พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์

พระเนมิราช พระราชาผู้ท่องนรก-สวรรค์ พระเนมิราช เป็นพระชาติหนึ่งของพระพุทธเจ้า เป็นพระชาติที่ทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี พระองค์เป็นที่รักของเทวดา พระอินทร์จึงเชิญพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ แต่ระหว่างเส้นทางที่จะไปสวรรค์ต้องผ่านขุมนรกเสียก่อน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังเมืองมิถิลามีพระราชาพระองค์หนึ่งปกครองนามว่า “เนมิราช” พระองค์ชอบการทำทานมาก ทรงบริจาคทานให้แก่ประชาราษฎร์ พร้อมทั้งแสดงธรรมให้พสกนิกรทำความดี วันหนึ่งพระราชาทรงสงสัยว่า ระหว่างทานกับการรักษาศีล แบบไหนได้อานิสงส์มากกว่ากัน พระอินทร์ทราบดังนั้นจึงเสด็จลงมาพระราชา พระอินทร์ตอบว่า “การให้ทานมีผลเพียงได้สวรรค์ แต่การรักษาศีลหรือออกบวชนั้นสามารถนำไปสู่ความหลุดพ้น แต่การรักษาศีลนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องละจากชีวิตปุถุชน แต่อานิสงส์แรงกว่าทาน แม้ทานจะอานิสงส์น้อยแต่ควรปฏิบัติควบคู่กันไปกับการรักษาศีล ” พระอินทร์กลับสวรรค์ เทวดาทั้งหลายทราบว่าพระอินทร์ ราชาแห่งเทวดาเสด็จมาพบพระเนมิราช จึงทูลขอให้พระอินทร์เชิญพระเนมิราชขึ้นมาบนสวรรค์ เพื่อพระองค์เป็นพระอาจารย์ของพวกตน เทวดาเหล่านี้ตอนเป็นมนุษย์เกิดเป็นประชาชนของพระเนมิราช ปฏิบัติตามคำสอนของพระราชา เมื่อสิ้นบุญจึงได้เกิดบนสวรรค์ พระอินทร์โปรดให้มาตุลีเทพบุตรขึ้นราชรถทิพย์ไปรับพระเนมิราชมายังสวรรค์ มาตุลีเทพบุตรขับราชรถมารับพระเนมิราช แล้วประกาศว่าเป็นความประสงค์ของพระอินทร์และเหล่าเทวดาทั้งหลาย ระหว่างทางก่อนไปถึงสวรรค์ ต้องผ่านนรก พระเนมิราชเห็นภาพของความทุกข์ทรมานจากการถูกลงทัณฑ์ พอมาถึงสวรรค์ พระองค์ได้ชมวิมานของเทวดาต่าง ๆ จนมาถึงเทวสภา เทวดาทั้งหลายพากันเข้าพบพระเนมิราช พร้อมบอกว่าตนเคยเป็นประชาชนของพระองค์ และที่ได้เป็นเทวดาเช่นนี้เพราะปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ พระเนมิราชกลับเมืองมิถิลา ทรงเล่าสิ่งที่พบเห็นให้พสกนิกรของพระองค์ฟัง เพื่อให้ตระหนักถึงการมีอยู่จริงของนรกและสวรรค์ ต่อมาพระองค์ทรงยึดมั่นในการทำทานควบคุมไปกับการรักษาศีล จนพระชนมายุมากขึ้น มีพระเกษาขาวปรากฏ พระองค์ละจากราชสมบัติออกบวช แล้วอุบัติยังพรหมโลกหลังจากสวรรคตในเวลาต่อมา […]

ข้อธรรมสอนใจจากการออกธุดงค์เจอเสือของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร

ข้อธรรมสอนใจจากการออกธุดงค์เจอเสือของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ในการออกธุดงค์ของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ท่านได้เผชิญอุปสรรคและพบเจอเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย จึงทำให้เกิดข้อธรรมสอนใจต่าง ๆ ครั้งหนึ่งในช่วงเวลาที่หลวงปู่ฝั้นออกธุดงค์นั้น ประเทศลาวอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส มีความเข้มงวดทางทหารมาก ทำให้หลวงปู่ฝั้นและสามเณรพรหมไม่สามารถข้ามฝั่งไปได้ จึงตัดสินใจเดินทางเลียบฝั่งไปทางเหนือที่รายล้อมไปด้วยป่าทึบ และมีรอยเท้าเสือปรากฏให้เห็นอยู่ทุกระยะ ในเวลาใกล้ค่ำ ทั้งหลวงปู่ฝั้นและสามเณรพรหมก็ได้ยินเสียงเสือคำรามดังก้องไปทั้งป่า จิตของทั้งสองจึงไม่อาจสงบนิ่งได้เช่นเคย ทันใดนั้นหลวงปู่ฝั้นก็เปล่งภาษิตอีสานขึ้นมาบทหนึ่งว่า “เสือกินโค กินควาย เพิ่นช้าใกล้ เสือกินอ้าย เพิ่นช้าไกล” แปลความได้ว่า ถ้าเสือกินโคหรือกินควาย เสียงร่ำลือจะไม่ไปไกล เพราะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเสือกินคน หรือกินพระกัมมัฏฐานแล้ว เสียงร่ำลือจะไปไกล ภาษิตบทนี้ข่มความกลัว ทำให้ความกล้าหาญปรากฏในจิตของหลวงปู่ แล้วท่านจึงเปล่งภาษิตขึ้นอีกบทหนึ่งว่า “ตกกะเทินกำคอเข้ บ่ยอมวางให้หางมันฟาด ตกกะเทินกำคอกะท้าง บ่วางให้แก่ผู้ใด” ซึ่งตีความได้ว่า “กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปดนั้น มันฝังแน่นอยู่ในสันดานของมนุษย์ เช่นเดียวกับจระเข้ที่กบดานแน่นิ่งอยู่ใต้น้ำ นาน ๆ จึงจะโผล่หัวขึ้นมานอนอ้าปากตามชายฝั่ง พอแมลงวันเข้าไปไข่ มันจะคลานลงน้ำ แล้วอ้าปากตรงผิวน้ำเพื่อให้ไข่แมลงวันไหลออกไปเป็นเหยื่อปลา และเมื่อใดที่ปลาใหญ่ปลาเล็กหลงเข้าไปกินไข่แมลงวันในปากของมัน มันก็จะงับปลากลืนกินไปทันที “ส่วนกะท้างนั้นก็เช่นเดียวกับกระรอก ซึ่งหัวหางกระดุกกระดิกอยู่ตลอดเวลา […]

