พระครูเฮ็นนิ่ง จากนักศึกษาวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ มาเป็นพระอุปัชฌาย์รูปแรกของไทย

พระครูเฮ็นนิ่ง เจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ จ.อุบลราชธานี เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมวัดป่านานาชาติ ได้ผ่านการสอบเป็นพระอุปัชฌาย์ตามระบบคณะสงฆ์ไทย แห่งกฎมหาเถรสมาคม

กินยังไงให้ดี ตามวิถีชาวพุทธ – นิตยสาร Secret

พระพุทธศาสนากับการกิน มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งคือไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาระบบในร่างกายยังส่งผลต่อการพัฒนาจิตใจได้ด้วย – กินยังไงให้ดี ตามวิถีชาวพุทธ

อีกมุมหนึ่งของพี่ขวัญ – สู่ขวัญ บูลกุล

อีกมุมหนึ่งของพี่ขวัญ – สู่ขวัญ บูลกุล สู่ขวัญ บูลกุล หลายคนมองว่าเธอเป็นผู้หญิงโชคดี เพราะชีวิตของเธอสมบูรณ์แบบไปเสียทุกด้านทั้งภาพลักษณ์ หน้าที่การงาน และครอบครัว แต่คุณสู่ขวัญ บูลกุล กลับบอกว่าทุกคนเป็นอย่างเธอได้หมด ในวัย 44 ปี เธอเลือกเดินบนเส้นทางชีวิตที่ไม่ซ้ำเดิมเลือกทำงานที่เธอมองว่ามี “คุณค่า” ต่อทั้งความรู้สึกของตนเองและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มาติดตามมุมมองความคิดของเธอกันค่ะ ทุกวันนี้ทำงานอะไรบ้างคะ งานประจำคือดูแลครอบครัว ดูแลลูก นอกนั้นก็เลือกทำงานที่รู้สึกว่าสนุกกับมัน งานที่คิดว่ามีคุณค่า เมื่อก่อนเราทำทุกอย่างเพราะต้องทำมาตลอด ต้องเรียนให้ดี ต้องทำงานให้ดี ต้องเก็บเงิน พ่อสอนเสมอว่าเป็นผู้หญิงต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ เพราะศักดิ์ศรีของผู้หญิงเป็นเรื่องสำคัญ พออายุ 40 ก็มานั่งคิดว่า ถ้าเราตายตอนอายุ 80 ซึ่งก็ไม่ถือว่าตายเร็วนะ แปลว่าเราเดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว จึงถามตัวเองว่าอยากใช้ชีวิตครึ่งหลังซ้ำกับครึ่งแรกหรือเปล่า ที่สำคัญ ตอนนี้เราไม่ต้องกังวลเรื่องเงินแล้ว มีทรัพย์สินส่วนตัวที่อยู่ได้โดยไม่ต้องรบกวนใคร อันนี้ไม่เกี่ยวกับสามีถ้าบอกว่าสามีมีเงิน นั่นแสดงว่าเรายึดติดว่าสามีต้องเป็นของเราไปชั่วชีวิต พี่โชค (โชค บูลกุล) เป็นคนดี เป็นคนน่ารัก ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เพียงแต่ว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรแน่นอน ต่อให้พี่โชคมานั่งข้าง ๆ ขวัญก็จะบอกแบบนี้เราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเองจริง ๆ ขวัญไม่ได้มีเงินอะไรมากมายแต่ก็พอมีใช้จนแก่ สามารถใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายได้ประมาณหนึ่ง แต่ไม่ถึงขนาดหรูหรา ฟุ่มเฟือยอย่างถึงที่สุดทุกวันนี้อยากได้อะไรก็ยังต้องคิดก่อน ฉะนั้น ครึ่งหลังของชีวิต เราขอใช้ชีวิตอย่างที่เราอยากใช้ จึงเลิกทำงานประจำ และขอไม่ทำอะไรซ้ำเดิม ถึงได้ประกาศว่าไม่อ่านข่าวแล้วนะ อย่ามาชวนเลย ไม่อ่านแล้วตอนนี้ไม่ได้คิดถึงเงินเป็นที่ตั้งแล้ว แต่อยากไปในที่ที่เราอยากไป ทำในสิ่งที่เราเห็นคุณค่าของมัน งานแบบไหนที่คุณขวัญมองว่าเป็นงานที่มีคุณค่าคะ ตอนที่รับเล่นเรื่อง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” พี่เก้ง - จิระมะลิกุล บังคับให้วิ่งต่อเนื่องให้ได้ 10 กิโล เพื่อจะถ่ายภาพยนตร์เรื่องนั้น ปกติเล่นอะไรได้หมด แต่ไม่เคยวิ่งเลยดีใจมากที่พี่เก้งเลือกให้ไปเล่น เพราะทำให้พูดได้เต็มปากเต็มคำกับทุกคนว่า เราเป็นอะไรได้มากกว่าที่คิด ก่อนหน้านี้ไม่กล้าพูดหรอก เพราะไม่เคยทำอะไรที่เกินลิมิตของตัวเองอย่างเรื่องวิ่ง จากคนที่ไม่เคยวิ่งเลย วิ่งแค่ 2 กิโลก็จะขาดใจตายแล้ว และคิดว่า 5 กิโล นี่คือมากที่สุดแล้ว10 กิโลเป็นไปไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นระยะที่ทุกคนวิ่งได้หมดไม่ว่าจะเป็นเด็ก คนแก่ ผู้หญิง ผู้ชาย จนวันหนึ่งเราวิ่งได้ถึง 10 กิโลเมตร ถึงรู้ว่าเราวิ่งได้มากกว่านั้นอีก ทุกอย่างอยู่ที่ใจจริง ๆ ขวัญกล้าพูดเพราะเราผ่านมันมาแล้ว ได้เห็นแล้วว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าใจจะสู้หรือไม่สู้ ตอนพี่เก้งชวนให้มาเล่น ความมั่นใจเท่ากับศูนย์ เพราะตั้งแต่เด็กไม่เคยแสดงอะไรเลย ถึงแม้จะจบนิเทศฯก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แล้วบทก็ค่อนข้างดราม่า อย่าว่าแต่ต้องร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น ตะโกนเสียงดังต่อหน้าคนอื่นยังไม่เคยทำเลย นี่ต้องไปยืนร้องไห้ต่อหน้ากล้อง ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า กลัวมากว่าตัวเองจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ที่ตกลงรับแสดงเพราะคิดว่าข้อความที่หนังต้องการสื่อไปยังคนดูมันดีมาก หนังต้องการบอกว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิต เราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากไปต่อ มันมีทางบังคับทางเดียว คือเราต้องไปต่อ จะก้าวไปแบบกระเสือกกระสนล้มลุกคลุกคลาน