อสุรกายร้ายยังต้องยอมจำนนต่อ บารมีธรรมของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ  

อสุรกายร้ายยังต้องยอมจำนนต่อ บารมีธรรมของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ เรื่องมีอยู่ว่า… เช้าวันหนึ่ง หลวงปู่แหวน สุจิณโณ กับ หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ได้ออกบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวป่า มี 4-5 หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาใส่บาตรด้วยความดีใจ เพราะนาน ๆ จึงจะมีพระธุดงค์มาโปรดสักที ชาวบ้านถามว่า พระคุณเจ้าทั้งสองจะไปไหน หลวงปู่บอกว่าจะมุ่งไปทางเทือกเขาที่มองเห็น แล้วจะลงไปทางสุวรรณเขต (อยู่ตรงข้ามกับมุกดาหาร) ชาวบ้านแสดงอาการตกใจ พร้อมทั้งทัดทานว่าอย่าไปทางโน้นเลย เพราะมียักษ์ปีศาจดุร้ายสิงอยู่ คอยทำร้ายคนและสัตว์ที่ผ่านไปทางนั้น หลวงปู่ทั้งสองฟังแล้วก็กล่าวขอบใจในความหวังดี และบอกว่าท่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตให้พระศาสนาแล้ว ขออย่าได้ห่วงตัวท่านเลย แล้วท่านก็ออกเดินทางไปในทิศทางดังกล่าว หลวงปู่ออกเดินทางโดยข้ามลำน้ำสองแห่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ป่าแถบนั้นเงียบกริบ ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ เลย แม้แต่นกก็ไม่มี ดูผิดประหลาดมาก พอใกล้ค่ำหลวงปู่ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาสูงที่มีลักษณะประหลาดมาก คือยอดเป็นสีดำคล้ายถูกไฟเผา รูปลักษณะดูตะปุ่มตะป่ำคล้ายหัวคนบ้าง หัวตะโหนกช้างบ้าง แปลกไปจากเขาลูกอื่นๆ หลวงปู่ทั้งสองเลือกปักกลดค้างคืนข้างลำธารที่มีน้ำใสไหลผ่านอยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น ปักกลดห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อสรงน้ำพอสดชื่นแล้ว ต่างองค์ก็นั่งสงบภายในกลดของตน ทั้งสององค์ตระหนักในความประหลาดของสถานที่นั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรกัน เพียงแค่นั่งสงบอยู่ภายในกลด ประมาณ 5 ทุ่ม หลวงปู่แหวนก็ออกจากกลดเตรียมจะเดินจงกรม […]

เปลี่ยน ! ก่อนจะพบความจริงอันเจ็บปวด เมื่อมีใครมาบอกคุณว่า… เราไม่แมทช์กัน จงไปซะ

โลกที่อะไรๆ ก็ขับเคลื่อนด้วยปลายนิ้ว นับวันก็รุกคืบเข้ามาในชีวิตเรามากขึ้นๆ  วันที่เราเป็นผู้ “ใช้” มันเพื่อความ  “เพลิดเพลิน” อาทิ ดูซีรีส์ ฟังเพลง ส่องไอจี นั้นก็ดีอยู่หรอก  แต่ไหงพอบริษัทหรือองค์กรบอกว่า เรามา เปลี่ยน เพื่อให้ทันโลก จะได้ไม่มีใครมาว่าๆ เป็นบริษัทหรือองค์กรล้าหลัง คุณถึงต่อต้านกันนัก  โอ้ย… ก็ทำแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร กำไรจนเจ้าของรวยเอาๆ ทำไมต้องเปลี่ยน งานสุมหัว เงินเดือนไม่เพิ่ม โบนัสไม่มี เรื่องให้เปลี่ยน ก็รอไปก่อนสิ เจ้านายเขาคิดว่าวันๆ เราว่างนักหรือไง ถึงเอาไอ้โน่นไอ้นี่มาให้เรียน  บอกต้องเตรียมพร้อม ก้าวไปข้างหน้า แล้วถ้าฉันไม่เปลี่ยนจะมีไรไหม บลาๆๆ สารพัดเหตุผลของคนไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนสิ่งใดๆ ในชีวิต เรื่องดีคือ ถ้าคุณเป็นกำลังสำคัญ เป็นความจำเป็น การไม่ยอมเปลี่ยน อาจไม่มีผลกับชีวิตคุณ แต่เรื่องไม่ดีคือ ไม่มีใครดำรงความสำคัญอยู่ได้ตลอดไป การไม่ยอมเปลี่ยน จึงอาจวนลูปมามีผลกับชีวิตคุณเข้าสักวัน และนี่คือตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ที่สะท้อนว่าโลกได้ เปลี่ยน ไปแล้ว จริงๆ แท็กซี่ … ผมเรียนน้อย ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ผมเลือกอาชีพขับแท็กซี่ เพราะชอบนั่งอยู่หลังพวงมาลัย […]

