ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (1)

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (1)     มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า  ยกสุภาษิตเก่าของอินเดียนแดงที่กล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณเกิด คุณร้องไห้ และโลกมีความสุขยิ่ง จงมีชีวิตในลักษณะที่เมื่อคุณตายโลกร้องไห้ และคุณสุขยิ่ง”     มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า เชื่อว่าชีวิตจะมีความสุขได้ เราต้องทำประโยชน์ให้แก่แผ่นดิน แก่เพื่อนมนุษย์ และแก่สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เพราะความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากความสะดวกสบาย ความร่ำรวย หรือคำสรรเสริญเยินยอจากคนอื่น หากมาจากการทำสิ่งที่มีคุณค่า แต่ก่อนใจของมิ้นท์มีแต่ความพร่องอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไรก็รู้สึกเหมือนยังไม่เต็ม ไม่อิ่ม ไม่รู้จักความสุขที่แท้จริง และยังไม่รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าอันใดกับใคร จนวันที่คุณพ่อซึ่งเปรียบเสมือนทุกอย่างในชีวิตได้จากไป จุดเริ่มต้นในการค้นหาสิ่งที่ขาดหายไปจึงเกิดขึ้น มิ้นท์เกิดมาในครอบครัวที่แตกร้าว คุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่มิ้นท์อายุ 3 ขวบ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เป็นชาวฟิลิปปินส์ที่มาตั้งรกรากในเมืองไทย คุณพ่อเป็นนักดนตรีแจ๊สและเป็นอาจารย์พิเศษสอนด้านการเรียบเรียงดนตรีและสอนดนตรีสากลในมหาวิทยาลัย หลังจากคุณแม่แต่งงานใหม่และย้ายไปอยู่ประเทศสเปน เราก็เหลือกันแค่สองคนพ่อลูก ดังนั้นเวลาไปเล่นดนตรีที่ไหน คุณพ่อจะกะเตงมิ้นท์ไปด้วยในวัยเด็กมิ้นท์รู้สึกว่า ทำไมคุณพ่อเลี้ยงเราไม่เหมือนเลี้ยงเด็กผู้หญิงทั่วไปที่ต้องทะนุถนอมเอาอกเอาใจ เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ด้วยความทีท่านรักและเป็นห่วง อยากให้เผชิญโลกนี้ได้ด้วยตัวเอง จึงสอนให้เราเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่มีคุณแม่ แต่ความรักที่ได้รับจากคุณพ่อนั้นเต็มเปี่ยมท่านเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก และไม่ยอมมีใครใหม่อีกเลยจนกระทั่งเสียชีวิต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมิ้นท์เคยขอท่านว่าอย่าให้ใครมาแทนคุณแม่ ถ้ามีใครมาแทนเราก็จะไม่อยู่กับท่าน […]

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (จบ)

ในวันที่ใจได้เติมเต็ม ของ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า (จบ)     เมื่อคุณพ่อจากไปแล้ว สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้ มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า แม้ไม่ใช่มรดกร้อยล้านพันล้าน แต่ท่านได้ให้ชีวิตและพรสวรรค์ในการเล่นดนตรีซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตของมิ้นท์มาจนถึงบัดนี้   มิ้นท์ มาลีวัลย์ เจมีน่า เริ่มร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีตั้งแต่อายุสิบห้า นั่งร้องเพลงดีดกีตาร์มาเรื่อย จนวันหนึ่งได้พบกับ พี่แต๋ม – ชรัส เฟื่องอารมย์ ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้มาทำอัลบั้มแรกในชีวิต ในชุด “มาลีวัลย์และชรัส” เมื่อปี 2528 และหลังจากนั้นชื่อของมิ้นท์ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นจากอัลบั้ม “ปรารถนาและอารมณ์” ล่าสุดมิ้นท์ได้ออกอัลบั้มชุดใหม่ซึ่งมีซิงเกิ้ลแรกเป็นเพลง “เจ็บได้ ร้องไห้เป็น” คาดว่าหลายคนคงจะได้ฟังกันบ้างแล้ว ในปี 2552 นี้มิ้นท์อยากบอกว่า ดีใจมากที่ได้เลือกมาอยู่ตรงนี้ได้เป็นนักร้อง และได้มาพบกับพระพุทธศาสนา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตก็ว่าได้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมิ้นท์ไม่ใช่เด็กช่างฝัน แต่เป็นคนที่อยู่กับชีวิตจริงมาโดยตลอด วัยเรียนที่หลายคนได้เฮฮาสนุกสนาน มีเพื่อนล้อมหน้าล้อมหลัง มิ้นท์กลับต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน ในขณะเดียวกันก็ต้องทุ่มเทเวลาในการอ่านหนังสือเพื่อรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับที่ดี ชีวิตวัยรุ่นจึงไม่รู้จักคำว่า “ร่าเริง” เหมือนคนในวัยเดียวกัน ประกอบกับเป็นคนเอาจริงเอาจังและเด็ดขาด ไม่รู้จักความยืดหยุ่น ทำให้ชีวิตช่วงนั้นค่อนข้าง “ตึง” เกินไป […]

