ทำความรู้จัก รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา เพื่ออายุยืน

ทำความรู้จัก รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา เพื่ออายุยืน รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา คืออะไร พวกเขามีวิธีการกินอย่างไร หรือมีเครื่องปรุงใด จึงทำให้คนในเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น จึงมีอายุยืน ยาวนานกว่า 100 ปี การศึกษาและรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติตัวรวมถึงพฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุด 3 กลุ่มในโลก ได้แก่ ชาวโอกินาวา ชาวบาร์บาเกียและชาวโลมา ลินดา เราเรียกคนในกลุ่มนี้ว่ากลุ่ม “Blue Zone” หรือโซนสีฟ้า ซึ่งหมายถึงบริเวณที่มีประชากรอายุมากเกินกว่า 100 ปีอาศัยอยู่เป็นจําานวนมาก ไม่ใช่เพียงแค่อายุยืนยาว แต่สุขภาพกายรวมถึงความจําและสุขภาพจิตก็ดีมากอีกด้วย เรามาเริ่มดูกันทีละกลุ่มว่าพวกเขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้างที่ช่วยให้อายุยืนยาว ชาวเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น โอกินาวาเป็นเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นผู้คนส่วนใหญ่มักประกอบอาชีพประมงและเกษตรกรรม และภาพที่เราสามารถพบเห็นได้เป็นประจําบนเกาะโอกินาวา ก็คือภาพผู้สูงอายุเดินและทํางานกันอยู่เต็มเกาะ ผู้สูงอายุที่โอกินาวา แม้ว่าจะมีวัย 90 ปีขึ้นไป แต่ก็ยังสามารถประกอบกิจกรรมระหว่างวันและทํางานกันอยู่ อีกทั้งยังมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบชาวโอกินาวากับคนที่อาศัยอยู่ในซีกโลกตะวันตก พบว่าคนโอกินาวานั้นมีอัตราการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงภาวะกระดูกผุกระดูกพรุนที่น้อยกว่า จากการเปรียบเทียบประชากรที่มีอายุ 90 ปีเท่ากันพบว่าการทําางานของสมองและร่างกายจะลดลงกว่า 50% ในประชากรส่วนใหญ่ ขณะที่ชาวโอกินาวานั้น […]

ห่อหมกกุ้ง สไตล์ชีวจิต น้ำเต้าหู้แทนกะทิ ถั่วลิสงแทนไข่

ห่อหมกกุ้ง สไตล์ชีวจิต น้ำเต้าหู้แทนกะทิ ถั่วลิสงแทนไข่ มากิน ห่อหมกกุ้ง สูตรชีวจิตกันเถอะ ไม่เพิ่มระดับไขมันในเลือด แถมยังสบายท้อง เพราะอุดมด้วยใยอาหารจากผักสารพัดชนิดกันเถอะ กินเยอะแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวโรค ซึ่งวิธีทำก็ง่าย เหมือนห่อหมกทั่วไปคือ มีผักรอง ไม่ว่าจะเป็น ใบยอ โหระพา หรือใบแมงลัก แต่ใช้น้ำเต้าหู้แทนกะทิ และใช้ถั่วลิสงกับเต้าหู้แทนไข่ไก่ ส่วนผสม กุ้งสดสับละเอียด 1 ขีด กุ้งสดแกะเปลือก 4-5 ตัว น้ำพริกแกงเผ็ด ¼ ถ้วย น้ำพริกแกงใต้ 1 ช้อนโต๊ะ เต้าหู้หลอด ½ ถ้วย (ประมาณ 2 ขีด) ถั่วลิสงคั่ว ¼ ถ้วย เกลือ ½ ช้อนชา น้ำปลา 3 ช้อนชา น้ำเต้าหู้ ¼ ถ้วย กระชายซอยเป็นเส้นยาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเต้าหู้ผสมเกลือเล็กน้อย […]

