจายทั่วโลก ใน 42 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงในแถบยุโรปและอเมริกา โดยเฉพาะในประเทศสเปน อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และโปรตุเกส ที่มีรายงานการระบาดพบจำนวนผู้ติดเชื้อเกิน 20 คน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการระบาดในขณะนี้โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นในแถบอาฟริกากลางและอาฟริกาตะวันตก โดยพบมีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อประปราย รวมถึงนอกถิ่นการระบาดจากการเดินทางไปในถิ่นระบาด ซึ่งการระบาดระลอกนี้เริ่มในช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2565 โดยพบผู้ป่วยในหลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย โดยพบในกลุ่มชายรักชายซี่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการรวมตัวและมีกิจกรรมใกล้ชิดในช่วงเทศกาลไพรด์ (Pride month) ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) อาการของโรค รศ.นพ.สุมนัส บุณยะรัตเวช กรรมการกลาง และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวถึง อาการของโรคฝีดาษลิง จัดแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1)  ระยะฟักตัว เป็นระยะที่ไวรัสทำการฟักตัวในร่างกาย โดยไม่มีอาการ และไม่ติดต่อสู่ผู้อื่น โดยทั่วไปเป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์แต่อาจยาวถึง  3 สัปดาห์ได้หลังสัมผัสเชื้อ 2) […]

เชื้อ H.Pylori ต้นเหตุแผลในกระเพาะอาหาร สู่ มะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร สาเหตุอาจมาจากเชื้อตัวเดียว สาเหตุการเกิด “โรคกระเพาะอาหาร” ที่หลายคนทราบดี คือการทานอาหารไม่ตรงเวลา ปล่อยให้ท้องว่างจนกระเพาะอาหารเสียสมดุลของกรดภายในกระเพาะอาหารนำไปสู่การทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร แต่อีกสาเหตุหลักที่เป็นตัวการให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร ทั้งยังสามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ นั่นก็คือ “เชื้อเอชไพโลไร หรือ H.Pylori (Helicobacter Pylori) ” ที่อาจนำไปสู่ มะเร็งกระเพาะอาหารได้ รู้จักแบคทีเรียตัวร้าย H.Pylori เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter Pylori) หรือ เอชไพโลไร (H.Pylori) คือเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ จากการใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารร่วมกัน การบริโภคอาหารและน้ำที่มีการปนเปื้อน และการปรุงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบโดยเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะอาศัยอยู่ภายในระบบทางเดินอาหาร เป็นต้นเหตุให้เกิดการอักเสบของกระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือแผลในลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงมะเร็งกระเพาะอาหารได้อีกด้วย อาการของผู้ติดเชื้อ H.Pylori โดยปกติแล้ว ผู้ที่ติดเชื้อ H.Pylori มักจะไม่แสดงอาการ แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการที่สังเกตได้ ดังนี้  ปวดหรือแสบร้อนที่ท้องบริเวณเหนือสะดือ  ปวดรุนแรงเมื่อท้องว่างหรือหลังจากรับประทานอาหาร  คลื่นไส้ อาเจียน  จุกเสียดลิ้นปี่  ท้องอืด […]

ฝึกที่จะ ยอมรับผิด ให้เป็น ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป