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

งามแท้ เพราะ “ไม่แน่นอน” ปรัชญาธรรมจากแดนอาทิตย์อุทัย โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร ย่อมไม่พลาดที่จะนำทรรศนะในการมองโลกของผู้คนในพื้นที่ตรงนั้นมาฝาก คราวนี้ไปเที่ยวญี่ปุ่น จะนำทรรศนะอะไรดี ๆ มาฝากเราบ้างหนอ… 0 ผมเพิ่งกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นครับ และแม้จะไม่สามารถนํา “ของฝาก” กลับมาให้แฟน ๆ คอลัมน์ได้ เนื่องจากเราไม่มีโอกาสจะได้พบหน้ากัน แต่ผมมี “ความคิดฝาก” ใส่สมองกลับมา ซึ่งรับรองว่ามีค่ายิ่งกว่า “ของฝาก” ราคาแพงหลายเท่าตัว 0 “ความคิดฝาก” ที่ว่านั้นมีชื่อว่า “วะบิ-ซะบิ” (Wabi-sabi) ซึ่งเป็นชื่อของปรัชญาเซนที่ผมชื่นชอบที่สุด เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งระหว่างที่ผมกําลังถ่ายรูปอยู่อย่างเพลิดเพลินที่เมืองเกียวโต ผมก็พลาดทําโทรศัพท์หลุดจากมือตกลงสู่พื้นที่ปูด้วยอิฐก้อนโต ๆ เบื้องล่าง เสียงกระทบของหน้าจอกับพื้นหินที่แข็งโป๊กนั้น ทําให้ผมรู้สึกปวดร้าวราวกับว่าใจผมเองเป็นสิ่งที่ตกลงสู่พื้น 0 ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโดยเร็ว และพบว่าหน้าจอบางส่วนแตกละเอียด ผมอยากจะนั่งสาปแช่งโชคชะตาและก่นด่าตัวเองอยู่ตรงนั้นสักครึ่งวัน ความเครียดและความเซ็งประดังประเดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง “ทําไมเราซุ่มซ่ามแบบนี้” “โทรศัพท์เพิ่งจะซื้อมาได้ไม่ถึงครึ่งปี” “ถ้าเราระวังกว่านี้นะ” ฯลฯ ไม่มีพลังวิเศษอะไรที่สามารถหยุดความคิดลบของผมได้ จนกระทั่งผมนึกย้อนไปถึงปรัชญาเซน “วะบิ-ซะบิ” […]

จากเด็กเกเรสู่ครูผู้ให้ ครูหยุยแห่ง มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

จากเด็กเกเรสู่ครูผู้ให้ ครูหยุยแห่ง มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ครูหยุยบอกเล่าประสบการณ์ชีวิตจากเด็กเกเรในวันนั้นสู้การเป็นครู จากครูโรงเรียนสู่หนทางหัวหน้าโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างของ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก 0 สมัยเด็กผมค่อยข้างเกเร มีเรื่องกระทบกระทั่งอะไรกับใครนิดหน่อย ก็ยกพวกตีกันแล้ว เรื่องเรียนผมไม่ค่อยสนใจ จบมาได้แบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ 0 พอเริ่มเรียนที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความคิดนิสัยใจคอก็เริ่มเปลี่ยน หลังจากเรียนจบก็มีคำถามให้หัวว่า “เราจะทำอะไรต่อ” ตอนนั้นนึกออกแค่เรื่องเดียวคือ การออกค่าย ชอบงานอาสา อยากช่วยเหลือคน คงเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เพราะพ่อค้าขายควบคู่กับทำงานในโรงเจ ซึ่งได้เห็นการทำบุญ การช่วยเหลือสงเคราะห์คนมาตลอด จึงไปช่วยสอนหนังสือเด็ก ๆ ที่ “โรงเรียนแห่งเสรีภาพ” จังหวัดกาญจนบุรีอยู่ 2 ปีครึ่ง ก่อนจะลาออก 0 ผมตกลงอยู่วันหนึ่งวัน พอดีมูลนิธิเด็กขาดหัวหน้าโครงการศูนย์เด็กก่อสร้าง 1 ตำแหน่ง จึงไปสมัครและทำงานที่นั่นได้สักพักก็ออกมาก่อตั้งมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก 0 ตอนเริ่มต้นมูลนิธิมีเงินเหลือจากการทำโครงการศูนย์เด็กก่อสร้างแค่แสนเดียวเท่านั้น ทำไปสักนิดเงินก็หมด ผมจึงตั้งจิตขอในใจว่า เราทำความดี คิดดี ช่วยเหลือคนมาตลอด ถึงเราจะไม่รวยเงิน แต่เราก็รวยน้ำใจนะ เดี๋ยวคงมีคนใจดีมองเห็นเรา เชื่อไหมว่าเพียงแค่สองวันก็มีคนนำข้าวสารเต็มคันรถสิบล้อมาบริจาคให้ 0 […]

