คุณตาวัย 78 ปี เหลือตัวคนเดียว ขายโจ๊กสู้ชีวิต ชามละ 20 ใส่ไข่ 25 บาท

คุณตาวัย 78 ปี เหลือตัวคนเดียว ขายโจ๊กสู้ชีวิต ชามละ 20 ใส่ไข่ 25 บาท ชีวิตของคนชรานับว่ายากลำบากแล้วเพราะมีสมรรถภาพร่างกายที่ย่ำแย่ ยิ่งต้องอยู่ตัวคนเดียวปราศจากลูกหลานด้วยยิ่งลำบากขึ้นไปอีก คุณตาวัย 78 ปี ท่านนี้เคยมีครอบครัวแต่ก็ล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว คุณตามีชีวิตอยู่ได้เพราะ ขายโจ๊กสู้ชีวิต เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เฟซบุ๊กชื่อว่า “Max Udomsak” ได้โพสต์ข้อความเล่าถึงเรื่องราวของคุณตาคนหนึ่งว่า ” โจ๊กหมูใส่ไข่ 25 บาท ไม่ใส่ 20 บาท อร่อยครับ ราคานี้ถือว่าอร่อยครับ ไม่แพงแถมให้เยอะ ยังไงช่วยมาอุดหนุนลุงหน่อยนะครับ เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน     ” ลุงอายุ 78 ปี ลุงเป็นคนน่าสงสารมากครับ ตามองไม่ค่อยเห็น สุขภาพก็ไม่ดีแต่ลุงสู้ครับ วันไหนฝนตกลุงแกก็จะเอาถุงพลาสติกคุม (รถเข็น) แล้วลุงก็จะไปหลบฝนหน้าเซเว่น ” ที่อยู่แกก็ไม่มี อาศัยบ้านที่ไฟใหม้แล้วเจ้าของยังไม่ซ่อมแซม อาศัยหลบฝนไว้หลับนอน อาศัยน้ำบ้านข้าง […]

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์

เปิดประวัติ 4 พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท เลื่อนสมณศักดิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นิมนต์พระสงฆ์ 74 รูป เข้ารับพระราชทานสถาปนา เลื่อน และแต่งตั้งสมณศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 ซึ่งมี พระอาจารย์ฝรั่งลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโทรวมอยู่ด้วย 4 รูป 4 พระอาจารย์ฝรั่ง ที่ได้เลื่อนขั้นสมณศักดิ์มีรายนามดังนี้ (1) พระพระราชสุเมธาจารย์ (สุเมโธภิกขุ) เป็น พระเทพญาณวิเทศ วิ. (2) พระโพธิญาณวิเทศ (ปสันโนภิกขุ) เป็น พระราชโพธิวิเทศ วิ. (3) พระวิเทศพุทธิคุณ (อมโรภิกขุ) เป็น พระราชพุทธิวรคุณ วิ. และ (4) พระชยสาโรภิกขุ […]

“รักลูกดังดวงใจ” แดง ระย้าแห่งค่ายรถไฟดนตรี โพสต์ความประทับใจที่มีต่อลูกชายผู้จากไป

“รักลูกดังดวงใจ” แดง ระย้า แห่งค่ายรถไฟดนตรี โพสต์ความประทับใจที่มีต่อลูกชายผู้จากไป เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณโน้ต – ภัทร์นฤน พงษ์ธนานิกร บุตรชายคนเล็กของคุณ แดง ระย้า หรือนายประเสริฐ พงษ์ธนานิกร ผู้บริหารค่ายเพลง“บริษัท รถไฟดนตรีจำกัด” ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนกับราวสะพานข้ามแยกคลองตันถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ     ด้วยความโศกเศร้าของผู้เป็นพ่อ แดง ระย้า – ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร ได้โพสต์ข้อความสุดเศร้าถึงบุตรชายที่ด่วนจากไปในเฟซบุ๊กชื่อว่า “Raya MusicTrain” โดยตั้งชื่อเรื่องข้อความนี้ว่า “ลูกชายของพ่อหล่อเหลือเกิน“ เชื่อว่าใครที่ได้อ่านต้องซาบซึ้ง และระลึกถึงคุณโน้ตด้วยความรักอย่างแน่นอน เพราะเรื่องราวต่อไปนี้ที่คุณแดง ระย้าเล่าเป็นเรื่องดี ๆ ของบุตรชายคนแรกที่บันทึกไว้ในความทรงจำของคุณแดง ระย้าเสมอมา     ” ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ลูกมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ได้ทำทุกสิ่งที่รักได้ใช้ชีวิตทุกอย่างตามที่ต้องการ แต่ลูกไม่เคยทำตัวเหลวไหลให้พ่อแม่หนักใจ ลูกทำงานอย่างหนัก พยายามสร้างตัวขึ้นมาให้ได้ด้วยตัวเอง […]