ยอมรับผิด ให้ได้ มีผลดีกว่าที่คิด การถูกตำหนิว่าตัวเรามีข้อผิดพลาดเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยาก ยิ่งในคนที่มักมองตัวเองในแง่ดี คิดว่าตัวเองถูกเสมอ ตนเองดีแล้ว จะเป็นกลุ่มคนที่รับการถูกตำหนิได้ยากกว่าคนทั่วไป หนึ่งในวิธีการรับมือการถูกตำหนิ คือการคิดพิจารณา และ ยอมรับผิด ให้เป็น มาดูรายละเอียดที่แพทย์หญิงทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตแนะนำกันเลยค่ะ อย่าเพิ่งรีบต่อต้าน แก้ตัว ทั้งกับผู้อื่นและตนเอง ระวังการพยายามหาเหตุผลให้ตัวเองว่าตัวเองดีแล้ว เพราะการทำแบบนั้นจะเสียโอกาสการพัฒนาตนเอง และยิ่งทำให้จิตใจรุ่มร้อนมากขึ้น ไม่สงบจากการไม่ยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่างที่อาจแฝงอยู่ในคำตำหนินั้น ฝึกเปิดใจ ฝึกฝนนำคำตำหนิมาไตร่ตรองด้วยใจที่เปิดกว้างและเป็นกลาง ด้วยเทคนิคบุคคลที่ 3 คือ การถอยออกมามองสถานการณ์นั้นใหม่ โดยฝึกมองเหตุการณ์นั้นในฐานะบุคคลที่ 3 ที่เห็นเหตุการณ์นั้นทั้งหมด หลายครั้งเราจะมีมุมมองกับสถานการณ์นั้นเปลี่ยนไป เราจะเห็นทั้งสองฝั่ง เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เราจะเป็นกลางและเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น การเข้าใจสถานการณ์มากขึ้นด้วยใขที่เป็นกลางและเปิดรับ เป็นต้นทางของการนำวิกฤตมาเป็นโอกาสแห่งการพัฒนา ฝึกตั้งสติ เวลาถูกตำหนิมักจะโกรธและไม่พอใจ เกิดเป็นโทสะ บ่น ด่า ตัดพ้อ ความรุนแรงเป็นได้ตั้งแต่บ่นกับตนเองหรือบ่นลงสื่อโซเชียล หรือบางคนรุนแรงจนถึงขั้นด่าทอต่อว่าจนถึงทำร้ายร่างกายกัน การกระทำทั้งหมดเกิดจากการขาดสติ และการกระทำลงไปด้วยอารมณ์แค้นหรือโกรธมักส่งผลกระทบตามมาในแง่เสียหายมากกว่าในแง่ดี การตั้งสติ สูดลมหายใจลึก ๆ ลดความร้อนของกายและใจลง จะช่วยให้จัดการกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น ฝึกยอมรับความผิดพลาด ในการถูกตำหนิเราจะได้ข้อมูลมาว่าเราผิดพลาดจุดนั้นจุดนี้ […]

อาหารฟาสต์ฟู้ด ของอร่อย ดีต่อใจ แต่ไม่ใช่สุขภาพ

อาหารฟาสต์ฟู้ด กินอร่อย แต่สุขภาพแย่ การกิน อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารแปรรูป หรืออาหารขยะ สำหรับบางคน เปรียบเสมือนการให้รางวัลแก่ตัวเอง วิธีคิดนี้ ส่งผลให้สมองปล่อยสารโดพามีนและสารเคมีอื่น ๆ ที่สมองของเราตีความว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจ ซึ่งบางครั้งความคิดถึงและความทรงจำเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ดีหรือช่วงเวลาที่รู้สึกแย่ในชีวิตของเรา ก็เป็นตัวผลักดันความอยากอาหารแปรรูปได้เช่นเดียวกัน 7 พฤติกรรมที่ควรหยุดก่อนเสพติดอาหาร ใครจะคิดว่าอาหารก็สามารถทำให้เราเสพติดได้ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันเป็นที่เรียบร้อย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้บ่งบอกพฤติกรรม 7 อย่างที่อาจทำให้คุณเสพติดอาหารโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะเป็นพฤติกรรมที่คุณกำลังทำอยู่หรือไม่ ไปเช็กพร้อม ๆ กันเลยค่ะ เลือกซื้ออาหารชนิดนั้นเป็นประจำ หรือมากกว่าสัปดาห์ละ 3 ครั้ง กินอาหารชนิดนั้นแล้วไม่อยากหยุดกิน มีความอยากกินอาหารชนิดนั้นมากกว่าอาหารชนิดอื่น แม้ว่าจะไม่หิวก็ยังจะกินอาหารชนิดนั้น หากไม่ได้กินอาหารชนิดนั้นในวันนั้นจะรู้สึกไม่แฮ็ปปี้ หงุดหงิดเหมือนขาดอะไรไป และอาจมีอาการที่แสดงออกมาทางร่างกาย เช่น ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ไม่มีสมาธิหากไม่ได้กินอาหารชนิดนั้น หาข้ออ้างหรือเหตุผลในการกินอาหารชนิดนั้นให้กับตัวเองเสมอ วิธีควบคุมความอยากอาหารขยะ วิธีที่ดีที่สุดในการลดความอยากอาหารขยะ คือ การจำกัดปริมาณอาหารแปรรูปที่คุณกินโดยเริ่มกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อัดแน่นด้วยคุณค่าทางอาหารตั้งแต่มื้อแรกของวัน เพราะถ้าร่างกายมีสารอาหารเพียงพอที่จะรักษาระดับพลังงาน ร่างกายจะไม่ส่งสัญญาณให้คุณกระหายอาหารที่มีน้ำตาลหรือเกลือที่อยู่ในอาหารขยะเหล่านี้ แม้ว่าความอยากอาหารไม่ได้เกิดจากการขาดสารอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะมีบ่อยครั้งที่การจัดกัดอาหารบางอย่างทำให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรีไม่เพียงพอ รวมไปถึงสารอาหารหลักอย่างไขมัน โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต ร่างกายจึงกระตุ้นให้เรากินอาหารมากขึ้น […]