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด พลาสมา จากผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมการรักษาที่ใช้ได้ผล โดยงานนี้มีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศแรกที่ทำการทดลอง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้พลาสมาเร็ว ยิ่งได้ผล และยิ่งเพิ่มอัตรารอดชีวิต จากการทดลองใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในระยะแรกเป็นการรักษาแบบเปรียบเทียบคือ การให้พลาสมาและกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ให้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ผลไม่ต่างกัน ต่อมาได้มีการศึกษาเปรียบเทียบอีกโดยทำการทดลองให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยสูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงสูงโดยให้เร็ว ปรากฏว่าผลจากการทดลองพิสูจน์แล้วว่า การรักษาจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับพลาสมาหลังจากรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากได้รับพลาสมาช้า ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นเองและทำให้การรักษาด้วยพลาสมาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควรหรือไม่เกิดผลเลย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยิ่งให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยเร็วมากเท่าใด ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายและลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กับผลต่อการรักษาด้วยพลาสมา หลายคนมีข้อสงสัยว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ในครั้งนี้ที่มีความแตกต่างจากระลอกแรกจะมีผลต่อการรักษาด้วยพลาสมาหรือไม่ ศ.นพ.ยง ระบุว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสขณะนี้ไม่ส่งผลกับการรักษาด้วยพลาสมาแต่อย่างใด เพราะนับตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่หายแล้วหลายรายมาบริจาค และเมื่อนำพลาสมาไปรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายอื่นก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะนี้ได้ให้การรักษาไปแล้ว 10 รายอยู่ระหว่างการติดตามตามผล ทั้งนี้การกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลที่อาจมีผลต่อการศึกษา ก็ยังไม่ได้พบในประเทศไทย ศ.นพ.ยง ยังเน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาด้วยพลาสมาว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทางสาธารณสุขของไทยยังเดินหน้าในการค้นคว้าและศึกษากระบวนการรักษาด้วยพลาสมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าพลาสมายังคงสามารถใช้รักษาได้อย่างแน่นอน แม้วิธีการรักษาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาดพลาสมาจากผู้บริจาคก็ไม่สามารถรักษาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอบริจาคพลาสมาได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ […]

วิธี อยู่กับโควิด แบบไม่ล็อกดาวน์ ตามสไตล์สิงคโปร์

อยู่กับโควิด แบบไม่ล็อกดาวน์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามสไตล์สิงคโปร์ อยู่กับโควิด อย่างไรดี ในเมื่อยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น วันนี้เรามาดูแผนการรับมือแบบสิงโปร์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัดโควิด-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ในขณะที่หลายๆประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มโควิด-19 กันอีกครั้ง เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์เดลตา แต่สิงคโปร์กลับสวนทางด้วยการเตรียมเปิดประเทศเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนหน้านี้สิงโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัดโควิด-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร และให้พนักงานทำงานจากบ้าน ห้ามรวมกลุ่มกันเกิน 2 คนจากเดิมกำหนดไว้ที่ 5 คน ปิดยิม ไปจนถึงห้ามบุคคลที่ไม่ใช่ผู้โดยสารเข้าไปในอาคารโดยสารของสนามบิน และปิดห้างสรรพสินค้าในบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจหาเชื้อพนักงานราว 9,000 คน หลังพบผู้ติดเชื้อที่สนามบินเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่วันนี้ แผนการรับมือโควิด-19 ของสิงคโปร์ ที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ยกเลิกการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว อนุญาตให้รวมตัวกันกลุ่มใหญ่ หรือแม้กระทั่งยกเลิกการนับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน แม้ว่าการพยายามคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็น 0 จะช่วยให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์ไม่สูงนัก ช่วงก่อนหน้านี้ แต่สิงคโปร์เริ่มมองว่าโมเดลดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่ยั่งยืนในระยะยาว และยังเสี่ยงที่สิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางด้านการค้าขาย จะตามไม่ทันเมืองศูนย์กลางด้านการเงินอื่นที่เริ่มเปิดประเทศแล้วอย่าง ฮ่องกง และ นิวยอร์ก ดังนั้น […]

วิธีสังเกตอาการ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19

ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 ต้องสังเกตอะไรบ้าง ก่อนสายเกินแก้ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 บางครั้งก็มีอาการที่ค่อนข้างดูยาก ซึ่งผู้ดูแลต้องใช้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณีที่ผู้สูงอายุมีการติดเชื้อ อาการอาจไม่ชัดเจนและไม่ตรงไปตรงมา เช่น อาจไม่มีไข้ หรืออาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือรับอาหารทางสายยางไม่ได้ ซึมสับสนเฉียบพลัน ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาการจะรุนแรงมากกว่าในวัยอื่นๆ หลัก 5อ. สังเกตผู้สูงวัย เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เกิดการถดถอยของร่างกาย สมอง และ เกิดความเครียด ระหว่างที่ผู้สูงอายุ ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน โดยยึดหลัก 5อ. ได้แก่ อาหาร ออกก้าลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างสังคมนอกบ้าน ดังนี้ อาหาร รับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ๆไม่รับประทานอาหารที่หวานหรือเค็มเกินไปเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และควรให้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายและสมอง ผู้สูงอายุมักมีมีปัญหาสุขภาพในช่องปากซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องออกมาพบทันตแพทย์ในช่วงวิกฤตนี้ ขอแนะน้าผู้สูงอายุให้รักษาสุขภาพช่องปากโดยใช้สูตร 2 – 2 – 2 ดังนี้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, […]