อ่านหนังสือผ่านแอพ ให้คนตาบอด

อ่านหนังสือผ่านแอพ ให้คนตาบอด อาจไม่สะดวกนักสำหรับวิธีเดินทางไปมูลนิธิคนตาบอดฯ เพื่อแจ้งความจำนงขออ่านหนังสือเสียง บางครั้งไปถึงยังพบข้อจำกัดของห้องบันทึก และการใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ในการสร้างหนังสือเสียงอีก การ อ่านหนังสือผ่านแอพ เป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยเราได้ 0 เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ที่ใช้สมาร์ทโฟนจึงเลือกอ่านผ่านแอพพลิเคชั่น Read For The Blind กันแล้ว ว่างเมื่อไร อยู่ที่ไหน ก็อ่านได้ตามสะดวก เป็นการเพิ่มจำนวนหนังสือเสียงให้คนตาบอดมากขึ้นอีกทาง 0 หลายเดือนก่อนเพื่อนสนิทจากขอนแก่นชวนให้ผู้อ่าน รู้สึกว่าเป็นโครงการส่งต่อความสุขที่ทันสมัยสุด ๆ ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทำสิ่งสร้างสรรค์แบ่งปันผู้อื่น ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาก็ได้ยินชื่อโครงการนี้ถี่ขึ้นจากพี่น้องร่วมออฟฟิศ 0 0 “เรารู้สึกมานานแล้วว่าอยากจะทำอะไรให้คนกลุ่มนี้บ้าง พอเห็นแอพนี้ก็แน่ใจว่าเราช่วยเหลือเขาได้แน่ ๆ มันดีกว่าซื้อของหรือทำอาหารไปเลี้ยงอีก ซึ่งพวกเขาได้ ไม่เคยขาดและมีคนจองคิวช่วยเหลือไว้เยอะมากแล้ว แต่คนตาบอดน่าจะต้องการสิ่งที่อยู่กับเขาได้ทุกวัน หนังสือเสียงก็เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้เขามีความสุข เมื่อเขาต้องการ” 0 กฤตนัดตา หนูไชยะ ทดลองอ่านหนังสือได้ 3-4 เดือนแล้ว แต่อยู่ในขั้นตอนอัดเสียงเข้าแอพ ยังไม่ได้เริ่มอัพโหลดเพราะยังอ่านไม่จบเล่ม 0 “แรก ๆ ที่อ่านก็ตื่นเต้น พยายามเลือกหนังสือที่ชอบ แต่อ่านไปแล้วเริ่มรู้สึกว่ามันยาก เลยจะเปลี่ยนเล่มแล้ว” 0 อุปสรรคการเลือกหนังสือที่ไม่เหมาะสมมาถ่ายทอดคือ ปัญหาเดียวกับคนส่วนใหญ่หนังสือดีบางเล่มมีความหนาเกินไป […]

ชม 2 วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยา ในมุมที่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึง

ชม 2 วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยา ในมุมที่คนส่วนใหญ่ไปไม่ถึง กระแสละครย้อนยุคปลุกผู้คนให้มาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยากันคับคั่ง เห็นออเจ้าเดินอยู่ทั่วพระนคร (ศรีอยุธยา) แต่ใน วัดสำคัญ ของพระนครศรีอยุธยาหลายแห่ง แม้มีผู้คนไปผ่านมา แต่มีบางแห่งที่คนทั่วไปไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ซีเคร็ต จึงอยากแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก อุโบสถ วิหารเขียน วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดเก่าแก่ของพระนครศรีอยุธยา สร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาที่ทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างเคารพนับถือมาช้านาน คนส่วนใหญ่มักเดินมุ่งตรงไปยัง วิหารหลวง เพื่อกราบนมัสการ พระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อโต (ชาวจีนนิยมเรียกว่าซำปอกง) แต่เดิมมีพิธีห่มผ้าหลวงพ่อโต ปัจจุบันยกเลิกไปตามกฎการจัดระเบียบวัด แต่ผู้คนยังเนืองแน่นเช่นเดิม ***พระพุทธไตรรัตนนายก*** ***พระพุทธรูปทองและพระพุทธรูปนาค แต่เดิมหุ้มปูนลงรักปิดทองไว้ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2310 ต่อมา พ.ศ. 2499 ทางวัดทำความสะอาดจึงพบรอยปูนที่หลุดล่อน และเห็นว่าภายในเป็นทองและนาค จึงได้กะเทาะปูนออกปรากฏเป็นพระพุทธรูปดังทุกวันนี้*** ***วิหารเขียนแตกต่างจากวิหารเก่าแก่หลายแห่ง คือ ภาพเขียนลวดลายกระถางต้นไม้ต่าง ๆ รวมถึงเครื่องใช้ เครื่องบูชา เป็นไปตามคตินิยมของชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย*** ด้านหน้าประตูวิหารหลวงทั้งสองฝั่งมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่น่าสนใจ แต่คนทั่วไปอาจไม่รู้จัก เนื่องจากผู้คนมักเดินเลยประตูทางเข้าไปแล้วออกทางประตูด้านข้างวิหารหลวงโดยไม่ย้อนกลับมาอีก ได้แก่ อุโบสถ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งซ้าย […]

มูนิบา มาซารี หญิงเหล็ก แห่งปากีสถาน

มูนิบา มาซารี หญิงเหล็ก แห่งปากีสถาน เมื่อ 10 ปีก่อน หญิงเหล็ก มูนิบา มาซารี (Muniba Mazari) เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เธอแต่งงานขณะมีอายุ 18 ปี หลังจากนั้นประมาณสองปีกว่าเธอก็ประสบอุบัติเหตุ รถเสียหลักตกลงไปในคูน้ำ เธอติดอยู่ในรถและบาดเจ็บรุนแรงหลายแห่ง แขนขวาและข้อมือหัก หัวไหล่กับไหปลาร้าแตก ซี่โครงหักทั้งหมด แต่ที่รุนแรงที่สุดคือกระดูกสันหลัง คนที่กรูเข้ามาช่วยลากเธอออกมาจากรถทำให้เส้นประสาทไขสันหลังของเธอขาดออกจากกัน มูนิบารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2 เดือนครึ่ง แพทย์แจ้งว่าเธอเป็นอัมพาตช่วงล่าง เดินไม่ได้ตลอดชีวิต และมีลูกไม่ได้อีกด้วย เธอสิ้นหวังทุกอย่างในชีวิต แล้ววันหนึ่งมูนิบาก็บอกให้พี่ชายนำอุปกรณ์วาดรูปมาให้ เธอเคยเป็นนักศึกษาศิลปะ จึงใช้ศิลปะบำบัดจิตใจแทนที่จะนอนมองเพดานไปวัน ๆ ศิลปะช่วยให้สภาพจิตใจของเธอดีขึ้นมากและตัดสินใจสู้ต่อ เริ่มด้วยการจัดการกับความกลัวที่อยู่ในจิตใจตัวเองก่อน มูนิบาเขียนรายการสิ่งที่กลัวเป็นข้อ ๆ และเอาชนะความกลัวไปทีละข้อ สิ่งที่กลัวที่สุดคือการหย่าร้าง เธอตัดสินใจปล่อยสามีให้ไปเจอคนที่สุขภาพแข็งแรงกว่า และแสดงความยินดีเมื่อทราบข่าวเขาแต่งงานใหม่ เมื่อมีลูกไม่ได้ เธอก็รับเด็กมาเป็นลูกบุญธรรม ความกลัวข้อต่อมาคือการไม่เป็นที่ยอมรับ เธอจึงตัดใจสินใจปรากฏตัวตามสื่อมากขึ้น เธอวาดภาพ ถ่ายแบบโฆษณา เป็นนักร้อง ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ นักเขียน นักพูดสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้หญิง และเป็นนักกิจกรรมทางสังคม ในปี […]