3 สไตล์ การออกกำลังกาย ตอบ 3 โจทย์สุขภาพ ในยุค New Normal

3 สไตล์ การออกกำลังกาย ที่ใคร ๆ ก็ทำได้ วันนี้ผู้เขียนมีโอกาสนำคำแนะนำเรื่อง การออกกำลังกาย 3 ประเภท เหมาะกับทุกคนในยุค New Normal จากนายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย มาฝากค่ะ จะได้ไปเลือกทำตามความเหมาะสม ตามความต้องการ หรือจะเหมาออกมันทั้ง 3 ประเภทเลยก็ได้ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง หรือเดิน อย่างที่ทราบกันดีว่าการออกกำลังกายประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะมีการเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นให้ปอดและหัวใจได้ทำงาน เพราะฉะนั้น การเว้นระยะห่างระหว่างกันให้ได้สัก 2 เมตร จึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงสถานที่ออกกำลังกายที่คนเยอะ ๆ หรือพลุกพล่านจนเกินไป ที่ต้องใส่ใจ คือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอมักมีการรวมกลุ่มพบปะพูดคุยกัน หากยังไม่ชัวร์ก็ควรงดการรวมกลุ่มไปก่อน แล้วโฟกัสไปที่การออกกำลังกายในระดับปานกลาง เพื่อป้องกันเรื่องสารคัดหลั่งไปโดนผู้อื่น ยกเว้นแต่ว่าเรามีที่ออกกำลังกายที่เป็นส่วนตัว ก็สามารถเพิ่มระดับการออกกำลังกายให้หนักขึ้นได้ การออกกำลังกายแบบเน้นกล้ามเนื้อ เช่น การยกเวต หรือการใช้ยางยืดในส่วนของการออกกำลังกายแบบเน้นกล้ามเนื้อ เช่น การยกเวตนั้น หากเป็นสถานที่ออกกำลังกายรวม ก็ขึ้นอยู่กับการเซตระยะห่างของแต่ละอุปกรณ์ ที่ควรมีระยะห่างที่ปลอดภัยไม่ต่ำกว่า 2 เมตร ที่สำคัญคือต้องมีการทำความสะอาดอุปกรณ์ […]

