ผ่าตัดกระเพาะ รักษาโรคอ้วน ทำได้จริงหรือไม่

ผ่าตัดกระเพาะ รักษาโรคอ้วน ทำได้จริงหรือไม่ คนอ้วนควรทำไหม ผ่าตัดกระเพาะ รักษาโรคอ้วน ทำได้จริงหรือไม่ คุณหมอตอบเลยว่า “จริง” คนไข้โรคอ้วนที่มาผ่าตัดจะมีโอกาสมากที่สุดที่จะลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ผศ.นพ.ปรีดา สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายไว้ว่า จุดมุ่งหมายแท้จริงของการผ่าตัดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วนคือ การรักษาคนที่เป็นโรคอ้วนที่ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบากและอาจมีโรคแทรกซ้อนหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวานโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งหลาย ๆ รูปแบบ โรคตับ มีบุตรยาก และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งนอกจากการผ่าตัดจะช่วยควบคุมโรคแทรกซ้อนจากโรคอ้วนแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักในระยะยาวได้ผลดีที่สุด การผ่าตัดกระเพาะนั้น จุดมุ่งหมายหลักไม่ได้ทำเพื่อความสวยงาม แต่ทำเพื่อสุขภาพกายและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไปไหนมาไหนสะดวกขึ้น ออกกำลังกายได้ ลดการเจ็บป่วยจากน้ำหนักที่มากเกินไปและโรคแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยที่เข้าข่ายจะได้ประโยชน์จากการผ่าตัด ได้แก่ ต้องเป็นโรคอ้วน คำนวณจากดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 32.5 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป หากไม่เป็นโรคอ้วน ผ่าตัดแล้วจะได้ผลไม่คุ้มกับความเสี่ยง พยายามใช้วิธีการอื่นมาก่อนแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ปาฏิหาริย์เรื่องการลดน้ำหนักด้วยตัวเองมีให้ประจักษ์อยู่เนื่อง ๆ แต่หากพยายามเองแล้วไม่สำเร็จอาจต้องใช้การผ่าตัดเป็นเครื่องช่วย คนไข้ต้องมีความเข้าใจการปฏิบัติตัวก่อน […]

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 2)

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 2) โบท็อกซ์ลดริ้วรอย ยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนลังเลและกลัวอันตราย บ้างมีความคิดว่ายังไงก็จะไม่ฉีดสารชนิดนี้ในชีวิตนี้แน่นอน วันนี้เราจะมาสรุปเกี่ยวกับสารยอดฮิตชนิดนี้กัน ผลการรักษาและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น หากเป็นการรักษาริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลการรักษาภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยจะพบว่ากล้ามเนื้อจะค่อยๆ คลายตัวออก ริ้วรอยจะหายไป ผู้ที่เข้ารับการรักษาสามารถไปทำงานต่อได้เลย ไม่ต้องพักฟื้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสารชนิดนี้ไม่คงทนถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 4-6 เดือน เพื่อให้คงสภาพผลของการรักษา สำหรับผลข้างเคียงของการรักษาด้วยสารโบทูลินุ่มท๊อกซินนั้นมีน้อยมาก หากเลือกชนิดของสารที่เหมาะสมและฉีดถูกต้องตามหลักการ อาจมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยและพบเป็นจุดจ้ำเลือดออกขนาดเล็กบริเวณที่ฉีด ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอันตรายของสารโบทูลินุ่มท๊อกซิน มีหลายท่านเข้าใจว่าสารโบทูลินุ่มท๊อกซินเป็นสารอันตราย กังวลว่าจะตกค้าง แต่ในความเป็นจริงแล้วสารโบทูลินุ่มท๊อกซินไม่ตกค้างในร่างกาย ภายหลังฉีดประมาณ 2 ชั่วโมงยาจะถูกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อและเริ่มออกฤทธิ์ ซึ่งฤทธิ์จะหมดไปภายใน 4-6 เดือน ดังนั้นจึงไม่มีทางเกิดเป็นก้อนในระยะยาวแน่นอน ที่สำคัญทางองค์การอาหารและยาทั้งสหรัฐอเมริกาและไทยได้รับรองถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระยะยาวแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าไม่อันตราย หากใช้ฉีดตามข้อบ่งชี้และฉีดถูกต้องตามหลักการ บางท่านสับสนกับการฉีดสารกลุ่มซิลิโคนที่เคยเป็นที่นิยมใช้เสริมความงามในสมัยก่อน หากเป็นสารกลุ่มซิลิโคนจริงจะถือว่าอันตราย เนื่องจากจะทำให้เกิดก้อนใต้ผิวหนังในอนาคตได้ ดังนั้นทางองค์การอาหารและยาจึงไม่รับรองถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของสารกลุ่มซิลิโคน การฉีดสารโบทูลินุ่มท๊อกซินเพื่อความงาม…เหมาะสมและไม่เหมาะสมกับใคร การฉีดสารโบทูลินุ่มท๊อกซินจะเหมาะสมกับผู้ที่มีริ้วรอยที่เกิดจากการขยับโดยเฉพาะรอยที่บริเวณ ใบหน้าส่วนบน เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยหางตา ผู้ที่มีกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่เกิน จนทำให้ใบหน้าดูใหญ่ รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาเหงื่อออกมาก […]