เจ้านายใจดีแบบนี้ยังมีอีกไหม ป่วย เป็นอัลไซเมอร์ ก็ยังให้ทำงานได้

เจ้านายใจดีแบบนี้ยังมีอีกไหม ป่วย เป็นอัลไซเมอร์ ก็ยังให้ทำงานได้ ปลายปี 2013 มารดาของ โดรอน ซาโลมอน (Doron Salomon) ซึ่งทำงานเป็นพนักงานดูแลแผนกหนังสือของ Sainsbury’s ซูเปอร์มาร์เก็ต ในอังกฤษ เริ่มมีอาการป่วย เป็นอัลไซเมอร์ ส่งผลให้พนักงานที่ละเอียดรอบคอบและจดจำรายละเอียดได้อย่างแม่นยำกลายเป็นคนหลง ๆ ลืม ๆ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด เวลานั้นเธออายุ 50 ต้น ๆ คุณหมอวินิจฉัยว่าเธอป่วยเป็นอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น แทนที่ทางบริษัทจะปลดเธอออกเพราะทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ กลับแสดงความห่วงใยและคอยติดตามการรักษาของเธอมาตลอด อาการของเธอมาถึงจุดที่ว่า เมื่อเธอมาถึงออฟฟิศกลับสับสนราวกับไม่รู้จักที่นี่มาก่อน แต่ทุกคนก็เข้ามาแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจ พยายามทำให้เธอรู้สึกว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อบริษัท เจ้านายลดงานที่ซับซ้อนลง ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมากนัก และไปเยี่ยมครอบครัวของเธอเป็นประจำ นอกจากนั้นเจ้านายยังให้มีการอบรมฝึกสอนงานให้เธออยู่เรื่อย ๆ เปลี่ยนชั่วโมงการทำงาน ติดต่อพูดคุยกับครอบครัวของเธออยู่เสมอ และคอยย้ำเตือนให้ผู้ร่วมงานคนอื่นรับรู้อาการป่วยของเธอ จะได้คอยช่วยเหลือเธอได้ ความน่ารักขององค์กรยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะว่าได้มีการสร้างบทบาทขึ้นมาให้เธอได้ทำ เพื่อให้เธอรู้สึกว่าเธอกำลังทำงานสำคัญที่สุดในโลก เช่น ให้เธอทำความสะอาดกล่องเก็บสินค้า ซึ่งบางครั้งคนอื่นทำเสร็จไปแล้ว แต่งานนี้มำให้เธอรู้สึกว่าถ้าเธอไม่ทำ ซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะไปต่อไม่รอด ความภูมิใจในตัวเองและการที่รู้สึกว่าตัวเองมีค่า เป็นเป้าหมายหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยอัลไซเมอร์ อย่างน้อยก็ทำให้เธอมีเรื่องไปคุยกับผู้อื่นในสังคม โดรอนยังบอกอีกว่า มีหลายครั้งที่ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตจะเลิกจ้างแม่ของเขาก็ได้ […]

Dhamma Daily : เห็นข่าวคน ทำร้ายสัตว์ รู้สึกโกรธ ควรปล่อยวางอย่างไร

Dhamma Daily : เห็นข่าวคน ทำร้ายสัตว์ รู้สึกโกรธ ควรปล่อยวางอย่างไร ถาม : เมื่อดิฉันเห็นข่าวหมาแมวและสัตว์ต่างๆ ถูกทำร้าย รู้สึกโกรธคนทำร้ายมาก อยากเข้าไปทุบตีคนที่ ทำร้ายสัตว์ ทำไมมนุษย์ถึงใจร้ายขนาดนี้ เห็นข่าวพวกนี้ต้องเปลี่ยนช่องทันที ทำอย่างไรถึงจะปล่อยวางเรื่องนี้ได้คะ พระอาจารย์ชาญชัย อธิปญโญ ตอบปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ : ต้องคิดตามความเป็นจริงว่า เรามี เมตตา ถูกแล้ว ถ้าช่วยสัตว์ได้เราก็อยากช่วย นี่เป็นความ กรุณา ถ้าช่วยให้สัตว์รอดตายหรือพ้นจากการทุบตีทรมาน เราก็ยินดีหรือมี มุทิตา แต่ถ้าช่วยไม่ได้ เราต้องวาง อุเบกขา ไม่อย่างนั้นเราจะทุกข์ใจ ทุกข์เพราะเรื่องของคนอื่นแท้ ๆ เลยนะ อีกอย่างหนึ่งคือ ต้องคิดในแง่ของกฎแห่งกรรมว่า สัตว์โลกเกิดมาและดำเนินชีวิตไปตามแรงกรรม ไม่เพียงแต่สัตว์เดรัจฉานเท่านั้นที่เบียดเบียนกัน แม้แต่มนุษย์ก็เบียดเบียนสัตว์เดรัจฉานและเบียดเบียนมนุษย์ด้วยกัน เพราะมีกรรมสัมพันธ์ที่ต้องมาทำร้ายกันจากอกุศลกรรมที่ทำไว้ และมาเกื้อกูลกันตามกุศลกรรมที่มีต่อกัน เราไม่สามารถแก้กรรมของคนอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ดังคำที่ว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าช่วยได้เราก็ช่วย แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องวางใจอุเบกขา คิดเสียว่าเป็นกรรมของสัตว์ คนที่ทำร้ายสัตว์ เพราะสัตว์เคยทำร้ายเขามาก่อน […]