4 เทคนิค ลดปวดประจำเดือน ด้วยตัวเองง่าย ๆ ที่บ้าน

ลดปวดประจำเดือน ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญกับอาการปวดท้องประจำเดือนมากน้อยแตกต่างกันไป บางคนไม่ปวดเท่าไร บางคนปวดนิดหน่อยทนได้ บางคนปวดแบบไม่เป็นอันทำอะไรเลย วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธี ลดปวดประจำเดือน ที่ทำได้เองง่าย ๆ ลองดูค่ะ ประคบร้อนลดปวด ข้อมูลจากวารสาร American Journal of Obstetrics & Gynaecology พบว่าการประคบด้วยความร้อนที่ท้องน้อยได้ผลในการลดอาการปวดประจำเดือนธรรมดาพอ ๆ กับการกินยาแก้ปวดไอบูโปรเฟน หากใช้ทั้งความร้อนและกินยาไอบูโปรเฟน พบว่า ช่วยลดช่วงระยะเวลาที่เจ็บปวดลงเมื่อเทียบกับการกินยาไอบูโปรเฟนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช้ความร้อน ส่วนข้อมูลจาก Journal of Reproductive Medicine, Gynaecology & Obstetrics พบว่า การประคบด้วยความร้อนที่ท้องน้อยด้วยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนาน 8 ชั่วโมงซึ่งคนไข้มักทนได้ ได้ผลดีกว่าการกินยาแก้ปวดพาราเซตามอล นวดท้อง เราสามารถนวดด้วยตัวเองหรือใช้คนอื่นนวดให้ก็ได้ โดยกางมือออก นิ้วโป้งซ้ายจรดนิ้วโป้งขวา ใช้นิ้วโป้งทั้งสองกดลงที่ท้องน้อยเหนือหัวหน่าว ส่วนนิ้วมือที่เหลือกดลงบนกระดูกอุ้งเชิงกราน นับ 1 -10 จึงผ่อนการกด ค่อย ๆ ทำติดต่อกัน 10 […]

7 ภูมิชีวิต ตามหลักชีวจิต ประกอบด้วยอะไรบ้าง มารู้จักกัน

ภูมิชีวิต ของชีวจิต มีอะไรบ้าง สำคัญอย่างไร ภูมิชีวิต หรือก็คือ อิมมูนซิสเต็ม เป็นพลังซึ่งมองไม่เห็น ผสมผสานจากระบบต่าง ๆ ของร่างกาย จนเกิดเป็นระบบภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภัยและเชื้อโรคต่าง ๆ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับภูมิชีวิตทั้ง 7 อย่าง ว่ามีอะไรกันบ้าง ภูมิชีวิตประกอบไปด้วย… ทอนซิลและอดีนอยด์ เป็นต่อมน้ำเหลืองซึ่งมีเซลล์ต่อมน้ำเหลืองอยู่ เป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิต้านทาน ไทมัส เป็นก้อนต่อมใหญ่ประมาณสองเท่าของหัวแม่มือ อยู่กึ่งกลางกระดูกหน้าอก สมัยก่อนเราเข้าใจผิดกันว่าต่อมไทมัสมีความสำคัญตอนเราเกิดมาและเจริญเติบโตเต็มที่แล้วเท่านั้น เพราะคิดว่าต่อมไทมัสจะสร้างให้ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ แล้วไทมัสจะหมดหน้าที่ไป จะเห็นได้ว่าต่อมไทมัสเล็กลงกว่าเดิม นี่คือความเชื่อสมัยก่อน แต่บัดนี้เรารู้หน้าที่ของไทมัสมากกว่าเก่า เรารู้ว่าการสร้างความเจริญเติบโตของร่างกาย ไทมัสจะขับฮอร์โมนไทโมซินออกมา โดยทำหน้าที่ผลิตและสร้างความสมบูรณ์ของระบบภูมิต้านทานของร่างกายทั้งหมด ต่อมน้ำเหลือง มีอยู่หลายแห่งในร่างกาย ที่คอ ใต้รักแร้ ช่องท้อง ขาหนีบ เป็นต้น ต่อมน้ำเหลืองมีทั่วตัวก็จริง แต่ก็ไม่สามารถทำงานเป็นเอกเทศ ต้องทำงานร่วมกับต่อมต่าง ๆ ม้าม เหมือนกับต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ อยู่บริเวณช่องท้องด้านบนข้างซ้ายของร่างกาย ม้ามมีหน้าที่สำหรับเก็บเลือดแดง สร้างเลือดแดงสมัยเด็ก ๆ และสร้างเลือดขาวตลอดเวลา เพเยอร์สแพตช์ เป็นต่อมน้ำเหลืองเล็ก ๆ หลาย […]

