พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาตพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า

พระโกกาลิกะ ผู้ไปสู่ขุมนรกเพราะอาฆาต พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า เพราะเหตุใดพระโกกาลิกะจึงอาฆาตพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ผู้เป็น พระอัครสาวก ของพระพุทธเจ้า ด้วยการกล่าวหาพระอรหันต์ผู้ประเสริฐนี่เองที่ทำให้พระเถระรูปนี้ต้องลงไปสู่มหานรกอย่างไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่งมีชื่อว่า “โกกาลิกะ“เิริ่มจากพระภิกษุรูปนี้กล่าวหาว่าพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้กล่าวลามก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตักเตือนไม่ให้พระโกกาลิกะกล่าวเช่นนั้นถึง 3 ครั้ง แต่ทันใดนั้นเองแผ่นดินได้แยกออก (ในอรรถกถา ธรรมบทใช้คำว่า “แผ่นดินได้ให้ช่องแล้ว” หมายถึงแผ่นดินได้แยกเป็นช่อง อาจตรงกับธรณีสูบ) พระโกกาลิกะไปสู่มหานรกที่มีชื่อว่า “ปทุมนรก”  ทันที การกล่าวดูหมิ่นพระอรหันต์จัดเป็นหนึ่งในกรรมหนัก จึงไม่แปลกที่พระโกกาลิกะจะต้องไปชดใช้กรรมที่มหานรก บรรดาพระภิกษุที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพาจับกลุ่มสนทนาถึงเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมาจึงตรัสถามบรรดาพระภิกษุว่า “พวกเธอทั้งหลายจับกลุ่มสนทนาด้วยเรื่องอะไรกัน” พระภิกษุตอบพระองค์ว่า “กำลังสนทนาถึงเรื่องกรรมของพระโกกาลิกะพระเจ้าข้า”     พระพุทธองค์จึงตรัสถึงอดีตชาติของพระโกกาลิกะว่า ครั้งพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะเกิดเป็นหงส์ทองอาศัยอยู่บนภูเขามีชื่อว่า “จิตตกูฎ” หงส์ทองสองตัวนี้มักพากันไปหาอาหารที่สระน้ำแห่งหนึ่งในหิมวัตประเทศ (ป่าหิมพานต์) ซึ่งมีเต่าตัวหนึ่งอาศัยอยู่ หงส์ทั้งสองสนิทสนมกับเต่าตัวนี้มาตั้งแต่เด็กทำให้กลายเป็นเพื่อนที่คบหากันมานาน หงส์ทองทั้งสองอยากพาเต่าไปเที่ยวบ้านของตนที่อยู่บนเขาจิตตกูฎ จึงให้เต่าใช้ปากกัดกิ่งไม้แล้วหงส์ทั้งสองจะคาบกิ่งไม้คนละข้างแล้วบินพาเต่าไปยังเขาจิตตกูฎ ภาพของหงส์ทองสองตัวพาเต่าบินไปยังเขาจิตตกูฎ ทำให้บรรดาเด็ก ๆ พากันสนใจและเรียกกันมาดูเพราะเห็นว่าเป็นภาพที่ประหลาด เจ้าเต่าเป็นผู้มีวาจาที่หยาบคายอยู่เป็นทุนเดิม จึงเพ้อกล่าวด่าเด็กน้อยด้วยวาจาที่หยาบคายว่า “เจ้าเด็กเวร ไม่เคยเห็นเต่ากันหรืออย่างไร” ปรากฏว่าขณะที่เต่ากล่าวอยู่นั้น ปากได้ปล่อยออกจากกิ่งไม้ ทำให้มันตกลงมาตัวแตกเป็นสองเสี่ยงและตายในที่สุด เรื่องของพระโกกาลิกะทำให้เห็นว่านอกจากพระเทวทัต พระเจ้าสุปปพุทธะ นันทมานพ […]

นางมาคันทิยา สตรีผู้ตามจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า

นางมาคันทิยา สตรีผู้ตามจองล้างจองผลาญพระพุทธเจ้า ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ กรุงโกสัมพี เชื่อว่าหลายท่านอาจจำได้ว่าครั้งที่พระองค์ตรัสรู้เป็นพระอนุตรสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บิดาและมารดาของ นางมาคันทิยา ซึ่งอยู่ในวรรณะพราหมณ์ และมีความชำนาญในการดูนรลักษณ์ เมื่อได้เห็นพระวรกายของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วก็รู้ทันทีว่าพระองค์ทรงเป็นมหาบุรุษ จึงยกธิดาเพียงคนเดียวที่มีความงดงามให้เป็นภรรยา พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธเพราะทรงมิข้องเกี่ยวกับกามคุณทั้งหลายแล้ว ทำให้นางมาคันทิยาเจ็บแค้นใจ เพราะการที่ผู้หญิงในสมัยนั้นถูกปฏิเสธเป็นเรื่องที่เสียเกียรติมาก นางจึงผูกอาฆาตพระพุทธองค์นับแต่นั้นมา     ต่อมานางมีวาสนาได้เป็นพระมเหสีอีกพระองค์ของพระเจ้าอุเทน นางค่อมชื่อว่า “ขุชชุตตรา” ได้ฟังธรรมจากพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วนำมาเล่าถวายให้พระนางสามาวดีผู้เป็นพระอัครมเหสีแห่งพระเจ้าอุเทนสดับ ทำให้พระนางสามาวดีและบริวารอีก 500 นางบรรลุเป็นพระโสดาบัน เมื่อนางมาคันทิยารู้ว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในกรุงโกสัมพี และพระอัครมเหสีทรงเลื่อมใสในพระองค์มาก ทำให้ไฟแค้นของนางประทุขึ้นมาอีกครั้ง นางมาคันทิยาไม่สามารถทำอะไรพระอัครมเหสี รวมถึงบริวารอีก 500 นางที่เลื่อมใสในพระบรมศาสดาได้ จึงหันไปเล่นงานพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยการจ้างให้คนไปยืนด่าทอพระพุทธองค์ต่าง ๆ นานา     พระอานนท์ พุทธอนุชาทรงเห็นดังนั้นจึงทูลขอให้พระพุทธองค์เสด็จไปประทับที่เมืองอื่น พระองค์จึงตรัสตอบว่า “เราไปที่ไหนไม่ได้หรอกอานนท์ เพราะมีแต่คนว่ากล่าวเรา” พระอานนท์จึงทูลขอให้พระพุทธองค์เสด็จไปจากกรุงโกสัมพีอีกครั้ง แต่กลับไม่เป็นผล พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนพระอานนท์ว่า “ผู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมไม่ต่างจากช้างศึกที่สามารถทนทานต่อลูกศรที่พุ่งมาจากทิศทั้งหลายได้ ตถาคตสามารถทนต่อคำว่ากล่าวอันหยาบคายเหล่านั้นได้ อานนท์”  ดังนั้นพระบรมศาสดาจึงไม่เสด็จไปประทับที่อื่น ยังคงประทับอยู่ที่เมืองแห่งนี้ต่อไป แต่เพลิงแค้นของนางมาคันทิยายังคงลุกโชติช่วงอยู่ และนับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  ทำให้นางทำการวางเพลิงสังหารหมู่พระอัครมเหสีและบริวารอีก […]

