5 วิธีหลีกหนีอัลไซเมอร์

วิธีหลีกหนีอัลไซเมอร์
วิธีหลีกหนีอัลไซเมอร์

5 วิธีหลีกหนีอัลไซเมอร์

เรามาหา วิธีหลีกหนีอัลไซเมอร์ กัน ถ้าวันหนึ่งคุณตื่นมาแล้วพบว่ามี “คนอื่น” รายล้อมรอบตัวคุณเต็มไปหมด มิหนําซ้ำพวกเขายังพร่ำพูดกับคุณว่า “คุณแม่จําหนูได้ไหม หนูลูกสาวของคุณแม่ไงคะ” หรือ “คุณย่าจําผมได้ไหมครับ หลานที่คุณย่าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กไงครับ” แต่ไม่ว่าพวกเขาจะอธิบายอย่างไร คุณก็นึกไม่ออกเสียทีว่า “พวกเขาเหล่านี้เป็นใครกัน”
ชื่อแน่ว่าคงไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์ข้างต้นเกิดขึ้นกับตัวเองเป็นแน่ เพราะนั่นหมายความว่าคุณอาจป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือมีภาวะสมองเสื่อม ซึ่งพบบ่อยในผู้สูงอายุ มีผลทําให้เกิดความผิดปกติด้านความจํา ความคิด และพฤติกรรมในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้ให้หายขาด แต่หากคุณอ่านบทความนี้จบ แล้วหันมาดูแลตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้ ก็ยังคงพอมีทางที่คุณและคนที่คุณรักจะห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ได้

กินแบบนี้ดีกับสมอง

คําว่า “You Are What You Eat” เป็นคํากล่าวที่เป็นจริงเสมอ ในช่วงกลางปี 2010 ที่ผ่านมา วารสารทางการแพทย์ Archives of Neurology ได้รายงานผลการวิจัยว่า มีอาหารบางชนิดที่อาจมีองค์ประกอบช่วยในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ นั่นคือ น้ำสลัด(ที่ทําจากน้ำมันมะกอกและน้ําส้ม) ถั่วเปลือกแข็ง ปลา มะเขือเทศ สัตว์ปีก ผักตระกูลครูซิเฟอรัสผลไม้ และผักใบเขียวจัดในขณะเดียวกัน งานวิจัยดังกล่าวยังพบอีกว่าอาหารบางประเภทอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อสมอง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ นั่นคืออาหารจําพวกผลิตภัณฑ์นมไขมันสูง เนื้อสัตว์ใหญ่ (เนื้อแดง) เครื่องในสัตว์ และเนย ดังนั้น หากคุณเลือกทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อสมองเสียตั้งแต่วันนี้ ก็เหมือนมีอัศวินคอยปกป้องจากอสูรร้ายอย่างอัลไซเมอร์ได้ออกกําลังกายฟิตไปถึงสมอง ในปี ค.ศ. 1994 – 2003 ดอกเตอร์อีริก บี ลาร์สัน (Eric B. Larson) ผู้อํานวยการศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพในเมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทําการทดลองกับผู้สูงอายุ ทั้งชายและหญิงจํานวน1,740คนที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป พบว่า ผู้สูงอายุที่ออกกําลังกายด้วยการเดินเพียง 15 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เป็นประจํา สามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ถึง 32 % เมื่อเทียบกับคนที่ออกกําลังกายน้อยกว่า ผลการทดลองนี้ยังบอกอีกว่า นอกจากการออกกําลังกายจะส่งผลดีต่อสมองแล้ว ยังส่งผลให้หัวใจและหลอดเลือดทํางานดี เลือดสามารถเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆ ในร่างกายให้ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เรียกได้ว่าออกกําลังกายเพียงวันละฟิตไปทุกส่วนเลยทีเดียว

หัดใช้สมองเสียบ้าง!