อย่าริอาจคิดจองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ

อย่าริอาจคิด จองเวร วิบากกรรมจะติดตามคุณไปทุกชาติ เมื่อพูดถึงเรื่องการ จองเวร หลายคนคงจะสันหลังวาบ หรือขนลุกพอง ชวนสยองเกล้า อารมณ์เหมือนความเชื่อเรื่องเจ้ากรรมนายเวร ที่มักมีภาพแทนเป็นผีเหมือนในภาพยนตร์เรื่องชัตเตอร์ที่อนันดาแสดงเป็นพระเอก ทำให้เราไม่เจริญรุ่งเรือง แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ จะทำให้เห็นถึงโทษของการคิดจองเวรต่อกัน เพราะมันจะทำให้ต้องจองเวรข้ามภพข้ามชาติอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด มีนางยักษ์ตนหนึ่งชื่อ “กาลี” ในอรรถกถาคาถาธรรมบทเรียกนางยักษ์ว่า “กาลียักษิณี” อาจหมายถึงนางยักษ์ที่มีผิวดำก็เป็นได้ นางยักษ์ตนนี้เป็นบริวารของท้าวเวสสุวรรณ เทวดาผู้เป็นเจ้าแห่งยักษ์และภูตผีทั้งปวง เป็นหนึ่งในเจ้าสวรรค์ชั้นจาตุงมหาราชิกา     ครั้งนางมีหน้าที่ตักน้ำจากสระอโนดาตในป่าหิมพานต์ไปถวายท้าวเวสสุวรรณ เมื่อนางว่างก็จะออกจับมนุษย์กินเป็นอาหาร จนวันหนึ่งนางได้กินทารกซึ่งเป็นบุตรของกุลธิดานางหนึ่งในกรุงสาวัตถี เมื่อใดที่กุลธิดาคลอดบุตร นางยักษ์ก็จะจำแลงร่างเป็นเพื่อนสนิทของกุลธิดา แสดงว่ามามาเยี่ยมแล้วจับทารกกินทันทีเป็นครั้งที่สอง พอกุลธิดาท้องลูกครั้งที่สามจึงขอสามีกลับไปคลอดที่บ้านเกิด เพื่อเป็นการรักษาชีวิตของบุตรไว้ นางยักษ์ก็ตามไปที่บ้านของกุลธิดาเพื่อจะจับทารกกินเป็นอาหาร กุลธิดาทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่พึ่งเดียวของนางและลูกในเวลานี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นครูแห่งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย นางจึงพาบุตรไปยังพระเชตวันมหาวิหารของอนาถบิณฑิกเศรษฐี และถวายบุตรของเธอแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า “พระองค์ผู้เจริญโปรดรับบุตรของดิฉันและคุ้มครองบุตรของดิฉันด้วยเถิด” เมื่อนางยักษ์ติดตามมาถึงพระเชตวันมหาวิหาร เทวดานามว่า “สุมนเทพบุตร” ขว้างไม่ให้นางยักษ์เข้าพระวิหาร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงให้พระอานนท์พานางยักษ์เข้ามา พระองค์ทรงแสดงธรรมต่อนางยักษ์ จนนางเข้าใจแล้วว่าหากนางทำเช่นนี้ต่อไป ในชาติต่อไปกุลธิดาก็จะมากินลูกของนางอีก ชาติต่อไปนางยักษ์ก็จะตามกินลูกของกุลธิดาเป็นแบบไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด จากนั้นนางก็สำเร็จเป็นพระโสดาบัน จากนั้นนางก็ร้องไห้ แล้วทูลถามว่าหากนางมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยและถือศีล ไม่อาจจับมนุษย์กินได้อีกต่อไป แล้วนางจะกินอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต   คลิกเลข 2 […]

ไม่ทำบุญก็เป็นเทวดาได้ ด้วยอานิสงส์แห่งการเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า

ไม่ทำบุญก็เป็นเทวดาได้ ด้วยอานิสงส์แห่งการเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า หากถามว่าคนเกิดเป็นเทวดาเพราะอะไร คำตอบของคนส่วนใหญ่มักจะตอบว่า ทำบุญ สร้างวัด ถวายสังฆทาน และอื่น ๆ แต่เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เชื่อว่าหลายคนอาจประหลาดใจ หรืออาจจะปลื้มปีติที่ได้ฟัง เพราะเป็นเรื่องของคน ไม่ทำบุญก็เป็นเทวดาได้ ครั้งสมัยพุทธกาลมีพราหมณ์คนหนึ่งชื่อว่า “อทินนปุพพกะ” เป็นพราหมณ์ที่มีทรัพย์สินมากแต่ขี้ตระหนี่ ตรงตามชื่อของเขา ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ไม่เคยให้อะไรแก่ใคร” เว้นแต่ตุ้มหูทองคำที่ทำให้ลูกชาย เด็กชายคนนั้นจึงมีชื่อว่า “มัฏฐกุณฑลี” (กุณฑลี แปลว่า ตุ้มหู) จนกระทั่งมัฏฐกุณฑลีเติบโตเป็นหนุ่ม แต่ไม่นานความโชคร้ายก็มาเยือนเพราะอยู่ ๆ เกิดป่วยหนัก พราหมณ์ผู้เป็นพ่อก็ไม่กล้าให้หมอมารักษา เกรงว่าทรัพย์สินเงินทองจะหมดไปกับการรักษา จึงนำบุตรชายไปนอนนอกชานของเรือน     ขณะนั้นเองพระพุทธเจ้าทรงแผ่พระญาณไปทั่วทั้งจักรวาล ภาพของมัฏฐกุณฑลีซึ่งกำลังนอนป่วยอย่างน่าเวทนา พระองค์ทรงตรวจด้วยทิพยญาณแล้วว่า อีกไม่นานมาณพผู้นี้จะต้องตาย พระองค์ปรารถนาอนุเคราะห์มัฏฐกุณฑลีจึงเสด็จไปยังเรือนของอทินนปุพพกพราหมณ์ พระองค์ดำริว่าหากมาณพได้เห็นรัศมีของพระองค์ แล้วเกิดจิตเลื่อมใสในขณะนั้น หลังจากสิ้นลมก็จะไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระพุทธองค์ทรงแผ่พระรัศมีให้มาณพเห็น มัฏฐกุณฑลีเห็นก็อยากพนมมือขึ้นบูชา แต่ด้วยอาการป่วยทำให้ร่างกายอ่อนล้า ไม่สามารกยกขึ้นพนมมือได้ ทำได้แต่เพียงใช้จิตใจน้อมรำลึกถึงคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างเลื่อมใส เมื่อมาณพลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองนอนอยู่ในวิมานทองคำเสียแล้ว มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร สงสัยว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ได้หยิบจับสมบัติทิพย์ที่สวยงาม กลับทำให้เทพบุตรระลึกถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาแล้วทรงแผ่รัศมีได้ เพราะกุศลจิตที่ได้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้านั่นเองทำให้ได้เกิดเป็นเทวดา และจดจำที่เรื่องราวต่าง ๆ […]