เจ็บปวดอย่างไร ก็ต้องก้าวต่อไป และอีกเรื่องที่ขวัญเห็นว่ามันมีคุณค่ามากกว่าได้เล่นภาพยนตร์หรือได้ค่าจ้าง คือมีหลายครั้งที่มีคนวิ่งมาหาบอกว่าพี่ขวัญใช่ไหมคะ หนูเริ่มวิ่งเพราะพี่นะ ขวัญไม่ได้ดีใจแค่ว่าเด็กคนหนึ่งเริ่มวิ่ง แต่มองว่าคนทุกคนที่เอาชนะตัวเองได้ จะค้นพบคำตอบหลายอย่างในชีวิต การทำงานครั้งนั้นมันไม่ใช่แค่การไปเล่นหนังอย่างเดียว แต่เรากลายเป็นแรงบันดาลใจและได้รับแรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้ด้วย เล่าเรื่องแรงบันดาลใจที่ได้รับจากการเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อยค่ะ ตอนที่หนังฉายใหม่ ๆ ขวัญเจอเด็กคนหนึ่ง เขาเป็นแฟนคลับเรา ขวัญไปงานไหนเขาจะมาหา มาถ่ายรูปจนจำหน้ากันได้ สักปีกว่า ๆ ผ่านไป ขวัญไปงานหนึ่ง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่เขาเรียกเราจึงหยุดแล้วพูดว่า สวัสดีค่ะ เขาก็ยิ้ม พอขวัญจะเดินไปเขาก็พูดขึ้นว่า พี่ขวัญจำหนูไม่ได้ใช่ไหม เราจึงมองเขาอีกทีถึงจำได้ว่าเป็นเด็กคนนั้น ซึ่งเมื่อก่อนเคยตัวใหญ่มาก แต่ตอนที่เห็นนี้กลายเป็นผู้หญิงรูปร่างดี สวยเลย เขาเข้ามากอด แล้วบอกว่า พี่ขวัญ หนูวิ่งตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ น้ำหนักลดประมาณ 20 กิโล เขาขอบคุณที่เราเป็นแรงบันดาลใจให้เขา ขวัญก็บอกว่า พี่อาจเคยเป็นแรงบันดาลใจของน้อง แต่วันนี้ น้องเป็นแรงบันดาลใจของพี่ คือเขาเป็นแรงบันดาลใจเรื่องความอดทน ความมีวินัยอย่างถึงที่สุด เมื่อย้อนกลับมามองตัวเอง บางครั้งเราก็ขี้เกียจออกกำลังกาย ขี้เกียจดูแลตัวเอง แต่พอได้เห็นเด็กคนนี้ ก็กลับมาเตือนตัวเองว่าเราจะหย่อนไม่ได้ นี่คือการทำงานที่มีคุณค่า หนังที่รับเล่นไม่ได้แค่ทำให้คนดูหัวเราะ ร้องไห้ หรือเอาไปเมาท์ต่อ แต่มันเปลี่ยนชีวิตคนบางคนได้ เหมือนกับซีรี่ส์เรื่องใหม่ Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ ที่เพิ่งเล่นไป ขวัญไม่เคยเจอ คุณบอส – นฤเบศ กูโน ซึ่งเป็นผู้กำกับมาก่อน ไม่เคยดูงานที่เขาทำด้วย แต่พอได้นั่งคุยกัน ภายในไม่ถึง 5 นาที คนแปลกหน้าสองคนนั่งมองกันแล้วร้องไห้ใส่กัน ร้องไห้แบบสะอื้นด้วย เพราะรู้สึกแบบเดียวกัน ขวัญรู้สึกสะเทือนใจสิ่งที่ได้ฟังมาก จึงรับเล่นเลยไม่ต้องกลับไปคิด ถ้าเรามีความรู้สึกร่วมขนาดนี้ก็เล่นเถอะ หลังจากนี้วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้างคะ ไม่มีแผนในชีวิตเลยค่ะ ขวัญไม่เคยคิดเลยว่า อีก 5 ปี10 ปีจะเป็นอย่างไร เพียงแต่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วรอดูว่าผลของสิ่งที่ทำในวันนี้จะพาเราไปอยู่จุดไหนในอนาคต ถ้าเราคิดอย่างนี้ ชีวิตน่าสนุกและตื่นเต้นกว่าไปตั้งเป้าหมายเอาไว้ ที่ผ่านมา มันก็พาขวัญไปถึงจุดที่ไม่เคยนึกมาก่อนเสมอ อย่างมีคนมาชื่นชมเรา ชื่นชมลูกชายเรา ก็คิดว่าคงเป็นสิ่งที่เราทำมามั้ง แต่ไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แค่ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ขวัญเป็นคนธรรมดามาตั้งแต่เด็ก เป็นเด็กขี้อาย ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย ธรรมดาสุด ๆ ถ้าใครคิดว่าขวัญมีชีวิตที่ดี ทุกคนก็เป็นอย่างขวัญได้หมดแหละ เพราะเราเป็นเด็กธรรมดามาก หลายคนอาจคิดว่าขวัญโชคดี แต่ขวัญก็เหมือนกับทุกคนที่มีบางอย่างและไม่มีบางอย่าง พอใจบางอย่าง ไม่พอใจบางอย่าง ถ้าบางคนมาเป็นขวัญ อาจไม่พอใจสภาพที่ขวัญเป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้ แต่ถ้าถามว่าขวัญโชคดีเรื่องอะไร บอกเลยว่าโชคดีเรื่องคน ขวัญมีครอบครัวที่ดี เพื่อนที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี รวมถึงคนแปลกหน้าที่ดี ที่พอได้คุยกัน ทำงานด้วย มักจบด้วยการเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ค่อยเจอคนมาเอาเปรียบสักเท่าไร เมื่อครู่พูดถึงลูกชาย มีวิธีเลี้ยงลูกอย่างไรคะ ขวัญกับพี่โชคเลี้ยง ปราบ เหมือนเราคุยกับผู้ใหญ่คนหนึ่งมาตั้งแต่เด็กแล้ว ถ้าญาติพี่น้องมาเล่นกับเขาแล้วมาคุยแบบหลอกเด็ก เราก็ต้องสะกิดบอกว่า ไม่เวิร์ค (หัวเราะ)เขาไม่เชื่อหรอก ตอนนี้เขาอายุจะ 12 มันเป็นช่วงครึ่ง ๆกลาง ๆ คือไม่ใช่เด็กแล้ว แต่ก็ยังไม่โตเต็มที่ เราก็เลี้ยงเขาตามธรรมชาติของเด็กอายุเท่านี้ ปราบเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง แต่ก็เป็นคนมีเหตุมีผล เวลาสอนลูกจะคุยกับเขาเหมือนเขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่รู้ว่าเขาเข้าใจไหม แต่คิดว่าพูดไปเถอะ วันนี้เขาอาจเข้าใจที่เราพูดแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่พอโตขึ้นเขาจะค่อย ๆ เข้าใจที่เราพูดไปเอง เช่น บอกว่าใครจะทำอย่างไรก็เรื่องของเขานะลูก สิ่งสำคัญอยู่ที่เราทำอย่างไรมากกว่า ถ้าเขาพูดคำหยาบมา เราพูดคำหยาบกลับ เราก็เท่ากับเขาเลย เขาแกล้งเราเพราะเขาเป็นเด็กเกเรก็เป็นเรื่องของเขาแต่ถ้าเราสวนกลับก็เกเรเท่ากัน