กำจัดความเหนื่อยล้ากับชีวิตที่บัดซบด้วยการพูดเชิงบวกกันเถอะ

กำจัดความเหนื่อยล้ากับชีวิตที่บัดซบด้วยการ พูดเชิงบวก กันเถอะ ไม่มีใครที่ไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ และคำพูดเหล่านั้นก็ช่างบั่นทอนจิตใจเหลือเกิน บางคนอาจฟังแล้วไม่ใส่ใจกับมัน นับว่าเป็นคนที่เก่งและมีภูมิต้านทานเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ฟังแล้วเอามาใส่ใจ ก็จะจมดิ่งไปกับความทุกข์ที่มาจากคำพูดเชิงลบเหล่านั้นฝังอยู่ในหัว สิ่งที่ตามมาคือการยอมแพ้และคิดตามคำพูดนั้นว่าเราเป็นคนที่ทำงานไม่ได้เรื่อง ทางออกที่จะช่วยได้คือ การ พูดเชิงบวก กับตนเอง ทำไมต้องพูดเชิงบวกกับตนเอง ทางจิตวิทยาบอกว่าการระบายเรื่องที่ไม่สบายใจให้ผู้อื่นฟัง แล้วอีกฝ่ายจะแนะนำทางออก ให้กำลังใจ หรือปลอบใจ จะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ถ้าสมมติว่าใน  1 เดือน เราต้องฟังคำพูดเชิงลบจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานเป็นเวลาทั้งหมด 20 วัน เพื่อนสนิทที่รักคุณต้องอดทนฟังคำบ่นและเป็นที่ระบายให้กับคุณถึง 20 ครั้ง คิดว่าเขาจะมีความสุขไหมที่ต้องอดทนฟังเรื่องราวที่ไม่ดีอยู่บ่อย ๆ     คุณอาจเคยพูดคำว่า “เหนื่อยจัง” แต่รู้ไหมว่าเราสามารถเปลี่ยนเป็นคำพูดเชิงบวกได้ตั้ง 3 ประโยค เช่น “ทำเต็มที่แล้วนะเรา” เป็นอย่างไรพอทำให้หัวใจพองโตขึ้นมาบ้างไหม “ให้มันได้อย่างนี้สิ” เหมือนเรากำลังจะขว้างมันออกไปให้พ้น เป็นอย่างไรบ้างสบายใจหรือยัง และอีกประโยคคือ “สงสัยกรดแล็กติกจะสะสมมากไป” เชื่อว่าถ้าพูดอย่างนี้จะอดหัวเราะไม่ได้ ความเครียดได้รับการบรรเทาด้วยพลังแห่งการหัวเราะ ลองเปลี่ยนคำพูดที่ทำให้จิตตก เป็นคำพูดที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะสู้ต่อดีกว่า การพูดเชิงบวกไม่ได้เป็นการหลอกตัวเอง แต่ทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้ต่างหาก คนส่วนใหญ่มักมีความทุกข์เพราะคำพูดของคนอื่น ดังนั้นลองปรับการรับฟังคำพูดเชิงลบให้กลายเป็นคำพูดเชิงบวกก็ไม่เลว เช่น เมื่อหัวหน้าดูงานของเราแล้ว […]

วางแผนหลังเกษียณ ออมเงินอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ลำบากในบั้นปลาย 

วางแผนหลังเกษียณ ออมเงินอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่ลำบากในบั้นปลาย เคยคิด หรือมีความคิดนี้เกิดขึ้นบ้างไหมว่า หากวันหนึ่งเราไม่มีเงินเดือนใช้แล้วจะทำอย่างไร การ วางแผนหลังเกษียณ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้มีเงินใช้ไม่ลำบากในชีวิตช่วงหลังเกษียณ เมื่อพูดถึงชีวิตหลังเกษียณก็ไม่อยากให้รู้สึกตึงเครียด หรือตีตนไปก่อนไข้ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจออยู่แล้ว ลองจินตนาการดูว่า ในวันนี้ที่ยังมีเงินเดือนช่วยต่อลมหายใจให้กับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราไปได้อย่างเดือนชนเดือน แล้ววันหนึ่งเราไม่สามารถทำงานและสนุกสนานกับการใช้เงินเดือนได้อีกต่อไป เราในวันนั้นจะเป็นอย่างไร     ภาพสีเทาแห่งความสิ้นหวังอาจฉายขึ้นมาในหัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้จำภาพนั้นเป็นแรงจูงใจ และบอกกับตัวเองว่าภาพแบบนั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้นกับเรา จึงขอแนะนำว่าอย่าได้กลัวหรือกังวลว่าเราจะออมเงินไม่สำเร็จ หรือมีการเงินที่ขัดสนในบั้นปลายชีวิต หากเริ่มต้นด้วยความเครียดนับว่าเป็นการเริ่มต้นเตรียมตัวหลังเกษียณที่ไม่ดีเลย ลองเปลี่ยนความคิดว่าเรากำลังจะมอบของขวัญให้กับตนเองในอนาคตดีกว่า คุณ Maibat (นามแฝง) ได้เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งของครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งไว้ในบทความชื่อว่า “วางแผนหลังเกษียณ ต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ” ว่า “คุณครูเกษียณโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งจึงขอหยิบยกขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจ คุณครูกลุ่มนี้สอนด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูตลอดระยะเวลา 30 กว่าปี แทบไม่เคยเปลี่ยนงานเลยเพราะภูมิใจในสถาบันการศึกษาแห่งนี้และได้ประกอบอาชีพสร้างคนให้เป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม แม้เงินเดือนที่ได้รับจะน้อยนิดอยู่จนเกษียณยังอยู่ที่หลักหมื่นต้น ๆ เท่านั้นเอง ท่านยังมีความหวังพึ่งบำนาญที่จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ๆ สุดท้ายจ่ายไปเรื่อย ๆ จนสิ้นอายุขัย แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อจู่ ๆ โรงเรียนเปลี่ยนกฎข้อบังคับให้คุณครูทุกคนรับบำเหน็จแทน ซึ่งได้เงินเป็นก้อนครั้งเดียวเพียงหลักแสนไม่ถึงล้าน แล้วจะใช้อย่างไรให้พอกับชีวิตหลังเกษียณอีก 20 ปีหรือมากกว่านั้น ครูบางท่านต้องจำใจทำงานต่อจนถึงวันหมดสิ้นเรี่ยวแรง ครูบางท่านทนอยู่อย่างลำบากเก็บเงินไว้เป็นค่ารักษาตัว ครูบางท่านนำบำเหน็จไปลงทุนทำการเกษตรสุดท้ายเจ๊ง” […]