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ต้องทำอย่างไรบ้าง

ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 ด้วยวิธีป้องกันการติดเชื้อ ต้องทำอย่างไร เรามีคำตอบ ดูแลผู้สูงวัยช่วงโควิด-19 จำเป็นต้องมีความเข้มข้นกว่าช่วงปกติ เพราะผู้สูงอายุมีโอกาสเสียชีวิต มากกว่าคนทั่วไป เนื่องด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันลดลงตามวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรค ประจ้าตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรังโรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง เป็นต้น หลายหน่วยงานได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งผู้สูงอายุ เก็บตัวอยู่ใน บ้านให้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุจ้านวนมากต้องการการดูแลจากญาติ หรือผู้ดูแลที่ยังมีความจ้าเป็นต้องออกไปนอกบ้านเพื่อท้างาน หรือ ไปหาซื้อของกินของใช้เข้ามาในบ้าน จึงมี โอกาสน้าเชื้อจากภายนอกมาสู่ผู้สูงอายุ อีกทั้งการจ้ากัดบริเวณให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลานานติดต่อกัน หลายเดือน อาจส่งผลให้สภาพร่างกายและสมองของผู้สูงอายุถดถอยลงจนเกิดภาวะพึ่งพิงในระยะยาว รวมทั้ง เกิดความเครียด ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบกับทั้งครอบครัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงมีความจ้าเป็นต้องมี แนวทางในการดูแลผู้สูงอายุในสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไม่พึงประสงค์ ดังกล่าว ป้องกันเชื้อโควิด-19 ไม่ให้แพร่สู่ผู้สูงอายุได้อย่างไร -ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเช่น มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือผู้เดินทางกลับ จากกรุงเทพฯและปริมณฑล หรือแหล่งที่มีการติดเชื้อในชุมชนในวงกว้างทุกรายต้องแยกตัวออกจากผู้อื่น และไม่เข้าไปใกล้ชิดหรือสัมผัสผู้สูงอายุ และ เด็ก อย่างเด็ดขาด (เนื่องจากเด็กร่างกายไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ เด็กมักจะไปใกล้ชิดกับผู้สูงอายุและเด็กอาจไม่เข้าใจวิธีและขาดความระมัดระวังในการป้องกัน) โดยให้ สังเกตอาการอย่างน้อย 14 […]

กินหวาน เพื่อดับร้อน ยิ่งเพิ่มความชรา บอกเลยอย่าหาทำ

กินหวาน เพื่อดับร้อน รู้หรือไม่ยิ่งเพิ่มความชรา บอกเลยอย่าหาทำ กินหวาน กินเข้าไป กินน้ำหวานๆ น้ำอัดลมเย็นๆ เพื่อสู้กับสภาพอากาศสุดจะร้อนอบอ้าว ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารที่มีรสชาติหวานและมีความเย็น ช่วยดับกระหายคลายร้อนของแต่ละคน อาจมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ไอศกรีม ผลไม้ลอยแก้ว น้ำแข็งไส น้ำหวาน และน้ำอัดลม เป็นต้น จนเกิดเป็นความเคยชินว่าอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจะทําให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หากไม่ได้รับประทานของหวานก็จะรู้สึกไม่มีแรง อ่อนเพลีย หงุดหงิด เราเรียกลักษณะอาการนี้ว่า “ภาวะติดนํ้าตาล” และเมื่อร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการ น้ำตาลเหล่านั้นก็จะแปรรูปเป็นไขมันสะสมไปทั่วร่างกาย  ผลที่ตามมาก็คือการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน อีกทั้งยังเพิ่มอัตราความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย มาทําความรู้จักกับ Glycation และ AGEs การรับประทานของหวานในปริมาณมากเป็นประจํานั้นส่งผลให้ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ก่อให้เกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น (Glycation) อันเป็นสาเหตุของความชราก่อนวัยอันควร เนื่องจากโมเลกุลของน้ำตาลที่เรารับประทานเข้าไปจะไปเกาะติดกับโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของอวัยวะรวมถึงเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย ก่อให้เกิดสารตัวหนึ่งที่เรียกว่า AGEs (Advanced Glycation End-Products) เมื่อสารตัวนี้ผ่านเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายก็จะส่งผลให้เซลล์บริเวณนั้นตายหรือเสื่อมสมรรถภาพในการทํางานลง จากการวิจัยพบว่า AGEs เป็นตัวทําลายคอลลาเจนรวมไปถึงใยโปรตีนในผิวหนัง ส่งผลให้เกิดริ้วรอยและมีจุดด่างดําตามมา นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อเซลล์สมองก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง […]