เราไม่ได้ตั้งใจจะว่าร้ายคุณหรอกนะ เพียงแค่ต้องการให้คุณใช้เวลาว่างที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อสมองบ้าง ซึ่งในปัจจุบันมีเกมที่สนุกและได้ใช้สมองมากมาย อาทิ เกมคําปริศนา เกมซูโดกุ และเกมโกะ ซึ่งนายเชียง ฉวน เชน นักวิจัยชาวจีนกล่าวว่า โกะเป็นเกมที่ช่วยเพิ่มรอยหยักในสมอง ทั้งยังช่วยพัฒนาสมองส่วนหน้าส่วนท้ายทอย และส่วนความรู้สึก เรียกได้ว่าช่วยพัฒนาเกือบทุกส่วนของสมองเลยทีเดียว และนอกจากโกะจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้ว เกมชนิดนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจิตเสื่อมได้อีกด้วย หากคุณไม่มีเวลามากพอที่จะเล่นเกม แต่งานที่คุณทําเป็นงานที่ต้องใช้ศักยภาพของสมองสูงอยู่แล้ว ก็ถือว่าคุณเป็นคนโชคดี เพราะงานที่ทําอยู่นี้ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ได้ ดอกเตอร์แคทลีน สมิธ (Katherine Smith) หนึ่งในคณะวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ในวารสารนิวโรโลจีเจอร์นัลว่า อาชีพที่ใช้ศักยภาพทางสมองจะช่วยเพิ่มกิจกรรมให้สมองถูกใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเซลล์สมอง ไม่ให้เสื่อมถอยและยังต่อต้านอาการอัลไซเมอร์ได้ฝึกใช้สมองคิดให้เป็นระบบอย่างสม่ำเสมอ คือเคล็บลับง่ายๆ ในการต้านอัลไซเมอร์มีเพื่อนมากเป็นความจริงที่ว่า การมีเพื่อนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์ให้กับคุณได้ เพราะคุณจะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่คิดวกวนอยู่แค่ในโลกส่วนตัวของคุณเอง เป็นผลให้คุณได้ใช้สมองในการเฟ้นหาเลือกคบเพื่อนที่ดี และจะยิ่งดีมากขึ้นหากคุณและเพื่อนชักชวนกันทํากิจกรรมเพื่อแบ่งปันสิ่งดีๆต่อสังคม อาทิชวนกันไปเป็นอาสาสมัครทําประโยชน์ต่างๆ เพราะไม่เพียงคุณและเพื่อนจะได้ช่วยเหลือคนอื่นเท่านั้น แต่คุณยังจะได้มีไมตรีจิตที่ดีต่อกันและยังได้ออกกําลังกายไปในตัวด้วย แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผลดีต่อสุขภาพสมองของคุณทั้งสิ้น ได้ทั้งกัลยาณมิตรและได้สมองที่ดีควบคู่ไปด้วย คุ้มจริงๆ!

ฝึกสมาธิและปฏิบัติธรรม

เป็นที่ทราบกันดีว่า การฝึกสมาธิและการปฏิบัติธรรมจะช่วยให้สมองผ่อนคลาย จิตใจสงบ ลดความเครียด และยังทําให้สมองปลอดโปร่งทํางานได้ดีขึ้นด้วยดอกเตอร์พอล นัสสบวม (Paul Nussbaum) นักวิจัย แนะนําว่า การสวดมนต์หรือฝึกสมาธิจะช่วยเพิ่มพลังให้กับสมอง โดยเฉพาะด้านความจํา ในขณะที่ดอกเตอร์มาร์ตินเซลิกแมน (Martin Seligman) กล่าวว่า คนที่มองโลกในแง่ดีจะมีสุขภาพกายและใจดี ทั้งยังจะมีอายุยืนอย่างมีความสุขมากกว่าคนที่มองโลกในแง่ร้ายด้วย ไม่แน่ว่าคุณอาจได้พบทางสว่างที่แสนประเสริฐอย่างนิพพานติดไม้ติดมือกลับมาด้วยก็ได้ ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ

ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ

หากคุณ…เป็นผู้สูงอายุเพราะส่วนใหญ่โรคนี้จะพบในคนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุก 5 ปี เรียกได้ว่าอายุยิ่งมาก ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ก็มากขึ้นด้วยกรรมพันธุ์ หากมีพ่อ แม่ พี่ หรือน้องเป็นโรคอัลไซเมอร์ คุณก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้สูงกว่าคนอื่น มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เป็นโรคความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน มีประวัติบาดเจ็บบริเวณศรีษะ มีสารพิษสะสมในสมอง
 0
เรื่อง : ชลธิชา แสงใสแก้ว
ที่มา : นิตยสาร Secret ปี 2555 ฉบับที่ 95 หน้า 60-6

บทความน่าสนใจ
สาวน้อยวัย 14 ปีเขียนแอปฯ ช่วยยายที่ป่วยเป็น โรคอัลไซเมอร์
Q:คุณแม่เป็นอัลไซเมอร์แต่อยากให้ไปสู่สุคติ
Q:หากเราเจริญสติได้เป็นอย่างดีแล้ว จะมีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ตอนชราหรือไม่
keyboard_arrow_up