ธรรมเทพบุตร เทวดาผู้ยกย่องคุณแห่งความไม่โกรธ

ธรรมเทพบุตร เทวดาผู้ยกย่อง คุณแห่งความไม่โกรธ ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร หลังจากพระเทวทัตทำให้เกิดสังฆเภท และพระบาทของพระพุทธองค์ห้อพระโลหิต ได้ถูกธรณีสูบลงไปสู่อเวจีมหานรก พระพุทธเจ้าทรงเมตตาตรัสถึงอดีตพระชาติครั้งเสวยพระชาติเป็น ธรรมเทพบุตร ผู้ยกย่อง คุณแห่งความไม่โกรธ ว่า ครั้งพระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็นเทพบุตร ผู้มีบริวารเป็นเทพธิดาถึงหนึ่งพันนาง  มีนามว่า “ธรรม” ถึงจะเกิดเป็นเทวดา สุขสบายไปด้วยสมบัติอันเป็นทิพย์ และวิมานทองคำ แต่กลับท่องเที่ยวชักชวนให้มนุษย์ทั้งหลายประพฤติในการทำความดี นับว่ามีจิตวิสัยแห่งความเป็นพระโพธิสัตว์โดยแท้     เทพบุตรประทับราชรถทิพย์พร้อมด้วยเทพธิดาจากวิมานมุ่งไปสู่ชมพูทวีป ในเวลาหลังจากมนุษย์รับประทานอาหารมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว เทพบุตรและบริวารจะปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศ แล้วชักชวนให้ชนทั้งหลายประพฤติในกุศลกรรมบถ 10  (คำสอนว่าด้วยเรื่องหนทางแห่งการทำความดี 10 ประการ) และสุจริตธรรม 3 ได้แก่การเคารพนับถือบิดามารดา สมณะชีพราหมณ์ (นักบวช) และญาติผู้ใหญ่ในตระกูล เพราะเป็นหนทางไปสู่สวรรค์     แดนสวรรค์นอกจากจะมีเทวดาผู้มีธรรมอย่างธรรมเทพบุตรแล้ว ยังมีเทวดามิจฉาทิฏฐินามว่า “อธรรมเทพบุตร” เทพบุตรองค์นี้จะชักชวนให้มนุษย์กระทำสิ่งตรงข้ามกับธรรมะที่ธรรมเทพบุตรสั่งสอนคือ “อกุศลกรรมบถ 10” เพื่อทำให้มนุษย์เพลิดเพลินอยู่ในกิเลส เทพบุตรทั้งสองต่างชักชวนให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยคำสอนของตน ทั้งสองต่างขับราชรถไปในทิศต่าง ๆ ของชมพูทวีป ไม่มีทีท่าว่าจะได้โคจรพบกัน จนกระทั่งวันหนึ่งขบวนของธรรมเทพบุตรขับผ่านเส้นทางที่ขบวนของอธรรมเทพบุตรที่กำลังขับกลับมาพอดี […]

ไขข้อสงสัยเรื่องมารดลใจพระอานนท์ได้อย่างไร

ไขข้อสงสัยเรื่อง มารดลใจ พระอานนท์ได้อย่างไร มารดลใจ พระอานนท์ไม่ให้อาราธนาพระพุทธเจ้าให้ประทับอยู่สืบต่อไป ทั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสถึง 3 ครั้งว่า ผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ย่อมอยู่ได้ตลอดกัลป์ หรือเกินกัลป์ก็ได้ เพื่อประโยชน์สุขของโลกทั้ง 3 เหตุการณ์ในตอนนั้นกลายเป็นข้อสงสัยของชาวพุทธสืบมาจนถึงปัจจุบัน มารดลใจพระอานนท์ได้อย่างไร     ย้อนเวลากลับไปในวันนั้น ต้องย้อนเวลากลับไปในเหตุการณ์นั้นผ่านพระสูตรที่มีชื่อว่า “ภูมิจาลสูตร” พระสูตรเล่าว่า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้เมืองเวสาลี พระพุทธเจ้าทรงให้พระอานนท์ถือผ้านิสีทนะตามพระองค์ไปยังปาวาลเจดีย์เพื่อพักผ่อน พระอานนท์ปูผ้านิสีทนะให้พระพุทธเจ้าประทับ เมื่อพระองค์ประทับแล้วตรัสกับพระอานนท์ว่า “ผู้ใดผู้หนึ่งเจริญทำให้มากซึ่งอิทธิบาท 4 ทำให้เป็นดุจยาน ทำให้เป็นที่ตั้ง ให้มั่นคง สั่งสม ปรารภดีแล้ว ผู้นั้นหวังอยู่ พึงดำรงอยู่ได้กัลป์หนึ่ง หรือเกินกว่ากัลป์ “ (ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ >>> ถ้าอยากอายุยืนขึ้น ควรทำอย่างไร ? เรื่องเล่าจากพระไตรปิฎก เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องอายุยืนกับพระอานนท์)     พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระรัศมีให้เรืองรอง พระอานนท์กลับนิ่งเฉย แม้พระองค์จะตรัสประโยคนั้นถึง 3 ครั้ง พระอานนท์ก็ไม่เข้าพระทัย […]