อาหาร 5 หมู่ ฟื้นฟูวัณโรคปอด กินให้ครบ จบทุกโรค

อาหาร 5 หมู่ ฟื้นฟูวัณโรคปอด กินให้ครบ จบทุกโรค อาหาร 5 หมู่ จะทำให้ร่างกายสามารถฟื้นฟูจาก วัณโรค หรือ TB และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า วัณโรค หรือ TB คือโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไมโคแบคทีเรียมทูเบอร์ คูโลซิส วัณโรคสามารถเป็นได้ทุกส่วนของอวัยวะทั่วร่างกาย และบริเวณที่ติดเชื้อวัณโรคบ่อยที่สุดก็คือปอด ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่า ฝีในท้อง แต่ก็สามารถติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกายได้เช่นกัน เช่น ในกระดูก ลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง หรือสมอง วัณโรคแพร่เชื้อโดยการไอ จาม ฝอยละอองเสมหะที่ออกมาจากปอดของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคและผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคก็คือผู้ที่หายใจรับเชื้อวัณโรคที่ล่องลอยในอากาศเข้าสู่ปอด อาการของผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดมีหลายอาการ และสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยวัณโรคปอดมีน้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว คือ ผู้ป่วยมีอาการเบื่ออาหาร สาเหตุของการเบื่ออาการก็คือ ผลจากโรคและผลข้างเคียงจากยา ต่อมรับรสผิดปกติ มีเสมหะ ไอ เหนื่อย รวมทั้งดื่มน้ำมากเกินไปทำให้อิ่มน้ำ ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะทุพโภชนาการ ร่างกายขาดสารอาหาร ส่งผลให้อาการของโรคและอาการแพ้ยารุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่  […]

ปอดติดเชื้อ โรคอันตรายที่มาพร้อมหน้าฝน

ปอดติดเชื้อ โรคอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต ที่มาพร้อมหน้าฝน ปอดติดเชื้อ เป็นหนึ่งในโรคที่เป็นแล้วถึงขั้นเสียชีวิต คนทุกคนสามารถที่จะเป็นโรคปอดติดเชื้อได้หมด เพียงแต่อาจจะมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคปอดติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และถ้าเป็นแล้วก็จะมีอาการรุนแรง รศ.ดร.นพ.เมธี ชนะกุลคีรี สาขาวิชาโรคติดเชื้อและอายุรศาสตร์เขตร้อน ภาควิชาอายุรสาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยากลัยมหิดล อธิบาย พร้อมให้คำแนะนำว่า กลุ่มเสี่ยงปอดติดเชื้อ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด สาเหตุของปอดติดเชื้อ เกิดจากเชื้อโรคได้หลายอย่าง แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ เชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส กลุ่มที่สอง คือ เชื้อไวรัส ที่รู้จักกันดีคือไวรัสไข้หวัดใหญ่ และกลุ่มที่สาม คือ เชื้อรา ทั่วไปแล้วคนปกติจะไม่ติดเชื้อที่ปอดจากเชื้อรา ยกเว้นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น คนไข้ที่ได้รับยากดภูมิ ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV อาการของโรคปอดติดเชื้อ จะเป็นอาการของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ หนึ่ง อาการหอบเหนื่อย เนื่องจากปอดไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ดี สอง มีอาการไอ มีเสมหะ […]