Q: ถ้าอยากกระตุ้นให้ลูกนั่งสมาธิที่บ้านต้องต้องทำอย่างไร

ถ้าอยากกระตุ้นให้ลูก นั่งสมาธิ ที่บ้านต้องต้องทำอย่างไร การนั่งสมาธิ ส่วนมากถ้าพ่อแม่เองยังไม่อยาก นั่งสมาธิ ก็ยากที่ลูกจะยอม นั่งสมาธิ ตามแต่ถ้าพ่อแม่มีแนวโน้มมาทางธรรม ก็มีโอกาสที่เด็กจะปฏิบัติธรรมด้วย…สัญชาตญาณเด็กนั้นพร้อมที่จะทำตาม แต่ไม่พร้อมที่จะฟัง ถ้าพ่อแม่เอาแต่พูดๆๆ ไม่ทำเป็นตัวอย่างให้เห็น สอนเท่าไหร่ลูกก็ไม่จำหรอก การนั่งสมาธิ คือ ความสงบ สบาย และความรู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่พระพุทธศาสนากำหนดเอาไว้เป็นข้อควรปฏิบัติ เพื่อการดำรงชีวิตประจำวันอย่างเป็นสุข ไม่ประมาท เต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ และปัญญา อันเป็นเรื่องไม่เหลือวิสัย ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ   หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected]

อัญมณีแห่งชีวิต ของ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของร้าน GEM PEACE by Chuchai

อัญมณีแห่งชีวิต ของ ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของร้าน GEM PEACE by Chuchai “เพชร” เป็นอัญมณีที่มีความเป็นอมตะและมีคุณค่าในตัวเองอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย แสงประกายระยิบระยับของเพชรยั่วยวนใจให้หญิงสาวแทบทุกคนต้องเหลียวมองและอยากครอบครองเป็นเจ้าของ – ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ชีวิตที่ได้คลุกคลีอยู่กับเพชรในฐานะเจ้าของร้านเพชร “เจมพีซบายชูชัย” (GEM PEACE by Chuchai) ทำให้ผม ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ได้เห็นอากัปกิริยาของผู้คนมากมาย บางคนชอบเพชร แต่ก็พยายามซ่อนความปรารถนาของตนเองไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่บางคนกลับเปิดเผยดวงตาแห่งความปรารถนาให้เห็นอย่างเด่นชัด หากจะว่าไปแล้ว ลักษณะนิสัยของผู้คนบางครั้งก็สะท้อนให้เห็นผ่านการเลือกซื้อเพชรนั่นเอง แต่ต่อให้เพชรล้ำค่าเพียงใด สำหรับผมแล้ว ชีวิตของคนเรายังมีสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่านั้น และที่สำคัญคือ ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน เป็น “อัญมณีแห่งชีวิต” ที่ทุกคนต่างก็มีอยู่แล้วในตัว เพียงแต่ส่วนใหญ่เรามักมองข้ามอัญมณีชิ้นนี้ เพราะมัวหลงอยู่กับการเสาะหาหิน กรวด ทราย มาเก็บไว้แทน กว่ายี่สิบปีที่ผมเพียรสร้างสมบัติพัสถานจนหลายคนยกตำแหน่งเศรษฐีให้ หลายคนอาจคิดว่า สมบัติเหล่านี้จะนำความสุขสงบในชีวิตมาให้ผมได้ด้วย แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า ต่อให้ผมร่ำรวยแค่ไหนก็ยังรู้สึกว่าไม่มีความสุขเท่ากับตอนที่ตัวเองมีฐานะยากจนเลยแม้แต่น้อย เพราะเมื่อผมทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ สิ่งที่ตามมาคือผมต้องพยายามรักษาสิ่งนี้ไว้และต้องต่อยอดความสำเร็จนี้ไปเรื่อยๆซึ่งนำความเหน็ดเหนื่อยมาให้ไม่ต่างจากตอนยังยากจนที่ต้องดิ้นรนทำงานเช้าจรดเย็นเลยสักนิด “ถ้าอย่างนั้น อะไรกันหรือคือความสุขที่แท้จริงของผม” ราวสองปีที่แล้ว ผมตั้งคำถามกับตัวเองอย่างนี้ พร้อมกับมองย้อนชีวิตของตัวเองที่มาจากศูนย์ ทำไมผมไม่รู้สึกยินดีปรีดากับความสำเร็จของตัวเอง […]