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ (ตอนที่ 1)

โบท็อกซ์ลดริ้วรอย เติมความสวยแบบไม่อันตราย ดีจริงหรือ โบท็อกซ์ลดริ้วรอย หลายๆ ท่านคงจะเคยได้ยินชื่อกันมาแล้ว บางคนอาจเคยได้รับการรักษาด้วยสารชนิดนี้มาก่อน ในขณะที่บางท่านอาจจะอยากรักษาแต่ลังเลและกลัวอันตราย หรือมีความคิดว่ายังไงก็จะไม่ฉีดสารชนิดนี้ในชีวิตนี้แน่นอน วันนี้เรามีข้อมูลจาก ผศ. นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยผิวหนังและเลเซอร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาบอก สารชนิดนี้มีชื่อสามัญทางการแพทย์ว่า โบทูลินุ่มท๊อกซิน ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดมีโบทูลินุ่มท๊อกซินหลายยี่ห้อ โบท๊อกซ์ก็เป็นหนึ่งในยี่ห้อเหล่านั้น สารชนิดนี้ได้ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว และถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 โดยนำมาใช้ครั้งแรกเพื่อรักษาเด็กที่มีอาการตาเขจากกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติ และในภายหลังได้นำมาใช้กันอย่างกว้างขวางสำหรับโรคหรือภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป ออกฤทธิ์อย่างไร สารชนิดนี้จะออกฤทธิ์โดยลดการหลั่งสารที่มีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ผลที่ได้คือกล้ามเนื้อจะคลายตัวออก เนื่องจากสารชนิดนี้จะจับอยู่กับโปรตีน จึงมีโอกาสที่ร่างกายจะดื้อต่อสารชนิดนี้ได้ในอนาคตหากเลือกใช้สารที่มีโปรตีนโมเลกุลใหญ่ โรคหรือภาวะที่สามารถใช้สารโบทูลินุ่มท๊อกซินในการรักษาได้ โรคและความผิดปกติที่สามารถรักษาได้ด้วยโบทูลินุ่มท๊อกซิน เช่น โรคความผิดปกติของกล้ามเนื้อตาหรือตาเข โรคตากระตุก โรคกล้ามเนื้อเกร็งกระตุกจากตัวกล้ามเนื้อเองหรือจากความผิดปกติของสมอง ภาวะปวดศีรษะจากไมเกรน ความผิดปกติของกล้ามเนื้อทางเดินปัสสาวะและทางเดินอาหาร สำหรับผิวหนังสามารถนำมาใช้รักษาในผู้ที่มีเหงื่อออกมาก และใช้เพื่อลดริ้วรอยเสริมความงามได้ โบทูลินุ่มท๊อกซินกับความงาม โบทูลินุ่มท๊อกซิน ได้ถูกค้นพบโดยบังเอิญว่าสามารถลดริ้วรอยบนใบหน้าได้โดยสังเกตจากการรักษาผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อตากระตุกแล้วพบว่าริ้วรอยบริเวณหางตาหายไปด้วย จึงทำให้มีการนำสารโบทูลินุ่มท๊อกซินมาใช้กับปัญหาความงามโดยเฉพาะปัญหาริ้วรอย ซึ่งรอยย่นที่ใช้แล้วได้ผล ได้แก่ รอยย่นที่เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยบริเวณหางตา […]