ขวัญพยายามบอกลูกว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าเราทำอะไร เราคิดอะไร เราพูดอะไร เพราะถ้าเราคิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี เราก็จะไปอยู่ในจุดที่ไม่ดี แล้วเขาเข้าใจไหมคะ ขวัญไม่ได้คาดหวังว่าลูกต้องเข้าใจเดี๋ยวนี้ เราค่อย ๆปล่อยให้เขาคิดได้เองว่าอะไรคือจุดที่พอดี ให้เขายอมรับมันด้วยตัวเอง ไม่พยายามให้เขาเข้าใจจนมีคำถามกับตัวเองเต็มไปหมดว่า ทำไมเขาต้องอดทน ทำไมต้องยอมทุกคนโดยที่เขาตอบโต้ไม่ได้ เขาเป็นเด็กผู้ชายเมื่อก่อนใครผลักเขา เขาก็ผลักกลับขวัญก็บอกเขาว่า ลองคิดดู ถ้ามีเรื่องกัน ครูไม่สนใจหรอกว่าใครเริ่มก่อน เขาเองก็ต้องถูกทำโทษ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากโดนทำโทษก็ต้องหาวิธีเลี่ยง ถ้าเจอคนนี้แล้วทะเลาะกันทุกที ก็ต้องเลี่ยงไม่เจอกัน แต่ถ้าไม่เชื่อก็เอาเลย พอมีเรื่องครูก็ต้องเรียกแม่ไปโรงเรียน แม่ก็จะเสียใจ อายด้วยคนอื่นเขาคงว่าบ้านเราสอนลูกให้ใช้ความรุนแรง แต่ก็บอกเขาว่า แต่แม่เชื่อว่าลูกไม่ใช่คนแบบนั้น ขวัญเชื่อว่าไม่มีใครสอนเขาได้ดีกว่าตัวเขาเอง ก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงลูกถูกหรือผิด แต่เชื่อว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้จะเป็นภูมิต้านทานจนกว่าเขาจะโตเป็นหนุ่ม ไม่รู้เหมือนกันว่าพอเขา 17 เขาจะยังฟังเราอยู่ไหม พี่โชคก็บอกตลอดว่าพอเขา 15 เขาจะล็อกห้องแล้ว (หัวเราะ) แต่ขวัญเห็นบางคนก็ไม่เป็นนะ ลูกชายบางคนติดแม่ก็มี อีกเรื่องที่สอนมากคือ การเป็นคนมีมารยาท เพราะมันคือตัวตนของเราจริง ๆ ว่ามีทัศนคติอย่างไร ถ้ามารยาทไม่ดีแม่ตีเลยนะ และอีกเรื่องคือ ความรับผิดชอบ สองเรื่องนี้ขวัญซีเรียสกับลูกมาก เท่าที่เห็น คุณขวัญดูเหมือนไม่ค่อยโกรธหรือโมโหใคร ไม่ค่อยค่ะ คิดว่ามันเป็นไปตามประสบการณ์ชีวิต ปีนี้ขวัญจะ 44 แล้ว ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตมาระดับหนึ่งจนรู้แล้วว่า คนอื่นเป็นอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับว่าเราเป็นอย่างไร ใครทำไม่ดีกับเราก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่างถ้าใครสักคนด่าเรา นั่นคือตัวเขานะ ถ้าเราด่ากลับ เราก็ไม่ต่างกับเขา  ขวัญเป็นคนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยโกรธใครตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วสมัยทำงานหนักมาก ๆ ก็มีเครียดบ้าง เพราะเป็นคนจริงจังกับสิ่งที่ทำ เวลาทำงานแล้วเห็นบางคนไม่รับผิดชอบเต็มที่หรือน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เพราะความไม่รับผิดชอบนั้นทำให้ทีมลำบากก็มีอาการปรี๊ดเหมือนกัน เผอิญโวยวายไม่เป็นมาตั้งแต่เด็ก ถามว่ามีอารมณ์โมโหไหม ก็มี โกรธไหม ก็มีนะ อารมณ์แบบอยากเอาอะไรเขวี้ยง ก็เคยมี เพียงแต่รู้สึกอยู่ข้างใน ไม่ได้แสดงออกมา เป็นคนโกรธแล้วตะโกนไม่เป็น แต่ถ้าโกรธมาก ๆ ก็จะรู้ตัวว่า โห โกรธเบอร์นี้เลยนะ เคยทุกข์บ้างไหมคะ ทุกคนคงต้องมีทุกข์กันทั้งนั้น ถ้าใช้มาตรฐานขวัญเองทุกข์อย่างเดียวที่มีคือลูก เพราะเป็นเรื่องเดียวที่ยังยึดติดอยู่    ขวัญเป็นคนไม่ค่อยสนใจเรื่องชื่อเสียง หรือการมีธุรกิจ มีเงินทอง กลับรู้สึกว่าเป็นภาระด้วยซ้ำ ขวัญเห็นเพื่อนมากมายมีบริษัท มีเงินทองแล้วมากมาย อยากเลิกทำงาน แต่เลิกไม่ได้เพราะมีลูกน้องที่ต้องดูแล ขวัญคิดว่าภาระยิ่งเยอะก็ยิ่งทุกข์ ทราบว่าเคยปฏิบัติธรรม ไปปฎิบัติธรรมครั้งแรกที่ไหนคะ ที่บ้าน พี่หน่อง – อรุโณชา ภานุพันธุ์ ที่เขาใหญ่ ซึ่งพี่หน่องจัดเป็นประจำ ตอนนั้น ยุ้ย – อรอุมา มาลีนนท์ ชวนไป จริง ๆ อยากไปมานานแล้ว การไปปฏิบัติธรรมในฐานะพุทธศาสนิกชนก็ทำให้เราเข้าใจว่า สมาธิ  เดินจงกรมวิปัสสนาคืออะไร เป็นช่วงเวลาที่ได้นิ่ง ได้สงบ ซึ่งก็ชอบยังคิดว่าถ้าได้ไปปฏิบัติแบบนี้ปีละครั้งก็คงดี พยายามหาเวลาไป แต่ตอนนี้เวลายังไม่ลงตัวเท่าไร    อย่างที่ทุกคนทราบ การปฏิบัติไม่จำเป็นต้องเข้าวัดแต่ทำได้ทุก ๆ วัน ปกติขวัญสวดมนต์ก่อนนอนทุกวันถ้าวันไหนง่วงมากหรือพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ก็ใช้วิธีกราบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กราบพระพุทธคือการระลึกถึงพระพุทธเจ้า กราบพระธรรมเพื่อตั้งใจว่าจะทำตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ได้มากที่สุด กราบพระสงฆ์ก็จะคิดถึงพระสงฆ์ที่น่าเคารพรวมถึงบุคคลที่น่าเคารพด้วยซึ่งเราขอมองเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิต ทุกครั้งที่กราบพระพุทธพระธรรม พระสงฆ์ ขวัญจะคิดแบบนี้ และอธิษฐานว่าสิ่งใดก็ตามที่ได้คิด ได้พูด ได้ทำไป อันเนื่องมาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า บุญกุศลนั้นขอถวายเป็นพุทธบูชา ขวัญเชื่อว่า ตราบใดที่เรามีธรรมะอยู่ในใจ ไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็สามารถปฏิบัติได้หมด  เรื่องโดย :  นิตยสาร Secret ฉบับฉบับที่ 218 (26 […]