อุ่นท้อง อุ่นใจ! Food Truck สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพในวงการ บันเทิงเกาหลี

คนไทยอินกับ บันเทิงเกาหลี มาเป็นสิบๆ ปี ข้อนี้น่าจะรู้กันอยู่ในวงกว้าง  แต่สิ่งที่เรายังรู้กันไม่มากคือธรรมเนียมปฏิบัติสุดน่ารักที่แสดงถึงมิตรภาพ ไมตรีจิต ที่เหล่าคนในแวดวงบันเทิงเกาหลีเขามีให้กัน หรือบางครั้งก็เป็นบรรดาแฟนคลับมอบให้ศิลปินที่เขาชื่นชอบ และบางทีก็เป็นศิลปินเองนั่นแหละที่ทำให้เพื่อขอบคุณแฟนคลับ ธรรมเนียมที่ว่านั้นก็คือการส่งรถอาหารเคลื่อนที่ หรือ Food Truck ไปตามกองถ่าย หรือสถานที่ปฏิบัติงานนั่นเอง ว่ากันว่าธรรมเนียมการส่งฟู้ดทรัค เพื่อเป็น Food support ให้กองถ่ายเกาหลีเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน โดยเหตุผลในการส่งนั้นมาจากว่าห้วงเวลาเปิดกองละครหรือภาพยนตร์ของเกาหลี ถ้าไม่เป็นช่วงออทั่ม ใบไม้เปลี่ยนสี ก็มักเป็นวินเทอร์ หิมะโปรยปราย เพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาสวยงาม ดูแล้วเพลินตา บ่อยครั้งข้าวกล่องที่กองถ่ายเตรียมไว้ให้ทีมนักแสดงและทีมเบื้องหลังเลยมักเย็นชืดไปตามสภาพอากาศ เมื่อรวมกับกำหนดการถ่ายทำที่มักจะล่วงเลยไปจากเวลาที่กำหนด ทำให้ทีมงานไม่ได้รับประทานตรงตามมื้อ จะออกไปภัตตาคารก็พาลเสียเวลาทำงานไปอีก เผลอๆ โลเกชั่นถ่ายทำบางแห่งก็ห่างไกลร้านอาหารเอามากๆ เหล่านี้เป็นปัญหาให้สุขภาพของดาราและทีมงานเข้าสู่โหมดย่ำแย่ ประมาณว่ากินกันตายพอให้มีอะไรลงท้อง อย่าหวังหาความอร่อยอะไรแบบนั้น ธรรมเนียมการส่งฟู้ดทรัคไปกองถ่ายจึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยเริ่มแรกก็เพื่อนดาราด้วยกันนี่แหละส่งให้กันเอง โดยนอกจากบ่งถึงมิตรภาพที่มีให้กันแล้ว นัยหนึ่งยังเป็นความหมายถึงการ Cheer Up ให้ทำงานราบรื่น หรือถ้าส่งกันในวันเปิดกอง นัยยะก็จะเป็นแสดงความยินดีกับงานชิ้นใหม่ แต่ที่ดีสุดยอดคือ ทีมงานในกองก็พลอยได้อานิสงส์ กินอาหาร อุ่นๆ กันถ้วนหน้าด้วย ต่อมาบริการนี้ก็ฮอตฮิตขยายวงกว้างเป็นว่า แฟนคลับส่งฟู้ดทรัคให้ศิลปินที่เขาชื่นชอบ และบางทีก็เป็นศิลปินเองนั่นแหละที่ส่งให้บรรดาแฟนคลับที่ไปเฝ้ารอเขาทำงานนานหลายชั่วโมง นัยก็เพื่อขอบคุณแฟนคลับ อย่างที่เล่าในตอนต้น พร้อมๆ […]