รอดชีวิต เพราะกาแฟแก้วเดียว

รอดชีวิต เพราะกาแฟแก้วเดียว เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ส่งจดหมายเล่าเรื่องราวการ รอดชีวิต ไปยังหนังสือพิมพ์ Pickering News Advertiser ประเทศแคนาดา เรื่องราวที่เล่าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2017 ผู้เขียนตั้งใจจะฆ่าตัวตายในวันนั้น ก่อนจะทำอย่างที่ตั้งใจไว้ เขาขับรถไปที่ร้านไดรฟ์ทรูชื่อทิมฮอร์ตันส์เพื่อสั่งกาแฟและมัฟฟิน เมื่อไปถึงจุดชำระเงินพนักงานบอกเขาว่า “ผู้ชายใจดีคนหนึ่งจ่ายเงินให้คุณเรียบร้อยแล้ว และเขาบอกว่าขอให้คุณมีวันที่ดีนะ” วินาทีนั้นเขาประหลาดใจว่าทำไมจึงมีคนเลี้ยงกาแฟคนแปลกหน้าโดยไม่มีเหตุผล ทำไมต้องเป็นเรา ทำไมต้องเป็นวันนี้ หรือว่านี่คือสัญญาณบางอย่าง ความมีน้ำใจแบบสุ่มปฏิบัติกับคนอื่นครั้งนี้กระทบใจเขาอย่างแรง ที่สำคัญที่สุดคือทำให้เขาเลิกคิดฆ่าตัวตายแล้วมาทำสิ่งดี ๆ ให้ผู้อื่น และจบลงที่การช่วยเพื่อนบ้านยกข้าวของที่จับจ่ายมาออกจากรถไปไว้ในบ้าน เขาลงท้ายจดหมายว่า ขอขอบคุณจากส่วนลึกของหัวใจ โปรดรู้ไว้ว่าความเอื้อเฟื้อของคุณได้ช่วยชีวิตหนึ่งเอาไว้ วันที่ 18 กรกฎาคม 2017 ไม่เป็นเพียงวันที่ดี แต่เป็นวันที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิต ***เกล็น โอลิเวอร์*** เกล็น โอลิเวอร์ (Glen Oliver) คือคนที่อยู่ในรถ SUV และจ่ายเงินค่ากาแฟให้ เมื่อภรรยาของเขาอ่านเจอเรื่องนี้เธอถึงกับร้องไห้และนำมาให้เกล็นดู เขาอ่านจบพร้อมน้ำตาแห่งความดีใจ เกล็นทำความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้อื่นด้วยการจ่ายค่ากาแฟให้รถที่ต่อคิวข้างหลังที่ร้านทิมฮอร์ตันส์ พร้อมคำอวยพร […]

สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ – สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี

สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ – สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี ท่ามกลางความวุ่นวายของย่านค้าขายอย่างสำเพ็ง ยังคงมีความเงียบสงบ ร่มเย็น ปรากฏอยู่ภายในวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร สถานที่ศึกษาธรรมะของ สามเณรจตุพงศ์ สามเณร หัวใจใฝ่ธรรมะ สามเณรจตุพงศ์ ฉันทศาสตร์รัศมี สามเณรวัย 15 ปี ผู้มีท่าทางสงบนิ่งต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน กล่าวทักทายทีมงาน ซีเคร็ต ด้วยท่าทีอ่อนโยน ก่อนเล่าให้ฟังว่า “ก่อนบวชเรียน อาตมาเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดพุทธบูชา เคยมีโอกาสได้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับโยมแม่อยู่บ้าง โดยหลังจากปฏิบัติช่วงแรกก็รู้สึกมีสติมากขึ้น จิตใจสงบขึ้น แต่ผ่านไปได้ไม่นาน พอไปอยู่กับเพื่อน อาตมาก็จะกลับมาซนอีก ต่อมาเมื่ออาตมาย้ายมาอาศัยอยู่กับโยมแม่สองคน จึงได้มาบวชเรียนที่วัดแห่งนี้ “ตอนยังเป็นฆราวาส อาตมาอ่านหนังสือธรรมะ และพบว่าในหนังสือมีข้อคิดดี ๆ อยู่มากมายหลายข้อ เช่น สังขารมีความเสื่อมทั้งสิ้น เป็นต้น พออ่านแล้วรู้สึกสนใจอยากศึกษาธรรมะของพระพุทธองค์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และอยากเรียนรู้แนวทางที่จะทำให้พ้นจากทางโลก อาตมาจึงขอโยมแม่บวช พอดีว่าโยมแม่มีเพื่อนที่รู้จักกับพระอาจารย์ที่วัดนี้จึงพามา “ช่วงแรกของการบวชเรียน อาตมารู้สึกกระวนกระวายว้าเหว่ ไม่มีเพื่อนคอยปรึกษาพูดคุยทำให้รู้สึกกลัว หลังจากนั้นอาตมาจึงลองชวนสามเณรรูปอื่นพูดคุยดู ความกลัวก็บรรเทาลง “บางครั้งเวลาเกิดอารมณ์โกรธหรือโมโห แต่ไม่สามารถยับยั้งด้วยตนเองได้ อาตมาก็จะปรึกษาพระอาจารย์ ซึ่งท่านแนะนำให้อาตมาหันกลับมาย้อนมองตนเองก่อนว่าเราทำอะไรผิด แล้วจึงระงับอารมณ์โกรธด้วยการนั่งนิ่ง […]