ตำรวจจราจรเก็บขยะ ถ้าใจสะอาดก็ไม่มีอาชีพไหน สกปรก

อาชีพ ตำรวจกับคนเก็บขยะเป็นอาชีพที่บางคนคิดว่าไม่น่าโคจรมาพบกันได้ แต่นายตำรวจคนนี้กลับไม่คิดอย่างนั้น Bripka Seladi 

เจ้าหน้าที่สาวถลาตัว รีบคว้าหนูน้อยเดินลงบันไดเลื่อน

เจ้าหน้าที่สาวถลาตัว รีบคว้า หนูน้อยเดินลงบันไดเลื่อน อุทาหรณ์พ่อแม่ ผู้ปกครอง หนูน้อยเดินลงบันไดเลื่อน เอง เคราะห์ดีเจ้าหน้าที่ถลาคว้าตัวได้ทัน ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา สำนักข่าว ประเทศจีน ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณบันไดเลื่อนที่สถานีรถไฟใต้ดิน แห่งหนึ่งในเมืองหนิงโป มณฑลเจ้อเจียง เป็นภาพของเด็กชายคนหนึ่งเดินลงบันไดเลื่อนซึ่งเป็นขาขึ้นโดยไม่มีผู้ปกครองคอยดูแล ขณะที่มีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งถลาตามมาจนล้มลงกับพื้น ก่อนรีบลุกขึ้นพุ่งเข้าไปคว้าตัวเด็กชายที่ล้มคะมำบนบันไดเลื่อนออกมาได้ทันเวลา ก่อนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น โดยเจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวภายหลังทราบชื่อว่า หวง ไห่เสีย อายุ 26 ปี เขาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟใต้ดินเมืองหนิงโป สาย 1 ขณะนั้นได้อยุ่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีสวนสาธารณะอิงฮวา “จริงๆ ตอนนั้นไม่ทันได้คิดอะไรก็กระโจนออกไปแล้ว” หวงไห่เสียกล่าว ด้านเพื่อนของเธอเผยว่า ตอนที่เธอกระโจนออกไป เกิดล้มจนหัวเข่าบวมแดง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ บอกว่า “ไม่เป็นไร เด็กไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ชมคลิปได้ที่  :  http://video.sanook.com/player/1209541/ เรื่องจาก : sanook ภาพจาก : wenxuecity บทความที่น่าสนใจ ปัญหาธรรมประจำวันนี้: ไม่มีโอกาสตอบแทนคนที่ช่วยเหลือ ถือเป็น […]

มหาเถรสมาคม ปรับบวชระยะสั้น 15 วันขึ้นไป

บวชระยะสั้น 15 วันขึ้นไป เนื่องจากที่ประชุมมหาเถรสมาคมปรารภกันเห็นว่า การบวช 7 วันนั้น ไม่เพียงพอต่อการศึกษาหลักธรรม แต่ไม่ได้กล่าวถึงการบวชตามประเพณี