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีด เพื่อรับมือโควิด-19

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีดวัคซีน เพื่อรับมือโควิด-19 รู้จักวัคซีนสักนิด น่าจะดี เพราะอีกไม่นาน หลายคนคงจะได้ ฉีดวัคซีน กันแล้ว ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับวัคซีนกันสักหน่อยจะดีกว่า มนุษยชาติมีความพยายามที่จะป้องกันตัวเองจากการเจ็บป่วยต่าง ๆ มาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว มีการสังเกตเห็นว่าเมื่อมีการระบาดของโรคใดๆ ผู้ที่เคยเป็นโรคนั้นแล้วหาย มักจะไม่ป่วยเป็นโรคเดิมซ้ำอีก!! นั้นคือการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วยหลากหลาย ในอดีตเคยพิศดารไปถึงขั้น กินงูพิษ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันจากพิษงู การดื่มเลือดเป็ดที่เคยกินยาพิษมาก่อน เพราะเชื่อว่าจะป้องกันพิษได้หากถูกวางยาพิษ…โอ้โน!! ราวศตวรรษที่ 10 พบบันทึกว่า ประเทศจีนเริ่มมีการพยายามหาวิธีการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไข้ทรพิษ ด้วยวิธีหลากหลาย เช่น นำเอาสะเก็ดแผลจากผื่นที่เกิดจากผื่นของโรคไปบดแล้วเอาไปใส่ในจมูกของผู้ไม่เคยเป็นไข้ทรพิษดังกล่าวมาก่อน นอกจากนี้ ยังมีวิธีเอาเข็มสะกิดตุ่มหนองของผู้ป่วยแล้วนำไปสะกิดที่ผิวหนังของผู้ยังไม่เคยติดโรค ซึ่งภายหลังเรียกวิธีการนี้ว่า การปลูกฝี วิธีการดังกล่าวถูกเผยแพร่และนำไปปฏิบัติในหลายๆ ประเทศ ทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ศตวรรษที่ 17 ดร.เอดเวิร์ด เจนเนอร์ สกัดนำเชื้อไข้ทรพิษหรือ cowpox จากหญิงเลี้ยงวัวที่ติดเชื้อดังกล่าวจากวัวที่เธอเลี้ยง ไปให้เด็กชายวัย 8 ปี ซึ่งหลังจากให้เชื้อฝีดาษดังกล่าวแก่เด็กชายผู้นั้น 6 สัปดาห์ พบว่า เด็กชายไม่ป่วยหรือมีอาการสำแดงถึงโรคฝีดาษ ดร.เจนเนอร์ จึงเรียกหนองฝีวัวนั้นว่า “VACCINE” […]

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง มีอะไรบ้าง รีบกินตามด่วน

อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง มีอะไรบ้าง รีบกินตามด่วน อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง มีอะไรบ้าง หากแน่ใจจริงๆ ว่า ร่างกายขาดธาตุเหล็ก หรือร่างกายกำลังเรียกร้องหาธาตุเหล็กมาเติมเต็ม คุณสามารถรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กได้ตามนี้ โรงพยาบาลราชวิถี แนะนำ อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ไว้ดังนี้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเนื้อแดง เลือด ตับ เครื่องในสัตว์ ธัญพืช เช่น ซีเรียล ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี แป้ง ไข่แดง อาหารทะเล ปลา เป็ด ไก่ ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง บรอกโคลี หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ อย่างไรก็ดี อาหารบางประเภทยังอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกายได้ ซึ่งอาหารที่ว่าก็อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์นม ถั่วเหลือง ข้าวไม่ขัดสี ชา กาแฟ ซึ่งถ้าต้องการธาตุเหล็กก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ไว้ด้วย ส่วนอาหารที่จะช่วยเสริมการดูดซึมธาตุเหล็กก็ได้แก่ อาหารอุดมวิตามินซี เช่น ส้ม […]

15 สัญญาณร่างกายขาดธาตุเหล็ก

15 สัญญาณร่างกายขาดธาตุเหล็ก มีอะไรบ้าง เรามีคำตอบจากโรงพยาบาลราชวิถีมาบอกต่อ 15 สัญญาณร่างกายขาดธาตุเหล็ก เป็นการเช็กตัวเองแบบเบื้องต้น จาก 15 สัญญาณ ที่ฟ้องว่า เรากำลังขาดธาตุเหล็กอยู่ จะมีอะไรบ้าง มาดูกัน 1.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะความรู้สึกเหมือนหมดแรง เหนื่อยใจ เนื่องจากเลือดไม่มีธาตุเหล็กเพียงพอจะสูบฉีดให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ นั่นเอง 2.ลิ้นอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อ 3.ลิ้นบวม ตุ่มบริเวณลิ้นหายไป ลิ้นเกลี้ยงเกลามากขึ้น แต่อาจทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก แปรงฟันลำบาก หรือหากลิ้นบวมหนักมากอาจพูดไม่ชัดได้ 4.ประสิทธิภาพของสมองลดลง มีอาการเหม่อลอยบ่อยขึ้น เนื่องจากออกซิเจนในเลือดน้อยเพราภาวะขาดธาตุเหล็ก 5.ตัวซีด เปลือกตาด้านในซีด บ่งบอกสภาวะโลหิตจาง 6.ริมฝีปากแห้งแตก โดยเฉพาะบริเวณมุมปาก และอาจมีอาการเจ็บร่วมด้วย จนบางทีไม่สามารถอ้าปากกว้าง ๆ ได้ มีความลำบากในเวลากินอาหาร ตอนยิ้ม หรือแม้กระทั่งตอนเปล่งเสียง 7.ร่างกายไวต่อเชื้อโรค มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่าย 8.มีอาการขาอยู่ไม่สุข (Restless Leg Syndrome) ต้องสั่นขา เขย่าขาตลอดเวลา เพราะรู้สึกเหมือนมีแมลงมาไต่ขา หรือไม่สั่นขาจะนั่งไม่สบาย 9.หน้ามืด […]