พญานกแขกเต้ากับต้นมะเดื่อเพื่อนรัก

พญานกแขกเต้า กับต้นมะเดื่อเพื่อนรัก นิทานธรรมะสอนใจเรื่องความกตัญญูรู้คุณ พญานกแขกเต้า ไม่ยอมไปไหน ยังคงอาศัยอยู่ที่ต้นมะเดื่อที่ไร้ผล เพราะต้นมะเดื่อต้นนี้มีบุญคุณต่อมัน กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพญานกแขกเต้าตัวหนึ่งควบคุมบริวารนกแขกเต้าหลายหมื่นตัว นกแขกเต้าเหล่านี้จะกินผลมะเดื่อเพื่อเลี้ยงชีพ แล้วจะบินจากไปต่อเมื่อถึงหน้าแล้ง เพราะต้นมะเดื่อจะไม่ออกผล เหลือเพียงพญานกแขกเต้าเท่านั้นที่ยังเกาะอยู่ที่ต้นมะเดื่อ วันหนึ่งพระอินทร์ตรวจทิพยญาณลงมายังโลกมนุษย์ พบเห็นต้นมะเดื่อที่ไร้ผล แต่กลับมีนกแขกเต้าตัวหนึ่งเกาะอยู่ พระอินทร์สงสัยจึงเสด็จมายังต้นมะเดื่อแล้วถามพญานกแขกเต้าว่า “ทำไมยังอาศัยอยู่ที่ต้นมะเดื่อนี้ทั้งที่มันไม่ออกผล นกแขกเต้าตัวอื่นยังบินไปหาที่กินใหม่” พญานกแขกเต้าตอบว่า “ข้าเติบโตมาได้ เพราะผลมะเดื่อจากต้นมะเดื่อนี้ ข้าไม่สามารถบินจากมันไป เพราะต้นมะเดื่อเป็นทั้งผู้มีพระคุณและเพื่อนของข้า” พระอินทร์ได้ยินดังนั้นจึงเนรมิตให้ต้นมะเดื่อต้นนี้สามารถออกผลได้ตลอดทั้งปี พญานกแขกเต้าไม่อดตายอีกต่อไป เหล่าบริวารก็บินกลับมายังต้นมะเดื่อนี้ดังเดิม   ที่มา : 84000.org Photo by Foad Memariaan on Unsplash บทความน่าสนใจ คุณค่าของ การรู้จักคิด และการมีกัลยาณมิตรที่ดี – บทความดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี ทศชาติบารมี 10 ทัศน์ พญาลิงเจ้าปัญญา นิทานธรรมะสอนใจให้ใช้ปัญญาไหวพริบ คนแจวเรือสันดานหยาบ นิทานสอนใจเรื่องการให้โอกาสคน นิทานธรรมะสอนใจให้ใช้ไหวพริบ: ปูทองรู้คุณ กับอีกาเจ้าเล่ห์ […]

พระอรหันต์ฉุดช่วยให้พ้นจากการตกนรก

พระอรหันต์ฉุดช่วยให้พ้นจากการ ตกนรก พระอรหันต์รูปนี้สมแล้วที่เป็นเนื้อหาบุญแห่งโลก ท่านเมตตาโปรดหญิงสาวนางหนึ่ง เพราะนางมีวิบากกรรมรุนแรงติดตามมา หากสิ้นบุญก็ไม่พ้น ตกนรก สมัยพุทธกาลมีเมืองแห่งหนึ่งเกิดอหิวาตกโรคระบาด หญิงสาวคนหนึ่งต้องไปอาศัยพักพิงในเรือนของคนอื่น เพราะครอบครัวตายด้วยโรคนี้ยกครัว เธอต้องประทังชีวิตด้วยเศษข้าวติดก้นหม้อ และข้าวตังที่แห้งตามลมจนแข็งเคี้ยวไม่ได้ พระมหากัสสปะนั่งสมาบัติรับรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ใกล้หมดบุญ ถ้าตายจากโลกนี้ไปต้องตกนรกด้วยผลบุญแห่งกรรมเก่าในชาติก่อน ท่านจึงเดินบิณฑบาตมายืนรับอาหารที่บ้านเรือนของครอบครัวที่เธออาศัย คนในเรือนพากันนำอาหารต่างๆมาใส่บาตรพระมหากัสสปะ เพราะท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หญิงสาวปรารถนาใส่บาตรพระเถระเจ้าผู้ประเสริฐ แต่เธอมีเพียงข้าวตอกจำนวนหนึ่ง นางจึงตัดสินใจใส่ข้าวตอกเหล่านั้นในบาตรของพระเถระ หลังจากพระมหากัสสปะกลับไปพร้อมก็แผ่เมตตามาถึงนาง ไม่น่านางก็สิ้นใจด้วยโรคภัย แทนที่จิตของนางจะไปบังเกิดยังนรกเพื่อชดใช้ผลกรรมจากอดีตชาติ แต่ก่อนสิ้นลมหายใจ นางได้ระลึกถึงภาพที่นางใส่บาตรพระมหากัสสปะ ภาพประทับใจและความอิ่มเอมในบุญ ทำให้จิตเป็นกุศล นำพานางไปยังสุคติโลกสวรรค์ บำรุงบำเรอด้วยทิพยสมบัติมากมาย ในวิมานแก้วเจ็ดประการ   ที่มา : หนังสือ พระมหากัสสปะ มหาสาวกผู้เป็นเลิศทางธุดงภ์ เรียบเรียงโดย อิสระพร บวรเกิด Photo by Cristian Newman on Unsplash บทความน่าสนใจ ทำไมพุทธทาสภิกขุถึงปฏิเสธนรก-สวรรค์และการเวียนว่ายตายเกิด ชีวิตต่างแดน ที่ “เพื่อนสนิท” ชวนว่าดี แต่แท้ที่จริงคือ …ขุมนรก  ! เสียงธรรม: […]