Jason Brown นักกีฬาผู้มี น้ำใจ รู้จักการให้และการแบ่งปัน

Jason Brown นักกีฬาผู้มี น้ำใจ รู้จักการให้และการแบ่งปัน Jason Brown นักกีฬาผู้มี น้ำใจ รู้จักการให้และการแบ่งปัน เรื่องราวความมีน้ำใจของผู้ชายคนนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก ไปดูกันค่ะว่า เขาทำอะไรให้น่าประทับใจบ้าง หากอาชีพของคุณทำรายได้ให้ปีละนับร้อยล้านบาท คุณจะเลิกประกอบอาชีพนั้นไหม หลายคนอาจตอบว่าไม่ แต่นักกีฬาคนนี้กลับหันหลังให้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อเดินหน้าเป็นเกษตรกรเพื่อผู้ยากไร้ เมื่อปี ค.ศ. 2009 Jason Brown นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เซ็นสัญญาร่วมทีมกับ St. Louis Rams ด้วยค่าเหนื่อยสูงเป็นประวัติการณ์คือ 37.5 ล้านเหรียญ แต่ 5 ปีหลังจากนั้นเขากลับผันตัวเป็นเกษตรกร โดยมีอุดมการณ์ว่าจะเป็นคลังอาหารให้ผู้ยากไร้ Jason กล่าวว่า “ตอนที่ผมตัดสินใจทิ้งวงการอเมริกันฟุตบอล ผู้จัดการส่วนตัวของผมพูดว่า รู้ไหม คุณกำลังทำสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต ผมหันกลับไปบอกเขาว่า เปล่าเลยไม่ใช่อย่างนั้น” แม้ Jason ไม่มีความรู้ด้านการเกษตรแม้แต่น้อย แต่เขาก็มุ่งมั่นศึกษาวิธีการปลูก ดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตจากทั้งหนังสืออินเทอร์เน็ต และจากมหาวิทยาลัย North Carolina รวมทั้งขอคำแนะนำจากเกษตรกรในละแวกเดียวกัน  “ผมคิดว่าช่วงเวลาต้นไม้กำลังงอกจากผืนดินคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุดที่ผมเคยเห็นมาเลย” ไม่นานเขาก็ปลูกมันหวานสำเร็จ และบริจาคผลผลิตจำนวน 56,000 ปอนด์ให้องค์กรการกุศลเพื่อผู้ยากไร้ และวางแผนจะบริจาคมากขึ้นอีกในอนาคต “ผมเชื่อว่าความรักคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดที่มนุษย์จะมอบให้กันได้ ”  น้ำใจนักกีฬาของเขาไม่ได้มีแค่รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยเท่านั้น แต่ยังรู้จัก  การแบ่งปันอีกด้วย เรื่องจาก : นิตยสารSecret คอลัมน์  OPEN EYES OPEN MIND ภาพจาก :   www.playbuzz.com บทความที่น่าสนใจ FEEDitBAG ถุงพลาสติก สุดเจ๋ง! ปลูกได้ กินได้ Rapana ห้องสมุดสาธารณะ แค่เดินผ่านก็แวะอ่านหนังสือได้ แค่ อ่านหนังสือ ก็ได้ ตัดผม ฟรี !! เรื่องดีๆที่อยากบอกต่อ พลังแห่งศรัทธา คลินิกฟอกไต วัดสุทธาราม วัดแห่งนี้ไม่ได้เยียวยาเพียงจิตใจ 10 เรื่องจริงของคนบันดาลใจ 5 ลักษณะของการเป็นผู้ให้ที่ดี

แค่ อ่านหนังสือ ก็ได้ ตัดผม ฟรี !!

แค่ อ่านหนังสือ  ก็ได้ ตัดผม ฟรี !! เด็กจำนวนไม่น้อยไม่ชอบ อ่านหนังสือ เพราะมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ และไม่อยากจะหยิบขึ้นมาอ่าน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ คอร์ทนีย์ โฮล์มส์ ช่างตัดผมท้องถิ่นชาวดูบิวก์ ในรัฐไอโอวา  ประเทศสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจทำบางอย่าง ที่แสนพิเศษ นั่นคือการตัดผมฟรีให้เด็ก ที่อ่านหนังสือให้เขาฟัง เด็ก ๆ ที่มาตัดผมกับเขาจะไปเลือกหยิบ หนังสือที่ตนเองชอบมาอ่านให้เขาฟังขณะที่นั่งตัดผม ถ้าใครอ่านไม่ออกเขาจะช่วยสอนและอ่านไปพร้อม ๆ กัน เขาประหลาดใจมากเมื่อทราบว่าเด็ก ๆ ที่รอตัดผมกระตือรือร้นที่จะอ่านหนังสือมากเป็นพิเศษ แนวคิดนี้นอกจากกระตุ้นให้เด็ก ๆ พัฒนาทักษะในการทำงานแล้ว ยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนอีกด้วย คิดดี ทำดีแบบนี้ ใครจะเลียนแบบเจ้าของไอเดียคงไม่คิดค่าลิขสิทธิ์อย่างแน่นอนค่ะ เรื่องจาก : นิตยสาร  Secret คอลัมน์  OPEN EYES OPEN MIND ภาพจาก : Mike Burley/Telegraph Herald via AP บทความที่น่าสนใจ Rapana ห้องสมุดสาธารณะ แค่เดินผ่านก็แวะอ่านหนังสือได้ การอ่าน เปรียบดังธนาคารความรู้ ไม่อยากเครียด ต้องอ่าน 7 วิธีง่ายๆ ทำได้ด้วยตนเอง สร้างความสุข ง่าย ๆ ด้วยตนเอง สไตล์คนเมือง

เรื่องดีๆที่อยากบอกต่อ – พลังแห่งศรัทธา

เรื่องดีๆที่อยากบอกต่อ –  พลังแห่งศรัทธา ชาวบ้าน ช่วยกันแบกทราย ปูนขึ้นบันได 300 กว่าขั้น เพื่อสร้างบันไดที่ วัดเขาตะแบก ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซีเคร็ตเห็นว่าเป็นเรื่องราวดีๆ จึงอยากจะนำเสนอความดีนี้อีกสักครั้งค่ะ ผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Tan Skyline  ได้มีการแชร์ภาพของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่เดินแบกปูนลูกละ 40โลขึ้น-ลงๆบันได300 กว่าขั้นเพื่อไปสร้างวัดบนเขา และต่อมา เพจเฟสบุ๊ค เครือสหพัฒน์ – แหลมฉบัง ก็ได้แชร์ภาพพร้อมทั้งระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ดังนี้ ที่วัดเขาตะแบก ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี #ก้าวคนละถุงเพื่อวัดเขาตะแบก วันนี้ได้มีเพื่อนๆชาวเฟสจำนวนมากมาที่วัดช่วยกันขนทรายขนปูนขึ้นขึ้นไปบนเขาจำนวนมากขออนุโมทนาสาทุผลบุญในครั้งนี้ให้เพื่อนๆมีความสุขความเจริญยิ่งๆด้วยเทอญสาทุๆ #และขอบขอบคุณทีมงานอบอุ่นสายบุญจากนนทบุรีทีมีจิตศรัทธาจะมอบปูนจำนวน100ถุงให้กับทางวัดด้วยคับ #การแบกบุญยิ่งหนักยิ่งสุขใจครับ เรื่องและภาพจาก :  Tan Skyline ,เครือสหพัฒน์ – แหลมฉบัง บทความที่น่าสนใจ ทำงาน เป็นหน้าที่ ส่วนความดีให้คนชม บทความให้ข้อคิดจากท่านปิยโสภณ อาจารย์หมอประทีป ไวคำนวณ เมื่อชีวิตพลิกจากนักธุรกิจสู่การเป็นหมอจิตอาสา ด้วยแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ นฤมล แก้วสัมฤทธิ์ ครูอาสาจากแดนไกล บ้านกรูโบ