กินสร้างสมดุลอินซูลิน ลดน้ำตาลในเลือด เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน

เคล็ดลับกิน ลดน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลอินซูลิน ผู้เขียนจะพามาทำความรู้จักกับอินซูลินให้มากขึ้น ทำความเข้าใจหน้าที่ของฮอร์โมนผู้กุมชะตาชีวิต พร้อมแนะวิธีกินและใช้ชีวิตเพื่อให้ฮอร์โมนอินซูลินไม่ตีจาก จะได้อยู่กับร่างกายตราบนานเท่านาน เป็นแนวทาง ลดน้ำตาลในเลือด ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน อินซูลิน คือรถขนอาหารคันใหญ่ อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ผลิตจากตับอ่อน ทำงานเกี่ยวข้องกับสารอาหารหลักของร่างกาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน มีผลต่อเซลล์เกือบทุกชนิดในร่างกาย ฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่คล้ายรถขนส่งอาหาร ซึ่งพร้อมออกปฏิบัติการทุกครั้งเมื่อมีอาหารส่งมาถึงกระแสเลือด โดยหลังจากกินอาหารและผ่านการย่อย น้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่ลำไส้ ระดับน้ำตาลในเลือดจะเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณกระตุ้นให้ตับอ่อนรีบปล่อยอินซูลินออกมาเพื่อจัดการรวบรวมน้ำตาลที่กำลังลอยล่องอยู่ในกระแสเลือด แล้วตระเวนส่งน้ำตาลให้กับเซลล์ในอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย เมื่อน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ จะเผาผลาญเพื่อให้พลังงานแก่เซลล์ต่างๆ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเป็นพลังงานสำรองที่เรียกว่าไกลโคเจน (glycogen) เก็บไว้ในตับและกล้ามเนื้อ สำรองไว้ใช้ระหว่างมื้ออาหารแต่หากน้ำตาลยังเหลือ เซลล์ต่างๆก็อิ่มแล้ว แถมตู้เสบียงเก็บพลังงานสำรองก็เต็ม ตับอ่อนคงถอนใจเฮือกใหญ่ เพราะต้องส่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาพาน้ำตาลไปเคาะประตูบ้านเซลล์ต่างๆอีกครั้ง เพื่อจัดการแปลงโฉมน้ำตาลเสียใหม่ให้กลายเป็นไขมัน แล้วฝากแปะติดไว้กับอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย ทีนี้หลายคนคงคิดว่าจบงานแล้ว ตับอ่อนคงได้พักเสียที แต่เปล่าเลย หากปากเรายังขยับ กินอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง กินหวานจนเคยชิน น้ำตาลจะถูกเติมเข้าสู่กระแสเลือดเรื่อยๆ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ตับอ่อนจะพยายามผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น เพื่อพาน้ำตาลออกจากเลือดเข้าสู่เซลล์ ยิ่งเติมน้ำตาลให้ร่างกายมากเท่าไร ตับอ่อน ก็ยิ่งทำงานหนักขึ้น และอาจทำงานหนัก เช่นนี้เป็นแรมปีจนเกิดอาการล้า ไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้เพียงพอสุดท้ายจึงจำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนอินซูลินจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายแทน กินถนอมตับอ่อน […]

DKSH ร่วมมือกับ คาโอ ประเทศไทย นำเข้าผลิตภัณฑ์ ดูแลสุขอนามัยและความงาม คุณภาพดีสู่ประเทศกัมพูชา