จ๊ะจ๋า พริมรตา กับประสบการณ์อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บนดอยสูง

จ๊ะจ๋า พริมรตา กับประสบการณ์ อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. บนดอยสูง จ๊ะจ๋า – พริมรตา เดชอุดม นักแสดงสาวผู้มากความสามารถ ได้มีโอกาสเป็น อาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “การเป็นดารา ทำให้จ๊ะจ๋าได้มีโอกาสเป็นจิตอาสาร่วมกับองค์กรอื่นๆหลายครั้ง แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่เป็นจิตอาสาจากการสมัครเข้าโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าในฐานะคนธรรมดาคนนึง… จ๊ะจ๋าดีใจมากที่ได้รับจดหมายตอบรับให้เข้าเป็น “อาสาสมัครสมทบ” #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่พอสว รุ่นที่ 19 ลงพื้นที่ในถิ่นทุรกันดาร อมก๋อย จ.เชียงใหม่ร่วมกับเหล่าคุณหมอจิตอาสาในสาขาต่างๆ วันนี้ออกเดินทางแล้ว…. เป็นกำลังใจให้จ๊ะจ๋าด้วยนะคะ” ✌🏻👧🏻✌🏻#หมอกระเป๋าเขียว #พอสว #พอสวเดินดอยครั้งที่19 #jaja_primrata #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้า #หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าพอสวครั้งที่19         งานหลักของอาสาสมัครคือการไปเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเมื่อจ๊ะจ๋ามาถึงก็ออกเดินทางไปหน่วยที่ 3 เพื่อรายงานตัว ตามคลิปที่เธออัปไว้ในอินสตาแกรม ทำให้เห็นว่าการเดินทางไปที่หน่วยที่ 3 นั้น เต็มไปด้วยความยากลำบาก ระหว่างเดินทางฝนก็ตกลงมา ด้วยพื้นดินที่แฉะอาจทำให้ลื่นไถลได้ และต้องคอยระมัดระวังตัวทากพันธุ์กระโดดอีก แต่ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นอาสาสมัคร   View this post on Instagram รายงานตัวจากยอดดอย สุขภาพแข็งแรงปลอดภัยดีค่ะ กำลังมุ่งหน้าจากมอคีไปห้วยยาว […]

โปรดเกล้าฯ สมณศักดิ์ 4 สมเด็จฯ และ พระเถระ 70 รูป เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 10 

โปรดเกล้าฯ สมณศักดิ์ 4 สมเด็จฯ และ พระเถระ 70 รูป เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 10 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสถาปนา เลื่อน และตั้งสมณศักดิ์ พระสงฆ์ จำนวน 74 รูป โดยพระสงฆ์จะเข้ารับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมหาราชวัง สมณศักดิ์ คือ ยศที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแด่พระสงฆ์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์รูปนั้นประพฤติดี ปฏิบัติชอบอยู่ในสมณเพศ ทั้งยังเป็นตำแหน่งทางการปกครองสงฆ์อีกด้วย สันนิษฐานว่าสมณศักดิ์ของพระสงฆ์พัฒนามาจากการตั้งเอตทัคคะ (ผู้ยอดเยี่ยมในด้านต่าง ๆ ) ของพระพุทธเจ้า พิธีสถาปนา เลื่อน และตั้งสมณศักดิ์พระสงฆ์ 74 รูป ครั้งนี้ มีรายนามดังต่อไปนี้ โดยเริ่มจาก 4 เจ้าอาวาสพระอารามหลวงและผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ที่เลื่อนสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะ ดังนี้ พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา  เป็น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ […]