โรคคันหนังศีรษะและรังแค ไม่อยากเกาให้บุคลิกภาพ คุณหมอมีทางออก

โรคคันหนังศีรษะและรังแค ถ้าไม่อยากเกาให้บุคลิกภาพ คุณหมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดีมีทางออก โรคคันหนังศีรษะและรังแค เป็นอาการที่พบได้บ่อย คําว่า รังแคคือสะเก็ดสีขาวบนหนังศีรษะเกิดจากเซลล์ชั้นบนสุดของหนังศีรษะลอกตัวหลุดออก ตามปกติแล้วเซลล์หนังศีรษะของคนเรา ซึ่งเกิดใหม่จะค่อยๆ เลื่อนจากใต้ผิวหนังขึ้นมาจนถึงผิวชั้นบนสุด และหลุดออกไปในเวลาประมาณ 28 วัน โดยเซลล์ที่หลุดออกจะเป็นชิ้นเล็กๆ ที่ตาเปล่ามองไม่เห็นแต่ถ้ามีสาเหตุใดก็ตามที่ทําให้วงจรนี้ถูกเร่งให้เร็วขึ้น เช่น จาก 28 วัน เหลือแค่ 7-21 วัน โดยเซลล์ที่หลุดออกแทนที่จะเป็นชิ้นเล็ก กลับมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นขุยสีขาวหรือเทา และมองเห็นได้ชัด แถมมีอาการคันศีรษะร่วมด้วย แสดงว่ามีรังแคเกิดขึ้น รังแคเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ถือได้ว่ารังแคเป็นโรคของหนังศีรษะชนิดเรื้อรังที่มีลักษณะเฉพาะตัว บางคนอาจมีรังแคมาก บางคนอาจมีรังแคน้อย หรือไม่มีเลยก็ได้ หนังศีรษะที่มีรังแคจะคันและมีกลิ่นเหม็น รังแคเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย รังแคมีทั้งชนิดผมมันและชนิดผมแห้ง อาจตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยการก้มศีรษะลง วางกระดาษดําหรือผ้าสีเข้มๆ ไว้ตรงหน้า แล้วหวีเอาฝุ่นผงต่างๆ จากเส้นผมออก ดูว่าฝุ่นผงที่หลุดมาจากเส้นผมมีลักษณะอย่างไร ถ้าเป็นผงเล็กๆเหมือนแป้ง แสดงว่าเป็นปัญหารังแคผมแห้ง แต่ถ้าฝุ่นผงที่หลุดออกมามีลักษณะชิ้นใหญ่ เป็นก้อนและชื้น แสดงว่าเป็นปัญหารังแคผมมัน รังแคเกิดจากหลายสาเหตุ อาจเกิดจากโรคของหนังศีรษะบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ การสระผมด้วยแชมพูที่กระด้างบ่อยเกินไป ภาวะโภชนาการไม่ดี ความเครียด […]

ทำไมต้องฉีดวัคซีนโควิด-19

ทำไมต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 เรามีคำตอบดีๆ ที่จะทำให้คุณรีบไปฉีดก่อนสายเกินแก้ ทำไมต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 คงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ยิ่งมีกระแสความกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีนยังคงพบเห็นได้ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งข่าวจริงและเท็จ ซึ่งเรามี 5 เหตุผลมาบอกว่า ทำไมถึงต้องฉีด 1. การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิด-19 วัคซีนทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำลังได้รับการประเมินอย่างรอบคอบในการทดลองทางคลินิก และจะได้รับอนุญาตหรือได้รับการอนุมัติ ก็ต่อเมื่อมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ในระดับที่กำหนดไว้ จากข้อมูลที่เราทราบเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ และข้อมูลเบื้องต้นจากการทดลองทางคลินิก ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การได้รับวัคซีนโควิด-19 นอกจากช่วยลดอัตราการติดเชื้อแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หากติดเชื้อโควิด-19 และคุณมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย นั่นอาจช่วยปกป้องคนรอบข้างของคุณจากการติดเชื้อได้เช่นกัน 2. ช่วยลดผลกระทบการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ เมื่อคุณได้รับวัคซีนครบแล้วคุณสามารถเริ่มทำอะไรได้มากขึ้น หลังจากที่คุณได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบทั้งสองโดสแล้ว คุณอาจเริ่มทำกิจกรรมบางอย่างที่หยุดทำไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค เช่น สามารถรวมตัวกับคนที่ได้รับวัคซีนครบแล้วเช่นกัน การออกไปดำเนินการกิจการที่ต้องให้บริการผู้อื่น และออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนการระบาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทั่วโลกอยู่ระหว่างการศึกษาว่า วัคซีนจะส่งผลต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างไร จนกว่าเราจะทราบข้อมูลเพิ่มเติม ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 อย่างครบถ้วนควรระมัดระวังการออกไปในที่สาธารณะเช่น สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงฝูงชนและพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และล้างมือบ่อยๆ 3. การฉีดวัคซีนเป็นวิธีสร้างภูมิคุ้มกันอย่างปลอดภัย […]

ปัญหาผิวในผู้สูงวัย ผิวคัน แห้ง ลอก แก้ได้ไม่ยาก

ปัญหาผิวในผู้สูงวัย ผิวคัน แห้ง ลอก จบได้ด้วย อากงอาม่า ครีมอาบน้ำ ที่ใช้ได้ทั้ง ล้างหน้า อาบน้ำ และสระผม ปัญหาผิวในผู้สูงวัย มีอะไรบ้าง พญ.สาริษฐา สมทรัพย์ กุมารแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามระดับInterUniversityDiploma มีคำตอบ “ในช่วงอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป จะเกิดกระบวนการไกลเคชั่น(Glycation) คือเกิดพยาธิสภาพที่ส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวหนังเสื่อมลง ความยืดหยุ่นผิวลดลง ผิวจึงเหี่ยวย่น” เป็นเหตุให้มีปัญหาผิวตามมา สาเหตุของการเกิดปัญหา -น้ำในผิวลดลง การทำงานของต่อมไขมันเสื่อม ผลิตไขมันได้ลดลง -ผิวบางลง ผิวแห้ง ส่งผลให้เกิดอาการคัน ลอก -ภูมิต้านทานของผิวลดลง ทั้งต่อแสงแดด ลมฟ้าอากาศ บอบบาง แพ้ง่ายขึ้น จะเกิดอะไรถ้าปล่อยทิ้งไว้… -ถ้าเกาจนเป็นแผลจะมีโอกาสติดเชื้อโรคง่าย ทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส -ผิวหนังแห้งเป็นขุย เป็นสะเก็ด -รบกวนการใช้ชีวิต การนอนหลับ เสียบุคลิกภาพ ดูแลผิวผู้สูงวัย ป้องกันภาวะผิวคัน แห้ง ลอก และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดผิวแห้ง โดย เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะสม […]

