การกินผัก อาจช่วยป้องกันโรคโควิด-19 งานวิจัยใหม่จากสหรัฐฯ

การกินผัก อาจช่วยป้องกันโรคโควิด-19 งานวิจัยใหม่จากประเทศสหรัฐฯ การกินผัก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคโควิด-19 นอร์ธเวสเทิร์น เมดิซิน (Northwestern Medicine) สถาบันดูแลสุขภาพในนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ พบการดื่มกาแฟและการบริโภคผักปริมาณมากอาจช่วยป้องกันการป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้ คณะนักวิจัยใช้ข้อมูลจากยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) ฐานข้อมูลชีวการแพทย์และทรัพยากรการวิจัยของสหราชอาณาจักร ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกบันทึกในปี 2006-2010 กับการป่วยโรคโควิด-19 ช่วงเดือนมีนาคม-ธันวาคม 2020 ซึ่งยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยให้ความสนใจกับองค์ประกอบในอาหาร และพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารชนิดต่างๆ การวิจัยพบว่าร้อยละ 17 ของผู้รับการตรวจโรคโควิด-19 จำนวน 37,988 คน ซึ่งเข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ มีผลตรวจโรคเป็นบวก คณะนักวิจัยพบว่าการบริโภคผักปรุงสุกหรือผักดิบอย่างน้อย 0.67 หน่วยบริโภคต่อวัน (ยกเว้นมันฝรั่ง) สัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อลดลง ขณะที่การบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูปเพียง 0.43 หน่วยบริโภคต่อวัน สัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อสูงขึ้น นอกจากนั้นการได้รับน้ำนมแม่ตั้งแต่เด็กลดความเสี่ยงติดเชื้อลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เคยได้รับน้ำนมแม่ อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงกลไกเชื่อมโยงระหว่างองค์ประกอบในอาหารและโรคโควิด-19 ทั้งนี้ การวิจัยเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยส่วนบุคคลที่ได้รับการประเมินหลังมีผลตรวจโรคโควิด-19 เป็นบวก อนึ่ง นอร์ธเวสเทิร์น […]

อาการนอนกรน อาจลดความต้องการทางเพศ จริงหรือหลอก

อาการนอนกรน อาจลดความต้องการทางเพศ จริงหรือหลอก เรามีคำตอบ อาการนอนกรน ถือเป็นความผิดปกติของการหายใจในระหว่างนอนหลับ แต่ใครจะรู้ละว่า การนอนกรนอาจเป็นสาเหตุที่ทำเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ซึ่งวันนี้ เรามีคำตอบจาก รศ. นท. ดร.สมพล เพิ่มพงศ์โกศล ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาบอกต่อ อาการนอนกรนบ่งบอกถึงอาการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงต่อภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ทําให้มีอาการที่พบบ่อยได้แก่ อาการสะดุ้งตื่นบ่อยๆ ทําให้เกิดความเหนื่อยอ่อน ความดันโลหิตสูงสมรรถภาพต่างๆ ในการทํางานลดน้อยลง มีปัญหาทางบุคลิกภาพและการอยู่ร่วมในสังคม นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่น่าสนใจพบว่าอาการนอนกรนมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ทําให้ความสนิทสนมใกล้ชิดระหว่างคู่นอนหมดไปและเป็นสาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายและสูญเสียความต้องการทางเพศในผู้หญิงตามมา ซึ่งสุดท้ายอาจทําให้เกิดการหย่าร้างของคู่สามีภรรยา นักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่าน่าจะเกิดจากระดับฮอร์โมนทางเพศ เช่น ฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรนจะสูงขึ้นระหว่างนอนและระดับฮอร์โมนลดลงเมื่อขาดการนอนหลับ การนอนกรนเป็นสาเหตุให้ตื่นนอนเป็นระยะๆ และเกิดภาวะอดนอนเรื้อรัง ดังนั้น ภาวะหยุดหายใจชั่วคราว อาจมีผลให้ระดับของฮอร์โมนลดลงโดยตรงและมีผลทําให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ในผู้หญิงจํานวน 80 คนที่อายุระหว่าง 28 และ 64 ปี ซึ่งมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เปรียบเทียบกับผู้หญิง 240 คนที่ไม่มีภาวะดังกล่าว พบว่าในผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจชั่วคราวมีอัตราของการมีเพศสัมพันธ์ผิดปกติ (sexual disorder) อย่างมีนัยสําคัญ นอกจากนี้นักวิจัยยังค้นหาอาการของปัญหาทางเพศในผู้ชายจําานวน 401 […]