DKSH ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ในการเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ดูแลสุขอนามัยและความงาม ที่มีคุณภาพในประเทศกัมพูชา โดยความร่วมมือดังกล่าวตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของหน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ของบริษัท DKSH ในด้านการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วภูมิภาคเอเชีย กรุงเทพมหานครฯ 25 พฤษภาคม 2565 – หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท DKSH คู่ค้าแนวหน้าสำหรับบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเริ่มการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนและของใช้ส่วนตัวในประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ คาโอ ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2507 โดย คาโอ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตชั้นนำในด้านกลุ่มธุรกิจการดูแลสุขอนามัยและความเป็นอยู่ และกลุ่มธุรกิจการ ดูแลสุขภาพและความงาม โดยมีแบรนด์สินค้าที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ แอทแทค (Attack) มาจิคลีน(Magiclean) ไฮเตอร์ (Haiter) ลอรีเอะ (Laurier) เมอร์รี่ส์ (Merries) เมะกุริธึ่ม (MegRhythm) […]

วัยหมดประจำเดือน หมดแล้วหมดเลย ไม่ควรมาใหม่

วัยหมดประจำเดือน กับความผิดปกติของประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน ก็ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความผิดปกติประจำเดือน โดยแพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตให้รายละเอียดไว้ว่า ใช้คำว่าหมดประจำเดือน คือในคนอายุ 48 ปีขึ้นไป เฉลี่ยถึง 51 ปีเมนส์ไม่มาต่อเนื่องกัน ไม่ได้คุมกำเนิดแต่กรณีหมดประจำเดือนแล้วมีเลือดกลับมาใหม่ ภาวะนี้ไม่ปกติ และอย่าคิดว่าประจำเดือนกลับมาทำให้สาวใหม่ เป็นความคิดที่ผิด “อาการนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อักเสบจากการติดเชื้อหรือเป็นเนื้องอกธรรมดา แต่ที่อันตรายมากคือ โรคคมะเร็ง ตั้งแต่มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งผู้หญิงที่มีเลือดออกหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 1 ปีมีโอกาสเกิดสูงได้ถึงร้อยละ 10 ดังนั้น หากมีอาการตามข้อนี้ควรไปพบแพทย์” ดูแลด้วยธรรมชาติ ปรับจิตใจรับวัยหมดประจำเดือน นอกจากการมีประจำเดือนอีกครั้งหลังจากหายไปแล้ว 1 ปีที่คุณผู้หญิงควรรีบมาพบแพทย์ คุณหมอชัญวลียังให้ข้อคิดในการจากลาประจำเดือนอย่างเป็นสุขว่า “บางคนกลัววัยทอง กลัวการหมดประจำเดือน กลัวว่าจะเหี่ยว จะแก่ แต่คนที่หมดประจำเดือนโดยไม่มีอาการใดๆ คือ คนที่มีสติ สมาธิ และคิดบวก ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนมาพร้อมกับความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้หรือช่วยคนอื่นได้ เหล่านี้คือสิ่งสวยงามที่อยู่ในผู้หญิงที่หมดประจำเดือน” แอนติออกซิแดนต์บำบัดภาวะหมดประจำเดือน อาจารย์สาทิสแนะนำให้กินวิตามินกลุ่มแอนติออกซิแดนต์ ได้แก่ วิตามินเอและวิตามินอี อย่างละ 1 เม็ดทุกวัน เพื่อสร้างภูมิชีวิตให้ดีขึ้น วิตามินเอมีมากในผักสีเขียวเข้มและเหลืองส้ม และปลา […]