วันนี้ผมรักอาชีพนักข่าวมากที่สุด หนุ่ม อนุวัต เฟื่องทองแดง

วันนี้ผมรักอาชีพนักข่าวมากที่สุด หนุ่ม อนุวัต เฟื่องทองแดง ผม หนุ่ม อนุวัต เฟื่องทองแดง เป็นน้องชายคนสุดท้องของบ้านที่ไม่รักดีมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบทำการบ้าน ไม่ชอบเรียน ดังนั้นจึงมักสอบตกเสมอ ๆ บางเทอมเยอะหน่อยก็ 5 วิชาหลัก แต่ผมก็เอาตัวรอด จบ ม.6 พร้อมกับเพื่อน ๆ จนได้ ช่วงเวลาที่ใกล้สอบเอนทรานซ์ ผม หนุ่ม – อนุวัต เฟื่องทองแดง ก็ขออินเทรนด์กับเขาบ้าง ด้วยการขอพ่อกับแม่ไป “ติว” กับเพื่อน กลางวันติว กลางคืนเต้น (ตามเธ็ค) เป็นอย่างนี้ทุกคืน เมื่อถึงเวลาทำข้อสอบก็ตกตามระเบียบ คนในครอบครัวเริ่มกังวลกันว่าผมควรเรียนอะไรดี แต่ตัวผมเองกลับรู้สึกเฉย ๆ เพราะตอนนั้นเรื่องหลักของผมไม่ใช่การเรียนเสียแล้ว การเที่ยวกลางคืนคือเรื่องหลัก การเรียนเป็นเรื่องรอง เชื่อไหมครับว่า แสง สีเสียงในเธ็คมีอิทธิพลกับผมมาก ถึงกับทำให้ผมอยากเป็นแด๊นเซอร์ อยากเป็นนักร้องกลางคืน อย่างไรก็ดี “ภาคคนดี” ของผมก็ยังพอมีอยู่บ้าง เมื่อพี่สาวมาพูดเตือนสติด้วยประโยคข้างต้น ผมจึงมานั่งหน้ากระจกแล้วค่อย ๆ […]

ถ้าไม่เคย “ล้ม” ผมคงไม่รู้ว่าการลุกขึ้นมามีค่าแค่ไหน กิก ดนัย จารุจินดา

ถ้าไม่เคย “ล้ม” ผมคงไม่รู้ว่าการลุกขึ้นมามีค่าแค่ไหน กิก ดนัย จารุจินดา “จมไม่ลง” ผม กิก ดนัย จารุจินดา ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำคำนี้มาก่อน กระทั่งวันที่ผมต้องกลั้นใจยืมเงินเพื่อนสนิทเป็นครั้งแรกในชีวิต เพื่อจะรักษาภาพลักษณ์เท่ๆ หรูๆ ที่เคยมีเอาไว้ให้ได้ วันนั้นเองที่ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้ง!