รักที่ไม่มีข้อแม้…คือ รักแท้ จากครอบครัว

รักที่ไม่มีข้อแม้ คือ รักแท้ จากครอบครัว รักที่ไม่มีข้อแม้ คือ รักแท้ จากครอบครัว   ต้นรักของทั้ง เมย์ – เจ ค่อยๆก่อตัวขึ้น ทั้งคู่มีแต่สิ่งดีๆ มีกำลังใจ และ คอยอยู่เคียงข้างกันมาเสมอ แต่ด้วยปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้ความรักไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาทั้งคู่จะสามารถก้าวผ่านปัญหานี้ไปได้ ด้วยกำลังใจดี ๆ จากครอบครัว เพราะถึงจะอย่างไร ความรักจากครอบครัวก็เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น แม่ชีศันสนีย์ ได้พูดถึงเรื่องความรักไว้ว่า จริงๆ แล้วความรักคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตงอกงามได้ค่ะแต่ “ความรัก” ที่เกินพอดี…คือ “ความหลง”“ความรัก” กับ “ความหลง” นั้นอยู่ใกล้กันมาก ทุกคน ต้องแยกให้ออก เพราะพลิกนิดเดียวทุกข์ได้เลย เพราะฉะนั้น ถ้ารักอย่างมีปัญญา “รู้” ก็จะ “ไม่หลง” “ความรัก” คือปรากฏการณ์ที่ทำให้เราเรียนรู้ต่อไปได้ แต่“ความหลง”…ยิ่งขยันมากเท่าไร เรายิ่งหลงลึก   ขอให้พิจารณาดูว่าสิ่งที่คุณมี…เป็น “ความรัก” หรือ “ความหลง” นี่กำลังพูดให้เราฟัง ไม่ได้พูดให้เราเชื่อ! ระมัดระวัง “ความรัก” กับ “ความหลง” ให้ดีถ้า “รักเป็น” ก็ “ไม่เป็นทุกข์” ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องยาก! แต่เชื่อเถอะค่ะว่า ถ้ารักเป็นคนคนนั้นจะโตวันโตคืน และโตอย่างคนที่มีปาฏิหาริย์ที่จะทำให้ชีวิตเป็นอิสระ สงบเย็น และเป็นประโยชน์ ไม่มีเงื่อนไขที่รักแล้วเขาต้องเป็นอย่างใจฉัน หรือถ้าเราเห็นคนที่เรารักกำลังไม่น่ารัก เราก็ยังมีความสุขที่จะรักอยู่ นอกจากนี้ ถ้าเรารักเป็น คือรักอย่างเหนือเงื่อนไขของความเห็นแก่ตัว ความรักนั้นก็จะเป็นปาฏิหาริย์ที่จะทำให้เราพ้นจากความทุกข์ได้ เรื่องจาก : นิตยสาร Secret คอลัมน์ Family Issue  ภาพจาก : tvpool  บทความทีน่าสนใจ มุมมองความรักของสาว แต้ว ณฐพร ปัญหาธรรมประจำวันนี้:เราสามารถสวดมนต์ขอให้ครอบครัวมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตได้หรือไม่ ไขความลับ 3 ข้อ ทำอย่างไรดี ให้ชีวิตมีแต่ความสุข Secret ปล่อยความสุข […]

FarmingKindergarten หลังคาโรงเรียนนี้กินได้

FarmingKindergarten หลังคา โรงเรียน นี้กินได้ จะดีแค่ไหนถ้าลูกหลานของเราเติบโตท่ามกลางต้นไม้และพืชผักที่พวกเขาปลูกเอง  Vo Trong Nghia Architects บริษัทรับออกแบบอาคารในประเทศเวียดนามออกแบบ โรงเรียน ฟาร์มสุข หรือ FarmingKindergarten โรงเรียน ต้นแบบซึ่งมีแนวคิดหลักคือ ปลูกฝังให้เด็กอนุบาลได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเห็นความสำคัญของการปกป้องธรรมชาติ โดยออกแบบให้หลังคาโรงเรียนเป็นแปลงผักขนาดใหญ่ เพื่อให้เด็ก ๆได้เรียนรู้การดูแลพืชผักของตัวเอง หลังคาแปลงผักนี้สามารถปลูกผักได้ตลอดทั้งปี และมีปริมาณมากพอสำหรับนำมาทำอาหารให้เด็กอนุบาลจำนวน 500 คน นอกจากนี้โครงสร้างอื่น ๆ ยังผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และมีระบบประหยัดพลังงานแบบครบวงจรอีกด้วยโรงเรียนไหนที่หลังคายังมีพื้นที่ว่างลองนำแนวคิด “หลังคากินได้” นี้ไปลองปรับใช้ได้นะคะ เรื่องจาก : นิตยสาร Secret คอลัมน์  OPEN EYES  OPEN MIND ภาพจาก : www.mymodernmet.com บทความที่น่าสนใจ FEEDitBAG ถุงพลาสติก สุดเจ๋ง! ปลูกได้ กินได้ Rapana ห้องสมุดสาธารณะ แค่เดินผ่านก็แวะอ่านหนังสือได้ 10 เรื่องจริงของคนบันดาลใจ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีที่เห็นคุณค่าของคนมากกว่าเงินทอง

ต้องนอนกี่โมงกันนะ? ถึงจะหมดปัญหาตื่นสาย!!

ต้อง นอน กี่โมงกันนะ?   ถึงจะหมดปัญหาตื่นสาย!! เชื่อว่าหลายคนต้องมีอาการ นอน ดึก แล้วตื่นตอนเช้าจะงัวเงีย เหมือนยังไม่ตื่น หรือไปนั่งหลับกลางอากาศอยู่ในห้องน้ำ ทำให้ไปทำงานสาย ไปเรียนสาย ตามระเบียบ  บางคนก็พยายามเข้านอนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  แต่ทำไมกันนะ ตอนตื่นมาก็ยังงัวเงีย อยากกลับไปนอนต่ออยู่ดี วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ นอนกี่โมงดีนะ ถึงจะหมดปัญหาตื่นสาย และไม่อยากตื่นเช้า ซึ่งปัญหาการนอนไม่พอนี้ จะส่งผลถึงประสิทธิในการทำงาน การเรียนตลอดทั้งวันของทุกคน ดังนั้นการนอนหลับให้เพียงพอ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ จากเว็บไซต์ Sleep Calculator สามารถคำนวณให้เราได้ว่า ถ้าอยากตื่นเวลานี้ จะต้องเข้านอนกี่โมงกี่นาที ซึ่งระบบจะคำนวณออกมาประมาณ 3 -4 ช่วงเวลา มาดูตัวอย่างกันเถอะ คุณต้องการจะตื่นนอนตอน 7 โมงเช้า ต้องเข้านอนในเวลา 21.46 น., 23.16 น., 00.46 น., และ 2.16 น. หรือถ้าคนไหนบ้านไกลจำเป็นต้องตื่น  6 โมงเช้า ก็ต้องเข้านอนในเวลา 20.46 […]