โชเล่ย์ ดอกกระโดน ชีวิตผกผัน จากตลกสู่ยูทูบเบอร์ล้านวิว

โชเล่ย์ ดอกกระโดน ชีวิตผกผัน จากตลกสู่ยูทูบเบอร์ล้านวิว เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากับนักแสดงตลกท่านนี้เป็นอย่างดี โชเล่ย์ ดอกกระโดน ในบทบาทของประสิทธิ์ หรือเจ๊ประสิทธิ์แห่งซอยระเบิดเถิดเทิง เขาเป็นนักแสดง และตลกที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมมาอย่างยาวนาน แล้วหายไปจากวงการอย่างเงียบ ๆ เขากลับมาอีกครั้งในฐานะยูทูบเบอร์รุ่นใหญ่ จากคลิปตักข้าวให้ญาติแล้วลิปซิ้ง และเต้นตามเพลงแขก มีผู้ชมถึงล้านวิว     เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงหายไปจากวงการบันเทิง คุณโชเล่ย์บอกว่าด้วยความที่ตนเป็นคนคิดมาก อะไรเข้ากระทบนิดกระทบหน่อยก็คิดมากแล้ว เลยกลับไปอยู่บ้านญาติที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาสัมผัสกับวงการบันเทิงอีกเลย เมื่อหวนกลับมาอีกครั้งด้วยความคิดถึง เพราะเป็นงานที่เขารักและมีความสุขมาก เขาก็กลายเป็นคลื่นลูกเก่าไปเสียแล้ว ตอนนี้ในวงการเกิดคลื่นลูกใหม่ขึ้นมามากมาย ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะไม่มีใครสนใจเขาอีก     หลังจากไม่ได้ข้องเกี่ยวกับวงการบันเทิงแล้วได้ไปทำอะไรบ้าง หลังจากคุณโชเล่ย์ตัดสินใจออกจากวงการ ก็หันมาทำธุรกิจร้านอาหารปักษ์ใต้ที่บ้านเกิด ร้านขายหนังสือ และโรงเรียน แต่สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่า ร้านขายหนังสือได้กำไรวันละ 200 บาท ซึ่งไม่เพียงพอ แถมเป็นคนใช้เงินเก่ง จึงยิ่งไปกันใหญ่ ที่สำคัญบริหารธุรกิจไม่ค่อยเป็นด้วย เมื่อเลิกทำกิจการทุกอย่างแล้วก็มารับจ้างทำริบบิ้นพวงมาลัย นั่งทำจนปวดหลัง รับวาดภาพบ้าง แต่ไม่ได้คิดค่าวาดแต่อย่างใดเพราะเป็นความชอบส่วนตัว   ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบ้าง คุณโชเล่ย์ยอมรับว่าเครียด ภรรยาและลูกก็พลอยเครียดไปด้วย […]

คุณแม่นักสู้ ไลฟ์สดขายของออนไลน์เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่ป่วยเป็นสมองพิการ  

คุณแม่นักสู้ ไลฟ์สดขายของออนไลน์เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูลูกที่ป่วยเป็นสมองพิการ เรื่องราวที่ซีเคร็ตนำมาเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องของ คุณแม่นักสู้ ชีวิตท่านหนึ่งที่ผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายของออนไลน์ มีที่มาอย่างไร ทำไมคุณแม่ท่านนี้ถึงต้องมาขายของออนไลน์ คุณแม่ใจแกร่งท่านนี้คือ คุณมิ้น-ปรียาภา ศุปธรรม เมื่อก่อนทำงานที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง เธอเล่าว่า เมื่อเธอให้กำเนิดลูกสาวน่ารักน่าชังชื่อว่า น้องบิว เธอก็ดีใจและมีความสุขเหมือนคุณแม่ทุกคนบนโลก จนกระทั่งวันหนึ่งน้องบิวมีพัฒนาการที่ช้าไปก่อนเด็ก 7 เดือนทั่วไป     คุณหมอวินิจฉัยว่า น้องบิวมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด ซึ่งส่วนใหญ่เด็กมักเป็นกันมาก คุณหมอจึงให้น้องบิวทำกายภาพ ทำให้คุณแม่คิดว่าน้องไม่น่าเป็นอะไรมาก ต้องพาน้องไปโรงพยาบาลอาทิตย์ละ 2 วัน วันละ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่น้อง 7 เดือน พอน้องมีอายุได้ 1 ขวบ คุณหมอเห็นว่าอาการของน้องยังไม่ปกติ เลยส่งไปรักษากับโรงพยาบาลอีกแห่ง จึงพบว่าน้องมีน้ำในสมอง คุณหมอท่านนั้นจึงสรุปว่าน้องบิวป่วยเป็นสมองพิการ ตอนนั้นหัวอกของคนเป็นแม่แทบสลาย อึ้งไปได้สักพัก เริ่มมีสติจึงถามคุณหมอกลับไปว่า ลูกจะรักษาหายไหม ซึ่งคำตอบที่ได้คือ เท่าที่รักษามาไม่มีเด็กคนใครหาย และเด็กที่มีอาการแบบนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน     เธอคิดว่าไม่อยากสู้ต่อแล้ว เพราะดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น แต่เมื่อเห็นหน้าลูกก็คิดได้ว่า ถ้าจะแย่ก็แย่ไป แต่ไม่ล้มเลิกการรักษาน้องบิวเด็ดขาด […]

น้องกัปตัน พ่อค้าปลาทูน้อย ติดใจช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่ 7 ขวบ

น้องกัปตัน พ่อค้าปลาทูน้อย ติดใจช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่ 7 ขวบ เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาฝากนี้เป็นเรื่องของเด็กน้อยผู้ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดและปิดเทอมช่วยที่บ้านขายของ น้องกัปตัน เด็กชายน่ารักวัย 10 ขวบ ขยันขันแข็ง ช่วยที่บ้านไม่มีบ่น แถมยังสนุก และมีเงินเก็บอีกด้วย น้องกัปตัน หรือเด็กชายชลกร ชาญชัยวัฒน์ อายุ 10 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ช่วยคุณพ่อคุณแม่ขายของในวันหยุดและช่วงปิดเทอม จนมีเงินเก็บถึง 30,000 บาท สามารถเอาเงินไปซื้อของที่ตนอยากได้ เป็นการแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี และเป็นการสอนให้น้องรู้ถึงคุณค่าของเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง     ครอบครัวของน้องกัปตันทำกิจการขายปลาทูและของทะเล คุณพ่อ คือนายเสถียร ชาญชัยวัฒน์ บอกว่าเป็นอาชีพของครอบครัวมาตั้งแต่ตอนที่ตนอยู่ที่ภาคใต้ พอมาได้ภรรยาเป็นคนเหนือ เลยยึดอาชีพขายของสดและของทะเลต่อ ขายมาเป็นเวลา 12 ปีแล้ว น้องกัปตันเป็นพ่อค้าตัวน้อยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เพราะเห็นว่าคุณแม่และคุณน้าทำงานหนักมาก ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ปลาทูขายดี น้องเลยอยากช่วยแบ่งเบาภาระ ช่วงนั้นน้องมีเวลาว่างพอดีจึงขออาสาเข้ามาช่วย ปรากฏว่าทำแล้วเกิดติดใจ พอถึงวันหยุดน้องก็จะช่วยขายทันที จากช่วยเพียงบางช่วง กลายเป็นช่วยขายเต็มวัน พอชำนาญก็ขายเอง ทอนเงินเอง เรียกลูกค้าเอง […]