“วันเฉลิม” นอกจอ…เรื่องจริงของชายผู้ เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเป็นได้

“วันเฉลิม” นอกจอ…เรื่องจริงของชายผู้ เลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกเป็นได้   ผมนั่งดูละครเรื่อง “ทองเนื้อเก้า” ทางโทรทัศน์แล้วก็ย้อนมองชีวิตของตัวเอง ชีวิตของผมก็ไม่ต่างกับเด็กชายวันเฉลิมตรงที่เราเกิดมา เลือกเกิดไม่ได้ แต่เราก็สามารถเติบโตเป็นคนดีได้ แต่นอกจากนั้น ดูเหมือนชีวิตจริงจะไม่ได้เหมือนในนิยาย เพราะผมไม่ได้เป็นคนที่มีความกตัญญูสูงเท่าเด็กชายวันเฉลิม ผมยากที่จะยอมรับกับการมีแม่ติดการพนันจนต้องขายสมบัติทุกอย่างของครอบครัว และมีพ่อที่ติดเหล้าจนไม่สนใจลูกเมีย ทั้งคู่ทำให้คำว่า “ครอบครัว” พังทลายลงก่อนที่ผมจะโต และกว่าที่ผมจะเรียนรู้คำว่า “ให้อภัย” ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไป แต่ในความโชคร้ายผมก็เจอปาฏิหาริย์ในชีวิต ได้พบเจอเพื่อนที่ดี ทำให้ผมเข้าใจความรักแบบที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เรื่องราวของครอบครัวผมเริ่มต้นมาจากคุณตามีภรรยาหลายคน ทำให้ยายของผมช้ำใจ ทั้งคู่แยกทางกันตอนที่แม่ยังเด็ก ยายเป็นคนเลี้ยงดูแม่และมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงอยู่ในกรมป่าไม้ ผมไม่รู้ว่ายายลำบากมากแค่ไหนในการเลี้ยงดูแม่ รู้แต่ว่าท่านพยายามส่งเสียแม่ให้เรียนสูงๆ แต่แม่เรียนยังไม่ทันจบปวช. ก็หนีตามพ่อไป และกลับมาขอขมายายในภายหลัง ครั้งหนึ่งยายเคยให้เงินแม่ไว้ก้อนหนึ่งสำหรับสร้างเนื้อสร้างตัว แต่พ่อนำไปลงทุนทำอะไรสักอย่าง สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่า ทำให้ยายไม่ชอบขี้หน้าลูกเขยที่ไม่เอาถ่านคนนี้เอาเสียเลย ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในเพิงสังกะสีที่กั้นเป็นห้องนอนในบริเวณกรมป่าไม้ นาน ๆ ทีพ่อถึงจะมาหาพวกเรา พ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยจนต้องแยกกันอยู่ แต่ละครั้งที่พ่อมาหา ผมมักจะได้ยินแต่การทะเลาะโต้เถียงด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  จนกระทั่งกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ผมไม่เคยเห็นพ่อกับแม่แสดงความรักกันด้วยความอ่อนโยน เห็นแต่ความหงุดหงิดโมโหที่ต่างฝ่ายต่างก็ระบายใส่กัน ผมโตมาได้ก็เพราะยาย เนื่องจากแม่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เมื่อผมขึ้นป.4 […]

คนนี้แหละ “รักแท้” ของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม

หลายคนคงรู้จัก เจนนิเฟอร์ คิ้ม…ไม่ว่าจากชีวิตด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสามด้าน และคงมีคนอีกจำนวนมากที่ชื่นชมการแสดงบนเวทีของเธอที่มักสลับเพลงเพราะ ๆ

เอนกายคุยกันแบบ สบาย สบาย กับพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

