โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน บ้านหมุน สาเหตุ อาการ และการรักษาดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ได้ผล

หากตื่นนอนแล้วมีอาการหูอื้อ เวียนหัว บ้านหมุนจนยืนไม่อยู่ อาจเป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังมีอาการ โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ไม่ควรปล่อยให้อาการเกิดซ้ำๆ บ่อยๆ เพราะอาจสูญเสียการได้ยินไปตลอดชีวิต ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาทันที สาเหตุโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน น้ำในหูไม่เท่ากัน หรือโรคเมเนียร์ (Meniere’s Disease)  มาจากชื่อของนายแพทย์พรอสเพอร์ เมเนียร์ (Prosper Meniere) แพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้เชี่ยวชาญโรคเกี่ยวกับหูซึ่งมีชีวิตในช่วงปี ค.ศ. 1799 – 1862 นายแพทย์เมเนียร์ได้ศึกษาวิจัยโรคเกี่ยวกับหูเป็นระยะเวลานาน และเป็นคนแรกที่กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้คนเราเกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน หูอื้อว่า คือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน และได้รายงานผลการศึกษาเรื่องนี้ไว้เมื่อปี ค.ศ. 1861 ประเทศไทยยังมีข้อมูลทางระบาดวิทยาของโรคไม่มากนัก เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจวินิจฉันอย่างถูกต้อง โดยหนังสือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน เขียนโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสุจิตรา ประสานสุขได้กล่าวไว้ว่า “น้ำในหูไม่เท่ากันเป็นโรคที่พบบ่อยเป็นอันดับสองของสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัว โดยพบมากในคนวัยทำงานอายุ 30 ปีขึ้นไป พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมักมีอาการจากหูเพียงข้างเดียวก่อน แต่หลังจากนั้นจะเกิดขึ้นทั้งสองข้าง  อาการของโรคมักเกิดขึ้นเฉียบพลัน อาจะมีอาการทุกวันหรือนานๆ ครั้ง และอาจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 20 นาทีหรือบางคนเป็นถึงชั่วโมงแต่โดยปรกติจะไม่เกิน 24 ชั่วโมง”   โรคน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดขึ้นกับหูชั้นใน ซึ่งเป็นศูนย์รับรู้การเคลื่อนไหวของศีรษะที่ส่งสัญญาณไฟฟ้าไปสู่สมองเพื่อควบคุมการทรงตัวและติดต่อกับการได้ยิน […]

keyboard_arrow_up