ของมันต้องมี! คาถา 9 บท สะกดใจเจ้านาย งานรุ่ง เงินแน่น อนาคตปัง

อยากงานรุ่ง เงินแน่น อนาคตปัง จะเอาแต่ความขยันเป็นที่ตั้งอย่างเดียวคงไม่ได้ ของอย่างนี้ต้องมี คาถา มาช่วย ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก  ถ้าอยากมีความสุขและประสบความสำเรจในหน้าที่การงาน  สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดก็คือ ต้องรู้ว่าทำงานอย่างไรถึงจะโดนใจเจ้านาย  เพราะแม้คุณจะเป็นลูกน้องแสนขยัน สู้งานหนักทุกชนิด นิสัยดีสุดยอด  แต่ถ้าทำงานไม่เข้าตานายเอาเสียเลย เรี่ยวแรงที่ทุุ่มเทลงไปคงสูญเปล่า ต่อไปนี้คือ คาถา 9 บทสะกดใจเจ้านาย หากคุณนำไปปฏิบัติได้ครบทั้ง 9 ข้อแล้วนายยังไม่โปรดก็ให้รู้กันไป 1. เก่งไม่กลัว แต่กลัวช้า บนโต๊ะทำงานของคุณมีงานรอสะสางอยู่กี่ชิ้น บางทีอาจจะมีมากเสียจนขี้เกียจนับ สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ก็คือกำหนดส่งงานแต่ละชิ้น เพื่อเรียงลำดับการทำงานให้ถูกต้อง ถ้าคุณส่งงานได้ตามกำหนดเวลาทุก ๆุ ครั้ง นายจะมั่นใจในตัวคุณ ที่สำคัญคือ กรุณาอย่ารับงานชิ้นใหม่โดยเด็ดขาด หากคุณรู้แน่ว่าจะไม่สามารถจัดการได้ทันตามกำหนด 2. พูดจาภาษาเดียวกัน การสื่อสารในที่ทำงานมีหลายรูปแบบ เช่น พูดคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา การทำรายงานส่ง การใช้เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแบบจะมีวิธีใช้และให้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน ลองสังเกตดูว่า นายของคุณถนัดการสื่อสารแบบไหน เพื่อที่คุณจะเลือกใช้ได้ถูก เช่น ถ้านายถนัดใช้อีเมล คุณก็ควรส่งรายงานทางอีเมลแทนที่จะพิมพ์ใส่กระดาษ ถ้านายใชัศัพท์เทคนิคในการสนทนาบ่อยๆ ก็อย่ารอช้าที่จะเพิ่มพูนความรู้ด้านนี้ 3. ทำชีวิตนายให้ง่ายขึ้น ทำทุกอย่างให้นายรู่สึกว่าการทำงานกับคุณเป็นเรื่องแสนสะดวกเข้าไว้ เช่น […]

“อินเดียน่า โจนส์ ไทยแลนด์” ภูมินทร์ สำอาง กับชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไป

“อินเดียน่า โจนส์ ไทยแลนด์” ภูมินทร์ สำอาง นักล่าสมบัติ แม่น้ำเจ้าพระยา กับชีวิตที่กำลังจะเปลี่ยนไป เป็นข่าวไปทั่วโลก เมื่อสื่อใหญ่ต่างชาติหลายสำนัก อาทิ AFP, Daily Mail , Hindustan Times และ Arab News พร้อมใจกันนำเสนอเรื่องราวของชายชราวัย 62 ปี ที่มีชื่อว่า “ภูมินทร์ สำอาง” นักล่าสมบัติแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา   เชื่อว่ามีคนไทยไม่มากนักที่รู้ว่าประเทศของตนมีคนประกอบอาชีพ “ค้นหาสิ่งของใต้น้ำ” ด้วย แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่ใช่ “หน่วยซีล” สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ที่เราชื่นชมกันเป็นอย่างมากในปฏิบัติการค้นหา ทีมหมูป่า แต่คือกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำที่ใช้ “ทักษะ” ที่เฝ้าฝึกปรือมาเป็นสิบๆ ปี ในการหาเลี้ยงชีพ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ลุงภูมินทร์ สำอาง ชายชราวัย 62 ปี “อินเดียน่า โจนส์ ไทยแลนด์” ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็กๆ ริม แม่น้ำเจ้าพระยา ลุงภูมินทร์ทำอาชีพดำน้ำค้นหาของมีค่าใต้แม่น้ำสายนี้มานานกว่า 30 ปี […]