วิธีใช้หน้ากากอนามัย ที่ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี ลดการแพร่เชื้อ

วิธีใช้หน้ากากอนามัย ที่ใช้แล้วต้องทิ้งอย่างถูกวิธี ลดการแพร่เชื้อ วิธีใช้หน้ากากอนามัย หลังจากที่ใช้แล้ว ควรทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อลดการแพร่เชื้อ โดยล่าสุด ขยะติดเชื้อโควิด โดยเฉพาะกทม. พุ่งสูง วันละเกือบ 13 ตัน ทาง กทม. จึงแนะนำแยกทิ้ง ให้ถูกวิธี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงปริมาณมูลฝอยติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงขยะหน้ากากอนามัยที่เก็บขนและกำจัดจากสถานพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และสถานที่สำหรับผู้กักตัว เฉลี่ย วันละ 11.48 ตัน แต่ในช่วงการระบาดระลอกใหม่ นับตั้งแต่ 1 เมษายน ปริมาณขยะได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 12.92 ตัน ทั้งนี้จึงได้จัดเตรียมถังรองรับหน้ากากอนามัยเป็นการเฉพาะ (สีส้ม) พร้อมถุงขยะสีแดงสำหรับใส่หน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะประมาณ 1,000 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการทิ้งขยะหน้ากากอนามัย กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมจากครัวเรือนทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกวิธี โดย 1. พับครึ่งหน้ากากอนามัย โดยให้ด้านที่สัมผัสร่างกายอยู่ด้านใน 2. พับครึ่งอีกครั้งให้สายคล้องอยู่ด้านเดียวกัน 3. ม้วนทบหน้ากากอนามัย ใช้สายคล้องรัดให้แน่น 4. แยกทิ้งไม่ปะปันกับมูลฝอยในครัวเรือน 5. […]

ป่วยโรคไต ไม่ใช่แค่เลี่ยงเค็ม ยังมีอีกหลายแร่ธาตุที่ควรหลีก

ป่วยโรคไต ใครบอกว่า ให้ลดแค่กินเค็ม เพราะนอกจากความเค็มที่ควรเลี่ยงแล้ว ก็ยังมีแร่ธาตุบางชนิดที่ควรเลี่ยงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีน ซึ่งแต่ละอย่างก็ส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป โพแทสเซียม เมื่อร่างกายไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ และมีสะสมเป็นจำนวนมากจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนล้า หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจหยุดเต้นจนเสียชีวิตได้ โดยผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงคือ เห็ดฟาง มะเขือเทศ คะน้า บรอกโคลี มะละกอสุก เป็นต้น ฟอสฟอรัส แร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับแคลเซียม และเมื่อสะสมในเลือดสูง ร่างกายจะนำแคลเซียมในกระดูกมาจับฟอสฟอรัส ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน และอาจทำให้ผนังหลอดเลือดแดงอุดตันได้ ผักและผลไม้ที่อุดมด้วยฟอสฟอรัสคือ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่แดง ถั่ว ช็อคโกแลต และเบียร์ เป็นต้น ฟอสฟอรัส เมื่อเกิดภาวะไตเสื่อม จะทำให้เกิดของเสียที่มาจากโปรตีนสะสมตามอวัยวะต่างๆ จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคไตงดอาหารโปรตีนสูง ได้แก่เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เป็นต้น เราจะเห็นว่าแร่ธาตุเหล่านี้มีอยู่ในผักผลไม้รอบๆ ตัวทั้งนั้นเลย ทำให้ผู้ป่วยโรคไตอาจจะต้องเลือกทานอาหารอย่างระมัดระวังนะคะ และหากมีอาการบวมน้ำก็ควรจำกัดปริมาณในการดื่มน้ำต่อวันประมาณ 3-4 แก้ว ข้อมูลจาก โรงพยาบาลธนบุรี บทความอื่นที่น่าสนใจ 7 WONDER […]