รักษาโควิด-19 ด้วยการนอนคว่ำ ช่วยผู้ป่วยได้อย่างไร

รักษาโควิด-19 ด้วยการนอนคว่ำ ช่วยผู้ป่วยได้อย่างไร รักษาโควิด-19 ด้วยการนอนคว่ำ เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาผู้ป่วยโควิด ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มีข้อมูลข่าวสารที่ถูกส่งต่อผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างมากเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยด้วยการนอนคว่ำ แท้จริงแล้วการรักษาในรูปแบบนี้เป็นวิธีการใหม่หรือไม่? และเพราะเหตุใดจึงต้องให้ผู้ป่วยนอนในลักษณะนี้ ผศ.(พิเศษ)พญ.ณับผลิกา กองพลพรหม แพทย์สาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤต ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จะมาให้ข้อมูลที่น่าสนใจแก่ผู้อ่าน ผศ.(พิเศษ)พญ.ณับผลิกา อธิบายถึงการรักษาผู้ป่วยด้วยการให้นอนคว่ำว่าเป็นวิธีที่ใช้แพร่หลายทางการแพทย์มากว่า 20 ปีแล้ว โดยใช้ในผู้ป่วยกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน หรือ ARDS (Acute Respiratory Distress Syndrome) เช่น ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบหรือโรคไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่วิธีการรักษาแบบใหม่ แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการนอนคว่ำมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากโรคโควิด-19 เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจโดยตรงทั้งนี้ ได้มีการจำแนกผู้ป่วยออกเป็น 2 ระยะ คือ ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ยังสามารถหายใจได้ด้วยตนเอง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีภาวะออกซิเจนต่ำ มีการใช้ออกซิเจนในอัตราไหลสูง หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ยังไม่ถึงขั้นต้องใส่ท่อช่วยหายใจ แพทย์จะทำการรักษาโดยให้ผู้ป่วยนอนคว่ำหน้า ซึ่งเรียกว่าท่า Awakening Prone เป็นเวลา 30 นาที – 2 ชั่วโมง และสังเกตการตอบสนองของผู้ป่วย จากนั้นให้ผู้ป่วยพลิกตัวเปลี่ยนท่าตะแคงซ้ายหรือขวา หรือนอนยกศีรษะขึ้นสูงเพื่อป้องกันแผลกดทับ การที่ผู้ป่วยโรคโควิด-19 นอนคว่ำแล้วอาการดีขึ้น […]

ฟกช้ำ และปวดเคล็ดขัดยอก อาการเล็กๆ ที่รักษาได้เอง

ฟกช้ำ และปวดเคล็ดขัดยอก อาการเล็กๆ ที่รักษาได้เอง ฟกช้ำ และปวดเคล็ดขัดยอก เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยกับทุกคน ซึ่งในชีวิตประจำวันของเราที่ต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายตลอดทั้งวัน เราอาจพบเจออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างวัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการฟกช้ำได้ทั้งโดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แม้ว่าอาการเหล่านี้จะไม่รุนแรงมาก แต่ก็ควรทราบวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อบรรเทาอาการให้ดีขึ้นหากเกิดเหตุการณ์กับตนเอง สาเหตุและอาการฟกช้ำ ฟกช้ำ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อถูกกระแทก หรือถูกชน หรือถูกต่อย ทำให้มีเลือดออกในชั้นใต้ผิวหนังมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับความแรงที่มากระทบ สำหรับผู้สูงอายุแม้แรงกระทบมีไม่มากแต่เนื่องจากเนื้อเยื่อและเส้นเลือดภายในร่างกายค่อนข้าง เปราะบาง จึงเกิดการฟกช้ำได้ง่าย และอาจมีเลือดเป็นจ้ำๆ ห้อเลือดทั่วไปตามร่างกาย หรือในบางรายที่หลังถูกกระแทก และไม่ได้รับการรักษาเบื้องต้นอย่างถูกวิธี อาจทำให้การฟกช้ำของหลังมีมากได้ การรักษา การรักษาแผลฟกช้ำ แบ่งเป็น… มีอาการฟกช้ำในภาย 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็น ด้วยน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง วันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-30 นาที ส่วนรอยช้ำบริเวณศีรษะและใบหน้าให้ประคบด้วยน้ำแข็ง หรืออาจใช้ผ้าม้วนให้หนาพอ กดบริเวณที่ฟกช้ำเพื่อลดบวม มีอาการฟกช้ำหลัง  48 ชั่วโมงแรก ควรประคบร้อน วันละ 2-3 ครั้ง […]

ลดน้ำหนักด้วยยา อันตรายขนาดไหน ใช้ยาอะไร รู้แล้วจะหนาว

ลดน้ำหนักด้วยยา อันตรายขนาดไหน ใช้ยาอะไร รู้แล้วจะหนาว คนที่พยายามลดน้ำหนัก ต้องเคยคิดหาทางลัดลดความเหนื่อยด้วยยา กันบ้างแล้วใช่ไหม วันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับการลดน้ำหนักด้วยยา โดย รศ.พญ.นันทกร  ทองแตง และผศ.นพ.พรพจน์ เปรมโยธิน ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มาบอก สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการโฆษณาในสื่อต่างๆ และอ้างถึงสรรพคุณในการลดน้ำหนักนั้น ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ยา แต่เป็น “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” ซึ่งจัดเป็นอาหารประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 กล่าวคือ องค์ประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น ร่างกายสามารถได้รับจากการรับประทานอาหารโดยทั่วไป แม้ว่ารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะใกล้เคียงกับยา  แต่ไม่ใช่ยา  ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกายได้ และไม่สามารถรักษาหรือบรรเทาความเจ็บป่วยหรือโรคใดๆ ได้ ดังนั้น การใช้ยาลดน้ำหนัก ควรใช้ภายใต้คําแนะนําของแพทย์ เพื่อให้แพทย์ช่วยติดตามผลการรักษาและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น  เนื่องจากยาลดน้ำหนักบางชนิดมีฤทธิ์ต่อจิตประสาท และอาจมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาทและอารมณ์  เช่น ยาเฟนเทอร์มีน (phentermine) เป็นอนุพันธ์ของสารแอมเฟตามีน  ออกฤทธิ์ต่อสมองทําให้ลดความอยากอาหาร เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท มีผลข้างเคียงทําให้ปากคอแห้ง ใจสั่น นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง ไม่ควรใช้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจ […]