ชาวพุทธใฝ่ธรรมหมั่นสวดมนต์ต้องรู้ … 4 หลักการอ่าน ภาษาบาลี ให้คล่องปรื๊ด

ภาษาบาลี หรือ Pali เป็นภาษาที่เก่าแก่ภาษาหนึ่งในตระกูลอินเดีย-ยุโรป (อินโด-ยูโรเปียน) โดยนักปราชญ์ทางภาษาและนักการศาสนาให้ความเห็นว่า คือ ภาษาท้องถิ่นของชาวมคธ ในชมพูทวีป คำว่า “บาลี” มีความหมายว่า “ภาษาอันรักษาไว้ซึ่งพุทธพจน์” เนื่องจากเป็นภาษาที่ใช้ทรงจำและจารึกรักษาพุทธพจน์มาแต่ดั้งเดิม โดยใช้บันทึกเป็นคัมภีร์ในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท จึงนับว่ามีความสำคัญมาก  แม้แต่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังเคยประทานพระโอวาทเมื่อครั้งเสด็จไปวัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ในการที่คณะธรรมยุต แสดงมุทิตาต่อพระภิกษุสามเณรผู้สอบไล่ได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ประจำพุทธศักราช ๒๕๖๑  ความว่า “ความเข้าใจกระจ่างใน ‘พระไตรปิฎก’ ที่โบราณาจารย์เรียกว่า ‘พระบาลี’ นั้นคือการรักษาพระบวรพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่คู่โลก “สาเหตุที่บูรพาจารย์ท่านใช้คำว่าพระบาลี เสมอแทนด้วยคำว่าพระไตรปิฎก ก็เพราะภาษาบาลีคือภาษาที่รักษาอรรถธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ได้อย่างไม่แปรผันบิดเบือน ความรู้พระไตรปิฎกฉบับภาษาอื่นย่อมมีประโยชน์ก็จริงอยู่ แต่ก็เสมือนเรียนรู้เพียงข้อมูลระดับทุติยภูมิ ซึ่งถูกแปลผ่านบริบทถ้อยคำและวัฒนธรรมทางภาษาออกมาแล้วชั้นหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่ของพระภิกษุสามเณรที่ตั้งใจบวชเรียนทุกรูป ที่จะต้องทำความเข้าใจพระไตรปิฎกภาษาบาลี อันเป็นข้อมูลระดับปฐมภูมิด้วยตนเองให้ได้ การเล่าเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี จึงอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีความสำคัญคู่สังคมไทยมานับแต่โบราณกาลตราบจนปัจจุบัน” จริงอยู่ว่าทุกวันนี้ยังไม่มีบทบัญญัติว่าพุทธศานิกชนทั้งหลายต้องลุกขึ้นมาศึกษาภาษาบาลีเหมือนพระสงฆ์ ทว่าสำหรับผู้ที่ต้องการลึกซึ้งใน ‘ธรรม’ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า การรู้หลักการอ่าน ภาษาบาลี ให้คล่อง ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ก่อนจะอ่านให้คล่อง ต้องรู้ก่อนว่าภาษาบาลีมีตัวอักษรทั้งสิ้น […]

ก่อนการเดินทางสุดท้าย จ่าแซม-สมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวงฯ ความดีไม่มีวันตาย

ณ วัดหนองคู ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปราว 1 ชั่วโมง สถานที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ จ่าแซม-สมาน กุนัน วีรบุรุษถ้ำหลวงฯ ผู้พลีชีพขณะออกปฏิบัติภารกิจค้นหา ทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทรงรับไว้ในพระราชานุเคราะห์ ทั้งยังทรงมีรับสั่งให้จัดงานอย่างสมเกียรติ และให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด เป็นที่มาให้ เวลา 14.15 น. ในวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ได้ทำพิธีเคลื่อนศพ จ่าแซม ขึ้นสู่เครื่องบินของกองทัพเรือ ก่อนส่งต่อไปยังสนามบิน กบร. สัตหีบ เพื่อทำพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในช่วงเย็น พร้อมสวดอภิธรรม 1 คืน จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองคู ใกล้บ้านเกิดใน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อสวดอภิธรรมต่อจนครบ 7 คืน และวันนี้ 14 กรกฎาคม ในเวลา 16.00 น ก็จะเป็นวันที่ จ่าแซม-สมาน กุนัน จะออกเดินทางเป็นครั้งสุดท้าย […]

