ฉัตรชัย วชิระเธียรชัย จากพ่อค้าห้องแถว สู่ธุรกิจพริก กระเทียมร้อยล้าน

ฉัตรชัย วชิระเธียรชัย จากพ่อค้าห้องแถว สู่ธุรกิจพริก กระเทียมร้อยล้าน 0 ร้านขายพริกแกงเล็กๆ ร้านหนึ่งที่เติบโตกลายเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปรายใหญ่ให้แก่กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารระดับประเทศครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล คงต้องมีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังไม่น้อยเลยทีเดียว กว่าจะมีวันนี้ คุณฉัตรชัย วชิระเธียรชัย กรรมการผู้จัดการบริษัทเอื้ออารี ฟู้ด โปรดักท์ จำกัด คือหัวเรี่ยวหัวแรงหลักที่เข้ามารับผิดชอบครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี 0 เรียนรู้งานตั้งแต่เด็ก ตระกูลเราเป็นตระกูลที่ทำพริกแกง พ่อกับแม่ก็ทำพริกแกงกับกงสี ต่อมาคุณพ่อก็แยกออกมาทำเอง ตอนนั้นผมเกิดแล้ว แต่เด็กมากยังไม่รู้เรื่องอะไร จำได้แต่ว่าเราอยู่ปากคลองตลาด คุณพ่อทำงานทุกอย่าง ลองทำพริกดองขาย ขายผัก ขายทุกอย่างที่ปากคลองตลาด แล้วก็ลองเอาพริกดองไปเสนอขายตามร้านก๋วยเตี๋ยว ทำเป็นขี่มอเตอร์ไซค์ไปกินแล้วก็คุยเสนอสินค้า นั่นคือภาพที่เราจำมาตลอด และผมก็มักซ้อนรถมอเตอร์ไซค์พ่อไปดูว่าขายของอย่างไร พออายุประมาณ 11 ขวบ พี่ชายอายุ 14 คุณแม่ไม่ต้องการเลี้ยงลูกให้รักสบาย เพราะฉะนั้นตอนเช้าประมาณตี 5 ผมต้องเข็นรถไปรับของแถว ๆ ศาลเจ้าพ่อหมูริมคลองหลอดมาขายที่ปากคลองตลาด สมัยนั้นรถสิบล้อขนส่งพืชไร่จากทางเหนือไปลงของอยู่ตรงนั้น เรียกว่าเริ่มทำงานตั้งแต่ 11 ขวบ พออายุ 15 ก็เริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งของ จำได้ว่าช่วงนั้นคุณพ่อเริ่มไม่สบาย ท่านป่วยเป็นมะเร็ง […]

จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ จากเด็กยกของ สู่เจ้าของกิจการเงินล้าน

จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ จากเด็กยกของสู่ เจ้าของกิจการเงินล้าน จินต์เขษฎ์ จันทร์เพ็ญ เจ้าของกิจการเงินล้าน กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องผ่าอุปสรรคมามาก หวังว่าเรื่องราวของคุณ จินต์เขษฏ์ จันทร์เพ็ญ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายคนได้ ผมเป็นเด็กหัวดี แต่ติดเพื่อน ติดเล่น ติดคุย เกรดบางวิชาจึงไม่ค่อยดีมาก แต่ถ้าชอบอาจารย์คนไหน เกรดก็จะดี ตอนเรียนจบสายอาชีพ พ่อถามว่าจะพาไปฝากช่อง 3 อยากไปหรือไม่ ผมตอบทันทีเลยว่าไป เหตุผลเดียวคืออยากเจอคุณจอย – ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ตอนนั้นผมชอบเธอมาก คิดว่าถ้าได้เข้าช่อง 3 คงได้เห็นตัวเป็น ๆ จึงรีบตอบตกลงโดยไม่รู้ว่าให้ไปทำอะไร ปรากฏว่าตำแหน่งของผมเรียกให้สวยหรูคือผู้ช่วยช่างภาพ งานจริง ๆ คือ เด็กยกของ ยกทุกอย่างจริง ๆ ยกขากล้อง ยกสายเคเบิล ยกหนักสุดนี่คือเครน ก้านใหญ่ ๆ ยาว ๆ ที่ใช้ติดกล้องถ่ายมุมสูงนั่นละครับ และจากการยกเครนนี้เองทำให้ผมโดนล้อเครนหนีบนิ้วจนข้อนิ้วยุบลงไปเลย ผมแอบไปนั่งมองนิ้วในห้องน้ำด้วยความเจ็บปวดและบอกกับตัวเองว่า  “เราจะไม่อยู่แค่นี้ไปจนแก่แน่นอน” หลังจากนั้นผมจึงคิดเรียนต่อ เพราะวุฒิแค่ ปวช. ผมคงเป็นได้แค่เด็กยกของในกองถ่ายไปจนตาย ผมไปสอบเรียนระดับปริญญาตรีแบบที่เรียนเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์ พร้อมกับทำงานไปด้วย แม้ระหว่างทำงานผมจะเจอคุณจอย -ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ตามที่ฝัน แต่ด้วยความที่เรียนหนักและงานเยอะจึงตัดสินใจลาออก พอลาออกมาเรียนอย่างเดียวก็รู้สึกเบื่อ สุดท้ายไปอยู่ในวงการขายประกันชีวิต ซึ่งที่นี่ผมได้หลักการพูดโน้มน้าวซึ่งช่วยฝึกทักษะการพูดผมได้เป็นอย่างดี ผมทำงานนี้จนได้เป็นพรีแมเนเจอร์ พอเรียนจบปริญญาตรี ผมตัดสินใจไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตด้วยเงินเก็บของตัวเอง เมื่อไปถึงจ่ายค่าที่พัก ค่าเรียนภาษาเรียบร้อยแล้ว เหลือเงินแค่ 125 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการหางานทำ ซึ่งก็ได้ทำงานร้านขนม ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เรียกว่าไม่ง่ายเลยกับชีวิตนักเรียนนอก ผมทำงานหนักเก็บกวาดร้าน เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ ทำครัว ขายของหน้าร้าน มันหนักมากสำหรับคนที่มี พี่เลี้ยงและแม่บ้านทำให้มาตลอดอย่างผม วันหนึ่งผมแบกถุงขยะเหม็น ๆ ที่ถุงใหญ่กว่าตัวผมเสียอีกไปทิ้งยังจุดทิ้งขยะด้านนอกอาคารท่ามกลางอากาศหนาวจับจิต นาทีนั้นผมบอกกับตัวเองว่า    “จำเหตุการณ์นี้ไว้นะว่ามันหนักขนาดไหน วันข้างหน้าถ้ามันมีอะไรแย่ ๆ เกิดขึ้นเราจะผ่านไปได้” ต่อจากนั้นผมก็ผ่านทุกเหตุการณ์หนัก ๆ ในชีวิตมาได้ทุกครั้ง ด้วยการคิดถึงประสบการณ์ครั้งนี้จริง ๆ พอทำงานในร้านขนม ไม่นาน ผมก็ไปสมัครเป็นช่างภาพในทีวีไทยท้องถิ่น และได้ทำงานเบื้องหลังทุกอย่าง ทั้งการเขียนสคริปต์ กำกับ ตัดต่อผมใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเกือบ 5 ปี พอวีซ่าหมดจึงกลับประเทศไทย จากนั้นผมเริ่มหางานทำและได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ทำงานหามรุ่งหามค่ำตามประสาคนทำงานทีวี ผมทำงานมาเรื่อย ๆ จนมีดิจิทัล ผมอยู่ในส่วนของกลุ่มวางแผนงานดิจิทัลทีวีของอสมท. และเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัลทีวี ช่วงที่ผ่านมาพนักงานหลายคนในองค์กรต่างลาออกไปอยู่บริษัทใหม่ เพื่อเงินเดือนที่ดีกว่า ส่วนผมมาคิดว่า ถ้าลาออกแล้วไปเป็นพนักงานบริษัทอื่น ชีวิตคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ถ้าจะออก ชีวิตผมต้องเปลี่ยน ในที่สุดผมตัดสินใจลาออก เพื่อไปทำธุรกิจคอนเทนส์โพรไวเดอร์ของตัวเอง ชื่อว่าไนน์เฟส ครีเอชั่น แล้วชีวิตของผมก็ได้เปลี่ยนแปลงสมความตั้งใจอย่างแท้จริง ถ้าวันนั้นผมไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ผลักดันตัวเองจากพนักงานประจำมาเป็นเจ้าของกิจการอย่างในวันนี้ ผมคงเป็นพนักงานกินเงินเดือนหลักหมื่นต่อไปเหมือนเดิม และคงไม่มีโอกาสได้เห็นเงินล้านในบัญชีของตัวเองอย่างนี้แน่นอน   Secret BOX ทุกช่วงเวลาของชีวิตมีจุดเปลี่ยนเสมออยู่ที่เราจะ “เห็น” และ “กล้า”ที่จะเปลี่ยนมันหรือเปล่า จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ   เรื่อง จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ เรียบเรียง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ บทความน่าสนใจ True Story: ผู้หญิง “โชคดี” กับชีวิตที่ “โชกโชน” จากหญิงขายบริการสู่เจ้าของกิจการที่สุขสุดๆ กว่าจะมีวันนี้ “ โจว ฉุนเฟย ” เศรษฐีจีน […]

keyboard_arrow_up