ลดความอ้วน ไม่ใช้ยา ทำตามด่วน แค่คุม 2 อย่าง

ลดความอ้วน ไม่ใช้ยา รีบทำตามด่วน แค่คุม 3 อย่าง ก็ผอมแบบไมม่อันตราย หลายคน เดินหายาลดน้ำหนัก เพราะอยากผอม แต่รู้ไหมว่า เราสามารถ ลดความอ้วน แบบไม่พึ่งพายาได้ ขอแค่ควบคุม อาหาร และออกกำลังกาย โรคอ้วน เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ  ด้วยวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และอาหารในปัจจุบัน เป็นปัจจัยส่งผลให้เกิดภาวะดังกล่าว จากการรับประทานอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย รับประทานอาหารจุกจิก หลายมื้อ หรือรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ (ให้พลังงาน) สูง  ร่วมกับมีกิจกรรมทางกายลดลง หันไปใช้เครื่องผ่อนแรง   เช่น  บันไดเลื่อน  ลิฟต์  หรือยานพาหนะแทน   รวมไปถึงขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันโรคอ้วนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของผู้ใหญ่เท่านั้น   เด็กก็พบปัญหาเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นเช่นกัน   นอกจากนี้ผู้ที่เป็นโรคอ้วนลงพุง (metabolic syndrome) มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง นิ่วในถุงน้ำดี  โรคหัวใจและหลอดเลือด การวินิจฉัยโรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุง สำหรับคนไทย เส้นรอบเอวเพศชาย ไม่ควรมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตร (36 นิ้ว) […]

ยาคุมกำเนิดกับมะเร็งเต้านม เกี่ยวข้องกันจริงหรือ

ยาคุมกำเนิดกับมะเร็งเต้านม เกี่ยวข้องกันจริงหรือ เรามีคำตอบมาบอก ยาคุมกำเนิด หากกินมากๆ จะทำให้เป็นมะเร็งเต้านม หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งผศ. พญ.อาบอรุณ เลิศขจรสุข มีข้อเท็จจริงที่อยากเฉลย ผศ. พญ.อาบอรุณ เลิศขจรสุข ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า การกินยาเม็ดคุมกําเนิด พบว่า เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมแต่น้อยมากค่ะ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในผู้ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วัยรุ่น แต่พบว่าความเสี่ยงจะลดลงเรื่อยๆ หลังหยุดกิน จนเท่าคนปกติเมื่อหยุดกินเกิน 10 ปี ดังนั้น ผู้ที่กินยาเม็ดคุมกําเนิดอยู่ ควรตรวจเต้านมเป็นอย่างน้อยด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบก้อนเนื้อหรือถุงน้ำควรปรึกษาแพทย์ หากเป็นถุงน้ำหรือเนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็งก็ยังสามารถใช้ยาเม็ดคุมกําเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนต่ำได้ ภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ จริงๆ แล้วข้อดี คือแม้จะเสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ช่วยป้องกันมะเร็งรังไข่กับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ดีมากๆ นอกจากจะช่วยคุมกําเนิดแล้ว ประโยชน์ของยาเม็ดคุมกําเนิดยังมีอีกมากมาย ได้แก่ ลดอาการปวดประจําเดือน ลดปริมาณประจําเดือน ทําให้ประจําเดือนมาสม่ำเสมอ ลดอาการก่อนมีรอบเดือน และบางชนิดยังช่วยต้านสิว ต้านฝ้ารักษากลุ่มอาการ polycystic ovarian syndrome ที่ไข่ไม่ตกสิวผิวมันจะมีขนดก นอกจากนี้ ยังมีข้อดีอีกคือ เมื่อหยุดยาคุมแล้ว เดือนต่อไปโอกาสตั้งครรภ์เท่าคนปกติได้เลย ไม่ต้องรอฤทธิ์ยาหมดแบบยาฉีดค่ะ บทความอื่นที่น่าสนใจ UPDATE กฎเหล็กป้องกันมะเร็งเต้านม […]