พระโมคคัลลานะทรมานเศรษฐีขี้ตระหนี่

พระโมคคัลลานะทรมาน เศรษฐีขี้ตระหนี่ เศรษฐีขี้ตระหนี่ ที่มีบุญสามารถเป็นพระโสดาบันได้ เพียงแค่ต้องละความตระหนี่ พระโมคคัลลานะจึงแสดงฤทธิ์ให้เศรษฐีละจากความยึดติดในความตระหนี่ของตน มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่งมีนิสัยขี้ตระหนี่ และหวงของมาก วันหนึ่งภรรยาของเศรษฐีอยากทำขนมเบื้องด้วยสูตรประจำตระกูลแจกให้เพื่อนบ้านได้กิน เศรษฐีก็ห้ามภรรยาทำเช่นนั้น ภรรยาจึงตัดสินใจว่าเช่นนั้นทำให้เศรษฐีกินคนเดียว เศรษฐีเกรงว่ากลิ่นของขนมเบื้องจะส่งกลิ่นไปจนเพื่อนบ้านได้กลิ่น แล้วจะมาขอแบ่งขนมเบื้อง เศรษฐีจึงให้ภรรยาขึ้นไปทำขนมเบื้องบนปราสาทชั้นที่ 7 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบการกระทำของเศรษฐีด้วยทิพยญาณ พระองค์ทรงเห็นว่าต้องทำให้เศรษฐีละจากความตระหนี่ เพราะเศรษฐีมีสิทธิ์บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระพุทธเจ้าทรงเรียกพระโมคคัลลานะเข้าเฝ้า พระองค์โปรดให้พระโมคคัลลานะทรมานเศรษฐีเพื่อให้ละความตระหนี่ โดยทรงกำชับว่าต้องให้เศรษฐีพร้อมด้วยภรรยานำขนมเบื้องมาถวายเราและพระภิกษุในพระเชตวันแห่งนี้ทั้ง 500 รูป พระโมคคัลลานะได้รับพุทธบัญชาก็เหาะทะยานไปในอากาศด้วยฤทธิ์มุ่งไปยังปราสาทชั้นที่ 7 ของเศรษฐี เศรษฐีเห็นพระโมคคัลลานะมาปรากฏที่ชั้น 7 ก็ประหลาดใจ ทั้งยังด่าว่าว่าถึงจะมาขอบิณฑบาตขนมเบื้อง เราก็จะไม่ให้ พระโมคคัลลานะจึงแสดงให้ควันไฟกระจายไปทั่วปราสาท ภรรยาเศรษฐีจึงขอเศรษฐีทำขนมเบื้องชิ้นเล็ก ๆ ถวายพระเสีย จะได้จบปัญหา พอนางหยดขนมลงเตาปรากฏว่าทำมากี่ชิ้น ขนมเบื้องก็ออกมาใหญ่เกินขนาด เศรษฐีจึงตัดสินใจถวายขนมเบื้องไปชิ้นหนึ่ง ถึงจะใหญ่เกินความตั้งใจก็ตาม พอเศรษฐีจับขนมเบื้องขึ้นมา ขนมชิ้นต่างๆก็เกาะติดขึ้นมาด้วย เศรษฐีพยายามดึงขนมออกจากกัน แต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจยกขนมเบื้องทั้งหมดแด่พระโมคคัลลานะ เมื่อขนมเบื้องเหล่านั้นลงในบาตรของพระโมคคัลลานะแล้ว จึงหลุดออกเป็นชิ้นสวยงามน่ารับประทาน พระโมคคัลลานะอนุโมทนาในการถวายขนมเบื้องครั้งนี้ของเศรษฐีและภรรยา ท่านจึงเทศนาเรื่องการให้ทานจนเศรษฐีและภรรยาเกิดความเลื่อมใส พระโมคคัลลานะเปรยว่าพระพุทธเจ้าทรงปรารถนาเสวยขนมเบื้องนี้เช่นกัน เศรษฐีดีใจจึงถามพระโมคคัลลานะถึงที่ประทับของพระองค์ พระโมคคัลานะตอบว่า พระองค์ประทับอยู่ที่พระเชตวัน หากเศรษฐีและภรรยาปรารถนาจะถวายขนมเบื้องแด่พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกทั้ง […]

อะมินา คาทุน เด็กหญิงผู้ ต่อสู้เพื่อสิทธิ ของเด็กหญิงชาวกานาให้ได้เรียนหนังสือ

อะมินา คาทุน เด็กหญิงผู้ ต่อสู้เพื่อสิทธิ ของเด็กหญิงชาวกานาให้ได้เรียนหนังสือ สาวน้อยผู้สร้างสิ่งดี ๆ ให้โลกใบนี้อีกคนหนึ่งมีชื่อว่า อะมินา คาทุน (Amina Khatun) เธอเป็นเด็กสาวอายุ 15 ปีจากประเทศกานา และเป็นหนึ่งในสามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสันติภาพเด็กระหว่างประเทศ เพราะเธอ ต่อสู้เพื่อสิทธิ ของเด็กผู้หญิงกายาให้ได้เรียนหนังสือ 0 เด็กหญิงอะมินา แม้จะโชคดีกว่าเด็กหญิงชาวกานาหลาย ๆ คนที่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ แต่โอกาสที่ว่านี้ก็อยู่กับเธอไม่นาน เพราะเมื่ออะมินาอายุเพียง 12 ปี เธอก็ถูกบังคับให้ออกจากโรงเรียนเพื่อแต่งงานกับผู้ชายที่ครอบครัวเลือกให้หรือพูดง่าย ๆ คือ “เธอถูกขายเพื่อแลกกับเงินนั่นเอง” 0 ก่อนที่อะมินาจะตกเป็น “เจ้าสาวเด็ก” เช่นเดียวกับเด็กหญิงชาวกานาหลาย ๆ คน คุณครูของเธอก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทันท่วงที โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้มีอํานาจในท้องถิ่น 0 การณ์นี้จุดประกายให้อะมินาเริ่ม “มองเห็น” หนทาง การแก้ปัญหาเจ้าสาวเด็กในระยะยาวซึ่งคงไม่มีทางใดดีไปกว่า “การให้การศึกษา” ด้วยเหตุนี้อะมินาจึงร่วมกับคุณครูของเธอก่อตั้งโครงการ “Achievers Book Club” ขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อสู้ให้เด็กหญิงชาวกานามีโอกาสได้เรียนหนังสือเช่นเดียวกับเด็กชาย แต่งานใหญ่เกินตัวของเธอชิ้นนี้ไม่อาจสําเร็จได้เลย หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากผู้มีอํานาจในท้องถิ่นเสียก่อน 0 อะมินาจึงเริ่มไปเจรจาขอความร่วมมือจากบุคคลสําคัญในท้องถิ่นและองค์กรอิสระต่าง […]

กว่าจะมาเป็น… โคนไอศกรีม ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

กว่าจะมาเป็น… โคน ไอศกรีม ไม่ใช่เรื่องธรรมดา วันนี้ขายดี วันนี้ขายให้หมด ไอศกรีม สด ๆ จะขายให้หมดวันนี้ แต่โธ่! จะทำอย่างไรดี ไอศกรีม ที่เหลือยังมี แต่ถ้วยแก้วตัวดี ดันมีไม่พอ ณ ย่านวอลล์สตรีท ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1896 ขณะที่ อิตาโล มาร์คิโอนี่ (Italo Marohiony) ชาวอิตาเลียนที่อพยพมาลงหลักปักฐานในเมืองโฮโบเกน รัฐนิวเจอร์ซีย์ กำลังเข็นรถขายไอศกรีมจิลาโต้โฮมเมด (Gelato Homemade) รสมะนาวอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ มาร์คิโอนี่ก็สังเกตพบว่า     “ธุรกิจไอศกรีมของเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เสียแต่ว่าเราต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากไปกับค่าถ้วยที่ตกแตก หรือหากถ้วยไม่แตก ลูกค้าบางคนก็ลืมคืนถ้วยมาให้เรา ทำให้มีไม่พอใช้ ต้องซื้อเพิ่มเป็นประจำ” การยอมจำนนกับปัญหา แม้จะเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยไม่ใช่นิสัยของนักการค้าหัวก้าวหน้าอย่างมาร์คิโอนี่ เมื่อกำไรเริ่มหายไปวันละหลายดอลลาร์ มาร์คิโอนี่ไม่นิ่งนอนใจ เขาคิดวิธีแก้ปัญหาไปต่าง ๆ นานา เริ่มจากนำกระดาษมาเป็นภาชนะใส่ไอศกรีมแทนถ้วยแก้ว แต่ไม่ได้ผลดีนัก เพราะเมื่อเจอไอศกรีมเย็นเฉียบ กระดาษก็มักเปื่อยยุ่ยจนทำให้ไอศกรีมเสียรสหมดอร่อย […]