ประมวล เพ็งจันทร์ แชร์มุมมอง เสียงบ่นช่วยทีมหมูป่า “เปลืองงบแผ่นดิน” อ่านนะ

ประมวล เพ็งจันทร์ นักเขียนชื่อดัง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ตัดสินใจลาออกจากราชการ ในวัย 50 ปี เพื่อออกเดินเท้าด้วยระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร จากจังหวัดเชียงใหม่ สู่บ้านเกิดที่สมุย จังหวัดสุราษฎร์ โดยใช้เวลา 66 วัน  เป็นที่มาของหนังสือ “เดินสู่อิสรภาพ” ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทางไกลด้วยเท้าเพียงลำพัง โดยไม่มีเงินติดตัวสักบาท ทว่าตลอดการเดินทางกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวงดงาม มีความหมาย และเปี่ยมไปด้วยน้ำใจจากพี่น้องคนไทยที่พบพาน ซึ่งอาจารย์บอกว่า… “หลังจากหนังสือเล่มนี้เผยแพร่ออกไป ผมได้ประจักษ์ชัดว่า มิตรภาพอันงดงาม มีอยู่ทั่วทุกแห่งหน ด้วยเหตุว่า… ขณะที่จิตอ่อนนุ่ม ทุกคนต่างเป็นมิตร สัตว์ทุกชนิดช่างน่ารัก โลกทุกส่วนล้วนสวยงาม” ใครที่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้จะไม่แปลกใจเลยกับมุมมองล่าสุด ที่อาจารย์เล่าในงานบรรยายที่โรงเรียนรุ่งอรุณ… เป็นมุมมองของ ประมวล เพ็งจันทร์ ที่มีต่อเสียงบ่นในทำนองว่าการช่วยเหลือ ทีมหมูป่า คือการเปลืองงบแผ่นดิน ……………………. เรื่องเรื่มต้นจากว่าอาจารย์ประมวลนั่งแท็กซี่ แล้วคนขับบ่นถึงกรณีหมูป่าว่า ทำให้เสียงบประมาณประเทศชาติิ อาจารย์จึงแลกเปลี่ยนกับแท็กซี่ว่า… “ถ้าลองเราตั้งงบสักหนึ่งพันล้านบาท เพื่อทำโครงการประชาสัมพันธ์ความดีงามด้านต่างๆ ของประเทศไทย แล้วให้สื่อต่างๆ ทั่วโลกช่วยเผยแพร่ข่าวนี้ตลอดทั้งวัน ทุกวันต่อเนื่อง งบพันล้านก็คงไม่เพียงพอที่จะทำให้ทั่วโลกสนใจหันมามอง และได้เห็นว่าในสถานการณ์ยากลำบาก […]

ใจกว้างกว่าแผ่นฟ้า! จากปากชาวนาฮีโร่ ยอมเสียข้าวเพื่อช่วย ทีมหมูป่า

เหตุการณ์ติดถ้ำของน้องๆ ทีมหมูป่า เรียกได้ว่าเป็นข่าวดังระดับโลก มีหน่วยงานและอาสาสมัครทั่วประเทศไทย รวมถึงนานาชาติ เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง รวมถึงกลุ่ม “ชาวนาฮีโร่” เหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพาน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนออกมา หากนับดูก็เป็นเวลาถึงกว่าสองอาทิตย์แล้วที่พวกเขาติดอยู่ในถ้ำ จนถึงตอนนี้แม้จะมีบางส่วนได้ออกมา แต่ก็ยังมีน้องบางคนและโค้ชที่ต้องรอเวลาวันนี้อีกหนึ่งวัน นับตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาติดถ้ำ จนถึงตอนนี้มีหน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งไทยและนานาชาติเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, หน่วยซีลทั้งไทยและนานาชาติ อาสาสมัครจากหลายๆ หน่วยงาน และกลุ่มชาวนา ที่คอยรับน้ำจากการสูบออกจากถ้ำไปยังทุ่งนาของพวกเขา แม่บัว ชัยชื่น อาสาสมัครที่คอยทำอาหารให้กับหน่วยกู้ภัย ทีมหมูป่า ในถ้ำหลวง และเธอยังเป็นเจ้าของทุ่งนาที่คอยรับน้ำจากการสูบออกจากตัวถ้ำด้วย สองสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำที่ถูกระบายออกจากถ้ำมากกว่า 130 ล้านลิตรได้เข้าท่วมทุ่งนาของชาวนาในละแวกนั้น และทำลายต้นข้าวที่พวกเขาปลูก โดยแม่บัวบอกว่า เธอเพิ่งปลูกข้าวได้เพียงไม่นานก่อนจะไปเป็นอาสาสมัคร เมื่อกลับมาน้ำก็ท่วมประมาณสองฟุตแล้ว ต้นข้าวใหม่ๆ ที่กำลังขึ้นถูกน้ำท่วมหมด แต่เธอไม่สนใจ แถมยังบอกว่า “มันไม่สำคัญเลย สบายมาก ฉันอยากให้เด็กๆ ปลอดภัย พวกเขาสำคัญมากกว่าข้าว ข้าวปลูกใหม่ได้เสมอ แต่ชีวิตของเด็กๆ ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้” แม่บัวยังบอกอีกว่าทุ่งนาของเธอ ยังถือว่าโชคดีกว่าของคนอื่น ข้าวได้รับความเสียหาย แต่ไม่ถูกทำลาย […]