ป้องกันโรคเกาต์ ด้วยเทคนิคการกิน

ป้องกันโรคเกาต์ ด้วยเทคนิคการกิน ใครปวดอยู่ ทำตามด่วน เคยเห็นพี่คนหนึ่ง ไม่ยอมเดิน ไม่ลุกจากที่นอน เพราะอาการปวดจากโรคเกาต์ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากภาวะกรดยูริคในเลือดสูง แต่เรา ป้องกันโรคเกาต์ ได้ด้วยการเลือกกิน โรคเกาต์ ที่เกิดจากภาวะกรดยูริคในเลือดสูงแล้วเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกยูเรตสะสมอยู่ในข้อ จนทำให้เกิดอาการปวด บวม อักเสบของข้อได้ โดยกรดยูริคเกิดจากการสารจำพวกพิวรีน ซึ่งพบได้ในอาหารบางประเภท สามารถแบ่งกลุ่มอาหารได้ 3 กลุ่ม คือ อาหารที่มีพิวรีนน้อย ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ผัก ผลไม้ ธัญพืชยกเว้นพืชตระกูลถั่ว วุ้น น้ำตาล ไขมัน อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลาหมึก ปู ปลากระพงแดง สะตอ ถั่วลิสง ใบขี้เหล็ก ข้าวโอ็ต ผักโขม หน่อไม้ ดอกกะหล่ำ อาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ เนื้อไก่ เป็ด ห่าน เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา ปลาซาร์ดีน […]

ถุงน้ำในเต้านม ภาวะชวนเจ็บเต้าที่สาวๆ ควรต้องรู้

ถุงน้ำในเต้านม ภาวะชวนเจ็บเต้าที่สาวๆ ควรต้องรู้ เคยอาบน้ำคลำเต้านมแล้วเจอก้อนบางอย่างไหม อย่ารีบกลัวกันไป เพราะคำตอบ อาจไม่ใช่โรคมะเร็งเต้านม หากแต่เป็น ถุงน้ำในเต้านม (Fibrocystic changes) ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถพบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยอาจไม่จัดเป็นโรคหรือเป็นความผิดปกติแต่อย่างใด กลุ่มของโรคถุงน้ำในเต้านมนี้ประกอบด้วยหลายภาวะ ซึ่งสามารถพบร่วมกันในเต้านมข้างเดียวกันได้ เช่น ถุงน้ำ (cyst) ท่อน้ำนมขยายหรือโป่งพอง (duct ectasia) พังผืด (adenosis, fibrosis) และท่อน้ำนมหนาตัว (ductal hyperplasia) ในที่นี้จะขอกล่าวถึงถุงน้ำในเต้านมเป็นหลัก เนื่องจากเป็นภาวะที่พบได้มากที่สุด สาเหตุและอาการ ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคหรือภาวะถุงน้ำในเต้านม แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการตอบสนองด้านฮอร์โมนในผู้หญิง โดยพบว่าผู้ป่วยมักจะมาด้วยอาการเจ็บเต้านมก่อนมีประจำเดือน คลำเต้านมพบมีก้อนหรือขรุขระ ในทางพยาธิวิทยาจะพบการเกิดถุงน้ำที่ท่อน้ำนมส่วนปลายมีการพองออกร่วมกับมีการอุดตันทำให้เกิดการคั่งของของเหลวจนกลายเป็นถุงน้ำ ในบางรายอาจพบร่วมกับการอุดตันของท่อน้ำนมส่วนอื่นด้วยทำให้เกิดท่อน้ำนมขยายหรือโป่งพองและอาจมีน้ำออกจากหัวนมได้ การตรวจแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวนด์จะพบก้อนที่มีลักษณะกลมหรือรี ขอบเรียบ ภายในบรรจุด้วยของเหลว ซึ่งอาจมีลักษณะใสหรือขุ่นข้นเป็นตะกอนก็ได้ มักจะพบร่วมกันหลายถุงและพบในเต้านมทั้งสองข้าง โดยมีขนาดแตกต่างกันได้ตั้งแต่ไม่กี่มิลลิเมตรจนถึงหลายเซ็นติเมตร และอาจตรวจพบหินปูนที่เกิดจากตะกอนแคลเซียมในถุงน้ำในภาพแมมโมแกรมก็ได้ วิธีการรักษา ถุงน้ำในเต้านมไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ในรายที่คลำได้ก้อนหรือมีอาการเจ็บ แนะนำให้ดูดน้ำในถุงน้ำออกเพื่อบรรเทาอาการ แต่อย่างไรก็ตามอาจมีการกลับเป็นซ้ำใหม่ได้ การวินิจฉัยถุงน้ำด้วยการทำอัลตร้าซาวนด์ในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงมาก ในผู้ป่วยที่คลำพบก้อนในเต้านมควรได้รับการตรวจอัลตร้าซาวนด์เพื่อวินิจฉัยแยกถุงน้ำออกจากก้อนเนื้องอก แม้แต่ในรายที่พบว่ามีถุงน้ำอยู่เดิมแล้วก็ตาม เนื่องจากอาจมีเนื้องอกในเต้านมเกิดใหม่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เคยมีถุงน้ำอยู่เดิมได้ และไม่สามารถแยกจากกันด้วยการตรวจร่างกายแต่เพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ป่วยโรคถุงน้ำในเต้านม […]