อาจกล่าวได้ว่า แทบไม่มีใครไม่รู้จักผู้ชายคนนี้…ธงไชย แมคอินไตย์ หรือ “พี่เบิร์ด” ของแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย ส่วนหนึ่งจากคอลัมน์ Secret of Life ::: สบาย ๆ ณ บ้านใบไม้ กับ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ เรื่อง พีรภัทร โพธิสารัตนะ ภาพ สุเมธ วิวัฒน์วิชา

“ตอนอายุ 60 ผมอยากเป็น เกษตรกรวัยชราที่ใจดี” ติ๊ก – เจษฎาภรณ์ ผลดี

ภาพแรกที่ผู้คนจดจำได้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ คือ ฉากที่เขาโกนหัวบวชนาคในภาพยนตร์เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง

หมอก้อง สรวิทย์ สุบุญ กับชีวิตที่มีความตายเป็นเพื่อนร่วมทาง

ค้นหาให้ลึกลงไปในหัวใจของผู้ชายคนนี้ว่า เพราะเหตุใดเขาจึงเข้มแข็งได้ในวันที่ใครๆ พากันเสียน้ำตา

Let’s Give มาเป็น “ผู้ให้” กันเถอะ – ต่าย – นัฐฐพนท์ ลียะวณิช

แม้แสงแดดในวันนี้จะร้อนแรงแค่ไหน แต่กลุ่มคนเล็กๆ ที่เรียกตัวเองว่า “เดอะกิฟเวอร์” (The Giver)ก็ยังคงมุ่งมั่นลุยเลนลงไปปลูกต้นโกงกางพร้อมด้วยรอยยิ้ม…ภายใต้การนำของเดอะกิฟเวอร์ตัวพ่อ ต่าย-นัฐฐพนท์ ลียะวณิช

เหตุผลที่คนเราควรหยุดบรรเลง เพลงเศร้า ให้กับชีวิต บทความจาก พระอาจารย์ชาญชัย

คนส่วนใหญ่ชอบฟังเพลง เพื่อความเพลิดเพลินบันเทิงอารมณ์ อันที่จริงชีวิตของคนเราก็ไม่ต่างไปจากบทเพลง ซึ่งมีทั้งหวานซึ้ง และซึมเศร้า

เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นางฟ้าของร่างที่ไร้วิญญาณ

หน้ากล้อง…เธอจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผมไม่เคยพร่อง หลังกล้อง…เธอทำงานจิตอาสารับแต่งหน้าให้ศพ

อเล็กซานเดอร์ เรนเดลล์ ทำความดีต้อง “ใช้ใจนำ” และ “ใช้ใจทำ”

ข่าวความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ ทำให้หลายคนหวั่นใจกับการไปเยือนที่นั่น แต่ถึงอย่างนั้น ทุก ๆ ปีก็จะมีผู้เสียสละจำนวนไม่น้อยที่ยอมอุทิศตน ทิ้งความสุขสบายลงไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ

วิธีรับมือกับปัญหาในแบบของ ไก่ – วรายุฑ มิลินทจินดา

เวลาไก่อยู่ต่อหน้าเพื่อน ต่อหน้าคนอื่น ๆ ไก่อยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง

ภารกิจลูกผู้ชาย ต้อง บวช ให้ได้สักครั้งในชีวิต

พรุ่งนี้เป็นวันเข้าพรรษาแล้ว Secret ขอนำเสนอเรื่องการ บวช ซึ่งเชื่อว่ามีหลายท่านถือโอกาสทำ “ภารกิจลูกผู้ชาย” ในช่วงเวลานี้

เล่าเรื่อง กรรม ย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (จบ)