เปิดประวัติ จ่าเอกสมาน กุนัน Hero ตลอดกาล ที่เสียชีวิตขณะทำหน้าที่ในถ้ำหลวง

สุดเศร้า … จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลนอกราชการเสียชีวิต ขณะทำหน้าที่ลำเลียงขวดอากาศในถ้ำหลวง จ่าเอกสมาน กุนัน หรือ “แซม” หนุ่มร้อยเอ็ด นักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่นที่ 30 ที่มีความรู้ ความสามารถมาก ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากราชการ ไปทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตระเวณระงับเหตุ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2549 แต่ก็ยังมีไลฟ์สไตล์ในเชิงผาดโผน ชอบทำกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมอยู่เป็นประจำ เป็นนักกีฬาไตรกีฬา เคยลงแข่งขันกีฬาผจญภัย จากรายการ “ดิไอบิสเกาะสมุย โทรฟี่ 2110” ครั้งที่ 2 และรายการวิ่งหรรษา จากผู้เข้าร่วมการแข่งขัน 103 ทีม และเคยเป็นแชมป์ “อัมรินทร์ เอ้าท์ดอร์ อันลิมิเต็ด เชียงใหม่ ชาเล้นจ์ 2552 มาแล้ว   แม้จะออกจากหน่วยฯไปแล้ว แต่จ่าเอกสมานยังคงมีความรักและผูกพันกับพี่น้องนักทำลายใต้น้ำจู่โจมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไรที่มนุษย์กบจัด จ่าเอกสมานจะมาร่วมกิจกรรมเสมอ เฉกเช่นล่าสุดเมื่อหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ หรือ “หน่วยซีล” ต้องทำภารกิจค้นหานักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คนของ ทีมหมูป่า […]

เมื่อพระไพศาล วิสาโล เล่าถึง พระอารมณ์ขันขององค์ทะไลลามะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับ พระอารมณ์ขันขององค์ทะไลลามะ ที่ถูกเผยแพร่บนเฟสบุ้คเพจ Phra Paisal Visalo เมื่อเกือบ 6 ปีก่อน เข้าใจว่าน่าจะเป็นข้อเขียนของพระไพศาล วิสาโล หากผิดพลาดประการใด กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ ……………………… 17 ธันวาคม 2012 เมื่อวานได้รับนิมนต์ให้ฉันเพลร่วมโต๊ะเดียวกับองค์ทะไลลามะ ก่อนที่จะนั่งเก้าอี้ ท่านถามอายุของพระเถระฝ่ายไทยที่ร่วมโต๊ะ พอทราบว่าท่านอายุมากที่สุดคือ 77 พรรษา ท่านก็หัวเราะแล้วพูดว่างั้นท่านก็ต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานสิ ทีแรกท่านคิดว่ามีพระไทยที่อายุมากกว่าท่าน ท่านนั่งได้สักพักก็ลุกขึ้นไปตักอาหาร มีคนทักท้วงว่าเดี๋ยวจะมีอาหารมาถวายท่านที่โต๊ะ ท่านปฏิเสธ บอกว่าตักเองดีกว่า เพราะได้เลือกอาหารเองด้วย พูดเสร็จก็หัวเราะอีก ตลอดเวลาที่ร่วมโต๊ะกับท่าน ท่านมีเรื่องเบา ๆ ตลก ๆ มาเล่าให้พวกเราหัวเราะเป็นระยะ ๆ ท่านเป็นกันเองมาก และไม่ขาดอารมณ์ขันเลย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน ช่วงหนึ่งท่านเล่าว่า ปกติแล้วท่านฉันเฉพาะมื้อเช้ากับเพล มื้อเย็นไม่ฉัน เพราะท่านถือวินัยเดียวกับพระเถรวาท แต่บางวันท่านหิวมาก ก็เลยต้องขอพระพุทธเจ้าฉันขนมปังสักแผ่น เหตุผลก็คือ “สุขภาพของข้าพระองค์สำคัญมาก ถ้ามีสุขภาพดีก็จะช่วยเผยแผ่พุทธธรรมได้กว้างขวาง” พูดจบท่านก็หัวเราะตัวโยนตามแบบฉบับของท่าน ฟังแล้วก็นับถือท่านว่า ไม่สร้างภาพหรือวางฟอร์มเลย เรื่องแบบนี้คนส่วนใหญ่ […]