ล้างมือ ยิ่งทำบ่อย ยิ่งช่วยหยุดยั้งเชื้อโรค

ล้างมือ ยิ่งทำบ่อย ยิ่งตัดหนทางแพร่กระจาย ช่วยหยุดยั้งเชื้อโรค การล้างมือ นับเป็นหนึ่งในมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และมีความสำคัญมาก เนื่องจากพบว่ามีโรคต่างๆ มากมายที่แพร่กระจายได้ โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค ฯลฯ ติดต่อโดยการหายใจเอาเชื้อเข้าไป และติดต่อจากการสัมผัสสิ่งของ สิ่งคัดหลั่ง(น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ) ของผู้ป่วย โรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วง อหิวาตกโรค ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ พยาธิชนิดต่างๆฯลฯ ติดต่อโดยมือปนเปื้อนเชื้อแล้วหยิบอาหารใส่ปาก โรคติดต่อจากการสัมผัสโดยตรง เช่น โรคตาแดง เชื้อรา หิด ฯลฯ ติดต่อโดยมือไปสัมผัสแผล สารคัดหลั่งแล้วมาสัมผัสกับส่วนต่างๆของร่างกาย   เมื่อไรที่เราควรล้างมือ ก่อน, ขณะ, และหลังเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร ก่อน และหลังการดูแลผู้ป่วย ก่อน และหลังการทำแผล ภายหลังจากเข้าห้องน้ำ ภายหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ภายหลังการไอ จาม สั่งน้ำมูก ภายหลังการสัมผัสสัตว์ การให้อาหารสัตว์ […]

ผงชูรส กินไม่ดีจริงหรือ และทำให้ผมร่วงได้จริงไหม

ผงชูรส กินไม่ดีจริงหรือ และทำให้ผมร่วงได้จริงไหม เรามีคำตอบจากคุณหมอมาบอก ร้านอาหารหลายๆ ร้านมักใส่ ผงชูรส ลงไปในอาหาร หากสังเกตดู เวลาออกไปกินข้าวนอกบ้าน กลับมาอีกทีก็อยากดื่มน้ำเยอะๆ เป็นเพราะผงชูรสหรือเปล่านะ เรามีคำตอบ อ. นพ.วาสนภ วชิรมน หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายไว้ ดังนี้ มารู้จักผงชูรสกันก่อน ผงชูรส มีสารสําคัญคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมท หรือที่ย่อกันว่า MSG ซึ่งประกอบด้วยโซเดียมและกรดกลูตามิก โซเดียมคือเกลือ ส่วนกรดกลูตามิกคือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของโปรตีน กรดกลูตามิกเป็นแหล่งพลังงานให้แก่ร่างกาย ทําให้ร่างกายสร้างกรดอะมิโนจําเป็นตัวอื่น และยังเป็นส่วนประกอบของสารกลูตาไธโอนอีกด้วย องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้จัดให้ MSG เป็นสารที่ปลอดภัย หรือที่เรียกว่า Generally Recognized as Safe (GRAS) มีการรายงานผลของ MSG  ต่อร่างกายในวารสารทางการแพทย์ตั้งแต่  40 กว่าปีมาแล้ว โดยพบในผู้ที่รับประทานอาหารจีนและเกิดอาการชาที่แขน คอ และหลัง ร่วมกับอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น แน่นหน้าอก หน้าแดง และเป็นลม ซึ่งเป็นอาการที่รู้สึกไม่สบายชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในบางคนเท่านั้น โดยกลุ่มอาการดังกล่าวเรียกว่า Chinese restaurant syndrome หรืออีกชื่อหนึ่งคือ MSG symptom complex นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อาจจะมีการกระตุ้นให้โรคหอบหืดและไมเกรนกําเริบได้ อย่างไรก็ตาม […]

สารเอเอชเอ ชื่อนี้จำให้แม่น ช่วยปรับสภาพผิวหน้า

สารเอเอชเอ ชื่อนี้ต้องจำให้แม่น ช่วยปรับสภาพผิวหน้าได้ดีจริง หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของสารเอเอชเอ (AHA) ซึ่งเราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า เจ้าสารตัวดังกล่าวนี้คืออะไร มีวิธีการใช้อย่างไร แล้วสามารถปรับสภาพผิวหน้าได้อย่างไรให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน การปรับสภาพผิวหน้าคืออะไร การปรับสภาพผิวหน้า เป็นการใช้น้ำยาที่มีสารเอเอชเอ ซึ่งสกัดจากผลไม้ทาลงไปที่ผิวบริเวณที่ต้องการจะปรับสภาพในระยะเวลาที่เหมาะสมแล้วล้างออก เพื่อให้ผิวหนังนุ่มนวลและอ่อนเยาว์ขึ้น สารที่สกัดนี้จะไม่ระคายเคืองและไม่ทําให้ผิวบริเวณนั้นบางหรือหลุดลอกออกเป็นแผ่นเหมือนการทํา Baby Face ผลของการปรับสภาพผิว ช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงและใช้รักษาสิวเสี้ยนได้ ทั้งยังสามารถใช้ปรับสภาพผิวที่เสื่อมสภาพ หมองคล้ำ โดยเฉพาะผิวที่หยาบกร้านต่อแสงแดดมานาน ช่วยขจัดรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ บนใบหน้า ช่วยให้ฝ้า กระ จุดด่างดําบนใบหน้าจางลง ทําให้สีผิวดูกลมกลืนมากขึ้น ช่วยให้ผิวหนังนุ่มใส ดูอ่อนเยาว์ขึ้น และยังทําให้แผลเป็น รวมทั้งรอยด่างดําที่เกิดจากสิวตื้นขึ้นได้ จํานวนครั้งของการปรับสภาพผิวที่สามารถทําได้ ต้องอธิบายว่า การปรับสภาพผิว หากทําโดยถูกต้อง ก็สามารถทําได้โดยไม่จํากัดจํานวนครั้ง  ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นผลที่สะสมจากการทําาแต่ละครั้ง  ดังนั้นในช่วงแรกของการปรับสภาพผิวจะต้องทําทุก 1-2 สัปดาห์ ประมาณ 5-6 ครั้ง หลังจากนั้นอาจทําห่างกันออกไปเป็นเดือนละ 1-2 ครั้ง ผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิว จึงควรมีการเตรียมตัวสําหรับการปรับสภาพผิว โดยคืนก่อนและ 1 วันหลังจากปรับสภาพผิวหน้า ควรงดยาทาทุกชนิด เช่น ยารักษาสิว ยาทาฝ้า […]