ครูแล่ม อดีตทีมสตรีเหล็ก สละเงิน 8,000 บาท ต่อเดือน สานฝันเด็กให้ติดทีมชาติ

ครูแล่ม อดีตทีม สตรีเหล็ก สละเงิน 8,000 บาท ต่อเดือน สานฝันเด็กให้ติดทีมชาติ “ครูคือผู้อุทิศตนเพื่อลูกศิษย์”คำพูดนี้ท่าจะเป็นจริง ครูแล่ม หรือ นายบุตรดา สาโสก สาวประเภทสองอดีตหนึ่งในสมาชิกทีม สตรีเหล็ก ทีมนักวอลเลย์บอลชายที่มีชื่อเสียงจนต้องนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ นายบุตรดา หรือ คุณครูแล่ม อดีตนักวอลเลย์บอลอาชีพ ได้ผันตนเองมาเป็นครูอัตราจ้างควบกับการเป็นโค้ชทีมวอลเลย์บอลชายของโรงเรียนเมืองเตาวิทยาคม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ไม่เท่านั้นครูแล่มยังเลี้ยงดูนักเรียนชาย 33 คน ซึ่งบางคนไม่มีพ่อแม่ และไม่มีเงินแม้จะเรียนต่อ     ผู้อำนวยการโรงเรียนสนับสนุนค่าอาหารเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งเป็นงบประมาณของโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม และครูแล่มสละเงินส่วนตัวเดือนละ 8,000 บาท เพื่อเป็นทุนช่วยเหลือนักเรียนทั้ง 33 คน อีกด้วย ครูแล่มฝึกฝนลูกศิษย์จนสามารถติดทีมชาติชุดเยาวชนได้ถึง 4 คน โดยใช้ระยะเวลากว่า 8 ปี มีบางครั้งกำลังจะเข้ารอบแต่ต้องสละสิทธิ์เสียก่อนเพราะไม่มีเงินพอที่จะอยู่ต่อจนถึงรอบต่อไป ครูแล่มเองก็ประสบปัญหาการเงิน บางเดือนต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ก็พยายามหาหนทางอื่นเพื่อหาเงินมาดูแลเด็ก ๆ เช่น รับจ้างถอนมันสำปะหลัง   […]

ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา : ชาตรี นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อน โพสต์หาที่ฝึกงาน

ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา : ชาตรี นักศึกษาช่างยนต์ พิการครึ่งท่อน โพสต์หาที่ฝึกงาน เรื่องที่ซีเคร็ตนำมาฝากในวันนี้ เชื่อว่าอาจทำให้คนที่กำลังท้อแท้อยู่ในขณะนี้ กลับมามีความหวังและกำลังใจที่จะสู้ชีวิตต่ออีกครั้ง เมื่อนายชาตรี กรวัชรธาดา หรือ น้องต๊อด นักศึกษาช่างยนต์ ที่ร่างกายพิการครึ่งท่อนมาตั้งแต่กำเนิด ได้โพสต์เฟซบุ๊กหาที่ฝึกงานก่อนจบการศึกษา เพราะไม่อยากเป็นภาระให้กับครอบครัว เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอข่าวว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Chatree Konwatcharathada” ได้โพสต์ในกลุ่ม “หางานเชียงใหม่” ว่า “สวัสดีคับ ผมชื่อ ต๊อด ตอนนี้ผมเรียนช่างยนต์อยู่ครับ แล้วเดือนตุลาคมนี้ ผมต้องไปฝึกงานตามอู่ หรือศูนย์บริการซ่อมละครับ แต่ผมอาจจะไม่เหมือนช่างทั่วไปตรงที่ว่าผมมีเเค่ครึ่งท่อน ไม่ทราบว่าพอจะมีอู่ หรือศูนย์บริการซ่อมที่ไหน รับผมฝึกงานบ้างครับ ขอเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ครับ #ตามหาที่ฝึกงาน”     ทราบข้อมูลภายหลังจากนายบัญชา อุงคุนา ครูช่างยนต์ และอาจารย์ที่ปรึกษาของน้องต๊อดว่า นักศึกษาคนนี้ต้องการที่จะฝึกงาน ซึ่งก่อนหน้านี้อาจารย์บัญชาพยายามหาสถานที่ฝึกงานให้เขา แต่ด้วยร่างกายของน้องต๊อดพิการครึ่งท่อนมาตั้งแต่กำเนิด ทำให้สถานที่รับซ่อมและอู่ที่จะรับนักศึกษาเข้าฝึกงานหลายที่เป็นห่วงว่าน้องจะได้รับอันตรายในขณะฝึกงาน โดยนักศึกษาคนนี้สนใจเรื่องช่างยนต์และมีความถนัดเรื่องการซ่อมจักรยานยนต์เป็นพิเศษ ส่วนรถยนต์มีข้อจำกัดที่ความสูงและขนาดของรถยนต์ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเขา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะนายชาตรีมีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ […]