ธาตุเหล็ก สุดยอดแร่ธาตุที่สาวๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

ธาตุเหล็ก มีความสำคัญต่อสุขภาพผู้หญิงมาก หากไม่อยากป่วยเป็นโรคโลหิตจาง สาวๆ ไม่ควรพลาดบทความนี้ ธาตุเหล็ก มีความสำคัญกับเพศหญิง ก็เพราะผู้หญิงมีโอกาสสูญเสียธาตุเหล็กในร่างกายมากกว่าผู้ชาย ทั้งการมีประจำเดือน ซึ่งเฉลี่ยแล้วต่อเดือนผู้หญิงจะเสียเลือดส่วนนี้ไปประมาณ 50 มิลลิลิตร หรือเท่ากับสูญเสียธาตุเหล็กไปประมาณ 15-30 มิลลิกรัมต่อเดือน และอาจจะมีแนวโน้มสูญเสียธาตุเหล็กมากขึ้นหากสาว ๆ ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ หรือในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร ร่างกายก็ต้องการธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย ข้อมูลจากโรงพยาบาลราชวิถี ระบุว่า อาการขาดธาตุเหล็ก เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้มากพอๆ กับโรคฮิตประเภทอื่น หลายคนก็อาจคาดไม่ถึง และโดยส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิง รวมทั้งกลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย ซึ่งหากไม่อยากจะป่วยเป็นโรคโลหิตจาง หรือมีความผิดปกติทางสุขภาพอื่น ๆ ก็ควรดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะควรหมั่นเติมธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการร่างกายด้วย ธาตุเหล็กมากขนาดไหน ที่ร่างกายต้องการ สำหรับผู้หญิงในวัย 15-50 ปี ควรได้รับธาตุเหล็กประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากมีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับธาตุเหล็กให้ได้วันละ 10 มิลลิกรัมก็เพียงพอค่ะ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ควรไปตรวจวัดปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายให้แน่นอน เพราะหากไม่ใช่ผู้ที่ขาดธาตุเหล็กอยู่แล้ว การรับประทานธาตุเหล็กเข้าไปเพิ่ม อาจทำให้ร่างกายกำจัดธาตุเหล็กออกไปไม่หมด และส่งผลเสียต่อการทำงานของตับได้ ข้อมูลจาก […]

ยำเห็ดรวม เมนูต้านหวัด เสริมภูมิต้านทานด้วยอาหารบ้านๆ

ยำเห็ดรวม เมนูต้านหวัด เสริมภูมิต้านทานด้วยอาหารบ้านๆ ยำเห็ดรวม หนึ่งในเมนูต้านหวัด ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำให้กินกัน ส่วนประกอบก็หาได้ง่าย แถมขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญยังช่วยสร้างภูมิต้านทาน โดยการใช้อาหารไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน วัตถุดิบมีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์ ที่สำคัญรสชาติจัดจ้านแบบสุขภาพดี ว่าแ้วมาทำตามเลย อาหารต้านหวัด ส่วนประกอบ เห็ดชนิดต่างๆ       4            ถ้วยตวง กะหล่ำปลี             1            ถ้วยตวง กระเทียมและพริกขี้หนูโขลก 1            ช้อนชา น้ำผึ้ง      1            ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศ (หั่นเสี้ยว)            1/3         ถ้วยตวง หอมใหญ่ (หั่นเสี้ยว)             1/3         ถ้วยตวง หมูสับ     1/3         ถ้วยตวง เกลือ       1/4         ช้อนชา มะนาว (ตามชอบ) คื่นช่ายสำหรับโรยหน้า   อาหารต้านหวัด วิธีทำ -นำหม้อใส่น้ำต้มให้เดือด ใส่เห็ด กะหล่ำปลี หมูสับ ลวกพอสุกตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ […]