กินแบบชาวบาร์บาเกีย กินให้อายุยืน ไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ

กินแบบชาวบาร์บาเกีย กินให้อายุยืน ไม่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ วิธี กินแบบชาวบาร์บาเกีย ต้องกินอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับชาวบาร์บาเกีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของกลุ่มผู้มีอายุยืนที่สุดในโลกกันก่อนดีกว่า ชาวบาร์บาเกีย ซาร์ดิเนียเป็นเกาะขนาดใหญ่ตั้งอยู่แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อกล่าวถึงคําว่าเมดิเตอร์เรเนียน เราอาจนึกถึง “อาหารเมดิเตอร์เรเนียน” ที่นิยมเสิร์ฟในภัตตาคาร จนทําให้หลายคนเกิดความสับสนว่าการรับประทานอาหารอิตาเลี่ยน หรืออาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนนั้นจะทําให้อายุยืน มีอัตราเสี่ยงต่อโรคหัวใจน้อยที่สุดในโลกดั่งชาวบาร์บาเกีย และที่แย่ไปกว่านั้นคือคนจํานวนไม่น้อยต่างพากันเข้าใจผิดว่าอาหารกลุ่มนี้คืออาหารประเภท พิซซ่าขอบชีส ไส้กรอกอิตาเลี่ยน หรือพาสต้าครีมชีส เป็นต้น แต่ถ้าหากเราลองมาดูรูปแบบอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่แท้จริงแล้ว รูปแบบของอาหารต่างจากที่กล่าวมาข้างต้น เรามาดูกันซิว่าอะไรที่ทําให้คนที่อาศัยอยู่ในแคว้นซาร์ดิเนีย เค้ามีอายุยืนยาวกัน รูปแบบการกินของชาวบาร์บาเกีย กินอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก โดยกินผักสดทุกวันนอกจากนี้แล้วยังนิยมผลไม้สด ธัญญาหาร ข้าวไม่ขัดสี ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของใยอาหาร วิตามิน และเกลือแร่จากธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ปรุงอาหารด้วยไขมันจากมะกอกหรือนําามันมะกอก และถั่วเปลือกแข็งชนิดต่างๆ โดยเฉพาะอัลมอนด์ มีงานวิจัยจําานวนมากออกมาระบุว่านําามันมะกอกและน้ำมันจากถั่วเปลือกแข็งนั้นมีวิตามินอีสูง และเป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล กินสมุนไพรและเครื่องเทศที่ปลูกขึ้นเองเป็นประจํา ซึ่งส่วนใหญ่มักนํามาใช้ในการประกอบอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อย กลมกล่อมยิ่งขึ้น ดื่มไวน์พร้อมอาหารมื้อเย็น กําหนดปริมาณไม่เกิน 2 แก้วไวน์ต่อวันสําหรับผู้ชาย และไม่เกิน 1 แก้วไวน์ต่อวัน สําหรับผู้หญิง โดยจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสชาติของไวน์ ซึ่งต่างจากคนทั่วไปที่มักไม่จําากัดปริมาณในการดื่ม จากการศึกษาระบุว่าการดื่มไวน์ในปริมาณที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อร่างกายและลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ เลือกรับประทานเนื้อสัตว์เพียงบางชนิด ว่าหากจะกินเนื้อสัตว์ต้องเลือกเนื้อสัตว์ที่ไม่มีขา […]

ทำความรู้จัก รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา เพื่ออายุยืน