เคซ วอลเดซ เด็กดี ผู้มีหัวใจของการเป็นผู้ให้

เคซ วอลเดซ เด็กดี ผู้มีหัวใจของการเป็นผู้ให้ เคซ วอลเดซ (Kesz Valdez) เด็กดี ชาวฟิลิปปินส์ที่แม้จะเกิดมาในครอบครัวที่ยากไร้ชนิดต้องอดมื้อกินมื้อ ทว่าสิ่งที่ทําร้ายเด็กชายกลับไม่ใช่ความยากจนแต่กลายเป็นพ่อแม่แท้ ๆ ของเขาเอง 0 เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นตั้งแต่เคซอายุได้เพียง 2 ขวบ เมื่อผู้เป็นพ่อบังคับให้เด็กชายออกไปคุ้ยเขี่ยหาขยะมาขาย บางวันก็บังคับให้ไปขอทานเพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้าให้พ่อกิน หากวันใดหาเงินได้ไม่มากพอ เคซก็จะถูกพ่อทุบตีอย่างรุนแรง เคซทนอยู่ถึงสองปีจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปใช้ชีวิตแบบ เด็กเร่ร่อนอาศัยนอนตามกองขยะหรือไม่ก็ข้างถนน แต่โชคชะตาก็ไม่ปรานีเด็กน้อย…เมื่อไฟไหม้กองขยะที่เคซอาศัยซุกตัวนอนในตอนกลางดึกคืนหนึ่ง 0 0 คืนนั้นเปลวไฟไม่เพียงกลืนกินกองขยะจนมอดไหม้เท่านั้น หากแต่ยังลุกลามไปทําร้ายเด็กชายด้วย เคราะห์ดีว่ามีคนเข้ามา ช่วยทันแต่การบาดเจ็บครั้งนั้นก็ทําให้เคซต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานร่วมเดือน 0 พอหายเป็นปกติ เคซปฏิเสธไม่ยอมกลับไปอยู่กับครอบครัวดังเดิม เด็กชายเลือกที่จะอยู่ในความดูแลของฮาร์นิน มานาเลย์เซย์ (Harnin Manalaysay) นักประชาสงเคราะห์หนุ่ม ผู้ช่วยชีวิตเขาไว้แทน นอกจากให้ความรักความเอาใจใส่แล้ว ฮาร์นินยังสอนเคซในเรื่องที่ไม่เคยมีใครสอนเขามาก่อน อีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการดูแลตัวเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การให้ ฯลฯ และคําสอนเหล่านั้นเองที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเด็กชายในเวลาต่อมา 0 0 วันเกิดปีที่ 7 ของเคซ เป็นปีแรกที่เด็กชายไม่ต้องการของขวัญเพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่เขากลับต้องการช่วยเหลือเด็กเร่ร่อนคนอื่น ๆ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแทน […]

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ)

คนโง่ชอบ ปะทะ บทความโดย พระราชญาณกวี (ท่านปิยโสภณ) รถมีพวงมาลัยไว้ให้คนขับหักหลบหลุม หมุนล้อรถให้เลี้ยวไปตามโค้งที่คดงอ มีเบรกไว้ให้เหยียบชะลอหยุดรถเมื่อคราวจะเฉี่ยวชนหรือ ปะทะ ธรรมชาติชีวิตมักเต็มไปด้วยสิ่งขวางกั้นและอันตรายที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด ไม่ว่าภัยนั้นจะเกิดจากคนอื่นหรือจากเราเอง การปะทะกันเป็นภัยร้ายอย่างหนึ่ง แม้แต่ละคนจะมีเหตุผลของตน แต่ก็หนีไม่พ้นความหายนะ เหมือนรถวิ่งชนกัน แม้จะอ้างกฎกติกาว่าตนถูก หากมองเห็นซากปรักหักพังรออยู่ข้างหน้า เราจะเสี่ยงปะทะไปทำไม คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าสติปัญญา คนโง่มักใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล คนโง่มักใช้คนประจบสอพลอทำงานแทน คนโง่มักรอคอยข้อมูลเท็จจากคนประจบ การอยู่ร่วมกัน ต้องอาศัยหลักการง่าย ๆ คือ ความยืดหยุ่นอุ่นใจให้เกิดมิตรภาพ เพราะเมื่อเป็นมิตรกันภัยอันตรายก็จะน้อยลง การอยู่ร่วมกัน ให้เกรงใจกันมากกว่าหาทางหักหาญน้ำใจ อย่าคิดว่าคนใกล้เป็นของตาย จะพูดอะไรก็ได้ เขาต้องเชื่อ ต้องทำตามทุกอย่างอยู่แล้ว เพราะเราเหนือเขาทุกประตู การอยู่ร่วมกัน ให้แบกรับภาระหน้าที่ร่วมกัน บางคนหน้าที่ตนก็ไม่ทำ หน้าที่ส่วนรวมก็ทอดทิ้ง ปล่อยให้คนอื่นทำงานหนัก ตนได้หน้า คนอื่นได้ภาระ การอยู่ร่วมกัน มิใช่เราอยู่คนเดียว พึงสำนึกว่าที่นี่มิใช่มีเราอยู่คนเดียว พึงใส่ใจต่อกันและกันให้มาก บ้านจะเป็นวิมาน สถานที่จะเป็นสรวงสวรรค์ได้ก็เพราะเราทุกคนไม่ปะทะกัน   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 232 […]

keyboard_arrow_up