ข้อเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 ที่ควรรู้ ก่อนสายเกิน

ข้อเท็จเกี่ยวกับโควิด-19 ที่เราควรรู้มีอะไรบ้าง เรามีข้อมูลดีๆ จาก ผศ. นพ.กำธร มาลาธรรม และ รศ. พญ.สิริอร วัชรานานันท์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาเล่าสู่กันฟัง COVID-19 มีวัคซีนป้องกันหรือไม่ ขณะนี้มีการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสโคโรนาหรือ COVID-19 ในประเทศ อิสราเอล เยอรมนี อเมริกา และจีน แต่อยู่ในกระบวนการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาในการทดลองและวิจัยหลายขั้นตอนเพื่อศึกษาผลลัพธ์และผลข้างเคียงของวัคซีน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาขั้นต่ำนานถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้นในการทดลอง COVID-19 อยู่ในน้ำได้หรือไม่ ถ้าเป็นสระว่ายน้ำที่ได้มาตรฐาน มีการใส่คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อ โอกาสที่เชื้อไวรัสจะอยู่ในน้ำนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีรายงานการติดเชื้อจากการว่ายน้ำในสระ หรือแหล่งน้ำอื่น แต่ควรหลีกเลี่ยงสระว่ายน้ำที่มีผู้คนแออัดเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ยุงเป็นพาหะนำโรคหรือไม่ ยุงไม่สามารถเป็นพาหะของ COVID-19 ได้โรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ ส่วนใหญ่จะเป็นไวรัสที่สามารถเจริญเติบโตหรือเพิ่มจำนวนในยุง และมีชีวิตอยู่ในยุงได้ เช่น ไข้เลือดออก ไข้ชิคุนกุนยา และไข้ซิกา ในช่วงกักตัวสามารถให้นมลูกได้หรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าแม่ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือ COVID-19 จะมีเชื้อไวรัสในน้ำนมหรือไม่ ซึ่งความเสี่ยงที่ลูกจะติดเชื้อจากแม่นั้นไม่ได้มาจากน้ำนมโดยตรง แต่มาจากการสัมผัสและใกล้ชิดลูก […]

โรคหัวใจในวัยรุ่น เกิดขึ้นได้ จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต

โรคหัวใจในวัยรุ่น ปัจจุบันนี้ พบได้มากขึ้น โดยโรคหัวใจที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเยอะที่สุดทั่วโลกคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตัน ซึ่งพบได้มากในผู้สูงอายุ ตามมาด้วยโรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคกล้ามเนื้อหัวใจ แม้ในอดีตโรคหัวใจจะเป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าคนที่อายุยังน้อยหรือวัยรุ่นก็มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้มากเช่นกัน ข้อมูลจาก รศ. นพ.ทศพล ลิ้มพิจารณ์กิจ สาขาวิชาโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า สาเหตุของโรคหัวใจในคนอายุน้อย โรคหัวใจนั้นมีปัจจัยเลี่ยงหลายอย่าง แต่คนอายุน้อยมักจะเป็นโรคหัวใจที่เกิดจากความผิดปกติที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่พบมากที่สุดก็คือการสูบบุหรี่ บางคนอายุแค่ 30 – 35 ปี ก็เป็นโรคหัวใจแล้ว หรือแม้แต่คนที่ร่างกายแข็งแรง เป็นนักกีฬาก็มีความเสี่ยงในการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติได้ โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่ใช้ร่างกายหนัก ๆ ควรจะต้องตรวจเช็กสุขภาพหัวใจก่อนทุกครั้งเพื่อดูว่าสามารถเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่หักโหมได้หรือไม่ อาการของโรคหัวใจ อาการเหนื่อยง่าย เบื้องต้นสามารถสังเกตอาการตัวเองได้จากพฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยทำได้ เช่น จากที่เคยขึ้นบันไดได้สองสามชั้นแบบสบาย ๆ ตอนนี้ขึ้นแค่ชั้นเดียวก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว แสดงว่าร่างกายของคุณเริ่มผิดปกติแนะนำให้รีบไปเช็กด่วน เพราะนอกจากโรคหัวใจแล้วยังมีโรคอื่น ๆ ที่มีอาการคล้ายกันอีกด้วย อาการเจ็บแน่นหน้าอก โดยเฉพาะเวลาที่ออกแรงมักจะเจ็บบริเวณหน้าอกด้านซ้าย หายใจไม่ออก อึดอัดเหมือนมีของหนักมาทับที่หน้าอก บ่งบอกว่าอาจจะเป็นสัญญาณของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ อาการหน้ามืด เป็นลม […]

ตั้งครรภ์วัย 40 ต้องดูแลร่างกายอย่างไรบ้าง ให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