ทะไลลามะองค์ที่ 14 เผยวัตรปฏิบัติสุดเรียบง่ายจากพระโอษฐ์พระองค์เอง

แม้จะเป็นผู้นำที่ได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก แต่ สมเด็จพระเทนซิน กยัตโซ ทะไลลามะองค์ที่ 14 ก็ยังคงทรงมีวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย นับตั้งแต่พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเดินทางออกจากทิเบต เสด็จลี้ภัยไปยังอินเดีย ดินแดนที่เคยมีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกันมานานหลายปี พร้อมกับนำชาวทิเบตกว่า 80,000 คนเข้าไปพำนักอยู่ ณ เมืองธรรมศาลา (Dharmsala) หรือ แมคลอดกานจ์ (McLeod Ganj) ที่ตั้งอยู่ในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย วัตรปฏิบัติของพระองค์ก็ยังทรงเป็นเฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่รัก นั่นคือเป็นวิถีอันเรียบง่ายที่สะท้อนถึงความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี สมดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้เสมอมาว่า “ข้าพเจ้าเป็นเพียงพระสงฆ์ธรรมดา ไม่มีอะไรมากกว่านี้และน้อยกว่านี้” และนี่คือวัตรปฏิบัติในแต่ละวันของ ทะไลลามะองค์ที่ 14 ที่เผยจากพระโอษฐ์ของพระองค์เอง “ตามปกติอาตมาตื่นนอนตีสี่ สิ่งแรกที่ได้เห็นคือพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าจากพระพุทธรูป พอลุกขึ้นมาก็สวดมนต์ภาษาทิเบต อุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำ ได้พูด ได้คิดทั้งวัน เป็นการแผ่ส่วนบุญเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น อาตมาภาวนาจนถึงตีห้าครึ่ง จากนั้นก็ทำพุทธบูชากราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์และปลงอาบัติ เพื่อสำรวจตรวจดูความผิดของเราที่แล้ว ๆ มา เพื่อแถลงให้สงฆ์ทราบ แล้วสวดมนต์ให้พรเพื่อความสวัสดีของสรรพสัตว์ “สมัยที่ยังอยูทิเบต เวลาที่ตื่นนั้นอากาศหนาวเย็นนัก อาตมาจึงต้องออกกำลังกายและรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว อาตมานุ่งจีวรสีแดงเข้มเหมือนพระรูปอื่น ๆ เป็นผ้าหยาบๆ ผืนเดียว มีปะชุน การนุ่งห่มผ้าอย่างนี้เอาไปขายไม่ได้ แต่ก็ถือเป็นการยืนหยัดปรัชญาของเราที่สอนให้ไม่ติดยึดในสิ่งของต่าง ๆ ทางโลก “อาตมาก็เหมือนพระทุกรูป […]

เผยที่มาความเข้ม-แกร่งของ ผู้ว่าฯเชียงราย เพราะคุณพ่อเลี้ยงลูกแบบทหารจึงมีวันนี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์  ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science) สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Arnond Sakworawich” ถึงบทสนทนาที่ได้พูดคุยกับ คุณลุงประสาน โอสถธนากร คุณพ่อของ ผู้ว่าฯเชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ถึงการเลี้ยงดูลูกแบบทหาร โดยมีรายละเอียดเนื้อความว่า “เลี้ยงลูกแบบทหาร จนได้เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย” ผมเป็นลูกค้าประจำของร้านประสานเภสัชที่ปากซอยภาวนา ลาดพร้าว 41 คุณลุงประสาน โอสถธนากร เจ้าของร้าน เป็นคนซื่อตรง พูดตรง โอบอ้อมอารี ขายของในราคาเป็นธรรม ไม่โก่งราคา และมีน้ำใจ ทำให้เป็นที่ชอบพอของชาวบ้านย่านนี้และขายยามากว่า 50 ปี แล้ว คุณลุงมีลูก 4 คน เป็นผู้หญิงหนึ่งคน ผู้ชายสามคน มีหลาน 4 คน เป็นหลานสาวสามคน […]

รีวิวความงดงาม 7 วัดพุทธในเกาหลีใต้ ยูเนสโก เพิ่งประกาศเป็นมรดกโลกปี 2018

ยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียนสถานที่ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และดูแลรักษาเพื่อสืบทอดเป็น มรดกโลกปี 2018 เพิ่มทั้งหมดหลายแห่งใน 9 ประเทศ ซึ่งมีผลทำให้สถานที่เหล่านี้ถูกคุ้มครองตามกฎหมายภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ในการประชุมประจำปี 2018 ครั้งที่ 42 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน ที่ประเทศบาห์เรน องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศบรรจุมรดกโลกแห่งใหม่ในหมวดวัฒนธรรม ซึ่งอยู่ใน 9 ประเทศ คือ เดนมาร์ก, เยอรมนี, อินเดีย, อิหร่าน, ซาอุดีอาระเบีย, เคนยา, โอมาน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่น่าปลื้มใจสำหรับคนมีศาสนาก็คือ มรดกโลกแห่งใหม่ที่อยู่ในประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่างก็เป็นศาสนสถานทั้งคู่ โดย Secret ขอพุ่งโฟกัสไปที่เกาหลีใต้ เพราะวัดทั้ง 7 แห่งที่ถูกบรรจุเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมนี้ ล้วนเป็นพุทธศาสนสถานทั้งหมด  ทั้งนี้ ยูเนสโก ได้แถลงถึงคุณงามความดีของวัดเหล่านี้ว่า  “เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ดำรงอยู่มาถึงทุกวันนี้ในฐานะศูนย์รวมความเชื่อ และสถานที่สำหรับกิจกรรมทางศาสนา” วัดโบราณทั้ง 7 แห่งนี้ มีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7-9 ครอบคลุมช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจของ 3 แผ่นดินคือ โกกูรยอ […]