อภัยราชกุมาร : เจ้าชายผู้ได้พบกับวิธีระงับความเศร้า

อภัยราชกุมาร : เจ้าชายผู้ได้พบกับวิธีระงับความเศร้า ครั้งพระเจ้าพิมพิสารทรงมีบัญชาให้พระโอรสมีพระนามว่า ” อภัยราชกุมาร ” ไปทำสงครามในปัจจันทชนบท (เมืองชายแดน) ของแคว้นมคธ ปรากฎว่าเจ้าชายอภัยทรงชนะสงคราม พระเจ้าพิมพิสารประทานรางวัลแก่พระโอรสเป็นนางรำนางหนึ่งที่มีความชำนาญในการร่ายรำที่สุดในกรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นนางรำของสันตติมหาอำมาตย์ให้นางร่ายรำถวายอภัยราชกุมารเป็นเวลา 7 วัน อภัยราชกุมารหลงใหลในนางรำนางนี้มาก และมีความสุขกับการทอดพระเนตรระบำรำฟ้อนเป็นเวลา 7 วันเต็ม โดยไม่ออกไหนนอกพระตำหนัก งานราชการก็ไม่ทรงทำ พระองค์ทรงสำราญกับการร่ายรำของนาง จนถึงวันที่ 8 พระองค์จึงเสด็จไปสรงน้ำที่แม่น้ำ หลังจากพระองค์ทรงอาภรณ์อย่างงดงามหมายจะได้ชมการร่ายรำของนางรำนางนั้นอีกครั้ง ขณะที่นางรำกำลังร่ายรำ อยู่ ๆ ก็สิ้นล้มลงต่อหน้าธารกำนัลที่ชมการแสดงของนาง ทำให้เจ้าชายโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง เหมือนพลาดจากของอันที่เป็นรักไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เมื่อเจ้าชายทรงมีพระสติจึงระลึกได้ว่า ผู้เดียวที่สามารถช่วยเหลือให้พระองค์หายจากความเศร้านี้ได้มีเพียงพระผู้มีพระภาคเจ้าเพียงพระองค์เดียว พระองค์เสด็จไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าที่พระเวฬุวันทันที และตรัสทูลพระพุทธองค์ว่า “ขอพระองค์โปรดช่วยดับความเศร้าของหม่อมฉันด้วยเถิดพระเจ้าข้า” พระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “เจ้าชาย ปริมาณของหยาดน้ำพระเนตรของพระองค์ที่ทรงเสียให้กับสตรีนางนั้น เป็นปกติของสัตว์ที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏที่หาที่สิ้นสุดไม่ได้” หลังจากนั้นเจ้าชายทรงคลายความเศร้าลงได้ประมาณหนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสต่อว่า “เจ้าชาย อย่าได้โศกเศร้าไปเลย เพราะความเศร้านั้นเป็นสิ่งที่ผู้ที่จมปลักอยู่ในความไม่รู้  (อวิชชา) เท่านั้นที่ยังทำอยู่” อภัยราชกุมารสดับดังนั้นก็ทรงคลายความเศร้า เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาของปุถุชนที่จะมีความรู้สึก แล้วทรงเข้าพระทัยแล้วว่าการเศร้าโศกเสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ ความเศร้าของพระองค์ได้ระงับลงแล้วด้วยคำตรัสของพระพุทธองค์ จากนั้นเจ้าชายทรงสำเร็จเป็นพระโสดาบันทันที     […]

จงเป็นคนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืด (ทำไม) ? แล้วจะเห็นความสำเร็จ

จงเป็นคนที่ตื่นตั้งแต่เช้ามืด (ทำไม) ? แล้วจะเห็น ความสำเร็จ น้อยคนนักที่จะรีบตื่นเช้าเพราะอยากเข้าออฟฟิศเร็ว ๆ แต่คนที่มุ่งมั่นอยากประสบ ความสำเร็จ ในหน้าที่การงานจะทำอย่างนั้น การมาทำงานแต่เช้า เตรียมงานที่ทำ และเริ่มทำงานก่อน เป็นสิ่งที่ใครเห็นแล้วต้องชื่นชม แต่ละออฟฟิศกำหนดเวลาเข้า-ออกงานต่างกัน จงคิดเสียว่านี่คือกฎพื้นฐานที่เราต้องรักษา หากละเมิดกฎนี้ เราจะถูกตำหนิและถูกประเมินในแง่ลบ ในทางตรงกันข้าม การมาทำงานแต่เช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เราได้รับการประเมินแง่บวกไปเรื่อย ๆ แทบไม่มีซีอีโอท่านไหนเลยที่มาทำงานสาย นักบริหารที่ทำงานเก่งล้วนมาทำงานก่อนใครกันทั้งนั้น และถ้าอยากฝึกตนให้มีนิสัยนี้ เราควรเริ่มทำเสียตั้งแต่ช่วงเป็นพนักงานใหม่     แน่นอนว่าในออฟฟิศย่อมมีคนที่เก่งกว่าเรา แต่คนที่ทุ่มเวลาให้กับการทำงานมากกว่าจะมีสิทธิ์ที่จะประสบความสำเร็จสูงกว่า หัวหน้าก็ชื่นชอบ แถมยังส่งผลดีต่อการทำงาน พอตื่นเช้าก็มีเวลามาก ได้ทำธุระส่วนตัวสบาย ๆ ไม่ต้องอดข้าวเช้า ได้มาออฟฟิศแต่เช้า รอบตัวเรามีคนจำนวนไม่น้อยที่ตื่นสาย ตาลีตาเหลือกมาทำงาน ใช้ห้องน้ำที่ทำงานทำธุระ หาข้าวเช้ากินแถวที่ทำงาน หากผู้บริหาร หรือหัวหน้าเห็นลักษณะของพนักงานคนนั้นบ่อย ๆ เข้าจะประเมินเขาไปในทางที่ลบ ออฟฟิศทั่วไปกำหนดเวลาเข้างานประมาณ 8.00-09.00 น. พนักงานใหม่ควรเข้างานก่อนรุ่นพี่สัก 30 นาทีถึงจะดูว่ามีอนาคตไกล เป็นพนักงานขยัน คนเข้าออฟฟิศแต่เช้าจะได้รับโอกาสมากมาย ทั้งโอกาสสะสางงานที่เพิ่งได้รับมอบหมายทั้งโอกาสขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกับผู้บริหาร ได้พูดคุยกับท่าน การเข้าทำงานเร็วช่วยได้ […]

สูญเสียพระสายกรรมฐาน พ่อท่านจ่าง อนุภาโส วัย 91 ปี 69 พรรษา

สูญเสียพระสายกรรมฐาน พ่อท่านจ่าง อนุภาโส วัย 91 ปี 69 พรรษา   พระครูอนุภาสวุฒิคุณ (กระจ่าง อนุภาโส) หรือ พ่อท่านจ่าง อนุภาโส อายุ 91 ปี 69 พรรษา อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเคียนซา และเจ้าอาวาสวัดน้ำรอบ ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ได้มรณภาพอย่างสงบเมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา เวลา 19.59 น. พ่อท่านจ่าง อนุภาโสเป็นพระเกจิดังสายวิปัสสนากัมมัฎฐานแห่งลุ่มน้ำพุมดวง ได้มรณภาพลงเนื่องจากความชราภาพระหว่างเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ธานี ท่านเป็นพระเถระที่สมถะเป็นที่เคารพนับถือของคณะพุทธบริษัททั่วไป ปัจจัยที่ญาติโยมนำมาถวายทั้งหมด ท่านได้นำไปสร้างคุณประโยชน์ให้กับพุทธศาสนาและสังคม เช่น สร้างวัด สร้างสะพาน สร้างถนน และสงเคราะห์ต่าง ๆ  ช่วงที่ท่านอาพาธแล้วเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล คณะศิษยานุศิษย์ ได้เปิดบัญชีมีประชาชนจำนวนมาก ร่วมกันสมทบค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลและแบ่งเบาภาระทางวัดอีกด้วย       ตามประวัติท่านเป็นชาวหมู่บ้านกลาง ตำบลน้ำรอบ อำเภอพุนพิน […]