ตั้งครรภ์วัย 40 ต้องดูแลร่างกายอย่างไรบ้าง เพราะเราเคยได้ยินกันมาว่า ควรมีลูกก่อนอายุ 30 ปี เนื่องจากร่างกายจะยังสมบูรณ์สมบูรณ์แข็งแรง แล้วในวัย 40+ การตั้งครรภ์จะปลอดภัยไหม มีอะไรต้องใส่ใจเป็นพิเศษบ้าง อ. นพ.วีรภัทร  สมชิต สาขาวิชาเวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด ภาควิชาสูติ-นรีเวชวิทยา และอ. พญ.ชนัญญา ตันติธรรม สาขาวิชาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีข้อมูลดีๆ ดังนี้ ช่วงอายุที่เหมาะสมจะมีลูก ตามหลักทางการแพทย์แล้วอายุของผู้หญิงที่เหมาะสมจะมีลูกอยู่ในช่วง 20-35 ปี เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายแข็งแรงเหมาะสำหรับการมีลูก แต่ถ้าผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จะจัดอยู่ในกลุ่มของผู้หญิงที่มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ สามารถทำให้อายุของผู้หญิงที่มาฝากครรภ์หรือมีลูกนั้น มีตัวเลขที่สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายหากตั้งครรภ์ในวัย 40+ ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายของคุณแม่ตั้งครรภ์ในวัย 40+ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ สุขภาพของคุณแม่และความแข็งแรงของทารกในครรภ์ เนื่องจากพออายุมากขึ้น โอกาสและความเสี่ยงที่จะเป็นโรคก็มากขึ้นตามไปด้วย เช่น โรคความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยในคนวัย 40+ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายตามมา […]

รักษาเริม วิธีไหนปลอดภัยและหายไวที่สุด

รักษาเริม ต้องใช้ยาอะไร และควรดูแลร่างกายแบบไหนดี เรามีคำตอบดีๆ จาก พญ. กัญญวิสาข์ ตั้งกิจวณิชย์เจริญ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต มาบอก โรคเริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes simplex มีอาการเป็นผื่นตุ่มน้ำที่ริมฝีปาก หรืออวัยวะเพศ การรักษาที่หายไวที่สุดคือ การรับประทานยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีอาการ โรคเริมเกิดจากอะไร โรคเริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Herpes simplex (HSV) จากการสัมผัสรอยโรค หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยโรคเริมรายอื่น อาการของโรคเริม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการในวันแรกๆหลังจากได้รับเชื้อครั้งแรก ในผู้ป่วยบางส่วนจะมีอาการหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-12 วัน โดยจะพบมีตุ่มน้ำบริเวณผิวหนังที่ริมฝีปาก บริเวณอวัยวะเพศ หรือผิวหนังบริเวณอื่นที่สัมผัสเชื้อ ในบางราย อาจจะมีอาการไข้ ปวดตามตัว ปวดศีรษะ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโตร่วมร่วมด้วย ลักษณะตุ่มน้ำใสที่พบจะเรียงตัวเป็นกลุ่ม หลังจากนั้นจะแตกออกเป็นแผลตื้นๆ มีอาการเจ็บและ ปวดแสบปวดร้อนบริเวณแผล แผลจะค่อยๆ แห้ง ตกสะเก็ดและหายในระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้นกันบกพร่อง อาจมีการติดเชื้อไวรัสในอวัยวะอื่นๆ ได้ เช่น การติดเชื้อบริเวณตา การติดเชื้อในระบบประสาท การติดเชื้อที่ตับ […]

โรคเกี่ยวกับลำไส้ สุดฮิต ที่มาพร้อมหน้าร้อน

โรคเกี่ยวกับลำไส้ ที่มาพร้อมหน้าร้อน มีโรคอะไรบ้าง อากาศแบบนี้เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคอย่างมาก โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย จึงส่งผลให้ซัมเมอร์นี้ เราต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้ชีวิตกันมากขึ้นแล้ว นั่นก็เพราะมีโรคที่มักจะแอบแฝงมากับหน้าร้อนนั่นเอง โรคบิด (Dysentery) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบา ซึ่งสามารถติดต่อได้ผ่านการรับประทานอาหาร ผักดิบ รวมถึงน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคด้วย หากติดเชื้อก็มักจะมีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่ง ถ่ายอุจจาระบ่อย และอาจทำให้อุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือดได้อีกด้วย โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute Diarrhea) เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปโตซัว พยาธิ ผู้ป่วยจะถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำหรือเป็นมูกปนเลือด ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วร่างกายจะสูญเสีย น้ำและเกลือแร่ อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะช็อก หมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ อหิวาตกโรค (Cholera) เกิดจากเชื้ออหิวาตกโรค ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อจากอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ ซึ่งหากติดเชื้อโรคนี้จะทำให้เราถ่ายอุจจาระเป็นน้ำคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว เช่น กระหายน้ำ อ่อนเพลีย ปัสสาวะน้อย ชีพจรเต้นเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะช็อก หมดสติจากการเสียน้ำ และในบางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน บทความอื่นที่น่าสนใจ เทคนิค 7 ข้อทำได้ง่าย สุขภาพดีช่วยให้อายุยืน […]

ผิวหนังอักเสบ อาการที่ไม่น่ากลัว แต่ต้องดูแลร่างกายอย่างไรดี

ผิวหนังอักเสบ เป็นภาวะที่เจอกันบ่อยมาก แต่เพราะเป็นไม่นานก็หาย หลายคนจึงไม่ให้ความสำคัญ แต่รู้ไหมว่า อาการดังกล่าวถึงจะอยู่กับผิวพรรณเพียงไม่นาน แต่ก็สร้างรอยไว้ได้นาน วันนี้ เรามีข้อมูลจาก โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 เกี่ยวกับภาวะผิวหนังอักเสบมาบอกต่อ ทางการแพทย์เรียกอาการผิวหนังอักเสบว่า eczema dermattis คือ การอักเสบของผิวหนังนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วลักษณะผื่นจะเป็นผื่นแดง เป็นขุย คัน (คันมากหรือน้อยแล้วแต่บุคคล) บางคนจะมีแค่ผื่นอย่างเดียวก็ได้ ผื่น จะมี 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เฉียบพลัน : ผื่นแดงจะบวมและเป็นตุ่มน้ำ บางครั้งเป็นมากๆจะมีน้ำเหลืองไหล ถ้าแห้งก็จะเป็นคราบสะเอ็ดเหลืองๆเกาะเป็นผื่น ทำให้ระยะนี้หลายคนคิดว่าเป็นโรคน้ำเหลืองไม่ดี ซึ่งจริงๆไม่เกี่ยวกับระบบน้ำเหลือง และทางการแพทย์ไม่มีโรคน้ำเหลืองไม่ดี ระยะที่ 2 กึ่งเฉียบพลัน : อาการบวมน้อยลง เริ่มมีสะเก็ดและขุยชัดขึ้น บางครั้งต้องแยกกลับเชื้อราที่ผิวหนัง (กลาก) ระยะที่ 3 เรื้อรัง : ผื่นจะหนา เป็นสีน้ำตาลหรือดำ เห็นลายของผิวหนังชัดเจน เกิดจากการเป้นผื่นซ้ำๆ หรือจากการเกา หรือกระตุ้นบริเวณผื่นบ่อยๆ ซึ่งจริงๆแล้ว ผื่นไม่จำเป็นต้องเรียงไปตาม step […]

เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ ต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อผลตรวจที่แม่นยำ

เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ กันเถอะ เพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 บวกกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย การตรวจสุขภาพก็เป็นอีกทางหนึ่งในการดูแลร่างกาย วันนี้ เรามีคำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพ จากโรงพยาบาลกรุงเทพ มาฝาก ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมง ก่อนรับการตรวจสุขภาพ หากอดนอนจะทำให้ผลการตรวจผิดปกติ โดยเฉพาะความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ อุณหภูมิของร่างกาย อาจทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีความผิดปกติจริงหรือไม่ กรุณางดอาหารและเครื่องดื่ม อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก่อนตรวจ กรุณางดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ เนื่องจากยาและแอลกอฮอล์ อาจมีผลต่อการตรวจบางอย่าง ควรแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบก่อนตรวจ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือประวัติสุขภาพอื่นๆ กรุณานำผลการตรวจหรือรายงานจากแพทย์มาด้วยเพื่อประกอบการวินิจฉัย ควรสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน สำหรับสุภาพสตรี ไม่ควรอยู่ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน 7 วัน หากมีประจำเดือนให้งดตรวจปัสสาวะ เพราะเลือดจะปนเปื้อนในปัสสาวะ มีผลต่อการแปลผลการตรวจ การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) หลีกเลี่ยงการตรวจในช่วงมีประจำเดือน ซึ่งเต้านมมีความคัดตึง ควรตรวจหลังมีประจำเดือน กรณีสงสัยว่าตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่องดตรวจเอกซเรย์ บทความอื่นที่น่าสนใจ รู้จัก หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ระเบิดเวลา ตายไม่รู้ตัว! เทคนิค 7 ข้อทำได้ง่าย สุขภาพดีช่วยให้อายุยืน ตด […]

กระลึก อาการผิดปกติของผิวหนัง ไม่อันตราย แต่ทำหมดสวยได้ไม่ยาก

กระลึก มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลอมเทา ขอบไม่ชัด ขนาดประมาณ 2–4 มม. หลายคนมักเป็นบริเวณโหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง หากเป็นมากขึ้นอาจพบบริเวณหน้าผาก และสันจมูกได้ ซึ่งเจ้ากระลึกนี้ ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อร่างกาย แต่ทำให้ผิวของคุณดูไม่สวยงามได้ บทความจาก โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก  อธิบายเกี่ยวกับ กระลึก ว่า กว่า 20% ของคนเอเชียโดยเฉพาะ ชาวญี่ปุ่น จีน ไทยมีกระชนิดหนึ่งที่มีลักษณะแตกต่างจากกระสีน้ำตาลของชาวยุโรปหรืออเมริกาทั่วไป คือ เป็นจุดเล็กๆหรือเป็นแผ่นสีน้ำตาล เทาดำขอบเขตไม่ชัดเจนลักษณะมองเห็นคล้ายๆฝ้า มักพบบริเวณโหนกแก้ม, ดั้งจมูกและบริเวณขมับ 2 ข้าง สามารถพบได้ตั้งแต่แรกเกิดหรือเพิ่งแสดงอาการให้เห็นตอนอายุมากขึ้น ระหว่าง 15-30 ปี สาเหตุของอาการ เซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติเหล่านี้มักมีอยู่แล้วในชั้นหนังแท้บริเวณนั้นตั้งแต่แรกเกิด แต่ถูกกระตุ้นโดยแสง อัลตร้าไวโอเลตหรือฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น หรือช่วงตั้งครรภ์ จึงทำให้ค่อยๆเห็นชัดขึ้นในช่วงอายุมากขึ้น การรักษากระลึก  ปัจจุบันการรักษาให้หายขาดได้นั้นสามารถทำได้โดยการใช้ทรีทเม้นต์ที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อเซลล์ เม็ดสีที่ผิดปกติเหล่านี้ และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นภายหลังการรักษา การดูแลตนเอง สำหรับผู้เป็นกระลึก ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด การรับประทานยาฮอร์โมน และทาครีมกันแดดที่สามารถ ป้องกันทั้ง UVA และUVB […]