33 ปีแห่งการละสังขาร หลวงปู่แหวน สุจิณโณ พระอริยสงฆ์แห่งสยามประเทศ

หลวงปู่แหวน สุจิณโณ มรณภาพที่วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2528 ซึ่งหากนับเนื่องถึงวันนี้ก็ครบ 33 ปีแล้วที่ท่านได้ละสังขารไป หลวงปู่แหวน  เกิดในตระกูลของช่างตีเหล็ก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2430 ณ บ้านหนองบอน ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย มีนามเดิมว่า “ญาณ” ซึ่งมีความหมายว่า ปรีชา กำหนดรู้ ซึ่งเป็นชื่อที่บิดาคือนายใส กับมารดา นางแก้ว รามศิริ ตั้งให้ เมื่อมีอายุได้ประมาณ 5 ขวบเศษ โยมมารดาของท่านก็ล้มป่วย แม้จะได้รับการดูแลเยียวยารักษาเป็นอย่างดีจากสามี แต่อาการของโยมแม่ก็มีแต่ทรงกับทรุด กระทั่งวันสุดท้ายโยมแม่ก็ได้เรียกหลวงปู่แหวนให้เข้าไปใกล้ แล้วกล่าวความฝากฝังเอาไว้ว่า “ลูกเอํย… แม่ยินดีต่อลูก  สมบัติใดๆ ในโลกนี้ล้วนกี่โกฎก็ตาม  แม่ไม่ยินดี  แม่จะยินดีมากถ้าลูกจะบวชให้แม่ เมื่อลูกบวชแล้วก็ให้ตายกับผ้าเหลือง ไม่ต้องสึกออกมามีลูกมีเมียนะ…” พอหลวงปู่แหวนพยักหน้ารับคำเท่านั้น ดวงวิญญาณของโยมแม่ก็ออกจากร่างไป หลังจากนั้นอีกไม่นาน ดึกสงัดของค่ำคืนวันหนึ่ง ขณะที่โยมยายของหลวงปู่แหวนกำลังนอนหลับสนิทก็เกิดฝันประหลาด อันเป็นมงคลนิมิตหมายที่ดีงาม […]

ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล กับ 20 คำคมที่สะท้อนว่าผู้ชายคนนี้เข้มทั้งหน้า คมทั้งคำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2561 นี้คือปีทองของนักแสดงหนุ่ม ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ด้วยผลงาน 3 เรื่องซ้อนในห้วงครึ่งปีแรก จากบท “ออกหลวงสรศักดิ์” บุพเพสันนิวาส ต่อด้วยบท “แสน ราชสีห์”  คมแฝก และที่ลาจอไปท้ายสุด กับละคร หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ในบท “หลวงพิชัยอาสา” หรือที่คนรุ่นหลังรู้จักกันในชื่อ “พระยาพิชัยดาบหัก” ทั้งสามบทบาทที่มีความคล้ายคลึงกันในแง่ดุดัน พร้อมสู้ พร้อมลุย อาจทำให้คนเข้าใจว่านิสัยจริงของหนุ่มก๊อตคงจะมุทะลุไม่แตกต่างจากบทบาทที่เขาสวมนัก ซึ่งก็มีส่วนถูกถ้าคุณรู้จักเขาในวันที่ยังเด็กกว่านี้ “เมื่อก่อนเป็นคนแรงๆ ตรงๆ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงถึงการเป็นตัวของตัวเอง โตขึ้นจึงรู้ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นโง่เขลา และบ่งบอกถึงการควบคุมตัวเองไม่เป็น ไร้ซึ่งศิลปะของการสื่อสาร” แคปชั่นสั้นๆ ที่เขาโพสต์ขึ้นไอจีส่วนตัวเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ทำให้คนที่กดฟอลโลว์ได้รู้ว่าแม้ตัวตนในอดีตของเขาจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้เขาเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อรวมกับบ่อยครั้งที่เขามักโพสต์ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ Secret คิดว่า ผู้ชายคนนี้มีมุมอ่อนโยนค้านกับหน้าตาและบทบาทที่ชินตามากทีเดียว “ความสุขที่นักแสดงจะมอบให้กับผู้ชมได้มันมีจุดเริ่มต้นมาจาก “ความรักในงาน” ต่อจากนั้นคือ “ลงทุนเวลากับการฝึกฝนและทำการบ้าน” ขอบคุณตัวละครทั้ง 3 ขอบคุณช่อง 3 ของคุณพี่นก @mr_plengpanich ขอบคุณพี่หน่อง @nong_arunosha ขอบคุณพี่ปิ่น @pin21yrs และขอบคุณผู้ชมทุกท่าน : ผมมีความสุขมากที่ทำงาน 3 […]

keyboard_arrow_up