หนุ่มโปลิโอสู้ชีวิต จากชีวิตขอทานสู่เจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ต้นบัว”

หนุ่มโปลิโอสู้ชีวิต จากชีวิตขอทานสู่เจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ ต้นบัว ” เรื่องราวที่ซีเคร็ตนำมาฝากในวันนี้ เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งที่พิการเป็นโปลิโอมาตั้งแต่กำเนิด และใช้ชีวิตเป็นขอทานมานานร่วม 20 กว่าปี จนสุดท้ายได้เป็นพ่อค้าขายแซนด์วิชที่มีแบรนด์เป็นของตนเอง เป็นมาอย่างไรจากขอทานที่ใช้ชีวิตตามริมถนนและใต้สะพาน สู่การเป็นเจ้าของแบรนด์แซนด์วิช “ ต้นบัว ” คุณต้น หรือ นายทิน บุญมี เล่าชีวิตในวัยเด็กของเขาว่า เป็นขอทานมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึงอายุ 27 ปี เพราะชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาบอกว่าสามารถเลือกที่จะทำให้ดีได้ ช่วงเวลา 20 กว่าปีที่เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เขาจดจำช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี เพราะลำบากจนยากที่จะลืมเลือน คนที่รู้จักเขาและทราบเรื่องราวของเขามักเรียกคุณต้นว่า “หิน” เพราะเขาสามารถอดทนและยืนหยัดต่อเหตุการณ์ที่เลวร้ายมานักต่อนัก     หลังจากนั้นเขาย้ายมาอยู่แถวเกษตร-นวมินทร์ ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือ โดยการจ้างคุณต้นขายน้ำส้ม แล้วเปลี่ยนมาจ้างขายแซนด์วิช แซนด์วิชในมือเขานี่แหละคือสิ่งที่พลิกอนาคตของเขาไปตลอดกาล เขาขายแซนด์วิชอยู่ปีกว่า จนมีความฝันว่าสักวันจะทำแซนด์วิชแบรนด์ของตัวเองขายให้ได้ เมื่อเขามีเงินทุนพอที่จะทำได้ จึงลุกขึ้นมาทำตามความฝัน แซนด์วิชของเขามีชื่อแบรนด์ว่า “ต้นบัว”  โดยมีภรรยาคอยช่วยอีกแรง กว่าแซนด์วิชแสนอร่อยของเขาจะขายดิบขายดีอย่างทุกวันนี้ คุณต้นจำวันแรกที่เอาแซนด์วิชที่ทำอย่างสุดฝีมือไปฝากขายตามร้านอาหารได้ว่า เขาได้รับคำสบประมาทต่าง ๆ […]

แรงบันดาลใจทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างไร ธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ โดย ท่านชิโนรส

แรงบันดาลใจ ทำให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างไร ธรรมะสร้างแรงบันดาลใจ โดย ท่านส.ชิโนรส แรงบันดาลใจ ที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวทำให้หนุ่มบ้านนอก ฐานะยากจน กลายเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อับราฮัม ลินคอล์น ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหาความรู้ให้ตัวเอง บางครั้งต้องเดินทางไปยังเมืองที่อยู่ไกลเพื่อยืมตำรามาอ่าน ด้วยความพยายามที่ไม่ลดละ เขาก็เรียนจบด้านกฎหมาย ได้เป็นทนายความ ครั้งหนึ่งเขาเห็นชะตากรรมคนผิวสีที่ต้องถูกขายเป็นทาส มีชีวิตตกระกำลำบาก เขาจึงมีแรงบันดาลใจเล่นการเมืองเพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ เขาลงเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็แพ้แล้วแพ้อีก แพ้อย่างซ้ำซากและจำเจ แต่ด้วยแรงบันดาลใจที่เด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่นที่ไม่ลดละ สุดท้ายลินคอร์นได้ลงสมัครเป็นประธานาธิบดีแล้วก็ได้รับเลือกตั้ง ลินคอล์นกลายเป็นประธานาธิบดีผู้เปลี่ยนโฉมประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ปลดปล่อยคนอเมริกันผิวสีจากการเป็นทาสได้สำเร็จ     มนุษย์ทุกคนต่างก็มีความฝันหรือแรงบันดาลใจ อยากประสบความสำเร็จอย่างที่ตัวเองต้องการ ถ้ามองในแง่พุทธศาสนาแรงบันดาลใจก็คือกรรมทางความคิด หรือ มโนกรรม นั่นเอง แรงบันดาลใจคือจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จทุกอย่าง แต่กระนั้น กว่าจะสำเร็จได้จะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าหนุนแรงบันดาลใจจึงจะกลายเป็นจริงได้ เช่น การศึกษา ครอบครัว บุคลิกหน้าตา ความรู้ความสามารถ และทรัพย์สินเงินทอง แรงบันดาลใจและกำลังหนุนจะต้องไปด้วยกัน คนที่มีแรงบันดาลใจแต่ขาดกำลังหนุนก็ต้องเพียรพยายามต่อไป หากไม่ยอมลดละความเพียรพยายาม สุดท้ายก็ต้องประสบความสำเร็จจนได้ เหมือนอับราฮัม ลินคอล์น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้แรงบันดาลใจกลายเป็นจริงไม่ใช่แรงหนุนภายนอก แต่เป็นแรงหนุนภายในคือความเพียรพยายามและสติปัญญาที่มนุษย์แต่ละคนมีนั่นเอง พระพุทธองค์ทรงตำหนิความขี้เกียจและอ่อนแอ […]