วัยก่อนหมดประจำเดือน ประจำเดือนมาผิดปกติ เสี่ยงโรครุมเร้า

ประจำเดือนมาผิดปกติ ในวันก่อนหมดประจำเดือน สำหรับปัญหา ประจำเดือนมาผิดปกติ ของผู้หญิงวัยก่อนหมดประจำเดือน คือช่วงอายุ 35-45 ปี แพทย์หญิงชัญวลี ศรีสุโข สูตินรีแพทย์ และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตให้ข้อมูลดังนี้ ประจำเดือนมามาก “ผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน อายุ 35-45 ปี วัยนี้เริ่มมีโรคแล้ว คนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค หนึ่ง มีกรรมพันธุ์ แม่เป็น สองคือ เป็นสาวโสด ไม่แต่งงาน หรือแต่งงานแล้วไม่มีลูก ตัวโรคทำให้มีปัญหาประจำเดือนมาผิดปกติคือมาก ประจำเดือนที่ว่ามามากคือ ประจำเดือนมากจนต้องใช้ผ้าอนามัยขนาดธรรมดาเกินเดือนละ 16 แผ่น จะเสียเลือดเกิน 30 ซีซีต่อหนึ่งรอบเดือน และมานานคือ นานเกิน 1 สัปดาห์ คุณผู้หญิงบางท่านโดยเฉพาะวัยใกล้หมดประจำเดือนคิดว่าการที่ประจำเดือนมามากเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดถนัด “ด้วยประจำเดือนที่มามากนี้ นอกจากทำให้ซีดหรือมีภาวะโลหิตจางแล้ว ยังเป็นภาวะที่อันตรายถึงแก่ชีวิต ควรไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจตกเลือดจนเกิดความดันโลหิตตกมาก หัวใจหยุดเต้น หรือที่เรียกว่าช็อก และสาเหตุที่ทำให้เกิดประจำเดือนมามากก็อาจเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต” โรคที่เป็นสาเหตุให้ประจำเดือนมามาก เช่น ฮอร์โมนผิดปกติอย่างรุนแรง โพรงมดลูกอักเสบอย่างรุนแรง เนื้องอกปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก เนื้องอกเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ดูแลแบบธรรมชาติ ถ้ามีอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ คุณหมอชัญวลีแนะนำให้พบแพทย์อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้เรายังสามารถกินอาหารบำรุงเลือดที่สูญเสียไปจากประจำเดือน อาหารชีวจิตบำรุงเลือด อาจารย์สาทิสแน่ะนำอาหารบำรุงเลือดตามแนวทางชีวจิตไว้ ดังนี้ “อาหารชีวจิตนั้นป้องกันโรคโลหิตจางหลายโรคหลายแบบได้ […]

ชวนกิน งาขี้ม้อน บำรุงสมอง ช่วยต้านโรค

รู้จัก งาขี้ม้อน ของดี บำรุงสมอง งาขี้ม้อน เมล็ดคล้ายข้าวฟ่าง ขนาดเล็กกว่างาดำ มีกลิ่นหอม มีชื่อแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น งาขี้ม้อน งาพื้นเมือง งาหอม งาดอย งาม่อน เมล็ดเล็ก ประโยชน์เยอะ เภสัชกรหญิงจุไรรัตน์  เกิดดอนแฝก ให้ข้อมูลไว้ในหนังสือ สมุนไพรลดไขมัน 140 ชนิดว่า เมล็ดงาขี้ม้อนมีสรรพคุณชูกำลัง ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น แก้ท้องผูก แถมช่วยลดไขมันในเลือดอีกด้วย วิธีกินให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ง่ายที่สุดคือ ชงกับน้ำสะอาด 1 แก้ว ดื่มวันละ 2 เวลา คือ เช้าและเย็น ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แนะนำว่า เมล็ดงาขี้ม้อน 100 กรัม ประกอบด้วยโปรตีน 15.7 กรัม ไขมัน 26.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 37 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 350 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 33 มิลลิกรัม […]