เล่าเรื่อง กรรม ย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (จบ) แม้ว่าดิฉัน (เจน ญาณทิพย์) จะมีญาณทิพย์สามารถเห็น กรรม อดีตปัจจุบัน และอนาคตของผู้อื่นได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต ดิฉันไม่เคยสอนให้ใครยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ แต่สอนให้ทุกคนที่ได้พานพบ “พึ่งสติและปัญญาของตัวเอง” และดิฉันจะใช้ญาณช่วยเหลือเฉพาะคนที่กำลัง “จมน้ำ” มองไม่เห็นหนทางใดในชีวิตเท่านั้น ที่สำคัญ ดิฉันเป็นแต่เพียงผู้ชี้แนะทางสว่าง ไม่ใช่ผู้ที่จะมาแก้กรรมให้ใครหายทุกข์ หายร้อน หายเจ็บ หายป่วย ได้ในพริบตา ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของคนคนนั้น ดิฉันไม่ได้เป็นผู้วิเศษมาจากไหน…เป็นคนธรรมดาที่ยังเวียนว่ายตายเกิด มีสุข มีทุกข์ มีเจ็บ มีป่วยไม่ต่างจากคนอื่น ใครที่ต้องการเข้าถึงความรู้แจ้งและสงบเย็นต้องเรียนรู้ศึกษาโลกและชีวิตให้ถึงแก่นแท้ ต้องรู้จักถือสิ่งที่ควรถือ ต้องรู้จักวางในสิ่งที่ควรวาง รู้จักเก็บในสิ่งที่ควรเก็บ รู้จักทิ้งในสิ่งที่ควรทิ้ง มิฉะนั้นจะมีแต่หลงทางวนเวียนอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น รับกรรมชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า    เมื่อมีใครมาหา ส่วนใหญ่ดิฉันมักจะทายทักถึง กรรมที่ทำไว้ในชาตินี้ เพราะเจ้าตัวจะรู้ดีที่สุดว่าทำกรรมอะไรไว้บ้าง เพื่อให้เขาระลึกนึกถึงความผิดพลาดที่เคยกระทำมาและจะได้สำนึกในการกระทำนั้นๆ ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมามีผู้คนมากมายมาหาดิฉัน พวกเขาต่างมีความทุกข์กันไปต่างๆ นานา นอกจากจะช่วยชี้แนะแนวทางให้พวกเขาแล้ว ดิฉันก็ขออนุญาตนำเรื่องราวของเขามาเผยแพร่ในหนังสือ “ภารกิจ delete กรรม” เจน ญาณทิพย์ (สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ) เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนอื่นๆ ได้เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ดังเรื่องราวของชายคนนี้ที่ติดต่อมาหาดิฉันและบอกว่าตัวเองโดนผีเข้ามาหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อเขามานั่งตรงหน้าและอนุญาตให้ดิฉันเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ ดิฉันจึงทราบว่าเขาโกหก เพราะเขาไม่ได้ถูกผีเข้าแต่อย่างใด ทว่ากรรมของเขาส่งผลให้ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและมีความต้องการทางเพศกับผู้ชายด้วยกันตลอดเวลา เขายอมรับว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีใครเข้าใจเขาเลย ทุกวันนี้เขาต้องซื้อบริการทางเพศจากผู้ชายที่มาขายตัวตามสวนสาธารณะต่างๆ นอกจากนั้นเขายังมีอาการทางจิต คือเป็นคนรักสะอาดมาก สังเกตได้ว่าเขาจะใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดทุกอย่างที่สัมผัส