ฝ้า ศัตรูตัวร้ายของผิว ที่มาพร้อมแดดแรงในหน้าร้อน

ฝ้า คืออะไร อะไรเป็นสาเหตุ ให้เกิดฝ้าบนผิว วันนี้เรามีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิวอย่างโรงพยาบาลผิวหนังอโศกมาบอกต่อ ซึ่งใครที่ต้องออกแดดบ่อยๆ บอกเลย ต้องอ่าน คุณรู้หรือไม่ ฝ้าเป็นความผิดปกติของเม็ดสีผิวที่พบบ่อยที่บริเวณใบหน้า มักเกิดในผู้หญิงวัยกลางคน สาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดฝ้าในปัจจุบันยังไม่ทราบ แต่พบว่ามีข้อสันนิษฐานของสาเหตุหลายอย่าง เช่น แสงแดด ร่วมกับการทำงานที่มากเกินไปของเซลล์เม็ดสีที่บริเวณผิวหนัง นอกจากนี้ พันธุกรรม และฮอร์โมนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าด้วยเช่นกัน ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดฝ้า คือ ภาวะตั้งครรภ์  ใช้ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด และการรับประทานยาบางอย่างเช่น ยากันชัก (Phenytoin) อาจทำให้ผิวไวต่อแสงทำให้เกิดฝ้าง่ายขึ้นเช่นกัน อาการ -ลักษณะของฝ้าเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อน หรือเทา มักเกิดที่บริเวณโหนกแก้ม สันจมูก หรือขมับ มีพื้นผิวเรียบ -บางคนแบ่งชนิดของฝ้าตามความลึกของการเกิดฝ้าเป็น ชนิดตื้นคือที่ชั้นหนังกำพร้า(Epidermis) และชั้นลึกคือชั้นหนังแท้(Dermis) หรือแบบผสม (Mixed type) เพื่อเป็นการเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับฝ้าแต่ละชนิดต่อไป -แสงแดด และแสง Ultraviolet เป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์เม็ดสี ยิ่งโดนแดดมากหรือเป็นเวลานานๆ ก็ยิ่งทำให้ฝ้าเข้มขึ้น ในพันธุกรรม พบได้ร้อยละ 30-50 ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นฝ้าก็จะมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดฝ้าได้มากกว่าคนปกติ -ฮอร์โมน  ไม่ว่าจะเป็นปริมาณฮอร์โมน ที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ยาเม็ดคุมกำเนิด […]

อาการเจ็บคอ แต่ไม่มีไข้ ไม่ใช่หวัด แล้วตกลงคืออะไร

อาการเจ็บคอ มักมาพร้อมกับไข้หวัด หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ซึ่งเมื่อหาย อาการเจ็บก็จะหายไปด้วย แต่ในบางคนกลับมีอาการต่อเนื่องอีกเป็นอาทิตย์ ซึ่งบางครั้ง อาการเจ็บคอนั้น ก็ไม่ได้มีมาจากแค่สาเหตุการเป็นหวัดอย่างเดียว เพราะอาการที่ว่านี้ ยังบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับร่างกายของเราได้อีกมากมาย ข้อมูลจาก ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระบุไว้ ดังนี้ อาการของการเจ็บคอ อาการของการเจ็บคอ มักจะแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ป่วย แต่จะมีอาการหลักๆ ที่คล้ายกัน ได้แก่ – รู้สึกเจ็บ แสบ หรือระคายเคืองในลำคอ และมักจะแสดงอาการมากขึ้นเวลากลืน หรือพูด – กลืนลำบาก, รู้สึกคอแห้ง, เสียงเปลี่ยน ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปหู ซึ่งอาการเจ็บคอนั้น แบ่งได้ด้วยกัน 2 ประเภท คือ 1. อาการเจ็บคอแบบเฉียบพลัน (Acute sore throat) มักมีอาการเฉียบพลันเป็นวันๆไป พร้อมกับมีอาการของระบบอื่นๆ เช่น เป็นไข้ เป็นหวัด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นต้น 2. อาการเจ็บคอแบบเรื้อรัง (Chronic […]

keyboard_arrow_up