ชวน บริหารสมอง ในวันหยุด ต้านอัลไซเมอร์ สมองเสื่อมก่อนวัย

บริหารสมอง ต้านอัลไซเมอร์ คงไม่มีใครอยากให้ตนเองหรือคนใกล้ชิดป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ โรคร้ายที่สร้างความทุกข์ทั้งใจและกายให้ผู้ป่วยและคนในครอบครัว ฉะนั้น บทความนี้จะมาแนะนำเทคนิค บริหารสมอง เพื่อชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองกันค่ะ บริหารสมอง จำเป็นกว่าที่คิด สมองใส ความจำแจ๋วทันที เมื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แพทย์หญิงสิรินทร  ฉันศิริกาญจน นายกสมาคมผู้ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการบริหารสมองในวันว่างในหนังสือคู่มือยืดอายุสมอง ว่า “การพาตนเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมแปลกใหม่ รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆที่ไม่เคยทำ จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทุกส่วน ทั้งในส่วนความจำ ประสาทสัมผัส และทักษะต่างๆ “เพราะทุกขณะที่กำลังเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ สมองจะได้รับการบริหารโดยอัตโนมัติ เซลล์ประสาทจะถูกกระตุ้นให้แตกแขนง จนอาจกล่าวได้ว่า สมองเปรียบได้กับกล้ามเนื้อที่ยิ่งบริหารยิ่งแข็งแรง” เวลาว่าง ทำอะไรดี แพทย์หญิงสิรินทรยังแนะนำให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยวิธีบริหารสมอง ดังนี้ค่ะ • ฝึกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในชีวิตประจำวัน เช่น เปลี่ยนสถานที่ซื้อของ ที่กินอาหารกลางวัน ฟังวิทยุรายการใหม่ๆ หรือเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไป • ทำงานอดิเรกที่ไม่เคยทำ เช่น งานฝีมือ เย็บปักถักร้อย เรียนดนตรี เต้นรำ เล่นกีฬา หรือฝึกโยคะ • เล่นเกมฝึกสมองต่างๆ เช่น ปริศนาอักษรไขว้ ปัญหาเชาวน์ หมากฮอส […]

แนะนำกินอาหาร เพิ่มภูมิชีวิต เพื่อสุขภาพโดยรวมแข็งแรง

อาหาร เพิ่มภูมิชีวิต หลักการการมี ภูมิชีวิต ที่ดี คือหนึ่งในจุดมุ่งหมายของการดูแลตัวเองที่ ชีวจิต ยึดมั่น วันนี้ผู้เขียนจึงมาแนะนำเทคนิคการกินเพื่อ เพิ่มภูมิชีวิต ให้ร่างกายแข็งแรง ต่อสู้กับโรคภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4 เทคนิคกินเสริมเกราะ คุณมิเชล ชคอฟโฟร คุก นักโภชนาการและผู้เขียนหนังสือ Weekend Wonder Detox  และคุณนาเดีย เฮริส วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตด้านโภชนาการ  มีเทคนิคการกินเสริมการทำงานของอวัยวะสร้างภูมิชีวิตดังนี้ • ดื่มน้ำเปล่า บอกลาน้ำผลไม้รสหวาน หากร่างกายขาดน้ำ น้ำเหลืองในระบบน้ำเหลือง (ประกอบไปด้วย ต่อมน้ำเหลือง ม้าม ต่อมไทมัส และต่อมทอนซิล) จะไหลเวียนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรดื่มน้ำเปล่าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเหลือง ในขณะเดียวกันไม่ควรดื่มน้ำผลไม้ตามท้องตลาดทั่วไปเพราะมีน้ำตาลปริมาณสูง  ซึ่งจะส่งผลให้ระบบน้ำเหลืองทำงานหนัก • กินผลไม้สดตอนท้องว่าง เพราะเอนไซม์และกรดในผลไม้มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดระบบน้ำเหลือง เมื่อกินตอนท้องว่างจะยิ่งกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และผลไม้ส่วนใหญ่ยังใช้เวลาในการย่อยเพียง 30 นาทีโดยประมาณ จึงช่วยให้รู้สึกสดชื่นในเวลาอันรวดเร็ว • กินถั่วและเมล็ดธัญพืช วอลนัท อัลมอนด์ เฮเซลนัท แมคาเดเมีย บราซิลนัท เมล็ดฟักทอง และเมล็ดทานตะวัน อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์  โดยเฉพาะโอเมก้า-3 […]

keyboard_arrow_up