เวเทหิ หญิงงามผู้เสียชื่อเพราะความโกรธ นิทานธรรมะจากพระโอษฐ์

เวเทหิ หญิงงามผู้เสียชื่อเพราะความโกรธ นิทานธรรมะจากพระโอษฐ์ นิทานเรื่อง นาง เวเทหิ เป็นนิทานธรรมะเตือนสติที่พระพุทธเจ้าทรงเล่า เพื่อให้เห็นถึงโทษของความโกรธ ครั้งพระพุทธเจ้าประทับ ณ พระเชตวัน พระภิกษุรูปหนึ่งได้ทูลพระพุทธเจ้าว่า พระภิกษุรูปหนึ่งติเตียนพระโมลิยผัคคุนะว่า “ท่านคลุกคลีอยู่กับกลุ่มพระภิกษุณีเกินเวลาอย่างนี้ดูไม่เหมาะสม” พระโมลิยผัคคุนะก็โกรธพระภิกษุรูปนั้น เมื่อพระภิกษุรูปอื่นติเตียนพระโมลิยผัคคุนะต่อหน้าเหล่าพระภิกษุณี พระภิกษุณีก็พากันโกรธเคืองพระภิกษุที่ติเตียนพระโมลิยผัคคุนะ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุไปเชิญพระโมลิยผัคคุนะมาเข้าเฝ้า เมื่อพระโมลิยผัคคุนะเข้าถึง พระพุทธเจ้าทรงไถ่ถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นจริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าทรงเมตตาเล่านิทานเรื่องหนึ่งขึ้นมาเพื่อเตือนสติพระโมลิยผัคคุนะ เหล่าพระภิกษุณี และพระภิกษุ ให้ตระหนักรู้ถึงโทษของความโกรธ พระพุทธเจ้าทรงเล่าว่า ” มีสตรีนางหนึ่งชื่อว่า “เวเทหิ” นอกจากมีความงามเป็นที่เลื่องลือแล้ว ยังมีกิริยามารยาทที่เรียบร้อย จนเป็นที่กล่าวขาน  ” นางเวเทหิมีสาวใช้ประจำตัวชื่อว่า “กาลี” นางก็เป็นคนขยันข้นแข็ง ตื่นเช้า และตั้งใจทำงาน คิดได้ว่า แม่นายของนางเป็นผู้ไม่โกรธ หรือเป็นผู้ที่เก็บกักความโกรธไว้ข้างนอก ” นางก็อยากพิสูจน์จึงแกล้งนอนตื่นสาย วันแรกที่นางกาลีตื่นสาย นายหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจว่า “ทำไมเธอถึงตื่นสาย” นางกาลีก็บอกว่าไม่มีอะไร นั่นเป็นครั้งแรกที่นางกาลีเห็นนายหญิงของตัวเองโกรธ        ” วันต่อมา นางกาลีก็แกล้งนอนตื่นสายอีก แต่สายกว่าเดิม นางเวเทหิก็โกรธแล้วด่าทอว่า […]

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมาร รบกวนเวลา บรรทมของพระพุทธเจ้า และเทวดาเข้าเฝ้าเยี่ยมพระอาการ

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อมาร รบกวนเวลา บรรทมของพระพุทธเจ้า และเทวดาเข้าเฝ้าเยี่ยมพระอาการ ทราบกันดีว่า เวลาที่พระพุทธเจ้าทรงประสบกับภัย มารมักมาเข้าเฝ้าพระองค์ แต่คราวนี้หลังจากพระบาทของพระองค์ต้องสะเก็ดหิน มารก็มา รบกวนเวลา บรรทมของพระองค์ เพราะอะไร และมีเหล่าเทวดามาร่วมด้วยอีก ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ มฤคทายวัน อันเป็นสถานที่พระเจ้าพิมพิสารพระราชทานอภัยแก่กวาง (เขตอภัยทานสัตว์ประเภทกวาง) พระบาทของพระองค์กระทบกับสะเก็ดหิน แต่พระองค์ทรงระงับความรู้สึก (เวทนา) เจ็บปวดไว้ พระองค์ทรงรับสั่งให้พระภิกษุปูผ้าสังฆาฏิสี่ชั้น แล้วพระองค์บรรทมด้วยท่าสีหไสยาส และทรงกำหนดมีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา ในทันใดนั้นเอง มารผู้มีบาปได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และทูลถามพระองค์ว่า “พระองค์บรรทมด้วยความซึมเซา (ง่วง) หรือมัวเมาคิดกาพย์กลอนอะไรอยู่ (นอนนึกบทกวีแบบนักปราชญ์ และนักกวีทั้งหลาย) ประโยชน์ของพระองค์มีไม่มาก (ไม่ได้สำเร็จธรรม) ท่านประทับอยู่ ณ ที่บรรทมอันเงียบสงัดแต่เพียงผู้เดียว ตั้งพระทัยที่จะบรรทม แต่ไฉนทรงไม่หลับ” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบมารผู้มีบาปว่า “เราไม่ได้นอนด้วยความซึมเซา และไม่ได้มัวเมาคิดกาพย์กลอนอะไร เราสำเร็จในประโยชน์แล้ว (บรรลุธรรม) ปราศจากความเศร้าโศกทั้งปวง (หยุดวงจรปฏิจสมุปบาท) การที่เรานอนอยู่ที่นี่เพียงผู้เดียว เรานอนคำนึงถึงสรรพสัตว์ด้วยความเมตตา ชนเหล่านั้นมีลูกศรเสียบอยู่ที่อกแล้วร้อยที่หัวใจให้ลุ่มหลง (ลูกศรในที่นี่หมายถึงกิเลส) ชนเหล่านั้นยังนอนหลับได้โดยไม่รู้สึก (เจ็บ)อะไร ทำไมเราผู้ปราศจากลูกศรนั้นแล้ว […]