นางกาณา สตรีผู้ด่าพระภิกษุ แต่ได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของพระราชา

นาง กาณา สตรีผู้ด่าพระภิกษุ แต่ได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของพระราชา ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นกับสตรีนางหนึ่งที่มีชื่อว่า “ กาณา ” นางเกิดในครอบครัวที่อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ทำให้นางกลายเป็นคนที่ชอบทำบุญสุนทานมาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งนางได้แต่งงานเข้าไปอยู่ในตระกูลของสามี มารดาของนางได้ทำขนมถั่วแล้วส่งมาให้ นางจึงเก็บขนมถั่วนี้ไว้ใส่บาตรในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระภิกษุบิณฑบาตผ่านหน้าเรือน นางกาณาได้ลงมาใส่บาตร ขณะที่นางกำลังกล่าวคำจบของใส่บาตรอยู่นั่นเอง สามีขางนางพาเมียน้อยเข้ามาอยู้ในบ้าน ทำให้นางกาณาเกิดความโมโหจึงดุด่าพระภิกษุไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ไม่มีพระภิกษุรูปใดกล้าบิณฑบาตผ่านเรือนของนางอีกเลย ส่วนนางกาณาเองก็ย้ายกลับไปอยู่เรือนของมารดาดังเดิม พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณจึงเสด็จไปเรือนมารดาของนางกาณา เมื่อพระพุทธองค์มาถึง มารดาได้จัดเตรียมอาสนะอย่างดีมารับรองพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมกับถวายข้าวยาคูแด่พระองค์ พระพุทธองค์ตรัสถามถึงนางกาณาว่าเวลานี้อยู่ที่ไหน มารดาจึงชี้ไปยังที่นางกาณายืนอยู่ ซึ่งนางกำลังร้องไห้ พระพุทธองค์ตรัสขึ้นว่า “กาณาร้องไห้ทำไม” มารดาตอบว่า “ลูกสาวจของดิฉันเสียใจที่ได้ด่าพระสาวกของพระองค์ เจ้าข้า” พระพุทธองค์ตรัสว่า “สาวกของเราทำผิดอะไรหรือกาณา”     นางกาณาได้ยินดังนั้นก็เข้ามากราบพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วตอบว่า “พระสาวกของพระองค์ไม่มีความผิด มีเพียงดิฉันเท่านั้นที่ผิด เจ้าข้า” จากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเรื่องบุพกรรมของนางกาณา เมื่อนางได้ฟังก็บรรลุเป็นพระโสดาบัน จากนั้นพระบรมศาสดาเสด็จกลับพระเชตวัน พระเจ้าปเสนทิโกศลทอดพระเนตรเห็นพระพุทธองค์พอดีจึงเข้าทูลถามพระบรมศาสดาว่าพระองค์เสด็จมาจากที่ใด พระพุทธเจ้าตรัสเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่เรือนของมารดานางกาณาให้พระเจ้าปเสนทิโกศลสดับ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงอยากทราบว่านางกาณาเป็นพระโสดาบันจริงหรือไม่ จึงทดสอบนางโดยการเชิญนางเข้าวัง แล้วแต่งตั้งให้นางเป็นพระธิดาบุญธรรม พระองค์ทรงบำรุงนางด้วยสมบัติต่าง ๆ นานา แล้วยังมอบหมายให้มหาอำมาตย์คนหนึ่งเป็นผู้รับเลี้ยงนางแทนพระองค์ […]

อย่าดูหมิ่นว่าเป็นการทำบุญที่เล็กน้อย

อย่าดูหมิ่นว่าเป็น การทำบุญ ที่เล็กน้อย ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี อันเป็นอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายไว้ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่อง การทำบุญ และอานิสงส์ที่ส่งผลให้ผู้ทำทานได้สมบัติ 2 ประการ คือ โภคสมบัติ และบริวารสมบัติ พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องนี้ไว้ว่า “อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย คนที่ทำทานแล้วไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน ย่อมได้โภคสมบัติเพียงอย่างเดียว บางคนไม่ยอมทำทาน และไม่ชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน เขาย่อมไม่ได้สมบัติอะไรเลย ชาติต่อไปจะเกิดเป็นขอทาน เที่ยวขอเศษอาหารจากผู้อื่นกินประทังชีวิต แต่หากเป็นคนที่ทำทาน และชักชวนผู้อื่นให้ทำทาน สมบัติทั้งสอง (โภคสมบัติและบริวารสมบัติ) ย่อมเกิดขึ้นแก่คนผู้นั้น”  (สามารถศึกษาเรื่องกรรมที่ทำให้เกิดเป็นขอทานได้ที่ >>> อานนทเศรษฐี คนรวยผู้กลับชาติมา เกิดเป็นขอทาน) ในบรรดาสาธุชนที่กำลังฟังธรรมอยู่นั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งเกิดปรารถนาอยากได้ซึ่งโภคสมบัติและบริวารสมบัติอย่างแรงกล้า จึงทูลนิมนต์พระบรมศาสดาและพระภิกษุทั้งหมดในพระเชตวันไปฉันภัตตาหารที่บ้านของตนในวันพรุ่งนี้ พระพุทธองค์ทรงรับนิมนต์ เพราะทรงทราบว่าชายหนุ่มผู้นี้ได้เข้าใจในคำสอนของพระองค์ ชายหนุ่มได้ชักชวนให้ชาวเมืองมาร่วมถวายภัตตาหารพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่บ้านตนในวันพรุ่งนี้ หรือจะฝากวัตถุทานให้ตนเป็นตัวแทนถวายให้ก็ได้ เศรษฐีคนหนึ่งได้ยินเสียงชายหนุ่มเชิญชวนคนให้ไปทำบุญที่บ้านของตน ก็บังเกิดความเกลียดชังชายหนุ่มว่าเป็นคนที่ไม่ประมาณตน เขาไม่ได้เป็นคนร่ำรวยอะไรเลย แต่ทำไมถึงกล้านิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า และพระภิกษุทั้งหมดมาฉันภัตตาหารที่บ้าน เมื่อชายหนุ่มเดินผ่านหน้าร้านของเศรษฐี เศรษฐีร้องขอให้เขาหยุด แล้วตนก็หยิบข้าวสาร ถั่วเขียว ธัญพืช น้ำอ้อย ข้าวยาคู อย่างละหยิบมือใส่ในภาชนะแล้วมอบให้กับชายหนุ่ม […]

แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป เปรยอยากบวชตลอดชีวิต 

แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป เปรยอยากบวชตลอดชีวิต แก้ว กวินนา สุวรรณประทีป อดีตนางเอกดัง แชร์ประสบการณ์อยากบวชแบบนี้ไปตลอดชีวิต หลังปลงผมบวชชี ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน แก้ว กวินนา สุวรรณประทีปเป็นนางเอกที่โด่งดังในยุคนั้นเลยก็ว่าได้ วัดได้จากละครหลายเรื่องที่เธอแสดงยังคงเป็นที่รู้จักมาจนถึงตอนนี้ เช่น อรุณสวัสดิ์ เจ้านาง ซอสามสาย สุดแต่ใจจะไขว่คว้า สามหนุ่มเนื้อทอง สะใภ้ปฏิวัติ เป็นต้น     เธอเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยการเป็นนักเรียนการแสดงของช่อง 3 และมีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคือ “ฝากฝันไว้เดี๋ยวจะเลี้ยวมาเอา” เมื่อ พ.ศ. 2535 ในปีเดียวกัน ได้เล่นละครเรื่องแรกคือ “อรุณสวัสดิ์” ออกอากาศทางช่อง 7 ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณแก้วได้ตัดสินใจบวชชีที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลก โดยก่อนหน้านี้เธอได้ศึกษาธรรมะมาระยะหนึ่งแล้ว เธอเผยความรู้สึกตอนที่บวชว่า รู้สึกว่าจิตใจสงบมาก และหลังจากสึกออกมาได้เห็นข่าวการบวชของเธอในโลกออนไลน์ เธอจึงโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า       “ตื่นเช้ามาเจอข่าวนี้ ก็อยากที่จะละทางโลก ไปบวชชีตลอดชีวิตเหมือนกันนะ หากไม่ติดว่าเป็นห่วงพ่อกับแม่ […]

บุพกรรมของพระอรหันต์ สำเร็จมรรคผลแต่หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น

บุพกรรม ของพระอรหันต์ สำเร็จมรรคผลแต่หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น บุพกรรม หมายถึงกรรมหรือการกระทำที่ได้ทำมานานมากแล้ว อาจหมายถึงสิ่งที่เคยทำไว้เมื่อในอดีตชาติ ดังเรื่องของพระอรหันต์รูปหนึ่งที่ได้สร้างบุพกรรมที่ไม่ดี แม้ท่านจะเป็นบรรลุธรรมแล้วก็ตาม แต่ยังไม่สามารถหนีกฎแห่งกรรมพ้น ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน ได้ตรัสถึงเรื่องบุพกรรมของพระอรหันต์รูปหนึ่งว่า พระภิกษุผู้สำเร็จมรรคผลแล้ว เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากพระบรมศาสดาว่าเป็นผู้มีฤทธิ์ มาก ได้ทราบด้วยญาณว่าวิบากกรรมในอดีตชาติจะตามมาทันในวันนี้ ตนจะชดใช้ผลกรรมที่ได้ก่อขึ้นไว้ เหล่าเดียรถีย์ที่เสียลาภสักการะ เพราะประชาชนหันไปเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธเจ้ากันเป็นจำนวนมาก ก็คิดจะโจมตีพระสาวกของพระบรมศาสดา จึงจ้างโจรลงมือทำร้ายพระเถระรูปหนึ่งจนปานตาย แต่หารู้ไหมว่าพระเถระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ที่ทำร้ายพระอรหันต์ย่อมได้รับผลกรรมหนัก (ครุกรรม) คือตกอเวจีมหานรก บุพกรรมที่พระเถระรูปนี้ก่อไว้คือ เมื่อครั้งพระเถระเกิดเป็นบุตรชายที่มีบิดามารดาแก่ชราภาพมาก เมื่อเติบใหญ่ก็หลงใหลภรรยาสาว นางพูดอะไรตนก็เชื่อฟังหมด นางเป่าหูให้ฆ่าบิดามารดาเสีย เขาเชื่อจึงพาบิดามารดานั่งเกวียนไปยังที่แห่งหนึ่ง เขาดำเนินตามแผนไว้จึงกล่าวว่ามีโจรซุมอยู่ เมื่อลูกชายลงจากเกวียนก็แสดงทำเป็นว่าโจรบุกมา บิดามารดาคิดว่าเป็นโจรบุกจริงจึงตะโกนบอกให้บุตรชายหนีไป บุตรชายที่ปลอมตัวเป็นโจรก็ทุบตีบิดามารดาจนเสียชีวิต การทุบตีบุพการีจนกระดูกแตกละเอียด ทำให้บิดามารดาตายอย่างน่าเวทนาได้ย้อนกลับไปหาพระอรหันต์รูปแล้ว ท่านเข้าใจดีว่าไม่มีใครหนีผลกรรมที่ก่อไว้พ้นได้ ท่านจึงยินดียอมรับโทษทัณฑ์ หลังจากนั้นพระเถระก็ประสานกระดูกด้วยฤทธิ์แล้วเหาะไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทูลลาปรินิพพาน พระอรหันต์รูปนี้ก็คือ พระมหาโมคคัลลานะนั่นเอง นอกจากพระมหาโมคคัลลานะแล้วยังมีพระองคุลิมาลเถระอีกรูปที่ได้รับเคราะห์กรรมหนัก ในขณะที่กำลังศึกษาธรรมเพื่อไปสู่ความหลุดพ้น เพราะตนได้สังหารให้ครบหนึ่งพ้นคน แต่สุดท้ายพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณว่า โจรที่มีนิ้วมือรอยเป็นสร้อยคอนั้นมีกุศลที่บำเพ็ญมาระดับหนึ่ง สามารถสำเร็จเป็นพระอริยบุคคลได้จึงเสด็จมาโปรดองคุลิมาลจนสุดท้ายก็กลับใจเข้าสู่ทางธรรม และสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด พระองคุลิมาลได้รับทุกขเวทนาจากการถูกชาวบ้านรังเกียจ และการถูกทำร้ายร่างกายต่าง ๆ นานา แต่พระบรมศาสดาทรงสอนว่า […]

มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินสมทบทุนการวิจัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง

มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินสมทบทุนการวิจัยเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เมื่อดาราชายวัยรุ่นอย่าง มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล บริจาคเงินร่วมกับแฟนคลับมอบให้กับมูลนิธิศิริราช  อย่างที่ทราบกันดีว่าหนุ่มมาร์ชจะบริจาคเงินให้กับมูลนิธิศิริราช เพื่อเป็นการสมทบทุนการวิจัยเซลล์บำบัด เพื่อการรักษาโรคมะเร็งเนื่องในวันเกิดของเขา ซึ่งบริจาคอย่างนี้มาประมาณ 3 ปีแล้ว เมื่อ พ.ศ.2561 ที่ผ่านมา ได้โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวถึงยอดบริจาคของผู้สนใจ แฟนคลับ และมาร์ชเองเป็นจำนวนเงิน 250,000 บาท       เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา มาร์ชได้โพสต์ข้อความพร้อมกับภาพถ่ายของใบเสร็จที่ได้บริจาคเงินจำนวนหนึ่งให้กับมูลนิธิศิริราชว่า “นอกจากที่ผมได้นำปัจจัยไปถวายสร้างพุทธคยามหาเจดีย์ เงินที่ทุกคนร่วมทำบุญกันมาอีกส่วนหนึ่งผมนำไปบริจาคให้ศิริราชมูลนิธิครับ อนุโมทนาบุญนะครับ”  ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเงินจำนวนนี้มาจากการบริจาคของบรรดาแฟนคลับ และการขายโฟโต้บุ๊ก ข้าวของเครื่องใช้ของตนเอง เป็นต้น       สาเหตุที่มุ่งเน้นบริจาคเกี่ยวกับโรคมะเร็งเพราะคุณแม่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่ ตอนที่ท่านป่วย มาร์ชได้ทำการศึกษาเพื่อให้ตนเองได้เข้าใจโรคนี้มากขึ้น แล้วได้เห็นว่าโรคมะเร็งเป็นภัยร้ายที่คุกคามคนไทย การสมทบทุนวิจัยนี้จึงไม่ต่างจากการต่อสู้เพื่ออนาคต เขาเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งการรักษาโรคนี้มีความล้ำสมัยจะเป็นผลดีต่อคนไทยและคนทั้งโลก มาร์ชยังเผยความในใจที่เป็นห่วงคุณแม่ แต่สุขภาพของท่านเป็นปกติและท่านก็มีความสุขดี สังเกตได้จากคลิปในยูทูปที่ท่านจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ถึงสุขภาพจิตของท่านจะดีมาก จนเหมือนว่าท่านไม่ได้ป่วยเป็นอะไรเลย แต่คนรอบข้างต่างกลับรู้สึกปั่นทอนเพราะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะเกิดกับคนที่เขารัก […]

“แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ” พระพุทธเจ้าสอนญาติพระสารีบุตรเรื่องการทำบุญ

“แม้ข้าวเพียงทัพพีเดียวก็เป็นบุญ” พระพุทธเจ้าสอนญาติ พระสารีบุตร เรื่องการทำบุญ ครั้งพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน ในกรุงราชคฤห์ พระสารีบุตร พระอัครสาวกผู้เป็นยอดในด้านเป็นผู้มีปัญญามากได้พำนักอยู่ ณ อารามแห่งนี้ด้วย พระสารีบุตรมาจากตระกูลพราหมณ์ ทั้งยังเป็นผู้สนใจศึกษาสัจธรรม และปรารถนาแสวงหาความหลุดพ้น จึงชักชวนเพื่อนสนิทคือพระมหาโมคคัลลานะสละเรือนออกบวชในสำนักสัญชัยเวลัฏฐบุตร เมื่อท่านได้พบกับพระอัสสชิแล้วเกิดความเลื่อมใสจึงเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับพระมหาโมคคัลลานะ เมื่อพระสารีบุตรบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์แล้ว ญาติผู้มีศักดิ์เป็นลุงได้แวะมาเยี่ยมท่านยังพระเวฬุวัน พระสารีบุตรก็ได้ถามไถ่ญาติว่า “ท่านพราหมณ์ ท่านได้ประกอบกุศลอะไรบ้าง” “ทำสิขอรับพระคุณเจ้า กระผมทำทานทุกเดือนเลยขอรับ” “ดีแล้ว ท่านพราหมณ์ได้ให้ทานแก่ผู้ใด” “นักบวชนิครนถ์ขอรับพระคุณเจ้า” “การทำทานของท่าน หวังอานิสงส์อย่างไร” “กระผมหวังได้อุบัติในพรหมโลกขอรับพระคุณเจ้า” “แต่การทำทานแก่นิครนถ์ใช่หนทางที่จะพาท่านไปสู่พรหมโลกหรือ” “อาจารย์ของกระผมสอนมาอย่างนี้ขอรับ” “อาจารย์ของท่านพราหมณ์ไม่รู้หนทางที่จะไปสู่พรหมโลกหรอก พระศาสดาของเราทรงรู้ และเราจะพาท่านไปพบพระองค์” พระสารีบุตรได้พาญาติไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระสารีบุตรได้ทูลเรื่องราวทั้งหมดถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า และทูลขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงหนทางที่นำไปสู่พรหมโลกแก่ญาติของตน พระบรมศาสดาตรัสขึ้นว่า “ท่านทราบมาดังนี้หรือท่านพราหมณ์” “ใช่แล้วขอรับพระสมณโคดมผู้เจริญ” “การจ้องมองจริยวัตรอันดีงามแห่งสาวกของเราแล้วเกิดปีติเพียงชั่วครู่เดียว หรือการตักข้าวเพียงหนึ่งทัพพีให้แก่สาวกของเรามีอานิสงส์มากกว่าทานที่ท่านพราหมณ์ทำเสียอีก”   ที่มา : อรรถกถา ธรรมบท เรื่องพราหมณ์ผู้เป็นลุงของพระสารีบุตรเถระ ภาพ : https://pixabay.com บทความน่าสนใจ พระสารีบุตร พระอรหันต์ผู้ […]

ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ควงกรณ์มอบทุนการศึกษาและไหว้พระ-ทำบุญที่เชียงใหม่

ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ควงกรณ์มอบทุนการศึกษาและไหว้พระ-ทำบุญที่เชียงใหม่ นักแสดงสาว ริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น พร้อมกับกรณ์ ณรงค์เดช แฟนหนุ่มพากันไปมอบทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมเลี้ยงอาหารเช้าแก่นักเรียนที่มีผลการเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จังหวัดเชียงใหม่   https://www.instagram.com/p/B2Y9S9ED5jj/   ริต้าโพสต์ข้อความพร้อมรูปถ่ายลงในอินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาว่า “วันนี้ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ ริต้ากับพี่กรณ์มอบทุนการศึกษา ข้าวสารอาหารแห้ง และร่วมเลี้ยงอาหารเช้าให้กับนักเรียนเรียนดีที่เชียงใหม่เจ้า ขอขอบคุณโรงแรมเชียงใหม่ออคิดที่เอื้อเฟื้อสถานที่ เเละพี่หมูหวานที่เป็นธุระประสานงานให้ค่ะ”      ซีเคร็ตขออนุโมทนาบุญกับการทำบุญของคุณริต้ากับคุณกรณ์ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ นอกจากคู่รักคนดังคู่นี้จะสร้างบุญด้วยการมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับน้อง ๆ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แล้ว ยังไหว้พระ-ทำบุญที่วัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย เช่น วัดสิงห์วรมหาวิหาร     นับว่าเป็นทริปบุญโดยแท้ เพราะมีบรรดาเพื่อนและผู้ใหญ่ในวงการบันเทิง เช่น ผู้จัดละครชื่อดังอย่างคุณหน่อง คุณไก่ คุณใหม่ และคนอื่น ๆ ร่วมทริปบุญครั้งนี้ไปด้วย สาธุค่ะ โดยคุณริต้าโพสต์ข้อความในอินสตาแกรมอีกว่า “ขอบคุณพี่หน่อง พี่ไก่  และพี่ใหม่ ที่เป็นสะพานบุญให้ริต้านะคะ […]

เพราะความฝันได้นำพาฉันมาจนถึงจุดนี้ : พญ. สาธิตา สีพาชา

เพราะความฝันได้นำพาฉันมาจนถึงจุดนี้ : พญ. สาธิตา สีพาชา หลังจากมีการแชร์เรื่องราวของแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่ได้รับพระราชทานชั้นสายสะพาน (ปม.) ไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา เธอได้เล่าเส้นทางชีวิตเธอซึ่งไม่ธรรมดาเลยกว่าเธอจะได้เป็นคุณหมอตามความฝันของเธอในวัยเด็ก เชื่อว่าเส้นทางชีวิตของ พญ. สาธิตา สีพาชา จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจได้ดีเลยทีเดียว เธอมีชีวิตที่ลำบากมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นครอบครัวชาวนา สิ่งที่ประทับใจในวัยเด็กคือสามารถสอบชิงทุนการศึกษาได้ 200 บาท ในระหว่างเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษา พอเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องปั่นจักรยานไปเรียน ซึ่งโรงเรียนห่างจากบ้าน 24 กม.จนเพื่อน ๆ เรียกเธอว่า “วัลลี” เธอเป็นเด็กเรียนดี คุณครูจึงพาไปสอบเข้าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนสาธิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเธอสอบได้ที่ 34 จาก 60 คน แต่ฝันสลายเมื่อคุณพ่อไม่มีเงินส่งเธอเรียน เพราะไหนจะค่าหอพัก ค่าชมรมผู้ปกครองแรกเข้า 10,000 บาท สุดท้ายเธอสอบติดที่โรงเรียนโกสุมวิทยาสรรค์ เธอไม่มีโอกาสเรียนพิเศษเหมือนเพื่อน ๆ เพราะช่วงปิดเทอมช่วยคุณน้าขายก๋วยเตี๋ยวที่กรุงเทพฯ ทำให้มีเงินถึง 1,100 บาท  […]

บรรลุธรรมทั้งครอบครัว เรื่องเล่าจากพระเชตวัน

บรรลุธรรมทั้งครอบครัว เรื่องเล่าจาก พระเชตวัน ครั้งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ณ พระเชตวัน ในกรุงสาวัตถี  มีอุบาสกคนหนึ่งทราบถึงคุณอันประเสริฐของพระสมณโคดมจึงเข้าไปฟังธรรม เพราะอยากทราบว่าจะเป็นจริงตามที่ล่ำลือกันหรือไม่ หลังจากเขาได้ฟังธรรมก็เกิดอยากบวชเป็นพระภิกษุในสำนักของพระพุทธเจ้า เมื่อกลับมาถึงเรือนจึงบอกกับภรรยาว่าตนจะบวช เมื่อภรรยาสาวได้ยินก็ขอร้องว่า “ตอนนี้น้องกำลังท้อง ขอให้พี่อยู่กับน้องจนกว่าลูกโตได้ไหม” อุบาสกยอมอยู่กับภรรยาสาวจนกระทั่งลูกชายเดินได้ จากนั้นเขาอำลาภรรยาแล้วเดินทางไปสู่พระเชตวัน เมื่ออุบาสกผู้นี้ได้บวชเป็นพระภิกษุแล้วก็มุ่งมั่นปฏิบัติกรรมฐานตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงสอน จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ เมื่อเขาได้เห็นคุณแห่งการเป็นพระอริยบุคคล จะทำให้ผู้นั้นไม่ห่างไกลจากพระนิพพานอย่างแน่นอน จึงอยากให้ภรรยาและลูกชายได้พ้นทุกข์ด้วย จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเรือนที่ตนจากมา     พระอรหันต์ได้แสดงธรรมโปรดลูกชาย ลูกชายก็อยากบวชขอมารดาออกบวชตามอย่างบิดา เมื่อได้บวชเป็นพระภิกษุ และศึกษาธรรมอย่างมุ่นมั่นไม่นานนักก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ฝ่ายมารดาที่ยังอยู่ทางโลกเมื่อทราบว่าพระลูกชายสำเร็จมรรคผล นางจึงตัดสินใจสละเรือนออกบวชในสำนักของภิกษุณี ซึ่งไม่นานนางก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์เช่นกัน เรื่องนี้ทราบไปทั่วในพระเชตวัน ทำให้เหล่าพระภิกษุสนทนาถึงเรื่องของครอบครัวที่บรรลุเป็นพระอรหันต์กันทั้งบ้าน พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จผ่านมาก็ทรงถามว่าพวกเธอสนทนากันด้วยเรื่องอะไรกัน ภิกษุทั้งหลายจึงตอบว่า กำลังสรรเสริญครอบครัวหนึ่งที่บิดา มารดา และบุตรชายได้เข้ามาบวชในสำนักของพระองค์และสำเร็จเป็นพระอรหันต์กันทั้งหมด พระพุทธองค์จึงตรัสขึ้นว่า  “ภิกษุทั้งหลาย เป็นธรรมดาว่าบัณฑิตไม่พึงปรารถนาความสำเร็จเพราะเหตุแห่งตน (และ) ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จเพราะเหตุแห่งคนอื่น แต่พึงเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม มีธรรมเป็นที่พึ่งโดยแท้”   ที่มา : อรรถกถา ธรรมบท เรื่อง เรื่องพระเถระผู้ตั้งอยู่ในธรรม ภาพ : https://pixabay.com […]

keyboard_arrow_up