ทำความรู้จัก รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา เพื่ออายุยืน รูปแบบการกิน ของชาวโอกินาวา คืออะไร พวกเขามีวิธีการกินอย่างไร หรือมีเครื่องปรุงใด จึงทำให้คนในเมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น จึงมีอายุยืน ยาวนานกว่า 100 ปี การศึกษาและรวบรวมข้อมูลการปฏิบัติตัวรวมถึงพฤติกรรมการบริโภคของกลุ่มผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุด 3 กลุ่มในโลก ได้แก่ ชาวโอกินาวา ชาวบาร์บาเกียและชาวโลมา ลินดา เราเรียกคนในกลุ่มนี้ว่ากลุ่ม “Blue Zone” หรือโซนสีฟ้า ซึ่งหมายถึงบริเวณที่มีประชากรอายุมากเกินกว่า 100 ปีอาศัยอยู่เป็นจําานวนมาก ไม่ใช่เพียงแค่อายุยืนยาว แต่สุขภาพกายรวมถึงความจําและสุขภาพจิตก็ดีมากอีกด้วย เรามาเริ่มดูกันทีละกลุ่มว่าพวกเขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้างที่ช่วยให้อายุยืนยาว ชาวเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น โอกินาวาเป็นเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่นผู้คนส่วนใหญ่มักประกอบอาชีพประมงและเกษตรกรรม และภาพที่เราสามารถพบเห็นได้เป็นประจําบนเกาะโอกินาวา ก็คือภาพผู้สูงอายุเดินและทํางานกันอยู่เต็มเกาะ ผู้สูงอายุที่โอกินาวา แม้ว่าจะมีวัย 90 ปีขึ้นไป แต่ก็ยังสามารถประกอบกิจกรรมระหว่างวันและทํางานกันอยู่ อีกทั้งยังมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบชาวโอกินาวากับคนที่อาศัยอยู่ในซีกโลกตะวันตก พบว่าคนโอกินาวานั้นมีอัตราการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงภาวะกระดูกผุกระดูกพรุนที่น้อยกว่า จากการเปรียบเทียบประชากรที่มีอายุ 90 ปีเท่ากันพบว่าการทําางานของสมองและร่างกายจะลดลงกว่า 50% ในประชากรส่วนใหญ่ ขณะที่ชาวโอกินาวานั้น […]

ห่อหมกกุ้ง สไตล์ชีวจิต น้ำเต้าหู้แทนกะทิ ถั่วลิสงแทนไข่

ห่อหมกกุ้ง สไตล์ชีวจิต น้ำเต้าหู้แทนกะทิ ถั่วลิสงแทนไข่ มากิน ห่อหมกกุ้ง สูตรชีวจิตกันเถอะ ไม่เพิ่มระดับไขมันในเลือด แถมยังสบายท้อง เพราะอุดมด้วยใยอาหารจากผักสารพัดชนิดกันเถอะ กินเยอะแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวโรค ซึ่งวิธีทำก็ง่าย เหมือนห่อหมกทั่วไปคือ มีผักรอง ไม่ว่าจะเป็น ใบยอ โหระพา หรือใบแมงลัก แต่ใช้น้ำเต้าหู้แทนกะทิ และใช้ถั่วลิสงกับเต้าหู้แทนไข่ไก่ ส่วนผสม กุ้งสดสับละเอียด 1 ขีด กุ้งสดแกะเปลือก 4-5 ตัว น้ำพริกแกงเผ็ด ¼ ถ้วย น้ำพริกแกงใต้ 1 ช้อนโต๊ะ เต้าหู้หลอด ½ ถ้วย (ประมาณ 2 ขีด) ถั่วลิสงคั่ว ¼ ถ้วย เกลือ ½ ช้อนชา น้ำปลา 3 ช้อนชา น้ำเต้าหู้ ¼ ถ้วย กระชายซอยเป็นเส้นยาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเต้าหู้ผสมเกลือเล็กน้อย […]

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด

พลาสมา รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้เร็ว ยิ่งรอด พลาสมา จากผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเสริมการรักษาที่ใช้ได้ผล โดยงานนี้มีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศแรกที่ทำการทดลอง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพลาสมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ยิ่งให้พลาสมาเร็ว ยิ่งได้ผล และยิ่งเพิ่มอัตรารอดชีวิต จากการทดลองใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในระยะแรกเป็นการรักษาแบบเปรียบเทียบคือ การให้พลาสมาและกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ให้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักได้ผลไม่ต่างกัน ต่อมาได้มีการศึกษาเปรียบเทียบอีกโดยทำการทดลองให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยสูงอายุวัย 70 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงสูงโดยให้เร็ว ปรากฏว่าผลจากการทดลองพิสูจน์แล้วว่า การรักษาจะได้ผลดีที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ป่วยได้รับพลาสมาหลังจากรับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยเร็วที่สุด เนื่องจากหากได้รับพลาสมาช้า ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานโรคขึ้นเองและทำให้การรักษาด้วยพลาสมาไม่เกิดผลดีเท่าที่ควรหรือไม่เกิดผลเลย ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ยิ่งให้พลาสมาแก่ผู้ป่วยเร็วมากเท่าใด ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายและลดอัตราการเสียชีวิตลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 กับผลต่อการรักษาด้วยพลาสมา หลายคนมีข้อสงสัยว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ 2019 ในครั้งนี้ที่มีความแตกต่างจากระลอกแรกจะมีผลต่อการรักษาด้วยพลาสมาหรือไม่ ศ.นพ.ยง ระบุว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสขณะนี้ไม่ส่งผลกับการรักษาด้วยพลาสมาแต่อย่างใด เพราะนับตั้งแต่มีการระบาดระลอกใหม่เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยที่หายแล้วหลายรายมาบริจาค และเมื่อนำพลาสมาไปรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายอื่นก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะนี้ได้ให้การรักษาไปแล้ว 10 รายอยู่ระหว่างการติดตามตามผล ทั้งนี้การกลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้และบราซิลที่อาจมีผลต่อการศึกษา ก็ยังไม่ได้พบในประเทศไทย ศ.นพ.ยง ยังเน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแนวทางการรักษาด้วยพลาสมาว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานทางสาธารณสุขของไทยยังเดินหน้าในการค้นคว้าและศึกษากระบวนการรักษาด้วยพลาสมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าพลาสมายังคงสามารถใช้รักษาได้อย่างแน่นอน แม้วิธีการรักษาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเพียงใด แต่หากขาดพลาสมาจากผู้บริจาคก็ไม่สามารถรักษาได้เช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอบริจาคพลาสมาได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ […]