เช่น ลูกบิดประตู เก้าอี้ที่นั่ง ฯลฯ ดิฉันเห็นแล้วให้นึกสงสาร จึงแนะนำให้เขาหมั่นถือศีลให้บริสุทธิ์ เริ่มจากการสวดมนต์ รักษาศีล และกรวดน้ำให้กับคนที่เขาเคยหลับนอนด้วยทุกคน ผู้ชายคนนี้บอกว่า เขาจะทำตามที่ดิฉันแนะนำทุกอย่าง แต่วันนี้ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม อย่างไรก็ขอซื้อบริการทางเพศกับผู้ชายก่อน เขาทนไม่ได้…ขาดผู้ชายไม่ได้จริงๆ นี่ขนาดเพิ่งจะแนะนำไปหยกๆ ยังพูดแบบนี้อีก ดิฉันจึงเตือนสติเขาไปว่า “ดิฉันเตือนคุณแล้ว! แต่คุณยังจะไปทำกรรมเพิ่มอีก คุณรู้ตัวไหมว่าคุณเป็นโรคเอดส์แล้ว ดิฉันขอแนะนำให้คุณไปตรวจเลือด ดิฉันรู้ดีว่าคุณรักความสะอาดมาก แต่ทำไมคุณไม่กลัวโรคเอดส์ หากคุณไปซื้อบริการจากผู้ชายเหล่านั้น พวกเขาก็จะติดเอดส์จากคุณไปด้วย ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มบาปเพิ่มกรรมให้ตัวเอง” ดิฉันเชื่อว่า ในสังคมไทยยังมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนผู้ชายคนนี้ การทำผิดศีลข้อ 3 นอกจากจะต้องตกนรกแล้ว ในชาตินี้ ชีวิตของเขาก็จะหาความปกติสุขไม่ได้ ต้องทุกข์ทรมานทั้งทางกายและทางใจ ยิ่งถ้าจิตไม่มั่นคงพอ ไม่ทำบุญกุศลใดๆ ชีวิตของเขาก็จะไหลไปตามกระแสแห่งกรรมที่เคยทำมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ตามหาศพจมน้ำที่จังหวัดพิจิตร นอกจากนั้น ที่ผ่านมาดิฉันได้ใช้ญาณช่วยตามหาศพของเด็กผู้หญิง 2 คนซึ่งจมน้ำที่จังหวัดพิจิตร คุณครูเป็นคนส่งเรื่องราวมาหาทางอีเมล ([email protected]) โดยเล่าว่า ครอบครัวของเด็กสองคนนี้ยากจน เป็นชาวไร่ชาวนา ไม่มีเงินทองมากนักพ่อแม่ต้องกู้ยืมเงินเพื่อจ้างนักประดาน้ำให้งมศพของลูก แต่ก็ยังหาศพไม่เจอ ฟังเรื่องราวแล้ว ดิฉันตัดสินใจว่าจะช่วย จึงขอให้คุณครูส่งรูปของน้องทั้งสองคนและสถานที่เกิดเหตุมาให้ดู ดิฉันนั่งสมาธิอยู่ 3 คืนติดต่อกัน เพื่อจะติดต่อสื่อสารกับวิญญาณของเด็กสองคนนี้ และแล้วคืนหนึ่งดิฉันก็ได้พูดคุยกับน้องคนแรก ในญาณ น้องพาดิฉันไปดูว่าศพอยู่ตรงไหน เมื่อดูแล้วดิฉันกะประมาณว่าศพอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 กิโลเมตร สภาพศพของน้องมีแต่ตัวไม่มีศีรษะ ร่างกายเป็นสีน้ำตาล ใกล้กับศพน้องจะมีบ้านไม้โปร่ง ใต้ถุนสูงอยู่หลังหนึ่ง ส่วนริมน้ำหน้าบ้านจะมีขอนไม้ยาวประมาณ 3 เมตรและร่างของน้องติดอยู่ตรงนั้น ในช่วงน้ำท่วมปลายปี2554 น้องคนนี้จมน้ำหายไปในแม่น้ำน่านที่เชี่ยวกรากพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางหาศพเจออย่างแน่นอน ที่สำคัญ ผ่านไปหลายวันแล้วศพอาจจะถูกปลากินไปแล้วก็ได้ ครั้งนั้นเนื่องจากดิฉันไม่สะดวกที่จะเดินทางไปจังหวัดพิจิตรด้วยตัวเอง จึงอธิบายให้คุณครูฟังว่าศพอยู่ตรงไหน ส่วนคุณครูก็เรี่ยไรเงินบริจาคจากคนแถวนั้น เพื่อนำเงินที่ได้ไปจ้างเรือมาหนึ่งลำพร้อมชาวบ้านอีกหนึ่งคนเพื่อช่วยดำน้ำหาศพ หลังจากนั้น คุณครูพร้อมพ่อแม่ของเด็ก และชาวบ้านที่จ้างมาเพื่อให้ดำน้ำหาศพก็นั่งเรือไปยังจุดที่ดิฉันบอก และในที่สุดก็เจอศพของน้องเหมือนที่ดิฉันบอกทุกประการ คือเป็นศพไม่มีศีรษะ จมอยู่ใต้ขอนไม้ และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตรจริงๆ ตัวดิฉันเองไม่เคยเดินทางไปจังหวัดพิจิตรมาก่อน ไม่ทราบว่าแม่น้ำน่านไหลเชี่ยวขนาดไหน ไม่ทราบว่าบ้านเรือนของคนริมน้ำแถวนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์นี้จึงน่าจะตอบข้อสงสัยของใครหลายคนได้ว่า สิ่งที่ดิฉันรู้เป็นความจริง! ใครก็ตามที่มาหาดิฉัน คำแนะนำที่ได้รับคือ ขอให้หมั่นทำความดีด้วยการให้ทานรักษาศีล และเจริญภาวนา โดยดิฉันได้ตั้งชมรมวิปัสสนาญาณขึ้นที่วัดวิมุตยาราม (เชิงสะพานพระราม 7) เพื่อชักชวนให้คนที่รู้จักและไม่รู้จักได้เจริญวิปัสสนากรรมฐานด้วยกันทุกวันอาทิตย์ โดยดิฉันจะเป็นผู้จัดเตรียมข้าวปลาอาหารและน้ำปานะไว้ให้ ชมรมวิปัสสนาญาณแห่งนี้จะมีการสอนให้เข้าใจในกรรมเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นทาสของกรรม ซึ่งทางพระพุทธศาสนาสอนให้ทุกๆ คนพิจารณาหลักธรรมเนืองๆ เพื่อเป็นผู้ไม่ประมาท ไม่ทำกรรมชั่ว ประกอบแต่กรรมดี ดังนั้น ที่เขาพูดกันว่าแก้กรรมได้นั้น ไม่ใช่แก้กรรมเก่า แต่แก้กรรมใหม่ด้วยการไม่กระทำกรรมแบบเดิมซ้ำอีก กรรมเก่านั้นเราต้องรับและชดใช้ ซึ่งเราสามารถใช้การนั่งสมาธิ การปฏิบัติธรรมช่วยแก้ไขกรรมหนักให้เป็นเบาได้เท่านั้นเอง โลกนี้มีแต่ความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรได้ดังใจเรา มันมีเหตุปัจจัยให้เกิดขึ้นมาและเมื่อมีเหตุปัจจัยอย่างนั้นๆ เรื่องเช่นนั้นก็ต้องเกิดขึ้น เราจึงต้องปลง ส่วนจะจัดการแก้ไขต่อไปอย่างไร ก็ต้องดูว่ามีเหตุปัจจัยให้แก้ไขได้หรือไม่ การที่เราจะหลุดพ้นจากความทุกข์นั้นไม่จำเป็นต้องรอชาติหน้าหรือชาติไหน เพราะปัจจุบันชาติ ปัจจุบันขณะ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ เป็นโอกาสเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้น ถึงตรงนี้ ดิฉันก็ขอย้ำคำเดิมว่า “ดิฉันไม่สามารถแก้กรรมให้ใครได้” แต่สิ่งที่ทุกคนทำให้ตัวเองได้คือ การทำกรรมใหม่ที่เป็น “กรรมดี” อดีตนั้นผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ อนาคตก็ยังมาไม่ถึงปัจจุบันนี่สิที่สำคัญ เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าทำกรรมเช่นไรก็ย่อมได้รับผลเช่นนั้น แล้วคุณจะไม่คิดเก็บเกี่ยวเสบียงบุญให้ตัวเองเลยหรือ…ลองคิดดูให้ดีนะคะ บทความน่าสนใจ กรรมของ คนเห็นแก่ตัว คืออะไร เรามีคำตอบมาฝาก Dhamma Daily : เราสามารถ ชนะกรรม ได้หรือไม่ เล่าเรื่องกรรมย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (1) น้ำใจแม่ค้า […]

keyboard_arrow_up