อิน บูโดกัน หญิงเเกร่งกับชีวิตขาลง เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร 

อิน บูโดกัน หญิงเเกร่งกับชีวิตขาลง เธอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร อิน บูโดกัน เผยหมดเปลือกถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นช่วงขาลงแบบสุด ๆ เลยก็ว่าได้ มีหนี้สินล้นตัว แล้วเธอผ่านเหตุการณ์เลวร้ายนั้นมาได้อย่างไร เธอคือนักร้องนำของวงผู้หญิงที่มีชื่อเสียงมากในช่วงปี 90 และมีแฟนคลับมากจนทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เมื่อกระแสความดังของเธอลดลง ทำให้เหลือแฟนคลับที่รักเธออย่างเหนียวแน่นไม่กี่คน แต่หลังจากที่เธอเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ทำให้มีคนเข้ามาหาเธอมากขึ้น กลายเป็นแฟนคลับกลุ่มใหม่ที่รักเธอเพราะความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเธอหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ทำให้หลายคนหันมาออกกำลังกายเพราะเธอเป็นแรงบันดาลใจ     เมื่อ 10 ปีก่อน เธอหันมาทำธุรกิจส่วนตัวคือเปิดโรงเรียนสอนดนตรี 10 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาก็ลงทุนไปไม่น้อย และทำร้านอาหารกับแฟนหนุ่ม สุดท้ายธุรกิจที่เธอสร้างมากลับกลายเป็นการก่อหนี้ เธอบอกอย่างไม่อายเลยว่าตอนนั้นเป็นช่วงขาลงที่ลงหนักมาก ทำโรงเรียนสอนดนตรีและร้านอาหารด้วย เพราะอยากหาอาชีพเสริม ปรากฏว่าเจ๊งหมด เพราะบริหารธุรกิจไม่เป็น     ตอนนั้นเป็นหนี้อยู่ 5-6 ล้านบาท ทำให้หมุนเงินไม่ทัน ต้องไปกู้เงินนอกระบบ กู้บัตรเครดิต สุดท้ายต้องเอาบัตรและรถไปรีไฟแนนซ์ ทำทุกอย่างเพื่อให้เดินไปได้ สุดท้ายเมื่อไปไม่รอดก็ต้องปิดตัวลง พร้อมกับหนี้ก้อนโตที่ต้องแบกรับไว้ เธอขอประนอมเรื่องหนี้กับทางธนาคาร ปิดบัตรเครดิตไปทั้งหมด 7-8 ใบ ใช้เวลาประนอมหนี้ทั้งหมด […]

ชีวิตนี้สู้เพื่อลูก สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้าน สู่พ่อค้าราดหน้า

ชีวิตนี้สู้เพื่อลูก สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้าน สู่พ่อค้าราดหน้า เป็นเรื่องดี ๆ ที่น่าปลื้มใจค่ะ เมื่อคุณ สมชาย ศรีสกุลภิญโญ จากเศรษฐีพันล้านผู้บุกเบิกชุดครัวไฟเบอร์กลาสเจ้าแรกของเอเชีย สู่พ่อค้าราดหน้า ชีวิตนี้ต้องสู้เพื่อลูก ข่าวนี้กลายเป็นที่น่าสนใจบนโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เมื่อเศรษฐีพันล้าน คุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญ หันมาจับตะหลิวและกะทะทำราดหน้า ซึ่งเป็นของโปรดมาตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นของที่หากินยากมากในตอนนั้นจึงเริ่มหัดทำกินเอง และคิดว่าสักวันต้องทำราดหน้าขาย แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่เขาได้กลายเป็นพ่อค้าราดหน้าขายอยู่ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม     เริ่มมาจากเฟซบุ๊กที่มีชื่อว่า “Louis Srisakulpinyo Lin” ที่ได้โพตส์เรื่องราวของคุณสมชาย ศรีสกุลภิญโญโดยเรียบเรียงได้ว่า สมชาย ศรีสกุลภิญโญ ผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอริ่ง ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ครัวไฟเบอร์กลาส รายแรกของเอเชีย เป็นเศรษฐีพันล้าน แต่ทำไมถึงมาเป็นพ่อค้าราดหน้า คุณสมชาย บอกว่า “ผมชอบทานราดหน้า แล้วมันก็หาทานยากมากในสมัยที่ผมยังเด็ก จึงมาหัดทำเอง ไม่มีใครทำอะไรได้ดีในครั้งแรก ผมก็เช่นกัน จึงพัฒนามาเรื่อย ๆ จากทำทานเอง ก็ทำให้คนในครอบครัว เพื่อนฝูง ออกโรงทาน ทำให้เด็กๆ กิน […]

keyboard_arrow_up