อาหารสู้หวัด รสแซ่บ ทำง่าย ช่วยเสริมภูมิต้านทาน

อาหารสู้หวัด รสแซ่บ ทำง่าย ช่วยเสริมภูมิต้านทาน อาหารสู้หวัด มีอะไรบ้าง ต้มจืด ต้มยำ ผัก และผลไม้ ซึ่งมีสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการสร้างภูมิต้านทาน ยิ่งกินอาหารครบ 5 หมู่ ให้หลากหลาย เป็นประจำสม่ำเสมอ เราก็จะไม่ขาดวิตามินต่างๆ สำหรับวิตามินที่สามารถป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี ก็คือ “วิตามินซี” หรือ “กรดแอสคอร์บิก” เป็นวิตามินชนิดละลายน้ำ วิตามินซีมีประโยชน์มากมาย มักใช้ในการรักษาและป้องกันโรคลักปิดลักเปิด นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน วิตามินซี กับ หวัด มีไม่น้อยที่เข้าใจว่า “วิตามินซี” สามารถรักษาหรือป้องกันโรคหวัดได้ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน ไม่สามารถป้องกันหวัดได้ และไม่ได้ลดความเสี่ยงต่อการเป็นหวัด แต่ในผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ จะสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้ถึงร้อยละ 50 อย่างไรก็ตาม พบว่า การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวันจะลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดได้ ขนาดวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทานเพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นหวัดคือ 1-3 กรัมต่อวัน แต่ในผู้ที่ไม่เคยรับประทานวิตามินซีมาก่อน พอเป็นหวัดแล้วหันมาทาน จะไม่สามารถลดความรุนแรงหรือระยะเวลาการเป็นหวัดได้ แม้ว่า “วิตามินซี” ตามความเข้าใจของเรา […]

สมุนไพรเพื่อปอด รีบกินก่อน ป้องกันโรคร้ายถามหา

สมุนไพรเพื่อปอด ที่ควรหากินก่อน เพื่อป้องกันโรคร้าย โรคระบาดถามหา สมุนไพรเพื่อปอด ในตำราแพทย์แผนไทย ปอดหรือปัปผาสัง จัดเป็นปฐวีธาตุ คือเป็นธาตุที่มีลักษณะแข็ง หากปอดแตกหรือพิการเสียหาย ตามตำรากล่าวว่าจะมีอาการดุจไข้พิษ ทำให้ร้อนในอก กระหายน้ำ ให้หอบดุจสุนัขหอบแดด ซึ่งเป็นอาการที่ทางแผนไทยเรียกว่า ปัปผาสังพิการ ยิ่งทุกวันนี้ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม มลพิษ และเชื้อโรค ทำให้ระบบทางเดินหายใจและปอดซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญเสียหายหนัก เสี่ยงต่อการเกิดโรค และเสื่อมสมรรถภาพมากขึ้น ใครที่อยากมีลมหายใจและปอดที่แข็งแรง เราขอแนะนำสมุนไพรพื้นบ้านที่มีสรรพคุณบำรุงฟื้นฟูปอด และระบบทางเดินหายใจ ขมิ้นชัน การทำงานของปอดในประชากรผู้สูงอายุชาวจีนที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ผลการศึกษาระบุว่า การบริโภคแกงที่มีขมิ้นชันอย่างน้อยเดือนละครั้ง ทำให้สมรรถภาพของปอดดีขึ้น และยิ่งบริโภคแกงที่มีขมิ้นชันบ่อย สมรรถภาพของปอดก็ยิ่งสูงมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่า ขมิ้นชันมีสารเคอร์คูมิน ที่มีฤทธิ์โดดเด่นในการต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบที่ดีมาก ฤทธิ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ว่าช่วยป้องกันปอดจากการอักเสบ ดอกปีบ ตามตำรายาระบุว่า มีสรรพคุณแก้ริดสีดวงจมูก ช่วยขยายหลอดลม แก้หืด ขับน้ำดี บำรุงกำลัง บำรุงเลือด รากใช้รักษาวัณโรค บำรุงปอด แก้หอบ แก้ไอ แก้เหนื่อยหอบ และเปลือก ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ […]