ย้อนประวัติพ่อขุนรามคำแหง มหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย

ย้อนประวัติ พ่อขุนรามคำแหง มหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงประดิษฐ์อักษรไทย พ่อขุนรามคำแหง มหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ที่ได้ทรงริเริ่มประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นมา แล้วทราบไหมคะว่า ประเทศไทยได้กำหนดวันพ่อขุนรามคำแหงขึ้นด้วย ซึ่งตรงกับวันที่ 17 มกราคมของทุกปี เพื่อจัดกิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่มีต่อประชาชนชาวไทย ซีเคร็ตจะพาผู้อ่านมาย้อนประวัติความเป็นมาของ พ่อขุนรามคำแหง กันค่ะ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เสวยราชย์ประมาณ พ.ศ. 1822  ถึงประมาณ พ.ศ. 1841  ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์พระร่วงกรุงสุโขทัย พระองค์ทรงรวบรวมอาณาจักรไทยขึ้นเป็นปึกแผ่นกว้างขวาง ทั้งยังได้ทรงประดิษฐ์ตัวอักษรไทยขึ้น ทำให้ชาวไทยได้สะสมความรู้ทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ สืบทอดกันมากว่า 700 ปี พ่อขุนรามคำแหงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓ ของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์กับนางเสือง ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 19 พรรษา ได้เสด็จเข้าร่วมกองทัพกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ผู้เป็นบิดา ไปป้องกันเมืองตากและได้สู้รบกับขุนสามชน จนได้รับชัยชนะ ด้วยความกล้าหาญในครั้งนั้นทำให้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์พระราชทานนามให้ว่า รามคำแหง ที่มีความหมายว่า รามผู้กล้าหาญเข้มแข็งในการรบ ภายหลังเมื่อประมาณ พ.ศ. 1822 พ่อขุนรามคำแหงมหาราชก็ได้ขึ้นครองกรุงสุโขทัยสืบต่อมา  […]

ฝึกปล่อยวาง ด้วยคำสอน หลวงพ่อชา สุภทฺโท

หลวงพ่อชา สุภทฺโท เป็นพระวิปัสสนาจารย์ ที่มีลูกศิษย์มากมายทั้งชาวไทยและต่างชาติ คำสอนของท่านตรงใจคนและท่านยังนำธรรมอันลึกซึ้งมาเปรียบเปรยให้เข้าใจได้ง่าย

6 คำสอนปล่อยวางจากทุกข์ โดย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่

6 คำสอนปล่อยวางจากทุกข์ โดย หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่งเมืองเชียงใหม่ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ อริยสงฆ์แห่ง วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่  เป็นพระสงฆ์ที่ชาวไทยเคารพศรัทธามาช้านาน เราจึงนำหลักธรรมคำสอนของท่านมาฝากผู้อ่านทุกคน เพื่อให้น้อมนำไปปฏิบัติ 1.บุคคลที่ทนในสิ่งที่คนอื่นทนได้ยาก ทำในสิ่งที่คนอื่นทำได้ยาก บุคคลนั้น จะเข้าถึงความสำเร็จของชีวิต ความอดทน ความขมขื่น จะเกิดขึ้นในเบื้องต้นของการทำความดี แต่จะได้รับความชื่นชมในบั้นปลาย 2.คนเราเกิดมานินทาก็ดี สรรเสริญก็ดี อย่าไปรับหมักไว้ในใจ ปล่อยผ่านไปเสีย 3.บรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้น เมื่อไม่มีทุกข์มาถึงตัว มักไม่เห็นคุณพระศาสนามัวเมาประมาท ปล่อยกายปล่อยใจ ให้ประพฤติทุจริตผิดศีลธรรมอยู่เป็นประจำนิสัย เห็นผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ต่อเมื่อได้รับทุกข์เข้า ที่พึ่งอื่นไม่มีนั่นแหละ จึงได้คิดถึงพระ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว 4. สิ่งใดที่ล่วงมาแล้ว เลยมาแล้ว เราไม่สามารถไปตัด ไปปลงมันได้อีกแล้ว สิ่งที่เราทำไปนั้น ถ้ามันดี มันก็ดีไปแล้ว ผ่านไปแล้ว พ้นไปแล้ว ถ้ามันชั่ว มันก็ชั่วไปแล้ว ผ่านไปแล้วเช่นกัน อนาคตยังมาไม่ถึง เราจึงยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร อย่างมากก็เป็นแต่เพียงการคาดคะเนเอาเอง ว่าควรเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ซึ่งมันอาจจะเป็น ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดคะเนก็ได้ […]

ทำงาน เป็นหน้าที่ ส่วนความดีให้คนชม บทความให้ข้อคิดจากท่านปิยโสภณ

 ทำงาน เป็นหน้าที่ ส่วนความดี ให้คนชม คนที่มักพูดว่า ตนดีอย่างไร ทำอะไรบ้าง เหนื่อยเหลือเกิน ต้องแบกรับภาระหนัก ทำงาน ตัวเป็นเกลียว เจอใครก็พูด พบใครก็บอก ส่วนใหญ่มักเป็นผู้เรียกร้องความสนใจ แฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ก็มาก ข้าพเจ้าเห็นว่า การทำงานเป็นหน้าที่ ส่วนความดีของเรา ให้คนอื่นเขาป่าวประกาศจะดีกว่า การคุยโอ้อวด หรือแม้เป็นความจริง ว่าเราดีกว่าใคร เป็นเรื่องน่าละอาย ผู้ดีมักไม่ยกยอตนเอง บางคนขณะยกย่องตนเอง ก็ด่าว่าทับถมคนอื่นจนเสียหาย ทำให้ถูกมองไปว่า ตนเองสูงขึ้นมาได้เพราะเหยียบไหล่คนอื่นไป การที่สังคมไทยของเรา ต่างฝ่ายต่างก็อวดดีใส่กัน มิได้ตั้งใจทำดีให้ความดีปรากฏอย่างจริงใจ จึงมักมีภาพโฆษณาประชาสัมพันธ์ความดีของตนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใช้สื่อโฆษณา ตีพิมพ์ แทนที่งานจะเด่น กลับกลายเป็นคนเด่นกว่างาน ข้าพเจ้าตั้งข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านทราบว่า คนประเภทนี้ มักขึ้นต้นประโยคสนทนากับเราด้วยคำว่า ผม/ดิฉัน มิได้ขึ้นด้วยคำว่า พวกเรา ใครก็ตามชอบพูด ผม หรือ ดิฉัน คือผู้ทำ คนอื่นไม่เคยช่วย และตำหนิผู้อื่นไปด้วย คนนั้นจะขาดมิตร แทนที่เขาจะได้ใจคนฟัง กลับทำให้คนฟัง ต้องทนฟังเพราะเกรงใจ […]