วิธี อยู่กับโควิด แบบไม่ล็อกดาวน์ ตามสไตล์สิงคโปร์

อยู่กับโควิด แบบไม่ล็อกดาวน์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามสไตล์สิงคโปร์ อยู่กับโควิด อย่างไรดี ในเมื่อยอดผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น วันนี้เรามาดูแผนการรับมือแบบสิงโปร์ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัดโควิด-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ในขณะที่หลายๆประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มโควิด-19 กันอีกครั้ง เพื่อสกัดการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์เดลตา แต่สิงคโปร์กลับสวนทางด้วยการเตรียมเปิดประเทศเพื่อกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ก่อนหน้านี้สิงโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้มาตรการสกัดโควิด-19 เข้มงวดที่สุดประเทศหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นห้ามรับประทานอาหารในร้านอาหาร และให้พนักงานทำงานจากบ้าน ห้ามรวมกลุ่มกันเกิน 2 คนจากเดิมกำหนดไว้ที่ 5 คน ปิดยิม ไปจนถึงห้ามบุคคลที่ไม่ใช่ผู้โดยสารเข้าไปในอาคารโดยสารของสนามบิน และปิดห้างสรรพสินค้าในบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจหาเชื้อพนักงานราว 9,000 คน หลังพบผู้ติดเชื้อที่สนามบินเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่วันนี้ แผนการรับมือโควิด-19 ของสิงคโปร์ ที่เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ ยกเลิกการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว อนุญาตให้รวมตัวกันกลุ่มใหญ่ หรือแม้กระทั่งยกเลิกการนับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวัน แม้ว่าการพยายามคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้เป็น 0 จะช่วยให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์ไม่สูงนัก ช่วงก่อนหน้านี้ แต่สิงคโปร์เริ่มมองว่าโมเดลดังกล่าวแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่ยั่งยืนในระยะยาว และยังเสี่ยงที่สิงคโปร์ในฐานะศูนย์กลางด้านการค้าขาย จะตามไม่ทันเมืองศูนย์กลางด้านการเงินอื่นที่เริ่มเปิดประเทศแล้วอย่าง ฮ่องกง และ นิวยอร์ก ดังนั้น […]

วิธีสังเกตอาการ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19

ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 ต้องสังเกตอะไรบ้าง ก่อนสายเกินแก้ ผู้สูงอายุติดเชื้อ โควิด-19 บางครั้งก็มีอาการที่ค่อนข้างดูยาก ซึ่งผู้ดูแลต้องใช้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากกรณีที่ผู้สูงอายุมีการติดเชื้อ อาการอาจไม่ชัดเจนและไม่ตรงไปตรงมา เช่น อาจไม่มีไข้ หรืออาจมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือรับอาหารทางสายยางไม่ได้ ซึมสับสนเฉียบพลัน ความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองลดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่อาการจะรุนแรงมากกว่าในวัยอื่นๆ หลัก 5อ. สังเกตผู้สูงวัย เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ไม่ให้เกิดการถดถอยของร่างกาย สมอง และ เกิดความเครียด ระหว่างที่ผู้สูงอายุ ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน โดยยึดหลัก 5อ. ได้แก่ อาหาร ออกก้าลังกาย อารมณ์ เอนกายพักผ่อน ออกห่างสังคมนอกบ้าน ดังนี้ อาหาร รับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะปรุงสุกใหม่ๆไม่รับประทานอาหารที่หวานหรือเค็มเกินไปเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงเสริมภูมิคุ้มกัน และควรให้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของร่างกายและสมอง ผู้สูงอายุมักมีมีปัญหาสุขภาพในช่องปากซึ่งส่งผลต่อการรับประทานอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงที่ต้องออกมาพบทันตแพทย์ในช่วงวิกฤตนี้ ขอแนะน้าผู้สูงอายุให้รักษาสุขภาพช่องปากโดยใช้สูตร 2 – 2 – 2 ดังนี้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, […]

keyboard_arrow_up
X