ยารักษาสิว ตัวเลือกดีๆ เพื่อคนมีสิวเพราะหน้ากากอนามัย

ยารักษาสิว ตัวเลือกดีๆ เพื่อคนมีสิวเพราะหน้ากากอนามัยที่ต้องใส่เป็นประจำ ยาทาสิว ตัวไหนดี จะช่วยให้สิวยุบมั้ย จะช่วยให้สิวที่เกิดจากการใส่หน้ากากอนามัยหาย หรือลดลงหรือเปล่า วันนี้ เรามีเรื่องเกี่ยวกับยาแก้สิวมาบอกต่อค่ะ ผศ. นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยผิวหนังและเลเซอร์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า การรักษาสิวที่จัดเป็นการรักษาหลัก ได้แก่ การใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบทา หรือรับประทาน ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและความรุนแรงของสิว ยาทาสำหรับสิว จะออกฤทธิ์ที่การลดสิวอุดตัน ฆ่าเชื้อสิวและลดการอักเสบ ส่วนมากต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีและลดโอกาสการดื้อยายาที่นิยมใช้เช่น ยาทาที่มีส่วนผสมของกรดซาลิซัยลิคซึ่งจะซึมเข้าสู่รูขุมขน ช่วยให้สิวอุดตันที่มีอยู่ค่อยๆ หลุดออก หากใช้ในความเข้มข้นสูงอาจทำให้ผิวลอกได้ยาทาที่มีตัว ยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น ครีมเจล โลชั่น และมีหลายความเข้มข้น มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อสิว เมื่อทายาไว้บนผิวหนัง ปริมาณเชื้อและไขมันบนผิวหนังจะลดลง ยานี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ในระยะแรกของการใช้ยาอาจจะทำให้ผิวหนังแดงอักเสบจึงควรจะเริ่มใช้ยาในขนาดความเข้มข้นต่ำๆยากลุ่มนี้มีข้อควรระวังคืออาจทำให้สีเสื้อ หรือที่นอนจางลง หรือเปลี่ยนสีได้ ยาทาที่มีตัวยาปฏิชีวนะ เช่น คลินดามัยซิน อีรีโทรมัยซิน ช่วยฆ่าเชื้อสิว มีทั้งรูปแบบ เจลและน้ำ ยาทาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอและอนุพันธ์เช่น เตตริโนอิน ไอโซเตตริโนอิน อะดาพาลีน ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังลอกหลุดเร็วขึ้น สิวอุดตันนิ่มลงและหลุดออกจากผิว ทำให้ปริมาณหัวสิวลดลง และยาทาที่มีส่วนผสมของอะเซเลอิค […]

วิธีเก็บยาที่ถูกต้อง ควรเก็บที่ไหน ในตู้เย็นดีมั้ยนะ

วิธีเก็บยาที่ถูกต้อง เราควรเก็บไว้ที่ไหน ที่เขาบอกให้แช่ในตู้เย็น จริงๆ แล้วจะดีมั้ยนะ วิธีเก็บยาที่ถูกต้อง จริงๆ แล้ว เราควรเก็บไว้ที่ไหน หลายคนมีความเชื่อว่า การเก็บยาไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำๆ จะทำให้รักษาความคงตัวของยาได้นานขึ้น หรืออาจเข้าใจว่า จะสามารถยืดวันหมดอายุของยาให้นานขึ้นได้ จึงมักพบว่าบางคนจะเก็บยาทุกชนิดไว้ในตู้เย็นเพื่อแช่อาหาร แท้จริงแล้วการเก็บยาไว้ในตู้เย็นอาจทำให้ยาหมดความคงตัวได้เช่นกัน เนื่องจากอุณหภูมิและความชื้นอาจไม่เหมาะสมกับยาบางชนิด เช่น หากนำยาแขวนตะกอน หรือยาน้ำเชื่อมบางประเภทมาแช่เย็น จะทำให้เกิดการตกตะกอนได้ หรือยาแคปซูลบางชนิดที่มีการเก็บไว้ในตู้เย็นที่มีความชื้นสูง มักทำให้แคปซูลเยิ้มหรือติดกันได้ การแช่ยาบางชนิดในตู้เย็น นอกจากจะทำให้เกิดการเสื่อมสลายของตัวยาสำคัญแล้ว ยังทำให้เกิดสารพิษขึ้นได้ เช่น การแช่ยาเม็ดแอสไพรินในตู้เย็นที่มีความชื้นสูงจะทำให้เกิดการสลายตัวเป็นกรดซาลิไซลิกและกรดอะซิติก ซึ่งไม่มีผลในการต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด รวมทั้งยังทำให้เกิดพิษ ทำให้ร่างกายเกิดการขาดออกซิเจน ชัก และหมดสติได้เมื่อรับในประมาณปริมาณสูง ดังนั้น การเก็บยาไว้ในตู้เย็น จึงไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับยาทุกประเภท ควรอ่านฉลากยาหรือรายละเอียดบนกล่องยาเพื่อศึกษาถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาอย่างถูกต้อง ข้อมูลจาก : ภก.อนุชิต ตุงธนบดี งานเภสัชกรรมคลินิก ฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บทความอื่นที่น่าสนใจ อัปเดทการรักษา โรคฮีโมฟีเลีย โรคเลือดหยุดยาก ในประเทศไทย ทำความรู้จักกับ เนื้องอกมดลูก ภัยเงียบผู้หญิง สาเหตุมีลูกยาก 3 […]

keyboard_arrow_up