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีที่เห็นคุณค่าของคนมากกว่าเงินทอง

 มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มหาเศรษฐีที่เห็นคุณค่าของคนมากกว่าเงินทอง ไม่นานมานี้ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้โพสต์ผ่านหน้าเฟสบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับการปรับรูปแบบใหม่ในการทำงาน ของเฟสบุ๊ค จะเน้นให้ความสำคัญกับคนมากขึ้น โดยข้อความระบุว่า One of our big focus areas for 2018 is making sure the time we all spend on Facebook is time well spent. We built Facebook to help people stay connected and bring us closer together with the people that matter to us. That’s why […]

8 งานอดิเรก พัฒนาศักยภาพสมอง

8 งานอดิเรก พัฒนาศักยภาพสมอง หากอยากให้ สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น งานอดิเรก ดังต่อไปนี้ช่วยได้ เล่นดนตรี จากผลการสแกนสมองพบว่า ขณะที่เราเล่นดนตรีจะเกิดแสงสว่างขึ้นในบริเวณต่าง ๆ ของสมอง หมายความว่า สมองกำลังแปลงข้อมูลต่าง ๆ พร้อม ๆ กัน นอกจากนั้นการเล่นดนตรียังกระตุ้นสมองส่วน Corpus Callosum ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมต่อแกนของเซลล์ประสาทของสมองทั้งสองซีก ทำให้ข้อความสามารถส่งผ่านไปมาในสมองได้อย่างรวดเร็วและหลากหลายทิศทางมากขึ้น ช่วยให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความจำและทำให้มีสมาธิมากขึ้นอีกด้วย อ่านหนังสือ การอ่านหนังสือ ช่วยลดความเครียดได้ และช่วยเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามหนังสือที่เราเลือกอ่าน นอกจากนั้นการอ่านหนังสือยังถือเป็นการออกกำลังสมองได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะทุกครั้งที่เราอ่านหนังสือสมองจะจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เราอ่านผ่านตา ซึ่งเป็นการฝึกให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพประการหนึ่ง นั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ การนั่งสมาธินอกจากช่วยให้เรามีสติอยู่กับการกระทำแล้ว ยังช่วยลดระดับความเครียดและช่วยขจัดความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้อีกด้วยเมื่อจิตใจสงบ เราก็สามารถเรียนรู้ คิด และวางแผนสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการศึกษาวิจัยพบว่า การนั่งสมาธิวันละ 12 นาทีทุกเช้าช่วยให้สมองเข้าสู่ภาวะที่มีคลื่นธีตา (Theta) ซึ่งเป็นคลื่นที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ออกกำลังสมอง การออกกำลังสมอง สำคัญไม่น้อยกว่าการออกกำลังกาย เราสามารถออกกำลังสมองได้โดยการทำสิ่งที่แปลกใหม่และท้าทาย เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานอย่างมีศักยภาพมากขึ้น กิจกรรมอย่างเช่น ซูโดกุ เกมทายปริศนา ช่วยให้มีทักษะในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ มีมุมมองที่หลากหลาย และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ออกกำลังกายเป็นประจำ ถ้าร่างกายแข็งแรง สมองก็จะแข็งแรงตามไปด้วย เพราะสมองเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งของร่างกาย การออกกำลังกายช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น จากการศึกษาวิจัยพบว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอช่วยเสริมสร้างเซลล์สมอง ส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ การเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ นับเป็นอีกหนึ่งวิธีพัฒนาสมองเพราะในกระบวนการเรียนรู้ภาษาหนึ่ง ๆ เราต้องวิเคราะห์โครง-สร้างภาษาพร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ไปด้วย กระบวนการเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาและพัฒนาสมอง จากการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่มีความถนัดทางภาษามักเป็นคนที่มีความสามารถในด้านการวางแผน การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา เขียนบันทึก การเขียนนอกจากช่วยพัฒนาความสามารถด้านภาษาแล้ว ยังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการอีกด้วย นอกจากนั้นการเขียนก็เป็นการเปลี่ยนความคิดในสมองที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นตัวหนังสือที่ดูเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นและเป็นการแสดงออกถึงความเป็นตัวเองได้อีกด้วย  การบันทึกสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันยังช่วยให้สมองเกิดความคิดเชิงบวก ทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุขออกมาอีกด้วย ออกเดินทางท่องเที่ยว การท่องเที่ยวถือเป็นวิธีการผ่อนคลายจากความเครียดได้อย่างดีเยี่ยมวิธีหนึ่ง เมื่อเราไม่รู้สึกเครียด ก็จะมีสมาธิอยู่กับงานที่ทำนอกจากนั้นการท่องเที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ยังเป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ ทั้งผู้คน อาหาร วัฒนธรรม รูปแบบการดำเนินชีวิต และสังคมประสบการณ์เหล่านี้เป็นเสมือนคลังวัตถุดิบทางปัญญาที่จะนำพาให้เกิดความคิดแปลกใหม่อีกด้วย เรื่องโดย :  อิศรา ราชตราชู  บทความที่น่าสนใจ 6 วิธีวิ่งหนีความจำเจ 7 วิธีกำหราบ ความเครียด ให้อยู่หมัด ทริคสำหรับคน ไม่อยากเครียด คุณยายมาซาโกะ วากามิยะนักพัฒนา แอพพลิเคชั่นรุ่นเก๋า FEEDitBAG ถุงพลาสติก สุดเจ๋ง! ปลูกได้ กินได้ คู่หูดูโอ้ แดน บีม อวยพรชาว Secret พร้อมเผยเคล็ดลับความสุข  

keyboard_arrow_up